ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือเหนือเมฆ

SHARE
  • แนว
  • :
  • แอกชั่น-โรแมนติก
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • อรชร
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • พิง ลำพระเพลิง
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • โอริเวอร์ บีเวอร์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ชนะพล สัตยา,รพีภัทร เอกพันธ์กุล

มือเหนือเมฆ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

พระนคร ปี พ.ศ.2499
ย่านถนนเมืองเก่า จอม เฉียด และบวร สามเกลอจอมซ่าประจำโรงเรียนช่างกลกึ่งเดินกึ่งวิ่งหัวร่อร่ากันมาตามทางหลังจากอัดนักเรียนช่างกลอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเฉียดก็แย่งเข็มขัดมันมาได้ ส่วนบวรก็ชิงเสื้อช็อปเอามาเป็นของตัว จอมได้แต่ส่ายหน้าระอาใจให้กับของสะสมไม่เข้าท่าของเพื่อนๆ
เท่านั้นไม่พอบวรยังหาเรื่องใส่ตัวด้วยการพกปืนของพ่อติดตัวมาด้วย แถมเปิดเสื้อโชว์ให้เพื่อนๆดู
จอมดึงปืนไปจากเอวเขาต่อว่าว่าอยากโดนไล่ออกจากโรงเรียนหรือ บวรอ้างแค่พกไว้ขู่ไม่ได้คิดจะใช้ จอมพลิกดูปืนอย่างคล่องแคล่ว เห็นลูกกระสุนเต็มแม็กกาซีนก็รู้ทันทีว่าไม่ได้แค่เอามาขู่
“ไปเคยจับที่ไหนมา”
จอมเลี่ยงไม่ตอบคำถามของเฉียด เตือนบวรทีหลังอย่าพกมาอีก นักเรียนที่ถูกชิงเข็มขัดตามมาชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง บวรหมั่นไส้จะเข้าไปหา จอมดึงไว้กลัวจะถูกหลอกไปโดนกระทืบ
เป็นอย่างที่เขาคาดไม่ทันขาดคำ กลุ่มเพื่อนของนักเรียนคนนั้นตามเข้ามาสมทบ นักเรียนชี้โบ๊ชี้เบ๊เร่งให้เพื่อนมาเล่นงานพวกจอม
“จอม...ปืนมา” บวรเลิ่กลั่กคุมสติไม่อยู่ จอมไม่ยอมให้ บอกให้หนีก่อน เฉียดพยายามจะแย่งปืน
แต่จอมไม่ให้ แล้วลากเพื่อนทั้งสองคนเผ่นแน่บโดยมีนักเรียนพวกนั้นวิ่งไล่ กระทั่งมาถึงบริเวณก่อสร้าง บวรสะดุดขาตัวเองหกล้ม จอมวิ่งย้อนกลับมาช่วยพยุงเพื่อนให้วิ่งหนีต่อไป
พวกนักเรียนไล่ตามใกล้เข้ามา บวรเห็นท่าไม่ดีขอปืนคืน จอมไม่ให้เกิดลั่นเปรี้ยงปร้างโดนใครจะไม่คุ้ม บวรหนีต่อไปไม่ไหวคว้าปืนที่เหน็บเอวจอมขึ้นมา แต่เขาปัดปืนหล่นเข้าไปในซอกหยิบไม่ถึง เฉียดกลับมาช่วยกันกับจอม พยุงบวรไปแอบในหลืบ กลุ่มนักเรียนวิ่งผ่านจุดที่ทั้งสามคนซ่อนตัวไปโดยไม่เห็น
จอมจะหยิบปืนที่ตกอยู่สุดหลืบแต่ไม่ถึง เฉียดยื่นหัวออกมามองไม่เห็นใครก็ลากบวรออกจากที่ซ่อน ส่วนจอมยังคงพยายามจะหยิบปืนต่อไป เฉียดมองไปด้านหลังเพื่อนถึงกับอึ้ง พึมพำว่าไม่ทันแล้ว บวรมองตามสายตาเฉียดถึงกับน้ำลายติดคอเมื่อเห็นนักเรียนช่างกลห้าคน พร้อมอาวุธครบมือเดินดูดน้ำอัดลมเข้ามา รีบสะกิดให้จอมดู ทั้งสามคนไม่มีทางเลือกจำต้องเปิดศึกกับพวกนั้น
เฉียดซึ่งแข็งแรงรับหน้าที่จัดการพวกนั้นสองคนเช่นเดียวกับจอม ขณะที่บวรสู้แบบตัวต่อตัว ส่วนอาวุธเอาเท่าที่หาได้แถวนั้น ทั้งสามคนเหนือกว่าพวกนั้นจัดการจนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง สามเกลอหอบแฮ่กก่อนจะหัวเราะกันสนุกสนาน มีปืนอยู่แท้ๆกลับไม่ใช้ จอมพยายามจะล้วงปืนออกมาให้ได้
ทันใดนั้นมีเสียงคล้ายฝูงกระทิงควบฝุ่นตลบเข้ามา สามเกลอมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ที่ด้านตรงข้ามมีเสียงโห่ร้องอย่างคึกคะนองดังตามมา ก่อนจะตามมาด้วยนักเรียนช่างกลกลุ่มใหญ่เกือบสามสิบคน เฉียดกับบวรใจเสียคิดว่าคราวนี้คงไม่รอด จอมมัวแต่หยิบปืนก็เลยไม่เห็น แต่สองกลุ่มนั่นกลับตะลุมบอนกันเองทำให้จอมกับพวกหนีรอดมาได้โดยไม่ลืมหยิบปืนติดมือมาด้วย
ooooooo
หนีเสือปะจระเข้ จอมกับพวกอุตส่าห์หนีรอดจากนักเรียนช่างกลมาได้กลับมาเจอจ่าจ้อยกับตำรวจขับรถมาจอดดักหน้า เฉียดรีบดึงปืนไปจากจอมเหน็บไว้ด้านหลัง
จ่าจ้อยกับพวกลงจากรถเห็นหน้าตาที่เพิ่งผ่านศึกของทั้งสามคนจึงขอตรวจค้น เฉียดซึ่งเป็นคนใจร้อนทำท่าจะขัดขืน จอมต้องใช้สายตาปราม
จ่าจ้อยกับตำรวจเห็นพวกนี้ยึกยักรีบไปหลบหลังรถชักปืนขึ้นมากระชับในมือ สั่งให้ทั้งหมดให้ความร่วมมือ เฉียดจะชักปืนขึ้นมาต่อสู้ จอมต้องส่งเสียงปราม เขาถึงได้ยอมจำนนชูมือขึ้นเหนือหัวแล้วหันหลังให้กับตำรวจ จ่าจ้อยรีบดึงปืนไป เฉียดยอมรับหน้าชื่นว่าปืนเป็นของตนเอง เพื่อนของตนไม่เกี่ยว
“ไม่ใช่ เขาเพิ่งแย่งไปจากผม ของผมเอง” จอมยอมให้เพื่อนรักผิดคนเดียวไม่ได้ ขณะที่บวรไม่พูดอะไรเรื่องปืนได้แต่ร้องบอกให้ไปตามพ่อของตนมา
จ่าจ้อยพาทั้งสามคนไปโรงพัก...
ที่ลานกว้างหน้าตลาด ลุงแบนกับบุญตากำลังเล่นกลขายยาอยู่โดยมีชาวบ้านมามุงดูรวมทั้งจำปาด้วยพรพรรณวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าจอมถูกตำรวจจับ ทั้งลุงแบน บุญตาและจำปาต่างตกใจ...
เฉียด จอม และบวรถูกจับเข้าห้องขังฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง บวรส่งเสียงขู่ลั่นโรงพักจะย้ายตำรวจยกโขยง ปืนมีทะเบียนไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องถูกจับ จอมต่อว่าเฉียดว่าเห็นอยู่ว่าตำรวจมาจะดึงของกลางไปทำไม เขาตั้งใจจะลาออกจากโรงเรียนอยู่แล้ว พ่วงไปอีกคดีหนึ่งจะเป็นไรไป จอมตกใจจะลาออกทำไม
“เรียนไปก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดี ออกมาหาทางเดินตัวเองดีกว่า”
จอมเดาออกว่าทางบ้านไม่ส่งเสียแล้วใช่ไหม เฉียดยิ้ม เกลียดคนรู้ทันชะมัด จอมขอบใจเพื่อนที่ออกรับแทน ส่วนบวรยังโวยวายให้ปล่อยตัวไม่เลิก จอมอดถามเฉียดไม่ได้ทำไมเราถึงยังคบบวรอยู่
“กับเราสองคนมันไม่เป็นอย่างนั้นนี่”
ระหว่างนั้นจ่าจ้อยเข้ามาแจ้งว่ามีคนมาประกันตัวแล้ว บวรดีใจคิดว่าเตี่ยมาจัดการให้ ที่ไหนได้คนถูกประกันตัวออกมาคนแรกกลับเป็นจอม ลุงแบนมาจัดการให้ เขาขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ทีแรกลุงแบนอ้าปากจะด่าแต่เปลี่ยนใจนิ่งเงียบแทน จอมกระเซ้าไหนเคยบอกเป็นตายอย่างไรก็จะไม่ขึ้นโรงพัก
“ข้ามันคนเถื่อน เอ็งไม่รู้อะไร บัตรประชาชนยังปลอม”
จอมหันไปเห็นพรพรรณกับบุญตายืนอยู่ ปรี่เข้าไปขอบใจฝ่ายแรก บุญตาได้แต่น้อยใจที่เขาไม่สนใจ
ooooooo
ท่านผู้การตำรวจวางสายจากเถ้าแก่บ้วนก็เรียกจ่าจ้อยมาเล่นงานฐานไม่มีอะไรทำหรืออย่างไรถึงได้ไปออกฤทธิ์กับเด็กนักเรียน เขาพยายามอธิบายแต่ท่านไม่ฟัง ถามว่ารู้ไหมว่าปืนตามทะเบียนเป็นของใคร
“ผมไม่ทราบครับ แต่การพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ผมว่า...”
“คุณพูดถูก เรื่องนี้ผมจัดการเอง ผมไม่เอาพวกมันไว้ให้เสียชื่ออัศวินหรอก”
จ่าจ้อยมองผู้บังคับบัญชาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก...
เป็นอย่างที่จ่าจ้อยหวั่นใจไม่มีผิด นอกจากท่านผู้การจะไม่ดำเนินคดีแล้วยังพาบวรกับปืนมาคืนเถ้าแก่บ้วนด้วยตัวเอง บวรทวงถามแล้วเฉียดเพื่อนอีกคนหนึ่งของตนทำไมไม่ปล่อยตัวด้วย เถ้าแก่บ้วนสั่งให้ลูกชายหุบปากแล้วขอโทษท่านผู้การและขอบคุณท่านด้วย เขาไม่กล้าหือรีบทำตามสั่ง ก่อนกลับเถ้าแก่ให้ขนมเปี๊ยะผู้การกลับไปกินบ้านด้วยซึ่งในกล่องขนมเปี๊ยะอัดแน่นไปด้วยเงิน...
ขณะที่ผู้การกำลังเบิกบานใจกับขนมเปี๊ยะ จอมพาลุงแบน พรพรรณกับบุญตามากินข้าวต้มข้างทางเลี้ยงขอบคุณที่ลุงแบนช่วยออกจากห้องขัง
ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน จอมคอยตักกับข้าวให้พรพรรณจนล้นชามไม่สนใจบุญตาซึ่งได้แต่มองน้อยใจ ลุงแบนเตือนจอมให้อยู่ห่างๆเฉียดกับบวรไว้บ้างก็ดี
“เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายทีแล้วนะลุงแบน”
“ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอกลุง พูดไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง”
จอมหันไปถลึงตาใส่บุญตา พรพรรณต้องแตะแขนเขาไว้ ส่ายหน้ายิ้มๆเป็นทำนองให้ใจเย็นๆ เขาทำตามอย่างว่าง่ายทำให้บุญตาต้องน้อยใจอีกครั้ง ลุงแบนพยายามเตือนเขาเรื่องคบเพื่อน แต่ก็เหมือนเดิมเขายืนยันจะคบสองคนนั่น ลุงแบนก็เลยไม่พูดอะไรอีก...
ทางด้านเฉียดยังคงอยู่ในห้องขังเพราะไม่มีใครมาประกันตัว ขณะกำลังนั่งยิ้มเศร้าเพียงลำพัง จำปามาเยี่ยมพร้อมกับข้าวห่อใบตองกับกาแฟใส่ในกระป๋องนม เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่
“พี่จอมโดนจับจำปาก็เดาว่าพี่ไม่ปล่อยให้เพื่อนโดนลำพังแน่ พี่ตัดสินใจเรื่องจะออกจากที่เรียนแล้วรึ”
“ป่านนี้แผนกเขาตัดสินใจแทนพี่ไปแล้วมั้ง ดีเหมือนกัน เรื่องยากๆให้คนอื่นตัดสินใจแทนไปเลย”
จำปาเสนอจะช่วยเรื่องเงินหากเฉียดติดขัด เขาตวัดตามองเธอ เงินเดือนโรงรับจำนำคนเดียวก็ไม่น่าจะพอใช้ ให้เธอเลิกห่วงเขาได้แล้ว เฉียดนึกขึ้นได้ ทำไมวันนี้เธอเลิกงานเร็ว เธออ้างว่าวันนี้เวรหยุด เขายังแปลกใจไม่หายทำไมเธอถึงไม่ให้เขาไปรับที่ทำงานสักครั้ง
พูดเรื่องงานขึ้นมาจำปาต้องก้มหน้าข่มความขมขื่นใจ เพราะเธอไม่ได้บอกเขาว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้ทำงานที่โรงรับจำนำแต่อยู่ซ่องนางโลม
“หลงจู๊เขาไม่ชอบให้คนนอกเข้าไปยุ่มย่าม”
เฉียดมัวแต่ตักข้าวกินจึงไม่เห็นแววตาปวดร้าวของจำปา เขาบ่นอุบจะระแวงอะไรนักหนา ทีกับพวกหน้าอย่างใจอย่างดันไว้ใจ จำปาเออออไปด้วยเพราะกลัวจะหลุดโกหกให้เขาจับได้ เขาขอให้เธออดทนอีกหน่อย ไว้มีเงินเมื่อไหร่จะไม่ให้เธอต้องไปทำงานบัญชีให้คนอื่นอีกแล้ว ทำให้เขาคนเดียวพอ
“ก็แค่งานพิเศษชั่วคราว ทำไปด้วยเรียนไปด้วยนะพี่”
“เศร้าเชียว หลงจู๊ใช้งานหนักดิ ระวังเหอะพี่จะเข้าไปปล้นโรงรับจำนำมันเข้าให้สักวัน”
ooooooo
ตกค่ำ จำปาแต่งตัวสวยทาปากแดงต่างจากจำปาที่ไปหาเฉียดลิบลับ กานดาแม่เล้าต่อว่าเธอที่มาช้า ลูกค้ารออยู่ตั้งหลายคน แล้วหันไปเชียร์ลูกค้าให้
ออฟเธอ ลูกค้ามัวแต่ต่อรองราคา ผู้การอัศวินก็เลยคว้าเธอตัดหน้า เดินคลอเคลียกันหายเข้าไปด้านใน ลูกค้าโวยวายทำไมทำแบบนี้
“ใจเย็นๆ ของอย่างนี้ไม่สึกไม่หรอ รอน้ำสองก็ยังไม่สาย จะรอไหมล่ะ”
กานดาไม่ยอมให้เสียเวลา ลูกค้าชั่งใจก่อนจะบอกว่ารอ...
กว่าจะกลับถึงบ้านซึ่งเป็นร้านตัดผม ยามตีเกราะบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี จอมจะเข้าบ้านแต่ประตูล็อก จึงต้องเอาอุปกรณ์สำหรับสะเดาะกุญแจออกมาไขสักพักก็เปิดประตูได้ เดินยังไม่ถึงไหน เจิมผู้เป็นพ่อเปิดไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นว่านั่งดื่มเหล้าอยู่ ท่านต่อว่าว่างัดบ้านอีกแล้วหรือ จอมอ้างว่าไม่มีกุญแจ
เจิมจับโกหกได้เพราะเพิ่งเปลี่ยนกุญแจชุดใหม่ จอมรู้ว่าพ่อเมาแล้วชอบหาเรื่องด่าว่าแต่ไม่รู้จะหลบเลี่ยงอย่างไร แจ่มเข้ามาช่วยไว้ทันไล่ลูกไปอาบน้ำ เจิมก็เลยหันมาหาเรื่องเธอแทนที่ เธอไม่ยอมง่ายๆด่ากลับแล้วเดินหนี เจิมไม่พอใจขว้างแก้วเหล้าแตกกระจาย เสียงพ่ออาละวาดปาข้าวของยังดังต่อเนื่อง จอมได้แต่เดิน
วนไปวนมาในห้องพยายามสงบสติอารมณ์ จังหวะนั้นแม่เข้ามาปลอบว่าไม่ต้องไปสนใจคนเมา
“แม่ครับ ทำไมพ่อเขาถึงเป็นแบบนี้”
แจ่มไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะเดินจากไปทั้งน้ำตา
ooooooo
ที่โรงเรียนพาณิชย์ พรพรรณกับบุญตาเห็นจำปาเดินหลังไวๆพยายามตะโกนเรียก เธอแกล้งไม่ได้ยินจ้ำพรวดหนี สองสาวไล่ตามจนทันพลางต่อว่าว่าเรียกตั้งนานไม่ได้ยินหรือ เธอไม่ได้ยินจริงๆกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ พรพรรณจะชวนจำปาไปดูหนังกลางแปลงงานศาลเจ้าด้วยกันคืนนี้ จำปาไปไม่ได้ มีงานต้องทำ
“งานอะไร ทำทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอ” บุญตาท้วง
“มีเคลียร์บัญชีประจำเดือนนี้อ่ะ”
พรพรรณไม่อยากเซ้าซี้ไม่ไปก็ตามใจแล้วเหลือบเห็นรอยจ้ำที่ซอกคอจำปา ร้องทักไปโดนอะไรมาหรือว่าใครหยิกเอา เจ้าตัวตกใจรีบดึงคอเสื้อปิด โกหกว่าเกาแรงไปหน่อยไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปก่อน พรพรรณเซ็ง แล้วคืนนี้เราสองคนจะทำอย่างไร บุญตาได้แต่นิ่งไม่ตอบ...
สัวกิมเจ้าของโรงยาฝิ่นรู้ตัวดีว่าฝิ่นกำลังจะกลายเป็นของผิดกฎหมายก็คิดจะหาทางขยับขยาย หมายตากิจการค้าน้ำมันเถื่อนของเสี่ยเฮงและจะใช้งานฉลอง
ศาลเจ้าประจำปีที่เสี่ยเฮงจัดขึ้นล้างไพ่ใหม่ สั่งให้สิชลกับตองไปจัดการตามแผนการที่วางไว้ สิชลไม่อยากจะเชื่อว่าสัมปทานฝิ่นที่เรามีอยู่ทั่วพระนครและจ่ายอากรให้รัฐจะกลายเป็นของผิดกฎหมายไปได้
“ทำตามที่บอก แล้วพวกเราจะเป็นใหญ่ในพระนคร เชื่อสายตาสัวกิมสิ”...
ขณะที่สัวกิมวางแผนจะใช้งานฉลองศาลเจ้าเป็นเครื่องมือ เสี่ยเฮงเดินตรวจดูความเรียบร้อยโดยรอบ
ศาลเจ้าด้วยตัวเอง กำชับเต้ยให้วางคนของเราไว้ทุกจุดอย่าให้ใครมาป่วนงานนี้ได้
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอนครับเสี่ยไว้ใจได้ ผมไม่ให้ใครมาตุกติกกับเสี่ยแน่ๆ”...
ด้านเถ้าแก่บ้วนเจ้าของกิจการค้าข้าวรายใหญ่ได้รับเทียบเชิญให้ไปงานนี้เช่นกัน เตี้ยสมุนคนสนิท
ไม่เห็นด้วยที่เราจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปร่วมงานครั้งนี้ เถ้าแก่บ้วนไม่กลัวเสี้ยน ขืนไม่ไปมันจะหาว่าเรากลัวพวกมัน
“แต่ถ้าไปแล้วเกิดเรื่อง ยิ่งถ้าเกิดสัวกิมมันไปด้วย”
“ไม่น่ามีใครกล้าก่อเหตุ ตำรวจไม่ยุ่งกับเรานานแล้วก็เพราะพระนครยังสงบ”
“ก็แล้วแต่เถ้าแก่ ถ้าจะไปผมจะได้เตรียมคน”...
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดงานฉลองศาลเจ้า ประทัดถูกจุดขึ้นโดยรอบเสียงดังหูดับตับไหม้ สิงโตเดินเชิดเข้ามาในงานท่ามกลางเสียงกลองเสียงฉาบดังครึกครื้น ทั้งสัวกิม เถ้าแก่บ้วนมาร่วมงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สามเจ้าพ่อใหญ่พูดจาหยอกล้อกันเกี่ยวกับธุรกิจของแต่ละคนราวกับเป็นเพื่อนกันมานาน ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
กลับซ้อนมีดอาบยาพิษไว้ รอให้อีกฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
ผู้การอัศวินมาร่วมงานพร้อมด้วยตำรวจติดตามแนะว่าบรรยากาศดีๆแบบนี้เราอย่าคุยเรื่องธุรกิจดีกว่างานเริงรื่นแบบนี้ นั่งคุยสัพเพเหระสารทุกข์สุกดิบน่าจะดีกว่า เจ้าพ่อทั้งสามก๊กยิ้มให้กันเหมือนจะเห็นดีด้วย
ooooooo
ลุงแบนกำลังเอาเกลือกรอกใส่ลูกบอลผ้าใบเล็กๆอยู่สี่ห้าใบพร้อมกับชั่งน้ำหนักไปด้วย บุญตาซึ่งรับหน้าที่เป็นลูกมือดูกระวนกระวายใจไม่เป็นอันทำอะไร คอยชะเง้อคอยาวไปนอกบ้าน ลุงแนบชำเลืองมองหลานสาวเป็นระยะๆแต่ทำเหมือนไม่ได้สนใจ สั่งให้ชั่งน้ำหนักให้ดีต้องให้เท่ากันทุกลูก
บุญตาสักแต่ชั่งๆไม่ได้สนใจว่าลูกบอลเท่ากันหรือไม่ แถมเวลาที่ต้องเย็บปิดปากลูกบอลเธอทำเข็มทิ่มนิ้วตัวเองร้องโอดโอย เธอขอมาทำต่อวันพรุ่งนี้
ได้หรือไม่ ลุงแบนแกล้งถามจะไปไหนหรือ เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า
“ใส่น้ำปรุงซะด้วย นึกว่าข้าจมูกบอดหรือไง”
บุญตายังไม่ทันตอบคำถาม จอมเดินเข้ามาเสียก่อน นิ่วหน้าแปลกใจทำไมเธอถึงยังไม่แต่งตัวอีก เธอรีบทำหน้าปรามเขาแต่ลุงแบนรู้ทันว่าเธออยากจะไปเที่ยวงานฉลองศาลเจ้าตัวซีดตัวสั่น ไล่ให้ไปแต่งตัวได้แล้ว จอมหยิบลูกบอลผ้ามาโยนเล่นถามว่าทำอะไร ลุงแบนเอาไว้หลอกให้คนมาดูตนขายยา
“ต้องน้ำหนักเป๊ะขนาดนี้เลยหรือ”
“จังหวะและเวลาที่บอลมันลอยอยู่ในอากาศแล้วตกลงมา...คนหยาบอย่างเอ็งไม่เข้าใจหรอก”
จอมหยิบลูกบอลสามลูกขึ้นมาโยนเล่น พลางถามว่ารับอย่างไรไม่ให้หล่น ลุงแบนท้วงว่าเขาถามคำถามผิด ไม่มีทางได้คำตอบที่ถูก ดังนั้นเขาควรจะถามว่าโยนอย่างไรไม่ให้หล่น ลุงแบนโยนลูกบอลสลับกันไปมาเหมือนที่พวกละครสัตว์เล่นโชว์ แถมโยนได้ดีไม่มีหล่นสักลูก บุญตาแต่งตัวเสร็จพอดีเข้ามายืนข้างๆจอม
“ถ้ามัวแต่ไปพะวงกับการรับ เราจะกลายเป็นคนตามเกม ลนลานแต่จะคอยรับ สุดท้ายก็พลาด แต่ถ้าเอ็งใส่ใจกับการโยน เอ็งจะกลายเป็นคนคุมเกม จงเป็น
คนโยนไม่ใช่คนรับ ฉะนั้นถามคำถามให้ถูก ในการต่อสู้คนที่จะชนะ คือคนที่คุมเกมเท่านั้น อยู่ที่ใครล่ะจะได้เป็นคนคุมเกม”
“ผมจะเป็นคนคุมเกมสักวันหนึ่ง” จอมว่าแล้วเดินออกไปกับบุญตา...
ที่ศาลเจ้าจัดงาน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ผู้การอัศวินให้ปลดอาวุธของทุกคนกองรวมไว้ด้านนอกศาลเจ้า ขณะที่สามเจ้าพ่อนั่งรอกินอาหารอยู่ข้างใน กระเพาะปลาแสนอร่อยถูกนำมาเสิร์ฟเป็นจานแรก ตามมาด้วยก๋วยเตี๋ยวหลอดควันกรุ่นโดยมีเต้ยใช้กรรไกรด้ามใหญ่แบบของคนจีนสำหรับตัดก๋วยเตี๋ยวหลอดให้เป็นคำๆติดมือมาด้วย ทุกคนจ้องไปที่กรรไกรคมกริบด้ามยาวในมือเขาอย่างไม่ไว้ใจนัก
เต้ยเดินถือกรรไกรกับซึ้งใส่ก๋วยเตี๋ยวหลอดยังมาไม่ทันจะถึงโต๊ะ เถ้าแก่บ้วนยกมือห้าม เสี่ยเฮงทักท้วงเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ชอบก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ้านี้ดังที่สุดในทรงวาดเลย
“เปล่า ลืมไป รู้ว่าจะมางานเลี้ยงเสี่ยเฮงก็เลยติดของโปรดมาฝากด้วย...เตี้ย ของฝากจากบางแสนล่ะ”
ครู่ต่อมา ปูทะเลนึ่งตัวใหญ่หลายสิบตัวถูกนำมาวางบนโต๊ะ แล้วก็มีค้อนสำหรับทุบปูด้ามใหญ่น่ากลัวทุบก้ามปูแตกกระจาย เตี้ยนั่นเองที่ถือค้อนลักษณะคล้ายอาวุธประดิษฐ์อยู่ตรงข้ามกับเต้ยที่ถือกรรไกร ต่างยืนข้างเจ้านายของตัวเองราวกับผู้พิทักษ์ เสี่ยเฮงเห็นค้อนในมือเตี้ยก็เริ่มเป็นกังวล เตี้ยกับเต้ยต่างถืออาวุธในมือคุมเชิงกันอยู่ ผู้การอัศวินก้มหน้าก้มตากินอาหารไม่สนใจ
ระหว่างนั้นจ่าจ้อยเข้ามากระซิบบางอย่างกับผู้การซึ่งพยักหน้าหงึกๆก่อนจะลุกขึ้นขอตัวกลับก่อน เถ้าแก่บ้วนถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม ผู้การส่ายหน้ายิ้มๆ ถ้าอยากจะช่วยก็ช่วยอย่ามีเรื่องกันก็พอ แล้วเดินออกไปกับจ่าจ้อย สัวกิม เถ้าแก่บ้วนและเสี่ยเฮงต่าง
ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา และเพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้าเจ้าพ่อคนอื่น สัวกิมหันไปทางตอง
“เรามีอะไรมาฝากเสี่ยเฮงเขามั่งไหมตอง”
“ชลไปยกมาเสิร์ฟอยู่ครับ” สิ้นเสียงตอง สิชลยกถาดอาหารใบใหญ่มีฝาปิดเข้ามา เตี้ยและเต้ยต่างกำอาวุธที่ทำเหมือนอุปกรณ์ครัวไว้ในมืออย่างเตรียมพร้อม สิชลเปิดฝาครอบถาดออกเผยให้เห็นเนื้อสเต๊กก้อนโต มีส้อมแหลมทั้งยาวและใหญ่กับมีดคมกริบเล่มใหญ่ราวกับดาบ...
สามเจ้าพ่อมัวแต่ระแวงกันเอง แต่คนป่วนงานกลับกลายเป็นบวร สั่งให้สมุนเอาขวดเบียร์ใส่น้ำมันหลายขวดเอาไปฟาดหัวสิงโตที่กำลังเชิดอย่างสนุกสนานอยู่หน้าศาลเจ้า หัวสิงโตเซไปบ้างแต่ยังคงทำการแสดงต่อไปโดยไม่รู้ว่าขนฟูๆของมันชุ่มไปด้วยน้ำมัน
อีกมุมหนึ่งภายในศาลเจ้า สิชลจัดแจงเอาส้อมปักชิ้นเนื้อย่างแล้วใช้มีดคมกริบแล่เนื้อแจกให้สามเจ้าพ่อที่ต่างมองอีกฝ่ายสลับกันไปมาอย่างหวาดระแวง แต่แล้วมีเสียงคนเอะอะโวยวายดังอยู่ด้านนอก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง
เจ้าพ่อทั้งสามก๊กมองหน้ากันเป็นทำนองว่าฝีมือใคร ทุกคนปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น จากนั้นพากันออกมาดูที่หน้าศาลเจ้า โดยที่เหล่าสมุนต่างถืออุปกรณ์ป้องกันตัวมาคอยคุ้มกันเจ้านายของตน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ทำเอาทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นหัวสิงโตฟูฟ่องไฟลุกท่วม คนที่เชิดหัวสิงโตยังคงเชิดเข้าหาเจ้าพ่อทั้งสามก๊กอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ พลางส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดอยู่ภายใต้ชุดนั้น
“เกินไปแล้วนะ เอามัน” เสี่ยเฮงมองสัวกิมและเถ้าแก่บ้วนอย่างเอาเรื่อง
สิ้นเสียงเจ้านายเต้ยใช้กรรไกรจ้วงแทงเถ้าแก่บ้วน เตี้ยยกค้อนกันเจ้านายไว้ทำให้เต้ยเสียหลักเซเข้าหาสัวกิม จึงเปลี่ยนเป้าหมายจะเอากรรไกรแทงเขาแทนสิชลไหวตัวทันเอามีดหั่นสเต๊กรับกรรไกรไว้ แล้วโยนส้อมแหลมด้ามยาวให้ตองไปสู้กับเตี้ย ขณะเดียวกันทั้งหมดต้องคอยหลบหลีกแสงเพลิงจากหัวสิงโตไปด้วย จอมเห็นสิงโตไฟลุกโชนเซเข้าหาบุญตา เขากระโดดถีบหัวสิงโตกระเด็นพ้นทางช่วยเธอไว้ได้ทัน
ooooooo
สิงโตไฟล้มกลิ้ง หัวสิงโตไปทาง ตัวไปอีกทางหนึ่ง สมุนของเสี่ยเฮงรีบเอากระสอบคลุมร่างที่ติดไฟของคนเชิดไว้แล้วชี้ไปที่จอมสั่งให้เล่นงาน ลูกน้องพวกเชิดสิงโตฮือเข้าหาทันที เขารีบดึงมือบุญตาวิ่งหนีมาเจอกับบวรและพวกที่หน้าโรงงิ้วซึ่งทำการแสดงอยู่ สมุนของเสี่ยเฮงและพวกเชิดสิงโตตามมาทัน

สองฝ่ายเปิดฉากบู๊ใส่กัน จอมไล่เตะไล่ตีอีกฝ่ายเข้าไปในโรงงิ้ว แล้วคว้าทวนจากมือนักแสดงงิ้วมาต่อสู้ โดยมีบุญตาคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง ส่วนด้านล่างเวทีบวรกับพวกกำลังจัดการกับศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งอยู่
อีกมุมหนึ่งหน้าศาลเจ้า สามก๊กกำลังตีกันมั่ว ตองถูกซัดเซเสียหลักมาทางสัวกิมซึ่งละล่ำละลักว่าแผนการของเราไม่ใช่อย่างนี้นี่ เขาพยักหน้า เล็กๆแบบนี้เราไม่ทำ ที่เราวางแผนไว้คือระเบิดโรงงิ้ว...
จอมเอาตัวบังบุญตาที่กำลังจะโดนทำร้ายจนตัวเองกระเด็นไปข้างเวที เห็นชายลึกลับคนหนึ่งกำลังเอาไฟจี้ไปที่ดินประสิวซึ่งโรยเป็นทางยาวไปหาถังใส่ระเบิดใต้โรงงิ้ว เขาหันไปจะเตือนบุญตา แต่เห็นพรพรรณวิ่งหน้าตื่นมาทางถังระเบิดเสียก่อน จอมตัดสินใจพุ่งไปรวบตัวเธอไว้ทัน ก่อนที่จะเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไฟลุกท่วมโรงงิ้ว ผู้คนพากันแตกตื่นหนีตายโกลาหล คานโรงงิ้วติดไฟล้มใส่บุญตาที่ยังยืนตะลึง
โชคดีที่บวรอยู่แถวนั้นดึงบุญตาหลบได้ทัน เธอเหลือบมองไปทางจอมเห็นกอดปกป้องพรพรรณอยู่ก็น้ำตาคลอเบ้าที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในสายตาเขา เสียงระเบิดทำให้พวกเจ้าพ่อทั้งสามก๊กที่กำลังต่อยตีกันอยู่ชะงัก อึดใจ ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ แยกกลุ่มเจ้าพ่อออกจากกัน แล้วพาไปที่โรงพัก ท่านอัศวินซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วถึงกับบ่นอุบ แค่คล้อยหลังแป๊บเดียวทั้งสามเจ้าพ่อก็เล่นงานกันแล้ว อย่างนี้ตนจะเอาหน้าไปไว้ไหน
“จะให้ผมแถลงการณ์กับหนังสือพิมพ์ยังไง บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปงั้นหรือ เถ้าแก่ครับ เสี่ย เจ้าสัว”
“ผมไม่ใช่คนเริ่ม ผมเป็นฝ่ายเสียหายนะ ท่านอัศวินต้องจัดการให้ผม” เสี่ยเฮงโวย ท่านอัศวินมองเถ้าแก่บ้วนกับสัวกิมซึ่งต่างปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่รู้เรื่อง ท่านอัศวินไม่กล้าโยนความผิดให้สามเจ้าพ่อก็เลยโยนบาปให้จ่าจ้อยแทน ถ้าไม่ดึงตนออกมาพวกนี้คงไม่ใช้กำลังรุนแรง เสี่ยเฮงไม่ต้องการให้ทางการมายุ่งจึงจะขอเคลียร์กันเอง ท่านอัศวินยอมให้จัดการกันเองแต่มีข้อแม้ห้ามใช้ความรุนแรง ทั้งสามคนรับปาก
“งั้นก็ดี ถ้าไม่มีอะไรก็แยกย้ายไปตกลงกันเองนะ”
จ่าจ้อยโวยวายปล่อยไปง่ายๆแบบนี้หรือ มีคนบาดเจ็บ มีเหตุรุนแรงจะไม่มีผู้ต้องหาเลยหรือ ท่านอัศวินให้เขาไปลงบันทึกประจำวันว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทคดีมโนสาเร่ จ่าจ้อยไม่กล้าหือจำต้องปฏิบัติตามคำสั่ง
ooooooo
ลุงแบนเหนื่อยใจที่เห็นจอมมีแต่เรื่องไม่เว้นแต่ละวัน แถมพลอยทำให้บุญตากับพรพรรณหวิดถูกระเบิดตาย ระหว่างนั้นเฉียดเดินนำหน้าจำปาเข้ามา ทุกคนแปลกใจออกจากห้องขังมาได้อย่างไร จำปาอ้างได้เงินจากถูกลอตเตอรี่ก็เลยเอามาประกันตัวเขา
ลุงแบนมองทุกคนด้วยความเป็นห่วง
“พวกเอ็งอย่าก่อเรื่องนักเลยว่ะ ถ้าคบกันแล้วแย่ก็แยกกันอยู่ซะดีไหมเผื่อชีวิตจะมีอนาคตขึ้นมาบ้าง”
บุญตาสวนทันทีว่าไม่เอา เฉียดกระเซ้ากลัวจะไม่ได้เจอจอมหรือ พรพรรณกับจอมมองหน้ากันแล้วพากันมองบุญตาซึ่งรีบกลบเกลื่อนว่าไม่ได้สนใจเขาขนาดนั้น...
ด้วยความเป็นห่วงที่เห็นจอมกับเพื่อนมีเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ลุงแบนจึงพาไปฝึกมวยที่ลานวัดเอาไว้ป้องกันตัว กลับมีแต่จอมที่ขยันฝึกฝน ส่วนเฉียดเอาแต่นอนเปลญวนอย่างสบายอารมณ์ ส่วนบวรนั้นลุงแบนไม่ค่อยให้ความสำคัญนักเนื่องจากเป็นลูกของเถ้าแก่บ้วน ครั้นเห็นเฉียดไม่ขยับ แถมยังดูแคลนจะต้องฝึกไปทำไม มีเรื่องเมื่อไหร่ก็แค่เหวี่ยงๆหมัดไปเดี๋ยวก็ดีเอง ลุงแบนแกล้งดึงหมอนจากหัวเขาจนตกเปล
เฉียดจะแย่งคืนแต่ลุงแบนเอาหมอนปัดป้องคล้ายกับจะใช้มันต่างที่ล่อเป้าเท่ากับเป็นการสอนเชิงมวยไปในตัวโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่อง จอมคอยสังเกตจึงรู้ว่าเป็นเจตนาดีของท่านจึงจำทุกกระบวนท่าเอาไว้ ขณะที่บวรไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย กว่าเฉียดจะรู้ตัวว่าลุงแบนถ่ายทอดวิชาให้ก็เป็นตอนที่อยู่กับจอมเพียงลำพังแล้วฝ่ายหลังแกล้งจู่โจมด้วยกำปั้น เขากลับหลบหลีกหมัดของเพื่อนรักได้ ท่วงท่าเหมือนที่ลุงแบนทำไม่มีผิดเพี้ยน...
ตกค่ำท่านอัศวินแวะมาที่ซ่องของกานดา กลับต้องหงุดหงิดเมื่อจำปาหรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกขานกันในหมู่ลูกค้าของซ่องว่ากระดังงากำลังขึ้นห้องอยู่กับลูกค้าอีกคนหนึ่ง ท่านรอไปบ่นไป
“สั่งแล้วไง วันไหนกระดังงามาทำงานให้คนไปส่งข่าวบอกด้วย”
กานดาให้คนนั่งรถไปบอกที่โรงพักเมื่อวานเห็นว่าจ่าจ้อยไปตามให้แล้วก็เห็นท่านเงียบหายไปไม่มา ท่านอัศวินจะมาได้อย่างไรมีระเบิดโรงงิ้วศาลเจ้าก็เลยต้องไปหย่าศึกก่อน จังหวะนั้นพ่อเลี้ยงลงมาจากห้องของกระดังงา กานดารีบบอกกับท่านอัศวินว่าเด็กของท่านว่างแล้ว ท่านมองพ่อเลี้ยงอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องของกระดังงา
ooooooo
พรพรรณกับบุญตาหมดคาบเรียนกำลังจะไปโรงพัก เห็นจำปานั่งหน้าเศร้าอยู่ที่บ่อเลี้ยงปลาของโรงเรียน ก็เข้ามาทัก เธอถึงกับสะดุ้งโหยง บุญตาเห็นซองจดหมายในมือถามว่าที่บ้านโทรเลขมาหรือ จำปาพยักหน้า
“เรื่องเดิม...สตางค์ นาแล้ง น้องป่วย ควายตาย สารพัดสารพันปัญหา”
บุญตาชมจำปาว่าเก่งมาก ทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนแล้วยังเหลือเงินช่วยที่บ้านได้อีก อยากทำงานได้อย่างเธอทำบ้าง จำปาหน้าเศร้าลงไปอีก ถ้าเลือกได้ก็อยากมีพ่อแม่ส่งเรียนเหมือนคนอื่น นี่เดี๋ยวก็ต้องไปไปรษณีย์ส่งธนาณัติให้ที่บ้าน บุญตากับพรพรรณจะต้องไปโรงพักไปให้ปากคำกับตำรวจต้องผ่านไปรษณีย์พอดีจึงลากจำปาไปด้วยกัน...
ทั้งสามก๊กได้รับเทียบเชิญให้ไปเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น เต้ยกับปอมไม่แนะนำให้เจ้านายไป เราโดนขนาดนี้ไม่มีอะไรจะคุยกันอีกแล้ว เสี่ยเฮงไม่อยากให้ตำรวจมายุ่ง ถ้าเราไม่คุยกันเองต้องเข้าทางท่านอัศวินแน่นอน
“มีคนเห็นว่าลูกเถ้าแก่บ้วนเผาสิงโตก่อน” ปอมรายงาน
เสี่ยเฮงไม่เชื่อว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างบวรจะมีปัญญาระเบิดโรงงิ้ว ต้องเป็นฝีมือสัวกิมแน่นอนแต่ตนยังไม่มีหลักฐาน ที่สำคัญตนไม่เชื่อว่าเถ้าแก่บ้วนจะไปร่วมมือกับสัวกิม...
เป็นอย่างที่เสี่ยเฮงคาดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เถ้าแก่บ้วนไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่บวรไปป่วนงานฉลอง เล่นงานเขายกใหญ่แถมยังคาดโทษอีกด้วย สร้างความไม่พอใจให้บวรอย่างมาก...
จอมรู้เรื่องการนัดคุยกันของสามก๊กจากบวรก็แปลกใจมากว่าใครเป็นคนส่งเทียบเชิญ ในเมื่อเตี่ยของบวรก็ได้รับเทียบเชิญ ส่วนเสี่ยเฮงเพิ่งโดนถล่มไปคงไม่อยากคุยแน่ มีแต่อยากใช้กำลังล้างแค้น ขณะที่สัวกิมเพิ่งซัดก๊กอื่นไปหยกๆจะออกหน้าทำไมให้โดนตอกกลับ จอมอยากไปดูการนัดคุยครั้งนี้ว่ามีเบื้องหลังอะไรแน่...
สิ้นเดือนแล้ว ท่านอัศวินมีซองขาวแจกให้ลูกน้องทั้งโรงพักรวมทั้งจ่าจ้อยที่เพิ่งย้ายมา คนอื่นรับซองกันหน้าชื่น แต่จ่าจ้อยปฏิเสธการรับเงิน ทำให้ท่านไม่ค่อยจะชอบใจนัก
อีกมุมหนึ่งหน้าโรงพัก จำปาเริ่มอึกอักไม่อยากตามเพื่อนๆเข้าไปกลัวจะเจอท่านอัศวิน จะขอแยกกันตรงนี้เลย บุญตาขอร้องให้ไปด้วยกันก่อน สอบปากคำไม่นานก็เสร็จ แล้วค่อยแวะไปไปรษณีย์ด้วยกัน จำปาพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ไม่เป็นผล พรพรรณกับบุญตาลากเธอขึ้นโรงพักจนได้ นับเป็นโชคดีของจำปาที่ท่านอัศวินออกจากห้องจะไปทำธุระข้างนอกเห็นเธอแค่ด้านหลังแถมยังอยู่ในชุดนักเรียนก็เลยจำไม่ได้...
ไม่ได้มีแค่พรพรรณกับบุญตาเท่านั้นที่ถูกจ่าจ้อยเรียกมาสอบปากคำ จอมกับบวรก็โดนด้วย ส่วนเฉียดไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงรออยู่ข้างนอกห้องสอบสวน จำปากลัวท่านอัศวินจะกลับมาเจอ ชวนเฉียดไปส่งธนาณัติ เป็นเพื่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน ระหว่างเดินลงบันไดโรงพัก ท่านอัศวินเดินสวนขึ้นมา โชคดีเป็นครั้งที่สองของเธอที่มีตำรวจเข้ามารายงานท่านเสียก่อน
“สักครู่นี้คุณกานดาแจ้งมาว่าวันนี้กระดังงาไม่มาทำงานครับ”
ท่านอัศวินมัวแต่สนใจสิ่งที่ลูกน้องรายงานก็เลยไม่เห็นจำปาที่กลั้นใจเดินผ่านไป...
หลังกินมื้อค่ำเสร็จ บวรพาบุญตาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งบ้าน ส่วนจอมไปส่งพรพรรณที่บ้านเพียงลำพัง และเป็นครั้งแรกที่เธอแสดงท่าทีชัดแจ้งว่ายอมให้จอมคบหาด้วย ทำให้เขาดีใจมาก
ooooooo
วันรุ่งขึ้นจ่าจ้อยทำทีมาตัดผมที่ร้านของเจิมเพื่อหาโอกาสคุยกับจอม แต่เขาง่วนอยู่กับการซ่อมวิทยุให้แม่ก็เลยไม่ได้คุยอะไร จอมซ่อมวิทยุเสร็จเป็นจังหวะเดียวกับจ่าจ้อยตัดผมเสร็จพอดี เจิมมองลูกชายอย่างดูแคลนคิดว่าคงไม่มีปัญญาซ่อมวิทยุ จอมไม่สนใจตะโกนบอกแม่ว่าจะออกไปข้างนอกก่อน แล้วผละจากไป
จ่าจ้อยจ่ายเงินค่าตัดผมเสร็จรีบเดินตาม แจ่มออกมาจากข้างในมาบิดปุ่มวิทยุ มันติดอย่างง่ายดาย เจิมมองวิทยุที่แจ่มกำลังหมุนหาคลื่นฟังเพลงก็รู้สึกผิดที่ปรามาสลูก ด้านจอมเดินยังไม่พ้นปากซอยบ้าน จ่าจ้อยเร่งฝีเท้าตามจนทัน จะขอสอบถามว่าบวรได้บอกอะไรเขาเกี่ยวกับเรื่องเถ้าแก่บ้วนบ้างไหม
“อันนี้ไม่เกี่ยวกับคดีแล้ว ผมไม่ขายเพื่อนรู้ไว้ด้วย”
ระหว่างนั้นบวรขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีเฉียดซ้อนท้ายเข้ามาจอดใกล้ๆชวนจอมไปด้วยกัน จ่าจ้อยได้แต่มองสามหนุ่มที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์จนลับสายตา จอมซ้อนท้ายมาได้สักพัก ตะโกนถามเฉียดว่าจะไปไหน
“ไม่รู้ มันไม่ยอมบอก”
“โลกที่แกอยากเห็นไง” บวรตะโกนตอบ เฉียดเหลียวมองจอมสีหน้าไม่เข้าใจเหมือนกัน
ooooooo
บวรพาจอมกับเฉียดมาที่โกดังเก็บพัสดุซึ่งเป็นสถานที่นัดเจรจา เจ้าพ่อทั้งสามคน เสี่ยเฮง เถ้าแก่บ้วนและสัวกิมต่างแยกกันยืนคนละด้านของโกดังโดยมีสมุนมือขวายืนประกบราวกับไข่ในหิน บรรดาสมุนหางแถวต่างมีอาวุธครบมือไม่มีใครยอมให้ปลดอาวุธอีกแล้วกลัวจะเหมือนครั้งก่อน

สามหนุ่มช่างกลซุ่มดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบกริบ มองไปยังก๊กทั้งสามที่พร้อมจะห้ำหั่นกัน สักพักเจ้าพ่อทั้งสามคนเข้ามายืนตรงกลางวงล้อม เถ้าแก่บ้วนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบจะเอาอย่างไรก็ว่ามา

ตอนที่ 2

“กระสุนนัดแรกเราเป็นคนเปิดสินะ...คนของใคร”

“ผมหลงเข้ามาซุ่มดูเฉยๆ”

ตอนที่ 3

แม้หัวแถวจะเปิดแน่บกันไปหมดแล้วแต่เหล่าสมุนของแต่ละก๊กยังตะลุมบอนกันมั่วไปหมดไม่รู้ก๊กไหนเป็นก๊กไหนแค่ระวังอย่าตีกันเองเป็นพอ ไล่ตีไล่ต่อยจนมาเจอกันที่ลานหน้าชิงช้าสวรรค์ เฉียด เต้ย นัทต่อยตีกับเตี้ยและปอมมาจากด้านหนึ่ง ขณะที่ตอง โหน่งกับลุงแบนซัดกันนัวเซถลาเข้าไปที่ลานแห่งนี้เช่นกัน จอมลากสังขารมาเห็นเฉียดกับลุงแบนหันหลังชนกันต่อสู้กับสมุนสามก๊กอยู่กลางลานก็เข้าไปหา เฉียดต่อว่าบอกแล้วไม่ใช่หรือให้กลับไปก่อน จอมอ้างว่ารถหมด ลุงแบนส่ายหน้าระอาใจ

“ยังไงดี ใครพวกใคร”

ตอนที่ 4

เฉียดพาจำปามาที่ร้านทองที่มีทองรูปพรรณให้เลือกละลานตา เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักถามเขาว่ามีเงินหรือถึงได้พามาที่นี่ เขาจะได้งานพิเศษทำแล้ว อีกไม่นานคงซื้อให้เธอได้ แต่ขอให้เลือกแบบไว้ก่อน จำปาไม่อยากได้ ไม่อยากให้ต้องลำบากหาเงินมาซื้อให้ ชวนเขากลับ เฉียดยื้อไว้

“เอาน่า สมมติเฉยๆ อยากได้วงไหน”

เรื่องย่อละคร มือเหนือเมฆ

จอม เชื่อว่าถ้าเขาสามารถกลบเสียงปืนได้ด้วยเสียงปืนในมือที่ดังกว่า ความสงบจะเกิดขึ้นทันทีแต่ปัญหาอยู่ที่ปืนกระบอกอื่นๆอีกมาก ก็พร้อมจะกลบเสียงปืนของเขาเช่นกัน สุดท้ายก็อยู่ที่ว่า......มือใครจะเหนือกว่ากัน.....

ปีพุทธศักราช 2499 จอม (ออฟ ชนะพล) เฉียด (น้ำ รพีภัทร) บวร (ธัญญ์ ธนากร) กำลังใกล้จะจบจากเทคนิคช่างกล แต่บังเอิญว่าทั้งสามดันไปแอบดูการทำข้อตกลงของสามก๊กใหญ่ในพระนครยุคนั้น อันมีแก๊งค์ของ สัว (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) บ้วน (สุรวุฑ ไหมกัน) เฮง (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) การตกลงในครั้งนั้นไม่เป็นผล ขณะที่สามแก๊งค์เข้าต่อยตีถล่มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย บวรหนีรอดไปกับบ้วนผู้เป็นพ่อ ส่วนจอม กับเฉียดถูกจับสอบสวนโดยสัว เหตุการณ์ในครั้งนั้น สัวประทับใจกับการมีใจเป็นนักเลงของจอม ทำให้สัวยอมปล่อยจอมกับเฉียดไป บอกว่าถ้าจอมออกจากโรงเรียนให้มาทำงานกับตน

จอม เฉียด บวร ใช้ชีวิตนักเรียนหัวไม้ จอมสนิทกับ ลุงแบน (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) คนขายยาปาหี่ข้างถนน กับ บุญตา (เพลง กวิตา รอดเกิด) หลานสาว บุญตาแอบชอบจอม แต่จอมไม่สนใจเพราะชอบอยู่กับ พรพรรณ (ณัฐชา นวลแจ่ม) นักเรียนพานิชย์ปีสุดท้าย ผู้หลงใหลอยู่กับแสงสีและชื่อเสียงเงินทอง พรพรรณไม่สนใจจอมนัก เพราะจอมมีฐานะไม่ค่อยดี เธอกลับไปสนใจบวรซึ่งเป็นลูกเถ้าแก่บ้วน

วันหนึ่งขณะที่ ลุงแบน กับ บุญตา กำลังเล่นปาหี่ขายยาอยู่ข้างถนน รถของสัวก็มายางแตกอยู่ไม่ไกลนัก ระหว่างรอเปลี่ยนยาง สัวก็มายืนดูปาหี่ลุงแบน สัวจำได้ว่าลุงแบนคือ เปี๊ยก ซัมมิท นักเลงรุ่นเก่าที่เคยมีคดีปล้นทองคำแท่งแล้วก็คดีก็เงียบหายไป พร้อมกับทองแท่งจำนวนหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าทองเหล่านั้นจมหายไปกับสายน้ำพร้อมกับ เวิ้ง นาครเกษม (กษาปณ์ จำปาดิบ) สหายร่วมปล้นของลุงแบนรึไม่

ปาหี่ถึงช่วงปล่อยงู เกิดอุบัติเหตุงูหลุดงูพิษพุ่งเข้าหาสัว แต่ว่าจอมช่วยจับงูเอาไว้ได้ เป็นอีกครั้งที่ สัว ชวนจอมไปทำงานด้วย ไม่มีใครรู้ว่างูที่หลุดเป็น เพราะความตั้งใจของลุงแบน เพราะมีเรื่องราวแต่หนหลังกันมากับสัว สัวมองลุงแบนอย่างดูถูก แล้วก็นั่งรถหรูของตนเองจากไป

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ดาราพาเหรดชวนดูละครสด ฟินกว่ากันมันส์กว่าเยอะ
9 เม.ย. 2563

08:01 น.