สมาชิก

ใต้เงาจันทร์

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: 'มาร์กี้' ฮอต! 2 เรื่องในล็อตเดียว! 'ใต้เงาจันทร์' พุธ-พฤหัส ประกบ 'เกรท'



คืนนี้พบูจำต้องให้ธราดลค้างคืนที่ห้องโดยมีเก็ทอยู่ด้วย เธอเอาชุดนอนมาให้ธราดลเปลี่ยนเขาเซ็งที่มันเป็นลายการ์ตูนแต่ก็เอ่ยปากขอมาอยู่ที่นี่ด้วย พบูปฏิเสธทันควัน

“ไม่ได้ อยู่บ้านดีๆทำไมไม่ชอบ”

“ก็เหมือนพี่นั่นแหละ อยู่บ้านดีๆทำไมไม่ชอบ” ธราดลย้อนแล้วพรั่งพรูความอัดอั้น “ก็บ้านมันน่าเบื่อ มีแต่คนชอบดูถูก ชอบเปรียบเทียบกับพี่โต ผมทำอะไรก็ผิดไปหมด ก็ไม่รู้จะอยู่ให้ขัดหูขัดตาทุกคนในบ้านทำไม...คอยดูนะ ผมจะเลวให้สุดไปเลย”

พบูถามจะทำเลวประชดตัวเองเพื่ออะไร ธราดลบ่นว่าตนทำดีก็ไม่มีใครเชื่อ ไม่ได้ขโมยก็ยังหาว่าทำ...พบูเข้ามานั่งข้างๆน้อง เล่าว่าเมื่อก่อนตนก็คิดแบบนี้และประชดชีวิตแบบนี้ แล้วตนก็รู้ว่าคิดผิดเพราะสุดท้ายสิ่งที่ตนประชด มันย้อนกลับมาทำลายตัวเราเอง ธราดลตั้งใจฟัง

“นายควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้คนที่เคยดูถูกนายอึ้งไปเลย เพราะยิ่งเราทำตัวแย่ มันก็ยิ่งเข้าทางคนที่เขาว่าเรา ถูกไหม”

ธราดลยอมรับว่าจริงแต่ทำท่ากวนว่าอยากทำ พบูถอนใจที่พูดมาตั้งนานไม่ได้ช่วยอะไร

เช้าวันต่อมา ศตายุมาลากธราดลให้กลับบ้าน โดยมีเก็ทคอยห้ามทัพ พบูได้ยินเสียงเอะอะเดินงัวเงียออกมาจากห้องในชุดนอน บ่นว่าเสียงดังไม่เกรงใจเจ้าของห้องบ้าง แต่พอขยี้ตามอง เห็นศตายุยืนอึ้งก็ตกใจ ธราดลกับเก็ทมองไปมาว่าเธอจะทำอย่างไร พบูนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในชุดนอนเกิดอายรีบวิ่งกลับเข้าห้องนอน

เมื่อพบูเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วแต่ยังมีอาการงัวเงียมาคุยกับศตายุ ว่าให้ธราดลพักอยู่กับตนไปก่อนจนกว่าเขาจะสบายใจกว่านี้ ศตายุถามว่าน้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พบูบอกว่าหลายเรื่อง เรื่องหลักคือคนในบ้านชอบเปรียบเทียบกับเขา ศตายุเห็นเป็นเรื่องเล็ก

“สำหรับคุณอาจจะเป็นเรื่องเล็ก เพราะคุณเป็นที่หนึ่งมาตลอด คุณเลยไม่รู้สึกอะไร...ฉันเข้าใจความรู้สึกดล เพราะฉันก็เคยโดนคุณพ่อพูดเปรียบเทียบฉันกับน้องบ่อยๆเหมือนกัน บางทีคำพูดธรรมดาของพ่อแม่ แต่มันทำให้ลูกเจ็บจี๊ด”

ศตายุนึกถึงตัวเองกับพ่อ “นั่นสิ ท่านอาจไม่ได้ตั้งใจพูด แต่คนเป็นลูกก็อดคิดตามไม่ได้ แล้วผมต้องทำยังไงกับดล คุณเคยเป็นแบบดลมาก่อนน่าจะรู้ใช่ไหม”

พบูตอบว่าง่ายมาก ข้อแรกให้เลิกเปรียบเทียบธราดลกับพี่น้อง คนข้างบ้านหรือหมูหมากาไก่ ข้อสองเลิกขุดคุ้ยความผิดเก่าๆมาดุซ้ำซาก ข้อสามอวยหัดชมบ้าง อยากให้เขาทำอะไรก็พูดดีๆด้วยความเข้าใจ พบูแกล้งตบไหล่ศตายุเบาๆ “ลองไปทำดูแล้วชีวิตคู่คุณกับดลอาจจะดีขึ้น”

ศตายุขำแต่ก็เอ่ยปากฝากธราดลด้วย พบูบอกไม่มีปัญหาตนจะคุยให้ แค่เขาจ่ายเซอร์วิสชาร์จให้งามๆก็พอ ศตายุถลึงตามองขำๆ

ooooooo

ด้านเจมี่ถามบุรีทำคะแนนกับพบูไปถึงไหนแล้ว เขาส่ายหน้าเพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง พบูก็ถูกแม่ขอให้พักที่ห้องเดิม และงานที่ร้านก็กำลังจะเสร็จ ตนคงไม่ค่อยได้ไปที่ร้านบ่อยอีก เจมี่เครียดเพราะตัวเองก็เจอกับศตายุยากขึ้น ไม่รู้จะทำคะแนนกับเขาได้อย่างไร

พอมาร้าน บุรีพยายามถามพบูว่ามีอะไรเพิ่มเติมให้ออกแบบใหม่บ้างไหม เธอกวาดตามองไปรอบร้านแล้วบอกว่าทุกอย่างเพอร์เฟกต์มาก บุรีขอให้เช็กอีกทีจนพบูต้องย้ำว่า ทั้งตน เก็ทและไมเคิลตรวจละเอียดแล้ว ไม่มีอะไรต้องแก้ไข ให้เขากลับไปทำงานประจำได้แล้ว บุรีหน้าเสียหันมาถามว่าเธอจะย้ายไปคอนโดพนักงานเมื่อไหร่ เธอตอบว่าเร็วๆนี้ บุรียิ้มมีความหวัง

พบูเลี่ยงมาคุยกับไมเคิลและเก็ท “นึกไม่ถึงว่าร้านเราจะเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเนอะ”

“ใช่ หลังจากนี้เราต้องทำยังไงก็ได้ให้ร้านเป็นที่รู้จักมากที่สุด” ไมเคิลเปรย

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ แบมคิดแผนการโปรโมตร้านไว้ให้แล้ว” บูรณาเข้ามาตอบแทน

เวลาผ่านไป พบูกับเก็ทช่วยกันแจกใบปลิวแนะนำร้านที่หน้าอาคารศศิวงศ์ ศตายุยืนมองยิ้มปลื้ม งามยิ่งกับเมฆพัดแอบมองด้วยความหมั่นไส้...บูรณาช่วยลงข่าวออนไลน์ เฟซบุ๊ก มธุรสช่วยเอาคูปองร้านไปแจกเพื่อนที่ร้านทำผม แล้วพบูก็เอาบัตรเชิญงานเปิดร้านมาให้มนูที่บ้าน

หลายวันผ่านไป พบูขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำร้านอาหารนี้จนสำเร็จ และกล่าวขอโทษไมเคิลกับเรื่องที่อเมริกา แม้จะช้าเกินไป ไมเคิลซึ้งใจ

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกตอนนั้นไอตั้งใจลาออกจากร้านอยู่แล้วยูทำให้ไอตัดสินใจง่ายขึ้น”

พบูโวยที่ไม่บอกทำให้ตนรู้สึกผิดมาตั้งนาน เก็ทสรุป “เรื่องอดีตผ่านไปแล้วอย่าไปสนใจเลย เอาเรื่องปัจจุบันดีกว่า หวังว่ายูทั้งสองจะไม่ทะเลาะกันจนร้านแตกแบบตอนนั้นอีก”

พบูรับปากแข็งขัน ไมเคิลยิ้มรับก่อนจะนึกได้ส่งรายการวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารพร้อมราคาให้เธอ พบูอ่านแล้วตาเหลือก ทำไมถึงแพงแบบนี้แล้วจะมีกำไรได้อย่างไร ไมเคิลเถียงว่าเราต้องใช้วัตถุดิบที่ดี ระบุไว้ในสัญญาแล้ว พบูโวยมันเว่อร์เกินไป เก็ทกับบูรณามองสองคนเถียงกันไปมา ถอนใจยังไม่ทันไรเลย แล้วจะไปกันรอดไหมเนี่ย

วันนี้ ศตายุพากิจจามาทานอาหารที่ร้านเป็นคนแรก พบูดูจะตื่นเต้นคุมงานทุกอย่างด้วยตัวเองจนบุรีแหย่ส่งผักชีให้ทำนองให้เอาไปโรยหน้า เธอค้อนขวับ เก็ทสงสัยทำไมถึงชวนกิจจามาวันนี้ พบูเห็นว่ากิจจาเป็นคนสำคัญ เป็นเจ้าของร้าน จึงอยากให้เขาได้เห็นร้านเป็นคนแรก

บุรีหาโอกาสแทรกถามเรื่องห้องตกลงจะย้ายไปไหม อ้างต๋อยจะได้ปล่อยให้คนอื่น พบูรีบขอให้เก็บไว้ก่อนตนกำลังหาทางบอกศตายุ เก็ทแทรกถามว่าเมื่อไหร่ เธอคิดว่าจะพูดวันนี้

พอดีกิจจา ศตายุและพิมพ์พรรณมาถึง พบูรีบเข้าไปต้อนรับ และพาเดินชมร้าน เธอบอกกิจจาว่า “คุณปู่เป็นคนสำคัญของร้านนี้ หนูเลยอยากให้คุณปู่เห็นร้านที่เสร็จแล้วเป็นคนแรกค่ะ”

ศตายุเสริมว่าร้านจะเปิดวันที่เก้า พบูเห็นว่าเป็นเลขมงคล กิจจายิ้มปลื้มและชมว่าร้านบรรยากาศอบอุ่นถูกใจ พบูยิ้มหน้าบาน

“ปู่ดีใจนะที่จะได้เห็นบ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของปู่ เป็นบ้านที่ปู่เคยมีความสุข ความทุกข์ มีความทรงจำดีๆกับคนที่ปู่รัก ปู่เลยไม่อยากทำลายมัน อยากเก็บมันไว้เป็นอนุสรณ์ความทรงจำของปู่”

“เพราะแบบนี้เอง คุณปู่ถึงเลือกจะเอาที่ตรงนี้มาทำร้านอาหารแทนที่จะสร้างคอนโด”

“ลูกหลานคนอื่นพยายามเอาที่ตรงนี้ไปสร้างคอนโด เพราะทำเลดีได้กำไรเยอะ มีแต่โตที่เข้าใจปู่ ช่วยทำความฝันของปู่ให้เป็นจริง” กิจจามองไปทางศตายุอย่างภูมิใจ

พิมพ์พรรณเข้ามาบอกว่าไมเคิลเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว กิจจาจึงเดินไป พบูรั้งศตายุไว้เพื่อจะคุยเรื่องย้ายห้อง แต่ก็มีโทรศัพท์มาขัดจังหวะเสียก่อน...พอบุรีรู้ก็ร้อนใจจะไปบอกศตายุให้เอง พบูรีบห้าม กิจจามองไปเห็นพบูกับบุรีท่าทางสนิทสนมกันจึงแย็บกับศตายุ

“ดูท่าโตจะเจอคู่แข่งน่ากลัวเข้าแล้วนะ”

พิมพ์พรรณยุเสริม “จริงค่ะ อีกฝ่ายทั้งหนุ่มกว่า ตลกกว่า ถ้าคุณโตมัวแต่ปากแข็งไม่รีบทำคะแนน ฟอร์มเยอะแบบนี้คงต้องระวังจะสู้เขาไม่ได้นะคะ”

ศตายุเสียเซลฟ์ถามแล้วจะให้ตนทำอย่างไร กิจจายิ้มๆ “เดี๋ยวปู่จะบอกให้...อันดับแรก ชวนเขาไปเที่ยว โตต้องไปสัมภาษณ์นิตยสารพอดีไม่ใช่เหรอ ก็ชวนเขาไปเลือกเสื้อผ้า แล้วถือโอกาสนี้ซื้อของเอาใจเขาไปเลย... อะไรกัน เรื่องแบบนี้ต้องให้คนแก่มาสอน”

ศตายุมองอย่างไม่คิดว่าปู่จะเชี่ยวชาญขนาดนี้ กิจจาย้ำอย่าให้เสียชื่อหลานปู่ พิมพ์พรรณเป็นกำลังใจให้ ศตายุหันไปสบตาพบูทำนองมีอะไรอยากคุยด้วย...

หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสองออกมาคุยกันลำพังหน้าร้าน ต่างพยายามจะพูดเรื่องของตัวเอง พบูให้ศตายุพูดก่อน แต่แล้วเขาก็พูดไม่ออก เฉไฉไปว่าชวนไปดูต้นไม้ หลังร้าน พบูทำหน้างงๆเรื่องแค่นี้เอง พอศตายุให้พบูพูดเรื่องของเธอ พบูก็อึกอักพูดไม่ออกเช่นกัน

“ฉันจะย้าย...เอ่อ...ย้ายห้องครัว ฉันว่าจะย้ายตู้ออกมาจะได้โล่งๆค่ะ คุณจะว่าไหมคะ”

ศตายุพยักหน้าไม่ว่าอะไรแล้วหันไปทำหน้าหงุดหงิดตัวเองที่ไม่กล้าชวนเธอ...จากนั้นพบูกลับห้องพักอย่างเหนื่อยอ่อน เปิดประตูเข้ามาต้องผงะเมื่อเห็นธราดลพาเพื่อนๆเข้ามาเล่นเกม กินขนมทิ้งเกลื่อนห้องอย่างสนุกสนาน คุยกันเสียงดังไม่เกรงใจใคร เธอกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ ตะเบ็งเสียงไล่ทุกคนออกไปจากห้อง เพื่อนๆ ธราดลคว้ากระเป๋าวิ่งออกอย่างรวดเร็ว

“นายก็กลับไปด้วย” พบูชี้หน้าธราดล

เขาบ่นอุบแค่พาเพื่อนมาเที่ยวไม่เห็นต้องโมโหขนาดนี้ หาว่าเธอใจแคบ พบูไม่สนใจเข้าไปเก็บของเขาใส่กระเป๋าออกมากอง ธราดลเริ่มแหยงอ่อนลง ขอโทษต่อไปจะไม่พาเพื่อนมาอีก

“ถ้านายสบายใจเรื่องที่บ้านแล้วก็กลับไปได้

ถ้านายออกจากบ้านมานาน ระยะห่างมันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น... เรียกร้องความสนใจได้แต่อย่าเยอะ เคลียร์นะ” พบูพูดจริงจัง

ธราดลเศร้าลงหาว่าไม่มีใครต้องการตน พบูต้องอธิบายว่าไม่ใช่ไม่อยากให้อยู่ แต่ตนกำลังจะย้ายออก ห้องใหม่ก็แคบเท่ารูหนูอยู่ด้วยกันไม่ได้...พบูกอดคอให้กำลังใจ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น ให้ไอ้คนที่ดูถูกเราหงายเงิบไป ตนเชื่อว่าเขาทำได้
ธราดลคิดตาม รู้สึกดี ไม่เคยมีใครคุยกับตนดีๆให้เข้าใจแบบนี้มาก่อน

คืนนั้น ศตายุครุ่นคิดถึงคำพูดของกิจจาและพิมพ์พรรณที่ให้ตนชวนพบูออกไปเที่ยว ตัดสินใจหยิบมือถือพิมพ์ข้อความจะส่งหาเธอ แต่แล้วก็ลบทิ้งพิมพ์ใหม่อยู่หลายรอบ จนสุดท้ายเหลือข้อความด้วนๆสั้นๆ “คุณว่างไหม ไปซื้อของเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”

แล้วศตายุก็เห็นว่าพบูอ่านข้อความแล้วแต่ไม่มีคำตอบกลับมาเสียที เขาเริ่มท้อผิดหวัง พักใหญ่ก็มีการ์ตูนน่ารักๆส่งกลับมาจากพบู ทำท่าโอเค เขาดีใจมาก แต่วางฟอร์มไม่แสดงออก...ด้วยเหตุนี้ทำให้พบูตัดสินใจว่าจะบอกศตายุพรุ่งนี้เรื่องจะย้ายห้อง เธอโทรศัพท์ไปบอกบุรีให้มาช่วยขนของในวันพรุ่งนี้ด้วย บุรีดีใจมากอดแขวะไม่ได้ว่าไม่เสียดายห้องหรูๆหรือ

“ถ้าจะแขวะฉัน ก็แค่นี้นะ” พบูวางสายเคืองๆ

มธุรสมารับธราดลกลับบ้าน เธอถามลูกสาวว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะย้ายห้อง พบูขอร้องอย่าห้ามตนเลย มธุรสจึงย้ำให้บอกศตายุด้วยเขาคงเสียใจ พบูรับปากจะบอกวันพรุ่งนี้

ooooooo

รุ่งเช้า ศตายุลุกขึ้นเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปเที่ยวกับพบูท่าทางมีความสุข ส่วนพบูให้บุรีมาช่วยขนของไปไว้ที่คอนโดพนักงาน เขาแปลกใจที่เธอแต่งตัวสวยไม่เหมาะกับการขนย้าย เธอบอกนี่ชุดเก่าสุดที่มี ว่าจะใส่วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายก็จะทำผ้าขี้ริ้ว บุรีถอนใจกับความเว่อร์ของเธอ

พบูชี้ไปที่กองของแล้วบอกบุรีว่ามีแค่นี้ เขาตาโตบ่นว่า “คุณใช้คำว่าแค่เหรอ ผมจำได้ว่าคุณเพิ่งย้ายมาเองไม่ใช่เหรอ ทำไมของเยอะแบบนี้”

พบูว่านี่ขนกลับไปไว้บ้านส่วนหนึ่งแล้ว บุรีกลอกตาเซ็ง พบูเร่งให้รีบขนเพราะตนมีนัดกับศตายุ บุรีฮึดฮัดแล้วทำไมไม่ให้เขามาช่วยขน พอเธอบอกว่าศตายุยังไม่รู้ว่าย้าย ตั้งใจจะบอกวันนี้ตอนไปเที่ยวกัน บุรีเคืองอดถามไม่ได้ว่าจะไปไหนบ้าง พบูตอบไม่ได้คิด ว่าไปกินข้าวดูหนังช็อปปิ้ง บุรีเบ้หน้าอิจฉาเพราะเป็นกิจกรรมคนเป็นแฟนชัดๆ

พอถึงเวลาที่ศตายุมารับพบู เขายืนยิ้มปลื้มรอแล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นบุรีเดินยืดเย้ยตามเธอมา จึงทัก “ขยันจังเลยนะครับ ขนาดวันหยุดคุณยังวนเวียนอยู่แถวบริษัทเลย”

“พอดีผมเป็นคนรักงาน เป็นห่วงงานน่ะครับก็เลยแวะมาดูซะหน่อย”

ศตายุแขวะว่าใส่ใจงานขนาดนี้คงต้องพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเสียแล้ว ว่าแล้วก็เย้ย “ไปกันเถอะครับ เราต้องไปซื้อของกันหลายที่”

พบูกลัวบุรีจะทำเสียเรื่องจึงรีบดึงศตายุออกไป ไม่ทันไรเจมี่เดินเข้ามาทักบุรีว่ามาทำงานหรือ ตนมาเข้าฟิตเนส แต่พอเห็นหน้าเขาหงิกๆ ก็ถามเป็นอะไร ทำหน้าเป็นหมาหงอย เขาสวนไม่หงอยได้อย่างไร พบูไปเดตกับศตายุแล้ว เจมี่หน้าเสียไม่พอใจไปด้วย

ในห้างสรรพสินค้า พบูเดินเลือกเสื้อผ้าและเนกไทให้ศตายุ เอามาทาบบนตัวเขาทำให้เขาเขินทำอะไรไม่ถูก เพราะได้ใกล้ชิดเธอ...จากนั้น ศตายุก็ให้เธอเลือกของที่ตัวเธออยากได้ พบูเลือกยาทาเล็บโดยใช้เล็บของศตายุ ทดลองสี ตอนแรกเขาก็ยื้อไว้ ตอนหลังยื่นมือให้โดยดี พอเธอเลือกซื้อลิปสติกเขาก็รู้งานยื่นมือให้เทสต์สี

พบูยิ้มชอบใจ

เสร็จจากซื้อของ ศตายุพาพบูมาดูหนัง เขาต้องตะลึงเมื่อเห็นเธอซื้อป๊อปคอร์นถังใหญ่กับถ้วยน้ำลายการ์ตูน ทำนองจะทานหมดหรือ...หลังดูหนังจบทั้งสองแวะทานอาหาร พบูขอถ่ายรูปอาหารลงไอจีก่อนรับประทาน ศตายุมองขำๆ ก่อนจะเอ่ยว่าท่าทางเธอจะชอบหนังเรื่องนี้ เห็นหัวเราะตลอด เธอย้อนถามเขาไม่สนุกด้วยหรือ เขาตอบหน้านิ่งว่าสนุก

“แต่หน้าคุณดูเหมือนไม่สนุกเลยนะคะ ฉันว่าถ้านายบุรีมาด้วย เขาต้องชอบแน่ๆ”

“คุณคงไม่ได้คิดจะมาดูกับเขาอีกรอบหรอกนะครับ” ศตายุชักสีหน้านิดๆ

พบูตอบแบบไม่คิดอะไรว่าให้ดูอีกรอบก็ดูได้ แต่อาจไม่ตลกเท่ารอบแรก ศตายุสำทับว่าจริงแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย ยินดีด้วยที่เธอยับยั้งชั่งใจไม่ซื้อกระเป๋าเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน

“ก็ข่มกิเลสน่าดูค่ะ ถ้าเป็นบัตรเครดิตของพ่อฉันก็คงรูดแหลกไปแล้วเหมือนกัน” พบูพูดไปก็ถ่ายรูปอาหารบน โต๊ะไป รวมทั้งอาหารของศตายุก็โดนดึงมาถ่าย เขาจึงต้องรอ

ศตายุแกล้งถามปกติเวลาว่างเธอชอบทำอะไรนอกจากช็อปปิ้งแล้ว พบูตอบว่าหลายอย่าง ทำเล็บทำหน้า ทำสปาแต่ที่ชอบมากที่สุดก็เข้าฟิตเนส เขาแย้งว่าน่าจะชอบถ่ายรูปมากกว่า พบูชะงักรู้ว่าถ่ายนานไปหน่อย จึงยิ้มแหะๆ แล้วเลื่อนจานอาหารคืนให้เขา

ขณะเดียวกันบุรีกับเจมี่ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไร ได้แต่หงุดหงิดงุ่นง่านคิดแต่ภาพทั้งสองคนกำลังสนุกสนาน กัน เจมี่พยายามกดรีเฟรชไอจีของพบูรัวๆ จนเจอภาพที่อัพลง บุรีรีบยื่นหน้ามามองจนหัวชนกับเจมี่ เธอเหน็บไหนว่าไม่สนใจ บุรีรีบถามว่าทั้งสองกินข้าวกันที่ไหน เจมี่มองภาพจนนึกได้ว่าร้านอะไรจะตามไป แต่บุรีรั้งไว้บอกปล่อยให้ทั้งสองมีความสุขไปก่อน

“พี่โตของคุณมีความสุขอีกไม่นานหรอก เพราะเดี๋ยวคุณพบูก็จะบอกข่าวร้ายกับเขาแล้ว”

เจมี่งงในขณะที่บุรียิ้มสะใจ...เมื่อศตายุขับรถมาส่งพบูที่หน้าอาคารศศิวงศ์ เขาขอบคุณที่เธอช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ ท่าทางพบูอึกอักเหมือนมีอะไรอยากพูด เขาจึงถามมีอะไร พบูรวบรวมความกล้าบอกเขาว่าตนได้ย้ายออกจากห้องเขาแล้ว พร้อมส่งคีย์การ์ดคืนให้ ศตายุแปลกใจเพราะได้เอาเงินมัดจำคืนจากคอนโดพนักงานแล้ว

“ค่ะ แต่ฉันจัดการใหม่เรียบร้อยแล้ว ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกก่อน”

ความสุขทั้งวันของศตายุมลายหายไปทันที เขากล่าวนิ่งๆ ว่าไม่เป็นไร ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกตนได้ พบูขอบคุณอย่างจริงใจแล้วแย็บถาม เขาไม่คิดจะห้ามสักนิดหรือ ไม่รั้งให้ตนอยู่ต่อหรือ ทำไมผิดคาดแบบนี้ ศตายุส่ายหน้า

“พอผมยอมง่ายๆ คุณก็ไม่ชอบ หรือจะให้ผมไม่ยอม”

“ฉันอุตส่าห์เตรียมสคริปต์มาพูดเลยนะเนี่ย เขียนตั้งนานว่าถ้าคุณไม่ยอมฉันจะพูดยังไง”

ศตายุแกล้งบอกให้พูดมาตนจะฟัง พบูส่ายหน้าหมดอารมณ์ แต่ก็ขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับทุกอย่างที่เขาช่วยเหลือ เพราะถ้าเขาไม่ช่วยตนคงกลับไปอยู่บ้านทำตัวไร้สาระ ไม่ได้มีงานทำอย่างทุกวันนี้ ศตายุแซวอันนี้อยู่ในสคริปต์หรือ เธอทำหน้างอนใส่บอกว่าจากใจล้วนๆ

พอพบูเดินไป ศตายุก็ออกอาการเสียศูนย์ ขับรถไม่ถูก กระวนกระวายใจจนต้องโทร.ถามพิมพ์พรรณว่าที่พบูย้ายไปอยู่คอนโดพนักงาน ใช่ห้องบุรีหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่ใช่แต่เป็นห้องเพื่อนชื่อบุญฤทธิ์ที่ติดกับเขา ศตายุยิ่งตกใจร้อนรนมากกว่าเดิม คิดไปสะระตะว่าบุรีกับพบูช่วยกัน จัดห้องจนใกล้ชิด จับมือยิ้มหวานให้กัน จนแทบทนไม่ไหว

ooooooo

ในความเป็นจริง พบูคุยโทรศัพท์บ่นกับเก็ทว่าห้องเล็กกว่าห้องน้ำที่ห้องเก่าอีก รู้สึกเหมือนตัวเองตกจากสวรรค์ยังไงยังงั้น เก็ทขำบอกช่วยไม่ได้เพราะเธอเลือกเอง พบูยอมรับได้แต่ภาวนาขออย่าให้มีคนงัดเข้ามาขโมยของในห้องเลย

ไม่ทันไร เสียงบุรีดีดกีตาร์ร้องเพลงดังลั่นเข้ามาจนทำให้พบูรำคาญนอนไม่หลับ ทุบข้างฝาตะโกนบอกให้เงียบๆหน่อย เหมือนเป็นการยั่วยุให้บุรีเสียงดังมากขึ้น ต๋อยเตือนทำแบบนี้เรียกความสนใจจากสาวได้หรือ บุรีตอบว่าไม่ได้เรียกความสนใจแต่เรียกให้มาหา ขาดคำก็มีเสียงทุบประตูโครมๆ “นายลิงกัง...นายลิงกัง...”

บุรียิ้มพอใจที่เป็นตามแผนเดินมาเปิดประตูแล้วต้องผงะเมื่อเห็นพบูมาร์กหน้าทองคำทั้งหน้า สวมชุดนอนน่ารักๆ พบูโวยตกใจอะไร ผู้หญิงเวลาอยู่บ้านก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น แล้วบอกให้เขาเลิกทำเสียงดังหนวกหูเสียที บุรีขำๆ เปลี่ยนเรื่องมาถามว่าวันนี้ไปเที่ยวไหนกับศตายุมาบ้าง เธอตอบซื้อของดูหนัง แล้วหันหลังกลับห้อง บุรีกล่าวไล่หลังยินดีต้อนรับเพื่อนบ้าน เธอหุบยิ้ม

“ถ้ายินดีก็เลิกร้องเพลงซะนะ ขอบใจล่วงหน้า” ว่าแล้วก็เดินเชิดกลับห้อง บุรียิ้มแต้

ด้านมนู พอรู้จากบูรณาว่าพบูย้ายห้องไปพักข้างห้องบุรีก็บ่นอุบว่าผู้ชายคนนั้นไม่น่าไว้ใจเลย บูรณาจึงรับปากจะคอยจับตามองให้ การเกดได้ยินพ่อลูกคุยกันเข้ามาถาม มนูแถไปว่าให้ลูกสืบเรื่องพบูจากเพื่อน การเกดเอะใจแล้วลูกไปรู้จักเพื่อนพบูได้อย่างไร บูรณารีบบอกว่ารู้จักทางเฟซบุ๊ก การเกดมองอย่างไม่ไว้ใจ

เช้าวันใหม่ เจมี่โทร.ถามศตายุเรื่องพบูย้ายไปอยู่ห้องติดกับบุรี แล้วใส่ไฟว่าทั้งสองคงสนิทกันมาก ศตายุอ่อนใจเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงคอนโดของชัชชัยเป็นอย่างไรบ้าง

“เจมี่ก็ไม่ค่อยทราบหรอกค่ะ แต่ได้ยินคุณพ่อบอกว่าไอเดียดี แถมยังประหยัดด้วย คุณพ่อน่าจะได้กำไรจากโปรเจกต์นี้เยอะ มีอะไรรึเปล่าคะพี่โต”

ศตายุกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แต่ในใจกังวลรู้สึกถึงความผิดปกติของโครงการนี้ จึงให้พิมพ์พรรณเอาเอกสารทั้งหมดมาให้ดู เห็นว่าราคาประเมินไม่น่าถูกขนาดนี้ เธอรายงานเอกสารทั้งหมดได้จากเมฆพัดโดยตรง...จะตรวจสอบให้อีกที ศตายุขอบใจแล้วนึกได้ถามอายๆ

“แล้วเรื่องคุณพบูที่คุณแนะนำผมล่ะ คุณจัดการให้ผมรึยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณโตรอฟังผลได้เลยค่ะ” พิมพ์พรรณยิ้มเจ้าเล่ห์ส่วนศตายุตื่นเต้น

พบูทำงานง่วนอยู่ในร้าน บุรีมาป้วนเปี้ยนขอหลบนอน ให้เธอช่วยบอกเจ้านายว่าเขามาแก้งานที่ร้าน ระหว่างนั้นมีคนเอาดอกไม้มาส่งให้พร้อมการ์ด พบูรับไว้ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บุรีเหน็บเดี๋ยวนี้มีคนส่งดอกไม้ให้ด้วยหรือ เธออ้างว่าแค่ดอกไม้ขอบคุณ บุรียิ่งหมั่นไส้รู้ว่าเป็นใครจึงถามไม่คิดจะอ่านการ์ดหรือ พบูวางฟอร์มนิ่งตอบไม่เห็นอยากรู้แล้วขอตัวเอาของไปเก็บ

แต่พอหลบจากบุรีมาได้ พบูก็รีบเปิดการ์ดอ่านด้วยความตื่นเต้น “ดอกไม้ช่อนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณช่วยผมเลือกของเมื่อวาน หวังว่าคุณจะชอบนะ” อ่านแล้วก็อมยิ้มปลื้มปริ่ม

เก็ทเข้ามาแซวว่าศตายุส่งดอกไม้มาเพื่อจีบ พบูเขินแถไปเรื่องเก็ทกับบุรี เก็ทจึงบอกว่า “ฉันก็ไม่คิดจะห้ามความรู้สึกตัวเอง แต่ฉันก็ไม่คิดจะครอบครองเขาหรอก แล้วนี่เขาอยู่ไหนล่ะ”

พอพบูบอกว่าหลบไปนอนอยู่มุมหนึ่งในร้าน เก็ทก็ร้อนรนอยากไปหา...แล้วเขาก็ไปเจอบุรีแอบหลับอยู่ใต้เคาน์เตอร์ จึงจ้องมองยิ้มๆ ก่อนจะเอาผ้ามาห่มให้และวางน้ำไว้ให้ขวดหนึ่ง...พอบุรีตื่นขึ้นมา ก็เข้าใจว่าพบูเป็นคนทำ ถือขวดน้ำเข้ามาถามพบูซึ่งกำลังเช็กงานอยู่กับเก็ท พบูทำหน้างงหันไปสบตาเก็ทก็รู้ทันรับมุกว่าใช่ อ้างเห็นท่าทางเขาเหนื่อย บุรียิ่งปลื้ม

ooooooo

ในห้องทำงานงามยิ่ง เธอได้รับโทรศัพท์จากนักสืบว่าพบพยาบาลที่ทำคลอดศตายุ จึงรีบไปพบแล้วเอารูปภรรยาเจริญรุ่งให้ดู พยาบาลซึ่งแก่ชราลงมาก จำได้เพราะวันนั้นเจริญรุ่งเสียใจมากที่ภรรยาและลูกเสียชีวิต โทษเป็นความผิดของหมอ เธอสงสารเขามาก

ทั้งงามยิ่งและเมฆพัดตกใจถามย้ำว่าตายทั้งแม่และลูกหรือ...ทั้งสองกลับมาถามเจริญรุ่ง

“พวกแกเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ถึงฉันจะเกลียดไอ้โตแต่ไอ้โตมันก็เป็นลูกฉัน” เจริญรุ่งย้ำ

งามยิ่งไม่เชื่อหาว่าพี่ชายโกหก เจริญรุ่งย้อนถาม พวกเขาก็เห็นว่าตนเกลียดศตายุ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ตนต้องโกหกปกป้องมันด้วย งามยิ่งถามอีกแล้วทำไมต้องเกลียดลูกนักหนา

“จะเหตุผลอะไร พวกแกไม่ต้องรู้หรอก แต่ถ้าพวกแกไม่เชื่อ ก็ลองตรวจดีเอ็นเอดูก็ได้ เดี๋ยวฉันช่วย” เจริญรุ่งเสนอ

กิจจาโผล่มาถามคุยอะไรกัน งามยิ่งจะอ้าปากตอบ เมฆพัดแทรกตัดบทว่าคุยเรื่องบริษัท กิจจาพยักหน้ารับรู้แล้วบอกเจริญรุ่งว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เขาจึงเดินตามพ่อออกไป...งามยิ่งหันมาโวยเมฆพัดมาห้ามตนพูดทำไม เขาเตือนรอให้มีหลักฐานให้แน่ใจก่อนดีกว่า จะได้ไม่โดนพ่อด่าว่าใส่ร้ายหลานรัก งามยิ่งฮึดฮัดหงุดหงิด

กิจจาเรียกเจริญรุ่งมาถามถึงธราดล กลับมาบ้านแล้วทำไมหลบหน้าไม่มาให้เห็น เจริญรุ่งคิดว่าลูกคงน้อยใจที่ปู่หาว่าเป็นขโมย กิจจากล่าวกำลังหาหลักฐานคนที่สงสัยอยู่ เจริญรุ่งแปลกใจพ่อสงสัยใครกัน ห่างออกมาลูกตาลแอบฟังอย่างร้อนรน...ลูกตาลรีบมาเล่าให้เมฆพัดฟังว่า กิจจาคงเริ่มสงสัยตนแล้ว ตนจะทำอย่างไรดี เมฆพัดแนะให้เอาของที่ขโมยไปมาคืนตนก็พอ

หลังจากบุรีคิดว่าพบูเอาขวดน้ำมาวางให้ก็เก็บกลับมาที่ห้องและแปะกระดาษโน้ตไว้ว่า “ห้ามดื่ม... ของขวัญชิ้นแรก” เขาจุ๊บที่ขวดก่อนจะวางบนโต๊ะทำงานแล้วไปเข้าห้องน้ำ เผอิญต๋อยกลับมาหิวน้ำมากไม่ดูอะไรเลย คว้าน้ำขวดนั้นมาดื่ม บุรีออกจากห้องน้ำมาเห็นรีบเข้ากระชากกลับแล้วโวยวายไล่เตะเสียงดังลั่นห้องเก็ทนั่งเล่นอยู่ที่ห้องพบูสะดุ้ง เธอบอกเป็นเรื่องธรรมดาที่น่าเบื่อมาก เก็ทจึงถามตรงๆ

“แกไม่รู้จริงเหรอว่าคุณโตกับนายบุรีเขาชอบแกอยู่”

พบูสบตา “เอาจริงๆฉันก็รู้ตั้งนานแล้วแหละแสดงออกซะขนาดนั้น ฉันไม่ได้โง่นะ”

“ที่ผ่านมาแกล้งโง่ ตีเนียน ทำซึมว่างั้น” พบูยักไหล่ เก็ทฉุกคิด “คงไม่ได้เป็นเพราะฉันชอบบุรีใช่ไหม ถ้าเป็นเพราะฉันก็ขอให้แกเปลี่ยนความคิดซะเลยนะ ฉันดีใจที่คนที่เขาชอบเป็นแก คนที่ฉันชอบสองคนชอบกัน ฉันก็มีความสุข”

“พระเอกมากๆแต่ไม่เกี่ยวกับแกหรอก ฉันกลัวทำตัวไม่ถูกมากกว่า อีกอย่างฉันยังอยากตั้งใจทำงานพิสูจน์ตัวเองก่อน รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน เคลียร์ไหม”

เก็ทเหน็บว่าเป็นคำตอบซุปตาร์มาก แล้วถามจะเลือกใคร พบูปัดไม่จำเป็นต้องเลือก ตนยังมีโอกาสเลือกอีกเยอะ เก็ทแซวอยากเก็บไว้ทั้งสองคน...แล้วถามจริงๆว่ารู้สึกดีกับคนไหน พบูครุ่นคิดตอบไม่ถูก เก็ทเสียดายไม่มีโอกาสได้รู้

ooooooo

เช้าวันใหม่ เจริญรุ่งกับงามยิ่งย่องเข้าไปเก็บเส้นผมจากหวีของศตายุในห้อง งามยิ่งถามแล้วของเขา ล่ะ เจริญรุ่งบอกว่าเตรียมไว้ให้แล้ว ทั้งสองรีบออกจากห้องศตายุ

ที่บริษัท ศตายุมาขอดูเอกสารโครงการคอนโดของชัชชัยจากเมฆพัด แต่เมฆพัดย้อนว่าขอให้ตนเป็นคนดูแลโครงการนี้เอง เพราะเป็นงานแรกที่พ่อให้โอกาส ตนจะต้องพิสูจน์ฝีมือฉะนั้นไม่มีทางให้พลาดได้ เพราะถ้าโครงการพังตนก็พังด้วยเหมือนกัน

“ก็ดีครับ ผมอยากให้อารอบคอบกับการก่อสร้างให้ มาก เพราะคอนโดที่เราสร้างมันคือบ้านที่ลูกค้าฝากชีวิตไว้ เราต้องใส่ใจตั้งแต่วัสดุที่ใช้ บางทีการที่เราละเลยแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ มันอาจทำให้เกิดความสูญเสียตามมาก็ได้” ศตายุคาดว่าเมฆพัดจะคิดได้จากคำพูดตน

พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดร้าน ทำให้พบูเดินตรวจเช็กทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม น้ำแข็ง วัตถุดิบการทำอาหาร จนจอร์จแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เก็ทเข้ามาเตือนให้พักบ้างเกรงจะเป็นลมไปเสียก่อน แล้วถามโทร.บอกศตายุให้มาดูความเรียบร้อยหรือยัง เธอนึกได้รีบโทร.หา

ระหว่างนั้นศตายุกำลังคุยงานกับบุรี พอเห็นว่าพบูโทร.มาก็ได้โอกาสคุยเย้ยบุรี ทั้งที่รับคำจากพบูแล้วและเธอก็วางสายไปแล้ว เขาแกล้งพูดต่อ “แล้วเจอกันครับ...ผมจะรีบไปนะครับ”

บุรีเบ้ปากหมั่นไส้ ศตายุหันมาทำทีขอโทษที่ให้รอ บุรีปัดว่าไม่เป็นไร ร้านจะเปิดพรุ่งนี้พบูคงอยากคุยเรื่องงาน พิมพ์พรรณแอบขำท่าทีของสองหนุ่มก่อนจะแทรกให้กลับมาคุยงานต่อ

ศตายุกล่าว “ผมจะให้คุณไปดูโครงการคุณชัชชัย ต่อไปคุณต้องดีลงานกับคุณเมฆพัดโดยตรงได้เลยนะ... ฝากคุณช่วยดูงานนี้ด้วย อย่าให้คุณชัชชัยเขาผิดหวัง เขาอุตส่าห์เจาะจงเลือกคุณมารับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะ”

บุรีแปลกใจที่ชัชชัยเลือกตน ศตายุย้ำว่าใช่...บุรีกลับมาที่โต๊ะทำงาน เห็นเจมี่นั่งดูแบบวัสดุและคุยโทรศัพท์กับชัชชัยไปด้วย จึงเดาว่าเป็นฝีมือเจมี่ที่เสนอตนกับพ่อให้ทำงานนี้ เจมี่ยอมรับอ้างว่าอยากทำงานกับเขาสบายใจดี เพราะเธอก็ดูแลโครงการนี้ให้พ่อด้วย บุรียิ้มๆ

สายวันเดียวกัน แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดในห้องกิจจา แล้วพบแหวนกับนาฬิกาตกอยู่ซอกโซฟา จึงนำมาให้กิจจา เขาแปลกใจว่ามันหล่นตรงนั้นได้อย่างไร ลูกตาลทำทีเข้ามาเห็นแล้วแกล้งดีใจโล่งอก อ้างของในบ้านหาย ตนมาอยู่ใหม่ไม่สบายใจเลย กิจจารู้สึกผิดที่สงสัยเธอจึงชวนเธอออกไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปงานเปิดร้านด้วยกัน ลูกตาลทำเป็นอิดออดเกรงใจไม่รู้จะใส่ไปอวดใคร กิจจาหยอดก็ใส่อวดตน ลูกตาลยิ้มร่ารีบแต่งตัวไปกับเขา

เด็กในบ้านโทร.มารายงานงามยิ่งว่ากิจจาเจอแหวนกับนาฬิกาแล้ว จึงมาเล่าให้เมฆพัดฟัง เขานิ่งๆเพราะเป็นคนจัดฉากเอง เปลี่ยนเรื่องมาถามถึงผลตรวจดีเอ็นเอ งามยิ่งบอกอีกไม่กี่วันก็รู้

“แล้วพรุ่งนี้พี่งามจะไปร้านอาหารไหม”

“ก็คงต้องไป ไปยินดีกับไอ้โตมันหน่อย ที่เอาหน้ากับคุณพ่อได้อีกเรื่อง”

“ได้หน้าหรือหน้าแหก เดี๋ยวก็รู้” เมฆพัดยิ้มอย่างมีแผนร้าย งามยิ่งมองงงๆจะทำอะไรอีก

ooooooo

บ่ายวันนั้น พบูเอาผ้ากันเปื้อน หมวกและปากกาที่มีโลโก้ร้านพร้อมเข็มกลัดชื่อแจกทุกคนในร้าน จอร์จตื่นเต้นดีใจเพราะเป็นเครื่องแบบแรกในชีวิต ไมเคิลกับเก็ทชมว่าออกแบบได้เก๋ พบูบอกว่าเป็นฝีมือบุรีแต่ไอเดียตน...บูรณาแทรก

“พรุ่งนี้แบมอาจจะช่วยงานที่ร้านไม่ได้ เพราะคุณแม่มาด้วย แต่ถ้ายุ่งจริงๆ แบมจะแอบเข้ามาช่วยในครัวแทนค่ะ”

พบูย้ำให้ดูการเกดไว้ดีๆอย่าให้วุ่นวายหาเรื่องจนงานพังก็ถือว่าช่วยมากแล้ว บูรณายิ้มแห้งๆ ระหว่างคุยอยู่มีพนักงานขนของมาส่งให้พบู บอกว่าศตายุเป็นคนสั่ง มีทั้งอาหาร ขนม ไวน์และถุงของขวัญห้าถุงสำหรับทุกคน พนักงานกล่าวทิ้งท้าย

“คุณศตายุบอกว่าทุกคนคงเตรียมร้านจนเหนื่อยเลยเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงฉลองก่อนเปิดร้านมาให้ครับ บอกว่าเป็นกำลังใจให้ทุกคนโดยเฉพาะคุณพบูครับ”

พบูยิ้มรับอายๆ เก็ทแซวว่าศตายุออกตัวแรงจริงๆ เป็นลาภปากพวกตน บูรณาเสริม “นั่นสิคะ พี่เขยแบมใจดีจัง งี้แบมต้องเชียร์เต็มที่ซะแล้ว”

พบูถลึงตาปนเขิน ไมเคิลหัวเราะ...ขณะเดียวกันกิจจาโทร.หาศตายุ “วันนี้โตไปหาหนูพบูรึเปล่า...ดีๆ วันนี้ปู่ช่วยเราทำคะแนนไว้เยอะ ถ้าหนูพบูพูดอะไรโตก็เออออตามน้ำไปแล้วกันนะ”

ศตายุงงย้อนถามปู่ทำอะไรไว้ กิจจาบอกว่าไปถึงเขาก็จะรู้เอง ให้รีบไปที่ร้านเลย...ลูกตาลเห็นที่กิจจาทำหยั่งเชิงถาม ดูเขาอยากได้พบูเป็นหลานสะใภ้มาก เขายอมรับ “ใช่ อาอยากเห็นเจ้าโตมีความสุขน่ะ แต่เจ้าโตจีบใครเป็นซะที่ไหน ขนาดคนแก่อย่างเราเห็นแล้วยังหงุดหงิด”

ลูกตาลแซวว่าคาสโนว่าตัวพ่อเลยต้องจัดการให้ กิจจาแย้งตนแค่อาบน้ำร้อนมาก่อนเท่านั้น ว่าแล้วก็หัวเราะมีความสุข ลูกตาลปั้นหน้าหัวเราะไปด้วย

พอศตายุเดินเข้ามาในร้าน พบูก็ขอบคุณสำหรับของทั้งหมด ทุกคนกำลังจัดแจง ศตายุรู้ทันทีว่าที่ปู่บอกคืออะไร ทั้งบูรณา เก็ท ไมเคิลและจอร์จแซวกันใหญ่จนพบูเขินหน้าแดง ศตายุจึงเฉลยกับทุกคนว่ากิจจาเป็นคนส่งของทั้งหมดมา และเห็นหน้าพบูเป็นกังวลจึงปลอบใจ

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี คุณทำดีที่สุดแล้ว”

พบูรู้สึกสบายใจขึ้นมองหน้าเพื่อนอย่างมั่นใจ... ทุกคนฉลองความสำเร็จอย่างสนุกสนานจนได้เวลาแยกย้ายกลับไปพักผ่อน เก็ทย้ำกับพบูอย่านอนดึกจนตื่นสาย เธอค้อนขวับ

“ไม่เห็นคุณเอารถมางั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณนะครับ ...พอดีจะไปเอาของที่บริษัท” ศตายุอ้าง

“ถ้าคุณไม่บอกว่าไปเอาของ ฉันคงคิดว่าคุณหาเรื่องไปส่งฉันซะอีก แต่ขอบคุณนะคะฉันเอารถมาจอดอยู่ด้านนู้นค่ะ” พบูแหย่อย่างรู้ทัน

ศตายุเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ...หลังทุกคนกลับหมด ก็มีคนแอบเข้าไปทำลายข้าวของในร้าน

ooooooo

มธุรสกำลังคุยกับธราดลเรื่องให้ไปร่วมงานเปิดร้านวันพรุ่งนี้ และเตือนว่าควรไปคุยกับปู่และพี่ชายบ้าง เขาโวยทั้งสองคนควรมาคุยกับตนก่อนเพราะ เป็นคนผิดที่กล่าวหาตน มธุรสสอนว่าเราเป็นเด็กต้องเข้าไปหาผู้ใหญ่ก่อน ธราดลฮึดฮัดไม่เห็นด้วย เจริญรุ่งเดินเข้ามาให้ท้าย

“นั่นมันความคิดแบบเก่าๆ สมัยนี้ถ้าผู้ใหญ่ผิดก็ต้องว่าไปตามผิดสิ โทษเด็กอย่างเดียวได้ยังไง ใช่ไหมดล”

ธราดลชอบใจ มธุรสหน้าเสียตำหนิเจริญรุ่งสอนแบบนี้เด็กก็ไม่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ให้ท้ายลูกจนลูกไม่เชื่อฟังตน เจริญรุ่งมองอย่างโกรธๆ มธุรสจึงเลี่ยงไปไม่อยากทะเลาะด้วย...

ด้านพบู โทร.คุยกับมนู ถามการเกดจะมาด้วยไหม เขาตอบว่าต้องไปเพื่อจะได้เห็นความสำเร็จของลูก พบูบอกว่าอยากขอบคุณเธอที่ตนมีวันนี้ได้เพราะเธอ มนูเตือนให้รีบนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้ตาคล้ำไม่สวย พบูจึงรีบวางสาย

ไม่ทันไร จอร์จโทร.เข้ามาน้ำเสียงตื่นตระหนก พบูตกใจมาก บุรีซึ่งมักจะคอยเงี่ยหูฟังอยู่ รีบออกมารอหน้าห้อง... พบูเปลี่ยนเสื้อผ้าวิ่งออกมาเจอบุรีก็แปลกใจ เขาบอกจะขับรถไปให้ แต่เตือนขำๆว่าเธอลืมเอาโรลม้วนผมออก เธอรีบดึงออกอายๆ

ทุกคนมาถึงร้านกันหมด หน้าเครียดเมื่อเห็นว่าหม้อน้ำซุปที่เตรียมไว้หกราดพื้นครัว ตู้เย็นโดนถอดปลั๊กไฟ อาหารเหม็นบูด พบูเข่าอ่อนบุรีรีบประคอง ศตายุรีบเช็กจากกล้องวงจรปิดเห็นมีคนแต่งตัวมิดชิดไม่เห็นหน้าเป็นคนทำ พบูสติแตกที่ความตั้งใจของตนพังทลาย เก็ทปลอบให้เพื่อตั้งสติ ศตายุบอกให้เริ่มทำทุกอย่างใหม่ ตนจะออกไปซื้อของมาใหม่ ไมเคิลรีบปรุงน้ำซุป จอร์ทกับเก็ทจัดเก็บร้าน บุรีรีบขอไปช่วยศตายุกับพบูซื้อของ

บุรีได้หน้าอีกครั้งที่เขามาด้วย เพราะทั้งศตายุและพบูต่างเลือกซื้อของสดไม่เป็น เขาจึงแสดงฝีมือเลือกปลาสดๆ ผักสดๆ และเนื้อสัตว์อื่นๆ ศตายุจึงกลายเป็นคนถือของไปโดยปริยาย

กลับมาถึงร้าน ทุกคนช่วยกันล้างผัก หั่นผัก เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม กว่าจะเสร็จก็ใกล้สว่าง แทบหมดแรง ต่างแยกย้ายกลับไปพักผ่อน พบูภาวนาอย่าให้มีอุปสรรคอะไรอีกเลย

รุ่งเช้าพบูสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองตื่นสาย รีบตาลี ตาเหลือกอาบน้ำแต่งตัวสวยปิ๊ง ขับรถมาร้าน เธอยืนอึ้ง เห็นลูกค้าเข้าแถวรอร้านเปิด แต่ยังไม่มีคนอื่นมาร้านกันเลย ก็รีบโทร.ปลุกไมเคิล เก็ทและจอร์จอย่างร้อนรน ทันใดก็มีเสียงเก็ทเรียก “เฟลอร์...เฟลอร์...ฝันกลางวันเหรอแก”

พบูกะพริบตาถี่ๆ เห็นหน้าเก็ทจึงรีบถามเขาไม่ได้ตื่นสายหรือ เก็ทโวย “แกนั่นแหละที่มาสาย คนอื่นเขามาตั้งนานแล้ว”

พบูมองไปเห็นทุกคนทำหน้าที่ตัวเองอยู่ เก็ทบอก ว่าลูกค้าเต็มร้านเลย พบูโล่งใจที่ทุกอย่างเป็นเพียงภาพมโนของตน แล้วเริ่มตื่นเต้นสติแตก...ศตายุยืนรับแขกหน้าร้าน พบูตั้งสติได้เข้ามาช่วยรับแขก กิจจากับลูกๆ เดินเข้ามา “ในที่สุดฝันของปู่ก็เป็นจริง ขอบคุณโตมากนะ”

“กับแค่ร้านอาหารกะโหลกกะลา มีเงินก็สร้างเสร็จได้ จะปลื้มอะไรนักหนาครับ”

“แล้วแกทำเสร็จได้ไหมล่ะ หรือว่าทำได้แต่ถ่วงไม่อยากทำ” กิจจาสวน เจริญรุ่งหน้าม้าน

งามยิ่งช่วยเสริม ร้านเพิ่งเปิดยังตัดสินอะไรไม่ได้ ถ้าร้านไม่เจ๊งค่อยมาปลื้ม พบูเห็นท่าไม่ดีรีบแทรก เชิญทุกคนเข้าไปนั่ง กิจจามองไปรอบร้านอย่างพอใจ เปรย “เป็นยังไง เห็นบ้านหลังนี้แล้วนึกถึงเมื่อก่อนไหม ตอนเด็กๆพวกแกก็โตมากับบ้านหลังนี้ จำได้รึเปล่า”

งามยิ่งว่าไม่อยากจำ กิจจาถอนใจบอกลูกๆว่า ตนต้องการเก็บร้านนี้ไว้เพื่อระลึกถึงแม่พวกเขา แต่พวกเขากลับคิดแต่จะขาย...เจริญรุ่งถามจะระลึกเพื่ออะไรไม่เห็นได้เงิน กิจจาโวย

“เพราะแกคิดยังงี้ฉันถึงไม่อยากยกอะไรให้แก เด็กสมัยนี้ก็แปลกพ่อแม่อุตส่าห์สร้างบ้าน มีทรัพย์สมบัติไว้ให้ แทนที่จะเห็นคุณค่าเก็บไว้ว่าเป็นของที่พ่อแม่เหนื่อยสร้างมา กลับคิดจะขายกินกันท่าเดียว ของบางอย่างมันก็มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าเงินทอง อีกหน่อยพวกแกก็จะรู้เอง”

งามยิ่งย้อน ทำไมพ่อไม่คิดแบบนี้ตั้งแต่อดีต ทิ้งลูกๆอยู่บ้านหลังนี้ไม่สนใจ กิจจาเถียงกลับว่าตนไปทำงานหาเงินและความสุขสบายมาให้ ทุกวันนี้ทุกคนก็เดินลอยหน้าในบริษัท ทำตัวไร้ประโยชน์ เข้าบ่อน ยุ่งเรื่องชาวบ้าน ดีแต่ผลาญไม่เห็นคิดช่วยทำให้งอกเงย...งามยิ่งแดกดันว่าสมบัติที่ยกให้หลานรักหมด พวกตนจะได้ใช้ตอนไหน ว่าแล้วก็เดินหนี เมฆพัดรีบตามออกไป

เมฆพัดตามมาปลอบใจงามยิ่งว่าพ่อก็บ่นแบบนี้มาแต่หนุ่มจนแก่ จะโมโหทำไม พี่ยังมีตนอย่าไปสนใจอะไรเลย งามยิ่งมองน้องชายซาบซึ้ง ในขณะที่สายตา เมฆพัดดูเคียดแค้นกว่า

พบูกระซิบศตายุนึกว่าระเบิดลงจนวงแตก เขาย้อนเป็นเรื่องธรรมดาของบ้านตน ไม่ทันไรมนูกับครอบครัวเดินเข้ามา พบูแนะนำให้รู้จักศตายุ บูรณาทำทีเพิ่งรู้จักมนูชื่นชมว่าตัวจริงหล่อกว่าที่เห็นตามนิตยสาร และขอบคุณที่ให้โอกาสพบู ศตายุชมกลับว่าพบูเก่งและมีความตั้งใจทำงาน ทุกอย่างที่ออกมาเป็นฝีมือเธอหมด การเกดแขวะคนคงแน่นเฉพาะวันเปิดร้าน

“ไม่หรอกค่ะ คนที่มาวันนี้ต้องกลับมาอีกแน่ๆแล้วก็ต้องบอกปากต่อปากว่าอาหารร้านเรารสชาติเลิศมาก...” พบูลากเสียงโอ้อวด การเกดเหยียดปากดูถูก มนูตัดบทชวนถ่ายภาพหมู่

ศตายุกระซิบพบูขำๆ...ระเบิดบ้านเธอก็ไม่ใช่ย่อย พอกับบ้านตนเลย พบูค้อนใส่

ooooooo

ใต้เงาจันทร์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด