ตอนที่ 8
ที่ชีพทำดีกับลั่นทมแท้จริงคือการจัดฉากทั้งสิ้น ตั้งแต่เรื่องตบตีไล่รสสุคนธ์ออกจากบ้านแล้วยังเป่าหูลั่นทมให้ไม่ไว้วางใจอุษากับธารินทร์...
รสสุคนธ์ตามไม่ทันความคิดของชีพจึงเข้าใจผิดอย่างแรง ถึงขนาดก่นด่าสาปแช่งและจะแก้แค้นเอาคืนเขาให้สาสม แต่ในระหว่างที่เธอย้ายมาอยู่คอนโดฯ ก็มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น มีชายคนหนึ่งนำเงินแสนมามอบให้เธอไว้ใช้จ่าย แต่ไม่ได้บอกว่าเจ้าของเงินคือใคร
จนกระทั่งผ่านไปถึงคืนนี้ที่ชีพจัดฉากพาลั่นทมไปกินเลี้ยงกับลูกค้าแล้วอ้างว่าต้องดูแลลูกค้าชาวต่างชาติที่อยากไปเที่ยวต่อ ลั่นทมไม่มีปัญหาแต่ขอให้เขาแวะส่งเธอที่คอนโดฯก่อน เสร็จธุระแล้วค่อยกลับมารับ
เข้าทางชีพอย่างจัง! ส่งลั่นทมเสร็จแล้วเขาไม่ได้ไปกับลูกค้าอย่างที่บอก แต่มุ่งหน้าไปหารสสุคนธ์ที่คอนโดฯ อีกแห่ง หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตา ร่ำไห้สะอึกสะอื้นกอดรัดเขาด้วยความดีใจ
“คุณชีพ...คุณจริงๆด้วย คุณไม่โกรธไม่เกลียดรสแล้วเหรอคะ”
“ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้บอกแผนของฉันกับเธอ”
“แผน? แผนอะไรคะ”
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ฉันแกล้งโกรธแกล้งไล่เธอน่ะมันเป็นแผนทั้งหมดที่ให้เธอรู้ล่วงหน้าไม่ได้ เพราะกลัวว่าเธอจะมีพิรุธทำเสียเรื่อง เธอยิ่งเก็บอารมณ์ไม่เคยอยู่”
“หมายความว่าคุณแกล้งไล่รส แกล้งด่าว่า”
“แล้วก็แกล้งทำเป็นตบตีเธอด้วย ทุกคนเชื่อสนิทเพราะตอนนั้นรสโกรธจริงๆ เห็นไหมว่ามันได้ผล”
รสสุคนธ์ยิ้มกว้างดีใจสุดๆ คิดไม่ถึงว่าเขาจะฉลาด ล้ำลึกขนาดนี้ แบบนี้ต้องตบรางวัลให้อย่างงาม...หลังปรนเปรอความสุขให้แก่กันและกันอย่างถึงพริกถึงขิงแล้ว ชีพเล่าให้เธอฟังว่าลั่นทมกลัวตายเอามากๆ นอนหวาดผวาแทบทุกคืน
“รสอยากให้มันตายจริงๆ รสดีใจที่คุณไม่ได้รักได้หลงมัน”
“ฉันไม่มีทางรักผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นความสำคัญของฉัน รสพูดถูก ลั่นทมไม่เคยเห็นหัวฉัน ถ้าไม่มีฉันโรงงานจะเจริญขนาดนี้เหรอ แต่ลั่นทมกลับคิดว่าสมบัติทั้งหมดเป็นของเขาคนเดียว คอยดูนะ ฉันจะต้องเอาสมบัติพวกนั้นคืนมาเป็นของฉันให้หมด”
“คุณต้องรีบแล้วนะคะ รสว่าการที่มันสร้างสุสานขึ้นมาต้องมีแผนอะไรสักอย่าง บางทีมันอาจจะอยากให้คุณไปอยู่ในโลงกับมันก็ได้”
“คนบ้าเท่านั้นที่จะยอมลงไปอยู่กับศพ เอาเป็นว่าตอนนี้รสอดทนไปก่อนนะ เงินที่ฉันฝากมาให้ยังไม่หมดใช่ไหม”
“ที่แท้เงินนั้นของคุณเหรอคะ”
“อืม...นี่คิดว่าเสี่ยที่ไหนมันมาทุ่มให้หรือไง ฉันให้คนตามเธอมาจนรู้ที่อยู่แล้วก็ให้เอาเงินมาให้เพราะฉันห่วงเธอไง”
“รสรักคุณที่สุดเลย”
“ฉันเชื่อใจเธอ แล้วอย่าทำเสียเรื่องนะ รับรองเร็วๆนี้เธอจะได้กลับไปเป็นคุณผู้หญิงที่บ้านนั้นอย่างแน่นอน”
“ค่ะ รสจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง” เธอรับคำหนักแน่นและไม่เหนี่ยวรั้งเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปรับลั่นทม
ชีพมาถึงหน้าห้องพัก เป็นเวลาที่ลั่นทมโทร.เข้ามือถือเขาพอดี เธอหวาดผวาหลังจากนอนหลับแล้วเห็นภาพเดิมๆที่ตัวเองอยู่ในโลงศพ ชีพเข้ามากอดปลอบราวกับรักใคร่เป็นห่วงเป็นใยเธอเหลือเกิน สัญญาว่าจะไม่ไปไหนห่างไกลอีก แต่เธอต้องเชื่อเขาบ้าง
“ได้สิคะ ชีพจะให้ทมทำอะไร ทมจะทำตามทุกอย่าง”
ชีพยิ้มพอใจ...ในรอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจที่ลั่นทมไม่อาจล่วงรู้
ooooooo
เพียงเช้าวันถัดมา ชีพก็พาลั่นทมไปเอาเครื่องเพชรทั้งหมดออกจากธนาคาร โดยบอกเหตุผลกับเธอว่า
“ผมกลัวว่าคนที่คุณไว้ใจจะวางแผนทำให้คุณตาย เพื่อเขาจะได้ของที่คุณเอ่ยปากยกให้ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนใจ”
“ชีพหมายถึงอุษาเหรอคะ”
“วันก่อนคุณก็เห็นกับตาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทันทีที่คุณพูดกับอุษา”
“บางทีษาอาจจะตกใจเพราะคิดไม่ถึงก็ได้นี่คะ”
“ผมรู้ว่าคุณก็คิดใช่ไหม ที่ผมกำลังทำทุกอย่างเพราะผมกลัว กลัวจะเสียคุณไป ลำพังอุษาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ผมกลัวนายธารินทร์จะวางแผนอะไรร้ายๆ เขาเป็นตำรวจแผนการต้องแยบยลมาก เราอาจจะไม่ทันเกมเขาก็ได้ สังเกตไหมว่าเขามาบ้านเราถี่เกินไป แล้วทำไมต้องเข้าไปสำรวจในสุสานของคุณด้วย ซักโน่นซักนี่ ผมว่าเขาต้องคิดฆ่าคุณแน่”
“ไม่นะ ทมกลัว ทมยังไม่อยากตาย”
“ถ้าอย่างนั้นทมต้องเชื่อผม เราต้องป้องกันไว้ก่อน”
“ชีพจะให้ทมทำอะไรบ้างคะ”
“ยับยั้งการทำพินัยกรรมยกบ้านหลังใหญ่กับเรือนไทยให้อุษาหรือใครๆ ผมไม่อยากให้ทมมีอันเป็นไปด้วยมือลึกลับ คุณต้องเชื่อผม”
“ค่ะๆ ทมจะทำตามที่ชีพบอก” ลั่นทมท่าทางหวาดกลัว...แล้วพอกลับถึงบ้านก็จับตามองอุษากับธารินทร์พูดคุยกันอยู่มุมหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลายครั้งทั้งสองคนมองมาที่ตัวบ้านและมองไปทางสุสาน...คำพูดของชีพมีน้ำหนักจนเธอสับสนลังเล แต่พยายามสลัดความคิดร้ายๆออกไป ยังไม่ปักใจว่าอุษากับธารินทร์จะทำร้ายตนได้
ในวันเดียวกัน ชีพเอาเครื่องเพชรไปอวดรสสุคนธ์และคุยโวว่าตนกล่อมลั่นทมจนยอมเชื่อฟัง ตอนนี้เธอ
เริ่มระแวงหลานสาวสุดที่รักแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานสมบัติที่ยกให้จะถูกยึดคืนมาเป็นของเรา รสสุคนธ์ยินดีดี๊ด๊าทำท่าจะตบรางวัลให้กับความเก่งกาจสามารถของเขา แต่พลันต้องชะงักงันเพราะน้าหวานแวะมาหา
ชีพหลบไม่ทัน หวานเห็นเต็มสองตา แต่สุดท้ายก็จำต้องสัญญากับชีพว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ลั่นทมรู้ แต่ด้วยความเป็นคนดี หวานกลับมาตั้งสติคิดทบทวนแล้วทำไม่ได้ อยากให้ทั้งคู่ตัดขาดกันอย่างจริงจัง โดยเลือกที่จะขอร้องชีพก่อน แต่ชีพกลับท้าทายหวานด้วยท่าทีโมโหฉุนเฉียว
“ก็เอาสิ ถ้าเธอต้องการให้คุณผู้หญิงที่เธอรักตายเร็วขึ้นก็บอกเลย ฉันก็คงห้ามเธอไม่ได้ แต่ถ้าคราวนี้ลั่นทมตายก็เพราะเธอนะ ไม่ใช่ใครที่ไหน จำเอาไว้ด้วย”
ชีพเดินหนีไปอย่างถือไพ่เหนือกว่า ทิ้งหวานยืนอึ้ง ธารินทร์แอบมองสองคนจากมุมหนึ่ง แล้วถอยออกมา บอกอุษาว่าชีพกับรสสุคนธ์ไม่ได้เลิกกัน และที่สำคัญหวานสมรู้ร่วมคิดกับเรื่องนี้ด้วย
“เป็นไปไม่ได้ค่ะ น้าหวานรักคุณน้ามาก”
“ใช่...น้าหวานรักคุณน้าแต่คุณน้าเป็นแค่นายจ้าง รสสุคนธ์เป็นหลานแท้ๆนะ ผมเห็นน้าหวานกับคุณชีพ ทำลับๆล่อๆ ทำให้ผมคิดว่าสองคนนั่นต้องมีอะไรที่ปิดบัง แล้วมันจะอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องรสสุคนธ์ ถ้าคุณไม่เชื่อลองจับตาดูน้าหวานให้ดี แต่อย่ามีปฏิกิริยาอะไรนะ ผมว่าแผนของพวกเขากำลังเริ่มต้นแล้วล่ะ ระวังตัวนะษา ผมเป็นห่วงคุณ”
อุษารับฟังด้วยความหนักใจ พอธารินทร์กลับไป เธอเดินเข้าบ้านเห็นหวานลับๆล่อๆ เอามือป้องปากพูดโทรศัพท์ ได้ยินชื่อรสสุคนธ์แว่วๆ ทำให้เธอสงสัยแต่ไม่คาดคั้นจับผิด หวานต่างหากที่อ้ำอึ้งมีพิรุธเสียเอง
“ไม่เห็นต้องตกใจหรือกลัวเลยนี่ ยังไงรสก็เป็นหลานน้า น้าหวานจะโทร.ถามสารทุกข์สุกดิบกันบ้างก็ไม่เห็นแปลก” อุษาพูดเหมือนไม่ติดใจอะไร แต่ลึกๆ สงสัย...เรื่องที่ธารินทร์พูดให้ฟังเมื่อสักครู่อาจเป็นจริง!
ooooooo
เร็วๆนี้หมวดธารินทร์ต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่เขาเป็นห่วงแฟนสาวจึงต้องการแต่งงานกับเธอก่อนจะได้ไปอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีข้อครหา
ลั่นทมเห็นด้วย เสนอให้ธารินทร์ซื้อบ้านสักหลังโดยตนจะออกเงินให้ ส่วนทางนี้ตนอยู่ได้ ตนแข็งแรงดีและมีชีพอยู่ทั้งคน แต่อุษาก็ห่วงลั่นทมอยู่ดี ยิ่งอยู่กับชีพตามลำพังโดยไม่มีคนคอยสอดส่องดูแลนั่นอาจทำให้ชีพคิดร้ายต่อลั่นทมง่ายขึ้น อุษาจึงให้ธารินทร์ชะลอเรื่องแต่งงานไว้ก่อน แต่เรื่องซื้อบ้านเธอไม่ขัดเพราะถือเป็นการสร้างอนาคตที่ดี ซึ่งธารินทร์ขอใช้เงินเก็บของตัวเองวางเงินดาวน์แล้วผ่อนส่งโดยไม่รับเงินช่วยเหลือจากลั่นทม
เมื่อธารินทร์ได้บ้านหลังใหม่แล้ว ลั่นทมอนุญาตให้อุษาเอาคนงานในบ้านของตนไปปัดกวาดทำความสะอาด อุษาตกลงแต่ขอแค่ส่งทุกคนไปกับธารินทร์เพราะเธอเป็นห่วงลั่นทมไม่อยากให้คลาดสายตา
ชีพเจ็บใจเพราะตั้งใจทำร้ายลั่นทมให้ช็อกตาย แต่ในเมื่ออุษาอยู่เป็นก้างเขาเลยเปลี่ยนแผนชวนลั่นทมนั่งรถออกไปกินข้าวข้างนอก ระหว่างทางชีพแกล้งขับรถเร็วมากแล้วเบรกกะทันหัน ลั่นทมกรีดร้องหวาดกลัวแต่ไม่ถึงกับช็อกหมดสติอย่างที่ชีพคาดหวัง
เมื่อลั่นทมซักถาม ชีพแก้ตัวว่าที่ทำไปถือเป็นการทดสอบความแข็งแรงของเธอ แล้วเธอก็สอบผ่าน ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะตายอีกแล้ว
“ขอบคุณนะคะที่พยายามจะช่วยทม แต่อย่าทดสอบกับทมแบบนี้อีกนะคะ วันนี้ทมอาจโชคดีแต่วันหน้าทมอาจช็อกตายก็ได้”
“เหลวไหล คุณจะไม่มีวันเป็นอะไรอีกแล้ว ผมรับรอง”
ชีพพยายามสร้างความมั่นใจให้ลั่นทมแต่ดูเหมือนเธอจะไม่คล้อยตามเท่าไหร่นัก และหนักไปทางไม่ไว้วางใจเสียมากกว่า ถึงมาบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อุษาฟัง ทำให้อุษาระแวงชีพมากยิ่งขึ้น ตัดสินใจไปถามเขาตรงๆว่าคิดอะไรอยู่ถึงเอาน้าของตนไปเสี่ยงทดสอบแบบนั้น
“ทดสอบอะไร อ้อ ลั่นทมเล่าให้เธอฟังเหรอ”
“ค่ะ น้าชีพขับรถเร็วๆ แล้วแกล้งเบรกแรงๆให้คุณน้าตกใจ ถ้าคุณน้าเกิดตกใจจนช็อก น้าชีพจะว่ายังไง”
“แล้วน้าเธอเขาช็อกหรือเปล่าล่ะ”
อุษาจ้องชีพเขม็งเหมือนจะเอาเรื่อง ชีพมองกวนๆตอบเช่นกัน
“ทำไม...ษาคิดว่าน้าจะฆ่าลั่นทมหรือไง”
“คิดจะทำอะไรน้าก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ษาอยากขอร้องสงสารคุณน้าบ้างเถอะค่ะ ษาไหว้ล่ะ”
“นี่เธอกำลังกล่าวหาน้านะอุษา”
“ษาขอบอกให้น้ารู้ไว้ด้วยว่าถ้าคุณน้าลั่นทมเป็นอะไรไปล่ะก็ษาไม่ยอมแน่”
พูดจบ อุษารีบเดินหนีเข้าบ้าน ชีพมองตามอย่างแค้นเคือง...สักวันจะกำราบความพยศของอุษาให้อยู่หมัด
ooooooo
หวานซึ่งจับตามองพฤติกรรมของชีพอยู่เหมือนกัน รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล แล้วก็ค่อนข้างมั่นใจด้วยว่าถ้าชีพคิดจะทำอะไรลั่นทม รสสุคนธ์ต้องมีส่วนรู้เห็น
วันนี้หวานตั้งใจมาจับผิดและกำราบรสสุคนธ์แต่กลายเป็นว่าแค่เธอพล่ามเรื่องบาปบุญคุณโทษก็โดนหลานสาวตัวแสบเบรกกะทันหันว่า
“นี่น้า...ถ้าซาบซึ้งกับบาปบุญคุณโทษขนาดนี้ น้าก็ไปบวชชีซะเลยสิ จะมาเทศน์ฉันหาสวรรค์วิมานอะไร”
หวานโมโหเข้ามากระชากแขนรสสุคนธ์ คาดคั้นให้บอกมาว่าเธอกับชีพคิดจะทำอะไรลั่นทมอีก
“อย่ามาหาเหาใส่หัวฉันนะ ฉันอยู่ตั้งไกลจะไปมีปัญญาทำอะไรได้ แต่ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็คงเป็นฝีมือคุณชีพคนเดียว ฉันไม่เกี่ยว”
“แกหมายความว่ายังไง จะมีอะไร คุณผู้ชายจะทำอะไร...บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”
หล่อนกลัวซะที่ไหน ลอยหน้าท้าทายว่าตนไม่บอกมีอะไรไหม หวานสุดทนตบรสสุคนธ์จนหน้าหัน
“นี่น้าตบฉันทำไมเนี่ย”
“ตบให้แกสำนึกไง จะได้เลิกคิดชั่วทำชั่วซะที”
“ออกไป! ไปนะ ไปให้พ้น”
“เออ ข้าไปแน่ แกไม่ต้องมาไล่ ข้าจะเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าขืนสุมหัวกับคุณผู้ชายคิดทำชั่วๆอีก แกไม่พ้นคุกตะรางแน่ หรือไม่แกก็ต้องได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัส...คอยดู”
ด่าเสร็จหวานหันหลังกลับออกไปอย่างโกรธจัด ฝ่ายรสสุคนธ์ก็เดือดดาลเป็นที่สุด เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจที่น้าแท้ๆไม่เคยเห็นดีเห็นงามกับตนเลย...
ด้วยความอึดอัดคับแค้นใจทำให้รสสุคนธ์โทร.ไปตัดพ้อชีพที่ยังปล่อยให้ตนอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถามว่าเมื่อไหร่เขาจะจัดการลั่นทมเสียที ตนจะได้กลับไปอยู่กับเขาอย่างเปิดเผยไม่ต้องทนให้ใครมาจิกด่าอยู่แบบนี้
โดนไล่บี้จี้จุดขนาดนี้ชีพชักมีน้ำโห เพราะที่ผ่านมาตนก็พยายามอยู่แล้ว และเวลานี้ก็กำลังจัดการขั้นเด็ดขาดด้วยการแอบผ่อนสายเบรกให้ทำงานไม่มีประสิทธิ-ภาพเพื่อที่ลั่นทมเอาไปใช้จะได้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต
ชีพวางแผนนี้เพราะมั่นใจว่าลั่นทมได้เปลี่ยนพินัยกรรมใหม่หมดยกทรัพย์สมบัติให้ตนเพียงคนเดียว จึงเร่งเวลาหยิบยื่นความตายให้ลั่นทม ด้วยการจัดฉากว่าตนไม่สบายออกไปพบลูกค้าคนสำคัญไม่ได้ ลั่นทมจึงอาสาไปเองแต่เพราะเธอดวงแข็งจึงหยิบกุญแจรถผิดคัน เอารถของอุษาขับออกไปทำให้แผนของชีพต้องยกเลิกไปก่อน
ลั่นทมไม่ได้เอะใจสงสัยเมื่อชีพโทร.มาบอกให้กลับบ้านเพราะลูกค้าคนนั้นติดธุระ แค่แปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมชีพถึงเสียงแข็งนัก แต่คิดในแง่ดีว่าคนไม่สบายก็เลยหงุดหงิดเป็นธรรมดา
รสสุคนธ์หงุดหงิดมากกว่าชีพหลายเท่า วางสายแล้วก่นด่าชีพว่าโง่เง่าทำอะไรไม่เคยสำเร็จสักที!
ชีพโกรธที่ไม่เป็นไปตามแผน เร่งลั่นทมให้กลับบ้านเพราะเวลานี้ไม่มีคนอื่นอยู่ อุษาออกไปทำงาน ส่วนคนรับใช้ก็พากันไปช่วยธารินทร์ขนของและทำความสะอาดบ้านใหม่หลังจากทำค้างไว้เมื่อวาน
ความโกรธผสมความเจ็บใจที่ลั่นทมดวงแข็งทำให้ชีพคลั่งถึงกับควบคุมตัวเองไม่ได้ จะฆ่าลั่นทมในสุสานแต่ไม่สำเร็จเพราะเธอดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดกำลังจนหนีรอดออกมาได้ แล้ววิ่งไปคว้ากุญแจรถของชีพขับหนีออกไปจากบ้าน ชีพเห็นดังนั้นก็ลิงโลด รีบโทร.แจ้งมอเตอร์ไซค์คันเดิมให้ขับรถตัดหน้าลั่นทมจนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ
อุษาได้รับการติดต่อจากลั่นทมก่อนเกิดอุบัติเหตุแค่ไม่กี่นาที น้ำเสียงเธอหวาดกลัวมากบอกว่าจะไปหาทนายไกร อุษาจึงรีบติดต่อธารินทร์แล้วกลับมาเจอกันที่บ้านแต่ไม่พบใครสักคน แต่มีร่องรอยการต่อสู้!
ชีพขับรถอีกคันสะกดรอยตามลั่นทมไปจนกระทั่งเห็นกับตาว่ารถของเธอพลิกคว่ำ เขาจัดแจงให้เงินค่าจ้างไอ้หนุ่มมอเตอร์ไซค์ก่อนเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ส่วนอุษาร้อนใจโทร.สอบถามไกรว่าน้าของตนอยู่กับเขาหรือเปล่า
“เปล่านี่ครับ คุณลั่นทมจะมาหาผมเหรอ”
“ค่ะ คุณน้าโทร.บอกษาว่ากำลังไปหาคุณไกร ป่านนี้น่าจะถึงได้แล้ว ษาติดต่อคุณน้าไม่ได้เลย คุณน้าจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ ตอนโทร.หาษาคุณน้าร้องไห้ด้วยค่ะ”
“ใจเย็นๆครับ เอาอย่างนี้...ถ้าคุณลั่นทมมาถึงที่นี่หรือติดต่อมาผมจะรีบติดต่อกลับไปทันที”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” อุษาวางสายจากไกรแล้วหันมาพูดกับแฟนหนุ่มทั้งน้ำตา “รินทร์คะ คุณน้าหายไปไหนไม่รู้ค่ะ จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณน้าหรือเปล่า ษาห่วงคุณน้าจะแย่อยู่แล้ว”
“ตั้งสติให้ดีนะษา เราต้องมีสติ คุณน้าเป็นคนดี...คุณน้าต้องไม่เป็นอะไร” ธารินทร์ปลอบใจเธอโดยไม่รู้ว่าเวลานี้เกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว!
ooooooo
ตำรวจกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณถนนนอกเมือง และสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ โดยมีชีพร่วมรับฟังอยู่ด้วย
“รถคุณนายมาแรงครับ เจอมอเตอร์ไซค์จากไหนไม่รู้ตัดหน้า เสียงเบรกเอี๊ยด ผมหันไปดูรถคุณนายพลิกไม่รู้กี่ตลบแล้วชนต้นไม้ ไอ้มอเตอร์ไซค์นั่นหยุดดูแป๊บนึงแล้วหนีเลยครับ”
หมอวัฒนาขับรถเข้ามาจอดแล้วรีบร้อนลงมาดูสภาพศพลั่นทม ก่อนหันไปบอกสารวัตรว่า
“คอหัก กะโหลกยุบไปข้าง ไหปลาร้ากับแขนขวาหัก บริเวณอกกับท้องถูกกระแทกรุนแรง”
“คุณนายไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย” สารวัตรเอ่ยขึ้น
“ตอนเธอผลุนผลันออกมาเราทะเลาะกัน เธอกำลังโกรธ คงไม่ทันนึกถึงเรื่องปลอดภัย...โธ่ทม ไม่น่า เลย” ชีพอธิบายหน้าเศร้า แล้วฉุกคิดขึ้นได้หันไปบอกหมอว่าตนอยากให้รีบฉีดยา
“คุณลั่นทมเคยตายแล้วฟื้น แต่คราวนี้คงไม่ฟื้น”
“ถ้าฟื้นก็บ้าแล้ว เละขนาดนี้” ชีพเผลอปาก... สารวัตรกับหมอวัฒนามองหน้ากันทันที ชีพรู้ตัวว่ามีพิรุธรีบขอตัวกลับ อ้างว่าจะไปติดต่อทางวัด
“เดี๋ยวครับคุณชีพ คุณอุษารู้หรือยัง”
ชีพชะงักเล็กน้อย ก่อนโทร.บอกอุษาว่าลั่นทมรถคว่ำเสียชีวิต อุษาตกใจแทบช็อก ธารินทร์ต้องปลุกปลอบเธออยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ ฝ่ายรสสุคนธ์พอชีพมาส่งข่าว ก็ตะลึงด้วยความดีใจ
“นี่คุณไม่ได้ล้อเล่นนะคะ”
“ศพลั่นทมอยู่ที่โรงพยาบาล เธอคิดว่าฉันล้อเล่นไหมล่ะ”
รสสุคนธ์ยิ้มกว้าง ระดมจูบชีพอย่างมีความสุข...ในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึงเสียที!
ooooooo
ออกจากคอนโดฯรสสุคนธ์แล้วชีพรีบไปที่วัด เขาแอบยัดเงินใส่มือนายสมานผู้ดูแลวัดให้แบ่งกับสัปเหร่อ กำชับว่าต้องสอดส่องดูแลไม่ให้ใครมารบกวนศพ เพราะคราวนี้เธอไปสบายแล้ว
“ครับ...แล้วจะเก็บไว้กี่วัน”
“ไม่...สวดสามวันแล้วเผาเลย หลวงพ่ออยู่ใช่ไหม”
สมานพยักหน้า มองตามชีพที่ผละไปด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่มีท่าทางเสียใจทั้งที่เมียตายทั้งคน...
เสร็จธุระกับทางวัดแล้วชีพเดินทางไปรับศพลั่นทม โดยเร่งรัดให้หมอฉีดยากันเน่าเพื่อที่ตนจะได้รับศพไปบำเพ็ญกุศล แต่อุษาไม่ยินยอม ยกมือไหว้ขอร้องหมอทั้งน้ำตา แต่หมอบอกว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว
“แล้วครั้งนี้เธอจะเข้ามาจุ้นจ้านเหมือนครั้งที่แล้วไม่ได้ เพราะครั้งนี้ลั่นทมตายแน่นอน” ชีพพูดอย่างมั่นใจ “ดูน้าชีพไม่อยากให้คุณน้าฟื้นเลยนะคะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกษา แต่น้าไม่อยากให้ทรมานศพกันอีก ถามคุณหมอดูสิ คอหักกะโหลกยุบขนาดนี้ต่อให้เทวดาลงมารักษาก็ไม่มีทางฟื้น”
“ไม่มีทางจริงๆครับ”
ได้ยินหมอยืนยันอย่างนั้น อุษาถึงกับร้องไห้โฮ ธารินทร์ปลอบโยนแฟนสาวด้วยความสงสาร แต่ชีพลอบยิ้มอย่างสาสมใจ...
ธารินทร์พาอุษาออกจากห้องชันสูตรศพ ชีพเดินตามหลัง อุษาทั้งเสียใจและเจ็บใจจนสะกดกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ หันมาพูดเสียงแข็งใส่ชีพว่า
“ในที่สุดน้าก็ทำสำเร็จ”
ชีพไม่พอใจทำท่าจะตอบโต้แต่เหลือบเห็นสารวัตรเดินตรงมา จึงลดเสียงลง “พูดจาให้ระวังหน่อยนะอุษา ถ้าไม่มีหลักฐานอย่าหาเรื่องกันดีกว่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ษาจะหาหลักฐานมาเล่นงานน้าชีพแน่ เพราะษารู้ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ ก่อนคุณน้าตายคุณน้าโทร.มาหาษา”
ชีพตกใจแต่จำต้องเงียบไว้เพราะกลัวสารวัตรจะซักไซ้จนตัวเองแสดงพิรุธ กลุ่มของหวานชักขบวนเข้ามาโดยมีหมอผันกับต้อยติ่งรวมอยู่ด้วย
ทุกคนร้องไห้ระงมเมื่อทราบว่าลั่นทมตายแน่แล้ว หวานคับแค้นใจเป็นที่สุด จงใจพูดให้ชีพสะดุ้งสะเทือนเพราะมั่นใจว่าเป็นฝีมือของเขา
“โธ่คุณผู้หญิง...เมื่อเช้ายังคุยกันอยู่เลย ใครมันใจร้ายใจดำทำร้ายคุณผู้หญิงได้คะ ถ้าฉันรู้จะเอามีดอีโต้เฉาะกบาลมันให้แตกเป็นเสี่ยงๆเลย”
“ไม่มีใครทำอะไรคุณผู้หญิงของหวานหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ”
หวานมองหน้าชีพอย่างไม่เชื่อ ส่วนธารินทร์กับสารวัตรเดินห่างออกมาซุบซิบบางอย่างกัน ชีพมองอุษาและธารินทร์อย่างไม่ไว้ใจ
ธารินทร์เคยเล่าเรื่องราวของลั่นทมให้สารวัตรฟังบ้างแล้ว เกิดเรื่องครั้งนี้จึงไม่มั่นใจว่าเป็นอุบัติเหตุ
“แต่ที่ดูจากหลักฐานตอนนี้มันเป็นอุบัติเหตุ เอาอย่างนี้นะ คุณไปหาหลักฐานเพิ่มเติมมา”
ขาดคำของสารวัตร ชีพเดินเข้ามาถามทันทีว่ามีอะไรที่ตนควรรู้หรือเปล่า สารวัตรปฏิเสธเสียงเรียบ ชีพเลยไม่กล้าซักต่อ แต่หันไปยังกลุ่มของหวานเพราะต้อยติ่งเร่งเร้าให้หมอผันรักษาลั่นทมให้ฟื้นเหมือนคราวก่อน
“เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันจะเอาศพไปวัดแล้ว เอ้าพวกเราไปช่วยกันเร็ว อ้อ คุณหมอช่วยฉีดยาให้ศพด้วยนะครับ”
“อย่านะคะ” อุษาค้านทันที
“แต่ถ้าไม่ฉีดจะยุ่งนะษา กว่าจะสวดกว่าจะอะไรเสร็จศพขึ้นอืดส่งกลิ่นแน่ ถึงเวลานั้นจะฉีดไม่ได้”
“เราจะยังไม่สวดค่ะ ต้องให้หมอผันรักษาก่อน ครั้งที่แล้วทุกคนก็เห็นว่าคุณลุงหมอทำได้”
“เธอบ้าไปแล้วเหรออุษา คอหักกะโหลกยุบจะรักษายังไง”
ชีพเริ่มโมโห อุษาน้ำตาคลอ ยืนยันว่าตนจะให้หมอผันลองดู ชีพฮึดฮัดไม่พอใจ แล้วต้องประหลาดใจเมื่อได้ยินสารวัตรบอกว่าให้ทนายไกรเป็นคนตัดสิน ชีพสงสัยทำไมต้องเป็นไกร เขาเป็นคนอื่นแต่ตนเป็นสามี
“แต่คุณไกรมีพินัยกรรมที่คุณลั่นทมสั่งการเรื่องเธอไว้”
“ลั่นทมสั่งเสียเรื่องทรัพย์สมบัติไม่มีเรื่องศพสักหน่อย”
“มีสิครับ”
“สารวัตรรู้ได้ไง”
“ก็เพราะผมเซ็นเป็นพยานในพินัยกรรมนั่นสิครับคุณชีพ”
ชีพไม่เชื่อ อุษาจึงต่อสายถึงทนายไกรแล้วเปิดลำโพงคุยกันให้ทุกคนได้ยินด้วย...ไกรเพิ่งทราบข่าวร้ายของลั่นทม รับปากจะรีบตามไปสมทบ แต่กำชับเอาไว้ก่อนว่า
“อย่าเพิ่งให้ใครทำอะไรกับคุณลั่นทมนะอุษา พินัยกรรมฉบับสุดท้ายระบุว่าถ้าท่านตายห้ามฉีดยา ให้คุณชีพนำท่านไปไว้ในสุสานให้หมอผันรักษา หากไม่ฟื้นให้เก็บร่างท่านไว้ในโลงที่เตรียมไว้ จนกว่าพยานทุกคนในพินัยกรรมจะลงความเห็นว่าไม่ไหวถึงจะนำร่างท่านไปเผาได้”
“ค่ะคุณไกร ษาจะพาคุณน้ากลับบ้านเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ชีพไม่พอใจอย่างมากเดินไปตะโกนใส่โทรศัพท์ “เป็นบ้าไปแล้วเหรอคุณไกร จะให้พวกเราเอาศพกลับบ้าน บ้าที่สุด ผมไม่ยอม ผมจะเอาศพลั่นทมไปวัด”
“คุณจะทำอย่างนั้นก็ได้คุณชีพ แต่ทรัพย์สินทุกอย่างที่ระบุว่ายกให้คุณจะเป็นอันยกเลิกทั้งหมด และให้ตกเป็นของคุณอุษาแต่เพียงผู้เดียว”
“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คุณเขียนเรื่องบ้าๆนี่ขึ้นมาเองใช่มั้ย” ชีพตะโกนลั่น ไกรตอบกลับมาอย่างไม่พอใจเช่นกันว่าเขากำลังหมิ่นประมาทตน
“ผมด้วย” สารวัตรพูดโพล่ง “อ้อ...รวมทั้งท่านผู้ว่าฯ อีกคน เพราะท่านก็เป็นพยานในพินัยกรรมฉบับนี้ด้วย”
ชีพพูดไม่ออกบอกไม่ถูก อุษาสะใจ กำชับไกรให้รีบมา...ฝ่ายสารวัตรสั่งงานธารินทร์ว่า
“ตรงจุดนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก คุณร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานทำออกมาให้เคลียร์ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม แล้วรายงานผมด่วน”
ชีพหน้าเสีย...รู้สึกว่าตัวเองถูกเพ่งเล็งไปหมดรอบด้าน ไหนจะพินัยกรรมที่ลั่นทมทำไว้อีก มันน่าเจ็บใจเป็นที่สุด!
ooooooo










