สมาชิก

สุสานคนเป็น

ตอนที่ 12

ธารินทร์ได้คำตอบจากหมอที่โรงพยาบาลว่าฉลองไม่ได้ถูกวางยาแต่เกิดจากการตกใจสุดขีดทำให้มีอาการหวาดผวาและค่อนข้างตกใจง่าย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วคาดว่าอีกสามสี่วันคงพอคุยกันรู้เรื่อง

พออุษาทราบเรื่องจากธารินทร์ก็จงใจพูดให้รสสุคนธ์ได้ยิน เพราะเห็นหล่อนด้อมๆมองๆอยากรู้อยากเห็นเหลือเกิน

“แหมดีจังค่ะรินทร์ ถ้านายฉลองหายให้การได้เราจะได้จับตัวคนจ้างวานให้หมด ไม่ว่าใครที่สมรู้ร่วมคิดก็โดนทุกคนใช่ไหมคะ ดีจังค่ะ แผ่นดินจะได้สูงขึ้นอีกหน่อย ค่ะๆ แค่นี้ก่อนนะคะ”

อุษาวางสายทำท่าจะเดินเลยไป รสสุคนธ์ร้อนตัวรีบก้าวออกมาถามห้วนๆว่าฉลองให้การได้แล้วเหรอ

“ฉันว่าเธอคงได้ยินหมดแล้วมั้ง เห็นตั้งใจฟังจนหูกางออกอย่างนั้น”

รสสุคนธ์เผลอตะครุบหูตัวเอง แล้วด่าไล่หลังอุษาไปอย่างเดือดดาล “อีบ้า...ทำเป็นอวดดีไปเถอะแก”

ด้วยความระแวงว่าฉลองจะซัดทอดผู้บงการ รสสุคนธ์จึงวางแผนให้เรวัตปล้ำอุษาหวังตัดตอนไม่ให้เธอเอาเรื่องเพราะอับอายขายหน้า โดยรับปากเรวัตที่กลัวนฤมลเล่นงานว่าไม่ต้องห่วง เกิดอะไรขึ้นตนรับหน้าเอง นฤมลไม่กล้ากับตนหรอก

แต่แล้วเรวัตก็ทำไม่สำเร็จเพราะวิญญาณลั่นทมขัดขวาง ลั่นทมเข้าสิงนายฉ่ำแล้วทำให้เรวัตเห็นเป็นอุษา พอเรื่องแดงขึ้นมานฤมลโกรธสามีมาก ด่าและตบตีเขาจนเหนื่อยหอบ เรวัตทั้งเจ็บและอายที่โดนใครต่อใครหัวเราะขำขันว่าหน้ามืดจะปล้ำนายฉ่ำเลยแก้ตัวว่าตนละเมอ แต่ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะหวานยุให้อุษาแจ้งความด้วย รสสุคนธ์กลัวความผิดรีบตวาดน้าสาวอย่างไม่พอใจ

“น้ามายุ่งอะไรด้วย อุษาอาจจะนัดพี่วัตไว้ก็ได้ คนเวลาอยากใครก็คว้าเอาไว้หมด”

อุษาทนไม่ไหวกับวาจาต่ำๆของรสสุคนธ์ ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ แล้วดึงปืนจากเอวออกมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะตบคืน

“พวกเธอทำอะไรกันก็รู้อยู่แก่ใจ จำไว้นะ คราวนี้ใครคิดร้ายกับฉันอีก ฉันส่องด้วยไอ้นี่แน่ ไม่เชื่อก็ลองดู”

รสสุคนธ์ผงะ พาพวกของตนถอยร่นกลับไปอย่างฮึดฮัด พอเข้ามาในห้องนฤมลก็เล่นงานเรวัตอีกยก เรวัตเจ็บแทบจุกและทำท่าจะเผยความจริงถ้ารสสุคนธ์ไม่ผลุนผลันเข้ามากางกั้นเสียก่อน

“พี่มลใจเย็นๆก่อนนะคะ”

“น้องรสไม่ต้องยุ่ง ยังไงวันนี้พี่ต้องเอาเลือดหัวมันออกให้ได้”

“ฟังรสก่อนนะพี่มล รสเชื่อนะว่าพี่วัตน่ะไม่รู้เรื่อง เมื่อกี้พี่ไม่สังเกตเหรอพี่วัตท่าทางงงๆแปลกๆ เหมือนไม่รู้สึกตัว”

“จริงจ้ะ น้องรสพูดถูก พี่ไม่รู้ตัวจริงๆ”

“อย่าพูดโง่ๆน่า...ไร้สาระ” นฤมลแว้ดใส่สามี

“ไม่ไร้สาระนะพี่มล ก็นี่แหละที่รสอยากรู้ มันต้องคิดเล่นงานพวกเรากลับแน่ๆ ถ้าพวกเรามาทะเลาะกันเองก็เข้าแผนมันน่ะสิพี่มล จริงไหม”

นฤมลท่าทีลังเล เรวัตรีบยืนยันว่าตนไม่รู้ตัวจริงๆ สาบานได้ ส่วนรสสุคนธ์ก็ยังไม่หยุดกล่อม

“พี่มลต้องใจเย็น ช่วยรสหาความจริง ตอนนี้รสกับคุณชีพกำลังดำเนินการอยู่ พี่มลเฉยไว้อย่าเพิ่งเอะอะไป มันต้องใช้ยาอะไรซักอย่างมอมพี่วัตแน่ๆ”

นฤมลฮึดฮัดเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เพราะเกรงใจรสสุคนธ์จำใจต้องนิ่ง...สองตาจับจ้องเรวัตอย่างเอาเรื่อง!

ooooooo

หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในเช้าวันถัดมาจากเรวัตซึ่งยืนยันหนักแน่นว่าเห็นนายฉ่ำเป็นอุษา...ชีพก็ฟันธงทันทีว่าต้องเป็นผีลั่นทมแน่ แต่รสสุคนธ์ไม่เชื่อ ค้านว่าถ้าวิญญาณมีจริง คนตายไปแล้วคงลุกขึ้นมาเดินเพ่นพ่านเต็มบ้านเต็มเมือง

“แต่ฉันว่ามันยังไงอยู่นะรส ฉันก็โดน ที่คิดว่าตัวเองเมาน่ะคงไม่ใช่ ฉันเจอผีลั่นทมเข้าจริงๆ”

“รสไม่เชื่อ ต้องเป็นยาหมอผันแน่ คิดกันบ้างสิ ถ้าผีลั่นทมจะเล่นงานรสต้องโดนก่อน ทำไมรสไม่เป็นไร ไม่ใช่ผีหรอก เชื่อรส มันกำลังเล่นเกมกับเรา เราต้องไม่หลงกลมัน...เอาอย่างนี้นะลองใหม่อีกที คราวนี้ต้อง

ให้สำเร็จนะ รสให้พี่วัตสองเท่าเลย เอ้าเอาไปก่อนครึ่งหนึ่งก็ได้”

รสสุคนธ์ยัดเงินค่าจ้างใส่มือเรวัต...เท่านี้ก็เรียบร้อย ความโลภเข้าครอบงำเรวัตจนไม่กลัวผีสาง

ด้านธารินทร์พอรู้ว่าอุษาเกือบเสียทีเรวัตก็ยิ่ง

เป็นห่วง อยากให้เธอย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ถึงแม้จะมีปืนป้องกันตัวแต่ก็อาจจะพลาดได้เข้าสักวัน

“ไม่ค่ะ ษาไม่กลัว...ษารู้ว่ารินทร์ห่วงษา แต่อย่าลืมสิคะว่าษาต้องอยู่เพราะอะไร ษาต้องรู้ให้ได้ว่าคุณน้าตายเพราะใคร”

 “งั้นผมจะส่งลูกน้องมือดีๆไปเฝ้า”

“ถ้าทำอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ลงมือสิคะ”

“ดูษาไม่กลัวเลย แค่มีปืนษามั่นใจขนาดนี้

เชียวเหรอ”

“ไม่ใช่เพราะปืนหรอกค่ะ แต่ษารู้สึกได้ว่าคุณน้าคอยปกป้องคุ้มครองษา ษาถึงแคล้วคลาดได้ทุกครั้ง คุณน้าคงอยากให้ษาทำสำเร็จ”

“งั้นก็ตามใจษา ผมจะรีบหาหลักฐานมามัดตัวคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด”

ooooooo

ชีพเชื่อเรื่องผีลั่นทมและมีอาการหวาดผวาจนต้องพึ่งเหล้าดับความกลัว งานการที่โรงงานไม่ไปทำ พอมีปัญหาก็ให้พนักงานแก้ไขกันเอง

ฝ่ายเรวัตที่แอบรับค่าจ้างจากรสสุคนธ์ลับหลังนฤมลก็ตั้งใจจะปล้ำอุษาที่สุสานขณะเธอนำเครื่องเซ่นไหว้ไปให้ศพลั่นทมแต่โดนพวกนายฉ่ำดาหน้ากันกางกั้น และพร้อมจะทำร้ายด้วยมีดไม้ในมือถ้าเขาคิดทำชั่วอีก

เรวัตกลับออกมาด้วยความเจ็บใจ แล้วตัดสินใจลงมืออีกครั้งในค่ำคืนนั้น แต่อุษาก็รอดปลอดภัยอีกเหมือนเคยเพราะลั่นทมช่วยเหลือ ส่วนเรวัตถูกผีลั่นทมหลอกวิ่งเตลิดหนีไปทางดงไม้แล้วสะดุดขาตัวเองจนร่างพุ่งเข้าเสียบไม้แหลมขาดใจตายอย่างเจ็บปวดทรมาน

 การตายอย่างกะทันหันของเรวัตทำให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นฝีมือผีคุณนายลั่นทม ยกเว้นรสสุคนธ์ที่ไม่เชื่อเรื่องผี แต่ฝังใจว่าต้องมีใครจงใจฆาตกรรมเรวัต เมื่อธารินทร์และเพื่อนตำรวจมาตรวจสอบเธอจึงกล่าวหาพวกอุษา แต่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอเพราะคนงานในบ้านต่างรวมตัวกันเป็นพยานว่าได้ยินเสียงเรวัตร่ำร้องว่าผีหลอกออกมาจากสุสาน ซึ่งตอนนั้นอุษาและพวกตนอยู่ในบ้าน

 เมื่อตำรวจไปตรวจดูในสุสานก็ไม่พบสิ่งผิดปกติและไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ธารินทร์ย้ำถามอุษาให้แน่ใจว่าได้ยินเสียงเรวัตจากสุสานใช่ไหม

“ค่ะ ษาได้ยินเสียงร้องดังมาจากที่นี่แล้วก็ไปดังที่บ้าน ตอนนั้นษาเลยออกจากห้องวิ่งไปหน้าบ้าน ก็เจอกับทุกคน แต่คุณเรวัตหายไปแล้ว ได้ยินเสียงอีกทีทางดงไม้ พวกเราก็เลยวิ่งไปดูแล้วก็เจออย่างที่คุณเห็นนั่นแหละค่ะ”

“เหมือนกับว่าเขาจะตกใจกลัวอะไรบางอย่างทำให้วิ่งเตลิดไป”

“คุณผู้หญิงแน่เลย” จิ้มลิ้มพูดโพล่ง ยาใจเสริมอย่างหวาดๆว่า ต้องโดนคุณผู้หญิงหลอกเอาแน่ๆ

“ไม่จริง! ฉันว่าพี่วัตคงโดนวางยาจนเกิดอาการประสาทหลอน”

“ใครจะไปทำ เพ้อเจ้อแล้วแก...นังรส”

“มีสิน้าหวาน คนที่มีเวทมนต์คาถามียาแผนโบราณและมีความสามารถถึงขั้นชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นได้ไงล่ะ”

ธารินทร์ไม่พอใจแต่สะกดใจไว้ พูดกับรสสุคนธ์เสียงเรียบว่า “ถ้าคุณจะหมายถึงพ่อผมก็พูดออกมาตรงๆ

แต่ขอถามหน่อยเถอะครับ พ่อผมจะทำไปเพื่ออะไร”

“เพื่อให้ฉันกับคุณชีพคิดว่าวิญญาณลั่นทมยังคงวนเวียนอาฆาต เราจะได้กลัวไม่กล้าอยู่ที่นี่ จริงไหมคะชีพ” 

เธอหันไปหาชีพ แต่เขาไม่ตอบ มองโลงศพลั่นทมนิ่งจังงัง พอได้ยินเสียงรสสุคนธ์ถามอีกครั้งก็สะดุ้งสุดตัว หันหลังกลับวิ่งออกไปอย่างหวาดกลัว

“เห็นหรือยัง พวกแกทำจนคุณชีพกลัวจนจะบ้าอยู่แล้ว แต่จำไว้นะ ฉันไม่มีวันกลัว ฉันจะให้เขาผ่าศพพี่วัตหาสารพิษในร่างกายให้ได้” พูดจบรสสุคนธ์เดินปึงปังตามชีพไปที่บ้าน เห็นเขากินเหล้าก็ยื้อยุดห้ามปรามพร้อมกับตวาดใส่อย่างหงุดหงิดให้เขาตั้งสติ เลิกกลัวผีเพราะผีไม่มีจริง พวกมันจงใจวางแผนหลอกให้เรากลัว แต่ชีพพูดละล่ำละลักว่ามี วิญญาณลั่นทมมีแน่ๆมันแค้นตน

ทันใด หวานมายืนยันเช่นเดียวกับชีพอีกคน แล้วดึงรสสุคนธ์ไปคุยกันตามลำพังในห้องมิดชิด ถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเป็นคนต้นคิดใช่ไหม ถ้าเธอไม่ให้ท้ายหรือไม่ให้เงินเรวัตคงไม่กล้า เพราะมันกลัวเมียจะตาย

“น้าอย่ามาหาคุกให้ฉันนะ”

“มันคงคิดทำร้ายคุณอุษาอีก คุณผู้หญิงท่านถึงไม่เอาไว้”

“ฉันไม่รู้เรื่อง น้านี่ชอบยัดเยียดเรื่องชั่วๆให้ฉันจัง”

“ก็แกมันถนัดแต่เรื่องชั่วๆนี่”

“ฉันไม่เคยทำชั่ว”

“ไม่เคยทำชั่ว แล้วไอ้คนที่ทำคุณผู้หญิงรถคว่ำตายนั่นล่ะ”

“ไม่รู้จริงอย่าปากพล่อยนะน้า”

“ข้าได้ยินเต็มสองหูจะว่าไม่จริงได้ไง แกมันเสียสติไปแล้ว เงินทองของนอกกายตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ กลับตัวเสียเถอะนังรส ที่แกยังไม่โดนคงเป็นเพราะคุณผู้หญิงท่านยังให้โอกาส ถ้าแกยังคิดไม่ได้แกต้องมีอันเป็นไปแน่”

“อย่ามาแช่งฉันนะ”

“ฉันเตือนสติแก ยังไงแกก็เป็นหลานฉัน อย่าโลภอีกเลย มันไม่คุ้มหรอกนังรส”

“ฉันมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันถอยก็บ้าสิ ผีก็ผีเถอะ ฉันไม่กลัว” พูดจบรสสุคนธ์ผลุนผลันออกไป หวานหนักใจไม่รู้จะทำยังไงกับมันแล้ว...

รสสุคนธ์กลับเข้าห้องนอนเห็นชีพกระสับกระส่ายพูดพล่ามแต่เรื่องผีลั่นทมก็ยิ่งหงุดหงิด เข้ามาเขย่าตัวเขาบอกให้รู้ว่าพรุ่งนี้จะพาไปหาหมอ เธอจะให้หมอตรวจจนกว่าจะเจอยาที่พวกอุษาใส่ให้เขากิน เพราะเธอไม่เชื่อว่าทุกอย่างเป็นฝีมือผีลั่นทม ไม่เชื่อและไม่มีวันกลัวด้วย!

ooooooo

วันต่อมา รสสุคนธ์ตั้งใจพาชีพไปตรวจร่างกายเพราะคิดว่าโดนพวกอุษาวางยาถึงได้มีอาการเหมือนคนประสาทหลอนพูดเพ้อแต่เรื่องผีลั่นทมไม่หยุดหย่อน วันทั้งวันเอาแต่กินเหล้า งานการไม่ยอมไปทำ

แท้จริงชีพมีสติรู้ตัวทุกอย่าง รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านและมั่นใจว่าผีลั่นทมอาละวาด เขาจึงดึงดันไม่ยอมให้หมอตรวจเพราะตรวจไปก็ไม่เจออะไรอยู่ดี

รสสุคนธ์ไม่พอใจอย่างมากเพราะปักใจเชื่อว่าชีพต้องโดนวางยาและยานั้นอาจเป็นของหมอผันที่เชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพร แต่พอเธอพูดทีไรชีพไม่คล้อยตาม วันนี้ก็เช่นกันเธอโกรธถึงกับก่นด่าเขาลับหลังว่า

“ไอ้บ้าเอ๊ย จะทำตัวเป็นผีตายซากแบบนี้อีกนานไหม นี่ถ้าไม่เห็นแก่สมบัติของมัน ฉันไม่ทนแล้ว”

รสสุคนธ์ฮึดฮัดลงจากรถเดินตามชีพขึ้นไปบนห้องนอน ถามซ้ำซากอยากรู้ทำไมเขาถึงไม่ให้หมอตรวจ หรือว่ากลัวอุษาจะติดคุก ชีพส่ายหน้าระอาก่อนยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นอะไร ทั้งหมดเป็นเพราะวิญญาณลั่นทม ตนพูดหลายครั้งแล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง

“ไม่จริง ผีไม่มีจริง...คุณทำเหมือนกับว่าที่เราต่อสู้กันมามันไม่มีความหมาย จู่ๆคุณจะยอมแพ้มันเหรอ รสไม่ยอมหรอก จำไว้นะ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นรสก็จะไม่ยอมแพ้มัน และคุณก็ต้องร่วมมือกับรสตลอดไปด้วย”

ชีพคร้านที่จะต่อปากต่อคำ ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ด้วยความรำคาญ...รสสุคนธ์หงุดหงิดอารมณ์เสียขวางหูขวางตาไปหมด แล้วพาลมาลงที่นายฉ่ำถึงกับไล่ออก ให้ไปเอาเงินเดือนที่ยังค้างจากทนายไกรแล้วไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีก

“แต่ผมไม่ได้รับเงินจากคุณ คนที่จะไล่ผมออกได้คือคุณอุษาหรือคุณผู้ชายเท่านั้น”

“หัวหมอเหรอ ก็ฉันนี่แหละทำในนามคุณผู้ชายของแกไง”

ฉ่ำไม่ยอมทำท่าจะโทร.บอกอุษา แต่รสสุคนธ์รีบกระชากโทรศัพท์วางคืนแป้นแล้วตวาดใส่ 

“ไปบอกเอง แกไม่มีสิทธิ์ใช้โทรศัพท์ในบ้านนี้”

ฉ่ำเจ็บใจแต่จำต้องผละออกมาจากตรงนั้น รสสุคนธ์มองกราดไปที่คนอื่นๆ ประกาศอย่างวางอำนาจว่าถ้าใครยังคิดจะรวมหัวกับอุษาแกล้งตนกับชีพอีก ตนจะเฉดหัวออกไปจากบ้านนี้ทุกคน

ทุกคนนิ่งเงียบแต่พอลับหลังรสสุคนธ์ก็มาจับกลุ่มรวมพลังต่อต้าน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไล่ก็ไม่ออก รสสุคนธ์หน้าด้านอยู่แย่งผัวเขาได้ พวกเราก็หน้าด้านได้เหมือนกัน

“เอาไงเอากัน...น้าฉ่ำพูดถูก คนที่จะไล่เรามีแค่คุณผู้ชายกับคุณอุษาเท่านั้น แม่รสไม่เกี่ยว”

เมื่อทุกคนร่วมหัวจมท้ายกันแบบนี้ จึงอยากรู้ว่าหวานจะว่ายังไง หวานไม่ตอบแต่ไปเจรจากับรสสุคนธ์ให้เลิกวุ่นวายกับคนรับใช้ของลั่นทม แต่ไม่เป็นผล ผีลั่นทมเลยลงมือสั่งสอนด้วยการเข้าสิงร่างชีพแล้วตบตีทำร้ายรสสุคนธ์

“โอ๊ย! คุณบ้าไปแล้วเหรอ อาการคุณหนักมากแล้วนะ คุณต้องโดนพวกมันวางยา รสจะเอามันเข้าตะรางให้หมด”

ชีพได้สติพูดละล่ำละลัก “ลั่นทมมา...เขาขู่เรา...ฉันขอโทษ ฉันเห็นเธอเป็นลั่นทม”

“ประสาท! ผีนังลั่นทมไม่มีจริง ท่องไว้”

รสสุคนธ์จะประสาทกินเสียให้ได้กับอาการหวาดผวาคุ้มดีคุ้มร้ายของชีพ อีกทั้งเงินทองก็ร่อยหรอไม่มีใช้จ่าย รุ่งขึ้นเธอจึงสำรวจสิ่งของมีค่าในบ้านเพื่อนำไปขาย พร้อมกันนี้ก็เรียกวิเวกกับสมพรมารับทราบว่าต่อไปไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว

“แต่ฉันกับไอ้เวกจะไม่ออก เธอไม่มีสิทธิ์ แม้แต่คุณผู้ชายก็เถอะ นอกจากจะผ่านหกเดือนไปแล้ว”

รสสุคนธ์จ้องสมพรกับวิเวกอย่างแค้นเคือง หาว่าทั้งคู่หัวหมอ คงมีคนคอยหนุนหลัง...พูดขาดคำก็ชะงัก เห็นอุษาเดินเข้ามาพร้อมทนายไกร

“อ้อ...ถึงกับแล่นไปตามกันมาเลย พวกเดียวกันทั้งนั้น นึกอยู่แล้วว่าคุณไกรก็รวมหัวกับพวกมันด้วย มิน่าไอ้พินัยกรรมมันถึงแปลกๆ”

“กรุณาอย่าพูดพล่อยๆนะคุณรส แบบนี้ผมฟ้องคุณได้” ไกรตอบโต้

“ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณ แต่ไอ้พวกขี้ข้าพวกนี้ฉันบอกเลยว่าฉันไม่ไว้ใจ ฉันไม่ต้องการจ้างพวกมัน ฉันทำในนามเมียของคุณชีพคงไม่มีปัญหาหรอกนะ”

“แต่ลูกจ้างทุกคนมีสิทธิ์อยู่ที่นี่ จนกว่าคุณชีพจะมีสิทธิ์สมบูรณ์ตามพินัยกรรม”

“แต่ตอนนี้ยัง...เพราะฉะนั้นพวกเขาสามารถเข้านอกออกในบ้านนี้และทุกสถานที่ตามคำสั่งเดิมของคุณน้าลั่นทม” อุษาสรุปชัดเจน รสสุคนธ์โกรธตัวเนื้อสั่น เห็นพวกฉ่ำพากันยิ้มเยาะก็ยิ่งแค้น

“ก็ได้...แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” รสสุคนธ์กระแทกเสียงทิ้งท้ายก่อนผละไป แล้วอีกไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็เจอดีเข้าจนได้ เธอเห็นลั่นทมเต็มๆตา กรีดร้องหวาดกลัวจนชีพที่กำลังหลับสะดุ้งตื่นและมีอาการหวาดผวาพูดซ้ำไปซ้ำมา

“บอกแล้วไง ฉันบอกแล้วลั่นทมมันมา...มันมาแก้แค้น...เมื่อคืนมันก็มาแต่เธอไม่เชื่อฉัน ทำไงดี เราไปกันเถอะ ฉันไม่เอาแล้ว สมบัติอะไรก็ไม่เอา”

รสสุคนธ์ตกใจรู้ตัวว่าพลาดไปรีบจับตัวชีพไว้ กลับคำทันทีทันใดเพราะกลัวจะชวดสมบัติ

“เดี๋ยวค่ะชีพ...ไม่ใช่ๆ รสคงตาฝาดค่ะ คงกำลัง โมโห...คือรสมีปัญหากับพวกอุษา เอะอะมันก็อ้างลั่นทม รสเลยประสาทไปหน่อย ถ้ารสเห็นมันจริง รสคงเป็นลมไปแล้วล่ะ ชีพลงไปจัดการพวกมันหน่อย”

ชีพสงบลง ยอมลงมาพบไกรที่ห้องรับแขก ไกรวางเอกสารปึกใหญ่ให้เขาอ่านอย่างละเอียดจะได้ไม่มีปัญหาจุกจิกอีก แต่ชีพไม่ยอมแตะต้อง พูดเนือยๆว่าช่างเถอะ ตนรู้แค่ว่าครบหกเดือนทุกอย่างเป็นของตนเท่านั้นพอแล้ว

“ถ้าชีพไม่อ่านรสอ่านเอง...ฉันจะเอาไว้อ่านคืนนี้”

“ไม่ได้ ต้องอ่านต่อหน้าผมต่อหน้าทุกคนครับ เสร็จแล้วผมต้องนำไปเก็บรักษาไว้ คุณมีอะไรไม่เข้าใจจะได้อธิบายเสียให้จบไป”

รสสุคนธ์ไม่พอใจจ้องไกรเขม็ง กรีดเสียงว่าตนต้องไปงานศพพี่เรวัตแล้วจะอ่านทันได้ยังไง ไกรทำไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนเป็นการยืนยันว่ายังไงก็ต้องเป็นไปตามที่ตนอธิบาย

ooooooo

หลายครั้งหลายหนแล้วที่วิญญาณลั่นทมสั่งสอนชีพกับรสสุคนธ์แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่สำนึกและไม่หยุดคิดร้ายกับอุษา หรือแม้แต่บรรดาคนรับใช้ก็ไม่เว้น

เมื่อเป็นเช่นนั้น ลั่นทมจึงอาละวาดหนักขึ้นถึงขั้นลวงชีพไปที่สุสานแล้วบังคับให้เข้าไปในโลงศพ ชีพกลัวแทบสติแตกแต่ไม่อาจต้านทานต่อแรงสะกดของลั่นทมได้ ฝ่ายรสสุคนธ์ตามหาสามีไม่เจอก็เอาแต่หึงหวง คิดว่าเขาอยู่ในห้องอุษาจึงไปทุบประตูเรียกจะเอาเรื่อง ทำให้หวานกับพวกสวาทแตกตื่นกรูกันมามุงดู

“นี่นังรส มาเอะอะอะไรหน้าห้องคุณษา”

“ผัวฉันหาย ต้องแอบมาหานังคนดีของน้าหวานแน่”

“แกอย่ากล่าวหาคุณษาอย่างนั้นนะ”

“อย่ามาเข้าข้างกันเลย ฉันหาหมดทั้งบ้านแล้วไม่มี แล้วนี่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตู คอยดูนะ ถ้ารู้ว่าผัวฉันอยู่ในห้องนังอุษา ฉันฆ่ามันแน่” ว่าแล้วรสสุคนธ์ก็ตะโกนลั่นว่ามีขโมยเข้าห้องอุษา พวกฉ่ำวิ่งพรวดมาทำท่าจะกระแทกประตู แต่อุษาเปิดออกเสียก่อน ทุกคนเลยรู้ว่าที่แท้เป็นกลลวงของรสสุคนธ์ที่จะให้อุษาเปิดประตู

เมื่อสมใจเธอแล้ว รสสุคนธ์ผลักฉ่ำและทุกคนออกไปแล้วแทรกตัวเองเข้ามาในห้องอุษา กวาดตามองหาชีพ

“ออกมานะชีพ...ออกมา!”

“เลิกบ้าซะที ผัวแกหายแล้วมาวุ่นวายอะไรที่ห้องคุณอุษา”

“ว่าได้เหรอ คนดีของน้าหวานทำติ๋มๆ อาจซ่อนความเลวไว้ แอบนัดแนะผัวฉันมาก็ได้”

“ถ้าฉันอยากได้น้าชีพล่ะก็คงไม่ถึงมือเธอหรอก แต่เผอิญฉันไม่ชอบของโสโครก เธอถึงได้ไปครอบครองไง ก็สมกันแล้ว ของโสโครกกับคนโสโครกอย่างเธอ”

รสสุคนธ์เจ็บจี๊ดทำท่าจะตบหน้าอุษาแต่หวานและพวกสวาทพร้อมใจกันขวาง เธอเลยทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องกรี๊ดอาฆาตแค้นอุษา แล้วพาลมาลงกับนฤมลที่ยังทำใจไม่ได้ต่อการจากไปอย่างกะทันหันของสามี

“รส...พี่จะทำยังไง ไม่มีพี่วัตแล้วพี่กับลูกจะทำยังไง พี่มองไม่เห็นอนาคตเลย พี่ไม่ควรมาที่นี่เลย พี่พาพี่วัตมาตายแท้ๆ”

“หยุดคร่ำครวญซะทีเถอะ ถึงพี่วัตอยู่พี่มลก็ไม่มีอนาคตอยู่แล้ว ตอนนี้รสจะบ้าอยู่แล้ว คุณชีพหายไปไหนไม่รู้ รถก็อยู่ เสื้อผ้าก็ไม่ได้เปลี่ยน โทรศัพท์ก็ทิ้งไว้ รสคิดไม่ออกเลยว่าคุณชีพไปไหน”

นฤมลไม่พอใจแต่นิ่งไว้เพราะรู้นิสัยรสสุคนธ์ว่าบ้าดีเดือดขนาดไหน...แล้วคืนนั้นเองที่รสสุคนธ์ขอนอนห้องเดียวกับนฤมล แต่ไม่ยอมบอกว่ากลัวผี เธอฝันร้ายเห็นชีพวิ่งเซซังหนีลั่นทมมาจากสุสาน ลั่นทมดุดันหน้าน่ากลัวมากจะทำร้ายทั้งเธอและชีพ

รสสุคนธ์สะดุ้งตื่นแต่ไม่ยอมเล่าให้นฤมลฟังเพราะเกรงว่าเธอจะพาลูกๆย้ายออกไป ส่วนตัวเองก็ไม่ได้เอะใจว่าชีพอยู่ในสุสาน แม้แต่อุษาที่นำเครื่องเซ่นไหว้ไปที่สุสานในเช้าอีกวันก็ยังไม่รู้ว่าชีพนอนอยู่ในโลง

ooooooo

 

สุสานคนเป็น

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด