สมาชิก

ดุจดาวดิน

ตอนที่ 1

ณ คฤหาสน์โอ่อ่าของเติมบุญ อัครดำรงกุล มหาเศรษฐีเจ้าของห้างสรรพสินค้า ผู้มีลูกสาวสามคนเป็นสามใบเถา คือ ปานดาว ปานเดือน และปานฟ้า วันนี้จัดงานเลี้ยงที่กลางสนาม เป็นงานเลี้ยงส่งปานฟ้า อัครดำรงกุล ลูกสาวคนเล็กไปเรียนต่อปริญญาตรีและโทที่ต่างประเทศ และฉลองครบรอบหนึ่งขวบของทิน-ภัทรลูกของปานเดือนกับอนิรุทธิ์ หลานชายคนเดียวของตระกูล แขกผู้มีเกียรติมากันมากมาย

เมื่อพิธีกรขึ้นทักทายบนเวทีแล้วเชิญเติมบุญขึ้นกล่าวเปิดงาน เติมบุญเดินขึ้นเวทีอย่างยิ้มแย้มยินดี ขอบคุณแขกที่ฝ่ารถติดมางานในคืนนี้

ทักทายแขกแล้ว เติมบุญหันไปอีกด้านของเวที ปานเดือนอุ้มลูกชายมาส่งให้ เติมบุญรับหลานชายตัวน้อยไปกอด หอมซ้ายหอมขวาอย่างหลงใหล บรรดานักข่าวพากันถ่ายรูปวูบวาบเก็บภาพน่าประทับใจไว้มากมาย

ที่โต๊ะหน้าเวที ปานดาวลูกสาวคนโตของเติมบุญ มองตาร้อนผ่าว พึมพำแววตาร้าย...

“มีความสุขกันไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็จะรู้สึก”

ooooooo

เมื่อเติมบุญอุ้มทินภัทรลงมาที่โต๊ะ อนิรุทธิ์พ่อของทินภัทรรีบไปรับลูกชายไปอุ้มพูดกับลูกชายว่าเดี๋ยวคุณตาหนักแย่ เติมบุญหยอกกลับว่า “อ้าว...พูดแบบนี้ก็ดูถูกกันนี่พ่อรุทธิ์” พูดแล้วหัวเราะอารมณ์ดี

ปานเดือนเห็นทินภัทรหาวนอน บอกอนิรุทธิ์ว่าลูกคงจะง่วงแล้ว ขอตัวพาลูกไปนอนก่อน ปานดาวขัดขึ้นว่าให้ป้าแก้วพาไปก็ได้ เพราะเดี๋ยวก็จะเปิดฟลอร์กันแล้ว ปานเดือนหัวเราะขำๆ บอกว่าตนไม่ชอบเต้นรำอยู่แล้ว ถูกภูวดลสามีของปานดาวลุ้นให้ไปเต้นยืดเส้นยืดสาย พูดหยอกว่า ถ้าปานเดือนไม่อยู่แล้วอนิรุทธิ์จะเต้นกับใครล่ะ

ปานฟ้าเห็นด้วยกับภูวดล บอกพี่สาวว่ายังไงคืนนี้ก็ไม่ยอมให้หลบขึ้นตึกแน่ แล้วถามหาป้าแก้วเพื่อจะให้พาทินภัทรขึ้นนอนแทน สายอุษาผู้เป็นแม่บอกว่า ตนให้ป้าแก้วไปดูผลไม้ที่เรือนครัว เพราะยังไม่มีใครยกออกมาเลย

“ฟ้าไปตามเองค่ะ” ปานฟ้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางเรือนครัว ปานดาวสบตากับภูวดลอย่างสมใจ...
ooooooo

ก้องภพลูกชายของคุณหญิงวิมลวรรณภรรยาของอานนท์เขามีลูกติดคนหนึ่งคือภาคิน ก้องภพจึงมีศักดิ์เป็นน้องต่างมารดาของภาคิน ก้องภพเห็น

ปานฟ้าเดินออกไป เขาหันถามแม่ว่าฟ้าจะไปไหน วิมลวรรณยุลูกชายให้รีบตามไปประกบติดไว้เดี๋ยวจะได้เต้นรำกัน กำชับลูกชายว่า

“เดี๋ยวตอนเต้นรำ แกต้องเปิดฟลอร์กับหนูปานฟ้าให้ได้รู้ไหม” อานนท์ได้ยินถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้น วิมล–วรรณบอกเบาๆว่า “อ้าว...ก็เป็นการเปิดตัวให้ทุกคนรู้ไปเลยไงคะ...ว่าตาภพกับหนูปานเป็นแฟนกัน”

อานนท์ส่ายหน้าเบาๆ บ่นว่าทำอะไรน่าเกลียด สองคนนั้นยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย เตือนภรรยาว่าอย่าทำอะไรรุ่มร่าม เดี๋ยวเติมบุญจะตำหนิเอาได้ วิมลวรรณโต้อย่างถือดีว่า

“โอ๊ย...ใครจะกล้าตำหนิ ก้องภพน่ะลูกคุณหญิงวิมล–วรรณเชียวนะ ใครได้ไปเป็นเขยก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้วล่ะคุณ” แล้วเร่งก้องภพให้รีบตามปานฟ้าไป

ก้องภพรับคำแม่แล้วรีบไป ส่วนอานนท์ชะเง้อมองไปรอบตัว บ่นว่าภาคินเอารถไปจอดนานแล้ว ทำไมยังไม่มาสักที จึงรู้ว่าวิมลวรรณสั่งภาคินว่าจอดรถแล้วให้ไปรอที่โรงครัว อานนท์ถามว่าทำไมทำแบบนั้น ภาคินไม่ใช่คนขับรถถึงต้องไปรอที่โรงครัว

วิมลวรรณชักสีหน้าถาม­ว่าแล้วจะให้มานั่งชูคอประจานเราทั้งสองคนให้คนเอาไปนินทากันสนุกปากงั้นหรือ อานนท์ถามหน้าตึงว่าประจานอะไร วิมลวรรณทำหน้าเยาะบอกว่า

“สำหรับคุณก็คือผู้ชายตัณหาหน้ามืดมั่วไม่เลือก ส่วนฉันก็ผู้หญิงหน้าโง่ให้ผัวสวมเขาไง!”

อานนท์สะอึกอึ้งพูดไม่ออก ในขณะที่วิมลวรรณสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างขุ่นมัว แต่พอมีแขกเดินมาทักก็ปั้นยิ้มทักทายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ooooooo

ปานฟ้ารีบไปตามป้าแก้วชนเข้ากับภาคินที่เดินออกมา เธอเซจะล้ม ภาคินประคองไว้ทันต่างมองหน้ากันตะลึงไปครู่หนึ่ง พอได้สติ ภาคินทำเสียงดุนิดๆ บอกว่าเดินให้ระวังหน่อย ใส่ส้นสูงขนาดนี้ล้มไปขาจะพลิก ปานฟ้าขอโทษและขอบคุณเขา

แต่ยังไม่ทันแยกกัน ก้องภพก็ร้องเรียกปานฟ้ามาแต่ไกล พอมาเห็นภาคินยืนอยู่กับปานฟ้าก็กระชากคอเสื้อภาคินถามอย่างไม่พอใจว่าทำอะไรปานฟ้า จนปานฟ้าต้องออกมาอธิบายว่า ตนเป็นคนเดินชนภาคินเอง

พอดีป้าแก้วมาเจอ ป้าตกใจถามว่ามีอะไรกันหรือ ปานฟ้ารีบตัดบทว่า

“ไม่มีอะไรหรอกป้า ฟ้ามาตามให้ป้าแก้วไปรับทินภัทรไปนอนน่ะค่ะ”

ป้าแก้วพยักหน้ารับทราบแล้วเดินนำไป ปานฟ้ามองภาคินแวบหนึ่งก่อนเดินตามป้าแก้วไป ส่วนก้องภพยังจ้องหน้าภาคินอย่างเอาเรื่องก่อนรีบตามปานฟ้ากับป้าแก้วไป

ภาคินจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นกิ๊บติดผมของปานฟ้าหล่นอยู่ เขาหยิบขึ้นมองอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ป้าแก้วมารับทินภัทรจากปานเดือนพาไปนอน ปานดาวมองตามตาวาวอย่างสมใจว่าเวลามาถึงเสียที ซึ่งก็เป็นเวลาที่พิธีกรกล่าวเปิดฟลอร์พอดีเช่นกัน

ก้องภพยื่นมือเข้ามาตรงหน้าปานฟ้า ขอให้เกียรติเปิดฟลอร์กับตน ปานฟ้าส่ายหน้าบอกว่าตั้งใจจะเปิดฟลอร์กับคุณพ่อ แต่เติมบุญหัวเราะบอกลูกว่า พ่อแก่แล้วไปเต้นกับก้องภพเถอะ เธอจึงจำใจส่งมือให้ก้องภพ เขาพาเธอพลิ้วออกไปที่กลางฟลอร์อย่างสวยงาม

ภูวดลมองแล้วชมว่าสองคนช่างสมกันเหลือเกิน สาย–อุษาติงว่า “พูดอะไรอย่างนั้น ยัยฟ้ายังเด็กอยู่เลย”

“ไม่เด็กแล้วนะคะ ตอนนี้ล่ะกำลังเป็นสาวเต็มตัว” ปานดาวสนับสนุน เลยถูกเติมบุญขัดขึ้นเรียบๆว่า

“น้องไม่ใช่แกนี่ยัยดาว จะได้มีผัวตั้งแต่ยังไม่ถึงยี่สิบน่ะ”

ปานดาวหน้างํ้าชวนภูวดลออกไปเต้นรำกัน สายอุษาบ่นเติมบุญเบาๆว่า ไม่น่าไปแขวะลูกเลย

“ผมไม่ได้แขวะนะ แต่พูดความจริง ตัวเองนอกรีตนอกรอยไปคนหนึ่งแล้ว ยังคิดจะมายุน้องให้เป็นเหมือนตัวอีกรึไง”

สายอุษาเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ถามอนิรุทธิ์ว่าทำไมไม่พาปานเดือนออกไปเต้นรำล่ะ อนิรุทธิ์จึงลุกขึ้นส่งมือให้ปานเดือนพาออกไปเต้นรำกัน เติมบุญมองตามเอ่ยอารมณ์ดีขึ้นว่า

“ยังดีนะที่แม่เดือน­กับยัยฟ้าทำตัวดี แถมแม่เดือนยังมีทินภัทรให้ผมได้ชื่นใจอีก”

สายอุษามองไปเห็นวิมลวรรณส่งยิ้มมา อุทานอย่างตื่นเต้นว่ายังไม่ได้ไปทักทายเลย เติมบุญพยักหน้าชวนกันไปทักทาย

ooooooo

เมื่อเติมบุญกับสายอุษาเดินไปที่โต๊ะอานนท์กับวิมลวรรณ วิมลวรรณกับอานนท์รีบลุกขึ้นยกมือไหว้ วิมลวรรณทักเติมบุญว่า “สวัสดีค่ะเจ้าสัว” เติมบุญรีบออกตัวว่า ให้เรียกชื่อดีกว่าอย่าเรียกเจ้าสัวเลย พูดออกตัวว่าถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องก็ขออภัยด้วย

อานนท์ขยับจะพูดแต่ไม่ทันเพราะวิมลวรรณชิงพูดขึ้นก่อน วิมลวรรณชมว่างานจัดได้เริดมาก สายอุษาถามว่าสองคนไม่ออกไปเต้นรำกันบ้างหรือ อานนท์ทำท่าจะพูดอีก แต่ก็ไม่ทันวิมลวรรณอยู่ดี ชิงตอบไปว่า

“อ๊าย...ไม่ล่ะค่ะ ดูหนุ่มสาวเขาเต้นกันดีกว่า แหมยิ่งคู่ของตาภพกับหนูปานฟ้ายิ่งดูยิ่งสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกเลยนะคะคุณพี่...ดูสิคะ...”

วิมลวรรณชี้ชวนให้ดูไปที่กลางฟลอร์ สายอุษากับเติมบุญมองตามไปยิ้มๆ แต่ไม่พูดอะไร ส่วนอานนท์นั่งกระอักกระอ่วนใจที่วิมลวรรณออกอาการเสียจนเกินงาม

ooooooo

ก้องภพเต้นรำกับปานฟ้า ชายหนุ่มบอกว่าคืนนี้ตนมีความสุขมาก แต่พอปานฟ้าเบือนหน้าไปหน่ายๆ เขาอุทานถามว่า กิ๊บติดผมเธอหายไปไหนข้างหนึ่ง ปานฟ้า จึงรู้ว่ากิ๊บหาย คาดว่าคงหล่นตอนชนกับภาคินกระมัง

ก้องภพหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งทักว่าจำชื่อแม่นจัง ปานฟ้าบอกว่าได้ยินเขาเรียกเองเมื่อครู่นี้ ถามว่า

“ภพรู้จักเขาด้วยเหรอ เขาเป็นใครทำไมฉันไม่เห็นเขาเข้ามาในงานเลย”

ก้องภพตัดบทว่า “ฟ้าอยากรู้จักไปทำไม ก็ไอ้แค่ลูกเมียเก็บของคุณพ่อ มันจะกล้าเสนอหน้าเข้ามาในงานได้ยังไง” ปานฟ้าพึมพำว่าเมียเก็บหรือ ก้องภพพูดอย่างชิงชังรังเกียจว่า “ใช่...วันนี้มันมาในฐานะคนขับรถให้ผม รู้แบบนี้แล้ว ฟ้าก็เลิกสนใจคนอย่างมันได้แล้ว มันกับเราคนละชั้นกัน”

ปานฟ้าติงว่าทำไมพูดอย่างนั้น เพราะถ้าเป็นลูกพ่อเขาก็เท่ากับเป็นพี่ชายเขาคนหนึ่ง ก้องภพปฏิเสธเสียงขุ่นว่า

“อย่าเอามันมานับญาติกับผมนะ หยุดพูดเรื่องไอ้ภาคินเถอะ ผมไม่อยากฟัง”

บรรยากาศการเต้นรำกร่อยไปถนัดใจ ก้องภพพาปานฟ้าวาดลวดลายบนฟลอร์อย่างหงุดหงิด ส่วนปานฟ้าก็เต้นตามไปอย่างไม่พอใจเหมือนกัน

ภาคินยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มือถือกิ๊บมองไปที่ฟลอร์อย่างครุ่นคิด เห็นปานฟ้ากับก้องภพเต้นรำกันอยู่ เขาตัดสินใจหันกลับ เจอคนรับใช้ถือถาดใส่ผลไม้ผ่านมาพอดี เขาถามว่ามีประตูทางออกอื่นไหมนอกจากประตูหน้า บอกว่าตนจะไปรอที่รถจอดไว้ด้านนอก

คนรับใช้บอกว่ามีประตูด้านข้างเลยเรือนครัวไป พวกตนเข้าออกกันทางนั้น ภาคินพยักหน้าขอบใจแล้วเดินไป คนรับใช้มองตามพึมพำอย่างเสียดายว่า “ท่าทางดี๊ดี...ไม่น่าเป็นคนขับรถเล้ย...”

ooooooo    

ขณะที่ทุกคู่บนฟลอร์กำลังเต้นรำกันอย่างเพลิดเพลิน ปานดาวกับภูวดลฉวยโอกาสนั้นพากันลุกเลี่ยงออกไป ที่ประตูหลัง พิมเด็กสาวจากสลัม

น้องสาวของภูวดลมาทำลับๆล่อๆอยู่ พอประตูเปิดก็วิ่งไปบอกว่า “ฉันมารอตั้งนานแล้ว!”

พลันพิมก็ชะงัก เมื่อคนที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่ภูวดล พูดอึกอักติดอ่างขึ้นกะทันหัน จนภาคินบอกว่าไม่เป็นไร แล้วเดินเลี่ยงไป พิมถอนใจบ่นงึมงำ

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ มัวทำบ้าอะไรอยู่น่ะพี่ภู...เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก”

ที่แท้ ภูวดลเพิ่งขึ้นไปแอบอยู่หน้าห้องนอนของทินภัทร เห็นป้าแก้วยังดูแลทินภัทรอยู่ จนเมื่อป้าแก้วจะออกไปเห็นนํ้าร้อนหมดจึงเอากระติกไปเติม ภูวดลถือโอกาสนั้นเข้าไปขโมยทินภัทรออกจากห้อง พึมพำขณะอุ้มร่างน้อยๆขึ้นมาว่า

“โทษฉันไม่ได้นะเจ้าหนู ต้องโทษที่ตาของแกมันลำเอียงมากเกินไป”

ooooooo

ปานเดือนกับอนิรุทธิ์เต้นรำกันแต่ตามองคู่ของปานฟ้ากับก้องภพซึ่งเป็นคู่เด่นบนฟลอร์ ดูไปชมไปคุยไป จนปานเดือนก้าวพลาดขาแพลง อนิรุทธิ์รีบพาไปที่โต๊ะ เจอปานดาวนั่งอยู่ ปานดาวถามอย่างระแวงว่าไม่เต้นรำหรือ ปานเดือนบอกว่าเหนื่อยเพิ่งมาพักเมื่อกี้นี่เอง อนิรุทธิ์ถามว่าแล้วภูวดลล่ะ ปานดาวกลบเกลื่อนอย่างไร้พิรุธว่า

“ไปเอานํ้าให้พี่น่ะ แล้วเธอสองคนล่ะ ทำไมหยุดเต้นรำเสียล่ะ กำลังสนุกออก”

ปานเดือนมองอนิรุทธิ์ที่นวดขาให้ตน บอกว่าดีขึ้นแล้ว พอแล้ว อนิรุทธิ์ขึ้นนั่งด้วยกันมองไปที่ฟลอร์อย่างสนใจ

ปานดาวเริ่มกระวนกระวายร้อนใจว่า “ภูจัดการเรียบร้อยหรือยังเนี่ย...”

ภูวดลจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาอุ้มทินภัทรไปส่งให้พิมที่ประตูหลัง สั่งให้รีบไปจัดการให้เร็วที่สุด พิมทวงค่าจ้าง ภูวดลตัดบทว่า “เออ...เอาไว้ให้เรื่องเงียบก่อนฉันจะเอาไปให้แกเอง เร็ว...รีบไป”

พิมมองซ้ายมองขวาแล้วอุ้มทินภัทรลัดเลาะหายไปในเงามืด ภูวดลยืนดูจนพิมหายไปแล้วก็ถอนใจโล่งอก

ooooooo

ป้าแก้วเอานํ้าร้อนกลับเข้าไปในห้อง ไม่เห็นคุณหนูบนเตียงแล้ว ตกใจเที่ยวมองหาจนทั่วก็ไม่เจอ วิ่งสุดฝีเท้าไปบริเวณจัดงานที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการกินดื่มและเต้นรำกันอยู่ ละล่ำละลักเข้าไปบอกสายอุษาว่าคุณหนูหายไป!

บรรยากาศตึงเครียดทันที ทุกคนตกใจกับข่าวนี้มาก งานเลิกโดยปริยาย แขกทยอยกันกลับ สวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจหาหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามเติมบุญว่าเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครบ้างหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่มีตนทำธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ เติมบุญบอกทันทีว่ามันเรียกเท่าไรตนยินดีจ่าย ตำรวจแจ้งว่าระหว่างนี้เราคงต้องรอให้มันติดต่อมาก่อน
ปานเดือนร้องไห้คร่ำครวญจนเป็นลม ทุกคนหันไปสนใจปานเดือน ส่วนปานดาวยืนมองความโกลาหลอย่างสะใจ เมื่อเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ ปานฟ้าเสนอว่าตนยังไม่อยากเดินทางพรุ่งนี้ แต่สายอุษาเห็นว่าควรไปตามกำหนด ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทางนี้เชื่อว่าตำรวจจัดการได้
ooooooo

พิมอุ้มทินภัทรไปขายให้นายพ่วงหัวหน้าแก๊งเด็กขอทาน นายพ่วงจ่ายเงินแล้วถามว่าทำไมคราวนี้มาคนเดียว พิมบอกว่าไอ้ก้านผัวตนติดคุกคดียาเสพติดอยู่ นายพ่วงมองทินภัทรที่หลับปุ๋ย ชมว่าท่าทางเป็นลูกผู้ดีมีเงิน ดูจะเลี้ยงง่าย เลยตั้งชื่อให้ใหม่ว่า บุญทิ้ง

ภูวดลติดต่อทางโทรศัพท์กับพิม พอรู้ว่าจัดการเรียบร้อยแล้วก็ชมว่าดี ทำงานเร็วดี เมื่อปานดาวเข้ามารู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พูดกับภูวดลว่า

“ฉันสาแก่ใจจนบอกไม่ถูก ตอนที่เห็นหน้าคุณพ่อกับนังปานเดือนที่รู้ว่าไอ้ทินภัทรหายไป สุขกันมามากแล้ว ถึงเวลาที่จะได้รู้กันเสียบ้างว่า ความเจ็บปวดน่ะ มันเป็นยังไง!”

ฝ่ายวิมลวรรณกลับไปแล้วก็ติดตามข่าวนี้ทางสื่อ แต่ไม่มีที่ไหนเสนอข่าวนี้เลย คาดว่าเติมบุญคงปิดข่าวนี้ เห็นก้องภพจะออกข้างนอกถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปส่งปานฟ้าที่สนามบินก็พึมพำว่า นึกว่าจะเลื่อนการเดินทางเสียอีก เพราะหลานหายไปทั้งคน เมื่อก้องภพบอกว่าคุณลุงกับคุณป้าขอร้องเธอเลยต้องไป  วิมลวรรณจึงฝากให้ถามข่าวคราวทินภัทรแทนแม่ด้วย

ก้องภพอยากให้นายช่วงช่วยขับรถให้ เพราะไปรีบๆ ตนขับเองเดี๋ยวโดนตำรวจจับ แต่นายช่วงไปขับรถให้อานนท์แล้ว สองแม่ลูกจึงให้ภาคินขับให้ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสะใจที่มีข้ออ้างกดให้ภาคินลงมาเป็นคนขับรถได้อีกครั้ง

ระหว่างทาง ก้องภพข่มและขู่ภาคินว่า ถ้าตนไปส่งแฟนไม่ทันได้เรื่องแน่ แต่ภาคินก็นิ่งฟังอย่างอดกลั้น

ooooooo

เหตุร้ายที่เกิดกับทินภัทรทำให้วันเดินทางของปานฟ้า มีแต่เติมบุญและสายอุษาไปส่งที่สนามบิน ปานฟ้าเป็นห่วงปานเดือน บอกพ่อกับแม่ให้ช่วยดูแลพี่สาวเป็นพิเศษด้วย สายอุษาบอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง อนิรุทธิ์ดูแลดีอยู่แล้ว

เมื่อใกล้เวลาเครื่องออก ปานฟ้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เติมบุญกับสายอุษายืนรออยู่ตรงนั้น พอดีก้องภพเดินทางมาถึง เขาตกใจนึกว่าปานฟ้าเข้าไปข้างในแล้ว พอรู้ว่าเธอไปเข้าห้องน้ำก็ยิ้มออกมาได้

ที่หน้าห้องน้ำในสนามบิน ภาคินเพิ่งออกจากห้องน้ำ เจอเด็กเอาดอกกุหลาบสดมาขาย ขอให้ช่วยซื้อเพราะจะเอาเงินไปเป็นค่าเทอม เด็กขายดอกละ 10 บาท ภาคินให้ไป 20 บาท บอกว่าไม่ต้องคืน สะสมเอาไปจ่ายค่าเทอม บอกให้ตั้งใจเรียนให้ดี

แต่พอเขาเดินออกมา เจอปานฟ้าเข้าพอดี เธอยกมือไหว้ เขาถามว่าไหว้ตนทำไม เธอตอบด้วยแววตาซื่อๆว่า

“ก็คุณเป็นพี่ชายของก้องภพไม่ใช่หรือคะ”

“ถ้าก้องภพได้ยินคงไม่พอใจนัก ทีหลังไม่ต้องไหว้ ผมหรอกครับ มันไม่เหมาะ”

“ฉันโตพอที่จะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ แล้วการตัดสินใจของฉันก็ไม่เกี่ยวกับใครด้วย โดยเฉพาะก้องภพ ฉันไปล่ะนะ”

ปานฟ้าหันหลังจะเดินไป ภาคินเรียกไว้ บอกเธอว่า

“คุณ...ทำกิ๊บติดผมตกไว้ที่สนาม ผมเก็บได้ จะเอาไปให้แต่ไม่มีโอกาส”

ปานฟ้ามองอย่างดีใจ บอกว่าขอฝากไว้ก่อนก็แล้วกัน อีก 6 ปีจะกลับมาเอา ถ้าเขาไม่ทำหายเสียก่อน

ภาคินอดยิ้มไม่ได้ รีบอวยพรก่อนเธอจะหันไปว่า “ขอให้เดินทางปลอดภัยนะครับ” พร้อมกับยื่นดอกกุหลาบให้ เธอขอบคุณ รับดอกกุหลาบไปเขินๆ แก้มแดงเรื่อ เธอรีบหมุนตัวกลับ ภาคินยืนมองจนเธอเดินลับตาไป...

ooooooo

กลับมาถึงตรงที่พ่อกับแม่รออยู่ ก้องภพเห็นเธอกลับมาก็รีบเดินไปหา พูดอย่างตื่นเต้นว่านึกว่าจะมาไม่ทันส่งเสียแล้ว เธอบอกเขาว่าไม่น่าต้องลำบากเลย สายอุษาเตือนว่าจวนได้เวลาแล้วกระมังเธอจึงเข้าไปกราบที่ไหล่พ่อกับแม่บอกลา และถ้ามีข่าวของทินภัทรให้รีบบอกตนด้วย

“ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นนะยัยฟ้า คิดแต่เรื่องเรียนอย่างเดียว พ่อกับแม่จะรอความสำเร็จของลูก”

ปานฟ้ารับคำของพ่อกับแม่แล้วหันไปเอ่ยลาก้องภพ ขอบคุณที่มาส่ง ก้องภพพูดอ้อนๆว่าแล้วเมล์มาคุยกันบ้าง เธอพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปข้างใน แต่อดหันมองหาภาคินไม่ได้ เมื่อไม่เห็น เธอก้มมองกุหลาบในมือ ถือไว้อย่างถนอม โบกมือลาทุกคน แล้วเดินเข้าข้างใน

เครื่องทะยานขึ้นครู่ใหญ่แล้ว ปานฟ้ามองไปนอกหน้าต่าง เห็นปุยเมฆลอยฟูฟ่อง ปล่อยใจให้คิดถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ ก้มมองกุหลาบในมือยิ้มนิดๆ ราวกับเห็นหน้าผู้ให้อยู่ในกุหลาบดอกนั้น

ooooooo

ภาคินขับรถพาก้องภพกลับ ระหว่างทาง ก้องภพกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างมีความสุขพูดอย่างย่ามใจว่า ป่านนี้ปานฟ้าคงร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะคิดถึงตนแล้ว ถามภาคินว่า

“แกว่าแฟนฉันสวยไหมไอ้ภาคิน...เสียดายจริงๆ ที่ยังไม่ทันได้ฟันก่อนไป แต่ก็ช่างเถอะยังไงๆยัยฟ้าก็ไม่พ้นมือฉันอยู่แล้ว”

ก้องภพนั่งกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์ จู่ๆภาคินก็เบรกรถอย่างแรงจนก้องภพหัวทิ่มด่าภาคินว่า ขับรถภาษาอะไร ภาคินขอโทษด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่าคันหน้าแซงปาดกะทันหันถ้าตนไม่หลบก็ต้องชน ก้องภพมองหน้าภาคิน อย่างจับผิดแต่เห็นสีหน้าเรียบเฉยก็เชื่อว่าเขาไม่ได้แกล้งจริงๆ

แต่หารู้ไม่ว่า ในสีหน้าที่เรียบเฉยของภาคินนั้น มีแววสะใจในดวงตาวาบขึ้นนิดหนึ่ง แล้วมองเครื่องบินที่บินอยู่บนท้องฟ้าอย่างครุ่นคิด...

เมื่อกลับถึงบ้านและเข้าห้องนอน ภาคินหากล่องเล็กๆ น่ารักออกมา เอากิ๊บที่ปานฟ้าฝากไว้ถึง 6 ปีจึงจะมารับ เก็บใส่กล่องไว้อย่างทะนุถนอม ยิ้มกับกล่องก่อนเก็บใส่ลิ้นชักไว้อย่างดี

ooooooo

เวลาผ่านไปเป็นเดือนแล้ว แต่การหายตัวไปของทินภัทรยังไม่มีความคืบหน้า เติมบุญไปตามข่าวนี้ที่โรงพัก เขาหัวเสียมากเมื่อไม่มีความคืบหน้า ตำรวจบอกว่าคนร้ายยังไม่ยอมติดต่อมา คาดว่าคงจะไม่ใช่การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ แต่อาจเป็นการขโมยเด็กไปเป็นลูกหรือเป็นพวกโรคจิตที่ชอบทำร้ายเด็กก็ได้

ปานเดือนเสียใจจนเป็นลม อนิรุทธิ์ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล ยังความสะใจแก่ภูวดลและปานดาวยิ่งนัก ปานดาวถึงกับสาปแช่งลับหลังว่าขอให้เป็นบ้าไปเลยยิ่งดี

สายอุษาเห็นอาการเซื่องซึมไม่พูดไม่จากับใครของปานเดือน ถามหมอว่าทำไมลูกตนถึงเป็นแบบนี้ หมอรายงานว่าตรวจร่างกายแล้วทุกอย่างเป็นปกติ วินิจฉัยว่าน่าจะเป็นอาการทางจิต เสนอให้พาคนไข้ไปพบจิตแพทย์ให้เร็วที่สุด

สายอุษาคร่ำครวญด้วยความเสียใจ แต่เติมบุญนั้นเสียใจมากโรคหัวใจกำเริบ จนต้องพาไปโรงพยาบาลนอนนิ่งไม่รู้สึกตัวท่ามกลางความโกลาหลห่วงใยของทุกคน

สายอุษาเครียดจัดไหนหลานจะหาย ลูกจะเหม่อลอยจนต้องพบจิตแพทย์ แล้วสามียังมานอนไม่ได้สติอยู่อีก ปรารภกับอนิรุทธ์อย่างกลัดกลุ้มว่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะทินภัทรหายไปแท้ๆ

“ใช่ครับ ถ้าตามลูกกลับมาได้ ทุกคนคงดีขึ้น” อนิรุทธิ์เอ่ย สายอุษาถามว่าแล้วเราจะไปตามที่ไหนเพราะขนาดตำรวจก็ยังไม่เจอเลย “ยังไงๆผมก็ต้องตามทินภัทรกลับมาให้ได้” อนิรุทธิ์น้ำตาคลอแต่สีหน้าอย่างมุ่งมั่น

เวลาผ่านไปเป็นเดือนแล้ว ภูวดลเอาเงินค่าจ้างไปให้พิมที่ห้องเช่าเก่าๆ พิมกระตุกเงินจากภูวดลบ่นว่านึกว่าจะไม่ได้เสียแล้ว ภูวดลถามว่าแล้วเงินที่ได้จากการขายทินภัทรใช้หมดแล้วหรือ จึงรู้ว่าพิมอยู่คนเดียว ผัวติดคุกและตัวเองก็กำลังท้อง บ่นกับพี่ชายว่าอยากจะไปเอาออก เพราะขืนปล่อยให้ออกมาก็จะพากันอดตาย

ภูวดลกลับออกมาเล่าให้ปานดาวฟัง เขาเสนอแผนอุบาทว์เพื่อจะฮุบสมบัติของเติมบุญว่า

“เราน่าจะเอาลูกนังพิมมาเป็นลูกของเราเสีย ตอนนี้ทินภัทรก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าคุณมีลูกแล้วเกิดเป็นผู้ชาย สมบัติพ่อคุณจะไปไหนเสีย”

ปานดาวกลัวว่าพิมจะไม่ยอมยกลูกให้ ภูวดลมั่นใจว่าน้องสาวตนไม่มีปัญหาแน่ เพราะตัวเองก็ไม่อยากได้ ส่วนเรื่องที่ตนเป็นหมันก็ไม่มีใครรู้ ครั้นปานดาวถามว่าเรื่องตนท้องล่ะจะทำอย่างไรไม่ให้ใครสงสัย

“ไม่ยาก...” ภูวดลยิ้มเจ้าเล่ห์ “กลับไปนี่ คุณก็แกล้งทำเป็นแพ้ท้อง แล้วก็บอกใครๆว่าแพ้อากาศเมืองไทยอะไรทำนองนี้ แล้วขอคุณแม่ไปเมืองนอก รอจนนังพิมคลอดเราก็อุ้มเด็กกลับมาอุปโลกน์ว่าเป็นลูกเรา ใครจะมาสงสัย”

ปานดาวฟังแผนการแล้วยิ้ม แต่ก็กังวล ถามว่าแล้วพิมล่ะจะทำอย่างไร ภูวดลบอกให้เอามาอยู่กับลูกตัวเองก็ได้ ให้เป็นคนเลี้ยงเด็กให้ ไม่ต้องกังวล เพราะว่า...

“นังพิมน่ะ ถึงมันจะล้นๆไปบ้าง แต่มันก็เกรงผมมาก ผมรับรองว่ามันไม่ทำให้เราเดือดร้อนหรอก คุณว่าไง...คุณดาว...”

ปานดาวพยักหน้าช้าๆ อย่างเห็นด้วยกับแผนอุบาทว์อันบรรเจิดของภูวดล

ooooooo

ปานฟ้าไปเรียนเมืองนอกแต่นั้นมายังไม่กลับ เธอติดต่อพูดคุยกับทางบ้านผ่านเว็บแคม ทุกครั้งเธอได้คุยกับแม่และอนิรุทธ์ ถามถึงปานเดือนแม่ก็บอกว่าหลับไปแล้วครั้นถามถึงพ่อ แม่ก็บอกว่าไปงานเลี้ยงบ้าง ติดงานบ้าง

ปานฟ้าไม่ติดใจสงสัยอะไรเลย กลับดีใจเมื่อรู้ว่าปานดาวมีหลานให้พ่อกับแม่ได้ชื่นใจ ถามว่า ธัญวิทย์ ลูกของปานดาวอายุเท่าไรแล้ว พอสายอุษาบอกว่าขวบกว่าๆ เธอก็พูดอย่างเอ็นดูมันเขี้ยวว่า “คงกำลังน่ารักน่าดูเลย”

พิมได้มาเป็นคนเลี้ยงดูธัญวิทย์ตามแผนของภูวดล พิมเลี้ยงไปตามแบบของตัวเอง และลึกๆ แล้วก็รู้ว่าเป็นลูกตัวเองจึงไม่ได้โอ๋อย่างลูกผู้ลากมากดี เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่ากระทั่งตบตี จนหลายครั้ง ปานดาวไม่พอใจ ด่าพิมว่า

“ถ้าแกไม่ไหวจริงๆ ก็ไสหัวไป แต่ถ้าแกจะอยู่ต่อก็ต้องทำให้ได้และอย่าบังอาจมาแตะต้องลูกฉันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแกโดนดีแน่นังพิม!”

อยู่ต่อหน้าพิมไม่เถียงไม่ตอบโต้ แต่พอลับหลังก็เบ้ปากพูดอย่างดูถูกหมั่นไส้ว่า

“ลูกฉันๆๆๆ เชอะ! พูดได้ไม่อายปาก นี่ถ้าไม่เห็นแก่สมบัติไอ้แก่ละก็ นังพิมไม่อยู่ให้สับโขกอย่างนี้ร้อก!”

ooooooo

สองปีผ่านไปแล้ว ปานฟ้ายังคิดถึงเจ้าของกุหลาบดอกนั้น เธอเอาทับไว้ในหนังสือจนแห้งได้รูปสวย วันนี้เปิดหนังสือเจอกุหลาบดอกนั้น ก็อดคิดถึงผู้ให้ขึ้นมาไม่ได้ ถามกุหลาบว่า...

“ป่านนี้เจ้าของกุหลาบดอกนี้ จะยังเก็บกิ๊บของเราไว้ให้หรือเปล่าน้า...”

ส่วนภาคิน ก็อดที่จะเอากิ๊บในกล่องออกมาดูไม่ได้ เก็บรักษาและวเฝ้าดู เฝ้าคาดหวังว่า...

“สองปีแล้วสิ....เหลืออีกสี่ปีกว่าเจ้าของจะมาเอาคืน หรือไม่ป่านนี้เขาลืมเจ้าแล้วล่ะเจ้ากิ๊บน้อย...”

ขณะกำลังเคลิ้มคิดถึงเจ้าของกิ๊บอยู่นั้น ป้านุ่มก็มาเรียกบอกว่าคุณพ่อให้มาตามไปพบ ภาคินแปลกใจ เก็บกล่องกิ๊บไว้อย่างดีก่อนเดินออกไป

อานนท์เรียกภาคินไปพบ บอกว่าเรียนจบก็ดีแล้ว จะได้มาช่วยงานที่บริษัท ถามว่าเริ่มพรุ่งนี้เลยดีไหม ไปพร้อมกันแล้วพ่อจะดูรถดีๆให้ใช้สักคัน

“ผมได้งานแล้วครับ” ภาคินบอกพ่ออย่างเกรงใจ แต่เด็ดเดี่ยว อานนท์ทำหน้าฉงน ถามว่างานอะไร “เป็น อาสาสมัครมูลนิธิเด็กกำพร้าครับ”

อานนท์ส่ายหน้าถามว่านึกยังไงไปทำงานนั่น งานของเราก็มีน่าจะมาช่วยพ่อมากกว่า วิมลวรรณแทรกเข้ามา ทันทีว่าจะไปฝืนใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำไม พูดเยาะว่า “ฉันว่างานที่เขาทำก็เหมาะสมกับตัวเขาอยู่แล้ว...มูลนิธิเด็กกำพร้า

...ไม่เลว...ไม่เลวทีเดียว”

วิมลวรรณหัวเราะราวกับเป็นเรื่องขำมาก ภาคินกำมือ แน่นอย่างอดกลั้นเต็มที่

ooooooo

ภาคินลงไปเดินที่สนามพยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุด เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ถามอย่างอัดอั้น...

“แม่ครับ แม่อยู่ที่ไหน ทำไมแม่ถึงทิ้งผมไป ทำไม... ทำไม...” ภาคินคุกเข่าลงเหมือนจะอ้อนวอน

ป้านุ่มคนเก่าแก่ของที่นี่ เดินออกมาจับบ่าภาคินบีบเบาๆ แล้วคุกเข่าลงข้างๆเขา พูดนํ้าตาคลอว่า

“อดทนไว้นะคะคุณหนู เชื่อป้าเถอะค่ะว่าคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายย่อมคุ้มครอง สักวันคุณหนูก็ต้องได้รับ สิ่งดีๆตอบแทน”

ภาคินพูดเสียงเครือว่า “ผมไม่ต้องการอะไรเลยครับป้านุ่ม ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ผมขอให้แม่กลับมาหาผม อย่าทิ้งผมไป อย่างนี้ ผมก็พอใจแล้ว”

ป้านุ่มปลอบใจว่าแม่เขาไม่ได้อยากทิ้งเขาไป ทำให้ ภาคินเอะใจถามว่าป้ารู้จักแม่ตนหรือ รู้เรื่องแม่ของตนใช่ไหม ป้านุ่มอึกอักอย่างมีพิรุธ ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก เพียงแต่เชื่อว่า คนเป็นแม่ไม่มีวันที่จะทิ้งลูกของตัวเอง ถ้าไม่มีเรื่องคอขาด บาดตายจริงๆ

ooooooo

เมื่อกลับไปที่ห้องนอน วิมลวรรณตาขวาง เสียงเขียวใส่อานนท์ว่า ทำไม...ตนแตะต้องภาคิน ไม่ได้เลยใช่ไหม

อานนท์ย้อนถามว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงชอบ ฟื้นฝอยหาตะเข็บ เธอมีความสุขมากใช่ไหมที่ได้พูดจา กระทบกระแทกแดกดันตนกับภาคิน

“ฉันไม่ได้มีความสุข ฉันมีแต่ความเจ็บปวดที่โดน ผัวตัวเองสวมเขาให้” ครั้นอานนท์บอกว่าตนขอโทษเป็นร้อย ครั้งแล้ว ก็ถูกแหวใส่ว่า “อ๋อ...คุณนึกว่าแค่ขอโทษมันก็ลบล้าง ความชั่วที่คุณกับนังบุษบาร่วมมือกันทำร้ายจิตใจฉันได้ อย่างนั้นหรือ”

ภาคินเดินกลับผ่านหน้าห้องได้ยินเสียงอานนท์กับวิมลวรรณโต้เถียงกันชัดเจน เขาชะงักกึกเมื่อได้ยินวิมลวรรณ เอ่ยพาดพิงถึงแม่ตน และเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่า แม่ตัวเองชื่อ “บุษบา”

ภาคินสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงวิมลวรรณไล่อานนท์ว่า “จะไปลงนรกที่ไหนก็ไปเลย” อึดใจเดียวก็มีเสียงเปิดประตูออกมา เขาหลบแทบไม่ทัน เห็นอานนท์เดินหัวเสียออกไป

ภาคินหลบนิ่งบอกตัวเองอย่างตื่นเต้นว่า “บุษบา... แม่ชื่อบุษบา...”

บุษบาที่ใช้ชื่อว่า กัญญา ในการแสดงเป็นนางเอก ลิเกชื่อดัง เธอสวย เก่ง จึงมีแฟนลิเกมากมาย วันนี้หลังการ เตรียมเล่นลิเกเสร็จ บุษบาหยิบนิตยสารฉบับหนึ่งขึ้นพลิกดู เธอขนลุกซู่ เมื่อเห็นรูปครอบครัว มีอานนท์ วิมลวรรณ และก้องภพถ่ายขณะให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับนั้น แต่แล้ว ก็สะท้อนใจเมื่อไม่มีรูปของภาคินร่วมเป็นครอบครัวด้วย

บุษบาเศร้าใจ เสียใจ สงสารลูกจนนํ้าตาร่วง ถมหัวหน้า คณะมาบอกว่าถึงคิวเล่นแล้ว เห็นบุษบาร้องไห้ ถามว่าคิดถึงลูก อีกแล้วใช่ไหม ถมซึ่งหลงรักบุษบามานาน ปลอบใจว่า

“ลูกแม่กัญญาก็ตายไปนานแล้ว หักอกหักใจเสียบ้างเถอะ เห็นเธอโศกเศร้าบ่อยๆอย่างนี้ฉันเป็นห่วง”

บุษบาขอบใจที่เป็นห่วง ถมถามว่าเมื่อไรจะใจอ่อน กับตนเสียที พอดีช้อยมาได้ยิน พูดลอยๆให้เข้าหูทั้งสองว่า

“เคยเห็นแต่นางเอกต้องง้องอนเจ้าของคณะ เพิ่งจะ เห็นคณะนี้แหละที่เจ้าของต้องคอยงอนง้อเอาใจแม่นางเอก อีกหน่อยคงต้องกราบให้มาเล่นเลยละมั้ง”

บุษบาชะงักแต่ตัดใจเดินเลี่ยงไปอย่างไม่อยากมีเรื่อง ช้อยยังปรายตามองพูดต่ออย่างหมั่นไส้ว่า

“พี่ถมก็ช่างกระไร สาวๆสดๆไม่สน สนแต่พวกแตง เถาตายอย่างนังกัญญา เชอะ!”

เมื่อบุษบาแสดง ถมไปยืนดูที่หน้าโรง พูดอย่างชื่นชมว่า ไม่ว่าแม่กัญญาจะไปแสดงที่ไหนแฟนๆก็มาดูกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทุกที่

ช้อยได้ยิน เบ้หน้าพูดอย่างหมั่นไส้ว่า “สักวัน ฉันจะเฉดหัวแกออกจากคณะนี้ให้ได้!”

ooooooo

ด้วยความคิดถึงลูก วันนี้บุษบาไปแวะเวียน แถวบ้านของอานนท์ เจอป้านุ่มออกมาหามอเตอร์ไซค์ รับจ้างจะไปตลาดพอดี บุษบารีบเข้าไปทัก ป้านุ่มดีใจ มากที่ได้เจอบุษบาอย่างไม่คาดฝัน รีบชวนไปคุยกัน ที่อื่นเพราะกลัวใครมาเห็นเข้า

พากันไปนั่งในร้านกาแฟที่ตลาดสด ทั้งสองนั่งคุยกัน อย่างตื่นเต้นดีใจ ป้านุ่มถามสารทุกข์สุกดิบ ถามว่าตอนนี้ ทำมาหากินอะไรอยู่ บุษบาบอกว่ายังคงเล่นลิเกตามเดิม แต่อยู่ไม่ค่อยเป็นที่เป็นทาง ที่ไหนเล่นดีก็ปักหลักนานหน่อย ถ้าไม่มีคนก็เร่ร่อนไปเรื่อยแล้วแต่เจ้าของคณะ
ป้านุ่มมองบุษบาอย่างพินิจพิจารณา พูดอย่างเวทนา เห็นใจว่าคงลำบากมาก ทั้งผอมทั้งดำไปเยอะ ถามว่ามานี่ มีอะไรเดือดร้อนหรือเปล่า พลางจะแบ่งเงินค่ากับข้าว ให้เพราะไม่ได้ติดเงินมาเยอะ

“ฉันไม่ได้มาหาพี่นุ่มเพราะเรื่องเงินหรอกจ้ะ ฉัน อยากรู้ข่าวคราวเรื่องลูก เขาเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้คงโตเป็นหนุ่ม แล้วสินะ”

ป้านุ่มนิ่งอึ้งมองบุษบาที่ร้องไห้ออกมาด้วยความสงสาร

ooooooo

ดุจดาวดิน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด