สมาชิก

เพลงรักบ้านนา

ตอนที่ 2

แม้ว่าหลวงตาจะหลงๆลืมๆตอบไม่ตรงคำถาม แต่สำหรับศิษย์ก้นกุฏิที่เก็บมาเลี้ยงแต่เล็กจนเติบใหญ่อย่างเมินกับทวนท่าน ก็ยังจำได้และเป็นห่วง คืนนี้ก็ให้มหาเฉื่อยไปดู ระหว่างทางมหาถูกผีหลอกเสียจนขนหัวตั้ง อดบ่นหลวงตาไม่ได้ว่าไม่รู้ทำไมต้องให้มากลางค่ำกลางคืน รอพรุ่งนี้ก็ได้

ความเปลี่ยนแปลงของพรที่ศรีไพรกับศรีแพรเฝ้ารอนั้น มาถึงเร็วอย่างไม่คาดคิด เมื่อชิงชัยไปเจอศรีแพรขี่จักรยานมาคนเดียวก็ดักฉุดหมายข่มขืน โชคดีที่ทวนมาเจอและช่วยได้ทัน ชิงชัยถูกทวนชกจนสลบคารถ แล้วขับรถพาไปส่งที่บ้านเศรษฐีบุญช่วย

เรื่องนี้ทำให้พรแค้นใจมาก ศรีไพรได้จังหวะปลุกระดมพ่อว่า

“เห็นไหมพ่อ ไอ้คนที่พ่อหวังจะได้เป็นลูกเขยน่ะ มันทำกับพี่ศรีแพรยังไง นี่ถ้าพี่ทวนไปช่วยไม่ทันการล่ะก็ ป่านนี้พี่สาวของฉันก็คงจะเยินยับเหมือนผู้หญิงบ้านนาที่ตกเป็นเหยื่อไอ้พวก นี้ ไง...ยังจะเทิดทูนเงินของมันอยู่อีกไหม”

สดบอกให้พรเลิกคิดเรื่องนี้ไปเลย พูดอย่างแค้นใจว่าดูมันทำกับลูกของเราเหมือนทำกับคนไหม

“มันถือว่ามันมีเงิน มีอิทธิพลเหนือชาวบ้าน มันอยากจะฉุดคร่าใครไปต้มยำทำแกงมันก็ทำได้ อีกหน่อยพอมันผลาญพร่าฉันแล้ว มันก็คงจะฉุดไอ้ศรีไพรไปทำอะไรรู้ไหม... ข่มขืน...ฆ่า” ศรีแพรพูดด้วยความแค้น

พรเรียกหาปืนจะไปฆ่าพวกมัน แสนเอาด้วย แต่ศรีแพรทัดทานว่าแค่พ่อเดินเข้าบ้านมันก็อาจถูกฆ่าในข้อหาบุกรุกแล้ว บอกพ่อว่าแค่พ่อเปลี่ยนใจไม่ให้ตนแต่งงานกับชิงชัยตนก็พอใจแล้ว

ส่วนศรีไพรบอกพ่อว่า “พ่อ ต่อไปนี้ฉันจะตั้งตัวเป็นผู้นำชาวบ้านต่อต้านพวกเศรษฐี ถึงมันจะมีจ่าสินเป็นช้างเท้าหลังแต่ฉันมีวิธีจะเอาคนชั่วออกจากราชการให้ ได้”

พรยังแค้นจนไม่มีแก่ใจจะคิดอะไร ศรีไพรเดินเข้าไปกอดศรีแพรอย่างสะเทือนใจพูดกับพรอีกว่า

“แต่ฉันคนเดียวทำไม่ได้หรอก พ่อต้องปลุกระดมชาวบ้านขึ้นมาช่วยฉัน บอกฉันซิพ่อ ว่าตอนนี้พ่อเปลี่ยนความคิดแล้วเราจะสู้ด้วยกัน”

“เออ...พ่อจะสู้ พ่อจะทำให้ชาวบ้านหันมาทำนาด้วยวิธีดั้งเดิม เหมือนตอนที่ปู่ย่าตายายเราทำกันมา แต่เราต้องหาแนวร่วม” พรเริ่มมีความคิดกว้างไกลเมื่อความแค้นสุมอก และเดือดร้อนมาถึงครอบครัว

เมื่อไปคุยกับชาวบ้าน ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก มีแต่เสียง “เอาด้วย...ฉันเอาด้วย” กระหึ่มไปทั้งบาง

ผลสะเทือนนี้มาถึงทวนกับเมิน ทั้งสองตกลงเอาด้วยกับชาวบ้าน แต่พอชักแถวกันไปสี่คน มีเมิน ทวน หมอก ทอก เกือบถูกศรีไพรเล่นงาน จนเมื่อศรีไพรทดสอบด้วยสองคำถามว่า

1. ลูกผู้ชายอะไรที่ต้องเทิดทูนเหนือชีวิต ตอบ ชาติ... ศาสน์...กษัตริย์ครับ

2. ลูกผู้ชายตัวจริงอะไรที่สำคัญที่สุด ตอบ เมียและแม่ครับพ้ม

“ผ่าน รับไอ้สองตัวนี้เข้าคอกได้” ศรีไพรอนุมัติ พรถามว่าทำไมมันผ่านง่ายอย่างนี้ แล้วออกอุบายว่าคนเป็นชาวนาต้องรู้วิธีทำนา ต้องมีน้ำอดน้ำทนถึงจะเป็นตัวอย่างที่ดีได้ เพราะฉะนั้น “ให้มันไปไถนาแทนควาย”

ooooooo

พอไถนาเหนื่อย ทวนโทษเมินว่าเจ้าความคิดดีนักชวนมาร่วมต่อต้านอิทธิพลของผู้ยิ่งใหญ่กับชาว บ้าน เมินโต้ว่าอย่ามาโทษตนคนเดียว เพราะคิดด้วยกัน และตนก็รู้ด้วยว่าทวนกำลังทำคะแนนกับศรีแพร

พอใกล้เที่ยง เนี้ยวก็เอาปิ่นโตมาส่งทวน ถูกเจ๊กตงตามมาไล่ให้กลับไปขึ้นเล่าเต๊งเสีย ตนไม่ไว้ใจทวนกับเมิน ส่วนตัวเองเอาหญ้ามาให้ เตือนเนี้ยวว่าเราเป็นคนค้าขายจะเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เราต้องทำธุรกิจกับทั้งสองฝ่าย

“เตี่ยก็ชาวนาโดนรังแก พวกเศรษฐีบุญช่วยทำตัวใหญ่คับฟ้าขึ้นทุกวัน เตี่ยจะเหยียบเรือสองแคมไม่เลือกฝ่ายไม่ได้นะ”

เจ๊กตงไม่สนใจไล่ให้เนี้ยวรีบกลับไปและให้เอาปิ่นโตกลับไปด้วย ศรีไพรให้กลับแต่ตัว ส่วนปิ่นโตทิ้งไว้ที่นี่พรุ่งนี้จะล้างเอาไปส่งคืน

ooooooo

เมิน ทวน ทอก หมอกทำนากันเหนื่อยแทบขาลาก พอกลับถึงเพิงพักก็นอนแผ่กันเขละ

มหาเฉื่อยถูกหลวงตาใช้ให้มาดูพวกเมินกับทวนอีก ให้เอาข้าวก้นบาตรมาให้ด้วย มหากลัวผีหิ้วปิ่นโตมาถึงเจอพวกเมินกับทวนนอนกันเป็นตาย ก็สงสัยว่าไปทำอะไรกัน เห็นเปื้อนดินโคลนกันเขลอะก็สงสัยว่าไปไถนามา

เวลาเดียวกันนั้น ชิงชัยสั่งจ่าสินให้ไปสืบมาให้ได้ว่า เมินกับทวนไปติดคุกคดีอะไรมา จ่าสินถามว่าจะรู้ไปทำไม

“ตอนนี้มันไปเข้าพวกกับไอ้ศรีไพร นำชาวนาต่อต้านพ่อ ถ้าไอ้ศรีไพรได้ไอ้ทวนกับไอ้เมินไปเป็นพวก ก็ได้ไอ้ทอก ไอ้หมอกแล้วก็อาเนี้ยว อีกหน่อยเจ๊กตงก็คงจะแปรพักตร์ไปอีกคน เราต้องตัดไฟแต่ต้นลม”

จ่าสินรับปากจะสืบให้ ชิงชัยสั่งหลิมกับเลิศให้ไปเผาบ้านทวนกับเมินเสีย เศรษฐีบุญช่วยเข้ามาสั่งเลือดเย็นว่า

“ถ้าจะให้ดีเผากุฏิพระเสียด้วย โทษฐานที่หลวงตาฉุนเก็บไอ้ทวนกับไอ้เมินมาเลี้ยง เผากุฏิพระ เปิดฉากทำสงครามกับไอ้ศรีไพร ชาวบ้านจะได้รู้ว่า...ใครใหญ่ที่สุดในบ้านนา” ครั้นชิงชัยถามว่าเผากุฏิทำไม คงไม่ใช่แค่อยากให้ชาวบ้านรู้ว่าใครใหญ่ใช่ไหม เศรษฐีบุญช่วยตอบอย่างผยองว่า “ใช่ พ่อมีแผนฮุบที่ดินในป่าช้า แล้วบีบวัดให้เล็กลง สร้างศูนย์การค้าให้ ใหญ่เงินจะได้หมุนเวียนอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ...ของเรา”

เศรษฐีบุญช่วยยิ้มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ โลภ กระหาย

ooooooo

คืนนี้ หลวงพ่อใช้มหาเฉื่อยมาที่ท้ายป่าช้าอีก แม้จะกลัวผีแต่มหาก็มา ครู่หนึ่งได้ยินเสียงหลิมกับเลิศคุยกันถึงความแค้นที่เมินกับทวนมากลบความ หล่อของพวกตนว่าจะต้องเผาให้ดำเป็นตอตะโกไปเลย

มหาแอบฟัง จึงรู้ว่าพวกมันจะไปเผาเพิงพักของเมินกับทวนและเผากุฏิของหลวงตาด้วย มหาพึมพำอย่างแค้นใจว่า

“หน็อยไอ้คนใจบาป บังอาจจะเผากุฏิพระ  มีที่ไหนวะคนเผากุฏิพระ ยังงี้มันต้องทำผีหลอก”

มหาทำเสียงหมาหอนหลอกสองคนนั้น มันแหงนมองบนต้นไม้ เห็นปลายเท้า สวมรองเท้าผ้าใบเก่าเปื่อยแกว่งเบาๆ อยู่บนกิ่งไม้ เท่านั้นเองมันสองคนก็ใส่ตีนหมาโกยแนบ

ที่มุมใกล้ๆนั้น มหาทำเสียงหมาหอนไม่กี่ที ก็นั่งกอดเข่าตัวสั่นเพราะถูกผีหลอกเข้าจริงๆ แล้วเป็นลมล้มพับตรงนั้น

ooooooo

สายแล้ว ศรีไพรหงุดหงิดมากที่เมินกับทวนยังไม่มาไถนา พรคาดว่าคงยอมแพ้ไปแล้ว ศรีแพรขอร้องพ่อให้โอกาสทวนกับเมินหน่อย

“เฮ้อ เบื่อเต็มที ถึงมันจะผ่านการทดสอบ พ่อก็ไม่ยอมยกลูกสาวให้มันหรอก พ่อจะให้ลูกสาวของพ่อแต่งงานกับพวกอำเภอ” พรทำท่าจะเบี้ยว

ศรีไพรเรียกแสนให้ไปดูว่าพวกนั้นทำอะไรกันอยู่ แสนยังไม่ทันไปถึง ปรากฏว่าทวน  เมิน  ทอก และหมอกกำลังเดินชักแถวเรียงหนึ่งกันมาด้วยท่าทางหลับๆตื่นๆ บ่นกระปอดกระแปด มีแต่ทวนกับเมินที่เอาการเอางานหน่อยเพราะกำลังแข่งกันทำคะแนนกับศรีแพรอยู่

ทั้งหมดเดินมาเจอมหานอนสลบอยู่ พอปลุกขึ้นมา มหาก็โวยวายว่าตนถูกผีหลอก จนตั้งสติได้จึงเล่าว่า

“ไอ้ทวน ไอ้เมิน ข้านึกออกแล้ว เมื่อคืนพวกไอ้ชิงชัยมันจะมาเผาบ้านพวกแก กับเผากุฏิหลวงตา แต่มันโดนผีหลอกเสียก่อนเลยเปิดแนบ ข้าเห็นกะตาเลยนะ ผีหลอกไอ้สองตัวนั่น ผีมันช่วยไม่ให้ถูกเผาบ้าน”

ฟังมหาแล้ว ทวนกับเมินสบตากันหน้าเครียด

ooooooo

กว่าทวนกับเมินจะไปถึงนาก็เล่นเอาเกือบเที่ยง พอมาถึงศรีไพรใช้ให้ไปไถนาทันที ศรีแพรสงสารสองหนุ่มถามว่าจะให้ลงไปทั้งที่แดดเปรี้ยงอย่างนี้หรือ ศรีไพรบอกว่าคนแบบนี้ต้องใช้เสียให้ตายกลางแดดเลย

เนี้ยวเอาปิ่นโตมาส่งทวน ศรีไพรยังไม่ให้กินต้องไถนาก่อนถึงจะกินได้ เมินที่จะไปกินกับศรีแพรก็ถูกทวนขวางบอกว่าต้องไถนากับควายให้เสร็จถึงจะมีสิทธิ์กินข้าว

สองหนุ่มเลยลงนาท้าแข่งกันทำคะแนนกับศรีแพร

ศรีแพรติงศรีไพรว่า สองคนนี้ไม่เคยทำนาโตมาด้วยข้าววัดอย่าใช้งานหนักเกินไป แล้วปรารภอย่างไม่สบายใจว่า

“พี่ไม่สบายใจเลยนะ เราประกาศสงครามกับเศรษฐีบุญช่วยยังงี้ มันต้องมีปัญหาแน่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ของเศรษฐีบุญช่วย”

“ถ้าเรารวมตัวกันได้ แล้วทำให้ชาวบ้านเขาเห็นว่าวิธีทำนาแบบดั้งเดิมช่วยให้อยู่ได้โดยไม่มีหนี้ เราก็จะมีกำลังต่อรอง พี่ศรีแพรนี่พูดอยู่กับฉันตาพี่ไปมองใคร” ศรีไพรถามเพราะเห็นศรีแพรมองแต่เมินกับทวนในนา

“ยังไงละก้อ...ต้องแยกให้ถูกนะ ไหนคน...ไหนควาย” ศรีแพรเตือนน้องสาว แล้วอดขำไม่ได้กับท่าไถนาเก้ๆ กังๆของสองหนุ่ม

ooooooo

คืนนี้ เมินเห็นใครๆ หลับกันแล้ว ก็ย่องจะออกไปหาศรีแพร ถูกทวนที่คุมเชิงอยู่ขัดขา ดักคอว่ารู้นะว่าจะแอบไปหาศรีแพร เมินถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามตน ทวนย้อนถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าในป่าช้ามีอะไร...ผี...ผีดุ

เมินทิ้งตัวลงนอนเพราะเป็นคนกลัวผี ทวนแกล้งทำเป็นนอนแต่สีหน้าเจ้าเล่ห์ พอคิดว่าเมินหลับแล้ว ก็ลุกย่องออกไปหมายจะไปหาศรีแพร แต่หารู้ไม่ว่าเมินรู้ทัน พอทวนไปถึงกลางทาง เมินก็ทำผีหลอกเสียจนทวนโกยแนบ แต่พอทวนหนีไป เมินก็ถูกผีใส่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ เปื่อยๆ หลอกอีกต่อ จนร้องเสียงหลง วิ่งอ้าวกลับไป

ooooooo

ฝ่ายเศรษฐีบุญช่วย โมโหจนลมออกหูเมื่อเลิศกับหลิมทำงานไม่สำเร็จ ถามว่าแบบนี้จะไปทำความชั่วได้ยังไงกะอีแค่ความเลวยังทำไม่ได้ ประกาศว่าตนจะตัดไม้ข่มนาม ให้ชาวนาที่แข็งข้อกับตนรู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร ชิงชัยประสานเสียง

สั่งสมุนให้ไปดูว่าใครบังอาจไปเข้าพวกกับศรีไพร

ที่ลานวัด ศรีไพรนัดชาวบ้านมาแนะนำวิธีการต่อสู้กับหนี้สินและความยากจน บรรยายถึงผลเสียของการทำนาปีละสามสี่ครั้ง การใช้ปุ๋ยใช้สารเคมี การเผาตอซัง เสนอให้ลดการทำนาน้อยครั้งลงและหันมาบำรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ ดินจะได้พัก กุ้งหอยปูปลาก็จะได้กลับมาอีก

ชิงชัยมาขัดคอทุกประเด็น ศรีไพรก้าวออกเผชิญหน้าโต้เถียงกัน ทวนที่มาฟังอยู่ด้วยลุกขึ้นมาสนับสนุนข้อเสนอแนะของศรีไพร

ชิงชัยเยาะเย้ยว่า ใช้ควายไถนาแล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ ศรีไพรโต้ว่าถ้าคนกับควายมาร่วมแรงกัน นาสิบยี่สิบไร่เรื่องเล็ก ชิงชัยท้าว่ามาแข่งกันไหม ให้ศรีไพรใช้ควายและตนใช้รถไถใครจะเสร็จก่อนกัน

“ตกลง” ศรีไพรตอบอย่างนักเลงเต็มที่ ทำเอาพรกับสดมองตาค้างกับความกล้าบ้าบิ่นของลูกสาว แสนเองก็แอบถามว่าไหวหรือพี่

“ต้องไหวสิ พรุ่งนี้แกกับฉัน” ศรีไพรใช้นิ้วจิ้มอกชิงชัยแรงๆ “เจอกันตอนตะวันขึ้น เลิกประชุม บ้านใครบ้านมัน”

พอกลับถึงบ้าน แสนบ่นว่าศรีไพรหาเรื่อง ทำไมถึงขยันหาเรื่องนักเพราะไอ้ไฉไลเฉิดเป็นควายแก่จะไปสู้ควายเหล็กได้ยังไง สดกลัวผัวจะตีลูกรีบบอกว่าตนเชื่อว่าถ้าศรีไพรรับคำท้าพวกนั้น ก็หมายความว่า ลูกต้องมีทางหนีทีไล่แน่

พรก็ยังโวยวายไม่เลิก เลยถูกสดบ่นว่าพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้แหละลูกมันถึงได้ขึ้นคาน พรเลยคุยฟุ้งว่า ถึงตนจะตัดขาดจากชิงชัย แต่ตนก็มีเป้าหมายใหม่ จะให้ศรีแพรแต่งงานกับพวกอำเภอ ไม่ได้นายอำเภอก็ให้เป็นคุณนายปลัดก็ยังดี ย้ำกับศรีแพรว่า

“ไอ้เมินน่ะเมินเสียเถอะ พ่อไม่ให้แกแต่งงานกับมันหรอก”

ooooooo

ศรีไพรเครียดจนต้องให้แสนช่วยนวดขมับให้ คิดจนได้แผนเด็ด ให้แสนขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่ร้าน

เจ๊กตงที่เป็นร้ายขายของชำรวมทั้งขายน้ำมันด้วย แสนไปบอกเจ๊กตงว่าโชคดีได้รับแพ็กเกจทัวร์เมืองจีนหนึ่งอาทิตย์ เจ๊กตงดีใจมากที่จะได้กลับไปไหว้บรรพบุรุษ เนี้ยวรีบไปจัดกระเป๋าเตรียมออกเดินทางกัน ประกาศปิดร้านหนึ่งอาทิตย์

พอออกจากร้านเจ๊กตง แสนพึมพำอย่างสะใจว่า “สำเร็จ!”

เช้าวังรุ่งขึ้น ที่ลานหน้าท้องนา มีปะรำพิธีแข่งไถนาระหว่างควายเนื้อกับควายเหล็ก โดยมีมหาเฉื่อยเป็นโฆษกและเป็นกรรมการ ส่วนเศรษฐีบุญช่วยเป็นประธานกรรมการ และมีหลวงตามาเป็นสักขีพยาน

ทวนถามศรีไพรว่าจะสู้เขาไหวหรือ ศรีไพรพูดอย่างมั่นใจว่าเดี๋ยวก็รู้ ส่วนเมินบอกไฉไลเฉิดว่าถ้าชนะจะยอมเรียกว่าพ่อเลย ไฉไลเฉิดส่งเสียง มอ...มอ...อย่างมั่นใจ

พอมหาเฉื่อยประกาศเปิดการแข่งขัน เลิศก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกชิงชัยว่าร้านเจ๊กตงปิดหนึ่งอาทิตย์ ชิงชัยถามอย่างหัวเสียว่า แล้วจะเอาน้ำมันที่ไหนมาเติมรถไถ แต่เพราะได้เวลาแล้วเลยต้องลงไถนาก่อน ไถได้อึดใจเดียวเครื่องก็ดับเพราะน้ำมันหมด

หลินมาถึงพอดีบอกว่าตนไปเอาน้ำมันมะพร้าวจากเมียมายังไงก็ยังดีกว่าแพ้ควาย ว่าแล้วก็เติมน้ำมันมะพร้าวลงไป พอสตาร์ตเท่านั้น รถไถพ่นควันดำโขมงออกมาจนสำลักควันกันเป็นแถวทั้งคนทั้งควาย

ปรากฏว่าศรีไพรชนะ เพราะรถไถมัวแก้ปัญหาน้ำมันกันนาน เศรษฐีบุญช่วยไม่ยอม พรเลยให้มหาเฉื่อยตัดสิน มหาตัดสินให้ศรีไพรชนะ

“ไม่ยอมโว้ย ควายชนะแต่คนไม่แพ้โว้ย เอาโว้ยพวกเรา  ตะลุมบอนมันเล้ย”  ชิงชัยไม่ยอมแพ้ประกาศลุย เลยเกิดการตะลุมบอนกันสองฝ่าย สาดโคลนกันจนเลอะไปหมด

หลังจากศรีไพรคว้าชัยชนะมาได้แล้ว พรจัดฉลองที่บ้าน พวกทวนกับเมินตามไปอ้างว่ามาช่วยจัดโต๊ะยกเก้าอี้ล้างถ้วยล้างจาน ก็ถูกกันไม่ให้เข้าบ้านอ้างว่านี่เป็นการฉลองกันภายในครอบครัว สองหนุ่มเลยต้องเดินหน้าเหี่ยวกลับไป

ooooooo

หลังชนะชิงชัยแล้ว  วันนี้ศรีไพรไปเก็บลูกเล็บเหยี่ยวที่ป่าละเมาะ ทวนนอนเอกเขนกอยู่บนกิ่งไม้ เลยเจอกัน ทวนบอกว่าตนก็มาเก็บลูกเล็บเหยี่ยว เหมือนกัน ทบทวนอดีตกันไม่นานศรีไพรก็จำได้ว่าเคยเห็นทวนกับเมินมาเก็บลูกเล็บเหยี่ยวที่นี่

ศรีไพรรู้ทันทวนว่าที่มาเข้าทางตนเพื่อไปหาศรีแพร ดักคอว่า ถึงตนจะต้องการพวกไปสู้กับเศรษฐีบุญช่วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ตนจะรับทวนมาเป็นพี่เขย ตนไม่ต้องการคนร่ำรวยแต่ต้องการคนดีปกป้องคุ้มครองพี่สาวตนได้

ระหว่างนั้นเมินโผล่มาคุยอวดคุณสมบัติว่า ตนพร้อมที่จะเป็นพี่เขยศรีไพรได้ ศรีไพรเลยตัดบทว่า

“เอาล่ะ ฉันจะช่วยสงเคราะห์รับเอาไว้พิจารณา เงื่อนไขเดิมๆ ใครไถนาห้าสิบไร่ด้วยวิธีการดั้งเดิมสำเร็จ ฉันจะยกพี่สาวให้”

พอไปเล่าให้ศรีแพรฟัง ถูกพี่สาวต่อว่า ศรีไพรบอกว่าตนก็แค่หลอกใช้สองคนนั้นเท่านั้นเอง ไม่ยกพี่ให้ใครหรอก และเชื่อว่าน้ำหน้าอย่างสองคนนั้นไม่มีทางทำได้สำเร็จ

ooooooo

พรกังวล กลัวจะมีนัดล้างตากัน แล้วก็เป็นจริง เมื่อเศรษฐีบุญช่วยเสียพนันไปเป็นแสน เสียหน้าอย่างประเมินค่าไม่ได้จึงวางแผนจะมีนัดล้างตากัน

เพราะวันนี้เป็นวันพระและหลวงตาขอให้ญาติโยมมาช่วยกันซ่อมหลังคาโบสถ์ ชิงชัยเชื่อว่าศรีไพรต้องมาวัดแน่ จึงตามหาจนเจอ แล้วท้าล้างตากันโดยนัดศรีไพรไปต่อยกัน ศรีไพรนัดเจอกันหลังป่าช้า แต่วันนี้ตนไม่ว่าง

เลิศไม่ยอม ศรีไพรจึงรับคำท้านัดไปเจอกันในป่าช้าตัวต่อตัว ทวนกับเมินสังเกตการณ์อยู่ชวนตามไปลุ้นกัน

หลังจากวาดลวดลายลีลาแม่ไม้มวยไทยไม่นาน ชิงชัยก็ถูกศรีไพรเล่นงานเสียหมอบกระแต เลิศกับหลิมที่ซ่ามากก็กลายเป็นซีดสนิท

เศรษฐีบุญช่วยไม่ยอมแพ้ หาทางหลอกล่อชาวนาด้วยการให้เอาปุ๋ยไปใช้ก่อนแล้วค่อยใช้หนี้เมื่อได้ข้าวโดยใช้รถเกี่ยวไม่ต้องลงแรงให้ลำบาก ทำให้ชาวนาหลงเชื่อ พากันไปเอาปุ๋ยที่บ้านเศรษฐีบุญช่วยกันมากมาย

เรื่องนี้ทำให้ศรีไพรคิดไม่ตกบ่นกับกล่ำที่ไปเอาปุ๋ยจากบ้านเศรษฐีบุญช่วยว่า

“ไหนเราพูดกันเข้าใจแล้วไงว่าเราจะลงแรงลงแขกช่วยกันทำนา”

กล่ำบอกว่าวิธีแบบศรีไพรมันเหนื่อย กอปรกับถูกชิงชัยคอยกันท่า ทั้งเศรษฐีบุญช่วยยังสั่งให้สั่งสอนศรีไพรด้วย ให้มันรู้ไปว่าในบ้านนานี้ใครใหญ่ แสนถามพี่สาวว่าจะทำอย่างไรดีเพราะเรามีกันแค่สองคนแต่พวกนั้นมีเป็นฝูง

ได้ทวนกับเมินมาช่วยอีกตามเคย สองฝ่ายเลยได้ตะลุมบอนกัน สุดท้าย พวกของชิงชัยถูกจับโยนไปกองรวมกันอย่างหมดสภาพ ชิงชัยถูกจับโยนไปในกองเป็นคนสุดท้าย นอนร้องครวญคราง

ooooooo

ศรีไพรอยู่ในสภาพผิดหวังมากที่ชาวบ้านพากันไปเป็นพวกเศรษฐีบุญช่วยหมด แต่ก็ฮึดสู้ถึงจะมีกันแค่พ่อแม่ลูกห้าคนก็จะทำนาห้าสิบไร่ให้ได้

แต่เพียงวันรุ่งขึ้น เมิน ทวน ทอก และหมอกก็พากันมาที่บ้าน พรทำท่าจะไล่เพราะหวงลูกสาวแต่ศรีไพรห้ามไว้ ให้เก็บพวกนี้ไว้ใช้ดีกว่าไม่มีใครเลย การทำนาของเราจะได้ไม่มีปัญหามาก แล้วศรีไพรก็ให้สี่หนุ่มไปไถนา ใช้งานเสียเหนื่อยแทบขาดใจตั้งแต่เช้ายันเที่ยงไม่ได้พักกินข้าวกินน้ำเลย

พอศรีไพรให้พัก สี่หนุ่มก็ไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือเปิบข้าว

หลินมาแอบดูอยู่ แจ้นกลับไปรายงานเศรษฐีบุญช่วย ชิงชัยคาดว่าสี่หนุ่มที่ไปช่วยไถนาคงเป็นเพราะไปติดพันศรีแพรถึงได้ถูกศรีไพรหลอกใช้ เศรษฐีบุญช่วยหาทางที่จะตัดสี่หนุ่มออกจากครอบครัวศรีไพร เพราะถ้าขาดสี่หนุ่มครอบครัวศรีไพรไม่มีทางทำนาได้สำเร็จ

“ใช้อิทธิพลของหลวงตาฉุนบีบไอ้พวกนั้นให้หันกลับมาเป็นพวกเรา” ชิงชัยเสนอ

เมื่อเศรษฐีบุญช่วยไปหาหลวงตาที่วัด ปรากฏว่าพูดกันไม่รู้เรื่องเพราะหลวงตาหูตึง คุยกันแบบ ไปไหนมาสามวาสองศอก สุดท้ายเศรษฐีบุญช่วยก็กลับไปเซ็งๆเพราะนอกจากยุหลวงตาไม่สำเร็จแล้วยังต้องควักเงินบริจาคอีกด้วย

ooooooo

ใกล้เพลแล้ว ศรีแพรหาบอาหารมาส่งที่นา พอทวนกับเมินเห็นศรีแพรเท่านั้นก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที แข่งกันร้องเพลงเกี้ยวศรีแพร ทวนบอกว่ากำลังใจดีแบบนี้รับรองทำตายเลย

ศรีแพรส่งเสียงหวานเรียกทวนกับเมินมากินข้าวกันก่อน วันนี้ตนแกงเลียงผักริมรั้วกับปลาย่างมีน้ำพริกมะขามต้นหน้าบ้านด้วย ทวนรีบขึ้นจากนา ถูกเมินเบรกว่าศรีแพรมีคนดูแลแล้ว ให้ทวนไปดูแลเนี้ยวที่หิ้วปิ่นโตเดินรี่เข้ามาโน่น

ทวนรีบไปหาเนี้ยวที่มีผลไม้จากเมืองจีนมามากมายหลายอย่าง แต่ไม่ทันไร  เจ๊กตงก็ถือไม้เรียวมาไล่เนี้ยวให้ไปขึ้นเล่าเต๊งเดี๋ยวนี้บ่นว่าตนเผลองีบไปนิดเดียวแอบเอาของดีๆแพงๆมาให้ทวนกับเมินอีกแล้ว ด่าเนี้ยวว่า

“ลื้อรู้ไหมว่าตอนนี้พวกชาวนาทิ้งนาไปเข้าพวกกับเศรษฐี บุญช่วยหมดแล้ว ลื้อจะเลือกข้างก็ต้องเลือกให้ฉลาด”

เนี้ยวบอกว่าตนจะอยู่ข้างเมินกับทวน และศรีไพร ศรีแพรไกล่เกลี่ยว่า เจ๊กตงอย่าตีเนี้ยวเลย พวกเราทั้งหมดควรรักกันไว้ เราคนบ้านนาเหมือนกัน

เจ๊กตงไม่ยอมด่าทวนว่า จะไม่ยอมให้เนี้ยวแต่งงานกับคนขี้คุกเด็ดขาด แล้วลากเนี้ยวกลับไป ทวนทิ้งช้อนกินข้าวไม่ลงจุกกับคำด่าที่ว่าตนเป็นไอ้ขี้คุก

ooooooo

ศรีไพรเห็นใจทวน เอาข้าวไปให้เขาที่หนองน้ำ พอทวนล้างเนื้อล้างตัวขึ้นมา ศรีไพรบอกว่าเห็นเขายังไม่ได้กินข้าวศรีแพรเลยแบ่งไว้ให้ ทวนขอบใจแต่ตนกินไม่ลงแล้ว

“ถ้าไม่ได้ไปติดคุกมา ทำไมไม่ฟอกตัวเองให้สะอาดด้วยการพูดความจริง เวลาเกือบสิบปีนี่ จะไม่ให้ใครแม้แต่หลวงตาท่านรู้เลยหรือว่าไปทำอะไรมา” ศรีไพรหว่านล้อม

ทวนบอกว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ ศรีไพรถามว่าเรื่องมันเหลือเชื่อนักหรือถึงพูดให้ใครเชื่อไม่ได้ แล้วมองทวนอย่างสำรวจชมว่า “นายน่ะ พอล้างเนื้อล้างตัวเอาคราบดินออก รูปร่างก็พอดูได้ ไม่มีสัญญาณบอกเหตุว่าเป็นพวกผู้ร้ายเลย”

ทวนดีใจถามว่าเริ่มสงสารตนแล้วใช่ไหม ยอมรับหรือยังว่าตนมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพี่เขยเธอได้ ศรีไพรบอกว่ายัง ต้องพิสูจน์อีกเยอะ เพราะนี่แค่ไถ ยังต้องหว่าน เก็บเกี่ยว นวด สี แล้วก็ขนข้าวขึ้นยุ้ง บอกทวนว่า

“ยังอีกยาว...กว่าจะพิสูจน์ว่าคุณน่ะ เหมาะสมกับพี่สาวของฉันมากกว่า...ใคร”

เงื่อนไขของศรีไพรทำเอาทวนใจเหี่ยว หน้าแห้งไปเลย

ooooooo

วันนี้ จ่าสินขับรถกระบะมาที่บ้านเศรษฐีบุญช่วยอย่างรีบร้อน เพื่อมาบอกชิงชัยว่าตนสืบมาได้แล้วว่าทวนกับเมินหายไปไหนมา ชิงชัยตาลุกถามว่าไปไหนมาหรือ

“ผมได้ข้อมูลมาว่าไอ้สองคนนั่นมันไปเป็นทหาร” จ่าทำหน้าตื่นเต้นราวกับได้ผลงานชิ้นโบว์แดงมา

สไบถามว่าไปเป็นทหารก็แค่สองปี แต่สองคนนี้หายไปเกือบสิบปีที่เหลือไปทำอะไร

“เราจำเป็นต้องสงสัยคนแปลกหน้า จ่าก็รู้ว่าเราต้องระวังตัว ถึงไอ้ทวนกับไอ้เมินมันจะเป็นเด็กที่หลวงตาฉุนเลี้ยงด้วยข้าวก้นบาตร แต่ตอนนี้มันเป็นใคร ทำไมมันกลับบ้านนาพร้อมๆกัน” ชิงชัยตั้งข้อสังเกต

ใต้แสงสลัวของพระจันทร์ครึ่งดวงคืนนี้...ที่ริมแม่นํ้า มีควันลอยเอื่อยๆขึ้นมาที่ผิวนํ้า ครู่หนึ่งหัวของเมินกับทวนก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจ๊ะกันอย่างจัง ต่างตกใจถามอีกฝ่ายอย่างสงสัยว่ามาทำอะไรที่นี่

ที่โรงนาบ้านเศรษฐีบุญช่วย ขณะเลิศกับหลิมสะพายปืนยืนยาม ได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนใครเดินอยู่ข้างๆ ต่างยกปืนเล็งถามว่าใคร มีเงาดำผ่านวูบไป เลิศกับหลิมรีบตาม

ทวนกับเมินมาซุ่มดูอยู่ ถามกันว่าใคร ต่างบอกว่าไม่ใช่ตน เลยสงสัยกันว่าแล้วเป็นใคร

เลิศกับหลิมวิ่งไล่เงาดำไปจนถึงริมคลอง เงาดำวิ่งหนีลูกปืนกระโดดนํ้า ทั้งสองยิงตามลงไปแต่ที่ผิวนํ้า ไม่มีแม้วงกระเพื่อม ต่างสงสัยว่าอาจจะเป็นผี...

ทวนกับเมินเดินกลับเพิงผ่านป่าช้า ต่างก็คิดว่าคงเป็นผี เพราะขนาดสองคนนั่นวิ่งตามไปยิงยังไม่ทันเลย คุยแล้วหาข้อยุติไม่ได้ ทวนเลยตัดบทว่า แทนที่เราจะมาสงสัยว่าผีหรือไม่ เราน่าจะสงสัยว่าในโรงนานั่นมีอะไร ทำไมถึงต้องคุ้มกันแข็งแรงนัก พูดแล้วถามดักคอเมินว่าอยากรู้ไหม

เมินอึกอักทวนถามว่า เมินเองก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหม ถามว่าอยากรู้ไปทำไม

เมินยิ่งมีพิรุธ ตอบอึกๆอักๆว่า “ฉันอยากรู้ก็เพราะว่า...

เอ้อ...ไม่รู้ก็ได้วะ ฉันก็แค่ว่ายนํ้าเล่นไกลไปหน่อยเท่านั้น” ถูกทวนดักคอว่าว่ายนํ้าเล่นตอนตีหนึ่งนี่นะ สุดท้ายเมินตัดบทเอาดื้อๆว่าก็ตนกำลังจะกลับไปนอนนี่ไง

ทันใดนั้นมีเสียงหมาหอนแว่วมา ทวนรีบชวนกลับไปนอนกันดีกว่า เพราะมีสัญญาณบอกเหตุแล้วว่าในป่าช้านี้มีผี

สองหนุ่มวิ่งไป โดยไม่ทันเห็นว่า ที่กิ่งไม้เหนือหัวนั้น รองเท้าผ้าใบเก่าๆเปื่อยๆคู่เดิมแต่วันนี้เปียกนํ้าแกว่งไปมาเบาๆอยู่บนนั้น

ooooooo

เช้านี้ครอบครัวพรเตรียมออกไปทำนากัน เดินผ่านหมู่บ้านเห็นพวกชาวบ้านนั่งกันเป็นกลุ่มๆอย่างไม่มีอะไรจะทำ สไบเดินนวยนาดมากับแหว่ง เจอพวกพรก็พูดแขวะ ส่วนพวกชาวบ้านก็มองพวกพรกับศรีไพรอย่างห่างเหินแม้แต่กลํ่ากับช้อยที่ศรีไพรเคยช่วยเหลือก็ไม่เว้น

สไบมันปากพูดแขวะไม่พอ ยังดูถูกพวกพรด้วย จนศรีไพรฉุนสั่งเจ้าไฉไลเฉิดให้ประจำการ แค่นั้นเอง แหว่งกับสไบก็โกยอ้าวเพราะรู้ฤทธิ์ไฉไลเฉิดดีว่าถ้าได้รับคำสั่ง มันไล่ขวิดแหลก

เวลาเดียวกัน เศรษฐีบุญช่วยกำลังหัวเสียเมื่อได้รับแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่า ชาริณีลูกสาวที่ส่งไปเรียนที่กรุงเทพฯถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย บุญช่วยหาว่าอาจารย์ผู้ปกครองเข้มงวดกับลูกสาวตนเกินไปจนลูกทนไม่ได้

ด่าอาจารย์แล้วก็บ่นว่า ปีนี้ชาริณีเปลี่ยนมหาวิทยาลัยมาหกเจ็ดแห่งแล้ว ที่สำคัญคือ ชาริณีถูกไล่ออกมาเป็นอาทิตย์แล้ว จนป่านนี้ยังไม่กลับบ้านนา ไม่รู้หายไปไหน

ooooooo

ที่แท้ชาริณีกำลังขับรถสปอร์ตคันหรูกลับบ้านนา แต่รถเกิดเสียหลักกลางทาง โมโหเลยเตะรถทั้งที่ใส่รองเท้าส้นสูงปรี๊ด

ทวน เมิน หมอกกับทอก กำลังเดินร้องเพลงกันมาจะไปทำนาให้ศรีไพร เจอเข้า เมินรีบยุให้ทวนช่วยดูรถให้ชาริณี เพื่อตัวเองจะได้ไปทำคะแนนกับศรีแพรก่อน ทวนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษเข้าไปช่วยดูรถ จึงรู้ว่าชาริณีเป็นลูกสาวของเศรษฐีบุญช่วย

ทวนดูนั่นดูนี่อยู่นานก็หาสาเหตุรถเสียไม่ได้ พอถูกชาริณีเร่งก็ยอมรับว่าตนไม่เป็นเรื่องเครื่องยนต์

ชาริณีบ่นว่าทำไมไม่บอกแต่แรกจะได้เรียกบริวารพ่อมาช่วย

ศรีไพรเห็นทวนหายไปไม่มาช่วยไถนาก็ออกมาตาม เจอกำลังดูรถอยู่เลยเข้าไปดู อึดใจเดียวก็บอกว่ารถไม่เป็นอะไรแค่นํ้ามันหมดเท่านั้น บอกทวนให้ไปซื้อนํ้ามันที่ร้านเจ๊กตงมาเติมให้แล้วรีบไปไถนาเสีย

พอศรีไพรกลับไป ชาริณีถามทวนว่า “ใครน่ะ ท่าทางยโสโอหัง ซํ้าหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่สงสัยจะเป็นพวกลูกชาวนา”

ooooooo

เพราะศรีไพรมัวแต่ไปตามทวน เลยเป็นโอกาสให้เมินใกล้ชิดศรีแพร พอกลับมาเห็นก็เข้าแทรกกลางปรามเมินว่าจำไว้ห้ามแตะพี่สาวตนเด็ดขาด ใครที่จะมาแต่งงานกับพี่สาวตนต้องผ่านการทดสอบตั้งแต่ไถนา หว่าน เก็บ เกี่ยว นวด สี แล้วขนข้าวขึ้นยุ้งแล้วเท่านั้น

เมินฟังแล้วบ่นว่าครบทุกขั้นตอนเลยหรือ ศรีไพรหมั่นไส้ตั้งท่ามวยใส่ แค่นั้นก็หัวหดกันแล้ว

ฝ่ายทวนซื้อนํ้ามันมาเติมให้ชาริณีแล้ว เธอก็ไล่เขาอย่างหมดความหมาย ซํ้ายังไม่จ่ายค่านํ้ามันให้ด้วย พอรถสตาร์ตติดก็ขับไปเลย ทวนมองตามบ่นอย่างสมเพชว่า

“นี่น่ะหรือลูกสาวเศรษฐีบุญช่วย นิสัยเหมือนกันทั้งโคตรเลย”

ศรีไพรยังไม่ได้กลับไปที่นา มายืนดักทวนอยู่ใต้ต้นไม้ พึมพำอย่างสมเพชว่า ลูกสาวเศรษฐีบุญช่วยกลับมาคงทำให้พวกหมาเห่าเครื่องบินไปส่งเสียงหอนกันที่นั่นแน่

พอดีทวนกลับมา ศรีไพรสั่งให้รีบไปทำงานได้แล้ว ทวนโอดครวญว่าตนยังไม่ได้กินข้าวเลย ศรีไพรยํ้ากฎเหล็กว่ายังไม่ได้ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์กินข้าว แล้วสั่งให้ไปไถนา

“ฮึ...รู้งี้กลับไปกินข้าวก้นบาตรหลวงตาดีกว่า ผู้หญิงอะไร...เหี้ยม...โหด อำมหิต มิน่าถึงได้ขึ้นคานค้างปีไม่มีใครมาจีบ ฮึ...ยายมู่ทู่”

ooooooo

ชาริณีกลับถึงบ้าน เธอรับไม่ได้ที่พ่อเอาสไบมาเป็นเมียทั้งที่แม่เพิ่งตายไปไม่ถึงครึ่งปี ที่สำคัญคือ สไบเป็นคนใช้ที่ถูกแม่ตัวเองเอามาขัดดอกเท่านั้น

เศรษฐีบุญช่วยปรามว่า “ไม่ใช่เรื่องของแก หน้าที่ของแกคือเรียนหนังสือ นี่มันเป็นแค่ความสุขเล็กๆน้อยๆของพ่อ” บอกให้เธอสบายใจว่า “ยังไงพ่อก็เก็บสมบัติไว้ให้ลูกทุกชิ้น ไม่มีใครสำคัญมากไปกว่าลูกของพ่อหรอก ความสุขเล็กๆน้อยๆของพ่อมันเป็นแค่กำไรชีวิต”

“ได้ยินไหมนังสไบ แกเป็นแค่กำไรชีวิตของพ่อฉัน เพราะฉะนั้นอย่ามาทำยโสโอหังกับฉัน ไม่ยังงั้นแกจะไม่มีที่ซุกหัวนอน” ชาริณีจิกใส่ สไบนิ่งเงียบ แต่ตวัดสายตามองชาริณีอย่างเกลียดชัง

เมื่อเข้าไปในครัว สไบพูดอย่างหมายมาดว่า “ข้าจะเป็นเศรษฐีนี เจ้าของที่ดินในบ้านนานี่...ให้ได้!”

ooooooo

วันนี้ศรีไพรไปเก็บลูกกับใบสะเดาเพื่อเอาไปทำยาฆ่าแมลง เจอทวนเดินซ้อมพูดจีบศรีแพรมา เลยโยนรังมดแดงใส่แล้วใช้ให้ขนลูกและใบสะเดาไปไว้ที่รถเสียเลย

ระหว่างสอนวิธีทำยาฆ่าแมลงจากสมุนไพรนี่เอง ทวนถามว่าแล้ววันนี้ศรีแพรไปไหน ทั้งแสนและศรีไพรพลั้งปากบอกไปว่าอยู่สวนผัก

เท่านั้นเองทวนแวบไปทันที ไปเจอเมินกำลังแอบดูศรีแพรเก็บผักเข้าพอดี เลยเกิดการเขม่นกันขึ้น แต่ก็ตกลงกันได้ว่าใครดีใครได้ก็แล้วกัน

แต่ไม่ทันทำอะไร ศรีไพรก็ถือดาบยาวเงาวับมายืนจังก้า ด่าว่าเผลอไม่ได้เลยไอ้พวกเจ้าชู้ไก่แจ้ ไล่ทั้งสองคนว่ามาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ไม่งั้นสับเละ

แค่นั้นเอง สองหนุ่มก็โกยแน่บ ศรีแพรรีบออกมาห้าม ศรีไพรยังไม่หายโมโหแกว่งดาบฟันอากาศเควี้ยว...เควี้ยว...

ooooooo

วันนี้นาของพรไถเสร็จแล้ว ทวนกับเมินภูมิใจมากที่ได้มาช่วย สดบอกสองหนุ่มว่า ถึงคราวหว่านต้องมาช่วยกันอีกนะ

“ครับแม่” สองหนุ่มแย่งกันตอบ แต่ถูกพรโพล่งขึ้นว่า ถึงยังไงตนก็ไม่ยอมยกลูกสาวให้หรอก ศรีไพรเสริมว่า ใช่เพราะบททดสอบยังเหลืออีกหลายขั้นตอน

ระหว่างนั้นเอง พรจับได้ว่าหลิมมาแอบดูแอบฟังอยู่ พอศรีไพรคาดคั้นก็ยอมรับว่าเศรษฐีบุญช่วยให้มาสอดแนมว่าไถนาด้วยควายไปได้กี่ไร่แล้ว

“กลับไปบอกเศรษฐีบุญช่วยว่า ข้า...ไถนาเสร็จแล้ว ไอ้นี่ ฝากไปให้ไอ้ชิงชัยดูต่างหน้าว่ะ ลูกปืน” สิ้นเสียงพรก็ไล่ยิงหลิมจนใส่ตีนหมาโกยอ้าวไป

ooooooo

เศรษฐีบุญช่วยติดตามการทำนาของพรอย่างใกล้ชิด เมื่อรู้ว่าไถเสร็จแล้วก็คาดว่าไม่นานก็คงหว่าน ชิงชัยถามหลิมว่ารู้ไหมว่าพวกพรไปเอาพันธุ์ข้าวปลูกที่ไหน หลิมบอกว่าได้ยินว่าตาพรเก็บได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

เศรษฐีบุญช่วยไม่พอใจเพราะปกติพันธุ์ข้าวปลูกชาวนาต้องซื้อจากตน

“ตาพรกับไอ้ศรีไพรมันจงใจจะทำให้ชาวบ้านเห็นว่ามันไม่ต้องลงทุนซื้ออะไรเลย ผักก็ปลูกกินเอง หมู ไก่ ปลามันก็เลี้ยงเอง เชื้อเพลิง มันก็หมักขี้ควายไม่ต้องซื้อแก๊สใช้”

ชาริณีบ่นว่าพ่อกับพี่คุยอะไรกันไม่รู้เรื่อง แล้วลุกไป บอกว่าจะไปเดินเล่น

ชิงชัยสั่งหลิมกับเลิศว่า “คืนนี้เอ็งเอาของไปส่งที่ท่าน้ำ คนแพจะล่องแพมารับไปขึ้นที่กรุงเทพฯ ระวังให้ดีของคราวนี้เป็นแสนๆเม็ด”

เมื่อหลิมรับคำแล้ว เศรษฐีบุญช่วยย้ำว่า

“เรื่องตาพรกับไอ้ศรีไพร คอยจับตาดูมันไว้ให้มันหว่านเสียก่อน รอข้าวออกรวงเมื่อไหร่...ฉันจะเผาให้ราบเป็นหน้ากลอง!”

ooooooo

วันนี้ ทวนนึกว่าไถนาเสร็จแล้วก็วางแผนจะแอบมาพบศรีแพร เจอศรีไพรกับแสนกำลังแบกพันธุ์ข้าวจะเอาไปแช่น้ำพอดีเลยถูกใช้แบกไปที่หนองน้ำจนเข่าอ่อน บ่นว่าถ้ารู้ว่าไกลแบบนี้เอาใส่เกวียนมาดีกว่า เลยถูกศรีไพรด่าว่า

“ผู้ชายสมัยนี้ไม่มีน้ำอดน้ำทนเลยนะ เป็นพวกหยิบหย่งสำอางกันไปหมด กะอีแค่แบกกระสอบข้าวปลูกสองสามกิโลทำเป็นบ่น” พอทวนท้าว่าก็ลองมาแบกดูซิ ศรีไพรด่าอีก “นายกับเพื่อนนายนี่ ไม่สมกับที่กินข้าวก้นบาตรมาด้วยกันเลยนะ ฉันมีพี่สาวสองคนก็ไปอย่าง ถ้าพวกนายผ่านการทดสอบจะได้ยกให้นายคนละคน แต่นี่ฉัน...”

“โอ...อย่า...อย่าบังอาจทำตัวเป็นของแถม ไม่รับ รับไม่ได้จริงๆ”

ศรีไพรกำลังจะด่า ชาริณีก็เข้ามาทักทวนอย่างจำได้ว่าเป็นคนมาดูรถให้ตน จำได้ไปถึงตอนเด็กๆว่าเคยตีกันบ่อยๆด้วย จากนั้นก็ต่างคนต่างหายหน้าไป ขอโทษทวนเรื่องค่าน้ำมันวันนั้น แล้วชวนไปจ่ายค่าน้ำมันกัน พูดแล้วลากแขนทวนไปเลย

“นี่น่ะหรือพี่ศรีไพร ลูกสาวเศรษฐีบุญช่วยน่ะ” แสนมองเหวอ

“นี่แหละ ลูกสาวเศรษฐีบุญช่วยแห่งบ้านนาล่ะ” ศรีไพรตอบอย่างสมเพช

ooooooo

พอชาริณีพาทวนไปถึงร้านเจ๊กตง เนี้ยวดีใจมากบอกว่าเดี๋ยวจะไปเปิดน้ำอัดลมมาให้ ทวนบอกเจ๊กตงว่าชาริณีจะมาจ่ายค่าน้ำมันวันก่อน เนี้ยวไม่สนใจจัดแจงจะไปอุ่นของอร่อยมาให้ทวนกินอีก

ชาริณีหมั่นไส้มากถามว่าทวนกินเป็นคนเดียวรึไง ด่าเนี้ยวว่าไม่มีมารยาท เจ๊กตงมัวทำอะไรอยู่ไม่รู้จักอบรมลูกสาวเสียบ้าง เนี้ยวแหวใส่ว่าพูดจาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของทวน ชาริณียิ้มเยาะสวนไปว่า

“อย่าว่าแต่ทวนเลย คนทั้งบ้านนา ฉันจะยึดมาเป็นของฉันเมื่อไหร่ก็ได้”

มหาเฉื่อยมาได้ยิน อุทานลั่น “แม่เจ้าโวย ยึดกันเป็นเชลยเลยเรอะ” บอกว่า อย่างทวนเธอก็ไม่มีสิทธิ์ยึดไว้ในครอบครองเสียคนเดียว

เนี้ยวอ้างว่าตนจองทวนไว้ตั้งแต่เพิ่งจะเป็นหนุ่มแตกพาน พลางเข้าไปจับแขนทวนไว้

“ปล่อยคุณทวนเดี๋ยวนี้นะ รู้ไว้ซะด้วยว่า ฉันเป็นลูกสาวของเศรษฐีบุญช่วย เจ้าของที่ไร่ที่นาส่วนใหญ่ในบ้านนานี่ ใครมีปัญหา!” ชาริณีตวาด

ทุกคนตรงนั้นพากันตะลึงเมื่อรู้ว่าชาริณีเป็นลูกสาวของเศรษฐีบุญช่วย

ชาริณีเหมือนขมิ้นกับปูนกับสไบที่ทำเชิดหน้าผยองทำตัวเป็นแม่เลี้ยงของเธอ ทั้งยังขุดคุ้ยชาริณีว่า

“ทำตัวเป็นเด็กใจแตก เรียนที่ไหนก็ไม่จบ คบใครก็ไม่มีคนเขาทนนิสัยเลวๆของคุณได้ เมื่อก่อนเป็นยังไง เดี๋ยวนี้ก็เป็นยังงั้น”

สไบพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกชาริณีกระโจนเข้าตบ เลยตบตีกันจนกลิ้งตกบันไดไปทั้งคู่

ooooooo

คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด หลิมกับเลิศไปทำงาน

ตามคำสั่งของเศรษฐีบุญช่วย เอาของไปลงเรือพายออกไปเพื่อรอแพมารับ

บรรยากาศวังเวงน่ากลัวทั้งสองได้ยินเสียหมาหอนก็กลัวผี แต่ปลอบใจกันว่าผีต้องอยู่ป่าช้าไม่ใช่ที่นี่

แต่พอพายเรือไปไม่ทันไร ก็มีมือยื่นขึ้นมาจากกราบเรือทั้งสองข้าง ซ้ำยังขย่มเรือจนโคลงไปมา เลิศกับหลิมตกใจตาเหลือก ร้องกันว่าผีหลอก พากันกระโดดน้ำว่ายเข้าฝั่ง

ยาบ้าที่อยู่ในเรือจมดิ่งหายวับไปทั้งหมด ครู่เดียว เจ้าของมือทั้งสองก็โผล่มาเจอกันต่างอุทาน

“แก...”

“แกอีกแล้วเหรอ...”

ที่แท้คือเมินกับทวนนั่นเอง...

ooooooo

เพลงรักบ้านนา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด