สมาชิก

ลูกทาส

ตอนที่ 9

น้อมพาแก้วไปเยี่ยมนิ่มที่บ้านเช่า ยิ้มเยาะสะใจที่สามารถทำให้อาเขยของตุ๊กตาหนีหางจุกตูดเพราะถูกขู่จะส่ง นครบาลตอนมาทำกร่างถามหาหลานสาวนิ่มโล่งใจที่ตุ๊กตาไปหลบที่เรือนแพพระ นิติธรรมลือชา แต่ก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้เพราะกลัวจะถูกล้างแค้น น้อมไม่กลัวเพราะเชื่อว่าตัวเองมีดีพอ แถมมีแก้วคอยดูแลต่างหาก

ในขณะที่ น้อมอวดว่าละแวกร้านธูปไม่มีใครมีบารมีเท่าเธอ อบเชยวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าพระยาไชยากรกำลังจะมาถึง นิ่มตกใจเพราะสามีไม่ได้มาหาหลายวัน เลยไม่นึกว่าจะมาแต่หัววัน อบเชยตัดสินใจไปถ่วงเวลา ส่วนน้อมกับแก้วรีบหลบไปทางหลังบ้าน ไม่อยากก่อปัญหาให้นิ่มกับอบเชยต้องเดือดร้อน

น้อมกับแก้วหนีไปไกลแล้ว พระยาไชยากรจึงเดินหน้ามุ่ยเข้าบ้านเช่าเพราะเบื่อเรื่องวุ่นวายที่เรือน ใหญ่ นิ่มเอาอกเอาใจพัดวีอย่างดี ทำให้สามีสบายใจขึ้นมาก แต่คงอยู่ไม่นานเพราะต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ซึ่ง จัดตามธรรมเนียมฝรั่งที่ต้องนำภรรยาออกงานด้วย นิ่มแอบดีใจเพราะมั่นใจว่าสามีต้องพาตนไปด้วย

เมื่ออบเชยทราบเรื่องก็อด แปลกใจไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าพระยาไชยากรจะพานิ่มออกงานอย่างสมเกียรติ แต่เห็นท่าทางญาติสาวตื่นเต้นเตรียมชุดเป็นการใหญ่ก็พูดไม่ออก ต้องเอออวยและช่วยเลือกอย่างเสียไม่ได้

ฝ่ายแดงยืนเหม่อหน้าเรือนแพ ตรอมใจเพราะอาการป่วยไม่ดีขึ้นแต่ทรุดเรื่อยๆ ตุ๊กตานำผ้าคลุมไหล่มาให้และปลอบให้เจ้านายสาวทำใจให้สบายเพราะการเจ็บป่วย เป็นเรื่องธรรมดา

“พักรักษาตัวอีกไม่นานก็หายแล้ว หายเมื่อไหร่... คุณแดงอยากจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะเจ้าค่ะ”

แดง ยิ้มเศร้าๆ แต่เมื่อมีอาการไอหนักขึ้นจนเลือดเต็มฝ่ามือก็อารมณ์เสีย ทั้งเสียใจอับอายเลยพาลตวาดไล่ตุ๊กตาออกจากห้อง พระนิติธรรมลือชากลับมาได้ยินพอดีเลยเรียกบ่าวสาวมาคุยและขอโทษแทนน้องสาว ที่หงุดหงิดจนไปลงกับเธอ ตุ๊กตาไม่ถือสาเพราะเข้าใจดี แต่ตุลาการหนุ่มยังไม่สบายใจจึงคิดจะส่งบ่าวสาวไปอยู่เรือนพระยาเดชารณภพ ตุ๊กตาตกใจมาก ปฏิเสธข้อเสนอเพราะไม่อยากอยู่ห่างจากเขา

พระนิติธรรม ลือชาเห็นบ่าวสาวหน้าเสียก็อดสงสารไม่ได้ “ฉันไม่ได้ไล่แต่ฉันเป็นห่วง กลัวหล่อนจะติดโรคจากน้องแดง เลยจะให้หลบไปอยู่ที่อื่น หล่อนไม่ต้องกลัวนะ หลบอยู่กับเจ้าคุณพ่อฉัน ไม่มีใครทำอะไรหล่อนได้ดอก”

“ถ้าตุ๊กตาไปแล้วใครจะดูแลคุณแดง พี่อ้นก็ต้องทำงาน ส่วนคุณพระก็มีราชการรัดตัว ตุ๊กตาอยู่ก็ยังพอช่วยได้”

“หล่อนไม่รังเกียจน้องแดงหรือ เมื่อก่อนยังไม่มีอาการ แต่ตอนนี้ไอเป็นเลือดแล้ว หล่อนอาจจะติดโรคก็ได้นะ”

“ตุ๊กตา ไม่รังเกียจคุณแดงเธอเลยค่ะ ตรงกันข้าม... ออกจะสงสารเธอด้วยซ้ำ ที่ต้องป่วยเป็นโรคเช่นนี้ตั้งแต่ยังสาว ขอให้ตุ๊กตาได้ดูแลเธอ เพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณพระด้วยเถอะนะเจ้าค่ะ”

พระนิติธรรมลือชายิ้มบางๆ ประทับใจในความดีและความกตัญญูรู้คุณของบ่าวสาว ส่วนตุ๊กตาก็มองมาด้วยความปลาบปลื้ม นับวันความรู้สึกที่มีต่อตุลาการหนุ่มยิ่งลึกซึ้งขึ้นทุกที

เวลาเดียวกัน ที่เรือนพระยาไชยากร...มาโนชฉวยโอกาสที่เจ้าของเรือนไม่อยู่ บุกไปลวนลามปลุกปล้ำน้ำทิพย์ในห้องหนังสือ บุตรีพระยาไชยากรดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลัง โดยมีนมอ้อนเข้าช่วยไม่ห่าง มาโนชเห็นท่าไม่ดีเลยถอยออกมาอย่างเสียไม่ได้ นมอ้อนรีบไปดูอาการเจ้านายสาวและเตือนให้ฟ้องพระยาไชยากร

“ไม่มีประโยชน์ดอกจ้ะ ถ้าต้องเลือกระหว่างพี่มาโนชกับแก้ว คุณพ่อคงยอมให้ฉันถูกพี่มาโนชหยามมากกว่า!”

ooooooo

นิ่ม แต่งตัวสวยด้วยชุดไทยเต็มยศ เตรียมออกงานกับสามีเต็มที่ อบเชยมองมาด้วยความชื่นชม ดีใจกับญาติสาว จะได้ออกงานสมหน้าสมตา แต่พระยาไชยากร กลับทำให้หน้าเสียไปตามๆกัน เมื่อเขาประกาศว่าไม่เคยพูดสักคำว่าจะให้นิ่มออกงานด้วย

“พวกฝรั่งมันจะ ถือธรรมเนียมอย่างไรก็เรื่องของมัน แต่ที่นี่บ้านเมืองเรา ผู้หญิงมีหน้าที่ดูแลบ้านเลี้ยงดูลูกก็พอ จะไปยุ่มย่ามเรื่องงานของผู้ชายทำไม ทีหน้าทีหลังทำอะไรก็ถามฉันก่อน ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์ก็จับไปกระเดียดอย่างนี้”

พระยาไชยากรออกจากบ้าน เช่าด้วยความหัวเสีย อบเชยโอบกอดญาติสาวด้วยความสงสาร ทันใดนั้น...ก็เหลือบไปเห็นกล่องใส่ของขวัญบนโต๊ะ นิ่มเห็นว่าสามีจะเตรียมไปกำนัลข้าราชการผู้ใหญ่เลยรีบตามไปให้

ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่คนนั้น นิ่มรู้จักบ้านช่องดีเพราะเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้านธูป จึงใช้เวลาไม่นานก็ถึงหน้าเรือน เลยทันได้ยินสามีพูดจาดูถูกเหยียดหยามเมียน้อยอย่างเธอให้ข้าราชการชั้น ผู้ใหญ่และแขกเหรื่อมากมายฟัง เมื่อถูกถามมากเรื่องไม่ยอมพาเมียมาออกงานด้วยเหมือนคนอื่นๆ

“นี่ถ้าไม่ สนิมสนมกัน ฉันคงนึกว่าคุณหลวงเยาะฉันเล่น เพียงเมียน้อย จะพามาออกงานออกการใหญ่โตได้อย่างไร หากเป็นคุณหญิงที่ได้ตราตั้งก็ว่าไปอย่าง”

นิ่มถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดหยาบคายเช่นนี้จากผู้ชายที่รักที่สุด แต่ยังไม่ยอมปรากฏตัว ได้แต่ยืนแอบฟังที่มุมหนึ่ง กำมือแน่นเข้าเมื่อได้ยินสามีโต้ตอบกับแขก เหรื่อคนอื่นๆเรื่องความด้อยศักดิ์ของเมียน้อยอย่างเธอ

“ผู้หญิงที่เป็น เมียน้อยเมียบ่าวมันโง่เขลาเบาปัญญา ไม่เช่นนั้นก็คงไม่มาเป็นเมียน้อยให้เสียเกียรติดอก เมียเช่นนี้ได้อยู่เรือนเลี้ยงลูก มีเงินทองใช้สอยก็บุญเท่าไหร่แล้ว ขืนพาออกงานก็ขายขี้หน้าเสียเท่านั้นเอง”

แขกเหรื่อหัวเราะชอบใจใหญ่ นิ่มทนไม่ไหวตัด สินใจปรากฏกายให้เห็นและยื่นกล่องของขวัญให้สามี พระยาไชยากรอ้าปากค้าง ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ช้ากว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เจ้าของงานที่เข้ามาทำความรู้จักกับนิ่ม

“ฉันเป็นบ่าวในเรือนท่านเจ้าคุณค่ะ คนชั้นต่ำโง่เง่าเบาปัญญา พระเดชพระคุณอย่ารู้จักให้เป็นเสนียดหูเลย”

นิ่ม เดินออกไปแล้ว ไม่โวยวายอะไรแม้แต่น้อยจนพระยาไชยากรหน้าเจื่อน แม้จะพูดจาเอาแต่ได้แต่ความจริงแล้วรักเมียน้อยคนนี้มากเหลือเกิน น้ำทิพย์ทราบเรื่องทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น ต่อว่าพ่อเสียงเครียดที่ไม่แม้แต่จะไปง้อที่บ้านเช่า พระยาไชยากรหัวเสียแม้จะรู้ตัวว่าผิดแต่เพราะทิฐิเลยไม่ยอมรับ หาว่านิ่มเข้าไปวุ่นวายในงานเอง

“แล้วคุณพ่อไม่คิดบ้างล่ะคะว่าแม่นิ่มต้องกลายเป็นเมียน้อยเพราะใคร ถ้าไม่ใช่คุณพ่อไปหลอกลวงเธอ”

“ก็แล้วลูกจะให้พ่อยกย่องลูกแม่ค้าร้านขายธูปเป็นคุณหญิงอย่างนั้นหรือ รู้ถึงไหน อายเขาถึงนั่น ความจริงพ่อก็เลี้ยงดูแม่นิ่มอย่างดี เงินทองก็มีให้ไม่ขาดมือ แม่นิ่มก็ควรจะรู้จักพอ ไม่ใช่เพียรเผยอจะเทียบกับพ่อเยี่ยงนี้”

น้ำทิพย์พูดไม่ออก ไม่ชอบนิสัยแบบนี้ของพ่อเลย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าลูกอกตัญญู

ooooooo

มาโนชยังพยายามเข้าหาคู่หมั้นสาวอย่างไม่ลดละ แต่น้ำทิพย์ไม่สนใจและมักมองมาด้วยแววตาเฉยชา สร้างความเจ็บแค้นให้แก่เขามากจนต้องหาทางปราบพยศให้ได้ ส่วนความสัมพันธ์ของคอกกับบุญเจิมเป็นไปได้ด้วยดี ความห่วงใยและหวังดีที่มีให้กันมาตลอดทำให้ความรักที่เคยบางเบาหนาแน่นขึ้นทุกที

แก้วเฝ้ามองคอกด้วยความสุขใจ ยินดีกับเพื่อนด้วยที่มีคนรักให้ไปมาหาสู่ แม้จะต้องเจอกันผ่านกรงขัง ก็ไม่เป็นอุปสรรคเพราะมีใจที่คิดถึงกันตลอดเวลา แต่เมื่อทาสหนุ่มได้รับรู้เรื่องนิ่มหอบลูกชายและเก็บข้าวของจากบ้านเช่าย้ายมาที่เรือนของน้อมก็อดแปลกใจไม่ได้...

หรือว่าพระยาไชยากรจะนอกใจจนทำให้เมียน้อยเสียใจ

เรื่องความเจ็บช้ำใจของนิ่มทำให้น้อมเต้นผาง ยิ่งได้ฟังเรื่องจากอบเชยว่าลูกเขยคู่ปรับดูถูกลูกสาวยังไงยิ่งแค้น ประกาศกร้าวให้ลูกสาวย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเพราะไม่เห็นประโยชน์จะต้องทน

“ลูกสาวข้า...ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมา แม้จะไม่มีเชื้อแถวผู้ดีเก่า แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร เงินทองก็ได้มาโดยสุจริต อีตาเจ้าคุณเสียอีก ร่ำรวยขึ้นทุกวัน ไม่แคล้วรับสินบาทคาดสินบนเป็นแน่”

อบเชยถอนใจเหนื่อยหน่ายนิสัยช่างยุของน้อม “โอ๊ย...ไปกันใหญ่แล้วป้า แต่พี่นิ่มมีลูกเต้ากับเขา จะให้เด็กเติบโตเป็นลูกไม่มีพ่อหรือไง อย่างไรก็ควรหันหน้าคุยกันก่อน ถ้าไม่ไหวก็ค่อยตัดขาดกัน ไม่ใช่เอะอะก็ยุส่งท่าเดียว”

นิ่มทนฟังอยู่นาน อดไม่ไหวโต้กลับ “พี่ทนได้ทุกอย่าง แม้แต่ถูกหลอกไปเป็นเมียน้อย พี่ก็ไม่เคยโกรธเคืองท่านเจ้าคุณ แต่นี่ถึงกับดูถูกดูแคลน ราวกับพี่ไม่มีหัวใจ ทั้งที่พี่เป็นแม่ของลูกชายท่านแท้ๆ เราคงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”

“โถ...แม่นิ่มของแม่ คิดถูกแล้วลูก คนอย่างเรามีศักดิ์ศรีพอ ผัวและพ่ออย่างมัน ไม่มีเสียจะดีกว่า”

น้อมได้ทียุแยงลูกใหญ่ อบเชยไม่ชอบใจนัก ไม่อยากให้ครอบครัวญาติสาวต้องแตกทั้งที่ยังไม่ได้เจรจากันให้เป็นเรื่องเป็นราว เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับน้อมเลยพยายามเตือนไม่ให้ไปยุ่งเรื่องผัวเมีย แต่น้อมไม่ยี่หระ แถมประกาศความตั้งใจอีกต่างหากจะล้างแค้นลูกเขยคู่ปรับให้ถึงที่สุด

“แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจข้าดอก คอยดูนะนังอบเชย ข้าจะเลี้ยงหลานชายข้าให้รักแต่ข้าคนเดียว เล่าความชั่วของพ่อมันให้ฟังทุกวัน จนลูกมันไม่ยอมเรียกพ่อ ถึงจะสมกับความแค้นของข้า!”

น้อมหัวเราะสะใจเลี่ยงไปหน้าร้าน อบเชยตามติดไม่อยากให้ป้าทำให้เรื่องครอบครัวนิ่มวุ่นวายไปมากกว่านี้ แต่เรื่องเลวร้ายกว่าเดิมเมื่อพระยาไชยากรมาตามหานิ่มกับลูกถึงร้าน น้อมเข้าขวางเต็มกำลังไม่ยอมให้เจอ พระยาจอมงกโมโหมาก ด่ากราดไม่ยั้งว่าแม่ยายเป็นคนยุแยงให้ผัวเมียต้องพรากจากกัน

“ใครพรากใครไม่ทราบเจ้าคะท่านเจ้าคุณ ฉันเห็นว่าแม่นิ่มต้องหอบลูกร้องไห้กลับมาหาฉันต่างหาก ส่วนสาเหตุ...ท่านเจ้าคุณก็คงทราบดีอยู่แก่ใจ คงไม่ต้องให้ฉันพูดซ้ำให้เป็นเสนียดปากดอกนะ”

พระยาไชยากรเคืองมากที่ถูกพูดแทงใจดำ อบเชยเห็นท่าไม่ดีเลยรีบไปตามนิ่มมาห้ามศึกแม่ยายลูกเขย พระยาจอมงกดีใจมากได้เห็นหน้าเมียอีกครั้ง แต่นิ่มก็ทำให้เขาอึ้งเมื่อยืนกรานไม่กลับไปบ้านเช่าและขอให้ยุติความสัมพันธ์

“แม่นิ่มกล้าพูดกับฉันอย่างนี้หรือ ฉันเป็นผัว แม่นิ่มนะ”

“หรือคะ...นี่ท่านเจ้าคุณยังนับว่าเราเป็นผัวเมียกันอยู่หรือคะ ฉันนึกว่าคนโง่เง่าหาปัญญามิได้ จนต้องมาเป็นเมียน้อยเขาอย่างฉัน จะมีค่าเพียงแค่ให้ลูกกับท่านเจ้าคุณเท่านั้น”

“นี่ยอกย้อนฉันหรือ แม่นิ่มเคยเป็นคนเชื่อฟังหัวอ่อน แต่กลับมาเถียงผัวฉอดๆเช่นนี้ คงมีคนยุแยงล่ะสิท่า”

น้อมไม่สะทกสะท้านสายตาเกรี้ยวกราดของพระยาไชยากร แถมตอกกลับไม่ไว้หน้า “โอ๊ย...คนยุแยงหรือจะสู้รู้แจ้งเห็นเองกับตา ตามืดตามัวเห็นก้อนกรวดเป็นเพชรเสียนาน พอตาสว่างใครมันจะโง่กลับไปให้เหยียบย่ำอีก”

อบเชยพยายามห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ลูกเขยแม่ยายก็ไม่ลดราวาศอก ตั้งท่าเอาเรื่องกันจนต้องยื้อยุดให้วุ่น แก้วกับคอกได้ยินเสียงเอะอะเลยวิ่งไปช่วย เลยได้ประจันหน้ากับพระยาไชยากรอย่างจัง!

ooooooo

พระยาไชยากรออกจากร้านไปแล้ว นิ่มกับอบเชยมั่นใจว่าคงไปตามมาโนชกับพรรคพวกมาจับกุมแก้วกับคอกเป็นแน่ สองทาสหนุ่มเลยขอลา

ไปตายดาบหน้า ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนไปด้วย  น้อมไม่อยากให้แก้วไปเลยอาสาจะไถ่ตัวให้ แก้วเห็นว่าคงปิดบังความจริงต่อไปไม่ไหวเลยตัดสินใจบอกความจริงที่ทำให้ต้องหนีมา

“เหตุที่กระผมต้องหนี มีเหตุสองประการขอรับ ประการแรก...คือกระผมกำลังจะได้เป็นไทตามพระราชบัญญัติลูกทาสลูกไท แต่ท่านเจ้าคุณต้องการปิดบังเรื่องนี้ จึงต้องการล่าตัวกระผมเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ทาสคนอื่นขอรับ”

น้อมเป็นเดือดเป็นร้อนแทนทาสหนุ่มอย่างมาก แก้วซาบซึ้งในน้ำใจและตัดสินใจบอกสาเหตุที่สอง

“ส่วนประการที่สอง...คือ...คือกระผมกับคุณน้ำทิพย์รักกันขอรับ”

ทุกคนที่ร้านธูปพูดไม่ออก โดยเฉพาะน้อมถึงกับเป็นลมเพราะอกหักกะทันหัน เมื่อแก้วกับคอกจากไปแล้วก็ต้องพยาบาลอยู่นานกว่าจะฟื้น ส่วนนิ่มกับอบเชยได้แต่มองหน้ากันงงๆ ไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวสูงศักดิ์อย่างน้ำทิพย์จะลดตัวมาคบหากับทาสในเรือนเบี้ยอย่างแก้ว อบเชยมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เพราะแอบปลื้มแก้วไม่น้อย นิ่มไม่ทันสังเกตเพราะมัวรู้สึกผิดที่เคยล้อเลียนญาติสาวว่าชอบพอกับแก้ว...คาดไม่ถึงเลยว่าเรื่องจะพลิกเป็นแบบนี้

ฟากพระยาไชยากรโกรธมาก เมื่อทราบจากมาโนชว่าแก้วกับคอกหนีออกจากร้านธูปเสียแล้ว เลยพาล

ลงกับกิ่งและสั่งให้กุมตัวไปขัง ไม่ให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกจนกว่าจะได้ตัวแก้ว น้ำทิพย์รีบตามไปห้าม ไม่อยากให้พ่อทำร้ายแม่ของคนที่ตนรักและไม่อยากให้ผูกใจเจ็บจนเป็นบาปติดตัว ส่วนมาโนชยุแยงเต็มกำลังเพราะแค้นแก้วเป็นทุน กิ่งยกมือไหว้ขอความเมตตาแต่พระยาไชยากรปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ทั้งมึงทั้งลูกมึง กูไม่ปล่อยเอาไว้ทั้งสิ้น สุดแต่ว่าจะถูกฆ่าหรือถูกล่ามโซ่ให้ตายเหมือนสัตว์เท่านั้น!”

ในขณะที่กิ่งถูกจับขังไม่มีกำหนด...แก้วกับคอกหนีเข้าป่า ไม่อยากให้พวกมาโนชแกะรอยตามมาได้ง่ายๆ แก้วอยากให้คอกแยกไปอยู่ในเมืองเพราะเขาคงหนีอีกนานจนกว่าจะได้เป็นไท และคอกคงทนไม่ไหวที่จะไม่เห็นหน้าบุญเจิมเป็นเวลาหลายเดือน คอกคิดนิดเดียวก่อนจะยืนยันไปกับแก้ว

“ถ้าฉันกลับไป นังเจิมรู้เข้า ก็ต้องด่าฉันที่ทิ้งพี่อยู่ดี ให้ฉันตามพี่ไปเถอะ อย่างน้อยก็ยังพอช่วยเหลือกันได้บ้าง”

แก้วกับคอกหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มาโนชเลยตัดสินใจสืบข่าวจากคนเฝ้าคุกบุญเจิม เพราะเชื่อว่าสองทาสหนุ่มต้องหาทางส่งข่าวถึงทาสสาวแน่ แต่ก็ไม่ได้เรื่องเพราะบุญเจิมไม่รู้เรื่องว่าคอกหายหน้าหายตาไปไหน

ฝ่ายน้ำทิพย์เข้าไปดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้กิ่งด้วยความเป็นห่วง ยิ่งได้ยินทาสสาวใหญ่อยากเจอหน้าลูกชายอีกครั้งก็พลอยหดหู่ แต่ตนเองก็จนปัญญา

เพราะไม่รู้จะไปหาข่าวแก้วจากไหน...

ในขณะที่ทุกคนเป็นห่วง...แก้วกับคอกหนีเข้าป่าลึกเรื่อยๆ แต่โชคร้ายหลงไปขอความช่วยเหลือจากกลุ่มโจรป่า เลยถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปพร้อมกัน เจ้าเมืองมองชายหนุ่มแปลกหน้าทั้งสองด้วยแววตาเพ่งพินิจ ไม่เห็นท่าทางแข็งขืนหรือแววตาอำมหิตเหมือนโจรป่า และเมื่อได้รับคำยืนยันจากหัวหน้าโจรว่าสองหนุ่มไม่ใช่พวกเลยตัดสินใจปล่อยตัว

เจ้าเมืองเล่าให้ฟังว่ากลุ่มโจรเข้ามาปล้นของจากบริษัทฝรั่งที่มาตั้งค่ายสำรวจทางรถไฟกลางป่า คอกตาโตไม่รู้จักว่ารถไฟคืออะไร ส่วนแก้วได้ยินมาบ้างเพราะเคยอ่านเจอ เจ้าเมืองส่ายหน้าขำๆแล้วอธิบายเสียงอ่อน

“พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีพระบรมราชโองการสร้างทางรถไฟให้คนในพระนครแลหัวเมือง ต่อไปภายหน้า การค้าขายจะเจริญรุ่งเรือง แลหัวเมืองห่างไกลก็จะได้รับการดูแลทั่วถึง ไม่ต้องกลัวโจรดักปล้นระหว่างทางอีก”

คอกตื่นเต้นมาก อยากเห็นและมีโอกาสนั่งรถไฟสักครั้ง ส่วนแก้วถือเป็นโอกาสดีขอพักอาศัยกับเจ้าเมือง โดยแลกเปลี่ยนเป็นทำงานรับใช้ จะได้หลบซ่อนตัวจากพวกมาโนชไปในตัว คอกพลอยเห็นดีเห็นงาม

“จริงด้วยพี่ ใครจะคิดว่าทาสหนีนายเงินจะซ่อนอยู่กับคนที่มีอำนาจจับกุมเช่นนี้ แลยังอยู่ไม่ไกลพระนครด้วย”

“ถึงเราจะอยู่ห่างไม่ไกล แต่เอ็งก็ห้ามกลับไปหานังเจิมหรือส่งข่าวเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”

คอกหน้าเสีย แก้วตบบ่าเบาๆด้วยความเห็นใจ “เชื่อข้าเถอะไอ้คอก ท่านเจ้าคุณกับคุณมาโนชพลาดไปครั้งหนึ่ง คงไม่พลาดอีก ต้องวางคนคอยจับตาดูแน่ อย่าว่าแต่นังเจิมเลย แม้แต่แม่ข้าหรือคุณน้ำทิพย์ ข้าก็จะไม่ส่งข่าวเช่นกัน หาไม่จะพลอยเดือดร้อนถึงกันหมด”

คอกอึดอัดด้วยความเป็นห่วงบุญเจิม เช่นเดียวกับแก้วที่คิดถึงน้ำทิพย์แต่ไม่อยากเสี่ยงให้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีก

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน พระยาไชยากรกับมาโนชยังตามตัวแก้วกับคอกไม่พบ ทำให้ร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติดเพราะใกล้เวลาที่แก้วจะอายุครบกำหนดได้เป็นไทตามพระราชบัญญัติลูกทาสลูกไท พระยาจอมงกหัวเสียมาก พาลลงกับหลานชายคนโปรดว่าไม่มีฝีมือ มาโนชโกรธจัด โต้กลับอย่างไม่กลัวเกรง

“กระผมก็กระทำสุดความสามารถแล้ว แต่แผ่นดินกว้างใหญ่นัก จะให้ไปตามจับไอ้แก้วที่ไหนเล่าขอรับ คุณอาเองมีทั้งบรรดาศักดิ์แลอำนาจมากกว่ากระผมเป็นสิบเป็นร้อยเท่า ยังหาไอ้แก้วไม่เจอเลยไม่ใช่หรือขอรับ”

“นี่พ่อมาโนชย้อนอาหรือ นับแต่ได้หมั้นหมายกับลูกน้ำทิพย์ ดูพ่อมาโนชจะมองเห็นหัวอาน้อยลงทุกที”

“กระผมไม่ได้ยอกย้อน แต่อยากให้คุณอาเห็นใจกระผมบ้าง ทุกครั้งที่คุณอาไม่ได้อย่างใจ กระผมเป็นต้องถูกติเตียน ทั้งที่กระผมก็อยากฆ่าไอ้แก้วไม่น้อยกว่าคุณอาเช่นกัน”

“ข้อนั้นอาเชื่อ แต่พ่อมาโนชก็ควรจะเร่งมือ เพราะหากไอ้แก้วเป็นไทแล้ว เราก็คงหมดข้ออ้างจะกำจัดมัน”

พระยาไชยากรประกาศกร้าวให้หลานชายใช้วิธีอะไรก็ได้ตามหาแก้วให้พบและฆ่าทิ้ง โดยยกเอาเรื่องจะอนุญาตให้แต่งงานกับน้ำทิพย์เป็นตัวล่อ มาโนชตาวาวด้วยความดีใจ...ไอ้แก้ว...มึงได้ตายเร็วๆนี้แน่!

ฝ่ายแดงอาการทรุดหนักลงทุกวัน เกรงใจตุ๊กตาไม่น้อยที่ต้องปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดอย่างไม่กลัวติดโรค บ่าวสาวยิ้มบางๆ ไม่ยอมบอกว่ายิ่งกว่าเต็มใจอยู่ที่นี่เพราะแอบชอบพระนิติธรรมลือชา แต่กลับเฉไฉอ้างว่าเป็นเหตุผลอื่น
“แต่คุณพระท่านก็ไม่เคยคิดรังเกียจคุณแดง

ไม่ใช่หรือคะ ถ้าไม่นับเวลาไปราชการแล้ว คนที่อยู่ใกล้ชิดคุณแดงมากที่สุดก็คือคุณพระนะคะ ถ้าเช่นนั้น คุณพระก็ต้องพิลึกด้วยสิเจ้าคะ”

แดงอารมณ์ดีขึ้น อย่างน้อยตุ๊กตาก็ไม่รังเกียจจะดูแลคนป่วยด้วยโรคร้ายอย่างเธอ บ่าวสาวพลอยมีความสุข แต่ต้องหน้าเจื่อนเมื่อแดงบอกว่าตุลาการหนุ่มคงกลับเรือนช้าเพราะมีนัดกับน้ำทิพย์...หญิงสาวที่แอบหมายปองมานาน
ตุ๊กตานั่งคอยจนดึกดื่น พระนิติธรรมลือชาจึง

ได้กลับมาในสภาพเมาแอ๋ เพราะช้ำใจจากคำพูดของน้ำทิพย์ที่หวังรอแก้วให้เป็นไทเพื่อให้สมรัก และแม้เขาจะรู้ดีว่าความรักห้ามกันไม่ได้ แต่ก็ตัดใจจากบุตรี

พระยาไชยากรไม่ได้เสียที ตุ๊กตาไม่รู้เรื่องและลงมือ

เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาอย่างใจเย็น ตุลาการหนุ่มกำลังเมา ได้กลิ่นกายสาวก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ยิ่งในสภาวะเหงาและเปล่าเปลี่ยวใจเช่นนี้ ยิ่งรู้สึกวูบวาบและปล่อยให้บ่าวสาวเช็ดตัวจนเกือบทั้งคืน...

ฟากคอกเห็นว่าแก้วกำลังจะเป็นไทในอีกไม่กี่วัน เลยตัดสินใจฝากข้อความไปกับเจ้าหน้าที่ให้ไปบอก บุญเจิมด้วยความคิดถึง แก้วไม่รู้เรื่องเพราะมัวสนใจคดีประหลาดที่ท่านเจ้าเมืองระดมคนทั้งเมืองไปช่วยตัดสิน คดีประหลาดที่ว่าก็คือมีหญิงสาวสองคนร้องไห้แย่งตัวเด็ก โดยกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายลักขโมยลูกของตนไปขายเป็นทาส

สองสาวพุ่งเข้าตบกันจนใครๆพากันขยาด แก้วใช้ปัญญาอันหลักแหลมบอกให้ท่านเจ้าเมืองตัดสิน

ให้ผ่าเด็กเป็นสองส่วนเพื่อพิสูจน์ความรักของแม่ที่มีต่อลูก จนในที่สุดก็สามารถชี้ตัวแม่ตัวจริง ส่งผลให้ท่านเจ้าเมืองมองแก้วด้วยความทึ่ง ไม่คิดว่าชายหนุ่มพลัดถิ่น หน้าตาสะอาดสะอ้านแต่มีเบื้องหลังเป็นปริศนาจะมีปัญญาเฉียบแหลมขนาดนี้เจ้าเมืองตัดสินใจเรียกแก้วมาคุยหลังจากนั้น เพื่อเจรจาให้มาทำงานด้วย เพราะอยากพึ่งสติปัญญาอันหลักแหลมของเขา แต่แก้วไม่อยากให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก กลัวเรื่องถึงหูมาโนชเลยอ้างว่าเกินปัญญาจะทำได้

“เกินปัญญาหรือว่าเอ็งมีอะไรปิดบังข้า ข้าอยู่มาจนปูนนี้แล้ว ใช่ว่าจะอ่านไม่ออกดอกนะ”

“ใช่ว่ากระผมจะปกปิดท่านเจ้าเมืองนะขอรับ แต่กระผมไม่สะดวกจะกราบเรียนตอนนี้ เอาไว้สักวัน กระผมจะกราบเรียนทุกเรื่อง แต่ตอนนี้กระผมพูดได้เพียงไม่ได้กระทำผิดร้ายแรงจนทำให้ท่านเจ้าต้องเดือดร้อนไปด้วยแน่ขอรับ”

“ข้ารู้...ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ชักชวนเอ็งตั้งแต่ต้นดอก เอาเถอะ...ข้าไม่อยากบังคับใจใคร แต่ข้ารักในปัญญาของเอ็งจริงๆ หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมาก็แล้วกัน”

เวลาเดียวกันที่ร้านธูปของน้อม...พระยาไชยากรบุกไปหาเรื่องและใช้อำนาจบาตรใหญ่จะเอาตัวนิ่มกับลูกกลับ โดยอ้างฐานะผัวกับพ่อจนน้อมทนไม่ไหว สวนกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“เอาเลยเจ้าค่า ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้ว ฉันยังไม่เห็นท่านเจ้าคุณกล้าทำอย่างปากว่าเสียที ทำไมล่ะเจ้าคะ กลัวชาวบ้านชาวช่องเขารู้หรือ ว่าพระยาพานทองหมดปัญญาหาเมีย จนต้องใช้เล่ห์กระเท่ห์หลอกแม่ค้าอย่างฉัน”

“นังแม่ค้าปากเน่า...ที่ทำมาทั้งหมดก็เพราะโกรธเคืองที่ฉันไม่ขอแกมาเป็นเมียใช่หรือไม่เล่า หัดตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาซะบ้างเถอะ เหี่ยวย่นไปทั้งตัวเดินไปไหนด้วยกัน คนเขาจะยกมือไหว้เพราะนึกว่าเป็นแม่ฉันเสียด้วยซ้ำ”

น้อมแค้นถึงขีดสุด อาละวาดขว้างปาข้าวของใส่พระยาไชยากรจนกลายเป็นอาหารตาชาวบ้านละแวกนั้น อบเชยเห็นท่าไม่ดีเลยรีบไปตามนิ่มมาห้าม แต่ญาติสาวไม่ยอมและประกาศกร้าวไม่สนว่าใครจะนินทายังไง อบเชยอยากจะปรบมือดังๆให้ญาติสาวสักครั้ง ไม่คิดเลยว่าคนหัวอ่อนอย่างนิ่มจะใจแข็งขนาดนี้

“ถ้าอบเชยถูกดูถูกเหยียดหยามจากคนที่ตัวเองรักมากที่สุด อบเชยก็จะรู้เองว่าทำไมพี่ถึงใจแข็งได้ ขนาดนี้”

ooooooo

บุญเจิมรับฟังข่าวเรื่องคอกด้วยแววตาแจ่มใส ดีใจที่เขายังไม่ตายและมีใจคิดถึงกัน ผู้คุมหญิงซึ่งรับสินบนจากมาโนชคอยจับตาดูไม่ห่าง และเป็นคนหลอกล่อให้มาโนชได้หลอกถามถึงที่อยู่ของแก้วกับคอกในปัจจุบัน เข้มทราบเรื่องเจ้านายจะบุกไปจับตัวแก้วในวันรุ่งขึ้น เลยตัดสินใจบอกน้ำทิพย์ให้รู้ล่วงหน้า

“กระผมสำนึกในบุญคุณที่คุณน้ำทิพย์ฝากยากับป้ากิ่งมาให้ ครั้งที่กระผมกับไอ้พลอยโดนโทษ กระผมเลยอยากตอบแทน เพราะทราบว่าคุณน้ำทิพย์กังวลเรื่องไอ้แก้วอยู่ แต่กระผมช่วยได้เท่านี้นะขอรับ มากกว่านี้กระผมเกรงจะโดนโทษ แค่นี้ก็ยังต้องปิดบังไอ้พลอยเลย เพราะมันไม่เห็นด้วยขอรับ”

น้ำทิพย์รีบไปหาพระนิติธรรมลือชาแต่เช้าตรู่เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องแก้ว แต่คลาดกันเพราะเขาเข้าวังเพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้เป็นพระยานิติธรรมธาดา น้ำทิพย์พลอยยินดีกับแดงด้วย แต่ไม่อาจรอช้าเรื่องแก้วเลยตัดสินใจส่งคนเข้าไปส่งจดหมายแจ้งขอความช่วยเหลือในสายวันเดียวกัน

เมื่อพระยานิติธรรมธาดาทราบเรื่องก็ปฏิเสธงานเลี้ยงฉลองจากพระยาไชยากร และตรงกลับเรือนแพทันทีเพราะเป็นห่วงแก้วไม่แพ้น้ำทิพย์ พระยาจอมงกมองตามด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็เอะใจท่าทางแปลกๆ

หลังอ่านจดหมาย จึงส่งคนไปถามความจากมาโนช เลยถึงบางอ้อว่าตุลาการหนุ่มคงร่วมมือกับน้ำทิพย์เพื่อช่วยแก้วเป็นแน่

ในขณะที่พระยานิติธรรมธาดารีบเดินทางตามไปช่วยแก้ว มาโนชก็ต้องหัวเสียอย่างหนักเมื่อถูกเจ้าเมืองหลอกล่อจนแก้วกับคอกหนีไปจนได้ พลอยกับเข้มเร่งรุดตามหา ทันไปเจอแก้วกับคอกกำลังพายเรือหนีอีกทาง มาโนชเห็นเข้าเลยเล็งปืนใส่ กระสุนจึงฝังในเข้าที่ช่วงไหล่ของแก้วแบบเต็มๆ ทำให้การหนีทุลักทุเลมากขึ้น

แก้วกระเสือกกระสนพาตัวเองหนีเข้าป่าพร้อมกับคอก จำได้ว่าเคยมาสำรวจทางกับพวกฝรั่งเพื่อทำทางรถไฟ จึงรู้ว่ามีวัดป่าแห่งหนึ่งละแวกนี้ แก้วนอนหายใจแผ่วเบาเพราะเสียเลือดมาก แต่ไม่วายบอกให้คอกหนีไปก่อนที่มาโนชจะตามมาฆ่า คอกไม่ยอมเพราะสำนึกผิด สูดลมหายใจยาวแล้วสารภาพเรื่องที่ทำให้มาโนชตามมาจนเจอ ว่าเพราะเขาทนคิดถึงบุญเจิมไม่ไหว รวมทั้งคิดว่าแก้วใกล้จะเป็นไทแล้วเลยฝากคนไปบอกข่าว

“ช่างเถิด...มันคงเป็นเวรกรรมของข้าที่จะไม่ได้ตายอย่างไท หนีมาได้ตั้งหลายเดือน เหลืออีกไม่กี่วันจะครบกำหนดก็ต้องมาเจอเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรเสีย เอ็งก็ควรหนีไปอยู่ดี อย่ามาถูกจับพร้อมข้าเลย ไม่เกิดประโยชน์ดอก”

“ฉันละอายใจเหลือเกินแล้วพี่ ฉันเป็นต้นเหตุ

ให้พี่ถูกยิง แต่พี่ยังห่วงใยฉัน แต่คราวที่ฉันรู้ข่าวว่าพี่ต้องโทษฆ่าพี่มี ฉันกลับคิดชั่วจะพานังเจิมหนี ดีที่นังเจิมไม่ยอม พี่จึงพ้นมลทินมาได้ ฉันมันชั่วช้าเกินคน ไม่น่าเกิดมาเลย”

“เอ็งคิดเห็นแก่ตัวเพราะรักนังเจิม ไม่อยากให้รับโทษ ข้าจะโกรธได้ยังไง แลเอ็งก็เสียสละเพื่อข้ามามากแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น พี่อย่าให้ฉันทิ้งพี่ไปเลยนะ ให้ฉันได้ช่วยพี่ทดแทนความผิดบาปในใจฉันเถิด”

ooooooo

ในขณะที่พระยานิติธรรมธาดาร่วมมือกับเจ้าเมืองตามหาแก้วกับคอก ไล่หลังมาโนชไปติดๆ น้ำทิพย์เคร่งเครียดไม่แพ้กันจนนอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วงคนรัก พระยาไชยากรปรากฏตัวให้เห็นและพูดจาแดกดันว่าแก้วคงไม่รอด

“ตั้งแต่ไอ้พระยานิติธรรมธาดา มันบอกปัดไม่ไปงานเลี้ยงที่พ่อจัดให้ พ่อก็รู้แล้วว่าต้องมีเหตุ พ่อจึงให้คนแอบตามไป แลไปไต่ถามลูกน้องของพ่อมาโนชที่นครบาล แล้วก็เป็นอย่างที่พ่อคิด”

“ทำไมคะ...ทำไมคุณพ่อถึงไม่เลิกจองเวรแก้วเสียที ทั้งที่ลูกกับแก้วเพียงแค่รักกัน มิได้ทำอะไรเสื่อมเสีย”

“แค่ลูกมีใจให้มันก็เสื่อมเสียจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรแล้ว มันเป็นทาส ไม่ต่างอะไรกับวัวควายที่เราเลี้ยงไว้ แค่กินข้าวร่วมกันยังไม่ควร อย่าว่าแต่มีใจให้กันเลย”

“ถ้าวันหนึ่ง ถ้าแก้วพ้นจากการเป็นทาส แลสร้างเนื้อสร้างตัวเสมอกับเรา คุณพ่อจะรังเกียจแก้วอีกหรือไม่คะ”

พระยาไชยากรหัวเราะเยาะ ไม่เคยเห็นทาสจะได้ดีเกินหน้าเจ้านาย น้ำทิพย์บอกว่าแก้วมีโอกาสเพราะเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียน อีกทั้งพระพุทธเจ้าหลวงยังทรงออกพระราชบัญญัติให้ลูกทาสในเรือนเบี้ยเป็นไทในอีกไม่กี่วัน

“แต่ถึงยังไง เลือดในกายมันก็ยังเป็นเลือดทาสอยู่ดี ต่อให้มันได้ดีก็เปลี่ยนเลือดชั่วของมันให้สูงศักดิ์เท่าพวกเราไม่ได้ดอก แลพ่อมั่นใจว่าคราวนี้ไอ้แก้วไม่มีทางพ้นมือพ่อมาโนชเป็นแน่ เพราะพ่อมาโนชเตรียม พร้อมมาดีนัก ถ้าลูกอาลัยมันมาก ก็ทำบุญส่งไปให้มันเถิด ผีไอ้แก้วจะได้ไม่อดอยาก!”

ฟากแก้วทนนอนเจ็บในวัดจนเช้าตรู่ หลวงพ่อออกมาเห็นเลยตัดสินใจไปตามหมอมารักษา มาโนชให้คนเฝ้าอยู่แล้วและสะกดรอยตามจนเจอแก้วกับคอกในที่สุด หลวงพ่อทนเห็นการตามล่าฆ่าฟันอย่างไร้ความเมตตาไม่ได้เลยออกไปห้ามด้วยตัวเอง แต่มาโนชไม่เกรงกลัวพระสงฆ์ ประกาศกร้าวจะเอาตัวแก้วกับคอกกลับไปให้ได้

แก้วไม่อยากให้หลวงพ่อลำบากใจเลยออกไปมอบตัวแต่โดยดี พลอยกับเข้มจะไปจับตัวแต่พระยานิติธรรมธาดาพาทหารมาช่วยเสียก่อน โดยมีเจ้าเมืองเข้ามาช่วยหนุนเต็มกำลัง มาโนชตกใจมาก แหวใส่ทันทีว่าตุลาการหนุ่มใช้อำนาจบาตรใหญ่ช่วยเหลือผู้ต้องหาที่เป็นทาสหนีนายเงิน พระยานิติธรรมธาดาไม่หวั่นสวนกลับ

“อย่าใส่ร้ายกันเลยคุณมาโนช ฉันเป็นตุลาการ

จะทำผิดกฎหมายเสียเองได้อย่างไร ที่ฉันมาก็เพราะทราบจากท่านเจ้าเมืองว่าเจ้าแก้วถูกยิงบาดเจ็บ หากจะพาตัวกลับไปทั้งอย่างนี้ ก็ทารุณกันเกินไป ฉันจึงขอมาประกันเจ้าแก้ว ให้มันพักรักษาตัวก่อน แล้วฉันจะพามันไปมอบตัวเอง”

เจ้าเมืองเสนอตัวช่วยประกันตัวแก้วกับคอกด้วย ยิ่งสร้างความแค้นให้แก่มาโนชมาก เลยคิดใช้เล่ห์ดึงตัวทาสทั้งสองไว้เพราะเข้าใจว่าตุลาการหนุ่มยังเป็นแค่คุณพระ ไม่มียศสูงพอจะประกันตัว พระยานิติธรรมธาดารู้ทัน โต้กลับยิ้มๆว่าคงทำได้ไม่ยากเพราะตนเพิ่งได้รับพระบรมราชโองการเป็นพระยาเมื่อเช้านี้

แก้วเลยได้พักรักษาตัวจนหาย และครบกำหนดอายุถึงเกณฑ์ได้เป็นไทสมอย่างที่ตั้งตารอมานาน ทาสหนุ่มก้มลงกราบพื้น ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น และคนแรกที่เขาอยากไปให้เห็นหน้าก็คือน้ำทิพย์

และแล้วน้ำทิพย์กับแก้วก็ได้เจอกันอีกครั้งในวัดตอนสายของวันเดียวกัน สองหนุ่มสาวโผกอดกันด้วยความรักล้นใจ น้ำทิพย์น้ำตาคลอด้วยความดีใจที่คนรักได้เป็นไท แก้วเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“คุณน้ำทิพย์รู้หรือไม่ขอรับ ว่าไอ้แก้วแอบหวังมานานเหลือเกิน จะได้กอดคุณน้ำทิพย์แนบอกให้สมกับความรักที่มันมีต่อคุณ แลได้กอดด้วยร่างกายกับหัวใจที่เป็นไท  ไม่ให้คุณต้องแปดเปื้อนเพราะเนื้อตัวของทาสอีก”

“เราคงดีใจมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีเหตุที่ต้องช่วยกันแก้ไขเดี๋ยวนี้...นับแต่วันที่คุณพ่อเจอตัวแก้ว แลแก้วหนีไป คุณพ่อก็พาลลงกับป้ากิ่ง ด้วยการจับขังเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยตัวออกมาเลย”

แก้วหน้าเสีย ห่วงแม่มากแต่รู้ดีว่าหากบุกไปเยี่ยมตอนนี้ต้องถูกพระยาไชยากรฆ่าตายแน่ เลยได้แต่เก็บความกังวลใจไว้แล้วค่อยๆคิดหาหนทางเข้าไปหาแม่ให้จงได้

ooooooo

ลูกทาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด