ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกทาส

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ลูกทาส ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

วันที่ 23 ตุลาคม ปีพุทธศักราช 2473 ณ ลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า แก้ว…อดีตทาสในเรือนเบี้ยวัยหกสิบกว่าปียืนถือพวงมาลาดอกไม้สดในชุดสูทสากลแลดูภูมิฐานมาให้เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลพระรูป เพื่อสักการะพระรูปของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือรัชกาลที่ 5 เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้เป็นไทจนบัดนี้

แก้วน้ำตาคลอ เมื่อนึกย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงมีพระบรมราชโองการในวันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2417 ให้ลูกทาสทุกคนที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศกเป็นต้นไป ไม่ว่าชายหรือหญิง พ้นค่าตัวเป็นไทตอนอายุครบยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์ อดีตทาสหนุ่มใหญ่คือหนึ่งในชายหญิงกลุ่มนั้นที่จะได้รับอิสรภาพ แต่กว่าจะถึงเวลานั้นก็ต้องผ่านอะไรมากมาย โดยเฉพาะช่วงอายุสิบเก้าปีที่เขายังเป็นลูกทาสเต็มตัวในเรือนพระยาไชยากร

แก้วเป็นลูกชายคนเดียวของกิ่งข้าทาสเก่าแก่ของคุณหญิง...ภรรยาเอกผู้ล่วงลับของพระยาไชยากร ทุกเช้า นอกจากงานทั่วไป เขามีหน้าที่ประจำต้องช่วยถือขันใส่ดอกมะลิให้คุณน้ำทิพย์...บุตรีคนเดียวของพระยาไชยากร ซึ่งดูจะชอบและเอ็นดูทาสหนุ่มไม่น้อย โดยเฉพาะความสุภาพและความกตัญญูรู้คุณที่ทำให้แอบชื่นชมเงียบๆ เพราะสมัยนั้น...กุลสตรีที่ดีไม่ควรแสดงออกว่าพึงใจในชายใด

“เบื่อหรือเปล่าแก้ว ต้องมาช่วยฉันเก็บดอกไม้ทุกวัน”

แก้วยิ้มรับและบอกว่ายินดีที่ได้รับใช้เสมอ ยิ่งช่วยเธอเก็บดอกไม้บูชาพระก็เหมือนได้ทำบุญร่วมกัน น้ำทิพย์ยิ้มอายๆ ชอบใจที่เขาพูดเป็นนัยว่าดีใจได้ทำบุญร่วมกับ

เธอ สองนายบ่าวคงได้คุยกันอีกหลายประโยค ถ้าบุญเจิม...

ทาสสาวที่หลงรักแก้วมานานจะไม่มาขัดเสียก่อน และบอกว่าพระยาไชยากรกับมาโนช...หลานชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาแล้วและจะให้เธอไปรับหน้า หาไม่บ่าวไพร่ในเรือนจะโดนเอ็ดกันหมด

น้ำทิพย์ส่ายหน้าเอือมๆ สั่งให้แก้วนำขันดอกมะลิไปให้นมอ้อน...แม่นมที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย ส่วนตัวเองรีบเดินไปหน้าบ้านเพื่อต้อนรับพ่อกับมาโนช บุญเจิมมองตามเจ้านายสาวด้วยความหงุดหงิด ความหึงทำให้อดหมั่นไส้ไม่ได้...บ่าวไพร่มีเต็มเรือน ทำไมต้องให้พี่แก้วตามเก็บดอกไม้ด้วยก็ไม่รู้!

พระยาไชยากรมีบุคลิกน่าเกรงขาม ขึ้นเรือนมาพร้อมมาโนชด้วยสีหน้าบึ้งตึงเพราะข่าวพระบรมราชโองการลูกทาสซึ่งเกิดในปีมะโรง สัมฤทธิศกจะได้เป็นไทดังกระฉ่อนไปทั้งเมือง พระยาหนุ่มใหญ่ไม่อยากเสียข้าทาสบริวารเลยคิดจะปิดหูปิดตาไม่ให้รู้เห็น โดยกำชับลูกสาวกับหลานชายให้สอดส่องดูแลทาสในเรือนไม่ให้ไปเสวนากับคนข้างนอกถ้าไม่จำเป็น มาโนชรับปากดิบดี ต่างจากน้ำทิพย์ที่เห็นเป็นเรื่องไม่สมควร

“แต่มันก็เป็นความจริงไม่ใช่หรือคะคุณพ่อ พระพุทธ– เจ้าหลวงทรงออกพระราชบัญญัติมาแล้ว อีกสองปี ลูกทาสที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศกทุกคนก็ต้องได้รับอิสรภาพ เราจะปิดไว้ได้อย่างไรคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะน้อง ไอ้พวกทาสมันโง่ ถ้าเราจับตาไม่ให้ไปคุยกับบ้านอื่น มันจะรู้ได้อย่างไร”

“พี่มาโนชพูดแบบนี้ก็เท่ากับให้คุณพ่อขัดพระบรม– ราชโองการ จะมิต้องโทษกันหมดหรือคะ”

“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกลูก อีกตั้งสองปี พระเจ้าอยู่หัวอาจเปลี่ยนพระทัยก็ได้ เอาเป็นว่าลูกทำตามที่พ่อสั่งแล้วกัน”

น้ำทิพย์อึกอัก จำต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้ พระยา

ไชยากรยิ้มพอใจและถามถึงเพื่อนบ้านคนใหม่ที่จะมาอาศัยเรือนแพฝั่งตรงข้ามซึ่งเพิ่งว่างลง น้ำทิพย์บอกให้นมอ้อนไปสืบ ได้ความว่าเป็นพระนิติธรรมลือชา...ตุลาการหนุ่มนักเรียนฝรั่งเศสไฟแรง บุตรชายคนโตของพระยาเดชา–รณภพ พระยาไชยากรเบ้หน้า ยิ้มเยาะเมื่อได้ยินชื่อพ่อของตุลาการหนุ่ม นึกว่าใคร...ที่แท้ก็ลูกอ้ายพระยาเดชารณภพ... ทหารขี้เมานั่นเอง

ooooooo

ทหารขี้เมาหรือพระยาเดชารณภพ บิดาของพระนิติธรรมลือชา ปากหวานและคารมดีอย่างหาตัวจับยาก แต่เมื่อน้ำเมาเข้าปากก็ควบคุมตัวเองไม่ได้อาละวาดขว้างปาข้าวของและตบตีคุณหญิงลออ...ภรรยาคน

ที่สอง น้าแท้ๆของพระนิติธรรม โดยมีแดงลูกสาวของลออ เข้าห้าม เต็มกำลัง แต่เหมือนจะสู้แรงพระยาขี้เมาไม่ได้

“ใครใช้ให้พูดมากวะ พูดอย่างนี้ต้องตบให้ปากฉีก”

คุณหญิงลออร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ “ฉันแค่ห้ามไม่ให้เจ้าคุณกินเหล้า เพราะท่านเจ้าคุณเมามากแล้ว อย่างนี้ถือว่าพูดมากหรือคะ ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าฉันซะเลยสิ จะได้ไม่ต้องมีใครห้ามท่านเจ้าคุณอีก”

“มึงท้ากูหรือ...ทหารทั้งกองยังไม่มีใครกล้าท้ากู หยามกันเช่นนี้ก็อย่าอยู่เลย”

พระยาเดชารณภพจะตบตีภรรยาด้วยความโกรธจัด แดงกับพวกทาสต้องห้ามกันโกลาหล พระนิติธรรมยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอ่อนใจ ตัดสินใจให้อ้นทาสคนสนิทมาเก็บของและย้ายไปเรือนแพฝั่งตรงข้ามเรือนของพระยาไชยากรเร็วขึ้น แดงไปหาพี่ชายในห้อง ไม่สบายใจเลยที่เขาย้ายออกอย่างกะทันหัน

“เห็นใจพี่เถอะนะแดง พี่อยู่ไม่ไหวจริงๆ พี่เป็นตุลาการ คอยตัดสินคดีความให้คนอื่น แต่พ่อตัวเองเมาเหล้าตบตีเมียคาตา พี่กลับทำอะไรไม่ได้ มันละอายใจเหลือเกิน”

แดงบอกว่าพ่อเป็นคนโกรธง่ายหายเร็วแถมปากหวาน หายเมาก็คงง้อแม่เอง พระนิติธรรมส่ายหน้าเอือมๆ ยืนกรานจะย้ายออกเพราะไม่อยากเห็นเหตุการณ์เหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว...พี่ไม่มีสมาธิทำงานจริงๆ

เย็นวันเดียวกันที่เรือนพระยาไชยากร...มาโนชนอนให้ทาสสาวๆนวดแขนขา พลางสั่งงานบุญมี เข้มและพลอยทาสหนุ่มๆคนสนิทยกข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงไปวางตามจุดต่างๆบนเรือน เมื่อเห็นน้ำทิพย์กับนมอ้อนเดิน

ผ่านมา จึงรีบลุกไปทัก พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเพราะพึงใจน้ำทิพย์มานาน บุตรีพระยาไชยากรไม่เล่นด้วย แถมแดกดันเรื่องเขาชอบเอาทาสสาวมาปรนเปรอบนเรือนจนเป็นที่โจษจันทั่วคุ้งน้ำ มาโนชหน้าเสียก่อนจะปั้นยิ้มประจบ

“พูดอะไรเช่นนั้นจ๊ะน้องน้ำทิพย์ น้องจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับไอ้พวกทาสชั้นต่ำได้อย่างไร ไอ้ทาสพวกนี้ แค่มีวาสนาได้บำเรอพี่ก็ถือว่าเป็นบุญของพวกมันแล้ว ส่วนน้องพี่ถือว่าเป็นนางแก้วเหมาะจะเป็นศรีเรือนของพี่เท่านั้น”

นมอ้อนหมั่นไส้จึงเหน็บให้ “คุณมาโนชเจ้าขา...คุณน้ำทิพย์ของอิฉันเป็นบุตรีคนเดียวของพระยาไชยากรนะเจ้าคะ หากจะเป็นศรีเรือนของผู้ใด ผู้นั้นควรจะเป็นถึงคุณหลวงเป็นอย่างต่ำ หาใช่...”

มาโนชรู้ดีว่าถูกแขวะ สวนกลับด้วยความเจ็บใจว่าจะต้องได้ยศใหญ่สักวัน น้ำทิพย์ไม่ยี่หระโต้กลับเสียงเรียบ

“นั่นสิคะพี่มาโนช...ตอนนี้พูดไปก็เหมือนคุยโว เอาไว้พี่มาโนชเป็นหลวงก่อนแล้วค่อยมาพูดกัน”

ขาดคำก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งมาโนชให้มองตามด้วยความแค้น...ยิ่งดูถูก ยิ่งอยากได้มาเป็นเมีย!

เวลาเดียวกันที่ท่าน้ำหน้าเรือน...แก้วหลบมาอาบน้ำขัดคราบไคลคนเดียวอย่างสบายอารมณ์ บุญเจิมแอบตามมาอาบด้วยและแกล้งดึงขาจนเขาตกใจแทบแย่ แหวเสียงเข้มที่ทาสสาวเล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา

“พี่อยากอาบคนเดียว แต่ฉันอยากอาบกับพี่ถึงได้มาดักรอนี่ไง”

“อีนังเจิม...เอ็งพูดได้อย่างไรไม่อายปาก เป็นสาวเป็นแส้ พูดจาเหมือนเกี้ยวผู้ชาย”

“เรื่องอะไรต้องอาย ก็ฉันเกี้ยวพี่จริงๆนี่ ใครที่ไหนห้ามไม่ให้หญิงเกี้ยวชายก่อน ฉันอยากรู้นักว่ามันผิดตรงไหน”

บุญเจิมพูดพลางทะลึ่งตัวจากน้ำ เผยให้เห็นรูปร่างสะโอดสะอง ส่วนเว้าโค้งกระชากใจชายจนแก้วต้องเบือนหน้าหนี ต่อว่าเสียงเครียดที่เธอไม่รักนวลสงวนตัว บุญเจิมไม่อายเพราะแอบชอบเขามานาน เฉไฉชวนคุยเรื่องอื่นเสียอีกว่าเรือนแพฝั่งตรงข้ามมีคนมาอยู่แล้ว แก้วตาโต หันหน้าไปมองตามแล้วตัดสินใจไปสำรวจ

ooooooo

พระนิติธรรมลือชามองทาสหนุ่มท่าทางสุภาพด้วยความเมตตา ยิ่งได้ยินว่าแก้วมาจากเรือนพระยาไชยากร ฝั่งตรงข้าม และมาแนะนำตัวเผื่อมีงานให้ทำก็พอใจ แต่ที่ทำให้ตุลาการหนุ่มทึ่งที่สุด คือเมื่อทาสหนุ่มจัดเรียงเอกสารสำนวนคดีความอย่างคล่องแคล่ว แถมเขียนหนังสือได้อีกต่างหาก

“แปลก...ฉันไม่เคยเห็นทาสที่ไหนอ่านออกเขียนได้ ทาสเรือนเจ้าคุณไชยากรเป็นอย่างนี้ทุกคนหรือ”

“มิได้ขอรับ...แม่กระผมเป็นทาสเก่าของคุณหญิงท่าน คุณหญิงท่านเมตตาให้แม่กระผมเรียนหนังสือเป็นเพื่อนแต่เล็ก แม่กระผมเลยอ่านออกเขียนได้แล้วนำมาสอนกระผมต่ออีกทีขอรับ”

พระนิติธรรมลือชาพยักหน้ารับทราบ และตัดสินใจจ้างทาสหนุ่มมาคัดลอกสำนวนคดีความทุกคืน แถมอาสาสอนวิชาและข้อสงสัยให้ด้วยเพราะชอบใจที่แก้วเป็น

ทาสใฝ่รู้ เมื่อกิ่งทราบเรื่องในเช้าวันถัดมาก็อดปลื้มแทน

ลูกชายไม่ได้ ยิ่งเขาบอกจะเอาค่าจ้างมาให้ ยิ่งภูมิใจ สั่งสอนให้ตั้งใจทำงานดีๆ จะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น

“จ้ะแม่...ฉันตั้งใจจะรับใช้คุณพระท่านให้ดีที่สุด คุณพระท่านใจดีนะแม่ นอกจากให้ค่าจ้างแล้ว ยังสอนวิชาความรู้ให้ฉันอีก ท่านเห็นฉันสงสัยอะไรก็อธิบายให้ฟัง ฉันได้ความรู้เพิ่มขึ้นตั้งหลายอย่าง”

“วิชาความรู้มันจะติดตัวเรา ถึงเป็นทาส แต่ก็อาจได้ใช้สักวัน เหมือนที่เอ็งได้งานเพราะอ่านออกเขียนได้”

“ฉันรู้จ้ะแม่...แล้วฉันก็ไม่มีวันลืมสิ่งที่พ่อสอนด้วย ฉันจะขวนขวายหาวิชาความรู้ให้มาก ไม่ให้ใครดูถูกเด็ดขาด”

แก้วน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงพ่อซึ่งเสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นก้านหรือพ่อของเขาป่วยหนักมาก แต่ฝืนลากสังขารอ่อนแรงไปดูแก้วหัดเขียนหนังสือหน้าเรือนพัก ก้านดึงลูกมากอดด้วยความรักและสอนเสียงอ่อน

“เอ็งต้องขยันหมั่นเพียรนะลูก เกิดเป็นทาสเขา ผ้าพันกายสักผืนยังหายาก พ่อกับแม่ก็ไม่มีสมบัติพัสถานอะไรให้เอ็ง มีแต่วิชาความรู้เล็กน้อยพวกนี้เท่านั้น หากเอ็งโตขึ้นต้องหมั่นหาความรู้เพิ่ม อย่าเกียจคร้านเป็นอันขาด”

แก้วดึงตัวเองจากอดีต กิ่งลูบหัวลูกด้วยความสงสารที่ต้องกำพร้าพ่อแต่เด็ก บุญเจิมยกจานขนมที่ลงทุนแย่งกับทาสคนอื่นในครัวมาให้ แต่แก้วกลับไม่สนใจแม้แต่จะชิมเพราะได้เวลาไปช่วยถือขันดอกมะลิให้น้ำทิพย์

บุตรีพระยาไชยากรยินดีกับทาสหนุ่มมากที่มีงานพิเศษ แถมเป็นงานที่ได้ความรู้และได้เบี้ยอัฐเพิ่ม

“เบี้ยอัฐยังเป็นเรื่องรองครับคุณน้ำทิพย์ แต่กระผมอยากให้คุณพระท่านอบรมสั่งสอนผมมากกว่าขอรับ คุณพระท่านมีความรู้มาก ที่เรือนแพก็มีสมุดหนังสือมากมาย คุณพระท่านเมตตาให้กระผมยืมไปอ่านได้ด้วยนะขอรับ”

“อ่านหนังสือในหอสมุดเรือนฉันจนหมดแล้วหรือ ถึงได้คิดจะหยิบยืมหนังสือคุณพระท่านมาอ่าน”

“ท่านเจ้าคุณไม่ชอบให้กระผมหรือแม่อ่านหนังสือ แต่กระผมอยากอ่านจริงๆ แม้ต้องเสี่ยงโทษกระผมก็ยอม”

“ฉันรู้...ฉันถึงไม่ได้เรียนให้คุณพ่อทราบยังไงล่ะ แก้วอ่านสมุดหนังสือไปก็มาก ชอบเล่มไหนมากที่สุด”

“ยากจะตอบขอรับ แต่ละเล่มมีดีแตกต่างกันไป แต่ที่กระผมอ่านบ่อยก็พระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้งขอรับ”

น้ำทิพย์ยิ้มชอบใจเพราะเขาชอบกวีคนเดียวกัน สองหนุ่มสาวส่งสารรักผ่านบทพระราชนิพนธ์จนหน้าแดงทั้งคู่ โดยเฉพาะบุตรีพระยาไชยากร ถึงกับทำหน้าไม่ถูกเมื่อเขาพูดถึงความหมายของบทกวี

“เจ้าฟ้ากุ้งท่านจะตัดพ้อใคร กระผมไม่ทราบดอกขอรับ แต่กระผมหากรักใครก็จะเทิดทูนไปจนวันตาย”

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานพระยาไชยากร...กิ่งกับทาสคนอื่นๆปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดตามปกติ แต่กิ่งดันเผลอปัดกองหนังสือบนโต๊ะ จึงได้เห็นเอกสารพระ-ราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ซึ่งกำหนดให้ทาสที่เกิดปีมะโรง สัมฤทธิศกเป็นไทเมื่ออายุครบยี่สิบเอ็ดปี ทาสสาวเก่าแก่ยินดีมากเพราะแก้วได้เป็นหนึ่งในนั้น และคงเพราะความยินดีนี้เองทำให้พลั้งปากบอกทองทาสสาวใหญ่ที่กำลังคร่ำครวญเพราะหลานชายวัยเดียวกับแก้วถูกนายทาสเฆี่ยนตีอย่างหนักว่าหลานชายจะได้เป็นไทในไม่ช้า...ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าคำพูดที่ว่าจะนำภัยมาถึงตัว

ooooooo

น้ำทิพย์เดินขึ้นเรือนพร้อมรอยยิ้มสดใส อารมณ์ดีที่ได้คุยภาษารักกับแก้ว แต่เมื่อเจอหน้าพ่อก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน เพราะมีชายหนุ่มสามคนซึ่งมาชอบพอเธออยู่ด้วย พระยาไชยากรทักลูกสาวและแนะนำให้รู้จักกับแขก สามหนุ่มรีบประจบประแจง นำเสนอข้าวของมากมายเพื่อแลกกับการได้พูดคุยกับน้ำทิพย์

พระยาไชยากรยิ้มเจ้าเล่ห์ รับของกำนัลด้วยความยินดี พร้อมกับไล่ลูกสาวไปพักผ่อน สามหนุ่มถึงกับหน้าเสีย ไม่คิดเลยว่าพระยาไชยากรจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ น้ำทิพย์คิดไม่ต่างกัน อับอายขายขี้หน้าที่พ่อเป็นคนเห็นแก่ได้ ต่างจากนมอ้อนที่หัวเราะชอบใจจนต้องเช็ดน้ำหมากเพราะรู้ดีว่าพระยาไชยากรเป็นคนอย่างไร

“นมยังมีแก่ใจหัวเราะอีกเหรอจ๊ะ ฉันอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว คุณพ่อท่านทำแบบนี้ ไม่ต่างจากเอาฉันเป็นเหยื่อล่อเพื่อเอาของกำนัลเลย ต่อไปคงได้ถูกนินทากันป่นปี้แน่”

“คงไม่ถูกนินทามากกว่านี้ดอกเจ้าค่ะคุณน้ำทิพย์ คนเขารู้กันครึ่งค่อนพระนครว่าพระยาไชยากรเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว แลเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก ไม่เช่นนั้นจะมั่งมีร่ำรวยถึงเพียงนี้หรือเจ้าคะ”

“ร่ำรวยด้วยวิธีนี้ ฉันจะกล้าสู้หน้าใครได้เล่านม แต่ครั้นจะเถียงก็พูดไม่เต็มปาก เพราะคุณพ่อท่านก็ทำจริงๆ”

“โถ...แม่คุณของนม อย่าทุกข์ใจไปเลยเจ้าค่ะ คนที่เขามีใจเป็นธรรม ย่อมรู้เองว่าพ่อลูกนั้นผิดแผกกัน”

น้ำทิพย์มีสีหน้าหนักใจ กังวลว่าเมื่อไหร่พ่อจะเลิกนิสัยนี้ นมอ้อนบอกว่าคงต้องรอให้เธอแต่งงานกับมาโนช เพราะพระยาไชยากรอยากได้สมบัติของพระยา-

นคราเขตต์บุรี เจ้าคุณพ่อของเขา น้ำทิพย์หน้าเสีย...อย่าให้ถึงวันนั้นเลย!

ฝ่ายพระยาไชยากรมองของกำนัลตรงหน้าด้วยความภูมิใจ เลือกเก็บแต่ของดีๆและจัดแจงแยกของ

บางส่วนให้หลานชายนำไปให้พระนิติธรรมลือชาเพื่อนบ้านคนใหม่ มาโนชอึกอักไม่อยากไปและดูถูกว่าเป็นแค่ตุลาการ

“อย่ามองอะไรสั้นสิพ่อมาโนช ตุลาการนี่แหละสำคัญนัก คบไว้ไม่เสียหายดอก หากภายหน้าเรามีคดีความจะได้อาศัยไหว้วานให้ช่วยตัดสินเข้าข้างเราอย่างไรเล่า แต่อาเป็นผู้ใหญ่แลเป็นถึงพระยา จะไปเองก็เสียศักดิ์ศรี น้ำทิพย์ก็เป็นหญิงไปเรือนผู้ชายก็ไม่งาม จะมีแต่พ่อมาโนชนี่แหละที่พอจะช่วยอาได้”

“คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ เรื่องแค่นี้กระผมจะเป็นธุระจัดการให้เรียบร้อยเอง รับรองว่าผมจะให้ไอ้คุณพระเรือนแพนั่นมาหมอบราบคาบแก้วต่อหน้าคุณอาให้ได้!”

แต่ความมุ่งมั่นของมาโนชก็พังไม่เป็นท่า เพราะพระนิติธรรมลือชาไม่ยอมรับของกำนัลแม้แต่ชิ้นเดียว

“ฉันเป็นตุลาการ รับของมีค่าเช่นนี้ไว้มันไม่งาม ภายหน้าหากท่านเจ้าคุณไชยากรหรือตัวคุณมาโนชเกิดคดีความ คนจะเอาไปนินทาได้ว่าฉันลำเอียงเข้าข้างเพราะเคยรับของกำนัล รบกวนคุณมาโนชเอากลับไปเถิด”

มาโนชโกรธจัดที่ถูกหักหน้า ขบกรามแน่นจนเป็นสัน ต่างจากแก้วซึ่งรับหน้าที่ยกข้าวของมากมายตามด้วย เฝ้ามองพระนิติธรรมลือชาด้วยแววตาชื่นชมและนับถือในความซื่อตรง ต่างจากบุญมีที่เห็นนายโดนหยามเลยเถียงกลับเสียงห้วน

“แต่นี่เป็นของที่ท่านเจ้าคุณฝากมานะขอรับ คุณพระ ทำเช่นนี้เท่ากับฉีกหน้าท่านเจ้าคุณของกระผมนะขอรับ”

ตอนที่ 2

สัมผัสอกแกร่งของทาสหนุ่มทำให้แดงถึงกับเอาไปคิดถึง เช่นเดียวกับอาการคลั่งรักของพระนิติธรรมลือชาที่มีต่อน้ำทิพย์ ยิ่งเมื่อแก้วมาบอกว่าบุตรีพระยาไชยากรไม่รังเกียจไมตรี ยิ่งมีกำลังใจและลงมือเขียนจดหมายหวังสานสัมพันธ์ทันที แดงมองอาการพี่ชายแล้วได้แต่ขำ เมื่อมีโอกาสจึงแอบถามแก้วเกี่ยวกับน้ำทิพย์ว่าเป็นคนเช่นไร

“ถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตา คุณน้ำทิพย์จัดว่างามอย่างหาใครเทียบได้ยากเลยขอรับ แต่คุณแดงคงต้องเห็นเองกับตา มิเช่นนั้นจะหาว่ากระผมยกยอนายตัวเอง การศึกษาก็เหมือนลูกผู้ดีมีตระกูลทั่วไปขอรับ เธอถูกส่งเข้าวังแต่เล็ก ได้เรียนทั้งหนังสือแลงานฝีมือมามาก เพิ่งกลับมาอยู่เรือนไม่นานนี้เองขอรับ ส่วนอายุก็คงรุ่นราวคราวเดียวกับคุณแดง”

“ลูกผู้ดีต้องส่งเข้าวัง ถ้าเช่นนั้นคนที่เรียนหนังสือกับมิชชันนารีอย่างฉัน ก็คงไม่ใช่ลูกผู้ดีมีตระกูลสินะ”

แก้วหน้าเจื่อน ไม่ได้มีเจตนาจะข่มหรือพูดกระทบ แดงยิ้มบางๆ บอกว่าไม่คิดมากเพราะไม่มีใครในตระกูลเป็นชาววัง เลยไม่เคยเข้าวังเหมือนคนอื่น แก้วเลยค่อยเบาใจและบอกว่าน้ำทิพย์ยังไม่ปลงใจกับใคร

“แน่ล่ะ เมื่อพร้อมขนาดนี้ก็ต้องเลือกเฟ้นคนที่คู่ควรมากที่สุด ดูท่าความรักของคุณพี่คงจะไม่ง่ายเสียแล้ว”

คำพูดของแดงกระแทกใจแก้ว เมื่อคิดย้อนถึงกำพืดตัวเองว่าคงไม่มีอะไรคู่ควรกับบุตรีพระยาไชยากรเลย

เวลาเดียวกันที่เรือนพระยาไชยากร...น้ำทิพย์ยังน้อยใจแก้วที่ทำตัวเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้เธอกับพระนิติธรรมลือชา จนอดเปรยกับนมอ้อนไม่ได้ว่าสถานะอย่างเธอคงเลือกคู่ลำบาก เพราะต้องเลือกที่ฐานะมากกว่าที่เป็นคนดี นมอ้อนส่ายหน้าอ่อนใจ แม้จะเข้าใจความรู้สึกเจ้านายสาวแต่ด้วยขนบธรรมเนียมทำให้ต้องปลอบว่าเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ต้องพิจารณาหลายอย่าง เป็นคนดีก็สำคัญแต่ถ้าสมด้วยยศศักดิ์ก็ยิ่งดี หากได้คู่ต่ำกว่าแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน

“เกิดเป็นลูกผู้ดีนั้นยากนัก สู้เกิดเป็นลูกชาวบ้านร้านตลาดก็ไม่ได้” น้ำทิพย์โอด

“ทูนหัวของนม พูดอย่างนี้คงกลัวเจ้าคุณพ่อยกให้คุณมาโนชน่ะสิ อย่ากลัวเลยเจ้าค่ะ ถึงท่านเจ้าคุณจะอยากได้สมบัติคุณมาโนชใจจะขาด แต่ก็ต้องให้คุณมาโนชเป็นหลวงก่อน เพราะเกรงคนจะนินทาว่ายศไม่เสมอกัน ระหว่างนั้นนมจะคอยสอดส่องดูว่ามีใครคู่ควรกับคุณบ้าง ถ้าได้คนที่ดีกว่า ท่านเจ้าคุณก็คงไม่ขัดดอกเจ้าค่ะ”

น้ำทิพย์หงุดหงิดเรื่องแก้ว เมื่อได้ยินนมอ้อนพูดเหมือนจะหาคู่ให้อีกคนเลยยิ่งเคืองหนัก แต่ต้องกลบเกลื่อนเก็บอาการ นมอ้อนหันไปจัดที่นอนหมอนมุ้งให้ ไม่ทันได้ยินคำตัดพ้อของน้ำทิพย์

“หรือว่าชาตินี้ จะรักษาทั้งเกียรติแลหัวใจตัวเองไปพร้อมกันไม่ได้จริงๆ”

ooooooo

แก้วกลับมาที่เรือนพระยาไชยากรโดยไม่มีใครจับได้เหมือนเคย เพราะพวกบุญมีถูกบุญเจิมกับคอกมอมเหล้าจนเมาแอ๋ มาโนชตื่นมาทราบเรื่องตอนเช้าก็โกรธจัด อาละวาดขว้างปาข้าวของจนเหล่าทาสแตกกระเจิง พระยาไชยากรรีบมาห้ามและสั่งให้ยุติเรื่องลงโทษทุกอย่างเพราะต้องการตัวบุญมีไปทำธุระสำคัญให้

ธุระสำคัญของพระยาจอมงกคือให้บุญมีขับรถม้าไปร้านธูปหอมของน้อมเพื่อนำของกำนัลมากมายไปให้ แม่ม่ายสาวใหญ่เจ้าของร้านธูปปลื้มมาก ยิ่งเห็นท่าทางกรุ้มกริ่มเหมือนจะมีใจของเขายิ่งเขินจัด มั่นใจเต็มร้อยว่าเขามาเกี้ยว หารู้ไม่ว่าพระยาจอมงกแอบสบตาหวานกับนิ่ม โดยมีอบเชยคอยมองตามด้วยแววตาหมั่นไส้ระคนสงสัย...เริ่มสังหรณ์ใจว่าพระยาไชยากรคงไม่ได้แวะมาหาน้อมเพื่อเยี่ยมเยียนตามประสาคนรู้จักแน่

ฟากแก้วหาโอกาสส่งจดหมายของพระยานิติธรรมลือชาให้น้ำทิพย์ ทำให้เธอน้อยใจกว่าเดิมที่เขากล้าทำถึงเพียงนี้ แต่เพราะความเป็นกุลสตรีจึงจำต้องเก็บอาการและรับจดหมายมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทาสหนุ่มไม่สบายใจและทำท่าจะอธิบายแต่ช้ากว่ามาโนชที่เห็นท่าทางลับๆล่อๆของทั้งสองเลยขอดูของที่แก้วส่งให้ น้ำทิพย์หน้าเสีย พยายามปกป้องทาสหนุ่มเต็มกำลังแต่มาโนชไม่ยอมและหาเรื่องลงโทษแก้วในที่สุด

แก้วถูกมัดกับต้นไม้และถูกบีบให้สารภาพว่าส่งอะไรให้น้ำทิพย์ โดยมีมาโนชถือหวายเตรียมเฆี่ยนอยู่ไม่ห่าง แก้วกลัวน้ำทิพย์จะเสื่อมเสียเลยยอมรับการลงโทษ น้ำทิพย์ทนไม่ไหว โพล่งออกไปว่ามาโนชไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้

“น้องจะหักหน้าพี่หรือ พี่เป็นแค่หลาน แต่คุณอาให้สิทธิ์ควบคุมดูแลทาสทุกคน ทำไมพี่จะเฆี่ยนไอ้แก้วไม่ได้”

“ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ต้องมีเหตุอันควรจึงจะลงโทษทาสได้ หาไม่นายทาสก็ต้องรับโทษตามกฎหมายนะเจ้าคะ”

คำพูดของนมอ้อนแทงใจมาโนชจนต้องมองตาขวาง น้ำทิพย์ได้จังหวะ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ยุติเรื่องทั้งหมด แถมขู่จะไปแจ้งความหากยังรั้น มาโนชไม่กลัวโต้ว่ารอให้พระยาไชยากรกลับมาจัดการก็ได้ คงได้รู้กันว่าแก้วส่งของอะไรให้เธอ น้ำทิพย์ชะงักไปอึดใจ แก้วเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้มาโนชลงโทษเขาเลย

“กระผมผิดเอง คุณน้ำทิพย์อย่าพยายามช่วยไอ้ลูกทาสชั้นต่ำคนนี้จนต้องมัวหมองเลยขอรับ หากคุณต้องระคายเคืองแม้เพียงปลายก้อย ต่อให้ไอ้แก้วตกนรกหมกไหม้ก็ชดใช้บาปครั้งนี้ไม่ได้ เชื่อไอ้แก้วเถอะนะขอรับ”

น้ำทิพย์รู้ดีว่าแก้วต้องการปกป้องเธอเลยต้องหันไปมองทางอื่น ไม่อยากเห็นมาโนชเฆี่ยนตีทาสหนุ่มอย่างโหดเหี้ยมเพียงใด ต่างจากบุญเจิม คอกและกิ่งที่มองสภาพแก้วด้วยความสงสาร กว่าจะได้แบกร่างโชกเลือดของเขากลับเรือนก็อีกหลายเพลาต่อมา กิ่งกับบุญเจิมวิ่งวุ่นหายาและล้างแผล ส่วนคอกเห็นแผลบนหลังแก้วแล้วสยอง ไม่เข้าใจว่าใจคอมาโนชทำด้วยอะไรจึงต้องลงโทษทาสจนสลบคาหวายเช่นนี้ กิ่งตอบทั้งน้ำตา

“ทาสมันไม่ใช่คนดอกไอ้คอกเอ๊ย แม้แต่สัตว์...มันยังมีค่ามากกว่าทาสเลย”

ฝั่งน้ำทิพย์สะเทือนใจมากที่ช่วยแก้วไว้ไม่ได้ เมื่อได้อ่านจดหมายของพระนิติธรรมลือชาเลยยิ่งรู้สึกผิด เพราะข้อความในนั้นไม่ได้มีวาจาเกี้ยวพาราสีแต่อย่างใด แค่ซักถามสารทุกข์สุกดิบและแนะนำตัวเองเท่านั้น นมอ้อนพลอยสงสารแก้วไปด้วยที่ต้องรับเคราะห์ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“ไม่ใช่โชคร้ายดอกจ้ะนม แต่เพราะฉันเห็นแก่ตัวต่างหาก หากฉันไม่กลัวคุณพ่อจะลงโทษ ฉันควรเอาจดหมายนี้ให้พี่มาโนชดูแต่แรก แก้วก็ไม่ต้องโดนตีปางตายเช่นนี้”

“โถ...ทูนหัวของนม ช่างซื่อสัตย์นัก คุณไม่ทันเล่ห์คดในใจคนดอกเจ้าค่ะ ต่อให้คุณเอาจดหมายให้คุณมาโนชดู คุณมาโนชก็ต้องหาเรื่องคุณกับไอ้แก้วอยู่ดี แลหากฟ้องไปถึงท่านเจ้าคุณ ไอ้แก้วอาจโดนหนักกว่านี้เสียด้วยซ้ำ”

น้ำทิพย์กดดันจนน้ำตาไหล เสียใจที่ไม่กล้ายอมรับความจริงและยอมให้พ่อลงโทษ นมอ้อนต้องปลอบ

“ผิดแล้วเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณรักคุณน้ำทิพย์ราวแก้วตาดวงใจ แม้แต่คำน้อยยังไม่เคยว่า ย่อมไม่มีทางลงโทษคุณ แต่จะไปหาเหตุระบายที่ไอ้แก้วต่างหาก เพราะท่านเจ้าคุณชังคุณพระนัก แม้จดหมายจะไม่มีถ้อยคำเกี้ยวพาแต่ก็ถือว่าหยามน้ำหน้ากัน ไอ้แก้วคงไม่โดนแค่เฆี่ยนจนสลบดอกเจ้าค่ะ”

“ทุกอย่างเป็นเพราะฉันแท้ๆ ถ้าฉันไม่ประชด... เอ่อ...ปากพล่อยเช่นนี้ แก้วก็คงไม่ต้องเจ็บตัว”

“ถึงอย่างไรก็ต้องชื่นชมไอ้แก้วมันนะเจ้าคะ มันยอมเจ็บแต่ไม่พาดพิงคุณน้ำทิพย์แลคุณพระเลย”

ข่าวที่แก้วถูกเฆี่ยนปางตายทำให้พระนิติธรรมลือชาโกรธจัด ยิ่งรู้แน่ชัดจากอ้นว่าแก้วถูกลงโทษเพราะแอบส่งของบางอย่างให้น้ำทิพย์ ยิ่งรู้สึกผิดว่าเป็นคนร่วมทำร้ายแก้ว เมื่อแดงทราบเรื่องก็ตกใจและสงสัยว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ตุลาการหนุ่มบอกว่าแก้วอาสาส่งจดหมายเขาให้แก่น้ำทิพย์ และคงไม่ยอมปริปากเพื่อปกป้องเขากับเจ้านายสาว แดงสงสารแก้วจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ต่างจากพระนิติธรรมลือชาที่ตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อไม่ให้แก้วเจ็บตัวเปล่า

ooooooo

อาการของแก้วเพียบหนัก พิษบาดแผลทำให้ไข้ขึ้นสูงและต้องเช็ดตัวตลอดเวลา กิ่งมองสภาพลูกชายด้วยความเวทนาแต่ไม่มีเงินพอหาหยูกยาให้ดีกว่านี้ บุญเจิมกับคอกอยู่ช่วยงานจนดึกดื่นและอาสาเฝ้าแทน แต่กิ่งปฏิเสธและไล่สองหนุ่มสาวไปพักผ่อน บุญเจิมกับคอกจะขยับแต่ต้องฉุนกึกเมื่อได้ยินเสียงบุญมีตะโกนมาจากข้างนอกเรือน

“อีบุญเจิม...มึงเป็นเมียไอ้แก้วหรือไงวะ มันจะเป็นจะตายหรือ มึงถึงต้องมาเฝ้า ดึกดื่นไม่ยอมกลับเรือน”

บุญเจิมไปเอาเรื่องพี่ชาย กิ่งกับคอกวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง ทันได้ยินสองพี่น้องโต้เถียงกันอย่างดุเดือด

“ออกมาได้แล้วหรือนังเจิม ถ้ากูไม่มาตาม ชาตินี้มึงคงไม่กลับ บอกไว้ก่อนนะโว้ย ต่อให้มึงเป็นเมียไอ้แก้ว กูก็ไม่ยอมให้มึงตกแต่งกับมันดอก คนอวดฉลาดอย่างไอ้แก้ว ไม่แคล้วตายคาหวายสักวัน จะเอาไปทำผัวให้เป็นม่ายหรือ”

“พี่ไม่ให้ฉันแต่ง ฉันก็จะหนีตามพี่แก้ว น้ำหน้าอย่างพี่มีปัญญาขวางหรือ”

บุญเจิมสะบัดหน้าหนีไปแล้ว คอกตามไปส่งเพราะกลัวเธอถูกพี่ชายตบตี กิ่งได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง และปลีกตัวไปที่ครัวเพื่อหาข้าวกิน ไม่รู้เลยว่าน้ำทิพย์แอบลงมาจากเรือนใหญ่เพื่อดูแลแก้วด้วยตัวเอง ความรักที่เก็บกดในใจมานานถูกปลดปล่อยอย่างไม่ซ่อนเร้นใครครั้งนี้ บุตรีพระยาไชยากรเอื้อมมือไปแตะแก้มแก้วแผ่วเบาและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย สงสารทาสหนุ่มเหลือเกินที่ต้องมารับเคราะห์เพื่อเธอ

พระยาไชยากรทราบเรื่องในเช้าวันถัดมา ปวดหัวไม่น้อยที่ลูกสาวกับหลานชายพากันฟ้องเพื่อขอความเป็นธรรม โดยเฉพาะมาโนชที่หมั่นไส้แก้วเป็นทุนและอยากให้ลงโทษหนักขึ้น น้ำทิพย์ของขึ้นและโต้กลับว่าจะเอาพฤติกรรมโหดเหี้ยมของเขาไปร้องต่อศาล เจอไม้นี้มาโนชถึงกับใจเสียแต่โวยวายกลบเกลื่อนจนพระยาไชยากรทนไม่ไหว โพล่งออกไปให้สองหนุ่มสาวเลิกทะเลาะกันเรื่องแก้วเสียที เพราะสืบสวนไปก็คงเปล่าประโยชน์

พระนิติธรรมลือชามาเยี่ยมแก้วถึงเรือนพระยาไชยากรในสายวันเดียวกัน พร้อมห่อยาของแดงและสร้อยพระ

“ได้ยินว่าไอ้แก้วโดนเฆี่ยน ฝากพระไปให้มันด้วย พระพุทธคุณจะได้คุ้มครองให้พ้นจากคนพาลแลสิ่งชั่วร้าย”

น้ำทิพย์รับของทั้งหมดมาถือไว้ ส่วนมาโนชขบกรามด้วยความแค้นใจที่ถูกแขวะ อดสวนกลับไม่ได้ว่าตุลาการหนุ่มช่างเป็นคนมีเมตตาต่อทาสจนน่ายกย่อง พระนิติธรรมลือชาอธิบายว่าทาสเป็นคนเหมือนกัน พระยาไชยากรหมั่นไส้และตอกกลับเคืองๆว่าเป็นคนเหมือนกัน แต่สถานะทางสังคมต่างกันลิบลับ

“ไอ้พวกทาสมันทำงานรับใช้ไม่ต่างจากวัวควาย จะเทียบกับเราได้อย่างไรกันคุณพระ”

“ตอนนี้ก็คงใช่ขอรับ แต่เมื่อพวกทาสได้เป็นไททุกคน แผ่นดินก็จะไร้ทาส เมื่อนั้นก็จะเป็นคนเท่ากันทั้งสิ้น”

พระยาไชยากรกับมาโนชสะดุ้ง เพราะกฎบัตรเรื่องเลิกทาสที่พยายามปิดบังมาตลอดถูกตุลาการหนุ่มเปิดเผย บุญเจิมอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อรู้ว่าจะได้เป็นไทในไม่ช้า ทำให้พระยาจอมงกกับหลานชายต้องส่งสายตาปรามให้หุบปากและคาดโทษถ้ายังปากมาก พระนิติธรรม–ลือชาสังเกตปฏิกิริยาตลอดแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และอธิบายต่อ

“เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะในหลวงไม่ต้องการให้นองเลือดเหมือนเมืองฝรั่ง ชั้นแรกจึงให้ลูกทาสเกิดปีมะโรงสัมฤทธิศกเป็นไท จากนั้นก็ค่อยทยอยกันไป อะไรกัน...เรื่องนี้รู้กันมานานแล้ว ท่านเจ้าคุณไม่ได้เล่าให้ฟังหรือ”

“ที่ฉันไม่เล่าก็เพราะเรื่องนี้ยังอีกไกลนัก แลผู้ไม่เห็นด้วยก็มีมาก พระองค์อาจจะเปลี่ยนพระราชหฤทัยก็ได้ คุณพระเป็นเพียงตุลาการจะมารู้ดีเท่าฉันที่รับใช้ใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาทได้อย่างไรกัน” พระยาไชยากรโต้

“เพราะกระผมเป็นตุลาการน่ะสิขอรับจึงทราบว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่เตรียมเพื่อเลิกทาส ท่านเจ้าคุณไม่ต้องกังวลว่าพระองค์จะทรงเปลี่ยนพระราชหฤทัยดอกขอรับ”

มาโนชฉุนขาด สวนกลับว่าทาสโง่ไม่มีวันเอาตัวรอดถ้าไร้นาย พระนิติธรรมลือชาจึงโต้กลับเสียงเย็น

“คนเราโง่เขลาเพราะไม่ได้เล่าเรียน แต่พระองค์ท่านทรงตั้งโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกที่วัดมหรรพารามแล้ว ต่อไปใครใฝ่เรียนจะได้เรียน ไม่จำกัดเฉพาะลูกผู้ดีมีตระกูลอีกต่อไป เมื่อมีความรู้แล้วจะอดตายได้อย่างไรกัน”

พระยาไชยากรสบตากับมาโนชแล้วร่วมมือกันไล่ตุลาการหนุ่มออกจากเรือน ไม่อยากให้อธิบายเรื่องกฎบัตรมากไปกว่านี้ แถมกำชับบุญเจิมไม่ให้ปากสว่างเรื่องวันนี้เพราะเกรงว่าพวกทาสจะลุกฮือ น้ำทิพย์มองพ่อกับมาโนชด้วยแววตาเหนื่อยหน่ายใจ ไม่เข้าใจว่าจะปิดบังเรื่องกฎบัตรไปอีกนานแค่ไหน ทั้งที่มันคือความจริงที่อย่างไรก็หนีไม่พ้น!

ooooooo

บุญเจิมรับห่อยาจากน้ำทิพย์ด้วยใบหน้าหงิกงอ แอบหึงน้องสาวพระนิติธรรมลือชาที่ส่งยามาให้แก้ว น้ำทิพย์รู้สึกแปลกเช่นกัน  แต่เป็นห่วงแก้วมากกว่าจะคิดให้หงุดหงิดใจ ส่วนนมอ้อนเมื่อรู้เรื่องวีรกรรมตุลาการหนุ่มก็ปลื้มมาก ยิ่งได้เห็นรูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้านและดูภูมิฐาน ยิ่งอยากให้น้ำทิพย์รับไว้พิจารณา

“นมเลิกหาคู่ให้ฉันเถอะจ้ะ ฉันตั้งใจจะอยู่คนเดียวไปจนตายมากกว่า”

“ตายแล้ว...ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ ยังเป็นสาวรุ่นแท้ๆกลับไม่คิดจะมีคู่ พูดอย่างกับผู้หญิงที่ไม่เคยสมหวังในความรักอย่างนั้นล่ะ ทั้งๆที่คุณหนูของนมก็ไม่เคยมีใจให้ผู้ชายคนไหนเลยด้วยซ้ำ”

น้ำทิพย์หน้าเจื่อน สะเทือนใจมากเพราะมิอาจบอกใครได้ว่าหลงรักแก้วเข้าแล้วจนเต็มหัวใจแล้ว

ฝ่ายพระยาไชยากรหนีเรื่องร้อนๆในบ้านไปทำบุญกับน้อมและนิ่มที่วัด สองแม่ลูกสะเทิ้นอายเป็นกำลังเพราะเขาส่งสายตาหวานเยิ้มให้ตลอดเวลา มีเพียงอบเชยที่ลอบมองแววตากรุ้มกริ่มของพระยาไชยากรด้วยความหวาด– ระแวง โดยเฉพาะท่าทางถึงเนื้อถึงตัวนิ่มที่แอบเห็นโดยบังเอิญ แต่แม้จะพยายามเตือนน้อมเท่าไหร่ สาวใหญ่เจ้าของร้านธูปก็ไม่สนใจเพราะคิดว่าพระยาไชยากรเป็นคนดีและเอ็นดูนิ่มเหมือนลูกเหมือนหลานเท่านั้น

ยาของแดงทำให้แก้วอาการดีขึ้นมาก จนสามารถลุกขึ้นเดินเหินได้ในเย็นวันเดียวกัน กิ่งกับแก้วซาบซึ้งใจและอยากไปกราบขอบคุณแดงสักครั้ง บุญเจิมหมั่นไส้และโมโหหึงจนอดโพล่งออกไปไม่ได้

“โอ๊ย...ชื่นชมกันเข้าไป กะอีแค่ฝากหยูกยามาให้ พูดอย่างกับเป็นนางฟ้า ทีคนนั่งเช็ดตัวเฝ้าไข้ไม่เห็นชม”

บุญเจิมสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งให้แก้วมองตามงงๆ ไม่เข้าใจว่าทาสสาวหัวเสียเรื่องอะไร กิ่งส่ายหน้าเอือมๆ แล้วบอกว่าบุญเจิมโมโหหึง แก้วหน้าเสีย บอกว่าไม่เคยคิดกับบุญเจิมเกินน้องสาว กิ่งพยักหน้าเข้าใจ

“ถ้าเช่นนั้น เอ็งก็ต้องคุยกับมันให้รู้เรื่อง เพราะนังบุญเจิมมันทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเอ็งมากขึ้นทุกวัน ขืนปล่อยไว้ ความหึงหวงของมันจะสร้างความเดือดร้อนให้เอ็งเข้าสักวัน”

บุญเจิมหงุดหงิดเรื่องแดงมากจนพาลไปลงกับคอกที่ช่วยถือของจ่ายตลาด ยิ่งได้ยินชาวบ้านละแวกนั้นพูดถึงความสวยน่ารักของน้องสาวพระนิติธรรมลือชา ยิ่งของขึ้นและตั้งท่าจะบุกไปดูหน้าถึงเรือน

เวลาเดียวกันที่เรือนพระยาไชยากร...มาโนชหัวเสียเรื่องพระนิติธรรมลือชาไม่หาย แค้นที่กล้ามาหยามถึงเรือนแต่กลับโต้ตอบอะไรไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินจากทาสในเรือนว่าพระยาไชยากรกำลังติดใจสาวๆเจ้าของร้านธูปในเมืองก็ละความโกรธไว้ และสั่งให้เข้มกับพลอยเตรียมเรือเพื่อออกไปดูหน้าสองแม่ลูกเจ้าของร้านธูปชัดๆ

แต่ก่อนจะถึงร้านธูป มาโนชก็ได้เห็นภาพสะกดใจ เสียก่อน เมื่อเหลือบเห็นบุญเจิมในสภาพตัวเปียกปอนบนเรือนแพ คอกประคองไม่ห่างและคอยเอาตัวบังทาสสาวไว้เพราะเธอดันพลัดตกลงคลองโดยไม่ทันตั้งตัว มาโนชเห็นสัดส่วนโค้งเว้าของทาสสาวแล้วเกิดความกำหนัดไฟปรารถนาคุกรุ่นเพราะอยากได้ตัวบุญเจิมมาบำเรอคืนนี้!

ooooooo

มาโนชใจร้อนอยากได้บุญเจิมมาบำเรอจนทาสสาวคนอื่นหมดความหมาย เมื่อบุญมีทราบถึงความต้องการของเจ้านายหนุ่มก็นึกกระหยิ่มใจ บรรยายสารพัดข้อดีให้น้องสาวฟังว่าเป็นบุญวาสนาของเธอแค่ไหน

“ฉันเป็นทาสก็จริงแต่ยังรู้สึกตัวว่าเป็นคนนะพี่ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นคนก็ต้องเสียดายตัว ฉันไม่รู้สึกพึงใจฉันก็ทอดตัวให้ใครไม่ได้ดอก หากทำเช่นนั้นฉันก็เหมือนสัตว์ ถึงฤดูก็สมสู่กันเรื่อยไป”

“ความรู้สึกโง่ๆน่ะสิ เอ็งรู้หรือไม่ว่าถ้าคุณมาโนชเลี้ยงดูเอ็งขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แต่เอ็งจะสบาย ข้าก็พลอยได้ดิบได้ดีไปด้วย แล้วเอ็งยังจะโง่หวงเนื้อหวงตัวไปทำไมวะ”

“มิน่าพี่ถึงอยากส่งฉันให้คุณมาโนชนัก ที่แท้ก็อยากสุขสบายโดยใช้กายฉันเป็นสะพาน ความละอายมันไม่มีในใจพี่บ้างเลยหรือ ขนาดหมามันยังไม่กินเนื้อหมาด้วยกัน แต่พี่กลับคิดเอาน้องในไส้ไปแลก...พี่กับหมาใครดีกว่ากันแน่”

“นี่ถ้ากูไม่กลัวมึงช้ำก่อนไปถึงมือคุณมาโนช กูจะกระทืบมึงให้ปางตาย แล้วจำใส่กบาลไว้เลยนะอีเจิม กูไม่มีวันยกมึงให้ไอ้แก้วหรือผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น นอกจากคุณมาโนชคนเดียว”

บุญเจิมโกรธจัด ผละออกจากเรือนไปหาแก้วและขอเป็นเมียเขาก่อนต้องไปบำเรอมาโนชคืนนี้

“จูบฉันบ้างเถิดพี่จ๋า ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าจูบของคนที่ฉันรักจะให้ความสุขสะท้านใจแค่ไหน”

แก้วเกือบทำตามแรงผลักตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะกลิ่นกายสาวจากบุญเจิมเย้ายวนไม่น้อย แต่สำนึกผิดชอบชั่วดีแวบสุดท้ายทำให้ได้สติ และปฏิเสธพร้อมอธิบายความจริงในใจเขา

“เอ็งกับข้าเป็นทาสเหมือนกัน ข้าจะรังเกียจเอ็งได้อย่างไร แต่ข้าไม่อยากเป็นทาสทั้งชาติ แล้วก็ไม่อยากให้ลูกของข้าต้องเป็นทาสด้วย ถ้าไม่ยับยั้งชั่งใจเสียแต่ตอนนี้ ชีวิตก็จะมีแต่จูงกันลงสู่ที่ต่ำ ถ้ารักข้าก็ขอให้รอข้าเป็นไทก่อน”

“แต่ฉันต้องตกเป็นเมียคุณมาโนชคืนนี้แล้วนะพี่ จะรอพี่จนเป็นไทได้ยังไง ฉันว่าที่พี่อ้างโน่นอ้างนี่ก็เพราะพี่ไม่ต้องการจะให้ฉันเป็นของพี่ก่อนตามที่ฉันหวังมากกว่า ถึงได้พูดเลี่ยงไปส่งเดชใช่หรือไม่เล่า”

“แล้วถ้าเอ็งไม่ต้องเสียตัวให้ใครเลย เอ็งจะดีใจมากกว่าหรือไม่ล่ะ”

แก้วพาบุญเจิมไปพึ่งใบบุญน้ำทิพย์ บุตรีพระยาไชยากรไม่ชอบพฤติกรรมขืนใจทาสไปบำเรอของมาโนชอยู่แล้วจึงรับปากช่วยด้วยความเต็มใจ เมื่อมาโนชทราบเรื่องจากบุญมีเลยบุกมาเอาเรื่องถึงที่ น้ำทิพย์ไม่กลัวโต้เสียงเย็น

“พี่มาโนชมาก็ดีแล้วค่ะ ฉันมีเรื่องจะบอกพี่มาโนชพอดี ว่านับแต่นี้ไปบุญเจิมจะมาเป็นบ่าวประจำของฉันบนเรือนนี้ แล้วก็จะนอนเป็นเพื่อนฉันพร้อมกับนมอ้อน วานพี่มาโนชไปบอกบุญมีด้วยนะคะว่าไม่ต้องห่วงบุญเจิมอีก”

มาโนชไม่พอใจแต่ไม่กล้าขัดใจน้ำทิพย์เพราะกลัวพระยาไชยากร นมอ้อนรู้เรื่องทุกอย่างผสมโรงแขวะหลานชายเจ้าของบ้าน มาโนชสะกดอารมณ์แทบไม่อยู่ แต่ไม่ทันจะสวนกลับ บุญเจิมก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ชีวิตทาสก็อย่างนี้ล่ะค่ะคุณนม เรามันก็แค่ขี้ข้าม้าครอก เมื่อนายปรารถนาก็ต้องตามใจ”

มาโนชหน้าม้าน อยากตบหน้าทาสสาวสักฉาดให้หายแค้น แต่ต้องเครียดเมื่อได้ยินน้ำทิพย์พูดกระทบ

“แล้วมันเรื่องอะไรที่ถือตัวเป็นนายแล้วเรียกข้าทาสมาบำเรอกามารมณ์ คนเป็นทาสมีแต่แรงกายรับใช้เราแลกข้าวสุก ไม่ใช่เอาตัวมารับใช้ แต่เมื่อต้องการก็ต้องถามความสมัครใจ เรื่องอะไรมาขืนใจกัน คนแบบนี้ฉันชังน้ำหน้านัก”

มาโนชขบกรามแน่นจนขึ้นสัน เจ็บใจที่ถูกด่ากระทบเป็นชุด แต่ทำอะไรไม่ได้เลยเรียกอ่อน...อดีตทาสคู่ขาที่แต่งงานอยู่กินกับใบทาสในเรือนด้วยกัน และตอนนี้เป็นแม่ลูกอ่อนมาบำเรอแทนบุญเจิม อ่อนดีใจมากผละจากลูกทันทีเพราะหวังได้ของกำนัลจากมาโนช ใบมองตามด้วยความแค้นใจ แต่โวยวายไม่ได้เพราะเป็นแค่ทาสในเรือน

กว่าอ่อนจะกลับเรือนพักก็เช้าวันถัดมา ใบรออยู่แล้วพร้อมใบหน้าบึ้งตึง ไม่ชอบใจท่าทางระริกระรี้ของเมีย อ่อนหน้าเสีย อ้อมๆแอ้มๆแก้ตัวว่ามาโนชเป็นเจ้านาย หากเขาอยากได้อะไรคงขัดใจลำบาก ใบเหยียดยิ้มเครียดๆ บอกว่าท่าทางเธอไม่เหมือนจำยอม เต็มใจอย่างที่สุดมากกว่าที่ได้บำเรอเจ้านายหนุ่ม อ่อนหัวเสียโต้กลับ

“ผู้ชายอื่นที่พี่ว่าก็ผัวคนแรกของฉันนะพี่ ในเมื่อฉันมาอยู่กินกับพี่ได้ แล้วจะกลับไปหาคุณมาโนชบ้างไม่ได้หรือ”

“แต่มึงมีลูกกับกูแล้ว เมื่อคืนลูกยังไม่ทันอิ่มนม มึงก็ทิ้งลูกไประเริงผู้ชาย หมามันยังรักลูก แต่มึงเป็นคนนะ”

อ่อนไม่สำนึก ลอยหน้าลอยตาอวดสร้อยทองของกำนัลที่บำเรอมาโนชได้ถึงใจให้ผัวดูอย่างไม่อาย

“เห็นไหมคุณมาโนชให้อะไรฉัน เป็นทาสทั้งชาติยังหาไม่ได้สักเส้น แต่ฉันได้มาง่ายๆ แล้วก็จะตกเป็นของลูกไง”

ใบเจ็บใจมาก ถึงกับละทิ้งงานไปเมาเหล้าแก้เครียด คอกกับแก้วพยายามกล่อมให้ทำใจเพราะใบมีลูกต้องดูแล แต่ใบเมาจนขาดสติไปแล้ว ถึงกับหลุดปากจองเวรเมียกับมาโนชว่าอยากฆ่าให้ตายคามือ แก้วกับคอกตั้งท่าจะเตือนแต่ต้องวิ่งหน้าตั้งไปช่วยบุญเจิมที่ถูกบุญมีอาละวาดทุบตีเสียก่อน

บุญเจิมโวยวายด่าพี่ชายที่ตบตีเธอเพราะไม่ยอมบำเรอมาโนช แก้วกับคอกถลาไปช่วยเลยตะลุมบอนกันใหญ่โต แก้วดูจะได้เปรียบเพราะเป็นมวยกว่า แต่บุญมีเล่นขี้โกงขยำแผลกลางหลังของแก้วที่ยังไม่หายดี บุญเจิมถูกคอกรั้งไว้ไม่ให้ไปช่วยแก้ว กลัวจะถูกลูกหลง แก้วฮึดสู้และคงซ้อมบุญมีจนน่วม ถ้ามาโนชจะไม่เข้ามาห้ามเสียก่อน...

ooooooo

มาโนชพาแก้วกับบุญมีไปให้พระยาไชยากรตัดสินลงโทษ ประณามหยามเหยียดแก้วต่างๆนานาว่าเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน บุญมีผสมโรงเพราะแค้นจัดที่ถูกซ้อม พระยาจอมงกส่ายหน้าเอือมๆและถามหาพยานของแก้ว หาไม่คงต้องลงโทษตามที่มาโนชฟ้อง แก้วบอกว่าคอกเป็นพยานได้ แต่มาโนชกับบุญมีไม่ยอมเพราะคอกสนิทกับแก้ว

น้ำทิพย์แล่นมาไกล่เกลี่ยเพราะบุญเจิมไปฟ้อง ถลามาเอาเรื่องมาโนชกับบุญมีทันทีเพื่อปกป้องแก้ว

“แล้วถ้าเป็นคำพูดของบุญเจิม น้องสาวแท้ๆของบุญมีล่ะคะพี่มาโนช จะน่าเชื่อถือพอหรือยัง”

“พี่แก้วไม่ได้หาเรื่องทำร้ายบุญมีดอกเจ้าค่ะท่านเจ้าคุณ หากแต่พี่แก้วช่วยเหลือบ่าวไม่ให้ถูกพี่มีทำร้ายตบตี”

คำให้การของบุญเจิมทำให้มาโนชกับบุญมีหน้าเสีย พระยาไชยากรจ้องมองหลานชายด้วยความไม่พอใจที่ขืนใจทาสมาบำเรอ จำต้องยุติการสืบสวนทั้งหมดเพราะมาโนชทำเรื่องไม่ควรจริง น้ำทิพย์ลอบยิ้มสะใจที่ได้เอาคืนให้แก้ว ส่วนมาโนชเคืองมากและตามไปต่อว่าน้ำทิพย์ถึงเรือนที่กล้าหักหน้าเขาต่อหน้าพระยาไชยากร

“ไอ้แก้วมันก็แค่ทาส พี่จะทำยังไงกับมันก็ได้ ทำไมน้องต้องปกป้องมันด้วย”

“ที่ฉันปกป้องแก้วก็เพราะทนดูความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้น่ะสิคะ แก้วไม่ได้ทำอะไรผิด แม้แต่เรื่องคราวนี้ มันก็เกิดเพราะความมักมากของพี่มาโนชเป็นเหตุ แล้วมันถูกหรือคะที่พอไม่ได้ดั่งใจแล้วพาลไปหาเรื่องแก้ว”

มาโนชหน้าเจื่อน ยอมรับแกนๆว่าเป็นคนเรียกหาบุญเจิม แต่นายทาสเรือนไหนก็ทำแบบนี้ น้ำทิพย์เหลืออด

“เรือนไหนทำเช่นนี้บ้าง ฉันไม่รู้ดอกค่ะ แต่พระยาไชยากรเจ้าของเรือนนี้ไม่เคยทำ”

“จริงอยู่ที่คุณอาไม่เคยยุ่งเกี่ยวพวกทาสสาวๆ แต่มิได้หมายความว่าคุณอาจะไม่มีผู้หญิงอื่นดอกนะ หากน้องไม่รู้จริงก็อย่าเที่ยวพูดไปจะดีกว่า พวกทาสมันรู้เข้าจะเยาะเอาได้”

มาโนชได้ทีหัวเราะเย้ยหยัน น้ำทิพย์เอะใจคำพูดเขาจนต้องไปคาดคั้นจากพ่อ แม้จะไม่โกรธเพราะแม่ตายไปนานแล้ว แต่ก็อยากรู้จักผู้หญิงที่พ่อไปติดพันเพราะกลัวจะได้คนไม่ดี พระยาไชยากรยิ้มบางๆ ลูบหัวลูกพลางอธิบาย

“จะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญดอก ลูกจำไว้ก็พอว่าลูกนี้เป็นสุดที่รักยิ่งของพ่อ พ่อจะมีเมียน้อยหรือไม่ จงรู้ไว้ว่าพ่อจะไม่ให้ลูกเดือดร้อน แลตำแหน่งคุณหญิงของพ่อนั้น มีแม่เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ครองได้ คนอื่นไม่มีหนทางดอก”

ในขณะที่น้ำทิพย์อยากรู้แทบแย่ว่าใครจะมาเป็นภรรยาน้อยของพ่อ สองแม่ลูกที่ร้านธูปหอมก็กำลังละเมอเพ้อพกเพราะหลงคารมพระยาไชยากร อบเชยเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้จะเตือนสองแม่ลูกยังไงดีว่าพระยาจอมงกมีท่าทางไม่น่าไว้ใจ น้อมโกรธมากที่หลานสาวชอบจุ้นจ้าน ทั้งที่พระยาไชยากรก็ดูจะให้ความหวังดี ส่วนนิ่มคิดเข้าข้างตัวเองเงียบๆว่าพระยาไชยากรมาเยี่ยมและทำดีกับแม่เพราะอยากประจบว่าที่แม่ยาย!

ooooooo

คอกแอบส่งข่าวเรื่องแก้วที่เรือนพระนิติธรรม-ลือชา แถมนำความซาบซึ้งใจของแก้วกับกิ่งมาให้ด้วยที่ฝากหยูกยาไปให้ ตุลาการหนุ่มพอใจมากและฝากหนังสือไปให้แก้วอ่านแก้เบื่อที่ต้องนอนเฉยๆ ทำเอาทาสหนุ่มจอมขยันปลื้มมากที่ได้อ่านฆ่าเวลา คอกยิ้มขำเพราะท่าทางแก้วดูจะดีใจยิ่งกว่าได้ทอง

“เอ็งไม่รู้อะไร ตำราให้ความรู้ แลความรู้จะติดตัวเราไปทั้งชีวิต มีค่ายิ่งกว่าทองเสียอีก ข้าถึงดีใจอย่างไรเล่า”

“ไม่ใช่ดีใจเพราะว่าจะได้กลับไปดูหน้าน้องสาวคนสวยของคุณพระเรือนแพอีกดอกหรือ” บุญเจิมเหน็บ

แก้วโมโหมากที่บุญเจิมพูดพล่อยๆ ถึงแดงทั้งที่ไม่รู้จักตัวจริง บุญเจิมไม่สนเพราะลมเพชรหึง สวนกลับว่าแก้วเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปทำงานที่เรือนพระนิติธรรมลือชาทุกคืนเพราะอยากเจอหน้าแดง แก้วโต้กลับเสียงเครียด

“ต่อให้ถูกตัดหัวข้าก็จะไปอีก แต่ไม่ได้ไปเพราะคุณแดงดอกโว้ย ข้าไปเพราะข้าอยากเรียนหนังสือ อยากมีปัญญาต่างหาก ลองข้าไม่มีปัญญาจะคิดแผนให้เอ็งรอดพ้นเงื้อมมือคุณมาโนชได้หรือ เอ็งอย่าเอาใจตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วคิดในทางอกุศลนักเลย คนเขาจะด่าเอาได้ว่าเกิดมาต่ำเป็นทาสแล้วใจยังต่ำอีก”

บุญเจิมเต้นผ่างที่ถูกต่อว่าและผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย คอกตามไปดูด้วยความเป็นห่วง ปลอบไม่ให้คิดมากเพราะแก้วไม่น่าจะคิดเกินเลยกับแดง บุญเจิมโมโหจนหลุดปากบอกเรื่องเคยมาเสนอตัวให้ถึงเรือน แต่ถูกแก้วปฏิเสธอย่างไม่ไยดี คอกอ้าปากค้าง เจ็บแปลบเมื่อคิดว่าทาสสาวที่แอบรักมานานยอมทอดตัวให้แก้ว บุญเจิมอารมณ์เสียมาก ถึงกับอาฆาตว่าหากเธอไม่ได้แก้ว ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางได้เขาทั้งนั้น!

บุญเจิมเอาเรื่องแก้วไปฟ้องน้ำทิพย์ ใส่ไฟว่าเขาเป็นทาสมักใหญ่ใฝ่สูงและอาจมีความรู้สึกดีๆกับแดง น้ำทิพย์สะเทือนใจ ถึงกับหึงเหมือนกันเพราะแอบชอบแก้วมานาน บุญเจิมไม่ทันสังเกตอาการเจ้านายสาว ยุยงให้ห้ามแก้วไปทำงานที่เรือนพระนิติธรรมลือชาอีก จะได้ไม่มีโอกาสใกล้ชิดแดงอย่างที่นึกระแวง น้ำทิพย์ไม่รับปากหรือปฏิเสธ ต้องเก็บอาการตามประสากุลสตรีที่ดี ทั้งที่ในใจแทบลุกเป็นไฟเพราะแรงหึง

บุญเจิมย่ามใจว่าน้ำทิพย์ต้องสั่งห้ามแก้วแน่เพราะไม่ได้ดุด่าอะไร เช้าวันรุ่งขึ้นจึงลงจากเรือนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มาโนชผ่านมาเห็นจึงไปดักหน้าและทำท่าจะลวนลาม บุญเจิมไม่ยอมแถมบอกว่ารักแก้วคนเดียว อ่อนเห็นเจ้านายหนุ่มทำท่าก้อร่อก้อติกบุญเจิมเลยพุ่งมาเอาเรื่อง สองสาวคงจะตบกันไปแล้วถ้าน้ำทิพย์ไม่เข้ามาเห็นเสียก่อน

สองทาสสาวรวมทั้งมาโนชจำต้องสลายตัว น้ำทิพย์มองตามเอือมๆ ทวีความเคืองที่มีต่อแก้วเพราะได้ยินจากมาโนชว่าบุญเจิมอยากเป็นเมียแก้วจนตัวสั่น เมื่อเจอหน้าทาสหนุ่มในสวนจึงออกคำสั่งไม่ให้ไปทำงานกับพระนิติธรรมลือชาอีก อ้างว่าหากพระยาไชยากรทราบเรื่อง เขาจะถูกโบยจนตายแต่แก้วไม่ยอม

“ถ้ากระนั้นกระผมก็ยอมขอรับ บางทีการตายของทาสที่ทำในสิ่งที่ถูก สนใจในการศึกษาเล่าเรียนจะทำให้ทาสคนอื่นฮึกเหิมถือเป็นแบบอย่าง โอกาสของผู้เป็นนายที่จะลงทัณฑ์แก่ทาสอย่างไม่เป็นธรรมก็จะน้อยลงไปด้วย”

“นี่ย้อนฉันหรือ ฉันเป็นห่วงถึงได้ห้ามปราม แต่กลับมาใช้คารมยอกย้อนกันอย่างนี้”

“กระผมต้องกราบขออภัยที่ทำให้คุณน้ำทิพย์มี โทสะ แต่กระผมเห็นว่าการบังคับไม่ให้ทาสเล่าเรียนเป็นการกระทำผิด ซึ่งกระผมไม่อาจก้มหัวยอมรับได้จริงๆขอรับ”

“เจ้าคารมนักนะ เมื่อพูดดีๆไม่ฟังฉันก็จะไม่ยุ่งอีก คนปากดีที่ไม่ยอมในสิ่งที่ควรยอมก็ควรปล่อยให้ถูกตีจนตาย”

“ความตายก็เป็นการพ้นทุกข์ขอรับ หากคุณน้ำทิพย์จะช่วยให้ไอ้แก้วพ้นทุกข์ก็จะเป็นบุญแก่ไอ้แก้วนัก แต่ แม้ตายแล้ว วิญญาณไอ้แก้วก็จะตะโกนว่าถูกลงโทษโดยมิได้กระทำผิด แต่กระทำในสิ่งถูกซึ่งนายบางคนไม่มีปัญญาทำ”

น้ำทิพย์โมโหมาก คว้าบัวรดน้ำใกล้มือปาใส่จนแก้วคิ้วแตกเลือดไหลเป็นทาง ทาสหนุ่มมองมาด้วยแววตาน้อยใจ ผละจากไปทั้งน้ำตาและปลอบตัวเองว่าเป็นแผลเตือนใจไม่ให้หวังสูงเกินเอื้อม ส่วนน้ำทิพย์กลับไปร้องไห้คนเดียวในห้อง ทั้งสงสารและเสียใจกับการกระทำของตัวเองที่หุนหันพลันแล่นจนแก้วต้องเจ็บตัว

ooooooo

ตอนที่ 3

หลังการปะทะคารมครั้งนั้น น้ำทิพย์ก็ไม่ได้เห็นหน้าแก้วอีกเลย ทำให้ยิ่งสะเทือนใจที่พูดจาหักหาญน้ำใจเขา ส่วนพระยาไชยากรเดินหน้าจีบสองแม่ลูกร้านธูปหอมเต็มกำลัง แถมสั่งให้บุญมีหาบ้านเช่านอกเมืองอีกต่างหาก เตรียมพร้อมเอาไว้ เมื่อถึงเวลาจะได้รับภรรยาน้อยในอนาคตมาอยู่ด้วยกัน

มาโนชได้ยินเรื่องความเจ้าเล่ห์ของพระยาไชยากรก็ถึงกับหัวเราะชอบใจ ไม่สนว่าจะเลือกใครระหว่างน้อมหรือนิ่ม แต่การแยกไปอยู่ข้างนอกทำให้เรื่องแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงไม่ใช่ปัญหา บุญมีกับพวกยิ้มแย้มสอพลอเจ้านายหนุ่มจนไม่เป็นอันทำอะไร มาโนชยิ่งแล้วใหญ่ อารมณ์ดีถึงขั้นเรียกอ่อนมาบำเรอทั้งที่กลางวันแสกๆ

อ่อนหายไปตลอดบ่ายจนใบนั่งไม่ติด ยิ่งเห็นลูกร้องไห้จ้ายิ่งทำอะไรไม่ถูก ต้องบากหน้าไปหากิ่งถึงเรือนให้ช่วยเลี้ยง และหลุดปากพูดจากระแทกแดกดันอ่อนที่ระริกระรี้ไปบำเรอมาโนชจนละเลยหน้าที่เมียกับแม่จนน่าจับฆ่าทิ้ง กิ่งอ้าปากค้าง ห้ามเสียงเข้มไม่ให้เขาไปปากพล่อยที่ไหน เดี๋ยวจะโดนโบยจนหลังลายแถมเป็นบาปติดตัวอีกต่างหาก

ฝ่ายแก้วตั้งหน้าตั้งตาสะสมวิชาความรู้จากพระนิติธรรมลือชา จนตุลาการหนุ่มเอ็นดูและเอ่ยปากชมจากใจจริง

“แกมีไหวพริบดีมากเจ้าแก้ว จำไว้นะ...หากวัน หน้าแกได้รับราชการ ต้องรู้จักใช้ไหวพริบในการทำราชการด้วย อย่ายึดแต่กฎแลธรรมเนียมเท่านั้น งานราชการจึงจะเป็นคุณกับคนโดยทั่วไป”

“กระผมจะจดจำไว้ขอรับ หากไอ้แก้วมีวาสนาได้รับราชการจะกระทำดังที่คุณพระสอนทุกประการขอรับ”

พระนิติธรรมลือชาพยักหน้ารับและถือโอกาสฝากความถึงน้ำทิพย์ เมื่อแดงทราบก็ไม่สบายใจเพราะเป็นห่วงแก้วจะถูกทำโทษเหมือนครั้งที่แล้ว แต่ทาสหนุ่มกลับไม่คิดมากเพราะคิดว่าพระนิติธรรมลือชาเหมาะสมกับน้ำทิพย์ แม้จะต้องฝืนใจตัวเองไม่น้อย แต่ดีกว่าปล่อยให้เธอตกเป็นของคนอื่น

แก้วอยู่ทานข้าวรอบดึกที่เรือนพระนิติธรรมลือชาตามคำชวนของแดง ไม่รู้เลยว่าบุญเจิมแอบมารอที่ท่าน้ำจนยุงห่าม โดยมีคอกตามดูแลไม่ห่างเหมือนเคย เข้มผ่านมาเห็นและสงสัยว่าบุญเจิมจะมารอแก้ว จึงตั้งท่าจะไปดูที่เรือนกิ่ง บุญเจิมใจไม่ดี ลงทุนยั่วยวนเพื่อให้เข้มเปลี่ยนใจ คอกเจ็บใจเพราะความหึงหวง แต่ทำอะไรไม่ได้เลยต้องเดินเลี่ยงไปเพราะกลัวแก้วถูกจับได้ ส่วนบุญเจิมได้แต่ปั้นหน้ายิ้มให้เข้มทั้งที่ในใจสะอิดสะเอียนเหลือเกิน

เข้มมาส่งบุญเจิมที่เรือนน้ำทิพย์ไม่กี่อึดใจต่อมา เดินหน้าเกี้ยวพาเต็มที่หวังชนะใจ แต่บุญเจิมไม่หลงเชื่อ แถมเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงท้าทายให้เขาเกลียดพวกบุญมีถ้ารักและชอบเธอจริงจัง เข้มมองตามทาสสาวที่แอบรักมานานกระโจนขึ้นเรือนไปแล้วด้วยความเจ็บใจ...หน็อย คิดให้ข้าทรยศพี่มี...อย่าหวังเลยว่าจะฝืนใจข้าได้!

คอกแอบตามดูจนบุญเจิมขึ้นเรือนน้ำทิพย์อย่างปลอดภัยจึงไปดักรอแก้ว เล่าให้ฟังขำๆว่าบุญเจิมใจเด็ดและยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อช่วยแก้ว ทาสหนุ่มจอมขยันซาบซึ้งน้ำใจเธอ แต่ไม่เคยคิดเกินเลยเป็นอย่างอื่น

“ข้าบอกเอ็งตามตรงนะไอ้คอก ข้าคิดกับนังเจิมแค่น้องสาวเท่านั้น แต่นังเจิมมันไม่ยอมฟัง”

“จริงหรือพี่ ไม่ว่านานเท่าใดพี่ก็จะไม่คิดกับมันเกินน้องแน่หรือ”

“แน่สิวะ หากข้ามีสันดานชอบเด็ดดอกไม้ใกล้มือ นังเจิมมันคงเป็นเมียข้าไปนานแล้วโว้ย”

แก้วยืนยันเสียงแข็งแล้วกลับเข้าเรือน ทิ้งคอกให้มองตามยิ้มๆ มีความหวังจะสมรักกับบุญเจิมขึ้นทันที

ooooooo

แก้วตัดสินใจไปดักรอน้ำทิพย์ที่หน้าครัวหลังจากไม่ได้ช่วยเธอเก็บดอกไม้มานานนับเดือน บุตรีพระยาไช-ยากรดีใจมากที่เห็นหน้าเขา แต่เมื่อได้ยินเขาส่งสารจากพระนิติธรรมลือชาที่ชวนเธอไปงานวัดก็ช้ำใจมาก

“นับแต่วันที่ฉันพลั้งมือทำร้ายแก้ว เราก็ไม่เคยพูดกันอีกเลยนานนับเดือน นึกไม่ถึงว่าการที่แก้วมาพูดกับฉันเป็นครั้งแรกก็ยังไม่พ้นเรื่องของคุณพระนิติธรรมอยู่ดี”

แก้วหน้าเจื่อน ตั้งท่าจะแก้ตัวและอธิบายความหวังดีแต่ช้ากว่าน้ำทิพย์ที่ประชดและตอบรับคำเชิญไปแล้ว

สายวันเดียวกัน...พระยาไชยากรไปหาน้อมที่ร้านธูปหอมเหมือนเคย พร้อมของกำนัลมากมายจนเจ้าของร้านสาวใหญ่ยิ้มไม่หุบ พระยาจอมงกถือโอกาสเลียบเคียงขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง น้อมเข้าใจว่าจะขอความรักเลยเขินอายม้วนไปหลายตลบ แต่ต้องหน้าแตกเมื่อเขาบอกว่าจะขอนิ่มไปเป็นภรรยา!

น้อมโกรธจัด ทั้งอายและขายหน้าที่มองท่าทีพระยาจอมงกไม่ออก เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับลูกสาวจึงอาละวาดใหญ่โตที่ไม่บอกว่าไปรักชอบกันตอนไหน อบเชยผ่านมาได้ยินเลยผสมโรงขู่ว่าพระยาไชยากรไม่จริงใจ ชอบทำท่าทางแปลกๆเหมือนปิดบังบางอย่าง น้อมไม่สนและสั่งขาดห้ามลูกสาวรับรัก นิ่มหน้าเสียโต้เสียงอ่อน

“แม่ไม่ให้ฉันแต่งกับท่านเจ้าคุณหรือไม่ให้แต่งกับผู้ใด ฉันจะทำตามแม่ทุกอย่าง แต่เมื่อแม่ไม่ให้ฉันแต่งงานกับท่านเจ้าคุณแล้ว แม่ก็ได้โปรดอย่าให้ฉันแต่งงานกับคนอื่นอีกเลย เพราะฉันรักท่านเจ้าคุณมากจ้ะแม่”

น้อมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอไม้อ่อนของลูกเช่นนี้ สุดท้ายจึงต้องยอมยกนิ่มให้พระยาไชยากรอย่างไม่เต็มใจนัก แต่พยายามปลอบใจตัวเองและขอร้องว่าที่ลูกเขยให้ดูแลลูกสาวเธอให้ดี พระยาไชยากรดีใจมาก รับปากเป็นมั่นเหมาะจะตามใจและทะนุถนอมอย่างดีเพราะรักนิ่มสุดหัวใจ อบเชยเบ้หน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อพระยาจอมงกกลับไปแล้วก็อดถามความรู้สึกของน้อมไม่ได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ถามโง่ๆ ข้าไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่ความสุขของลูกสำคัญที่สุด เพื่อแม่นิ่ม ต่อให้ยิ่งกว่านี้ ข้าก็ทนได้”

ฟากน้ำทิพย์ออกมาเข้าวังเฝ้าเสด็จในกรมฯและเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูง แต่ระหว่างทางกลับบ้านดันเจอฝรั่งดักถามทางเพราะเห็นว่าแต่งตัวและท่าทางดีกว่าคนอื่น บุตรีพระยาไชยากรหน้าเสียเพราะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ แดงซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดรีบมาช่วยสื่อสารอย่างคล่อง– แคล่ว เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็นมาก

น้ำทิพย์ทึ่งในความสามารถของแดงมาก ถึงกับชมไม่ขาดปากเพราะไม่เคยเห็นใครกล้าเสวนากับฝรั่งอย่างไม่กลัวเช่นนี้ ส่วนแดงปลื้มในความสวยน่ารักของบุตรีพระยาไชยากรมาก ไม่เสียแรงที่พี่ชายตกหลุมรัก

“สู้คุณแดงไม่ได้ดอกค่ะ คุณแดงไม่เพียงสวยน่ารัก ยังมีวิชาความรู้อีก ในชีวิตฉัน...นอกจากเสด็จท่านกับเจ้านายไม่กี่พระองค์แล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนพูดภาษาฝรั่งได้ดีเหมือนคุณแดงเลยค่ะ”

“ถ้าได้เรียนตั้งแต่เด็กอย่างฉันก็ทำได้ทุกคน ไม่แปลกดอกค่ะ แล้วสาวชาววังอย่างคุณน้ำทิพย์ต้องเรียนงานฝีมือชาววังทุกอย่างเลยหรือเปล่าคะ เห็นว่าก่อนออกจากวังต้องผ่านการทดสอบยากๆด้วยใช่ไหมคะ”

น้ำทิพย์ยิ้มบางๆ อธิบายว่ามีวิชาการเรือนหลายอย่างที่เธอต้องผ่าน ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ออกจากวังให้ขายขี้หน้าคนสอน แดงพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น เปรยถึงแก้วว่าพูดไม่มีผิดว่าน้ำทิพย์เป็นคนเพียบพร้อมหาที่ติไม่ได้ บุตรีพระยาไชยากรหน้าเจื่อน ยิ่งได้รู้ว่าแดงมีโอกาสพูดจากับแก้วหลายครั้งยิ่งทำใจลำบาก แต่เพราะเป็นความรักต่างฐานะที่ต้องซ่อนเร้นให้มิดชิดเลยจำต้องปั้นหน้ายิ้มกับแดงต่อไป

ooooooo

พระนิติธรรมลือชาดีใจมากที่น้ำทิพย์ตอบรับคำเชิญไปงานวัด จัดแจงนัดแนะวันเวลากับแก้วเป็นอย่างดี แทบจะรอให้ถึงวันงานไม่ไหวด้วยซ้ำ แก้วแอบเจ็บลึกในอกแต่ต้องฝืนยิ้มให้ และปลอบใจตัวเองว่าทำเพื่อผู้มีพระคุณ ตุลาการหนุ่มซาบซึ้งในน้ำใจของทาสหนุ่มมากจนต้องเอ่ยปากขอบคุณจากใจจริง แก้วตอบกลับเสียงอ่อน

“คุณน้ำทิพย์เป็นนาย ส่วนคุณพระเป็นคนดีแลมีบุญคุณ คนที่ผมรักสองคนมีความสุข กระผมก็ดีใจขอรับ”

“ฉันเองก็ดีใจเหลือเกินไอ้แก้วเอ๊ยจนอยากจะตะโกนออกมาดังๆ ไม่คิดเลยว่าความรักจะมีอานุภาพถึงเพียงนี้”

“ขอรับ...มีอานุภาพมากเหลือเกิน มากเสียจนดล บันดาลให้สุขที่สุดแลทุกข์ที่สุดในเวลาเดียวกันก็ยังได้”

แต่ความสุขก็อยู่กับพระนิติธรรมลือชาไม่นาน เพราะเช้าวันถัดมาเขาต้องรีบกลับไปจัดการปัญหาที่บ้านพร้อมกับแดง พระยาเดชารณภพเมาและอาละวาดทำร้ายทุบตีบ่าวไพร่จนใครก็เอาไม่อยู่ โดยเฉพาะคุณหญิงลออที่ทำท่าจะถูกตบเพราะมาขวางการกินเหล้า แดงถลาไปขวางจึงถูกพ่อตบแทน คุณหญิงลออกรีดร้องลั่นและวิ่งมาดูลูกสาวด้วยความเป็นห่วง ส่วนพระยาเดชารณภพหายเมาเป็นปลิดทิ้ง เสียใจมากที่พลั้งมือตบลูกสาวคนเดียว

เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านทำให้พระนิติธรรมลือชาต้องอยู่โยงจัดการ ทั้งข้าวของในเรือนที่พังระเนระนาดและความบอบช้ำทางจิตใจของคุณหญิงลออน้าสาวแท้ๆที่กลายมาเป็นแม่เลี้ยง และแดงที่ต้องรับเคราะห์แทน เมื่อแก้วทราบเรื่องจากอ้นก็สงสารตุลาการหนุ่มมาก ไม่อยากเชื่อว่าคนดีมีคุณธรรมอย่างเขาจะมีสภาพครอบครัวแบบนั้น

“ไม่มีผู้ใดเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างดอก มากน้อยก็ต้องมีข้อตำหนิ ข้าถึงไม่เคยน้อยใจที่เกิดมาเป็นทาสเลย”

“จริงของพี่อ้น ข้อนี้ฉันจะจำไว้เตือนใจตัวเอง แล้วนี่คุณพระจะกลับเมื่อไหร่ล่ะพี่”

“คราวนี้เรื่องใหญ่ไม่ใช่น้อย คุณพระคงต้องอยู่สะสางนานพอควร เอ็งคอยดูเรือนแพไว้แล้วกัน ถ้าข้าแขวนตะเกียงที่หัวเรือนเมื่อใด ก็แปลว่าคุณพระท่านกลับมาแล้ว เอ็งค่อยมาหาก็แล้วกัน”

“จ้ะพี่อ้น ระหว่างนี้ฉันจะทบทวนตำรับตำราแลสิ่งที่คุณพระเคยสั่งสอน ไม่ให้ความหวังดีของคุณพระสูญเปล่า”

“คนขยันหมั่นเพียรแบบเอ็ง ภายหน้าต้องได้ดิบได้ดีเป็นแน่”

เย็นวันเดียวกันที่เรือนพระยาเดชารณภพ...พระนิติธรรมลือชาต้องคอยปรนนิบัติพ่อคนเดียวเพราะคุณหญิงลออกับแดงย้ายไปอยู่ที่บ้านตาที่นนทบุรีแล้ว เมื่อพระยาขี้เมาทราบเรื่องก็ค่อนแคะว่าไม่มีใครรักเพราะไม่ชอบที่ถูกตบตี แถมโทษเมียอีกต่างหากว่ามาขวางเลยต้องเจ็บตัว ตุลาการหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเปรยเสียงเรียบ

“คุณพ่อตบตีน้าลออหนักนัก แต่พอน้าลออทนไม่ไหว กลับกลายเป็นว่าต้องร่วมรับผิดกับคุณพ่อด้วย นี่ถ้ากระผมต้องตัดสินคดีนี้คงมึนหัวไปหลายวันเชียว”

พระยาเดชารณภพโต้กลับว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายต้องดื่มเหล้าสังสรรค์ พระนิติธรรมลือชารู้ทันเลยย้อนพ่อว่าจำได้หรือไม่ว่ามีลูกกี่คน พระยาขี้เมาบอกว่ามีเจ็ดคนคือพระนิติธรรมลือชาจากคุณหญิงคนแรก และอีกหกคนจากลออ ตุลาการหนุ่มยิ้มบางๆแล้วพาพ่อไปที่ชานเรือน พร้อมเรียกบ่าวไพร่มาชุมนุมและอธิบายเสียงอ่อน

“ลูกที่เกิดจากเมียเอกเจ็ดคนก็จริงขอรับ แต่ที่เกิดจากเมียบ่าวมีอีกสิบกว่าคน ทุกครั้งที่คุณพ่อเมาถ้าไม่อาละวาดตบตีชกต่อยก็ต้องได้ทาสที่รับใช้เป็นเมียเพิ่ม พอมีลูกก็ไม่พ้นน้าลออต้องดูแล แม้นับถือน้ำใจของน้าลออ แต่หัวอกคนเป็นเมียที่ผัวมีเมียไปทั่ว มันก็น่าช้ำใจไม่น้อยนะขอรับ”

พระยาเดชารณภพถอนใจหนักหน่วง โบกมือไล่ลูกๆจากเมียทาสให้กลับเรือนพัก พลางหันมาพูดกับตุลาการหนุ่มด้วยสีหน้ารู้สึกผิดว่าเขาคงเป็นพ่อที่เลวมาก มีลูกกี่คนยังจำไม่ได้ พระนิติธรรมลือชาต้องปลอบ

“หามิได้ขอรับ ยามที่คุณพ่อไม่เมา คุณพ่อเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของลูก กระผมมีวันนี้ได้ก็เพราะคุณพ่อที่ให้กระผมเรียนหนังสือกับมิชชันนารี แลน้องๆก็ไม่มีใครเสียผู้เสียคนเลย ทั้งหมดก็เพราะคุณพ่อทั้งสิ้น”

“แต่เวลาพ่อเมา เปลี่ยนจากพระอรหันต์เป็นพญามารเลยใช่หรือไม่”

“คุณพ่อรู้เช่นนี้แล้วก็เลิกเหล้าเสียสิขอรับ น้าลออจะได้กลับมาอยู่กับคุณพ่อ แล้วลูกๆทุกคนจะได้มีความสุข”

พระยาเดชารณภพรับปากแต่ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่พระนิติธรรมลือชาก็ดีใจมากแล้ว ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ครอบครัวจะได้กลับมาอบอุ่นและมีความสุขอีกครั้ง

ooooooo

พระยาไชยากรพานิ่มไปทำพิธีพรมน้ำมนต์เป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาวที่วัด โดยมีพระครูเป็นคนทำพิธีให้ น้อมเห็นลูกสาวมีความสุขจึงเริ่มทำใจได้ ฝากฝังลูกเขยหมาดๆให้ดูแลนิ่มอย่างดีสมกับที่ยกให้ พระยาไชยากรยิ้มหน้าบาน ดีใจมากที่จะได้มีเมียคราวลูก บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น มีเพียงอบเชยที่มองทุกอย่างด้วยความระแวง

น้อมเอ็ดหลานเสียงเข้มที่ตั้งท่าจับผิดลูกเขยไม่หยุดหย่อน อบเชยแย้งว่าผิดวิสัย เป็นพระยายิ่งใหญ่แต่ไม่ยักมีญาติพี่น้องมาร่วมงานแต่งงาน นิ่มยิ่งแล้วใหญ่ หลงใหลผัวแก่คราวพ่อมากจนไม่นึกระแวงสงสัย จนเมื่อเขาพามาเข้าหอที่บ้านเช่าจึงเริ่มคิด พระยาไชยากรยิ้มเจ้าเล่ห์ หลอกว่าเรือนใหญ่กำลังซ่อมแซมเลยต้องให้เธออยู่ที่นี่ไปพลางๆ นิ่มถึงยิ้มออกและยอมเข้าหอกับเขาตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน!

ฟากน้ำทิพย์นั่งร้อยมาลัยบนเรือน ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพ่อกำลังสมรักกับเมียใหม่ บุญเจิมหัดร้อยมาลัยบนพื้นไม่ไกลกันนัก โดยมีนมอ้อนคอยบ่นและสอนเพราะทาสสาวมือหนักจับดอกไม้ช้ำจนหมดสวย มาโนชโผล่มาพร้อมรอยยิ้มน่าสงสัย มาขอพวงมาลัยฝีมือน้ำทิพย์ไปไหว้พระ นมอ้อนอดแขวะไม่ได้เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็น มาโนชไม่ถือสาเพราะกำลังอารมณ์ดีจะได้เป็นขุนในเร็ววัน

“ก็ยังไม่ได้เป็นขุนเต็มตัวดอกนะ เพราะยังไม่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง แต่ชื่อของพี่ได้ส่งถึงเสด็จ ในกรมท่านวันนี้เอง อีกไม่นาน...พี่จะต้องได้ตำแหน่งขุนแน่ หลังจากนั้นพอพี่ได้เป็นหลวงเมื่อใด เราค่อยแต่งงานกันนะจ๊ะ”

มาโนชเดินออกไปแล้ว ทิ้งน้ำทิพย์ให้ร้อนรนจนนั่งไม่ติด เมื่อพ่อกลับถึงเรือนช่วงกลางคืนเลยรีบไปถาม พระยาไชยากรพยักหน้ารับและเห็นดีเห็นงามกับมาโนชจะให้เธอออกเรือน แต่น้ำทิพย์กลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ลูกอยู่เรือนเดียวกับพี่มาโนชมาแต่เล็ก ไม่เคยมีใจชอบพอแม้แต่น้อย ถึงแต่งกันก็ไม่มีทางเปลี่ยนดอกค่ะ”

“แต่ถึงยังไงพ่อก็ไม่เห็นใครจะเหมาะสมกับลูกเท่ากับมาโนชอีกแล้ว นอกจากเราจะเป็นญาติกัน ทรัพย์สมบัติของเจ้าคุณพ่อของมาโนชยังมากมายเหลือคณานับ ในบรรดาผู้ชายที่มาติดพันลูก จะหาใครมั่งมีเท่านี้เป็นไม่มี”

“แล้วหัวใจลูกล่ะคะ เกิดเป็นหญิง การแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก...แถมยังรังเกียจ มันทรมานมากนะคะ”

“เรื่องรักชอบเป็นเพียงแต่อารมณ์ ไม่จีรังยั่งยืนเหมือนทรัพย์สินเงินทองดอก เชื่อพ่อเถอะแม่น้ำทิพย์ พ่อไม่มีวันหวังร้ายต่อลูก สิ่งที่พ่อเลือกจะเป็นคุณแก่ลูกในภายภาคหน้า แม่น้ำทิพย์อย่าดื้อดึงกับพ่ออีกเลยนะ”

พระยาไชยากรเข้าห้องไปแล้ว น้ำทิพย์หน้าเสียและทนไม่ไหวต้องไประบายกับนมอ้อนในห้อง บุญเจิมเฝ้ามองด้วยความรำคาญ ไม่เข้าใจว่าเจ้านายสาวจะใจเสียอะไรนักหนา ทั้งที่เป็นคู่หมายกันมานาน

“แต่ท่านเจ้าคุณพูดถูกนะเจ้าคะ คุณมาโนชร่ำรวยมหาศาล ถ้าคุณน้ำทิพย์แต่งงานไปก็จะสุขสบาย”

“ถ้าดีอย่างนั้น แล้วเอ็งหนีมาพึ่งใบบุญคุณน้ำทิพย์ทำไมวะนังเจิม ไม่ยอมเป็นเมียคุณมาโนชล่ะ”

“จะเหมือนกันได้ยังไงล่ะคุณนม เมียบ่าว...จะได้เงินทองสักกี่มากน้อย แลฉันมีพี่แก้วอยู่แล้ว ส่วนคุณน้ำทิพย์ไม่มีใคร ถ้าแต่งงานกับคุณมาโนชก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่คะ”

น้ำทิพย์ร้องไห้สะอึกสะอื้น ในใจเต็มไปด้วยความปวดร้าวเพราะแอบรักแก้วจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่เพราะฐานันดรที่ต่างกันทำให้บอกใครไม่ได้ ต่างจากบุญเจิมที่เบ้หน้า หมั่นไส้น้ำทิพย์และนมอ้อนเต็มกำลัง

ooooooo

บุญเจิมอดระบายความอึดอัดใจกับกิ่งและแก้วไม่ได้ที่น้ำทิพย์จะเป็นจะตายที่ต้องแต่งงานกับมาโนช แก้วตัดฟืนไม่สนใจจะโต้เถียง ส่วนกิ่งบอกให้บุญเจิมเข้าใจหัวอกเจ้านายสาว

“ถึงไม่มีคู่รัก แต่ถ้าเห็นนรกรอข้างหน้า แล้วใครจะอยากเดินไปหาวะ เอ็งรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ก็เพราะคุณน้ำทิพย์เธอมีเมตตา แล้วยังจะมาพูดจาไม่ถนอมน้ำใจอีก เนรคุณจริงๆนังนี่”

คอกซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยอดเหน็บผสมโรงไม่ได้ ไม่เห็นด้วยที่ทาสสาวจะพูดถึงน้ำทิพย์เช่นนั้น บุญเจิมสะบัดหน้าออกไปเคืองๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนต้องเห็นใจน้ำทิพย์ขนาดนั้น...จะได้แต่งกับคนรวยแท้ๆ คร่ำครวญทำไมไม่รู้!

เวลาเดียวกันที่หน้าเรือนพระยาไชยากร...น้ำทิพย์เดินเล่นแก้เซ็งเพราะเครียดเรื่องมาโนช เจอกับอบเชยซึ่งมาสังเกตการณ์ที่เรือนพระยาจอมงกเพราะเป็นห่วงนิ่ม บุตรีพระยาไชยากรนิ่วหน้าแล้วอธิบายเสียงอ่อน

“ที่นี่เป็นเรือนของพระยาไชยากรจ้ะ แล้วฉันก็เป็นบุตรีของท่านชื่อน้ำทิพย์ แต่ที่เรือนนี้ไม่มีคนชื่อแม่นิ่มจริงๆ ถ้ามีฉันต้องรู้แน่ เพราะคุณพ่อท่านให้สิทธิ์ขาดฉันดูแลเรือนอยู่ เธอเข้าใจอะไรผิดหรือไม่จ๊ะ”

อบเชยหน้าเสีย สังหรณ์ว่าพระยาไชยากรคงเล่นตุกติกกับน้อมแน่ เมื่อตามไปดูจึงได้พบความจริงว่านิ่มอาศัยที่บ้านเช่านอกเมืองและดูเหมือนจะมีฐานะเป็นแค่เมียน้อยเท่านั้น เมื่อน้อมทราบก็โกรธมาก ตามไปเอาเรื่องถึงที่และประกาศกร้าวให้ลูกสาวขนของกลับบ้าน แต่นิ่มไม่ยอมเพราะรักพระยาจอมงกเต็มหัวใจ

“เป็นเมียแล้วก็เลิกได้ ผัวแกมันหยามฉัน ทำเหมือนฉันโง่เง่า แล้วแกยังจะอยู่กับมันอีกหรือ”

พระยาไชยากรโมโหที่ถูกหยาม โต้ว่าเลี้ยงดูนิ่มอย่างดีตามคำสัญญา อบเชยทนไม่ไหวตอกกลับแทนว่าต้องพานิ่มไปอยู่ที่เรือนใหญ่สมกับเป็นเมียแต่ง พระยาไชยากรตีหน้าตายบอกว่ายังไม่สะดวก น้อมเลยแหวกลับ

“แล้วตำแหน่งคุณหญิงของแม่นิ่มล่ะ ถ้าท่านเจ้าคุณขอพระราชทานตราตั้งให้แม่นิ่ม ฉันก็จะไม่เอาเรื่อง”

“ฉันเคยบอกเมื่อใดว่าจะให้แม่นิ่มเป็นคุณหญิง แม่น้อมพูดเองเออเองทั้งนั้น”

“เห็นหรือไม่พี่นิ่ม ไอ้คนคนนี้มันคดในข้องอในกระดูก มันกะให้พี่เป็นเมียน้อยบำเรอมันเท่านั้นเอง”

น้อมเดือดจัด กระชากลากถูลูกสาวให้กลับบ้านด้วยกัน แต่นิ่มไม่ยอมเพราะอยากอยู่กับผัว น้อมทนไม่ไหวตบตีลูกสาวด้วยความโกรธ พระยาไชยากรถลาเข้าขวาง ตะโกนโวกเวกให้ทาสที่ติดตามมาจับน้อมกับอบเชยออกจากบ้าน แถมยิงปืนขู่อีกต่างหาก สองน้าหลานจากร้านธูปหอมวิ่งหนีเสียงปืนหัวซุกหัวซุน...ฝากไว้ก่อนเถอะพระยาจอมงก!

เรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งของพระยาไชยากรกับน้อมลือถึงหูน้ำทิพย์จนได้ในค่ำวันเดียวกัน ร้อนถึงพระยาจอมงกต้องนั่งอธิบายและแก้ตัวกับลูกสาวว่านิ่มเป็นแค่เมียน้อยไม่ได้มีค่าอะไรเมื่อเทียบกับเธอ

“พ่อเคยบอกลูกแล้วว่าพ่อจะมีแม่ของลูกเป็นคุณหญิงคนเดียวเท่านั้น แลพ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้ลูกไม่สบายใจเป็นอันขาด เงินทองพ่อจะให้ใช้ไม่ขาดมือ แต่อย่าหวังเลยว่าจะมาแบ่งทรัพย์สมบัติกับลูก”

“ลูกไม่เคยคิดเรื่องพวกนั้นเลยนะคะ แล้วก็ไม่อยากให้คุณพ่อคิดแต่เรื่องเงินทองจนเสียความเป็นธรรมไปด้วย”

“ถ้าพ่อไม่คิดถึงเงินทอง เราจะร่ำรวยหรือ เชื่อพ่อ... ความเป็นธรรมไม่มีอยู่จริง มีแต่คนโง่กับคนฉลาดเท่านั้น”

น้ำทิพย์ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจกับนิสัยเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ของพ่อ ตื่นเช้ามาอีกวันก็อดกลุ้มใจเรื่องมาโนชไม่ได้ เพราะกลัวญาติหนุ่มจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้วตนจะต้องแต่งงานตามคำสั่งพ่อ เมื่อแก้วทราบเรื่องจากการพูดคุยกับนมอ้อน เลยแอบเขียนจดหมายและปาเข้าไปในห้องเจ้านายสาว

“ทาสนั้น...นอกจากจะมีหน้าที่ทำงานรับใช้นายแล้ว ยังมีหน้าที่ถนอมอารมณ์แลจิตใจของผู้เป็นนายด้วย เมื่อคุณน้ำทิพย์มีความทุกข์ ทาสอย่างไอ้แก้วจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้จิตของผู้เป็นนายคลายทุกข์...ขอคุณน้ำทิพย์อย่าได้กังวลเลย ไอ้แก้วสัญญาว่าจะหาทางออกให้คุณน้ำทิพย์ให้จงได้”

น้ำทิพย์ดีใจมากเมื่อรู้ถึงน้ำใจของแก้วที่ไม่ทอดทิ้งเธอยามมีปัญหา โดยหารู้ไม่ว่าทาสหนุ่มต้องบากหน้าไปหาพระนิติธรรมลือชาถึงที่ทำงาน ขอให้ช่วยหาทางออกให้น้ำทิพย์เลี่ยงการแต่งงานกับมาโนช ตุลาการหนุ่มยิ้มเขินๆด้วยความกระดากและคิดจะเสนอตัวเองเป็นเจ้าบ่าวแทนเพราะคงไม่มีทางอื่นดีกว่านี้ แก้วหน้าเสีย คิดไม่ถึงว่าจะเจอคำตอบแบบนี้ แต่เมื่อคิดว่าจะต้องเสียน้ำทิพย์ไปอยู่ดี...เสียให้พระนิติธรรมลือชาคงดีกว่าเสียให้มาโนช

ooooooo

น้อมเจ็บใจที่ถูกหลอกให้ยกลูกสาวให้จนต้องส่งนักเลงหัวไม้ไปเอาเรื่อง พระยาไชยากรต้องหนีหัวซุกหัวซุน เอาตัวรอดกลับเรือนได้ในสภาพโกโรโกโสเพราะต้องซ่อนตัวในเข่งผัก บุญมีกับพวกหน้าเสียไปตามๆกันที่ถูกนักเลงซ้อมจนน่วม ทิ้งให้พระยาจอมงกเกือบเอาชีวิตไม่รอด น้ำทิพย์เช็ดคราบสกปรกให้พลางบอกให้พ่อรับนิ่มมาอยู่ที่เรือน

พระยาไชยากรปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่อยากให้ใครนินทาว่าได้เมียใหม่เป็นแค่ลูกสาวเจ้าของร้านธูป น้ำทิพย์แย้งว่าคงจะรอดสายตาคนอื่นๆได้ยาก หากเขายังไปหานิ่มทุกวันทำให้เสี่ยงต่อการถูกลอบทำร้าย พระยาจอมงกมองมาด้วยแววตาแข็งกร้าว รู้ดีว่าเป็นฝีมือของน้อมจึงหมายมั่นในใจจะเอาคืนให้ได้

ฝ่ายน้อมไม่นึกกลัวลูกเขยเพราะเชื่อว่าทำสิ่งที่ถูกที่ควร อบเชยไม่เห็นด้วย เป็นห่วงน้าสาวว่าจะถูกล้างแค้นเพราะอิทธิพลของพระยาไชยากรก็ไม่ใช่น้อย น้อมไม่กลัวและพาลโกรธหลานสาวอีกต่างหาก...แกไม่ช่วยก็อย่าห้าม!

เวลาเดียวกันที่ท่าน้ำเรือนพระยาไชยากร...น้ำทิพย์หน้าเจื่อนเมื่อแก้วบอกว่าพระนิติธรรมลือชาเสนอตัวเป็นเจ้าบ่าวแทนมาโนช เกรงว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้มากกว่า ทาสหนุ่มขอให้ตรองให้ดีเพราะแต่งกับตุลาการหนุ่มคงจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่า น้ำทิพย์ช้ำใจมากที่เขาเห็นดีเห็นงามให้เธอลงเอยกับพระนิติธรรมลือชา

“เพียงทุกข์มากหรือทุกข์น้อยกว่ากันเท่านั้นดอกแก้ว เพราะการต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักนั้นคงไม่มีความสุข”

“คุณน้ำทิพย์ไม่มีความสุข ไอ้แก้วก็ไม่มีความสุขเหมือนกันขอรับ แต่เวลานี้ไม่มีหนทางอื่นดีกว่านี้แล้ว แลคุณพระท่านก็ไม่ได้บังคับ ท่านเพียงแต่ขอคำยืนยันจากปากคุณน้ำทิพย์เองเท่านั้น”

แก้วขอให้พิจารณาข้อเสนอและให้คำตอบแก่พระนิติธรรมลือชาในวันที่ไปงานวัด น้ำทิพย์ยิ่งน้อยใจจนพ้อหนัก

“ฉันอิจฉาคุณพระเหลือเกิน เพราะดูแก้วจะเข้าข้างเป็นใจ อยากให้ฉันแต่งงานกับคุณพระเสียจริง”

“กระผมไม่มีวันเข้าข้างผู้ใดดอกขอรับ แต่เพราะไอ้แก้วเป็นทาสที่ไม่อาจเป็นเจ้าของสิ่งใด...แม้แต่ชีวิตตัวเอง ไอ้แก้วจึงไม่มีปัญญาจะหาทางช่วยคุณน้ำทิพย์ได้ดีกว่านี้ หากมีทางแล้ว...มีหรือที่ไอ้แก้วจะยอมให้คุณน้ำทิพย์ต้องทุกข์ใจ ต่อให้เอาชีวิตของไอ้แก้วไปก็ไม่มีวันยอมขอรับ”

สองหนุ่มสาวต่างฐานันดรสบตากันนิ่ง จำต้องยอมรับความจริงเพราะรู้ดีว่าคงลงเอยร่วมกันไม่ได้...

ฟากอบเชยทนไม่ไหว แล่นไปหานิ่มถึงเรือนและเกลี้ยกล่อมให้กลับไปอยู่ด้วยกัน เพราะน้อมโกรธมากและคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ นิ่มไม่ยอมและพร่ำโทษตัวเองที่อกตัญญูหลงรักผัวจนทำให้แม่เสียใจ

“โธ่...พี่นิ่ม...ถึงขั้นนี้ ยังปกป้องไอ้พระยานาล่มนั่นอีก กลับเรือนเราเถิด คนอย่างพี่นิ่มถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติแลคุณสมบัติ จะเป็นเมียเอกของใครก็ไม่น้อยหน้า เหตุใดต้องยอมเป็นเมียน้อยคนแก่คราวพ่อด้วยเล่า”

“อบเชยไม่เข้าใจหรอก พี่รักท่านเจ้าคุณ รักท่านจากใจจริง ถึงท่านจะหลอกลวงพี่ พี่ก็ไม่มีวันเลิกรักท่านได้”

อบเชยจนปัญญาและตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยเพราะเป็นห่วงญาติสาว กลัวจะถูกพระยาไชยากรทำร้ายให้ช้ำใจและกาย นิ่มกลัวแม่จะเหงาเพราะเคยมีคนอยู่เป็นเพื่อนตลอด แต่อบเชยยืนกราน...น้าเขาไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า!

แม้จะปากดีบอกลูกสาวว่าไม่กลัวน้อม แต่เอาเข้าจริงพระยาไชยากรก็อดขยาดไม่ได้ ในเมื่อบุญมีกับพวกนอนเจ็บต้องหยอดน้ำข้าวต้ม เลยต้องคัดเลือกทาสหนุ่มคนใหม่มาเป็นคนคุ้มกันตอนไปหานิ่มที่เรือน แก้วเป็นคนที่ถูกเลือกเพราะหน่วยก้านดีและได้ยินจากบุญเจิมว่าเป็นมวยมากกว่าบุญมีหลายขุมนัก

แก้วจำต้องยอมรับหน้าที่และเลือกคอกเป็นผู้ช่วย พร้อมนำอัฐจากพระยาไชยากรไปซื้อเสื้อเพราะต้องตามเจ้านายไปข้างนอกทุกวัน คอกพลอยได้อานิสงส์ ดีอกดีใจใหญ่จะได้มีเสื้อใส่เป็นครั้งแรกจนต้องไปอวดบุญเจิม แต่ทาสสาวไม่ยี่หระแถมพูดจาดูถูกว่าคอกโง่ไม่เหมาะกับเสื้อตัวใหม่ แก้วโกรธจนต้องตอกกลับเสียงเข้ม

“มันจะมากไปแล้วนะนังเจิม ถึงคอกจะไม่มีความรู้ แต่ความกตัญญูแลน้ำใจมันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร คนอย่างไอ้คอกนี่แหละ ถ้าเอ็งได้เป็นผัวจะซื่อสัตย์กับเอ็งคนเดียวไปจนตาย”

บุญเจิมอ้าปากค้าง ส่วนคอกปลื้มจัดปากแทบฉีกถึงหู มีความหวังขึ้นว่าจะได้สมรักกับทาสสาวสักวัน

ooooooo

อ่อนเป็นที่โปรดปรานมากพอจะกล้าข่มทาสคนอื่น ทั้งจิกหัวใช้และด่าทอจนเจ็บแค้นกันทั้งเรือน มาโนชไม่ขัดแถมหลงใหลได้ปลื้มจนอ่อนได้ใจ ยิ่งเขาบอกจะไถ่ตัวและปลูกเรือนให้อยู่หลังแต่งงานกับน้ำทิพย์ ยิ่งดีใจจนเนื้อเต้น มั่นใจมากว่าชีวิตตนจะดีกว่านี้ ไม่ต้องเป็นทาสให้ใครจิกหัวใช้เหมือนที่ผ่านมา

ฝ่ายแก้วพาคอกไปเดินย่านร้านค้าหน้าตลาดเพื่อซื้อเสื้อผ้าให้ตามคำสั่งของพระยาไชยากร แต่คอกกลับไม่สนใจจะเลือก แต่สนใจเครื่องประดับของผู้หญิงเพราะอยากซื้อไปกำนัลบุญเจิม แก้วดูออกว่าเพื่อนแอบรักทาสสาวเลยเสนอจะซื้อให้ คอกดีใจมากและลงมือเลือกอย่างตั้งใจ แก้วยิ้มขำแต่ต้องหุบทันควันเมื่อเจอกับแดงโดยบังเอิญ และหน้าเสียกว่าเดิมเมื่อได้ยินแดงเตือนว่าวันนี้คือวันที่น้ำทิพย์นัดเจอกับพระนิติธรรมลือชา...

เวลาเดียวกันที่เรือนพระยาไชยากร...น้ำทิพย์ปรับทุกข์กับนมอ้อนเพราะเครียด ไม่อยากเจอพระนิติธรรมลือชา

“นึกๆแล้ว...ฉันอยากจะหนีไปให้ไกลๆเหลือเกินจ้ะนม ฉันจะได้ไม่ต้องเลือก แล้วก็ไม่มีใครบังคับฉันได้ด้วย”

“คิดได้ แต่ทำไม่ได้ดอกค่ะ ถ้าคุณน้ำทิพย์หนีไป ท่านเจ้าคุณต้องเสียใจมาก คุณใจแข็งพอจะทำได้หรือคะ”

“ก็เพราะไม่ได้ ฉันถึงต้องอกไหม้ไส้ขมอยู่นี่ไงเล่า”

“เชื่อนมนะเจ้าคะ เจ้าแก้วมันหาทางออกให้คุณน้ำทิพย์ถูกต้องแล้ว คืนนี้ไปคุยตกลงกับคุณพระท่านให้เรียบร้อย ท่านจะได้มั่นใจว่าเราจะไม่บิดพลิ้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะเกี่ยวพันถึงเจ้านายด้วย”

“ฉันยังเปลี่ยนใจได้หรือนม ชีวิตฉัน...แม้จะสุขสบาย แต่แท้ที่จริงก็ไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจ ไม่ต่างจากพวกทาสที่ไม่อาจเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองได้เลย”

ในขณะที่แก้วนั่งรอพระยาไชยากรที่เรือนนิ่ม พระนิติธรรมลือชาก็ได้รับจดหมายของน้ำทิพย์จากนมอ้อน ปฏิเสธไม่ไปเจอที่งานวัดเพราะไม่อยากทำผิดกับเขาและทรยศกับความรู้สึกตัวเอง แดงเคืองแทนพี่ชาย แต่พระนิติธรรมลือชากลับยิ้มบางๆ ไม่ถือโทษโกรธน้ำทิพย์และหมายมั่นปั้นมือจะทำให้เธอรักและเห็นคุณค่าแท้จริงในตัวเขาให้จงได้

ฝั่งพระยาไชยากรไปหานิ่มถึงเรือนก็จริง แต่ไม่ยอมหลับนอนด้วยเหมือนเคยเพราะไม่มีอารมณ์ นิ่มน้อยใจมากและคิดถึงแม่ อยากไปหาแต่รู้ว่าแม่ยังเคืองและไม่รู้จะบากหน้าขอผัวยังไง อบเชยสงสาร อาสาจะช่วยพูดกับน้อม ไม่อยากให้แม่ลูกมองหน้ากันไม่ติด แก้วแอบได้ยินโดยบังเอิญ เห็นใจนิ่มไม่น้อยที่ต้องมากินน้ำใต้ศอกเช่นนี้

พระยาไชยากรกลับถึงเรือนพร้อมรอยยิ้มชอบใจ เอ่ยชมแก้วไม่ขาดปากที่ออกอุบายให้กลับเรือนดึกๆ จะได้ยากกับการถูกลอบทำร้าย บุญเจิมมารับหน้า ยิ้มให้คอกพอเป็นพิธีที่ซื้อเครื่องประดับให้ ส่วนแก้วถามถึงน้ำทิพย์ ทาสสาวบอกว่าเก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกไปเจอพระนิติธรรมลือชาตามที่นัดไว้ให้ แก้วเป็นกังวลมาก แอบไปดักรอหน้าเรือนในเช้าวันถัดมาเพื่อถามหาเหตุผล น้ำทิพย์หลบตาพร้อมอธิบายเสียงอ่อน

“หากฉันไม่ได้รักคุณพระนิติธรรมอยู่ก่อนแล้ว ต่อให้แต่งงานกันไปนานเท่าใด ฉันก็ไม่อาจรักได้ดอก ฉะนั้น...มันจึงเป็นการผิดต่อคุณพระแลตัวฉันเองด้วย เข้าใจหรือไม่ล่ะ”

“แล้วเรื่องคุณมาโนชล่ะขอรับ ถ้าคุณมาโนชได้เป็นหลวง ท่านเจ้าคุณก็ต้องบังคับให้คุณน้ำทิพย์แต่งงานอยู่ดี”

“ข้อนั้น...ฉันจะค่อยๆใช้ปัญญาหาทางออกเอง แต่ฉันจะไม่หลอกคุณพระแลหลอกตัวเองเป็นอันขาด”

แก้วจะค้านแต่น้ำทิพย์ไม่ฟัง ผละจากไปด้วยความน้อยใจสุดขีด แก้วมองตามด้วยความอึดอัดใจ ไม่คิดว่าความหวังดีของเขาจะทำให้เธอต้องเจ็บช้ำใจเช่นนี้

ooooooo

ตอนที่ 4

อ่อนหมดเวลากับการปรนนิบัติมาโนชจนใบเริ่มออกอาการไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆ แต่เมียสาวไม่สนใจเพราะหวังสูงได้เป็นเมียน้อยมาโนชเต็มตัว แถมได้ไถ่ตัวเป็นไทอีกต่างหาก แต่ใครจะรู้ว่าชะตากรรมของทาสสาวจะขาดลงในไม่ช้าเมื่อใบมาขอร้องให้เฝ้าบ้านและดูแลลูกในวันหนึ่งเพราะเขาต้องไปทำงานในสวน

อ่อนรับปากอย่างเสียไม่ได้ เวทนาเด็กน้อยตาดำๆ ที่ดันเกิดมาผิดเวลา แต่เมื่อมาโนชมาตามไปพลอดรักบนเรือนก็ทอดทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ไยดี จนเกือบตกแคร่ตายไปแล้ว ถ้าใบไม่กลับมาเห็นเสียก่อน ทาสหนุ่มเจ็บแค้นมาก ความคิดจะยอมกลั้นใจอดทนไม่เอาเรื่องเพราะเห็นแก่ลูกหมดไปเพราะเมียละทิ้งหน้าที่อย่างไม่ละอาย สุดท้ายเมื่อความโกรธถึงขีดสุดจึงบุกไปเอาเรื่องเมียถึงเรือนมาโนช อ่อนโกรธมากแหวใส่ไม่กลัว

“โอ๊ย...เลี้ยงลูกๆ ข้าเบื่อเต็มทนแล้วโว้ย ถ้ารู้ว่ามีลูกแล้วกวนใจอย่างนี้ ข้าเอาขี้เถ้ายัดปากมันไปนานแล้ว”

“เอ็งไม่ห่วงลูกเลยหรือนังอ่อน รู้หรือไม่...ถ้าข้ามาช้าเพียงนิด ลูกตกแคร่คอหักตายไปแล้ว”

“ตายซะก็ดี ข้าไม่เคยอยากมีมันอยู่แล้ว แต่มันดันเกิดมา ข้าเลยต้องจำใจเลี้ยงเอาบุญ”

“ข้าคิดไม่ผิดเลย ถ้าเอ็งยังรักลูกบ้าง ข้าก็จะเปลี่ยนใจ แต่เมื่อเอ็งมันเลวยิ่งกว่าสัตว์ ข้าก็คงไม่ต้องเปลี่ยนใจ”

ขาดคำก็แทงเมียที่ท้องจนมิดด้าม ทาสคนอื่นบนเรือนหนีตายกระเจิงกลัวโดนลูกหลง มาโนชตกใจกลัวสุดขีด ถลันไปปิดประตูห้องแต่ช้ากว่าใบที่กระโจนมาหาอย่างคุกคาม แม้จะถูกมาโนชขู่ฆ่าก็ไม่กลัว

“มึงต้องตายก่อนไอ้มาโนช นายสารเลวเป็นชู้เมียทาสอย่างมึง ตายแค่ครั้งเดียวยังไม่สาสมเสียด้วยซ้ำ”

ใบโผหาหมายแทงให้ตายคามือ มาโนชหลบทันหวุดหวิดแต่ก็โดนคมมีดบาดไปหลายแผล ทาสหนุ่มไม่รอช้าพุ่งเข้าหาอีกรอบ มาโนชใช้ความไวหลอกล่อและกระโดดหนีทางหน้าต่างแต่ดันขาแผลงเดินไม่ไหว ใบกระโจนตามติดและเกือบฆ่าเจ้านายจอมโฉดได้อยู่แล้ว ถ้าพวกบุญมีจะไม่เข้ามาขวางและจับตัวไว้เสียก่อน

พระยาไชยากรถึงกับหน้าเครียดเมื่อเห็นสภาพศพอ่อน โดยมีใบนั่งหมอบไม่ไกลกันนั้น และน้ำทิพย์ตามมาฟังผลการตัดสินของพ่อ มาโนชและพวกบุญมีพากันใส่ไคล้ ปั้นเรื่องอย่างเมามันว่าใบมีจิตใจคอโหดเหี้ยมและลงมือฆ่าอ่อนเพราะความโกรธที่ละทิ้งลูก น้ำทิพย์มองการกระทำของญาติหนุ่มด้วยความรังเกียจและบอกพ่อให้สอบสวนให้ดี มิฉะนั้นจะเป็นข้อครหาให้ใครไปนินทาว่าเป็นพระยาใหญ่แต่มีใจไม่เป็นธรรม

มาโนชเห็นท่าไม่ดี ถ้าสอบหนักเข้าความจริงเรื่องเขาเป็นชู้กับอ่อนก็จะเปิดเผย พยายามเร่งรัดให้ลงโทษใบ แต่น้ำทิพย์สั่งให้แก้ว บุญเจิมและคอกมาเป็นพยานเสียก่อน ความจริงเรื่องเจ้าชู้มักมากในกามารมณ์ของมาโนชจึงถูกเปิดโปง ทั้งเรื่องชอบขืนใจทาสสาวมาบำเรอและเรื่องลักลอบเป็นชู้กับอ่อนจนใบผูกใจเจ็บ แต่ถึงกระนั้นจำเลยของคดีนี้ก็ไม่ยอมจำนน แก้วจึงงัดไม้เด็ด บอกว่ามีหลักฐานบนศพอ่อนที่บอกว่าเธอคือชู้รักของมาโนชจริงๆ

“ท่านเจ้าคุณเห็นหรือไม่ขอรับ ว่านังอ่อนใส่เครื่อง ประดับมีค่าเต็มตัว ธรรมดาทาสนั้น แม้ผ้าพันกายสักชิ้นยังหาแทบไม่ได้ ทาสคนไหน บ้านช่องไหนเล่าจะมีสร้อยทองคำสวมคอ หากผู้เป็นนายไม่ได้หยิบยื่นให้”

พระยาไชยากรอึ้งไปอึดใจ พูดไม่ออกเพราะ พฤติกรรมของหลานชายนั้นน่าตำหนิจริง มาโนชหน้าเสีย ก่อนจะหันไปสบตาทาสหนุ่มด้วยความเกลียดชัง แต่แก้วไม่หวั่นเพราะเชื่อว่ากำลังเรียกร้องความเป็นธรรมให้ใบ พระยาไชยากรกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สุดท้ายจึงตัดสินใจส่งใบไปเทศบาลเพื่อรับโทษตามกฎหมาย ไม่ลงมือเฆี่ยนให้ตายคาเรือนอย่างที่มาโนชกับพวกบุญมีหวังตั้งแต่แรก

ooooooo

ผลการตัดสินของพระยาไชยากรทำให้แก้วอึดอัด เพราะรู้แก่ใจว่าใบต้องถูกโทษประหารชีวิตสถานเดียวหากขึ้นศาล ร้อนถึงพระนิติธรรมลือชาต้องเข้ามาช่วยเหลือ แม้จะหนักใจไม่น้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากแก้ว แต่หากใบยอมสารภาพว่าลงมือเพราะหึงหวงเมียที่เป็นชู้กับนายทาสก็อาจได้รับการลดหย่อนโทษ

พระนิติธรรมลือชาไปเยี่ยมใบในคุกพร้อมแก้ว พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาให้การแก่ศาลตามความจริงเพื่อพิจารณาลดหย่อนโทษ แต่ใบปฏิเสธไม่พูดเรื่องอ่อนมีชู้ แต่เป็นแค่อารมณ์โกรธเพราะเมียละทิ้งลูกเท่านั้น เนื่องจากเกรงอิทธิพลของพระยาไชยากรจะทำให้ลูกน้อยเดือดร้อน แก้วตกใจค้านเสียงเข้ม

“เหตุใดพี่พูดอย่างนี้เล่า พูดเช่นนี้ก็เท่ากับยอมรับโทษหนักไว้คนเดียว ไม่เห็นมีคุณอันใดขึ้นมาเลย”

“เจ้าแก้วพูดถูกแล้ว ฉันเป็นตุลาการนะเจ้าใบ ถ้าเหตุเพียงแค่ทิ้งลูกจนถึงกับต้องฆ่าแกงกันนั้น มันไม่ได้ลดหย่อนผ่อนโทษดอก แกต้องรับโทษหนักถึงประหารเชียวนะ” พระนิติธรรมลือชาแย้งขึ้น

ใบเริ่มสับสน แต่ครั้นนึกถึงข้อเสนอของพระยาไชยากรซึ่งมาเจรจาก่อนหน้าว่าจะเลี้ยงดูลูกเขาอย่างดี หากยอมรับสารภาพว่าฆ่าเมียเพราะบันดาลโทสะ แต่ต้องปกปิดเรื่องอ่อนเป็นชู้กับมาโนชเพื่อรักษาเกียรติของตระกูล เพราะความรักที่มีต่อลูกแท้ๆทำให้เขาตัดสินใจได้ ยอมทำตามที่พระยาจอมงกขอร้องเพื่ออนาคตของลูก

“ไม่ใช่ข้าไม่เชื่อคุณพระดอก แต่ข้าเป็นทาส ต่อให้รอดจากการประหาร ก็ต้องกลับไปเป็นทาสท่านเจ้าคุณอยู่ดี ถึงคราวนั้นคงไม่แคล้วโดนไอ้มาโนชหาเรื่องฆ่าจนได้ สู้ข้าตายตอนนี้ อย่างน้อยอาจจะเป็นคุณกับไอ้หนูลูกข้าขึ้นมาบ้าง”

แก้วจะค้านแต่พระนิติธรรมลือชาห้ามไว้เพราะเห็นว่าเปล่าประโยชน์จะเกลี้ยกล่อม ความรักของพ่อที่มีต่อลูกเป็นสิ่งล้อเล่นกันไม่ได้ ใบคงไม่อยากเสี่ยงทำให้ชีวิตลูกน้อยต้องมาตายตกไปตามกันเพราะความแค้นของพ่อ

ฝ่ายพระยาไชยากรมั่นใจว่าใบจะไม่เปลี่ยนใจเรื่องข้อเสนอ เมื่อกลับถึงเรือนจึงเรียกกิ่งมาสั่งความและยกหน้าที่ดูแลลูกของใบให้ กิ่งหน้าเจื่อนเพราะเข้าใจว่าใบอาจไม่รอด เช่นเดียวกับน้ำทิพย์ที่ไม่พอใจการตัดสินของพ่อ

“ทำไมคุณพ่อทำอย่างนี้ล่ะคะ หากใบให้เหตุผลตามจริงว่าฆ่าอ่อนเพราะอะไร ใบอาจได้รับโทษเบาลงบ้าง แต่ถ้าทำเช่นนี้ ใบมิต้องรับโทษถึงประหารหรือคะ”

“แล้วลูกอยากให้พ่อชื่อเหม็นไปทั้งเมือง ที่มีข่าวหลานชายเล่นชู้กับเมียทาสจนถึงกับฆ่ากันในบ้าน เรื่องมันคงโจษจันกันไม่สิ้นสุด แล้วพ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

มาโนชเบ้หน้า ไม่ชอบใจที่บุตรีพระยาไชยากรพูดเหมือนเข้าข้างทาส เลยประชดประชันใหญ่แต่น้ำทิพย์ไม่สน สวนกลับว่าอ่อนต้องมาตายคาเรือนเพราะความมักมากของเขาเอง มาโนชหน้าตึง ตั้งท่าจะโต้กลับด้วยความโมโห แต่พระยาไชยากรโบกมือห้ามเสียก่อน เบื่อจะฟังสองหนุ่มสาวในปกครองทะเลาะกันเอง

“แค่ชีวิตทาสอย่างไอ้ใบ ควรหรือที่เราจะทะเลาะกันเพราะมัน แม่น้ำทิพย์ก็อย่าใส่ใจเรื่องนี้นัก ที่พ่อเลี้ยงดูลูกไอ้ใบก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว ไอ้ใบควรตอบแทนด้วยการรักษาเกียรติตระกูลเราไว้ไม่ใช่หรือ”

น้ำทิพย์พูดไม่ออก รับไม่ได้กับความเห็นแก่ตัวของพ่อแต่ทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่มาโนชยิ้มชอบใจที่ล้างแค้นใบสำเร็จ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าแก้วแอบฟังความทั้งหมดจากใต้ถุนเรือน แค้นแทบกระอักที่พระยาไชยากรใช้เล่ห์และความรักของใบที่มีต่อลูกมาต่อรองหาผลประโยชน์ ให้ตัวเอง

แก้วหนีไปดายหญ้าระบายอารมณ์ เจ็บใจเหลือเกินที่ความเป็นทาสทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทาส ทั้งที่ไม่ใช่ฝ่ายผิด บุญเจิมกับคอกช่วยกันปลอบให้คลายเครียดและขอให้คิดว่าเป็นกรรมเก่าของใบ ขืนรั้นจะเอาผิดมาโนช ก็อาจเป็นภัยแก่ลูกน้อย แต่แก้วกลับส่ายหน้าไม่อยากรับฟังแถมประกาศกร้าวอย่างเหลืออด

“ข้าเชื่อในเวรกรรม แต่ไม่มีวันก้มหน้ารับกรรมโดยไม่สู้เป็นอันขาด พวกเอ็งคอยดู สักวันชีวิตของไอ้แก้ว... ไอ้ลูกทาสคนนี้จะหาความเป็นธรรมให้ตัวเอง แลให้ความเป็นธรรมกับผู้อื่นให้จงได้”

แก้วเก็บความแค้นไว้เป็นพลังในการศึกษาหาความรู้ จากพระนิติธรรมลือชา ตุลาการหนุ่มเข้าใจความคับแค้นใจดี และยินดีสั่งสอนให้ทุกอย่างตามที่ขอและสงสัย แถมบอกให้ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของแก้วเอง

“กระผมจะจำไว้ขอรับ ชั่วชีวิตของไอ้แก้ว อยากศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้พ้นจากความโง่เป็นข้อใหญ่ นับแต่นี้... กระผมจะใช้ความรู้แลปัญญาที่กระผมมีไว้ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสำคัญขอรับ”

“ลำพังความรู้แลปัญญาก็ยังช่วยคนอื่นได้ไม่มากดอก แกต้องมีหน้าที่การงานสำคัญด้วย จึงจะช่วยคนได้มาก”

แก้วนิ่วหน้า นึกไม่ออกว่าทาสอย่างตนจะมีหน้าที่การงานดีๆได้อย่างไร พระนิติธรรมลือชายิ้มแล้วเสนอให้ไปเป็นตุลาการเพราะเห็นทาสหนุ่มมีใจฝักใฝ่เรื่องเรียกร้องความเป็นธรรมจนน่านับถือ

“เชื่อฉันเถอะเจ้าแก้ว สักวันบ้านเมืองเราต้องมีโรงเรียนกฎหมายเหมือนเช่นบ้านเมืองที่เจริญแล้ว ถึงตอนนั้น...จะไพร่หรือผู้ดีก็มีโอกาสรู้กฎหมายเท่ากัน หากแกตั้งใจจริง ทำไมจะเป็นตุลาการไม่ได้”

พระนิติธรรมลือชาสนับสนุนเต็มกำลังให้แก้วตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมหลังได้เป็นไท แก้วเริ่มมีความหวังเพราะอยากพัฒนาตัวเองอยู่แล้ว ตุลาการหนุ่มพอใจมากและเตือนสติตบท้าย

“แต่รู้กฎหมายอย่างเดียวก็ยังเป็นตุลาการเพียงแต่ชื่อ แกต้องมีความยุติธรรมในใจด้วยจึงจะสมบูรณ์... ยุติธรรมแปลว่ามีธรรมจึงยุติ หากใจแกไม่มีธรรมแล้ว ก็ไม่อาจตัดสินคดีความใดให้เป็นข้อยุติได้”

แก้วรับฟังด้วยความศรัทธา ตั้งเป้าหมายในใจว่าจะต้องเป็นตุลาการช่วยเหลือผู้คนให้ได้!

ooooooo

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน นิ่มตั้งครรภ์และเริ่มมีอาการแพ้ท้องให้เห็น อบเชยดูแลด้วยความเป็นห่วง ส่วนพระยาไชยากรปลื้มมาก หวังสุดใจจะได้ลูกชายไว้สืบวงศ์ตระกูล นิ่มยินดีที่ทำให้ผัวมีความสุข ความ รู้สึกจะได้เป็นแม่คนทำให้คิดถึงแม่จับใจ แต่เมื่อเอ่ยปากขอผัวไปเจอกลับถูกปฏิเสธจนกลุ้มใจเหลือเกิน

นิ่มแอบไปร้องไห้สะอึกสะอื้นใต้ถุนเรือน เสียใจจะไม่ได้เจอแม่ในเวลาที่ต้องการ แก้วซึ่งมาขับรถม้าให้พระยาไชยากรแทนบุญมีผ่านมาเห็นจึงมาสอบถาม คำพูดของอบเชยที่เคยบ่นให้ฟังเรื่องความสัมพันธ์ของนิ่มกับน้อมทำให้อดเห็นใจเธอไม่ได้ รู้ดีว่าตั้งครรภ์อ่อนๆเช่นนี้เธอคงคิดถึงแม่นัก

“นายแก้วพูดราวกับตาเห็น ใช่...ฉันต้องการให้แม่มาอยู่ใกล้ มาให้ความอบอุ่น ปลอบโยนแลให้กำลังใจเท่านั้นเอง แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่เข้าใจ แลแม่ฉันก็คงไม่ยอมมา เพราะแม่เคืองแค้นท่านเจ้าคุณนัก”

“คุณนายลองเขียนจดหมายถึงคุณแม่สักฉบับเถอะขอรับ บางทีกระผมอาจทำให้แม่ของคุณนายเปลี่ยนใจได้”

นิ่มมองทาสหนุ่มด้วยความแปลกใจ เดาไม่ถูกเลยว่าเขาจะช่วยให้แม่ใจอ่อนเรื่องเธอกับผัวได้อย่างไร...

แก้วรับจดหมายจากนิ่มมาไว้กับตัวคืนเดียวกันนั้นและถือโอกาสแจ้งข่าวดีเรื่องนิ่มตั้งครรภ์ให้น้ำทิพย์รู้ในเช้าวันถัดมา บุตรีพระยาไชยากรดีใจจะได้เป็นพี่สาว เมื่อทราบจากแก้วว่าเขาจะทำให้สองแม่ลูกได้พบหน้ากันก็ยินดีช่วยเหลือ โดยวางแผนให้แก้วตามไปช่วยถือของทำบุญที่วัด เพื่อจะได้แอบไปหาน้อมเพื่อส่งสารเรื่องนิ่ม

น้ำทิพย์เตรียมข้าวของไปทำบุญแล้วจึงตั้งสำรับให้พ่อ มาโนชผ่านมาเห็นก็เข้ามาก้อร่อก้อติกเหมือนเคย น้ำทิพย์ไม่เล่นด้วยและพูดจาหมางเมินจนเขาเหลืออด โพล่งออกไปอย่างใจคิด

“เรื่องก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว น้องยังไม่เลิกแขวะพี่อีกหรือ อีกไม่นานเราก็จะหมั้นหมายกัน หากน้องเจอหน้าพี่แล้วประชดประชันกันเช่นนี้ร่ำไป เราจะมีความสุขกันได้อย่างไร”
น้ำทิพย์ย้อนเสียงเรียบว่าหากเขาเป็นขุนหรือหลวง พระยาไชยากรถึงจะพิจารณาเรื่องนี้ “ผ่านมาเป็นเดือน ยังไม่มีวี่แววจะมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเลย พี่มาโนชยังแน่ใจอีกหรือคะว่าจะได้บรรดาศักดิ์ชั้นขุน”

น้ำทิพย์เดินเลี่ยงไปอย่างไม่แยแส ทิ้งมาโนชให้ยืนเครียดคนเดียว เมื่อพระยาไชยากรทราบเรื่องก็พูดปลอบให้ใจเย็นเพราะเสนอชื่อไปแล้วไม่น่าพลาด แถมแนะนำให้หลานไปทำราชการหัวเมือง จะได้ฆ่าเวลาไม่ฟุ้งซ่านเรื่องอยากเลื่อนตำแหน่ง มาโนชยิ้มรับด้วยความยินดี เพราะหากทำสำเร็จอาจได้ของติดไม้ติดมือด้วย...

ฝ่ายแก้วกระตือรือร้นหาทางทำให้นิ่มคืนดีกับน้อม เมื่อบุญเจิมทราบเรื่องก็อดบ่นไม่ได้เพราะไม่อยากไปยุ่งเรื่องเจ้านาย ไหนจะระแวงเรื่องอบเชย กลัวเขาจะไปใกล้ชิดสนิทสนมแล้วจะกลายเป็นความรัก แก้วไม่สนใจและผละเข้าห้องไปแล้ว ทิ้งกิ่งซึ่งกำลังเล่นกับลูกของใบพูดกับบุญเจิมเสียงเคร่ง

“นังเจิมเอ๊ย...เอ็งจะหึงหวงอะไรก็อย่าให้มันเกินงามนัก ผู้หญิงคนไหนเฉียดใกล้ไอ้แก้ว เอ็งเป็นต้องตั้งแง่”

บุญเจิมไม่ฟังแถมเถียงคำไม่ตกฟากจนกิ่งอ่อนใจ อุ้มลูกใบไปเดินเล่นนอกบ้าน บุญเจิมแอบได้ยินกิ่งเรียกตัวเองว่าย่าก็ไม่ชอบใจ กลัวแก้วต้องรับเป็นพ่อทั้งที่ยังไม่แต่งงาน คอกทนไม่ไหวแหวเสียงเข้ม

“พอทีเถอะวะนังเจิม ใครๆก็รู้ว่าเอ็งรักพี่แก้ว แต่เอ็งหึงหวงหนักข้ออย่างนี้ก็ไม่ไหวนะ ขนาดข้ายังรำคาญเลย”

“ข้าถามเอ็งหรือเปล่าไอ้คอก เอ็งไม่ต้องสอดเลย”

“ที่ข้าพูดก็เพราะสงสารเอ็งดอกว่ะ ดูซิ...มีใครอยู่คุยกับเอ็งบ้าง รำคาญเอ็งทั้งนั้นแหละโว้ย”

ท่าทางหงุดหงิดของคอกทำให้บุญเจิมใจเสีย ถลาตามติดเพื่อง้อเพราะนอกจากเขาก็ไม่มีใครคุยกับเธอจริงๆ จังหวะเดียวกัน...แดงนั่งเรือผ่านมาจึงทักทายคอกเพราะจำได้ว่าเป็นเพื่อนของแก้ว บุญเจิมอดหมั่นไส้ไม่ได้ ยิ่งได้ยินแดงถามถึงแก้วยิ่งหึงหวงและหาเรื่องโยนรังมดแดงใส่จนต้องกระโดดลงน้ำเพื่อหนีมด คอกเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง จ้องบุญเจิมเขม็งเพราะมั่นใจมากว่าเป็นคนทำร้ายแดง

ooooooo

กว่าคอกจะช่วยให้แดงกลับถึงเรือนพระนิติธรรม-ลือชาได้ก็ครู่ใหญ่ เมื่อกลับมาก็ตามหาบุญเจิมเพื่อต่อว่าที่กล้าทำร้ายแดงขนาดนั้น บุญเจิมไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ลอยหน้าลอยตาบอกว่าหมั่นไส้ที่แดงถามถึงแก้ว

“ก็ข้ารักพี่แก้ว รักมานานแล้วด้วย ใครคิดแย่งพี่แก้วจากข้า ข้าไม่เว้นมันทั้งนั้น เชอะ...ถือตัวว่าเป็นลูกพระยา ทำเป็นถามถึงพี่แก้ว นึกว่าข้าดูไม่ออกหรือถ้าบุญหนักศักดิ์ใหญ่จริง มายุ่งกับทาสทำไมให้เสียราศีวะ”

“พอซะทีนังเจิม เพราะเอ็งเป็นแบบนี้นี่เอง ข้าถึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดพี่แก้วถึงไม่เคยรักเอ็งเลย”

“ไอ้คอก...ไอ้ปากสกปรก เอ็งขอโทษข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่แก้วเขารักข้าโว้ย เราเป็นทาสเหมือนกัน ถ้าเขาไม่รักข้าแล้วเขาจะรักใคร นังผู้หญิงที่ให้ท่าพี่แก้วต่างหากที่ผิด...ไม่ใช่ข้า”

“เลิกหลอกตัวเองเสียทีเถอะโว้ยนังเจิม ถ้าพี่แก้วรักเอ็งจริง ป่านนี้เอ็งกับพี่แก้วเป็นผัวเมียกันไปนานแล้ว แลยิ่งเอ็งคลุ้มคลั่งหึงหวงพี่แก้วมากเท่าใด พี่แก้วก็ยิ่งระอาเอ็งมากขึ้นเท่านั้น”

บุญเจิมทุบตีคอกไม่ยั้ง ระบายอารมณ์ที่เขาต่อว่าเธอ คอกยกมือปกป้องและรวบเธอมากอดแน่น บุญเจิมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง ผละตัวออกพร้อมตบหน้าเขาเต็มแรงและสะบัดหน้าหนีไป คอกได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง ว้าวุ่นใจมากที่บุญเจิมทำตัวมีปัญหาเช่นนี้

ฝ่ายน้ำทิพย์มีความสุขมากได้ไปทำบุญที่วัดกับแก้วตามลำพัง ความรู้สึกผูกพันและความรักลึกซึ้งที่มีต่อกันมานานแทบเก็บไว้ไม่อยู่ แม้ไม่อาจลงเอยกันได้แต่อย่างน้อยก็ได้มีความทรงจำดีๆร่วมกัน แก้วจะไปหาน้อมที่ร้านธูปเพื่อส่งจดหมายของนิ่ม น้ำทิพย์นึกสนุกขอตามไปด้วย แก้วอ้าปากจะค้านแต่เธอพูดดักคอเสียก่อน

“ฉันอยากรู้ว่าแก้วจะทำยังไงให้แม่ลูกคืนดีกันได้ แก้วคงไม่ขัดความอยากรู้ของฉันดอกนะ”

แก้วจำต้องยอมด้วยความจำใจ เมื่อเจอหน้าน้อมก็แนะนำตัวว่าเป็นชาวบ้านละแวกบ้านเช่าของพระยา-ไชยากร เลยได้ทำความรู้จักกับนิ่ม ทำให้ทราบถึงความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของเธอ

“กระผมก็ไม่อยากเอ่ยคำให้ผิดอารมณ์คุณนายดอกนะขอรับ แต่คนแถวนั้นเขาโจษกันนักว่าคุณนายไม่รักลูก”

“ใครมันว่าฉันไม่รักลูก ปากอย่างนี้ อย่าให้ฉันเจอเชียว”

“กระผมก็ไม่อยากเชื่อดอกขอรับ แต่กระผมได้เจอลูกสาวคุณนาย ก็เวทนาอย่างที่คนเขาลือกันจริงๆ ยิ่งตอนนี้กำลังท้องไส้ก็ยิ่งลำบากนัก เห็นแล้วพาลน้ำตาจะไหลเสียให้ได้ ไม่คิดเลยว่าคนหน้าตาบอบบางหมดจดเช่นนี้จะถูกทอดทิ้งราวกับคนไร้ญาติขาดมิตร”

น้อมหน้าตื่นเมื่อได้ยินว่าลูกสาวตั้งท้อง แก้วเหลือบไปทางน้ำทิพย์ซึ่งแกล้งทำตัวเป็นลูกค้าแอบฟังไม่ห่างยิ้มๆ พร้อมส่งจดหมายของนิ่มให้น้อมที่พร่ำพรรณนาความในใจว่ารักและคิดถึงแม่มากแค่ไหน

“แม่จ๋า...ฉันคิดถึงแม่เหลือเกิน ที่แล้วมาเป็นความผิดของฉันเอง ต่อให้ฉันตายสักร้อยครั้งก็ไม่สาสมกับที่ทำให้แม่ต้องเสียใจ แม่รู้หรือไม่จ๊ะว่าตอนนี้ฉันตั้งท้องแล้ว ใจหนึ่งฉันก็ยินดีจะได้เป็นแม่คน แต่อีกใจฉันก็ทุกข์หนักนักหนา เพราะเหลียวหน้าไปทางไหนก็ไม่มีที่พึ่ง ท่านเจ้าคุณก็ไม่สนใจไยดี ฉันไม่สบายก็บอกแต่ว่าเป็นธรรมดาของคนท้อง ทั้งที่ใจฉันหวาดกลัวยิ่งนัก อบเชยก็ยังเป็นเด็กไม่รู้ความ...”

น้อมอ่านจดหมายทั้งน้ำตา ยิ่งลูกบอกว่าอยากเจอยิ่งสงสารจับใจ ใจอ่อนยวบเพราะความรักลูก  แก้วยิ้มกริ่มเพราะทุกอย่างดูจะเป็นไปตามที่คิด รีบพูดจาเกลี้ยกล่อมให้น้อมลดทิฐิและยอมไปเจอนิ่มในเร็ววัน น้ำทิพย์ลอบยิ้มให้แก่ความเจ้าเล่ห์เพทุบายของทาสหนุ่ม แก้วไม่ปล่อยให้จังหวะหลุดลอย รีบพูดตะล่อมให้น้อมตัดสินใจ

“ไอ้กระผมก็เวทนา เห็นว่าท้องไส้ หากเป็นอะไรไปก็ตายทั้งกลมเท่านั้น ชาวบ้านร้านถิ่นยิ่งจะร่ำลือด่าว่าทั้งแม่ทั้งผัวที่ปล่อยให้คุณนายนิ่มตายเร็วกว่ากำหนดที่ควร”

“ผัวมันเท่านั้นดอกที่ไม่สนใจ ฉันเป็นแม่ จะไม่รักลูกได้ยังไง ที่แล้วมา เพราะฉันโกรธที่แม่นิ่มไม่เชื่อฉันต่างหาก แต่เมื่อแม่นิ่มสำนึกผิด มีหรือฉันจะไม่ให้อภัย คนอย่างฉันไม่ใจดำเหมือนไอ้พระยาไชยากรดอก”

“ถูกขอรับ กระผมก็ดูแล้วว่าคุณนายน้อมเป็นคนจิตใจดี ไม่มีทางใจจืดใจดำเหมือนพระยาไชยากรดอกขอรับ”

น้อมปลาบปลื้มกับคำเยินยอและตัดสินใจจะไปหานิ่มในวันรุ่งขึ้น ส่วนน้ำทิพย์มองทาสหนุ่มตาเขียวที่พูดถึงพระยาไชยากรไม่ดี แก้วหน้าเจื่อนรีบหลบตาเจ้านายสาว เมื่อได้ออกจากร้านจึงตามง้อ น้ำทิพย์ต่อว่าพอเป็นพิธี แต่เห็นแก่ความดีที่เขาทำให้น้อมหายโกรธนิ่มได้เลยคาดโทษว่าอย่าให้เธอได้ยินอีก

ooooooo

ภารกิจช่วยน้อมกับนิ่มคืนดีกันเป็นไปด้วยดี แก้วไปส่งน้ำทิพย์ที่เรือนและว่ายข้ามคลองไปหาพระนิติธรรมลือชาเหมือนเคย อ้นบอกว่าเขามาเสียเที่ยวเพราะตุลาการหนุ่มไม่มีงานให้ทำ ต้องเตรียมตัวไปราชการหัวเมืองในวันพรุ่งและดูแลแดงซึ่งถูกมดรุมกัดจนล้มป่วย เมื่อแก้วทราบว่าเป็นฝีมือบุญเจิมเลยกลับไปเอาเรื่องทันที

บุญเจิมไม่มีท่าทางสะทกสะท้าน ยอกย้อนอีกต่างหากว่าแดงคงสาระแนมาฟ้อง แก้วถึงต้องโวยวายใส่เธอเช่นนี้ ทาสหนุ่มหัวเสียมากพยายามข่มอารมณ์เต็มกำลังและสวนว่าแดงคงพูดไม่ได้เพราะเป็นไข้นอนซมจากการถูกมดรุมกัด บุญเจิมหน้าเสีย คิดไม่ถึงว่าน้องสาวพระนิติธรรมลือชาจะป่วยหนัก แก้วหันไปคาดคั้นคอกเพราะเชื่อว่าคงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแต่ไม่ยอมบอก บุญเจิมเห็นท่าไม่ดี รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยแต่เพราะทิฐิเลยโต้กลับเสียงเขียว

“พี่ไม่ต้องถามไอ้คอกมันดอก ฉันทำเองแหละ ก็ใครใช้ให้นังผู้ดีนั่นมันระริกระรี้มาหาพี่ล่ะ ผิวหรือก็บางนัก โดนมดกัดไม่กี่ตัวก็ล้มป่วย สำออยหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“นังเจิม...เอ็งมันสันดานหยาบช้านัก วันทั้งวันเอาแต่คิดหึงหวง ไม่เคยคิดจะทำตนให้สูงขึ้น แลยังเอาความคิดชั่วของเอ็งไปทำให้คุณแดงมัวหมองอีก หากเอ็งยังไม่เลิกสันดานเช่นนี้ เอ็งกับข้าก็ขาดกัน อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

คอกตกใจมาก พยายามบอกให้ใจเย็นทั้งสองฝ่าย แต่บุญเจิมไม่ยี่หระ ประชดประชันหาว่าแก้วหลงแดงจนโงหัวไม่ขึ้นถึงต้องต่อว่าเธอแบบนี้ แก้วโกรธจัดตอกกลับไม่ไว้หน้า

“ข้าไม่เคยคิดกับคุณแดงฉันชู้สาว แล้วก็ไม่เคยคิดกับเอ็งด้วย เอ็งมันทึกทักเอาเองแล้วพาลพาโลไปทั่ว จำไว้นะนังเจิม ต่อให้ไม่มีคุณแดง ข้าก็ไม่เคยคิดกับเอ็งเป็นอื่นนอกจากน้อง  เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของข้าเสียที”

“ไม่จริง...พี่เคยบอกว่าไม่รังเกียจฉัน แลบอกให้ฉันอดใจรอ หากพี่ได้เป็นไทเมื่อใด เราจึงจะเป็นผัวเมียกัน แล้วพี่จะมาบอกว่าคิดกับฉันแค่น้องอย่างนั้นหรือ”

“ข้ายอมรับว่าข้าหลอกเอ็ง แต่ก็เพราะกลัวเอ็งเตลิดเปิดเปิงต่างหาก จึงต้องหลอกเอ็งไว้ก่อน แล้วค่อยช่วยเอ็งให้พ้นจากมือคุณมาโนช แต่ใจจริงข้าไม่เคยคิดกับเอ็งเป็นอื่นเลย ไม่เช่นนั้นคงรับเอ็งเป็นเมียเสียแต่คืนนั้นแล้ว”

บุญเจิมน้ำตาร่วงเผาะ กรีดร้องและทุบตีแก้วอย่างบ้าคลั่ง คอกตกใจถลันไปห้าม แก้วถอนใจหนักๆ ผละตัวออกแล้วหมุนตัวกลับเรือนไม่เหลียวหลัง บุญเจิมพยายามผลักตัวออกสุดฤทธิ์แต่สู้แรงคอกไม่ได้เลยตะโกนไล่หลังแทน

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไอ้คอก คอยดูนะพี่แก้ว ถ้าฉันไม่ได้พี่ ก็อย่าหวังว่าอีหน้าไหนจะได้พี่ไปเลย!”

ด้านมาโนช...ไปทำราชการในหัวเมืองกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย อารมณ์เสียมากที่ต้องรอนานเพื่อเจรจา แถมหัวเสียกว่าเดิมเมื่อเห็นพระนิติธรรมลือชามาร่วมเจรจาด้วย หมายมั่นในใจจะต้องทำให้ตุลาการหนุ่มเสียหน้าและแย่งความดีความชอบมาให้ได้

มาโนชวางแผนกับบุญมีให้ระดมชาวบ้านไปล้อมร้านค้าฝรั่งเพื่อขู่บังคับให้คืนสินค้าที่ยึดเอาไว้ กร่างใหญ่โตว่าเป็นหลานชายพระยาใหญ่ฝ่ายมหาดไทยและตั้งท่าจะบุกเข้าไปเพื่อหวังผลงาน แต่เมื่อกลุ่มฝรั่งออกมาตามคำท้าพร้อมยิงปืนขู่ มาโนชรีบกระถดหลังบุญมีและวิ่งหนีไม่เหลียวหลัง

ooooooo

เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ร้อนถึงพระนิติธรรม-ลือชาต้องมาไกล่เกลี่ย พร้อมร่างจดหมายเจรจาให้ข้าราชการใหญ่ไปส่งให้ร้านค้าฝรั่ง มาโนชไม่พอใจเพราะรู้สึกเหมือนต้องยอมทั้งที่ไม่จำเป็น ตุลาการหนุ่มเลยค่อนแคะกลับ

“แล้วต้องให้มีคนตายเพื่อรักษาเกียรติของคุณมาโนชด้วยหรือไม่”

มาโนชเถียงไม่ออก เจ็บใจที่ถูกตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า พระนิติธรรมลือชาไม่ยี่หระ ชี้แจงเสียงเรียบ

“ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าในการเจรจาครั้งนี้ คุณมาโนชต้องรับคำสั่งจากฉัน แต่นี่กลับยุยงพวกชาวบ้านไปก่อเรื่องก่อราวโดยพลการ อย่าว่าแต่ถูกขู่เลย ต่อให้โดนยิงกลับมาฉันก็ไม่เข้าข้างดอก”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะขอรับคุณพระ คุณมาโนชทำไปเพราะต้องการปกป้องคนของเรา” บุญมีแย้ง

“ปกป้องด้วยวิธีอันธพาลน่ะหรือ เก็บวิธีนั้นไปใช้ที่เรือนทาสของท่านเจ้าคุณไชยากรเถอะ ที่นี่...เราพูดกันด้วยเหตุผลเยี่ยงคนเจริญแล้ว หากทำตามไม่ได้ก็ขอให้อยู่เฉยๆ อย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกเลย”

พระนิติธรรมลือชาผละไปแล้ว ทิ้งมาโนชให้มองตามด้วยความเกลียดชังแต่ไม่กล้าผลีผลามให้เรื่องยุ่ง

เจ้าของร้านค้าฝรั่งออกมาจับมือกับพระนิติธรรม–ลือชาและพูดคุยกันอย่างถูกคอ มาโนชเฝ้ามองด้วยความหมั่นไส้ ความเกลียดชังทวีคูณเพราะอีกฝ่ายได้หน้าเกินไป ตุลาการหนุ่มไม่สนใจและอธิบายข้อขัดแย้งว่าเป็นความเข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆจากการแปลความผิดเลยต้องยึดสินค้าเป็นประกันเพื่อให้นำของใหม่มาแลกเปลี่ยน

ข้าราชการใหญ่ปลื้มมากที่ตุลาการหนุ่มช่วยเจรจาจนลุล่วง หาไม่ปัญหาที่มาโนชก่อคงกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้เรื่องยุ่ง มาโนชหัวเสียมากที่ถูกตำหนิต่อหน้า ความริษยาพลุ่งพล่านจนต้องผละไปก่อน แต่ดันไปเจอกับเหล่าชาวบ้านละแวกนั้นนำของมากำนัลพระนิติ– ธรรมลือชาเพื่อตอบแทนที่ช่วยเจรจากับพวกฝรั่ง  มาโนชสบตากับบุญมี แสยะยิ้มเย็นแล้วสั่งให้ชาวบ้านขนของตามไปที่ห้องทำงานด้านใน...

เวลาเดียวกันที่บ้านเช่าของพระยาไชยากร...น้อมไปเยี่ยมนิ่มตามที่บอกแก้วไว้ แต่ยังรักษาท่าทีเหมือนเคย ไม่อยากให้ลูกสาวได้ใจว่าหายโกรธ แต่เมื่อเห็นอาการแพ้ท้องก็ใจอ่อนยวบ ตะโกนสั่งให้อบเชยนำยาห่อที่เตรียมมาไปต้มเพื่อบรรเทาอาการแพ้ อบเชยลอบยิ้ม...ทำเป็นวางท่า ที่แท้ก็ดีใจที่มีหลานเหมือนกันล่ะ

นิ่มดีใจมากที่แม่มาเยี่ยม อบเชยเฝ้ามองด้วยความปลื้มและสบายใจที่ญาติสาวยิ้มแย้ม ไม่โศกเศร้าเหมือนคนอมทุกข์อย่างก่อนหน้านี้ นิ่มบอกว่าเป็นเพราะแก้วแท้ๆที่ช่วยส่งสารให้ ชื่นชมทาสหนุ่มไม่ขาดปากที่เจ้าแผนการจนเธอได้เจอแม่ในที่สุด อบเชยคิดถึงแก้วในแง่ดีขึ้น หมายมั่นจะหาทางตอบแทนบุญคุณทาสหนุ่มให้ได้

ฟากแก้วไปเยี่ยมแดงเพื่อลดความรู้สึกผิดในใจที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวเพราะความหึงหวงของบุญเจิม เขาก้มลงกราบจนแดงตกใจ ถลาไปประคองไม่ให้ทำเพราะเขาไม่ใช่คนผิด  แก้วยืนกรานจะกราบจนเธอต้องแกล้งเย้าว่าเขาจะขอโทษทำไม  หรือว่าบุญเจิมเป็นคนรักของเขาจริงๆ แก้วรีบปฏิเสธพัลวัน

“นังเจิมไม่ใช่คนรักของกระผมนะขอรับ กระผมเห็นมันเป็นแค่น้อง แต่มันไม่ยอมรับแล้วยังพาลใส่ผู้หญิงแทบทุกคนที่อยู่ใกล้กระผมด้วย กระผมระอาใจเหลือเกิน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี”

“คงเป็นเพราะแก้วเจ้าชู้มากกระมัง บุญเจิมถึงได้ตามหึงหวงเช่นนี้”

“แล้วกันขอรับ กระผมหวังแค่ได้เล่าเรียน เพื่อวันใดที่เป็นไทจะได้มีวิชาความรู้ไว้เลี้ยงตัวเองเท่านั้น เรื่องเจ้าชู้ประตูดินกระผมไม่เคยเลยจริงๆขอรับ แค่ลำพังตัวเองยังเอาไม่รอด แล้วจะอุตริหาห่วงมาผูกคอได้อย่างไรขอรับ”

แดงเห็นท่าทางจริงจังของทาสหนุ่มก็อดขำไม่ได้ และเฉลยว่าแกล้งแหย่เล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดจะพูดจากระทบอย่างที่เขาเข้าใจ แก้วได้แต่ยิ้มแหย ยอมรับว่าถูกแกล้งจนหมดทางจะโต้แย้ง

กว่าแก้วจะกลับถึงเรือนพระยาไชยากรก็ดึกดื่น เจอกับพลอยและเข้มลูกน้องของบุญมีมาดักหน้าดักหลัง และโยนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้านายที่ไปเหยียบเรือนของพระนิติธรรมลือชา พระยาไชยากรทำท่าจะเอาเรื่องเต็มที่เพราะถูกเป่าหูจากพลอยกับเข้ม น้ำทิพย์เข้ามาขวางไว้ทันเวลาและอ้างว่าเป็นคนสั่งให้แก้วไปจับกบมาทำอาหารให้พ่อ แก้วหาได้แอบไปทำงานที่เรือนพระนิติธรรมลือชาไม่ พระยาจอมงกหน้าแตกและหันไปสบตาพลอยกับเข้มอย่างเอาเรื่อง!

แก้วซาบซึ้งใจที่เจ้านายสาวให้ความช่วยเหลือ น้ำทิพย์ยิ้มเขิน บอกว่าแอบได้ยินพลอยกับเข้มวางแผนเลยตามมาช่วยทันหวุดหวิด แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนปากโป้งเพราะแก้วไปที่เรือนตุลาการหนุ่มทุกวันแต่ไม่เคยมีใครจับได้ แก้วคิดทบทวนไม่นานก็ถึงบางอ้อ มั่นใจมากว่าต้องเป็นบุญเจิมแน่เพราะโกรธที่ถูกเขาปฏิเสธไมตรี

บุญเจิมเป็นคนบอกแก่พลอยกับเข้มอย่างที่แก้วเข้าใจ คอกแอบมาได้ยินเต็มสองหูตอนทาสสาวบุกไปต่อว่าพลอยกับเข้มถึงเรือนที่เอาเรื่องแก้วไม่สำเร็จ บุญเจิมเห็นสายตาเย็นชาก็ใจไม่ดี ตามง้อแต่คอกไม่ฟัง แถมต่อว่าเสียงเข้มที่เธอกล้าหักหลังแก้วเพราะความหึงหวงจนขาดสติ

“เอ็งรู้ก็ดีแล้ว เพื่อให้พี่แก้วพ้นจากนังน้องสาวคุณพระ ข้าทำได้ทุกอย่างล่ะโว้ย”

“แม้แต่ทำร้ายพี่แก้วน่ะหรือ เอ็งรู้บ้างหรือไม่ว่าพี่แก้วต้องโดนโทษหนักขนาดไหนที่ขัดคำสั่งท่านเจ้าคุณ”

“หนักขนาดไหนก็ไม่ถึงตายดอกวะ ข้าเพียงต้องการทำให้พี่แก้วรู้ว่าหากข้าเจ็บ พี่แก้วก็ต้องเจ็บด้วย แลพี่แก้วต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น ข้าไม่มีวันยอมยกพี่แก้วให้ใครเด็ดขาด”

“ข้าถึงได้บอกว่าเอ็งมันบ้ายังไงเล่า เอ็งทำเช่นนี้เอ็งไม่ได้รักพี่แก้วดอกโว้ย แต่เอ็งอยากเอาชนะต่างหาก ข้าขอบอกไว้เลยว่าเอ็งไม่มีทางเอาชนะใจพี่แก้ว แลพี่แก้วก็ไม่มีวันรักเอ็งเป็นอันขาด!”

ooooooo

พระนิติธรรมลือชาบุกไปถึงห้องทำงานของมาโนชด้วยความโกรธจัด สั่งให้เอาของกำนัลทั้งหมดไปคืนชาวบ้าน มาโนชจะไม่ยอมเพราะถือว่ามีคนนำมาให้เอง ไม่ได้ขู่เข็ญหรือขอร้องให้เอามา

“ฉันรู้หมดแล้วว่าคุณมาโนชได้มาด้วยวิธีใด แต่เราเป็นข้าราชการ มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ชาวบ้าน มิใช่ทำงานเพื่อหวังลาภสักการะ หากเรารับของพวกนี้ไว้ ยังจะเรียกตัวเองว่าข้าราชการได้อีกหรือ”

“คุณพระจะหน้าบางก็เรื่องของคุณพระ แต่กระผมไม่คืน”

“ฉันเป็นหัวหน้าในงานครั้งนี้ ถ้าคุณมาโนชกล้าขัดคำสั่ง ฉันจะรายงานเรื่องคุณมาโนชยุแยงชาวบ้านจนเกือบมีเรื่องกับพวกฝรั่ง แล้วเรามาคอยดูกันว่าท่านเจ้าคุณไชยากรจะปกป้องคุณมาโนชได้หรือไม่”

สองหนุ่มต่างศักดินาประสานสายตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายมาโนชก็จำต้องยอมเพราะกลัวมีปัญหา

เวลาเดียวกันที่บ้านเช่าของนิ่ม...พระยาไชยากรมาเยี่ยมเมียทุกวันเพราะเป็นห่วง กลัวจะหักโหมทำโน่นนี่จนกระเทือนถึงลูกในท้อง อบเชยมองด้วยความหมั่นไส้ และแอบแบ่งอาหารไปให้แก้วเพื่อตอบแทนที่ทำให้น้อมคืนดีกับนิ่ม แก้วยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น อานิสงส์อาหารมากมายตกถึงกิ่ง คอกและบุญเจิม เพราะแก้วห่อกลับมาเผื่อ คอกกินอย่างเอร็ดอร่อย ต่างจากบุญเจิมที่ไม่แตะแถมแขวะถึงอบเชยว่าหวังใกล้ชิดแก้วเลยต้องทำอาหารมากำนัล

แก้วไม่อยากเถียงด้วยเลยผละเข้าบ้าน กิ่งมองตามแล้วบอกว่าลูกชายเบื่อความเจ้ากี้เจ้าการและอารมณ์หึงร้ายกาจของบุญเจิมจนไม่อยากคุยด้วย บุญเจิมหัวเสียมากและผลุนผลันออกไปซื้อของที่ตลาด โดยมีคอกตามติดด้วยความเป็นห่วง แต่เหมือนทาสสาวจะไม่ยี่หระ ฟาดหัวฟาดหางไปเรื่อยจนเจอกับเข้มระหว่างทาง บุญเจิมหาทางเลี่ยงไม่อยากเสวนาด้วย แต่เข้มรั้งไว้และเสนอทางช่วยให้คืนดีกับแก้ว แลกกับเธอต้องทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง

บุญเจิมรับข้อเสนออย่างไม่มีเงื่อนไข ความร้อนใจเรื่องแก้วโกรธทำให้ไม่ทันไตร่ตรองให้ดี  คอก ไม่ได้ยินสองหนุ่มสาวกระซิบกระซาบแต่เชื่อว่าคงไม่ใช่เรื่องดี ตั้งใจจะตามติดตลอดเพราะกลัวทาสสาวจะก่อเรื่อง

แผนของเข้มคือสร้างความดีความชอบให้แก่บุญเจิมในสายตาแก้ว ทาสสาวเอาสมุนไพรทำให้ตัวร้อนจากเข้มป้อนลูกของใบจนกิ่งต้องบอกให้แก้วกับใบไปตามหมอ แต่บุญเจิมเสนอตัวไปเอายาแก้ไข้มาให้แต่ดันถูกเข้มตลบหลังยื้อยุดชุดกระชากเพื่อปลุกปล้ำทำเมียแลกเปลี่ยนกับยาแก้ บุญเจิมจะไม่ยอมและผลัดเป็นคราวหน้า แต่เข้มไม่หลงกลสวนกลับว่าไม่โง่และจะไม่ยอมรออีกต่อไป

บุญเจิมดิ้นรนขัดขืน เข้มเกือบทำสำเร็จถ้าพลอยจะไม่ตามมาและต่อยที่ท้องเธอจนจุก พร้อมกับขู่เข้มว่าจะขอมีความสุขกับทาสสาวด้วยถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูบุญมี เข้มยอมอย่างเสียไม่ได้แต่

คอกซึ่งแอบตามมาด้วยความเป็นห่วงบุญเจิมเข้ามาขวาง บุญเจิมเลยได้โอกาสรวบรวมแรงหนี โดยมีเข้มตามติด ส่วนพลอยถูกคอกกอดรัดไว้แน่น เป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยอมปล่อยพลอยไปทำร้ายบุญเจิมเด็ดขาด!

เข้มเกือบจะได้บุญเจิมเป็นเมียอยู่แล้ว ถ้าแดงจะไม่นั่งเรือผ่านมาเห็นและสั่งให้อ้นไปช่วย แต่ถึงกระนั้นทาสสาวก็ไม่สำนึก ประชดประชันแดกดันความหวังดีจนแดงเหลืออดตอกกลับว่าหากคิดร้ายจริงคงไม่ส่งอ้นไปช่วยให้เปลืองแรง บุญเจิมเถียงไม่ออก แต่เพราะทิฐิเลยจำต้องก้มกราบอย่างเสียไม่ได้

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ แล้วอิฉันก็ต้องขอประทานโทษที่เคยล่วงเกินคุณไว้ด้วย แต่บุญคุณคราวนี้หาได้เกี่ยวกับเรื่องพี่แก้วไม่นะเจ้าคะ เพราะอิฉันไม่ยอมเสียพี่แก้วให้ใครเป็นอันขาด”

แดงรับฟังด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่ในใจนึกกังวลเพราะดูท่าทาสสาวจะเอาเรื่องกว่าที่คิด ส่วนบุญเจิมไม่ยอมเสียเวลา ผละจากมาและตรงไปยังเรือนของแก้วเพื่อเอายาแก้ไข้ให้ลูกของใบจนตัวเย็นลง แก้วเห็นความดีของเธอจริงๆและยอมพูดดีด้วย บุญเจิมดีใจมาก คิดว่าเขาจะโกรธจนไม่มองหน้าเธอเสียแล้ว

“ถึงยังไงข้ากับเอ็งก็โตมาด้วยกัน จะโกรธจะเคืองกันแค่ไหนก็ไม่นานดอกวะ แต่เอ็งก็ต้องฟังเหตุฟังผลบ้าง เพราะต่อให้ข้าถูกจับเฆี่ยนจนตายคาหวาย ข้าก็ไม่มีวันเลิกไปเรียนกับคุณพระ ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแดงเลย”

บุญเจิมหน้าเสีย จำใจพยักหน้าแกนๆไม่อยากมีเรื่องกับเขาอีก หลังจากนั้นจึงฉุกคิดถึงคอก เมื่อได้ยินจากแก้วว่ายังไม่เห็นหน้า ทาสสาวก็พลันรู้สึกผิดและรุดไปดูแลเพื่อตอบแทนที่คอกมาช่วยเธอได้ทันเวลา ทาสหนุ่มมีความสุขมากแต่ก็กลัวเธอจะถูกดักทำร้ายอีก บุญเจิมไม่กลัวและบอกว่าขู่พลอยกับเข้มแล้วว่าถ้าไม่อยากถูกบุญมีกระทืบก็อย่าปากมาก คอกได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจไม่สบายใจขึ้นแม้แต่น้อยเพราะรู้ดีว่าสองคนนั้นอันธพาลแค่ไหน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:36 น.