สมาชิก

ลูกทาส

ตอนที่ 12

คำอาฆาตของมาโนชเป็นจริงในวันหนึ่ง เมื่อพวกเฉียวหูกับเค้ง นำกองกำลังอั้งยี่ไปตีฝ่ายตรงข้ามจนเจ้าหน้าที่ต้องไล่จับให้วุ่น มาโนชสาแก่ใจมากเพราะทำให้สองอันธพาลที่หมั่นไส้มานานต้องคุกเข่าตรงหน้าขอ ให้ปล่อยตัว เฉียวหูกับเค้งไม่มีทางเลือกและยอมแลกทุกอย่างเพื่ออิสรภาพ

ใน ขณะที่มาโนชช่วยเฉียวหูกับเค้งให้พ้นจากตะรางเพราะหวังให้เป็นลูกสมุนแทน พลอยกับเข้ม พระยาไชยากรกำลังเกลี้ยกล่อมลูกสาวให้ยอมแต่งงานกับมาโนชเพื่อแลกกับความ ช่วยเหลือให้ได้กลับไปรับราชการ น้ำทิพย์มีสีหน้าเครียดขรึม ปฏิเสธเสียงเรียบบอกว่าจะฆ่าตัวตายเหมือนคราวที่แล้วเพราะไม่อยากฝืนหัวใจ ตัวเอง

“อย่าขู่พ่อเลยแม่น้ำทิพย์ นึกว่าพ่ออยากทำอย่างนี้หรือ แต่มันเป็นความหวังเดียวที่พ่อจะได้กลับเข้ารับราชการอีก พ่อถึงต้องบากหน้ามาขอร้องลูกอย่างไรเล่า”

“คุณพ่อเชื่อได้อย่างไรคะ ว่าพี่มาโนชจะช่วยคุณพ่อได้จริงอย่างปากว่า”

“พ่อไม่ได้เชื่อพ่อมาโนช แต่พ่อเชื่อท่านเจ้าคุณนคราต่างหาก ท่านเจ้าคุณมีสมัครพรรคพวกมาก”

“คุณพ่อก็มีสมัครพรรคพวกมากเหมือนกัน จะต้องพึ่งพาเขาทำไมล่ะคะ”

พระยา ไชยากรพูดไม่ออก เพราะในชีวิตหามีเพื่อนแท้ไม่ มีแต่พระครูที่วัดแต่ก็ครองเพศบรรพชิต  ซึ่งไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก น้ำทิพย์อึ้งไปอึดใจ ไม่คิดว่าพ่อจะเหงาและโดดเดี่ยวเช่นนี้

“ทุกคนที่ รู้ข่าวพ่อ ถ้าไม่สมน้ำหน้าสะใจ ก็รีบไปหาที่พึ่งพิงใหม่ทั้งสิ้น นับแต่ถูกปลด พ่อไม่เคยก้าวเท้าออกจากเขตบ้านอีกเลย เพราะพ่อรู้ว่ามีแต่คนจ้องจะเย้ยหยัน หรือไม่ก็คิดล้างแค้นพ่อทั้งนั้น”

พระยา ไชยากรใช้ไม้ตายคุกเข่าอ้อนวอนลูกสาว น้ำทิพย์ถลาไปประคอง ทำหน้าไม่ถูกเพราะถูกกดดันอย่างหนัก เมื่อนมอ้อนทราบเรื่องก็ตกใจมาก นึกไม่ถึงว่าพระยาไชยากรจะใช้วิธีนี้กับลูกสาวคนเดียว น้ำทิพย์ถอนใจหนักหน่วง เป็นทุกข์เหลือเกินที่ต้องทำร้ายหัวใจตัวเองกับแก้ว แต่ก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู

“ถ้าคุณพ่อบังคับให้ฉันแต่งงาน ฉันคงเลือกจะตาย แต่ในเมื่อคุณพ่อขอร้องฉันให้ทำเพื่อท่าน ต่อให้ต้องตกนรกขุมลึกสุด ฉันก็ยอมเดินลงไปหามันเอง ดีกว่าให้คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างคุณพ่อต้องทำถึงขนาดนั้น”

นมอ้อน สงสารน้ำทิพย์มาก แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ส่วนพระยาไชยากรอารมณ์ดีเพราะลูกสาวยอมทำตามที่ขอ แต่เมื่อเดินผ่านห้องมาโนชก็ต้องชะงัก หน้าเสียเมื่อได้ยินบทสนทนาของสองพ่อลูก มาโนชยืนกรานแต่งงานกับน้ำทิพย์ แต่พระยานคราเขตต์บุรีไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าพระยาไชยากรหมดวาสนาทางการ เมืองแล้ว

“เชื่อพ่อเถิด...จะมีเมียทั้งที ก็ต้องเลือกที่เกื้อหนุนเราได้ แต่ถ้าลูกเสียดายแม่น้ำทิพย์ ก็รับไว้เป็นเมียน้อยก็พอ”

พระยาไชยากรขบกรามแน่น แค้นใจมากที่ลูกสาวสุดที่รักถูกดูแคลนเพราะความตกต่ำของตัวเองแท้ๆ

ooooooo

พระยา นิติธรรมธาดาตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ ไม่อยากเห็นภาพเก่าๆและความทรงจำเกี่ยวกับแดงที่เรือนแพ พระยาเดชารณภพกับลออพยายามบอกให้เขาไปดูตัวลูกสาวเจ้าพระยารังสี  ตุลาการหนุ่มจน ด้วยข้ออ้างเพราะผัดผ่อนมานาน จำต้องรับปากแต่โดยดี เมื่อตุ๊กตาทราบเรื่องก็อดน้อยใจไม่ได้ แม้จะทำใจมานานก็ตาม

พระยา นิติธรรมธาดาต้องปลอบเสียงอ่อน “ฉันเองก็พยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอด แต่คราวนี้มันหมดทางแล้วจริงๆ แลด้วยวัยกับหน้าที่การงานของฉัน หากยังครองตัวเป็นโสดก็ต้องถือว่าแปลกพิกล ฉันจึงไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรไปอ้างกับคุณพ่อ แต่ฉันสัญญาว่าถึงอย่างไรก็จะไม่มีวันทอดทิ้งตุ๊กตาเป็นอันขาด...อย่ากังวล”

“ตุ๊กตา ทราบค่ะว่าตัวเองมีวาสนาเป็นได้แค่เมียบ่าวที่เก็บไว้ก้นครัวเท่านั้น คนที่จะเป็นคุณหญิงออกหน้าออกตาร่วมกับท่านเจ้าคุณ ก็ควรเป็นคนที่มีศักดิ์เสมอกัน อันที่จริงตุ๊กตาทำใจไว้นานแล้ว เพียงแต่วันนี้มาถึงก็อดใจหายไม่ได้”

ตุ๊กตาเดินเลี่ยงจากไปแล้ว พระยานิติธรรมธาดาได้แต่มองตามด้วยความสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเธอก็ต่างชั้นกับเขามากจริงๆ...ฉันขอโทษนะตุ๊กตา แต่ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธอตลอดไป ไม่ทิ้งไปไหนดอก...

ฟากมาโนชส่งเฉียวหู กับเค้งไปลอบฆ่าแก้วถึงละแวกบ้านหมื่นลพ แต่สองอั้งยี่ไม่อยากรีบร้อน เชื่อว่าแก้วคงจะมีฝีมือและเฉลียวฉลาดพอตัว มาโนชถึงต้องส่งเขาสองคนมาฆ่า ส่วนพระยาไชยากรก็ล้มป่วยเพราะตรอมใจ ทั้งเรื่องไม่ได้กลับไปรับราชการและเรื่องลูกสาวถูกดูแคลน ยิ่งมาโนชมาขอเลื่อนงานแต่งก็ยิ่งเครียด เพราะเท่ากับว่าความหวังจะได้กลับไปรับราชการและมีหน้ามีตาในวงสังคมอีก ครั้งต้องห่างไกลออกไปทุกที

ด้านพระยานิติธรรมธาดาไปดูตัวดารา ลูกสาวคนเล็กของเจ้าพระยารังสีในไม่กี่วันต่อมา แต่เกือบไม่ได้พบกันเพราะว่าที่คู่หมายเขาเป็นหญิงสาวที่เติบโตในวัฒนธรรม ตะวันตกและไม่นิยมการคลุมถุงชน แต่สุดท้าย ดาราก็ตัดสินใจออกมาพบตุลาการหนุ่มเพราะอยากดูเชิงว่ารอบรู้และมีท่าทีต่อ การดูตัวอย่างไรบ้าง เธอทดสอบเขาด้วยการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษและขอจับมือทักทาย แต่ตุลาการหนุ่มไม่ยื่นมือออกไปเพราะไม่เห็นด้วย

“ฉันว่าการไหว้แบบธรรมเนียมของเรา ดูงดงามแลเหมาะควรกว่าธรรมเนียมตะวันตกนะ”

“อะไรกันคะ คนเรียนเมืองนอกเมืองนามาแล้ว อย่างท่านเจ้าคุณ ถือสาเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือคะ”

“เธออาจจะเห็นว่าฉันคร่ำครึ แต่ฉันถือว่าเป็นการให้เกียรติเธอ ชายหญิงเพิ่งพบหน้ากันก็แตะเนื้อต้องตัวกันแล้ว คนที่จะถูกนินทาก็ไม่แคล้วเป็นผู้หญิงดอก”

ดาราอึ้งไปอึดใจ ต่างจากเจ้าพระยารังสีที่ปลื้มตุลาการหนุ่มมาก...อย่างนี้สิถึงจะเหมาะกับลูกสาวฉัน!

ooooooo

ในขณะที่การพบกันครั้งแรกของพระยานิติธรรมธาดากับดาราผ่านไปด้วยดี แก้วต้องรับศึกหนักเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อเฉียวหูกับเค้งวางแผนลอบฆ่าอย่างอุกอาจกลางหมู่บ้าน โชคดีที่ลอยอยู่ด้วยเลยเอาตัวรอดมาได้ แต่ก็ทุลักทุเลเต็มที หมื่นลพเลยตัดสินใจส่งตัวแก้วกลับไปหาหลานเพื่อรับราชการ... อย่างน้อยก็คงคุ้มหัวแกไปได้ระยะหนึ่ง

แก้วกลับเข้าเมืองได้จังหวะ เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงมีพระบรมราชโองการประกาศตั้งกระทรวงเป็นครั้งแรกและรับสมัครข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมาก แก้วใช้ความรู้สอบจนได้ไปทำงานรับใช้พระยานิติธรรม-ธาดาสมกับที่ตั้งใจ ตุลาการหนุ่มลูบหัวเขาด้วยความชื่นชม ไม่ผิดหวังเลยที่สนับสนุนลูกทาสรักดีคนนี้มาตลอด

“ทั้งหมดก็เป็นเพราะความเมตตาของท่านเจ้าคุณขอรับ หากท่านเจ้าคุณไม่คอยสั่งสอน อบรมให้ความรู้ กระผม แลยังช่วยเหลือเกื้อกูลในยามที่กระผมตกระกำลำบาก ป่านนี้ไอ้แก้วคงตายไปนานแล้ว บุญคุณของท่านเจ้าคุณ ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่อีกสักสิบชาติ ไอ้แก้วก็ใช้ไม่หมดขอรับ”

“หากแกอยากตอบแทนบุญคุณฉัน ก็ตั้งใจรับราชการเถิด จำไว้ว่าคนเป็นข้าราชการ จะถือเอาแต่ความสบายแลลุแก่อำนาจไม่ได้เป็นอันขาด มิฉะนั้น งานแผ่นดินก็จะวิปริตฟั่นเฟือนไป แลเราก็อยู่ในกระทรวงยุติธรรม ต้องมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้คน  เพราะบ้านเมืองที่ไร้ความเป็นธรรม ย่อมไม่อาจดำรงความเป็นบ้านเมืองอยู่ได้”

แก้วก้มกราบแทบเท้า รับปากมั่นเหมาะจะทำอย่างที่ตุลาการหนุ่มสอน...ข่าวดีของแก้วไม่จบแค่นั้น เพราะพระยานิติธรรมธาดาให้คนไปพาบุญเจิมที่เพิ่งได้รับลดหย่อนโทษปล่อยตัวก่อนกำหนดมาพบ อดีตทาสหนุ่มสาวดีใจมากที่ได้เจอกันอีกครั้ง โดยเฉพาะแก้วที่จัดแจงพาบุญเจิมไปเยี่ยมอัฐิของคอกที่เขาเก็บไว้ที่ฐานพระพุทธรูปในวัด บุญเจิมก้มกราบพระทั้งน้ำตา ร้องไห้และโทษตัวเองที่ไม่มีโอกาสทำความดีตอบแทนคอกเลย

 

“ไอ้คอก...มันคงไม่หวังให้เอ็งตอบแทนมันดอก แค่เอ็งอยู่ดีมีสุข มันก็ดีใจมากแล้ว เออ...แต่อย่างไรเอ็งพ้นโทษมาช่วงนี้ ก็ถือว่าโชคดีนัก เพราะข้าได้เข้ารับราชการพอดี ต่อไปก็จะมีเงินเบี้ยหวัดใช้สอย เอ็งไม่ต้องลำบากแล้ว”

“แต่ฉันขอไปเอางานตัดเย็บชุดทหารมาทำบ้างนะพี่ เพราะงานนี้ทำให้ฉันมีความดีความชอบ จนได้ลดหย่อนโทษไม่ต้องติดคุกเป็นสิบปี ฉันก็อยากจะทำต่อเพื่อสนองคุณหลวงท่าน”

“ตามใจเอ็ง...สิ่งใดที่เอ็งทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ แลนับแต่นี้ ข้าจะคอยดูแลปกป้องเอ็งเอง ทั้งในฐานะที่เอ็งเป็นน้อง แลในฐานะที่ข้ารับปากไอ้คอกไว้”

 แก้วพาบุญเจิมไปอยู่ด้วยที่บ้านเช่าเล็กๆนอกเมือง แม้จะติดกับโรงฝิ่นแต่ก็ทำเลดี ใกล้กระทรวงและไปทำงานสะดวก น้ำทิพย์มารอรับอยู่แล้ว เมื่อบุญเจิมเห็นก็ทรุดตัวลงกราบและเดินเลี่ยงจากไปเพราะไม่อยากเป็นส่วนเกิน แก้วเลยพาน้ำทิพย์ไปพายเรือเล่น แต่กลับจ้องหน้าไม่หยุดจนเธอต้องกระเซ้า

“กระผมอยากมองให้หายคิดถึง แต่มองเท่าใดก็ไม่หาย ถ้าเมื่อครู่นังเจิมไม่อยู่ กระผมคงกอดคุณน้ำทิพย์แล้ว”

“จู่ๆจะเข้ามากอดกันตามใจชอบได้ยังไง ยิ่งต่อหน้าคนอื่นด้วยแล้ว ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แต่ตอนนี้ไม่มีคนอื่น แลอยู่บนเรือ คุณน้ำทิพย์ก็ไม่ต้องอายใครใช่หรือไม่ขอรับ”

น้ำทิพย์ตกใจกลัวเขาเข้ามากอดจริงๆ แก้วแกล้งจ้องหน้าเธอนิ่งแล้วหลุดหัวเราะ ขำที่ได้เย้าเธอให้อาย

น้ำทิพย์อดหัวเราะไปด้วยไม่ได้ ไม่โกรธเคืองอะไรเขานักหนาเพราะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมีค่ามากกว่า

“ตอนนี้แก้วไม่ใช่ทาส แต่เป็นข้าราชการ มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ต่อไปเราคงไปมาหาสู่กันได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกแล้ว เสียแต่ฉันยังอยู่ในฐานะคู่หมั้นของพี่มาโนช จะทำอะไรเกินเลยไปก็มีแต่จะถูกครหาเท่านั้น”

แก้วยิ้มบางๆจับมือเธอไว้ “กระผมทราบดีขอรับ แลที่กระผมรับราชการ นอกจากอยากจะใช้วิชาความรู้ทำคุณแก่บ้านเมืองแล้ว ก็ยังหมายในเกียรติยศที่จะนำมามอบแก่คุณน้ำทิพย์ ผู้เป็นมิ่งขวัญแลดวงใจของไอ้แก้ว ลูกทาสคนนี้...คุณน้ำทิพย์อดทนอีกสักหน่อยนะขอรับ กระผมสัญญาว่าจะไม่ให้คุณน้อยหน้าผู้ใดเลย”

น้ำทิพย์มองเขาด้วยสายตารักใคร่ “ฉันเชื่อจ้ะ...เชื่อแลมั่นใจในตัวแก้วมาตลอด ไม่ว่านานเท่าใด ฉันก็จะรอ”

ooooooo

มาโนชหัวเสียมากที่เฉียวหูกับเค้งจัดการแก้วไม่สำเร็จ แม้สองอั้งยี่จะขอแก้มือ เขาก็ไม่ยอมและส่งไปทำงานอื่น เค้งไม่พอใจมากเมื่อพบว่ามาโนช

ส่งไปฆ่าพลอยกับเข้มซึ่งตอนนี้เป็นเพียงขี้ยากระจอกๆ ถือว่าลบหลู่และดูถูกฝีมือมาก

เฉียวหูกับเค้งไปดักรอพลอยกับเข้มหน้าโรงฝิ่น เมื่อเห็นว่าสองทาสออกมาในสภาพเมามาย ไม่ทันระวังตัวเลยบุกโจมตี พลอยถูกกรรไกรขาเดียวแทงจากข้างหลังและถูกแทงซ้ำจนตาย ส่วนเข้มถูกซัดเสียน่วมจนเกือบจะเสียทีอยู่แล้ว โชคดีที่แก้วผ่านมาเห็นและช่วยเข้มได้ทันเวลา

ผลงานของสองอั้งยี่ทำให้มาโนชชอบใจมาก ไม่ได้ระแวงเลยว่าเข้มยังมีชีวิตและอาจย้อนกลับมาทำร้าย เฉียวหูกับเค้งไม่รับเงินค่าจ้างเพราะถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่มาโนชยืนกรานเพราะสะใจได้ฆ่าปิดปากพวกทาสจอมไถ่ แถมเสนอให้สองอั้งยี่ไปพักที่เรือนพระยาไชยากร จะได้มีพวกไว้ต่อกรกับนิ่มและน้ำทิพย์

เค้งไม่พอใจที่ต้องมาอยู่เรือนพระยาไชยากร อย่างทาส ไม่มีศักดิ์ศรีและอิสระเสรีเหมือนเมื่อก่อน เฉียวหูเข้าใจดีและปลอบให้อดทน แม้จะหนักใจไม่แพ้กันแต่คิดว่าคงไม่มีทางเลือกอื่นดีกว่านี้

“มังกร...ยามเล็กก็ต้องซ่อนในเกลียวคลื่น ยามใหญ่ถึงจะแผลงอำนาจบนท้องฟ้า ตอนนี้นครบาลกวดขันหนัก ตั้งแต่ถูกจับคราวก่อน พี่น้องเราก็กระจัดกระจายไปหมด เราจำเป็นต้องมีที่คุ้มภัย รอรวบรวมพี่น้องได้เมื่อใดก็ไม่จำเป็นต้องรับใช้คนอย่างไอ้มาโนชแล้ว แต่ตอนนี้เราต้องอดทนอาเค้ง”

เค้งหงุดหงิดแต่ต้องนิ่งเพราะไม่เคยขัดคำสั่ง เฉียวหู ทันใดนั้นเอง...ลูกชายของนิ่มโผล่มาจากข้างเรือนทาส พร้อมดาบไม้อันเล็กฟาดฟันไปมา สองอั้งยี่ไม่ชอบใจคว้าตัวมาตีจนเด็กน้อยร้องไห้จ้า อบเชยรีบมาช่วยหลานและเอาเรื่องนี้ไปฟ้องนิ่มกับพระยาไชยา-กรบนเรือน มาโนชสะใจมากแต่ต้องแกล้งทำหน้าขรึม อ้างว่าเฉียวหูกับเค้งเป็นคนงานใหม่ที่เพิ่งรับมาและไม่รู้ว่าใครเป็นใคร พระยาจอมงกไม่สนและสั่งให้ไล่ออก แต่มาโนชไม่ยอมจนน้ำทิพย์ต้องออกหน้า

“ตกลงพี่มาโนชจะเข้าข้างคนของตัวเองใช่หรือไม่คะ คงลืมไปแล้วกระมังว่าสิทธิ์ขาดบนเรือนเป็นของแม่นิ่ม”

มาโนชเหยียดยิ้ม เอ่ยเสียงเย็น “บนเรือนก็ใช่ แต่เหตุมันเกิดนอกเรือน ฉะนั้น แม่นิ่มไม่มีอำนาจลงโทษคนของพี่ แลคุณอาก็เคยให้อำนาจพี่ควบคุมบ่าวไพร่ได้ทุกคน ข้อนี้น้องคงไม่ลืมกระมัง”

พระยาไชยากรแค้นมาก ขบกรามแน่นแล้วตัดสินใจประกาศ “ถ้าเช่นนั้น นับแต่นี้อาขอให้อำนาจแม่นิ่มควบคุมบ่าวไพร่ได้ทุกคน ไม่ว่าในเรือนหรือนอกเรือน พ่อมาโนชคงได้ยินชัดแล้วกระมัง”

 

มาโนชตีหน้าตายขอขัดคำสั่งเพราะเห็นว่าอายังป่วย พระยาไชยากรโกรธจนหน้าแดงก่ำ อยากจะฆ่าหลานชายตัวดีให้ตายคามือแต่ไม่มีแรง นิ่มกับน้ำทิพย์ต้องผลัดกันดูแลไม่ห่างเพราะกลัวอาการทรุดหนัก และต้องปรึกษากันอย่างจริงจังว่าจะหาทางรับมือกับมาโนชอย่างไรดี หาไม่คงส่งอันธพาลทั้งสองขึ้นมาราวีถึงเรือนอีกแน่

แก้วทราบเรื่องในวันต่อมาและเดาว่าสองคนงานใหม่ของมาโนชคงเป็นพวกอั้งยี่ที่ลอบทำร้ายตนเมื่อคราวก่อน นมอ้อนซึ่งตามมาด้วยเสนอให้แจ้งนครบาล แต่แก้วบอกว่ามีวิธีดีกว่านั้นและพาน้ำทิพย์ไปหาเข้มบนเรือนซึ่งยังนอนพักไม่ได้สติ ส่วนนมอ้อนเห็นบุญเจิมอยู่เรือนเดียวกับแก้วก็ไม่ชอบใจ และถือโอกาสดักคอเมื่อได้อยู่ตามลำพัง

“เอ็งก็รู้ว่าตอนนี้พ่อแก้วเป็นข้าราชการ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยเหมือนเมื่อก่อน แลนับวันก็จะจำเริญก้าวหน้าขึ้นไป หากมีใครรู้ว่ามีผู้หญิงยิงเรือมาอยู่ด้วย โดยไม่รู้แน่ว่าในฐานะอะไร คนที่จะถูกนินทาก็มีแต่พ่อแก้วเท่านั้น”

บุญเจิมหน้าเสีย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการตัดสินใจมาอยู่กับแก้วแล้วจะสร้างความเสียหายให้เขาขนาดนั้น

เมื่อน้ำทิพย์ทราบเรื่องจากนมอ้อนก็ตกใจมาก ไม่สบายใจเลยที่หญิงชราไปพูดกดดันบุญเจิมเช่นนั้น นมอ้อนบอกว่ารู้ตัวดีว่าพูดไม่ดี แต่ก็อดระแวงแทนเจ้านายสาวไม่ได้เพราะวีรกรรมของบุญเจิมคราวก่อนยังตราตรึงในหัว

“แต่ก่อนที่คอกจะตาย บุญเจิมก็อยู่กินกับคอกแล้ว จะกลับมาหาแก้วอีกได้อย่างไรจ๊ะนม”

“คุณน้ำทิพย์ช่างซื่อนัก ไม่เคยได้ยินหรือเจ้าคะ ว่าน้ำตาลใกล้มดมันยากจะอดใจ พ่อแก้วยังหนุ่มยังแน่น ส่วนนังเจิม...แม้ว่าจะขี้คุก แต่ก็ติดคุกเพราะช่วยพ่อแก้ว ต้องถือว่ามีน้ำใจผูกพันกัน แลมันก็สวยใช่เล่น หากบำรุงเสียหน่อย อาจจะสวยกว่าตอนเป็นทาสเสียอีก แล้วจะปล่อยให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกันทุกวันได้อย่างไรเจ้าคะ”

น้ำทิพย์หน้าเจื่อน คิดตามแล้วเริ่มไม่สบายใจ นมอ้อนถอนหายใจหนักหน่วงและพูดตัดบท

“กว่าคุณน้ำทิพย์กับแก้วจะรักกันได้ลำบากหนักหนา แล้วจะปล่อยให้พังพินาศง่ายๆอย่างนั้นหรือคะ เชื่อนมเถอะค่ะ นมจัดการเรื่องนี้เอง นมจะหาทางไม่ให้นังเจิมมันอยู่เรือนเดียวกับพ่อแก้วเด็ดขาด!”

น้ำทิพย์มีสีหน้ากระอักกระอ่วน รู้สึกไม่ดีที่ต้องทำแบบนี้ แต่ก็อดหวั่นไม่ได้ว่าแก้วจะมีความสัมพันธ์กับบุญเจิม

ooooooo

คำพูดของนมอ้อนตามหลอกหลอนบุญเจิมจนนั่งไม่ติด เมื่อสบโอกาสในเย็นวันหนึ่งที่แก้วกำลังอ่านสำนวนคดี จึงเข้าไปชวนคุย เริ่มจากเรื่องอนาคตสดใสได้เป็นเจ้าคนนายคนที่มาจากความพากเพียรของแก้วล้วนๆ

“ข้าเพียงแต่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ยังเรียกว่าเจ้าคนนายคนไม่ได้ดอก แลที่ข้าขวนขวายเล่าเรียน เพราะวิชาความรู้เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ข้าพ้นจากความโง่แลพ้นจากการถูกกดขี่ ส่วนเรื่องรับราชการ ข้าไม่ได้หวังมาแต่ต้นดอก”

บุญเจิมหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงชีวิตตัวเอง “แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้พี่ก็ได้เป็นข้าราชการแล้ว แต่ฉันกลับ...ฉันเป็นคนผ่านคุกผ่านตะราง เกรงเหลือเกินว่าพี่จะถูกครหาไปด้วย ถ้าอย่างไร...”

“เอ็งเป็นน้องข้า ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร ข้าก็ไม่มีวันทิ้งเอ็งเด็ดขาด อย่าเอาคำพูดคนอื่นมาใส่ใจเลย”

บุญเจิมพยักหน้ารับคำ แต่ไม่สบายใจอยู่ดีเพราะไม่อยากให้อนาคตเขาต้องพังเพราะเธอ

ฝ่ายพระยานิติธรรมธาดาแต่งตัวในชุดออกงานแบบสากลไปร่วมงานบ้านเจ้าพระยารังสี ตุ๊กตาเห็นท่าทางสง่างามของเขาก็อดปลื้มไม่ได้ แต่ต้องข่มไว้เพราะไม่อาจเอื้อมทำตัวเสมอ ส่วนดาราประทับใจในมาดและการวางตัวของตุลาการหนุ่มมาก ยิ่งเมื่อเขามาโค้งเชิญไปเต้นรำยิ่งชอบใจใหญ่...คิดเอาเองว่าสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก!

เมื่อสบโอกาสสองหนุ่มสาวจึงได้พูดจากันตามลำพัง พระยานิติธรรมธาดาไม่ชอบคุยเรื่องการเมืองเหมือนผู้ชายคนอื่นๆเพราะเห็นว่าตัวเองเป็นตุลาการและควรทำตัวให้เที่ยงตรง ส่วนดาราไม่ชอบเพราะเหตุผลอื่น

“ฉันไม่เอาดอกค่ะ ฉันอยู่อย่างนี้ดีกว่า ทำให้ตัวเองมีความสุข เรื่องอะไรที่ทำให้ทุกข์ ฉันขอไม่เกี่ยวข้องดีกว่า”

“เธอเป็นคนแปลก กล้าคิดกล้าพูดเหมือนผู้หญิงฝรั่ง แต่ก็ไม่แข็งเกินงาม ฉันไม่เคยเจอใครเหมือนเธอเลย”

ดารายิ้มเขิน ชอบใจที่เขาเห็นว่าเธอเป็นคนหัวสมัยใหม่ ส่วนพระยานิติธรรมธาดาก็ประทับใจว่าที่คู่หมั้นมาก เพราะเห็นว่าเธอน่าจะเป็นคนพูดง่าย ไม่เจ้ายศเจ้าอย่างหรือบ้าธรรมเนียมเก่าๆเหมือนผู้หญิงคนอื่นในพระนคร

กว่าพระยานิติธรรมธาดาจะกลับถึงเรือนก็ดึกดื่นค่อนคืน ลออรออยู่แล้วด้วยใบหน้าร้อนใจ เพราะดันไปรู้ว่าตุ๊กตามีอาการแพ้ท้องจนถึงกับเป็นลมเป็นแล้ง ตุลาการหนุ่มตกใจสุดขีด ไม่คิดมาก่อนว่าเมียบ่าวจะท้องเวลานี้ แต่เมื่อรวบรวมสติได้ก็แอบดีใจที่จะได้มีลูกกับตุ๊กตา

พระยานิติธรรมธาดาตัดสินใจแอบลงไปหาถึงเรือนคนใช้ ตุ๊กตานอนร้องไห้อยู่นานแล้วเพราะกลัวทำให้ตุลาการหนุ่มเดือดร้อนเพราะการท้องอย่างไม่ตั้งใจของเธอ แต่พระยานิติธรรมธาดากลับดึงเมียบ่าวมากอดแน่น

“ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว ไม่ต้องขอโทษฉัน ตุ๊กตาไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันดีใจนะที่ได้มีลูกกับตุ๊กตา มีลูกกับผู้หญิงที่ฉันรัก ฉันสัญญา...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งตุ๊กตากับลูกเด็ดขาด”

ตุ๊กตาอึ้งไปครู่ใหญ่และโผกอดเขาด้วยความตื้นตันใจ แม้จะรู้ว่าต้องมีปัญหาและความทุกข์ใจรออยู่ แต่ก็ไม่หวั่นอะไรทั้งนั้นเพราะมีเขาอยู่เคียงข้าง ส่วนพระยานิติธรรมธาดาลูบหลังเมียบ่าวด้วยความรักใคร่ แต่ก็อดหนักใจไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะหาทางออกเรื่องที่อยู่ให้แก่ตุ๊กตาอย่างไร

คนแรกที่พระยานิติธรรมธาดาคิดถึงคือแก้ว จึงตัดสินใจบอกความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับตุ๊กตาและเรื่องสำคัญว่าเมียบ่าวของเขากำลังตั้งท้องอ่อนๆ แก้วพูดไม่ออกไปหลายนาที แต่สุดท้ายก็รวบรวมสติได้และจัดแจงพาตุ๊กตาออกจากเรือนพระยาเดชา–รณภพไปอยู่ที่เรือนแพเก่าของพระยานิติธรรมธาดาตามคำสั่ง โดยมีน้ำทิพย์ช่วยดูแลเรื่องทำความสะอาดเรือนและคนคอยดูแล แต่ก็ไม่ชอบใจนักที่ตุลาการหนุ่มทำเช่นนี้กับตุ๊กตา

“แล้วตกลงท่านเจ้าคุณจะเลี้ยงตุ๊กตาเป็นเมียน้อย หลบๆซ่อนๆอยู่อย่างนี้น่ะหรือแก้ว”

“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นขอรับ คุณดาราเป็นถึงบุตรีท่านเจ้าพระยารังสี แลผู้หลักผู้ใหญ่ยังเห็นชอบ หากผิดใจกันเพราะเรื่องตุ๊กตา ไม่ใช่แต่ท่านเจ้าคุณเท่านั้นที่จะเสียหาย ผู้ใหญ่ก็จะพาลมองหน้ากันไม่ติดไปด้วย”

“ท่านเจ้าคุณเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณพ่อมานาน นึกไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะเดินซ้ำรอยกันได้ มีเมียแล้วก็ไม่เอาเข้าบ้าน ให้เมียเลี้ยงลูกอยู่เรือนอื่น คิดเหมือนกันไม่มีผิด”

ข้อกล่าวหาของน้ำทิพย์ทำให้พระยานิติธรรมธาดาหงุดหงิด อ้างว่าไม่เหมือนกับพระยาไชยากรที่เจ้าเล่ห์เพทุบายหลอกนิ่มมาเป็นเมียน้อย ต่างกับตนที่ตุ๊กตาเต็มใจเป็นเมียบ่าวของเขา แก้วหน้าเจื่อน ลำบากใจเพราะนั่นก็คนรัก นี่ก็ผู้มีพระคุณ จำต้องไกล่เกลี่ยว่าน้ำทิพย์คงคิดว่าเป็นวิถีของผู้ชายที่ใช้หลักการและเหตุผลเดียวกัน

พระยานิติธรรมธาดายังไม่พอใจเถียงกลับ “แกต้องเห็นใจฉันบ้างนะเจ้าแก้ว ใช่ว่าฉันจะไม่รักตุ๊กตากับลูก แต่คนเราไม่ได้มีแต่ความรักอย่างเดียว ถึงฉันจะรักตุ๊กตามากแค่ไหน แต่ตุ๊กตาก็ออกงานออกการ แลเป็นคู่คิดให้ฉันไม่ได้ มิหนำซ้ำตุ๊กตายังเป็นแค่บ่าวในบ้าน จะให้ฉันยกย่องเป็นคุณหญิงได้อย่างไร”

“เอ่อ...เรื่องนี้เกินปัญญากระผมนัก อย่าให้กระผมพูดอะไรเลยขอรับ”

“พูดเช่นนี้ ก็เท่ากับแกยอมรับว่าเห็นด้วยกับคุณน้ำทิพย์ แกนะแกเจ้าแก้ว เห็นผู้หญิงดีกว่าฉัน”

“มิได้ขอรับ กระผมเพียงแต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรจริงๆขอรับ”

“เจ้าคารมอย่างแก มีหรือจะไม่รู้ว่าพูดอย่างไร เจ้าแก้ว...ยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ใช่ขื่อคาที่เปลื้องได้ง่ายๆ ดอกนะ แกเองที่พากเพียรรับราชการทุกวันนี้ นอกจากอยากจะสนองคุณชาติแล้ว ก็ไม่ใช่เพราะอยากจะทัดเทียมคุณน้ำทิพย์ดอกหรือ คนเรา...แม้จะปลดโซ่ตรวนทาสได้ แต่ก็ไม่มีวันปลดโซ่ตรวนเกียรติยศได้ดอก”

ooooooo

บุญเจิมพักเรื่องไม่สบายใจเพราะคำพูดนมอ้อนไว้ก่อน และตั้งหน้าตั้งตาทำงานและดูแลเข้มให้หายจากแผลบอบช้ำตามคำสั่งของแก้ว แต่เข้มเหิมเกริม ฉวยโอกาสใช้กำลังลวนลามและข่มขู่จะป่าวประกาศเรื่องเธอเป็นเมียเขาหากไม่ยอม แต่บุญเจิมไม่กลัวและผละตัวออกมาข้างนอก ทิ้งให้เข้มมองตามด้วยความแค้นใจ

แต่ถึงกระนั้นบุญเจิมก็เก่งแต่ปาก เอาเข้าจริงก็ไม่กล้ากลับขึ้นเรือนไปอยู่ตามลำพังกับเข้มเพราะกลัวถูกทำร้าย เมื่อแก้วกลับมาก็เดาว่าเข้มคงจะสร้างความรำคาญใจ แต่คิดไม่ถึงว่าบุญเจิมกับเข้มจะมีเรื่องอะไรแอบแฝง คืนเดียวกันนั้นแก้วจึงตัดสินใจเกลี้ยกล่อมเข้มให้ยอมให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับมาโนชเข้าคุก แต่เข้มลังเล

“ยอมรับเถิดไอ้เข้ม อย่างไรคุณมาโนชก็ต้องส่งคนมาปิดปากเอ็งอีก ทางรอดก็คือคุณมาโนชรับโทษเท่านั้น”

“เอ็งก็พูดได้ เอ็งไม่ได้ถูกไล่ฆ่าอย่างข้านี่ ตอนนี้คุณมาโนชเข้าใจว่าข้าตายแล้ว ถ้าข้าไม่โผล่ไปให้เห็นก็ปลอดภัยไม่ใช่หรือ แล้วจะไปกวนน้ำให้ขุ่นอีกทำไม”

“แล้วไอ้พลอยเล่า เพื่อนรักของเอ็งตายต่อหน้า เอ็งจะปล่อยให้ตายเปล่าอย่างนั้นหรือ”

“เอ็งอย่าเพิ่งบีบข้านักเลยวะไอ้แก้ว ขอเวลาข้าคิดบ้างเถอะนะ เรื่องเป็นเรื่องตาย จะไม่ให้ข้าคิดบ้างเลยหรือ”

ในขณะที่แก้วพยายามกล่อมเข้มให้ร่วมมือ มาโนชก็แผลงฤทธิ์อย่างหนัก ส่งเฉียวหูกับเค้งไปข่มขู่เอากุญแจห้องสมบัติจากนิ่ม อบเชยร้องตะโกนให้ทาสผู้ชายช่วยแต่ก็สู้สองอั้งยี่ไม่ได้ โชคยังดีที่พระยาไชยากรพยุงร่างอ่อนแรงมาพร้อมปืนยาวคู่ใจ ยิงขู่หลานชายพร้อมกับลูกสมุนอั้งยี่ให้หยุดวางอำนาจ มาโนชหน้าเสีย ตั้งท่าจะอ้างโน่นอ้างนี่เหมือนเคย แต่พระยาจอมงกไม่ฟังและขับไล่เขาออกจากเรือน

พระยาไชยากรอาการทรุดหนักเพราะออกแรงและเครียดมากเกินไป ส่วนมาโนชออกจากเรือนอย่างเสียไม่ได้ โดยมีเฉียวหูกับเค้งตามประกบไม่ห่าง สองอั้งยี่ไม่ชอบใจนักเพราะเห็นว่าถ้าสู้ต้องชนะแน่ แต่มาโนชกลับบอกให้รอเวลาเพื่อหาโอกาสกลับมาทวงสมบัติที่ควรจะเป็นของเขาภายหลัง เค้งชวนลูกพี่หนี แต่เฉียวหูเหยียดยิ้มเบาๆและบอกให้รอ...เพราะการรอคอยครั้งนี้น่าจะให้ประโยชน์แก่เขาและพรรคพวกอั้งยี่อย่างมหาศาล

“ลื้อลองคิดดู ไอ้มาโนชมันอยากได้สมบัติจนคนรู้กันทั่ว หากเราสวมรอยปล้นแลฆ่าทิ้งเสียทั้งเรือน ใครจะสงสัยมาถึงพวกเรา มีแต่ไอ้มาโนชรับไปคนเดียวเท่านั้น!”

ฟากน้ำทิพย์กลับจากเข้าวังก็ตกใจมาก เมื่อนิ่มบอกว่ามาโนชก่อวีรกรรมให้เฉียวหูกับเค้งมาวางอำนาจบาตรใหญ่ขู่จะเอาสมบัติบนเรือน พระยาไชยากรมีไข้ขึ้นสูง แต่ยังฝืนสั่งลูกสาวให้หอบเมียกับน้องไปอยู่ในวัง หากเขามีอันเป็นไประหว่างนี้ รวมทั้งสมบัติพัสถานด้วย กลัวมาโนชจะยกพวกมาขนไปหมด

น้ำทิพย์ร้องไห้โฮ พระยาไชยากรต้องปลอบ “พ่อผิดเอง ถ้าพ่อยังอยู่ในตำแหน่ง มีหรือพ่อมาโนชจะเหิม เกริมถึงเพียงนี้ แต่เพราะพ่อไม่เชื่อลูก ขัดพระบรมราช– โองการจนถูกปลด ทำให้พ่อมาโนชดูถูกดูแคลน มิเพียงผัดผ่อนไม่ยอมแต่งกับลูก แต่ยังใช้กำลังรังแกเอาอีก ทั้งหมดเป็นเพราะพ่อเองที่ทำให้ลูกต้องลำบาก”

น้ำทิพย์กอดพ่อแน่น ปลอบไม่ให้เขาโทษตัวเองเพราะกลัวอาการทรุดกว่านี้ ส่วนนิ่มกับอบเชยหารือกันอย่างเคร่งเครียดที่ศาลาท่าน้ำ หนักใจว่ามาโนชอาจกลับมาเอาเรื่องอีกในไม่ช้า อบเชยเห็นท่าทางญาติสาวเครียดก็ทุกข์ไปด้วย แต่ไม่ช้าก็คิดได้และพอรู้ว่าใครที่ช่วยนิ่มกับน้ำทิพย์ได้

ooooooo

แผนการของอบเชยคือให้น้ำทิพย์ไปบอกเรื่องทั้งหมดกับแก้ว เพื่อให้ไปพูดกับน้อม น้ำทิพย์ทำตามที่ขอและก็เป็นจริงตามคาด น้อมตื่นเต้นดีใจออก นอกหน้าได้เจอแก้ว และยอมทำตามทุกอย่างหากเขาขอร้อง แต่ถึงกระนั้นก็แกล้งทำงอนเพราะเขาไม่เคยแวะมาหาเลยตั้งแต่ได้ดิบได้ดีเป็นข้าราชการหนุ่ม

แก้วอึดอัดเล็กน้อยที่ถูกตัดพ้อราวกับเป็นคนรัก แต่สติก็ทำให้เขาดึงน้อมกลับมาที่เรื่องของนิ่ม โดยสร้างเรื่องว่าหลานชายคนเดียวของน้อมถูกพวกลูกสมุนของมาโนชตีจนร้องไห้จ้า

“ท่านเจ้าคุณป่วยหนักมาก คุณมาโนชเลยฉวยโอกาส ข่มเหงคนในเรือน ไม่เว้นแม้แต่หลานชายของคุณนาย ถูกคนของคุณมาโนชตีจนร้องไห้...ฟังว่าตอนถูกตีร้องหายายให้ช่วยตลอดเวลา น่าเวทนาเหลือเกินขอรับ”

“นี่มันกล้าตีหลานฉันเชียวหรือ ต่อให้ใหญ่โตกว่านี้สักร้อยเท่าก็เห็นจะอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้แล้ว”

น้อมว่าจ้างนักเลงละแวกวัดบัญญัติไปเฝ้าเรือนพระยาไชยากร และก็ได้ปะทะกับพวกมาโนชเย็นวันเดียวกันตามคาด เฉียวหูกับเค้งจำต้องถอยร่นเพราะพวกนักเลงมีฝีมือพอตัวและมีจำนวนมากกว่า นิ่มกับอบเชยเบาใจขึ้นมากและสั่งหัวหน้านักเลงให้เฝ้าระวังเรือนให้ดี ใครจะมาจะไปให้รายงานก่อน ส่วนพระยาไชยากรไม่รู้เรื่องและหายใจหอบถี่เพราะพิษไข้ น้อมเข้าไปเยี่ยมพร้อมลูกสาว เหยียดยิ้มสะใจจนนิ่มไม่สบายใจ

น้อมไม่สนเพราะสภาพของพระยาไชยากรเหมือนคนสิ้นฤทธิ์ “แม่ก็ต้องมองให้เห็นเป็นบุญตาหน่อยสิแม่นิ่ม พระยาไชยากรผู้หยิ่งยโส ถือเนื้อถือตัวเป็นที่สุด แต่ตอนนี้ กระทั่งลุกขึ้นนั่งยังทำไม่ได้ ภาพเช่นนี้หาดูได้ยากนัก”

เมื่อพระยาไชยากรทราบว่าน้อมพาพวกนักเลงมาช่วยก็เจ็บใจมาก แต่ไม่มีแรงเถียงเลยจำต้องนอนพักทั้งน้ำตาคับแค้นใจเหลือเกินที่ปกป้องลูกเมียตัวเองไม่ได้ น้อมยิ้มเยาะสะใจและผละไปเล่นกับหลาน นิ่มกุมมือเขาแน่น ให้กำลังใจว่าเขาต้องหายในเร็ววันเพื่อเล่นกับลูกและอยู่กับเธอไปนานๆ...แล้วเราจะได้มีความสุขกันอีกครั้ง

ส่วนน้ำทิพย์ไปหาแก้วที่บ้านเช่า แม้จะดีใจที่พวกมาโนชถูกกำราบ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีของแก้ว

“เจ้าเล่ห์พอกัน ทั้งแม่อบเชยทั้งแก้ว อยู่ดีๆก็ไปดึงแม่น้อมเข้ามา ฉันไม่น่าบอกแก้วตามที่แม่อบเชยขอเลย”

“ถึงคุณนายน้อมรู้ทีหลัง ก็ต้องมาเกี่ยวอยู่ดีขอรับ รู้ตอนนี้จะได้ช่วยปกป้องทุกคนอย่างไรล่ะขอรับ แล้วกระผมก็จะได้มีเวลาเกลี้ยกล่อมไอ้เข้มด้วย ถ้าไอ้เข้มยอมเป็นพยาน ก็คงไม่มีใครต้องเดือดร้อนอีก”

น้ำทิพย์พยักหน้ารับ แม้จะเบาใจเรื่องมาโนช แต่เรื่องความหวังจะกลับไปรับราชการและอาการเพียบหนักของพ่อทำให้อดหนักใจไม่ได้ แก้วพลอยทุกข์ไปกับคนรัก เลยจะช่วยหาวิธีให้พระยาจอมงกหายจากตรอมใจ

เวลาเดียวกันที่เรือนแก้ว บุญเจิมกรีดร้องและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เพราะเข้มปราดมารวบตัวจากด้านหลังและลวนลามเธออย่างตะกรุมตะกราม บุญเจิมฮึดสู้ผลักตัวออกและคว้ามีดอีโต้มาขู่จะฆ่าถ้ากล้าขืนใจ เข้มไม่กลัวแถมโต้ว่าเธอคงเป็นเมียแก้วแล้วถึงเล่นตัวขัดขืน...ลืมไปแล้วหรือว่าเป็นเมียเขามาก่อน

“ไอ้เข้ม...ไอ้ชิงหมาเกิด มึงขืนใจกู แล้วยังใส่ร้ายกูอีก ถ้ามึงยังปากพล่อย วันนี้ไม่มึงก็กูต้องตายกันไปข้าง”

“เอ็งน่ะหรือ ไม่อยากเป็นเมียไอ้แก้ว แค่ช่วยไอ้แก้วหนีรอด เอ็งถึงกับยอมทอดกายให้ข้าเชยชม ตอนนี้ไอ้แก้วพ้นจากทาส แลยังได้รับราชการ เอ็งจะไม่อยากเป็นเมียมันได้อย่างไร หลับนอนกับมันนับครั้งไม่ถ้วนแล้วมากกว่า”

บุญเจิมร้องลั่นและเอามีดไล่ฟาดเข้มอย่างไม่กลัวตาย เข้มหนีไปนอกครัว เจอแก้วกับน้ำทิพย์ที่ยืนตะลึงเพราะได้ยินเรื่องทุกอย่าง บุญเจิมอ้าปากค้าง ปล่อยมีดร่วงลงพื้น ไม่คิดมาก่อนว่าความจริงจะถูกเปิดเผยโดยไม่ทันตั้งตัว แก้วเครียดหนักและตัดสินใจถามบุญเจิมตรงๆว่าทำไมไม่บอกเขาว่าเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยเขา

“บอกแล้วจะมีอะไรดีขึ้นหรือ ให้พี่เวทนาที่ฉันมันโง่เง่าต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยพี่ หรือให้พี่ซาบซึ้งในบุญคุณของฉัน ฉันไม่ต้องการดอก คนอย่างอีเจิม เมื่อชั่วแล้วก็ขอชั่วคนเดียว ไม่ขอดึงใครเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย”

“ถ้าเอ็งได้ชั่ว ข้าก็ชั่วกว่า เพราะข้าเป็นต้นเหตุให้เอ็งต้องแปดเปื้อน แลหากข้ารู้ก่อน ข้าก็ขอตายในเรือนขังทาส ดีกว่าเอาศักดิ์ศรีของเอ็งแลกอิสรภาพเช่นนี้”

น้ำทิพย์น้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ บอกให้ไล่เข้มออกไปทันทีที่หาย ไม่อยากให้บุญเจิมลำบากใจ อดีตทาสสาวจะค้านเพราะรู้ว่าเข้มเป็นพยานปากสำคัญจะเอาผิดมาโนช แต่แก้วไม่ยอมและตัดสินใจเด็ดขาด

“คุณน้ำทิพย์พูดถูก ชีวิตคนอื่นสำคัญ ชีวิตน้องสาวข้าก็สำคัญเช่นกัน ข้าจะไม่ให้ใครทำร้ายเอ็งอีกแล้วนังเจิม”

ooooooo

แม้จะยืนยันอย่างนั้น แต่น้ำทิพย์ก็อดกังวลใจเรื่องระหว่างบุญเจิมกับแก้วไม่ได้ กลัวจะแอบเห็นใจและซาบซึ้งในบุญคุณจนแอบมีสัมพันธ์กัน แต่ถึงกระนั้นความรู้สึกผิดก็ทำให้บุตรีพระยาไชยากรได้สติ และตัดใจปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม นมอ้อนไม่เห็นด้วยแต่น้ำทิพย์ยืนกรานไม่ให้จับผิด...เพราะบุญเจิมเสียสละเพื่อแก้วมามากแล้ว

ฝ่ายพระยาไชยากรอาการทรุดหนักจนนิ่มกับน้ำทิพย์เป็นกังวล เมื่อแก้วทราบเรื่องก็จะไปเยี่ยม บุญเจิมไม่อยากให้ไปเพราะกลัวเขาเป็นอันตราย แต่แก้วตัดสินใจไปเพราะเชื่อว่าการปรากฏตัวของเขาจะทำให้พระยาจอมงกฮึดสู้ และก็เป็นจริงดังคาด เพราะพระยา–ไชยากรหัวเสียจัด พยายามไล่เขาออกจากเรือนทั้งที่ไม่มีแรง

“ไล่กระผมไป กระผมก็จะไป แต่กระผมจะกลับมาอีก...กลับมาแต่งงานกับคุณน้ำทิพย์อย่างไรล่ะขอรับ”

พระยาไชยากรโมโหมาก ลุกพรวดจะบีบคออดีตทาสในเรือนเบี้ย แต่ก็ไม่ทำให้แก้วระคายเคืองเพราะอ่อนแรงเต็มที แก้วแกล้งยั่วว่าเขาคงป่วยมากจนทำร้ายเขาไม่ได้ พระยาจอมงกตาเหลือกโต้กลับเสียงเข้ม

“อย่าหวังว่าเลือดกูจะเปลี่ยนสี เพราะมีเลือดทาสมาแปดเปื้อน ต่อให้กูตาย กูก็ไม่ยอมให้มึงแต่งงานกับลูกกู!”

“คนตายแล้ว ขัดขวางใครไม่ได้ดอกขอรับ ถ้าท่านเจ้าคุณไม่อยากให้วงศ์ตระกูลของท่านเจ้าคุณต้องเสื่อมเกียรติ ก็มีทางเดียวคือท่านเจ้าคุณต้องไม่ตาย หากท่านเจ้าคุณยังไม่หายก็ไม่มีทางขวางกระผมได้ ถ้าท่านเจ้าคุณอยากเอาชนะผม ก็ต้องแข็งใจสู้โรคภัยมากกว่านี้ ยิ่งมัวท้อแท้ตรอมใจเพราะเสียยศศักดิ์ ก็ยิ่งหมดหวังชนะกระผมแน่”

พระยาไชยากรโกรธจัด แต่วิธีของแก้วก็ได้ผลเพราะทำให้คนตรอมใจฮึดสู้กับอาการป่วยจนทุกคนตื่นเต้นมาก น้ำทิพย์ตอบแทนความดีของเขาด้วยการพากริช ลูกของอ่อนมาหาและให้ไปอยู่กับแก้วที่บ้านเช่า เพื่อเป็นเพื่อนบุญเจิมที่วันๆต้องอยู่กับบ้านตามลำพัง แต่น้ำทิพย์ก็ต้องหนักใจกับการตัดสินใจของตน เพราะกริชเรียกแก้วกับบุญเจิมว่าพ่อกับแม่ตามที่เคยเรียกตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเป็นเรื่องไร้สาระ

ฝ่ายมาโนชรับรู้อาการหายวันหายคืนของพระยาไช–ยากรด้วยความแค้นใจ เฉียวหูกับเค้งอดแปลกใจไม่ได้ว่าเพราะอะไรพระยาจอมงกถึงฮึดสู้ ส่วนมาโนชไม่สนใจคิดหาเหตุผลเพราะในใจกังวลแต่เรื่องสมบัติและน้ำทิพย์

“เมื่อใช้กำลังไม่ได้ก็ต้องอดทน เวลานี้ข้าก็ไม่คิดแต่งงานกับน้องน้ำทิพย์แล้ว สู้หาที่หมายใหม่เกื้อหนุนยศถาบรรดาศักดิ์ของข้าดีกว่า สมใจเมื่อใดค่อยเอาน้องน้ำทิพย์มาเป็นเมียน้อยให้หายแค้น”

ฟากพระยานิติธรรมธาดาหมั้นกับดาราหลายเดือนต่อมาตามความต้องการของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เรือนแพของเขา ตุ๊กตาก็กำลังเจ็บท้องจะคลอดลูก น้ำทิพย์ตกใจและพยายามช่วยสุดความสามารถ โดยมีแก้วไปตามนมอ้อนมาเป็นหมอตำแยทำคลอด เมื่อพระยานิติธรรมธาดากลับมาก็ทันได้เห็นหน้าลูกชายพอดี

แม้ตุลาการหนุ่มจะเห่อลูกชายมาก แต่ก็ไม่ยอมให้ตุ๊กตากับลูกไปอยู่ที่เรือนใหญ่ด้วย

“ท่านเจ้าคุณจะไม่ให้ตุ๊กตากับลูกไปอยู่ด้วยหรือคะ ตุ๊กตาอยากให้ลูกได้เห็นหน้าพ่อทุกวัน”

“อย่าเลย...ฉันเพิ่งหมั้นหมายกับคุณดารา เกรงว่าจะมีปัญหา เอาไว้ฉันค่อยๆบอกคุณดาราดีกว่า แต่ถึงคุณดาราจะอนุญาต ฉันก็อยากให้อยู่คนละบ้านมากกว่านะ ฉันเห็นมาหลายคนแล้ว เมียหลวงเมียน้อยอยู่ด้วยกัน มีแต่เรื่องร้อนใจไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนเรื่องลูก ฉันจะมาหาบ่อยๆ ตุ๊กตาไม่ต้องกลัวดอก”

ตุ๊กตาจนด้วยเหตุผล จำต้องก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไปเพราะกลัวเขาเสียหน้าเพราะมีเมียบ่าว

ooooooo

ลูกทาส

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด