ตอนที่ 11
แผนการของบุญเจิมกับคอกดำเนินไปได้ด้วย ดีและเงียบเชียบ วันเวลาผ่านไปหลายเดือนต่อมา พร้อม กับอาการของน้ำทิพย์ที่ดีขึ้นมากเพราะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พระยาไชยากรเบาใจขึ้นและเตรียมหาทางจัดงานแต่งอีกครั้ง ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มาเยือนถึงเรือนเพื่อเรียกตัวไปสอบสวน ข้อหาขัด พระบรมราชโองการ!
พระยาไชยากรตกใจมาก ไม่คิดว่าเรื่องจะแดง เช่นเดียวกับน้ำทิพย์ที่หน้าซีดเผือดเพราะกลัวพ่อถูกอาญาฐานขัดพระบรมราชโองการ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำชับว่าเรื่องนี้ถูกสั่งตรงมาจากเสนาบดีประจำนครบาลและอาจต้องเชิญพระยาจอมงกเข้าเฝ้าในบ่ายวันเดียวกัน เมื่อมาโนชทราบเรื่องก็จัดแจงติดสินบนเจ้าพนักงาน ด้วยการใส่ถุงเงินลงบนถาดใส่ขนมหวานหน้าตาน่ารับ ประทาน แต่เจ้าหน้าที่รู้ทันและปฏิเสธเสียงเย็น
“คงไม่เหมาะกระมังขอรับ เพราะงานของกระผมยังไม่เสร็จ แลงานนี้เพียรหาพยานหลักฐานมาเป็นแรมเดือน กระผมจะเห็นแก่ของหวานจนเสียงานก็ไม่ควร ยิ่งหากท่านเสนาบดีถามถึง กระผมก็จะได้รับโทษหนักไปด้วย”
มาโนชหน้าเสีย เครียดหนักเพราะกลัวถูกลงอาญาด้วยเพราะอยู่เรือนเดียวกัน แต่ถึงกระนั้น พระยาไชยากร กลับไม่เกรงเท่าที่ควร เพราะเชื่อว่าตัวเองเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีความดีความชอบมานาน
“พ่อไม่เชื่อว่าจะโดนลงโทษอะไรหนักหนา อย่าให้รู้แล้วกันว่าใครมันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องร้อง พ่อไม่เอามันไว้แน่”
“แต่เราก็ผิดจริงนะคะ ลูกเคยเตือนคุณพ่อหลายครั้งแล้วคุณพ่อก็ไม่ฟัง”
“นี่มันใช่เวลาจะมาตำหนิพ่อหรือไม่น้ำทิพย์...พ่อคงไปพูดให้ท่านเสนาบดีเข้าใจ แลอาจต้องเข้าเฝ้าพระองค์ท่านด้วย แต่ถึงอย่างไรพ่อก็เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แม้พ่อจะผิด แต่ก็คงไม่มีใครเห็นไอ้ทาสชั้นต่ำพวกนี้ดีกว่าพ่อเป็นแน่!”
พระยาไชยากรเดินตามเจ้าหน้าที่ออกไปแล้ว น้ำทิพย์มองตามด้วยความเป็นห่วง กลัวความหยิ่งผยองของพ่อจะถูกหักอย่างไม่ไว้หน้า เพราะขัดพระบรมราช โองการลูกทาสลูกไท
ฝ่ายแดงหน้าซีดเผือดเมื่อทราบจากหมอว่าอาการป่วยของตนถึงขั้นวิกฤติเกินจะเยียวยา จนถึงขั้นเป็นลมหมดสติกลางย่านร้านค้าจนตุ๊กตาต้องให้คนหามกลับมาที่เรือนแพ น้ำทิพย์ผ่านมาเห็นเลยตามมาช่วยดูแลและเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ส่วนพระยานิติธรรม-ธาดาก็รีบไปคุยกับหมอและจะตามมาดูอาการน้องสาวในภายหลัง
เมื่อรับทราบอาการของแดงจากหมอ พระยานิติธรรมธาดาจึงไปตามพระยาเดชารณภพและลออมาดูอาการน้องสาว อยากให้ได้ใช้เวลาด้วยกันก่อนจะไม่มีโอกาสอีก ส่วนน้ำทิพย์กังวลใจเรื่องแดงมาก และตัดสินใจไปนิมนต์พระแก้วมาดูใจสักครั้ง เผื่อจะทำให้มีกำลังใจสู้รักษาตัว พระแก้วตอบรับอย่างไม่ลังเล และไปถึงเรือนแพของตุลาการหนุ่มในเย็นวันเดียวกัน แดงยกมือไหว้ทั้งๆที่นอนอยู่ และไอหนักจนน่ากลัว
พระแก้วมองดูด้วยความสงสารจับใจ “เจริญพร... อาตมาใคร่ขอร้องอย่าได้พูดคำใดอีกเลย เพราะการพูดจะทำให้ไอแลอาเจียนอีก ขณะนี้สีกาพึงสำรวมจิต ตั้งมั่นเอาชนะโรคภัยเถิด”
แดงส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนแรง “ฉันเอาชนะสิ่งใดไม่ได้แล้ว เพราะฉันพ่ายแพ้สิ่งที่ตั้งหวังไว้ยับเยิน ชีวิตนี้ฉันไม่เสียดายเลย เพียงแต่เสียใจที่มิได้อยู่อุปถัมป์พระให้ตลอดรอดฝั่ง”
แดงส่งสายตาขอร้องน้ำทิพย์ให้ได้พูดกับพระ-แก้วตามลำพัง บุตรีพระยาไชยากรทำตามด้วยความเต็มใจแต่ยังเปิดประตูแง้มไว้เพื่อไม่ให้พระผิดวินัย พระนิติธรรมธาดาพาพ่อกับแม่มาถึงพอดี จึงได้ทราบเรื่องว่าน้ำทิพย์นิมนต์พระแก้วมาเยี่ยมแดง ลออตกใจมาก คิดว่าลูกสาวคงอาการเพียบหนักถึงกับต้องนิมนต์พระ
“มิได้ขอรับคุณอา คุณน้ำทิพย์เธอไม่ได้นิมนต์พระมาเพื่อให้น้องแดงไปสู่สุคติ แต่นิมนต์มาเพื่อเหตุอื่นขอรับ”
พระยาเดชารณภพสงสัยว่าเรื่องอะไร พระยา-นิติธรรมธาดากับน้ำทิพย์มีท่าทีอึกๆอักๆ อ้นไม่เห็นประโยชน์จะปิดบังเลยตัดสินใจแนะเจ้านายให้บอกเรื่องความรู้สึกของแดงต่อพระแก้ว พระยาขี้เมากับภรรยาถึงกับพูดไม่ออก แม้จะไม่เห็นด้วยแต่เพราะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตลูกเลยจำต้องพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ...โถ ลูกเอ๊ย...
ooooooo
ในขณะที่ทุกคนพูดคุยเรื่องอาการของแดงที่ชานเรือนแพด้วยความเห็นใจ พระแก้วกำลังบอกให้แดงพักผ่อน อย่าพยายามพูดอะไรอีกเลยเพราะกลัวอาการจะทรุดลงมากกว่านี้ แดงไม่ยอมแข็งใจรวบรวมแรงเฮือกใหญ่
“ให้ฉันพูดเถิดค่ะ เพราะถ้าฉันไม่พูดตอนนี้ ฉันอาจไม่ได้คุยกับท่านอีกแล้ว อย่างที่ฉันบอก...ฉันเสียใจที่จะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของท่าน แต่ฉันก็หวังจะเห็นท่านรุ่งเรืองต่อไป แต่หากท่านอยู่ในเพศฆราวาสคงยากนัก ฉันจึงอยากขอให้ท่านบวชไม่สึกตลอดชีวิต เพราะฉันมั่นใจในปัญญาของท่านว่าจะต้องได้เป็นสมเด็จในบรรพชิตเพศแน่”
พระแก้วตกใจมาก ไม่คิดว่าจะถูกขอเช่นนี้ “อาตมาได้ตั้งปณิธานไว้นานแล้ว ว่าเมื่อพ้นจากความเป็นทาสเขาเมื่อใด จะพยายามใช้ชีวิตเพื่อสนองพระคุณท่านผู้ให้ความเอื้อเฟื้อทั้งทางปัญญาแลชีวิต มิให้ได้ชื่อว่าเนรคุณ หากอยู่ในเพศบรรพชิต โอกาสที่กล่าวนั้นก็คงจะมิมีหวังเป็นได้เลย หวังว่าสีกาคงเห็นด้วยกับความจริงข้อนี้”
“ฉันไม่เห็นด้วยดอกค่ะ เพราะฉันถือว่าการบวชตลอดไปโดยไม่สึกนั้น นอกจากจะเป็นการเชิดชูพระศาสนาแล้ว ยังทำให้วิญญาณของฉันเป็นสุข ขอให้ท่านจงอยู่ในผ้าเหลืองจนเป็นสมภารเจ้าวัดเถอะค่ะ”
“เจริญพร..อาตมาขอภาวนาให้สีกาหายเจ็บไข้ ส่วนเรื่องบวชต่อหรือสึก อาตมาขอตรึกตรองก่อนสักเพลาหนึ่ง”
“ฉันไม่ต้องการคาดคั้นดอกค่ะ ที่ถามท่านเช่นนี้ ก็เพื่อจะปลดโซ่ตรวนในใจฉันเท่านั้น มาบัดนี้...ฉันเข้าใจแล้วว่าภาระสำคัญที่รั้งมิให้ท่านครองผ้าเหลืองตลอดชีพนั้นคืออะไร”
พระแก้วพูดไม่ออก ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้เพื่อถนอมน้ำใจแดง ครอบครัวของพระนิติธรรมธาดามองพระแก้วด้วยสายตาขอบคุณ ที่พระอุตส่าห์มีน้ำใจมาเยี่ยมและทำให้แดงสดชื่นขึ้น ส่วนน้ำทิพย์สบายใจที่ได้ทำบางอย่างเพื่อช่วยแดง แต่กลับต้องหน้าเสียเมื่อกลับเรือนมาทราบข่าวร้ายของพ่อว่าถูกปลดออกจากราชการ!
เรื่องถูกปลดออกจากราชการของพระยาไชยากรรู้ถึงหูน้อมในบ่ายวันต่อมา อบเชยส่ายหน้าเหนื่อย หน่าย บ่นเบาๆว่าพระยาจอมงกทำตัวเอง เรื่องปกปิดไม่ให้ทาสเป็นไทตามกฎหมาย นิ่มรับฟังด้วยสีหน้าซีดเผือด เป็นห่วงสามีมากเพราะรู้ดีว่าเขาเจ้ายศเจ้าอย่างและรักหน้าตาศักดิ์ศรีมากเพียงใด น้อมเห็นสีหน้าลูกก็รีบดักคอ
“แม่นิ่มคงไม่ลืมดอกนะ ว่าต้องซมซานกลับมาอยู่กับแม่เพราะอะไร ถึงไม่รักแม่ก็ขอให้รักศักดิ์ศรีตัวเองบ้าง”
“แม่ไม่ต้องกลัวดอกจ้ะ ฉันกับท่านเจ้าคุณสิ้นวาสนากันแล้ว ไม่มีวันที่ฉันจะกลับไปหาท่านอีกดอก”
“คิดถูกแล้วแม่นิ่ม อีตอนมีวาสนาก็หยาม ตอนนี้ถูกปลดเป็นไพร่เท่ากัน ใครกลับไปหาอีกก็โง่เต็มทนแล้ว”
ฝ่ายพระยาไชยากรหมดอาลัยตายอยากในชีวิต น้ำทิพย์ยกสำรับกับข้าวมาให้ สงสารพ่อจับใจที่ต้องตกอับเช่นนี้ ยิ่งเขาพูดเหมือนจะฆ่าตัวตายหนีอายยิ่งเครียดหนัก ไม่อยากให้เขาพูดแบบนี้และโทษแต่คนอื่นที่ทำให้ถูกลงโทษ
“พ่อจะฆ่ามัน หากพ่อรู้ว่าใครเอาเรื่องไปกราบ บังคมทูลให้พ่อต้องถูกปลดออกจากราชการ พ่อไม่เอามันไว้แน่”
“ถึงขั้นนี้แล้ว คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ทาสที่เกิดปีมะโรงสัมฤทธิศกทุกคนก็ได้เป็นไท ย้ายออกจากเรือนกันหมดแล้ว แลตอนนี้คุณพ่อก็ไม่ได้รับราชการ คงไม่อาจเฆี่ยนตีทาสได้เหมือนก่อนอีก ลูกว่าคุณพ่ออย่าคิดเรื่องนี้อีกเลย”
พระยาไชยากรขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็รับสภาพน่าสมเพชเวทนาของตัวเองแบบนี้ไม่ได้ มาโนชแอบฟังเรื่องราวจากข้างนอก เหยียดปากอย่างดูถูก...ไม่ยำเกรงพระยาจอมงกอีกต่อไป
ooooooo
มาโนชตัดสินใจส่งคนไปฆ่าพระแก้วอีกครั้ง ด้วยการขู่บังคับพลอยกับเข้มให้จัดการ หาไม่จะจับไปขายในตลาดทาสที่หัวเมืองปักษ์ใต้ สองทาสหนุ่มจำต้องยอมและวางแผนไปบุกถึงวัดในคืนเดียวกัน
ฝ่ายพระแก้วนั่งอ่านหนังสือจนดึกดื่นบนกุฏิ โดยมีคอกดูแลไม่ห่างและเล่าเรื่องความตกต่ำของพระยาไชยากร บ่นเสียดายไม่หยุดว่าหากอดีตนายทาสถูกปลดก่อนหน้านี้ เขากับพระคงไม่ต้องลำบากระหกระเหินเช่นนี้
“การยินดีในคราวเคราะห์ผู้อื่นไม่ใช่สิ่งดีงามนะโยมคอก การให้อภัยต่างหาก คือหนทางระงับเวรกรรมที่แท้จริง”
“หลวงพี่เป็นพระก็ต้องระงับเวรด้วยการไม่จองเวร แต่กระผมเป็นฆราวาส ขอจองเวรบ้างพอไม่ให้อึดอัดขอรับ”
“แต่จะว่าไป เรื่องนี้ก็พิกลอยู่ ท่านเจ้าคุณระมัดระวังนัก ไม่ให้พวกทาสรู้ความจริง แล้วเหตุใดพวกทาสถึงเอาไปฟ้องร้องได้ ชะรอยต้องมีคนชี้ช่องทางเป็นแน่ หรือโยมคอกว่าอย่างไร”
คอกหน้าเจื่อนกลัวถูกจับได้ ตั้งท่าจะบิดเบือนกลบเกลื่อนเต็มที่ แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเสียก่อน เมื่อมีคบไฟหลายอันถูกขว้างเข้ามาทางหน้าต่าง พระแก้วกับคอกช่วยกันดับไฟ แต่เห็นว่าคงทานไม่ไหว จึงรีบหยิบผ้าห่มมาชุบน้ำแล้วคลุมหน้ากับตัวออกไปนอกกุฏิ พลอยกับเข้มรออยู่แล้วและตรงเข้าฟาดฟันพระแก้วกับคอกจนแทบเอาชีวิตไม่รอด พลอยได้จังหวะจะแทงพระแก้ว คอกเห็นเข้าเลยเอาตัวรับแทน พระแก้วถลาไปประคอง น้ำตาพาลไหลอย่างช่วยไม่ได้ที่เพื่อนรักคนสำคัญต้องมาตายก่อนวัยอันควร คอกยกมือห้ามไม่ให้ร้องและฝากฝังบุญเจิมก่อนจะจากไปอย่างสงบพลอยกับเข้มเห็นท่าไม่ดีเลยรีบหนี แต่ไม่พ้นถูกมาโนชด่าชุดใหญ่ที่พลาดไม่เป็นท่าอีก แต่เมื่อเห็นว่าทำอะไรไม่ได้เลยให้เงินเพื่อหนีไปนอกเมือง แต่น้ำทิพย์แอบได้ยินเสียก่อนและตัดสินใจปรากฏตัว
“นึกแล้วไม่มีผิด คนที่ทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้ได้ คงไม่มีใครอื่นอีก จะเกลียดชังกันอย่างไรก็รอให้พระสึกก่อนไม่ได้หรือคะ คิดจะฆ่าแกงกันทั้งผ้าเหลือง หรือกลัวว่าตายไปแล้วจะไม่ได้ตกนรกใต้ฐานเทวทัต ฉันจะไม่เย็นอีกต่อไปแล้ว ที่แล้วมาฉันยอมอ่อนข้อมาตลอด แต่คราวนี้...เชิญไปแก้ตัวกับนครบาลกันเองเถิด”
น้ำทิพย์สะบัดหน้าเดินหนี มาโนชรีบพูดตามหลังว่าพระยาไชยากรมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ด้วย
“พี่คนเดียว...มีหรือจะกล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้ ก่อนจะมาแจ้งนครบาลให้มาจับพี่ ลองไปถามคุณอาก่อนว่าใครกันที่บอกว่าหากไอ้แก้วตายจะยอมยกน้องให้พี่ โดยไม่ต้องรอให้พี่เป็นขุนหรือหลวงก่อน”
พลอยกับเข้มเห็นสองเจ้านายเถียงกันเลยหยิบถุงเงินหนีออกไป ส่วนน้ำทิพย์รีบไปที่เรือนเพื่อถามจากพ่อให้รู้เรื่อง มาโนชมองตามด้วยแววตาเย้ยหยัน มั่นใจมากว่าน้ำทิพย์ไม่เอาเรื่องตัวแน่ เพราะไม่อยากประจานพ่อตัวเอง
สภาพพระยาไชยากรที่เกือบฆ่าตัวตายเพราะตรอมใจเรื่องถูกปลดออกจากราชการทำให้น้ำทิพย์ไม่กล้าซักไซ้เรื่องบงการฆ่าพระแก้ว นมอ้อนรับฟังทุกอย่างด้วยความอ่อนใจและตัดสินใจพูดความเห็นของตัวเอง
“ก็ไม่แน่นะเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณชังพระแก้วนัก ทั้งที่ท่านเป็นคนถือยศถืออย่าง แต่ก็ยังยอมยกคุณน้ำทิพย์ให้คุณมาโนชได้ โดยที่คุณมาโนชไม่ได้มีบรรดาศักดิ์อะไรเลย แล้วถ้าจะฆ่าพระทั้งผ้าเหลือง จะแปลกอะไรล่ะเจ้าคะ”
น้ำทิพย์ร้องไห้โฮด้วยความสงสารพ่อ “ฉันไม่กล้าถามคุณพ่อ ยิ่งเห็นท่านเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ยิ่งพูดไม่ออก แลถ้าเป็นจริง ฉันก็คงต้องปล่อยคนผิดลอยนวลไปอีกแล้ว ฉันมันช่างบาปหนาเหลือเกิน”
“โถ...ทูนหัวของนม คุณน้ำทิพย์ไม่ได้บาปหนาดอกเจ้าค่ะ แต่ที่จำใจทำเพราะกตัญญูต่อคุณพ่อต่างหาก”
ooooooo
การตายของคอกทำให้พระแก้วตัดสินใจสึกในวันต่อมา เพราะรุ่มร้อนด้วยอยากตามหาความจริงเรื่องคนบงการลอบฆ่าตนถึงวัด คำพูดเฮือกสุดท้ายของคอกที่บอกว่าจำรอยสักบนข้อมือมือมีดได้ว่าคือพลอย ยิ่งทำให้เครียดหนัก พระนิติธรรมธาดามารอรับที่วัดและบอกว่าพลอยกับเข้มหายตัวไปแล้วหลังก่อเหตุเมื่อคืน
“ถึงไอ้พลอยไอ้เข้มหนีไปแล้ว แต่คุณมาโนชก็ยังไม่พ้นข้อสงสัยอยู่ดี ระหว่างนี้...คงไม่กล้าทำอะไรกระผมดอกขอรับ แต่กระผมไม่อยากประมาท หมดงานศพไอ้คอกก็จะหลบไปอยู่ที่อื่น จะได้ปลอดภัยแลได้มีเวลาคิดเรื่องที่ผ่านมา”
“ถ้าอย่างนั้นแก้วพร้อมเมื่อไหร่ก็ไปอยู่กับตาฉันที่นนทบุรีแล้วกัน ตาฉันมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ส่วนใหญ่ก็กินนอนกันบนเรือน แกไปอยู่ที่นั่น จะได้ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปทำร้าย”
แก้วยกมือไหว้ขอบคุณ ซาบซึ้งใจมากที่ตุลาการหนุ่มเมตตาช่วยเหลือ แต่ก่อนจะหนีอีกครั้ง เขาต้องไปบอกบุญเจิมเรื่องคอกเสียก่อน ทาสสาวถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น เปรยเสียงเบาว่ายังเห็นเขามาหาแต่เช้ามืดอยู่เลย
แก้วส่ายหน้าเบาๆ “เป็นไปไม่ได้ดอกนังเจิม เอ็งติดคุกอยู่ ใครเขาจะให้ไอ้คอกเข้าไปเยี่ยมเวลานั้น หากเป็นจริง ก็คงเพราะไอ้คอกมันห่วงเอ็งมาก วิญญาณมันจึงมาหาเอ็งเสียมากกว่า”
บุญเจิมคิดตามแล้วร้องไห้โฮ “ไม่จริง...ไอ้คอกต้องไม่ตาย พี่บอกฉันมาสิว่าพี่แกล้งหลอกฉันเล่นเพื่อลองใจว่าฉันรักไอ้คอกจริงหรือไม่ ไอ้คอกยังไม่ตาย มันยังไม่ตายใช่หรือไม่พี่”
บุญเจิมร้องไห้ปิ่มว่าน้ำตาจะเป็นสายเลือด แก้วสงสารทาสสาวมากแต่ไม่รู้ว่าจะปลอบเช่นไร ได้แต่ลาจากมาช่วงสายวันเดียวกันเตรียมตัวไปอยู่กับหมื่นลพ...ตาของพระยานิติธรรมธาดาที่หัวเมือง
น้ำทิพย์ได้จดหมายลาจากแก้วในวันเดียวกัน และตัดสินใจทำตามที่เขาแนะนำ ไปตามนิ่มมาดูแลเรือน เพราะกลัวมาโนชจะฉวยโอกาสตอนพระยาไชยากรไร้ยศแลตำแหน่ง วางอำนาจบาตรใหญ่ให้เดือดร้อน แต่น้อมไม่ยอมอ่อนข้อให้ หาว่ามาตบหัวแล้วลูบหลัง น้ำทิพย์นิ่งไปอึดใจแล้วเดินไปกราบที่ตักน้อมอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน
“ฉันรู้ค่ะ...ว่าคุณพ่อทำกับคุณนายแลแม่นิ่มไว้หนักหนา ฉันไม่กล้าขอให้คุณนายให้อภัยดอกค่ะ เพียงแค่อยากขอให้แม่นิ่มไปช่วยฉันดูแลเรือนแลควบคุมบ่าวไพร่เท่านั้น ซึ่งก็คงต้องแล้วแต่ความเมตตาของคุณนายแลแม่นิ่ม”
น้อมอึกๆอักๆ ไปไม่ถูกเมื่อเจอไม้อ่อนเช่นนี้ อบเชยได้สติก่อนเพื่อนเข้าไปพยุงน้ำทิพย์ว่าเป็นลูกชาติลูกตระกูลไม่ควรทำเช่นนี้ น้ำทิพย์ยิ้มบางๆและลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย แต่ไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจ
“คำว่าชาติตระกูลจะมีเกียรติได้ ก็ต่อเมื่อทำผิดแล้วยอมรับผิดนะคะ ฉันเองก็ทำได้แค่ขอขมาแทนคุณพ่อเท่านั้น ยังไม่สมกับสิ่งที่คุณนายแลแม่นิ่มได้รับดอกค่ะ”
น้อมยังใจแข็ง “แต่ถึงอย่างไร ฉันสองแม่ลูกก็เจ็บแล้วจำ แลยามที่ท่านเจ้าคุณมีอำนาจวาสนา ก็หาเคยเห็นหัวพวกฉันไม่ แต่วันนี้หมดสิ้นวาสนาแล้วจะมาตามกลับ พูดตรงๆนะคะ ใครไปก็โง่แล้ว...จริงหรือไม่แม่นิ่ม”
นิ่มไม่ตอบอะไรแต่มีสีหน้าลังเลอย่างเห็นได้ชัด น้ำทิพย์มองมาด้วยแววตาขอร้อง ส่วนน้อมส่งสายตาเหมือนจะปรามลูก อยากให้เจ็บแล้วจำ แต่คิดว่าคงยากเพราะดูท่าลูกสาวคงจะยังตัดใจจากพระยาจอมงกไม่ได้
นิ่มตัดสินใจตามน้ำทิพย์กลับไปดูแลเรือนพระยา–ไชยากร โดยมีอบเชยตามไปด้วย กลัวพระยาจอมงกจะทำให้ญาติสาวช้ำใจอีก เมื่อไปถึงเรือน นิ่มก็ได้แสดงตัวจัดการกับมาโนชเป็นคนแรก ที่ใช้ความกร่างตามวิสัยอันธพาล ข่มขู่จะเอากุญแจห้องเก็บสมบัติจากนมอ้อน มาโนชหน้าเสีย แก้ตัวกับน้ำทิพย์เป็นพัลวันว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระ
“ฉันได้ยินหมดแล้วล่ะค่ะ แลเห็นด้วยที่ว่านมอ้อนอายุมากแล้ว นับแต่นี้ ฉันจึงอยากปลงธุระในเรือนนี้ทั้งหมดให้แก่แม่นิ่ม ภรรยาอีกคนของคุณพ่อ หวังว่าพี่มาโนชคงจะไม่ขัดข้องนะคะ”
มาโนชตกใจโวยลั่น “เป็นแค่เมียน้อย จะให้ดูแลทรัพย์สมบัติได้อย่างไร”
อบเชยทนไม่ไหว ยิ้มเยาะแล้วแขวะ “ถึงจะเป็นเมียน้อยแต่ก็เป็นเมีย แลยังเป็นแม่ของลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณไชยากรด้วย นับกันแล้วยังใกล้ชิดกว่าคุณมาโนชมากนัก แล้วเหตุใดจะดูแลทรัพย์สินไม่ได้ล่ะคะ”
นิ่มยื่นมือไปรับกุญแจจากนมอ้อนและบอกให้ไปตามทาสทุกคนในเรือนมาแนะนำตัว จะได้ดูแลทั่วถึง มาโนชเจ็บใจมากที่ถูกหยาม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพลอยกับเข้มไม่อยู่แล้ว ลำพังตัวเองคงจะไม่มีน้ำยาจัดการ!
ฝ่ายพระยาไชยากรดีใจมากที่ได้เห็นหน้าลูกชายอีกครั้ง แต่ยังทำงอนตัดพ้อต่อว่านิ่มที่ใจดำ
“แล้วนี่กลับมาทำไมล่ะ ฉันถูกปลดจากราชการ ไม่ได้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”
นิ่มส่ายหน้าเบาๆอย่างอ่อนใจ “เพราะอย่างนี้ฉันถึงได้กลับมายังไงล่ะคะ ถ้าฉันทิ้งท่านเจ้าคุณยามทุกข์ยาก เมื่อลูกโตขึ้น ฉันก็ไม่รู้จะตอบลูกอย่างไร ว่าเหตุใดฉันถึงได้ใจดำกับพ่อของเขานัก”
“แม่นิ่มไม่ต้องกลัวคนครหาดอก ฉันทำร้ายแม่นิ่มก่อน แม่นิ่มควรจะสาแก่ใจในวิบากกรรมของฉันไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ...ฉันสาแก่ใจ เพราะฉันรักท่านเจ้าคุณมาก แต่ท่านเจ้าคุณกลับดูถูกเหยียดหยามฉัน แต่ความแค้น ความสะใจ ก็ยังน้อยกว่าความรักอยู่ดี ฉันถึงต้องกลับมาหาท่านเจ้าคุณอย่างไรล่ะคะ”
พระยาไชยากรตื้นตันจนน้ำตาคลอ โอบกอดเมียรักด้วยความซึ้งใจ นิ่มลูบหลังเขาเบาๆอย่างปลอบโยน หวังสุดใจว่าคราวนี้เขาคงเห็นถึงความจริงใจและความรักของเธอมากขึ้น ไม่ทำให้ช้ำใจอย่างที่ผ่านมา
ooooooo
มาโนชต้องรับศึกหนักที่เรือนเพราะไม่มีใครเข้าข้าง แล้วยังต้องเผชิญกับแก๊งอั้งยี่หลายกลุ่มที่ก่อเรื่องทะเลาะฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะกลุ่มซิวลี่กือ ซึ่งนำโดยเฉียวหูกับเค้ง ที่เสนาบดีประจำนครบาลถึงกับหมายหัวและมอบหมายให้มาโนชไปจัดการ แต่สองอั้งยี่ก็เอาตัวรอดไปได้เพราะแอบติดสินบนมาโนช
แต่ถึงกระนั้นมาโนชก็ไม่ชอบใจนัก เพราะถูกพวกอั้งยี่ขู่ตลอดไม่ให้ยุ่ง แต่หน้าที่การงานก็กดดันทำให้ต้องปะทะฝีปากกับพวกอั้งยี่หลายครั้ง จนหลานชายพระยาไชยากรถึงกับหมายมั่น...กูจะทำให้พวกมึงคุกเข่าต่อหน้ากูให้ได้!
ฝ่ายแก้วกราบลาพระนิติธรรมธาดาเพื่อเดินทางไปอยู่กับหมื่นลพพร้อมกับอ้น แดงแข็งใจพยุงร่างอ่อนแรงมาส่งที่ท่าเรือ แม้แก้วจะพยายามห้ามและพูดให้กำลังใจเท่าไหร่ แดงก็ไม่สนและตัดสินใจพูดสิ่งที่ตัวเองคิด
“อย่าปลอบใจฉันเลย แค่ฉันได้อยู่จนแก้วกลับมาที่นี่อีกครั้งฉันก็ดีใจมากแล้ว จะว่าไป...ชีวิตฉันกับแก้วก็แปลกดี ได้เจอกันแล้วก็พลัดพราก พอแก้วกลับมาให้เห็นหน้าได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องพลัดพรากกันอีกแล้ว”
แก้วหน้าขรึมลง พูดอะไรไม่ออกเพราะไม่อยากให้ความหวัง ซึ่งแดงก็รู้ทันและเอ่ยคำลากับเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับเข้าเรือน พระยานิติธรรมธาดาพยักหน้าให้แก้วเพื่อขอบใจและตามน้องสาวไปติดๆ แก้วได้แต่มองตาม ซาบซึ้งในน้ำใจของสองพี่น้องมาก และปฏิญาณว่าหากมีโอกาสจะต้องตอบแทนบุญคุณให้ได้
แก้วทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตน อยากให้หมื่นลพเอ็นดูและไม่นึกรังเกียจที่มาขอพึ่งใบบุญ แต่อ้นก็ทำพังหมดเพราะดันหลุดปากเล่าเรื่องเขาหักอกแดงอย่างไม่มีเยื่อใย นอกจากหมื่นลพก็ยังมีลอยนักมวยศิษย์เอกที่เขม่นแก้วตลอดเวลา จนกระทั่งท้าต่อยเพื่อขอดูเชิงมวยในเช้าวันต่อมา อ้นตกใจมากและรีบไปตามคนมาห้าม แต่หมื่นลพกลับเห็นดีเห็นงามเพราะหมั่นไส้แก้วเป็นทุน... อยากจะรู้นักว่าไอ้อดีตลูกทาสมันจะมีชั้นเชิงมวยแค่ไหน
ลอยได้เปรียบเพราะรู้จักชั้นเชิงมวย ส่วนแก้วเป็นพวกครูพักลักจำเลยล้มไม่เป็นท่าในช่วงท้ายๆ แต่ลอยก็ประมาทเพราะคิดว่าแก้วยอมแพ้ เลยถูกอดีตลูกทาสถีบเสียจุก ลงไปนอนแอ้งแม้งให้อายคนทั้งเรือน!
ลอยอ้างว่าเผลอไปหน่อยและอยากขอแก้มือ แก้วไม่อยากมีปัญหาเลยพูดอย่างเจียมตัวว่าไม่มีฝีมือเพราะไม่เคยมีครูสอนชกมวยเหมือนลอย หมื่นลพอึ้งไปอึดใจแล้วหันไปพูดกับแก้วเสียงเรียบ
“คารมเอ็งก็ไม่เบาเหมือนกันนะไอ้แก้ว เอ็งบอกว่าสู้ศิษย์มีครูอย่างไอ้ลอยไม่ได้ ก็หมายความว่า หากเอ็งมีครู เอ็งต้องชนะเป็นแน่ใช่หรือไม่ เพื่อความเป็นธรรม... ข้าจะสอนมวยให้เอ็งเอง สอนให้อย่างไม่ปิดบังแล้วค่อยมาเปรียบฝีมือกับไอ้ลอย ดูซิว่ามีครูคนเดียวกันแล้ว เอ็งจะสู้ไอ้ลอยได้หรือไม่”
ลอยกระหยิ่มยิ้มย่องอยากแก้มือเต็มแก่ ส่วนแก้วแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่อยากมีปัญหา อ้นส่ายหน้าเซ็งๆและเปรยกับหมื่นลพว่าแก้วเสียเปรียบไม่น้อยเพราะถนัดแต่คัดลอกสำนวนให้พระยานิติธรรมธาดา หมื่นลพถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินว่าแก้วรู้หนังสือและเขียนอ่านได้คล่อง คิดนิดเดียวก็ยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะหาวิธีแกล้งอดีตลูกทาสได้แล้ว
หมื่นลพตัดสินใจส่งแก้วไปทำงานกับขุนประมวล–การกิจ คู่ปรับตลอดกาลเพื่อแกล้งแก้ว และตัดปัญหาเพราะท่านขุนหาคนเจ้าระเบียบและทำงานด้วยยาก เขาส่งไปกี่คนก็ถูกตะเพิดกลับมาหมด เมื่อแดงทราบเรื่องในวันต่อมาก็เป็นห่วงแก้วมาก กลัวจะถูกด่าจนต้องหนีไปที่อื่น แต่พระนิติธรรมธาดาไม่คิดเช่นนั้น
“อย่าเพิ่งคิดเช่นนั้นเลย เพราะธรรมดาแล้วคนปากร้ายเจ้าระเบียบ มักจะสอนคนได้ดีกว่าคนใจดีขี้สงสารมากนัก ไม่แน่ว่าที่เจ้าแก้วไม่ได้บวชเรียนต่อ อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนวิชาความรู้จากท่านขุนประมวลแทนก็เป็นได้”
แดงกังวลไม่เลิก ตุ๊กตาต้องช่วยปลอบว่าแก้วเคยเป็นทาสมาก่อน งานหนักกว่าถูกด่าก็เจอมาแล้วทั้งนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วง แดงถึงยอมผ่อนคลายลงบ้างและเข้านอนอย่างว่าง่าย โดยมีตุลาการหนุ่มกับตุ๊กตาช่วยกันดูแล และเมื่อออกมานอกห้องแดง พระนิติธรรมธาดาก็โอบเอวตุ๊กตาแน่น จนเธอตกใจร้องห้ามและเบี่ยงตัวหนีกลัวใครมาเห็น
“ก็ฉันคิดถึงตุ๊กตานี่ ตั้งแต่คุณพ่อกับน้าลออมาที่นี่ เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเลย หรือตุ๊กตาไม่คิดถึงฉัน”
พระนิติธรรมธาดาทำท่าจะหอมแก้ม แต่ไม่ทันได้สมรักก็ต้องผละออก เมื่อได้ยินเสียงพระยาเดชารณภพกลับมาถึงเรือนแพพร้อมกับลออ เพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องคู่หมั้นคู่หมายที่หมายตาเอาไว้ให้ตุลาการหนุ่ม
“วันนี้พ่อไปงาน เจอกับท่านเจ้าพระยารังสี ท่านเปรยเรื่องคุณดารา บุตรสาวคนเล็กของท่าน พ่อเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงอยากจะนัดดูตัวเจ้าคุณกับคุณดาราเสียเลย เจ้าคุณเห็นเป็นอย่างไรเล่า”
ตุ๊กตาหน้าเสีย ส่วนพระยานิติธรรมธาดามีท่าทีกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เปรยเสียงเครียดว่างานรัดตัวคงปลีกตัวลำบาก ลออบอกว่าคงเป็นแค่ข้ออ้างของหนุ่มเนื้อหอมแห่งพระนครมากกว่า...หวงความโสดล่ะสิท่า!
ooooooo
แก้วเริ่มไปช่วยงานขุนประมวลการกิจในเช้าวันต่อมา ท่าทางโผงผางและขี้โมโหของข้าราชการรุ่นใหญ่ทำให้อดีตลูกทาสอดเกร็งไม่ได้ แต่ในเมื่อรับคำสั่งของหมื่นลพมาแล้วก็ต้องเดินหน้า ขุนประมวล-การกิจมองคนงานชายคนใหม่ที่คู่ปรับส่งมาให้ด้วยสายตาเพ่งพินิจ ยังไม่ไว้ใจท่าทางนอบน้อมเลยตั้งใจขู่ไว้ก่อน
“มาแล้วหรือ จะทำงานกับฉันก็ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าฉันไม่ชอบคนที่ไม่ใส่ใจงาน งานอื่นผิดได้ แต่งานราชการผิดไม่ได้ เพราะหากผิดพลาดจะมีผลเสียต่อคนอีกมาก...เข้าใจหรือไม่”
แก้วก้มหน้ารับคำ ก่อนจะทำให้ขุนประมวลการกิจทึ่ง เพราะไม่เพียงมีความรู้อ่านออกเขียนได้ แต่ยังเจ้าคารมและมีความรอบรู้เรื่องกฎบัตรกฎหมายกว่าที่คิด ท่านขุนจอมเหวี่ยงเลยยิ่งกว่าเต็มใจสอนงานให้ เพราะถูกใจในความอ่อนน้อมถ่อมตนและความเฉลียวฉลาดของแก้ว
ส่วนหมื่นลพค่อยๆเปลี่ยนความคิดที่มีต่อแก้ว เพราะลูกศิษย์คนนี้มีความตั้งใจและมีชั้นเชิงกว่าที่คิด ไม่ว่าเขาสอนอะไร แก้วก็ทำตามได้ดีจนเกินคาดเสมอ แม้แต่ลอยยังอดเครียดไม่ได้ กลัวจะแพ้ขายหน้าเป็นครั้งที่สอง!
วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ในขณะที่แก้วพัฒนาความรู้และชั้นเชิงมวยมากขึ้นเรื่อยๆ มาโนชกลับทำตัวเสเพลเหมือนเดิมจนเป็นที่เอือมระอาของคนทั้งเรือน เขามีปากเสียงกับอบเชยในวันหนึ่ง เมื่อเธอมาขวางตอนเขากำลังฉุดทาสสาวไปบำเรอ เมื่อน้ำทิพย์กับนิ่มทราบเรื่องเลยรีบมาห้าม โดยเฉพาะน้ำทิพย์ที่ทนไม่ไหวและต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้า
“เรื่องนี้อีกแล้ว บ่าวไพร่คนไหนเต็มใจบำเรอก็แล้วไป แต่คนไหนไม่เต็มใจ เมื่อไหร่พี่มาโนชจะเลิก บังคับเสียที”
“พวกมันเป็นทาส มีหน้าที่ต้องทำตามเราสั่งอยู่แล้วที่เมตตามัน ถือเป็นวาสนาเสียด้วยซ้ำ แต่ไหนแต่ไรมาพี่ก็ทำเช่นนี้ คุณอาก็ไม่เคยว่ากระไร แล้วนังคนนี้เป็นใคร ถึงได้มาสาระแนเรื่องของพี่ หรือว่าอยากจะบำเรอพี่เสียเอง”
อบเชยจะโต้ แต่นิ่มห้ามไว้เพราะไม่อยากให้มีเรื่อง มาโนชหันไปขอความช่วยเหลือจากพระยาไชยากร แต่ก็ไม่ได้เรื่องเพราะพระยาจอมงกยกให้นิ่มจัดการเพื่อลอยตัวหนีปัญหา มาโนชเลยต้องแค้นหนักเพราะถูกหยามโดยเมียน้อยของอา แถมยังเจ็บใจหนักกว่าเดิมเมื่อถูกเข้มกับพลอยขู่จะเอาเรื่องบงการฆ่าแก้วไปฟ้องตำรวจ หากเขาไม่ให้เงิน
ฝ่ายพระยานิติธรรมธาดาหนักใจเหลือเกินที่ถูกพ่อและน้าสาวเร่งรัดให้ไปดูตัว แต่ไม่ทันได้บ่ายเบี่ยง อาการของแดงก็ทรุดหนักเสียก่อน แดงรวบรวมกำลังสั่งเสียพี่ชายเป็นครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับแก้ว
“เคราะห์ของแก้วเห็นทีจะยังไม่หมด คุณพี่ต้องคอยเตือนให้แก้วระมัดระวังตัว อย่าประมาทเป็นอันขาด เพราะน้องคงสิ้นวาสนาจะอยู่ดูความเจริญของแก้ว แลไม่มีโอกาสจะแจ้งความอันใดต่อแก้วอีกแล้ว”
“พี่รู้...พี่จะคอยเตือนแลระมัดระวังภัยให้เจ้าแก้วเอง”
“ขอบพระคุณคุณพี่มาก ชาตินี้น้องอาภัพนักความรักก็มีแต่ความทรมานใจมากกว่าความสุขใจ แลร่างกายก็มีโรคภัยเบียดเบียน แต่น้องยังไม่ยอมแพ้ดอกค่ะ ชาตินี้แม้น้องจะแพ้แต่ชาติหน้าน้องขอเป็นผู้ชนะบ้าง”
แดงขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตาพี่ชาย พระยานิติธรรม–ธาดาดึงน้องมากอดไว้ เวทนาจริงๆที่ต้องมาจากไปตั้งแต่ยังสาว อ้นรีบไปส่งข่าวให้หมื่นลพกับแก้ว จึงทันได้ยินลอยต่อว่าแก้วที่หยามเขาด้วยการออมฝีมือ ไม่สู้กับเขาอย่างเต็มที่ แก้วรู้ตัวว่าทำไปเพราะไม่อยากให้ลอยกับหมื่นลพเสียหน้า จึงรีบขอโทษและอธิบายเหตุผล
“ฉันขอโทษจ้ะพี่ลอย ฉันไม่ได้คิดหยามพี่เลย ไอ้แก้วนี้เป็นลูกทาส หารู้ธรรมเนียมนักมวยไม่ คิดแต่ว่าไม่อยากผิดใจกันเท่านั้น แลวิชามวยกระผม ท่านหมื่นก็เป็นคนสอน ถึงกระผมจะชนะก็ไม่ถือว่าท่านหมื่นเสียหน้าดอกขอรับ”
หมื่นลพนึกชอบใจคารมของแก้ว เช่นเดียวกับลอยที่แอบปลื้มไม่น้อยที่มีคนนับถือ ส่วนแก้วไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้นก็ต้องหน้าเสียเมื่อทราบเรื่องการจากไปของแดง จนถึงกับเก็บไปอธิษฐานต่อหน้าพระกลางดึก
“หากวิญญาณคุณแดงมีญาณรับรู้ ขอให้คุณแดงทราบเถิดขอรับ ว่าไอ้แก้วคนนี้จะไม่มีวันลืมคุณจากใจ แลน้ำตาที่หมายจะหลั่งให้กับการสูญเสียมารดาบังเกิดเกล้าเพียงคนเดียวก็ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีก ขอจงไปสู่สุคติเถิดขอรับ”
แก้วส่งจดหมายเล่าเรื่องชีวิตตัวเองถึงน้ำทิพย์ในเช้าวันต่อมา เมื่อมาโนชเห็นก็ตรงไปหาเรื่อง ดูถูกและถากถางคู่หมั้นสาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอนอ่านจดหมายของชายอื่น น้ำทิพย์หน้าเสีย ตั้งท่าจะโยนจดหมายทิ้งน้ำ เพราะไม่อยากให้มาโนชจับได้ว่าแก้วไปอยู่ที่ไหน แต่คู่หมั้นหนุ่มก็ทำให้เธอพูดไม่ออกเมื่อเขาประกาศกร้าวว่าสืบรู้แล้วว่าแก้วไปหลบที่เรือนหมื่นลพ และจะส่งคนไปฆ่าเร็วๆนี้ น้ำทิพย์รวบรวมสติโต้กลับ
“นี่ยังไม่เลิกตามจองล้างจองผลาญแก้วอีกหรือ เอาเถอะค่ะ ฉันคงพูดกับบัวใต้ตมอย่างพี่มาโนชไม่รู้เรื่อง แต่ขอบอกไว้ก็แล้วกัน ว่าหากแก้วเป็นอะไรไปก่อนที่ฉันจะตายตาม ฉันจะทำให้พี่มาโนชติดคุกชดใช้กรรมให้จงได้”
“ถึงพี่จะชั่ว แต่เราก็เป็นคู่หมั้นกัน น้องหนีพี่ไม่พ้นดอก แลอย่าได้หวังลมๆแล้งๆเลยว่าไอ้แก้วจะขึ้นมาเสมอพี่ จนคุณอาเปลี่ยนใจยกน้องให้มัน ถึงอย่างไรน้องก็ต้องเป็นเมียพี่อยู่ดี”
“พี่มาโนชอาจจะขู่ฉันได้ แต่บังคับให้ฉันแต่งงานไม่ได้ดอก ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน พี่ก็ไม่มีวันเอาชนะฉันได้”
น้ำทิพย์เดินเลี่ยงออกไปแล้ว ทิ้งมาโนชให้มองตามด้วยความคับแค้นใจ และตัดสินใจไปกดดันพระยาไชยากรให้เร่งรัดงานแต่ง โดยยื่นข้อเสนอจะพูดกับพ่อให้ช่วยระดมพรรคพวกถวายฎีกาให้ได้กลับมารับราชการอีกครั้ง พระยาไชยากรตาโต แม้จะรักและห่วงลูกสาวแค่ไหน แต่ความหวังจะได้กลับไปมีอำนาจอีกครั้งก็ดูจะเย้ายวนใจไม่น้อย
ooooooo










