ตอนที่ 10
ข่าวการเป็นไทของแก้วทำให้บุญเจิมปลื้มปีติ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพุทธ เจ้าหลวงเป็นอย่างมาก คอกมองมาด้วยความสบายใจ เปรยว่าอีกไม่นานคงถึงเวลาของเขากับเธอ จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขเสียที ทาสสาวตื้นตันมากที่เขาไม่รังเกียจคนขี้คุกอย่างเธอ
“เอ็งดีกับข้าเหลือเกินไอ้คอก ดีจนข้าละอายแก่ใจ เพราะข้าตอบแทนความดีของเอ็งไม่ได้เลย”
“เอ็งไม่ต้องตอบแทนข้าดอก แลข้าก็ไม่ต้องการ ข้ารักเอ็ง...เอ็งรู้เท่านี้ก็พอแล้ว”
ทาสหนุ่มสาวสบตากันด้วยความรัก นับวันความผูกพันจะแนบแน่นมากขึ้นทุกที
ฝ่ายน้ำทิพย์นำข่าวดีเรื่องแก้วเป็นไทไปบอกกิ่ง และสัญญาจะพามาเยี่ยมในเรือนขัง กิ่งไม่อยากให้ลูกเป็นอันตรายเลยร้องห้าม น้ำทิพย์ยิ้มปลอบประโลม บอกว่าไม่ใช่ในเร็ววันแต่อยากให้กิ่งรักษาเนื้อรักษาตัว จะได้ไปเจอหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเร็วๆ กิ่งพยักหน้ารับ ตั้งใจจะไม่ยอมเป็นอะไรจนกว่าจะได้เห็นชายผ้าเหลืองของลูก
เวลาเดียวกันที่ลานหน้าเรือนพระยาไชยากร...พลอยกับเข้มกำลังเฆี่ยนทาสหลายคนอย่างหนักตามคำสั่ง
มาโนช โทษฐานสาระแนมาถามเรื่องพระราชบัญญัติลูกทาสลูกไท น้ำทิพย์ผ่านมาเห็นก็ไม่ชอบใจและตัดสินใจไปพูดกับพ่อ แต่พระยาไชยากรกลับเห็นเป็นเรื่องดีเพราะไม่อยากปล่อยพวกทาสไปอยู่แล้ว น้ำทิพย์พยายามท้วง
“แต่พวกทาสทำงานให้เรา คุ้มยิ่งกว่าเบี้ยอัฐที่เสียไปหลายเท่านะคะ ถึงคราวได้เป็นไท เราก็ควรให้อิสรภาพพวกเขา แลตอนนี้ก็เป็นพระบรมราชโองการลงมาแล้ว คุณพ่อทำอย่างนี้ ไม่เท่ากับขัดพระบรมราชโองการหรือคะ”
“พ่อถึงไม่ให้พวกมันออกพ้นเขตเรือน ถ้าไม่มีใครเอาไปฟ้องร้อง จะถือว่าพ่อขัดพระบรมราชโองการได้อย่างไร”
“ห้ามไฟไม่ให้มีควัน จะเป็นไปได้อย่างไรคะ คุณพ่อยอมปล่อยพวกทาสไปเถอะค่ะ ถ้าเกรงว่าจะไม่มีใครทำงานให้ ก็ใช้เงินทองจ้างก็ได้ ทำงานได้ค่าจ้าง แลยังมีที่อยู่ มีข้าวให้กิน ใครจะไม่อยากทำงานให้คุณพ่อ ล่ะคะ”
“แล้วมันเรื่องอะไร พ่อถึงต้องจ่ายค่าจ้างให้ พวกมันเป็นทาส...มีหน้าที่รองมือรองตีนเราไปจนตาย อย่าว่าแต่ไอ้พวกเกิดปีมะโรงเลย ไม่ว่าทาสคนไหน พ่อก็จะไม่มีวันปล่อยไปทั้งสิ้น!”
ในขณะที่น้ำทิพย์หนักใจเรื่องพ่อ แก้วไปกราบพระยานิติธรรมธาดาถึงเรือนแพ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ได้เป็นไท แดงดีใจได้เจอแก้วอีกครั้ง และชักชวนให้มาทำงานกับพี่ชายซึ่งมีตำแหน่งใหญ่โต แก้วยินดีมากแต่อยากบวชก่อน
“กระผมตั้งใจจะบวช ด้วยเหตุผลสามข้อขอรับ ข้อแรก...เพื่อทดแทนบุญคุณแม่ ข้อสอง...แม่ของกระผมกำลังเจ็บป่วย ถ้าทราบว่ากระผมบวชคงจะดีใจมาก จะได้มีกำลังใจต่อสู้กับโรค ส่วนข้อสาม...คือกระผมอยากเรียนให้ได้เปรียญธรรมสักสามประโยค จะได้รับใช้ชาติต่อไป เมื่อสึกออกมาขอรับ”
“คิดถูกแล้วล่ะเจ้าแก้ว เมื่อแกตั้งใจดีอย่างนี้ ฉันก็จะเป็นเจ้าภาพบวชให้แกเอง”
“ขอบพระคุณขอรับ นอกจากพ่อแม่แล้ว ท่านเจ้าคุณมีบุญคุณล้นหัวกระผมนัก ได้ท่านเจ้าคุณเมตตาเป็นเจ้าภาพให้ เป็นมงคลแก่กระผมอย่างที่สุดแล้วขอรับ”
ตุ๊กตาขออนุโมทนาด้วย ส่วนแดงเสนอตัวจัดการเรื่องจีวร พร้อมสัญญาจะไปใส่บาตรบ่อยๆตามสภาพร่างกายจะอำนวย ตุ๊กตาเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างตลอด เริ่มเอะใจ...หรือว่าแดงจะรู้สึกพิเศษกับแก้ว
ooooooo
ตุ๊กตาเก็บความสงสัยไว้กับตัวไม่นานก็ตัดสินใจถามจากอ้น และก็ไม่ผิดหวังเพราะทาสหนุ่มรู้ทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องพระยานิติธรรมธาดามีใจให้น้ำทิพย์ บ่าวสาวรับฟังด้วยความสนใจ แต่ต้องหน้าเสียเมื่อตุลาการ หนุ่มผ่านมาได้ยินและเรียกไปต่อว่า เพราะไม่ชอบให้คนงานในบ้านนินทาเจ้านายเหมือนบ้านอื่นๆ
ตุ๊กตาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่และสาบานว่าไม่เคยคิดร้ายกับแดงเลย เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าแดงจะมีใจให้แก้วซึ่งเป็นลูกทาสในเรือนเบี้ย พระยานิติธรรม-ธาดาส่ายหน้าอ่อนใจ สงสารน้องสาวมากที่ต้องรักเขาข้างเดียวเช่นนี้
“ใจจริงฉันก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้นักดอก เพราะลูกทาสกับลูกพระยาต่างกันมากเกินไป สมมติว่าเจ้าแก้วชอบพอน้องแดง ฉันก็ไม่ยกน้องให้เด็ดขาด จนกว่ามันจะเพียรขึ้นมาเทียบเคียงน้องฉันได้ แล้วคนถือยศศักดิ์อย่างท่านเจ้าคุณไชยากรจะทนได้อย่างไร ไม่ว่าบ้านเมืองใดก็ถือการมีคู่ต่ำกว่าตนเองน่าละอายทั้งนั้น”
พระยานิติธรรมธาดาเดินหน้าเครียดจากไปแล้ว ทิ้งตุ๊กตาให้มองตามตาละห้อย อิจฉาแดงที่อย่างน้อยก็ได้แสดงความรักแก่คนที่พึงใจบ้าง ไม่เหมือนเธอที่ได้แค่เพียงเงยหน้ามองเขาด้วยความหวังลมๆแล้งๆ
ฝ่ายแก้วมาเยี่ยมแดงในเช้าวันถัดมา และอาสาพายเรือให้เธอเก็บดอกบัวบูชาพระ แดงอมยิ้มบางๆด้วยความสดชื่น ดีใจไม่น้อยที่เขามาเยี่ยมและมีเวลาให้คนป่วยอย่างเธอ แก้วบอกว่ารู้จักอาการโรคของเธอดีและไม่นึกรังเกียจ รวมทั้งทุกคนในเรือนแพที่อยากให้เธอหายเร็วๆ จะได้กลับมาร่าเริงสดใสเหมือนเมื่อก่อน
“ขอบใจมากจ้ะแก้วที่ให้กำลังใจฉัน แค่คนที่รักฉันก็มีไม่มากนักดอก แลคนที่ฉันอยากให้รักก็ไม่รักฉันด้วย”
“ความรักนั้นมีหลายอย่างขอรับ มิใช่จะมีแต่ความรักฉันชายหญิงเท่านั้น แลความรักที่ประกอบด้วยความเมตตาเป็นที่ตั้ง ถือว่าประเสริฐกว่าความรักทั้งหมด เพราะรักที่มีความเมตตาย่อมไม่ทำร้ายใคร แลไม่ทำให้ใครเจ็บปวด ไม่ว่าใครรักหรือถูกรัก ด้วยความรักเช่นนี้ ย่อมจะไม่มีความทุกข์เลยขอรับ”
คุณแดงยิ้มเศร้า ถอนใจเบาๆแล้วตัดสินใจพูดความในใจ “ฉันรู้แล้วว่าแก้วอยากพูดอะไร ความจริงฉันก็ทำใจมานานแล้ว แต่เมื่อแก้วพูดเช่นนี้ ฉันก็จะลองรักแลถูกรักด้วยความรักอย่างที่แก้วบอกดู”
แก้วสบายใจขึ้นมากที่ได้เปิดใจกับแดง และลาอุปสมบทในอีกหลายวันต่อมาด้วยใจสะอาดบริสุทธิ์ ไร้ข้อกังวลติดค้าง น้ำทิพย์ไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ก็ได้เห็นผมของแก้วในใบบัวตอนเย็นวันเดียวกัน จึงนำไปให้กิ่งดูเป็นกำลังใจให้รักษาตัว กิ่งดีใจจนน้ำตาไหล ยินดีเหลือเกินที่มีโอกาสเห็นชายผ้าเหลืองของลูกก่อนตาย
“พระแก้วยังฝากมาบอกด้วยนะจ๊ะ ว่าให้ป้าอดทน รักษาตัวให้หาย จะได้ไปตักบาตรพระอย่างที่เคยตั้งใจไว้”
“เจ้าค่ะ...บ่าวจะทำตาม บ่าวจะต้องได้เห็นชายผ้าเหลืองของพระ ได้ตักบาตรทำบุญให้พระสักครั้งก็ยังดี”
“คิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้วจ้ะ ป้ากิ่งจะได้มีกำลังใจรักษาตัวให้หาย ฉันเองเสียดายเหลือเกินที่ไม่ได้ร่วมทำบุญในงานบวชของพระ เพราะคุณพ่อท่านห้ามขาดไม่ให้ไป คุณพ่อท่านทิฐิแรงนัก กระทั่งพระบวชแล้วก็ยังไม่ละอาฆาต”
ในขณะที่ทุกคนปลื้มใจได้เห็นชายผ้าเหลืองของพระแก้ว มีเพียงพระยาไชยากรกับมาโนชที่เดือดดาลเพราะเสียดายโอกาสจะได้กำจัดอดีตทาสในเรือนเบี้ยที่เหมือนหนามแหลมทิ่มแทงใจ มาโนชขอรอจนพระสึก จะรีบจัดการ แต่พระยาจอมงกใจร้อน อยากให้ฆ่าทิ้งเร็วๆ เพราะเชื่อว่าจีวรคงไม่ช่วยให้เลือดทาสเจือจางได้
พระแก้วไปเยี่ยมบุญเจิมในคุกเช้าวันถัดมา พร้อมบอกความตั้งใจจะเรียนหนังสือให้ได้เปรียญสามประโยคจึงจะสึก บุญเจิมตื้นตันใจมาก ก้มกราบแทบเท้าและขอให้แบ่งบุญให้คนอาภัพอย่างเธอบ้าง พระแก้วยิ้มบางๆ ไม่แสดงท่าทางอะไรมาก ต่างจากคอกที่ยิ้มหน้าบาน ยินดีเหลือเกินที่พระแก้วได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้
ooooooo
แม้การบวชของพระแก้วจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่มีอย่างหนึ่งที่ทำให้อึดอัดใจ เพราะน้อมผูกขาดการถวายเพลจนทำให้คนอื่นไม่กล้าทำบุญกับพระแก้ว แถมเป็นที่ร่ำลือกันทั่วคุ้งน้ำว่าพระแก้วมีอุบาสิกาใจกว้าง ถวายอาหารเพลจำนวนมากทุกวัน ในขณะที่ พระรูปอื่นๆมีฉันแต่เพียงพอดีเท่านั้น
ด้านน้ำทิพย์...สั่งให้คนต้มยาและประกาศให้ทาสที่ถูกพลอยกับเข้มเฆี่ยนพักผ่อนจนกว่าจะหาย ทาสทั้งหลายต่างซาบซึ้งน้ำใจเจ้านายสาว แม้จะยังคาใจว่า พระราชบัญญัติลูกทาสลูกไทเป็นจริงหรือไม่
น้ำทิพย์อยู่ช่วยพยาบาลพวกทาสจนหัวค่ำจึงได้ขึ้นเรือน ทาสสาวเข้ามารายงานว่านมอ้อนออกไปเยี่ยมหลานข้างนอกซึ่งป่วยหนักกะทันหัน บุตรีพระยาไชยากร ไม่คิดอะไรมากเพราะเชื่อว่านมอ้อนคงจำเป็นจริงเลยไปโดยไม่บอก แต่ก็ได้ถึงบางอ้อว่าเป็นแผนลวงของมาโนช เมื่อเขาซึ่งซ่อนตัวในห้อง โถมตัวเข้าหาหวังปลุกปล้ำทำเมีย
น้ำทิพย์สะบัดตัวออกด้วยความรังเกียจ แต่มาโนชไม่ปล่อยแถมถากถางคู่หมั้นสาวว่าเล่นตัวรอแก้ว
“พี่รอวันนี้มานานแล้ว รอจนน้องตายใจว่าพี่ไม่กล้า แต่ให้พ้นวันนี้ไปก่อนเถอะ ฝ่ายที่ไล่ตามจะไม่ใช่พี่อีกต่อไป เพราะถึงคราวที่น้องต้องงอนง้อพี่บ้าง จะได้ไม่ต้องถูกตราหน้าว่าโดนผัวทิ้งยังไงล่ะ”
“ไม่มีวัน...ฉันยอมตายเสียดีกว่าต้องตกเป็นเมียคนชั่วช้าอย่างพี่”
“ชั่วยังไง...ก็ไม่ใฝ่ต่ำทอดตัวไปหาทาสอย่างคุณน้ำทิพย์ดอกขอรับ ลูกสาวคนเดียวของพระยาไชยากร ...แล่นไปหาทาสถึงเรือนขัง ไอ้แก้วมันคงถึงอกถึงใจมากกระมัง ถึงไม่อยากมีผัวผู้ดีอย่างพี่!”
น้ำทิพย์ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่ก็เต็มไปด้วยความยากลำบากเพราะมาโนชมีกำลังเหนือกว่ามาก
เวลาเดียวกันที่กุฏิพระแก้ว...พระหนุ่มรุ่มร้อนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่หาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะอะไร เลยตัดสินใจไปเดินจงกรมเรียกสติและสมาธิกลับคืน คอกมองมาด้วยความเห็นใจแต่คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
ในขณะที่พระแก้วตามหาความสงบ...น้ำทิพย์ต่อสู้กับมาโนชอย่างบ้าคลั่ง ไม่ยอมให้เขาทำอะไรได้ง่ายๆ จนในที่สุดโชคชะตาก็เข้าข้าง เมื่อเธอคว้าโถลายครามในห้องได้และฟาดบนหัวคู่หมั้นหนุ่มจนสลบไป!
พระยาไชยากรกลับมาทราบเรื่องตอนดึกก็โกรธจัด เรียกหลานชายมาต่อว่าอย่างกราดเกรี้ยวที่กล้าทำหยาบช้ากับลูกสาวสุดที่รัก มาโนชเห็นอาเอาจริงเลยหน้าเสีย รีบก้มกราบด้วยความสำนึกผิด อ้างว่าทำไปเพราะขาดสติยั้งคิด พระยาไชยากรไม่เชื่อ ยอกย้อนว่าคงไม่ใช่ เพราะดูจะวางแผนลวงทุกคนออกจากเรือนมาอย่างดี มาโนชหน้าซีด ไม่กล้าเถียงอะไรให้เข้าตัวมากกว่านี้ น้ำทิพย์หัวเสียมากและตัดสินใจยื่นคำขาดกับพ่อ
“หากลูกไม่สู้สุดใจ คงถูกหยามจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คุณพ่อต้องให้ความเป็นธรรมแก่ลูกนะคะ”
“ต้องการอย่างไรก็ว่ามาเถิด พ่อต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกแน่ ขอแค่อย่าให้เรื่องอัปรีย์นี้แพร่ออกไปก็พอ”
“ลูกไม่ขออะไรมากดอกค่ะ ขอเพียงได้ถอนหมั้นกับพี่มาโนชก็พอ เพราะลูกรังเกียจเกินกว่าจะร่วมชีวิตด้วย”
“รังเกียจหรือว่าฉวยโอกาสกลับไปหาไอ้แก้วกันแน่ ตอนนี้มันเป็นไทแล้วไม่ใช่หรือ” มาโนชท้วงเคืองๆ
น้ำทิพย์โมโหมากที่มาโนชดูถูก พระยาไชยากรนิ่งไปอึดใจและตัดสินใจขอคุยกับลูกสาวตามลำพัง เพราะแม้จะไม่ชอบใจพฤติกรรมของหลานชาย แต่รับไม่ได้อยู่ดีที่จะได้แก้วมาเป็นลูกเขย เมื่อมาโนชออกไปแล้วจึงยื่นข้อเสนอให้ลูกสาวหมั้นกับพระยานิติธรรมธาดาแทน น้ำทิพย์หน้าเจื่อน นึกไม่ถึงว่าจะหนีเสือปะจระเข้เช่นนี้
“ถ้าไม่แต่ง พ่อก็ไม่ให้ถอนหมั้น ถึงพ่อมาโนชจะกระทำหยาบหยามแค่ไหน ก็ยังไม่ชั่วช้าเท่าที่ลูกมีใจให้ไอ้แก้วดอก ถ้าลูกคิดกลับไปหาไอ้แก้วล่ะก็ พ่อยอมให้ลูกแต่งกับพ่อมาโนชดีกว่า ลูกเก็บไปตรองดูเถิดว่าจะเลือกใคร”
น้ำทิพย์ใจไม่ดีเพราะไม่ว่าเลือกทางไหนก็ทำร้ายหัวใจตัวเองทั้งนั้น ส่วนมาโนชได้ยินทุกอย่างเพราะแอบฟังจากข้างนอก โกรธพระยาไชยากรมากที่เห็นเขาเป็นแค่เครื่องมือกำจัดแก้วเท่านั้น
ooooooo
แดงพยายามรักษาตัวอย่างดีและไปถวายเพลพระแก้วที่วัด น้อมซึ่งเตรียมกับข้าวกับปลามามากมายเฝ้ามองด้วยความไม่ชอบใจ โมโหหึงที่มีอุบาสิกาคนอื่นตัดหน้า นิ่มกับอบเชยต้องปลอบด้วยความลำบากใจ กลัวใจคุณนายร้านธูปเหลือเกินว่าจะสร้างวีรกรรมจนพระแก้วต้องสึกออกมาก่อน
ฝ่ายน้ำทิพย์ฉวยโอกาสตอนพ่อกับมาโนชไปราชการต่างเมืองหลายวัน ไปเยี่ยมแดงถึงเรือนแพ พร้อมนำสมุนไพรจีนมาให้ เผื่อช่วยให้อาการของโรคร้ายดีขึ้น ตุ๊กตาแยกไปต้มยาตามคำสั่ง ทิ้งสองสาวให้นั่งคุยสารทุกข์สุกดิบและเรื่องราวเกี่ยวกับพระแก้ว อ้นเห็นบุตรีพระยาไชยากรมาถึงเรือนก็อยากให้พระยานิติธรรมธาดากลับมาไวๆ รู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มต้องพอใจมากที่ได้เจอหญิงสาวที่หมายปองมาตลอด โดยไม่รู้เลยว่าตุ๊กตาต้องข่มใจเพียงใด
เวลาเดียวกันที่ชานเรือนแพ...แดงจิบยาจีนของน้ำทิพย์พร้อมกับคุยเรื่องพระแก้ว รวมทั้งเรื่องที่พระยา-ไชยากรหมายตาพระยานิติธรรมธาดาให้แต่งงานกับน้ำทิพย์แทนมาโนช แดงรับฟังด้วยความเห็นใจ เข้าใจความกล้ำกลืนของอีกฝ่ายดี แต่ก็มองไม่เห็นอนาคตของน้ำทิพย์กับแก้ว เพราะความรักต่างชนชั้นเป็นเรื่องยากเกินจะยอมรับ
“ฉันนับถือในความมั่นคงของคุณน้ำทิพย์เหลือเกินค่ะ แต่คุณน้ำทิพย์คิดบ้างหรือไม่คะ ว่าขวากหนามข้างหน้านั้นยิ่งใหญ่นัก เหมือนลอยคออยู่กลางทะเล มองหาฝั่งไม่เห็นเลย”
“ฉันรู้ค่ะ...คุณพ่อคงไม่มีทางคลายความเกลียดชังแก้ว แต่ฉันก็อยากรอ บางที...ฉันกับแก้วอาจไม่มีวันลงเอยกัน แต่ฉันคิดว่าความรักกับการอยู่ร่วมกันอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันก็ได้ ฉันสุขใจที่ได้รักแก้ว แลรู้ว่าแก้วก็รักฉันเช่นกัน แต่การอยู่ร่วมกันเป็นเรื่องของบุญวาสนา ถ้าไม่มีบุญก็คงต้องทำใจ แต่ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจดอกค่ะคุณแดง”
แดงประทับใจความแน่วแน่ของน้ำทิพย์มาก แต่ก็อดสงสารทั้งตัวเองและพี่ชายไม่ได้ที่ต้องไม่สมหวังในรัก เมื่อพระยานิติธรรมธาดาทราบเรื่องในเย็นวันเดียวกันก็หน้าขรึมลง แต่ยังกำลังใจดีปลอบน้องสาวว่าอย่างน้อยเขาและเธอก็รักคนไม่ผิด หากแก้วหรือน้ำทิพย์เป็นคนใจโลเลเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้แน่
แต่ถึงจะปลอบน้องแบบนั้น พระยานิติธรรมธาดาก็อดเครียดไม่ได้ แม้จะพยายามทำใจมานาน แต่ก็ยังตัดใจได้ไม่ดีมากนักเพราะยังไม่เคยเห็นใครดีและเพียบพร้อมเท่าน้ำทิพย์ ตุ๊กตาเข้ามาในห้องเพื่อพักผ่อนเพราะเห็นว่าดึกแล้ว แต่ต้องผงะเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มยังอยู่ในห้องทำงาน บ่าวสาวตั้งท่าจะผละออกไปแต่ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทางเซื่องซึม เลยชวนคุยเพื่อให้เขาระบายความในใจเรื่องน้ำทิพย์
ความเห็นอกเห็นใจของบ่าวสาวทำให้พระยานิติธรรมธาดาสบายใจขึ้นมาก และตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเธอแอบรักใครบางคน ตุ๊กตาเบือนหน้าหนีด้วยความอาย ไม่กล้าบอกว่าคนที่เธอหลงรักมาตลอดก็คือเขานั่นเอง
“ตุ๊กตาเป็นแค่บ่าวไพร่ ไม่มีใครลดตัวลงมาชอบพอดอกเจ้าค่ะ แม้แต่มองยังไม่มองเลยเจ้าค่ะ”
“พูดอะไรอย่างนั้น หล่อนเป็นบ่าวด้วยความจำเป็น แลถึงหล่อนจะยากจน แต่งานบ้านก็ไม่ขาดตกบกพร่อง หรือผู้ชายคนนั้นจะเป็นผู้ลากมากดี หล่อนถึงใช้คำว่าลดตัว...เป็นใคร บอกฉันได้หรือไม่”
ตุ๊กตาทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกซักหนักเข้า พระยานิติธรรมธาดาอยากรู้ แต่ต้องรักษาท่าทีเลยพูดอะไรไม่ได้มาก ตุ๊กตาทำท่าจะออกจากห้อง แต่ลมดันพัดกระโชกเข้ามาจนกองเอกสารในห้องหล่นกระจายเต็มพื้น สองหนุ่มสาวถลาไปเก็บและเผลอจับมือกันโดยไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์ที่หวั่นไหวจึงพัดกระเจิงอย่างช่วยไม่ได้ ตุ๊กตาพยายามรวบรวมสติผละออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเพราะตะเกียงในห้องถูกลมพัดจนดับวูบ!
สองหนุ่มสาวถลันหากันตามสัญชาตญาณ อารมณ์ร้อนแรงในใจทำให้ไฟปรารถนาคุขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พระยานิติธรรมธาดาไม่อาจปฏิเสธความต้องการตามธรรมชาติของตัวเองได้จึงโน้มตัวเข้าหาบ่าวสาวด้วยความเสน่หา...
ooooooo
ค่ำคืนแสนหวานของพระยานิติธรรมธาดากับตุ๊กตาถูกปลุกแต่เช้าเพราะอ้นมาเคาะประตูห้องเพื่อแจ้งข่าวเรื่องกิ่งอาการทรุดจนอาจไม่พ้นคืนนี้ ตุลาการหนุ่มมีท่าทีลุกลนอย่างเห็นได้ชัด แต่ทาสหนุ่มไม่ทันสังเกตเพราะมัวกังวลเรื่องกิ่ง ส่วนตุ๊กตานั่งซุกตัวข้างเตียง สีหน้าหวาดระแวงด้วยความกลัวปนอับอาย
เวลาเดียวกันที่เรือนขังทาสของพระยาไชยากร ...น้ำทิพย์มองอาการกิ่งด้วยความเป็นห่วง ตัดสินใจเด็ดขาดให้นมอ้อนไปนิมนต์พระแก้วมาดูใจแม่ที่เรือน เพราะทนดูดายไม่ไหวต้องเห็นแม่ลูกต้องจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา ข้าทาสน้อยใหญ่มองหน้ากันด้วยความเคร่ง เครียด ทำตัวไม่ถูกว่าจะขับไล่พระแก้วตามคำสั่งพระยาไชยากรหรือปล่อยให้มาหากิ่งบนเรือนตามความต้องการของน้ำทิพย์ โดยเฉพาะกิ่งละล่ำละลักขอไม่ให้พระเข้ามา กลัวน้ำทิพย์จะถูกลงโทษ
น้ำทิพย์จับมือปลอบเสียงอ่อน “ป้ากิ่งอย่าเพิ่งคิดมากนะจ๊ะ แลต่อให้ฉันต้องถูกโบยตายคาหวาย ฉันก็จะไม่มีวันยอมให้ป้าถูกขังอีกต่อไปแล้ว ยังไงวันนี้ป้าต้องได้เห็นชายผ้าเหลืองของพระแน่”
พระแก้วเร่งรุดมาหลังจากนั้นไม่นาน พลอยกับเข้มถลันหา เตรียมรุมเต็มที่ตามคำสั่งมาโนชกับพระยาไชยากร คอกเข้าขวางเต็มกำลัง ส่วนพระแก้วนิ่งสงบจนทุกคนแพ้ใจและยอมปล่อยให้ขึ้นไปดูใจกิ่งบนเรือนแต่โดยดี น้ำทิพย์ดีใจมากที่พระมาถึงจนได้ ส่วนกิ่งตื่นเต้นจนน้ำตาคลอ พนมมือขึ้นไหว้สั่นๆเพราะอาการป่วย
“สมหวังแล้วลูกเอ๋ย...สมหวังจริงๆพระของแม่ แม่ไม่อาภัพเสียทีเดียวที่ได้เห็นชายผ้าเหลืองตามที่หวัง”
พระแก้วสงสารแม่จับใจ แต่พยายามยิ้มให้แม่สบายใจ “โยมแม่ต้องกินยารักษาตัวนะ อาตมาฝันเห็นโยมแม่หายเจ็บไข้ ทำอาหารไปถวายอาตมาด้วยมือของโยมแม่เอง โยมแม่จะต้องเป็นไปตามที่อาตมาฝันเห็นใช่หรือไม่”
กิ่งพนมมือไหว้น้ำตาคลอด้วยความปลื้มปีติ สัญญากับพระแก้วว่าจะต้องหายเพื่อทำอาหารถวายสักมื้อ
“อาตมาสวดมนต์ทุกคืน ขอให้โยมแม่หาย โยมแม่จะได้เป็นมิ่งขวัญของลูก บุญกุศลใดที่อาตมาได้รับจากการบวชเรียนนี้ โยมแม่เป็นผู้รับไปทั้งสิ้นแต่เพียงผู้เดียว ขอโยมแม่จงสงบเถิด เจริญพรโยมแม่...จงหายวันหายคืน”
กิ่งพนมมือฟังด้วยใจอิ่มเอิบ ก่อนจะสิ้นใจไปทั้งที่ยังพนมมือ คอกกับนมอ้อนร้องไห้ใหญ่ เช่นเดียวกับน้ำทิพย์ มีเพียงพระแก้วที่มองมาด้วยท่าทีสงบ แต่สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะเทือนใจที่แม่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
เรื่องราวการตายของกิ่งทำให้ทุกคนเศร้าโศกใจไปหลายวัน โดยเฉพาะพระแก้วที่กลายเป็นคนเงียบขรึมจนคอกไม่กล้าเซ้าซี้ บุญเจิมทราบเรื่องด้วยและอดเป็นห่วงน้ำทิพย์ไม่ได้ว่าอาจจะถูกพ่อทำโทษ...และก็จริงตามคาด เมื่อพระยาไชยากรกลับจากหัวเมืองไม่กี่วันหลังจากนั้น ก็โมโหลูกสาวมากที่กล้าปล่อยพระแก้วขึ้นมาถึงบนเรือน น้ำทิพย์ก้มกราบพ่อ บอกว่าทำไปเพราะเห็นแก่วิญญาณอันสงบของกิ่ง แต่มาโนชไม่พอใจโต้กลับว่าเธอทำให้เสียแผน
“มันเป็นการทำลายแผนของคุณอา ที่จับนังกิ่งขังก็เพื่อล่อให้ไอ้แก้วออกมา น้องกลับทำลายมันเสียหมด”
“ฉันไม่ได้ทำลายคุณพ่อ ตรงข้าม...ฉันช่วยคุณพ่อด้วยซ้ำ ช่วยปกป้องเกียรติยศของท่าน ไม่ให้คนเอาไปนินทาได้ว่าพระยาไชยากรโหดร้ายทารุณ ขังทาสไว้จนตาย โดยไม่ให้ลูกมาดูใจแม่ แลยังสั่งบ่าวไพร่ให้ทำร้ายพระสงฆ์อีก”
พระยาไชยากรไม่เห็นความดีลูกสาว สวนกลับให้เธอเลิกพูดจายอกย้อนเสียที แถมประกาศกร้าวจะลงโทษเธอที่กล้าขัดคำสั่งทำเรื่องเสื่อมเสีย ด้วยการให้เธอแต่งงานกับมาโนชโดยเร็วที่สุด
มาโนชหัวเราะชอบใจ สัญญาจะดูแลน้ำทิพย์อย่างดีสมกับที่รอคอยมานาน บุตรีพระยาไชยากรหน้าเสีย ร้อนใจมากที่ต้องเข้าตาจนแต่งงานกับมาโนช แม้จะรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงแต่ไม่เคยคิดว่าจะกะทันหันแบบนี้!
ooooooo
ข่าวการแต่งงานของมาโนชกับน้ำทิพย์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพระแก้วที่ถึงกับร้อนรนแทบทนอยู่ในผ้าเหลืองไม่ไหวเพราะห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องคนรัก คอกไม่สบายใจและเก็บไปบ่นให้บุญเจิมฟังในวันต่อมา ทาสสาวเคืองแทนพระแก้วนักและตัดสินใจหาทางแก้เผ็ดพระยาไชยากร
“ในเรือนท่านเจ้าคุณ นอกจากพี่แก้ว ยังมีทาสที่เกิดปีมะโรงสัมฤทธิศกอีกหลายคน คนอย่างท่านเจ้าคุณคงไม่มีวันปล่อยใครเป็นไทแน่ ถ้าเราทำให้หลวงรู้ว่าท่านเจ้าคุณขัดพระบรมราชโองการได้ เอ็งว่าจะเป็นยังไงวะ”
คอกรับฟังด้วยท่าทางตื่นเต้น ส่วนบุญเจิมยิ้มเจ้า เล่ห์...คราวนี้แหละพระยาจอมงกต้องเสร็จพวกเราแน่!
สายวันเดียวกันที่มุมหนึ่งของวัด...พระยานิติธรรม–ธาดาแวะไปหาพระแก้วเพื่อเตือนสติเรื่องน้ำทิพย์
พระแก้วมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “อาตมายอมรับว่าร้อนผ้าเหลืองเหลือเกินแล้ว คงยากจะบวชให้ครบสามพรรษาตามที่ตั้งใจไว้ แม้แต่พรรษาเดียวก็คงไม่ครบ อยากจะสึกเสียวันนี้พรุ่งนี้ด้วยซ้ำ”
“กระผมก็นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ พอรู้ข่าวเรื่องคุณน้ำทิพย์จะแต่งงานเลยรีบมาหาท่าน กระผมอยากให้ท่านตั้งสติแล้วตรองดูว่าการสึกของท่านนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง”
พระแก้วนิ่งคิดตาม พระยานิติธรรมธาดาถือโอกาสพูดเสริมว่าถึงสึกออกมาก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะน้ำทิพย์ก็ต้องแต่งงานกับมาโนชตามคำสั่งพ่ออยู่ดี พระแก้วพยักหน้ารับและถามความเห็นว่าควรทำเช่นไรต่อไป
“ก็ทำตามที่ท่านตั้งใจไว้แต่แรกสิขอรับ บวชเรียนเพื่อจะได้ศึกษาหาความรู้ เพราะมีแต่ความรู้เท่านั้นจะติดตัวท่านไปชั่วชีวิต แลที่กระผมมาวันนี้ก็เพื่อมาเตือนสติท่านเรื่องนี้ยังไงล่ะขอรับ”
พระแก้วนิ่งไปอึดใจ สีหน้าเศร้าลงอย่างยอมรับชะตากรรมว่าทำอะไรไม่ได้ และควรทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
ในขณะที่มาโนชดื่มฉลองอย่างครื้นเครงจะได้แต่งงานกับน้ำทิพย์สมใจ ว่าที่เจ้าสาวกลับเศร้าซึมจนนมอ้อนสงสารจับใจ รู้ดีว่าเจ้านายสาวต้องฝืนใจแค่ไหนที่ต้องทำตามคำสั่งของพ่อ น้ำทิพย์นิ่งเงียบจนน่ากลัว และตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่ออิสรภาพของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าจะทำให้ใครหลายคนใจหายบ้าง...
ฟากพระยาไชยากรไม่รู้เรื่องลูกสาวเป็นทุกข์ ขนซื้อของมากมายไปกำนัลนิ่มกับครอบครัวถึงร้านธูป แต่ไม่มีใครรับไว้จนเขาหัวเสียมาก เมื่อขอร้องอยากเจอลูกก็ถูกเมียรักปฏิเสธ อ้างว่าลูกเพิ่งทำใจได้ที่ไม่เจอพ่อมานาน ขอให้โตอีกหน่อยจะพาไปกราบเอง พระยาไชยากรฉุนขาด หมดความอดทนที่เมียงอนจนเกินงาม เลยแหวใส่ว่าคิดเสี้ยมลูกชายไม่ให้เห็นเขาเป็นพ่อ น้อมหัวเราะเยาะและขู่จะทำจริงพระยาจอมงกโมโหถึงขีดสุด จะฟ้องร้องข้อหาพรากลูกพรากเมีย
นิ่มไม่สะทกสะท้าน โต้กลับแทนแม่เสียงเย็น “แต่ฉันเป็นแม่ แลเป็นคนเลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่ต้น เพราะพ่อของลูกดูถูกว่าฉันเป็นคนไร้สกุลรุนชาติ มาตอนนี้จะอยากได้ลูกของคนไร้สกุลรุนชาติไปทำไมล่ะคะ”
พระยาไชยากรเดือดจัดประกาศกร้าว “ก็ได้...เมื่อแม่นิ่มต้องการอย่างนั้นก็ได้ แม่นิ่มไม่อยากให้ฉันเจอลูก ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอไปมีลูกใหม่กับผู้หญิงอื่น แม่นิ่มคงจะไม่ว่าอะไรฉันแล้วใช่หรือไม่”
“ใช่ค่ะ...ท่านเจ้าคุณอยากจะมีใครใหม่ หรือมีลูกอีกกี่คนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้ว ตามสบายเลยค่ะ”
นิ่มผละเข้าข้างใน แม้จะทำใจแข็งเหมือนไม่ยี่หระ แต่ความจริงช้ำใจมากที่สามีขู่จะไปมีลูกกับผู้หญิงอื่น น้อมมองดูอาการลูกสาวด้วยความเป็นห่วง...แม้จะอยากให้ลูกตัดใจแต่ก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจไปมากกว่านี้
พระยาไชยากรกลับเรือนด้วยความหงุดหงิดที่เมียไม่ยอมคืนดี แต่ต้องหน้าซีดเมื่อรู้ว่าน้ำทิพย์กินยาฆ่าตัวตาย จึงรีบไปดูอาการและให้คนไปตามหมอกับมาโนช แต่ต้องพูดไม่ออกเมื่อว่าที่ลูกเขยเมาแอ๋ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น!
กว่าน้ำทิพย์จะฟื้นคืนสติอีกครั้งก็เป็นเวลาค่อนคืน พระยาไชยากรเฝ้าไม่ห่างด้วยความเป็นห่วงลูกสาวและขอร้องให้ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยวิธีนี้อีก บุตรีพระยาไชยากรไม่รับปากและประกาศจะฆ่าตัวตายอีกหากถูกบังคับให้แต่งงานกับมาโนช พระยาไชยากรไม่พอใจที่ถูกขู่ ตั้งท่าจะสวนแต่นมอ้อนเข้ามาขวางและโต้แทน
“ถ้าคุณน้ำทิพย์ไม่ถูกบังคับก็คงไม่ต้องขู่ดอกค่ะ นี่หรือความหวังดีของท่านเจ้าคุณ ขนาดลูกฆ่าตัวตายแล้วยังไม่เปิดตาดูบ้างว่าผู้ชายที่เลือกให้เป็นเช่นไร อย่างนี้ต้องเรียกว่าเห็นแก่ตัวเสียมากกว่า”
พระยาไชยากรเถียงไม่ออก ยิ่งลูกทำแบบนี้ยิ่งกลัวเสียน้ำใจหนักขึ้น แต่ยังทิฐิไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่!
ooooooo
มาโนชถูกต่อว่ายกใหญ่เช้าวันต่อมาที่เมาไม่รู้เรื่อง ทำให้พระยาไชยากรต้องอับอายบ่าวไพร่เพราะเรื่องน้ำทิพย์กินยาฆ่าตัวตายเพื่อหนีงานแต่งดูจะแพร่ไปทั่วเรือนไม่นานหลังจากนั้น แต่ถึงกระนั้น มาโนชก็ไม่ยี่หระเพราะเชื่อว่างานแต่งคงไม่ล้มเพราะพระยาไชยากรทนไม่ได้ หากต้องมีลูกเขยเป็นอดีตทาสในเรือนเบี้ยตัวเอง
“รู้แล้วยังจะพูดอีก ถ้าอาทนได้คงไม่หักหาญน้ำใจลูกสาวอาอย่างนี้ดอก รู้ทั้งรู้...พ่อมาโนชก็ยังหมั่นทำตัวเหลวไหลให้แม่น้ำทิพย์รังเกียจรังงอนได้ไม่หยุดหย่อน”
“มันเป็นเพราะไอ้แก้วต่างหากล่ะขอรับ ถ้าไม่มีมันเสียคน น้องน้ำทิพย์คงไม่รังเกียจกระผมถึงขั้นนี้”
พระยาไชยากรมีสีหน้าเข้มขึ้น สั่งเด็ดขาดให้หลานชายกำจัดแก้วให้หายไปจากโลกนี้โดยเร็ว มาโนชอ้าปากค้าง ลังเลเพราะพระแก้วยังบวชอยู่ พระยาจอมงกเหยียดยิ้มเย็น มองหลานชายอย่างดูถูก
“แต่ถ้าพ่อมาโนชไม่กล้าก็ไม่เป็นไรดอกนะ เพราะเห็นพ่อมาโนชเมาเมื่อคืน อาก็ไม่กล้าหวังอะไรมากนักดอก”
“แล้วถ้ากระผมทำจริง คุณอาจะสัญญาได้หรือไม่ล่ะขอรับ ว่าจะไม่ยกน้องน้ำทิพย์ให้พระยานิติธรรมธาดาหรือคนอื่นที่กำลังรุ่งเรืองขึ้นมา กราบเรียนตรงๆว่ากระผมก็ไม่อยากถูกหลอกใช้เหมือนกัน”
พระยาไชยากรหน้าตึง จำต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้ เพราะต้องยืมมือมาโนชฆ่าแก้วอยู่ดี
ในขณะที่น้ำทิพย์ทนทุกข์ทรมานกับอาการข้างเคียงเพราะยาพิษฆ่าตัวตาย พระแก้วตกใจแทบพูดไม่ออกเมื่อทราบเรื่องจากพระยานิติธรรมธาดาว่าคนรักยอมตายหนีงานแต่งงาน แดงซึ่งมาเยี่ยมพระแก้วด้วย อดนับถือความใจเด็ดของน้ำทิพย์ไม่ได้ ต่างจากพระแก้วที่เป็นห่วงมากกว่า ไม่เห็นด้วยเลยที่น้ำทิพย์เลือกวิธีสิ้นคิดเช่นนี้ ตุลาการหนุ่มถอนใจเบาๆ เตือนสติพระให้บวชและตั้งใจเรียนต่อไป อย่าให้การเสียสละของน้ำทิพย์ต้องสูญเปล่า
“ขอบพระคุณโยมเจ้าคุณที่คอยเตือนสติ อาตมาจะไม่ยอมให้คนที่รักอาตมาทุกคนต้องผิดหวังเป็นอันขาด”
แดงอดอึ้งไม่ได้ที่เห็นความรักยิ่งใหญ่ของพระแก้วกับน้ำทิพย์ ส่วนพระยานิติธรรมธาดาโล่งใจมากกว่าที่เรื่องไม่เลวร้ายอย่างที่กลัวตอนแรก แม้จะไม่เห็นด้วยกับวิธีของน้ำทิพย์ แต่ในเมื่อล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ก็คงต้องปล่อยไป ที่สำคัญเขามีความรักครั้งใหม่แล้ว แม้จะเป็นความลับระหว่างเขากับตุ๊กตาแต่ก็แนบแน่นขึ้นทุกวัน
มาโนชเริ่มดำเนินการกำจัดพระแก้วด้วยการส่งพลอยกับเข้มไปเล่นงาน สองทาสหนุ่มจัดแจงว่าจ้างโสเภณีนางหนึ่งไปหาพระแก้วถึงวัด หวังปาราชิกจะได้ลงมือฆ่าอย่างสะดวกใจขึ้น แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างพระแก้ว เพราะคอกกับพระรูปอื่นเข้ามาช่วยทันเวลา เลยรอดพ้นจากการถูกสึกโดยไม่ได้ตั้งใจไปอย่างหวุดหวิด
เมื่อมาโนชทราบเรื่องว่าแผนพังไม่เป็นท่าก็พาลอารมณ์เสียใส่ทาสทั้งสอง พลอยกับเข้มกลัวหัวหดและจำต้องรับปากไปแก้มืออีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามาโนชย้ำให้ลงมือฆ่าอย่าได้เกรงใจผ้าเหลืองหรือใครที่ไหน แต่ทาสทั้งสองลังเลเพราะกลัวตกนรกหมกไหม้ขุมลึกสุด มาโนชตาลุกวาวด้วยความโกรธ แหวเสียงเข้ม
“แล้วตั้งแต่เกิดมามึงเคยเห็นเปรตเห็นนรกหรือ ยังวะ ถึงได้รู้ว่าตายแล้วต้องตกนรก พวกมึงอย่าโง่เง่านักเลย เลือกเอาแล้วกัน ว่าจะให้ไอ้แก้วตาย หรือพวกมึงจะตายเอง”
พลอยกับเข้มจำต้องก้มหน้ารับสภาพ ไม่อยากฆ่าใคร แต่ก็กลัวจะถูกมาโนชฆ่าเสียเอง
ฝ่ายคอกนำเรื่องพระแก้วเกือบถูกปาราชิกไปเล่าให้บุญเจิมฟัง ทาสสาวเป็นเดือดเป็นแค้นแทนและเร่งให้คอกไปยุบ่าวไพร่เรือนพระยาไชยากรให้ร้องทุกข์เรื่องถูกเจ้านายปกปิดไม่ให้เป็นไท คอกรีบจัดการตามคำขอ ตอนแรกพวกทาสก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อคอกยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงก็เริ่มคิดตาม ยิ่งได้ยินเรื่องราวของพระแก้วยิ่งทำให้ฮึกเหิมเพราะหากไม่ได้เป็นไทจริงคงบวชไม่ได้ แต่ก็มีหลายคนสงสัยว่าพระยาไชยากรจะปิดบังเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร
“ก็เพื่อให้เราเป็นทาสรับใช้ต่อไปยังไงล่ะวะข้านึกแล้วว่าต้องมีอะไรสักอย่าง จู่ๆก็เข้มงวดไม่ให้เราออกนอกเรือนเหมือนอย่างเคย จนข้าไม่ได้เจอญาติพี่น้องมาเป็นเดือนๆแล้ว ที่แท้ก็กลัวความลับรั่วนี่เอง”
เสียงทาสคนหนึ่งทำให้อีกหลายคนเริ่มคิดหนัก แม้จะเจ็บใจที่ถูกพระยาไชยากรหลอกลวง แต่เพราะความไม่รู้และความกลัวก็ทำให้ลังเล คอกกลัวไม่ได้เรื่องเลยรีบสำทับ...หากอยากเป็นทาสไปจนตายก็ช่างมันเถอะ!
ooooooo










