สมาชิก

ฟ้าจรดทราย

ตอนที่ 1

มิทเชลล์ เดอลาโรนีส์ กำพร้าตั้งแต่ยังเล็กๆ พ่อของเธอเป็นชาวฝรั่งเศสส่วนแม่เป็นชาวตะวันออกไกลตายด้วยสาเหตุเครื่องบินตก แม้ตระกูลเดอลาโรนีส์ทางพ่อของเธอจะร่ำรวย ใหญ่โตและมีชื่อเสียง แต่ปฏิเสธ ไม่ยอมรับเด็กน้อยที่เกิดจากหญิงต่างชาติ

ทางสถานสงเคราะห์เด็กจึงเห็นควรให้นำตัวเด็กน้อยมาส่งให้คุณแม่อธิการผู้ดูแลรับผิดชอบโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสรับเลี้ยง
มิเชลล์เติบโตขึ้นมาเป็นสาวสวย กิริยามารยาทเรียบร้อย โดยไม่ล่วงรู้มาก่อนว่าตัวเองยังมีญาติอยู่ จนกระทั่ง วันนี้ ฟ้าลิขิตให้มาดามโซฟี เดอลาโรนีส์ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาสะใภ้ของเธอนำเงินมาบริจาคให้โบสถ์แห่งนี้ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ทุกปีจะส่งเช็คมาให้ คุณแม่อธิการจึงออกปากชักชวนให้เธอได้พบกับหลานสาว

“หลานของคุณเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง ความประพฤติดียอดเยี่ยมและหน้าตาสะสวยมาก” คุณแม่อธิการคุยอวดคุณสมบัติของลูกศิษย์จนมาดามโซฟี คิดคล้อยตาม ครู่ ต่อมา มิเชลล์ซึ่งตื่นเต้นมากที่จะได้พบญาติ มายืนอยู่ตรงหน้ามาดามโซฟี ต่างฝ่ายต่างจ้องกันไม่วางตา

“มิเชลล์ คุณปู่คุณย่าของเธอมาพักผ่อนที่เมืองเซนต์วาเลอรี่ เมืองชายทะเลใกล้ๆ นี่คุณอาสะใภ้ของเธอมาดามเดอลาโรนีส์ จึงนำเงินที่บริจาคให้โบสถ์ของเราเป็นประจำมาให้ด้วยตัวเอง” คุณแม่อธิการอธิบายจบ หันไปทางมาดามโซฟี “มาดามคะเพื่อเห็นแก่พระเจ้า กรุณาให้คุณปู่คุณย่าของมิเชลล์ได้เห็นหน้าเธอสักครั้ง เพียงแต่ให้ท่านรับรู้ว่าหลานกำพร้าของท่านจบการศึกษาแล้ว”

มาดามโซฟีครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะตกลงใจทำตามคำร้องของคุณแม่อธิการ...

ในเวลาต่อมา มิเชลล์มานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกของตระกูลเดอลาโรนีส์ที่ทั้งใหญ่โตและสวยงามด้วยความตื่นเต้น พลันภาพตอนเช้าขณะอยู่ที่โรงเรียนผุดเข้ามาในความคิดของเธอ ตอนนั้นเธอกำลังกวาดเหรียญและถ้วยรางวัลใส่กระเป๋าจะเอาไปอวดคุณปู่คุณย่า โดยมีแคชฟียา หรือแคชฟี่เพื่อนสนิทของเธอยืนมองอยู่ใกล้ๆ

“เขาไม่ยอมรับเธอเป็นหลานตั้งสิบกว่าปีแล้ว จะไปทำไม”

“ฉันอยากเห็นท่านและเชื่อว่าท่านอยากเห็นฉันเหมือนกัน” มิเชลล์น้ำเสียงร่าเริง แคชฟี่ติงว่าแค่เห็นหน้ากันจะมีประโยชน์อะไร เธอหวังว่าจะมีอะไรมากกว่านั้น

“เช่นรับเธอไปอยู่ปารีส...รับเธอเข้าในครอบครัวน่ะหรือ”

“ใช่ ฉันเอารางวัลกับเหรียญต่างๆที่ฉันได้ไปให้ท่านดูด้วยนะ วันนี้”

มิเชลล์ตื่นจากภวังค์ มองเหรียญกับรางวัลต่างๆ ในกระเป๋าอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขและความหวังต้องพังทลายเพราะทั้งคุณปู่และคุณย่าของเธอไม่ต้อนรับ แถมยังพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ ที่ต้องให้เธอใช้นามสกุลด้วยก็เพราะเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ทั้งๆ ที่จริงแล้วท่านไม่ต้องการให้ตระกูลมีเลือดลูกผสมต่างชาติต่างศาสนา ส่วนเงินบริจาคให้โบสถ์ทุกปีก็ทำเพื่อวิญญาณของลูกชาย และหวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก...

ทันทีที่กลับถึงโบสถ์ มิเชลล์ตรงไปคุกเข่าหน้าแท่นบูชา แล้วร้องไห้อย่างขมขื่นใจ คุณแม่อธิการเข้ามาโอบเธอไว้อย่างปลอบประโลม มิเชลล์ถึงกับปล่อยโฮ

“มิเชลล์...แม่ผิดเอง...แม่ผิดเอง” คุณแม่อธิการลูบหัวมิเชลล์ด้วยความสงสารจับใจ โดยมีแคชฟียายืนหน้าเศร้าอยู่ไม่ห่าง หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจแล้ว มิเชลล์กลับห้องพักด้วยแววตาแห้งผาก บ่นให้เพื่อนรักฟังว่าต่อไปนี้เธอเหลือตัวคนเดียวแล้ว แคชฟียาตวาดแว้ด

“จะบ้าหรือ ฉันล่ะ เธอเอาไปไว้ที่ไหน แล้วยังเพื่อนๆ ซิสเตอร์แอน ซิสเตอร์หลุยส์ คุณแม่อธิการล่ะ”

มิเชลล์คิดคล้อยตาม ก่อนจะยิ้มได้ ขอบใจแคชฟียาสำหรับคำปลอบใจ

ooooooo

มิเชลล์สอบชิงทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ในกรุงปารีสได้ และภายใน 4 ปี ก็สำเร็จการศึกษา ตลอดเวลานั้นแคชฟียาอยู่เคียงข้างเสมอ แม้จะไม่เรียนเก่งจนสอบได้ทุนเหมือนมิเชลล์ แต่เธอก็มีทุนของพ่อแม่ส่งเสียให้ร่ำเรียนจนจบเช่นกัน

“ชีวิตช่างสมบูรณ์ เรียนจบปริญญาจะได้กลับบ้าน อะไรจะมีความสุขขนาดนี้” แคชฟียายิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับมิเชลล์ลิบลับ แม้จะดีใจ แต่รอยยิ้มกลับดูเศร้าสร้อย จนเพื่อนรักต้องสั่งให้เธอหยุดยิ้มแบบนี้เสียที

“ฉันชวนเธอไปประเทศฉัน ไปช่วยฉันตั้งโรงเรียน สอนภาษาฝรั่งเศสให้เด็กผู้หญิงที่นั่น เธอต้องไปนะ เพราะถ้าเธอไม่ไปกับฉัน เธอจะไปไหน ในเมื่อเธอตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่พี่น้องที่ไหน ถึงมีเขาก็ไม่ยอมรับ” คำพูดเรื่อยเปื่อยของแคชฟียา แฝงน้ำเสียงดูถูกนิดๆ แต่มิเชลล์ เศร้าใจเกินกว่าจะเอามาใส่ใจ...

ค่ำวันเดียวกัน มิเชลล์แวะไปสวดมนต์ที่โบสถ์ใกล้ๆ หอพัก กว่าจะออกจากที่นั่น รอบๆบริเวณก็ไร้ผู้คน  เธอเร่งฝีเท้าเพื่อกลับที่พัก ทันใดนั้น มีชายคนหนึ่งโผล่พรวดมาดักหน้า มิเชลล์เกรงจะเป็นคนร้าย หันหลังวิ่งหนี เขาไล่ตามจนทัน พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ หญิงสาวรีๆรอๆไม่กล้ารับ

“รับไว้เถอะครับ ผมชื่อปิแอร์ ทำงานหนังสือพิมพ์ข่าวแฟชั่น เชื่อใจผมหน่อยครับ ผมมีอะไรบางอย่างจะพูดกับคุณ ผมอยากได้คุณเป็นนางแบบ” ปิแอร์เห็นมิเชลล์อ้าปากจะปฏิเสธ ชิงพูดขึ้นเสียก่อน “เดี๋ยวครับ โปรดพิจารณาก่อน เพราะนี่คือรายได้พิเศษสุดสำหรับนักศึกษาอย่างคุณ”

“ฉันเรียนจบแล้วค่ะ”

“อ้อ หรือว่าต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อน”

มิเชลล์ออกตัวว่าเป็นเด็กกำพร้า อยู่ในคอนแวนต์ ไม่ต้องขออนุญาตใคร ปิแอร์ขอร้องให้เธอลองพิจารณาข้อเสนอของเขาดูก่อน...

ด้านแคชฟียาถึงกับโวยวายลั่นเมื่อรู้ว่ามิเชลล์ปฏิเสธข้อเสนอของปิแอร์ เพราะคิดว่าการได้เป็นนางแบบ คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา แล้วถามว่าเสนอชื่อเธอให้เขาแทนที่หรือเปล่า มิเชลล์ส่ายหน้า

“ฉันจะเสนอได้ยังไง ก็เรามีงานสำคัญรออยู่ข้างหน้า งานที่เป็นประโยชน์กับเด็กๆที่ประเทศของเธอ”

“เฮ้อ...นั่นคือความจริง  เราต้องกลับบ้าน” แคชฟียาถอนใจ เหนื่อยใจ...

ความรู้สึกเคว้งคว้างที่เรียนจบแล้วไม่มีบ้านให้กลับเหมือนใครต่อใคร ทำให้มิเชลล์เก็บเอาไปฝันว่าหลงทางอยู่กลางทะเลทรายที่อ้างว้าง เห็นเพียงฟ้าจรดทราย อยู่ๆก็มีชายในชุดดำคล้ายพวกอาหรับทั้งหัวและใบหน้าโพกผ้าไว้เห็นเพียงดวงตาปรากฏตัวขึ้นไกลๆ เธอพยายามวิ่งตาม เขากลับค่อยๆเลือนรางลงเรื่อยๆ

“เดี๋ยวท่าน หยุดก่อน หยุด ท่านเป็นใคร บอกฉันก่อน อย่าเพิ่งไป” มิเชลล์วิ่งตามจนล้มลุกคลุกคลาน

ชายลึกลับหยุดกึก หันกลับมา หญิงสาวตามจนทันแต่กลับมองไม่เห็นใบหน้าของเขาเพราะอยู่ใต้ผ้าโพก เห็นเพียงประกายตาแวววาวคู่นั้น

“ท่านเป็นใครจะมาช่วยฉันหรือ...ช่วยให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวคนเดียวในโลกใช่ไหม” มิเชลล์พูดไปร้องไห้ไป ชายลึกลับปาดนํ้าตาให้อย่างนุ่มนวล เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก คะยั้นคะยอจะขอเห็นหน้า หรือรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม แต่เขาส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วค่อยๆถอยหลังจากไป หญิงสาวขอร้องไม่ให้ไป

“แล้วเราจะพบกันอีก เราจะพบกัน เธอต้องพบ

กับฉันอีก  และเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ชายลึกลับถอยห่างออกไปทุกที มิเชลล์ตามไปกระชากผ้าโพกหัวของเขาออก ผ้ากลับปลิวมาคลุมตัวเองมืดไปหมด เธอสะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัว มองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน ในห้องมีเพียงแคชฟียานอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ

ooooooo

ทีแรกที่ได้เจอโรแบร์แฟนของแคชฟียา ในตอนสาย วันรุ่งขึ้น มิเชลล์คิดว่าเขาคือชายลึกลับในฝัน แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตากลับต้องผิดหวังที่ไม่ใช่ โรแบร์ถูกใจความงามของมิเชลล์ตั้งแต่แรกเห็นแต่จำต้องซ่อนความรู้สึกไว้ ยิ่งได้รู้ว่าเธอจะตามไปช่วยสอนหนังสือให้เด็กหญิงในประเทศของแคชฟียา เขายิ่งชื่นชม

“ผมรู้มาว่าในประเทศของแคชฟี่ การศึกษานั้นมีไว้เพื่อเด็กผู้ชายเท่านั้น”

“ใช่ ขณะที่ความก้าวหน้าต่างๆ วิ่งอยู่รอบตัวเรา ชีวิตส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศของฉันยังไปช้าๆ แต่มิเชลล์เป็นคนเก่ง เธอจะช่วยจนงานของฉันสำเร็จจนได้ จริงไหมจ๊ะมิเชลล์”

“จริงที่สุด ฉันมองไปข้างหน้ารู้ดีว่ามีอะไรทำอีกมากมายที่จะทำให้ชีวิตฉันไม่เกิดมาเปล่าประโยชน์ ฉันพร้อมที่จะสู้ให้ชีวิตมีความหมาย ไม่ว่าจะลำบากยากแค้นอย่างไรก็ตาม” นํ้าเสียงของมิเชลล์หนักแน่นจริงจัง...

มิเชลล์ฝันเห็นชายลึกลับคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง ในทะเลทรายเหมือนเมื่อคืนก่อน แต่คราวนี้เขาไม่หนีไปไหน จูงมือเธอพาเดินไปกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง และยังรับปากว่าจะดูแลเธอ จะไม่ปล่อยให้เป็นอันตราย

“ท่านเป็นใคร...ท่านชื่ออะไร”

ชายลึกลับที่เห็นเพียงดวงตาคมเข้มยังไม่ทันจะบอกชื่อตัวเอง แคชฟียาเขย่าตัวมิเชลล์ให้ตื่นขึ้นเสียก่อน ถามว่านอนละเมอหรือ เธอเล่าความฝันประหลาดที่ฝันซํ้าๆนั้นให้ฟัง แคชฟียาซักเป็นการใหญ่ว่าชายในฝัน

คนนั้นเป็นใคร ใช่โรแบร์หรือเปล่า มิเชลล์แปลกใจทำไมถึงถามแบบนั้น

“ถ้าไม่ใช่โรแบร์ งั้นใครฮึมิเชลล์ เธอฝันถึงผู้ชายคนไหนซํ้าๆกันทุกคืน เขาจะเป็นใครได้ เธอไม่ยอมสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนสักคน จะเป็นพรินซ์ เป็นชีค เป็นลูกชายมหาเศรษฐีคนไหนๆ พวกนั้นน่ะพร้อมจะทรุดตัวลงแทบเท้าเธอ ฉันว่าถ้าเธอไม่โง่ก็บ้าแล้วที่ไม่ยอมใช้ชีวิตวัยสาวให้เต็มที่”

ooooooo

แคชฟียาใช้ชีวิตวัยสาวอย่างเต็มเหนี่ยวตามที่แนะนำเพื่อนรัก โดยแอบพาโรแบร์เข้าไปพลอดรักกันในบ้านพักทูตของพี่ชายเธอเอง เนื่องจากเขากับพี่สะใภ้ไม่อยู่ไปงานกินเลี้ยง เธอกอดจูบโรแบร์อย่างหลงใหล

“ฉันรักเธอที่สุดนะโรแบร์ ถ้าเธอทรยศฉัน...ฉันจะฆ่าเธอและฆ่าตัวเองด้วย” แคชฟียาขู่ทีเล่นทีจริง

ทั้งคู่มัวแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน จึงไม่ได้ยินเสียงโมฮัมหมัดกับโซฟียากลับมาเอาของขวัญที่ลืมทิ้งไว้ เสียงหัวร่อต่อกระซิกทำให้เจ้าของบ้านชะงัก เดินตามเสียงหัวเราะเข้าไปในครัว เห็นน้องสาวตัวเองกำลังนัวเนียอยู่กับผู้ชาย ตรงเข้ามากระชากลากเขาจะเอาไปโยนหน้าบ้าน แคชฟียาตามมายื้อสุดฤทธิ์ โมฮัมหมัดผลักน้องสาวกระเด็น ก่อนจะไล่ตะเพิดโรแบร์ออกจากบ้าน

“ผมทำอะไรผิด ทำไมต้องไล่เหมือนหมาแบบนี้”

“แกเป็นคนนอกศาสนา ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้” โมฮัมหมัดพูดจบหันไปด่าแคชฟียาว่าเป็นคนบาป จะต้องถูกสาปแช่งฐานที่ไปยุ่งกับคนนอกศาสนา เธอไม่สนใจ ผลักอกพี่ชายด้วยความโกรธเกรี้ยว แล้วสั่งห้ามโรแบร์ไปไหนทั้งนั้น โมฮัมหมัดคว้าแขนน้องสาวตัวดีไว้

“มานี่ แกนี่เลี้ยงไม่เชื่องเสียแล้ว จะต้องให้ล่ามโซ่ตีตรวนกันเหมือนทาสใช่ไหม เอาสิได้เลย มานี่เลย” โมฮัมหมัดว่าแล้วลากแคชฟียาที่ร้องกรี๊ดออกไป โรแบร์จะเข้าไปขัดขวาง แต่ถูกโซฟียาห้ามไว้ และขอร้องให้กลับไปก่อน ยิ่งเขาแข็งขืนมากเท่าไหร่ แคชฟียาจะยิ่งโดนเล่นงานหนักมากขึ้นเท่านั้น

“โอเค...ผมจะกลับ แต่ขอบอกให้รู้ไว้ ยิ่งคุณทำอย่างนี้คุณจะยิ่งขวางเราไม่ได้...ไม่ใช่ผมนะ น้องสาวคุณนั่นแหละ” โรแบร์พูดจบ เดินกระแทกเท้าปังๆจากไป ทิ้งให้โซฟียายืนใจคอไม่ดีอยู่ตรงนั้น...

ฝ่ายโมฮัมหมัดลากน้องสาวไปที่ห้องนอน แล้วเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น ขู่จะส่งตัวกลับบ้านเกิด แคชฟียา ด่าพี่ชายว่าป่าเถื่อน ไม่มีอารยธรรม เขาต่อว่ากลับว่าเป็นเพราะอารยธรรมตะวันตกนี่เองที่ทำให้เธอเสียคน

“ฉันเสียคนยังไง ฉันทำอะไรผิด ฉันไม่ได้ทำตัวเละเทะสำส่อนสักหน่อย ฉันไม่เคยมีใครเลยนอกจากโรแบร์ แล้วเราก็จริงจังต่อกันด้วย” แคชฟียาเถียงคำไม่ตกฟาก

“ฉันมันผิดเอง เป็นความผิดของฉันเองที่สนับสนุนให้แกได้เรียนสูงๆ ดีล่ะ ฉันจะส่งแกกลับไปล้างบาปที่บ้าน แกจะต้องกลับไปเป็นสุภาพสตรีมุสลิมที่ดี”

แคชฟียาไม่ยอมให้พี่ชายส่งกลับไปนุ่งชุดดำคลุมหน้าอยู่แต่ในห้องแบบนั้นแน่ๆ แล้วอาละวาดตีอกชกตัวร้องกรี๊ดๆ โมฮัมหมัดทนฟังไม่ไหว ออกจากห้องปิดประตูโครม ปล่อยให้แคชฟียาบ้าไปคนเดียว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แคชฟียาแอบหนีออกมาหามิเชลล์ในสภาพตาแดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนรักฟัง และยังบอกอีกว่าพ่อของเธอขู่ว่า ถ้ายังคบหากันโรแบร์ต่อไป ท่านจะฆ่าเขาทิ้ง

“ฉันไม่มีวันยอมเลิกกับโรแบร์ ฉันรักเขาที่สุด ถ้าบังคับกันมากๆจะฆ่าตัวตายคอยดู” แคชฟียาว่าแล้ว ลุกขึ้นเตะต่อยผนังห้องพักของมิสเชล์อุตลุด จนเจ้าของห้องต้องดึงกลับมานั่งบนเตียง

“อย่านะแคชฟี่ อย่าทำอะไรไร้สติแบบนั้น กลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ก่อนนะ”

ยิ่งปลอบ แคชฟียายิ่งร้องไห้ฟูมฟาย คร่ำครวญว่าอยากตายซ้ำๆอยู่อย่างนั้น...

แคชฟียาไม่กล้าไปพบโรแบร์อีก จึงวานให้มิเชลล์นำจดหมายของเธอไปให้ ใจความในจดหมายบอกเพียงว่า แคชฟียาจำเป็นต้องกลับบ้านเกิด และมิเชลล์จะไปกับเธอด้วย ทำให้โรแบร์ประทับใจมิเชลที่ไม่ใช่งามแต่รูป ยังมีจิตใจงามอีกด้วยที่คอยเป็นกำลังใจให้เพื่อนยามที่เธอต้องการใครสักคนคอยปลอบใจ

“บอกแคชฟี่ ผมจะตามไปไม่มีวันเปลี่ยนใจ” โรแบร์ยืนยันหนักแน่น พลอยทำให้มิเชลล์โล่งใจไปด้วย...

ครู่ต่อมา มิเชลล์นำคำพูดของโรแบร์มาถ่ายทอดให้แคชฟียาฟังไม่มีตกหล่น แม้จะดีใจที่เขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะตามเธอกลับประเทศ แต่แคชฟียาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าเส้นทางรักระหว่างเราสองคนคงเป็นไปไม่ได้ มิเชลล์ปลอบว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า เธอจะได้พบกับโรแบร์อีกแน่ แคชฟียาขอบใจเพื่อนรักมากที่คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเธอเสมอ...

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะไปอยู่กับแคชฟียา มิเชลล์จึงแวะไปลาคุณแม่อธิการ ซึ่งเตือนให้ระวังคนอย่างแคชฟียาไว้ให้ดี เธอเป็นคนดุและเด็ดขาด ถ้าเป็นมิตรแท้ก็จะตายแทนกันได้ แต่หากเป็นศัตรู เธอจะทำอะไรรุนแรงได้ง่ายๆ แล้วอวยพรขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงสถิตย์อยู่กับมิเชลล์ตลอดไป

ooooooo

ทันทีที่มาถึงสนามบินเมืองเกซาห์ แคชฟียาเปลี่ยนจากชุดสาวสวยทันสมัยแบบชาวปารีสไปสวมชุดดำคลุมทั้งตัวและใบหน้าแบบสุภาพสตรีชาวมุสลิม แล้วพามิเชลล์มาขึ้นรถที่พ่อของเธอส่งมารับ แล่นผ่านทะเลทรายที่ร้อนระอุมาตามทางพักใหญ่ กว่ารถจะแล่นเข้าไปในตัวเมือง ซึ่งสองข้างทางมีร้านค้าตั้งเรียงราย

“นั่นไงพวกร้านค้า เห็นเก่าๆอย่างนั้น ขายข้าวของชั้นดีที่มีขายในปารีส ลอนดอนหรือที่ไหนๆในโลก”

“ไม่ค่อยมีผู้หญิงเลย” มิเชลล์สีหน้าเป็นกังวลอยู่ตลอด

แคชฟียาว่าผู้หญิงที่นี่จะมาตลาดกันตอนกลางคืนหลังหนึ่งทุ่มไปแล้ว และที่สำคัญอากาศตอนกลางคืน เย็นสบายกว่านี้มาก ไม่นานนัก รถแล่นเข้าไปจอดในอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของบ้านแคชฟียาที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์  คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านรายล้อมด้วยบ้านหลังย่อมๆอีก 3 หลัง

มิเชลล์ก้าวลงจากรถ พยายามระงับสีหน้าไม่ให้ตื่นตาตื่นใจกับความโอ่อ่ากว้างขวางของบ้าน ก่อนจะเดินตามแคชฟียาที่เดินเชิดหน้าคอตั้งเข้าไปในตึกใหญ่ โดยมีพวกคนรับใช้และเด็กๆพากันมาแอบดู...

หลังจากแวะทักทายแม่และน้องสาวทั้งสามคนแล้ว แคชฟียาพามิเชลล์มาตามทางเดินไปยังอีกปีกหนึ่งของคฤหาสน์ โดยถอดผ้าคลุมสีดำออก แล้วพาดไว้ที่แขน พลางชี้ให้เพื่อนรักดูอีกด้านหนึ่งของตัวตึก

“ด้านนอกเป็นที่อยู่ของพ่อกับน้องชายฉัน ในเมืองเราผู้หญิงกับผู้ชายอยู่คนละส่วนแยกกันเด็ดขาด ชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อหรือพี่น้องจะไม่มีโอกาสเห็นหน้าผู้หญิงในบ้านเรา...ทางโน้นเป็นบ้านเมียน้อยพ่อ”

“แปลกนะ เขายอมเป็นเมียน้อยได้ยังไงกัน”

แคชฟียาอธิบายว่าผู้หญิงประเทศนี้ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ถ้าพ่อแม่ตัวเองยอมยกให้ผู้ชาย มิเชลล์อดถามไม่ได้ว่า ถ้าเป็นแคชฟียาบ้าง จะยอมถูกทำแบบนี้ไหม เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่มีวันยอมถูกคลุมถุงชนเด็ดขาด

“เธอจะรอโรแบร์หรือ”

“ทำเสียงอย่างนี้หมายความว่ายังไง ฉันไม่ควรรองั้นหรือ” แคชฟียาแหวลั่น มิเชลล์ปฏิเสธว่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น แล้วย้อนถามว่าคิดแบบนั้นได้อย่างไร เจ้าของบ้านสาวรีบตัดบท ชวนไปดูห้องที่เตรียมไว้ให้ แล้วเดินนำออกไปทันที มิเชลล์มองตามอย่างไม่ค่อยสบายใจนักกับท่าทีเปลี่ยนไปของเพื่อนรัก

“เพียงวันเดียว แค่วันนี้อะไรๆเปลี่ยนแปลงขนาดนี้เชียวหรือ”

ooooooo

มิเชลล์ต้องเจอเรื่องหนักใจอีกครั้งเมื่อเดินหลงเข้าไปในปีกที่เป็นที่อยู่ของพวกผู้ชาย ซึ่งต่างตกใจเมื่อเห็นผู้หญิงสวมชุดผ้าคลุมมิดชิดแบบอาหรับ เข้ามาเดินในปีกด้านนี้ เธอพยายามจะถามหาแคชฟียา แต่ไม่มีใครยอมตอบคำถามต่างยืนนิ่ง เธอชักรำคาญผ้าที่ปิดหน้าปิดตาจึงปลดออกเพื่อให้พูดได้ถนัด ยิ่งทำให้พวกผู้ชายตกใจ

คนรับใช้ชายออกมาไล่อย่างเสียมารยาท “ออกไป ผู้หญิงเข้ามาในนี้ไม่ได้”

“คือ...ฉันหลงทางค่ะ จะหาแคชฟียา”

คนรับใช้ร่างยักษ์โผล่มาจากไหนไม่รู้ ไล่ตะเพิดมิเชลล์ พร้อมกับตรงเข้ามาหาอย่างเอาเรื่อง เธอกลัวมากรีบวิ่งหนี อารามรีบร้อนจึงชนเข้ากับแคชฟียาและฮานาสาวใช้ซึ่งกำลังออกตามหาเธออยู่พอดี...

เมื่อแม่ของแคชฟียารู้เรื่องที่มิเชลล์หลงเข้าไปในเขตของผู้ชาย โดยไม่มีผ้าคลุมหน้าถึงกับเข่าอ่อน

แคชฟียาต้องเข้าไปประคองไว้ ปลอบว่าคงไม่เป็นอะไรเพราะมิเชลล์เป็นชาวต่างชาติ ไม่รู้ประเพณีของที่นี่ พ่อของแคชฟียาไม่ถือโทษโกรธเคือง แต่ขออย่าให้มีคราวหน้าอีกก็แล้วกัน แคชฟียาหัวเราะชอบใจที่เพื่อนเงอะงะ

“ไม่ใช่เรื่องตลกนะลูก...มิเชลล์จ๊ะ ประเพณีเราไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปในเขตของผู้ชาย ผู้หญิงอยู่ส่วนของผู้หญิง ผู้ชายอยู่ส่วนของผู้ชายไม่ปะปนกัน ผู้หญิงชาวอาหรับจะพูดกับผู้ชายแปลกหน้าจะต้องปิดผ้าคลุมหน้า เวลาออกไปนอกบ้านก็จะต้องปิดผ้าคลุมหน้า หนูแต่งตัวแบบเราแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าพูดกับผู้ชาย ถือว่าเสื่อมเสียเกียรติ คนเขาจะดูถูกเหยียดหยาม สังคมก็รังเกียจ ถือว่าผิดกฎศาสนาอย่างแรงด้วย” แม่อธิบาย

มิเชลล์มองหน้าพ่อของแคชฟียา ก่อนจะรีบเอาผ้าคลุมหน้ามาปิด แคชฟียาหัวเราะขบขัน บอกว่าไม่ต้องปิดหน้าต่อหน้าพ่อของตน เพราะถือว่าเป็นคนกันเอง มิเชลล์เป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่งของท่าน และเตือนว่าถ้าเธออยากจะอยู่แบบพวกเรานุ่มห่มแบบเดียวกันจะต้องอดทน

“ฉันยินดี เพราะฉันอยากอยู่กับเธอแบบพี่น้องไม่อยากเป็นแขกแปลกหน้า” มิเชลล์สีหน้ามุ่งมั่น...

ดึกแล้ว แต่มิเชลล์กับแคชฟียายังนอนไม่หลับ

มิเชลล์หยิบพิณขึ้นมาบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนาน โดยมีแคชฟียากระโดดโลดเต้นไปตามเสียงดนตรี หลังจากจบเพลง มิเชลล์วางพิณแล้วจับมือแคชฟียาไว้

“แคชฟี่ ฉันตามเธอมาเพราะอยากทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง ในขณะเดียวกัน ความฝันของฉันก็จะเป็นจริงด้วย ฉัน...คนที่ไม่มีใครต้องการนี่แหละ จะทำทุกอย่างให้คนเห็นว่าคนไร้ญาติขาดมิตร ไม่จำเป็นต้องขาดใจไปกับความรู้สึกสิ้นหวัง  ฉันจะให้ใครๆ รู้ว่า ฉันเกิดมาตัวคนเดียวอย่างนี้แหละ จะทำประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมโลกได้อีกมากมาย”

แคชฟียาพร้อมจะสู้ไปกับเพื่อนรักเพื่อคนของตัวเอง  มิเชลล์ขอโทษที่เข้าใจผิด คิดว่าเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่กลับถึงบ้าน ความจริงแล้วแคชฟียายังเป็นคนดีอย่างที่เคยเป็นมาตลอด มิเชลล์ตัดสินใจไม่ผิดที่มากับเธอ

ooooooo

ในที่สุดแคชฟียากับมิเชลล์ก็ได้เปิดโรงเรียนสอนภาษาฝรั่งเศสเล็กๆขึ้น ต่างมีห้องเรียนในความดูแลกันคนละห้อง การสอนของสองสาวต่างกันลิบลับ แคชฟียาสอนแบบเข้มงวด ส่วนห้องเรียนของมิเชลล์เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทำให้เด็กๆมีความสุข การเรียนพลอยลื่นไหลไปด้วย...

ขณะที่นักเรียนของมิเชลล์ก้าวหน้าไปกับการเรียน นักเรียนของแคชฟียากลับไม่ได้อะไรมากนัก เพราะมัวแต่กลัวครูจนไม่เป็นอันทำอะไร แคชฟียาหงุดหงิดมากที่นักเรียนไม่ได้ดังใจ หาทางระบายด้วยการชวนมิเชลล์ไปช็อปปิ้ง กว้านซื้อของแทบจะหมดทุกร้าน แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น มิเชลล์รู้นิสัยเพื่อนรักดีว่าต้องมีอะไรมากกว่าเรื่องนักเรียน จึงถามตรงๆว่าอารมณ์บูดเรื่องอะไรกันแน่

“ฉันยอมรับว่าอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดไม่สบายใจเพราะโรแบร์ยังไม่ติดต่อมา ฉันไม่รู้เขาอยู่ที่ไหน”

ooooooo

ในที่สุดโรแบร์เดินทางมาถึงเมืองเกซาห์ แคช-ฟียาดีใจเนื้อเต้นที่จะได้เจอชายคนรัก เนื่องจากประเพณี เคร่งครัด ทำให้ต้องหนีบมิเชลล์ไปด้วยเพราะเธอเป็นต่างชาติคุยกับผู้ชายในที่สาธารณะได้ แคชฟียาใช้เพื่อนเป็นฉากบังหน้า โดยให้เธอทำท่าชี้ชวนโรแบร์ชม ตลาด แต่ความจริงแล้วเขากำลังพูดคุยอยู่กับแคชฟียา

“ผมได้งานที่บริษัทบ่อน้ำมันในเมืองนี้ ผมทำตามสัญญาแล้วนะแคชฟี่”

“โรแบร์ คุณช่างดีเหลือเกิน...ฉันอยากกอดคุณ อยากจูบคุณสักร้อยหน ฉันอยากให้ตัวคุณแนบสนิทกับตัวฉัน ให้คุณกอดฉัน รักฉันโอ...โรแบร์ ฉันปรารถนาในตัวคุณเหลือเกิน”

โรแบร์ต้องเตือนหญิงคนรัก จะพูดอะไรให้เกรงใจมิเชลล์บ้าง เธอกลับไม่สนใจ เขาต้องรีบตัดบทจะขอไปพบพ่อกับแม่ของแคชฟียาเพื่อคุยเรื่องของเรา เธอร้องห้ามเสียงหลง ขืนทำอย่างนั้นจะเป็นอันตรายต่อเราทั้งคู่

“แล้วเราต้องลักลอบเจอกันอยู่อย่างนี้ตลอดไปหรือ”

“ไม่หรอกโรแบร์ ฉันต้องหาทางออกให้ได้ ฉันมีเงินในธนาคารสวิสมากมาย เราจะไปไหนก็ได้ทุกแห่งในโลกนี้” คำพูดของแคชฟียาทำให้มิเชลล์ใจหาย นึกถึงโรงเรียนสอนภาษาขึ้นมาทันที...

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ มิเชลล์ไม่รอช้าถามแคชฟียา ว่า จะย้ายไปอยู่สวิสเซอร์แลนด์จริงหรือ แล้วโรงเรียนสอนภาษาจะทำอย่างไร จะทิ้งไปง่ายๆแบบนี้หรือ แคชฟียาไม่อยากคิดเรื่องอื่นให้รกสมอง ขอแค่ให้ได้เจอหน้าโรแบร์ทุกวันเท่านั้นเป็นพอ แล้วขยับจะไป มิเชลล์เรียกไว้

“แคชฟี่ เธอจ้างฉันมาเป็นครูโดยฉันรับเงินโดยตรงจากคุณพ่อเธอ ฉันไม่สบายใจเลยที่ต้องมารู้เห็นเป็นใจกับเรื่องไม่สมควรแบบนี้”

“ไม่สมควรยังไง นี่ถ้าเป็นปารีสนะ ฉันจะไปค้างกับเขาก็ได้” แคชฟียาเสียงเขียว มิเชลล์ติงว่า ที่นี่ไม่ใช่ปารีส จะทำอะไรต้องคิดให้ดีก่อน จะเอาเกียรติของพ่อแม่ไปแลกกับความรัก แคชฟียาไม่พอใจที่เธอบังอาจมาสั่งสอน ถ้าตนคิดจะไปกับโรแบร์จริงๆ ก็ไม่มีใครห้ามได้ และถ้าได้แต่งงงานกัน เราสองคนจะไปอยู่ปารีส แล้วทำท่าจะกลับห้อง มิเชลล์ขวางไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งล้มเลิกความฝันที่จะสอนภาษาให้เด็กๆ

“เอ๊ะประหลาดจริง ฉันไม่อยู่แล้วไม่ได้ยินหรือ ฉันจะไม่อยู่แล้ว” แคชฟียาเน้นทีละคำอย่างมีอารมณ์ มิเชลล์ดึงแขนไว้ไม่ให้ไป เธอผลักเต็มแรงจนหงายหลังก้นกระแทกพื้น แล้วจากไปอย่างไม่ไยดี

ooooooo

มิเชลล์ยังคงสอนหนังสือตามปกติ แต่ต้องคอยมองไปหน้าห้องเรียนตลอด กลัวแคชฟียาจะเข้ามาอาละวาด ขณะกำลังหัดเขียนภาษาฝรั่งเศส นักเรียนห้องแคชฟียามาแอบมองที่ประตูห้อง มิเชลล์สงสาร พยักหน้า เป็นเชิงอนุญาตให้เข้ามาเรียนหนังสือด้วยกัน เด็กต่างส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ...

แม้จะมีเรื่องถกเถียงกัน แต่มิเชลล์ยังคงยอมให้แคชฟียาใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าเพื่อออกไปพบโรแบร์เป็นประจำ คืนนี้ก็เช่นกัน มิเชลล์อยู่ตรงกลางโดยมีแคชฟียาซึ่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีดำปิดทั้งตัวและโรแบร์ขนาบข้าง พอเห็นมีคนมอง แคชฟีย่าสั่งให้โรแบร์จับมือมิเชลล์ไว้ ทำเหมือนเป็นคู่รักกัน

จังหวะนั้นมีเสียงร้องเรียกแคชฟียาดังขึ้นจากด้านหลัง เธอหันมองตามเสียง เห็นน้าสาวโบกมือให้ รีบเดินไปหาเพื่อไม่ให้มีพิรุธ โรแบร์ยังคงจับมือมิเชลล์ไว้ไม่ยอมปล่อย แถมส่งสายตาหวานซึ้งมาให้ เธอต้องขอร้อง เขาถึงยอมปล่อยมือ โรแบร์สบช่องสารภาพให้เธอรู้ว่าแอบมีใจให้ มิเชลล์ไม่สบายใจมาก ห้ามเขาพูดแบบนี้อีก...

การออกไปพบโรแบร์ทุกคืนทำให้พ่อของแคชฟียาสงสัย เริ่มซักโน่นถามนี่ แคชฟียากลับโยนบาปมาให้เพื่อน อ้างว่าเธอเป็นฝ่ายอยากออกไปเที่ยว ตนก็เลยต้องไปเป็นเพื่อน พ่อของแคชฟียาถามมิเชลล์ว่ามีคู่รักหรือถึงได้ออกไปข้างนอกบ่อยๆ เธอจำต้องโกหกว่าใช่

“เราไม่ชอบหรอกนะ แต่เผอิญเธอไม่ใช่คนในปกครองของฉัน ไม่เป็นไร แต่อย่าชักชวนให้แคชฟียาทำอย่างเธอเป็นอันขาด เราพอจะเข้าใจธรรมเนียมของผู้หญิงตะวันตกอยู่หรอก พวกเธอเรียกอิสระ พวกเราเรียกสำส่อน”

มิเชลล์แทบจะกลั้นใจตายด้วยความอับอายให้รู้แล้วรู้รอดไป

ooooooo

ทั้งที่พยายามระวังตัวแจไม่ให้ใกล้ชิดโรแบร์เกินไป แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ คืนหนึ่งขณะที่มิเชลล์และแคชฟียามาหาโรแบร์เหมือนเช่นเคย เจอหญิงชาวบ้านคนหนึ่งถูกมัดติดกับเสาประจานไว้ตรงลานหน้าตลาดฐานมีชู้ ผู้คนที่ผ่านไปมาพากันเอาก้อนอิฐปาใส่ หินก้อนหนึ่งถูกหัวเธอแตกเลือดไหลอาบ

มิเชลล์ทนดูไม่ได้จะเข้าไปช่วย โรแบร์คว้าตัวไว้ แต่เธอดิ้นรนไม่ยอมให้จับ เขาจึงต้องกอดเอาไว้ แคชฟียาหึงหวงกระชากเพื่อนออกจากคนรัก แล้วผลักสุดแรงจนหงายหลัง มิเชลล์ตัดพ้อทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ เธอไม่ตอบ เดินหน้าหงิกออกมา จนกระทั่งถึงร้านขายของ เห็นมือข้างหนึ่งถูกแขวนเลือดกรังไว้ที่เสาหน้าร้าน

“มือไอ้หัวขโมย มันขโมยของในร้านแน่ๆ เลยถูกตัดมือประจาน” แคชฟียาชี้ให้ดูประกอบคำพูด มิเชลล์กลัวไม่กล้ามอง แคชฟียาจับหน้าเธอบังคับให้หันมาดูพลางหัวเราะลั่น “มองสิ...มอง ใครที่เป็นหัวขโมย ไม่ว่าจะขโมยอะไร ต้องเป็นอย่างนี้ทุกคนจำไว้”

มิเชลล์สวนทันที พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ความหึงหวงทำให้แคชฟียาพูดจาไม่ดีกับเพื่อนรักจนโรแบร์ ต้องปราม เธอกลับหาว่าเขาออกรับแทนมิเชลล์ เขาต้อง

กล่อมอยู่พักใหญ่กว่าแคชฟียาจะเย็นลง...

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนหัวค่ำทำให้มิเชลล์ไม่สบายใจมาก จนเก็บเอาไปฝันว่าเดินหลงทางอยู่กลางทะเลทราย พลันมีมือมากมายโผล่ขึ้นมาจากพื้นฉุดขาไว้ เธอก้มมอง เห็นซากกระดูกมนุษย์ขาวโพลนไปทั่ว ถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจ แคชฟียาเดินเข้ามาหา แทนที่จะช่วยเหลือกลับผลักมิเชลล์ล้มลงไปหามือเหล่านั้น

“แคชฟี่ ทำไม...ทำกับฉันอย่างนี้ ช่วยด้วยๆๆ”

ชายลึกลับในผ้าคลุมสีดำลอยเข้ามาช่วยดึงมือมิเชลล์ไว้ โรแบร์มาจากไหนไม่รู้ กระชากเธอไปจากอ้อมกอดเขา ทั้งคู่ยื้อแย่งหญิงสาวไปมา สุดท้ายเธอหล่นโครมลงไปบนกองกระดูก มิเชลล์กรีดร้องสุดเสียง สะดุ้งตื่นหอบเหนื่อยเหงื่อท่วมตัว อดแปลกใจไม่ได้ทำไมชายลึกลับคนนั้นถึงมาเฉพาะในความฝัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น องค์อาหเม็ดเจ้าผู้ครองนครฮิลฟารากลับจากตรวจราชการเข้ามาในท้องพระโรง เหล่าทหารน้อยใหญ่ต่างทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่เห็นเจ้าชายโอมานพระอนุชาต่างพระมารดาอยู่ด้วย จึงหันไปสบตากับพันเอกนายแพทย์ชารีฟอัลฟารัซ หัวหน้าราชองครักษ์อย่างรู้กัน ก่อนจะทำท่าร่าเริง

“ตามมาชารีฟ เราอยากรู้เรื่องนางคนสวยที่เกซาห์”

ชารีฟคำนับ แล้วเดินตามองค์อาหเม็ดไปยังห้องทรงงาน...

หลังจากได้ฟังประวัติคร่าวๆ ของแคชฟียาว่าทั้งสวย การศึกษาดีเรียนจบจากปารีส ฐานะทางบ้านมั่งคั่งตั้งใจจะมาเปิดโรงเรียนสอนภาษาฝรั่งเศสในบ้าน องค์อาหเม็ดสนใจในตัวเธอมาก สั่งให้ชารีฟไปจัดการทาบทามเธอให้มาเป็นนางสนม เขาไม่รอช้าจัดเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ไปเจรจากับพ่อแม่ของแคชฟียาทันที...

ฝ่ายแคชฟียารู้เรื่องการทาบทามถึงกับโวยวายใส่พ่อกับแม่ลั่น แม่ของเธอกลัวฤทธิ์เดชลูกสาว ถอยห่างออกมา แล้วโยนให้พ่อทำหน้าที่กล่อมลูกแทน เขากลับลุกหนีอ้างว่าเรื่องออกเรือนเป็นหน้าที่ของแม่ซึ่งจำต้องข่มความกลัว เกลี้ยกล่อมให้แคชฟียาตกลงใจไปเป็นสนมขององค์อาหเม็ด

หญิงสาวยืนกรานจะไม่มีวันยอมเป็นนกในกรงทองเด็ดขาด แล้วพกอารมณ์บูดไปลงกับมิเชลล์และเด็กนักเรียน สั่งให้เลิกชั้นเรียน ทั้งๆที่ยังไม่หมดเวลา เด็กๆกลัวลนลานวิ่งกรูออกจากห้องแทบไม่ทัน มิเชลล์ยังไม่ทันจะอ้าปากทักท้วง แคชฟี่ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“มิเชลล์ไปเตรียมตัว ฉันต้องไปพบโรแบร์ให้ได้”...

ครู่ต่อมา แคชฟียาและมิเชลล์มาถึงหน้าร้านขายของ เห็นโรแบร์กำลังบ่ายหน้ามาทางพวกตน ขณะสองสาวกำลังจะเดินไปหาเขา ญาติของแคชฟียาร้องเรียกเสียก่อน แคชฟียาจำต้องปล่อยให้มิเชลล์ไปหาโรแบร์เพียงลำพัง เขาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย สารภาพความในใจที่มีต่อมิเชลล์อีกครั้งหนึ่ง อ้างว่าเพิ่งรู้ตัวว่าหลงรักเธอหมดหัวใจ ชื่นชมในความคิดและความมุ่งมั่นของเธอ

“แล้วแคชฟี่ล่ะ คุณจะเอาแคชฟี่ไปไว้ที่ไหน คุณจะบอกเธอยังไง” มิเชลล์เตือนสติ

“คุณก็รู้ว่าผมกับแคชฟี่เข้ากันไม่ได้ เมื่อแคชฟี่อยู่ปารีส เธอน่ารัก แต่อยู่ที่นี่เธอเจ้าอารมณ์ ชอบใช้อำนาจผมต้องการภรรยาที่มีความคิดว่าสามีภรรยาต้องเท่ากัน”

มิเชลล์เห็นใจโรแบร์ เพราะรู้แก่ใจดีว่าเพื่อนรักเปลี่ยนไปจริงๆ ชายหนุ่มแตะมือเธอเบาๆมองด้วยสายตาลึกซึ้งจนเธอเผลอตัวปล่อยให้เขาแตะมือค้างไว้โดยไม่ล่วงรู้ว่าแคชฟียาแอบมองจากมุมมืดอย่างแค้นใจ...

แคชฟียาเก็บความแค้นที่แน่นอกมาระบายที่บ้าน กวาดเครื่องแก้วเจียระไนของเก่าแก่ประเมินค่าไม่ได้ตกแตกกระจาย ติเยาะหญิงรับใช้เข้ามาเห็นพอดี ตกใจร้องว้ายเบาๆ แล้วรีบเอามือปิดปาก แคชฟียาหันขวับมาถามว่ามีอะไร ติเยาะแจ้งว่านายท่านให้มาตามไปพบ แคชฟียาขอบใจเธอ แล้วเดินยิ้มแย้มออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ติเยาะถอนใจเฮือก โล่งใจที่ไม่โดนเล่นงาน

ooooooo

ตั้งแต่โรแบร์ได้คุยเปิดอกกับมิเชลล์คราวนั้น ก็ไม่ได้เจอหน้าเธออีกเลย ไปยืนรอที่เก่าเวลาเดิมอยู่หลายวันก็ไม่เห็นแต่เงาของมิเชลล์หรือแคชฟียา เขาทนไม่ไหวตัดสินใจเขียนจดหมายฝากให้อาหมัดเด็กชายตัวน้อยลูกของติเยาะเอาจดหมายไปให้มิเชลล์ แต่ถูกแคชฟียาจับได้เสียก่อน

อาหมัดไม่ยอมให้จดหมาย จึงถูกแคชฟียาตบตีจนเลือดกำเดาไหลแล้วแย่งมันไปอ่าน ก่อนจะขยำทิ้งด้วยความแค้น อาหมัดเก็บจดหมายยับยู่ยี่ไปส่งให้มิเชลล์ซึ่งพยายามซักถามว่าไปโดนใครทำร้ายมา เด็กน้อยยัดจดหมายใส่มือเธอแล้วจ้ำพรวดๆจากไปไม่ยอมบอกอะไร มิเชลล์เปิดจดหมายออกอ่าน

“ผมคอยคุณอยู่ มิเชลล์ มีเรื่องสำคัญมาก ถ้าคุณไม่ออกมาพบ ผมจะบุกถึงในบ้านแคชฟี่...โรแบร์”

มิเชลล์พับจดหมายเก็บ แล้วรีบแต่งตัวออกไปทันที ไม่ทันสังเกตเห็นแคชฟียามองลงมาจากระเบียงบ้าน

“มันร่วมมือกันทรยศฉัน มันสองคนลืมแล้วว่าโจรขโมยของในร้านยังถูกตัดมือประจาน มิเชลล์แกขโมยหัวใจของฉันทั้งดวง ต้องแลกด้วยอะไร” แคชฟียาเข่นเขี้ยวอย่างเคียดแค้น...

ขณะติเยาะกำลังทายาและซักถามลูกชายว่าไปเล่นซุกซนอะไรมาถึงได้มีสภาพแบบนี้ แคชฟียาเดินเข้ามาหา อาหมัดรีบไปแอบหลังแม่ กลัวตัวสั่น เจ้านายสาวสั่งห้ามเด็กน้อยปากสว่าง ไม่เช่นนั้นจะโดนทำโทษหนักกว่านี้อีก ติเยาะตัดพ้อทำไมต้องทำร้ายกันถึงขนาดนี้ แคชฟียาสั่งให้เธอดูในกระเป๋ากางเกงอาหมัด ติเยาะหยิบเงินในกระเป๋าลูกชายออกมาดูด้วยสีหน้าหม่นหมอง

“ความเจ็บปวดของลูกฉันไม่ขายเป็นเงินนะคะ คุณซื้อไม่ได้หรอก” ติเยาะยื่นเงินให้ แคชฟียาฉวยเงินคืนแล้วด่าว่าเธอต่างๆนานา ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป ติเยาะกอดลูกร้องไห้โฮ...

ทางด้านมิเชลล์ไปพบโรแบร์ที่ห้องอาหารในโรงแรมตามนัด เธอไม่รอช้าพูดเข้าประเด็นว่าคิดกับเขาแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น โรแบร์จับมือเธอมากุมไว้ พยายามหว่านล้อมให้เธอตระหนักว่าเราสองคนเหมือนกันแค่ไหน ถ้าอยู่ด้วยกันจะต้องมีความสุข มิเชลล์ยืนยันคำเดิม และจะไม่ขอพบเขาอีก แล้วบีบมือตอบปลอบใจ

จังหวะนั้น ชารีฟเดินนำคณะทหารเข้ามาในร้าน พลางสอดส่ายสายตาหาคนที่นัดแนะไว้ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมิเชลล์กับโรแบร์นั่งจับมือกัน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาพอดี สายตาคู่นั้นของชารีฟทำให้เธอเกือบลืมหายใจ เขาคือชายลึกลับในฝันคนนั้น มิเชลล์ลุกพรวด ต่างฝ่ายต่างมองกันอยู่อึดใจ ก่อนชารีฟจะเดินเลยเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน หญิงสาวตั้งสติได้ ทรุดตัวลงนั่งอย่างเดิม ใจสั่นมือสั่นไปหมด

“ใครคะโรแบร์ ผู้ชายคนนั้น”

“ราชองครักษ์ขององค์อาหเม็ด เป็นที่ไว้ใจของพระองค์ที่สุด ชื่อพันเอกนายแพทย์ ชารีฟ มีอะไรหรือ”

“เปล่า ไม่มีอะไร ฉันอยากกลับ ป่านนี้แคชฟี่อาจถามถึงฉันอยู่ก็ได้” มิเชลล์เห็นชารีฟยังคงจ้องมองมา

โรแบร์มองเธอด้วยสายตาปวดร้าว “ผมจะไม่ลืมว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ได้พบผู้หญิงที่งามทั้งกายทั้งใจ ผมขอให้คุณพบกับคนที่รักคุณอย่างแท้จริง คนที่ทำให้คุณรักเขา คนที่จะคุ้มครองให้คุณมีความสุขตลอดไป ผมจะไม่ลืมคุณเลย มิเชลล์” คำพูดของโรแบร์ทำให้มิเชลล์อ่อนไหว แตะมือเขาที่วางบนโต๊ะอีกครั้งเพื่อปลอบใจ

เป็นจังหวะเดียวกับชารีฟเดินนำคณะทหารออกมาพอดี เขาชะงักอีกครั้งที่ยังเห็นทั้งคู่ยังจับมือกัน มิเชลล์เงยหน้าขึ้นมาเจอสายตาคมดุจเหยี่ยวของชารีฟรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก รีบชักมือกลับ ขณะที่ชารีฟเดินผ่านโต๊ะของโรแบร์ ผ้าคลุมสีดำของเขาละมือมิเชลล์ที่จับอยู่ตรงพนักเก้าอี้ เธอถึงกับตัวแข็งทื่อ

ooooooo

ฟ้าจรดทราย

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด