ตอนที่ 16
ภูวนัยสระผมให้ไผ่พญา ใส่แชมพูแล้วบีบๆนวดๆ ด้วยมือที่แข็งแรง ไผ่หลับตาพริ้ม...
“นั่นแหละๆฮ้า...สบายจริงๆ”
ภูวนัยดูแล้วทั้งขำทั้งหมั่นไส้ ที่เธอเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหยกๆยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไผ่บอกว่าอาจเพราะตนผ่านเรื่องร้ายๆพวกนี้มาตั้งแต่เด็กกระมัง เขาถามว่าแล้วเธอไม่โกรธที่พ่อทิ้งไปหรือ
“พ่อฉันคงจะมีความจำเป็นแหละ ไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูกหรอกจริงไหม” พูดแล้วเห็นเขาเงียบเลยนึกได้รีบขอโทษบอกว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดให้นายคิดถึงคุณลุง”
“ไม่เห็นไร” ภูวนัยพูดไปอย่างนั้นทั้งที่ใจคิด
ไผ่ทำเสียงแจ่มใสเปลี่ยนเรื่องคุย บอกว่าเขาเป็นผู้ชายคนที่สองที่สระผมให้ตน ภูวนัยฉิวขึ้นมาถามว่าคนแรกคือตะวันฉายหรือ เขาคงสระดีกว่าตนมั้ง
“พ่อฉันต่างหาก...นายนี่สระผมเหมือนพ่อฉันเลยรู้ไหม...ถ้าอย่างนั้นฉันเรียกนายว่า ปะป๊าได้ไหม”
“จะบ้ารึไง!”
ไผ่ไม่สนใจ ให้เขาสระผมไปปากก็พูดไม่หยุด “นะ..ปะป๊า...ปะป๊า...” เลยถูกภูวนัยเอามือที่เปื้อนยาสระผมเป็นฟองป้ายหน้า ถามว่ายังจะเรียกอยู่อีกไหม ไผ่โวยวายว่าแสบตา ร้องหาน้ำ แล้วรีบลุกไปเปิดก๊อกล้างหน้าจนตาหายแสบ หันมองภูวนัยอย่างมันเขี้ยวถามว่า “เล่นใช่ไหม...” แล้วสาดน้ำใส่ ภูวนัยทั้งปัดป้องและสาดน้ำคืน เลยเล่นกันเปียกไปทั้งสองคน
ooooooo
วศินกับชาติกล้าเห็นภูวนัยเงียบผิดปกติก็สงสัยว่าเขาจะเล่นเกมอะไรอีก ชาติกล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า อาจเพราะภูวนัยรู้ว่าพวกเรากุมสื่อส่วนใหญ่ไว้ในมือ ถึงเอาคลิปมาเผยแพร่ก็คงทำอะไรเราไม่ได้เลยยังเงียบอยู่
“อย่าประมาทมัน...ที่มันทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไร เพราะเราประมาท เห็นว่ามันเป็นมดตัวเล็กๆ... แต่ไม่ว่ายังไง เราก็ต้องเอาคลิปนั่นมาให้ได้!”
ชาติกล้ารับคำหน้าเครียด
ไผ่พญาอยู่ที่ห้องพักโรงแรมกับภูวนัย เธอถามเขาว่า คลิปนั่นมันเป็นอะไร ทำไมพวกนั้นถึงอยากได้มากขนาดนี้
ภูวนัยเอามือถือพร้อมเปิดมาถามไผ่ว่าพร้อมหรือยัง ไผ่พยักหน้าเขาจึงเปิดคลิปให้ดู...
เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เห็นวศินกำลังเมากร่างมีเรื่องกับโต๊ะข้างๆ วศินหันไปดึงปืนจากลูกน้องที่ติดตามแล้วกราดปืนไปมา ผู้คนในร้านแตกตื่นบ้างวิ่งหนีบ้างเข้ามาห้าม
วศินถือปืนเดินเข้าไปหาคู่กรณีที่โต๊ะข้างๆ ฝ่ายนั้นจับหญิงสาวที่นั่งดริ๊งก์มาขวางไว้ วศินลั่นไกทันทีถูกหญิงสาวเต็มๆ คู่กรณีจะวิ่งหนีถูกยิงคว่ำไปอีกคน จากนั้นวศินโยนปืนให้ลูกน้องแล้วชี้นิ้วสั่งโน่นสั่งนี่วุ่นไปหมด
ไผ่พญาอุทานอย่างไม่อยากเชื่อว่า ทำไมถึงได้ชั่วอย่างนี้ ถามภูวนัยว่า เราเอาคลิปไปให้หนังสือพิมพ์ดีไหม ภูวนัยบอกว่าไม่ได้ผล เพราะพวกวศินคุมสื่อเอาไว้หมด ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงดังไปนานแล้ว
“โห...แล้วทำยังไงถึงจะเปิดโปงความเลวของมันได้ล่ะ” ไผ่ฮึดฮัด ในขณะที่ภูวนัยคิดเครียด
ooooooo
ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง สุทินนัดวศินมากินข้าวบอกว่า อยากเลี้ยงฉลองให้เขาล่วงหน้า พลางหยิบหนังสือที่วศินเขียนขึ้นมา เอ่ยอย่างชื่นชม ภูมิใจว่า
“ฉันอ่านหนังสือนายแล้ว ดีใจที่ประเทศไทยมีตำรวจอย่างนาย”
“ขอบคุณครับ เพราะผมมีพี่สุทินเป็นแบบอย่าง จึงทำให้ผมมีวันนี้”
สุทินเล่าว่าตนทำงานมาสี่สิบปีตัดสินใจผิดถูกมาก็ไม่ใช่น้อย ถามว่าเรื่องที่ทำให้ตนเสียใจที่สุดคืออะไรรู้ไหม ถามแล้วก็เฉลยเองว่า “ฉันมองอภิวัฒน์ เขาผิดไป ไม่คิดเลยว่าอภิวัฒน์เขาจะเป็นสายให้ห้าเสือพวกนั้น”
วศินหัวใจพองโตบอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะจัดการเรื่องนี้เอง สุทินพูดอย่างสบายใจว่า ถ้าเขารับปากอย่างนี้ตนก็จะได้เกษียณไปอย่างสบายใจ บอกวศินให้อุ่นใจว่า
“ไม่ต้องห่วง ถึงฉันจะเกษียณ แต่ฉันก็ได้เบิกทางให้นายขึ้นมาเป็นท่านรองฯไว้แล้ว”
วศินดีใจมากทำเป็นพูดหยั่งว่า “พี่พูดอะไร...พี่ยังมีอายุราชการอีกตั้งหลายปี”
“นายจะไม่ให้ฉันไปรักษาโรคหัวใจหน่อยเหรอวศิน เอาน่า...ยิ่งฉันเกษียณเร็ว นายก็ยิ่งขึ้นเร็วนะ...” แล้วสุทินก็ชวนกินอาหารกัน วศินดีใจจนแทบจะกินอะไรไม่ลง...
เมื่อสุทินกลับไปที่ห้องทำงาน ตำรวจนายหนึ่งเอากล่องเข้ามาบอกว่ามีคนฝากมาให้ท่าน สุทินบอกให้วางไว้แล้วทำงานโดยไม่สนใจ ครู่หนึ่งมีเสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น สุทินมองหาจึงรู้ว่ามันดังมาจากในกล่องนั่นเอง!
สุทินเปิดกล่องหยิบโทรศัพท์รับสาย เป็นเสียงภูวนัยโทร.จากตู้สาธารณะโดยมีไผ่ยืนอยู่ข้าง
“ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ผมมีบางอย่างอยากให้ท่านดู มันอยู่ในโทรศัพท์เครื่องที่ท่านกำลังถืออยู่”
“เดี๋ยวๆนี่มันเรื่องอะไร จะให้ผมดูอะไร”
“ข้อพิสูจน์ว่าลูกน้องท่านไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ท่านคิด” พูดจบภูวนัยวางสายทันที
สุทินเปิดดูในมือถือตามที่ภูวนัยบอก เห็นคลิปที่วศินฆ่าคนตายก็แทบช็อก
ooooooo
เสร็จภารกิจสำคัญแล้ว ภูวนัยกับไผ่พญาพากัน ไปกินก๋วยเตี๋ยว ไผ่ถามอย่างระแวงว่าแน่ใจได้ยังไงว่าตำรวจนั่นไม่ใช่พวกเดียวกับวศิน
“ท่านอภิวัฒน์เป็นคนบอกผมเองว่าท่านสุทินเป็นตำรวจที่ท่านไว้ใจที่สุด”
ไผ่ถามว่าสุทินเป็นคนสั่งให้วศินจับอภิวัฒน์ไม่ใช่หรือ ภูวนัยบอกว่าไม่รู้ แต่อาจเพราะท่านฟังความวศินฝ่ายเดียวก็เป็นได้
ไผ่กินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย ภูวนัยถามว่าตอนที่เราถูกจับที่บ้านสมสุข เธอยังไม่ได้บอกว่าเธอรักใคร ไผ่กำลังกินลูกชิ้นถึงกับลูกชิ้นติดคอไอแคกๆ ทำเป็นพูดไม่ได้ พอถูกภูวนัยรบเร้าก็คีบลูกชิ้นเข้าปากอีกจนแก้มป่อง อ้างว่าลูกชิ้นเต็มปากพูดไม่ได้ พลางก็ลุกหนี ทำเอาภูวนัยโวยวายว่าตนยังไม่ได้ทานเลย คว้าชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองมองตามไผ่ไปขำๆ
ฝ่ายวศิน หลังจากไปกินอาหารกับสุทินวันนั้นแล้ว ก็รีบไปตัดสูทใหม่เตรียมรับตำแหน่งที่อาจจะได้เร็วกว่าที่คิด ขณะกำลังลองสูทอยู่นั้น สุทินมาเคาะประตู เปิดเข้าไปแล้วบอกชาติกล้าให้ออกไปก่อนตนอยากคุยส่วนตัวกับวศิน
ชาติกล้าออกไปแล้วสุทินจึงเอาคลิปมาเปิดให้ดู วศินใจหายวาบแต่ทำใจดีสู้เสือบอกว่าเรื่องนี้ตนอธิบายได้
“อธิบาย...อธิบายว่าจัดการปิดข่าวยังไงน่ะเหรอ แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังทำหนังสือสั่งพักราชการแกอยู่ พรุ่งนี้แกเข้ามาเซ็นรับทราบแล้วกัน”
พูดแล้วสุทินเดินออกไป วศินถึงกับเข่าอ่อนทรุดอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างที่วาดหวังไว้ พังครืนลงแล้วในพริบตา!
ooooooo
วันเดียวกันนั้น อภิวัฒน์โทร.นัดภูวนัยกับไผ่พญาไปพบบนดาดฟ้าตึกร้าง ขอบใจภูวนัยกับไผ่ที่เอาคลิปของวศินไปให้สุทิน ได้ข่าวว่าสุทินสั่งพักราชการวศินทันทีแล้ว คำสั่งจะมีผลในวันพรุ่งนี้
“อย่างนี้แสดงว่าเรื่องจบแล้วใช่ไหมคะ” ไผ่ ถามตื่นเต้น
“ก็ทำนองนั้น หมวดภู คุณไผ่พวกคุณทำงาน ได้ดีมาก” อภิวัฒน์ชื่นชม ภูวนัยกับไผ่ต่างยิ้มอย่างมีความสุข
แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คาด เพราะเมื่อชาติกล้ารู้เรื่องคลิปของวศินและคำสั่งปลดจากราชการของสุทินที่จะมีผลพรุ่งนี้ เขาถูกวศินด่าว่า ทำงานไม่สำเร็จเลยพังกันหมดอย่างนี้ ชาติกล้าขอแก้ตัวอีกครั้ง
“ลื้อยังจะแก้ตัวอะไรอีก พรุ่งนี้มันก็เซ็นคำสั่งพักราชการอั๊วแล้ว” วศินตวาด
“แล้วถ้าท่านสุทินเซ็นคำสั่งไม่ได้ล่ะครับ” ชาติกล้าย้อนถาม วศินชะงัก ถามว่าจะทำอะไร ชาติกล้าตอบอย่างเลือดเย็นอำมหิตว่า “ทำสิ่งที่ต้องทำครับ!”
คืนนี้ ขณะสุทินนั่งเซ็นหนังสือสั่งพักราชการวศินอยู่ในห้องทำงานที่บ้าน มีเสียงเคาะประตู สุทินนึกว่าภรรยาลุกไปเปิดประตู แต่พอเปิดประตูก็ไม่เห็นใคร พริบตานั้นชายไอ้โม่งใส่ถุงมือดำก็โผล่พรวดมา
“แกเป็นใคร!” สุทินถอยกรูด ช็อกเอามือกุมหัวใจพยายามจะไปหยิบยาในลิ้นชัก ยาตกกระจาย สุทิน ตะเกียกตะกายจะหยิบยา ถูกชายถุงมือดำเหยียบมือไว้ ยืนมองอย่างอำมหิตจนสุทินหายใจรวยรินแล้วจึงไปหยิบแฟ้มเอกสารที่สุทินเซ็นสั่งพักราชการวศิน ก้าวผ่านร่างสุทินไปอย่างเลือดเย็น
รุ่งขึ้น อภิวัฒน์เจอวศินที่ ป.ป.ส.อภิวัฒน์เดินไป ขอบคุณวศินที่ให้ลูกน้องมาดูแลความเป็นอยู่ของตนเป็นอย่างดี
ทันใดนั้น ชาติกล้าตรงดิ่งมาแจ้งอภิวัฒน์ว่า “ท่านถูกจับข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โปรดมากับผมด้วย”
อภิวัฒน์งงถามว่าพวกเขาจะฝืนคำสั่งของสุทินหรือ วศินหัวเราะเยาะถามว่าสายข่าวของเขายังไม่ได้รายงานหรืออภิวัฒน์ถามงงๆ ว่ารายงานอะไร?!
“เมื่อคืนท่านสุทินช็อกเพราะโรคหัวใจไงครับ”
อภิวัฒน์ถึงกับอึ้งสนิท!
ooooooo
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ทั้งภูวนัยและไผ่-พญาสบายใจมาก ไผ่ชวนไปฉลองกันดีไหม อ้อนจนภูวนัยยอมไป ไผ่พาไปที่ร้านหมูกระทะภูวนัยทำหน้าเซ็งถามว่านี่หรือที่เธออยากกิน
ไผ่พูดถึงหมูกระทะที่เขาเคยซื้อไปที่บ้านเช่า เดาใจว่า วันนั้นเขาคงตั้งใจจะไปกินกับตนแต่สุดท้ายก็ไม่ได้กิน วันนี้จึงมากินเป็นเพื่อนเขา ภูวนัยถามว่าแล้วเธอยังจะไปเมืองนอกไหม ไผ่หน้าสลดลงบอกว่าตนสัญญากับตะวันฉายไปแล้ว
“ผมไม่อยากให้คุณไป” ภูวนัยตัดสินใจพูด ไผ่บอกว่าถ้าเขาไม่ให้ตนไปจริงๆ ตะวันฉายจะต้องเสียใจ “นั่นซิ...เอ่อ...ถ้าอย่างนั้น มื้อนี้ผมเลี้ยงส่งคุณก็แล้วกัน”
“เหรอ...ขอบคุณนะ...” ไผ่ยิ้มแฉ่งทำท่าลิงโลดดีใจ ภูวนัยยิ้มตอบทั้งๆ ที่ในหัวใจต่างก็เศร้าไม่น้อยกว่ากัน...
เมื่อเข้าห้องพักโรงแรม ไผ่ขอไปอาบน้ำก่อน ส่วนภูวนัยไปเก็บของเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องไปกันแล้ว
ไผ่เข้าไปดูุตัวเองในกระจก ความคิดสับสนตัดสินใจไม่ได้ว่าจะบอกดีไหมว่าตนคิดอย่างไรกับเขา เงาตัวเองในกระจกให้บอก แต่ตัวจริงไม่ให้บอก สุดท้ายตัวจริงชนะเมื่อนึกถึงว่า ถ้าบอกภูวนัยไปแล้วใครจะพาตะวันฉายไปผ่าตัด
วันรุ่งขึ้น ภูวนัยกับไผ่พญาล่ำลากันที่ล็อบบี้โรงแรม เขาถามว่าเธอจะอยู่ที่นี่ต่อไปจริงๆ หรือ ไผ่บอกไม่ต้องห่วงตนดูแลตัวเองได้ ถามว่าแล้วเขาจะไปไหน
“คงไปหาท่านอภิวัฒน์ ผมจะทำเรื่องกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง”
ระหว่างนั้น โทรทัศน์ที่เปิดอยู่รายงานข่าวด่วนว่า ขณะนี้ที่ ป.ป.ส.กำลังมีการแถลงข่าวเรื่องการเข้าโรงพยาบาลอย่างกะทันหันของท่านสุทินเมื่อคืนนี้ แล้วตัดภาพไปฟังการแถลงข่าวทันที
ชาติกล้าเป็นผู้แถลงข่าวว่าอาการของสุทินยังโคม่าอยู่ เพราะหัวใจหยุดเต้นไปนานก่อนจะถึงโรงพยาบาล แต่ก็แจ้งข่าวดีว่า แพทย์ประจำตัวของท่านสามารถช่วยชีวิตท่านให้กลับมาหายใจได้อีกครั้ง
ภูวนัยกับไผ่พญามองหน้ากันอย่างโล่งใจขั้นหนึ่งว่า ท่านคงไม่เป็นอะไรมาก แต่แล้วก็เครียดขึ้นมาเมื่อชาติกล้าแถลงข่าวต่อไปว่า สุทินอาจจะไม่รู้สึกตัวอีกเลยเพราะเลือดไม่ขึ้นไปเลี้ยงสมองเป็นเวลานาน อึดใจเดียวก็แถลงต่อด้วยนํ้าเสียงที่แช่มชื่นว่า
“แต่สำหรับเรื่องงานแล้ว ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วง เพราะท่านสุทินทราบดีถึงโรคหัวใจที่ท่านเป็น ท่านจึงได้มอบหมายอำนาจและความรับผิดชอบภารกิจต่างๆ ให้กับท่านวศิน เป็นผู้ดำเนินการต่อทันที”
สิ้นเสียงชาติกล้า วศินเดินออกมาอย่างเท่ตรงไปที่ไมโครโฟนประกาศว่า
“ตอนนี้ ผมได้อำนาจให้รักษาการแทนท่านสุทิน โดยไม่รู้ว่าท่านสุทินของพวกเราจะกลับมาเหมือนเดิมได้เมื่อไหร่ แต่ผมขอสัญญากับทุกท่านไว้ตรงนี้ว่า ผมจะเป็นตำรวจที่ดีอย่างที่พี่สุทินของพวกเราเป็น สิ่งแรกที่ผมอยากทำตอนนี้ก็คือ...อยากให้พวกเราทุกคนช่วยกันภาวนาขอให้พี่สุทินกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
ภูวนัยกับไผ่พญาอึ้ง เธอถามว่า
“นี่มันอะไรกัน นอกจากมันจะไม่ถูกพักราชการ มันยังได้อำนาจมากกว่าเดิมเหรอ?!”
ภูวนัยไม่ตอบ เขาหลับตาลงอย่างไม่อยากเชื่อเลยว่า ชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืนทุกอย่างจะกลับตาลปัตรไปถึงเพียงนี้!!
หลังจากนั้นภูวนัยพยายามโทร.ถึงอภิวัฒน์แต่ติดต่อไม่ได้ คาดว่าคงถูกพวกวศินคุมตัวอยู่ ไผ่ถามว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป ภูวนัยบอกให้เธอไปอเมริกากับตะวันฉาย ส่วนเรื่องทางนี้ตนจะจัดการเอง
“ไม่..ฉันไม่ทิ้งนายไปหรอก ถ้าคุณตะวันฉายติดต่อมา ฉันจะขอให้เขาเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน..”
“ผมอยากอยู่คนเดียว” ภูวนัยตัดบทเหมือนตัดเยื่อใย ไผ่จึงเดินจากไปแต่อดไม่ได้ที่จะหันมองเขาด้วยความเป็นห่วง
ooooooo
เมื่อชาติกล้าทำงานแก้ตัวได้สำเร็จ วศินเรียกไปพบที่บ้าน มอบกระเป๋าขนาดย่อมให้ใบหนึ่งในนั้นอัดแน่นด้วยเงิน!
“สิ่งที่ลื้อทำ มันเหมือนทำให้อั๊วได้เกิดใหม่ นั่นเป็นรางวัลสำหรับลื้อ ตอนนี้มันถึงเวลาที่อั๊วจะผงาดขึ้นครองทุกอย่างแล้ว” ชาติกล้าถามว่าแล้วอภิวัฒน์กับภูวนัยที่ยังลอยนวลอยู่ล่ะ “ไม่ต้องสนใจ ตอนนี้มันไม่มีอะไรที่จะเล่นงานอั๊วได้แล้ว แต่อั๊วไม่ได้บอกให้ปล่อยมัน ถ้าเกิดเจอมันที่ไหนก็จัดการตามวิธีของลื้อได้เลย”
ทันใดนั้น มือถือของชาติกล้าดังขึ้น พอดูเบอร์เขาบอกวศินว่าสมสุขโทร.มา วศินรับไปพูดทันที
“ว่าไง..อั๊วกำลังอยากเจออยู่พอดี”
ไม่กี่อึดใจ วศินกับชาติกล้าก็ไปถึงบ้านสมสุข สมสุขชูแก้วไวน์เอ่ย “ขอดื่มให้กับความเป็นอมตะของท่านครับ” แล้วถาม “ว่าแต่ท่านทำยังไง ท่านสุทินถึงได้หัวใจวายในวันที่ท่านกำลังจะถูกพักราชการครับ ผมอยากรู้จริงๆ”
“ลื้อไม่คิดบ้างเหรอว่า ฟ้ากำลังจะให้อั๊วยิ่งใหญ่” วศินตอบอย่างอหังการสุดๆ
สมสุขพยายามล้วงลึกให้ได้ บอกว่าตนเป็นคนไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา แต่เชื่อการกระทำ มองไปที่ชาติกล้าก่อนพูดว่า “การที่ท่านสุทินหัวใจวายเมื่อคืนต้องมาจากการกระทำ” ถูกชาติกล้าที่ยืนอยู่ในห้องด้วยสวนไปทันทีว่า
“ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ หรือโชคชะตา แต่คนเราก็ควรทำในสิ่งที่ต้องทำ”
“แหม...ตอบได้เหมือนนักการเมืองจริงๆ” สมสุขประชด ถูกวศินตัดบทว่าเรามาคุยในสิ่งที่เขาควรทำดีกว่า พอสมสุขชะงักฟัง วศินบอกว่าตอนนี้ตนอยากได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าหนึ่ง ชาติกล้าขู่ย้ำว่า “นี่ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง”
วศินดื่มไวน์ก่อนลุกขึ้นยืนพูดอย่างผู้ยิ่งใหญ่ว่า
“นี่แหละคำว่าอำนาจ ตอนแรกอั๊วก็สงสัยว่าคนเราแย่งชิงอำนาจกันทำไม จนตอนนี้ อั๊วถึงได้รู้ว่าคนที่มีอำนาจในประเทศนี้ จะทำอะไรก็ได้ โลกนี้มันมีคนอยู่แค่สองประเภท คนที่ใช้อำนาจกับคนที่เป็นเหยื่อของอำนาจนั่น” พูดแล้วเดินมาตบไหล่สมสุข “เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าคนอย่างลื้อหรือไอ้พวกชาวบ้านที่อยู่ข้างนอก มันก็เป็นแค่เหยื่ออั๊ว!”
สมสุขถือแก้วไวน์นิ่ง แต่ที่แจกันดอกไม้ กล้องเข็มหมุดที่ซ่อนอยู่กำลังทำงานอย่างซื่อสัตย์
ooooooo
หลังจากนั้น สมสุขไปหาภูวนัย ตำหนิเขาว่า ตนต้องการให้เอาคลิปที่ได้ไปโค่นวศินแต่หมวดก็ทำเสียเหลวเป๋ว ภูวนัยจึงรู้ว่าตัวเองถูกสมสุขหลอกใช้ เลยตะบันหน้าอย่างแค้นใจ
สมสุขไม่เอาเรื่อง แต่เอาแฟลชไดรฟ์ให้ภูวนัยดู บอกว่า “ผมอาจจะช่วยหมวดได้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าหมวดทำไม่ได้ ไอ้วศินก็จะมีอำนาจเกินกว่าที่เราจะล้มมันได้อีก” พูดแล้วยื่นแฟลชไดรฟ์ให้ ภูวนัยเอาแฟลชไดรฟ์ไปเข้าร้านอินเตอร์เน็ตเปิดดู เป็นภาพสมสุขนั่งคุยกับวศินและชาติกล้าที่บ้าน ภูวนัยจ้องตาไม่กะพริบ!
เมื่อกลับถึงห้องพักที่โรงแรม เจอไผ่กำลังกระวน กระวายใจด้วยความเป็นห่วงเขาอยู่ ภูวนัยขอให้เธออยู่กับตน แล้วพาไผ่ไปที่สวนสาธารณะ จับไผ่ฝึกวิชาป้องกันตัวอย่างเอาจริงเอาจัง ไผ่ถามว่าจะพาตนไปช่วยงานใช่ไหม ภูวนัยตอบเลี่ยงไปว่า เอาไว้ให้เธอป้องกันตัวเวลาที่ตนไม่ได้อยู่ด้วย
คืนนี้ไผ่หลับเป็นตายเพราะเหนื่อยจากการเรียนวิชาป้องกันตัว จนรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา พบว่าภูวนัยหายไปแล้ว เดินไปเจอกระดาษโน้ตวางอยู่บนโต๊ะเขียนว่า
“ผมกำลังไปทำเรื่องสำคัญ ถ้ามันสำเร็จ คุณจะได้กลับไปมีชีวิตปกติ แต่ถ้าผมไม่ได้กลับมา ผมอยากให้คุณรีบไปอเมริกากับคุณตะวันทันที”
ไผ่สงสัยว่าเรื่องสำคัญของเขาคืออะไร! พอฉุกคิดได้ว่าเขาอาจจะไปจัดการกับพวกนั้น ก็ตกใจ หาทางที่จะพบเขา จึงแกล้งโทร.ไปที่ ป.ป.ส. โกหก ว่าเป็นนักข่าวทำสมุดจดงานหาย ขอทราบภารกิจของท่านว่าวันนี้จะไปไหนบ้าง
ooooooo
วันนี้ วศินจะไปบรรยายในหัวข้อ “คุณธรรมนำชีวิต สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีที่ต้องการสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย” ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ทั้งภูวนัยและไผ่พญาจึงมุ่งไปที่นั่น ภูวนัยถูกกันไว้ไม่ให้เข้าเพราะไม่มีบัตร เขาจึงตามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้าไปในห้องน้ำ จัดการเจ้าหน้าที่คนนั้นสลบเหมือดปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่มีบัตรคล้องคอ เข้าห้องประชุมไปได้โดยไม่ผิดสังเกต ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นถูกทิ้งไว้ในห้องน้ำ เอาไม้ถูพื้นมาวางให้รู้ว่าห้องส้วมชำรุด
ภูวนัยขึ้นไปที่ห้องควบคุม บอกเจ้าหน้าที่ในนั้นว่า
“ผมเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคของท่านวศินครับ... ท่านต้องการให้ผมมาดูแลระบบให้ แหม...พี่ก็รู้ว่าท่านต้องการแสงเสียงแบบไหน”
“ก็ดี...เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าท่านต้องการแสงเสียงแบบไหน” เจ้าหน้าที่คนนั้นหลีกทางให้
ภูวนัยพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่งที่แผงควบคุม
ooooooo
ปรากฏว่าราชัยไปเจอเจ้าหน้าที่คนนั้นสลบอยู่ในห้องน้ำจึงพามาปฐมพยาบาล ชาติกล้าไปดูบอกว่าดูจากการแต่งตัวน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในนี้ ไม่นานตำรวจเข้าไปถามในห้องควบคุมว่ามีเจ้าหน้าที่หายไปหรือเปล่า คนหนึ่งบอกว่าเพื่อนตนไปหาอะไรกินยังไม่กลับมา ตำรวจนายนั้นจึงขอตรวจบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
ภูวนัยเห็นท่าไม่ดีเอาบัตรวางไว้แล้วขอตัวไปห้องน้ำ พอตำรวจมาดูก็แปลกใจว่าไม่ใช่บัตรของภูวนัย เจ้าหน้าที่คนเดิมมาดูบอกว่าเป็นบัตรของเพื่อนตน จึงเกิดการตามล่าภูวนัยขึ้น ภูวนัยทำตัวกลมกลืนกับเหตุการณ์วิ่งลงบันไดสวนกับตำรวจนายหนึ่งร้องบอกว่า “พบตัวผู้ต้องสงสัยอยู่ในห้องประชุม” แล้วรีบไปโดยมีตำรวจนายนั้นวิ่งตามไปด้วย
เจ้ากรรม! ภูวนัยวิ่งไปเจอทางตัน ขณะกำลังละล้าละลังหาทางหนีเห็นมีประตูก็จะเปิดปรากฏว่าประตูล็อก แต่พริบตาเดียวประตูก็เปิดออก ปรากฏว่าไผ่พญาอยู่ในนั้น! ภูวนัยรีบผลุบเข้าไป ทำให้ตำรวจที่ตามมาหาไม่เจอจึงไปอีกทาง
“คุณมาทำอะไรที่นี่” ภูวนัยถามไผ่พญาที่ยังตกใจหน้าตาตื่นอยู่
“ก็มาช่วยนายไง ให้ฉันช่วยเถอะนะ...ไม่ต้องห่วงนะ ฉันสำเร็จวิชาจากนายแล้วไง ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงฉัน แต่ถ้าเราอยากจะกระชากหน้ากากมัน นายต้องให้ฉันช่วย”
ที่ข้างนอก ชาติกล้าบัญชาตำรวจตามหาผู้ต้องสงสัย เชื่อว่ายังอยู่ในนี้แน่นอน ทันใดนั้น ภูวนัยเดินอาดๆ ออกมาท้าให้จับ ชาติกล้ามองอึ้งอุทานทึ่ง “ไอ้ภู...แกนี่เอง” แล้วสั่งตำรวจให้จับ แต่พอตำรวจห้าหกคนกรูกันเข้าไป ก็ถูกภูวนัยเล่นงานทีละคนจนสลบเหมือด
เวลาเดียวกัน ที่ห้องประชุมพิธีกรขึ้นเวทีแล้ว ไผ่พญาแต่งตัวเป็นเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในห้อง พอเห็นวศินก็หลบหน้าแว้บ เดินงุดๆ ผ่านไปที่ห้องควบคุม อ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า ท่านวศินอยากให้เปิดวีดิทัศน์ประกอบการบรรยายให้ เจ้าหน้าที่คนนั้นจึงหลีกทางให้ ไผ่พญารีบเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับซีพียู
“จะให้เปิดตอนไหนบอกได้เลยครับ” เจ้าหน้าที่คนนั้นบอก ไผ่จับตาดูวศินที่เวทีตาไม่กะพริบ
ooooooo
ชาติกล้าถือปืนเผชิญหน้ากับภูวนัยต่างพร้อมที่จะลุยเข้าหากัน ภูวนัยประกาศกับชาติกล้าว่า ถ้าวันนี้ตนฆ่าเขาไม่ได้ก็จะตายอยู่ที่นี่ แล้วพุ่งเข้าหาชาติกล้าทันที
บนเวที วศินกำลังพูดกับผู้มาฟังบรรยายในมาดนายตำรวจดีเด่นว่า “การเป็นตำรวจที่ดี ไม่ใช่แค่การจับผู้ร้ายภายนอกที่อยู่ตามท้องถนนหรือบ้านเรือนทั่วไป แต่ตำรวจที่ดี ต้องจับผู้ร้ายที่อยู่ในจิตใจของเราให้ได้ด้วย”
ไผ่จ้องอย่างชิงชัง ถามเจ้าหน้าที่ว่าพร้อมเปิดวีดิทัศน์หรือยัง เมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่าพร้อมแล้ว ไผ่สั่งเปิดทันที
“เคยมีคนถามผมว่า ทำยังไงถึงได้เป็นตำรวจที่ดี ผมอยากจะบอกทุกคนว่า ทุกอย่างมันเริ่มมาจากความอยาก ถ้าเราขจัดความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ในใจเราได้แล้วละก็...การคอรัปชันก็จะไม่เกิดขึ้น”
บรรดารัฐมนตรี นักการเมือง และนักศึกษาในห้องประชุมต่างอ้าปากค้างเงียบกริบ ไม่ใช่ชื่นชมคำบรรยายของวศิน แต่เพราะเห็นภาพวศินนั่งคุยกับสมสุข โดยมีชาติกล้ายืนอยู่ด้วย! วศินแปลกใจหันไปมองด้านหลังตัวเองก็ถึงกับอึ้ง
“ว่าแต่ท่านทำยังไง ท่านสุทินถึงได้หัวใจวายในวันที่ท่านกำลังจะถูกพักราชการครับ ผมอยากรู้จริงๆ” เสียงสมสุขชัดเจนมาก แต่เสียงตอบของวศินชัดเจนยิ่งกว่าว่า
“ลื้อไม่คิดบ้างเหรอว่า...ฟ้ากำลังจะให้อั๊วยิ่งใหญ่”
วศินที่อยู่บนเวทีหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก ไผ่พญาที่อยู่ในห้องควบคุมดีใจแทบกระโดดที่งานกำลังจะสำเร็จ!
ooooooo










