ตอนที่ 15
ที่โกดังร้าง...พายัพนั่งหลับตาฮัมเพลงอยู่ที่เก้าอี้อย่างมีความสุข พอได้ยินเสียงใครบางคนเดิน
เข้ามาในโกดัง เขาทักอย่างรู้กัน
“สวัสดีแม่เลี้ยง...ไม่ต้องกลัวน่าแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงบอกว่าอยากมีแค่เราสองคน...ผมก็ทำตามที่แม่เลี้ยงต้องการ”
“ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เหยียบศพพี่น้องขึ้นมาอย่างแกจะยอมทำตามคำพูด” แม่เลี้ยงตอบไปโดยยังไม่เห็นตัวพายัพ
“ผม ยอมทำทุกอย่าง...เพื่อให้ได้สิ่งที่ผมต้องการ... แม่เลี้ยงคงเห็นความบริสุทธิ์ใจของผมแล้ว ตอนนี้ผมอยากเห็นของที่แม่เลี้ยงเอามาด้วย”
“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่า ถ้าฉันให้แกแล้ว ฉันจะเดินออกไปจากที่นี่ได้”
“แม่ เลี้ยง...” เสียงพายัพกลั้วหัวเราะ “ที่จริงผมเองมันก็ไม่ใช่คนที่ชอบความรุนแรงอะไรหรอกนะ ผมจะบอกให้ว่า ที่แม่เลี้ยงต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ก็เพราะไอ้คลิปบ้าๆนั่น แม่เลี้ยงลองคิดดู ถ้าแม่เลี้ยงเป็นคนธรรมดา แล้วจะมีใครตามล่าแม่เลี้ยง”
“แกคงไม่คิดว่าฉันจะโง่เชื่อคำพูดของแกนะ พายัพ” แม่เลี้ยงเดินเข้าไปเผชิญหน้าพายัพ พลันก็ชะงักเมื่อพายัพล้วงปืนในเสื้อออกมา
ระหว่างนั้น อภิวัฒน์ที่ติดตามสมสุขจากกำไลอิเล็กทรอนิกส์ บอกภูวนัยว่าสมสุขหยุดเคลื่อนที่แล้ว
อยู่ห่างจากเราไปประมาณสามสิบกิโล ภูวนัยเหยียบคันเร่งจนมิด รถทะยานออกไปทันที
ooooooo
สมสุข ส่งปืนที่ล้วงออกจากเสื้อให้แม่เลี้ยงท้าว่าถ้าตนตุกติกก็ให้ยิงเลย แม่เลี้ยงสบตาพายัพอีกครั้งก่อนเปิดหัวแหวนหยิบ SD CARD อันจิ๋วส่งให้พายัพ
พายัพหัวเราะชอบใจถามว่านี่คงเป็นต้นฉบับใช่ไหม
“ใช่...เอาไปให้ไอ้วศิน แล้วบอกมันด้วยว่า ฉันคืนชีวิตให้มันแล้ว มันก็ต้องคืนให้ฉันบ้าง”
“โทษ ทีแม่เลี้ยง พอดีผมได้รับคำสั่งมาว่า ถ้าแม่เลี้ยงมีสำเนาไอ้นี่อยู่ ก็ให้กำจัดทิ้งเสีย แล้วเผอิญตัวแม่เลี้ยงนั่นแหละที่เป็นสำเนา!”
“คิด แล้วไม่ผิด” แม่เลี้ยงพูดอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน โยนปืนคืนให้พายัพ เขาถามว่าไม่คิดจะสู้หรือ แม่เลี้ยงพูดอย่างรู้ทันว่า “แกคงไม่ส่งปืนที่มีลูกให้ฉันมั้ง...ฉันคิดไว้แล้วว่า ต้องเป็นแบบนี้...ที่ฉันให้ของกับแกเพราะอยากลองดูว่าแกจะทำยังไง...แล้ว เพื่อนฉันก็คิดไม่ผิด”
“เพื่อน???”
“อ้อ...ฉันลืมบอกไป ว่าที่ฉันไม่ฆ่าแกก็เพราะว่าเพื่อนฉันขอเอาไว้ เขาอยากฆ่าแกด้วยมือของเขาเอง”
สิ้นเสียงแม่เลี้ยง มีเสียงคนเดินเข้ามาในโกดังแล้วมาหยุดที่หลังแม่เลี้ยง พายัพมองแล้วพูดอย่างเป็นต่อว่า
“ผมว่าแม่เลี้ยงคงจะเข้าใจผิดแล้วละ คนนั้นเพื่อนผมต่างหาก ไม่ใช่เพื่อนแม่เลี้ยง”
แม่เลี้ยงรัญญาหันมอง ถึงกับผงะเพราะแทนที่จะเป็นสมสุขอย่างที่คิด กลับกลายเป็นชาติกล้า!
“แก มาทำไมวะ” พายัพถาม ชาติกล้าตอบอย่างผยองว่า ท่านกลัวเขาทำงานพลาดเลยให้ตนมาจัดการเอง! พูดแล้วจ่อปืนใส่แม่เลี้ยงแววตาอำมหิต แม่เลี้ยงมองชาติกล้าแววตาแค้น!
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง สิ้นเสียงปืนสมสุขเดินออกจากที่ซ่อน พึมพำสะใจ
“กรรมใดใครก่อ...คนนั้นก็ต้องชดใช้...อย่าโกรธกันเลยนะแม่เลี้ยง” สมสุขยิ้มเหี้ยมอย่างมีแผนบางอย่างในใจ
ooooooo
ภูวนัยขับรถไปถึงโกดังร้างตามสัญญาณที่ดูจากไอแพด อภิวัฒน์กับภูวนัยเดินเข้าโกดังอย่างระมัดระวังเพราะตามสัญญาณสมสุขยังอยู่ในนี้เข้าไป เห็นแม่เลี้ยงนั่งที่เก้าอี้ในมุมหนึ่งของโกดัง อภิวัฒน์เดินเข้าไปหาโดยภูวนัยถือปืนคอยคุ้มกันให้ แต่พออภิวัฒน์ไปถึงจับแม่เลี้ยงเงยหน้าขึ้น เขาผงะแทบหงายเมื่อเห็นว่า แม่เลี้ยงถูกยิงเข้าแสกหน้าตายสนิทแล้ว!
บรรยากาศตึงเครียดทันที ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าแม่เลี้ยง และในโกดังยังมีใครอยู่อีก พากันเดินตามสัญญาณไป จึงพบกำไลอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่พื้น! ภูวนัยหยิบกำไลขึ้นมาดูอย่างเจ็บใจ!!
ooooooo
ที่ตึกร้าง...วศินคอยฟังข่าวอยู่อย่างร้อนใจ เมื่อ พายัพกับชาติกล้ากลับมาเขาถามทันทีว่าได้ของมาไหม?
พายัพ ยิ้มภูมิใจก่อนส่ง SD CARD ให้ วศินรับแล้วส่งต่อให้ลูกน้อง ลูกน้องรับไปเสียบกับมือถือเพื่อตรวจดู ระหว่างนั้นวศินถามถึงแม่เลี้ยง ชาติกล้าบอกว่าจัดการตามท่านบอกแล้ว
ลูกน้องวศินจัดการเสร็จอย่างเร็ว แล้วยื่นให้วศิน วศินรับโทรศัพท์ไปกดดู นิ่งไปอึดใจแล้วยิ้มออกมา พายัพถามว่าไม่มีปัญหาใช่ไหม วศินไม่พูด แต่โยนมือถือให้พายัพ เขารับไปกดดูแล้วก็แปลกใจ ที่ไม่มีอะไรเลย!
“ลื้อโดนแม่เลี้ยงมันหลอกแล้ว” วศินยิ้มพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ถ้าของที่ลื้อให้อั๊วมามันเป็นของปลอม ก็แสดงว่ามันก็ต้องมีของจริง!”
“มัน? ท่านพูดถึงใคร” พายัพถาม
“ก็ ฉันไง!” เสียงสมสุขแทรกเข้ามา ชาติกล้ากับพายัพหันมองแล้วแทบช็อกเมื่อเห็นสมสุขตัวเป็นๆเดินเข้ามา สมสุขทักขำๆ “เฮ้ย! ตกใจอะไร ทำหน้าอย่างกับเห็นผี” แล้วก็เดินไปตบหน้าพายัพเบาๆ ถามว่า “นี่ไง เชื่อหรือยังว่าฉันยังไม่ตาย แต่ฉันอยากรู้จริงๆว่าใครเป็นคนยิงฉัน แก...หรือว่าแก” สมสุขจ้องหน้าพายัพกับชาติกล้า ชาติกล้ายกปืนเล็งสมสุขทันที
วศินถามว่า ทำอะไร ชาติกล้าตอบไปทันทีว่า “ก็จะฆ่ามันไงครับ คราวนี้ผมไม่พลาดแน่ครับ” ทำให้สมสุขรู้ทันทีว่าใครเป็นคนยิงตน วศินสั่งชาติกล้าให้เก็บปืนเสีย ปล่อยให้คู่รักปรับความเข้าใจกันดีกว่า พูดแล้วเดินออกไป ชาติกล้าละล้าละลัง สมสุขพูดเสียงอ่อนหวานว่า “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวน้องน่ะ คิวต่อไป...จุ๊บ” ชาติกล้าจึงเดินตามวศินออกไป
สมสุขหันมาจ้องพายัพที่ยืนสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด
ooooooo
สมสุขสะสางบัญชีเก่าทันที ถามพายัพว่าคิดขึ้นมา แทนตนตั้งแต่เมื่อไร พายัพนิ่งเหมือนกำลังคิด สมสุขตัดบทว่า
“ให้ ฉันตอบแทนแกไหม...ฉันว่า ต้องเป็นวันแรกที่ฉันรับเอาแกมาเลี้ยงนั่นแหละ...ทำไมฉันถึงคิดอย่างนั้นรู้ ไหม เพราะฉันเห็นแววตาแกไง...แค่เห็นครั้งแรก ฉันก็รู้แล้วว่าแกต้องเป็นคนที่ขึ้นมาแทนที่ฉัน”
“ฮ่ะๆๆ ก็แสดงว่าเสี่ยคิดถูก เอ...แต่ผมว่าผิดนะ เพราะจุดที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ มันใหญ่กว่าเสี่ยหลายเท่านัก”
“แก เรียนรู้จากฉันทุกอย่าง แต่มีอยู่อย่างที่ฉันยังไม่ได้สอนแก...คนที่จะเป็นเจ้าพ่อได้ นอกจากจะต้องมีสมอง มีเงิน มีหัวใจที่แข็งกว่าชาวบ้าน จะต้องมีอีกอย่าง สัจจะ! รู้ไหม ที่จริงแล้ว ตอนที่ฉันอยู่ ฉันจะกินรวบแบบแกก็ได้ แต่ทำไมฉันไม่ทำ เพราะมันจะตายเร็ว!!”
พายัพหน้าเสียเมื่อเห็นสมสุขหยิบปืนออกมา ต่อรอง ว่าเราคุยกันได้ สมสุขหัวเราะเยาะบอกว่าตนไม่ยิงหรอกเพราะ
“อย่าง นั้นมันเร็วไป แกรู้ไหมว่าการตายแบบไหนที่มันเจ็บปวดที่สุด เงียบอย่างนี้คงจะไม่รู้ล่ะสิ งั้นฉันจะเฉลยให้ฟัง...ตายใจไง! การที่คนเราตายใจ ไว้ใจให้กับคนที่คิดว่าไว้ใจได้ แต่กลับโดนหักหลัง นั่นแหละที่เจ็บปวดที่สุด” พูดแล้วสั่งลูกน้อง “จับมัน!!”
ลูกน้องสมสุขกรูกันเข้าจับตัวพายัพไว้ พายัพถามว่าจะทำอะไรตน สมสุขยิ้มเหี้ยมบอกว่าทำให้รู้ว่าการโดนหักหลังน่ะมันเป็นยังไง พายัพท้าว่าจะฆ่าก็ฆ่าเลย แต่คนอย่างสมสุขที่จิตวิปริตและแค้นท่วมอก ไม่ให้พายัพตายสบาย เขาให้พายัพดูรอยแผลที่หน้าอกตนว่าผลที่พายัพยิงตนมันตัดเส้นประสาทส่วนการรับรส ทุกวันนี้ตนไม่เคยกินอะไรอร่อยเลย
ลูกน้องสมสุขถือขวดน้ำเข้ามา สมสุขเทน้ำในขวดลงพื้นเกิดฟองฟู่ขึ้นมา มันคือน้ำกรดนั่นเอง สมสุขบอกว่าตอนนี้อยากให้พายัพลองเป็นเหมือนตนบ้าง สั่งลูกน้องให้จับพายัพอ้าปากแล้วตัวเองก็เทน้ำกรดใส่ปาก พายัพร้องไม่เป็นภาษาดิ้นพราดๆอย่างทรมาน เท่านั้นไม่พอ สมสุขยังเอาน้ำกรดอีกขวดฟาดหัวพายัพจนขวดแตก น้ำกรดไหลเป็นฟองฟู่ลงมาตามใบหน้าจนหนังหลุดออกเป็นชิ้นๆ!
สมสุขถอยไปนั่งมองภาพสยดสยองนั้นอย่างมีความสุข พูดอำมหิตเลือดเย็นว่า
“เอาล่ะ...โหมโรงกันพอแล้ว ต่อไปคงจะถึงจุดไคลแม็กซ์แล้วนะ!”
ooooooo
ที่ชั้นล่างของตึกร้าง วศินกับชาติกล้าได้ยินเสียงพายัพร้องอย่างทรมาน ชาติกล้าจะขึ้นไปดู ทันใด นั้นร่างของพายัพที่ใบหน้าถูกน้ำกรดกัดจนเละก็หล่น ตุ้บลงมาตรงหน้า!
“ผมทำให้ตกใจกันหรือเปล่าครับ” สมสุขเดินมาถามสบายๆ พลางเช็ดสองมือไปมา ชาติกล้าเล็งปืนใส่ทันที วศินสั่งให้เอาปืนลง แล้วเดินเข้าไปหาสมสุข ถามว่า
“ตอนนี้อั๊วทำตามที่ลื้อต้องการแล้ว...ของอั๊วอยู่ไหน” วศินแบมือไปตรงหน้า สมสุขถามว่ากลัวตนจะลักไก่หรือแล้วเอา SD CARD จากใต้ลิ้นออกมาเช็ดน้ำลายก่อนยื่นให้วศิน “ถ้ามันไม่มีอะไรละก็...” วศินรับไปจิกตาขู่แล้วส่งต่อให้ลูกน้องเอาไปเปิดดู ตัวเองเอาปืนจากลูกน้องมาจ่อสมสุขไว้
ปรากฏว่ามีของจริงๆ วศินถามว่าได้มายังไง
“เรื่องนี้ก็คงเป็นเพราะหน้าตาของผมบวกกับความโง่ของแม่เลี้ยง” สมสุขกระหยิ่มยิ้มอย่างลำพองใจ แล้วเล่าแผนการหลอกเอาของจากแม่เลี้ยงว่า...
ตนเป็นคนสั่งแม่เลี้ยงให้โทร.นัดพายัพไปพบ
กันที่โกดังร้างนอกเมือง แต่ต้องไปคนเดียว ถ้าไม่ตกลงก็อย่าหวังจะได้เจอกันอีก พอแม่เลี้ยงโทร.นัดพายัพเสร็จ สมสุขก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ถามแม่เลี้ยงว่าถ้าตนเก็บคลิปนั้นไว้เองล่ะ? แม่เลี้ยงชักสีหน้าถามว่า “เส่ียจะมาไม้ไหน”
“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดแม่เลี้ยง...ที่ผมอยากเก็บเอาไว้เองก็เพื่อความปลอดภัยของแม่เลี้ยงต่างหาก แต่ก็ตามใจนะ แม่เลี้ยงก็รู้อยู่คนอย่างไอ้พายัพถ้ามันได้สิ่งที่ต้องการแล้ว มันจะทำยังไงกับคนที่หมดประโยชน์”
ครู่เดียวแม่เลี้ยงก็เปิดหัวแหวนหยิบ SD CARD ให้บอกว่าทุกอย่างอยู่ในนี้ ย้ำว่าเสี่ยอย่าทำให้ตนผิดหวัง
“ไม่ต้องห่วง...ฉันจะคืนให้แม่เลี้ยงหลังจากที่ฉันฆ่าไอ้พายัพแล้ว!”
วศินฟังสมสุขเล่าแล้วพึมพำว่าไม่น่าเชื่อว่าแม่เลี้ยงจะยอมให้สิ่งนี้กับสมสุขง่ายอย่างนี้
“แหม...ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรยากนี่ครับ ผมก็แค่จับจุดถูกว่าแม่เลี้ยงกลัวอะไร...ก็กลัวตายไงครับ ทศกัณฐ์คงไม่สู้กับพระราม ถ้ายังมีหัวใจอยู่กับตัวเอง”
พริบตานั้น วศินเล็งปืนใส่สมสุข “งั้นลื้อก็พลาดที่ให้กล่องดวงใจกับอั๊วแล้วล่ะ” ชาติกล้าสะอึกเข้ามาขอเป็นคนยิงเอง แทนที่สมสุขจะกลัว กลับหัวเราะร่าวศินฉุกคิดอะไรได้สั่งชาติกล้าอย่าเพิ่งยิง ถามสมสุขอย่างรู้ทันว่า
“ลื้อก๊อบปี้ไอ้นี่ไว้แล้วใช่ไหม”
“อุ้ย...รู้ได้ไงเนี่ย” สมสุขกวนสุดๆ “แหม...อุตส่าห์ไม่บอกว่ามีอีกอันนึงที่ผมก๊อบปี้แล้วส่งไปให้เพื่อนผมแล้ว แล้วไอ้เพื่อนผมคนนี้มันก็เป็นคนรักเพื่อนมากเสียด้วย ผมก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าถ้าผมเป็นอะไรไป เพื่อนผมจะทำอะไรยังไงกับคลิปนั่นเพื่อเป็นการแก้แค้น เพราะถ้าเกิดผมมีแม้แต่รอยข่วน บางทีเพื่อนผมมันอาจจะปล่อยอะไรเล็กๆน้อยๆ ออกมาเป็นหนังตัวอย่างก็ได้”
วศินกับชาติกล้ามองหน้ากันอย่างเจ็บใจ ที่ทำอะไรสมสุขไม่ได้
ooooooo
ความรู้สึกลึกๆ ที่มีต่อกันระหว่างภูวนัยกับไผ่พญา ทำให้ทั้งคู่อยู่ในภาวะที่ร่วมมือกันได้แต่ก็แง่งอนจิกกัดกันตลอดมา
วันนี้ไผ่มาที่เซฟเฮาส์ของอภิวัฒน์เพื่อติดตามข่าวสมสุขที่หายไป ระหว่างนั้นตะวันฉายโทร.ถามว่าอยู่ที่ไหน เธอบอกว่าอยู่ธนาคาร ภูวนัยกับอภิวัฒน์กลับมาได้ยินพอดี ภูวนัยตำหนิว่าเธอโกหกอีกแล้ว เธอถามอภิวัฒน์ว่าเจอสมสุขไหม ภูวนัยชิงตอบว่า “เจอ...แล้วพวกเราก็จัดการจับมันเรียบร้อยแล้ว”
ไผ่ดีใจมากบอกว่าค่อยโล่งอกหน่อย อภิวัฒน์ติงภูวนัยว่าโกหกไผ่ทำไม ไผ่มองภูวนัยขวับ เขาชี้แจงกับอภิ–วัฒน์ว่าไม่มีอะไร ไผ่ชอบโกหกอ้างว่าเป็นความลับราชการตนกลัวความลับทางราชการจะรั่วไหล ตนเลยโกหกแบบเธอบ้าง
“แสดงว่าเสี่ยสมสุขหนีไปได้เหรอคะ” ไผ่ถามอภิวัฒน์ เมื่อเขายืนยันและบอกให้เธอกับเพื่อนอย่าไปไหนให้อยู่แต่ในเซฟเฮาส์ เพราะสมสุขเป็นคนฉลาดและเป็นตัวอันตรายมาก
“แต่มันก็ไม่น่าจะรอดอยู่ได้นานนะครับ ทั้งตำรวจแล้วก็พวกไอ้พายัพต้องตามล่าสมสุขแน่” ภูวนัยมั่นใจเช่นนั้น
แต่อภิวัฒน์คิดลึกกว่านั้น บอกทั้งสองว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี อย่าเป็นอย่างที่ตนคิดเลย ไผ่มองหน้าถามว่าคิดอะไร?
“สมสุขจะหันไปร่วมมือกับวศิน!”
ทั้งภูวนัยและไผ่พญาต่างอึ้ง หลังจากนั้นภูวนัยไปค้นที่ห้องพักสมสุขเผื่อจะได้เบาะแสว่าเขาหนีไปไหน
“ผมว่าหมวดไม่เจออะไรหรอก อย่างที่บอกนั่นแหละ สมสุขมันฉลาดเป็นกรดอย่างนั้น ผมว่ามันคงจะวางแผนหนีมานานแล้ว” พูดแล้วอภิวัฒน์นึกขึ้นได้ถามว่าไผ่ไปไหน ภูวนัยคาดว่าอาจจะกลับไปแล้ว “เหรอ...ถ้าอย่างนั้นผมว่าหมวดควรจะไปส่งคุณไผ่หน่อยนะ”
ภูวนัยจึงตามไปเพื่อจะส่งไผ่ที่บ้าน เธอขอให้พาไปเที่ยวสวนสนุกก่อนที่จะไปเมืองนอก ภูวนัยไม่พูดอะไรแต่ขับรถพาเธอไปส่งที่บ้าน ถามว่าไม่ได้ยินหรือที่อภิวัฒน์สั่งไม่ให้ไปไหนเพราะไม่ปลอดภัย
ขณะกำลังงอแงกันอยู่ในรถปัดป้องจ้องจิกจนหน้าเกือบติดกันนั้น ตะวันฉายออกมารับพอดี ถามว่าไปเจอกันได้ยังไง ภูวนัยบอกว่าไปเจอไผ่ที่ธนาคาร บอกตะวันฉายว่าไม่ต้องห่วงไผ่ปลอดภัยทุกกระเบียดนิ้ว
ภูวนัยทำเป็นไม่แยแสกับไผ่ แต่พอเธอเดินเข้าบ้านไปกับตะวันฉาย เขาก็ขับรถกลับไปอย่างคนอกหัก
ooooooo
ที่ตึกร้าง ชาติกล้ามองศพพายัพแล้วโทรศัพท์ขอกำลังเสริมแจ้งว่าตนกำลังจะเข้าจับกุมพายัพที่ซื้อขายยาลอตใหญ่กันอยู่
พูดจบก็เอาปืนยิงที่แขนตัวเองบาดเจ็บ พูดกับศพพายัพว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ปล่อยให้แกตายเปล่าแน่”
วันต่อมา วศินกับชาติกล้าก็เปิดแถลงข่าวที่ ป.ป.ส. วศินเป็นผู้แถลงข่าวโดยมีชาติกล้าบาดเจ็บที่แขนนั่งอยู่ด้วย
“อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า ตอนนี้เรากำลังดำเนินนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล แต่นโยบายของเราจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผู้ปฏิบัติ...แล้วผู้ที่ปฏิบัติการอย่างเฉียบขาดในครั้งนี้ก็คือ ร้อยตำรวจเอกชาติกล้า”
แสงแฟลชรัวไปที่ชาติกล้า เขายืดอกพูดราวกับวีรบุรุษผู้เสียสละที่ยิ่งใหญ่ว่า
“ผมอยากให้ประชาชนทุกคนสบายใจ เพราะเรากำลังดำเนินนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง” นักข่าวถามว่า ความหมายของคำว่าจริงจังหมายถึงการวิสามัญหรือเปล่า ชาติกล้าตอบเลี่ยงไปว่า “ผมว่าอาการบาดเจ็บจากปฏิบัติการทำลายล้างเมื่อคืนของผม คงเป็นคำตอบให้ทุกท่านเป็นอย่างดี”
“ช่วยเล่ารายละเอียดตอนเข้ากวาดล้างได้ไหมคะ”
“พอดีผมได้รับรายงานว่านายพายัพกับแม่เลี้ยงรัญญาจะมีการส่งมอบยาลอตใหญ่กัน แต่เหมือนทั้งสองจะรู้ตัวจึงได้เปลี่ยนแผนกะทันหัน ผมซึ่งคอยติดตามความเคลื่อนไหวของพวกพายัพอยู่แล้วคิดว่า ถ้ารอกำลังเสริม บางทีเราอาจจะไม่มีโอกาสอีก ผมเลยแสดงตัวเข้าจับกุม”
“แล้วตอนนั้นที่หมวดเข้าจับกุม หมวดไม่กลัวเหรอคะ”
“ถ้าผมกลัว แล้วใครจะปกป้องประชาชนล่ะครับ... การตายของนายพายัพกับแม่เลี้ยงรัญญาก็เป็นการกระทำเพื่อความสงบสุขของประชาชนทุกคน”
บรรดานักข่าวที่สัมภาษณ์ต่างพากันชื่นชมความกล้าหาญ เสียสละราวกับวีรบุรุษของชาติกล้า
ภูวนัยดูการแถลงข่าวของวศินกับชาติกล้าทางทีวี เขาไปถามอภิวัฒน์ในห้องทำงานที่เซฟเฮาส์ว่าคิดว่าพวกมันฆ่ากันเองไหม?
“ไม่หรอก พายัพเป็นแหล่งปั้นเงินของวศิน การฆ่าพายัพก็เท่ากับฆ่าตัวตาย” ภูวนัยสะกิดใจถามว่า แล้วถ้าวศินได้แหล่งปั้นเงินใหม่ล่ะ? อภิวัฒน์มองหน้าถาม “หมวดกำลังหมายถึง...”
“เสี่ยสมสุข!!”
ooooooo
ในที่สุด สมสุขก็ได้กลับไปอยู่บ้าน พวกลูกน้องพากันแซ่ซ้องยินดี เสี่ยมองไปรอบๆ สูดอากาศเข้าปอดเต็มที่
“ฮ้า...กลิ่นอิสรภาพมันสดชื่นอย่างนี้เอง...” แล้วหยุดหันมองลูกน้อง ถามว่า “พวกแกได้กลิ่นอะไรไหม” พวกลูกน้องพากันงง สมสุขถามว่า “ตอนที่ฉันไม่อยู่ ไอ้พายัพมันเลี้ยงแกดีไหม”
คนหนึ่งตอบอย่างสอพลอว่าไม่ดี พวกตนรอนายกลับมา สมสุขยิงเปรี้ยงเดียวคนนั้นก็ลงไปจมกองเลือด สมสุขพูดเหี้ยมว่าตนไม่ชอบคนโกหก เพราะถ้าพายัพเลี้ยงไม่ดีแล้วยังอยู่กับมันทำไม แล้วหันถามอีกคน คนนี้เห็นเพื่อนด่าวดิ้นไปต่อหน้าก็รีบบอกว่า “ดีมากครับ”
“ถ้ามันเลี้ยงดี...ก็ตามไปอยู่กับมันแล้วกัน” สมสุขยิงนัดเดียวตายสนิท พวกที่เหลือตกใจพากันหนีลนลาน เลยถูกสมสุขยิงกราดตายเป็นใบไม้ร่วง พูดอย่างเจ็บใจ “ฉันรู้แล้วว่ากลิ่นอะไร กลิ่นของพวกคนทรยศนี่เองที่มันทำให้ฉันอึดอัด”
สมสุขโยนปืนให้ลูกน้องตัวเองเช็ดมือ แล้วทำท่าจะออกไป ก็มีลูกน้องมารายงานว่า มีแขกมาหาวศินกับชาติกล้านั่นเอง!
สมสุขเรียกวศินกับชาติกล้ามาพบ บอกว่ามีเรื่องที่วศินควรทราบไว้ เล่นลิ้นอยู่พักใหญ่จนวศินรำคาญปรามว่ามีอะไรก็รีบพูดมา สมสุขจึงพูดเป็นการเป็นงานว่า
“ท่านไม่สงสัยบ้างเหรอครับว่าที่ผมรอดมาได้เพราะอะไร แล้วทำไมผมถึงมาปรากฏตัวตอนนี้? แล้วไอ้แก๊งห้าเสือที่ล้มหายตายจากเป็นฝีมือใคร?”
คุยกับสมสุขแล้ว ดึกคืนนี้เอง วศินกับชาติกล้าไปหา พล.ต.อ.สุทินที่บ้าน สุทินถามว่า ชาติกล้าเป็นคนวิสามัญพายัพใช่ไหม ชมเชยว่าทำได้ดีมาก ท่าน ผบ.ชื่นชมเขามาก แล้วหันไปถามวศินว่ามีอะไร
“ขอโทษที่ต้องรบกวนพี่ตอนดึกอย่างนี้ แต่ผมมี เรื่องจำเป็นที่ต้องเรียนให้พี่ทราบจริงๆ เรื่องของพี่น้องเราที่ทำตัวนอกแถวครับ”
วศินกับชาติกล้าปั้นน้ำเป็นตัวสร้างผลงานจอมปลอมแล้วป้ายสีอภิวัฒน์กับภูวนัยว่าเป็นพวกนอกแถวคอยช่วยเหลือพวกห้าเสือ สุทินติงว่าอภิวัฒน์เป็นตำรวจที่มีประวัติสะอาดมาก
“นั่นเป็นด้านที่เราเห็นมังครับ แต่ใครจะรู้ว่าอีกด้านหนึ่งมันอาจจะสกปรกมากก็ได้” วศินแย้ง สุทินถามว่ามีหลักฐานอะไรไหม ชาติกล้ารายงานว่า
“เท่าที่เรารู้ก็คือ ท่านอภิวัฒน์ได้ก่อตั้งกองกำลังเพื่อช่วยเหลือพวกผู้มีอิทธิพลครับ”
วศินเสนอให้สุทินโทร.ไปคุยกับพิเชษฐ์ที่กรมสืบสวนคดีพิเศษดู ตนเพิ่งคุยมาและรู้ว่าอภิวัฒน์ได้ฆ่าสายของทางกรมฯที่กำลังสืบเรื่องแม่เลี้ยงรัญญา สุทินถามว่า แล้วพวกวศินรู้ได้อย่างไรว่าคนที่ฆ่าสายของกรมฯเป็นคนของอภิวัฒน์?
ชาติกล้าเอาแฟ้มภาพเปิดให้ดูมีรูปภูวนัยอยู่ในนั้น บอกสุทินว่าหมวดภูวนัยเป็นคนลงมือ แล้วใส่ไฟว่า
“หมวดภูวนัยเคยเป็นหัวหน้าชุดปราบปรามที่ ป.ป.ส.ครับ แต่เราจับได้ว่าหมวดภูวนัยมีความสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพลจึงถูกให้ออกจากราชการ ตอนนี้เป็นผู้ร้ายที่หนีหมายจับกุม”
วศินเสริมให้น่าเชื่อถือว่าภูวนัยเป็นเพื่อนของชาติกล้าชาติกล้ารีบชี้แจงว่าถึงเป็นเพื่อน แต่ถ้าทำผิดกฎหมายตนก็ต้องจับกุม
สุทินรู้สึกแน่นหน้าอก จึงเปิดลิ้นชักหยิบยาขึ้นมากิน ชาติกล้าถามว่าเป็นอะไร
“โรคหัวใจน่ะ...ไม่เป็นไรมากหรอก พวกนายต้องการให้ฉันทำอะไร?!”
วศินกับชาติกล้าได้ยินคำถามนี้ก็สบตากันอย่างเจ้าเล่ห์...
ooooooo
ภูวนัยหาทางให้ไผ่พญาไปอเมริกากับตะวันฉายเพื่อให้พ้นจากอันตรายที่จะได้รับจากการกลับมาในวงการอีกครั้งของสมสุข จึงส่งข้อความหลอกนัดไผ่ไปพบข้างนอก
แต่พอไผ่ออกไป ภูวนัยก็ไปหาตะวันฉายที่บ้าน บอกให้เขาพาไผ่ไปอเมริกาด้วยให้ได้ ไปได้ยิ่งเร็วยิ่งดี ให้เหตุผลว่า
“คุณตะวันรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เธอเข้ามาเกี่ยวข้องมันอันตรายแค่ไหน แล้วสิ่งที่ผมทำอยู่ก็ใกล้สำเร็จแล้ว ผมอยากให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่ดูแลเธอได้”
ไผ่ไปรอภูวนัยตามนัด รอจนถึงกลางคืนก็ยังไม่มา เธอน้อยใจ เสียใจพึมพำน้ำตาคลอ “เห็นฉันเป็นอะไร” แล้วตัดสินใจกลับ พอกลับมาถึงตะวันฉายบอกว่าภูวนัยมาหาตนและบอกให้เธอไปอเมริกากับตน ไผ่ที่กำลังโมโหที่ภูวนัยผิดนัดรับปากทันทีว่าจะไปอเมริกากับเขา
วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายจะออกไปเคลียร์งานเพื่อเตรียมตัวก่อนเดินทางไปอเมริกา ไผ่ถามว่าแล้วตนต้องทำอะไรบ้าง
“ยังไม่ต้องทำอะไรครับ เดี๋ยวผมกลับมาแล้วค่อยไปจัดการเดินเรื่องด้วยกัน เอ่อ...คุณไผ่อยู่คนเดียวได้นะครับ”
“สบายค่ะ” ไผ่พยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ผมคงจะไปสักอาทิตย์นึง แล้วผมจะรีบกลับมา นะครับ”
“ค่ะ...” ไผ่ยิ้มเศร้าๆ เมื่อนึกถึงวันที่จะต้องเดินทางไปอเมริกากับตะวันฉายที่ใกล้เข้ามาทุกที...
ooooooo
เกิดการฆ่าตายกันเป็นเบือ ศพถูกทิ้งไว้ใต้ทางด่วน เป็นประเด็นร้อนที่อภิวัฒน์กับภูวนัยต้องค้นหาสาเหตุกันอย่างตึงเครียด จากรูปที่ได้มา ศพเหล่านั้นเป็นลูกน้องของพายัพทั้งสิ้น
“ท่านคิดว่าใครเป็นคนทำอย่างนี้ครับ” ภูวนัยถาม อภิวัฒน์เดาว่าเขาคงคิดเหมือนตน “สมสุขเหรอครับ...แว่บแรกผมก็คิดว่าเป็นฝีมือของมัน แต่พอคิดอีกที สมสุขมันน่าจะทำให้เรื่องเงียบกว่านี้ได้”
“ถ้าเงียบ...แล้วใครจะได้ยินล่ะ ผมคิดว่าที่สมสุขมันทำอย่างนี้ ก็เพื่อประกาศให้คนในวงการรู้...ว่ามันกำลังกลับมาแล้วไง” ภูวนัยถามว่า แล้วตำรวจว่ายังไง “นี่แหละที่ผมหนักใจ พรรคพวกผมบอกว่า ชาติกล้าขอทำคดีนี้เอง”
“ท่านคิดว่า...ไอ้ชาติกำลังจะทำให้เรื่องนี้หายเข้ากลีบเมฆเหรอครับ...” อภิวัฒน์พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า ไอ้สมสุขมันย้ายฝั่งไปอยู่กับพวกมันแล้ว”
การสนทนาหารือยุติลง เมื่อมีตำรวจเข้ามารายงานว่า มีตำรวจจาก ป.ป.ส.มา
ออกจากห้อง ภูวนัยมองไปที่ประตูเห็นชาติกล้ายืนอยู่ เขาสะอึกจะออกไป อภิวัฒน์รั้งไว้ถามว่าจะทำอะไร
“มันรุกเราจะสุดกระดานแล้วนะครับ ถ้าไม่สู้ เราก็ตาย”
“ใจเย็นหมวด ที่หมวดชาติมาอย่างนี้มีอยู่สองอย่าง หนึ่งมาหาหลักฐานเพื่อทำลายหน่วยงานของเรา สองเขาต้องการตัดหมวด จำที่ผมให้คนของเราเอาเอกสารไปไว้ที่อื่นได้ใช่ไหม ตอนนี้ต่อให้ผมถูกจับไป เขาก็ไม่มีหลักฐานอะไร แต่ถ้าเขาเจอหมวด ทุกอย่างจะจบลงทันที หมวดหนีไปซะ ผมจะถ่วงเวลาพวกนั้นเอาไว้”
ภูวนัยลังเล อภิวัฒน์เร่งให้หนี แล้วเราค่อยพบกันอีก เมื่อภูวนัยวิ่งออกไป อภิวัฒน์จึงเดินไปรับหน้าชาติกล้ากับวีระ และราชัยที่ประตูรั้ว ถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือ
ชาติกล้าเอาหมายค้นกับหมายเรียกให้อภิวัฒน์ดู อภิวัฒน์ถามว่าตนทำอะไรผิดหรือ ชาติกล้าพูดอย่างผยองว่า
“ท่านเป็นผู้ต้องสงสัยที่ให้การสนับสนุนผู้มีอิทธิพล ผมอยากเชิญท่านไปให้ปากคำ” แล้วถามอย่างจับพิรุธ “หมวดภูวนัยอยู่ไหนครับ”
อภิวัฒน์บอกว่า ตนได้ข่าวว่าภูวนัยเป็นตำรวจฝีมือดีที่โดนคนกลั่นแกล้ง และเขาก็ไม่ได้เป็นตำรวจแล้ว ทำไมถึงคิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ ชาติกล้าไม่สนใจ หันไปสั่งวีระกับราชัยให้แบ่งกำลังกันปฏิบัติการ หน่วยเอให้เอาเอกสารทุกแผ่นกลับไปให้หมด ส่วนหน่วยบี นำทุกคนที่นี่กลับไปที่หน่วย ตนจะสอบปากคำทุกคน แล้วบอกอภิวัฒน์ว่า
“ตอนนี้กำลังของผมปิดล้อมที่นี่หมดแล้ว ต่อให้ไอ้ภูมันมีปีก มันก็หนีไม่พ้น”
แต่ชาติกล้าประเมินภูวนัยผิด เพราะเมื่อภูวนัยเห็นตำรวจออกันอยู่เต็มบ้าน จึงหลบเข้าไปในห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องเก็บยุทโธปกรณ์ เขาหยิบปืนขึ้นมาพร้อมปะทะทันที
ooooooo
ไผ่พญาอยู่ที่เซฟเฮาส์ ซึ่งเวลานี้เธออยู่คนเดียว มีตำรวจนอกเครื่องแบบไปตะโกนเรียกให้เปิดประตู ไผ่วิ่งออกมานึกว่าเป็นพวกอภิวัฒน์ พลั้งปากถามไปว่า “ท่านอภิวัฒน์ให้มาทำอะไรหรือ”
พวกตำรวจได้ยินก็พยักหน้าให้กัน ไผ่รู้ทันทีว่า พวกนี้ไม่ใช่คนของอภิวัฒน์ ทำทีว่ากำลังต้มน้ำขอไปปิดเตาแก๊สก่อน แล้ววิ่งอ้าวกลับเข้าบ้านปิดประตูเลื่อนโต๊ะเก้าอี้มาดันประตูไว้ ใจเต้นไม่เป็นส่ำไม่รู้จะแก้สถาน– การณ์อย่างไร พลันก็นึกได้รีบโทรศัพท์โทร.ถึงภูวนัย
เป็นเวลาที่ภูวนัยหลบอยู่ในห้องยุทโธปกรณ์ เสียงโทรศัพท์ทำให้วีระกับราชัยมาทุบประตูเรียกให้เปิด ภูวนัยหันรีหันขวาง เหลือบเห็นแก๊สน้ำตาอยู่บนชั้น เป็นจังหวะที่วีระกับราชัยกำลังระดมกันทุบประตูจะพังเข้ามาให้ได้ พริบตานั้นประตูเปิดออก พวกตำรวจกรูกันเข้ามา ท่ามกลางควันหนาทึบ จังหวะนั้นภูวนัยแทรกตัวออก จากห้องไปอย่างเร็ว
พวกตำรวจเจอแก๊สน้ำตาก็วิ่งออกจากห้องน้ำตาไหลพราก ภูวนัยวิ่งสวนกับตำรวจที่วิ่งมาจากหลังบ้าน เขาเอา มือปิดหน้าปิดตาบอกว่ามีคนขัดขืนการจับกุมอยู่ด้านใน ให้รีบไปช่วย ตำรวจพวกนั้นวิ่งอ้าวไป ส่วนภูวนัยวิ่งไปทาง ประตูหลัง
ชาติกล้ามาถึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอฟังวีระเล่าเขา เอะใจมองไปรอบๆเห็นตำรวจกระจายอยู่แถวนั้น เขารู้ทันที ว่านั่นเป็นทางเดียวที่ภูวนัยจะหนีไปได้ เขาวิ่งไปทางนั้นทันที แต่พอไปถึงไม่เห็นแม้แต่เงาของภูวนัย หันกลับไปอย่าง หัวเสีย
ที่แท้ภูวนัยหลบอยู่ในพุ่มไม้ใต้จมูกมันนั่นเอง!
ooooooo
ส่วนไผ่พญาถูกตำรวจนอกเครื่องแบบพวกนั้นปีนรั้วและพังประตูเข้าไป ไผ่หลบอยู่ใต้เตียงแทบไม่กล้าหายใจ พอพวกมันบอกกันว่าหาไม่เจอและเดินออกไป ไผ่ถอนใจอย่างโล่งอก
พริบตาเดียว ไผ่ก็ถูกลากออกจากใต้เตียงแล้วพวกมันก็พาไปที่หน้าบ้าน ไผ่พยายามใช้วาทศิลป์หว่านล้อมว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ไม่เชื่อลองโทร.ไปคุยกับท่านอภิวัฒน์หน่อยไหม
“บอกให้เงียบ! ก็เพราะว่าแกทำงานให้มันไง ถึงได้โดนจับ ตอนนี้ลูกพี่เธอเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เพราะหมวดชาติเอาคนไปจับลูกพี่เธอที่เซฟเฮาส์แล้ว”
ไผ่อึ้งสนิท เป็นเวลาที่ภูวนัยวิ่งหนีออกมาได้แล้ว มือถือเขาดังขึ้นหยิบดูเห็นเป็นไผ่โทร.มา เขารับสายบอกว่า...
“ผมกำลังจะโทร.หาคุณพอดี” นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนอุทานออกมาอย่างเจ็บใจ “ไอ้ชาติ!!”
ที่แท้ชาติกล้าบังคับให้ไผ่โทร.หาภูวนัย เยาะเย้ยภูวนัยว่า คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่า ตอนนี้ใครอยู่กับตน ไผ่ตะโกนออกไปว่า “ไม่ต้องห่วงฉัน...ฉันไม่เป็นไร” เลยถูกชาติกล้าตบฉาดใหญ่ ตวาดให้หุบปาก
ภูวนัยตะโกนบอกว่าอย่าทำอะไรเธอ ชาติกล้าสั่งเขาให้มาหาตนภายในครึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเขาคงจะรู้ว่าตนจะทำอย่างไรกับผู้หญิงของเขา
“แกมันไอ้เพื่อนชั่ว ไอ้เพื่อนเลว เพื่อนทรยศ”
“ด่าไปเถอะ...ถ้าคิดว่าฉันจะรู้สึกกับคำด่าพวกนั้นละก็ ฉันคงยืนอยู่ในจุดที่ฉันอยู่ไม่ได้” พูดแล้วหันไปจิกหัวไผ่ขึ้นมา “ปกป้องมันไปก็ไม่มีประโยชน์ จะช้าจะเร็วมันก็ต้องตายอยู่ดี”
ภูวนัยเป็นห่วงไผ่มาก หาทางที่จะช่วยเธอให้ได้
ooooooo
วศินกำลังผยองเต็มที่ ไปหาสมสุขที่บ้านเอาหนังสือไปให้เล่มหนึ่งบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานเปิดตัวหนังสือ เชื่อว่าสมสุขคงไม่ได้ไป เลยเอามาให้อ่านเป็นคนแรก
ปกหนังสือชื่อ “เขาคือวีรบุรุษ” สมสุขพลิกอ่านคำโปรย “มือปราบที่ได้ชื่อว่า เป็นตำรวจผู้ซื่อสัตย์แห่งทศวรรษ ผู้ที่จะนำพาเรารอดพ้นจากยุคมืดของผู้มีอิทธิพล” สมสุขขำพรืดออกมาถามว่า ท่านเอาจริงหรือ
“ทำไม ไหนๆไอ้พวกห้าเสือก็ตายไปแล้ว พวกมันคงดีใจที่อย่างน้อยความตายของพวกมันก็ยังทำประโยชน์ให้กับอั๊ว” วศินพูดหน้าตาเฉย สมสุขยกนิ้วให้ว่า นับถือจริงๆ “แล้วลื้อล่ะ เมื่อไหร่จะทำประโยชน์ให้อั๊ว”
สมสุขถามแบบหมาหยอกไก่ว่า กลัวเงินเดือนจะไม่ออกหรือ? ถูกวศินชักสีหน้าใส่ปรามว่า
“พูดดีๆอั๊วไม่ใช่ลูกจ้างลื้อ แล้วเรื่องเงินอั๊วก็ไม่สน เพราะไม่ว่าจะยังไงลื้อก็ต้องจ่าย!”
สมสุขหยุดหน้าเป็น บอกว่าตนเพิ่งกลับมาอยู่บ้าน ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจสักสองสามวันก่อน
ระหว่างนั้น ลูกน้องสมสุขมารายงานว่า ได้รับแจ้งว่ารถของวศินที่จอดอยู่ ป.ป.ส.ถูกไฟไหม้ วศินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟถามว่ามีใครรู้บ้างว่าเพราะอะไร ลูกน้องบอกว่ากำลังตรวจสอบอยู่ ก็พอดีมีสายเข้ามือถือวศิน เขารับสาย ตาลุก สั่งเข้ม
“จับตัวมันไว้ก่อน เดี๋ยวอั๊วจะเป็นคนรีดนังนั่นเอง”
สมสุขหูผึ่ง ถามว่า “นังนั่นที่ท่านว่า คงจะเป็นผู้หญิงที่อยู่ในทีมของท่านอภิวัฒน์ใช่ไหมครับ”
“ลื้อไม่ต้องรู้หรอก ไปทำในสิ่งที่ลื้อต้องทำเถอะ”
“ไม่มีอะไร...ผมก็แค่อยากเตือนท่านเอาไว้ เวลาที่หมามันจนตรอกน่ะ น่ากลัวที่สุด”
“ก็ดูแล้วกันว่ามันจะสู้ลูกปืนได้ไหม” วศินเดินออกจากบ้านสมสุขอย่างหัวเสีย แต่ไม่ทันพ้นบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่บ้านที่บ้านว่า ไฟไหม้บ้าน ให้รีบกลับมาดู วศินถึงกับปากคอสั่นแทบจะคลั่ง
ที่แท้ภูวนัยเอาปืนจี้ให้แม่บ้านโทร.หลอกวศินให้กลับบ้านนั่นเอง...
เมื่อวศินกลับบ้าน ไม่เห็นไฟไหม้บ้าน เห็นแต่ภูวนัยรออยู่ ภูวนัยจัดการจับวศินมัดไว้ในรถแล้วให้โทร.ไปหาชาติกล้า ชาติกล้าเห็นเป็นเบอร์โทร.ของวศินจึงรับ พอฟังปลายสายจบก็คำราม “ไอ้ภู!” ไผ่พญาถูกคุมตัวอยู่ได้ยินก็หันขวับ
ภูวนัยยื่นหมูยื่นแมวกับชาติกล้าให้เขาปล่อยไผ่-พญาและตนก็จะปล่อยวศิน ชาติกล้าไม่มีทางเลือกบอกให้ภูวนัยนัดสถานที่มา
ooooooo
ภูวนัยนัดให้ไปแลกตัวกันที่ห้างสรรพสินค้า ภูวนัยเป็นต่อในสนามนี้ เขาจึงสั่งชาติกล้าได้ตามต้องการ สั่งทีละขั้นประเมินสถานการณ์ทีละจังหวะ พร้อมกับสังเกตการณ์ไปด้วย
เมื่อถึงจุดหมายหนึ่งแล้ว ภูวนัยให้วศินคุยกับชาติกล้าที่ถูกมัดอยู่ในรถ วศินเร่งชาติกล้าให้รีบทำตามภูวนัย เมื่อพาไผ่ไปถึงหน้าลิฟต์ ภูวนัยสั่งให้ปล่อยไผ่เข้าลิฟต์ไปคนเดียว ชาติกล้าจำต้องผลักไผ่เข้าไป แล้วเดินมามองที่ลานจอดรถ รีบส่งสัญญาณทางวิทยุให้คนของตนที่ซุ่มอยู่
“มันอยู่ที่ลานจอดรถ ปิดลานจอดรถเอาไว้” เห็นตัวเลขที่หน้าลิฟต์หยุดที่ชั้นสาม ชาติกล้ารีบบอก “ชั้นสาม...มันอยู่ชั้นสาม”
ไผ่ยืนใจคอไม่ดีอยู่ในลิฟต์ แต่พอถึงชั้นสามลิฟต์เปิดออก ไผ่ดีใจสุดชีวิตเมื่อเห็นภูวนัยยืนรออยู่หน้าลิฟต์ ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ไผ่เร่งให้รีบไปจากที่นี่เพราะตนได้ยินว่าชาติกล้านำกำลังมาด้วย ทั้งสองพากันวิ่งออกไปทันที
ระหว่างนั้นไผ่ถามว่าเขาเอาตัววศินไว้ที่ไหน ภูวนัยบอกว่าอยู่ในรถ ไผ่ถามอีกว่า เขาจะคืนวศินให้พวกมันใช่ไหม ภูวนัยพยักหน้า แล้วเร่งให้รีบไปกันดีกว่า
ขณะภูวนัยกับไผ่พญาจะวิ่งไปที่รถนั่นเอง ถูกคนของชาติกล้ายิงสกัด ภูวนัยดึงไผ่หลบ ส่วนชาติกล้าวิ่งไปที่รถของวศิน เข้าไปช่วยแก้เชือกที่มัดไว้อย่างเร็ว
“ไปล่ามัน! ฆ่ามันให้ได้!!” วศินสั่งเหี้ยม ชาติกล้า วิ่งออกไปทันที เห็นภูวนัยกับไผ่พญาวิ่งลงบันไดไปชั้นสองก็วิทยุให้สกัด ตัวเองก็วิ่งตามไป ไล่ดักภูวนัยกับไผ่พญาไปจนมุม ชาติกล้าประกาศกร้าว
“ยอมให้จับเถอะไอ้ภู”
ภูวนัยจับมือไผ่ไว้แน่น รู้ตัวว่าจนแต้มแล้ว แต่พริบตานั้นมีรถตู้สีดำคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจะชนพวกชาติกล้า จนพวกนั้นแตกกันกระเจิง แล้วชายชุดดำในรถตู้ก็เปิดประตูตะโกนให้ภูวนัยกับไผ่พญาขึ้นรถ
พอภูวนัยกับไผ่พญาขึ้นรถ รถตู้คันนั้นก็พุ่งฝ่าแนวพวกชาติกล้าออกไปอย่างเร็ว
ooooooo
ในรถตู้สีดำ เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้ว ภูวนัยถามชายชุดดำที่นั่งในรถว่า ท่านอภิวัฒน์ส่งมาช่วยพวกตนใช่ไหม
“พวกเราไม่ได้มาช่วยแกสองคน” หนึ่งในชุดดำบอก ไผ่ผวาเฮือกถามว่าพวกเขาเป็นใคร ชายชุดดำสองคนเอากุญแจมือใส่ทั้งสองทันที
“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง” หนึ่งในนั้นบอก แล้วอีกคนก็เอาถุงดำคลุมหัวทั้งสองไว้ที่แท้เป็นฝีมือของสมสุข!
เมื่อไปถึงบ้านสมสุข ภูวนัยถามว่าช่วยพวกตนทำไม สมสุขยียวนตามเคยว่า
“ช่วยเหรอ...? ใครช่วยแก...ฉันช่วยน้องไผ่ของฉันต่างหาก”
“ไอ้สมสุข...ไอ้ทรยศ!”
“ทรยศเหรอ...ไม่ใช่มั้ง เพราะฉันไม่เคยคิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกับแกเลย ถ้าให้ฉันเดา ตอนนี้พวกเธอคงกำลังหาตัวฉันอยู่ใช่ไหม” ไผ่ถามว่ารู้ได้ไง “ทำไมจะไม่รู้ ตอนนี้พวกเธอกำลังถูกวศินมันรุกหนัก ทางเดียวที่จะพลิกกลับมาชนะได้ก็คือ คลิปฉาวโฉ่ของมันที่อยู่กับฉัน...ถูกต้องไหมหมวดภู”
“สมสุข ฉันจะฆ่าแก!” ภูวนัยฮึดฮัด สมสุขหัวเราะเยาะ เสนอว่า ถ้าให้ไผ่พญาขึ้นไปอยู่กับตนสักชั่วโมง ตนจะปล่อยเขาไป ไผ่หูผึ่งถามว่าจริงหรือ ถูกภูวนัยด่าไผ่ “จะบ้าหรือไง”! แล้วหันไปทางภูวนัย “ไม่มีทาง ยังไงพวกเราก็ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของแก แกมันไอ้โรคจิต!”
“ก็แล้วแต่...ฉันจะบอกอะไรให้อย่างแล้วกัน ตอนนี้ไอ้วศินมันกำลังจะเปิดตัวหนังสืออัตชีวประวัติวีรกรรมห่าเหวอะไรของมัน ถ้ามันขายหนังสือได้ ไอ้คลิปที่พวกเธออยากได้ ก็อาจจะไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่” พูดแล้วเห็นทั้งสองอึ้ง สมสุขตัดบท “เอาล่ะ...ฉันจะให้เวลาพวกเธอตัดสินใจ แต่รีบหน่อยนะ เพราะยิ่งช้า ไอ้คลิปนั่นมันก็ยิ่งหมดประโยชน์”
สมสุขเดินหัวเราะร่าออกไปอย่างผู้เหนือกว่า ภูวนัยกับไผ่พญามองหน้ากันกังวล
ooooooo
เมื่ออยู่กันตามลำพัง ไผ่ถามภูวนัยว่าสมสุขจะฆ่าพวกเราไหม ภูวนัยมั่นใจว่าไม่เพราะถ้าจะทำมันทำไปนานแล้ว
ไผ่นิ่งไปอึดใจก่อนโพล่งออกมาว่าตนจะยอมทำตามที่สมสุขต้องการ เพราะมันเป็นทางทางเดียวของเรา
“คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอ ว่าเรารอดมาได้ทุกครั้งเพราะเราอยู่ด้วยกัน...” ไผ่พญานิ่งไป ภูวนัยพูดความรู้สึกของตนให้เธอฟังด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า “หลังจากที่ผมเสียคนรักที่อยู่รอบข้างผมไป ผมเหมือนคนที่ตาย
ทั้งเป็น มันเลยทำให้ผมรู้ว่า การเสียคนที่เรารักไป มันคือความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต...เพราะฉะนั้น ผมเลยไม่อยากเสียคุณไปอีก...คุณสัญญากับผมเรื่องนึงได้ไหม”
ไผ่ที่กำลังอึ้งกับความรู้สึกที่เขาระบายออกมา ถามว่า “เรื่องอะไร”
“ไม่ว่ายังไง คุณจะต้องมีชีวิตออกไปให้ได้”
“ฉันไม่สัญญาหรอก ก็นายบอกให้ฉันมีชีวิตกลับไป แล้วนายล่ะ ฉันไม่ยอมกลับไปคนเดียวหรอก”
ภูวนัยมองหน้าเธอนิ่ง ถามว่าห่วงตนหรือ เห็นเธอเขินๆ เขาถามอีก “คุณรักคุณตะวันหรือเปล่า” ไผ่บอกว่าตะวันฉายรักตน ภูวนัยติงว่า “คุณตอบไม่ตรงคำถาม”
“คุณตะวันเขาเป็นคนดีแล้วก็รักฉันมาก...แต่ฉันไม่ได้รักเขา เพราะฉันมีคนที่ฉันรักอยู่ในใจแล้ว” ภูวนัยจ้องหน้าเมื่อเธอเฉย เขาถามว่าแล้วคนที่เธอรักล่ะ “ฉัน...ฉัน...” ไผ่ตอบไม่ออก
ทันใดนั้น ลูกน้องสมสุขเข้ามาตวาดว่าคุยอะไรกัน ไผ่ตอบไปทันทีว่า “คนที่ฉันรักคือ...เสี่ยสมสุข!”
ขณะที่ภูวนัยตะลึงอึ้งอยู่นั้น ไผ่พญาบอกลูกน้องสมสุขว่า “ช่วยพาฉันไปหาเสี่ยที”
ภูวนัยพยายามเตือนสติทักท้วงกระทั่งคัดค้าน แต่ไผ่พญาพยักหน้าให้ลูกน้องสมสุข มันปลดเธอจากพันธนาการ แล้วพาออกไปท่ามกลางเสียงร้องห้ามอย่างแทบคลั่งของภูวนัย!
ooooooo
ไผ่พญาถูกพาเข้าไปในห้องนอนของสมสุข สมสุขจัดแจงรินไวน์ขาวใส่แก้ว พยักหน้าให้ลูกน้องออกไป แล้วพูดกับไผ่ว่า ตนไม่ชอบการบังคับขืนใจ ให้ไผ่บอกว่าเธอเต็มใจ
ไผ่ไม่บอกแต่กลับถามว่าเสี่ยมีคลิปนั่นจริงหรือเปล่า สมสุขหยิบ SD CARD ขึ้นมาให้ดู แต่แกล้งบอกว่าไม่มี ตนโกหก ไผ่ปรี่เข้าหา สมสุขดึงมือออกรีบเก็บทันที ทำลีลาบอกว่าอยากเห็นความพยายามของไผ่เหมือนที่ ตนพยายามกับเธอแล้วหยอดการ์ดเข้าไปในปาก ไผ่ตกใจไม่รู้ว่าสมสุขจะมาไม้ไหน
สมสุขให้ไผ่เข้ามาเอาแต่ห้ามใช้มือ ไผ่ต่อรองถ่วงเวลาคิด ขอให้สมสุขสัญญาว่าจะปล่อยภูวนัยด้วย สมสุขรับปากทันที ไผ่เล็งไปที่ขวดไวน์ข้างหลังสมสุข แล้วพุ่งไปคว้าเงื้อมือสุดแขนสั่งให้คายการ์ดออกมา!
สมสุขคายการ์ดใส่กระดาษทิชชู ถามไผ่ว่าคิดว่าได้การ์ดแล้วจะออกไปได้หรือ แค่ตนตะโกนเรียกลูกน้อง ทั้งเธอและภูวนัยก็จะกลายเป็นอาหารจระเข้ไปทันที ไผ่ทำเป็นขอโทษแล้วจะฟาดขวดใส่สมสุข
“เดี๋ยวๆ ขวดนั่นบางทีมันอาจจะทำให้หัวแตกอย่างเดียว แต่ไม่สลบนะ เคยเห็นในหนังที่ใช้มือสับที่ต้นคอไหม”
“มือหรอ...” ไผ่ลังเลวางขวดทำมือถาม “อย่างนี้ใช่ไหม” แล้วฟันฉัวะลงที่ต้นคอสมสุขทันที สมสุขร้องได้จ๊ากเดียวก็หมดสติ ไผ่มองมือแทบไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้ พอนึกได้ก็วิ่งอ้าวออกไป
แต่พอไผ่คล้อยหลัง สมสุขก็โงหัวขึ้นมองตามไปยิ้มเจ้าเล่ห์
ไผ่วิ่งไปที่ห้องขังภูวนัย เขาถามว่าสมสุขปล่อยเธอมาหรือ ไผ่ไม่มีเวลาเล่ารีบแก้มัดเขา ถามว่าเราจะหนีกันยังไง
ทันใดนั้นลูกน้องสมสุขมาเคาะประตูตะโกนให้เปิดประตูเร็วๆ ไผ่กับภูวนัยตัดสินใจกระโดดหน้าต่างหนี พอดีลูกน้องสมสุขพังประตูเข้ามา ไม่เห็นใครอยู่ในห้องจึงพากันวิ่งไปชะโงกหน้าต่าง เห็นภูวนัยกับไผ่กำลังวิ่งสุดฝีเท้าไปทางประตูรั้ว
ไปถึงรั้ว ไผ่ปีนข้ามไปก่อน ภูวนัยกำลังจะปีนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ภูวนัยหันมองเห็นลูกน้องสมสุขวิ่งกรูกันมาเขารีบปีนรั้วออกไป ลูกน้องสมสุขบ้างยกปืนเล็งบ้างวิ่งตาม
“ไม่ต้องตาม!” สมสุขตะโกน ลูกน้องชะงักพากันแปลกใจ ถามว่าจะปล่อยให้พวกนั้นหนีหรือ สมสุขพยักหน้าพูดสบายๆ แต่แววตาเจ้าเล่ห์ว่า “ก็แผนต่อไปของฉันต้องใช้พวกมันนี่”
ooooooo
ภูวนัยกับไผ่โกยแน่บไปจนคิดว่าไกลจนพวกสมสุขไม่ตามมาแล้ว จึงหยุดถามกันว่าไหวไหม
พวกมันไม่ตามมาแล้วใช่ไหม เมื่อเห็นว่าหนีพ้นแล้ว ภูวนัยถามว่าเธอหนีรอดจากสมสุขมาได้ยังไง
ไผ่พญาโชว์ท่าคาราเต้ให้ดู คุยโวว่า “ฉันสับต้นคอเสี่ยสมสุข ป๊อกเดียวสลบเลย!” พอภูวนัยทำหน้าทึ่ง เธออวดอีกว่า “แต่ว่าฉันยังมีเรื่องที่นายไม่อยากจะเชื่ออีก” ว่าแล้วหยิบกระดาษทิชชูออกมาส่งให้ภูวนัย “ลองดูสิว่าอะไร”
ภูวนัยรับกระดาษทิชชูไปแกะดู เขาอึ้ง อุทานทึ่ง “คุณทำได้!”
ภูวนัยดีใจจนลืมตัวยกไผ่พญาขึ้นหมุนไปรอบๆ ไผ่เขิน ดิ้นกระแด่วในมือเขา ปากก็ร้อง “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้...ปล่อย...”
แต่ภูวนัยดีใจจนไม่ได้ยินอะไรแล้ว ยังคงยกตัวไผ่หมุนไปรอบๆ หัวเราะมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ooooooo
ชาติกล้าไปหาวศินที่ห้องทำงานที่บ้าน วศินถามว่ารู้ตัวหรือยังว่าใครมาช่วยภูวนัยกับไผ่พญา
“ยังไม่ทราบครับ แล้วผมก็คิดว่าไม่น่าจะใช่คนจากท่านอภิวัฒน์ เพราะเราแอบติดเครื่องดักฟังที่มือถือ ก็ไม่พบอะไรน่าสงสัย”
“แล้วพวกมันเป็นใคร” วศินไม่พอใจ แต่พอดีมือถือดังขึ้น ดูเบอร์เห็นเป็นสมสุข จึงกดรับ
“คงไม่รบกวนเวลานอนท่านใช่ไหมครับ” สมสุขทักขึ้นก่อน วศินตัดรำคาญว่ามีอะไรก็รีบพูดมา สมสุขบอกว่า “หมวดภูมาหาผม”
“อะไรนะ หมวดภูไปหาลื้อเหรอ!” วศินตื่นเต้นขึ้นมาทันที “แล้วลื้อจัดการพวกมันได้แล้วใช่ไหม ถึงได้โทร.มาหาอั๊ว...” นิ่งฟังสมสุขแล้วทั้งตกใจทั้งโมโห ปาโทรศัพท์ทิ้งทันที
“เกิดอะไรขึ้นครับท่าน” ชาติกล้าพลอยตกใจไปด้วย
“ไอ้หมวดภูนั่นมันพาพวกที่ช่วยมัน บุกไปหาไอ้เสี่ยสมสุข แล้วมันก็ได้คลิปของอั๊วไปแล้ว!”
ชาติกล้าอึ้งงัน มองวศินตาค้าง...
ส่วนสมสุขพอคุยกับวศินเสร็จ ก็โยนหนังสือ “เขาคือวีรบุรุษ” ที่วศินเอามาให้ลงถังขยะมองหนังสือในถังขยะพึมพำเจ้าเล่ห์
“หวังว่าหมวดภูคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ”
ooooooo
ที่ห้องพักในโรงแรม ภูวนัยเดินเข้าห้องล็อกประตู เขาตกใจเมื่อเห็นไผ่ยืนอยู่ก่อนแล้ว
ไผ่ถามว่าดูคลิปของมันหรือยัง ตนอยากรู้ว่าไอ้คลิปเจ้าปัญหานั่นมันมีอะไร คนถึงได้อยากได้มันนักหนา
ภูวนัยพยักหน้า เดินไปที่เตียงหยิบมือถือออกมาพร้อมกับ SD CARD ที่ใส่ไว้แล้วหันมาเปิดเครื่องดู แล้วเปิดโทรทัศน์ดูคลิป แต่แล้วก็เห็นแต่รูปไผ่อยู่ใน
คลิปนั้น!
“เฮ้ย!” ภูวนัยตกใจรีบเก็บ ไผ่ถามว่าทำไมมีแต่รูปตน จะขอดู ภูวนัยเขินจัดทำเป็นโกรธกลบเกลื่อน รีบเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ข้างหลัง ไผ่ลืมตัวโถมเข้าไปจะแย่ง จนหน้าเกือบติดกัน ต่างชะงักอึ้ง แล้วไผ่ก็รีบดึงตัวออกมา พูดงอนๆว่า “ไม่ดูก็ได้ สระผมดีกว่า”
พอไผ่เดินไปห้องนํ้า ภูวนัยก็ดูในมือถือ ปรากฏว่ามีรูปไผ่อยู่มากมาย จนตัวเองก็อดเขินไม่ได้ พลันก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงอะไรหล่นพร้อมกับเสียงร้อง “โอ๊ย...” ของไผ่พญา เขารีบไปดู เห็นไผ่กุมมือตัวเองอยู่ ถามว่าเป็นอะไร
“สงสัยฉันจะสับคอตาเสี่ยสมสุขนั่นแรงไปหน่อย” ภูวนัยขอดู จับข้อมือเธอพลิกไปมาบอกว่าคงจะชํ้า ให้หยุดใช้มือนี้สักพัก ไผ่โวยว่า “อ้าว...ก็ฉันอยากสระผมนี่”
“นี่คุณ...คุณไม่สระแค่วันสองวันมันไม่เน่าหรอกน่า”
“ก็ฉันอยากสระนี่” ไผ่ทำหน้างํ้าๆแล้วอ้อน “นายสระผมให้ฉันหน่อยซิ”
“จะบ้ารึไง?!” ภูวนัยทำหน้าไม่ถูก
“อะไร...ก็มือฉันเจ็บนี่...นะ...นะ..ถือว่าเป็นรางวัลที่ฉันเอาคลิปนั่นมาให้นายได้...นะ...” ไผ่อ้อนไปก็ก้าวรุกเข้าหา ไผ่ก้าวเข้าหาก้าวหนึ่ง ภูวนัยก็ถอยไปก้าวหนึ่ง ไผ่ยังอ้อน “นะ...นะ...”
สุดท้ายภูวนัยทำหน้าแปลกๆ ตอบเสียงประหม่า “ก็ได้...ก็ได้...”
ไผ่พญาดีใจแทบกระโดดที่อ้อนเขาจนสำเร็จ...
ooooooo










