สมาชิก

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

ตอนที่ 13

ไผ่พญาเข้าห้องนวดให้วศิน เขาถามถึงลำดวนมือนวดประจำ ไผ่บอกว่าลำดวนมีธุระด่วนแต่ได้บอกตนไว้แล้วว่า ท่านชอบนวดยังไง แล้วเชิญขึ้นเตียงเลย

วศินขึ้นเตียงหลับตาสบาย ไผ่หยิบขวดยาสลบขึ้นมาจะเทใส่ผ้า แต่มือถือของวศินดังขึ้น วศินบอกไผ่หยิบโทรศัพท์ให้ที ไผ่เห็นเป็นชื่อชาติกล้าเลยกดปิด วศินถามก็บอกว่า พอหยิบขึ้นมาทางโน้นก็วางสายไปแล้ว

“ช่างมัน...มานวดต่อเถอะ” วศินหลับตาอย่างผ่อนคลาย ไผ่พญาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก

ที่ อีกห้อง กระดังงานวดให้ซาหม่อง ซาหม่องนอนให้นวด แต่มือไม้ป่ายปะไปลูบไล้แขนกระทั่งสะโพกของกระดังงา เลยถูกตบผัวะจนซาหม่องหน้าหัน ตบแล้วปะเหลาะ ว่านี่เรียกว่าฝ่ามือกระชับหน้า แล้วรีบเทยาสลบใส่ผ้า จังหวะนั้นซาหม่องหันมองพอดี กระดังงาตกใจเลยโปะผ้าชุบยาสลบใส่หน้า ซาหม่องดิ้นขลุกขลับสองสามทีก็นิ่งไป

“ไอ้ไผ่จะเป็นไงมั่งเนี่ย” กระดังงาคิดถึงไผ่ขึ้นมาทันที

ชาติ กล้าโทร.เข้ามือถือของวศินแล้วถูกตัดสาย เขาเดินมาหาที่ห้อง เจอผู้จัดการพอดีถามว่า วศินนวดที่ห้องไหน ตนมีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ท่านทราบ ผู้จัดการบอกว่าตรงไปห้องที่สี่ทางซ้ายมือ ชาติกล้าเดินอ้าวไปทันที กระดังงาออกจากห้องนวดจะไปหาไผ่ เห็นชาติกล้าพอดี เลยรีบผลุบเข้าไปในห้องนวดของวศิน

ขณะไผ่เทน้ำมันเตรียมนวดนั่นเอง วศินถามว่าลำดวนไม่ได้บอกหรือว่าให้เธอถอดเสื้อผ้าด้วย ไผ่ตกใจก็พอดีกระดังงาเปิดประตูผัวะเข้ามา อ้างกับวศินว่าวันนี้เราจะนวดแบบดับเบิ้ลสเปเชียลให้ วศินพอใจหลับตาให้นวด ระหว่างนั้นกระดังงาก็แอบบอกไผ่ว่าชาติกล้ากำลังมาที่นี่

ไผ่พญากับ กระดังงาบอกกันว่าเราต้องรีบหนี ไผ่รีบเทยาสลบใส่ผ้า วศินเร่งให้เร็วๆ ก็พอดีชาติกล้ามาเคาะประตูเรียก ไผ่รีบโปะผ้าใส่หน้าวศินทันที อึดใจเดียววศินก็หลับหมดสติ แต่เสียงเคาะประตูยังดังอยู่อย่างเร่งเร้า ไผ่มุดเข้าใต้เตียง ส่วนกระดังงาโผล่ไปถามว่ามีอะไรไหม ชาติกล้าบอกว่าอยากคุยกับท่านหน่อย

“สงสัยไม่ได้ค่ะ เพราะท่านวศินหลับแล้วค่ะ ถ้าคุณไม่กลัวโดนท่านว่า เดี๋ยวดิฉันเรียกให้”

“ไม่เป็นไร” ชาติกล้าจำต้องยอมรอ กระดังงาปิดประตู ไผ่โผล่ออกมาอย่างใจหายใจคว่ำ ถามกันว่าจะเอาไงต่อดี

ส่วน ภูวนัยกับขิงมีหน้าที่ขนเงินหนี เมื่อเจอห้องและรายงานอภิวัฒน์แล้ว ภูวนัยหันบอกขิงว่าให้เร่งมือหน่อย เพราะตอนนี้เรามีเวลาเหลือไม่ถึงชั่วโมงแล้ว

ชาติกล้ารออยู่ถึงสามชั่วโมงกระดังงาก็ยังไม่ออกมา เขาลุกไปถามผู้จัดการ ผู้จัดการเองก็ตกใจบอกว่าปกติท่านไม่นวดนานขนาดนี้ แล้วพาชาติกล้าไปที่ห้องนวด แต่ไผ่กับกระดังงาหายไปแล้ว

วศินตื่นขึ้นมาบ่นว่าทำไมมึนหัวอย่างนี้ ชาติกล้าถามผู้จัดการว่า พนักงานนวดชื่ออะไร ผู้จัดการเองก็ไม่รู้ เพราะเป็นคนมาแทนลำดวน เลยถูกชาติกล้าตำหนิอย่างไม่พอใจว่า

“นี่คุณให้ใครก็ไม่รู้มานวดสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนี้ได้ไง หาตัวมา ผมอยากคุยกับพนักงานของคุณ”

ผู้จัดการหน้าจ๋อย รีบผละไป วศินรู้สึกตัวดีขึ้น ถามชาติกล้าว่ามีเรื่องอะไรหรือถึงต้องเข้ามาในห้องนี้แล้วก็ต้องตกใจเมื่อชาติกล้าบอกว่า โทร.ไปที่บ้านแล้วไม่มีคนรับสาย จึงรีบพากันกลับบ้าน ปรากฏว่าไม่เจอ ใครเลย จนกระทั่ง ไปที่ห้องครัวจึงเห็นคนในบ้านทั้งหมดถูกขังอยู่ในนั้น

“ช่วยด้วยค่ะท่าน...โจรค่ะ โจรมันเข้ามา ฉันก็ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไร แต่พวกมันเอากุญแจห้องทำงานท่านไปค่ะ”

วศินหน้าเสียเดินสำรวจก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ แต่พอเข้าห้องเก็บเงินเห็นประตูไม่ได้ล็อกเปิดเข้าไปแล้วแทบช็อกเมื่อเห็นเงินหายไปจากห้องหมด! วศินกระชากคอเสื้อชาติกล้าตวาดสั่ง

“ไปหามา...ใครมันเอาเงินอั๊วไป...ไป!!”

ส่วนที่เซฟเฮาส์ของอภิวัฒน์ ทุกคนโล่งใจที่ทำงาน สำเร็จด้วยดี ได้เงินมาไม่ต่ำกว่าพันล้าน แต่ขิงดูจะดี๊ด๊ากว่าเพื่อนคาดหวังว่าจะได้เศษเงินจากที่ไปขนมาบ้าง

“แล้วท่านจะเอาเงินพวกนี้ไปทำอะไรคะ” ไผ่ถามอภิวัฒน์ เขาไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างมีแผนในใจแล้ว

ooooooo

วศินเจ็บใจแทบกระอักเลือดที่ถูกล้วงคองูเห่า เงินทั้งห้องหายไปในพริบตา สั่งชาติกล้าให้ไปสืบ จนได้ความมาว่า

“คนงานในบ้านบอกตรงกันทุกคนว่าโจรสองคนนั้นมุ่งมาที่ห้องนี้ โดยตรง แสดงว่า โจรสองคนนั้น ต้องรู้ว่าท่านเก็บเงินไว้ในห้องนี้” วศินสั่งให้ไปตามพวกนั้นมา เชื่อว่าต้องมีคนในเป็นสายให้โจร ชาติกล้าติงว่า “แต่ผมว่าไม่ใช่ครับท่าน ถ้าคนในบ้านเป็นสายให้โจรพวกนั้นจริง คนนั้นต้องไม่อยู่ที่นี่แล้ว แต่นี่กลับอยู่ครบทุกคน แล้วที่ผมสอบปากคำทั้งหมด ก็ไม่พบ ว่าใครน่าสงสัยเลยครับ”

แล้ววศินก็ยิ่งเจ็บใจเมื่อแม่บ้านเอาเอกสารมาให้ปึกใหญ่ เปิดซองดูเป็นอนุโมทนาบัตรของวัดต่างๆ ที่มีชื่อวศินทำบุญไว้ ยอดแต่ละใบไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท!

เมื่อวศินไปพบซาหม่องที่ร้านอาหารเพื่อเจรจาเรื่องรับของและจ่ายเงินกัน วศินขอให้เลื่อนการจ่ายเงินออกไปอีกสักเดือนสองเดือนได้ไหม ซาหม่องตอบสบายๆว่า เมื่อการเงินยังติดขัดก็คงต้องตัดเขาออกไปก่อน

“อะไร...เงินแค่นี้รอหน่อยไม่ได้รึไง” วศินไม่พอใจมาก

“เวลาเป็นเงินเป็นทองนะ ที่สำคัญ ผมขี้เกียจตอบคำถามหุ้นส่วนคนอื่นๆ ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ ไว้มีเงินแล้วค่อยโทร.มา” พูดแล้วซาหม่องลุกไปอย่างไม่ไยดี

“อะไรนักหนาวะ...” วศินหน้าเครียดจัด หันสั่ง ชาติกล้า “โทร.นัดพวกนั้นให้หน่อย”

“พวกนั้น” ของวศินคือบรรดาสี่เสือที่เหลืออยู่ ชาติกล้าติงว่าเราเพิ่งขอเพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์ไปหยกๆ ก็ถูกตวาดว่า

“บอกอะไรก็ทำสิวะ!”

ooooooo

ที่ห้องพักโรงแรมหรู สี่เสือนั่งอยู่ภายในห้อง ส่วนตัวด้วยสีหน้าไม่ดีนัก นายหัวคึกบ่นว่าวศินคิดว่าตัวเองเป็นพ่อพวกตนรึไง นึกจะเรียกก็เรียกปุบปับ

ครู่หนึ่งประตูห้องเปิด ชาติกล้าเดินนำวศินเข้ามา สี่เสือลุกขึ้นต้อนรับตามมารยาท วศินยิ้มแย้มบอกทุกคนให้นั่งลงเราคนกันเองทั้งนั้น พลางขอโทษทุกคนที่มาช้าไปหน่อย แล้วให้ชาติกล้าเป็นคนพูดธุระของตน ชาติกล้าเดินไปยืนตรงหน้าสี่เสือ พูดหน้านิ่งขรึมว่า

“เมื่อคืนมีขโมยขึ้นบ้านท่าน” แม่เลี้ยงถามขำๆว่าตำรวจถูกโจรขึ้นบ้านเหรอ เสี่ยแคนก็ถามว่าเป็นไปได้ไง??

“คนที่รู้ว่าอั๊วมีเงินขนาดนั้นมีแค่ไม่กี่คน คนนึงก็ถูกระเบิดตายไปแล้ว ส่วนพวกที่เหลือก็อยู่ในห้องนี้” วศินออกโรงเอง ทำเอาสี่เสือโวยว่าท่านสงสัยว่าเป็นฝีมือพวกตนหรือ “อั๊วก็แค่ตั้งข้อสงสัย แต่ก็หวังว่าจะไม่ใช่พวกแก เพราะถ้าอั๊วรู้ว่าเป็นฝีมือพวกลื้อละก็...”

เสี่ยแคนบอกว่าพวกตนไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยนแน่ นายหัวคึกถามว่าพวกตนจะเอาเงินเหล่านั้นไปทำไม ที่ จริงแล้วน่าจะบอกว่าเป็นเงินของพวกตนมากกว่า

วศินฉวยโอกาสทันที อ้างว่าในเมื่อเป็นเงินของพวกสี่เสือ พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบ ตนขอแค่คนละพันล้านในวันพรุ่งนี้เท่านั้นเอง

“มันไม่มากไปหน่อยเหรอ!” นายหัวอารมณ์ปรี๊ดปรี่เข้าหาวศินทันที ถูกชาติกล้าปราดออกมาขวาง สี่เสือจึงสงบลง วศินทำเสียงอ่อนลงแต่จิกตามองทุกคนพูดเข้มว่า

“เอาน่า...จำนวนเงินมันอาจจะเยอะไปหน่อย แต่ถือว่า...ครั้งนี้...อั๊วขอ!”

สี่เสือนิ่งไป ต่างสะกดกลั้นความแค้นไว้เต็มกำลัง

ooooooo

ภูวนัยรู้ตัวว่าผิดที่โทษว่าไผ่ทำให้ปลายฟ้าตายจนเธอน้อยใจ โกรธ แต่พอเสร็จภารกิจเขาจะขอโทษ ไผ่ไม่ยอมคุยด้วยโกรธที่เขาเห็นตนเป็นของเล่นที่จะพูดอะไรจะทำอย่างไรก็ได้

แต่พอดีไผ่ได้รับโทรศัพท์จากตะวันฉาย เธอรีบ ออกไปพบเขา ระหว่างคุยกัน ตะวันฉายจะบอกว่าชอบเธอแต่ไม่ทันพูดก็มีเลือดทะลักออกจากจมูกจนไผ่ต้องพาส่งโรงพยาบาล จึงรู้จากหมอว่า ตะวันฉายเป็นมะเร็งที่ปลายประสาทถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดอาจอยู่ได้ไม่ถึงหกเดือน

เมื่อหมออนุญาตให้ตะวันฉายออกจากโรงพยาบาลได้ ไผ่จึงพาไปพักที่เซฟเฮาส์ของตน และที่นั่น ตะวันฉาย ก็ได้บอกไผ่ว่าตนชอบเธอ ทำเอาไผ่อึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร

ภูวนัยได้รับคำสั่งจากอภิวัฒน์ว่า ระยะนี้วศินคงไม่ยอมอยู่นิ่ง ฉะนั้นให้ทุกคนระวังตัวและอย่าออกไปไหนกัน ภูวนัยจึงพยายามโทร.หาไผ่เพื่อบอกเรื่องนี้ แต่ไผ่ไม่ยอมรับสาย เขาจึงไปหาที่เซฟเฮาส์ เจอตะวันฉายอยู่ที่นั่นพอดี ทำให้เขาผิดหวังมากขอโทษไผ่ที่มาขัดจังหวะแล้วหันหลังเดินออกไป ไผ่ไม่สบายใจบอกตะวันฉายว่าตนจะออกไปเดี๋ยวกลับมา

แต่พอวิ่งตามภูวนัยไป ต่างมีทิฏฐิถือดีไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อกัน พูดกันไม่รู้เรื่องจึงแยกกันไป ไผ่เดินผ่านภูวนัยกลับเข้าบ้านอย่างเจ็บปวด ส่วนภูวนัยพอพ้นจากสายตาไผ่ สีหน้าเขาก็เศร้าจนไม่อาจเก็บความรู้สึกได้

ooooooo

หลังจากวศินกลับไปแล้ว สี่เสือยังคุยกันต่อที่ห้องพักหรู แม่เลี้ยงถามว่าเป็นไปได้ไหมที่วศินจะปล้นเงินตัวเองเพื่อหาข้ออ้างเก็บเงินจากพวกเราเพิ่ม

นายหัวคึกเชื่อว่าต้องเป็นอย่างนั้นแน่ เสี่ยแคน เห็นว่าไม่น่าจะใช่เพราะวศินน่าจะรู้ว่าการมาขอเงินเพิ่มจะทำให้พวกเราไม่พอใจซึ่งพายัพเห็นด้วยกับเสี่ย

“แล้วยังไง พวกเราต้องจ่ายให้มันรึไง” นายหัวคึกเลือดร้อนขึ้นมา พายัพย้อนถามว่าหรือนายหัวมีวิธีอื่น นายหัวเลยหันไปกระชากคอเสื้อพายัพประสาคนไม่กินเส้นกัน เสี่ยแคนต้องเข้าแทรกขอร้องอย่ามีเรื่องกันเองเลย เรามาปรึกษาหาทางแก้ปัญหากันไม่ดีกว่าหรือ เสนอว่า

“ทำไมเราไม่ไปตกลงกับไอ้วศินว่าถ้าเราจ่ายเงินก้อนนี้ให้มัน แล้วมันจะให้อะไรเราคืนมา”

เสี่ยแคนเห็นด้วย บอกว่านี่น่าจะเป็นทางออกที่ดี ที่สุด หันไปถามความเห็นแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงย้อนถามว่าสรุปคือเราต้องจ่ายใช่ไหม พายัพพยักหน้าแทนคำตอบ สร้างความเครียดให้กับอีกสามเสืออย่างเห็นได้ชัด

คืนนี้ ชาติกล้ามาดื่มกับพายัพที่บ้าน ชาติกล้าพูดดักคอว่า ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ ถ้าคิดว่าตนสามารถคุยกับวศินให้ยกเลิกเรื่องเมื่อเช้าได้ละก็...

“ฉันอยากให้พวกมันจ่ายใจจะขาด” พายัพขัดขึ้นกลางคัน ย้อนถามหยั่งเชิงว่า “แกคิดว่าไอ้วศินมันจะได้เงินจากพวกฉันไหม” พูดแล้วพายัพหยิบปืนมาวาง ใส่ลูกปืนแล้วปั่นลูกโม่จนหมุนติ้ว พูดอย่างเลือดเย็นกับชาติกล้าว่า

“สิ่งที่ฉันจะทำวันพรุ่งนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเล่นรัสเชี่ยนรูเล็ตต์” พูดแล้วพายัพเอาปืนจ่อขมับตัวเองลั่นไกเสียงดังคลิก! แล้ววางปืนลง “รู้ไหม ก่อนที่แกจะมา ฉันทำอย่างนี้เป็นสิบครั้ง แต่ฉันก็ยังอยู่ มันเลยทำให้ฉันมั่นใจว่า ตอนนี้ฟ้าต้องการให้ฉันครอบครองทุกอย่าง” พูดจบก็ยกแก้วชู “ดื่ม!” แล้วก็ดื่มอย่างมีความสุข

ชาติกล้าได้แต่มองพายัพอย่างสงสัยว่าคิดจะทำอะไร?

ooooooo

สมสุขยังคงถูกกักบริเวณอยู่ในเซฟเฮาส์ แต่ก็ยังยียวนกวนประสาทได้อย่างไม่หยุดหย่อน เจอภูวนัยก็ถามว่า ถามไผ่พญาให้ตนหรือยังว่าใครเป็นคนยิงตนคืนนั้น

อภิวัฒน์เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความปลอดภัยให้ไผ่เป็นพิเศษ บอกภูวนัยว่า

“หมวด...ผมอยากให้หมวดเป็นคนดูแลคุณ

ไผ่พญา เพราะคุณไผ่พญาเป็นพยานและเป็นคนที่สำคัญกับทีมเรามาก ผมไม่รู้ว่าหมวดมีปัญหาอะไรกับเธอหรือเปล่า แต่ผมอยากให้หมวดแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”

แม้ภูวนัยจะรู้สึกลำบากใจ แต่เมื่อเป็นเรื่องงานเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงตัดสินใจไปหาไผ่ที่เซฟเฮาส์ แต่แล้วก็ไปได้ยินเรื่องบาดหูบาดใจเข้าอีก เขาได้ยินกระดังงาคาดคั้นไผ่ว่าเป็นกิ๊กกับตะวันฉายหรือเปล่าเพราะเห็นเอาใจใส่ดูแลกันดีเหลือเกิน

“ไม่รู้ซิ คุณตะวันเขาเป็นคนดี...แล้วฉันก็คิดว่า ถ้าฉันเป็นแฟนกับเขาจริงๆเขาก็คงดูแลฉันได้”

ภูวนัยทนฟังไม่ได้หันหลังเดินออกไป เลยไม่ได้ยินที่กระดังงาถามไผ่ว่า

“ก็ดีแล้วนี่...แล้วทำไมไม่เห็นแกดีใจเลย”

“เพราะฉันไม่ได้ชอบเขา”

ooooooo

วันต่อมา พายัพไปหาแม่เลี้ยงที่บ้านเพื่อเก็บเงินตามที่คุยกันเมื่อวาน เขาถามแม่เลี้ยงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่าส่วนของแม่เลี้ยงเรียบร้อยไหม

“ไม่...ฉันว่าจะไม่จ่าย” แม่เลี้ยงตอบหน้านิ่ง พายัพชักสีหน้าติงว่าก็เราตกลงกันแล้วนี่

สิ้นเสียงพายัพ ทั้งนายหัวคึก และเสี่ยแคนก็ออกมาบอกว่าพวกตนก็ไม่จ่าย พายัพถามว่าหมายความว่ายังไง

“ฉันว่าเราเก็บเงินสี่ร้อยล้านเอาไว้ แล้วก็เอาเงินแค่หมื่นสองหมื่นไปจ้างพวกมือปืนมูเซอชาวเขาดีกว่า”

“พวกเราจะฆ่ามัน...แกว่าไงพายัพ” นายหัวคึกถามโพล่งออกมา พายัพปั้นยิ้มตอบอย่างรู้ทางลมว่า

“ผมจะว่าอะไรได้... ผมมันเป็นน้องเล็ก พวกพี่ๆว่าไงก็ว่าตามกัน”

พูดแล้วเห็นสีหน้าของสามเสือเคร่งเครียดจริงจัง พายัพยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์กับแผนใหม่ของตน เขาไปหาวศินที่ห้องทำงาน วศินดีใจนึกว่าจะได้เงินสี่ร้อยล้านเพราะนัดซาหม่องให้เย็นนี้มารับเงินไว้แล้ว พายัพนั่งไขว่ห้างพูดสบายๆว่า

“พวกมันไม่ให้! ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ พวกมันอยากให้ท่านตายด้วย”

“โธ่เว้ย! ” วศินสบถอย่างแค้นใจ ชาติกล้าเดินอาดๆเข้ามาถามพายัพว่าเอาเรื่องแบบนี้มาบอกท่านทำไม ไม่เอาด้วยกับพวกมันหรือไง พายัพมองหน้าหยั่งเชิงก่อนตอบชัดเจนว่า

“ผมรู้สึกว่าประเทศนี้...มีเสือเพียงตัวเดียวก็พอครับ ถ้าท่านตกลง ผมจะรับผิดชอบเงินสี่ร้อยล้านให้ท่านเอง”

วศินมองพายัพที่วางมาดยิ้มอย่างเหนือชั้น ส่วนชาติกล้ามองพายัพอย่างรู้ทันว่า เขาต้องการทำอะไร เมื่อพายัพเดินออกมา ก็ถูกชาติกล้ามาดักถามอย่างรู้ทันว่า

“นี่ใช่ไหมที่แกบอกกับฉันเมื่อคืน”

“ถึงมันจะผิดคาดไปหน่อย แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม”

“แกคิดว่าพวกสามเสือจะยอมจ่ายเงิน แล้วแกก็จะเก็บเงินพวกนั้นไว้เอง พอหลังจากที่แกได้เงินแล้ว แกก็จะมาปั่นหัวให้ท่านวศินลงมือจัดการกับสามเสือนั่น” ชาติกล้าพูดอย่างรู้ทัน พายัพยิ้มอย่างเหนือชั้นกว่า ชมว่าสมกับที่เราคบหาดูใจกันมานาน ยํ้าว่า ประเทศนี้มีเสือแค่ตัวเดียวก็พอ ชาติกล้าเตือนสติว่า “แต่เสือก็ยังเป็นเสือ ถ้าแกคิดว่าจะจัดการกับสามเสือพวกนั้นได้ง่ายๆละก็...ฉันว่าแกคิดผิดไปหน่อย”

“นั่นน่ะสิ ฉันถึงต้องให้นายพรานมือฉมังอย่างแกล่าพวกมันไง ฉันทำในส่วนของฉันแล้ว ตอนนี้เป้าหมายเราจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่แกแล้วนะพ่อนายพราน” พายัพตบไหล่ชาติกล้าอย่างเป็นต่อก่อนเดินไป

ชาติกล้ามองตาม แววตาอำมหิตวาบขึ้นมา!

ooooooo

วันนี้ ตะวันฉายขอคำตอบจากไผ่พญาที่เขาบอกรักไปเมื่อวาน ไผ่บอกว่า นอกจากที่เขารู้เรื่องตนจากขิงกับกระดังงาแล้ว ยังมีอีกอย่างที่เขาไม่รู้ คือ ตนเป็นโคโยตี้ ถามว่ารู้อย่างนี้แล้วยังจะชอบตนอยู่หรือเปล่า

“ถึงคุณจะเป็นอะไร แต่ถ้าคุณยังเป็นคุณไผ่พญา คนที่ผมเห็นอยู่ตรงนี้ ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

ไผ่ชมว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ แต่พอตะวันฉายขอคำตอบ เธอกลับขอเวลาหน่อย แล้วจะบอกเขา

กลับถึงเซฟเฮาส์ของอภิวัฒน์ ภูวนัยตัดสินใจขอลาออกจากงาน อ้างว่าตนทำงานคนเดียวจะสำเร็จเร็วกว่า อภิวัฒน์ไม่ให้ออก ยกตัวอย่างว่า การตัดต้นไม้นั้นง่าย แต่การโค่นต้นไม้นั้นยากกว่าหลายเท่า หว่านล้อมเขาว่า

“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ คือการโค่นต้นไม้ที่ต้องขุดรากถอนโคน ไม่อย่างนั้นมันก็จะมีคนแบบวศินขึ้นมาอีกเรื่อยๆ”

ระหว่างนั้นเอง มีโทรศัพท์เข้ามือถือของอภิวัฒน์ พูดคุยจนวางสายแล้ว เขาบอกภูวนัยว่า

“พรรคพวกผมโทร.มาบอกว่า วศินอาจจะได้ขึ้นเป็นรอง”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องรีบทำทุกอย่างก่อนที่วศินจะได้ตำแหน่ง ท่านอนุมัติคำขอของผมเถอะครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“ไม่ได้...ยิ่งสถานการณ์เป็นอย่างนี้ เราก็ยิ่งต้องการหมวด ตอนนี้ทุกตาที่เราเดิน ต้องระวังยิ่งกว่าเดิม” อภิวัฒน์เครียดขึ้นมา พอดีมีตำรวจมาแจ้งว่า มีคนมาขอพบหมวดภูวนัย

คนที่มาคือไผ่พญานั่นเอง เธอขอเวลาที่จะตอบตะวันฉายก็เพื่อมาถามภูวนัยก่อนว่าชอบตนหรือเปล่า ภูวนัยย้อนถามเสียงมะนาวไม่มีนํ้าว่า มาถามตนทำไม

“เพราะฉันกำลังจะให้คำตอบคุณตะวัน คุณตะวันเขาบอกว่าชอบฉัน”

ภูวนัยพูดประชดว่าก็ดีแล้วนี่ ถามว่าหมดเรื่องแล้วใช่ไหม ไผ่ยังพยายามที่จะล้วงลึกถึงความรู้สึกของเขา ทบทวนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ต่อสู้เป็นตายมาด้วยกัน ถามว่าเขาไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ มันไม่มีค่าอะไรกับเขาเลยใช่ไหม

“ใช่...แล้วฉันเองก็รู้ว่าเธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพราะโคโยตี้อย่างเธอ น่าจะเจอผู้ชายมาหลายคน ฉันคิดว่าเรื่องแค่นี้คงไม่ทำให้เธออ่อนไหวมาชอบฉันหรอกนะ”

ไผ่ฉุนขาดตบหน้าเขาฉาดใหญ่ จ้องหน้าเขานํ้าตาคลอก่อนผละไปด้วยความเสียใจอย่างที่สุด ภูวนัยเองแม้จะทำปากแข็งเสียงกร้าวแต่พอไผ่เดินร้องไห้ออกไป เขาก็แทบหัวใจสลายที่ให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องเจ็บปวดถึงปานนั้น...

ooooooo

วันต่อมา ขณะวศินไปวิ่งออกกำลังที่สวนสาธารณะ โดยมีชาติกล้าวิ่งตามคอยดูแลนั้น วศินถูกชายคนหนึ่งยิงล้มลง ชาติกล้ายิงตอบโต้ แต่ผู้คนในสวนแตกตื่นจนเขายิงไม่ถนัด จึงหันมาประคองวศินที่ถูกยิงบาดเจ็บอยู่

หลังจากพาวศินเข้าโรงพยาบาลแล้ว ชาติกล้าออกมาแถลงข่าวแจ้งอาการของวศินว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว นักข่าวถามว่าพอจะระบุคนที่ยิงได้หรือยัง

“เบื้องต้น...เราพอจะรู้แล้วว่าคนที่ลงมือ เป็นมือปืนรับจ้างที่อยู่ในซุ้มของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเจ้าพ่อคนไหนตอนนี้เรายังเปิดเผยไม่ได้”

นักข่าวถามถึงสาเหตุ ชาติกล้าบอกว่า “คงเป็น เพราะการทำหน้าที่ของท่านวศินที่กำลังผลักดันนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลครับ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เราตัดสินใจที่จะดำเนินนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง...ก่อนที่จะปิดแถลงข่าว ท่านวศินได้ฝากคำพูด มาบอกกับทุกคนว่า ท่านจะไม่ยอมให้ประเทศไทยตกอยู่ ภายใต้อิทธิพลมืดอีกต่อไป”

อภิวัฒน์ได้ข่าว เขาเดินมาบอกภูวนัยที่ยังคลำแก้มที่ถูกไผ่ตบอยู่ว่า เพิ่งได้รับรายงานว่าวศินถูกยิง เขาวิเคราะห์ ว่าน่าจะมาจากการปฏิบัติการของเรา ภูวนัยพึมพำว่า ไม่คิดว่าพวกสี่เสือจะกล้าถึงขนาดนี้ สมสุขได้ยินก็หัวเราะขำๆออกมา

“นี่ยังอ่านไม่ออกกันอีกเหรอครับคุณตำรวจ...ถ้าไอ้สี่เสือคิดจะเก็บวศินจริงๆละก็ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมายิงกลางสวนสาธารณะอย่างนี้เลย คิดดูสิ...มันต้องการยิงในที่คนเยอะๆอย่างนั้นทำไมนะ...ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก...” พายัพทำท่ายียวน

ภูวนัยบอกว่ามันต้องการให้เป็นข่าว สมสุขหัวเราะร่าบอกว่าถูกต้องเพราะมันจะได้หาสาเหตุเพื่อที่จะกำจัดพวกสี่เสือนั่นเอง ภูวนัยถามว่าทั้งหมดนี่เป็นการจัดฉากหรือ สมสุขพยักหน้ายิ้มกวนๆแทนคำตอบ

หลังจากถูกยิงแล้ว วศินถามชาติกล้าว่าปิดปากคนที่ยิงตนแล้วหรือยัง ชาติกล้าบอกว่าเรียบร้อย วศินสั่งให้ทำตามนโยบายที่ตนมอบให้ต่อไป

“จะเริ่มที่ใครก่อนครับ” ชาติกล้าประกอบปืนพลางถามอย่างเลือดเย็น

ooooooo

เหตุการณ์ที่วศินถูกยิงทำให้นายหัวคึก เสี่ยแคน และแม่เลี้ยวไหวตัว นายหัวกับเสี่ยโทร.คุยกัน เสี่ยเสนอว่า

“เราคงต้องหลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก ลองไอ้วศินประกาศออกมาอย่างนี้ มันต้องตั้งใจเก็บพวกเราแน่นอน”

“ดีเหมือนกัน มีข่าวอะไรบอกกันด้วยนะเสี่ย” นายหัว วางสายแล้วเตรียมหลบออกไปทันที

แต่ช้าไปแล้ว! ไม่ทันออกจากบ้าน นายหัวก็ถูก ชาติกล้าใส่ถุงมือดำยิงแสกหน้าตายคาหน้าบ้านเสียก่อน

รุ่งขึ้น ชาติกล้าให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า นโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลของวศินกำลังได้ผล เพราะ...

“การเริ่มเอาจริงทำให้พวกผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นกดดัน ซึ่งผลการสืบสวนเบื้องต้น เราพบว่านายหัวคึกฆ่าตัวตาย”

อภิวัฒน์สนใจการตายของนายหัวคึก เขาเข้าไปหาข้อมูลในห้องทำงานของชาติกล้า เขาถึงกับอึ้งเมื่อเปิด ลิ้นชักเห็นถุงมือดำวางอยู่ ชาติกล้ากลับมาที่ห้องพอดี ถามอภิวัฒน์ว่ามีอะไรให้ตนรับใช้หรือ อภิวัฒน์ทำเฉไฉถามว่า วศินพักอยู่ห้องไหนตนจะไปเยี่ยม ชาติกล้าไม่บอกอ้างว่าวศินต้องการให้เรื่องนี้เป็นความลับ เพราะกำลัง

ทำสงครามกับพวกผู้มีอิทธิพล

“ไม่เป็นไร งั้นฝากหมวดไปบอกแล้วกันว่าหายเร็วๆนะ” พอจะออกไป อภิวัฒน์หันกลับมาพูดเหมือนนึกได้ว่า “อ้าว...ลืมไปเลย ผมเห็นข่าวการฆ่าตัวตายของนายหัวคึกแล้ว หมวดทำได้ดีมาก แต่ไม่น่าเชื่อเลย นะว่าแค่ทางเราบอกว่าจะปราบพวกผู้มีอิทธิพล ถึงกับทำให้นายหัวคึกเครียดจนฆ่าตัวตาย...ทำได้ดีมากหมวด” อภิวัฒน์ตบไหล่ชาติกล้าอย่างชื่นชม

เมื่ออภิวัฒน์ไปแล้ว ชาติกล้าเข้ามาเปิดลิ้นชักสำรวจ เห็นถุงมือดำก็ฉุกคิดว่า อภิวัฒน์เห็นหรือไม่ แต่ ทุกอย่างอยู่ที่เดิม ไม่มีการรื้อค้นอะไรก็ค่อยเบาใจ

ooooooo

การตายของนายหัว ทำให้เสี่ยแคน แม่เลี้ยงรัญญาและพายัพมาพบกันที่บ้านแม่เลี้ยงอย่างตื่นตัว เสี่ยแคนไม่เชื่อว่านายหัวจะยิงตัวตาย รัญญาตัดบทว่าพวกเราต่างก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พายัพที่นั่งฟังอยู่แทรกขึ้นว่า

“ตอนนี้ไอ้วศินมันตีไพ่มาหน้านี้ แสดงว่ามันตั้งใจจะกำจัดพวกเราทุกคนแล้วกินรวบทั้งวง” เสี่ยถามว่าแล้วเราควรทำยังไง “ผมมีเพื่อนอยู่ที่เกาะสอง พวกเราอาจจะไปอยู่ที่นั่นก่อนสักพัก”

ทั้งเสี่ยแคนและแม่เลี้ยงต่างไม่มีทางเลือก พายัพ เองก็แกล้งทำหน้าเครียดให้ทุกคนตายใจ แต่พอลับหลังสองเสือ พายัพก็โทร.บอกชาติกล้าว่า “คืนนี้พวกมันจะหนีไปที่เกาะสอง!”

ภูวนัยพูดกับอภิวัฒน์อย่างตึงเครียดว่า สถานการณ์ตอนนี้ชักเกินความควบคุมของเราแล้ว เกรงว่าขืนปล่อยไว้พวกมันอาจจะฆ่ากันโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง เพราะไม่ว่าจะเป็นกำนันเต่าหรือนายหัวคึก แม้ว่าจะเป็นคนเลว แต่เราก็ควรจะจัดการตามกฎหมายไม่ใช่ความรุนแรงแบบนี้

“ผมเห็นด้วยกับหมวด” อภิวัฒน์เอ่ยขึ้น แล้วถามสมสุขว่า “นายคิดว่าคนต่อไปที่วศินจะจัดการน่าจะเป็นใคร”

“แม่เลี้ยงรัญญา” สมสุขบอกโดยไม่ต้องคิด ภูวนัยถามว่าทำไม “เพราะว่าแม่เลี้ยงมีสิ่งที่ไอ้วศินมันกลัวไง”

สิ่งที่ทำให้วศินกลัวแม่เลี้ยงคือคลิปวีดิโอที่วศินฆ่าเด็กนั่งดริ๊งก์ที่แม่เลี้ยงเก็บไว้เป็นไม้ตายไว้เล่นงานวศินนั่นเอง!

“จะทำอะไรก็รีบทำนะครับ ผมว่าไอ้วศินน่าจะจัดการกับเสือที่เหลือในคืนนี้” สมสุขเตือนอย่างรู้ทางกันดี

ooooooo

แม่เลี้ยงรัญญาอยู่ในห้องที่บ้าน ครุ่นคิดสถาน-การณ์์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น พลางหยิบแหวนหัวทับทิมวงหนึ่งขึ้นดู พอแม่เลี้ยงเปิดหัวแหวนทับทิมออกก็เห็นเมมโมรี่การ์ดขนาดเล็กซ่อนอยู่ในหัวแหวน!

ขณะกำลังคิดเครียดและจะโทร.หาเสี่ยแคนนั่นเอง เสี่ยโทร.เข้ามาพอดี แม่เลี้ยงตั้งข้อสังเกตว่า

“ฉันมาคิดๆดูแล้ว ทำไมวศินมันถึงได้จัดฉากยิงตัวเอง นั่นแสดงว่ามันต้องมีคนไปบอกเรื่องที่เราคิดจะเก็บมันก่อน” เสี่ยแคนถามว่าเธอสงสัยใคร “พายัพ!” แม่เลี้ยงบอกไม่ลังเล แต่พอเสี่ยติงว่าถ้าพายัพเป็นนกสองหัวอย่างนั้นคงไม่เตรียมเรือให้เราหนีหรอก เร่งแม่เลี้ยงให้รีบออกมา ตอนนี้ตนรออยู่ที่ท่าเรือแล้ว

แม่เลี้ยงวางโทรศัพท์ หยิบแหวนหัวทับทิมสวมนิ้วแล้วลุกเดินออกไปทันที

แต่ทันทีที่เสี่ยแคนวางสายจากแม่เลี้ยง เขาก็ถูกพายัพคว้าปืนจากลูกน้องที่ถือปืนคุมเสี่ยแคนอยู่กระหนํ่ายิงเสี่ยตายคาที่!

ภูวนัยไปที่บ้านแม่เลี้ยง พอรู้จากแม่บ้านว่าแม่เลี้ยงเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง เขารีบโทร.บอกอภิวัฒน์

“ผมคลาดกับแม่เลี้ยงครับท่าน ท่านพอจะตามรอยรถแม่เลี้ยงได้ไหมครับ...ครับ...” พูดจบก็วิ่งไปขึ้นรถขับไปทันที

แม่เลี้ยงรัญญาไปถึงท่าเรือ เจอพายัพรออยู่ พอถามถึงเสี่ยแคน พายัพพูดเลือดเย็นว่า “ไปแล้ว” แม่เลี้ยงรู้ทันทีว่าถูกพายัพหักหลัง ครู่เดียวก็เห็น

ชาติกล้าเดินเข้ามา แม่เลี้ยงขู่สวนไปอย่างมีชั้นเชิงว่า

“พวกแกฆ่าฉัน...ก็เท่ากับฆ่าตัวตายเหมือนกันนั่นแหละ วศินไม่ได้บอกพวกแกเหรอว่าฉันมีคลิปที่สามารถทำให้มัน แก...” แม่เลี้ยงชี้ไปที่ชาติกล้า ชี้ไล่ไปที่พายัพ “แล้วก็แก เข้าไปอยู่ในตะรางได้ไง”

พายัพยุชาติกล้าอย่าไปฟัง ให้ฆ่าแม่เลี้ยงเลย แม่เลี้ยงท้าว่าถ้าไม่เชื่อก็ลองโทร.ถามวศินดู ทำให้

ชาติกล้าลังเลลดปืนลง เป็นจังหวะที่ภูวนัยมาถึงและเล็งปืนไปยังชาติกล้าเตรียมเหนี่ยวไก แม่เลี้ยงอาศัยจังหวะที่ชาติกล้าลดปืนลง ถีบเขาแล้ววิ่งหนีไป ภูวนัยลั่นไกพอดี กระสุนเลยพลาดเป้าอย่างน่าเสียดาย

พายัพสั่งลูกน้องให้จับแม่เลี้ยงให้ได้ ตัวเองก็วิ่งไล่ตามไป แต่ถูกภูวนัยยิงสกัด ทำให้แม่เลี้ยงขึ้นรถขับหนีไปได้

ชาติกล้าเห็นประกายไฟจากกระบอกปืนภูวนัยจึงยิงสวนมา แต่ทุกอย่างเงียบ เหลือบเห็นลูกน้องพายัพที่เหลืออยู่คนเดียวหลบอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์เขาเอาปืนจี้สั่งให้วิ่งออกไป ภูวนัยเห็นเงาคนวิ่งออกมา เขายิงใส่ทันที ชาติกล้าจึงยิงสวน ประกายไฟไปทำให้ภูวนัย ถูกยิงเฉียดที่แขน

ครู่หนึ่งชาติกล้ากับพายัพได้ยินเสียงสตาร์ตรถ พวกมันยิงไป แต่ภูวนัยก็ขับรถพุ่งออกไปแล้ว

“มันเป็นใครวะ” พายัพคำรามอย่างแค้นใจ ชาติกล้า ก็มองตามรถอย่างสงสัยว่าใครที่มาช่วยแม่เลี้ยงไว้

ooooooo

ระหว่างที่ตะวันฉายต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น เขาเฝ้ารอคำตอบจากไผ่พญาวันแล้ววันเล่า...แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบสักที จนเขาถามว่าเธอชอบ

ภูวนัยใช่ไหม ไผ่ก็อึกอักแล้วขอตัวออกไปบอกพยาบาลว่าเขาฟื้นแล้ว

คืนเดียวกันนี้ ภูวนัยเข้าโรงพยาบาลให้หมอทำแผลที่แขนให้ เขาบอกหมอว่าถูกสังกะสีบาดมา แต่หมอไม่เชื่อ เพราะมีรอยไหม้รอบแผล จึงออกไปโทร.แจ้งเบาะแสให้ตำรวจ แต่พอกลับมาอีกที ภูวนัยก็หายไปแล้ว

ภูวนัยหนีออกมาชนกับไผ่ที่กำลังจะไปตามพยาบาลอย่างจัง ต่างตกใจว่าอีกฝ่ายมาทำอะไรที่นี่

เห็นภูวนัยถูก รปภ.ตามหา ไผ่จึงพาหลบเข้าไปในห้องพักของตะวันฉายแล้วตัวเองออกไปรับหน้าหมอที่กำลังตามหาภูวนัย แกล้งเอารูปเขาให้ดู บอกว่าเป็นสามีตนได้รับบาดเจ็บ ถูกตนยิงเพราะไปมีหญิงอื่น หมอหลงเชื่อจึงไม่สนใจติดตามภูวนัยอีก

ไผ่พญากลับเข้าไปในห้องตะวันฉายอีกที ภูวนัยก็หายไปแล้ว ตะวันฉายบอกเธอด้วยสีหน้าสดชื่น

สมหวังว่า ก่อนไปภูวนัยฝากให้ตนดูแลเธอด้วย ทำเอาไผ่อึ้ง ตะวันฉายจึงเล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่เธอออกไปนั้น เขาถามภูวนัยว่าชอบเธอหรือเปล่า ภูวนัยบอกว่าไม่ชอบและไม่มีวันชอบด้วย

“ดีครับ ถ้าคุณภูคิดอย่างนั้น เพราะผมไม่อยากให้ คุณภูเจอกับคุณไผ่อีก! คุณภูอาจจะคิดว่าผมเห็นแก่ตัว หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ที่ผมบอกคุณภูอย่างนี้เพราะผมไม่อยากให้คุณไผ่ต้องอยู่ในอันตราย!”

ไผ่พญาฟังตะวันฉายเล่าแล้ว ทำเป็นปวดเมื่อยขอออกไปบิดขี้เกียจนอกห้อง แต่พอออกมานอกห้อง ไผ่ก็ยืนพิงผนังอย่างหมดแรง ส่วนตะวันฉายแอบดูอยู่ในห้อง เห็นอาการของไผ่แล้วก็ได้แต่มองอย่างเป็นห่วง...

ooooooo

รุ่งขึ้น จ่าราชัยเอาหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวว่า เสี่ยแคนขับรถประสานงากับสิบล้อตายไปเมื่อคืนมาให้ชาติกล้าดู เขาแกล้งทำเป็นอึ้ง สั่งจ่าให้ติดตามทุกเรื่องที่เกี่ยวกับแม่เลี้ยงรัญญาให้ด้วย

ส่วนวศินพอใจกับผลงานของชาติกล้ามาก แต่ก็ตำหนิว่าปล่อยให้แม่เลี้ยงหนีไปได้ยังไง

“เธอบอกว่าเธอมีสิ่งที่ทำให้ท่านต้องปล่อยเธอไปครับ” ชาติกล้าชี้แจง พอถูกวศินย้อนถามว่าแค่นี้ก็ปล่อยไปแล้วหรือ “ไม่ใช่ครับ มีคนช่วยเธอ...ท่านครับ ผมว่าอาจจะมีคนบางกลุ่มที่กำลังคิดต่อกรกับเรา”

วศินฟังแล้วหน้าเครียดไปทันที ชาติกล้าเองก็เครียดไม่น้อยกว่ากัน

เวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของอภิวัฒน์ ภูวนัยรายงานเหตุการณ์เมื่อคืนให้อภิวัฒน์ฟังอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองปล่อยแม่เลี้ยงรัญญาไป อภิวัฒน์ชมว่า ทำถูกแล้ว เพราะยังดีกว่าให้แม่เลี้ยงตกอยู่ในอุ้งมือของพวกนั้น ถามว่าแผลเขาเป็นอย่างไรบ้าง ภูวนัย บอกว่าแค่ถากไป แล้ววกกลับมาถามว่า

“แล้วท่านได้ข่าวเรื่องแม่เลี้ยงหรือยังครับ”

อภิวัฒน์ส่ายหน้า แต่คาดว่า “ผมมั่นใจว่าแม่เลี้ยงยังอยู่ในเมืองไทย เพราะผมให้คนของเราดูทุกเส้นทางที่จะหนีออกนอกประเทศได้ แต่ก็ไม่มีเบาะแสอะไร”

“ถ้าอย่างนั้น แม่เลี้ยงอาจจะหลบไปอยู่กับใครบางคน” ภูวนัยคาดเดาอย่างหนักใจ

ooooooo

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด