ตอนที่ 10
ภูวนัยเอาข้อมูลที่ดักฟังการคุยกันของนายหัวคึกกับแม่เลี้ยงรัญญามาเปิดให้อภิวัฒน์กับสมสุขฟังที่เซฟเฮาส์ ฟังจบแล้ว อภิวัฒน์เอ่ยขึ้นว่า
“เราทราบคร่าวๆ ว่าแม่เลี้ยงจะส่งเด็กสาวให้กับนายหัวคึกในอีกสามวันข้างหน้า สมสุข...ผมอยากฟังอะไรจากคุณหน่อย”
สมสุขตอบกวนๆว่าก็ตามนั้นแหละไม่เห็นมีอะไร ภูวนัยฉุนขาดถามว่าไหนบอกว่ารู้ทุกอย่าง! สมสุขเล่นลิ้นว่าตนไม่ได้มีญาณหยั่งรู้ที่ฟังแค่เสียงแล้วจะรู้ทุกอย่างหมด ภูวนัยกระชากคอเสื้อไปตะคอก “อย่าเล่นลิ้นสมสุข”
“หมวดภู!” อภิวัฒน์เรียกเตือนสติ ทำให้ภูวนัยปล่อยมือแต่ยังคาดคั้นอย่างดุดันว่า
“ฉันรู้ว่าแกรู้ ถ้าแกอยากเล่นงานไอ้พายัพ ก็บอกไอ้ที่แกรู้มาให้หมด”
“เมื่อก่อน แม่เลี้ยงจะเข้าไปใช้เส้นสายในพม่าแล้วลำเลียงเด็กสาวพวกนั้นผ่านตะเข็บชายแดนเข้ามาที่เมืองกาญจน์ แต่เดี๋ยวนี้ พอไอ้วศินมันเริ่มใหญ่โตก็ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ตัดตรงเข้ากรุงเทพฯได้เลย เพราะไม่มีด่าน หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปสงขลา ที่นั่นนายหัวคึกมีซ่องอยู่หลายที่ แต่ละที่เปิดเป็นคาราโอเกะบังหน้า ไง...หมวด แค่นี้พอไหมครับ”
สมสุขถามกวนๆ ภูวนัยผลักเขาออก แล้วเดินออกจากห้องไปเลย
“สมสุข...แกจะไม่กวนหมวดเขาสักวันไม่ได้รึไง” อภิวัฒน์ถาม
“เอ้า...หรือจะให้ผมกวนท่านล่ะ” สมสุขแว้งจิกอภิวัฒน์แล้วเดินหัวเราะชอบใจออกไป
อภิวัฒน์ส่ายหน้าเอือมๆ แล้วเดินออกไปอีกคน
ooooooo
ภูวนัยออกมากดน้ำดื่มสงบสติอารมณ์ อภิวัฒน์ตามมาถามว่าเห็นหรือยังว่าสมสุขมีประโยชน์ แล้วทักว่า ฟังเสียงที่เขาอัดมาแล้ว ตอนท้ายได้ยินเสียงของไผ่พญา
ภูวนัยบอกว่าเจอกันโดยบังเอิญ ตนก็ตกใจเหมือนกันที่เจอเธอที่นั่น อภิวัฒน์ติงแกมเตือนว่าถ้าเจอกันโดยบังเอิญก็ดี เพราะภารกิจครั้งนี้ของเขามันอันตราย แล้วบอกให้เขาไปพักผ่อนเสีย ตนจะไปวางแผนว่าจะจัดการกับนายหัวและแม่เลี้ยงอย่างไรต่อไป
ก่อนที่อภิวัฒน์จะแยกไป ภูวนัยเรียกไว้ถามเรื่องที่เขาติดใจสงสัยแต่ไม่รู้จะถามใครที่จะให้คำตอบที่เชื่อถือได้ นั่นคือเรื่องเหมือนฝัน เขาถามอภิวัฒน์ว่า
“วันนั้นผมเจอชาติกล้า มันบอกว่าวันนั้นที่ผมโดนลอบยิง ที่จริงพวกมันไม่ได้ตั้งใจจะยิงผม แต่มัน...ตั้งใจมายิงเหมือนฝัน...ท่านพอจะทราบอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างครับ”
อภิวัฒน์ตัดสินใจเล่าให้ฟังว่า
“พ่อแม่ของเหมือนฝัน เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด” ภูวนัยผงะหน้าเผือด อภิวัฒน์จึงเล่าราย– ละเอียดว่า “พ่อแม่ของเหมือนฝัน เป็นหนี้การพนันหลายสิบล้านบาท พอเจ้าของบ่อนเห็นว่าพ่อแม่ของเหมือนฝัน ทำธุรกิจก่อสร้าง ก็เลยใช้พวกเขาขนยาเพื่อแลกกับหนี้”
“แสดงว่าพวกเขาถูกบังคับ”
“แรกๆทั้งสองคนก็ทำเพื่อใช้หนี้อยู่แหละ แต่หลังๆพอเห็นการค้ายามันเงินดี ทั้งสองก็เลยหันมาค้ายาเต็มตัว แล้วที่พวกนั้นยิงเหมือนฝัน ฉันว่าน่าจะมาจากเรื่องที่พ่อกับแม่เขาเชิดยาลอตใหญ่แล้วหายตัวไป”
ภูวนัยอึ้ง ช็อกไปกับความจริงที่ได้รับฟัง
ooooooo
เช้านี้ไผ่พญาแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ จนขิงกับกระดังงาที่เตรียมออกไปหางานแซวว่าไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอแล้วพากันออกไปนัดเจอกันตอนเย็นอีกที
ไผ่คอยภูวนัยที่นัดกันไว้เมื่อวาน จากเช้าจนสาย ชะเง้อจนคอยาวก็ไม่เห็นมาสักที งอนขึ้นมาเลยออกไปเดินตลาด บังเอิญเจอตะวันฉายมาประชุมที่กรุงเทพฯ ตะวันฉายดีใจมากชวนไผ่ไปกินข้าวกัน
ภูวนัยเครียดเรื่องเหมือนฝันที่ได้ฟังจากอภิวัฒน์ เขาค้นประวัติของครอบครัวนี้จากคอมพิวเตอร์จนลืมไปว่านัดไผ่ไว้ พอนึกได้ก็เลยเวลาไปแล้ว เขารีบลุกไปทันที แวะซื้อมือถือเครื่องหนึ่ง ระหว่างรอคนขายลงโปรแกรม เห็นร้านหมูกระทะเลยไปหาซื้อหมูกับผักที่ตลาดจะไปทำหมูกระทะกินกับไผ่ที่บ้าน
“จะโกรธไหมนะ...” ภูวนัยถามตัวเองขณะเดินไปที่บ้านเช่า พอมาถึงก็ส่งเสียง “เอ่อ...ผมมาแล้ว...คุณ... คุณ...” มองไปจึงเห็นประตูบ้านใส่กุญแจ บ่นอย่างผิดหวัง “ก็นัดกันแล้วยังจะไปไหนอีก...”
เวลาเดียวกัน ไผ่กับตะวันฉายกินอาหารกันอย่างเพลิดเพลินเป็นเวลานานเพราะตะวันฉายอยากถ่วงเวลาอยู่กับไผ่นานๆ ก่อนจากกัน ตะวันฉายมอบโทรศัพท์มือถือให้เธอไว้ใช้ ไผ่ไม่กล้ารับเพราะราคาแพง
“เก็บไว้สิครับ...ตอนแรกผมกะว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์ แต่พอเจอคุณไผ่ ผมเลยคิดว่าน่าจะให้คุณไผ่ไว้ใช้ดีกว่าตอนที่คุณหนีออกมาจากรีสอร์ต ผมเป็นห่วงว่าคุณจะปลอดภัยไหม แต่ผมก็ติดต่อคุณไม่ได้ เก็บไว้เถอะครับ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือก็โทร.หาผมได้”
ไผ่มองมือถือที่ตะวันฉายยื่นให้อย่างกระอักกระอ่วนใจ
ooooooo
ภูวนัยวางอาหารที่ซื้อมา คอยอยู่ที่บ้านไผ่จนเลยเวลาไปมากก็ชะเง้อมองบ่นอุบอิบว่าป่านนี้ทำไมยังไม่กลับ
ตะวันฉายเดินมาส่งไผ่ที่บ้าน ไผ่เห็นเครื่องทำหมูกระทะสดวางอยู่ก็นึกว่าขิงกับกระดังงาซื้อมาไว้ทำกินกัน ชวนตะวันฉายอยู่กินด้วยกันไหม ตะวันฉายขอตัวกลับ ไผ่จึงหยิบกุญแจจะไขเข้าบ้าน
ภูวนัยที่รออยู่ได้เห็นได้ยินไผ่คุยกับตะวันฉายก็คิดจะกลับโดยไม่เจอไผ่ แต่เดินชนอะไรบางอย่างเกิดเสียงดัง ไผ่เลยรู้ พอเห็นหน้าก็โวยทันที
“มาทำไมป่านนี้”
“เอ่อ...พอดีผมมีธุระด่วน”
“ถ้างั้นนายก็ไปจัดการธุระด่วนของนายแล้วกัน” ไผ่ตัดบทงอนๆ ภูวนัยถามว่าแล้วเรื่องโทรศัพท์ล่ะไผ่ขอโทรศัพท์จากเขาแล้วกดเบอร์ของตัวเองให้ ภูวนัยถามว่าเธอไปซื้อมาหรือ “เปล๊า...คุณตะวันเขาซื้อให้ นายไม่โกรธนะ”
“ทำไมต้องโกรธ ดี จะได้ไม่เปลือง” ภูวนัยประชด ก็พอดีมี โทร.เข้ามือถือเขา เป็นสายจากอภิวัฒน์ตามตัวกลับไปคุยงาน ภูวนัยจึงกลับไปอย่างหงุดหงิดที่ทุกอย่างวันนี้ผิดแผนหมด
ooooooo
อภิวัฒน์ตามตัวภูวนัยไปคุยงานกันที่เซฟเฮาส์โดยมีสมสุขร่วมวางแผนด้วย อภิวัฒน์เอาทะเบียนรถที่นายหัวจะใช้ขนเด็กสาวไปขายให้ดู
“แล้วพวกมันจะไปพักเด็กไว้ที่ไหนครับ” ภูวนัยถาม อภิวัฒน์เอารูปร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งให้ดูว่าส่งไปที่นั่น
“ขอแนะนำว่า...” สมสุขเอ่ยแทรกขึ้น “ท่านควรมีกำลังไม่ต่ำกว่าร้อยนายพร้อมอาวุธครบมือ เพราะด้านหลังไอ้ร้านคาราโอเกะนี่ เป็นที่ซ่องสุมของพวกมือปืนแล้วก็พวกที่หนีมาจากประเทศเพื่อนบ้านเราทั้งนั้น”
อภิวัฒน์ไม่พูดอะไร เขาส่งตั๋วเครื่องบินให้ภูวนัยบอกว่าให้เตรียมตัวก่อนเครื่องออกหนึ่งชั่วโมง ภูวนัยถามว่าตนต้องทำอะไรบ้าง
“ชี้เป้า และสนับสนุนการจับกุม”
“สนับสนุนการจับกุม ฮ่าๆๆ” สมสุขหัวเราะลั่น “ประสาทหรือไงท่านอภิวัฒน์ ท่านก็รู้ว่าพวกตำรวจน่ะถูกสั่งงดตั้งด่านเพราะคำสั่งไอ้วศินอยู่ แล้วท่านจะเอากำลังที่ไหนไปบุกมัน”
“ประเทศไทยไม่ได้มีแค่ตำรวจที่จับกุมผู้กระทำผิดได้นี่” อภิวัฒน์ตอบกำกวมให้สมสุขงงเล่นไปอย่างนั้นเอง
ooooooo
ระหว่างที่ภูวนัยเดินทางไปนั้น ป่าไม้จังหวัดก็ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบค้าซากสัตว์ จึงนำกำลังไปจับ
ภูวนัยไปถึงร้านคาราโอเกะแล้วเห็นทุกอย่างยังเงียบ จึงโทร.บอกอภิวัฒน์ ทางโน้นบอกว่าให้ใจเย็นรอดูต่อไป
เป็นเวลาที่ขิงกับกระดังงาออกไปหางานกลับมา ซักถามกันไผ่จึงรู้ว่าที่แท้หมูกระทะนั้นเป็นของภูวนัยซื้อมา เธอจึงโทร.ไปหาเขา แต่ภูวนัยกำลังเข้าพื้นที่งานเลยไม่รับสาย ไผ่เลยนึกว่าเขาคงโกรธ
ภูวนัยซุ่มดูการเคลื่อนไหวที่ร้านคาราโอเกะจนเห็นลูกน้องของนายหัวคึกต้อนหญิงสาวกลุ่มหนึ่งไปหลังร้าน
“พวกมันลงมือคืนนี้แน่ครับท่าน” ภูวนัยรายงานอภิวัฒน์ ส่วนพวกตำรวจป่าไม้ก็มาดักซุ่มรอบๆ บริเวณแล้ว
“ดี...หน้าที่ของหมวดหมดแล้ว ต่อไปแค่สังเกตการณ์แล้วรายงานผมเป็นระยะ”
ลูกน้องนายหัวพาเด็กสาวไปหลังร้านเพื่อมอมยา ภูวนัยร้อนใจที่ไม่เห็นการเคลื่อนไหวของพวกป่าไม้ จนเห็นรถที่บรรทุกเด็กสาวเคลื่อนออกไปเพื่อนำเด็กสาวไปลงเรือ เขาตัดสินใจยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกเข้าไป ส่วนตัวเขาขับรถไล่ตามรถบรรทุกคันนั้นไปทันที
ฝ่ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ซุ่มอยู่รอบร้านคาราโอเกะ ได้ยินเสียงปืนจึงบุกไปหมายจับพวกค้าซากสัตว์ป่าแต่กลับเจอหญิงสาวที่ถูกหลอกลวงมาขังอยู่เต็มห้องร้องไห้กันระงม...
ภูวนัยขับรถไปจอดขวางถนน เกิดปะทะกับลูกน้องนายหัว เขาจัดการลูกน้องนายหัวสองคนได้ แต่ถูกอีกคนที่เหลือแอบคว้าไม้ฟาดแขนภูวนัยจนร้องลั่นแต่มันก็ถูกเขาใช้จระเข้ฟาดหางเข้าที่ก้านคอลงไปกองอีกคน
คืนนี้เอง บรรดาหญิงสาวก็ถูกลำเลียงไปยังมูลนิธิเพื่อนหญิง ส่วนลูกน้องนายหัวทั้งสามถูกจับมัดยังสลบอยู่
ooooooo
วันรุ่งขึ้น อภิวัฒน์ชมเชยภูวนัยว่าทำได้ดีมาก เห็นเขาเจ็บแขนก็ติงว่าไม่น่าทำอะไรโดยไม่ถามตนก่อน
“ขอโทษครับ แต่ผมเห็นว่าถ้าปล่อยรถคันนั้นไป ผู้หญิงที่อยู่ในรถจะต้องถูกส่งออกนอกประเทศอย่างแน่นอน” เขาถามอภิวัฒน์ว่าเรื่องนี้เราจะเล่นงานนายหัวคึกได้หรือเปล่า
“คงยาก เพราะพวกนั้นและวศินน่าจะมีเส้นสาย ผมคิดว่าพวกมันก็น่าจะรอดตัวไปได้เหมือนทุกครั้ง” เห็นภูวนัยเครียด อภิวัฒน์ย้ำว่า “อย่าลืมซิหมวด ตอนนี้ ภารกิจของเราไม่ใช่การกวาดล้างพวกห้าเสือ เรามีหน้าที่แค่ทำให้พวกมันแตกกันเท่านั้น”
แม้ภูวนัยจะยังแคลงใจว่าเรื่องนี้จะทำให้พวก
ห้าเสือแตกคอกันได้ แต่ความจริงคือ สามารถทำให้นายหัวคึกที่ไม่ยอมจ่ายเงินเพราะงานไม่สำเร็จ แตกคอกับแม่เลี้ยงรัญญาที่ถือว่าตัวเองส่งของให้ครบถ้วนถึงมือแล้ว และเสี่ยแคนก็เห็นว่านายหัวคึกต้องจ่ายแม่เลี้ยงเพราะได้รับของแล้ว ทั้งยังพูดแทงใจดำนายหัวว่า
“ใครจะไปรู้ว่าแกเองนั่นแหละที่รวมหัวกับไอ้พวกป่าไม้ ให้มาจับตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ่ายแม่เลี้ยงเขา”
“เฮ้ย! จะมากไปแล้วนะเว้ย” นายหัวฉุนขาดปรี่เข้าหาเสี่ยแคน จนพายัพกับชาติกล้าที่ร่วมวงอยู่ด้วยต้องเข้าห้ามและเกลี้ยกล่อมนายหัวคึกให้จ่ายเสีย อย่าเสียง่ายเสียยากเสียมากเสียง่ายเลยเพราะเงินแค่นี้นายหัวหาไม่กี่วันก็ได้แล้ว
“ก็ได้...เอาไว้มีเมื่อไหร่แล้วฉันค่อยให้” นายหัวพูดยักท่า แล้วเดินออกไปเลย จนเสี่ยแคนต้องยกน้ำชาจิบดับอารมณ์
พายัพกับชาติกล้าต่างเครียดกับรอยร้าวที่เกิดขึ้นในกลุ่มห้าเสือ
ooooooo
ฉุนที่โทร.หาแล้วภูวนัยไม่รับสาย ไผ่ลุยไปหาถึงเซฟเฮาส์ ทีแรกภูวนัยให้คนบอกว่าตนไม่อยู่ แต่ตำรวจคนนั้นบอกว่า ไผ่พญาจะไม่กลับจนกว่าหมวดจะออกไปพบ เขาจึงต้องออกไปอย่างหงุดหงิด
ภูวนัยถูกซักถามราวกับจำเลย จนกระทั่งไผ่เห็นเขาบาดเจ็บที่แขน ถามว่าไปโดนอะไรมา ภูวนัยไม่บอก กระนั้นไผ่ก็ทำแผลให้เขาอย่างดี ทั้งยังทำอาหารและป้อนให้ จนภูวนัยมีความรู้สึกดีๆ กับเธอ แต่แล้วความรู้สึกดีๆ ก็หายไปเหลือแต่ความน้อยใจ เมื่อไผ่ได้รับโทรศัพท์จากตะวันฉายบอกว่าจะกลับวันนี้ เธอวางช้อนชามขอออกไปพบตะวันฉายทันที บอกว่าให้เขารอแป๊ปเดียว เดี๋ยวมา
แต่เดี๋ยว...ของไผ่กลายเป็นหลายชั่วโมงเพราะตะวันฉายให้เธอเป็นแบบให้เขาวาดรูปที่ริมน้ำ! แถมวาดเสร็จยังขอเลี้ยงข้าวขอบคุณที่เป็นแบบให้อีก ไผ่ดูเวลาแล้วตกใจบอกว่านัดภูวนัยไว้ แล้วรีบไปเลย
กระดังงากับขิงได้งานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อเข้าทำงานวันแรก ผู้จัดการอบรมและย้ำกฎของที่นี่ว่า
“เธอสองคนต้องรู้ไว้ด้วยนะ ว่าที่ร้านนี้มีแต่ลูกค้าระดับวีไอพีทั้งนั้น การผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว แค่คำขอโทษไม่พอ ว่าไง พร้อมเริ่มงานได้เลยไหม”
ทั้งสองรับคำแข็งขัน ขิงดีใจที่จะได้มีเงินมาผ่อนรถต่อแล้ว ทั้งยังฝันหวานกับกระดังงาว่า ลูกค้าที่นี่เป็นระดับวีไอพี เราก็ต้องได้ทิปดีเหมือนกันใช่ไหม คุยกันหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
ที่ห้องส่วนตัวในร้านอาหารเดียวกันนี้ พายัพกับวศินกำลังคุยกันอยู่ พายัพส่งกุญแจรถให้วศินบอกว่ารถจอดอยู่ข้างล่าง พร้อมกับยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ท่านขอ วศินพอใจมากบอกว่ากำลังอยากได้รถรุ่นนี้พอดี แต่ทำทีถามว่าหมวดชาติบอกว่านายหัวมีปัญหาหรือ
“ของไม่ได้ แถมยังต้องมาเสียเงินอีก มันก็เป็นธรรมดาที่นายหัวเขาจะโกรธ ท่าน...ผมขอพูดตรงๆ เลยนะ พวกเราห้าเสือไม่มีปัญหากับการให้ท่านเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ท่านต้องรับรองหรือดูแลเรามากกว่านี้หน่อย”
“พายัพ...ลื้อกำลังต่อรองอั๊วเหรอ? ลื้อก็รู้ว่าไอ้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่อั๊วต้องดูแลลื้อ...อั๊วดูแลลื้อไม่ได้เพราะอั๊วเป็นตำรวจ การที่อั๊วไม่จับพวกลื้อก็ดีแค่ไหนแล้ว” พูดแล้วลุกขึ้น แต่ก่อนออกไปนึกขึ้นได้หันมาพูดต่อ “อ้อ...แล้วลื้อก็ไม่ต้องหาข้อมูลที่ไอ้สมสุขเอาไว้แบล็กเมล์อั๊วให้เหนื่อย ถึงลื้อจะมีมัน แต่ลื้อก็เห็นแล้วว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือใคร!”
วศินเดินออกไปอย่างไม่อินังขังขอบ พายัพได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ
ooooooo
พายัพเดินหัวเสียออกมาจากห้องวีไอพี กระดังงากำลังเสิร์ฟอยู่แถวนั้นหันไม่ทันมองเลยชนเข้าอย่างจัง กระดังงาตกใจที่ทำอาหารหกเปื้อน รีบขอโทษและจะเช็ดให้ แล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นเป็นพายัพคู่ปรับเก่า!
กระดังงากับขิงถูกพายัพที่ตามล่ามานาน จับไปทรมานที่โกดังร้างบังคับให้ตามตัวไผ่พญามาให้ได้
เป็นเวลาที่ไผ่กำลังรีบกลับไปหาภูวนัย นึกในใจว่าเขาต้องโกรธแน่ๆก็พอดีมีโทร.เข้ามือถือ ไผ่รับแล้วรีบพูดอย่างคนมีความผิดว่า “กำลังจะกลับค่า...เจ้านาย” พูดแล้วหยุดฟัง “อ้าว...แกหรอกเหรอไอ้งา...มีอะไร”
กระดังงาถามว่าตอนนี้ไผ่อยู่ที่ไหน ขิงตะโกนเข้ามาในโทรศัพท์ว่าให้ไผ่มาหาตนตอนนี้เลย ไผ่ถามว่าทำไมกระดังงาโกหกเพื่อให้ไผ่มาว่า “ฉันเจอแม่แกแล้ว”
“ได้...พวกแกอยู่ไหน...ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย” วางสายแล้วไผ่รีบเรียกแท็กซี่ไปตามที่กระดังงาบอกด้วยความดีใจ
ขิงกับกระดังงาหลอกไผ่ให้มาหาตนแล้ว ก็ยังถูกพายัพทรมาน ตบไปคำรามไปว่า
“ที่ฉันทำอย่างนี้ ก็เพราะพวกแกทำให้ฉันเหนื่อย...
รู้ไหมว่ากว่าจะเจอตัวพวกแก ฉันต้องเหนื่อยแค่ไหน” พายัพตบตีทั้งสองจนเหนื่อยก็หันไปสั่งลูกน้อง “จัดการต่อ” แล้วตัวเองก็ยืนดูลูกน้องที่ทั้งเตะทั้งกระทืบขิงกับกระดังงาอย่างเลือดเย็น
ooooooo
ไผ่ถูกขิงกับกระดังงาหลอกมาให้พายัพจับไปทรมานอีกคน มันคาดคั้นจะให้ไผ่บอกว่าเอาสร้อยพระของสมสุขไปไว้ที่ไหนให้ได้
“ฉันบอกไปหมดแล้ว พี่เชื่อฉันเถอะ” ไผ่ยืนยัน พายัพจึงเอาปืนไปจ่อหัวขิงบีบไผ่ จนไผ่ต้องขอร้องน้ำตานองหน้าว่า “ฉันบอกแล้วว่าเอาไปจำนำ ฉันพูดจริงๆพี่อย่ายิงเพื่อนฉันเลย”
“โรงจำนำที่ไหน” พายัพตะคอก ไผ่บอกว่าตลาดมีนอยู่ตรงข้ามกับตลาด มันจึงสั่งลูกน้องให้ไปดูขู่ไผ่ว่า “กูจะให้โอกาสมึงอีกครั้ง แต่ถ้าไม่เจอ มึงรู้ใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง!”
ระหว่างให้ลูกน้องไปดูที่โรงรับจำนำตามที่ไผ่บอก ทั้งสามก็ถูกพายัพสั่งลูกน้องจับห้อยแขวนอยู่ในโกดัง ไผ่พยายามเอาเท้าเขี่ยมือถือที่ตกอยู่ไม่ไกลตัวนัก ขิงถามว่า “ทำอะไรวะ”
“เรียกคนมาช่วย” ไผ่บอก ขิงติงว่าทำทำไมเพราะเดี๋ยวพวกมันเจอพระก็ปล่อยเราแล้ว “พวกนั้นไม่ได้พระมาหรอกเพราะไอ้เจ้าของมันเอาพระปล่อยไปแล้ว”
ทั้งขิงและกระดังงาตกใจแทบช็อกเพราะนั่น หมายถึงพวกตนต้องตายแน่ๆแต่ไผ่ไม่ยอมจำนนหาทางแก้ปัญหาสุดความสามารถ พยายามใช้เท้าเขี่ยโทรศัพท์เข้ามาใกล้ แต่โชคไม่ดี ลูกน้องพายัพเข้ามาเสียก่อน ขิงเลยแกล้งทำเป็นปวดท้องขอเข้าห้องน้ำ มันรำคาญ เลยพาไป ขิงแอบส่งสัญญาณให้ไผ่พยายามเขี่ยโทรศัพท์ให้ได้
แล้วไผ่พญาก็ทำได้สำเร็จ! เขี่ยโทรศัพท์มาได้ก็ใช้เท้ากดโทร.ถึงภูวนัย คอยฟังเสียงปลายสายใจระทึก พอปลายสายรับก็รีบร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย...พวกมันจับตัวเราไว้...ตอนนี้เราอยู่ที่โกดังร้างที่คลองสิบสาม...ช่วยด้วย...”
ลูกน้องพายัพกลับเข้ามาพอดีไผ่รีบเตะโทรศัพท์ไปไกลตัวไม่ให้ผิดสังเกต มันตะคอกว่าโวยวายอะไร เห็นไม่มีอะไรผิดปกติจึงออกไป กระดังงาถามว่าโทร.ได้ไหม? ไผ่ไม่มีแก่ใจจะตอบ ตาจ้องที่โทรศัพท์ภาวนาขอให้ภูวนัยได้ยิน
แม้จะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากภูวนัยแล้ว แต่ทั้งสามยังพยายามช่วยตัวเอง ไผ่แก้เชือกที่มัดสำเร็จ ก็พอดีพายัพเดินหน้าถมึงทึงเข้ามาตะคอกใส่หน้าไผ่ว่าลูกน้องตนโทร.มาแล้วไม่มีพระที่ว่านั่น
ไผ่ที่แกะเชือกมัดตัวเองออกได้แล้ว แอบกำเหล็กเส้นในมือพร้อมสู้ตาย พอพายัพเดินเข้าหาไผ่ก็ใช้เหล็กเส้นแทงสวนออกไป พายัพเอี้ยวตัวหลบเหล็กเส้นเลยแทงทะลุไหล่จนมันร้องจ๊าก!
ภูวนัยมาตามที่ไผ่ตะโกนไปในโทรศัพท์ เขาจัดการลูกน้องพายัพที่เฝ้าอยู่หน้าโกดังแล้ววิ่งทะลวงเข้าไปเจอพายัพกำลังใช้เหล็กเส้นที่ไผ่แทงมันจะแทงตาไผ่ ไผ่จับมือมันยันไว้สุดแรงเกิด ขณะไผ่กำลังอ่อนแรงนั่นเอง เสียงปืนกัมปนาทขึ้น
“ปัง!!”
แต่เพราะภูวนัยยังเจ็บแขนทำให้ยิงพลาดเป้า กระสุนพุ่งไปเจาะผนังกำแพงโกดัง ทำให้พายัพหันมายิงสวนใส่ภูวนัย แต่ถูกไผ่ผลักจนหงายปืนกระเด็นหลุดจากมือ มันจึงหยิบของใกล้มือปาใส่ภูวนัย เขาหลบอย่างคล่องแคล่ว แต่พอหันมาอีกทีพายัพก็หายไปแล้ว
“เป็นอะไรไหมคุณ” ภูวนัยรีบเข้าประคองไผ่ เธอโผกอดเขาด้วยความกลัว เขากอดเธอไว้แน่นเหมือนจะบอกว่าปลอดภัยแล้ว...ส่วนขิงกับกระดังงาพอเห็นภูวนัยมาช่วยก็หัวเราะกันทั้งน้ำตาที่รอดตายแล้ว...
ooooooo
เมื่อพากันมาโรงพยาบาล ไผ่บอกภูวนัยว่าไหนๆก็อยู่โรงพยาบาลแล้วให้หมอตรวจแขนที่บาดเจ็บของเขาหน่อยดีไหม
“คุณเพิ่งผ่านความเป็นความตายมา คุณยังจะห่วงผมอีกเหรอ ผมต่างหากที่ต้องห่วงคุณ”
“ฉันขอโทษ” ไผ่กำลังจะซึ้ง ขิงกับกระดังงาก็เอะอะมะเทิ่งมาขัดจังหวะพอดี ทั้งสองทำหน้าซาบซึ้งขอบคุณภูวนัย แต่พอภูวนัยถามว่าทั้งสามรู้จักพายัพได้ยังไง ไม่รู้หรือว่ามันเป็นใคร ทุกคนก็ชะงัก ขิงโกหกได้ไร้พิรุธตามเคยว่า
“รู้สิครับ มันก็คือคนที่เราไปกู้เงินมาไงครับ”
พอขิงเริ่มต้นกระดังงาก็ต่อได้เป็นคุ้งเป็นแควว่า พวกตนเป็นครู เงินเดือนน้อยจึงต้องไปกู้เขามากินมาใช้ แล้วทำทีถามไผ่ว่าจริงไหม ไผ่ตกกระไดพลอยโจนทำเสียง “อืมมมม” ในลำคอ ทำให้ภูวนัยพูดอย่างเชื่อสนิทใจว่า
“ก็โล่งอกหน่อย ผมนึกว่าพวกคุณไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจสกปรกของมัน แต่แค่กู้เงินทำไมมันต้องจับพวกคุณไป?”
กระดังงาโอดครวญว่ากู้เงินนอกระบบดอกแพงขนาดไหนก็รู้ๆกันอยู่ ยิ่งเจอดอกทบต้นด้วย กู้มาไม่เท่าไรแต่เพิ่มมาเป็นแสน ขิงผสมโรงทันทีว่า แล้วพวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายจริงไหม
“ถ้าอย่างนั้น ผมว่าพวกคุณกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้แล้วละครับ เพราะพายัพมันเป็นคนเลือดเย็น ฆ่าคนเป็นว่าเล่น ยิ่งคุณทำร้ายมันอย่างนั้น ผมว่าพวกคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย”
ฟังภูวนัยแล้ว ทั้งสามเครียดขึ้นมาทันที
แต่หารู้ไม่ว่า พายัพไม่สนใจเรื่องพระแล้ว บอกลูกน้องว่า
“ถึงเจอพระแล้ว แกคิดว่าไอ้ข้อมูลนั่นจะทำอะไรไอ้วศินมันได้งั้นเหรอ อย่างมัน กุมทั้งอำนาจรัฐ กุมทั้งสื่อ หึ...เจอไปก็เท่านั้น สู้เราเอาเวลามาขยายอำนาจเราไม่ดีกว่าเหรอ ไอ้วศินมันเป็นคนแพ้เงิน ยิ่งเรามีเงิน มันก็ยิ่งเกรงใจ”
ลูกน้องถามว่าแล้วจะปล่อยพวกนั้นไว้หรือ พายัพบอกว่าถ้าไม่เจอก็แล้วไป แต่ถ้าเจอเมื่อไรก็ฆ่าได้ทันที!
ooooooo
ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของไผ่กับขิงและกระดังงา ภูวนัยพาทั้งสามไปที่เซฟเฮาส์ เสนออภิวัฒน์ขอให้พวกเขาอยู่ที่เซฟเฮาส์นี้
อภิวัฒน์ไม่เห็นด้วย เพราะที่นี่เป็นความลับของทางราชการ แค่เขาพาพวกนี้มาก็ผิดแล้ว ภูวนัยบอกว่าถ้าปล่อยพวกเขาไปก็เท่ากับปล่อยไปให้พายัพทำร้าย กระนั้น อภิวัฒน์ก็ยังยืนยันว่า
“หมวดภู ผมทำตามข้อเรียกร้องของคุณไม่ได้จริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ไผ่แทรกขึ้น บอกภูวนัยว่าพวกตนเอาตัวรอดมาได้ขนาดนี้แล้วก็ต้องเอาตัวรอดต่อไปได้
ภูวนัยคิดไม่ตก ตัดสินใจบอกอภิวัฒน์ว่า “ถ้าท่านไม่รับพวกเขาไว้ ผมขอถอนตัวจากภารกิจนี้” อภิวัฒน์ตกใจถามว่าคิดดีแล้วหรือ ภูวนัยชี้แจงหน้าเครียดว่า “การปล่อยพวกเขาออกไป ก็เท่ากับเราส่งเขาไปตาย ในเมื่อท่านไม่อนุญาตให้พวกเขาอยู่ที่นี่ ผมก็จะออกไปปกป้องพวกเขาเอง”
ไม้ตายนี้ของภูวนัย ทำให้อภิวัฒน์ต้องยอมให้ไผ่พญา ขิง และกระดังงาอยู่ที่เซฟเฮาส์ ภูวนัยจึงจัดให้ขิงกับกระดังงาอยู่ห้องหนึ่ง อีกห้องให้ไผ่อยู่ ส่วนตัวเขาเองจะนอนที่โซฟาข้างนอก
ooooooo
แต่พอรุ่งขึ้น ก็ไม่มีใครเห็นภูวนัยแล้ว เขาถูกอภิวัฒน์เรียกตัวไปบอกว่าสมสุขคิดแผนของภารกิจที่สองได้แล้วและอยากคุยกับเขา
แต่เมื่อเจอกันก็อดแขวะกันไม่ได้ประสาตำรวจกับโจร จนอภิวัฒน์ต้องตัดบทให้คุยงานกันเลย ถามสมสุขว่าแผนของเขาคืออะไร
“ตอนนี้...นายหัวกับแม่เลี้ยง ก็เริ่มกินใจกันแล้ว แล้วถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิด คู่ต่อไปก็น่าจะเป็นนายหัวคึกกับเสี่ยแคน” อภิวัฒน์ถามว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นสองคนนี้ สมสุขพูดอย่างรู้ความสัมพันธ์ตื้นลึกหนาบางของพวกนั้นดีว่า “ไม่ยาก...ก็อย่างที่ผมบอก นายหัวคึกเป็นคนที่เห็นแก่เงิน แต่คราวที่แล้วหมวดก็ทำให้มันเสียหายไปหลายอยู่ มันคงโมโหมาก แล้วในห้าเสือ คนที่ต่างกับมันสุดขั้วก็คือเสี่ยแคน”
“ต่างกันสุดขั้วหมายความว่ายังไง” ภูวนัยหาข้อมูลเชิงลึก
“เสี่ยแคนเป็นคนรู้ทิศทางลม คนอื่นอาจจะขึ้นมาใหญ่ได้เพราะการใช้กำลัง ใช้อำนาจ ใช้เงิน แต่เสี่ยแคนมันใช้สมอง แล้วฉันก็คิดว่า ตอนนี้นายหัวคึกต้องไม่ยอมจ่ายเงินที่ต้องเสียให้วศินอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็จะส่งผลต่อธุรกิจของมัน”
“นายแน่ใจได้ยังไง...ท่านครับ ผมว่าเรารอดูท่าทีมันไม่ดีกว่าเหรอครับ” ภูวนัยเสนอ
“ดูทำไม หมวด...ตอนนี้เหล็กมันร้อนแล้ว ถ้าไม่ตีตอนนี้แล้วจะตีตอนไหน” สมสุขเสียงแข็งกับภูวนัยอภิวัฒน์คิดเหตุผลของทั้งสองอย่างชั่งใจ ก่อนถามสมสุขว่า
“แล้วแผนของนายคืออะไร”
ooooooo
คุยแผนกับสมสุขเสร็จ ภูวนัยไปหาไผ่พญา ขิงและกระดังงา ขอให้ทั้งสามช่วยทำงานที่ตำรวจทำไม่ได้ ไผ่ถามอย่างกระตือรือร้นว่าจะให้พวกตนทำอะไร
ภูวนัยบอกงานที่จะให้ทำ แล้ว ไผ่กับกระดังงาก็แปลงร่างเป็นสาวสวยเปรี้ยวเซ็กซี่ พากันเดินทางไปยังผับแห่งหนึ่ง ภูวนัยเอารูปของเคนลูกชายเสี่ยแคนให้ดู บอกทั้งสองว่าทำอย่างไรก็ได้ให้พาเคนมาพบตนให้ได้ ตนมีเรื่องจะคุยด้วย
พอ ไผ่กับกระดังงาเข้าไป ภูวนัยกับขิงพูดผ่านวิทยุสื่อสารที่ติดให้ทั้งสอง ชี้เป้าว่าอยู่ตรงไหน ไผ่บอกว่า “ฉันเข้าประจำที่แล้ว” แต่เมื่อเห็นเคนถูกสองสาวหนีบขนาบอยู่ก็ปรารภกับกระดังงาว่า
“ฉันว่าถ้าเขายังอยู่กับสองชะนีนั่นพวกเราเข้าไปไม่ถึงตัวแน่ๆ”
กระดังงา ออกลีลายั่วยวนให้เข้าตาเคนเต็มที่ สองสาวที่นั่งขนาบอยู่ไม่พอใจชวนเคนไปที่อื่นกันดีกว่า พลางทำท่าจะลุกออกไป ไผ่เห็นท่าไม่ดี เลยวิทยุบอกภูวนัยให้รีบมาหาตนเดี๋ยวนี้เลย
พอภูวนัยเข้ามาหา ไผ่พูดผ่านไมค์ที่ติดอยู่ “ดึงมือฉันเอาไว้...เร็วซิ!”
ภูวนัยดึงมือไผ่งงๆพลันไผ่ก็เอะอะโวยวายสะบัดแล้ววิ่งไปหาเคนร้อง “พี่...ช่วยหนูด้วย! ช่วยหนูด้วย!!”
ไผ่ วิ่งไปซบอกเคน ความเซ็กซี่ร้อนแรงของไผ่ทำเอาเคนตาลุก ปกป้องไผ่เต็มที่ ปรี่เข้าหาภูวนัยจะเอาเรื่อง ถูกภูวนัยปราม “เฮ้ย! เรื่องของผัวเมีย อย่ายุ่ง” เคนกร่างเปิดเสื้อนอกให้เห็นปืนที่เหน็บอยู่ ภูวนัยแกล้งทำเป็นกลัวถอยไป
ไผ่ดำเนินแผนการขั้นต่อไป ทำเป็นหน้าซีดตัวสั่นกอดเคนไว้แน่น สองสาวที่เคนคั่วอยู่มาเร่งให้ไปกันเสียที เคนเปลี่ยนใจส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดลากสองสาวออกไป แล้วชวนไผ่ที่บอกว่าตนชื่อแอปเปิ้ลไปหาที่ปอกแอบเปิ้ลกันดีกว่า
เมื่อ ยั่วจนเคนกลัดมันหน้ามืดแล้ว ไผ่ทำเสียงกระเส่าว่าตนทนไม่ไหวแล้วลากเคนเข้าห้องน้ำ ที่ภูวนัย ขิง และกระดังงารออยู่แล้ว ภูวนัยบอกให้ไผ่กับกระดังงาไปรอที่รถ ส่วนเขากับขิง ช่วยกันจัดการเคนเสียสะบักสะบอม ก่อนที่เคนจะหมดสติ ภูวนัยกระหนาบเป็นภาษาใต้ว่า
“บอกพ่อมึงด้วย...ทีหลังอย่ามาแหยมกับนายหัว...
นี่ แค่สั่งสอน” แล้วทำเป็นโทรศัพท์รายงานว่า “เรียบร้อยแล้วครับนายหัว จะให้ตัดสักชิ้นส่งไปให้พ่อมันดูไหมครับ...ได้ครับนายหัว” พูดแล้วหันไปพยักหน้ากับขิง พากันเดินออกไป
กลับมาถึงเซฟเฮาส์ ภูวนัยขอบคุณทุกคน บอกว่าภารกิจวันนี้สำเร็จได้ก็เพราะพวกเขา กระดังงาขอให้เป็นความดีของไผ่ แต่ไผ่บอกว่าเพราะพวกเราทุกคนช่วยกันต่างหาก
ภูว นัยเพิ่งรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของไผ่ เขาจึงมอบโทรศัพท์ที่ซื้อไว้วันก่อนให้เมื่อรู้ว่าไผ่ทำมือถือเครื่องเก่า ที่ตะวันฉายให้หายไปตอนถูกพายัพจับไปทรมาน
ooooooo
เสี่ยแคนแค้นแทบกระอักเลือดเมื่อเคนถูกรุมอัดจนน่วม เมื่อพาเคนไปโรงพยาบาลแล้ว เคนที่เพิ่งได้สติพยายามบอกพ่อว่าใครทำตน
วัน นี้เป็นวันที่เสี่ยแคนนัดอีกสี่เสือมาพบกันที่ห้องอาหารส่วนตัวในโรงแรม เมื่อได้เวลาทุกคนมากันพร้อมแล้วแต่เสี่ยแคนยังไม่มา ทำให้ทุกคนไม่พอใจที่เสี่ยเป็นคนนัดแต่ผิดนัดเสียเอง
“รู้ไหมว่าเสี่ยแกอยากคุยกับพวกเราเรื่องอะไร” กำนันเต่าถาม
“เห็นว่าเมื่อคืน ลูกแกโดนซ้อม” พายัพบอก
นาย หัวคึกหัวเราะสะใจ ถูกรัญญาติงว่า ตอนซ่องนายหัวถูกจับเสี่ยแคนยังไม่ซ้ำเติมเลย นายหัวดักคอแม่เลี้ยงว่าเข้าข้างกันจัง จะหาขั้วใหม่รึไง แม่เลี้ยงมองขวับพูดใส่หน้าอย่างถือดีว่า
“คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องมีขั้ว ฉันแค่รู้สึกว่าพวกเราห้าเสือไม่ควรซ้ำเติมกัน”
พอดี เสี่ยแคนผลักประตูเข้ามา ทันทีที่เห็นนายหัวคึก เสี่ยปราดเข้าไปชกหน้าตะคอก “มึงทำลูกกู!” บรรดาเสือที่นั่งอยู่พากันลุกห้ามพัลวัน กำนันเต่าถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เสี่ยหันจ้องหน้านายหัวบอกกำนันว่า
“แก ถามมันดีกว่า ว่าเมื่อคืนมันส่งคนไปซ้อมลูกกูทำไม” นายหัวถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกันตน เสี่ยแคนชี้หน้าด่า “ลูกฉันมันบอกว่า คนที่ซ้อมมันเมื่อคืน มันโทร.รายงานแกเป็นภาษาใต้...แกทำอะไรฉันไม่ได้เลยทำกับลูกฉัน ไอ้หมาลอบกัด!”
โดนด่าขนาดนี้ นายหัวฉุนขาดชักปืนออกมาจ่อเสี่ยแคน เสี่ยชักปืนออกมาเช่นกัน กลายเป็นต่างเอาปืนจ่อกันอย่างตึงเครียด พายัพก้าวออกไปยืนคั่นกลางระหว่างปืน หันมองทั้งสองถามเสียงแข็งว่า
“เป็น บ้าอะไรกันไปหมดหา! นายหัว...นายหัวส่งคนไปซ้อมลูกของเสี่ยเขารึเปล่า” นายหัวย้อนถามว่าถ้าตนบอกว่าไม่ได้ทำแล้วเสี่ยจะเชื่อหรือ พายัพหันไปทางเสี่ยแคน “เสี่ย...ครั้งนี้ผมขอแล้วกัน แล้วผมจะหาคนที่มันทำลูกเสี่ยเอง ถึงตอนนั้น จะรู้เองว่าเป็นฝีมือใคร” พูดแล้วหันสบตาทุกคนเป็นการยืนยัน
ooooooo
วันนี้ วศินให้สัมภาษณ์สื่อที่ห้องรับแขกบ้านตัวเอง พิธีกรสัมภาษณ์เสร็จก็สรุปยกย่องว่า
“เป็น ยังไงคะท่านผู้ชม วันนี้เราได้พบกับนายตำรวจ ตงฉินตัวจริงเสียงจริงที่เป็นความหวังของประชาชน พลตำรวจโทวศิน สหสกุล กันอย่างจุใจ...ท่านผู้ชมคงจะสงสัยว่า ท่านอุทิศตนให้กับประชาชนอย่างนี้ไม่เหนื่อยหรือกลัวอันตรายจากผู้มีอิทธิพล บ้างเหรอคะ”
ขณะนั้นเอง วศินเห็นชาติกล้าเดินเข้ามา วศินมองผ่านไปและหันตอบคำถามพิธีกรอย่างแสนประเสริฐว่า
“ถ้า ผมกลัว...แล้วใครจะปกป้องดูแลประชาชนล่ะครับ คุณไม่ต้องเป็นตำรวจที่ดีก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณเป็นตำรวจที่รักประชาชนและความถูกต้องก็พอ”
“คมมากค่ะท่าน” พิธีกรชื่นชมหลังจากทีมงาน สั่งคัท
“เห รอ...ผมแค่พูดออกมาจากใจเท่านั้น เอาล่ะ... เดี๋ยวน้องๆพักทานข้าวทานนํ้ากันก่อน พี่ให้เด็กๆเตรียมอาหารไว้เยอะเลย ตามสบายนะ” พูดแล้ววศินเดินเลี่ยงไปหาชาติกล้าที่ยืนรออยู่ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “อั๊วบอกแล้วใช่ไหมว่าวันนี้อั๊วมีอัดรายการ!”
เมื่อ พากันไปนั่งในห้องทำงานของวศิน ชาติกล้าเล่าเรื่องความขัดแย้งของกลุ่มห้าเสือให้ฟัง วศินถามว่าเรื่องแค่นี้ก็ทะเลาะกันแล้ว พวกมันเป็นเด็กกันรึไง
“แล้ว เราต้องทำอะไรหรือเปล่าครับ รู้สึกช่วงนี้นายหัวคึกจะมีปัญหานะครับ คราวที่แล้วก็กับแม่เลี้ยง ตอนนี้ก็ยังมีปัญหากับเสี่ยแคนอีก” วศินย้อนถามว่าจะทำอะไร อยากให้ตนขาดรายได้รึไง “แต่ปล่อยไว้อย่างนี้ ท่านไม่กลัวกลุ่มห้าเสือแตกคอกันเหรอครับ”
วศินสั่งชาติกล้าให้ไปบอกพายัพให้ดูแลพวกนั้นดีๆ ยํ้าว่า “พวกมันจะเป็นยังไงอั๊วไม่สน อั๊วสนแค่พวกมันยังส่งเงินให้อั๊วทุกเดือนก็พอ”
รับคำสั่งจากวศินแล้ว ขณะชาติกล้าเดินออกไป ก็ได้รับโทรศัพท์จากปลายฟ้าถามว่าได้ข่าวภูวนัยบ้างรึเปล่า เพราะตอนนี้ม่านเมฆแพ้ยาอย่างรุนแรง อยากถามภูวนัยว่าม่านเมฆแพ้ยาเพนนิซิลินใช่ไหม
ชาติกล้าบอกว่าไม่ได้ข่าวภูวนัยเลย ปลายฟ้านิ่งไป ก่อนบอกว่า “ถ้าวันไหนชาติจับภูได้...ช่วยบอกเราได้ไหม”
“แค่นี้ก่อนนะฟ้า เรามีงานด่วน” ชาติกล้าตัดบทเซ็งๆ เมื่อรู้ว่าที่แท้ปลายฟ้าโทร.มาเพราะรักและเป็นห่วงภูวนัย
ปลายฟ้ากลับมาเล่าให้เผ่าพงศ์ฟังอย่างโล่งใจว่า อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าภูวนัยยังไม่ถูกตำรวจจับ พอดีตะวันฉายผลักประตูเข้ามาบอกว่าตนไปที่รีสอร์ต รู้จากพรรษาว่าทุกคนมาเฝ้าม่านเมฆที่โรงพยาบาลจึงรีบตามมา
ปลายฟ้าบอกว่าม่านเมฆแพ้ยา ปรารภอย่างกังวลว่า
“รักษาอาการแพ้ยาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ฉันกลัวว่าเมฆเขาจะแพ้ยาตัวอื่นอีก เดี๋ยวจะยิ่งเป็นหนักกว่าเดิม”
“คนเดียวที่รู้คืออาภู...แต่ตอนนี้เราก็ติดต่ออาภูไม่ได้เลย” ม่านหมอกเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวก่อนครับ...บางทีผมอาจจะติดต่อคุณภูได้” ตะวันฉายบอกทุกคนให้คลายความกังวล
จากนั้นตะวันฉายโทร.เข้ามือถือของไผ่พญา เธอรับสายทักอย่างตื่นเต้นที่จู่ๆเขาก็โทร.มา แต่พอฟังปลายสาย หน้าก็กลายเป็นวิตกกังวลกระทั่งอุทานอย่างตกใจ
“อะไรนะคะ...ม่านเมฆไม่สบาย!”
ภูวนัยมองขวับอย่างตกใจยิ่งกว่า
ooooooo










