ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิงฟ้าเห็นเมฆเพิ่งออกจากห้องตะวันฉายก็ตกใจ รีบถามว่าเขานอนในห้องนี้ทั้งคืนหรือ เมฆพยักหน้ารับยิ้มๆอย่างสะใจ...ตะวันฉายเก็บที่นอนเสร็จ จะเก็บคอมจึงเห็นว่านิยายของตนมีการแก้ไขพร้อมคำอธิบายเอาไว้เป็นตัวหนังสือสีแดง เธอถึงกับทึ่ง ที่เขาอ่านมันจนจบ

จากนั้น ตะวันฉายมาปลุกหมอกอาบน้ำแต่งตัว หมอกเอาแต่คุยด้วยความดีใจ ที่วันแม่ปีนี้ตนจะมีแม่ไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ตะวันฉายแกล้งขอไปด้วย หมอกตอบว่าพี่ซันไม่ใช่แม่จะไปได้อย่างไร เธอถึงกับสะอึกแอบยิ้มเศร้าๆ

ในเช้าวันนั้น ยุทธการได้รับแฟ้มรายงานจากจ่าสม มีภาพหญิงสาวชื่อเอ็มม่า ที่ระบุว่าเป็นคนติดต่อซื้อบ้านให้เฮลมุท ชื่อไทยของเธอคือ...อิงฟ้า พิพัฒนพงษ์สกุล เขาชะงักเงยหน้าถามจ่าสมว่าแน่ใจหรือ จ่าสมพยักหน้าเศร้าๆแต่เหมือนต้องหักใจ

“นามสกุลเดียวกับคนที่หมวดให้ผมตามหาตัว นายธีรภพ พิพัฒนพงษ์สกุล เป็นสามีของอิงฟ้า ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อห้าปีที่แล้ว พอบริษัทของธีรภพล้มละลาย อิงฟ้าเลยเดินทางไปเยอรมนีและอยู่ที่นั่นจนกลับมาเมืองไทยเมื่อสองเดือนที่แล้ว”

“แล้วนายธีอะไรนั่นล่ะ”

“เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงที่บริษัทล้มละลาย ตอนหลังน้องชายคือคุณนภทีป์เข้ามารับช่วงต่อ แล้วยังรับเลี้ยงลูกของธีรภพกับอิงฟ้า ชื่อเด็กชายธีรดล ด้วยครับ”

ยุทธการถึงกับอึ้งกับข้อมูลที่เพิ่งรับรู้ ได้อ่านข้อมูลการตายของธีรภพและสาเหตุการล้มละลายของเขา อีกเรื่องที่ทำให้ต้องหนักใจ คืออิงฟ้าเกี่ยวข้องกับพวกค้า ยาเสพติดข้ามชาติ ไม่รู้ว่าธีรภพและเมฆเกี่ยวข้องด้วย หรือไม่... ยุทธการครุ่นคิดอย่างหนักแล้วลองถามจ่าสม

“จ่า ถ้ามีคนคนหนึ่งเขาเฝ้ารอจะเจอคนที่เขารักมาก แต่เรารู้ว่าคนๆนั้นตายไปแล้ว เป็นจ่า จ่าจะบอกเขาไหม”

“ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกเจ็บแรง แต่จบเร็ว...ชีวิตของเขาจะได้ดำเนินต่อไงครับ ความจริงบางอย่างอาจจะไม่ให้ความสุขกับเรา แต่มันก็คือความจริง รู้ช้ารู้เร็วมันก็เปลี่ยนความจริงไปไม่ได้”

ยุทธการเห็นด้วย ขอบคุณจ่าสมแล้วผลุนผลันออกไป

ooooooo

ในขณะที่อิงฟ้าเห็นตะวันฉายรดน้ำผักกาดให้หมอกก็หมั่นไส้จะเดินหนี พอดีเมฆกลับมา จึงหันมายืนยิ้มรอ เมฆลงจากรถยิ้มให้ แต่เดินเลยไปหาตะวันฉาย ทักว่าดูแลผักกาดให้ลูกของเราหรือ ตะวันฉายเคืองจะเลี่ยงหนี เขาเข้ามาขวาง เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงดุ

“คุณเมฆ ผมว่าคุณเล่นเกินไปแล้วนะครับ”

เมฆโต้ว่าเธอต่างหากที่เล่นเกินไป ตะวันฉายงง เมฆเปลี่ยนเรื่องสั่งให้เธอไปเก็บของย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับตน เขาดึงแขนเธอ “ฉันชอบอยู่ก่อนแต่ง ไป... ฉันช่วยเก็บของ”

อิงฟ้าสุดทน เข้ามาขวาง “เมฆ ฟ้ารู้ว่าเมฆต้องการประชดฟ้า เมฆอาจจะได้ความสะใจ แต่เมฆไม่มีความสุขหรอก ฟ้ารู้เมฆไม่ใช่เกย์”

“ผมก็ไม่ใช่ครับ” ตะวันฉายโพล่งขึ้น เมฆเหล่ที่เธอไม่ช่วยกันบ้าง

อิงฟ้าขอร้องให้เมฆกลับมารักกับตนเหมือนเดิม เขายืนกราน มันสายไปแล้ว ตอนนี้ตนรักซัน... ตะวันฉายสะดุ้ง เมฆยืนยันอีกครั้ง อิงฟ้าร้องลั่นไม่จริง เขาส่ายหน้าคิดจะทำให้เธอเชื่อจึงดึงตะวันฉายเข้ามาจูบต่อหน้าต่อตา ชั่วครู่ก็ปล่อย

“ถ้ายังจะคิดว่าผมโกหกอีกก็ตามใจนะ” เมฆยิ้มหวานให้ตะวันฉาย

แต่เธอยืนตาค้างแล้วเป็นลมร่วงลง เมฆตกใจเข้าอุ้มเธอไปนอนที่โซฟาห้องทำงาน ปฐมพยาบาลอย่างห่วงใย อิงฟ้ายืนมองด้วยความน้อยใจ แล้วมาร้องไห้ต่อหน้ารูปธีรภพในห้อง

ตะวันฉายรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นหน้าเมฆอยู่ใกล้ๆก็ตกใจพรวดพราดลุกขึ้น ผลักเขาออกห่าง

“คุณเมฆ...คุณทำแบบนี้ทำไม”

“ฉันขอโทษ นายโกรธมากเลยเหรอ”

“สำหรับผม การที่เราจะจูบกับใครสักคนมันสำคัญมาก มันต้องมาจากความรู้สึกที่มีต่อกัน คนเห็น แก่ตัวไม่นึกถึงคนอื่น คนไม่มีหัวใจอย่างคุณน่ะ ไม่มี วันเข้าใจหรอก”

“นายรู้ได้ไงว่าฉันไม่มีหัวใจ” เมฆพรั่งพรูความเจ็บช้ำ “ฉันเคยให้หัวใจกับคนคนหนึ่ง ให้เขาหมดทั้งใจ แต่ที่ฉันได้รับกลับมามันคืออะไรรู้ไหม การทรยศหักหลังไง นายเคยโดนไหม คนที่รักที่สุดหักหลัง คนที่รักที่สุดทรยศ” เมฆเดินเข้ามาจ้องหน้าตะวันฉาย “ตอนนี้ที่ฉันเกลียดและกลัวที่สุดก็คือความหลอกลวง ไม่จริงใจโกหกกัน ถ้าวันหนึ่งนายตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอะไรๆรอบตัวล้วนเป็นเรื่องโกหก นายจะไม่พูดอย่างนี้”

“เอ่อ...คุณเมฆ...เอ่อ คือ ผม...”

เมฆดันตัวตะวันฉายออกไปจากห้องแล้วปิดประตูล็อก เธอเคาะเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่เปิด เป็นครั้งแรกที่ตะวันฉายรู้สึกร้อนรนกับท่าทีเฉยชาของเมฆ เธอวิ่งออกมานอกบ้านเพื่อมองเขาทางหน้าต่าง แต่เขาก็ปิดม่าน เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่นั่งเศร้าอยู่หน้าห้อง

จนบ่ายคล้อย เมฆเปิดประตูออกมาเห็นตะวัน– ฉายอยู่หน้าห้องก็ถามเรียบๆว่าทำอะไร เธอรีบเอ่ยปากขอโทษที่พูดไม่ดี เขากลับบอกว่าเขาต่างหากที่ต้องขอโทษ

“เอาเป็นว่าเราเจ๊ากัน คุณเมฆจะทานกลางวันเลยไหมครับ”

เมฆส่ายหน้าเดินไป ตะวันฉายวิ่งตามถามจะไปรับหมอกใช่ไหม ตนขอไปด้วย

“ไม่ต้อง...”

“เฮ้อ...คุณเมฆครับ อย่าเป็นแบบนี้เลย”

“ตกลงนายจะเอาไง ตอนนี้ฉันก็ไม่ยุ่งกับนายแล้ว ไม่พอใจอีกเหรอ”

“แต่คุณมาโกรธผมอ่ะ”

“ก็นายมาด่าฉันนี่”

สองคนเถียงกันไปมา ตะวันฉายขอให้เขากลับมาเหมือนเดิม เมฆยิ้มกวนๆ ถ้าอยากให้เหมือนเดิมต้องเป็นแฟนกัน และคืนนี้ก็นอนด้วยกัน

“คุณนี่มันได้คืบจะเอากิโลเมตรเลยนะเนี่ย”

เมฆจ้องตาเธอรอคำตอบ ตะวันฉายเออออแต่ขอเป็นแฟนต่อหน้าอิงฟ้าเท่านั้น เขาอมยิ้มโอบคอเธอไปขึ้นรถเพื่อรับลูกของเรา พลัน...ยุทธการโทร.เข้ามา บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับธีรภพ ตะวันฉายตกใจ รับปากไปพบทันที เมฆน้อยใจที่ตะวันฉายเปลี่ยนใจไปพบยุทธการ

ooooooo

พอได้เห็นแฟ้มเกี่ยวกับธีรภพ ตะวันฉายนิ่งอึ้ง ไม่ได้เสียใจกับการตายของเขาแต่ตกใจที่หมอกเป็นลูกชายเขากับอิงฟ้า แล้วเมฆเกี่ยวข้องอย่างไรกับอิงฟ้า ยุทธการให้ตะวันฉายรีบออกมาจากบ้านเมฆ เธอขอเวลาสักหน่อย มันกะทันหันเกินไป

“พี่ว่าไม่น่าเป็นอะไรนะ อิงฟ้าแม่ของหมอกก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ พี่อยากให้รีบออกมาเพื่อความปลอดภัยของซัน”

ตะวันฉายแปลกใจ ยุทธการรีบกลบเกลื่อน หมายถึงออกมาทำความฝันเรื่องเป็นนักเขียน เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย...หลังจากนั้น เอวากับนิคมาหาที่คอนโดฯตะวันฉายเล่าเรื่องธีรภพ แต่ยังข้องใจที่ตนเคยเห็นภาพเมฆกับอิงฟ้าสนิทสนมกันสมัยเรียน

“เรื่องพี่เมฆช่างเถอะ แล้วแกล่ะเป็นยังไงบ้าง” เอวาห่วงเพื่อนจะเสียใจ

“ตอนแรกที่รู้ว่าพี่ธีเสีย ฉันก็ใจหายนะ แต่พอรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ก็ไม่รู้ทำไมฉันไม่ยักรู้สึกว่าตัวเองอกหัก”

“เพราะแกไม่ได้รักไม่ได้ผูกพันไง แกแค่หลงที่เขาเป็นชายในฝัน”

“ชายในฝันก็ต้องอยู่ในฝัน ฉันไม่น่าไปดึงพี่ธีมาสู่โลกความเป็นจริงเลย”

นิคแนะนำให้หารักใหม่ เพื่อเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย เอวาเอ่ยชื่อยุทธการขึ้นมา นิครู้ว่าเพื่อนฝืนใจ แต่ตะวันฉายกลับไม่เอา เพราะตนคิดกับเขาได้แค่พี่ชาย นิคโพล่งออกมาว่างั้นตัวเลือกสุดท้ายคือเมฆ

“จะบ้าเหรอ ก็ฉันเพิ่งบอกไปไงว่านายนั่นเป็นเกย์ แล้วเขาก็ชอบนายซัน พวกแกลองนึกดูนะ ถ้าฉันเป็น แฟนนายนั่นจะเป็นไง” ตะวันฉายจินตนาการภาพว่าตน คงต้องคอยตามเข้าไปหึงหวงเขาในบาร์เกย์ ต้องรบรา กับพวกแฟนเกย์ของเขา

ตะวันฉายร้องกรี๊ดออกมาด้วยความขยะแขยง เอวากับนิคจึงถามว่า จะออกจากบ้านเมฆเมื่อไหร่ เธอนิ่งคิดนั่นสิควรออกเมื่อไหร่ดี...

พอแยกกับตะวันฉาย เอวากับนิคกลับมาที่โรงเรียน นิครู้ว่าเอวายังเสียใจเรื่องยุทธการ ถามมีอะไรที่ตนจะทำให้เธอมีความสุขได้ เอวาขออย่างเดียวอย่าถามเรื่องยุทธการอีก และช่วยไรต์เพลงที่เขาแต่งมาให้ตนเสียที นิคอมยิ้ม

หลังจากนั้นไม่นาน เอวานั่งทำงานอยู่ ที่มือถือมีสัญญาณการส่งเฟซไทม์ดังขึ้น เธอกดดูเป็นภาพนิคนั่งเล่นดนตรีสด ร้องเพลงที่แต่งเองให้กับเธอ เอวายิ้มอย่างสุขใจ

ooooooo

เมฆรับหมอกกลับมาถึงบ้าน หมอกรีบถามเก่งว่าพี่ซันรดน้ำผักกาดให้หรือยัง เก่งตอบว่าเธอยังไม่กลับเลย หมอกจึงชวนเก่งไปช่วยกันรด เมฆหันมองไปหน้าบ้านเหมือนรอดูว่าเมื่อไหร่ตะวันฉายจะกลับมา อิงฟ้าเห็นแล้วไม่พอใจ เข้ามาถามไม่เตรียมตัวไปเล่นดนตรีหรือ

เมฆว่ากำลังจะไป อิงฟ้าโพล่งขึ้น ถ้าไม่มีซันอยู่ บ้านเมฆจะทำอย่างไร เขาหันขวับมามอง หมายความว่าอย่างไร ไม่ทันท่ีอิงฟ้าจะตอบ หมอกวิ่งเข้ามากอด เตือนแม่อย่าลืมไปงานโรงเรียนพรุ่งนี้ อิงฟ้ายิ้มรับเพราะเป็นวันที่พ่อแม่ลูกจะไปด้วยกัน เมฆรีบปฏิเสธ

“ผมคงขอตัว อยากให้ฟ้ากับหมอกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน”

“แล้วเมฆจะใช้เวลาอยู่กับใคร” อิงฟ้าน้อยใจ

เมฆไม่ได้ตอบ แต่หันไปสั่งเก่งว่า ถ้าซันกลับมาให้ไปพบตนด่วน...หารู้ไม่ว่าตะวันฉายกลับมาแล้ว แต่หลบอยู่หน้าบ้าน รอจนเห็นรถเมฆแล่นออกไปถึงเดินเข้ามา

เก่งต่อว่าไปไหนมา เมฆโมโหใหญ่ที่เธอหายไป ตะวันฉายยิ้มๆเดินเข้าบ้าน

พอสบโอกาส อิงฟ้าเข้ามาพูดกับตะวันฉาย เสนอเงินก้อนหนึ่งให้ออกไปจากบ้านนี้ เธอไม่รับแถมบอกว่า พรุ่งนี้เช้าตนจะลาออกอยู่แล้ว อิงฟ้าดีใจย้ำให้รักษาคำพูด ...ตะวันฉายโทร.บอกเอวาซึ่งกำลังเตรียมตัวขึ้นเล่นดนตรี เอวากระซิบต่อนิค พอดีเมฆเข้ามาบ่นอย่างหงุดหงิด

“ก็ซันน่ะสิ บอกว่าพี่ชายเรียกแล้วออกจากบ้านไป จนป่านนี้ยังไม่กลับเลยนะ ไม่รู้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน ฮึ...ไปกับพี่ชายคงเพลินมากละสิ” ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด แต่พอเมฆเห็นหน้าสองคนเหวอจึงกลบเกลื่อนถาม “ตกลงซันติดต่อมาหรือเปล่า”

สองคนส่ายหน้างงๆ แล้วแอบมากระซิบกระซาบกันว่า ท่าทางเมฆเหมือนหึง สงสัยจะเป็นเก้งกวางอย่างที่ตะวันฉายบอก...คืนนั้น เมฆไม่มีสมาธิเล่นดนตรีผิด หลายครั้ง แต่นิคกับเอวาก็ช่วยถูไถไปได้ เสร็จจากงานเมฆแยกกลับ โปรดิวเซอร์เข้ามาถามนิคว่าตัดสินใจอย่างไร เอวารีบตอบตกลงแทน แล้วเชิญสองคนคุยกัน ตามสบาย ตนขอตัวกลับบ้านก่อน นิคมองตามงงๆ

เมฆกลับถึงบ้านก็มาต่อว่าตะวันฉาย “ไง...ไปหาพี่ชายยาวเลยนะ กลับมากี่โมง”

“ค่ำๆครับ”

“เอาล่ะ ฉันจะถือว่าเป็นพี่ชายนาย ไม่หึงก็ได้ งั้นคืนนี้นายไปนอนห้องฉัน”

“ไม่ล่ะครับ คืนนี้คุณนอนห้องคุณ ผมนอนห้องผม”

“ได้ไง เป็นแฟนกันแล้วนะ อย่าลืมสิ”

ตะวันฉายตอบว่าพรุ่งนี้ก็ไม่เป็นแล้ว เมฆงง เธอตัดสินใจบอกเขาว่าพรุ่งนี้ตนจะไปจากที่นี่ เพราะเห็นว่าอิงฟ้าดูแลหมอกได้ เมฆไม่เชื่อเหตุผลของเธอ ตะวันฉายจึงบอกใหม่ว่าจะกลับไปเขียนนิยายจริงๆจังๆ เมฆน้อยใจระคนเสียใจ ขอให้เธอลาหมอกก่อน เธอรับปากเศร้าๆ เมฆออกมาจากห้องตะวันฉาย ยืนเสียใจอยู่หน้าห้อง อิงฟ้าแอบมองพึมพำ ตนทำเพื่อครอบครัว

เมฆระบายอารมณ์ด้วยการเล่นดนตรีดังไปทั้งบ้าน ตะวันฉายเศร้าใจมาแอบมอง พลันมีข้อความจากยุทธการเข้ามาว่า พรุ่งนี้จะมารับแต่เช้า เธอกลับมาล้มตัวลงนอนในห้องเครียดๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆจับตามอง จนตะวันฉายอึดอัดใจ อิงฟ้าเดินลงมาพร้อมหมอกที่ดูร่าเริง เข้ามากระซิบอย่าลืมรักษาคำพูด ตะวันฉายขอเป็นหลังจากลาหมอกแล้วจะไปทันที

เมฆรู้แกว คอยกันไม่ให้ตะวันฉายมีโอกาสคุยกับหมอก คะยั้นคะยอให้รีบไปงานวันแม่ที่โรงเรียน

ตนจะไปส่ง อิงฟ้าบอกเมฆให้ซันได้คุยกับหมอกก่อน เขาย้อนถามรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ อิงฟ้าชะงักปฏิเสธพัลวัน เมฆตัดบทไว้คุยตอนเย็นตอนนี้ต้องรีบไปเดี๋ยวสาย... ตะวันฉายหนักใจ หลบมาโทร.บอกยุทธการว่าจะกลับตอนเย็น ขอบอกลาหมอกก่อน

เมฆกับอิงฟ้าจูงหมอกที่ถือพวงมาลัยเข้ามา

ในโรงเรียน แล้วเมฆขอตัวกลับ อิงฟ้ารู้ว่าเขาจะกลับไปรั้งตะวันฉายไว้ จึงบอกว่าไม่มีประโยชน์ เขาโต้กลับอย่างเจ็บแสบ ตนรู้ว่าดึงใครไว้ไม่อยู่เพราะประสบการณ์มันมี อิงฟ้าผงะได้สติบอกลูกให้นั่งรอ ตนจะไปชวนพ่อ

มาอยู่ด้วย เธอตามออกมาที่หน้าโรงเรียน ทันใด เห็นฝรั่งลักษณะคล้ายเฮลมุท ก็ตกใจจะกลับเข้าโรงเรียน

นึกได้กลัวลูกไม่ปลอดภัยจึงเดินหนีไปที่อื่น เธอเดินหนีอยู่นานกว่าจะรู้ว่าฝรั่งคนนั้นไม่ใช่เฮลมุท แต่เป็นคนต่างชาติที่มาถามทาง...

ด้านหมอกซึ่งรอแม่อยู่นาน จนเพื่อนซึ่งเดินมากับแม่ถามว่ารอใคร พอหมอกบอกว่ารอแม่ เพื่อนก็หาว่าโกหกเพราะรู้ว่าหมอกไม่เคยมีแม่มาโรงเรียนเลย หมอกโกรธผลักเพื่อนล้ม แม่ของเพื่อนโวยวายฟ้องครู หมอกร้องไห้วิ่งหนีไปซ่อนตัว...อิงฟ้ากลับมาไม่เห็นลูกก็ตกใจ แถมมีแม่เด็กมาต่อว่าหมอกเป็นอันธพาล เธอร้อนใจผลักแม่เด็กกระเด็นแล้ววิ่งตามหาหมอก...

เมื่อจะต้องจากไปแล้ว ตะวันฉายจึงทำความสะอาดบ้านทิ้งท้าย เห็นเนื้อเพลงที่เมฆแต่งค้างไว้ เธอแก้ไขคำที่เห็นว่าไม่สละสลวยเสียใหม่ พลันเมฆเปิดประตูเข้ามา

“อยู่นี่เอง นึกว่านายไปแล้ว”

“ก็คุณเมฆบอกให้ผมอยู่รอลาคุณหมอกไม่ใช่เหรอ ผมก็ต้องรักษาคำพูดสิครับ ไม่เหมือนใครบางคน

ที่พยายามกันผมเมื่อเช้านี้”

เมฆมองเขม่นแล้วมองไปที่เนื้อเพลงเห็นมีการแก้ไข จึงให้เธอร้องให้ฟังว่ามันเพราะกว่าของตนอย่างไร เล่นกันไปเถียงกันไป จนกระทั่งอิงฟ้าโทร.มา

“พักก่อน เดี๋ยวนายกับฉันมาตีกันต่อ...ว่าไงฟ้า อะไรนะ! หมอกหายไป ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

ตะวันฉายพลอยตกใจวิ่งตามเมฆไปด้วย...มาถึงโรงเรียน อิงฟ้ารีบบอกเมฆว่า ให้หมอกรอในนี้ แต่พอ

กลับมาไม่เจอแล้ว เมฆต่อว่าทิ้งลูกไปได้อย่างไร อิงฟ้าอึกอักอ้างว่าเจอเพื่อนเลยไปทักทาย เมฆโวย ทักเพื่อนนานขนาดลูกหายยังไม่รู้หรือ อิงฟ้าหน้าเจื่อน ตะวันฉายตัดบทให้รีบไปตามหากันดีกว่า ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปก่อน อิงฟ้าทรุดนั่งน้ำตาไหล

สองคนแยกย้ายกันตามหาหมอกทั่วโรงเรียน จนมาบรรจบกัน ตะวันฉายจึงถามเมฆว่า มีที่ไหนที่เขาห้ามหมอกไม่ให้ไปบ้าง เมฆคิดสักครู่แล้วบอกว่าบ้านภารโรง เธอรีบไปที่นั่นทันที

มาถึง ตะวันฉายถามเมฆ “ทำไมคุณหมอกถึงอยากมาเล่นที่นี่ครับ”

“หมอกอยากได้ลูกหินแต่ฉันไม่ซื้อให้ หมอก

กับเพื่อนๆเลยชอบมาปั้นดินเล่นตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีก็แสดงว่าหมอกไม่ได้มาตรงนี้”

ตะวันฉายเดินสำรวจและตะโกนเรียกหมอก “ออก มาเถอะครับ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ซันเป็นห่วง คุณหมอกอย่าทำแบบนี้เลยนะครับ ถ้าคุณหมอกไม่ออกมา แสดงว่าคุณหมอกโกรธพี่ซัน ไม่รักพี่ซันแล้ว พี่ซันเสียใจนะครับ คุณพ่อก็เสียใจ คุณหมอกไม่รักคุณพ่อไม่รักคุณแม่ ไม่รักพี่ซันแล้วเหรอครับ”

“รักครับ” เสียงหมอกดังออกมา

ทั้งเมฆและตะวันฉายหันไปตามเสียง เห็นหมอกนั่งกอดเข่าอยู่ในซอกซอกหนึ่ง ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตา ทั้งสองโผเข้ากอด เมฆน้ำตาซึมบอกลูกอย่าทำแบบนี้อีก พ่อเป็นห่วง

“หมอกมาตามหาแม่ครับ เพื่อนๆล้อหมอกอีกแล้วครับพ่อ เขาหาว่าหมอกโกหก หมอกจะให้เขาเห็นแม่”

เมฆกอดหมอกแน่นด้วยความสงสาร ตะวันฉายตื้นตันกับความรักของเมฆที่มีต่อหมอก ทั้งสองพาหมอกมาเคลียร์กับผู้ปกครองและครู ผู้ปกครองโวยวายให้ครูทำโทษหมอกที่มาทำร้ายลูกตน ตะวันฉายเหลืออดโต้ว่าลูกเขามาล้อหมอกก่อน

“แล้วไง ลูกฉันก็แค่ล้อ จะอะไรนักหนา”

“เพราะคุณเป็นคนนิสัยแย่อย่างนี้ไง ลูกคุณถึงนิสัยไม่ดี ถามจริงๆเถอะ พ่อแม่บังคับให้คุณมีปากเสียงนิสัยอันธพาลแบบนี้เหรอ ถึงต้องถ่ายทอดต่อให้รุ่นลูกน่ะ”

“นี่...แกก็แค่พี่เลี้ยงเด็กนะ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”

“รู้แต่ไม่แคร์ ไปเถอะครับคุณหมอก...ไปสิครับจะอยู่ทำไม เราไม่ผิด” ตะวันฉายหันไปบอกเมฆกับอิงฟ้าแล้วจูงหมอกเดิน ผู้ปกครองเข้าขวาง เธอชนผู้ปกครองล้มอย่างไม่สนใจ

ผู้ปกครองโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง โวยครูทำไมไม่จัดการ ครูส่ายหน้าระอาใจ...อิงฟ้าวิ่งตามมาดึงมือหมอกจะให้กลับเข้าไปในงานโรงเรียน แต่หมอกสะบัดมือออกแล้วโผกอดตะวันฉาย เมฆบอกอิงฟ้ากลับบ้านกันก่อน แต่เธอแย้งวันนี้วันแม่ เมฆโต้

“แต่คงไม่ใช่วันของฟ้า”

อิงฟ้าจุกกับคำพูดของเมฆ เมฆดึงหมอกมา กอด ปลอบว่าวันนี้ไม่อยากไปโรงเรียนก็ไม่เป็นไร ไปเที่ยวกันดีกว่า หมอกตาโตยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“เอ่อ...คุณเมฆครับ งั้นผมขอลาคุณหมอกตรงนี้เลยแล้วกัน”

หมอกแปลกใจไปไหน ตะวันฉายกำลังจะตอบ เมฆแทรกขึ้น “ซัน...ขอเวลาอีกนิดได้ไหม อยู่กับฉันกับหมอกหน่อยนะ”

เมฆให้ตะวันฉายไปเที่ยวด้วยกัน หมอกรบเร้าจนเธอไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร...ทั้งสามมาเที่ยวสวนสนุกกำลังเพลินๆ จู่ๆก็มีตัวมาสคอตมาแจกน้ำและลูกโป่ง หมอกนึกได้ว่าตะวันฉายหายไปรีบบอกเมฆตามหา ตัวมาสคอตจึงถอดหัวออกมาเป็นตะวันฉาย

“พี่ซันนึกว่าไม่มีใครคิดถึงพี่ซันแล้วนะเนี่ย พี่ซันร้อนจังเลยครับ”

หมอกยื่นน้ำของตัวเองให้ เมฆยิ้มกวนๆตะวันฉายเห็นแล้วเมินหน้าหนี ขอตัวไปเปลี่ยนชุด เมฆหันมาถาม ลูกชายถ้าพ่อหายไปบ้าง จะมีใครคิดถึงไหม หมอกตอบว่าไม่คิดถึง

“โธ่...พ่อนี่น่าสงสารจริงๆขนาดลูกชายยังไม่ คิดถึงเลย”

หมอกถามตาแป๋วพ่อจะหายไปไหน เมฆเห็นแล้ว ใจแป้ว ตนไม่ไปไหนหรอก หมอกยิ้ม

“ที่หมอกไม่คิดถึงพ่อเพราะรู้ว่าพ่อไม่มีทางทิ้งหมอกไงครับ”

เมฆดึงลูกมากอดหอมแก้มซ้ายทีขวาที ตะวันฉายเดินกลับมา ซาบซึ้งกับภาพที่เห็น...ไม่นาน หมอกก็หลับ หนุนตักตะวันฉาย เธอฮัมเพลงที่เมฆแต่งกล่อม เมฆได้ยินแกล้งชมว่าเพลงเพราะดี คนแต่งทำนองเก่ง ตะวันฉายค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้

“เฮ้อ...แต่เนื้อร้องที่แต่งมั่วๆเนี่ยสิ ม่ายหวาย...”

“ก็ผมจะร้องของผมแบบนี้อ่ะ” ตะวันฉายไม่สนใจ ร้องเนื้อที่ตนแก้ไข

เมฆฟังๆดูรู้สึกไพเราะ จึงหยิบมือถือขึ้นมาอัดเสียงไว้ อ้างว่าจะไปเทียบกับอันที่ตัวเองแต่งว่าอันไหนเพราะกว่ากัน...

ตกเย็น อิงฟ้ายืนรอรับเมฆกับลูกที่กลับกันมา หมอกยังโกรธแม่ไม่ยอมเข้าหา อิงฟ้าขอร้องเมฆให้ช่วยพูดกับหมอก แต่เขากลับบอกว่า ตัวเขาก็ไม่ไว้ใจเธออีก ตะวันฉายช่วยแก้สถานการณ์ให้ ถามเมฆลืมแล้วหรือว่าให้อิงฟ้ามาอยู่ที่บ้านเพื่ออะไร เพื่ออยากให้หมอกได้ความรักจากแม่ แล้วเธอก็ขอโทษแล้วจะยกโทษให้ไม่ได้หรือ ตะวันฉายถามหมอกว่าเคยทำผิดจนพ่อโมโหไหม เขาพยักหน้า

“คุณแม่ก็เหมือนกันนะครับ วันนี้คุณแม่อาจจะเผลอซนไปนิดเดียวเอง เลยมาช้าไปหน่อย เหมือนคุณหมอกเล่นน้ำไม่ยอมขึ้นไง คุณหมอกจะโกรธคุณแม่ทั้งวันเลยเหรอ”

หมอกสลดลงบ่นตนอยากอวดแม่กับเพื่อนๆ ตะวันฉายปลอบ พรุ่งนี้ก็อวดได้ วันต่อไปก็อวดได้ เขาไม่ควรโกรธแม่เพราะเขาเป็นลูกผู้ชาย เป็นเด็กดี หมอกสบตาอิงฟ้าแล้วโผกอด อิงฟ้าร้องไห้ด้วยความดีใจ เมฆมองสองแม่ลูกอย่างซาบซึ้ง

ตอนกลางคืน ตะวันฉายสะพายเป้เดินลงมา เอวาดักรอขอบใจที่ช่วยพูดกับหมอก แถมบอกว่าสองพ่อลูกรอส่งอยู่หน้าบ้าน...ตะวันฉายเดินออกมา เมฆขอร้องให้อยู่ต่อเพราะหมอกต้องการเธอ ตะวันฉายกล้ำกลืนความเสียใจยืนยันว่า ถึงเวลาที่ตนต้องไป เขาถามเวลาอะไร

“คุณไม่ต้องเข้าใจหรอกครับ ผมบอกได้เพียงว่า ผมอยู่อย่างนี้ตลอดไม่ได้ มันไม่ใช่ชีวิตผม” เมฆถามสวนขึ้นว่าจะได้เจอกันอีกไหม ตะวันฉายยิ้มเจื่อนๆ “คุณเมฆ ผมไม่ใช่เกย์...”

“ตอบไม่ตรงคำถามอีกแล้วนะ” เมฆโต้

ตะวันฉายจึงตอบหนักแน่นว่าไม่...หมอกร้องไห้โฮ เธอหันมากอดปลอบเขาต้องเข้มแข็ง แล้วตัดใจเดินจากไป เมฆมองตามหลังด้วยความเสียใจ พึมพำ...โชคดีนะซัน

ooooooo

ยุทธการมาส่งตะวันฉายที่ซันไรส์รีสอร์ท เกริกไกรอดแซวลูกไม่ได้ ใครบังคับให้กลับถึงได้ทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ ยุทธการตอบแทนว่า เธอยอมกลับเองไม่มีใครบังคับได้ สายรุ้งแขวะสามี ลูกเอาเชื้อดื้อของพ่อมาเยอะ เกริกไกรร้อง...อ้าว

ตะวันฉายขอตัวไปพักผ่อน ให้พ่อกับแม่คุยกับยุทธการตามสบาย สองสามีภรรยาแปลกใจลูกสาวเป็นอะไร ยุทธการแก้ตัวให้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจตอนอยู่กรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลเธอเอง และได้ลางานไว้แล้ว

วันรุ่งขึ้นยุทธการพยายามเอาใจตะวันฉาย เพราะคิดว่าที่เธอดูเศร้าๆ อาจช็อกเรื่องการตายของธีรภพ ตะวันฉายนึกได้ เตือนใจตัวเองว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ยุทธการกุมมือเธอ

“แต่ในเมื่อไม่มีเขาแล้ว พี่ยุทธคนนี้ก็จะขอเป็นคนดูแลหัวใจของซันเอง พี่ไม่ได้ขอให้ซันต้องมาดูแลหัวใจพี่เป็นการตอบแทนหรืออะไร แค่ให้พี่ได้ดูแลซัน พี่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด ให้พี่ดูแลซันได้ไหม”

ตะวันฉายอึ้งตอบไม่ถูก เผอิญเฮลมุทเดินเข้ามาทัก “ขอโทษครับ เมื่อสักครู่ผมนั่งตรงนี้สงสัยจะทำกุญแจห้องตกไว้ คุณเห็นบ้างหรือเปล่าครับ”

ยุทธการไม่ได้เอะใจอะไร ช่วยกันก้มมองหากับตะวันฉาย เห็นกุญแจตกอยู่จริง หยิบส่งให้ ตะวันฉายถือ โอกาสบอกยุทธการว่าอากาศเริ่มร้อน ชวนเข้าบ้านป่านนี้แม่เตรียมของว่างไว้ให้แล้ว ยุทธการมองตามเซ็งๆ...

ขณะเดียวกัน หมอกดูเศร้าซึมลง อิงฟ้าเอาขนมของโปรดมาให้ก็ไม่ค่อยสนใจ ท่าทางโกรธที่ไม่มีใครตามซันกลับมา บ่นอยากเล่นกับพี่ซัน อิงฟ้าปลอบอย่างไรก็ไม่ฟัง จนเธอยอมจำนนจะบอกเมฆไปตามให้...ด้านเมฆก็ไม่ต่างจากลูก เขาเข้ามาอยู่ในห้องตะวันฉาย คิดถึงภาพเธอในจุดต่างๆ อิงฟ้าแอบยืนมองเมฆอาลัยอาวรณ์ซันแล้วอดหงุดหงิดไม่ได้ แต่ทำทียิ้มแย้มเข้าไปชวนเขาทานข้าวกลางวัน

บนโต๊ะอาหาร หมอกรบเร้าแม่ถามพ่อหรือยัง เมฆทำหน้างงๆ หมอกจึงถามเองว่าพี่ซันอยู่ที่ไหน เมฆแปลกใจจะรู้ไปทำไม

“หมอกอยากให้แม่ไปตามพี่ซันกลับมา”

“แต่แม่ว่าซันเขาคงไม่ยอมกลับมาแล้วล่ะ เพราะถ้าเขาอยากอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องไม่ไป...ไม่เอาแล้ว ไม่คุยเรื่อง คนอื่นแล้วนะครับ กินสปาเกตตีดีกว่า ร้อนๆจะได้อร่อย เสร็จแล้วก็ต่อด้วยของหวานเป็นเค้กช็อกโกแลต ดีไหมครับ”

สองพ่อลูกฝืนใจกินด้วยอาการเจื่อนๆเพราะอด คิดถึงซันไม่ได้ อิงฟ้ามองอย่างไม่พอใจ...ทานอาหารเสร็จ สองพ่อลูกมารดน้ำต้นผัก หมอกคิดได้บอกเมฆว่า ไม่รดดีกว่า พี่ซันจะได้กลับมาดูแลเองเพราะกลัวมันตาย เมฆถอนใจสงสารลูก คนเขายังไม่ดูดำดูดีแล้วจะแคร์อะไรกับผัก

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยุทธการลากลับเพราะทางการมีงานด่วน ตะวันฉายเดินมาส่งที่รถ เผอิญเชือกรองเท้าหลุด ยุทธการก้มลงผูกใหม่ จังหวะนั้น ลูกน้องเฮลมุท เดินสวนมาจึงไม่ทันเห็นยุทธการ

ตะวันฉายเดินซึมเศร้ากลับมาที่ห้อง เห็นชุดผู้ชายที่ตัวเองใส่ตอนเป็นซันแขวนอยู่ แล้วสะท้อนใจ มองเลยไปที่ปฏิทิน เห็นวันที่ตัวเองวงไว้เป็นวันกำหนดส่งนิยายก็ตาเหลือกนึกได้ เธอสะบัดทุกอย่างออกจากหัว ตั้งใจทำงานเขียนนิยายต่อ...ภาพในจินตนาการของเธอ กลับมีเมฆ เข้ามาเป็นพระเอก แต่แล้วก็แต๋วแตก ทำให้เธอถึงกับเหวอ

“เฮ้ย...ไหงเป็นเงี้ย บ้าๆๆบ้าที่สุดเลย อะไรของแกไอ้ซัน ทำไมต้องคิดถึงเกย์คนนั้น” ตะวันฉายลุกขึ้นเต้นฮึดฮัดโกรธตัวเอง...เกริกไกรกับสายรุ้งแอบมองลูกสาวงงๆว่าเป็นอะไร

เวลาผ่านไป...กลางดึก อ้อมาเคาะประตูปลุกเกริกไกรกับสายรุ้ง บอกว่ามีเสียงไม่ชอบมาพากล สายรุ้งชวนสามีไปดูเกิดมีเรื่องไม่ดีจะได้ป้องกันทัน ทั้งสามคนย่องสำรวจบริเวณบ้าน เห็นโน้ตบุ๊กตะวันฉายเปิดค้าง และมีเสียงของมีคมกระทบวัตถุบางอย่าง ทั้งสามย่องตามเสียงเข้าไปในครัว เห็นตู้เย็นเปิดค้าง จึงบุกเข้ามา แสงจากตู้เย็นสาดให้เห็น ตะวันฉายนั่งคุดคู้ ขอบตาดำหัวฟู ปากมีคราบสีน้ำตาล ทั้ง สามร้องกรี๊ดพร้อมกัน ตะวันฉายลุกยืน ในมือมีจานเค้ก ช็อกโกแลต และช้อนที่ขูดจานจนเกิดเสียง ต่างคนต่างตกใจ...

เช้าวันใหม่ เกริกไกร สายรุ้ง ตะวันฉายนั่งดื่มกาแฟ สีหน้าหมองไม่ได้นอนทั้งคืน อ้อยืนบริการสีหน้าไม่แพ้กัน ต่างซักไซ้ตะวันฉายว่าเป็นอะไร ต้องการพบแพทย์ไหม

“ก็มันเครียดนี่คะ ซันแค่อยากจะเขียนนิยายให้จบ แต่ยิ่งเขียนยิ่งเลอะ ไม่รู้จะทำยังไง”

“ก็พักก่อนสิคะคุณซัน ให้ใจร่มๆเดี๋ยวก็เขียนได้”

“แต่มันจะถึงกำหนดส่งแล้ว ถ้าไม่รีบไม่ทันแน่”

“ตกลงที่เขียนเนี่ย เพราะอยากเขียนนิยาย หรือว่าอยากเขียนแค่จะส่งประกวดให้เสร็จๆไปกันแน่” เกริกไกรถาม

“จริงด้วย ไหนซันเคยบอกแม่ว่า ไม่สำคัญที่ทำได้ แต่สบายใจที่ได้ทำไง แล้วนี่ทำไมดูไม่เห็นจะสบายใจเลย”

“ถูกของพ่อกับแม่ ตอนนี้ซันกำลังมองแต่ปลายทาง อยากให้มันรีบจบๆไป แต่ซันไม่ได้ชื่นชมกับทางเดินรอบข้าง ก่อนจะถึงจุดหมายเลย” ตะวันฉายฮึดขึ้นมาใหม่ “ซันต้องเริ่มเขียนนิยายใหม่ ต้องเอ็นจอยกับการเขียน ไม่ใช่เร่งๆให้มันจบ งั้นซันขอลางานไม่มีกำหนดนะคะ จนกว่าซันจะเขียนนิยายจบ”

“อ้าว เฮ้ย! เอางี้เลยเหรอ” เกริกไกรเหวอ

อ้อขำอยากแนะนำกันดีนัก สองสามีภรรยาตวัดสายตามอง อ้อยิ้มแหยๆเลี่ยงไปทำงาน...ตะวันฉายมาเริ่มทำงานอย่างตั้งใจ เปิดคอมเห็นข้อความที่เมฆแก้ไขให้ก็สะเทือนใจ คิดถึงเขาอีก

ด้านเมฆก็ไม่เป็นอันทำงานแต่งเพลงเช่นกัน อิงฟ้าเข้ามาคลอเคลีย ขอให้สอนเล่นเปียโน เมฆโต้ ตนเคย จะสอนแต่เธอไม่สนใจ อิงฟ้าอ้อนว่าตอนนี้สนใจแล้ว เมฆจับมือเธอมองตาพูดอย่างจริงจัง อย่าพยายามเลย มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ อิงฟ้าผงะแต่ไม่ละความพยายาม

“แหมเมฆ อย่าเพิ่งดูถูกฟ้าสิ คนที่เพิ่งหัดเรียนดนตรีตอนโตมีถมไป มันอาจใช่สำหรับฟ้าก็ได้ แล้วฟ้าก็อาจช่วยเมฆทำงานได้ ไม่ต้องให้...คนอื่นมาช่วย”

“ขอบคุณนะฟ้า แต่ผมขอทำงานคนเดียวดีกว่า”

“ถ้างั้นฟ้าจะอยู่เป็นกำลังใจให้เมฆอย่างเดียว จะวันนี้หรือวันไหน ฟ้าก็จะไม่ไปจากเมฆ”

“ผมรับความรู้สึกที่เกินเพื่อนจากฟ้าไม่ได้แล้ว ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะฟ้า”

“เพราะซันเหรอ ที่เมฆเอาแต่ซึมเศร้านี่เป็นเพราะซันจริงๆเหรอ ตกลงนี่เมฆจะเป็น...”

“ผมจะเป็นอะไรไม่สำคัญหรอกฟ้า ไม่ต้องหาคำตอบกับเรื่องนี้หรอก ผมจะทำในสิ่งที่มีความสุข แล้วฟ้า...ก็ไม่ใช่คำตอบของผม” เมฆเดินออกไป อิงฟ้ายืนเสียใจ

ที่สระว่ายน้ำ หมอกกับเก่งนั่งถอนใจ ต่างบ่นคิดถึงซัน ไม่มีแก่ใจจะเล่นอะไรเช่นกัน

ooooooo

ในห้องอัดเสียง จอมสยามฟังเพลงที่เมฆแต่ง ยิ้มด้วยความพอใจมาก ถึงขนาดลุกขึ้นไปกอดเมฆ และบอกอยากจูบปากจริงๆ เมฆตกใจเอามือยันหน้าจอมสยามไว้

“เฮ้ย...ขอร้องๆ กรุณาเก็บจิตใต้สำนึกเอาไว้ให้ลึกสุดใจเถอะนะพี่นะ”

“ไอ้นี่ เดี๋ยวก็เจอซัดซักเปรี้ยงหรอก”

“ล้อเล่นน่า นี่พี่ชอบเพลงผมขนาดนี้เลยเหรอ” เมฆสะท้อนใจคิดถึงตะวันฉาย

จอมสยามพยักหน้าและขอเพลงอื่นอีก เมฆส่ายหน้าเศร้าๆ “จะพยายาม แต่ไม่แน่ใจว่าจะแต่งได้อีกหรือเปล่า”

“อ้าว อะไรของแกวะ ไม่แน่ใจอะไร พรสวรรค์ก็มี ฝีมือก็ยังไม่ตก มันยังมีอะไรที่ทำให้แกแต่งเพลงไม่ได้อีก”

เมฆเปรยๆขาดแรงบันดาลใจมั้ง...จอมสยามสวน ขาดก็ออกไปหา ทำให้เมฆนิ่งคิด...

ขณะเดียวกัน ยุทธการมาปรับทุกข์กับเอวาและนิค ว่าตะวันฉายดูซึมแต่ตนก็จะพยายามดูแล เอวาทำเป็นร่าเริงกลบเกลื่อน

“พี่ยุทธรักซันขนาดนี้ เอวายอมแพ้เลย เดี๋ยวเอวาจะยุให้ซันมันตาสว่างมองมาทางนี้ซะที”

ยุทธการยังตอกย้ำว่า เธอช่างเป็นน้องสาวที่น่ารัก นิคถอนใจสงสารเพื่อน ยุทธการถามนิคเป็นอะไร เขาแกล้งตอบว่าอาหารมันเผ็ดน้ำตาจะไหล เอวารู้ว่าเพื่อนเหน็บ ตอกกลับว่าอยากกินแบบเผ็ดจนปากเจ่อไหม นิคยิ้มแหะๆ ยุทธการมองสองคนไปมาอย่างไม่เข้าใจ

พอยุทธการกลับไป เอวาก็ซึมลง นิคชวนเล่นอย่างไรก็ไม่ครึกครื้นจนอดถามไม่ได้

“พักนี้แกเซ็งบ่อยเกินไปแล้ว เหมือนไม่ใช่เอวาคนเดิม”

“อ้าว ฉันเป็นคนนะเว้ย ไม่ใช่ตัวละครแบนๆมีสุขมีเศร้ามันก็ธรรมดา เมื่อวานเพิ่งอกหัก วันนี้ให้หายเลยรึไง”

นิคหัวเราะ “เออๆเข้าใจ ฉันก็แค่เป็นห่วงแก ไม่อยากให้เศร้านาน ช่วงนี้แกอยากจะผีเข้าผีออกก็เป็นไปเถอะ ฉันรับได้”

เอวามองอย่างซาบซึ้งใจ แถมเข้ามากอดแขนนิค “ถ้าใครได้แกเป็นแฟนนี่โชคดีโคตรๆ อยากได้แฟนแบบแกว่ะ นิคจ๋า ตัวเองรักเค้ามั้ย”

นิคอึ้ง แสร้งใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเอวาดันออกและบอกว่า เธอไม่อยากได้แฟนอย่างตนหรอกเพราะเธอชอบแบบยุทธการ พูดจบก็ลุกพรวดขึ้นขอตัวไปสอน เอวามองตามเหวอๆ...เดินห่างออกมา นิคตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปหาโปรดิวเซอร์ บอกว่าตนทำพาสปอร์ตพร้อมแล้ว และหยั่งเชิงถามว่าอยากได้มือกลองอย่างเอวาด้วยไหม โปรดิวเซอร์ตอบว่าน่าสนใจ ขอให้มาคุยกันก่อน

จากนั้น นิคมาหายุทธการที่สำนักงาน  เปิดประเด็นทันที “พี่ยุทธครับ ถ้าซันไม่ชอบพี่ พี่ก็ควรจะมองคนอื่นบ้างนะครับ”

ยุทธการงงย้อนถามนิค ทำไมไม่ถามตอนที่ทานข้าวด้วยกันเมื่อกลางวัน นิคตอบว่าตอนนั้นไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้คิดแล้วว่าควรพูด ยุทธการตอบอย่างหนักแน่น ตนคงมองใครอีกไม่ได้

“แต่มีคนคนหนึ่งที่เขารักพี่ยุทธมาก แล้วเขาก็ดีไม่แพ้ซันด้วย”

ยุทธการถามว่าใคร นิคตอบทันควันว่า...เอวา ยุทธการตกใจ

“ครับ มันชอบพี่ตั้งแต่อยู่มหาลัยแล้วล่ะครับ มันมีความสุขทุกครั้งเวลาพี่ดีกับมัน โทร.หามัน ชวนมันไปไหนต่อไหน ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าพี่รักซัน แต่ตอนนี้มันร้องไห้มากกว่าหัวเราะอีกครับ”

“แต่พี่...พี่คิดกับเอวาแค่น้องสาว”

“ผมขอร้องนะพี่ ให้พี่เปิดใจมองเอวาบ้าง”

ยุทธการนิ่งสักพักก่อนจะตอบว่า “ถ้าให้นิครักกับคนที่มองว่าเป็นน้องสาวมาตลอด นิคจะทำได้เหรอ ความรักน่ะ มันจะเอาคนนั้นมาแทนคนนี้ไม่ได้ รักใครก็รักคนนั้น”

นิคนิ่งอึ้งหนักใจมากขึ้นไปอีก...

ด้านเมฆ เห็นหมอกเอาแต่ซึม จึงตัดสินใจชวนไปเที่ยวกันสองคน...คืนนั้น เมฆมาเล่นดนตรีอย่างเมามันเหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์ แขกในร้านชอบใจปรบมือเกรียวกราว เมฆบอกเอวากับนิคว่าจะพาหมอกไปพักผ่อนต่างจังหวัดสักพัก ให้จอมสยามมาเล่นแทน

เมื่อเมฆกลับไป นิคบอกเอวาเรื่องที่ไปคุยกับยุทธการ เอวาโกรธมาก

“แกไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉันอีก แล้วฉันก็ไม่คิดจะไปเมืองนอกกับแกด้วย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าแกจะมาวุ่นวายกับเรื่องของฉันไปทำไม”

“เพราะฉันรักแกไง...” นิคโพล่งออกมา

เอวาตกตะลึง นิครีบขอโทษที่เขารักเธอ เอวาเอื้อนเอ่ยออกมา “ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่า พี่ยุทธรู้สึกยังไงกับฉัน เพราะฉันก็ไม่รู้สึกกับแกแบบนั้น”

เอวาเดินจากไป นิคยืนเศร้าผิดหวังอยู่ตรงนั้น

ooooooo

วันต่อมา อ้อเดินหน้างงๆเข้ามารายงานเกริกไกรกับสายรุ้งว่า ทางแทรเวลทีมีบุ๊กกิ้งแปลกๆมาอีกแล้ว คราวก่อนแขกฝรั่งเหมาทั้งวิลล่า คราวนี้มีแขกวีไอพีไม่ระบุชื่อ แต่แจ้งความจำนงให้ตะวันฉายเป็นคนต้อนรับเท่านั้น

พอตะวันฉายรู้ก็โวยวายไม่ยอม เพราะกำลังเพลินกับการเขียนนิยาย เกริกไกรกับสายรุ้งอ้างเหตุผลต่างๆนานาว่าลูกค้าประทับใจการบริการของเธอมาก จนกลับมาอีกหน

“แขกคนไหนที่บังอาจประทับใจบริการของซันคะเนี่ย เพราะขนาดซันเองยังเคยคิดเลยว่า ถ้าเจอคนแบบซันมาบริการ ซันคงเผาโรงแรมทิ้งแน่ๆ”

แต่พอตะวันฉายรู้ว่าแขกวีไอพีนี้มาจากแทรเวลที ก็แอบดีใจเล็กๆอาจจะเป็นเมฆ...รุ่งขึ้นเธอรีบไปรับ

ที่ท่าเรือ ขับรถฝุ่นตลบเข้ามาจอด ไม่ทันลงจากรถ มีคนเปิดประตูโยนกระเป๋าเข้ามา เธอโวยวายว่าขึ้นผิดคัน แต่พอหันมองแทบช็อก “คุณ...”

“ยังจำกันได้ใช่ไหม คุณตะวันฉาย”

ตะวันฉายกำลังจะโวย หมอกโผล่หน้าเข้ามาสวัสดี จึงชะงัก เมฆต่อว่าที่มาสาย น่าจะโดนไล่ออกไปตั้งนานแล้ว ตะวันฉายกล่าวขอโทษ เมฆทึ่ง

“นี่ใช่ผู้จัดการขาเหวี่ยงคนเดิมรึเปล่าเนี่ย คุณตะวันฉายเขาต้องไม่ยอมรับผิด ไม่มีมารยาท ไม่รับผิดชอบ พูดจามะนาวไม่มีน้ำ...”

ตะวันฉายทนไม่ไหวชี้หน้าจะด่ากลับ หมอกโพล่งขึ้น “พี่ซัน...พี่หน้าเหมือนพี่ซันเลย”

“แต่พ่อว่าไม่เหมือนหรอก พี่ซันเขาผอมๆแห้งๆ

แต่นี่...อื้อหือ” เมฆแกล้งมองรูปร่าง

“คุณ...คุณไม่มีสิทธิ์มามองฉันอย่างนี้นะ” ตะวันฉายทั้งโกรธทั้งอาย

“ดุชะมัด ก็แค่จะบอกว่า อื้อหือ สวยนะเนี่ย...แต่ใจร้าย”

ตะวันฉายเกือบยิ้มต้องชะงัก เสียงเข้มให้ขึ้นรถ ตนมีงานอื่นต้องทำอีก...มาถึงรีสอร์ท  เกริกไกรกับสายรุ้งแปลกใจที่แขกวีไอพีเป็นเมฆกับลูกชาย  รีบเชื้อเชิญ ตะวันฉายถือโอกาสขอตัว เมฆแกล้งฟ้องว่าเธอไปรับช้า สายรุ้งหันไปเอ็ดอ้อ ไหนรายงานว่าทุกอย่างราบรื่น อ้อทำหน้าเจื่อนๆ เมฆขอเหมือนคราวก่อน คือให้ตะวันฉายเป็นคนดูแลตนกับลูกตลอด 24 ชั่วโมง

“หา...มากไปมั้ง” ตะวันฉายร้องเสียงหลง

“เอ่อ...ผมว่าลดโทษกึ่งหนึ่งได้ไหมครับ คราวก่อนผู้จัดการบกพร่องต่อหน้าที่ไปเยอะ สมควรแก่การลงโทษ แต่ครั้งนี้แค่รับสายนิดหน่อย เอาแค่ครึ่งวัน 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นก็พอครับ”

ตะวันฉายโวยยังเยอะอยู่ดี เกริกไกรปราม เธอหันไปอ้อนแม่ สายรุ้งส่ายหน้า...ตะวันฉายหน้างอ จำต้องยกกระเป๋าเมฆไปส่งห้องพัก อดไม่ได้ที่จะเถียงกันไปมา ตะวันฉายไม่รู้ว่าเมฆรู้ความจริงหมดแล้ว เธอยังเอ็นดูหมอกจึงคอยเล่นด้วย แต่ก็โดนเมฆแกล้งแรงๆ

จนตะวันบ่ายคล้อย หมอกหลับคาอกเมฆ ตะวันฉายมองภาพพ่อลูกอย่างเอ็นดู เผอิญสบตากัน เธอเมินหน้า

หนี เมฆมองตะวันฉายผมปลิวไสวไปตามลม ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ทำให้เขายิ้มมองไม่วางตา เธอเริ่มเขินบอกเขาว่า หกโมงเย็นเป็นเวลาเลิกทาส ตนไปก่อน...

เมฆยังอยากอยู่กับเธออีก จึงแกล้งตามมาป่วนเมื่อเอาหมอกเข้านอนแล้ว เขามาที่มุมทำงานของเธอ เห็นโน้ตบุ๊กทำเป็นชะเง้อมอง

“ทำงานอะไรน่ะ เอ๊ะ เขียนนิยายหรือเปล่า” ตะวันฉายพยายามบัง เมฆเปรยโน้ตบุ๊กดูคุ้นๆ เหมือนของพี่เลี้ยงหมอก “อือ...จริงด้วย แล้วคุณกำลังเขียนเรื่องอะไรอยู่เหรอ พี่เลี้ยงหมอกเขาเขียนเรื่องแองเจิลการ์เด้น ผมเคยอ่านด้วยนะ...เน่ามาก”

“เน่าแล้วอ่านทำไมล่ะ วิเคราะห์ตีความเป็นหรือเปล่าเหอะ มาวิจารณ์งานคนอื่นน่ะ”

“อ้าว ทำไมต้องโวยวายด้วยล่ะ ทำอย่างกับเขียนเองงั้นแหละ”

“ก็...พูดอย่างเข้าใจคนอื่นน่ะ”

“เหรอ...เอ้า คุณทำงานของคุณไปเถอะ ผมจะไปหาข้าวกินละ” เมฆยิ้มๆเดินไป

ตะวันฉายฮึดฮัด อยากจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น...

เขย่าขวัญตะวันฉาย ไม่ทันไรเมฆย้อนกลับมาชะโงกหน้า ลืมไป...อยากให้คืนนี้เธอไปนอนที่บ้านพัก ตะวันฉายจะโวย เขาสวนให้ช่วยดูแลหมอก เธอเสียงอ่อย ก็ตกลงกันว่าแค่หกโมงเย็น เมฆให้เปลี่ยนข้อตกลงเสีย แล้วเดินผิวปากไป

พอสายรุ้งรู้ว่าลูกต้องไปนอนที่บ้านพักเมฆก็ไม่พอใจ แต่เกริกไกรชี้แนะว่า เมฆอาจจะทำให้ลูกสาว กลายเป็นคนทำงานบริการที่ดีในอนาคตได้ ลองให้เมฆดัดนิสัยลูกสักพัก สายรุ้งลังเล ตะวันฉายตั้งแง่ไม่ยอมไป หาว่าพ่อแม่ไม่ห่วงลูก แต่พอหมอกวิ่งมาหาขอให้เธอไปจับปูลมด้วยกัน ตะวันฉายตกลงทันที เกริกไกรกับสายรุ้งสบตากันงงๆที่เห็นลูกเดินไปหน้าตาเฉย

หลังจากเล่นจับปูลมจนเนื้อตัวเปรอะทราย ตะวันฉายอาบน้ำแต่งตัวให้หมอกแล้วพาเข้านอน หมอกบ่นคิดถึงซัน เธอปลอบว่าซันก็คิดถึงเขา หมอกดีใจยิ้มหลับไปอย่างมีความสุข...ออกมาเห็นเมฆเล่นกีตาร์เพลงที่เธอแต่งกับเขา จึงหยุดฟังน้ำตาคลอ ถามเขาทำไมไม่ร้อง เขาตอบว่าต้องร้องสองคน จะช่วยร้องไหม เธอรีบปฏิเสธแล้วขอตัวไปอาบน้ำ เมฆมองตามเศร้าๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.