ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในเย็นวันนั้น ตะวันฉายแอบฟังอิงฟ้าคุยกับเมฆ เธอให้เลิกจ้างพี่เลี้ยงลูก เพราะเธอจะทำหน้าที่นี้เองทั้งหมด หมอกถามเสียใจหรือถ้าไม่ได้อยู่กับตน ตะวันฉายพยักหน้าเศร้าๆ หมอกจึงบอกว่าจะขอแม่ให้พี่อยู่ต่อ เธอดีใจเพราะยังหาข้อมูลธีรภพไม่ได้

อิงฟ้าบอกเมฆแค่ส่งตัวกลับไปให้เพื่อน เขาก็คงหางานใหม่ให้เอง ตนไม่เข้าใจทำไมเมฆต้องคิดมากขนาดนี้ เมฆเห็นตะวันฉายแอบฟังจึงแกล้งพูดให้ได้ยิน

“โอเค...ผมคิดว่าซันเขาก็นิสัยดีออก แล้วก็ดูรักหมอก แถมยัง...น่ารักด้วย”

“อะไรนะเมฆ...บอกว่าซันน่ารัก วันก่อนนี้ก็เล่นกันซะจนฟ้าคิดว่าเมฆ...นี่เมฆคิดยังไงกับซันเนี่ย”

“ก็คิดว่า ผมคงไม่ไล่มันออกหรอก”

ตะวันฉายดีใจกระโดดร้องเย้ อิงฟ้ากับเมฆหันไปมอง เธอรีบสงบเสงี่ยม อิงฟ้าไม่พอใจย้ำกับเมฆว่าตนดูแลลูกได้ และตอนนี้ลูกกับตนก็เข้ากันได้ดี

“เวลาแค่สั้นๆผมยังไม่เห็นอะไรชัดนักหรอก ผม...ยังไม่มั่นใจว่าฟ้าจะไม่ทิ้งใครไปอีก ในเมื่อก่อนหน้านี้ ฟ้าก็ทิ้งใครต่อใครไปได้ง่ายๆมาแล้วนี่”

“เมฆ! ฟ้าคิดว่าสิ่งต่างๆที่ฟ้าทำมา มันจะทำให้เมฆหายโกรธฟ้าแล้วซะอีก”

“ที่ฟ้ากับหมอกเข้ากันได้มันก็ดี แต่จะให้ผมทำเหมือนเราไม่เคยมีอดีตต่อกัน...ผมทำไม่ได้ ขอโทษนะฟ้า” เมฆจะเดินหนี

อิงฟ้าเสียใจตัดพ้อเมฆว่า การที่ตนมาอยู่ที่นี่ทำให้เขาอึดอัด ตนจะย้ายไปอยู่บ้านที่เป็นเรือนหอของตน... อิงฟ้ามองว่าเมฆจะท้วงบ้างไหม แต่เขากลับนิ่งเฉย ก็ยิ่งเสียใจ เมฆเองยังสับสน เขามานั่งครุ่นคิดในห้องทำงานบ่นว่าตนทำถูกหรือไม่ ตะวันฉายโผล่เข้ามาตอบว่าทำถูก

เมฆสะดุ้ง “เฮ้ย...เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรถูกของนาย”

“ก็ที่คุณเมฆไม่ไล่ผมออกไง คุณเมฆทำถูกแล้วครับเพราะนี่แสดงว่าคุณเป็นเจ้านายที่มีจิตใจเมตตา เห็นแก่คนจนๆที่จะได้มีงานทำต่อไป ขอบคุณนะครับ”

เมฆยิ้มกวนๆยังไม่ให้เธอออกง่ายๆหรอก ตะวันฉายเข้าใจว่าเพราะตัวเองทำงานดี ไม่สะกิดใจสักนิดว่าเขารู้ เรื่องของตัวหมดแล้ว

พอถึงเวลาที่อิงฟ้าจะลากกระเป๋าออกจากบ้าน หมอกร้องไห้โยเยไม่ยอมให้แม่ไป จนเมฆทนไม่ไหวต้องขอให้อิงฟ้าอยู่ต่อ อิงฟ้าดีใจโผกอดเขาแน่น เมฆสับสนเผลอกอดตอบ เก่งยืนมองน้ำตาซึม ในขณะที่ตะวันฉายรู้สึกเจ็บแปลบในใจจนต้องหลบออกมานั่งเซ็ง

ooooooo

คืนนั้น เอวาไม่มีสมาธิเล่นดนตรีผิดจังหวะหลายครั้ง จบการแสดง เธอขอโทษเมฆกับนิค เมฆแปลกใจแอบถามนิคว่าเอวาถูกใครหักอกมาหรือ นิครู้อยู่แก่ใจแต่ไม่กล้าบอก

ขณะเดียวกัน ยุทธการก็นั่งครุ่นคิดแต่เรื่องตะวันฉายจนไม่เป็นอันทำงาน เห็นจ่าสมนั่งดูแต่ละครทีวี จึงถามขึ้นว่า มีละครเรื่องไหนที่นางเอกปลอมตัวแล้วไม่ถูกจับได้บ้าง จ่าสมตอบว่าไม่มีหรอก ต้องจับได้ แล้วก็โกรธกัน รักกันทั้งนั้น ยุทธการลองถามถ้านางเอกมีแฟนอยู่แล้วล่ะ

“ก็เห็นมันเลิกกันทุกรายล่ะครับ ส่วนใหญ่เลิกกันแล้วแฟนนางเอกก็ไม่ได้ใครด้วยนะครับ...สารวัตรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” จ่าสมย้อนถามเมื่อเห็นสีหน้ายุทธการอึ้งๆ

ยุทธการรีบบอกว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวกลับ เผอิญนึกได้หันมาถามเรื่องอินฤดีไปถึงไหนแล้ว จ่าสมอึกอักโกหกว่ายังไม่ได้เบาะแส เขาจึงบอกให้เร่งมือหน่อย จ่าสมเครียด แอบหยิบรูปอิงฟ้าออกมาดูอย่างเศร้าใจ...

ส่วนตะวันฉายเล่นกับหมอกก่อนจะพาเข้านอน อิงฟ้าโผล่มาสีหน้าไม่พอใจ จู่ๆก็ถามหมอกว่าชอบหรือที่ได้เล่นกับพี่ซัน หมอกตอบว่าชอบ เธอจึงถามอีกว่า ถ้าให้เลือก หมอกจะอยู่กับแม่หรือกับซัน หมอกตอบแบบเด็กๆว่าจะอยู่กับทั้งพ่อ แม่ พี่ซันและเก่ง ตะวันฉายรู้สึกบรรยากาศมาคุ จึงเลี่ยงออกมา แต่อิงฟ้ายังตามมาถากถาง

“แปลกดีนะ เป็นผู้ชายแต่มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก”

“ผมเคยเลี้ยงน้องน่ะครับ น้องผมเยอะก็เลยเลี้ยงเป็น”

อิงฟ้าถามว่าไม่อยากไปทำงานอื่นบ้างหรือ ตะวันฉายจึงย้อนถามว่าทำไมถึงอยากให้ตนออก อิงฟ้าตอบว่าไม่ไว้ใจ ไม่ต้องการให้มีผู้ชายอยู่ในบ้านด้วย

“หา!...นี่คุณอิงฟ้ากลัวผมจะ...ปล้ำคุณเหรอฮะ ไม่ต้องกลัวฮะ ผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณซักกะนิ๊ดนึงเลย สาบานได้”

“ฉันไม่ได้กลัวนายคิดอะไรกับฉัน แต่ฉันกลัวนายคิดกับสามีฉันต่างหาก”

ตะวันฉายหน้าเหวอ เดินเลี่ยงมาด้วยความหงุดหงิด คิดไปได้อย่างไร ตนหรือจะตกต่ำไปปล้ำนายปากเป็ด... ภาพความคิดว่าตนกำลังจะปล้ำเมฆผุดขึ้นมา เธอหลับตาปี๋ขนลุกร้องแหวะๆ

ในขณะเดียวกัน ยุทธการนั่งมองรูปตะวันฉายในมือถือ นึกจินตนาการว่าตะวันฉายสนิทสนมกับเมฆ เดินโอบเอวกันเข้าบ้าน แล้วใจไม่ดีขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลย

กลางดึก ตะวันฉายอดเป็นห่วงหมอกไม่ได้ จึงย่องมาแง้มประตูดู เห็นนอนหลับอยู่กับอิงฟ้าก็โล่งใจ กำลังจะปิดประตู เมฆกลับมาเงียบๆถามว่าทำอะไร เธอสะดุ้งหันมาบอกแค่ดูว่าหลับหรือยัง แล้วถอยออกจะให้เขาเข้าไป เมฆส่ายหน้าไม่อยากให้หมอกตื่น เมฆเอื้อมมือมาจับลูกบิดปิดประตู จึงเหมือนโอบเธอไว้ ใบหน้าแทบชิดกัน  ตะวันฉายใจเต้นรัว เมฆเองก็รู้สึกวาบหวิว

“เฮ้ย ซันเป็นอะไร หลับในหรือไง” เมฆเห็นเธอยืนตัวแข็งจึงเงื้อมะเหงกจะเขกหัว แต่พอนึกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิง จึงแตะเบาๆ

ตะวันฉายสะดุ้ง เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก “ผม...เอ่อ...ไปนอนนะครับ”

เมฆมองตามตะวันฉายที่วิ่งไปอย่างขำๆแต่พอเข้ามาในห้อง เขากลับรู้สึกใจเต้นรัว นึกถึงใบหน้าเธอที่ใกล้ชิดเมื่อสักครู่ เขาส่ายหน้าไปมา...ไม่จริง มันไม่ใช่

ooooooo

ด้านเอวานั่งดูรูปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในภาพมียุทธการมาช่วยทำกิจกรรม เธอมองยิ้มๆ พลันมีข้อความส่งมาจากนิค ทักว่าให้รีบนอน เดี๋ยวตื่นมาหน้าเหี่ยว... เอวายิ้มแห้งๆ แต่พอเห็นว่ายุทธการออนไลน์อยู่ ก็ตื่นเต้นรีบพิมพ์เข้าไปทัก แล้วลังเลไม่กล้าส่ง

ยุทธการไม่มีแก่ใจทำงาน ใจอยากโทร.หาตะวันฉายแต่เธอปิดเครื่อง ทันใด มีข้อความส่งเข้ามา เขากดดูเป็นรูปการ์ตูนน่ารักๆจากเอวา เขายิ้มขำๆ แล้วส่งข้อความกลับไปว่า...ยังไม่นอนหรือ เธอดีใจมากส่งข้อความกลับมาว่านอนไม่หลับ เขาตอบตนก็นอนไม่หลับ เอวาอยากถามคิดถึงซันอยู่หรือแต่ไม่กล้าส่งไป พิมพ์ใหม่ว่า ทำงานอยู่หรือ...เขาตอบมาว่า สมาธิกระเจิงหมด

ไม่ทันที่เอวาจะพิมพ์ตอบไป ยุทธการก็โทร. เข้ามา เธอทั้งดีใจแกมตกใจ “คะพี่ยุทธ...”

“หิวอ่ะ ไปกินข้าวกันไหม”

“กินข้าว! เอ่อ เอวากำลังลดความอ้วนน่ะค่ะ”

“ลดความอ้วน เราเนี่ยนะ โห...ผอมจะแย่อยู่แล้วยังลดอะไรอีก ไม่เป็นไรงั้นพี่ไม่กวนละ”

ยุทธการวางสายไป เอวาพูดไม่ทัน เสียดายสุดๆ เจ็บใจตัวเองจะวางฟอร์มไปทำไม สุดท้ายเธอโทร.กลับไปบอกเขาว่าเริ่มหิวเหมือนกัน ยุทธการจึงขับรถออกมารับ เอวาแต่งตัวสวยผิดธรรมดาจนเขาเห็นแล้วแปลกใจ เพราะตัวเขามาในชุดลำลองขาสั้น ท่าทางเอวาตื่นเต้นจนออกนอกหน้า...ยุทธการพาเอวามาร้านอาหาร สั่งแต่พวกผักและปลาเพราะเห็นว่าเธอไดเอต เธอยิ่งประทับใจ

พอดีนิคเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากแม่ ขอเงินให้พี่ๆอีก โดยไม่ฟังว่าเขามีหรือไม่ นิคกลัดกลุ้มอยากปรับทุกข์กับเอวา จึงโทร.เข้ามา พอรู้ว่าเธอกำลังทานอาหารกับยุทธการก็สะท้อนใจ แถมยังต้องฟังเธอเล่า

ถึงความใส่ใจของยุทธการ เขายิ่งสะเทือนใจเลี่ยงขอวางสายอ้างว่าง่วงนอน

ooooooo

กลางดึก ตะวันฉายตื่นขึ้นมารู้สึกตัวเองไม่สบาย หนาวสั่น จึงใช้ผ้าคลุมตัวลงมาหายากิน เผอิญเจอกับเมฆหน้าตู้เย็น เขาหันมาเจอตกใจ พอรู้ว่าเธอไม่สบายก็รีบหายาลดไข้ให้กิน พอเธอกินยาเสร็จก็วูบหมดสติ เมฆตกใจรีบอุ้มกลับขึ้นห้อง

ตะวันฉายนอนตัวสั่น เมฆออกไปเอากะละมังกับผ้าขนหนูเล็กมาเพื่อจะเช็ดตัวให้ เธอเพ้อถึงหมอกอย่าซน ทานข้าวจะได้ไม่ปวดท้อง เมฆอมยิ้ม

“นี่เป็นห่วงลูกฉันขนาดนี้เลยเหรอ จะว่าไปเธอก็เป็นคนดีใช้ได้นะ”

ขาดคำ ตะวันฉายก็ฟาดมือเปรี้ยงเข้าที่หน้าเขา “เป็นไงพี่ซันปล่อยพลังบ้างแล้ว กลัวมั้ย”

เมฆโวยชมไม่ทันขาดคำออกฤทธิ์จนได้ เขาเช็ด หน้า คอ และแขนให้เธอคลายความร้อน ตะวันฉายยังเพ้อว่า หมอกต้องเป็นเด็กดีนะ แล้วพลิกตัวกอดแขนเขาแน่นจนหลับสนิทไป เมฆมองยิ้มๆเอามือลูบผมเธออย่างเอ็นดูเผลอก้มจูบหน้าผากแล้วร้องเพลงกล่อมเหมือนกล่อมลูก

ยุทธการเดินมาส่งเอวาที่หน้าคอนโดฯขอบคุณที่ออกมาเป็นเพื่อน พอเธอจะเดินไปเขาก็เรียกเธอไว้แล้วเอื้อมมือไปจับผม เอวาใจเต้นตูมตาม ยุทธการหยิบเศษใบไม้ที่ติดผมออกให้ เธอยิ้มเจื่อนๆ เขาหัวเราะแล้วเปรยขึ้นว่า

“นึกถึงซันตอนเด็กๆเลย วิ่งเล่นมอมแมมหัวกระเซิง ใบไม้ใบหญ้าติดเต็มหัวไปหมด พี่ต้องคอยแกะออกให้ทุกที”

“พี่ยุทธนี่มีแต่ซันอยู่ในหัวใจตลอดเลยนะคะ” เอวาข่มความสะเทือนใจ

“พี่จะมีใครได้อีกล่ะ...พี่ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมซัน

ต้องไปอยู่บ้านนายเมฆนั่นด้วย จะอยู่อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้พี่รู้สึกไม่ดีเลย” ยุทธการระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

“พี่ยุทธกลัวว่าพี่เมฆกับซันจะชอบกันเหรอคะ”

เขาพยักหน้าและนี่เป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับ ทำงานก็ไม่มีสมาธิ เอวาแทรก ถึงได้ชวนเธอออกมา

กินข้าว เขาขอโทษที่รบกวนบ่อยๆ เอวากลั้นน้ำตา

“ไม่ได้กวนหรอกค่ะ แต่เอ่อ...เอวาถามอะไรพี่ยุทธหน่อยได้ไหมคะ” เขาพยักหน้า “ถ้าเกิดพี่ยุทธไม่ได้แต่งงานกับซัน พี่ยุทธจะทำยังไงคะ”

“พี่ก็จะรักซันและดูแลเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าเขาเจอคนที่ดีพอ”

“แล้วพี่ยุทธไม่เจ็บเหรอ”

“เจ็บมาก แต่ถ้าต้องบังคับให้ซันมารักและแต่งงานกับพี่ ซันก็จะเจ็บ พี่ยอมเจ็บเองดีกว่า”

เอวาฟังแล้วสะเทือนใจ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

ooooooo

รุ่งขึ้น ตะวันฉายสะดุ้งตื่นรีบแตะหน้าผาก รู้สึกตัวเองหายป่วยก็แปลกใจ มองไปเห็นกะละมังใส่น้ำมีผ้าขนหนูพาดอยู่ยิ่งสงสัยว่าใครมาเช็ดตัวให้ เธอรีบแต่งตัวออกมาจะทำอาหารเช้าให้หมอก ต้องชะงักเมื่อเจอเมฆ รีบขอโทษที่ตื่นสาย

“แล้วไง หายป่วยแล้วเหรอนายน่ะ” เมฆยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอ

ตะวันฉายตอบงงๆว่าหายแล้ว เขาถามไปทำอะไรมาถึงได้ป่วย เธอหัวเราะแหะๆสงสัยท้องจะผูก แล้วนึกได้ถามเขาเมื่อคืนใครเช็ดตัวให้ตน เมฆอึกๆอักๆ

“นายเช็ดของนายเอง ฉันแค่ให้เก่งเตรียมน้ำไปวางไว้ให้ในห้องน่ะ”

ตะวันฉายพยักหน้างงๆที่จำไม่ได้ แล้วขอตัวไปทำอาหารให้หมอก เมฆมองตามยิ้มๆ ตะวันฉายเดินมาเจอเก่งจึงขอบคุณเรื่องเมื่อคืน เก่งงงเรื่องอะไร จะถามเธอก็เดินไปแล้ว

เมฆเข้ามาดูหมอกเห็นอิงฟ้าแต่งตัวให้เรียบร้อย เธอยิ้มๆ “ทำไมคะ ดูเมฆจะอึดอัดนะ ไม่ดีใจเหรอ เราจะกลับมาเป็นครอบครัวท่ีสมบูรณ์  มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้า”

“ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นแบบนี้ได้นานแค่ไหน ไม่รู้วันไหนที่ฟ้าจะทิ้งหมอกไป”

อิงฟ้าสัญญาจะไม่ทิ้งเขากับลูกไปอีก...ตะวันฉายมองอิงฟ้าควงแขนเมฆเดินมาอึ้งๆ เมฆทำหน้าไม่ถูกเช่นกัน อิงฟ้าแย่งตักอาหารให้เมฆและป้อนข้าวหมอกทำให้ตะวันฉายเงอะงะไม่รู้จะทำอะไร พอแม่ป้อน หมอกทานได้มากกว่าทุกวัน แต่ก็ไม่ลืมที่จะชมว่าเพราะพี่ซันทำอร่อย

อิงฟ้าเคือง “เอ...พรุ่งนี้แม่จะทำอะไรให้หมอกทานดีนะ ทำให้อร่อยกว่าพี่ซันเลยดีไหม”

หมอกร้องเย้ ตะวันฉายสบตาเมฆเชิงถามว่าแล้วตนจะทำอะไรดี เมฆให้เป็นผู้ช่วยอิงฟ้า แต่อิงฟ้ากลับบอกว่าตนทำคนเดียวได้ แม้แต่การชงกาแฟเธอก็แย่งไปทำและไล่ให้เธอไปทำอย่างอื่น...ตะวันฉายหลบมานั่งหงุดหงิด เก่งตามมาปลอบใจว่าเขาแม่ลูกกันก็คงต้องอยากดูแลกัน ถ้ากลัวไม่มีงานทำตนยินดีมอบหน้าที่ให้ เริ่มด้วยการไปเปิดประตูบ้านให้เมฆไปส่งหมอกก่อนเลย เธออิดออดแต่พอมาเห็นอิงฟ้าไปกับเมฆ ก็ออกอาการดีใจ

เมฆเห็นฉุกคิด “คิดจะทำอะไรตอนฉันไม่อยู่ใช่ไหม ถึงได้เช็กว่าฉันกับอิงฟ้าไม่อยู่บ้าน”

“โธ่...คุณเมฆ หน้าตาอย่างผมนี่น่ะเหรอครับจะทำอะไรไม่ดี”

“ใครจะไปรู้ นายอาจจะบ้าบิ่นทำอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึงก็ได้ เช่นปลอมตัวเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อขโมยของอะไรแบบนี้”

“โห...คุณเมฆนี่เมื่อก่อนทำโรงน้ำแข็งหรือเปล่าครับ ปั้นน้ำเป็นภูเขาน้ำแข็งเลย”

เมฆเข่นเขี้ยวที่โดนด่า อิงฟ้าเตือนลูกจะไปโรงเรียนสาย เขาเปลี่ยนใจให้ตะวันฉายไปส่งหมอกกับอิงฟ้า ทั้ง สองตกใจแต่ไม่กล้าขัด จำใจออกไปด้วยกัน...ไม่ทันถึงไหน อิงฟ้าก็เปลี่ยนใจให้ตะวันฉายพาหมอกนั่งแท็กซี่ไปเพราะหวังจะอยู่กับเมฆตามลำพัง แต่กลับมาบอกเมฆว่า ดูเหมือนตะวันฉายไม่อยากไปกับตนจึงขอไปส่งเอง เขาขมวดคิ้วไม่อยากเชื่อ
เมฆกำลังรื้อเอกสารในห้องทำงานออกมากองเต็ม พื้น อิงฟ้าจะช่วยแต่เขาห้ามไว้ พลันเธอเห็นซองน้ำตาลที่เก็บใบมรณะบัตรของธีรภพก็หน้าเสีย  ไม่อยากให้เมฆเห็นเกรงจะรื้อฟื้นความหลังที่ตนเป็นต้นเหตุ จึงรีบเก็บไปสอดรวมกับตั้งเอกสารอื่น เผอิญรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมา เป็นรูปเธอกับเมฆสมัยเรียน จึงถือโอกาสเอามาแซว

“เมฆยังเก็บรูปพวกนี้ไว้อีกเหรอ น่ารักจัง”

เมฆชำเลืองมองแล้วตอบเรียบๆว่าไม่รู้จะทิ้งไหน อิงฟ้าล้ออยากเก็บไว้ก็บอกมาตรงๆ

เมฆกล้ำกลืนความเจ็บปวด “...มันยากนะที่จะลืมใครสักคนได้ง่ายๆ”

อิงฟ้าโผเข้ากอดจูบแก้มเมฆ ตนก็เหมือนกันและตนสัญญาจะไม่ทิ้งเขาไปอีก เมฆเคลิ้มไปชั่วครู่ เสียงเก่งทำกล่องหล่นทำให้เขาสะดุ้ง เก่งทำหน้าเก้อๆบอกว่าตนหากล่องมาเพิ่มแล้ว

ooooooo

ทางด้านซันไรส์รีสอร์ท  เกริกไกรกับสายรุ้งยืนรอ รับแขก วิวัฒน์เข้ามาทักทายที่ทั้งสองมาต้อนรับด้วยตัวเอง

“ก็อ้อบอกว่าจะมีลูกค้าวีไอพีของคุณเช็กอินวันนี้ ผมกับคุณรุ้งก็น่าจะได้อยู่ต้อนรับด้วย”

อ้อเสนอหน้าเข้ามาเอาความดีความชอบว่าตนได้อัพเกรดห้องพักเป็นห้องสวีทให้แล้ว สายรุ้งถามวิวัฒน์ว่าแขกสำคัญคนนี้พูดภาษาอะไร อ้อตอบแทนเป็นคนอเมริกัน เกริกไกรแขวะ

“รู้สึกรู้ดี ผลงานดีอย่างนี้ต้องปรับตำแหน่งขึ้นดีมั้ยนะ แต่ไม่รู้จะให้ไปอยู่ตำแหน่งไหน”

“คุณเกริกก็ปลดคุณซันสิคะ อ้อจะได้ขึ้นเป็นผู้จัดการแทน”

เกริกไกรกับสายรุ้งถลึงตาใส่ทำนองเกินไปแล้ว อ้อยิ้มแหะๆถอยออก วิวัฒน์เห็นลูกค้าตนเดินมารีบชี้บอกนั่นไงมาแล้ว คุณฌอน แอนเดอร์สัน ทุกคนมองไปโดยไม่มีใครรู้ว่าชายที่อยู่ในชุดสบายๆหนวดเคราเฟิ้มสวมแว่นดำท่าทางน่าเกรงขามคนนั้นคือ...เฮลมุท

เมื่อเฮลมุทกับลูกน้องอีกสามคนเข้าที่พักเรียบร้อย เขาก็สั่งลูกน้องตามหาผู้หญิงในรูปทันที ลูกน้องแปลกใจไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมหรือ เฮลมุทตอบว่าคนเดิม แต่ปัจจุบันเธอเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ และคาดว่าเธอจะอยู่บ้านที่เคยเป็นเรือนหอตอนแต่งงานกับคนไทย

ooooooo

ระหว่างที่รถแท็กซี่ที่ตะวันฉายนั่งพาหมอกออกมายังไม่ทันพ้นซอย รถยุทธการเข้ามาเทียบข้างกวักมือให้ เธอลง แล้วอาสาไปส่งแทน ตะวันฉายต้องหาข้อแก้ตัวกับหมอก ว่ายุทธการเป็นพี่ชาย เป็นคนดี หมอกจึงยอมไปด้วย

พอส่งหมอกเรียบร้อย ตะวันฉายกับยุทธการมาคุยกันที่สวนสาธารณะ ยุทธการบอกเธอว่าเขาไม่เห็นด้วยที่เธอหาข้อมูลเขียนนิยายด้วยวิธีเข้าไปอยู่ในบ้านคนอื่น ตะวันฉายอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จู่ๆเขาก็คาดคั้นให้บอกมาว่า เข้าไปอยู่บ้านเมฆเพื่ออะไรกันแน่ เธอใช้วิธีเดินหนี เขารั้งเธอไว้ถามซํ้าอีกครั้ง

“พี่ยุทธก็...ซันไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นบ้านนายปากเป็ดนั่นซะหน่อย ก็แค่เขารู้จักกับนิคกะเอวา ซันก็เลยเลือกที่นั่น”

“แค่นั้นเหรอ...”

“พี่ยุทธไม่เชื่อก็ตามใจ” ตะวันฉายเริ่มไม่พอใจ

ยุทธการเห็นอย่างนั้นรีบบอกว่าตนเชื่อก็ได้ แล้วชวนเธอกลับ...แต่แล้ว เขาก็พาเธอมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

“อะไรเนี่ยพี่ยุทธ พาซันมาที่นี่ทำไม”

ยุทธการไม่ตอบอะไร เขาแนะนำกับเจ้าหน้าที่ว่า ตะวันฉายจะมาเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กๆที่นี่ เธอตกใจรีบถามเขาหมายความว่าอย่างไร เขาตอบว่าก็เธออยากได้ข้อมูลการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ที่นี่มีเด็กให้เป็นร้อย ตะวันฉายโกรธเหมือนโดนมัดมือชก อดทนฟังเจ้าหน้าที่อธิบายสักพักจนทนไม่ไหว ดึงยุทธการออกไปคุยลำพังว่าตนต้องการกลับบ้านเมฆ เขาไม่พอใจ

“ซันจะอยู่ที่นั่นอีกนานแค่ไหน หรือความจริงซัน อยากอยู่กับนายเมฆตลอดไป”

“พี่ยุทธ...นี่มันเกินไปแล้วนะ”

“แล้วที่ซันทำอยู่นี่ไม่เกินไปเหรอ ถ้าพ่อแม่ซันรู้

ก็คงห่วงเหมือนที่พี่ห่วง...ยังไงซันก็เป็นผู้หญิงนะ ซัน พี่ขอร้องนะ ออกมาจากบ้านนั้นเถอะ ที่ซันต้องอยู่ใกล้หมอนั่น พี่ไม่ไว้ใจเลย”

“ซันรู้ว่าพี่ยุทธเป็นห่วงซัน แต่ซันกำลังจะได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว อีกไม่กี่วันหรอก แล้วซันจะออกมาจากบ้านหลังนั้นแน่นอน”

“ซันรู้ไหม ตำรวจอย่างพี่ ถ้าไม่เชื่อแล้วเราต้องทำยังไง...สืบไงซัน พี่จะตามไปเฝ้าหน้าบ้านหมอนั่นทุกวันจนกว่าจะวางใจ”

ตะวันฉายเริ่มโกรธ “พี่ยุทธ...ถ้าพี่ห่วงว่าซันจะไปชอบ นายเมฆล่ะก็ เลิกคิดไปได้เลย เพราะหัวใจซันไม่ได้มีไว้ให้เขา...แต่ซันก็ไม่ได้มีหัวใจให้ใครทั้งนั้น ยกเว้น...พี่ธี”

ยุทธการผงะ รีบถามว่าใครคือธี...ตะวันฉายตอบว่าตนกำลังตามหาหัวใจตัวเอง คนที่เอามันไปคือธีรภพ พี่ชายของเมฆ ยุทธการเหมือนโดนสายฟ้าฟาด นิ่งอึ้งไป

“พี่ยุทธอย่ารอซันอีกเลยนะ เพราะอีกไม่นานซันก็จะได้เจอกับพี่ธีแล้ว ซันไม่อยากให้พี่ยุทธเสียใจไปมากกว่านี้ ซันขอโทษที่โกหกพี่ยุทธมาตลอด ซัน...” ตะวันฉายร้องไห้สงสารเขา

ยุทธการรีบถามว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน แล้วแน่ใจหรือว่าเขารักเธอ ตะวันฉายทั้งอึดอัดใจทั้งสงสารเขา ตัดบทไม่อยากคุยเรื่องนี้ ขอตัวกลับและไม่ต้องไปส่ง ยุทธการยืนเสียใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ตะวันฉายกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าซึม เห็นรถเมฆไม่อยู่ก็รู้สึกดีขึ้น ได้โอกาสไปค้นห้องทำงานต่อให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่พอเปิดประตูเข้ามาต้องแปลกใจ ที่ลิ้นชักทุกใบเปิดทิ้งไว้ ไม่มีของอะไรอยู่ในนั้นเลย ถึงกับอารมณ์เสียปากุญแจที่แอบปั๊มมาทิ้ง

เมฆหอบเอกสารต่างๆใส่กล่องเอามาเก็บไว้ที่บ้านธีรภพ อิงฟ้าเดินตามเข้ามา เธอเปรยๆว่าไม่อยากกลับมาที่นี่อีกเลย เขาจึงเหน็บว่า อะไรก็ตามที่เป็นของพี่ชาย ตนอยากเอาไว้ที่นี่ให้หมด อิงฟ้ารู้ตัวรีบขอโทษเพราะบ้านนี้ก็เป็นบ้านเมฆเช่นกัน เขาแย้งว่าไม่ใช่ เป็นเรือนหอเธอ

“เมฆ...เมฆลืมเรื่องเก่าๆ แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เหรอ”

“ได้...เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

อิงฟ้าที่กำลังจะยิ้มดีใจ ต้องชะงักกับคำพูดของเขา เมฆเดินไปไม่สนใจเธออีกเลย...

ตะวันฉายมาปลุกเก่งซึ่งนั่งหลับเพื่อถามว่าของในห้องทำงานหายไปไหนหมด พอดีรถเมฆแล่นกลับมา เก่งจึงบอกให้ไปถามเจ้านายเอาเอง...อิงฟ้าพยายาม

เอาใจเมฆ เห็นว่ายกของหนักจะนวดให้ แต่เขาปฏิเสธ

ไม่ชอบนวด เธอเสนอจะอาบน้ำให้ เขาบอกปัด เธอเริ่มกรุ่น

“นี่เมฆจะเกลียดฟ้าไปจนตายเลยใช่ไหม”

ตะวันฉายถืออุปกรณ์ทำความสะอาดลงมาจากชั้นบน เมฆยิ้มมีเลศนัย หันมาขอให้อิงฟ้าหาน้ำเย็นให้แก้วหนึ่ง เธอดีใจรีบเดินเข้าครัว เมฆแกล้งถาม

ตะวันฉายว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีนี่ครับ ผมก็แค่ขึ้นไปทำความสะอาด อ้อ คุณเมฆครับ คือผมเห็นของในห้องทำงานหายไปหมดเลย คุณเมฆจัดห้องทำงานใหม่เหรอครับ”

“ไม่ได้จัดใหม่ แต่ย้ายไปไว้ที่อื่นต่างหาก”

“ทำไมต้องย้ายล่ะครับ”

“กลัวพวกสอดรู้สอดเห็นน่ะสิ ท่าทางอยากรู้นะเนี่ยว่าย้ายไปไหน”

“ผมจะอยากรู้ไปทำไม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมสักหน่อย ก็เห็นว่าของหายไป ผมก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้ก็เท่านั้น”

เมฆขอบใจด้วยน้ำเสียงเยาะๆ อิงฟ้าถือแก้วน้ำปั่นออกมาให้ เมฆขอบคุณแล้วบอกว่าตนไม่ดื่มแล้ว อยากทำอย่างอื่นมากกว่า ว่าแล้วก็ดึงตะวันฉายเข้าห้องทำงานล็อกประตู ตะวันฉายตกใจทำไมต้องล็อก เขาลอยหน้ากวนๆ บอกเธอว่าต้องการความสงบ อิงฟ้าเคาะประตูโครมๆ

“เมฆ จะทำอะไรน่ะ ออกมาคุยกับฟ้าก่อน”

เมฆพยักพเยิดกับตะวันฉายทำนองเข้าใจหรือยัง เธอย้อนถามให้ตนเข้ามาทำไม เมฆตอบว่าช่วยงาน...เมฆไม่สนใจเสียงเคาะประตูของอิงฟ้า เขานั่งลงเล่นเปียโนแล้วบอกให้ตะวันฉายร้องเพลง เธอตอบเสียงขุ่นไม่มีอารมณ์

“ต้องมีอารมณ์ก่อนใช่ไหม” เมฆหยุดเล่นแกล้งจ้องหน้าอก ตะวันฉายตกใจรีบปิด เขาแกล้งถามทำอะไร ให้หันหลัง

“คุณจะบ้าเหรอ เดี๋ยวผมฟ้องข้อหานายจ้างทำอนาจารหรอก” ตะวันฉายปิดบั้นท้าย

“ฉันให้หันหลังเดินไปหยิบกระดาษโน้ตกับดินสอให้หน่อย”

ตะวันฉายทำหน้าเก้อๆเดินไปหยิบมาให้ เห็นเนื้อเพลงของเขามีคำที่อ่านดูขัดหู จึงแก้ไขพร้อมอธิบายความหมายที่ทำให้ดูซาบซึ้งขึ้น เมฆมองเคืองๆอดประชดไม่ได้

“นี่มันเพลงของฉันนะ ถ้าฉันแต่งไม่ดี นายเอาไปแต่งเองเลยมั้ย”

“อ้าว งอนซะงั้น ไหนบอกให้ผมมาช่วยทำงานไงครับ พอช่วยแล้วก็มาโกรธ”

“ก็นายเล่นแก้ตลอดเลยนี่ อารมณ์กำลังไหลๆก็ต้องสะดุดทุกที” เมฆพาลเลิกทำต่อ

ตะวันฉายดักคอ เสียเซลฟ์หรือ เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอกลั้นหัวเราะที่ดูเขาโกรธเป็นเด็กๆ

ooooooo

พอตั้งสติได้ ยุทธการมาซักไซ้ไล่เลียงจากเอวาและนิค ว่าธีรภพเป็นใครและรักใคร่ชอบพอกับตะวันฉายตั้งแต่เมื่อไหร่ สองคนยอมสารภาพ และบอกว่าพวกตนก็เพิ่งรู้ไม่นานนี้เอง

จากนั้น ยุทธการก็เอาชื่อนามสกุลธีรภพมาให้จ่าสมช่วยค้นประวัติ แล้วถามถึงคดีที่ให้ตามอยู่ จ่าสมอึกอักรับปากจะเร่งสืบ...จ่าสมหยิบรูปอิงฟ้าในลิ้นชักมาดูตัดสินใจจะต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่อาจปกป้องลูกถ้าลูกทำผิดจริง...

เวลาผ่านไป อิงฟ้าเคาะประตูห้องทำงานอ้างปวดหัวมากขอให้เมฆช่วย เมฆเปิดประตูออกมา มีตะวันฉายยืนหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ด้วย ก็ไม่พอใจถามว่าทำอะไรกันตั้งนาน เมฆตอบยิ้มๆว่าทำงาน อิงฟ้าโวยตะวันฉายทำได้ตนก็ ทำได้ แล้วไล่เธอออกไป เมฆดึงแขนตะวันฉายไว้บอกว่ายังไม่ได้ให้ไป เธอกระอักกระอ่วนใจมองหน้าสองคนไปมา

“ฟ้าไม่ต้องช่วยหรอก ผมมีซันก็พอ แล้วเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำงานได้ดีด้วย”

“เมฆ นี่เมฆพูดเหมือนเมฆ...ฟ้าไม่อยากพูดออกมาเลย”

“ผมกับซันชอบกัน” เมฆโพล่งออกไป

“ไม่จริง ฟ้าไม่เชื่อเมฆหรอก เมฆพูดแบบนี้เพราะโกรธฟ้า ฟ้ารู้”

“ผมพูดจริง ฟ้าก็ดูๆไปแล้วกัน” เมฆลากตะวันฉายเดินลิ่ว

ออกมาพ้นจากอิงฟ้า ตะวันฉายสะบัดมือออกขอตัวไปทำอาหารไว้ให้หมอก เมฆถามทำไมทำหน้าบูดๆ เธอบอกว่าไม่ชอบที่เขาพูดแบบนั้น เมฆแกล้งเย้า

“พูดว่าเราชอบกันน่ะเหรอ เอ...หรือว่าเรารักกันดีนะ” เห็นหน้าตะวันฉายเหวอ “ทำไมล่ะ เราเป็นแฟนกันไม่ได้เหรอ”

“ตกลงคุณเมฆ...เป็นเกย์เหรอครับ”

“ไม่รู้สิ อยู่ไปนานๆก็เกิดเห็นนายตี๋ๆขาวๆน่าเจี๊ยะซะงั้น ฉันก็เลยไม่ชอบผู้หญิงแล้ว”

ตะวันฉายตกใจ เมฆแกล้งยื่นหน้ามาจะจูบ เธอ ถอยกรูด ทันใดเสียงของหล่นโครม ทั้งสองหันมองเห็นเก่งยืนตะลึงตะกร้าผ้าหล่นจากมือปากคอสั่นถามว่าเขาเป็นชายรักชายหรือ เมฆตอบว่าใช่ ตะวันฉายตาเหลือกรีบวิ่งหนีไปด้วยความอับอาย เมฆสะใจที่ได้แกล้ง

หลังจากนั้น เมฆก็แกล้งพูดจาหยอกล้อตะวันฉายตลอด อิงฟ้าไม่พอใจ พอเห็นตะวันฉายกับหมอกรดน้ำผักกาดที่ปลูกด้วยกัน หมอกตื่นเต้นดีใจที่เห็นมันโตขึ้นมา อิงฟ้าไปซื้อผักกาดใส่กระถางมายื่นให้ลูก แล้วบอกให้เอานี่ไปส่งครู ไม่ต้องไปรอที่ปลูกให้เสียเวลา ตะวันฉายแย้ง

“เด็กรุ่นใหม่เขาปลูกฝังเรื่องโตไปไม่โกง คุณไม่น่าทำแบบนี้เลยนะครับ ยิ่งกว่านั้นแล้วความภูมิใจของคุณหมอกล่ะครับ ความสุขในการดูแลต้นไม้มันก็ขาดหายไป การปลูกผักกาดมันไม่ได้แค่ผักกาด แต่คุณหมอกจะได้ความรับผิดชอบ ความรักในธรรมชาติ ได้อะไรอีกเยอะแยะที่คุณน่าจะเข้าใจ”

“นี่นายกล้าดีมาสั่งสอนฉันเลยเหรอ หมอกครับ หมอกเลือกว่าจะเอาอะไร ระหว่างผักกาดสวยๆของแม่ กับผักกาดที่ซันปลูกให้ แม่ดูแล้วไม่รู้ว่ามันจะโตได้สวยเท่านี้หรือเปล่า”

หมอกมองแล้วคิด “ปลูกกับพี่ซันสนุกกว่า หมอกได้รดน้ำต้นไม้เองด้วยครับ”

อิงฟ้าโกรธมาก เดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งกระถางผักลงขยะ หมอกน้ำตาปิ่ม ตะวันฉายกอดปลอบ พาหมอกอาบน้ำให้สะอาดแล้วค่อยไปง้อคุณแม่...พออาบน้ำเสร็จ เธอก็พาหมอกลงมา สวนกับเมฆ เขาแกล้งกระซิบ ให้เธอไปอาบน้ำให้เขาบ้าง เธอตอกกลับ

“ผมกำลังจะไปทำเรื่องดีๆ ไม่มีเวลามาทำเรื่องไร้สาระหรอก”

เมฆฉงน เดินตามแอบดู เห็นตะวันฉายพาหมอกไปขอโทษอิงฟ้า เขาจึงได้รู้เรื่องผักกาดก็อมยิ้ม ตะวันฉายหันมาเจอตกใจ เขาชมว่าเธอเหมาะที่จะเป็นแม่คน เธอโต้ว่าตนเป็นผู้ชาย

“เอ้า...สมัยนี้ผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงเยอะออก นายนี่ล่ะเหมาะเหม็งเลย”

“ผมจะกลายเป็นผู้หญิงได้ไง คุณนั่นแหละ เพี้ยนไปคนเดียวเถอะ” ตะวันฉายเดินหนี

ooooooo

คืนนั้น หมอกฝันร้ายร้องไห้มาเคาะห้องตะวันฉาย เธอจึงพากลับไปนอนกล่อมจนหลับ ออกมาเจออิงฟ้าที่แต่งชุดนอนบางเบารอคอยเมฆอยู่ พอปะหน้ากัน อิงฟ้าจึงพูดขึ้นว่า ขอบใจที่ดูแลลูก แต่สำหรับเมฆตนไม่ยอมแพ้ เพราะตนเชื่อว่าที่เขาทำกับเธอ แค่ประชดตนเท่านั้น

หลังจากเมฆ เอวา และนิคเล่นดนตรีเสร็จ มีโปร– ดิวเซอร์จากนิวยอร์กมาติดต่อให้นิคเข้าสังกัด ไปอัดเสียงที่นั่น นิคดีใจ เมฆพลอยยินดีด้วยแต่เอวากลับรู้สึกหวิวๆ คืนนี้เธอจึงนั่งดื่มอยู่ที่ผับจนเมามาย บาเทนเดอร์โทร.ตามนิคให้มาพาเธอกลับ นิคแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“เป็นอะไร ก็แค่อยากจะฉลอง” เอวาเสียงอ้อแอ้

“ฉันเบื่อกับอาการที่แกต้องปิดบังเรื่องอะไรต่อมิอะไรเต็มทีแล้วว่ะ ถ้าแกไม่พูดความจริง แกก็อยู่คนเดียวไปละกัน”

เอวาร้องไห้โฮ “ก็นั่นแหละที่ฉันไม่อยากกลับบ้าน ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว กลับไปก็เหงา ฉันไม่มีใครเลย”

นิคอึ้งกอดปลอบ และนั่งเป็นเพื่อนเธออยู่ริมน้ำจนเห็นว่าสร่างเมาเขาจึงถามอีกครั้ง

“เอวา...แกอย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันรอฟังแกระบายเรื่องในใจของแกมาทั้งคืน แต่แกก็ไม่พูดเรื่องนี้เลย ที่แกเมาเละเมื่อคืน จริงๆแล้วแกเฮิร์ทเรื่องพี่ยุทธใช่หรือเปล่า”

เอวาตอบไม่ถูก นิคจึงถามมีเรื่องอะไรอีก เธอตัด สินใจพูดออกมา “ใช่...ฉันอกหัก ฉันรู้ว่าเรื่องฉันกับพี่ยุทธมันเป็นไปได้ยาก แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกเหมือนแกกำลังจะทิ้งฉันอีกคน ฉันเลยทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ไม่อยากให้แกไปนะ มันสับสนไปหมด ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นบ้าอะไร”

นิครับปากไม่มีวันที่เขาจะทิ้งเธอ เอวาแย้งถ้าเขาไม่ไปเมืองนอกเพราะตน ตนก็รู้สึกผิดอีก นิคขอเป็นคนตัดสินใจเอง เอวานึกได้ว่าเมื่อคืนนิคร้องเพลงให้ฟัง จึงขอเขาอัดเพลงนั้นให้ นิคแอบดีใจที่แม้เอวาจะเมายังฟังเพลงที่เขาแต่งเพื่อเธอรู้เรื่อง...

เมฆกลับบ้านเข้าห้องเตรียมตัวอาบน้ำ อิงฟ้ามาเคาะเรียก เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมไปเปิดประตู อิงฟ้าโถมเข้ากอดและยั่วยวนจนเขาเกือบเคลิ้ม อิงฟ้าขอร้องอย่าแกล้งทำตัวเป็นเกย์อีก

“ฮึ...บางทีที่ผมทำบ้าๆกับซัน มันอาจจะทำให้ผมมีความสุขกว่าการอยู่กับฟ้าก็ได้นะ”

อิงฟ้าผงะ เมฆฉวยโอกาสแกะมือเธอแล้วเผ่นออกมา ไปเคาะห้องตะวันฉาย เธอสะดุ้งตื่นคิดว่าเป็นหมอกจึงรีบมาเปิดประตู พอเห็นเมฆนุ่งบ็อกเซอร์มีเสื้อคลุมหลวมๆก็ปิดตาร้อง

“อ๊าย...ผีเปรต น่ากลัวกว่าผีผักกาดอีก”

เมฆเอ็ดให้เงียบแล้วผลักเธอเข้าห้องปิดประตูล็อก ตะวันฉายโวยวายว่าเขาเข้ามาสภาพนี้คิดจะทำอะไร เมฆขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วบอกว่าขอนอนห้องนี้ด้วย ไม่ทันไร เสียงอิงฟ้าเคาะเรียก ตะวันฉายจึงรู้แล้วว่าเขาหนีใครมา แต่ก็บอกว่าเขาน่าจะไปนอนกับแฟน

“จำไม่ได้เหรอ เมื่อกลางวันฉันเพิ่งบอกว่าเราชอบกัน เพราะฉะนั้นคนรักกันก็คือแฟนกัน” ตะวันฉายว่าเขามั่ว “มั่วที่ไหน เดี๋ยวก็เนียนกันไปเองแหละ ตกลง คืนนี้ฉันนอนนี่นะแฟนหนุ่ม” ว่าแล้วเมฆก็โดดขึ้นนอนบนเตียง

ตะวันฉายโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงเอาโน้ตบุ๊กออกมานั่งทำงานไม่กล้านอน สุดท้ายก็ผล็อยหลับคาเครื่อง เมฆตื่นมาอุ้มเธอไปนอนบนเตียง แล้วมานั่งอ่านนิยายของเธอ เขาเขียนคำแก้ไขไว้ด้วยตัวสีแดงพร้อมคำอธิบายจนจบ

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายตื่นขึ้นมาพบว่าเมฆนอนอยู่ข้างๆก็ตกใจ สำรวจตัวเองว่าทุกอย่างบนร่างกายอยู่ครบรวมทั้งแว่น จึงชะโงกไปมองหน้าเขาใกล้ๆ จู่ๆเมฆก็แกล้งละเมอดึงเธอเข้าไปกอด เธอตกใจดิ้นรนร้องให้ปล่อยจนเหนื่อยหอบ สักพักเมฆลืมตาขึ้นมาทำตกใจสำรวจตัวเองว่าเธอทำอะไรตน ตะวันฉายทั้งโกรธทั้งอายผลักเขาแทบตกเตียง ไล่ให้กลับออกไปได้แล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.