ตอนที่ 7
ยุทธการถือโอกาสขอร้องเอวาให้ช่วย ทำอย่างไรก็ได้ให้ตะวันฉายอยู่ที่คอนโดฯคืนวันเกิด เขาจะจัดงานที่ริมสระเป็นเซอร์ไพรส์และชวนเอวากับนิคด้วย
คืนนี้ อิงฟ้าเห็นเมฆหยุดไม่ไปเล่นดนตรี จึงชวนออกไปดูหนัง หมอกขอไปด้วย อิงฟ้าบอกไม่ได้ เด็กต้องนอนแต่หัวค่ำ หมอกหันมาอ้อนเมฆ เมฆปลอบลูก
“ไม่ต้องไปหรอกครับ เพราะพ่อก็จะไม่ไป”
“ทำไมล่ะเมฆ ฟ้าอยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”
“ผมก็ไม่เคยกักขังฟ้านี่”
อิงฟ้าข่มอารมณ์ “เมฆ...พรุ่งนี้พาฟ้าไปช็อปปิ้งหน่อยนะ ฟ้าอยากซื้อ...”
“พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง” เมฆสวนทันควัน
อิงฟ้าสุดทนลุกพรวดขึ้นบอกเขาว่าตนไปคนเดียวก็ได้ เมฆไม่สนใจหันไปบอกตะวันฉาย พรุ่งนี้ให้แต่งตัวดีๆตนจะพาไปบริษัทด้วย อิงฟ้าหันขวับมาจ้องเมฆด้วยความโกรธ ตะวันฉายตาเป็นประกายที่จะมีโอกาสไปบริษัทของธีรภพ เมฆแอบเห็นรู้สึกสงสัยบางอย่าง
เมฆกล่อมหมอกเข้านอนด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลง ตะวันฉายยืนฟังหน้าประตูด้วยความทึ่ง ที่เขาร้องเพลงเป็นทั้งที่เคยบอกว่าเขาเล่นดนตรีอย่างเดียว...
วันรุ่งขึ้น ที่บริษัท เมฆแกล้งคุยถึงโปรเจกต์งานและผลประกอบการให้ตะวันฉายได้ยิน แล้วแอบดูทีท่าว่ามีปฏิกิริยาอะไรบ้าง แต่เธอก็ไม่สนใจแถมดูจะเบื่อหน่ายมากกว่า วิวัฒน์แปลกใจที่เมฆพาพี่เลี้ยงลูกมาทำไม ท่าทางออกจะตุ้งติ้งดูไม่เป็นชาย เมฆขำๆ
ตะวันฉายเซ็งออกมายืนมองห้องน้ำว่าจะเข้าห้องชายหรือหญิงดี พลันได้ยินเสียงคุ้นหูจึงหันไปมอง เห็นเกริกไกรเดินมากับสายรุ้งก็ตกใจ รีบหลบหน้า เกริกไกรจะเข้าห้องน้ำ จึงขอทางตะวันฉายก้มหน้าขอโทษแล้วหลีกทางให้ แต่ไม่รู้จะไปทางไหนดีเพราะหันมาก็เจอสายรุ้ง
เมฆรู้สึกตัวว่าตะวันฉายหายไปนาน จึงออกมาตามหาเกรงจะหนีกลับบ้านไปก่อน...ตะวันฉายตัดสินใจก้มหน้าเดินผ่านสายรุ้ง เธอทำการ์ดที่ติดกระเช้าหล่นพื้นจึงร้องบอกระวังเหยียบ แล้วก้มลงเก็บ ตะวันฉายสะดุ้งเดินชนเครื่องถ่ายเอกสารโครม สายรุ้งตกใจยืนมองงงๆ เกริกไกรออกมาจากห้องน้ำ ถามว่ามีอะไร
“ก็เด็กผู้ชายเมื่อกี้น่ะสิ ดูแปลกๆ”
“ที่ยืนหน้าห้องน้ำใช่ไหม พ่อก็ว่าแปลกเหมือนกัน”
ตะวันฉายเดินหน้าตื่นมาเจอเมฆโผล่พรวดขวาง ถามเสียงเครียดไปไหนมา เธอโกหกว่าไปห้องน้ำ แต่หลงทาง เมฆยิ้มอย่างรู้ทัน แล้วบอกว่าจะพากลับห้องทำงาน พอดีมีพนักงานถือแผ่นโบรชัวร์ที่โรงพิมพ์ส่งมาให้ดูว่าจะแก้ไขอะไรบ้าง ตะวันฉายฉวยโอกาสเดินหนีจากเมฆ เธอวิ่งออกมาหน้าบริษัท โบกรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นซ้อนท้าย
“ไปเลยพี่”
“ไปไหนน้อง พี่ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รับจ้างนะ”
“อ้าว แล้วจอดทำไมอ่ะ”
“จะถามว่านี่ใช่บริษัท แทรเวลทีหรือเปล่า”
ตะวันฉายชี้ โวยป้ายจะทิ่มหน้าอยู่แล้ว หันมองเห็นเมฆออกมาจึงรีบวิ่งไปเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างซ้อนท้ายเร่งรีบออกไป เมฆร้องเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หยุด
เมฆกลับเข้ามานั่งซับเหงื่อพร้อมกับต้อนรับเกริกไกรและสายรุ้ง ทั้งสองทักรู้สึกเหมือนวันนี้เขาจะอารมณ์ไม่ค่อยดี เมฆตอบว่าใช่
“ถ้าคุณนภทีป์ยังโกรธเรื่องเก่าๆอยู่ ทางเราก็อยากจะขอโทษอีกครั้งนะคะ และวันนี้เราถึงได้เดินทางมาเพื่อดูแลแทรเวลทีเป็นพิเศษเลยค่ะ”
“เรื่องเก่าน่ะ ผมไม่สนใจหรอกครับ ไม่อย่างนั้นผมยกเลิกสัญญาไปแล้ว”
“แสดงว่ามีเรื่องใหม่เหรอครับ”
“คุณสองคนไม่ทราบเรื่องจริงๆเหรอครับ”
“ผมเรียนตรงๆว่าไม่ทราบครับ อาจจะเป็นความผิดของทางลูกน้องผมที่ไม่ได้รายงาน ยังไงรบกวนช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมครับว่ามีปัญหาอะไร”
เมฆมองอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยถาม ว่าส่งใครมาสอดแนมบริษัทตนหรือเปล่า ทั้งสองแปลกใจและเริ่มไม่พอใจ
“คุณนภทีป์ครับ ถึงเราจะเพิ่งทำธุรกิจกันเพียง 3-4 ปี แต่จากชื่อเสียงของรีสอร์ตทั้งในและต่างประเทศ ทางเราไม่ทำอะไรที่จะทำลายตัวเองแน่ๆ”
“ใช่ค่ะ เราเป็นคู่ค้าธุรกิจ พึ่งพาอาศัยกัน เราไม่ใช่คู่แข่งของคุณ เราจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไรคะ”
เมฆเห็นสีหน้าจริงจังของสองสามีภรรยาก็เริ่มเชื่อใจ...เมฆพาทั้งสองมาทานอาหารแล้วออกตัวว่า ระยะนี้มีคนแปลกๆเข้ามาสืบข้อมูลเชิงลึกของบริษัทอยู่บ่อยๆ ตนจึงต้องระวังตัว สายรุ้งว่า ทางตนคงไม่เอาข้อมูลบริษัทเขาไปให้บริษัทอื่นเพื่อเสียลูกค้ารายใหญ่ไปแน่ เมฆขอโทษอีกครั้ง เกริกไกรจึงบอกว่า คราวหลังถ้าอยากทราบอะไรให้ถามตนโดยตรง ไม่ต้องเกรงใจ
“งั้นผมขอถามว่า คุณตะวันฉายผู้จัดการแผนกต้อนรับเป็นลูกสาวคุณทั้งสองหรือครับ”
“ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะ”
เมฆอ้างว่ากรุ๊ปทัวร์อยากมอบของขวัญที่บริการประทับใจ เกริกไกรยิ้มๆบอกว่าลูกสาวตนขอลาไปทำสิ่งที่ตัวเองรัก คือการเป็นนักเขียนเป็นเวลาหนึ่งปี
“งั้นช่วงนี้คุณสองคนก็คงไม่ค่อยได้พบลูกสาวสิครับ”
“ค่ะ เห็นว่ายุ่งๆหาข้อมูลอะไรนี่แหละค่ะ ก็เลยตามตัวเขายากหน่อย ถ้าคุณนภทีป์มีอะไรให้เรารับใช้ก็บอกได้นะคะ เราจะดูแลแทนลูกสาวเอง”
เมฆรับคำ เขาสังเกตดูว่าสองสามีภรรยาจะไม่รู้ เห็นเป็นใจกับลูกสาวจริงๆ
ooooooo
เมื่อตะวันฉายหลบมาได้ก็รีบโทร.ปลุกเอวาให้รับนิคไปเจอกันที่คอนโดฯของตนด่วน พอเพื่อนทั้งสองรู้ว่าพ่อแม่ตะวันฉายมาก็ตกใจ นิคเผลอถามเอวาว่านี่อยู่ในแผนของยุทธการด้วยหรือเปล่า ตะวันฉายงง เอวาหน้าเจื่อน
“คือวันนี้พี่ยุทธขอให้ฉันบอกแกให้อยู่คอนโดฯอ่ะ เขาจะมีเซอร์ไพรส์วันเกิดแก ฉันก็กะจะโทร.บอกแกอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องพ่อแม่แก ฉันไม่รู้ว่าอยู่ในโปรแกรมหรือเปล่านะ”
ตะวันฉายเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง จึงมั่นใจว่าพ่อกับแม่จัดการเรื่องนี้แน่ นิคถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอตอบว่าอย่างไรเสียวันนี้ต้องเอาตัวรอดให้ได้
ในขณะที่อิงฟ้าหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่กับบ้าน ถามเก่งว่าปกติเมฆจะกลับเมื่อไหร่ เก่งตอบว่าถ้าบ่ายมากก็เวลารับหมอก ไม่ทันไร เห็นตะวันฉายเดินเข้าบ้านมา อิงฟ้า รีบถามหาเมฆ เธอตอบว่าตนกลับมาก่อนเพราะเบื่อไม่มีอะไรทำ อิงฟ้าข้องใจ เมฆจะพาตะวันฉายไปทำไม
ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังลังเลว่าจะหนีออกไปคืนนี้ดีหรือไม่ เกรงว่าไปแล้วจะกลับมาอีกลำบาก หรือจะอยู่รับหน้าเมฆ...ยุทธการมาหาเอวาที่โรงเรียนเพื่อถามให้แน่ใจว่าตะวันฉายจะอยู่ที่คอนโดฯคืนนี้ เพื่อจะได้เตรียมการเซอร์ไพรส์ทุกอย่างให้พร้อม ยุทธการย้ำว่าทั้งเอวาและนิคต้องไปงานนี้ด้วย เอวาจึงโทร.เรียกเพื่อนมาเล่นดนตรีแทน นิคสังเกตเห็นเอวาเศร้าๆ พอยุทธการกลับไป เขาเปรยๆว่า เหมือนงานเย็นนี้ทำเพื่อยุทธการมากกว่า เอวาเอ็ดว่าเพ้อเจ้อ นิคพึมพำ...ทำไมจะไม่รู้ว่าเอวาทำเพื่อใคร เพราะตนก็ทำเพื่อเธอ...จากนั้นนิคโทร.แจ้งเมฆขอลาหยุดและได้ติดต่อเพื่อนไปเล่นแทนแล้ว เมฆกำลังคุยอยู่กับจอมสยามเรื่องตะวันฉาย เขาแปลกใจสองคนนี้ไม่เคยลางานกะทันหัน
ตกเย็น เมฆรับหมอกก็กลับมาบ้าน อิงฟ้าเข้ามารับที่รถ เธออยากจะซักถามเมฆว่าพาตะวันฉายไปบริษัททำไม หมอกรบเร้าจะคุยกับแม่ท่าเดียว เมฆไม่ได้ให้ความสนใจอิงฟ้า กลับถามหาตะวันฉายกับเก่ง พอรู้ว่าอยู่ในห้องก็เดินไปเลย อิงฟ้าไม่พอใจจะตาม แต่หมอกดึงแขนไว้
ตะวันฉายยังลังเล สะพายเป้ยืนหน้าประตู จะไปหรือไม่ไปดี ตัดสินใจเปิดประตู จังหวะนั้น เมฆมาเคาะ จึงเขกลงบนหัวเธอพอดี เธอโวยวายมาเขกหัวทำไม
“ก็เปิดมาก่อนฉันเคาะทำไมล่ะ”
“มีงี้ด้วย...คุณเมฆมีธุระอะไรครับ”
เมฆเห็นเธอสะพายเป้จึงดันตัวกลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ตะวันฉายหวาดกลัวถอยกรูดมาสะดุดล้มนั่งบนเตียง เมฆจ้องหน้าถามว่าหนีกลับมาทำไม เธอตีหน้าซื่อว่าไม่ได้หนี
“ฮึ ฉันเห็นนายวิ่งหน้าตั้งอกแอ่นขนาดนั้น ถ้าไม่หนีแล้ววิ่งรับลมหรือไง”
“พอดีพ่อกับแม่ผมมาจากต่างจังหวัด เขาโทร.มาตามบอกหลงอยู่ที่สถานีขนส่ง ผมเลยรีบไปรับครับ”
เมฆยิ้มกวนๆลงนั่งประกบข้างๆ ถามแล้วตอนนี้พ่อกับแม่อยู่ที่ไหน เธออึกอักกว่าจะตอบว่าอยู่บ้านเอวา ไม่เชื่อให้โทร.ไปถาม
“โทร.ทำไม นายเป็นคนดีฉันเชื่อใจ แล้วนี่นายจะไปหาพ่อกับแม่ละสิ”
ตะวันฉายรีบตอบว่าใช่ จะขออนุญาตไปค้างคืนเดียว เขาแกล้งย้ำสัญญาว่าคืนเดียวไม่เถลไถล เธอรับคำจะลุกขึ้น แต่เมฆโอบไหล่ไว้ อิงฟ้าตามมาแอบมองเจ็บใจทำไมเมฆต้องให้ความใกล้ชิดขนาดนี้ จึงพรวดเข้ามาถามว่าคุยอะไรกัน พอรู้ว่าเธอขอลาไปหาพ่อแม่ก็รีบยุส่ง
“เหรอ...ไปนานไหม ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ ฉันดูแลได้ ไปเถอะนะ”
ตะวันฉายสลัดตัวออกจากเมฆลุกขึ้น ไหว้ขอบคุณอิงฟ้าและเมฆ แล้วรีบจ้ำออกไป อิงฟ้าเดินตามเมฆมาที่ห้องรับแขก เอาอกเอาใจเขาบอกจะทำอาหารเย็นให้ทาน เมฆตัดบทฝากเธอดูแลหมอกด้วย ตนต้องไปธุระ แล้วผลุนผลันขึ้นรถขับออกไป อิงฟ้ายืนเหวอ
ooooooo
เมฆขับรถสะกดรอยตามแท็กซี่ที่ตะวันฉายนั่ง จนถึงคอนโดฯที่พัก เขาจะตามเธอเข้าไป แต่ระบบป้องกัน ความปลอดภัยของที่นี่แน่นหนามาก ทำให้เขาไม่อาจเข้าไปได้ พนักงานจะโทร.ตามตะวันฉายลงมาให้ เมฆรีบปฏิเสธอ้างว่าจะเดินเล่นรอในสวน เดี๋ยวเธอก็ต้องลงมาอยู่แล้ว
ตัดสินใจอย่างนั้นแล้วเมฆก็โทร.บอกเอวาว่าตนไม่ไปเล่นดนตรีคืนนี้ ให้เพื่อนเธอเล่นกันเอง เอวาแปลกใจแต่ไม่ติดใจสงสัย จากนั้นเมฆโทร.ตามจอมสยามมา
ช่วยกันกระชากหน้ากากตะวันฉาย...สองหนุ่มยืนคุยกันแถวลานจอดรถ นานจนจอมสยามสงสัยว่า ทุกคนอาจจะอยู่บนห้องตะวันฉายแล้ว หรือไม่ก็ไปจัดงานกันที่อื่น เมฆเดินวนไปวนมาสักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเสียทีก็ยอมกลับ ไม่ทันขึ้นรถ มีรถตู้มาจอด เมฆเห็นยุทธการลงจากรถมาพร้อมเกริกไกรและสายรุ้ง และคนอื่นๆ
“นั่นมันเพื่อนนิคกับเอวา ทำไมมากับพ่อแม่ยัยตะวันเฉาล่ะ”
“พี่ว่าเราต้องติดตามตอนต่อไปซะแล้ว”
กลุ่มเกริกไกรเดินเข้าไปในคอนโดฯ พนักงานยกมือไหว้ทุกคน ยุทธการโทร.ขึ้นไปหาตะวันฉาย บอกว่าตนมารับไปทานข้าว จะรอที่สระน้ำ พอวางสาย พนักงานคนหนึ่งเอาช่อดอกไม้มาส่งให้ มยุรีกับพงษ์พัฒน์ทึ่ง
ไม่คิดว่าลูกชายจะโรแมนติกไม่เบา
จอมสยามเห็นแล้วเปรยกับเมฆ “พี่ว่าไอ้รูปหล่อนั่นคงไม่ใช่แค่เพื่อนเอวากับนิคแล้วว่ะ สงสัยจะเป็นแฟน”
เมฆเบ้ปากแล้วตามไปที่สระน้ำ พอเห็นการจัดสถานที่ “นั่นไง งานวันเกิดยัยนี่จริงๆด้วย”
“ยิ่งเห็นคอนโดฯ เห็นครอบครัวแฟนเขาแล้ว พี่ก็ยังงงว่าเขาจะอยากได้อะไรจากนายวะ”
เมฆยักไหล่ นั่นแหล่ะสิ่งที่ตนอยากรู้ ไม่นาน ตะวันฉายในชุดสวยหวานผมยาวสยายเดินมา ทั้งเมฆและจอมสยามตะลึง...ส่วนตะวันฉาย แกล้งทำเป็นตกใจที่เห็นพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่ยุทธการมาด้วย เธอโผเข้ากอดพ่อกับแม่ เมฆเห็นแล้วสงสัย
“พี่จอม ผมว่าพ่อแม่เขาคงไม่โกหกผมแล้วล่ะ เพราะวันนี้ยัยนี่วิ่งหนีพ่อกับแม่ แล้วตอนนี้ก็ทำเป็นไม่รู้ว่าพ่อแม่มา”
“งั้นคนที่สมรู้ร่วมคิดก็จะเหลือแค่นิคกับเอวา”
“แล้วก็อาจจะมีแฟนยัยนั่นด้วย” เมฆสันนิษฐาน
งานเลี้ยงดำเนินไป ตะวันฉายกับยุทธการถูกคะยั้นคะยอให้ร้องเพลงด้วยกันเหมือนสมัยเป็นนักศึกษา เธออิดออดเพราะไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน แต่พวกผู้ใหญ่ขอร้อง เมฆกับจอมสยามเห็นตะวันฉายเล่นเปียโนร้องเพลงคู่กับยุทธการที่เล่นกีตาร์ถึงกับทึ่ง
เฮ้ย...ร้องเพลงใช้ได้ทั้งคู่เลยนะ เข้าใจแล้วที่นายบอกว่ายัยนี่ช่วยแต่งเพลงได้ หรือจะต้อนเข้าสังกัดดีวะ”
“ได้ไงพี่ นี่อาจจะเป็นศัตรูผมก็ได้นะ”
หลังจากจบเพลง จอมสยามชวนเมฆกลับ เป็นจังหวะที่ยุทธการมอบของขวัญให้ตะวันฉาย เป็นช่อดอกไม้และกำไลเพชร พงษ์พัฒน์โพล่งขึ้น
“ทนไม่ไหวแล้ว ไอ้เกริก คุณรุ้ง ผมขออนุญาต สู่ขอหนูซันให้ลูกชายผมเลยแล้วกัน”
เมฆซึ่งกำลังหันหลังจะเดินไป ชะงักหันกลับมามอง มือถือดังขึ้น เมฆหยิบขึ้นมากดสายทิ้งยืนอึ้ง จอมสยามแปลกใจ ในขณะที่คนโทร.มาคืออิงฟ้า เธอรบรากับหมอกจนแทบหมดแรง ข้องใจทำไมเมฆต้องตัดสายทิ้ง จึงพาลหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ลูก หมอกยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พอเธอเห็นสีหน้าลูกก็สงสาร กอดและขอโทษลูก พาลูกเข้านอนกล่อมจนหลับ...
เมฆกับจอมสยามเดินมาที่ลานจอดรถ จอมสยามเห็นเมฆนิ่งขรึมจึงถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เมฆหา เหตุผลอ้าง คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรกับตะวันฉายต่อดี สองคนแยกย้ายกันกลับบ้าน
คืนนั้น เกริกไกรกับสายรุ้งนอนที่คอนโดฯ ตะวันฉายเข้ามาอ้อน พูดคุยหยอกล้อกับพ่อแม่ แล้วตัดสินใจหยั่งเชิงถาม
“ถ้าวันหนึ่งซันมีคนรักที่ไม่ใช่พี่ยุทธ พ่อกับแม่จะว่ายังไงคะ”
“ตกลงมันยังไงกันแน่ ลูกมีคนรักแล้วเหรอ” สายรุ้งมองสามีกับลูกสาวไปมา
“ยังหรอกค่ะ แค่ลองถามดู เพราะว่า ซัน... ซันไม่ได้รักพี่ยุทธแบบนั้น”
“ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ใช่ยุทธการหรือไม่ถ้าเป็น คนที่ลูกรักและเขาดีกับลูก พ่อกับแม่ก็ไม่ขัดใจลูกหรอก”
“ซันดีใจที่พ่อกับแม่จะรักคนที่ซันรัก”
“แต่พ่อว่าพี่ยุทธของซันน่ะดีแล้ว เพราะคนที่ดีกว่ายุทธการก็คงมี แต่พ่อว่าเขาไม่น่าจะมองลูกสาวพ่อนะ” เกริกไกรอดแหย่ลูกไม่ได้
ตะวันฉายร้องกรี๊ด...แล้ววิ่งไล่จี๋เอวพ่อรอบห้อง สายรุ้งส่ายหน้าขำสองคนพ่อลูก...แล้วในคืนนั้นตะวันฉายก็ฝันเป็นตุเป็นตะว่าธีรภพมาให้ของขวัญวันเกิดและสารภาพรัก เธอตื่นเต้นดีใจพร่ำพูดไม่หยุด แต่แล้วใบหน้าธีรภพกลายเป็นหน้าเมฆ เธอร้องกรี๊ดถีบเขาโครมก่อนตกใจตื่น ขณะเดียวกัน เมฆก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันไม่ต่างจากตะวันฉายเท่าไหร่ ต่างคนต่างเหงื่อแตกกราน
ooooooo
เสียงนาฬิกาปลุกดัง เมฆรีบตื่นขึ้นมาเพราะนึกได้ว่าตะวันฉายไม่อยู่ รีบออกไปจะปลุกหมอกได้ยินเสียงหัวเราะร่าของลูกกับอิงฟ้า พอหมอกเห็นเขาก็ร้องเรียกให้มาเล่นด้วยกัน และอ้อนให้แต่งตัวให้ หมอกกอดคอเมฆกับอิงฟ้าทำให้ทั้งสองหน้าแทบชิดกัน เมฆใจเต้นรัว
พอมีโอกาส อิงฟ้ากระซิบ “ขอบคุณที่ให้โอกาสฟ้าได้อยู่กับลูก ฟ้ารู้แล้วว่าคงจะไม่มีวันเอาชนะใจเมฆได้ แต่ฟ้าไม่เสียใจนะ เพราะตอนนี้ฟ้ารู้แล้วว่า ความสุขของฟ้า มันไม่ได้อยู่ที่เมฆรักฟ้าหรือเปล่า แต่มันอยู่ที่ฟ้าต้องการจะรักเมฆตลอดไป...หมอกเขาสอนให้ฟ้าคิดแบบนี้”
อิงฟ้าเห็นเมฆอึ้งๆจึงรวบรัดว่า จะออกไปส่งลูก ที่โรงเรียนด้วยกัน แล้วแวะซื้อของมาทำทานกลางวัน ถ้าเขาไม่ไปไหนก็อยู่ทานฝีมือตน เมฆยิ้มฝืนๆ...ระหว่างเดินเลือกของในซุปเปอร์ อิงฟ้าพยายามใกล้ชิดเมฆ
มากขึ้น จูงมือเขาเลือกของต่างๆ จนบางครั้งเมฆเผลอยิ้มไปด้วย
กลับมา เมฆนั่งทำงาน คิดเนื้อเพลงไม่ออก ครุ่นคิดถึงอดีต...ทุกครั้งที่แต่งเพลงไม่ออก ถ้าอิงฟ้ามาหา เขาจะคิดออกทุกครั้ง จนเพื่อนๆแซวว่า อิงฟ้าเป็นแรงบันดาลใจให้เขา
ในขณะที่ตะวันฉายยังหาทางกลับไปบ้านเมฆไม่ได้ เพราะพ่อกับแม่ไม่ยอมกลับ อยู่เที่ยวกรุงเทพฯ โดยมียุทธการเป็นไกด์พาเที่ยว จนเธอต้องโทร.ไปขอร้องเอวาหาทางช่วยที เอวาตัดสินใจโทร.ไปที่ซันไรส์บีชรีสอร์ท ด้วยน้ำเสียงหวาน ไม่ทันไรก็โวยวายต่อว่าการบริการยกใหญ่ จนคนที่รับสายพูดไม่ออก...
ระหว่างนั้น ยุทธการพาเกริกไกร สายรุ้ง และตะวันฉายชมวัดที่สวยงาม ตะวันฉายทำฟอร์มถ่ายรูปด้วยมือถือ ยุทธการจะช่วยถ่ายให้ เธอปฏิเสธว่าถ่ายหมดแล้ว
“ว้า...พระเอกคนนี้ไม่ค่อยได้ช่วยนางเอกเลย”
“ก็ช่วยดูแลพ่อแม่นางเอกไง”
“พี่ช่วยดูแลตลอดชีวิตเลยนะ” ยุทธการได้ทีปล่อยมุกจีบ
“เอ่อ...พี่ยุทธ ในวัดนะพี่ในวัด” ตะวันฉายขัด สองคนหัวเราะเขินๆ
เกริกไกรกับสายรุ้งเห็น บ่นเสียดายที่ดูสองคนนี้เหมาะสมกัน แต่ทำไมลูกสาวถึงบอกว่าไม่ได้ชอบยุทธการ แต่ก็ยังมีความหวังว่าสักวันหนึ่งลูกจะเห็นความดีของหนุ่มคนนี้ สองคนยังเข้าใจว่าตลอดเวลาที่ตะวันฉายอยู่กรุงเทพฯ ค้นหาข้อมูลมาเขียนเรื่อง มียุทธการเป็นคนคอยพาไปไหนต่อไหน ยุทธการเองเออออไปด้วย ไม่ทันไร...อ้อโทร.เข้ามาแจ้งกับเกริกไกรว่า
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ เมื่อกี้มีแขกโทร.มาวีน เธอด่ากระหน่ำไม่มีชิ้นดีเลยค่ะ ติทุกอย่างตั้งแต่บันไดขั้นแรก ล็อบบี้ สระน้ำ ห้องพัก ห้องน้ำ อาหารยันน้ำทะเล เธอยังบอกเลยค่ะว่าทำไมน้ำทะเลหน้ารีสอร์ทเราเค้มเค็ม”
เกริกไกรถามว่าแขกที่กำลังพักอยู่หรือ อ้อตอบว่า โทร.เข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับมาพักอีก ต้องการให้เกริกไกรกับสายรุ้งคอยต้อนรับ แต่ตนเช็กลูกค้าวีไอพีแทบทุกคนแล้ว อยู่ครบทุกห้อง ไม่ทราบว่าจะเป็นลูกค้าจากที่ไหน เกริกไกรจึงรับปากว่าจะรีบกลับ ตะวันฉายแอบถอนใจ
ooooooo
เห็นเก่งเข้ามาทำความสะอาดในห้องทำงาน เมฆจึงเลี่ยงออกมา ผ่านห้องตะวันฉายคิดอยากเข้าไปสำรวจ เขาเริ่มมองไปรอบห้อง เห็นการจัดวางทุกอย่างเรียบร้อยดี ดึงลิ้นชักออกมาเจอโน้ตบุ๊ก มีกระดาษเล็กๆแปะอยู่ เขียนข้อความว่า...ไม่สำคัญว่าจะทำได้ แต่สบายใจที่ได้ทำ
เมฆอมยิ้ม นึกถึงคำบอกเล่าของเกริกไกรที่ว่า ลูกสาวอยากเป็นนักเขียน ขอลาไปทำตามความฝัน ช่วงนี้ออกหาข้อมูลจึงไม่ค่อยได้เจอหน้าลูกสาวเท่าไหร่...เมฆเปิดเครื่องคอมพ์ เห็นชื่อนิยายว่า แองเจิลการ์เด้น ก็ยิ้มขำความหมายที่ว่า สวนนางฟ้า เขาตั้งหน้าอ่านเนื้อเรื่อง
“มีตัวร้ายชื่อเมฆด้วยเหรอเนี่ย ชักจะไปกันใหญ่ เธอนั่นแหละร้าย ไม่ใช่ฉัน”
เมฆปิดคอมพ์เก็บเข้าที่ด้วยความแปลกใจว่า ตะวันฉายมาอยู่บ้านตนเพื่อจะเขียนนิยายเท่านั้นหรือ...เห็นเมฆหายไป อิงฟ้าเดินหาทั่วบ้าน ถามเก่งก็บอกว่าเห็นอยู่ห้องทำงานตั้งแต่เช้า เธอเดินกลับไปดูใหม่ไม่มี จึงขึ้นไปข้างบนแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นเมฆออกมาจากห้องตะวันฉาย
ด้านตะวันฉาย กอดล่ำลาพ่อกับแม่หน้าคอนโดฯ ส่งขึ้นรถลีมูซีนออกไป ยุทธการกระเซ้าว่าน่าจะให้คุณอาทั้งสองมากรุงเทพฯบ่อยๆ ตนจะได้เจอเธอบ่อยขึ้น ตะวันฉายค้อนขวับ
“ถ้าไม่อยากให้แซว คืนนี้ก็ต้องไปดินเนอร์กับพี่สิ ไหนๆก็ลางานแล้ว ไปกันนะแล้วไปฟังเพลงต่อ” เห็นสีหน้าหญิงสาวแล้วสงสัย “มีอะไรเหรอซัน”
“คือ...ซันอยากทำงานน่ะ”
“งานเขียนน่ะเหรอ ก็ทำพรุ่งนี้สิ”
“พี่ยุทธ ไว้คราวหน้าได้ไหม” ตะวันฉายเสียงอ่อน
ยุทธการรู้ทันทีว่าผิดหวัง จึงยอมล่าถอยกลับออกมา...ตะวันฉายรีบขึ้นห้อง แปลงร่างเป็นซัน เก็บข้าวของจำเป็นใส่เป้ เผอิญทำแว่นตกแล้วพลาดเหยียบหัก เธอตกใจจะทำอย่างไรดี
ooooooo
ที่สำนักงานที่ดิน จ่าสมมาค้นหาว่าหญิงสาวที่ออกหน้าซื้อบ้านให้เฮลมุทเป็นใคร แล้วก็ได้พบรูปอิงฟ้าก็ตกใจ จึงรีบโทร.ไปสอบถามที่ ป.ป.ส. ซักถามคดียาเสพติดคดีหนึ่ง...จ่าสมนำแฟ้มนั้นกลับมา เขาดึงสำเนาบัตรประชาชนของอิงฟ้ามาฉีกทิ้งด้วยสีหน้าเครียด...
เมื่อผิดหวังจากตะวันฉาย ยุทธการไม่รู้จะไปไหนเลยมาสำนักงาน เจอจ่าสมจึงถามเรื่องที่ให้ไปสืบจากเพื่อนที่ทำงานกรมที่ดิน จ่าสมตอบอึกอักยังไม่ได้หลักฐาน ยุทธการแปลกใจมันไม่น่าจะยาก พลัน สายรุ้งโทร.เข้ามาถามว่ายังอยู่กับตะวันฉายหรือเปล่า เขาตอบว่าแยกกันแล้ว
“พอดีอาหากระเป๋าเงินไม่เจอ ไม่รู้ตกอยู่ในรถยุทธบ้างรึเปล่า อาโทร.หาซันก็ไม่ติด”
“งั้นเดี๋ยวผมดูให้นะครับ แล้วยังไงผมจะเอาไปฝากไว้ที่ซันนะครับ”
ในขณะนั้น เอวากับนิคยืนรออยู่หน้าคอนโดฯกระวนกระวายทำไมตะวันฉายยังไม่ลงมาอีก เดี๋ยวพวกตนไปเล่นดนตรีไม่ทัน โทร.ขึ้นไปหาก็ไม่เปิดเครื่อง...ยุทธการถือกระเป๋าสตางค์ของสายรุ้งมา เห็นนิคกับเอวาก็จะเข้าไปหา ตะวันฉายเดินเข้ามาในสภาพของซัน ร้องทักนิคกับเอวา ยุทธการตะลึงตัดสินใจเดินไปใกล้ ทั้งสามคนแทบช็อก เขาเอ่ยถาม...ซันใช่ไหม
ทุกคนขึ้นมาบนห้อง เอวากับนิคมองตะวันฉายกับยุทธการที่ออกไปคุยกันตรงระเบียง
“ฉันว่าคราวนี้พวกเราตายยกรังแน่เลยว่ะ”
“ถ้าแกเป็นพี่ยุทธ แกจะทำยังไงกับเรื่องนี้”
นิคตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่ยุทธการและที่สำคัญไม่ได้รักตะวันฉาย เอวามองนิคงงๆ...ด้านยุทธการพอรู้ว่าตะวันฉายไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหาข้อมูลมาเขียนนิยาย ก็ไม่อยากเชื่อ มันน่าจะแค่สัมภาษณ์คนที่ทำอาชีพนี้ก็พอ เธอโต้ว่าทำด้วยตัวเองดีที่สุด
“ซันก็เลยต้องปิดทุกคน แม้แต่อาเกริกกับอารุ้ง”
“ก็ถ้าซันบอกว่าจะไปทำอะไร พี่ยุทธคิดว่าพ่อกับแม่จะยอมเหรอ”
“ก็จริงนะ ขนาดพี่ยังไม่ค่อยอยากจะเห็นด้วยเลย แล้วนี่ซันต้องปลอมถึงเมื่อไหร่”
ตะวันฉายตอบว่าคงไม่นานและขอร้องอย่าบอกพ่อกับแม่ตน ยุทธการรับปากแต่มีข้อแม้ต้องให้ตนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนกับใคร...พอเอวารู้ว่ายุทธการจะเป็นคนส่งตะวันฉายกลับบ้านเมฆ ก็สะเทือนใจนิดๆ แต่กลบเกลื่อนว่าดีแล้ว เพราะตนจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า นิครู้ว่าเอวาเสียใจ แถมหลังจากเล่นดนตรี ยังถูกเมฆเหน็บ เมื่อเธอบอกเขาว่าซันจะถึงบ้านเช้าตรู่
“เอวานี่สนิทกับซันดีเนอะ อยากรู้อะไรเรื่องซันถามเอวาได้หมด นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นนายจ้าง พี่คงนึกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันนะเนี่ย” ...ทำเอาเอวาจ๋อยเข้าไปอีก
ooooooo
วันรุ่งขึ้น ยุทธการมาส่งตะวันฉายในสภาพชายหนุ่มที่บ้านเมฆ เขาเดินตามส่งถึงที่โดยจอดรถไว้ห่างบ้าน ย้ำกับเธอห้ามปิดมือถืออีก ตะวันฉายกลัวคนในบ้านเห็น ไม่ทันไร เมฆขับรถกลับมาบีบแตรถาม “คุยกับใครน่ะซัน...อ้าว...นี่คุณ...”
ตะวันฉายหน้าซีด จำต้องแนะนำให้เมฆรู้จักว่า ยุทธการเป็นญาติผู้พี่ เมฆรู้แกวแกล้งถาม
“ขอโทษนะครับ แล้วอย่างนี้เป็นชาวนาเหมือนครอบครัวซันหรือเปล่า”
ยุทธการทำหน้างง ตะวันฉายรีบตอบแทนว่าใช่ เมฆแซว...ช่างเป็นชาวนาที่ตัวขาวทั้งคู่ แล้วถามทำไมไม่พาพ่อกับแม่มาให้รู้จักกันบ้าง พามาแต่พี่ชาย เธอรีบบอกว่าทั้งสองท่านกลับไปแล้ว เมฆย้อนถามแล้วทำไมไม่กลับมาเลย ยุทธการเห็นตะวันฉายจนมุมจึงตอบแทน
“คืองี้ครับ เมื่อวานซันอยู่กับผมเอง เราคุยกันตามประสาพี่น้องไม่ได้เจอกันนาน”
“อ๋อ...เมื่อคืนอยู่ด้วยกันนี่เอง”
อิงฟ้าเดินมาดู เมฆแกล้งแนะนำให้รู้จักพี่ชายของซัน ยุทธการถือโอกาสลากลับ อิงฟ้าไม่ค่อยพอใจที่เมฆให้ความสำคัญกับครอบครัวพี่เลี้ยงลูกเกินไป ถึงขนาดเดินออกไปส่ง
เมฆถามยุทธการว่าพักที่ไหน เขาตอบว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัดเลย เมฆแกล้งอาสาไปส่งที่ท่ารถ ตะวันฉายแย้งว่าพี่เขามากรุงเทพฯบ่อย รู้จักทางดี
“ไม่ได้สิ เขาเป็นพี่นาย ฉันก็ต้องดูแลอย่างดี ไปครับไม่ต้องเกรงใจ...อ้าวนี่มาตัวเปล่าหรือเนี่ย ไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าเลย”
ตะวันฉายอ้างว่ามาไม่กี่วัน ชุดเดียวก็พอ เมฆยิ้มๆ...พอมาถึงสถานีขนส่ง เมฆจะพาเข้าไปซื้อตั๋ว ยุทธการบอกวาส่งตนแค่นี้ก็พอ แต่เมฆแย้งไม่เป็นไร ตนไม่รีบ จะรอส่งจนรถออก ยุทธการกับตะวันฉายสบตากันอึ้งๆ ตะวันฉายชวนเมฆกลับจะต้องทำงานบ้านอีก
“อ้าว...รถจะออกพอดี รีบขึ้นรถสิครับ เดี๋ยวก็ตกรถหรอก” เมฆคะยั้นคะยอยุทธการให้ขึ้นรถแล้วจับมือตะวันฉายโบกไปมา “ไม่โบกมือให้พี่ชายหน่อยเหรอ”
ยุทธการเกาะกระจกมองตะวันฉายขณะรถเคลื่อนออกจากขนส่ง เมฆหัวเราะหึๆ ตะวันฉายสะบัดมือออกอย่างโกรธๆ เดินกลับไปที่รถ...รถทัวร์แล่นออกไปสักพัก ยุทธการก็ลุกมาขอร้องคนขับช่วยจอดให้ลง แต่คนขับโยกโย้ จนเขาต้องเอาบัตรตำรวจออกมาขู่ ลงจากรถมาได้ ยุทธการยืนข้องใจว่าเมฆใจดีจริงๆหรือว่าแกล้งกันแน่...
ถึงบ้าน ตะวันฉายเดินหน้าบูดบึ้งจะขึ้นห้อง เมฆแกล้งจับมือเธอไว้ ถามคิดถึงพี่ชายหรือ ตะวันฉายพยายามจะดึงมือออก อิงฟ้าเดินมาเห็นตกใจ ตะวันฉายสะบัดมือหลุดแล้วจะเดินหนี
“ฟ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”
“ตาฝาดอะไร” เมฆทำไม่รู้เรื่อง
“ก็เมฆกับซันเล่นอย่างกับเป็นแฟนกัน”
“ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีทางเป็นอย่างที่คุณอิงฟ้าพูดแน่ๆ” ตะวันฉายหันมาค้าน
“แล้วเมฆล่ะคิดอะไรกับซันหรือเปล่า”
เมฆถามกวนๆว่าหึงแม้กระทั่งเด็กผู้ชายหรือ ตะวันฉายรีบรับรองว่าตนไม่มีทางเป็นแบบนั้น แม้ว่าเมฆจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนก็ตาม เมฆฉุนจะยีหัว ตะวัน–ฉายหลบทันรีบวิ่งหนีไป เมฆวิ่งตาม อิงฟ้ายิ่งโกรธที่เมฆไม่สนใจตนบ้างเลย
ด้วยความอึดอัดใจ อิงฟ้านั่งแท็กซี่ออกมาจากบ้าน ไม่รู้จะไปไหน มาที่แฟลตตำรวจแต่ไม่ยอมลงจากรถ เงยหน้ามองไปข้างบน พอดีจ่าสมเดินมาที่มอเตอร์ไซค์ มองไปที่รถแท็กซี่ว่าใคร ทั้งสองสบตากัน อิงฟ้าตกใจรีบบอกโชเฟอร์ออกรถ ในขณะที่จ่าสมร้องเรียก
“ฟ้า...นั่นฟ้าหรือเปล่าลูก ฟ้า...ฟ้า...” จ่าสมรีบสตาร์ตรถจะตามแต่รถสตาร์ตไม่ติด...
ooooooo
ทำงานบ้านเสร็จ ตะวันฉายหลบมานั่งที่สนาม โทร.ไปถามยุทธการด้วยความเป็นห่วง เขาตอบว่าเขาเป็นห่วงเธอมากกว่า ดูท่าเจ้านายเธอจะแปลกๆ
“จะมีอะไร นอกจากกวนโมโห ไม่ได้บอกให้ไปส่งซะหน่อยก็ไปเฉยเลย คิดจะทำอะไรก็ทำ คอยดูนะถ้าเผลอขึ้นมาเมื่อไหร่ ซันจะวางยานอนหลับแล้วแวกซ์หนวดมันออกให้หมดเลย” พลัน ตะวันฉายหันมาเจอเมฆรีบเปลี่ยนเรื่องทำทีด่า “กลัวขึ้นมามั่งหรือยัง ถ้ากลัวก็เลิกเป็นโจรปล้นคนชาติเดียวกันได้แล้ว กลับตัวกลับใจซะ”
ยุทธการฟังแล้วงง “มาแนวนี้ สงสัยซันงานเข้าอีกแล้ว หวังว่าคงจะรอดไปได้นะ”
ตะวันฉายวางสายทำทีหงุดหงิดว่าเป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาให้จ่ายค่าบัตรเครดิต ตนมีที่ไหนเลยด่าซะ เมฆยิ้มเย้าว่าเหมือนนิยาย ตะวันฉายฉุนย้อนถามจะหาเรื่องอะไรอีก
“แค่อยากบอกนายว่า...ไม่สำคัญว่าจะทำได้ แต่สบายใจที่จะทำ” เมฆเดินหัวเราะกลับไป
“นั่น...นั่นมัน...” ตะวันฉายตาเหลือกรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง เห็นกระดาษโพสต์อิทของตนตกอยู่ที่พื้น หยิบคอมออกมาเปิดเช็กว่ามีการเปิดอ่านหรือไม่ ก็เห็นวันเวลาที่ถูกเปิด
ตะวันฉายกลับมาโวยใส่เมฆ “คุณมาแอบดูคอมผมเหรอ มิน่ามาทำเป็นว่า ว่าผมชอบแต่งบท คุณมาเปิดดูคอมผมแล้วใช่ไหม”
เมฆทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอจึงชูโพสต์อิทว่ามันหล่นอยู่ที่พื้นห้องทั้งที่ตนติดไว้บนคอม เมฆจึงย้อนถามว่าเอาคอมพิวเตอร์มาจากไหน มันมีราคาแพงมาก เธอไม่น่าซื้อเองได้ หรือเอวาให้มาอีก ตะวันฉายเกือบจนมุม อ้างว่าซื้อผ่อนต่อจากเอวาแล้วโวยไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง
“ทำไม ในโน้ตบุ๊กมันมีความลับอะไรนักหนา
นอกจาก นิยายห่วยๆเรื่องนึง” เมฆทำเสียงล้อตัวละครในเรื่อง ตะวันฉายแทบร้องกรี๊ดแต่ต้องแอ๊บแมนโต้
“ห่วยที่ไหน ซาบซึ้งกินใจจะตาย พวกที่ชีวิตขาดความหวานจะไปเข้าใจอะไร”
“อย่าบอกนะว่านายเป็นคนแต่ง นี่นอกจากจะเป็นคนเลี้ยงเด็กแล้ว ยังเป็นนักเขียนนิยายด้วยเหรอ แหมเก่งหลายอย่างจังนะ”
“ทำไมล่ะครับ คนเรามีสิทธิ์ฝันทั้งนั้น วันนึงผมอาจเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังขึ้นมาก็ได้”
“ถ้างั้นความฝันของนายก็คงอีกไกล ฉันอ่านแล้วภาษาก็ดีหรอกนะ แต่ฉันไม่รู้สึกถึงอารมณ์รักซาบซึ้งอะไรของนายเลย มันดูเลื่อนลอยจับต้องไม่ได้”
ตะวันฉายอ้าปากค้างเถียงไม่ออก กลับมานั่งครุ่นคิด ทำไมเมฆพูดเหมือน บก....
เย็นนั้น ตะวันฉายไปรับหมอกที่โรงเรียนกับเมฆ เธอยังงอนไม่พูดไม่จาด้วย ทำอะไรปึงปังใส่ หมอกวิ่งมาหาและชูซองเมล็ดผัก บอกว่าครูให้ปลูกเป็นการบ้าน...พอถึงบ้าน ตะวันฉาย เมฆ และหมอกช่วยกันพรวนดินในกระบะ เมฆเห็นตะวันฉายยังปั้นปึ่งพูดคุยแต่กับหมอก จึงแกล้งป้ายดินใส่หน้า เธอโกรธป้ายกลับ เกิดการวิ่งไล่กันสนุกสนาน มีหมอกร่วมด้วย อิงฟ้ามองมาไม่พอใจ เข้ามาขวางพูดเสียงเรียบๆแต่เชือดเฉือน
“สนุกกันจังเลยนะ...ซัน ทำไมปล่อยให้หมอก
เลอะเทอะอย่างนี้ ขอดุหน่อยเถอะ หมู่นี้นายนี่ชักจะบกพร่องต่อหน้าที่ใหญ่แล้วนะ”
ตะวันฉายอ้าปากจะเถียง เมฆขัดขึ้นก่อน “เรากำลังปลูกผักกันอยู่ ครูเขาให้หมอกทำเป็นการบ้าน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัว”
“อ้าวเหรอ ถ้าอย่างนั้นที่ถูกต้องก็ควรจะเป็นฟ้าทำสิ ซันทำไมไม่บอกฉันล่ะ”
“ผม เอ่อ...ต้องบอกด้วยเหรอครับ”
“อ้าว ต้องบอกสิ ใช่มั้ยคะเมฆ ก็นี่เป็นเรื่องเชื่อม สัมพันธ์ในครอบครัว เฮ้อ...ซันนี่สงสัยจะทำงานเยอะไป ถึงได้ลืมบอกฉัน เอาเถอะไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ซันอยากพักก็ได้นะ ต่อไปเราอาจจะไม่ต้องให้พี่เลี้ยงมาช่วยแล้วนะเมฆ”
ตะวันฉายถึงกับอึ้ง หมายความว่าอย่างไร...
ooooooo










