ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากเล่นดนตรีด้วยกันที่ผับ เอวาบอกเมฆว่า เพื่อนตนขอเลื่อนการมารับเลี้ยงหมอกหนึ่งวัน เพราะต้องกลับไปเคลียร์งานที่บ้านและล่ำลาพ่อแม่ เมฆคิดว่าคงไม่อยากมาทำมากกว่าจึงบอกว่า ตนแจ้งไปทางศูนย์รับเลี้ยงเด็กก็ได้ เอวาค้านว่าให้เพื่อนตนมาทำไปพลางๆก่อนดีกว่า

ทั้งนิคและเอวาอยากรู้ว่าตะวันฉายจะปลอมตัวแบบไหน วันรุ่งขึ้นทั้งสองรีบมาที่คอนโด นั่งรอตะวันฉายแต่งตัวออกมาให้ดูที่ห้องรับแขก...ชุดแรก ตะวันฉายออกมาในชุดหลุดโลก ใส่วิกผมยาวสีสด สองคนยกมือไขว้ไม่ผ่าน ชุดต่อไป เธอออกมาเป็นคนแก่หลังค่อม เอวาย้อนถาม ต้องเดินหลังค่อมแบบนี้ไม่ปวดหลังแย่หรือ ตะวันฉายเห็นจริง ไปเปลี่ยนมาใหม่...อีกสามสี่ชุดที่ตะวันฉายใส่ออกมาล้วนไม่ผ่าน จนมาถึงชุดสุดท้าย ตะวันฉายพันตัวเป็นคนอ้วน แต่งตัวแบบแม่บ้านฝรั่ง เดินออกมาสักพัก เหงื่อแตกกราน นิคชอบใจเพราะไม่เหลือเค้าเดิมเลย

“แล้วแกจะทนได้เหรอ แลว่าจะร้อนไม่ใช่เล่นนะ” เอวาพูดไม่ทันขาดคำ

ตะวันฉายเสียงอ่อยว่าทนไหว ถ้าไม่มีใครจำได้ ทันใด เธอก็หงายหลังหมดสติ เอวากับนิคตกใจ รีบปฐมพยาบาลแล้วพาหาหมอ พอรู้สึกตัว ตะวันฉายโดนหมอเทศน์

“การที่เอาอะไรมากๆมาพันร่างกาย มันจะทำให้ร่างกายขับน้ำออกมามาก ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดลดลง คุณก็จะอ่อนเพลียหน้ามืดเป็นลม วิธีลดความอ้วนแบบนี้ไม่ดีครับ”

ตะวันฉายจะแย้งว่าไม่ใช่ แต่หมอตัดบทจัดยาบำรุงและแนะการลดความอ้วนที่ถูกวิธีให้ เธอถอนใจ ตกลงจะปลอมตัวอย่างไรดี เอวาเสนอว่าถ้ายังอยากปลอมตัวตนมีวิธี

“งั้นไปกันเลย งานนี้เอวาจัดเต็ม...นิค ช่วยกันพยุงซาก เอ๊ยร่างซันมันไป” เอวาทิ่มยาดมเข้าจมูกตะวันฉาย แล้วช่วยนิคหิ้วปีก...

ด้านเมฆ มาอัดเสียงเล่นเปียโนให้จอมสยามที่ห้องอัด จอมสยามทวงเพลงที่จะแต่งให้ บอกว่าเจ้านายอยากฟังเต็มทน เมฆตอบว่าตนจะให้เดโมไปก็ไม่เอา

“ได้ไงวะ นายมันเก่งทั้งเนื้อร้องและทำนอง แล้วทำไมไม่ทำให้มันสมบูรณ์ อย่างนี้ก็เสียยี่ห้อเจ้าพ่อเพลงรักของคณะเราน่ะสิ”

“ช่วงนี้งานผมมันยุ่งๆ ผมเลยคิดคำไม่ค่อยออก”

จอมสยามพูดแทงใจ “คิดไม่ออกหรือไม่กล้า เมฆ...พี่รู้นะว่านายยังไม่ลืมอิงฟ้า แต่นายจะหยุดทำสิ่งที่รักเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่รักนาย มันคุ้มแล้วเหรอ”

เมฆนิ่งคิด เย็นนั้น เขาขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ที่ดูเรียบหรูแต่ปิดตายไว้ ไขประตูเข้ามาด้านใน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคลุมไว้ด้วยผ้ามิดชิด เมฆมองแล้วเศร้า ภาพในอดีตผุดขึ้นมา...ครั้งที่เขาถูกพี่ชายเรียกตัวให้กลับจากเชียงใหม่  เพื่อร่วมงานแต่งงานของพี่ เขาไม่อยากจะมาเท่าไหร่ เพราะเจ้าสาวของพี่คืออิงฟ้า คนรักของเขา เมฆทักทายอิงฟ้าอย่างเสียมิได้

“เอ้า...สองคนนี่เป็นเพื่อนมัธยมกันจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมคุยกันซะห่างเหินเลย”

“คงเพราะพอผมไปเรียนเชียงใหม่ เราสองคนก็ ไม่ได้เจอกัน เลยไม่สนิทกันน่ะครับ”

อิงฟ้ายิ้มเจื่อนๆ ธีรภพบอกน้องให้เอากระเป๋าไปเก็บในห้องที่จัดไว้ให้ แต่เมฆขอไปพักบ้านหลังเก่า คิดถึงอยากกลับไปอยู่กับอดีต เพราะมันทำให้มีความสุข ธีรภพบ่นกับอิงฟ้า

“น้องชายผมนี่ดูแปลกๆนะฟ้า ตั้งแต่ผมกลับมาจากเมืองนอกจนเปิดบริษัทถึงวันนี้ ผมเพิ่งได้เห็นหน้าเมฆวันนี้เอง”

“พี่ธีคะ เดี๋ยวฟ้ามานะคะ เอ่อ...คือฟ้าจะถามเมฆน่ะค่ะ ว่าติดต่อเพื่อนเก่าๆคนไหนบ้างรึเปล่า เผื่อจะเชิญมางานเราวันพรุ่งนี้เลย”

ธีรภพเร่งให้รีบไป อิงฟ้าวิ่งตามเมฆมาดึงแขนเขาไว้ เมฆมองมือเธอนิ่งๆ อิงฟ้าจำต้องปล่อยและขอโทษที่บอกเลิกกับเขาแล้วไปคบกับธีรภพโดยไม่ได้บอกเขาก่อน แต่ที่เลือกธีรภพเพราะเขามีทุกอย่างที่ตนต้องการ ทั้งหน้าที่การงาน...อยากจะขอร้อง ตนไม่เคยบอกธีรภพว่าเราคบกัน เมฆสะอึก ตัดบทพรุ่งนี้เจอกัน อิงฟ้าถามยํ้าว่า ธีรภพจะไม่รู้เรื่องของเราใช่ไหม

เมฆกลํ้ากลืนความเจ็บชํ้า “ดูแลพี่ชายผมให้ดี อย่าทำให้เขาเสียใจ”

อิงฟ้ายิ้มแต้ วิ่งกลับไปหาธีรภพในบ้านด้วยความดีใจ เมฆยืนมองผ่านกระจกอย่างสะเทือนใจ จะต้องลืมเธอให้ได้

ooooooo

เมื่อตะวันฉายยังต้องการปลอมตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงลูกของเมฆ เอวาจึงพาเธอมาที่ร้านตัดผมสุดหรู ตะวันฉายตะลึง ขืนตัวไม่ยอมเข้าไป แต่ด้วยความที่

ยังอ่อนแรงจึงถูกเพื่อนหิ้วปีกเข้าไปจนได้ เอวาบอกช่างว่า ต้องการตัดผมตะวันฉายให้ดูเป็นผู้ชาย

“จะบ้าเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันชอบเขียนนิยายยังไม่คิดเลย แกคิดได้ไงวะ”

“นั่นดิ ที่ไอ้ซันมันปลอมๆมาว่าแย่แล้วนะ ของแกนี่หลุดโลกเลยนะ”

“ก็ถ้าปลอมเป็นผู้หญิงมันลำบาก ก็เป็นผู้ชายข้ามเพศไปเลยสิ ฉันว่าตัดผมแล้วแต่งดีๆ ใส่แว่นที่มันเปลี่ยนรูปหน้าแกได้ รับรองพี่เมฆจำไม่ได้แน่”

ตะวันฉายแย้งว่ามันไม่เป็นการลงทุนมากเกินไปหรือ ตนเข้าไปสืบชั่วคราว อาจจะแค่สองสามวัน ผมที่ยาวสลวยของตน ใช้เวลาไว้มาหลายปี แต่เอวาว่าถ้าแลกกับสิ่งที่เธออยากรู้มันคุ้ม ตะวันฉายก้มมองหน้าอกตัวเองทำนองว่าจะทำอย่างไร นิคโพล่งขึ้น

“โอ๊ย อันนั้นน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกวันนี้ฉันก็นึกว่าแกเดินถอยหลังอยู่บ่อยๆ”

“ตกลงแกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเอวามันเนี่ย” ตะวันฉายเคือง

“ก็พอแกชี้ให้เห็นปัญหาซึ่งฉันมองไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหา ก็เลยคิดว่า อย่างแกคงไม่มีปัญหาถ้าจะเป็นผู้ชาย” นิคหัวเราะเยาะ ตะวันฉายเงื้อมือจะตี นิครีบปิดปากตัวเอง

เอวาสรุป บอกช่างให้จัดการได้ ตะวันฉายร้องห้ามช่างอย่าสั้นมาก พอช่างจะตัดก็ร้องอีก ขอยาวอีกหน่อย เอวารำคาญสั่งช่างเอาสกินเฮดไปเลย ตะวันฉายร้องลั่น...ไว้ชีวิตหนูด้วย...
กลับมาที่คอนโดฯ ตะวันฉายเข้าไปในห้องนอน เพื่อแต่งตัวให้ดูเป็นชาย เอวากับนิคนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก พอตะวันฉายก้าวขาออกมา ส่งเสียงแหลม

“แอ่น แอน แอ๊น...พวกแกพร้อมที่จะพบกับฉันหรือยัง”

“เฮ้ย...ซัน แกจะเป็นผู้ชายเสียงแปร๋นแบบนี้เหรอวะ” นิคเอ็ด

ตะวันฉายนึกได้ ลดเสียงให้ทุ้มลง พอทั้งสองเห็นการแต่งกายของเธอถึงกับอ้าปากค้าง...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เอวากับนิคพาตะวันฉายมาที่บ้านเมฆ ทั้งหมอกและเมฆจ้องหน้าเธอด้วยความคุ้นตา หมอกถามโพล่งขึ้นว่า ทำไมวันนี้ผมสั้น นิครีบแก้ตัวแทนว่า คนละคนกัน วันก่อนเพื่อนตนที่ดูแลหมอกเป็นผู้หญิง แต่คนนี้ผู้ชาย ตะวันฉายทำใจดีสู้เสือยิ้มเท่ๆหมอกจึงเชื่อว่าคนละคน

แต่เมฆกลับเห็นด้วยว่าเหมือนเคยเห็นหน้ามาก่อน เอวารีบบอกว่าไม่มีทางเพราะซันไม่เคยมากรุงเทพฯ เอวาแนะนำตะวันฉายว่าชื่อซัน มาทำงานแทนเพื่อนของตน เพราะเพื่อนยังเคลียร์งานที่บ้านไม่เสร็จ เมฆไม่ค่อยพอใจ อยากได้พี่เลี้ยงลูกเป็นผู้หญิงมากกว่า เมฆมองใกล้ๆ แล้วถามว่าเป็นผู้ชายแน่หรือ ทำไมต้องกันคิ้ว ตะวันฉายรีบตอบว่า เป็นชายร้อยเปอร์เซ็นต์

“ผมคอนเฟิร์มครับพี่เมฆ ไอ้ซันนี่แมนทั้งแท่ง หญิงติดตรึม ใครเข้าใกล้มันฟันไม่เลี้ยงเลยนะครับ ผมยังอิจฉาเลย อยากเสน่ห์แรงเหมือนมัน”

เมฆกระแอมปรามเพราะหมอกนั่งฟังตาแป๋วอยู่ด้วย นิคยิ้มเจื่อนๆ เอวาดึงเมฆออกมาคุยลำพังหน้าบ้าน เอวาขอให้ซันทำงานไปก่อนที่เพื่อนตนจะมา เมฆตอบว่าไม่อยากให้เสียเวลา
เอวาตีลูกเศร้า “ถือว่าสงสารซันนะคะ ซันน่ะเป็นคนดีรักครอบครัว แต่ยากจนมาก พอที่นาโดนยึด ซันก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่จบ ป.6 ทำงานสารพัด จนได้มาอยู่บ้านเอวา เขาก็เก็บเงินจนไถ่นาได้แล้วลา กลับบ้าน แต่โชคร้ายฟ้าฝนไม่ดี น้ำท่วมนาเสียหาย เลยต้องกลับมาหางานทำอีกค่ะ พูดแล้วเอวาจะร้องไห้ กลั้นน้ำตาไม่อยู่”

เมฆแย้ง เมื่อกี้เอวาบอกว่าซันไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ เอวายิ้มกลบเกลื่อน แก้ตัวว่า ซันเคยทำงานบ้านตนแล้วกลับต่างจังหวัดไปหลายปีก่อนที่ตนจะรู้จักกับเมฆอีก เมฆพยักหน้ารับแต่ยังยืนกรานอยากได้พี่เลี้ยงมืออาชีพที่ผ่านการอบรมมาแล้ว

ระหว่างนั้น เก่งจะพาหมอกไปอาบน้ำ หมอกอาละวาดปาของใส่เก่งพัลวัน ตะวันฉายไม่พอใจ จับตัวหมอกล็อกไว้ หมอกร้องลั่นบ้าน เมฆกับเอวาตกใจวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน เห็นตะวันฉายรวบตัวหมอกอยู่ เก่งรายงานว่าหมอกไม่ยอมไปอาบน้ำ เอวาได้ที

“นี่ไงคะข้อดี รับรองพี่เมฆไปทำงานได้อย่างสบายใจ เพราะซันปราบหมอกได้แน่นอนค่ะ ตกลงพี่เมฆรับซันแล้วใช่ไหมคะ”

เมฆส่ายหน้า ทั้งสามผิดหวังกลับไป...มาถึงคอนโดฯ ที่พัก ตะวันฉายคว่ำหน้าร้องไห้โฮลั่นบ้าน ไม่ใช่เสียใจ ที่เมฆปฏิเสธ แต่เสียดายผมที่ลงทุนตัด เอวากับนิคเครียด ต้องมีสักทางที่จะทำให้ตะวันฉายได้เข้าไปอยู่บ้านเมฆ

และแล้วเย็นวันนั้น เมฆอาบน้ำให้หมอก พอเห็นใกล้เวลาที่ตัวเองจะต้องรีบไปเล่นดนตรี ก็ให้เก่งมารับช่วงต่อ แต่หมอกไม่ยอมร้องงอแงจะตามเมฆไปด้วย พลันจอมสยามโทร.มาขอให้ไปช่วยอัดเสียงอีก เพราะลูกน้องทำผิดพลาด คงต้องทำงานยันเช้า เมฆรับปากแต่ก็หนักใจเรื่องหมอก จึงจำต้องโทร.ตามเอวากลับมา

ooooooo

เผอิญเย็นนั้นยุทธการหอบช่อดอกไม้มาหาตะวันฉายที่คอนโดฯ แต่ทำการ์ดร่วงในรถ จึงฝากช่อดอกไม้ที่เคาน์เตอร์ไว้ เอวา นิค และตะวันฉายถือกระเป๋าเดินร่าเริงดีใจลงมาที่จะได้ไปทำงานบ้านเมฆ พนักงานเรียกตะวันฉายเพื่อบอกว่ายุทธการมาพบ

ทั้งสามตกใจ เอวากับนิคช่วยกันบังตะวันฉายให้รีบออกไป แล้วอยู่รับหน้ายุทธการแทน

“อ้าว เอวา นิค พี่ว่าจะมารับซันเขาไปทานข้าวด้วยกัน”

“น่าเสียดายจังเลยนะคะ เอวาก็เพิ่งคุยกับซันเองถึงได้รู้ว่าจะกลับดึก กะว่าจะชวนเขาไปดูหนังเหมือนกัน เลยพลาดกันซะงั้น”

ยุทธการถอนใจ น่าจะโทร.มานัดก่อน เขาลากลับ เอวารีบถาม “แล้วช่อดอกไม้นี่ล่ะคะ”

“พี่คงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์” ยุทธการวางดอกไม้พร้อมแนบการ์ดไว้ ก่อนจะกลับไป

เอวาเอาช่อดอกไม้ไปให้ตะวันฉายที่รออยู่ในรถ ตะวันฉายอ่านการ์ด...สำหรับซัน ผู้หญิงที่ทำให้โลกของพี่สว่างไสวอยู่เสมอ...เอวาฟังแล้วสะเทือนใจ ขับรถไปอย่างเศร้าๆ

“พี่ยุทธของแกนี่สุดยอดเลยว่ะซัน ขนาดแกไม่รักแต่เขาก็ยังดีกับแกเหมือนเดิม” นิคชม

“แต่ใจฉันอยากให้พี่ยุทธหันไปมองคนอื่นมากกว่านะ เผื่อบางทีพี่ยุทธอาจจะเจอคนที่เขาสามารถรักพี่ยุทธได้”

เอวาสะท้อนใจถาม “แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งแกเอ่อ ...สมมตินะ ถ้าเกิดแกอาจจะไม่สมหวังกับพี่ธีล่ะ แกจะไม่หันกลับมามองพี่ยุทธเลยเหรอ”

“ไม่ล่ะ สำหรับฉัน พี่ยุทธเหมือนพี่ชายแท้ๆ ยังไงฉันก็ไม่รู้สึกกับเขาแบบคนรัก”

นิคเสนอให้ตะวันฉายเป็นแม่สื่อหาใครสักคนให้ยุทธการ ตะวันฉายโพล่งขึ้นว่า จะดันเอวาให้ยุทธการ นิคใจแป้วมองเอวาที่ทำท่าเขิน ตะวันฉายเหมือนรู้ใจเพื่อน แกล้งถามไม่ชอบหรือ ชวนนิคให้ช่วยกันเชียร์ โดยไม่ทันสังเกตว่านิคฝืนยิ้มไปอย่างนั้น

เอวากับนิคพาตะวันฉายในสภาพผู้ชายมาดูแลหมอกที่ผับ เมฆขอโทษที่ต้องเรียกกลับมา เอวารีบบอก ไม่เป็นไร นิคเผลอตบไหล่ตะวันฉายแสดงความยินดี แบบเพื่อน เมฆแปลกใจถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ เขากลับตอบว่าใช่ เมฆงงไหนเอวาบอกว่าซันเป็นเด็กรับใช้ที่บ้าน

นิคนึกได้รีบกลบเกลื่อน “อ๋อ ใช่ครับ ก็ผมมันเด็กบ้านนอกจนๆ พอเห็นคนลำบากต่อสู้ชีวิตเหมือนกันก็เลยรู้สึกเป็นเพื่อนน่ะครับ”

“ดีนะ ยังไงก็คนเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันไว้แหละดี” เมฆหันไปบอกตะวันฉายให้อยู่กับหมอกเลย จะได้คุ้นเคยกัน

ตะวันฉายเผลอตอบว่าค่ะ ทุกคนจ้องเขม็ง เมฆ ถามตอบว่าอะไรนะ เธอรีบทำเสียงทุ้มตอบใหม่ว่า ครับ ...เอวาตัดบทชวนไปเตรียมตัวบนเวที ทุกคนไปแล้ว หมอกหันมาแยกเขี้ยวใส่ตะวันฉาย เธอไม่หวั่นตั้งท่ารับมือทันที

หลังผับเลิก หมอกหลับสนิท เมฆอุ้มมาขึ้นรถแล้วร่ำลาเอวากับนิค ตะวันฉายเริ่มหน้าเจื่อนเพราะต้องตามเมฆไปด้วย เอวากับนิคก็หวั่นใจเป็นห่วงเพื่อน...ระหว่างนั่งมาในรถ เมฆถามตะวันฉายว่ารับมือหมอกไหวไหม เธอตอบว่าไหว วันนี้ไม่ดื้อเท่าไหร่ เมฆแปลกใจ พูดเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ตะวันฉายแก้ตัวน้ำขุ่นๆไปว่า คาดเดาเอา

พอมาส่งหมอกกับตะวันฉายที่บ้าน เมฆแนะนำให้รู้จักเก่งและหน้าที่ที่เธอต้องทำ ให้นอนกับหมอกไปก่อน หกโมงเช้าลุกไปทำอาหาร แล้วค่อยมาปลุกน้องแต่งตัวไปโรงเรียน โดยให้เก่งเป็นคนไปส่ง...เมฆออกไปทำงานที่ห้องอัดเสียงต่อ ตะวันฉายถือโอกาสเดินสำรวจหาข้อมูล ขณะกำลังดูรูปธีรภพที่วางอยู่ เก่งเข้ามาทัก เธอตกใจทำกรอบรูปหล่นแตก เก่งบอกให้เก็บกวาดโดยไม่ช่วย เพราะจะรีบไปดูบอล ตะวันฉายตามมาซักถามเรื่องของธีรภพ เก่งรำคาญจึงบอกว่า ให้นั่งเชียร์บอลเป็นเพื่อนตนก่อน จบแล้วถึงจะตอบคำถาม

รอจนแล้วจนรอด ตะวันฉายฟุบหลับหน้าทีวี แว่นตกอยู่ที่พื้น สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปลุกจากมือถือ เห็นเก่งนอนแผ่อยู่ที่พื้น เธอรีบปลุกเก่ง จากนั้นก็ไปทำอาหารเช้าก่อนขึ้นไปปลุกหมอก โดยลืมไปว่าไม่ได้ใส่แว่น เก่งงัวเงียเตะแว่นกระเด็นไปใต้เก้าอี้ ตะวันฉายพยายามปลุกหมอกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น จนกระทั่งเสียงรถเมฆกลับมา หมอกลุกพรวดขึ้นทันที เธอเข่นเขี้ยว

“หืม...ร้ายนักนะคุณหมอก ไปอาบน้ำล้างหน้าเลยครับ เดี๋ยวได้ลงไปทานข้าวกับคุณพ่อ”

หมอกจ้องหน้าตะวันฉายจนเธอแปลกใจ “พี่ไม่ใส่แว่นแล้วเหรอ...”

“ตายแล้ว แว่น แว่นอยู่ไหน...ใช่แล้วหน้าทีวี” ตะวันฉายลนลานรีบออกไปจากห้อง

หมอกวิ่งตามมาถึงหัวบันได ตะวันฉายชะงักหลบมองเมฆที่ยืนคุยกับเก่งอยู่ เก่งกำลังเอาหน้ารายงานเมฆว่าเป็นคนปลุกซันให้ไปทำอาหารเช้า

“เออดีๆ ขอบใจมากนะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูข้างบนหน่อยสิ ทำไมมันเงียบผิดปกติ สงสัยนายหมอกจะแกล้งหลับอีกแน่ๆ”

ตะวันฉายเห็นเมฆกำลังจะขึ้นมา หมอกวิ่งสวนลงไปหา เมฆเห็นลูกยังไม่อาบน้ำแปรงฟัน จึงถามหาซัน หมอกชี้ขึ้นไปว่าแอบอยู่หัวบันได ตะวันฉายตาโพลงจะทำอย่างไรดี เมฆเรียกให้ออกมา เธอตัดสินใจเดินก้มหน้าหลบๆผ่านเขาไปที่ห้องรับแขก เมฆแปลกใจเดินตามเรียก

“ซัน เดินหนีมาทำไม”

“เอ่อ...ผม...ผมมาหาแว่นครับ สงสัยจะตกที่นี่” ตะวันฉายก้มหน้าก้มตาหา

“แค่นี้ก็บอกกันได้ ไม่เห็นต้องวิ่งหนีเลย งั้นฉันช่วย...เก่ง มาช่วยกันหน่อย”

ตะวันฉายรีบบอกว่าไม่ต้อง ตนหาเองได้ เมฆก้มไปใต้เก้าอี้เห็นแว่นก็ร้องบอก ตะวันฉายร้อนรน ผลักเก้าอี้ออกกระแทกเมฆล้มหงายหลังไป แล้วเก็บแว่นมาสวม พอมองไปเห็นเมฆนอนผึ่ง ก็ตกใจรีบยกมือไหว้ขอโทษ

ooooooo

เมฆยืนคอเอียงส่งหมอกหน้าบ้าน ให้เก่งพาขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงเรียนกับเก่ง หมอกงอแงตามประสากว่าจะยอมไป จากนั้นเมฆก็ให้ตะวันฉายตามมา เธอขยาดเกรงโดนเล่นงานที่ทำเขาบาดเจ็บ แต่กลายเป็นเขาให้เธอช่วยทายาและนวดต้นคอให้ ฐานทำให้ต้องเจ็บตัว

“มือนายนี่มันนิ่มเหมือนผู้หญิงเลยนะ”

ตะวันฉายชะงักอ้างว่า “พ่อกับแม่ชอบให้ผมเอา โลชั่นนวดเท้าให้ หลังจากทำนาเสร็จน่ะครับ มันเลยทำให้มือผมนิ่ม...นี่ผมก็เพิ่งนวดเท้าตัวเองเมื่อเช้านี้ครับ”

เมฆผงะออกทันที “ไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจนะ...อะ...ค่าแรงเมื่อคืนนี้ ฉันให้ของวันนี้ตามที่บอกไว้ด้วย แต่ถ้านายอยากจะกลับก่อนก็ได้นะ” เมฆยื่นซองเงินให้

“ผมอยู่ต่อถึงเย็นตามที่ตกลงกันไว้ก็ได้นะครับ ไม่อยากเอาเปรียบคุณเมฆ”

“นายนี่ก็แฟร์ดีนะ ที่จริงงานของฉันก็ยังไม่เสร็จ แต่ทุกคนเหนื่อยกันมากก็เลยต้องพัก ฉันก็ว่าจะถามนายเรื่องนี้เหมือนกัน”

“จะให้ผมอยู่ต่อเหรอครับ”

“ก็จนกว่าฉันจะได้คนจากศูนย์ได้ไหม”

ตะวันฉายเผลอร้องดีเลย เมฆแปลกใจอะไรดี เธอกลบเกลื่อน ดีที่ตนมีงานทำต่อ แล้วถือโอกาสขอกลับไปเอาเสื้อผ้ามาเพิ่ม เมฆอนุญาตแต่พอเห็นกรอบรูปที่แตก ก็ถามว่าใครทำ ตะวันฉายอ้างว่าแว่นหายจึงเดินชน เมฆไม่ตำหนิอะไร...

กลับมาที่คอนโดฯ เอวากับนิครอฟังอย่างตื่นเต้น ตะวันฉายเซ็งที่ยังหาข้อมูลอะไรไม่ได้ เล่าไปก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าใบโต เอวาเห็นแล้วดึงกระเป๋ากลับมา รื้อพวกเครื่องสำอางออกจนหมด แล้วเปลี่ยนเอาเสื้อผ้าใส่เป้ให้ไปแทน ตะวันฉายบ่นอุบ

“ไม่มีครีมฉันอยู่ยังไง แล้วไหนจะชุดนอน เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าเดินในบ้านอีก อยากเห็นฉันเป็นโรคมือเท้าแตกหรือไง”

“ให้มันแตกสิดี พี่เมฆเขาจะได้ไม่ว่ามือแกเหมือนผู้หญิง จำไว้นะซัน มือเท้าแกแตกก็ยังดีกว่าความลับของแกแตก”

“ถูกของเอวามันนะ ไอ้เรื่องบำรุงน่ะ แกบำรุง เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าโดนจับได้มันไม่คุ้มนะเว้ย ดีไม่ดีพี่เมฆเขาจะพาลโกรธฉันกับเอวาไปด้วย”

ตะวันฉายได้คิด “จริงของพวกแก ขอโทษนะ ที่ ฉันลืมนึกถึงข้อนี้ไป โอเค ไม่สวยสักสองสามวันก็ได้”

เอวาชมว่าไม่สวยแต่หล่อ ตะวันฉายโอ่ตนผิวพรรณตนดี นิคส่ายหน้าระอาใจกับเพื่อน

ooooooo

มาคราวนี้ เมฆพาตะวันฉายเดินดูบ้านว่าห้องไหนเป็นห้องอะไรบ้าง ตะวันฉายแปลกใจที่ชั้นบนมีห้องพระและห้องนอนสี่ห้อง แต่อยู่แค่สองห้องพ่อกับลูก จึงเอ่ยปากถามว่าแม่ของหมอกอยู่ห้องไหน เมฆหน้าเครียดจ้องตะวันฉายจนเธอต้องหลบสายตา

ลงมาข้างล่าง เมฆอธิบายหน้าที่ที่ตะวันฉายต้องทำทั้งหมด รวมถึงอาหารที่ต้องทำให้หมอก ขอให้ครบห้าหมู่ พวกน้ำอัดลมกับขนมหวานให้ได้นิดหน่อย เมฆเดินพูดไปแต่แล้วเอะใจที่เธอเงียบ หันไปมอง เห็นตะวันฉายหยุดดูรูปที่ชั้นหนังสือ จึงกระแอมเรียก

“ผมเห็นรูปเก่าๆของคุณเมฆ เหมือนจะมีพี่ชายหรือน้องชายอีกคนนี่ครับ”

“มันเกี่ยวกับงานของนายไหม”

ตะวันฉายหน้าเจื่อน เมฆกำชับไม่ชอบคนสอดรู้ สอดเห็น...เมฆพาตะวันฉายกลับขึ้นมาชั้นบน เปิดห้องข้างห้องหมอกให้เป็นห้องของเธอ แถมบอกว่า

“จริงๆห้องนี้เป็นห้องเก็บของ ปกติฉันก็ไม่ให้ใครขึ้นมานอนชั้นบน ถ้ากล่อมนายหมอกเสร็จแล้วอยากนอนห้องหมอกก็ได้นะ ฉันให้ห้องนี้นาย จะได้ไม่ต้องไปฟุบหลับข้างล่างอีก”

ตะวันฉายแอบเบ้หน้าเพราะห้องเล็กเท่ารูหนูเมฆยังบอกอีกว่าบางทีเขาก็ชอบไปนอนกับหมอก เราผู้ชายสามคน นอนด้วยกันคงไม่อึดอัดเท่าไหร่ เธอร้องเสียงหลง

“หา...คุณจะมานอนด้วยเหรอครับ”

“ทำไม ชีวิตนี้ไม่เคยนอนกับเพื่อนผู้ชายหรือไง”

ตะวันฉายอึกอักว่าเคย เมฆบ่นแล้วจะมีปัญหาอะไร เธอรีบส่ายหน้า เมฆบอกอีกว่าคืนนี้ตนต้องทำงานทั้งคืน ฝากดูแลหมอกด้วย พอเมฆเดินไปเธอก็รีบปิดประตูห้องนั่งถอนใจ ไม่มีวันเสียหรอกที่จะนอนร่วมด้วย คืนนี้จะต้องหาข้อมูลของธีรภพให้ได้ ว่าแล้วก็รื้อของออกจากเป้จัดใส่ตู้ ส่วนมือถือก็ปิดเครื่องเก็บไว้ในเป้...

บังเอิญยุทธการโทร.หาหลายครั้งไม่ติดก็กังวล โทร.ไปถามที่รีสอร์ท ทางนั้นบอกว่าตะวันฉายพักร้อนไม่มีกำหนด จึงคิดถามเอวากับนิค

ยุทธการมาที่โรงเรียนดนตรีของเอวา สองคนเพิ่งสอนเสร็จ กำลังจะออกไปทานอาหารกลางวัน

“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีพี่พยายามโทร.หานิคกับเอวา แต่ไม่มีใครรับสาย”

ทั้งสองหยิบมือถือมาดู ลืมเปิดเครื่องจริงๆเพราะเมื่อกี้สอนอยู่...สามคนมานั่งทานอาหารด้วยกัน เอวา พยายามกลบเกลื่อนอาการตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ยุทธการ เขาถามถึงตะวันฉาย สองคนช่วยกันโกหกว่าคงนอนอยู่ หรืออาจแบตหมด ยุทธการจึงคิดว่าจะไปหาที่คอนโดฯ

“ไม่ต้องหรอกครับ” ทั้งสองตกใจพูดพร้อมกัน

“คือซันมันบอกเอวาไว้ว่าคืนนี้จะโทร.มาเม้าท์กัน แสดงว่ากลางวันอาจจะไม่อยากให้กวน”

ยุทธการดูเศร้า เอวาสงสารรับปากถ้าตะวันฉายติดต่อมา จะให้โทร.หาเขาทันที

ooooooo

ระหว่างที่อยู่บ้านเมฆ เก่งวางท่าข่มตะวันฉาย ถือว่าอยู่มาก่อน ใช้ทำโน่นนี่ให้ เธอไม่อยากมีปัญหาจึงบอกว่ายินดีทำงานแทนแต่ขอให้ตอบคำถามเรื่องที่ตนถามเมื่อคืน เก่งอ้างว่าไม่ชอบนินทาเจ้านาย ตะวันฉายย้อนถาม เรื่องพี่ชายเมฆ ถือว่านินทาเจ้านายหรือเปล่า

“ไม่นินทาหรอก เรียกว่าทำความรู้จักกับประวัติเจ้านาย”

แต่พอตะวันฉายถามถึงพี่ชายเมฆอยู่ไหน เก่งไม่รู้อะไรเลย เพราะตั้งแต่มาอยู่ได้สองปีก็ไม่เคยเจอ เล่นเอาตะวันฉายเซ็งที่อยู่สองปีรู้พอๆกับตนที่อยู่สองชั่วโมง

ตกเย็น ตะวันฉายทำอาหารให้หมอกทาน แต่หมอกต่อรองจะเล่นก่อน เธอจึงต้องหลอกล่อเล่นด้วยและให้กินข้าวด้วย ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสนุกสนาน เมฆกำลังจะออกไปทำงานหยุดมอง ถึงกับส่ายหัว...จะไหวไหมเนี่ย

ในขณะที่เอวาตั้งหน้าตั้งตาโทร.หาตะวันฉายเท่าไหร่ก็ไม่ติด นิคเข้ามาแหย่...ที่โทร.หานี่เป็นห่วงเพื่อนหรือห่วงยุทธการ เอวาอึกอักโวยกลบเกลื่อน คิดอะไรแบบนั้น

“โห...แซวนิดเดียวทำไมต้องโกรธขนาดนี้วะ...

เอาน่า เรื่องนี้ฉันจัดการเอง แค่รอให้พี่เมฆมาก่อน”

ขาดคำเมฆมาถึงพอดี นิคทักทายแล้วขอตัวไปซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ โดยดึงเอวาออกไปด้วย ออกมาข้างนอกนิคบอกเอวาว่าจะโทร.เข้าเบอร์บ้านเมฆ เอวาทึ่งในความฉลาดของนิค...พอโทร.เข้าไป ตะวันฉายรับสายเสียงทุ้ม จนนิคอดแซวไม่ได้

“โห...ไม่หลุดคอนเซปต์ความเป็นแมนเลย”

ตะวันฉายสะดุ้ง กระซิบถามว่าโทร.มาทำไม ตนอยู่กับหมอกเดี๋ยวความแตก นิคโวยกลับ

“ก็แกปิดมือถือ ก็ต้องโทร.เข้าบ้านสิ แม่แกเขาอยากคุยด้วย...” นิคส่งมือถือให้เอวา

“ซัน...ทุกอย่างโอเคป่าว”

“แน่นอน ไม่ต้องห่วง ดึกๆฉันจะโทร.ไปเม้าท์ แค่นี้นะ”

“เดี๋ยวสิ ฉันจะบอกว่าพี่ยุทธมาหาฉันกับนิคที่โรงเรียน เขาเป็นห่วงที่ติดต่อแกไม่ได้เลย แกโทร.หาเขาหน่อยก็ดีนะ ฉันเห็นเขาจ๋อยๆว่ะ เห็นแล้วสงสาร”

ตะวันฉายฟังน้ำเสียงเพื่อนแล้ว รู้ว่าแคร์ยุทธการมาก จึงกระเซ้าจะโทร.หาพรุ่งนี้เลย ถ้าพี่เขาไม่พอใจ จะนัดเลี้ยงข้าวสักมื้อ เอวารู้สึกสะเทือนใจ...หลังจากวางสาย นิคแขวะ สบายใจหรือยังกามเทพสาวแสนสวย ทำให้แฟนเขาได้คุยกันแล้วตัวเองดูเศร้า เอวารีบทำร่าเริงกลบเกลื่อน

ooooooo

คืนนั้น ตะวันฉายอ่านนิทานให้หมอกฟังจนเห็นว่าหลับ ก็ย่องจะออกไปอาบน้ำแล้วจะได้ค้นหาข้อมูลธีรภพต่อ หมอกลืมตาขึ้นมาโยเยไม่ให้เธอไปไหนให้นอนอ่านนิทานอยู่ข้างๆ เธอต้องกลับมานอนอ่านจน กระทั่งผล็อยหลับไปด้วยกัน

เผอิญเมฆทำงานที่ห้องอัดเสียงเสร็จเร็ว จอมสยามทวงงานเพลง ทำให้เมฆรู้สึกกดดัน

“เฮ้ย...ไม่ได้กดดัน แต่ต้องเร็ว บริษัทก็อยู่ตัวแล้วนี่ มาทำงานที่นายทำมันได้ดีที่สุดเถอะ”

“เอาเป็นว่าผมขอกลับไปนอนหลับให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยคุยกันนะครับ”

“ได้...พี่จะโทร.ตื๊อเรื่องๆละกัน” จอมสยามตบไหล่เมฆเชิงหยอก

เมฆกลับมาถึงบ้าน เห็นเก่งฟุบหลับอยู่หน้าทีวี จึงปลุกให้ไปนอนแล้วขึ้นไปดูหมอกบนห้อง เขาเข้าไปหอมแก้มตามปกติ เห็นตะวันฉายหลับอยู่ข้างๆ แว่นเลื่อนไหลจะหล่นจากหน้า จึงย่องไปใกล้ๆจะถอดแว่นออกให้ แต่เธอรู้สึกตัวเสียก่อน ลืมตามาเห็นหน้าเขาก็ตกใจร้องว้าย...จะทำอะไรฉัน ถีบเขาโครม หงายตกเตียงเท้าชี้ฟ้า ตะวันฉายขยับแว่นให้เข้าที่ดึงผ้าห่มมาปิดอก

เมฆตะกายมาเกาะขอบเตียงโวย “เฮ้ย...ไอ้ซัน... นี่นายมาถีบฉันทำไม”

ตะวันฉายลุกพรวดเก็กแมนโต้ “ก็คุณจะทำ อะไรผม”

หมอกงัวเงียตื่น เห็นพ่อก็กางมือร้องหา เมฆจึงเข้ากอดลูกกล่อมให้นอนต่อ หันไปบอกตะวันฉายไปรอตนข้างนอก มีเรื่องต้องคุยกัน ตะวันฉายหน้าเจื่อนพยักหน้ารับเดินออกไป

ไม่นาน เมฆกุมท้องเดินออกมา จ้องหน้าตะวันฉายเค้นถาม

“เมื่อกี้ทำไมนายพูดเหมือนผู้หญิง เสียงก็เหมือน”

“เอ่อ...ก็...คนมันตกใจ เสียงก็ต้องสูงสิครับ แต่ผมว่าผมไม่ได้พูดเหมือนผู้หญิงนะครับ”

“นายเรียกตัวเองว่าฉัน”

“ไม่หรอกครับ คุณเมฆหูฝาด ผมพูดว่า เฮ้ย...จะทำอะไรวะ”

เมฆขมวดคิ้วไม่อยากเชื่อ แล้วถามว่าตกใจอะไรนักหนา ตะวันฉายอ้างคิดว่าผี เมฆย้อนถาม กลัวผีแต่ยังถามผีว่าจะทำอะไร ตะวันฉายเถียงไม่ออกก้มหน้านิ่ง

เมฆบ่น “ฉันก็แค่เห็นว่านายนอนหลับแล้วแว่นหลุด เลยจะถอดแว่นให้ก็เท่านั้น...คอยังไม่ทันหายมาโดนถีบอีก เฮ้อ ซวยจริงๆ”

ตะวันฉายอ้างว่าตนแพ้แสงต้องใส่แว่นตลอดเวลา แล้วขอตัวไปอาบน้ำ เมฆเอ่ยถาม แว่นแก้แพ้แสงนี่ตอนนอนและตอนอาบน้ำถอดไม่ได้หรือ เธอโบ้ยว่าหมอให้ใส่ตลอดเวลา เมฆชักสงสัย ตะวันฉายรีบเข้าห้องมานั่งบ่นอุบ ไหนบอกจะกลับเช้า แล้วทำไมกลับมาตอนนี้...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายเห็นความวุ่นวายของสองพ่อลูก เมฆงัวเงียปลุกหมอกที่ไม่ยอมลุกมุดหนีเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วเขาก็หลับฟุบไปกับลูก...กว่าจะดึงกันไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างยากลำบาก ในขณะที่เก่งเช็ดรถไปสัปหงกไป เธอเลยเข้าครัวทำอาหารเช้าให้สองพ่อลูก

พอสองพ่อลูกขึ้นรถออกไปพ้นประตูบ้าน เก่งก็หาวหวอดๆ ตะวันฉายถือโอกาสบอกให้เขาไปนอนพัก วันนี้ตนจะทำงานแทนทุกอย่างให้หนึ่งวัน

“จริงหรอ อย่าหลอกกันนะเว้ย เอ็งนี่มันดีเป็นทองเลยนะเนี่ย” เก่งเดินหาวกลับไปห้อง

ตะวันฉายรีบเข้าไปค้นในห้องทำงานของเมฆเป็นห้องแรก เห็นรูปธีรภพและเมฆถ่ายคู่กัน และรูปอื่นๆวางเรียงราย เธอดีใจหยิบรูปธีรภพมาปิดหน้าเขินอายเพราะใกล้จะได้เจอกัน

ในขณะที่เมฆส่งหมอกที่โรงเรียนเรียบร้อย โทร.ถามเลขาที่บริษัท ว่ามีประชุมอะไรไหม ถ้าไม่มีตนจะ กลับบ้านพักผ่อน มีอะไรด่วนให้โทร.ไป จากนั้นเขาก็ ขับรถกลับ...ตะวันฉายกำลังรื้อของออกมาวางเกลื่อนห้อง เพื่อหาข้อมูลที่บ่งบอกว่า ธีรภพไปอยู่ที่ไหน พอได้ยินเสียงรถเมฆกลับมาก็ตกใจ รีบเก็บของเข้าที่อย่างทุลักทุเล

เข้าบ้านมา เมฆร้องเรียกเก่งกับซัน เห็นเงียบกันหมด จึงเดินเข้าห้องทำงาน เจอตะวันฉายเข้าอย่างจัง ต่างคนต่างชะงัก ก่อนที่เมฆจะถามว่ามาทำอะไรในนี้

“เอ่อ...ผม...ผมจะเข้ามาทำความสะอาดครับ” ตะวันฉายแอบถอนใจที่เก็บข้าวของได้ทัน

“ทำความสะอาด...มันไม่ใช่งานของนายนี่”

ตะวันฉายรีบบอกว่า เห็นเก่งนอนดึกเลยช่วยทำแทน เมฆพยักหน้าแต่อดสงสัยไม่ได้ว่ามาทำความสะอาดทำไมไม่มีอุปกรณ์ ตะวันฉายแถไปว่า

“ผมมาสำรวจห้องแต่ละห้องก่อนครับ อย่างห้องนี้ปูพรมหมด ผมก็จะใช้เครื่องดูดฝุ่นน่ะครับ คงใช้ไม้กวาดหรือม็อบถูพื้นไม่ได้”

เมฆจ้องหน้า ตะวันฉายยิ้มให้แล้วย้อนถามว่าไม่ไปทำงานหรือ เมฆตอบว่าอยากพักแล้วเดินออกไปเอนตัวที่ห้องนั่งเล่น ตะวันฉายเป่าปากโล่งอก...จากนั้นเธอก็ไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมายืนลังเลหน้าห้องนอนเมฆ อยากเข้าไปดูอีกสองห้องที่ปิดอยู่ จึงแง้มประตูมอง เห็นรูปพ่อแม่ของเมฆแขวนอยู่ เฟอร์นิเจอร์ในห้องคลุมผ้าขาวไว้อย่างดี เธอยกมือไหว้รูป

“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่พี่ธีใช่ไหมคะ หนูชื่อซันเป็นรุ่นน้องพี่ธีค่ะ” แล้วเธอก็นึกได้ว่าอีกห้องคงเป็นห้องของธีรภพ

ตะวันฉายเปิดประตูเข้ามา เห็นรูปธีรภพแขวนอยู่ประปราย แต่ในห้องไม่มีข้าวของอะไรเลย จึงสงสัยว่าจะอยู่ในห้องเมฆ เธอจึงหอบอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าไปในห้องนอนเมฆ

“แหม...ห้องสะอาดเรียบร้อยผิดกับหน้าตาเลยนะนายเมฆ”

ตะวันฉายเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ไม่ทันจะเปิดดู เมฆเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน เธอรีบปัดนั่นนี่เนียนๆไป เมฆบอก เธอว่านอนข้างล่างไม่หลับ เลยจะมานอนในห้อง ตะวันฉาย ฉุนคว้าข้าวของกลับออกไปอย่างเสียดายโอกาส แต่แล้วเกิดคิดได้ อยากเอาคืนเขาบ้าง จึงย่องกลับเข้ามาดูว่าเมฆหลับสนิทหรือยัง แล้วเอาน้ำยาใส่ผมลื่นๆมาหยดลงที่พื้นข้างเตียง กะให้เขาลื่นล้ม แต่กรรมสนอง ตัวเองเกิดลื่นล้มไปบนเตียงเกือบจะจุ๊บหน้าเมฆ ดีที่เอามือยันไว้ได้ทัน เธอค่อยๆไต่กลับขึ้นมาจนประคองตัวยืนได้ รีบย่องออกไป เสียงประตูปิดทำให้เมฆสะดุ้งตื่น

ไม่ทันไร เสียงเมฆร้องเฮ้ย...ตามด้วยเสียงโครม ตะวันฉายหัวเราะคิกแล้วรีบไปทำความสะอาดบ้านทั้งหมด ไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ทำเสร็จ สะอาดเอี่ยมอ่อง ห้องนั่งเล่นก็จัดใหม่ดูสวยหวาน เมฆแต่งตัวจะออกจากบ้านเดินลงมา เห็นบ้านช่องสะอาดก็ชมเชย ติงนิดหน่อยว่าไม่ค่อยชอบอะไรหวานเหมือนผู้หญิงเท่าไหร่ ก่อนจะวานเธอช่วยไปรับหมอกที่โรงเรียนเย็นนี้ที เขาวางเงินค่ารถไว้ที่โต๊ะ และให้ถามทางเอากับเก่ง

พอตะวันฉายเห็นเมฆออกไปแล้ว ก็รีบขึ้นมาค้นห้องนอนเขา แต่ปรากฏว่า ลิ้นชักทุกตู้ถูกล็อกไว้หมด ยิ่งทำให้เธอสงสัย...

บ่ายนั้น ตะวันฉายปลุกเก่งเพื่อถามทางไปโรงเรียนหมอก และบอกว่าตนจะไปธุระแล้วจะรับหมอกกลับมาเลย...

ตะวันฉายเรียกเอวากับนิคมาเจอที่คอนโดฯ ปรึกษา เรื่องลิ้นชักห้องเมฆที่ล็อกทุกตู้ เอวาแนะนำจะเอากุญแจผีมาให้ นิคแย้งว่าทำแบบนั้นมันโจรชัดๆ เอวาย้อนถามที่ปลอมตัวเข้าไปอยู่ในบ้านเขานี่บริสุทธิ์ใจหรือ ตะวันฉายประชด กุมมือเอวาชมความคิดเป็นเลิศ คุกชัดๆ...เอวาค้อนขวับ ตะวันฉายครุ่นคิด จะทำอย่างไรดี

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.