ตอนที่ 9
เหตุที่ทาฮิร่าไม่ได้มาหาแนนนี่เพราะป่วยนอนซมอยู่บ้านที่เมืองเวทมนตร์ แต่ก็อดห่วงไม่ได้จึงเอาอ่างเวทย์มาเพ่งมอง ได้เห็นการกระทำของแนนนี่ทั้งหมด ทาฮิร่าหนักใจ
“เมื่อไหร่จะเชื่อฟังเลิกใช้เวทมนตร์ที่โลกมนุษย์เสียทีเนี่ย ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปมีหวังโดนจับกลับมาสังหารที่นี่แน่ๆ” ทาฮิร่าครุ่นคิด “ต้องเอาตำรากลับมาที่นี่ให้เร็วที่สุด”
ทาฮิร่าตัดสินใจแปลงร่างเป็นแนนนี่ไปที่เมืองมนุษย์เข้าไปในตะเกียงแก้ว เรียกหาตำราเวทย์และ
บอกว่า ตั้งใจจะมาเรียนให้จบ ตำราดีใจจะได้กลับเมืองเวทมนตร์เสียที ทาฮิร่าเรียนบทสุดท้ายที่เหลือจนจบ กอดตำราจะพากลับ...เผอิญภวัตเดินครุ่นคิดเรื่องแนนนี่อยู่ในสวน เห็นทาฮิร่าในร่างแนนนี่กำลังปีนหน้าต่างออกมา จึงร้องเรียก
“แนนนี่ทำอะไรน่ะ ระวังจะตกลงมา”
ทาฮิร่าตกใจพลัดตกลงมาดังพลั่ก ภวัตวิ่งเข้ามาดู ทาฮิร่ารีบลุกขึ้นปัดเศษใบไม้ออกจากตัว ภวัตเข้าประชิดจับไหล่แนนนี่
“พี่เป็นห่วงแนนนี่นะ เป็นห่วงมากเป็นพิเศษ แต่ พี่...พี่จะเสียใจมากถ้าแนนนี่เล่นคุณไสยแบบที่ป้าอิงบอก พี่...พอใจที่แนนนี่เป็นแบบนี้ อย่าไปยุ่งอะไรกับคุณไสยเลย พี่...” ภวัตยื่นหน้ามาใกล้ ทาฮิร่าเอนตัวหนีจนทนไม่ไหว คืนร่างเป็นตัวเอง ภวัตตกใจรีบปล่อย “แนนนี่ เอ้อ ไม่ใช่ เอ่อ สงสัยจะเมา...ขอโทษครับ ผมขอตัวก่อน”
ทาฮิร่ามองตามหลังภวัตขำๆ...ภวัตกลับมาที่ห้องสับสนกับสิ่งที่พบเห็น ไม่อยากเชื่อว่าแนนนี่จะเล่นคุณไสย แต่เธอก็ทำตัวประหลาดๆ คิดไปคิดมา ภวัต
อยากพิสูจน์ จึงโทร.ไปหาแนนนี่...แนนนี่เห็นชื่อภวัตที่หน้าจอจึงบ่น “ว่าแล้วว่าต้องไม่จบ”
ตัดสินใจกดรับสาย ถามว่ายังมีคำถามอะไรอีก ภวัตรีบพูดออกไปว่า เขาอยากเจอเธอ มาหาหน่อยแล้ววางสายไป แนนนี่ดีใจลิงโลด ดีดนิ้วเปาะ หายตัวไปทันที
ภวัตแอบในห้องน้ำ แง้มประตูมองว่าแนนนี่จะมาวิธีไหน รอสักพักก็แปลกใจ ไม่มาเสียที
“ใครว่าล่ะคะ มาตั้งนานแล้วต่างหาก” แนนนี่พูดขึ้นด้านหลังภวัต
ภวัตตกใจพรวดออกจากห้องน้ำไปอยู่มุมหนึ่งของห้อง ชี้มาที่แนนนี่ว่าเธอเล่นของจริงๆ
“ทำไมต้องตกใจแนนนี่ขนาดนั้น”
“ก็แนนนี่ใช้คุณไสย เล่นของ ไม่งั้นทำไมถึงทำอะไรที่มันไม่น่าเชื่อได้มากมายขนาดนี้”
“ที่แท้พี่ภวัตก็ไม่ได้อยากเจอแนนนี่จริงๆ พี่ภวัตเพียงแค่จะพิสูจน์ว่าแนนนี่เล่นของต่ำๆพวกนั้น” แนนนี่น้ำตาไหลร่ายมนตร์หายตัววับไปทันที ภวัตหน้าเสียระคนตกใจ...
ทาฮิร่าเห็นแนนนี่เป็นควันสีชมพูกลับมาแล้วลอยเข้าไปในตะเกียงแก้วเลย ทาฮิร่าหันไปเปรยกับชิกเก้นว่า “นายภวิตแน่ๆ”
“เขาชื่อภวัต...เรียกผิดตลอด เวรก๊ำ เวรกรรม” ชิกเก้นส่ายหน้า
ทาฮิร่าลุกพรวดขึ้นจะไปจัดการภวัต ชิกเก้นเตือนอย่าไปวุ่นวายเลย ปล่อยเด็กๆจัดการกันเองดีกว่า แต่ทาฮิร่ากลับบอกว่า “ถ้าไม่วุ่นวายก็ไม่ใช่ทาฮิร่า...ฮูเร ฮูเร อโลเวรา...”
ทาฮิร่าร่ายมนตร์เป็นควันสีแดงลอยออกไป...
เข้ามาในห้องภวัต กลายร่างเป็นทาฮิร่าต่อหน้า เขาตกใจหงายเงิบเกือบล้ม ทาฮิร่าถามเสียงเข้ม “นายภวิต...จะไม่เชิญฉันนั่งเรอะ”
“คะ...คะ...คุณยาย เข้ามาได้ยังไงครับ”
“ถ้าอยู่แถวบ้านก็เข้าทางปล่องไฟ แต่แถวนี้มีแต่ปล่องเมรุ ฉันเลยเข้าทางหน้าต่าง นั่งเองก็ได้”
ทาฮิร่าหาที่นั่งเอาเอง
ภวัตชี้ไปที่หน้าต่างถาม “คุณ...คุณยายคง...
ไม่ได้ปีน...”
ทาฮิร่าส่ายหน้าพร้อมกับตอบ “ฉันเป็นแม่มด ฉันก็เข้ามาแบบแม่มด”
“มาอีกคนแล้ว” ภวัตถอนใจไม่เชื่อ
ทาฮิร่ากระแทกไม้เท้าด้วยความโกรธที่หาว่าตนโกหก ภวัตอธิบายความรู้สึกไม่ถูก รู้แต่ว่าวันนี้มีคนบอกตนว่าเป็นแม่มดถึงสองคน ทาฮิร่าปรี๊ด “นายภวิต...”
“ภวัตครับ ผมชื่อภวัต”
“ฉันกับเธอก็ไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวอะไรกันมาก่อน แต่นับจากนี้ไป เราคงต้องติดต่อกันมากขึ้น เพราะแนนนี่หลานสาวของฉันสนิทสนมกลมเกลียวกับเธอ”
“ดีครับ เพราะเราจะได้ร่วมมือกันรักษาแนนนี่อย่างจริงจัง...แนนนี่คิดว่าตัวเองเป็นแม่มด” ภวัตตั้งใจปรึกษาทาฮิร่า
ทาฮิร่าพยักหน้าช้าๆ “ฉันว่าก็ยังดีกว่าที่แกจะรู้ว่า ตัวเองเป็นอสูร”
ภวัตบอกทาฮิร่าว่าเขาซีเรียส ทาฮิร่าโต้ว่าตนก็ซีเรียสและเครียดด้วย ภวัตหาว่าทาฮิร่าพูดตลก ทาฮิร่าผุดลุกขึ้น จะสาปภวัตเป็นคางคก ภวัตนึกว่าเล่น จึงบอกให้เล่นให้เสร็จจะได้เข้าเรื่อง ทาฮิร่าตาวาวโรจน์ชี้นิ้วร่ายมนตร์ แสงวาบขึ้นมา พอจางลงปรากฏว่า ทาฮิร่ากลายร่างเป็นคางคก ภวัตอ้าปากค้างด้วยความตกใจ...
ชิกเก้นเริ่มเป็นห่วงทาฮิร่า จึงเรียกแนนนี่ให้ออกมาจากตะเกียงเพื่อบอกว่าทาฮิร่าไปหาภวัต แนนนี่ตกใจรีบหายตัวไป ชิกเก้นโดดตามออกไป แนนนี่ปรากฏตัวขึ้นเห็นภวัตกำลังช็อกที่คางคกพูดได้ รีบถามว่ายายของตนอยู่ไหน ภวัตชี้ไปที่คางคก แนนนี่ปรี่เข้าไปถาม
“คุณ...คุณยายหรือคะ”
“ก็จะใครเสียอีกล่ะ” คางคกสะบัดเสียงใส่
“เวรก๊ำ...เวรกรรม เป็นแม่มดดีๆไม่ชอบ” ชิกเก้นส่ายหัว
ภวัตยิ่งช็อกที่แมวพูดได้ เขาถอยมานั่งมึนงง
แนนนี่อุ้มคางคกหายตัวแว่บไป ชิกเก้นหันมาบอกลาภวัตก่อนจะโดนแผล็วออกไปทางหน้าต่าง
ooooooo
ภวัตเครียดอยู่ในห้อง บุษบาโทร.มาต่อว่าที่เขาไม่คิดจะโทร.ถามว่าตนถึงบ้านหรือยัง และต่อว่าคนที่บ้านเขาใจร้ายทุกคน ที่เอาหนอนมาให้ตนกิน ภวัตได้แต่ขอโทษเพราะยังงงๆเช่นกัน
วันรุ่งขึ้น บุษบามาดักปีเตอร์ที่ร้านกาแฟประจำของเขา เพื่อซักถามว่าแนนนี่เรียนมายากลที่ไหน และใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้เขาหลง แต่ปีเตอร์ไม่สนใจแถมตอกกลับว่า แถวนี้เป็นที่ของวัยรุ่นไม่ใช่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างเธอ บุษบาเต้นผางกลับไป...ปีเตอร์รีบมาเล่าให้แนนนี่ฟัง
ขณะเดียวกัน บุษบาไม่ละความพยายาม มาหาอิงอรที่บ้านเพื่อซักถามว่าเธอรู้และเห็นอะไรบ้าง อิงอรเล่าทุกอย่าง รวมถึงเรื่องแนนนี่เป็นเด็กที่ปัทมนเก็บมาเลี้ยง
ป้าผาดยกข้าวเหนียวมะม่วงมาเสิร์ฟ แนนนี่บอกว่าปีเตอร์กำลังจะกลับ และว่านี่เป็นของชอบของภวัต ป้าผาดชวนปีเตอร์ให้อยู่ทานข้าว จะได้ติวหนังสือให้แนนนี่ แนนนี่หน้างอหาว่าป้าผาดว่าตนโง่ ป้าผาดรีบขอโทษกลับออกไป ปีเตอร์ตำหนิว่าทำให้ป้าผาดเสียใจ แนนนี่โต้ว่า
“ไม่หรอก ป้าผาดแกรักพี่ดา ไม่ได้รักแนนนี่สักหน่อย จะพูดอะไรก็ไม่มีผลกับแกหรอก”
ปีเตอร์น้อยใจเช่นกันที่แนนนี่ไม่ชวนเขาอยู่ต่อ จึงลากลับ พอขับรถออกมา เจอกับบุษบาที่ออกมาจากบ้านอิงอร ทั้งสองลงมาประคารมกัน บุษบาหัวเราะเยาะปีเตอร์ที่ไม่รู้ว่าแนนนี่เป็นเด็กเก็บมาเลี้ยง ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ปีเตอร์ย้อนว่า
“ผมคบคน ไม่เคยดูที่ฐานะ แต่คบที่น้ำใจ คบด้วยความจริงใจ แนนนี่เป็นคนดี”
“เล่นคุณไสยน่ะหรือยะเป็นคนดี”
“เจ๊นี่เป็นคนแย่มากๆใจคอคับแคบ ดูถูกคน ขี้อิจฉา ต่อให้เหลือเจ๊คนเดียวในโลก ผมก็ไม่เอาหรอก ยอมเหี่ยวแห้งตายดีกว่า” ปีเตอร์พูดจบขึ้นรถขับออกไป ปล่อยบุษบาร้องกรี๊ดๆ...
แนนนี่เผลอหลับไป ตกใจตื่นนึกได้ว่าจะเอาข้าวเหนียวมะม่วงไปให้ภวัต จึงหายตัวแวบ ชิกเก้นจะห้ามแต่ไม่ทัน แนนนี่ทำให้จานข้าวเหนียวมะม่วงในห้องรับแขกเลือนหายไปด้วย อิงอรเข้ามาเห็นพอดีร้องกรี๊ดลั่นสลบไป
ภวัตกำลังรักษาคนไข้อยู่ แนนนี่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมจานมะม่วง คนไข้ตาเหลือกเป็นลมไป ภวัตเริ่มจะชิน เอ็ดแนนนี่ที่ทำให้คนไข้เขาช็อกไป แนนนี่จะร่ายมนตร์ให้ฟื้น ภวัตรีบห้าม
“แสดงว่าพี่ภวัตเชื่อแล้วว่า แนนนี่เป็นแม่มด”
“กลับไปก่อน เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยคุยกัน” ภวัตส่ายหน้าเมื่อเห็นแนนนี่หายแวบไปอีก...
ปัทมนกำลังประคองอิงอรพากลับไปส่งบ้าน อิงอรยืนยันว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นเรื่องจริง ปัทมนอ้อมแอ้มเพราะรู้อยู่เต็มอก ดารการอปัทมนกลับมาแล้วถามว่าจริงหรือที่อิงอรเล่า ปัทมนไม่ตอบ ขอตัวไปสวดมนตร์ ดารกาอยากรู้ ไปถามป้าผาดก็ไม่ได้เรื่อง จึงตัดสินใจมาถามแนนนี่
“แนนนี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ ไม่ได้นั่งเฝ้าไว้นี่” แนนนี่กอดอกเชิดหน้า
“แต่คุณอาอิงตกใจมากนะ ขนาดพี่ลงไปทีหลังยังเห็นแกหน้าซีดตัวสั่นอยู่เลย”
“พี่ดาก็รู้นี่คะว่า ยัยคุณอิงชอบคิดว่าแนนนี่เป็นผีสางนางไม้ หรือไม่ก็พวกเล่นคุณไสย...แต่จะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญ ถ้าหากเป็นคนดี อย่างที่คุณแม่สอนเราอยู่เสมอไงคะ” แนนนี่พูดจริงจังขึ้นมา ทำเอาดารกานิ่งไป
ดารกาเดินครุ่นคิดถือตะกร้ามาเก็บดอกไม้ข้างรั้ว บาบาร่ากับไทเกอร์ตามกลิ่นอสูรมาที่เมืองมนุษย์ ถึงหน้าบ้านอิงอร กลิ่นดารกาโชยเข้ามา ทำให้บาบาร่าต้องกดกริ่งบ้านอิงอร ทาฮิร่ามองจากหน้าต่างห้องแนนนี่ ตกใจที่เห็นบาบาร่ากับไทเกอร์มา จึงรีบมาแอบดูพลัน ได้กลิ่นอสูรอบอวล...อิงอรเปิดประตู บาบาร่าย่ืนจมูกมาดมฟุตฟิต อิงอรถามจะทำอะไร บาบาร่าเฉไฉไปว่าได้กลิ่นน้ำหอมไทยๆเย็นชื่นใจ อยากสอบถามอิงอรเชิญเข้ามานั่งในบ้าน ทาฮิร่าเห็นไม่ชอบมาพากลจึงร่ายมนตร์ใส่บาบาร่า แต่พลาดทำให้อิงอรกลายเป็นตะขาบ บาบาร่าร้อง
“หน็อยแน่ เจ้าอสูรร้าย แปลงเป็นตะขาบเรอะข้าจะจับไปต้มทำยาให้เข็ด”
อิงอรมึนงงกับร่างตัวเองวิ่งหนีไปซ่อนตัว ทาฮิร่าตบอกผางตกใจที่ร่ายมนตร์ผิดอีกแล้ว บาบาร่าเดินทะลุกำแพงออกมา ทาฮิร่ารีบหลบเข้าไปในบ้าน เรียกหาอิงอร
“คุณอิง ถ้าไม่ออกมา ฉันก็ช่วยคุณไม่ได้นะ ยัยคุณอิง...”
อิงอรคลานออกมาทำตาปริบๆทาฮิร่าเสียใจ “โอนี่ฉันทำอะไรลงไป ไม่ต้องกลัวนะคุณอิง ฉันจะพยายามทำให้คุณกลับกลายเป็นมนุษย์ตามเดิม...ซึ่งหวังว่าฉันจะทำได้นะ”
ตะขาบเบ้หน้าร้องไห้ ทาฮิร่าอุ้มตะขาบกลับมาที่ห้อง วางลงแล้วขอนึกคาถาสักพัก...ดารกาเก็บดอกไม้เต็มตะกร้า พอดีจักรวาลแวะมา จึงเชิญให้เข้าไปในบ้าน
“เชิญคุณลุงนั่งก่อนค่ะ น้องดาทำพั้นช์ไว้ คุณลุงช่วยชิมหน่อยนะคะ รับรองว่าไม่มีแอลกอฮอล์ค่ะ”
จักรวาลยิ้มรับ ดารกาเอาพั้นช์มาเสิร์ฟให้แล้วบอกว่าจะไปตามปัทมนลงมาพบ...ดารกาค่อยๆเปิดประตูห้องพระ ปัทมนเปิดสวนออกมาพอดี ในมือถือดอกบัวที่เหี่ยวแล้วออกมา
“คุณแม่เปลี่ยนดอกไม้ห้องพระหรือคะ”
“จ้ะ น้องดาจะสอบแล้ว เข้าไปสวดมนตร์สิลูก จะได้มีสมาธิ”
“ค่ะ...คุณแม่ขา คุณลุงจักรมาพบแน่ะค่ะ...”
ปัทมนยิ้มรับแล้วเดินลงไป ดารกาหันมาจะเข้าห้องพระ แล้วรู้สึกผิดปกติ เธอค่อยๆก้าวเข้าไป แล้วต้องผงะ ยกแขนขึ้นป้องหน้า เพราะเหมือนแสงจากพระพุทธรูปเปล่งประกาย พร้อมมีแรงปะทะไม่ให้ตนเข้าไป ดารกาถอยออกมาอย่างตื่นตระหนก หันมาเจอแนนนี่ก็ตกใจยกมือปิดหน้า แนนนี่รีบบอกว่านี่ตนเอง และถามว่าเธอเป็นอะไรหน้าซีด ดารกาตวาด
“ทีหลังอย่าพรวดพราดเข้ามาอย่างนี้อีก”
แนนนี่มองตามหลังดารกาไปอย่างงงๆ...ดารกา กลับเข้ามาในห้อง อาละวาดปาข้าวของในห้องราวกับได้รับความกดดัน อัดอั้นตันใจสุดๆ แต่แล้วต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นรูปปั้นอสูรหน้าตาน่ากลัวราวกับมีชีวิตวางอยู่บนหัวเตียง เธอปามันทิ้ง มันกลับมีแสงวาบออกมาสะกดเธอไว้
ooooooo
จักรวาลมาคุยเรื่องงานหมั้น แต่ปัทมนตัดสินใจว่า ไม่ควรหมั้น รอให้ดารกาเรียนจบเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่เป็นการผูกมัดทั้งสองฝ่าย เพราะตนเชื่อว่าทั้งสองยังมีโอกาสพบเจอคนใหม่ แนนนี่มาแอบฟัง ลิงโลดดีใจกับการตัดสินใจของปัทมน
ปัทมนมาเคาะประตูห้องดารกา ดารกายังเหมือนถูกมนตร์สะกด เธอกวาดข้าวของที่เกลื่อนเข้าใต้เตียง จัดวางหมอนให้เข้าที่ แล้วเดินไปกดชักโครกในห้องน้ำ ทำทีว่าเพิ่งออกมาและขอโทษปัทมนที่เปิดประตูช้า อ้างตนท้องเสีย ดารกาชวนปัทมนลงไปคุยข้างล่าง จัดแจง
เครื่องดื่มให้ แต่พอเห็นสีหน้าปัทมน จึงถามว่า มีเรื่องอะไรที่ตนทำให้ไม่สบายใจ
“เปล่าจ้ะ น้องดาเป็นลูกที่ดีของแม่เสมอ ไม่เคยทำให้แม่ต้องหนักใจ”
ดารกาโผกอดปัทมนอย่างสำนึกบุญคุณที่เลี้ยงดูตนมา แต่พอปัทมนพูดเรื่องไม่อยากให้หมั้นกับภวัตทิ้งไว้ รอให้เรียนจบแล้วแต่งไปเลย ดารกาอึ้งไปสักพักก่อนจะตอบว่า ตนเข้าใจ ดารกาเม้มปากตาแดงก่ำเจ็บใจที่ จักรวาลเห็นด้วย จนต้องก้มหน้าหลบตา...ความขุ่นเคืองนี้ทำให้ดารกาทำร้ายจักรวาลโดยไม่ตั้งใจ เธอทำให้โคมไฟที่อยู่ตรงที่จักรวาลนั่งในบ้าน ร่วงหล่นลงมาใส่ โชคดีที่โป่งเข้ามาเห็นจึงผลักหลบได้ทัน ทั้งสองช่วยกันตรวจตราดูว่ามันหล่นมาได้อย่างไร
ooooooo
ปัทมนจัดชุดข้าวเหนียวมะม่วงสองชุดให้พรเอาไปให้บ้านอิงอรกับบ้านจักรวาล พรเห็นบ้านอิงอรเงียบแต่ประตูเปิดเข้าไปได้ จึงเดินหาทั่วบ้าน แล้วแปลกใจว่าอิงอรหายไปไหน
ในขณะเดียวกัน ทาฮิร่าพยายามจะเสกอิงอรให้กลับร่างเดิมแต่ไม่สำเร็จจนหมดพลัง ชิกเก้นโดดเข้ามา ทาฮิร่ารีบถามหาแนนนี่ ชิกเก้นตอบว่ากำลังประชุมกันอยู่ที่บ้านภวัต เพราะอิงอรหายตัวไป สองบ้านตามกันให้วุ่น พลันชิกเก้นเห็นตะขาบก็แปลกใจ เพราะไม่เคยเห็น
แถวนี้ ทาฮิร่าพยายามเขี่ยให้ตะขาบเข้าไปใต้เตียง ชิกเก้นเอะใจให้ทาฮิร่าสบตา แต่เธอเมินหน้าหนี ชิกเก้นมั่นใจว่าตะขาบนี่ต้องเป็นอิงอรแน่ จึงไปตามแนนนี่มาช่วย...แนนนี่มาถึงบอกทาฮิร่าให้ค่อยๆนึกว่าเสกคาถาอะไรออกไป ชิกเก้นทับถม นึกไม่ออกแล้วไปสาปเขาทำไม
“ก็บอกแล้วว่า ฉันไม่ได้สาปคุณอิง ฉันจะแปลงเป็นนกจิ๊บๆไปแอบฟังว่าบาบาร่าคุยอะไรกับคุณอิง”
แนนนี่นึกได้ว่า คำว่าตะขาบกับนกจิ๊บๆมันออกเสียงคล้ายกัน จึงให้ทาฮิร่าตั้งสติแล้วพูดใหม่ให้ถูกต้อง ตนจะเอาตะขาบออกไป แนนนี่พาตะขาบมาข้างบ้านไม่ให้ใครเห็น ทาฮิร่าร่ายมนตร์ออกไป ปรากฏว่า ตะขาบกลายเป็นนกจิ๊บๆบินหนีไป แนนนี่รีบมาบอกทาฮิร่าว่าผิดอีกแล้ว ทาฮิร่าจะเสกใหม่ ชิกเก้นปรามมีหวังอิงอรกลายเป็นมนุษย์ตกลงมาบาดเจ็บแน่
“ไม่เป็นไร แนนนี่จะสะกดให้นกไปที่คอนโดฯของปีเตอร์”
ทาฮิร่าแปลกใจว่าแนนนี่ทำได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แนนนี่ตอบว่าสบายมาก...ปีเตอร์นั่งพิมพ์งานอยู่ในห้อง ลมพัดวูบเข้ามา นกบินมาอยู่ใต้โต๊ะ พอทาฮิร่าร่ายมนตร์ได้ถูกต้อง นกก็คืนร่างเป็นอิงอรหัวโขกโต๊ะ ปีเตอร์ตกใจก้มลงมอง ต่างคนต่างร้องกันลั่น แนนนี่รีบเคลียร์เรื่องทุกอย่างแล้วให้ปีเตอร์พาอิงอรมาส่งบ้าน และมาบอกทุกคนว่า ปีเตอร์กำลังมาส่งอิงอร ทุกคนโล่งใจทั้งที่แคลงใจว่าสองคนไปเจอกันได้อย่างไร...
อิงอรกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลกใจทำไมทุกคนต้องห่วงตน แล้วขอตัวไปพักผ่อน...ทาฮิร่ากลัดกลุ้มที่เวทมนตร์ของแนนนี่แก่กล้าขึ้นทุกวัน ถ้าเป็นอสูร เมืองเวทมนตร์คงสูญสลายแน่ ชิกเก้นพลอยเครียดไปด้วย บอกให้ส่งตัวแนนนี่ให้ทางการ ทาฮิร่าทำไม่ได้
“ปรึกษาคุณยายบาสิ”
“ไม่มีวัน บาบาร่าเป็นอันตรายต่อแนนนี่มากที่สุด”
“แนนนี่ก็เป็นอันตรายกับพวกแม่มดมากที่สุด”
“หรือว่า...เราจะปรึกษานายภวิตดี” ทาฮิร่าครุ่นคิด
“เขาชื่อ ภวัต...”
“นายคนนี้ท่าทางไม่เลว ถึงแม้จะโง่ไปสักหน่อย แต่ก็มีความจริงใจ”
ชิกเก้นว่าภวัตคงไม่เชื่อ ทาฮิร่าไม่คิดเช่นนั้น...
ธานียังข้องใจเรื่องอิงอร คิดจะไปปรึกษารัดเกล้า เผอิญเห็นดารกายืนพูดโทรศัพท์อยู่ริมประตูรั้วที่เชื่อมกับบ้านภวัต ได้ยินเธอโทร.เรียกให้ภวัตลงมาพบ เขาจึงกลับเข้าบ้านไปก่อน
ภวัตลงมาเจอกับดารกา เธอถามเขาว่าเห็นด้วยกับเรื่องยกเลิกการหมั้นหรือ ภวัตว่ามันยุติธรรมสำหรับเธอดี ดารกาจะแย้ง แนนนี่เข้ามาขัดคอ สองคนสะดุ้ง
“ขอแนนนี่คุยด้วยได้หรือเปล่าเอ่ย...”
ภวัตไล่ให้กลับไปนอน ดารกาขอคุยกับภวัตตามลำพัง เพราะพรุ่งนี้ตนจะกลับเข้าหอ แนนนี่ลอยหน้าลอยตาว่าคุยไปสิ ตนไม่ว่าอะไร ภวัตหาว่าแก่แดด แนนนี่เถียงว่าดารกาก็แกกว่าตนไม่กี่วันเอง ภวัตจึงโต้กลับ “พี่หมายถึงวุฒิภาวะ น้องดามีวุฒิภาวะมากกว่าเธอเยอะ”
“โอ๊ย...วุฒิภาวะ เดี๋ยวจูบเดี๋ยวกอดกับผู้ชายนี่เหรอวุฒิภาวะ ถ้าทำแบบนั้น แปลว่ามีวุฒิภาวะ แนนนี่ก็มีได้ นี่ไง” แนนนี่โน้มคอภวัตเข้ามาจูบ ดารกาตกตะลึง แนนนี่ร้อง เย้...ตนมีวุฒิภาวะแล้ว ว่าแล้วก็หันหลังวิ่งกลับไป
ภวัตเผลอแตะปากตัวเองอย่างสุขใจลึกๆ ดารกา
ตาแดงวาบขึ้น...แนนนี่วิ่งลั้ลลาเข้ามาในบ้าน ธานียืนอยู่ ทักว่าไปไหนมา แนนนี่บอกว่า ตนมีวุฒิภาวะแล้ว พูดจบก็วิ่งขึ้นห้องไป ธานีงง
ภวัตได้สติหันมาพูดกับดารกา “น้องดาอย่าถือสาแนนนี่เลยนะ...น้องดา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ภวัตเห็นดารกาหลับตานิ่ง
ดารกาลืมตาขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “น้องดาเสียใจค่ะ ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีให้น้อง”
“แนนนี่...เอ้อ...เหลวไหลเอง น้องดาไม่ผิด” ภวัต ปลอบ
“ผิดสิคะ น้องดาผิดมากด้วย”
“พี่ไม่อยากให้น้องดาคิดมาก ไม่ว่าเรื่องนี้หรือเรื่องที่คุณพ่อพูด อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน พี่อยากให้น้องดามีสมาธิกับการเรียน ยิ่งปีสูงขึ้น วิชาก็ยากขึ้น เช่นเดียวกับความรับผิดชอบ”
“พี่ภวัตรังเกียจน้องดา...” ดารกาน้ำตาร่วงเผาะ ภวัตส่ายหน้า เธอจึงขอให้เขาสัญญาจะรอจนกว่าตนจะเรียนจบ ภวัตนิ่งอึ้ง ดารกาน้อยใจสุดๆ “น้องดาเข้าใจพี่ภวัตแล้วค่ะ”
ดารกาวิ่งกลับเข้าบ้าน เจอธานีถามว่าเป็นอะไร ดารกาไม่ตอบวิ่งขึ้นห้องไป ธานีงงเดินออกมาหาภวัต สีหน้าเคร่งขรึม ถามภวัตว่าทำอะไรน้องๆตน ภวัตปฏิเสธเสียงหลง
“แกจะปฏิเสธไหมว่า แกเข้ามาคุยกับน้องดาแล้วก็อาจจะแนนนี่ด้วย เพราะฉันเห็นทั้งสองคนวิ่งเข้าบ้านไล่ๆกัน”
“เออ...แต่มันไม่ใช่อย่างที่แกคิด”
ธานีเดินเข้ามาใกล้ ถามว่ารู้หรือว่าตนคิดอะไร ภวัตอึ้ง ธานีจึงบอกว่า ภวัตกำลังทำให้น้องสาวตนผิดใจกัน ภวัตอัดอั้นตันใจอย่างมากตอบไปว่า “แล้วคิดว่าฉันอยากให้มันเป็นงั้นรึ”
ธานีชกเปรี้ยงเข้าที่ปากภวัต “นี่แค่สั่งสอน อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ไม่งั้นแกโดนหนักกว่านี้แน่” ว่าแล้วธานีก็เดินกลับไป ปล่อยภวัตเช็ดเลือดมุมปากงงๆ
รัดเกล้าออกมาจากห้องเห็นภวัตปากแตกก็ตกใจถามว่าใครทำ ภวัตอ้างว่าหกล้ม แต่เธอไม่เชื่อ จึงคว้า มือถือมาโทร.จะถามธานี เขาปิดเครื่อง...ภวัตทำแผลให้ ตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนอดนึกถึงสัมผัสจากแนนนี่อย่างมีความสุขไม่ได้ เขาลุกขึ้นส่ายหัว สลัดความรู้สึกนั้นออกไป
แนนนี่ลั้ลลามากจนชิกเก้นแปลกใจถามไปทำอะไรมา แนนนี่เล่าตามจริง ชิกเก้นตกใจช่างกล้า แนนนี่ขอร้องอย่าบอกทาฮิร่า แค่นี้ตนก็ไม่รู้จะมองหน้าภวัตอีกอย่างไร ชิกเก้นให้จำไว้เป็นบทเรียน อย่าทำอะไรโดยไม่คิดอีก...ต่างกับดารกาที่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นจู่ๆก็มีเสียงก้อง
“มันกล้าท้าทายเจ้า มันเป็นศัตรูร้าย...กำจัดมัน กำจัดมัน...”
ดารกาตกใจมองไปเห็นรูปปั้นอสูรส่องแสงวาบขึ้น เธอตกใจครุ่นคิด...
วันรุ่งขึ้น ธานีนั่งทานข้าวต้มอยู่ รัดเกล้าวิ่งเข้ามาถามรู้เรื่องที่ภวัตถูกชกไหม ตนอยากรู้ว่าใครทำ ให้ธานีช่วยหาตัวคนทำที แล้วจะเลี้ยงข้าว ธานีให้เลี้ยงมื้อกลางวันนี้ได้เลย เพราะตนเป็นคนทำเอง รัดเกล้าตกใจ ดึงคอเสื้อธานีขึ้นมาชกเปรี้ยงเข้าที่ปากเขา ธานีตามมาจะอธิบาย แต่กลับโดนเธอขับรถเฉี่ยวอีก โป่งมองอย่างงงๆ...วันนี้ทั้งวันแนนนี่ไม่มีสมาธิเรียน หรือพูดคุยกับปีเตอร์ โป่งโทร.มารายงานแนนนี่ว่ารัดเกล้าชกปากธานีและขับรถเกือบชน แนนนี่บอกว่าตนจะสืบเอง แล้วฉุกคิดว่าเรื่องตนกับภวัตหรือเปล่า
ooooooo










