ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อาณาจักรแห่งมนตรา จัดงานฉลองวันที่ 9 เดือน 9 ปี 99 ประดับประดาด้วยธงสีทองมีเลข 999 มีขบวนคานิวัลชาวอาณาจักรแห่งมนตรา แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาด ใส่หน้ากากสวยงามละลานตา วงดนตรีเล่นเพลงมาร์ชและคนถือป้าย สุขสันต์วัน 9 ฉลอง...ผู้คนต่างสนุกสนานรื่นเริง ทักทายกันด้วยคําว่า...สุรีย์สวัสดิ์

ณ บ้านหลังน้อยสีขาวสะอาดตาของทาฮิร่า แม่มดสูง วัยกําลังเลือกชุดอยู่หน้ากระจกเพื่อจะ ไปร่วมงาน ชิกเก้นนอนเกยคางดูเจ้านายอย่างเอือมระอา ทนไม่ไหวจึงเปรยขึ้นว่า

“จะสีดําหรือสีเขียว มันก็แก่จนเหี่ยวเหมือนกัน”

“ไอ้ชิกเก้น...”

“แต่งหน้ายังไง ใส่ชุดไหนก็ใส่ๆไปเหอะนาย ชิกเก้นอยากจะไปเที่ยวงานเก้าฉลองจะแย่อยู่แล้ว” เจ้าแมวชิกเก้นบ่น

“ได้ไงล่ะ ขืนเลือกมั่วๆฉันก็ได้แพ้แม่บาบาร่าน่ะสิ อ้อ...เกือบลืม เอ้านี่ เปลี่ยนซะ เจ้าไทเกอร์เค้าฝากมาให้แน่ะ” ทาฮิร่าโยนปลอกคอลายกุชชี่ให้ชิกเก้นเห็นว่าเป็นของแบรนด์เนมก็เขี่ยทิ้งไม่ยอมใส่ ทาฮิร่าขําและว่ารสนิยมไทเกอร์เหมือนบาบาร่าเจ้านายมัน แล้วหยิบหมวกแม่มดลายกุชชี่ที่บาบาร่าส่งมาให้ตนใส่ไปงาน มองอย่างเอือมๆก่อนจะวางลง ทาฮิร่ารู้สึกง่วงนอนจึงบ่น

“นี่ถ้าไม่ใช่งานใหญ่ ฉลองวันอภิมหาสําคัญวันที่ 9 เดือน 9 ปี 9009 นะฉันขอนอนอยู่บ้านจริงๆด้วย แกรู้มั้ย เมื่อคืนฉันฝันประหลาดทั้งคืน แทบไม่ได้นอน”

“เหมือนชิกเก้นเลย ชิกเก้นฝันว่ามีเด็กทารกร้องอุแว้ๆกวนทั้งคืนเลย”

“แกว่าไงนะ ฝันถึงเด็กทารกเหรอ ทําไมเราฝันเหมือนกันล่ะ”

ชิกเก้นหัวเราะหาว่าเจ้านายเล่นมุข พลันเสียงทารกร้องจ้าขึ้นมา ทาฮิร่าหาว่าชิกเก้นดัดเสียงร้อง ชิกเก้นส่ายหน้า ว่าแล้วก็ร้องลั่นว่าผีหลอก โดดโหยงหาทาฮิร่า เธอเอ็ดชิกเก้นว่าอาณาจักรแม่มดจะมีผีได้อย่างไร...เสียงทารกดังขึ้นอีก ทั้งสองผวาเข้ากอดกัน สอดส่ายสายตาหาที่มาของเสียง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร ชิกเก้นชวนทาฮิร่าไปงานฉลองก่อนค่อยกลับมาหา ทาฮิร่าเห็นดีด้วย แต่พอก้าวขาเดินก็สะดุดตะกร้าใบหนึ่ง หน้าแทบคะมํา ทาฮิร่าเอ็ดชิกเก้นหาว่าวางของระเกะระกะ ชิกเก้นยืนกรานว่าไม่ได้เอาตะกร้ามาวางตรงนี้ ชิกเก้นเข้ามาชะโงกหน้ามองในตะกร้าแล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นเด็กทารกหน้าตาน่าเอ็นดู นอนยิ้มอยู่

“นี่ยังกับเพิ่งเกิดเลยนะเนี่ย” ทาฮิร่ามองเด็กหน้าตื่น

“ใช่ ตัวแดงเหมือนลูกหนูเลย ใครนะเอาเด็กแรกเกิดมาทิ้งได้ ทำไมใจร้ายจัง” ชิกเก้นบ่น

ทาฮิร่าเข่นเขี้ยวคิดว่าบาบาร่ากลั่นแกล้งเพื่อไม่ให้ตนได้ไปร่วมงาน...

ขณะเดียวกัน บาบาร่ากับไทเกอร์ เดินเฉิดฉายในงาน ทักทายเพื่อนแม่มดด้วยกันอย่างหมั่นไส้ที่ควงแฟนมาด้วย พอเพื่อนทักถามว่ามาคนเดียวหรือก็เข้าใจว่าเยาะเย้ย

“ไม่เห็นเรอะยะ ฉันก็มาของฉันคนเดียว ไม่หาเหาใส่หัวพาใครมาด้วยเหมือนเธอหรอก”

“โธ่...ถามนิดเดียวตอบซะยาวเลย ฉันหมายถึงทาฮิร่าน่ะจ้ะ ไม่มาด้วยกันหรอกเหรอ”

เพื่อนเดินไป บาบาร่านึกได้ว่าจริงด้วย ทาฮิร่าหายไปไหน ไม่ทันไร ทาฮิร่าปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า บาบาร่าแขวะ แต่งตัวตั้งนาน สวยได้แค่นี้เอง ทาฮิร่าต่อว่าทันที

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อเลยนะ เธอเล่นแรงไปหน่อยนะคราวนี้”

บาบาร่าถามว่าไม่ชอบหมวกที่ส่งไปให้หรือ ทาฮิร่าโวยแน่ใจหรือว่าส่งไปแค่หมวกอย่างเดียว บาบาร่าตอบว่ามีอีกอย่าง ทาฮิร่ารอให้สารภาพ บาบาร่าว่ามีปลอกคอแมวอีกอย่าง

ทาฮิร่าสูดหายใจกลั้นความโกรธ “ถึงเราจะเคยเป็นศัตรูกัน แต่ฉันก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะใจร้ายขนาดเอาเด็กเล็กๆที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาเล่นตลกแบบนี้”

“พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย” บาบาร่าชักฉุน

“ก็เด็กทารกที่หน้าบ้านฉันไง”

พลันทุกคนในงานส่งเสียงนับถอยหลัง ทั้งทาฮิร่าและบาบาร่าตื่นเต้นหันมายิ้มร่วมนับเตรียมไชโย พลุจุดขึ้นบนท้องฟ้า ทุกคนตะโกนพร้อมกัน...สุขสันต์วัน 9 ฉลอง ทันใด...เกิดแผ่นดินไหวอย่างแรง ทาฮิร่ากับบาบาร่าหวีดร้อง ไทเกอร์โดดแผล็วเกาะไหล่บาบาร่า เศษอิฐเศษหินกระเด็นว่อน แผ่นดินแยกออกเป็นทางลึก ผู้คนส่งเสียงร้องลั่นพร้อมหวูดเตือนภัยดังไปทั่ว

ooooooo

บ้านทาฮิร่าสั่นสะเทือน ชิกเก้นตกใจตะกายไปหาตะกร้าเด็ก ปลอบโยนไม่ให้ร้องไห้ แต่ปรากฏว่า ทารกหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ชิกเก้นแปลกใจ...บริเวณงานฉลองเกิดความเสียหายอย่างมาก ผู้คนที่บาดเจ็บถูกประคองส่งโรงพยาบาล ทาฮิร่าเดินโผเผมาเจอบาบาร่า ต่างโผกอดกันดีใจที่ยังไม่ตาย ทาฮิร่ารู้สึกกังวลเป็นห่วงชิกเก้นกับทารกที่บ้าน บาบาร่าฟังไม่ถนัด พอดีมีเสียงหวูดสามครั้งเป็นการเรียกชุมนุมจากผู้นำ บาบาร่าดีดนิ้วเรียกไม้กวาด ไทเกอร์โดดเกาะเหาะออกไป

ทาฮิร่าดีดนิ้วบ้าง แต่ไม่เกิดอะไรขึ้น ถอนใจ “อนิจจาอัฏสังขาร ความจำเสื่อม เวรก้ำ...เวรกรรม บาบาร่ารอฉันด้วย...”

ผู้นำแม่มดเรียกชุมนุมเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า วัน 9 ฉลองได้กลายเป็นวันฉลองของอสูรด้วย มีอสูรร้ายตนหนึ่ง เล็ดรอดจากการตามล่าได้กลับมาถือกำเนิดเป็นอสูรน้อย และถือกำเนิดในวันนี้ ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้เป็นการต้อนรับ และประกาศให้พวกเรารู้ว่า อีกยี่สิบปีข้างหน้าอสูรน้อยตนนี้จะมาทำลายล้างเผ่าพันธุ์แม่มด อาณาจักรแห่งมนตราจะถูกทำลายล้างจนราบคาบ

ทาฮิร่าสะดุ้งโหยงเมื่อผู้นำสั่งให้ทุกคนกำจัดอสูรน้อยนั่น ทุกคนแยกย้ายกันตามหา บาบาร่าเห็นทาฮิร่าเหม่อๆจึงถามว่าเป็นอะไร แถมไทเกอร์ได้กลิ่นแปลกๆจากตัวทาฮิร่า เธอรีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไรและพยายามแยกตัวออกห่าง บาบาร่านึกได้

“เดี๋ยวก่อนทาฮิร่า ก่อนแผ่นดินไหว เธอคุยอะไรกับฉันสักอย่าง เรื่อง...”

ไทเกอร์รีบบอกว่าเรื่องเด็ก บาบาร่าคิดได้ “ใช่ เธอพูดถึงเด็ก”

ทาฮิร่ารีบแก้ตัวว่า ตนสังหรณ์ใจล่วงหน้า แล้วมันก็แม่นจริงๆ ว่าแล้วก็รีบขี่ไม้กวาดออกไป แล้วหลบกลับบ้าน ก่อนที่ไม้กวาดจะพุ่งเข้าบ้าน เธอรีบท่องคาถาให้ประตูบ้านเปิด แต่ท่องผิดจึงชนประตูโครม ชิกเก้นตกใจหันมามอง เห็นทาฮิร่าหัวฟูเดินงงๆเข้ามา ทาฮิร่ารีบถามว่าชิกเก้นกับทารกไม่เป็นอะไรใช่ไหม ชิกเก้นกลับย้อนถามว่า เจ้านายแหละเป็นอะไรมากไหม

ทาฮิร่าเล่าเรื่องอสูรน้อยให้ชิกเก้นฟัง ชิกเก้น

รีบบอกให้เอาตัวเด็กไปให้ผู้นำ ทารกทำหน้าเบะน้ำตาไหล ทาฮิร่าเห็นแล้วใจอ่อน

“ฉันทำไม่ลงหรอกชิกเก้น มันโหดร้ายเกินไป”

“ขอบคุณมากค่ะ คุณยายขา”

ชิกเก้นขนตั้งชันกระโดดแผล็วมาหาทาฮิร่า ต่างตกใจว่าใครพูด เสียงดังมาอีกว่า ขอบคุณคุณยายกับพี่ชิกเก้น ทาฮิร่ากับชิกเก้นมองไปรอบๆว่าใครพูด พอมองมาที่เด็ก
“หนูพูดค่ะ” เด็กมองตาแป๋ว

ทาฮิร่าเรอเอิ๊กจะเป็นลม ชิกเก้นซึ่งอยู่บนโต๊ะรีบเอาเท้ายันไว้ไม่ให้ล้ม

“อย่ายัน ไอ้ชิกเก้น”

“ไม่ยัน คุณยายก็ตัดช่องน้อยหนีชิกเก้นไปละซี”

“ฉันแค่เป็นลม ยังไม่ได้ตาย” ทาฮิร่าเอ็ด

“คุณยาย...พี่ชิกเก้น อย่ากลัวหนูเลยค่ะ”

“ก็หนูพูดได้น่ะซี...” ทาฮิร่าเสียงสั่น

“จริงๆนะคะ หนูไม่ทำอะไรคุณยายกับพี่ชิกเก้นหรอก ก็หนูตัวน้อยเพียงเท่านี้เอง”

ทาฮิร่าสบตากับชิกเก้นทำนองจะเอาอย่างไรดี ชิกเก้นให้กำจัดแต่ทาฮิร่าทำไม่ลง โยนหน้าที่ให้ชิกเก้น ชิกเก้นร้องลั่น “ให้ชิกเก้นเนี่ยนะ จัดการอสูร”

“หนูไม่ใช่อสูร” เสียงทารกขัดขึ้น

“เด็กอะไรพูดได้ด้วย เราต้องรีบจัดการแล้ว ชิกเก้น”

ชิกเก้นกางกรงเล็บมือไม้สั่น ทำไม่ลงเช่นกัน ทา-ฮิร่าขัดขึ้นว่า ถ้าเด็กนี่ไม่ใช่ทายาทอสูร ก็เท่ากับว่า เราทำลายเด็กบริสุทธิ์ ชิกเก้นย้อนถามว่า เด็กทารกอะไรพูดได้ ทาฮิร่าสีหน้าเครียด ตัดสินใจจะบีบคอเด็ก แต่หลับตายื่นมือไปบีบคอชิกเก้น ชิกเก้นร้องลั่น เธอชะงักลืมตา ดึงมือออกแล้วยิ้ม ดีใจที่ไม่ทันฆ่าเด็ก...ทารกน้อยทำตาปริบๆมอง

ทาฮิร่า เธอใจอ่อนยวบ

ทันใด บาบาร่ากับไทเกอร์โผล่มาทางหน้าต่าง “ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ”

ทาฮิร่ากับชิกเก้นตกใจ ชิกเก้นรีบเอาผ้าปิดตะกร้า บาบาร่าเข้ามาเดินนวยนาด ไทเกอร์ดมฟุดฟิดไปทั่ว บาบาร่าถามทำไมไม่ไปช่วยกันตามหาเด็ก ทาฮิร่าอ้างว่ากลับมาเอาของ ไทเกอร์ถามชิกเก้นว่าทำไมไม่ไปงานฉลอง ชิกเก้นหันมามองทาฮิร่า เธอจึงตอบแทนว่าจะไปอยากรู้เรื่องของมันทำไม ไทเกอร์ทำจมูกฟุดฟิดและว่ามีกลิ่นแปลกๆ ทาฮิร่ารีบกลบเกลื่อน

“ฉันเองก็ได้กลิ่น ตอนนี้ที่ไหนก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอสูรทั้งนั้นแหละ ตัวเธอก็มีกลิ่นแปลกๆ” ทาฮิร่ายื่นหน้าไปดมบาบาร่า บาบาร่าเอียงตัวหลบล้มไปนั่งทับตะกร้า

ทาฮิร่ากับชิกเก้นร้องลั่น แต่แล้วทั้งสองก็เห็นตะกร้าเป็นภาพโปร่งแสง บาบาร่านั่งลงกับพื้น เธอถามว่าร้องอะไรกัน ชิกเก้นรับมุกกระโดดไปดมบาบาร่าและว่าเหม็นจริงๆ บาบาร่าหน้าเสียว่าตนมีกลิ่นอสูรได้อย่างไร ทาฮิร่าแกล้งชมว่าเก่งที่ฝ่าด่านพวกพ่อมดแม่มดมาถึงบ้านตนได้
“หรือว่า บาบาร่าจะซ่อนเด็กอสูรไว้จริงๆ” ทั้งทาฮิร่า และชิกเก้นเดินวนรอบบาบาร่า

บาบาร่าโวยวายว่าไม่จริง ทาฮิร่าจึงบอกให้รีบกลับไปล้างตัวเสีย บาบาร่ากับไทเกอร์รีบกลับไป...ทาฮิร่าถอนใจมองตะกร้าทารกอย่างอ่อนใจ

ooooooo

ณ เมืองมนุษย์ ปัทมนพาธานีลูกชายวัย 5 ขวบ มาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อทำบุญวันเกิดให้เขาได้เห็นเด็กกำพร้าน่าสงสารหลายคน ปัทมนสอนลูกชายว่า เด็กที่ด้อยโอกาสมีมากมาย ฉะนั้น เรามีโอกาสดีกว่า ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ และเป็นคนดี เพื่อมาช่วยเหลือผู้อื่น

พอออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า สองแม่ลูกเจอมาลีเอาเด็กทารกมาทิ้งหน้าทางเข้า ปัทมนเข้ามาต่อว่าที่ทิ้งลูก มาลีโอดครวญว่าตนลำบากและมีความจำเป็น ปัทมนจึงนำเด็กมาเลี้ยงเอง...

เมื่อกลับถึงบ้าน บาบาร่าข้องใจรู้สึกว่ามีอะไรเคลือบแคลง จึงบอกไทเกอร์ว่าต้องกลับไปดูให้หายคลางแคลงใจ

ในขณะที่ ทาฮิร่าอุ้มเด็กทารกเข้ามาในห้อง พยายามเสกที่นอนน่ารักๆให้ แต่ก็เสกผิดอยู่หลายรอบกว่าจะได้ พอวางเด็กลงเด็กก็หลับอมยิ้ม ทาฮิร่ารู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากและทำให้คิดถึงหลานจินนี่กับฮันนี่

“แกก็คิดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ นี่ถ้าไม่ติดเรื่องอสูร ฉันเลี้ยงไว้จริงๆนะนี่”

“ชิกเก้นไม่เอาด้วยคนละนะ”

“ทารกตัวกระเปี๊ยกเดียว ถ้าอบรมเลี้ยงดูดีๆ ฉันว่าฉันเอาอยู่ อืม...”

พลันเสียงประตูดังขึ้น ทาฮิร่ารู้ว่าบาบาร่ากลับมา รีบสั่งชิกเก้นเอาเด็กไปซ่อน ชิกเก้นเตือนว่า เด็กมีวิชาล่องหน ลืมไปแล้วหรือ บาบาร่าเปิดประตูห้องผางเข้ามา เธออยู่ในชุดนอนเซ็กซี่ หอบหมอนผ้าห่มมาขอนอนด้วย อ้างว่าไม่กล้านอนคนเดียว ทาฮิร่ายิ้มชืดๆมองมาทางชิกเก้น ชิกเก้นบุ้ยใบ้ว่า เด็กซ่อนตัวอยู่ในตะเกียงแก้ว ทาฮิร่าโล่งใจ แกล้ง บอกบาบาร่าว่า ชิกเก้นเป็นโรคติดต่อรุนแรง บาบาร่าทำท่ารังเกียจ

“ตายแล้วเจ้าชิกเก้น หน้าตาก็ดีๆ แหวะ คืนนี้อย่ามาใกล้ฉันนะ” ว่าแล้วก็ถือโอกาสเข้าไปนอนในห้องทาฮิร่าหน้าตาเฉย

ทาฮิร่าหนักใจ ออกมาปรุงยานอนหลับหวังจะให้บาบาร่ากิน แต่พอยกถ้วยนมที่ใส่ยาไปให้ กลับเห็นบาบาร่านอนหลับกรนครอกๆไปแล้ว สงสัยจะเหนื่อยจากการวิ่งหนีแผ่นดินไหว ทาฮิร่าลืมตัวดื่มนมเสียเองแล้วนึกได้ รีบไปบ้วนปากกลั้วคอ ชิกเก้นหัวเราะอยู่ข้างๆ

ทาฮิร่าค้อนขวับแล้วเดินมาที่ตะเกียงแก้ว “เด็กนี่หัวไว คิดได้ยังไงว่าหลบเข้าไปอยู่ในนี้แล้วจะปลอดภัย”

“โชคดีที่เจ้านายขยายตะเกียงแก้วให้ใหญ่ขึ้ ถ้าเล็กจิ๋วเป็นพวงกุญแจแบบแต่ก่อน เจ้าหนูน้อยคงหาที่ซ่อนไม่ทัน”

“ก็ต้องยกความดีให้สายตาฉันที่มันแย่เต็มที เลยต้องขยายข้าวของให้มันใหญ่ขึ้น จะได้มองเห็น”

“ก็คือแก่นั่นแหละ พูดไปเลย”

“เจ้าชิกเก้น...” ทาฮิร่าแวดใส่ แล้วหันมามองตะเกียงอย่างครุ่นคิด “เด็กนี่จะอยู่ที่นี่ไม่ได้”

“ชิกเก้นคิดว่านายลืมเรื่องทำลายยัยหนูไปแล้วซะอีก”

ทาฮิร่าว่าตนทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะกลายเป็นคนทำลายเมืองเวทมนตร์เสียเอง เธอตัดสินใจ “ฉันจะรับผิดชอบการตัดสินใจของฉันให้ดีที่สุด ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนแต่ต้องการโอกาส รวมทั้งแม่อสูรน้อยนี่ด้วย...เจ้าเลือกชาติกำเนิดไม่ได้ แต่เจ้าเลือกที่จะเป็นอสูรที่ดีได้ ฉันนี่ล่ะ จะอบรมเลี้ยงดูเจ้าเอง”

“ขอบคุณจ้ะยาย”

ทาฮิร่าปลื้มใจกับความช่างฉอเลาะของเด็ก เธอคิดจะหาที่อยู่ให้กับเด็กคนนี้ และไม่มีที่ไหนที่จะรอดพ้นสายตาเหล่าแม่มดได้เท่า...เมืองมนุษย์ ทาฮิร่าขยับหมวกแม่มดให้เข้าที่แล้วก้าวเข้าไปที่โรงจอดไม้กวาด แต่แล้วต้องบ่นที่ชิกเก้นไม่ล้างไม้กวาดสักด้าม ชิกเก้นว่าตนล้างแล้ว

ทาฮิร่าไม่มีเวลาจะต่อปากต่อคำ รีบคว้าไม้กวาดด้ามหนึ่งขี่ไป ชิกเก้นตกใจร้องบอกแต่ไม่ทัน

“ไม่ได้นะครับเจ้านาย ด้ามนั้นไม่ได้เข้าศูนย์มาเป็นปีแล้ว เจ้านาย...”

ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดมาที่เมืองมนุษย์ มองหาบ้านช่องที่คิดว่าจะฝากเลี้ยงเด็กได้ พลันไม้กวาดกระตุก เธอตัวโยนอย่างตกใจ ตบๆไม้กวาดอย่ามาเป็นอะไรตอนนี้ ไม้กวาดเหินได้ดีดังเดิม

ห้องโถงบ้านของปัทมน เธออุ้มดาริกา เด็กทารกที่ถูกทิ้งเข้ามา ส่งให้ป้าผาด ธานียิ้มแย้มดีใจที่มีน้องสาวเพิ่มมาอีกคน จักรวาลเพื่อนบ้านพาลูกชายและลูกสาว ภวัตกับรัดเกล้ามายินดีด้วย ทุกคนชื่นชมกับความน่ารักของเด็ก ไม่ทันที่ปัทมนจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง อิงอรเดินเข้ามาเล่าเสียเองว่า แม่เด็กถูกข่มขืนจนตั้งท้อง ปัทมนหน้าเสียไม่อยากให้เด็กๆได้ยิน เธอรีบบอกให้ธานีออกไปว่ายน้ำเล่นที่สระ จักรวาลเข้าใจจึงบอกลูกๆให้กลับไปบ้านก่อนเดี๋ยวตนจะตามไป

ปัทมนตำหนิอิงอรไม่ควรพูดเรื่องไม่ดีต่อหน้าเด็กๆ ป้าผาดเองก็ไม่พอใจขอตัวพาดาริกาไปนอน เธอเดินผ่านอิงอรไปอย่างไม่ค้อมหัวสักนิด อิงอรไม่พอใจ

“น้องปัทต้องสั่งสอนยัยป้าผาดหน่อยนะคะ อะไร้เดินผ่านพี่ไม่มีค้อมหัวสักนิด”

“เอ๊ะ แต่ทำไมตอนเดินผ่านผม ผ่านคุณปัท ป้าผาดแกค้อมหัวล่ะครับ” จักรวาลแขวะ

“นั่นน่ะสิคะ เอ๊ะ...นี่คุณจักรวาลว่าอิงไม่น่าเคารพงั้นเหรอคะ”

จักรวาลยิ้มๆและว่าอย่าคิดมาก พลัน มีเสียงหล่นโครมบนหลังคา ไม้กวาดทาฮิร่าทำพิษร่อนตกลงมา ปัทมน จักรวาล และอิงอรรีบออกจากบ้านมาเงยดู จักรวาลเดินสำรวจรอบๆ ทาฮิร่ารีบหลบไปซ่อนตัวบนต้นไม้ จักรวาลบอกปัทมนให้คลายกังวลว่าเดี๋ยวตนจะให้นายโป่งมาเดินยามคืนนี้ ปัทมนยิ้มให้กับความมีน้ำใจของเขา  ใบไม้ร่วงมาติดผมปัทมน จักรวาลช่วยหยิบออกให้ อิงอรมองอย่างอิจฉา ปัทมนขอตัวเข้าบ้านไปดูเด็กๆ อิงอรรีบเปรย

“ดีจังนะคะที่บ้านเราสามคนอยู่ติดกันแบบนี้ นี่อิงก็เพิ่งอบพายเชอรี่เสร็จ คุณจักรวาลไปทานด้วยกันนะคะ...ไม่ปฏิเสธด้วย ฮิๆ คุณจักรวาลนี่น่ารักจัง ว้าย...จะไปก็ไม่บอก

ปล่อยให้พูดคนเดียวอยู่ได้ ตาบ้าเอ๊ย”  อิงอรหัวเสียที่จักรวาลเดินไปแล้วไม่บอก

พลัน ทาฮิร่าเกาะต้นไม้ไว้ไม่ไหวหล่นลงมาทับอิงอรต่างคนต่างร้องกรี๊ด อิงอรตาเหลือกตกใจกลัว ทาฮิร่ารีบเสกให้เธอเสียงหาย แล้วรีบหนีออกมาจากตรงนั้น ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดลอยอยู่

“ถ้าเขารับเลี้ยงเด็กทารกคนนั้นได้ ก็น่าจะรับยัยหนูอีกคนได้ไม่ยาก อืม...บ้านนี้ล่ะจะเป็นบ้านที่ยัยหนูมาอยู่” ไม่ทันไร  ไม้กวาดทาฮิร่าก็กระตุกและร่อนลงตกลงไปในสระน้ำ

ธานีซึ่งกำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ ตกใจรีบดำน้ำลงไปช่วยทาฮิร่า แต่ด้วยความเป็นเด็ก ดึงร่างทาฮิร่าไม่ไหวจนตะคริวกินขา ตะกุยตะกายอย่างเจ็บปวด...ปัทมนเดินเข้าบ้านไปเจอพรถือแก้วน้ำหวานอยู่ก็เอ็ดว่า ทำไมทิ้งธานีมา ตนสั่งแล้วว่าห้ามทิ้งเด็กว่ายน้ำตามลำพัง ปัทมนไม่ฟังคำแก้ตัวของพร รีบออกไปดูลูกชาย เห็นจมอยู่ใต้น้ำก็ตกใจ พรรีบวิ่งไปตามคนมาช่วย ทันใด ปัทมนก็เห็นทาฮิร่าอุ้มธานีขึ้นมาจากใต้น้ำแล้วลอยมาวางขอบสระ เธอยืนตาค้าง

จักรวาลวิ่งเข้ามาพร้อมโป่งและพร รีบเข้าไปดูธานีและจัดการผายปอด ธานีสำลักน้ำได้สติร้องเรียกแม่ ปัทมนโผกอดลูกชายอึ้งๆ พรกระซิบกับโป่งว่า ปัทมนช่วยธานีขึ้นมาแต่ทำไมตัวไม่เปียก

ooooooo

ทาฮิร่าจามเฟ้ยๆกลับมาบ้าน ต่อว่าชิกเก้นยกใหญ่ ก่อนจะบอกว่าตนหาบ้านให้เด็กอยู่ได้แล้ว แต่ต้องตั้งชื่อเด็กเสียก่อนที่จะไปฝากเขาเลี้ยง ชิกเก้นคิดว่าน่าจะคล้องจองกับเจนนี่และฮันนี่ จึงตั้งว่า...แนนนี่ ทาฮิร่าพอใจกับชื่อนี้มาก แนนนี่ปรากฏตัวขึ้นและบอกว่าตนก็ชอบ ทาฮิร่าว่าแนนนี่ช่างมีอิทธิฤทธิ์มากเสียจริง ชิกเก้นเห็นร่างกายแนนนี่ซีดลงและท่าทางเหนื่อย

“สูญเสียพลัง แนนนี่...ถึงเจ้าจะฤทธิ์เยอะ แต่เจ้าก็ยังเป็นทารก ถ้าเจ้าใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก เจ้าอาจจะตาย” ทาฮิร่าเตือน

“แนนนี่ตายไม่ได้”

“เอาล่ะๆเจ้านอนพักซะ ตื่นมาเจ้าจะดีขึ้นเอง รีบกลับเข้าในตะเกียงแก้ว”

แนนนี่รีบบอกว่าตนชอบบ้านหลังที่ทาฮิร่าไปดูมา ทาฮิร่าเอ็ดว่ารู้มากเสียจริง แนนนี่บอกว่าคืนนี้จะมีคนออกตามล่าตนเขาจะจับตนไปฆ่า ต้องพาตนไปเมืองมนุษย์เดี๋ยวนี้ ทาฮิร่าว่าวันนี้ตนทำปัทมนตกใจไปทีแล้ว ขืนไปตอนนี้เธอคงคิดว่าตนเป็นผี แนนนี่ร้องไห้จ้า ทาฮิร่ากับชิกเก้นตกใจรีบโอ๋ ชิกเก้นให้ทาฮิร่ารีบทำอะไรสักอย่าง ทาฮิร่าจึงคว้าขวดนมใส่ปากแนนนี่

สุดท้าย ทาฮิร่าต้องพาแนนนี่มาบ้านปัทมนในคืนนั้น... ปัทมนให้ดาริกานอนกับผาดในคืนนี้ก่อน เพราะตนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เธอครุ่นคิดกับเรื่องคนที่ช่วยธานีจากน้ำแล้วอธิษฐาน

“ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าคุณยายที่ช่วยชีวิตธานีมีตัวตนอยู่จริง ขอให้ลูกได้พบกับคุณยายอีกสักครั้ง และขอให้ลูกได้ตอบแทนพระคุณคุณยายด้วยเถิด”

ทาฮีร่าซึ่งถือตะกร้า แนนนี่อยู่นอกระเบียง หูผึ่ง

“โชคดีของหลานแล้ว ว่าที่คุณแม่ของหนูอยากเจอยายเสียด้วยสิ แนนนี่...ทำไมเบาโหวงแบบนี้” ทาฮิร่ามองตะกร้าแล้วมองไปในห้อง

แนนนี่เข้าไปนอนอยู่บนเตียงปัทมนเรียบร้อย ปัทมนอธิษฐานจบลืมตาขึ้นมาต้องแปลกใจเมื่อเห็นเด็กนอนอยู่ พอมองหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่ดาริกา ทาฮิร่าเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่ระเบียง ตัดสินใจร่ายมนตร์หายตัวมาปรากฏตรงหน้าปัทมน เธอตกตะลึงยืนตัวแข็งแต่กรอกตาไปมาได้

“สวัสดีจ้ะ ยายเองจำได้มั้ย ขอโทษนะ ยายจำเป็นต้องทำให้คุณนิ่งไปน่ะ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้นละจ้ะ” ทาฮิร่าอุ้มแนนนี่ขึ้น “แม่หนูนี่ชื่อแนนนี่เป็นหลานของยายเอง อ้อ...ลืมบอกไปว่ายายกับแนนนี่มาจากเมืองเวทมนตร์จ้ะ พูดง่ายๆว่าเราเป็นแม่มด ใจเย็นๆจ้ะ เราเป็นแม่มดใจดีนะจ๊ะ ไม่ใช่แม่มดใจร้ายเหมือนในนิทาน”

ทาฮิร่าเห็นสายตาที่สงสัยของปัทมนจึงอธิบาย “ยัยหนูแนนนี่เนี่ย มีพลังพิเศษกว่าแม่มดธรรมดาเลยอยู่ที่เมืองเวทมนตร์ไม่ได้ แต่ไม่เป็นพิษเป็นภัยนะจ๊ะ เออ...ยายขอเข้าเรื่องเลยก็ละกันนะ คือยายบังเอิญไปรู้ว่าคุณเพิ่งรับเด็กกำพร้าคนนึงมาเลี้ยงเป็นลูก ยายประทับใจม้ากมาก คุณเป็นคนใจบุญจริงๆเลย ทีนี้ยายก็เลยอยากจะถามคุณนี้ดนึงว่าจะเป็นไปได้มั้ย ถ้ายายจะยกแนนนี่ให้คุณช่วยเลี้ยงดูอีกสักคนน่ะจ้ะ แหะๆ สนใจมั้ยจ๊ะ...อ้อ...ลืมไปเลยว่าคุณอยู่ในมนตร์ของยาย แต่คุณอย่าร้องนะ ได้โปรด ยายขอร้อง...”

ทาฮิร่าคลายมนตร์ให้ ปัทมนทำท่าจะร้องแล้วหุบปาก ทาฮิร่าขอบคุณ พอปัทมนเชื่อว่าตนไม่ได้ฝันไปก็ขอบคุณ

ทาฮิร่าที่ช่วยลูกชายตน ทาฮิร่าชมว่าธานีเป็นคนมาช่วยตนก่อน ปัทมนยินดีที่จะรับเลี้ยงแนนนี่เป็นการตอบแทนบุญคุณ ทาฮิร่าดีใจน้ำตาซึม...ในขณะที่บ้าน ไทเกอร์กำลังรายงานบาบาร่าว่ามีคนเห็นทาฮิร่าอุ้มเด็กขึ้นไม้กวาด ชิกเก้นพยายามแก้ตัวว่าเป็นไปไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 2

สะโหลสะเหลกลับมาบ้าน ทาฮิร่าเห็นบ้านมืดมิด ร้องเรียกชิกเก้น พอเปิดไฟก็พบบาบาร่านั่งรออยู่ เพื่อถามว่าไปไหนมาและว่ามีคนเห็นเธออุ้มเด็กขึ้นไม้กวาดไปด้วย ทาฮิร่าสะดุ้งเล็กน้อย แต่กลบเกลื่อนว่าตนดังขนาดมีคนตามดูพฤติกรรมเชียวหรือ แล้วว่าตนอุ้มชิกเก้นมากกว่า ไทเกอร์ลากกรงที่มัดชิกเก้นใส่ไว้ออกมา บาบาร่าถือแมลงสาบมาขู่ให้สารภาพ

ทาฮิร่ารู้ว่าชิกเก้นกลัวแมลงสาบมาก จึงหลอกให้บาบาร่าปล่อยแมลงสาบไปก่อนแล้วจะสารภาพ บาบาร่าหลงเชื่อ ทาฮิร่าคว้าแมลงสาบโยนใส่อกเสื้อบาบาร่า แล้วคว้ากรงชิกเก้นวิ่งหนีไปได้ บาบาร่าตามไม่ทันเพราะมัวแต่ดิ้นร้องให้ไทเกอร์ช่วยเอาแมลงสาบออก...

เช้าวันใหม่ปัทมนอุ้มแนนนี่ลงมาจากห้อง พรทำหน้างงเพราะเห็นป้าผาดอุ้มดารกาอยู่ แล้วเด็กที่ปัทมนอุ้มมาจากไหนอีก ปัทมนให้พรไปเชิญจักรวาลและอิงอรมาที่บ้าน เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ญาติได้เอาแนนนี่มาฝากตนเลี้ยงเมื่อคืน ธานีดีใจที่มีน้องน่ารักอีกคน ป้าผาดแปลกใจบ่นอุบว่าคิดจะเปิดโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าหรืออย่างไร จู่ๆดารกาก็ลืมตาขึ้นมอง

ภวัตยืนมองอยู่ห่างๆ ปัทมนถามว่าไม่อยากดูน้องหรือ ภวัตรีบตอบว่าอยาก รัดเกล้ายืนมองแนนนี่อย่างเอ็นดู พอภวัตเข้ามามอง แนนนี่ก็จ้องภวัตและยิ้มอย่างประหลาด

“ดูท่าแนนนี่จะชอบพี่ภวัตนะเนี่ย อ้าวๆดิ้นทำไมล่ะลูก เพิ่งชมอยู่หยกๆ”

ภวัตขออุ้มน้อง ปัทมนส่งให้ แนนนี่หยุดดิ้นทันทีและยิ้มแต้ ภวัตได้ยินเสียงพูดว่าแนนนี่ชอบพี่ภวัต เขามองทุกคนอย่างสงสัยว่าใครพูด ปัทมนกับจักรวาลชมว่าแนนนี่คงติดภวัตเข้าแล้ว ทันใด...เสียงดารการ้องไห้จ้าขึ้น ปัทมนตกใจทำไมร้องแบบนั้น จักรวาลว่าคงอยากคุยกับแนนนี่บ้าง ปัทมนนึกได้อุ้มดารกามาเอนมองกับแนนนี่ที่ภวัตอุ้มอยู่ แนะนำ

“นี่น้องแนนนี่จ้ะ ยัยดา...” แต่ดารกายังร้องไห้จ้าอยู่อีก

จักรวาลปลอบใจปัทมนว่า พวกเขาทุกคนจะผนึกกำลังกันช่วยเลี้ยงแนนนี่และดารกา ภวัต ธานี และรัดเกล้าเห็นด้วย ทุกคนรวมกันถ่ายรูปหมู่อย่างสนุกสนาน

ooooooo

สิบสองปีผ่านไป...ภวัตในวัย 19 ปี ยืนมองภาพตอนเด็กๆอยู่ในห้องรับแขกบ้านปัทมน ปัทมนเดินมาเจอยิ้มอย่าชื่นใจก่อนจะเปรยว่า เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เผลอเดี๋ยวเดียว ดารกากับแนนนี่ก็อายุ 12 ปีแล้ว ภวัตหันมายิ้มแล้วชมว่า แต่ปัทมนยังดูสวยกว่าในรูปอีก
“หือ...ปากหวานอย่างนี้สิ หนูดากับแนนนี่ถึงได้งอนกันแล้วงอนกันอีกเวลาที่ภวัตสนใจอีกฝ่ายหนึ่ง
มากกว่า” ปัทมนกระเซ้า

วันนี้เป็นวันเกิดดารกากับแนนนี่ ปัทมนบอกภวัตว่า สองสาวแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ภวัตอยากเห็นรีบออกมาที่สวนเอาของขวัญมาวางบนโต๊ะ รัดเกล้าวิ่งมาปิดตาพี่ชายด้านหลังให้ทายว่าใคร ธานีเดินมาส่ายหน้าขำท่าทีรัดเกล้าที่ดูเหมือนทอมบอย

“ไม่หนูนาก็แนนนี่ ไม่แนนนี่ก็เธอ ยัยเกล้า” ภวัตทาย

“มือสากเป็นผู้ชายแบบนี้ก็มีอยู่คนเดียวนั่นละ ยัยรัดเกล้า” ธานีแขวะ

รัดเกล้าโกรธ ธานีถามภวัตไม่รู้จริงหรือว่าเป็นใคร ภวัตตอบว่ารู้ แต่ต้องเล่นไปกับน้อง รัดเกล้างอนเดินหนีไป

ภวัตส่ายหน้า “นี่ยัยเกล้าลงทุนใส่กระโปรงเพื่องานน้องๆ แกโดยเฉพาะเลยนะธานี หาเรื่องแท้ๆเลยแกนี่”

“ไม่แกล้งยัยเกล้า แล้วจะให้ฉันไปแกล้งใคร ฮ่าๆ”

ดารกาเข้ามากอด “น้องดาจับได้แล้ว ตัวการที่แกล้งพี่เกล้าจนงอนตุ๊บป่อง”

ธานีปฏิเสธ ภวัตชมดารกาว่าแต่งตัวสวย ดารกาถามธานีไม่เห็นชมตนบ้างเลย ธานีรีบชมว่าน้องตนสวยอยู่แล้ว ปัทมนจูงรัดเกล้าเข้ามาสมทบ

“หนาย คนไหนแกล้งรัดเกล้าของอา ชี้บอกสิคะ”

รัดเกล้าชี้ทั้งภวัตและธานี ภวัตรีบบอกว่าธานีคนเดียวตนไม่เกี่ยว อิงอรยกถาดพายเข้ามาบอกทุกคนว่า พายสับปะรดของอร่อยมาแล้ว ทุกคนทำหน้าไม่อยากกิน แล้วนึกได้ถามหาแนนนี่

ขณะนั้น แนนนี่กำลังซ้อมสุนทรพจน์อยู่กับต้นไม้  โป่งถือถังนํ้าแข็งใบใหญ่ผ่านมาได้ยินเข้ามาชะโงกหน้ามอง แนนนี่หันขวับมาทำให้โป่งตกใจล้มนํ้าแข็งหก เธอรีบเสกให้นํ้าแข็งกลับอยู่ในถังตั้งขึ้นเหมือนเดิม โป่งไม่แปลกใจเพราะเข้าใจว่าแนนนี่เล่นกล

“เล่นกลอีกแล้วนะครับหัวหน้า ไหนบอกว่าจะสอนโป่ง ไม่เห็นสอนสักที”

แนนนี่ให้โป่งรีบเอานํ้าแข็งไปเก็บก่อน แล้วเลยถามว่ามีคนมาครบหรือยัง โป่งตอบว่าขาดแนนนี่คนเดียว แนนนี่ ตื่นเต้นรีบซ้อมสุนทรพจน์ต่อ

“และในวันดีๆแบบนี้ แนนนี่ขอแนะนำว่าที่คู่หมั้นของแนนนี่...คุณภวัตค่า” แนนนี่ยิ้มหน้าแดงอย่างมีความสุข

พอมาที่จัดงานทุกคนถ่ายรูปเล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครรอตนเลย แนนนี่น้อยใจ แต่แล้วรัดเกล้า ธานี ปัทมน และจักรวาลก็ย่องมาด้านหลัง ดึงพลุกระดาษ อวยพรวันเกิดแนนนี่

“หายไปไหนมาจ๊ะ เจ้าหญิงของแม่” ปัทมนกอดแนนนี่

“แนนนี่คิดว่าจะไม่มีใครสนใจแนนนี่แล้ว ขอบคุณนะคะทุกคน”

“ต้องขอบคุณคนโน้นเลยจ๊ะ เจ้าของไอเดียบรรเจิด” ธานีผายมือไปทางดารกา

แนนนี่หน้าบึ้งทันที ดารกาเข้ามาถาม “หายไปไหนมาจ๊ะแนนนี่ ทุกคนรอเป่าเค้กวันเกิดเราสองคนอยู่นะจ๊ะ”

ปัทมนร้องบอกให้คนยกเค้กออกมา แนนนี่กระซิบกับดารกา “คิดจะใช้แนนนี่เป็นเครื่องมือโชว์ความดีของ

ตัวเองงั้นสิ...เฟก”

ดารกาหน้าเจื่อนบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ภวัตเดินเข้ามาพอดีถามดารกาเป็นอะไร ดารการีบกลบเกลื่อนบอกให้เขาไปช่วยแนนนี่ปักเทียนบนเค้ก แนนนี่หันมามองดารกาเชิงคิดว่าตนจะขอบใจหรือ ดารกายิ้มให้อย่างพี่สาวดีใจ

หลังงานเลี้ยงจบลง แนนนี่ตื่นเต้นกับของขวัญที่มากมาย ดารกาถามขึ้นว่าปีนี้ภวัตให้อะไร แนนนี่แทรกขึ้นว่า เหมือนกันอีกหรือเปล่า ตนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแกะ ภวัตตอบว่าปีนี้ไม่เหมือนกัน ธานีถามไม่อยากรู้ของตนบ้างหรือ แนนนี่เข้ามาคล้องแขนธานีอย่างเอาใจ

“อยากรู้สิคะ...พี่ธานีซื้ออะไรให้แนนนี่คะพี่รัดเกล้า”

“ฮื้อ มาถามพี่ได้ยังไง พี่จะไปรู้ใจพี่ชายเราได้ยังไง”

“ไม่รู้เหรอ เห็นชอบถามเรื่องของพี่จากยัยแนนนี่อยู่เรื่อย” ธานีกระเซ้า

รัดเกล้ารีบปฏิเสธว่าไม่จริง ภวัตเข้ามาปรามอย่าทะเลาะกัน รัดเกล้าค้อนธานี ดารกาบรรจงแกะของขวัญ ภวัตบอกให้ฉีกเลย ดารกากลับบอกว่า “ทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ”

แนนนี่ซึ่งกำลังฉีกกระดาษห่อของขวัญอยู่ชะงัก ถามว่าตนทำผิดหรือ ภวัตตอบว่าไม่ผิดหรอก แล้วถามว่าชอบของที่ตนให้ไหม เป็นผ้าพันคอเหมือนกันแต่คนละสี ของดารกาสีชมพูหวาน แต่ของแนนนี่สีแดง เธอทำหน้าเซ็ง บ่นว่าทำไมไม่เหมือนกัน

“อ้าวก็แนนนี่เพิ่งพูดเองนี่ ว่าไม่อยากได้ของที่เหมือนๆกัน”

“แต่ของพี่ดาสวยกว่าของแนนนี่”

ดารกาส่งของตัวเองให้แลกกัน แนนนี่ไม่พอใจหาว่าดารกาทำเป็นคนดี แล้วงอนเดินหนีไป รัดเกล้าตำหนิแนนนี่และต่อว่าดารกาไม่น่าตามใจ ดารกากลับบอกว่าตนมีน้องคนเดียว แนนนี่ได้ยินยิ่งไม่พอใจ เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในห้องนอน ปิดประตูโครมบ่นว่าเซ็งที่สุด...

ทาฮิร่านั่งกอดอกมองถามว่ามีปีไหนบ้างที่แนนนี่จะพอใจกับวันเกิดตัวเอง แนนนี่ว่าตนไม่ชอบคนเสแสร้ง ทาฮิร่าลูบหัวแนนนี่แล้วสอน

“ใครเขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะ ยายสอนหนูเสมอไม่ใช่เหรอว่า...”

“ก่อนที่จะวิจารณ์คนอื่น ให้ย้อนมองดูตัวเองซะก่อน...ก็เพราะแนนนี่ดูตัวเองแล้วไงคะว่าแนนนี่ไม่ได้แอ๊บดีเหมือนพี่ดา”

ทาฮิร่าทำหน้างง แนนนี่แบมือขอของขวัญ ทาฮิร่าบอกว่าตนไม่เคยให้ของขวัญ แนนนี่จึงบอกว่านั่นแหละ ตนจึงขอปีนี้ ไม่อย่างนั้นตนจะเป็นอสูรที่ร้ายกาจให้ดู ทาฮิร่าตกใจที่แนนนี่รู้

“ทำไมยายต้องทำท่าตกใจขนาดนั้นล่ะคะ หรือแนนนี่มีเขางอก ว้าย...มีจริงๆด้วย”

ทาฮิร่ารีบดึงแนนนี่มาดูบนหัว แนนนี่หัวเราะ ทาฮิร่ามองอย่างตำหนิ แล้วว่าอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกและห้ามพูดคำนั้น แนนนี่ย้อนถามว่า “คำว่าอสูรน่ะเหรอคะ”

“ใช่ เย้ย...พูดทำไมอีก” ทาฮิร่าดุแนนนี่และกำชับห้ามพูดอีก ทาฮิร่าทำท่าจะเป็นลม แบมือขอยาดมจากชิกเก้น ชิกเก้นส่งมือให้เธอเอาไปดมแล้วทำจมูกเหม็นๆ “จะบ้าเหรอเจ้าชิกเก้นเอามือมาให้ข้าดมทำไม ยาดม...ข้าจะเป็นลม เอายาดมมา”

แนนนี่รู้ว่ายายแก่ลงไปมาก และกังวลว่าตนจะกลายเป็นอสูร ทาฮิร่าย้ำว่าไม่มีวันที่แนนนี่จะเป็นอสูร เพราะตนเลี้ยงดูและสั่งสอนมาอย่างดี แนนนี่จะต้องเป็นแม่มดที่ดีเท่านั้น แนนนี่อ้าปากจะเถียง ทาฮิร่าเอานิ้วแตะปากไม่ให้พูด แล้วถามว่าอยากได้ของขวัญอะไร

แนนนี่ขอตะเกียงแก้วที่ตนเคยอยู่ ทาฮิร่าสบตาชิกเก้นให้บอกแทนว่า ตะเกียงแก้วแตกไปแล้ว เพราะความที่ตนตาฝ้าฟาง เอาตะเกียงมาตั้งเตาต้มน้ำเพราะมองเป็น

กาต้มน้ำชา

“ยายพยายามจะต่อตะเกียงแก้วให้กลับมาดังเดิม ร่องรอยการแตกหายไปก็จริง”

“แต่ตะเกียงแก้วเปลี่ยนไป” ชิกเก้นเสริม

“กลายเป็นตะเกียงขี้โมโห หงุดหงิดง่าย พูดมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

“งั้นยิ่งต้องส่งมาให้แนนนี่เลยค่ะ แนนนี่จะดูแล

ตะเกียงแก้วเอง รับรองว่าตะเกียงแก้วต้องกลับไปเป็นตะเกียงแก้วที่แสนดีพูดน้อย เรียบร้อยน่ารักเหมือนเดิม” แนนนี่อ้อนทำตาปริบๆ

ทาฮิร่าใจอ่อนตามเคย รับปากจะเอามาให้ และเตือนให้แนนนี่ลงไปร่วมงานวันเกิด แล้วนึกได้ บอกอีกเรื่องว่าต่อไปนี้ ชิกเก้นจะต้องอยู่ดูแลแนนนี่เป็นหูเป็นตาแทนตนที่นี่

“ถ้าเป็นแมวเปอร์เซีย ดูคุณหนูๆเข้ากับแนนนี่ก็โอเคอ่ะนะ แต่นี่...” แนนนี่เหล่มองชิกเก้น

“หืม...พูดงี้ไม่อยู่ด้วยแล้ว คิดว่าง้อเหรอ ชิ” ชิกเก้นงอน

“ล้อเล่น ดีใจจัง ต่อไปนี้แนนนี่ไม่เหงาแล้ว แนนนี่รักชิกเก้น มาจุ๊บที...” แนนนี่ดึงชิกเก้นมาจูบกอดเสียแน่นจนชิกเก้นร้องว่าหายใจไม่ออก ทาฮิร่าหัวเราะอย่างเอ็นดู

ooooooo

แนนนี่อุ้มชิกเก้นมาประกาศกับทุกคนว่า นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ตนให้ตัวเอง แนนนี่เห็นดารกาปาดน้ำตาก็เข้าใจว่าไม่พอใจ ปัทมนให้แนนนี่มานั่งฟังเรื่องบางอย่าง

แนนนี่คิดว่าดารกามาฟ้องอะไรอีก แต่แล้ว ภวัตก็พูดขึ้นว่า อาทิตย์หน้าตนจะไปเรียนต่ออเมริกา แนนนี่ตกใจแต่คิดว่าคงไปซัมเมอร์เหมือนก่อน รัดเกล้าตอบว่า ภวัตไปคราวนี้ 7 ปีถึงจะกลับ แนนนี่ลุกพรวด ชิกเก้นไหลหล่นจากตัก

“นี่ถ้าแนนนี่ไม่ลงมาก็คงไม่มีใครบอกแนนนี่เรื่องนี้ใช่มั้ยคะ พี่ภวัตใจร้าย ไม่เห็นแนนนี่สำคัญ แนนนี่รู้้คนสุดท้ายเลย ใจร้ายที่สุด” แนนนี่ร้องไห้วิ่งออกไป

ภวัตจะตามไปอธิบาย จักรวาลห้ามไว้ ดารกาฝืนยิ้มและบอกว่าตนจะค่อยๆพูดกับน้องเอง รัดเกล้าหันมาเจอธานีจึงเชิดหน้าใส่...

และแล้ววันเดินทางของภวัตมาถึง ทุกคนมารวมกันที่บ้านจักรวาล ยกเว้นแนนนี่ ปัทมนกับดารกามีของขวัญมามอบให้ ปัทมนให้ปากกา ดารกาถักตุ๊กตาหมีเป็นพวงกุญแจให้ ภวัตถามหาแนนนี่ ปัทมนตอบว่ายังคงงอนอยู่ ดารกาว่าอย่าถือโทษเป็นเพราะแนนนี่รักภวัตมาก

แนนนี่นั่งอยู่บนต้นไม้ ชิกเก้นพยายามพูดให้รู้สึกว่าอย่าทำเป็นงอนมาก เพราะไม่มีใครเขาสนใจ แนนนี่โกรธที่ชิกเก้นไม่ปลอบยังมาตอกย้ำอีก ชิกเก้นเบื่อจึงว่าจะแอบขึ้นรถไปส่งภวัตดีกว่า แนนนี่ได้ยินเสียงติดเครื่องรถ ก็รีบโดดลงจากต้นไม้ พลาดล้มก้นกระแทกร้องโอดโอย

“เดี๋ยวสิ ชิกเก้น ฉันไปด้วย ชิกเก้น”

“ให้มันได้อย่างนี้สิแม่คุณเอ๊ย ขี้โมโห ขี้งอน แถมยังซุ่มซ่ามโก๊ะกังได้อีก”

แนนนี่บ่นอุบให้มาช่วยพาตนไปส่งภวัตด้วย แนนนี่เดินกุมสะโพกมาไม่ทัน รถแล่นออกไปแล้ว เธอโบกมือให้โป่งหยุดรถ แต่โป่งเข้าใจว่าโบกมือบ๊ายบาย จึงโบกตอบแล้วขับต่อไป...แนนนี่กลับมานั่งร้องไห้โฮ ชิกเก้นสงสาร

“พอจะมีวิธี ฉันจะทำให้เธอได้เจอภวัตอีกครั้ง สนใจมั้ย”

แนนนี่หยุดร้องไห้หันมาสนใจ ชิกเก้นบอกว่าจะให้ทาฮิร่ารู้ไม่ได้เด็ดขาด ชิกเก้นเอาไม้กวาดมาให้เธอหัดขี่ แนนนี่ขี่หัวทิ่มหัวตำอยู่หลายรอบจนแทบจะอ่อนใจ...

และแล้วแนนนี่ก็ขี่ได้ ชิกเก้นโดดขึ้นเกาะท้ายไม้กวาด เหินไป...บนเครื่องบิน ภวัตนั่งถัดจากที่นั่งริมหน้าต่าง ซึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ พนักงานต้อนรับเดินดูความเรียบร้อย มีเสียงประกาศให้ผู้โดยสารปฏิบัติระหว่างอยู่บนเครื่อง ภวัตหยิบมือถือมาจะกดปิด เขาเห็นรูปแนนนี่หน้าจอ ทำให้คิดถึงความน่ารักต่างๆของเธอ เขาถอนใจมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแนนนี่ขี่ไม้กวาดมา พยายามโบกไม้โบกมือให้ เขาอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ

“พี่ภวัต แนนนี่เองค่ะ แนนนี่เอง แนนนี่มาส่งพี่ภวัตค่ะ” แนนนี่น้ำตาไหลเกาะหน้าต่าง

ภวัตขยับเข้าไปเกาะหน้าต่าง ชายคนที่นั่งอ่านหนังสือ มองหน้าภวัตอย่างพอใจ ภวัตถามเขาว่าเห็นไหม ชายคนนั้นคิดว่าชวนคุย จึงกล่าวสวัสดี ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภวัตถามแนนนี่ว่ามาได้ยังไง ชายคนนั้นตอบว่า คุณแม่มาส่ง ภวัตบอกแนนนี่อีกว่าอย่าร้องไห้

“หงะ...ว่าไงนะครับ” ชายคนนั้นงง

“พี่จะคิดถึงแนนนี่นะ”

“ว้าย...พูดอย่างนี้เขินนะครับ”

เครื่องบินแล่นห่างออกไป แนนนี่ร้องบอกภวัตว่า จะคิดถึงเขาให้เขารีบกลับมา ชิกเก้นเตือนให้แนนนี่พอได้แล้ว ต้องกลับ แนนนี่ร้องไห้โฮอย่างน่าสงสาร...ภวัตชะเง้อจนแทบจะนั่งทับชายคนนั้น ภวัตถามว่าไม่เห็นอะไรแปลกประหลาดบ้างหรือ ชายคนนั้นตอบอ้อมแอ้มเขินๆว่าเห็น แต่กลายเป็นเห็นคนหล่ออย่างภวัต ภวัตทำหน้างงกับสิ่งที่เขาเห็น

ooooooo

แนนนี่กับชิกเก้นกลับมาถึงห้อง เจอทาฮิร่านั่งรออยู่ ชิกเก้นรีบแก้ตัวพัลวัน ว่าผิดไปแล้วที่ทำไปจำใจเพราะสงสารแนนนี่ จะลงโทษก็ลงโทษตนแนนนี่ไม่เกี่ยว แนนนี่รีบออกรับว่าตนบังคับชิกเก้นเอง ทาฮิร่าถามพูดจบกันหรือยัง ดีแล้วที่รู้ว่าผิด แนนนี่ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว

“แนนนี่ขอโทษนะจ๊ะยาย” แนนนี่อ้อน

“ยายเตือนเจ้าแล้วนะ ว่าถ้าขืนเจ้ายังใช้พลังมากเกินตัว เจ้าจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เรื่องแบบนี้เราเป็นแม่มดรู้กันดีอยู่ รึว่าไม่ใช่ เจ้าชิกเก้น”

ชิกเก้นสะดุ้ง ยิ้มรับแห้งๆว่าจริง ทาฮิร่าเข้าใจดีว่า แนนนี่รักภวัตมากจนต้องไปส่งเป็นธรรมดาของพี่น้อง ชิกเก้น แย้งว่าไม่ธรรมดา ทาฮิร่าเอ็ดชิกเก้นอย่าพูดอะไรเหลวไหล แนนนี่ร้องไห้ไม่อยากอยู่เมืองมนุษย์อีกแล้ว เพราะมีภวัต

คนเดียวที่สื่อสารกับตนรู้เรื่อง ทาฮิร่าถอนใจเปลี่ยนเรื่องว่ามีของมาฝาก ให้แบมือ เธอร่ายคาถาอยู่นาน เท่าไหร่ก็ไม่มีอะไร ปรากฏ ชิกเก้นบ่นว่า นานแค่ไหนก็ยังขี้ลืมเหมือนเดิม ทาฮิร่า โทษตะเกียงแก้วที่เพี้ยนไปแล้ว ไม่ยอมมา แนนนี่ดีใจเมื่อรู้ว่ายายจะให้ตะเกียงแก้วแก่ตน จึงขอลองเรียกเอง แนนนี่ร่ายมนตร์แล้วเป่าลงบนมือ เกิดควันหลากสี แล้วจางลง ปรากฏตะเกียงแก้วบนมือ ชิกเก้นหัวเราะคิก ทาฮิร่าถลึงตาใส่

แนนนี่ลงไปในตะเกียงแก้ว เห็นความเก่าทรุดโทรม ฝุ่นเต็มไปหมด ก็รู้สึกสงสาร

“ฉันจำได้ว่า แต่ก่อนเธอมีสีสันสดใส” แนนนี่เอื้อมมือจะหยิบหมอน ก็เหมือนถูกตีมือ

ตะเกียงไม่ให้แนนนี่สัมผัสของ แนนนี่สะดุ้ง แหงนหน้ามองหาที่มาของเสียง บนเพดาน มีตา หู จมูก ปาก ขยับได้ ตะเกียงพูดว่าอย่าคิดว่าเข้ามาในนี้แล้วจะมาครอบครองตนได้ ตะเกียงไล่แนนนี่ให้ออกไป แต่แนนนี่กลับเสกโซฟาสีสันจัดจ้านมาวาง เดินผ่านทางไหนก็เกิดดอกไม้และข้าวของสวยๆขึ้นแทนของเก่า จนภายในตะเกียงกลับมาสวยงามเหมือนก่อน แนนนี่ยิ้มแล้วบอกว่าตนจะออกไปแล้วนะ ตะเกียงเสียงอ่อนลง

“อันที่จริง ก็ไม่มีใครสนใจฉันมานานแล้วนะ เพราะฉันเองแหละที่น้อยใจทาฮิร่า”

“เรื่องที่ยายเอาเธอไปต้มนํ้าชาเหรอ”

“มันน่าโกรธมั้ยล่ะ”

แนนนี่ปลอบว่ายายไม่ได้ตั้งใจ ยายเสียใจมาตลอดอยากจะเข้ามาดูแล แต่ตะเกียงขับไล่ แนนนี่ว่าแม่สอนเสมออย่าทำอะไรด้วยอารมณ์โกรธ ตะเกียงสลดลงที่ทำให้ทาฮิร่าเสียใจ ตะเกียงชวนให้แนนนี่นั่งเล่นในนี้ก่อน แนนนี่จึงขอนอนพัก แล้วเธอก็หลับไป

ooooooo

เวลาผ่านไป เสียงตะเกียงปลุกแนนนี่ให้ตื่น เธอบิดขี้เกียจหันมา แนนนี่โตเป็นสาวสวย ตกใจลุกขึ้นมองเวลา แล้วร้องว่าวันนี้มีสอบต้องรีบไป ตะเกียงเตือนว่าจะออกไปแบบนั้นหรือ แนนนี่อยู่ในชุดสาวอาหรับรวบผมตึง แนนนี่ว่าไม่ทันแล้วจะออกไปเปลี่ยนข้างนอก

แต่พอออกมา เห็นดารกาเปิดประตูห้องเข้ามาเรียก ว่าแม่ให้มาปลุก ดารกาเดินไปดูในห้องนํ้า แนนนี่หลบไปซ่อนข้างโต๊ะ ดารกาเห็นเดินมาชะโงกมอง แนนนี่เงยหน้ามาเจอต่างตกใจร้องว้าย...แนนนี่แก้ตัวว่ากำลังหาของ ดารกามองชุดที่แนนนี่ใส่แล้วถามว่ามีแสดงละครหรือ แนนนี่ดันดารกาให้ออกไปก่อนแล้วปิดประตูใส่ เพราะไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร

ธานีแต่งตัวหล่อเข้ามาหอมแก้มปัทมน เธอร้อง “ตกใจหมด คิดว่าหนุ่มที่ไหน”

“ทั้งบ้านก็มีหนุ่มคนนี้คนเดียวแหละ เอ...หรือว่าคุณแม่นึกถึงหนุ่มที่ไหนอีกน้า...”

พรยกถาดอาหารเข้ามาหัวเราะคิก “คุณธานีหมายถึงคุณด็อกเตอร์ไงคะ”

ปัทมนเอ็ดธานีอย่าทำให้คนในบ้านเข้าใจผิด ดารกาเดินเข้ามาชมว่า วันนี้ธานีหล่อมาก ธานีกระเซ้ากลับ “เราก็สวยเหมือนกัน คุณนักศึกษาแพทย์”

ปัทมนมองลูกๆอย่างสุขใจ “จะว่าไปแม่ก็เสียดายไม่หายนะ ที่ลูกดาไม่ได้เรียนต่อบริหารจะได้มาช่วยงานครอบครัวเราเหมือนอย่างพี่ธานี”

ธานีว่าเขาคนเดียวก็ดูแลบริษัทได้ เขาอยากมีน้องเป็นหมอมากกว่า ดารกาแซวว่าเห็นธานีชอบมาป้วนเปี้ยนที่คณะตน ปัทมนถามว่าจะหาลูกสะใภ้เป็นหมอให้แม่หรือ ธานีแก้ตัวว่าตนไปรับน้องต่างหาก ทั้งสามหัวเราะกันมีความสุข แนนนี่เดินหน้าบึ้งเข้ามานั่งข้างปัทมน

“มีความสุขกันจังเลยนะคะ”

“แต่จะมีความสุขเต็มร้อยถ้ามีคนนี้นะจ๊ะ” ปัทมนโยกหัวแนนนี่มาจูบอย่างแสนรัก

ดารกาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย วันนี้แนนนี่มีสอบ ปัท-มนดักคอว่าให้เอาเอมาฝากด้วย แนนนี่ดีใจที่แม่จําได้ ปัทมนว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับลูกๆตนจําได้หมด ดารการวบช้อนอิ่ม ปัทมนหันมาถามอย่างห่วงใยทําไมอิ่มเร็ว ดารกาตอบว่าตนปวดท้อง ปัทมนรีบให้ป้าผาดเอายาแก้ท้องอืดมาให้ทาน แนนนี่สบตาดารกาอย่างไม่พอใจ...พอออกมาหน้าบ้าน แนนนี่มีเพื่อนชื่อปีเตอร์มารอรับ

“ยัยแนนนี่เคยตัวขึ้นทุกวัน นึกอยากจะลุกจากโต๊ะอาหารก็ลุกไปดื้อๆ แถมมีใครไม่รู้มารับทุกเช้า” ธานีตําหนิขณะเดินมาที่รถกับดารกา

ดารกาแก้ตัวแทนตามเคยว่าน้องยังเด็ก ธานีแปลกใจเห็นดารกามองไปทางบ้านจักรวาลจึงถามว่ามองหาใคร ดารกาบอกว่า จักรวาลฝากรัดเกล้าให้ติดรถไปด้วย ธานีหัวเราะเยาะเพราะรถกระป๋องคงเสียอีก รัดเกล้าในมาดสถาปนิกสาวหอบงานและกระเป๋าใส่แบบเข้ามายืนหน้าตึงอยู่ข้างๆ ธานีหันมาเจอจ๋อยลง รัดเกล้าโกรธบอกดารกาว่าตนจะไปแท็กซี่เอง ดารกามองธานีอย่างตําหนิ เขาจึงดึงงานของเธอมาใส่รถหน้าตาเฉย ทําให้รัดเกล้าต้องขึ้นรถไปด้วย ก่อนที่ดารกาจะลงที่มหาวิทยาลัย รัดเกล้าบอกให้รีบกลับบ้านเพราะวันนี้ภวัตจะกลับมา ดารกาดีใจยกเลิกนัดเพื่อนทันที...ธานีให้รัดเกล้ามานั่งหน้า แต่เธอกลับบอกว่า จะนั่งหลังถ้าไม่พอใจก็จอดให้ตนลง ธานีหมั่นไส้แกล้งแขวะ ขอบใจที่ปกป้องตนไม่ให้ใครเข้าใจผิด คิดว่าตนหันไปชอบทอม

แนนนี่มักจะเอาชิกเก้นใส่กระเป๋าไปมหาวิทยาลัยด้วย จนคนเริ่มสงสัย แนนนี่กับปีเตอร์เป็นคู่ที่เพื่อนๆในคลาสไม่อยากร่วมงานด้วย มีงานแสดงประจําปีที่ต้องประกวดกันแต่ละคณะไม่มีใครให้ทั้งสองเข้ากลุ่ม แนนนี่โกรธจึงประกาศว่าจะแสดงกันสองคน โดยจะแสดงเวทมนตร์ แนนนี่ร่ายมนตร์ล้วงกระต่ายในกระเป๋าปีเตอร์ออกมา รุ่นพี่ชอบใจยอมให้ทั้งสองเป็นอีกกลุ่มได้

ตอนที่ 3

ในบ้านจักรวาล มีทั้งปัทมนและอิงอรมาช่วยกันทําอาหารเตรียมฉลองต้อนรับภวัต ดารการีบกลับจากมหาวิทยาลัย แต่งตัวสวยมารอรับ...แนนนี่ถูกปีเตอร์ลากไปเลือกซื้อเครื่องเพชรอ้างว่าให้ช่วยเลือก ให้แม่ แนนนี่อยากกลับบ้านจึงเลือกๆไปอย่างไม่สนใจเท่าไหร่ ที่จริงแล้ว ปีเตอร์อยากซื้อให้แนนนี่ เขาจึงแอบเอากล่องเครื่องเพชรนั้นใส่ในกระเป๋าเธอ

ภวัตในวัย 25 ปี ก้าวลงจากรถ ทุกคนมองอย่างตะลึงกับความหล่อและดูภูมิฐานของเขา ภวัตเข้ามากราบที่อก จักรวาล สร้างความปลาบปลื้มให้ปัทมนและอิงอร ดารกายืนประหม่านํ้าตาคลอ ภวัตเข้าจับหัวอย่างเอ็นดู

“เป็นสาวสวยเลยเรา นี่ถ้าพี่เจอข้างนอก จําไม่ได้จริงๆ นะนี่”

รัดเกล้าโผกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง ภวัตว่าเหมือนเดิมเลย ธานีเข้ามาขอหอมที ภวัตร้อง

“เฮ้ย ไอ้บ้าธานี ฮ่าๆ แกนี่กวนเหมือนเดิม”

“ยิ่งกว่าเดิมด้วยค่ะ” รัดเกล้าฟ้อง

ภวัตมองไปรอบๆแล้วถามหาแนนนี่ รัดเกล้าหันไปถามดารกาว่าไม่ได้โทร.บอกน้องหรือ

“เปล่าค่ะ เห็นพี่เกล้าว่าจะให้แนนนี่เซอร์ไพรส์” ดารกาหน้าเสีย

“โอ...แนนนี่คงเซอร์ไพรส์แย่เลย แนนนี่ไม่รู้อยู่คนเดียวว่าแกกลับมา” ธานีบ่นอุบ

ดารกาหน้าเศร้าขอโทษ ภวัตบีบมือเธอปลอบว่าไม่เป็นไร ทันใด มีรถเก๋งหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดในบ้าน บุษบา สาวสวยเฉี่ยวลงจากรถวิ่งมาเกาะแขนภวัตอย่างสนิทสนม ทุกคนตะลึงคิดว่าภวัตมีแฟนมาจากเมืองนอก

บุษบากับไชยพี่ชาย เอากระเป๋าเดินทางขนาดเล็กมาคืนให้ภวัต เพราะเขาลืมไว้

“กระเป๋าตั้งใบ ผมลืมได้ยังไงนี่”

“มันติดไปกับรถเข็นบุษน่ะค่ะ รถเข็นของภวัตเต็มไงคะ”

“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ ที่จริงโทร.บอกให้ผมไปรับเองก็ได้ ไม่น่าลําบากให้คุณหมอไชยขับอ้อมมาถึงนี่”

บุษบาเห็นดารกายกของมาเสิร์ฟ จึงจงใจพูดให้ได้ยิน “ตอนเราแพ็กกระเป๋านี่ด้วยกัน บุษเห็นว่าเป็นของฝากทั้งนั้น ก็เลยคิดว่าน่าจะรีบเอามาคืนภวัตเองดีกว่า”

ดารกาชะงักหน้าร้อนผ่าว บุษบาแกล้งพูดอีกว่า“ไม่น่าเชื่อนะคะว่าน้องเขาคือดารกาน้องข้างบ้านที่ภวัตเคยเอารูปให้บุษดู”

“อืม จริงสิ น้องดาเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ด้วยนะครับ น้องดาจ๊ะ พี่เชิญทางนี้หน่อยครับ”

ไชยมองดารกาอย่างสนใจ ภวัตแนะนำให้รู้จักกัน และฝากฝังไชยให้ช่วยดูแลน้องสาวด้วย ดารกาเจ็บจี๊ดกับคำว่าน้องสาว บุษบาเหล่มองอย่างพอใจ...นั่งรถกลับมา บุษบาบอกไชยว่า ดารกาเป็นเด็กที่แอบชอบภวัต และส่งอีเมล์ จดหมายสารพัดไปให้ภวัต ทำให้ตนหงุดหงิด ไชยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และว่าเรื่องนี้ตนกำจัดให้ออกห่างภวัตได้ไม่ยาก

ดารกามายืนเสียใจ คิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ บุษบาเดินตามตนมาทำทีถามหาห้องน้ำ ทั้งที่ในห้องรับแขกก็มีห้องน้ำ เพื่อพูดกระทบ

“...เธอนี่สวยไม่เบานะ ท่าทางหนุ่มๆคงมาชอบเยอะละสิ แล้วทำไมถึงหมกมุ่นอยู่กับภวัตล่ะ...ตอนที่ฉันอยู่กับภวัตที่โน่น ก็เห็นมีแต่เธอนี่ล่ะที่ตามตอแยภวัตไม่เลิก ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ ว่าภวัตน่ะเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินไปกว่าเด็กข้างบ้าน ภวัตบอกฉันอย่างนั้นไม่งั้นฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอเป็นใคร หน้าตายังไง ฉันหวังดีหรอกนะถึงพูดกับเธอตรงๆ อย่าเสียเวลาเลยเด็กโง่”

ดารกาครุ่นคิดแล้วทอดถอนใจ “ไม่จริง พี่ภวัตไม่มีทางชอบผู้หญิงใจร้ายแบบนั้น”

ตรงประตูรั้ว มีคนมาด้อมๆมองๆ ดารกาปาดน้ำตาเดินออกไปดู มาลีในสภาพทรุดโทรมถามหาคุณหนูดารกา...เธอฉุกคิดหวั่นใจ จึงย้อนถามว่ามีธุระอะไร มาลีบอกว่าตนเป็นแม่ ฝากจดหมายให้ลูก ดารการับมามือไม้สั่นไม่ยอมรับว่าเป็นตน เผอิญแนนนี่นั่งแท็กซี่กลับมา ดารกาจึงชี้บอกมาลีว่า คนนั้นคือดารกา มาลียิ้มน้ำตาไหล ทำท่าจะโผไปหา ดารกาห้ามไว้

“อย่านะ คุณเข้าไปทักเขาตอนนี้ไม่ได้ เอ่อ...ดารกาจะตกใจ”

“ทำไมล่ะ เห็นคนแถวนี้ว่า คุณนายไม่ได้ปิดบังว่าหนูดารกาเป็นเด็กขอมาเลี้ยง”

“แต่ยังไงคุณก็ไม่ควรจะโผล่พรวดพราดไปหาเขาอย่างนี้ มีเวลาเป็นสิบยี่สิบปี ทำไมไม่เคยคิดจะมา” ดารกาข่มความ ขมขื่นถาม

มาลีตอบว่าตนลำบาก  ดารกาเข้าใจว่าคงมาขอเงิน จึงบอกให้กลับไปก่อน แล้วตนจะเอาจดหมายให้ดารกา พอมาลีกลับไป ดารกาก็ทรุดลงร้องไห้ แนนนี่เข้ามาเห็นรีบถามว่าเป็นอะไร ดารกาเงยหน้ามองอย่างตกใจ เผลอตวาดไล่ “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

แนนนี่ผงะ  ดารกาย้ำ  “ฉันบอกว่าอย่ามายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป”

“ไปก็ได้ ไม่ได้อยากยุ่งด้วยนักหรอก ถ้าพี่ดาไม่นั่งร้องไห้เป็นยัยบ้าอย่างนี้” แนนนี่เดินบ่นงึมงำออกมา “ทำไมไม่มีคนเห็นธาตุแท้ของเธอซะทีนะ ให้ตายเถอะ”

ดารกามองไปที่นอกรั้วเห็นมาลียังอยู่ก็ร้องเสียงดังไล่ แล้ววิ่งหนีไป แนนนี่สะดุ้ง บ่นว่ากำลังไปอยู่นี่ เป็นบ้าไปแล้วหรือ...แนนนี่เจ็บใจตัวเองไม่น่าไปสนใจดารกาเลย เธอโยนกระเป๋าลงบนเตียง ใบคะแนนข้อสอบไหลออกมา

“ฮึ่ย...มาได้ไงอ่ะ ฉันทิ้งไปแล้วนี่” แนนนี่คว้ามาดูอย่างสุดเซ็ง เพราะได้คะแนนสิบส่วนร้อย เธอเกรงปัทมนเห็นจะเสียใจ นึกได้ว่าใบคะแนนที่ผ่านมาโป่งเป็นคนจัดการทำลายให้

แนนนี่หยิบมือถือจะโทร.เรียกโป่ง จึงเห็นว่าแบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้...ภวัตให้โป่งไปตามดารกากับแนนนี่มาทานอาหารที่บ้าน แต่โป่งหายไปนานจึงตามมาดู และได้เห็นโป่งกำลังขุดหลุมฝังข้อสอบให้แนนนี่ เธอย้ำโป่งไม่ให้บอกใคร โป่งมองไปเห็นภวัตยืนฟังอยู่ แต่ส่งสัญญาณไม่ให้บอกแนนนี่

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายต้องเป็นคนทำลายกระดาษข้อสอบของฉัน เพราะคราวหน้าฉันจะทำคะแนนเต็ม ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องภูมิใจในตัวฉัน โดยเฉพาะ...พี่ภวัต” แนนนี่ยิ้มกริ่ม ทำเอาภวัตเลิกคิ้วตั้งใจฟัง “ถึงฉันจะไม่น่ารักในสายตาใครๆ แต่อย่างน้อยฉันก็มีพี่ภวัตคนนึงล่ะ ที่เล็งเห็นความงามในตัวฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะต้องเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมสำหรับ

พี่ภวัตให้ได้ นายคิดว่าฉันคิดถูกมั้ย”

นัยน์ตาแนนนี่เคลิ้มฝัน พอเห็นโป่งทำท่าเหลือบตา “อะไรของนายอ่ะ หลุกหลิกๆตั้งแต่ที่ครัวแล้ว” แนนนี่หันมาเจอภวัตยืนอยู่ เธอตกตะลึง ภวัตเดินเข้ามาใกล้ แนนนี่ปัดป่ายมือ เรียกโป่ง “นายโป่ง เดี๋ยวนี้นายเลียนแบบเวทมนตร์ฉัน ขนาดเสกคนได้ตัวเป็นๆเลยเหรอ”

ภวัตจับไหล่ทั้งสองข้างของแนนนี่ เธอหน้าแดงไม่อยากเชื่อว่าจะจับตัวได้ ภวัตเขย่าเรียกสติ “พี่เอง...แนนนี่ จำพี่ไม่ได้ เหรอ”

“พี่ภวัตจริงๆเหรอคะ” แนนนี่น้ำตาคลอเบ้าโผกอดภวัต เขาลูบผมเธออย่างเอ็นดู...

ดารกาหลบมาอ่านจดหมายในห้อง ข้อความว่า...แม่รู้ว่าแม่ทำผิดกับลูกไว้มาก ให้อภัยแม่เถอะนะ เวลานี้แม่ลำบากเหลือเกิน แม่อยากเจอลูกสักครั้งก่อนตาย ไปพบแม่ให้ได้นะ... ดารกาน้ำตาร่วงพรู สะอื้นอย่างน่าสงสาร

“ไม่จริง ไม่...อนาคตแพทย์หญิงอย่างฉัน จะต้องไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่...”

ดารกาสอดจดหมายไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง วางคืนในชั้น หันมาจัดผมเผ้าดูหน้าตา แล้วหยิบผ้าพันคอสีชมพูที่ภวัตเคยให้มาพันคอ อดไม่ได้จะเหลือบมองหนังสือบนชั้นอย่างกังวล

ปัทมนแปลกใจที่ให้ใครไปตามแนนนี่กับดารกาแต่ก็หายกันไป จึงจะไปตามเอง รัดเกล้าอาสาไปแทน ไม่ทันไร แนนนี่เดินหน้าบูดบึ้งเข้ามา เปรยว่าทุกคนดูมีความสุขกันจริง จักรวาลกับปัทมนกลัวแนนนี่น้อยใจ ช่วยกันบอกว่าพยายามโทร.หาแล้วแต่ไม่ติด แนนนี่หัวเราะคิก ภวัตเดินตามเข้ามาโยกหัวแนนนี่ ว่าเกเรอีกแล้ว

“อ้าว...ตกลงเจอกันแล้ว จริงๆเลยนะเรา...แนนนี่”

ปัทมนเอ็ด

“ถ้าธรรมดาจะใช่แนนนี่เหรอคะ”

“เอ๊ะ แล้วนี่หนูดาไม่ได้มาด้วยกันหรอกเหรอ” อิงอรถามแนนนี่นึกถึงตอนที่ดารการ้องไห้อยู่แล้วคิดจะเล่าให้ปัทมนฟัง แต่แล้วฉุกคิดว่าไม่ควรไปยุ่งเรื่องของเธอ จึงเสพูดว่า “ไม่มีอะไรค่ะ แนนนี่หิวมากเลย พี่ภวัตต้องดูแลแนนนี่ดีๆนะคะ โทษฐานที่ให้แนนนี่รู้คนสุดท้ายเลย ว่าพี่ภวัตกลับมาแล้ว”

ภวัตกุลีกุจอหาของกินเอาใจแนนนี่...ดารกาเกรงคนมาเจอจดหมาย จึงคิดจะเอาไปเผาทิ้ง เธอกอดหนังสือเล่มที่ใส่จดหมายวิ่งออกมา ชนเข้ากับรัดเกล้าที่มาตาม หนังสือหล่น รัดเกล้าจะเก็บให้ ดารการ้องลั่น

“อย่านะคะ...เอ่อ คือน้องดากำลังรีบเอาหนังสือนี่ไปให้เพื่อนน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาตาม เดี๋ยวน้องดาตามไปนะคะ” พูดจบดารกาก็คว้าหนังสือวิ่งไป

รัดเกล้างงๆ หันมาเจอจดหมายตกอยู่ที่พื้น จึงเก็บขึ้นมา ลังเลอยากเปิดอ่านเพราะท่าทีดารกาดูแปลกๆ ธานีตามมาเห็นถามว่าทำอะไรอยู่ รัดเกล้าตกใจ ธานีถามแอบมีจดหมายรักจากผู้ชายหรือ รัดเกล้าเอามือปิดปากธานีไม่ให้เสียงดัง แล้วบอกว่าจดหมายนี่ของดารกา ตนเก็บได้ ธานีดึงมาเปิดอ่านเพราะถือว่าตนเป็นพี่ชาย

ooooooo

สภาพบ้านเก่าทรุดโทรม มาลีอยู่กับสดับ ชายที่ข่มขืนตนจนตั้งท้อง แม้ตนจะทิ้งลูกแล้วหนีไปอยู่ต่างจังหวัด สดับยังไปลากตัวกลับมา ใช้ให้ทำงานหาเงินให้เขากินเหล้าสูบยา มาตอนนี้ยังให้ไปรีดไถเงินจากดารกาอีก...

พอรู้ตัวว่าจดหมายหาย ดารการ้อนรนเดินหาจดหมายตามรั้วบ้าน ชนเข้ากับแนนนี่อย่างจัง แนนนี่ไม่พอใจทวงคำขอโทษ แต่ดารกากลับขับไล่ให้ออกไป อย่ามายุ่ง แนนนี่โกรธ

“อีกแล้วนะ พี่ดาชนแนนนี่เห็นๆคิดได้ไงว่าแนนนี่มายุ่ง หา...เมื่อเย็นก็ทีนึงแล้ว คำก็ยุ่งสองคำก็ยุ่ง ขอโทษแนนนี่เดี๋ยวนี้นะ” แนนนี่ยื้อแขนดารกา

ดารกาสะบัดอย่างแรง หันมาจ้องแนนนี่ตาแดงวาบอย่างน่ากลัว แนนนี่ผงะ ดารกาก้าวเข้าหา เสียงสดับซึ่งเมาหลับแต่ปากพึมพำ...ใช้พลังของเจ้า ดารกาลูกพ่อ ฆ่ามัน...เสียงก้องกังวานในหัวดารกา เธอเดินเข้าหาแนนนี่แบบขาดสติ แนนนี่ตกใจวาดมือสร้างกำแพงโปร่งแสง ทำให้ดารกาพุ่งเข้ามากระแทกหงายหลังไปอย่างแรง ทาฮิร่าปรากฏตัวขึ้นเอ็ดแนนนี่ทำอะไร

“นั่นไม่ใช่พี่ดาค่ะ แต่เป็นใครไม่รู้ เขาจะทำร้ายแนนนี่”

ดารกาเงยหน้ามาหน้าผากปูดบวม ยกมือไหว้ทาฮิร่า เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แนนนี่งุนงงที่ดารกากลับมาเป็นคนเดิม

เข้าห้องมา ทาฮิร่าดุแนนนี่ที่ใช้เวทมนตร์พร่ำเพรื่อ และตำหนิชิกเก้นที่ไม่ดูแล แนนนี่พยายามบอกว่าดารกาจะทำร้ายตน แต่ทาฮิร่าไม่เชื่อ แนนนี่นึกได้ให้ชิกเก้นไปดมดารกาว่ามีอะไรแฝงอยู่ ทาฮิร่าเอ็ดไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น แนนนี่งอนลงไปอยู่ในตะเกียงแก้ว ทาฮิร่าหน้าเครียดเพราะก่อนหน้านี้ ตอนที่ตนอยู่ในโลกเวทมนตร์ ตนได้ยินเสียงแนนนี่ร้องว่า...อย่าเข้ามานะและตามด้วยเสียงสดับ...ฆ่ามัน พอมาถึงก็เห็นดารกาตรงเข้าใส่แนนนี่ ทาฮิร่าคิดแล้วยิ่งงง...

ในคืนเดียวกัน มือของบุษบาพองเฟะ เธอกำลังทายาไปบ่นไป ไชยเข้ามาดูแปลกใจที่แผลเหมือนถูกไฟไหม้ จึงถาม “ไหนบุษว่าถูกต้นไม้ในสวนบ้านภวัตเกี่ยวเอาไง”

“ก็พูดไปยังงั้นล่ะค่ะ แต่ที่จริง...” บุษบาเล่าว่าตนวางมือบนไหล่ดารกา แล้วรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟอย่างแรง “ทีแรกบุษก็คิดว่าแค่ไฟฟ้าสถิตจากเสื้อยัยเด็กนั่น แต่มันไม่ใช่”

ไชยถามว่าเมาแล้วไปจับของร้อนหรือเปล่า บุษบาโต้ว่า ตนเพิ่งกลับมาจะเอาเวลาไหนไปเมา ไชยไม่เถียงด้วยแล้วหันมาคุยเรื่องดารกาว่าจะมีโอกาสเจอตัวอีกเมื่อไหร่ บุษบาเบ้ปากเห็นแววตาของพี่ชายที่หื่นกระหาย กระเซ้าว่าคงไม่ตายน้ำตื้นกับเด็กอย่างนั้นหรอกนะ

“ก็จริงน่ะสิ ไม่ดีหรอกเหรอ พี่เป็นหมอ เขาก็เป็นนักศึกษาแพทย์ ได้มาเป็นแฟนมีแต่ดีกับดี ช่วยทำงานที่โรงพยาบาลเราได้ด้วย”

บุษบาทำหน้าเครียดเพราะไม่ได้มีแค่ดารกาคนเดียว ยังมีแนนนี่อีกคนที่ตามตื๊อภวัต

“ว้าว...ชื่อน่ารักซะด้วย”

“หยุดเลยค่ะ หยุดเลย ไม่ใช่สเปกพี่ไชยแน่ค่ะ เท่าที่ฟังจากภวัต ยัยแนนนี่ต่างจากยัยดารกาแบบฟ้ากับเหว เรียนก็โง่ เกเร เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง” บุษบาเม้าท์สนุกปาก ไชยฟังอย่างสนใจ

ooooooo

นอนเอกเขนกจามลั่นอยู่บนเตียง ตะเกียงแก้วร้องอี๋...มาแพร่เชื้อในตะเกียง  หรือว่ามีคนนินทา  แนนนี่ลุกพรวดสงสัยว่าใคร  ตะเกียงแก้วแกล้งว่าจะรู้ได้อย่างไรเธอมีศัตรูรอบตัว

“อ้าวๆพูดอย่างนี้ไม่เข้าข้างกันเลยนี่ ฉันไปดีกว่า แล้วโคมไฟอันใหม่ก็ลืมไปได้เลย เอาตะเกียงไปก็แล้วกัน นี่แน่ะ” แนนนี่เสกตะเกียงเก่าวางไว้

ตะเกียงแก้วโวยวายให้เอาออกไป มันไม่เข้ากับตน แนนนี่ขู่อีกว่าจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เป็นของเก่าให้หมด ถ้าพูดจาไม่เข้าหูอีก ตะเกียงแก้วโอดโอยว่าที่พูดเพราะหวังดี อยากให้ระวังตัว ดูที่เล่ามาดารกาไม่ธรรมดาเลย แนนนี่หน้างอที่ไม่มีใครเชื่อตน

“ฉันยังไม่เชื่อเลย อุ๊บส์...ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ ฉันหมายถึงว่าดารกาไม่มีวี่แววว่าร้ายกาจอย่างที่เธอเล่าได้เลย”

แนนนี่เข่นเขี้ยวจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ ตะเกียงแก้วถามว่าด้วยวิธีไหน แนนนี่ส่ายหน้าถ้ารู้ตนคงทำไปนานแล้ว...

ดารกากลัดกลุ้มกับชะตาชีวิตของตัวเอง เดินเศร้ากลับขึ้นห้อง แล้วต้องดีใจเมื่อเห็นจดหมายวางอยู่บนโต๊ะ คิดว่าตนคงทำตกไว้เอง เธอดีใจที่จะไม่มีใครรู้เรื่องของตน แต่จดหมายนั่นก็สร้างความร้าวรานใจอย่างมาก...ธานีกับรัดเกล้ายืนมองไปที่หน้าต่างห้องดารกา สองคนคุยกันว่าดารกาคงจะหายเศร้าแล้ว และตกลงกันว่าจะยังไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้ แต่ธานียังข้องใจ

“จริงๆไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เราทุกคนรวมทั้งน้องดาเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าน้องดาไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่”

“ก็ถูก แต่เนื้อหาจดหมายนั่น มันบ่งบอกว่าคุณแม่ของน้องดาอยู่ในสภาวะไม่ปกตินะ”

“จะสภาวะหรือฐานะไหนก็เป็นแม่บังเกิดเกล้า ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่น้องดาต้องเครียด เป็นพี่พี่จะบอกให้ทุกคนรู้หรือรีบพาแม่มารู้จักทุกคนด้วยซ้ำ”

รัดเกล้าว่าพวกเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นก็พูดได้ ธานีเห็นด้วยแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้เขากับเธอพูดกันดีๆ ได้ทั้งวัน รัดเกล้าเขินเดินหนี สะดุดขอนไม้ล้ม ลุกขึ้นชนต้นไม้อีก ธานีหัวเราะก๊าก รัดเกล้ารีบวิ่งหนีกลับบ้านด้วยความอาย

ในห้องนอนภวัต โป่งกำลังจัดที่นอนให้ ปากก็พูดถึงแนนนี่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอพร่ำพูดถึงภวัตไม่ขาดปาก ภวัตติงโป่งว่าตอนนี้แนนนี่โตเป็นสาวแล้วอย่าพูดให้เสียหาย โป่งยืนยันว่าจริงๆ แนนนี่บอกตนว่าจะเอาภวัตเป็นเจ้าบ่าว ภวัตไม่พอใจไล่โป่งให้ออกไปได้แล้ว ไม่ทันไร ดารกาโทร.เข้ามาบอกว่า นอนไม่หลับอยากคุยด้วย ตอนนี้ยืนอยู่ใต้หน้าต่างห้องเขา ภวัตรีบลงมาหาเธอในสวน ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร


“น้องดาอยากเป็นคนที่ดีพร้อม น้องดาอยากอยู่ใกล้ๆพี่ภวัตค่ะ”

“ก็นี่ไง พี่อยู่ตรงนี้แล้วไง ใจเย็นๆเล่าให้พี่ฟังนะ

น้องดามีปัญหาอะไร”

“น้องดารักพี่ภวัตค่ะ” พูดจบดารกาโน้มคอภวัตมาจูบโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

จักรวาลกับปัทมนเพิ่งเก็บกวาดครัวเรียบร้อย เดินออกมาเห็นภาพสองคนจูบกันเข้าพอดีต่างตกตะลึง...จักรวาลรอจนภวัตกลับเข้ามาในบ้านเพื่อถามเรื่องราว ภวัตอ้อมแอ้มเล่าตามจริง

“ดีที่มีแค่แกกับพ่ออยู่กันสองคนนะ ถ้าคุณปัทมนเขามาได้ยินแกพูดถึงลูกสาวเขาอย่างนี้ แกคิดว่าเขาจะว่ายังไง...เราสองครอบครัวคบหากันมาตั้งแต่แกยังจำความไม่ได้ พ่อจะไม่ยอมให้เสียความสัมพันธ์เพราะเรื่องทำนองนี้เด็ดขาด” จักรวาลไม่เปิดโอกาสให้ภวัตโต้แย้ง ยื่นคำขาด ว่าต้องรับผิดชอบ

ภวัตกลัดกลุ้ม เข้ามานั่งในห้องโป่ง เพราะไม่รู้จะคุยกับใคร แต่ถ้าไม่ได้ระบายคงอกแตกตาย โป่งตกใจตื่น มานั่งฟังภวัตระบาย พอรู้เรื่องถึงกับอุทานว่า

“โอ...อาจารย์รู้เข้าอาละวาดตายเลย ตายๆๆยิ่งเป็นคนนี้ จารย์อาละวาดหนักเลย”

ภวัตทำหน้างงๆ โป่งบอกว่า อาจารย์หมายถึงแนนนี่ เพราะสอนมายากลตน โป่งไม่รู้จะออกความเห็นอะไร ภวัตถอนใจและว่าแค่ฟังเขาระบายก็พอ เพราะพ่อจะจับเขาหมั้นกับดารกา

ปัทมนเรียกดารกาไปพบในห้องพระ ดารกาตั้งใจจะเอาจดหมายมาลีให้อ่าน แต่พอถูกถามเรื่องตนกับภวัตจึงเก็บจดหมายไว้ ปัทมนถามว่ารู้สึกอย่างไรกับภวัต ดารกาสารภาพว่าตนรักภวัตมาก ปัทมนถอนใจเพราะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ แต่ก็บอกดารกาให้ไว้ใจแม่...แนนนี่เดินผ่านห้องพระ ดารกาหน้าตาระรื่นออกมา ยิ้มทักยังไม่นอนหรือ แนนนี่งงถามจะมาไม้ไหน

“แนนนี่พูดอะไรพี่ดางงไปหมดแล้ว ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ถ้าแนนนี่รู้ข่าวดีของพี่ดากับพี่ภวัต แนนนี่คงอารมณ์ดีเอง”

“ข่าวดีอะไร บอกมานะ อ้อ...กะจะพูดให้แนนนี่อารมณ์เสียละสิ ไม่มีทาง ยัยพี่ดาเพ้อเจ้อ”

ดารกายิ้มยั่วก่อนจะเดินไป ปล่อยแนนนี่ยืนครุ่นคิดว่าเรื่องอะไร

ooooooo

วันรุ่งขึ้น บนโต๊ะอาหาร ดารกาเอาอกเอาใจปัทมนจนผิดสังเกต ธานีเห็นแล้วแปลกใจ ทำไมดารกา ไม่เสียใจเรื่องจดหมาย ส่วนแนนนี่คาใจเรื่องที่ดารกา พูดทิ้งไว้เมื่อคืน

“เมื่อคืนพี่ดาพูดว่ามีข่าวดีจะบอก ตกลงมันเรื่องอะไรเหรอคะ”

ปัทมนหน้าเจื่อนหันมากำชับดารกา “ไหนลูกดารับปากกับแม่แล้วไง”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่ น้องดาไม่เคยผิดคำพูด คุณแม่เชื่อน้องดานะคะ...ฟังอะไรผิดหรือเปล่าจ๊ะแนนนี่ พี่ไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย”

“แนนนี่ได้ยินเต็มสองหูว่าพี่ดาพูดอย่างนั้น”

“อืม...ถ้างั้นพี่คงพูดผิดไปน่ะจ้ะ ขอโทษด้วยนะจ๊ะ”

ปัทมนตัดบทให้ทุกคนทานข้าว ป้าผาดเข้ามารายงานว่า ภวัตมารับดารกาแล้ว แนนนี่แปลกใจ ดารการีบลุกออกไป ธานีถามปัทมนว่าภวัตคบกับดารกาหรือ ปัทมนหน้าเครียดลง

แนนนี่ไม่เชื่อวิ่งตามมาถามภวัตที่รถ “พี่ภวัตกับ

พี่ดาคบกันเป็นแฟนเหรอคะ”

ภวัตหน้าเจื่อนตอบไม่ถูก ดารกาออกหน้าแทนบอกแนนนี่ว่า ตนกับภวัตมีโปรเจกต์การแพทย์ที่ต้องทำร่วมกันที่โรงพยาบาลหมอไชย จึงต้องอาศัยรถภวัตไปไหนมาไหนด้วยกัน แนนนี่ไม่เชื่อ ภวัตจึงเออออไปตามที่ดารกาพูด

ตลอดวัน แนนนี่ครุ่นคิดแต่เรื่องภวัตกับดารกา ปีเตอร์ชวนคุยอะไรก็ไม่สนใจ จนกระทั่งแนนนี่ชวนปีเตอร์ให้พาไปที่โรงพยาบาลที่ภวัตทำงาน...และแล้วก็ไปเจอกับบุษบาเข้าและมีเรื่องกัน ภวัตเข้ามาห้ามและให้แนนนี่ขอโทษบุษบา แต่แนนนี่ไม่ยอม ภวัตจึงให้แนนนี่มาขอโทษไชยแทน ในฐานะเจ้าของโรงพยาบาลและเป็นพี่ชายบุษบา ไชยเห็นแนนนี่ ก็พึงพอใจ ส่งสายตาเจ้าชู้ บุษบาปรามไม่ให้ยุ่ง แต่ไชยยอมรับว่าน่าสนใจทั้งพี่ทั้งน้อง

ภวัตพาแนนนี่มาคุยในห้องทำงาน แนนนี่พาลพะโลถามเรื่องบุษบา ภวัตเล่าว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่โน่นแต่อยู่คนละคณะกัน แนนนี่ขอให้ภวัตลาออก ภวัตหัวเราะ

“เกเรใหญ่แล้ว จะให้พี่ย้ายงานแค่เพราะแนนนี่ไม่ชอบเจ้าของโรงพยาบาลเนี่ยนะ”

ไม่ทันไร บุษบาตามมา ทำทียิ้มแย้มมาชวนไปทานข้าว แนนนี่หมั่นไส้ร่ายคาถาให้มีกำแพงโปร่งขวางไม่ให้เดิน มาใกล้ภวัต บุษบาชนตูมร้องลั่นกุมหน้าผาก ภวัตตกใจ

“ทำไมบวมปูดเลยล่ะ เกิดอะไรขึ้น”

“บุษ...บุษเหมือนกับเดินชนกำแพงน่ะค่ะ”

“สงสัยพี่ภวัตต้องเช็กประสาทคุณบุษบาแล้วล่ะค่ะ ไปล้มหน้าคะมำที่ไหนมาแล้วจำไม่ได้มากกว่ามังคะ ไม่ความจำเสื่อมก็แก่นั่นเอง ฮ่าๆๆๆ” แนนนี่หัวเราะแล้วเดินออกไป ก่อนไปแกล้งเสกรูปถ่ายตนกับภวัตวางไว้เต็มห้อง

บุษบาเหลือบไปเห็นโวยวายยกใหญ่ว่าที่นี่โรงพยาบาล ทำไมมีแต่รูปแบบนี้ ภวัตเองก็งง แถมมีรูปใหญ่บนผนัง เป็นภาพชุดแต่งงานระหว่างเขากับแนนนี่อีกด้วย

ooooooo

ตอนที่ 4

ภวัตตามมาดึงแนนนี่ไว้ก่อนที่จะกลับไปกับปีเตอร์ ขอคุยตามลำพัง ปีเตอร์หน้าเหวอ ภวัตคาดคั้นถามว่า ทำอะไรบุษบา เพราะโป่งเคยเล่าให้ฟังว่า แนนนี่ ชอบสอนมายากล

“พี่ภวัตก็เลยคิดว่า แนนนี่ใช้มายากลแกล้งยัยบุษบามารศรีของพี่ภวัต ฮ่าๆๆทำยังงั้นได้ก็มีแต่แม่มดเท่านั้น

ละค่ะ แบร่...” แนนนี่ทำมือหลอก

“ทำไมชอบพูดถึงแม่มดนักนะเรา ล้อเล่นอย่างนี้น่ะ พี่ถึงกับเคยเก็บเอาไปฝันว่าแนนนี่ขี่ไม้กวาดตามเครื่องบินตอนไปอเมริกา”

“ตื่นขึ้นมาคนนั่งข้างๆหัวเราะพี่ภวัตใหญ่เลย” แนน–นี่เสริม

“เลิกนอกเรื่องซะที...พี่ไม่สนว่าเราจะแก้ตัวยังไง แต่อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ครั้งนี้เขาหัวบวมปูด แต่ถ้าครั้งหน้าเขาเจ็บตัวมากกว่านี้ แล้วเขาเอาเรื่องแนนนี่ขึ้นมาล่ะ จะทำยังไง”

“มีหลักฐานเล่นงานแนนนี่เหรอคะ”

“ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่าเป็นคนทำ”

แนนนี่หาทางแก้ตัวด้วยการหงุดหงิดใส่ และว่าตนไม่มีวันไปขอโทษเด็ดขาด แนนนี่วิ่งหนีไปหาปีเตอร์ ควงแขนกลับไป ภวัตมองตามอย่างหนักใจ...ออกมาได้ แนนนี่ให้ปีเตอร์พาไปซื้อของในห้าง เธอเลือกเสื้อผ้าสวยๆ ปีเตอร์ถามว่าจะใส่แข่งกับแฟนภวัตหรือ แนนนี่ยิ่งโกรธ อย่างตนไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร เห็นๆอยู่ว่าเริดกว่า

“จริงจ้ะๆ แนนนี่ไม่ต้องแต่งอะไรเลยก็สวย ยิ่งถ้าใส่เครื่องเพชรที่ปีเตอร์ให้ไปละก็ต้องเหมือนเจ้าหญิงแน่ๆเลย”

“เครื่องเพชร...เครื่องเพชรอะไรของเธอ” แนนนี่งง

ปีเตอร์หมายถึงเครื่องเพชรที่แนนนี่เลือกให้คราวก่อน เขาใส่กระเป๋าให้เธอไป

“อีตาบ้าปีเตอร์...เครื่องเพชรราคาเป็นล้าน เอา มาหย่อนใส่กระเป๋าฉันได้ไงหา...ป่านนี้มิหายไปแล้วเหรอ แล้วฉันจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อใช้นาย บ้าๆๆบ้าที่สุดเลย”

“หายก็ช่างมันสิ ปีเตอร์ซื้อให้ใหม่วันนี้เลยก็ได้”

แนนนี่อยากจะร้องกรี๊ด แต่ต้องกลั้นเสียงไว้เพราะอยู่กลางห้าง...

ooooooo

และแล้ว ดารกาตัดสินใจมาบ้านมาลี โดยอ้างว่ามาแทนดารกา เธอต้องการเห็นความเป็นอยู่ของแม่ แต่พอได้เห็นความซอมซ่อและรู้ว่ามาลีต้องการเงินไปใช้หนี้สองแสนบาท เธอถึงกับอึ้ง ระงับความโกรธตอบไปว่า ดารกาจะไปหาเงินที่ไหนมาให้ มาลีให้ขอจากแม่บุญธรรม

“เงินสองแสนเขาขอกันง่ายๆอย่างที่น้าพูดได้ก็ดีสิ”

“ก็แล้วแต่บุญแต่กรรมก็แล้วกัน ยังไงน้าก็รบกวนคุณช่วยคุยกับดารกาให้หน่อย บอกเขาว่าเจ้าหนี้ขู่จะฆ่าทั้งฉันแล้วก็พ่อดารกา ถ้าหาเงินไปคืนพวกมันไม่ได้”

“แล้วจะบอกให้ก็แล้วกัน” ดารกาสุดจะทน ลุกขึ้นจะกลับ

สดับในสภาพเปลือยท่อนบน มีเสื้อพาดบ่า กลิ่นเหล้าคละคลุ้งเดินเข้ามาจับไหล่ดารกา

“ดารกาลูกพ่อ...ลูกพ่อจริงๆด้วย”

ดารกายืนตัวแข็งทื่ออย่างรังเกียจ มาลีรีบดึงสดับ

ออก แล้วบอกว่าไม่ใช่ สดับจ้องหน้าดารกาอย่างไม่เชื่อ ดารกา แววตาหวาดผวารีบบอกว่า

“พวกคุณจะได้เงินที่ขอ แต่ต้องรับปากว่าจะไม่ไปที่บ้านดารกาอีก...อย่าไปที่นั่นเด็ดขาด”

พูดจบ ดารกาวิ่งออกมา จนมาถึงริมฟุตปาท เธอหยุดร้องไห้โฮด้วยความคับแค้นใจที่มีพ่อแม่อย่างสดับและมาลี เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่อายคนที่ผ่านไปมา...

รับปากไปแล้ว ดารกาก็ต้องหาเงินให้ได้ เธอตัดสินใจขโมยบัญชีเงินฝากที่ปัทมนฝากให้จากโต๊ะทำงานในห้องแนนนี่ พอดีแนนนี่เข้ามาเจอ

“พี่ดาเข้ามาค้นห้องแนนนี่ทำไม”

ดารกาคุมสติไม่มีวี่แววตกใจให้เห็น หันมาตอบว่า “คุณแม่ให้พี่มาเอาสมุดบัญชีธนาคารร่วมของเราสองคน เห็นท่านบอกว่าแนนนี่เอามาถ่ายเอกสารหน้าบัญชี แต่ก็ไม่เห็น เก็บคืนเข้าตู้”

แนนนี่ข้องใจทำไมแม่ไม่ทวงกับตน ดารกาให้ไปถามเองแต่ดักคอว่า “อ้อ คุณแม่ทราบเรื่องที่แนนนี่ไปก่อเรื่องวุ่นวายที่โรงพยาบาลแล้วนะ คุณบุษบาถึงกับหน้าผากบวมเลยนี่ ทางที่ดีพี่ดาว่าแนนนี่ยังไม่ควรกวนใจท่านเวลานี้”

แนนนี่ชะงักเถียงไม่ออก ได้แต่มองดารกาเดินออกไปอย่างงงๆ...

ooooooo

หลับเป็นตายยันเช้า ชิกเก้นตื่นมาพบว่า แนนนี่หายไปพร้อมไม้กวาด ก็ตกใจคิดว่าโดนจับตัวไป จึงคิดจะไปให้ทาฮิร่าช่วย...ในขณะที่ แนนนี่ขี่ไม้กวาดชมเมือง เห็นนักเรียนใส่เครื่องแบบขี่ไม้กวาดเหมือนกำลังไปเรียน จึงเข้าไปทักทายและตามไปด้วย

ในห้องเรียน เผอิญเป็นชั่วโมงสอนของบาบาร่า กลุ่มนักเรียนที่แนนนี่มาด้วยถูกบาบาร่าเอ็ดที่มาสายและถามเหตุผล แนนนี่ตอบแทนว่ารถติด บาบาร่าแว้ดทันที

“รถติด...เมืองเวทมนตร์มีรถติดด้วยเหรอ ก้าวออกมา ใครที่ตอบเมื่อกี้ ครูบอกให้ออกมา”

แนนนี่ค่อยๆก้าวออกมา บาบาร่ามองอย่างสงสัย... ระหว่างนั้น ชิกเก้นไปที่บ้านทาฮิร่าพอเห็นหน้าก็ไม่กล้าบอกเรื่องแนนนี่ ทาฮิร่าจึงบอกว่าจะต้องรีบไป กลับมาค่อยคุยกัน พอทาฮิร่าจะไป ชิกเก้นเรียกไว้ “เดี๋ยวสินาย...”

“อะไรของแกอีก ฉันสายมากแล้ว ต้องไปช่วยยัยบาบา–ร่า สอนที่โรงเรียนเวทมนตร์”

ชิกเก้นพยักหน้า แต่พอทาฮิร่าจะไปก็เรียกไว้อีก ทาฮิร่าเริ่มโกรธ ขู่ว่าถ้าไม่บอกว่ามีอะไรจะเค้นคอให้พูด ชิกเก้นถอยกรูดและว่าไม่กวนแล้วให้ไปเถอะ ชิกเก้นรำพึงจะทำอย่างไรดี ไทเกอร์โดดแผล็วเข้ามา ถามว่าเมื่อกี้ที่คุยกับทาฮิร่า พูดถึงแนนนี่  เป็นใครมาจากไหน  ชิกเก้นหน้าเสียคิดหาทางออก...

ooooooo

ตลอดเวลา บาบาร่าจับตาดูแนนนี่ เธอให้นักเรียนเอาอุปกรณ์ที่เตรียมมาเพื่อเรียนวิชาปรุงยาวันนี้ออกมา แนนนี่หันรีหันขวางเพราะไม่รู้อะไรเลย บาบาร่าถามแนนนี่

“เอาล่ะ บอกชื่อสกุลเธอมา”

“แนนนี่มิตรา” แนนนี่คิดชื่ออย่างฉับไว

“ฉันถามถึงสกุล ชื่อน่ะรู้แล้ว บอกมา เธอสืบเชื้อสายมาจากสกุลอะไร ฉันไม่คุ้นหน้าเธอเอาซะเลย รอนอยรินนิอุส หรือปรีโตรนานซุส หรือว่าจะเป็นสกุล...”

แนนนี่กลอกตาไปรอบห้อง ไปสะดุดที่ไดโนเสาร์ หนึ่งรีบตอบ “ไทราโนซอรุสค่ะ”

บาบาร่ารู้สึกคุ้นหู กำลังจะเอ็ดว่ากวน แนนนี่คว้าตุ๊กแกแถวนั้นมาชูตรงหน้าถามว่าตัวนี้ใช้ทำยาได้ไหม บาบาร่าตกใจร้องลั่นก่อนจะโกรธดึงตุ๊กแกโยนทิ้งไปโดนเด็กนักเรียน ร้องกันวี้ดว้าย เกิดความชุลมุนชนกรงสัตว์ต่างๆหลุดออกมา โกลาหลกันไปหมด

“นี่ๆๆพวกเราทุกคนเป็นแม่มดนะ ลืมรึไง ช่วยกันจับสัตว์กลับคืนที่ มนต์สยบสัตว์ก็สอนกันไปแล้วนี่ ทำไมไม่ใช้ หา...อ๊าย...” บาบาร่าร้องเพราะแมงมุมยักษ์โดดมาเกาะที่หัว “เพราะเธอ เพราะเธอคนเดียว ทำให้ ห้องเรียนกลับสู่ความสงบ ไม่ยังงั้นเธอถูกฉันจับส่งฝ่ายเวทย์ธุรการแน่”

แนนนี่ทำหน้าจะร้องไห้ พยายามตั้งจิตร่ายมนต์ พลัน สัตว์ต่างๆกลับคืนเข้ากรง ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม บาบาร่าถึงกับงุนงงเธอให้แนนนี่ทำให้ดูอีกครั้ง เพื่อนๆฮือฮากันใหญ่

บาบาร่าออกมาโทร.เรียกทาฮิร่าให้รีบมา ทาฮิร่าขี่ไม้กวาดอยู่บ่นว่ากำลังไป

“รอไม่ไหว เธอรู้มั้ย ฉันได้ดาวรุ่งที่เราจะดันเข้าประกวดแม่มดยังบลัดแล้วนะ”

“อะไรมันจะเจอง่ายดายขนาดนั้น แม่มดสาวที่สวย เก่งเวทมนตร์หน้าใหม่ ไม่เคยประกวดอะไรมาก่อน”

“แนนนี่มิตรามีคุณสมบัติตรงทุกอย่าง” น้ำเสียง บาบาร่าตื่นเต้น

ทาฮิร่าสะดุดหูชื่อแนนนี่มิตรา เธอวางสายแล้วหายตัวแวบมาอยู่ข้างหลังบาบาร่าทันที บาบาร่าสะดุ้ง ทาฮิร่ารีบบอกให้พาไปดูเด็กที่พูดถึง บาบาร่าพูดด้วยความดีใจ

“ฮิๆยิ่งเราสร้างสังกัดแม่มดได้ใหญ่เท่าไหร่ อำนาจการออกเสียงในสภาแม่มดก็อยู่ในมือเรามากเท่านั้น ทีนี้ละ ตำแหน่งประธานสภาของฉันก็ไม่หนีไปไหนฮ่าๆๆ”

“ทั้งปี ไม่พ้นการเมืองอีกละ ชักไม่อยากเห็นหน้าแม่มดยังบลัดอะไรนั่นของเธอซะแล้ว”

บาบาร่าดึงทาฮิร่าที่กำลังจะเดินหนีให้เข้ามาในห้องเรียน แนนนี่กำลังสอนเพื่อนนักเรียนให้ใช้เวทมนตร์อย่างสนุกสนาน พอเห็นทาฮิร่าเข้ามาก็ตกใจรีบหลบ พยายามร่ายคาถาให้ตัวเองเปลี่ยนหน้าเป็นคนอื่น แต่ไม่สำเร็จ บาบาร่าเข้ามาดึง แนนนี่เห็นจวนตัวก้มหน้าตัวงอร้องว่าปวดท้องทาฮิร่าจะเข้ามารักษาให้ แนนนี่รีบร้องว่าตนปวดท้องหนักและราดแล้วด้วย ทาฮิร่าชะงักไม่กล้าเข้าใกล้ แนนนี่วิ่งจู๊ดออกไป บาบาร่าบอกทาฮิร่าว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็เจอในคลาสขี่ไม้กวาด

แนนนี่หลบมาซ่อนตัวในห้องสมุด แต่แล้วเกิดชนชั้น หนังสือหล่นกระจาย บรรณารักษ์เข้ามาเอ็ดและสั่งให้จัดเก็บให้เรียบร้อย แนนนี่พยายามร่ายคาถา ทันใด หนังสือทยอยหล่นจากชั้นมาใส่ บรรณรารักษ์เดินเข้ามาอย่างเหลืออด แนนนี่ไม่รู้จะทำอย่างไรรีบวิ่งหนีออกมาทั้งที่ปากคาบพ็อกเกตบุ๊กติดมาเล่มหนึ่ง...พ้นออกมาได้ แนนนี่ดึงหนังสือออกมาโบกให้คลายร้อนอย่างไม่ตั้งใจ พอเห็นว่าเป็นหนังสือในห้องสมุดก็จะเอาเข้าไปคืน แต่ไม่กล้า

“เข้าไปมีแต่ตายกับตาย เอาไงดี...ตำราเวทมนตร์...

ไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยนี่” พอเห็นชื่อหนังสือ แนนนี่ดีใจ กลอกตาซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเอาหนังสือซุกไว้ในเสื้อ

ถึงชั่วโมงขี่ไม้กวาด ทาฮิร่ากับบาบาร่าเข้ามาสอน แนนนี่ดีใจที่ชิกเก้นมาด้วย จะเข้าไปหาต้องชะงักเห็นไทเกอร์อยู่ข้างๆ บาบาร่าให้แนนนี่ลองขี่ไม้กวาด เธอฉวยโอกาสขี่หนี ทาฮิร่าเหินตาม พอเห็นถนัดว่าใช่แนนนี่ จึงช่วยให้หนีพ้นไปจากที่นี่ โดยให้ชิกเก้นตามไปดูแล

ชิกเก้นพาแนนนี่กลับมาที่กระท่อมร้าง ต่อว่าที่หนีเที่ยวแบบนี้ แนนนี่กลับโทษว่าเป็นความผิดชิกเก้นที่ตื่นสาย และบีบบังคับให้แก้ตัวด้วยการพาตนไปตึกเวทย์ไฮเทค ไม่อย่างนั้นตนจะไปเอง ชิกเก้นจำต้องยอมแต่มีข้อแม้ว่า ห้ามอยู่หางตนเกินหนึ่งฟุต ถ้าเจอไทเกอร์ให้ถอยห่าง

ตึกเวทย์ไฮเทคเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค มีร้านค้ามากมาย พ่อค้าแม่ค้าเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้ามาชมสินค้าใหม่ๆ แนนนี่ได้ยินร้านหนึ่งโฆษณาว่ามีเครื่องที่เพียงกดปุ่มก็จะรู้อนาคตรีบปรี่เข้าไป ชิกเก้นต้องดึงตัวออกมาและว่าอยากได้ลูกแก้วไม่ใช่หรือ

“ก็แนนนี่อยากรู้อนาคต อยากรู้ว่าแนนนี่จะได้แต่งงานกับพี่ภวัตรึเปล่า”

“โอ๊ะโห แนนนี่ วันนี้จะรอดรึเปล่าก็ไม่รู้ คิดถึงเรื่องแต่งงาน ชิกเก้นอยากจะบ้า...”

“แนนนี่ก็จะบ้าเพราะชิกเก้น ที่บ่นไม่หยุดเนี่ย” แนนนี่เดินเข้าร้านที่ขายลูกแก้วมากมาย

บอกความต้องการกับพ่อค้า พ่อค้าจัดมาให้ แนะนำสรรพคุณและบอกราคา แนนนี่ผายมือไปทางชิกเก้นเพราะไม่มีเงิน ชิกเก้นส่ายหน้าไม่มีเช่นกัน พ่อค้าเหล่อย่างไม่พอใจชิกเก้นกระซิบให้แนนนี่เสกเงิน แนนนี่ เสกเงินไทยให้ ชิกเก้นต้องดึงจากลูกค้าอื่นมาให้ดูแบบอย่าง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.7 มนสิชา เกินทน สวรส สวมบทเมียแสดงความเป็นเจ้าของ ชาครีย์
14 เม.ย. 2564

05:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 10:55 น.