ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าตรู่ที่บ้านพักชายทะเล พาทีโทร.ปลุกพรนางฟ้าให้ลุกมาช่วยกันทำอาหารเช้า หญิงสาวนอนม้วนไปม้วนมาด้วยความเขินบนเตียง พอนึกได้ก็พยายามห้ามใจตัวเอง ท่องเอาไว้ว่าชอบเขาไม่ได้ เราเป็นสายลับไม่ใช่แฟนโปรดิวเซอร์ คิดแล้วก็อดเขินอายต่อไม่ได้

    พาทีเตรียมวัตถุดิบทำอาหารไว้พร้อม พอพรนางฟ้ามาถึงเขาก็บอกให้สวมผ้ากันเปื้อน เธออิดออดให้เขาสวมให้ เขาจึงเขกหัวเธออย่างเอ็นดูก่อนจะยอมสวมให้เหมือนสวมกอดเธอ ทั้งสองเขินกันเอง หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องมาถามวันนี้ทำอะไร พาทีตอบว่าแกงเลียงกับน้ำพริกปลาทู เธอทึ่งที่สี่หนุ่มกินเป็น พาทีตอบขำๆ

    “น้อยไปสิ พวกนั้นชอบอาหารไทยจะตายแต่พี่น่ะบังคับให้พวกนั้นกินแต่อาหารเพื่อรักษาสุขภาพ รักษาน้ำหนัก ลืมไปเลยว่าอาหารเรานี่รักษาสุขภาพชัดๆ”

    พรนางฟ้านึกได้ถามเรื่องที่จุงเบเป็นหอบ รักษาจริงจังหรือยัง พาทีบอกว่ารักษาอยู่ ทั้งสองคุยกันไปทำอาหารกันไป เควินออกมาเห็นชักสงสัยว่าพี่ชายจะชอบแองจี้ เข้าไปเหล่ใกล้ๆ พาทีให้แองจี้ไปปลุกคนอื่นๆตื่นมาวิ่ง เควินกระเซ้าจนพาทีเขกหัว พรนางฟ้ามองรู้สึกว่าสองคนนี้สนิทกันแปลกๆผิดกับสมาชิก

    คนอื่นในวง พอเธอเดินไป เควินก็ถามพาทีทำไมมองแองจี้ตาเป็นประกายเหมือนชอบเธอ เขาชะงักเอ็ดให้เงียบไปเลยอย่าพูดอะไรบ้าๆ
    อยู่กันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว

    ว่าชอบ ตกลงชอบแองจี้ใช่มะ...ไม่บอกแสดงว่าชอบ โหพี่...งานนี้ไอ้ไลออนไม่ยอมแน่ๆ”

    “เออ ไม่ยอมก็ไม่ยอม” พาทีเผลอโพล่งออกมา เควินถามจะทำอย่างไร “ไม่รู้ ตอนนี้บลูปรินซ์สำคัญที่สุด ส่วนแกตำน้ำพริกไปเลย...”

    เควินมองพี่ชายอย่างห่วงๆ พอดีอรนาฏโทร.เข้ามา เควินกลัวพาทีรู้รีบขอตัวแยกไปคุย พาทีมองอย่างสงสัย...อรนาฏโทร.มาขอความช่วยเหลือจากเควิน เขารู้สึกแปลกใจ

    พอตอนสาย พาทีกับเควินตั้งโต๊ะอาหารเสร็จ

    จุงเบกับคฑาเดินมา พาทีจึงถามถึงไลออนกับแองจี้ จุงเบบอกว่าสวีตกันอยู่กำลังตามมา เควินมองหน้าพาทีแต่เขาแกล้งทำหน้าปกติ สักครู่สองคนเดินมา

    พาทีเรียกให้ทานข้าว เผอิญแพรพิณโทร.มา พรนางฟ้ารับสายแล้วขอตัววิ่งออกไป

    สามสาวจีสแกนนัดเจอกันที่ร้านอาหารริมทะเล แพรพิณเอารูปหมอไทยกับชยุตนอนด้วยกันให้ดู แล้วบ่นว่าสงสารอันนาเอาแต่เศร้า พรนางฟ้ากับบัวบุหงารู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกแพรพิณเช่นกันจึงเอ่ยถามเพื่อนยังไหวไหม เธอตอบยิ้มๆไม่เป็นอะไร ตนไม่ได้เป็นอะไรกับชยุต

    พรนางฟ้าฉุกคิดถามแพรพิณว่าเจอถุงยาง

    หรือเจลหล่อลื่นไหม แพรพิณหน้าแดงบอกไม่ได้ดู บัวบุหงาท้วงว่าคนเมามีอารมณ์ไม่ทันใช้ของพวกนั้น จะสงสัยไปทำไม พรนางฟ้าคิดถึงสายตาหมอไทย

    เวลามองอันนา ไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นเกย์ แพรพิณโพล่งถามแล้วสายตาชยุตที่มองตนล่ะ เห็นอะไรบ้าง ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะตอบ เห็นพาทีเดินเข้ามาในร้านกับเฌอเบลล์ ก็คิดจะหลบแต่ไม่ทัน เฌอเบลล์เห็นแกล้งควงพาทีเข้ามายั่ว

    ในจานของแพรพิณมีเปลือกกุ้ง เฌอเบลล์จึงรู้ว่าครั้งก่อนแพรพิณแกล้งทำเป็นแพ้อาหารทะเลให้พาทีต้องทิ้งตนพาไปโรงพยาบาล บัวบุหงาแก้ตัวแทนว่าเป็นของตนที่ทิ้งในจานเพื่อน เฌอเบลล์หมั่นไส้ เห็นพนักงานถือถาดน้ำแข็งเดินมาจึงแกล้งชนทำให้ถังน้ำแข็งหล่นลงโต๊ะ อาหารกระเซ็นใส่เสื้อผ้าสามสาว พาทีประคองเฌอเบลล์ไม่ให้ล้ม บัวบุหงาโวยทันทีว่าเธอแกล้ง

    เฌอเบลล์อ้อนพาทีว่าไม่จริง พาทีหันมาขอให้พรนางฟ้าช่วยพูดกับเพื่อนๆอย่าหาเรื่องเฌอเบลล์

    หญิงสาวจ้องตาเขาอย่างเจ็บปวดใจ เขาส่งสายตาวอนอย่ามีเรื่องกัน เธอจึงจำต้องให้เพื่อนขอโทษเฌอเบลล์ บัวบุหงาฮึดฮัดจำต้องยอมขอโทษ เฌอเบลล์ทำใจดีขอจ่ายค่าอาหารให้ทั้งหมด พรนางฟ้าจ้องหน้าพาทีแล้วบอกเชิญเขากับเฌอเบลล์ตามสบายแล้วชวนเพื่อนๆกลับ

    แพรพิณกลับมาหาอันนา แต่เธอยังเอาแต่นอนร้องไห้ แพรพิณลงมานั่งริมสระรู้สึกเฮิร์ตไม่น้อยไปกว่าหลาน จึงสั่งเหล้ามากิน ไม่สนใจว่าตับจะแข็งถ้ามันรักษาหัวใจได้ จนเมาปลิ้น

    ส่วนบัวบุหงากลับมาทำงานที่กองถ่าย พันธิตเห็นเธอหน้าเครียดก็เข้ามาเหย้าแหย่ พอรู้ว่าเธอเครียดเรื่องเพื่อนอกหัก ก็ปลอบว่าความรักไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต สนุกกับชีวิตดีกว่า หญิงสาวกลับโกรธหาว่าเขาเห็นความรักเป็นเรื่องสนุกเหมือนผู้ชายทั่วไป ไม่สนใจว่าผู้หญิงจะรู้สึกอย่างไร ว่าแล้วเดินหนีไป พันธิตงงว่าตนพูดอะไรผิด จึงวิ่งตามไปคว้าแขนเธอไว้ถามเป็นอะไร

    “ถ้าคุณจะคุยกับฉันเพียงเพราะว่าคุณรู้สึกว่าสนุก ก็อย่ามายุ่งกันดีกว่า”

    “อะไรบัว เมื่อกี้ผมพยายามจะปลอบใจคุณแล้วก็เพื่อนคุณอยู่นะ”

    “แล้วก็เป็นโชคดีของฉันที่ทำให้ฉันได้รู้สิ่งที่อยู่ในใจของคุณมาตลอดไง”

    พันธิตงงไปกันใหญ่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น พอดีอรนาฏโทรหาบัวบุหงา เธอเห็นหน้าจอเกรงพันธิตจะรู้ จึงตัดบทว่า รู้แบบนี้แล้วตนจะได้เลิกลำบากใจ ว่าแล้วก็เดินหนีไปรับโทรศัพท์ พันธิตยืนงงทำไมผู้หญิงเข้าใจยากอย่างนี้

    บัวบุหงาสะดุ้งเมื่ออรนาฏถามตรงๆว่าพันธิตหลงรักหรือยัง ตอบอ้อมแอ้มไปว่าคงรักแล้ว อรนาฏดีใจที่ลูกมีใจเป็นผู้ชายเสียที บัวบุหงาแย็บถาม ถ้าพันธิตรักตนจริงๆแล้วควรทำอย่างไรต่อไป อรนาฏตอบกลับมาว่าเธอก็มารับเงินไป

    “แล้วความรู้สึกของคุณพันธิตล่ะคะ” บัวบุหงาเป็นกังวล

    “โอ๊ย ลูกฉันยังงี้แหละ เดี๋ยวก็ลืม...เธอทำดีมาก ฉันจะโอนเงินให้เธอเดี๋ยวนี้”

    บัวบุหงายืนช็อกกำมือถือแน่น กับคำตอบของอรนาฏ พึมพำแล้วความรู้สึกตนล่ะ น้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...ด้านพันธิตหัวเสียกลับมาที่กองถ่าย พอดีนักข่าวกรูมาขอสัมภาษณ์วทันยู เจ๊โดมกับทีมงานช่วยกันไม่ให้เข้าถึงตัวพันธิต เขารีบโทร.หาวทันยู

    ระหว่างนั้นวทันยูยังหลับพริ้ม แม็กซี่นอนมองหน้าเขายิ้มปลื้มที่เขาเป็นฮีโร่ต่อยนักข่าวปกป้องเธอ พลันผู้จัดการส่วนตัวโทร.ตามให้ไปทำงาน เธอจึงหอมแก้มวทันยูอีกครั้งก่อนไป

    พันธิตกำลังหงุดหงิดที่วทันยูไม่รับสาย พาทีกลับมาเจอเรื่องวุ่นวาย จึงโทร.หาแองจี้ให้มาช่วยจัดการ ไม่นาน เธอก็มาถึง เชื้อเชิญนักข่าวให้ไปนั่งดื่มกาแฟ ทานของว่างรอจนกว่าวทันยูจะมา พันธิต พี่คิดและเจ๊โดมทึ่งกับความสามารถของแองจี้ เธอทวงคำชมจากพาที แต่เขาทำเฉยสั่งให้ไปดูแลบลูปรินซ์ เธอหน้างอเดินไป

    ooooooo

    มีพนักงานโรงแรมฝากจดหมายบัวบุหงาไปให้จุงเบ เพราะเห็นเธอแขวนป้ายทีมงาน เธอสงสัยมากจึงแอบเปิดอ่าน เห็นข้อความว่า เย็นนี้เจอกันนะครับ ...บัวบุหงาเอะใจรีบรายงานเพื่อน

    พรนางฟ้าแนะให้เอาจดหมายไปให้จุงเบแล้วดูปฏิกิริยา พอบัวบุหงาเอาจดหมายให้ จุงเบอ่านแล้วมีท่าทีตกใจ หันมาถามเธอว่าเปิดอ่านหรือเปล่า หญิงสาวส่ายหน้าถามกลับมีอะไรหรือ เขาหัวเราะกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร เป็นจดหมายจากแฟนคลับ พรนางฟ้าเอาน้ำเกลือแร่มาให้จุงเบแล้วขยิบตาให้บัวบุหงาออกไป

    ตัวเธอพยายามมองจดหมาย

    บัวบุหงาเดินออกมาระยะหนึ่งก็เอากล้องซูมไปที่จุงเบ แต่แล้วมีคนเดินมาชนอย่างแรง เป็นเควิน เขารีบขอโทษขอโพย พอเธอหันกลับมา จุงเบหายไปแล้ว

    สองสาวหลบมาปรึกษากัน ว่าใครกันแน่ที่แอ๊บ พรนางฟ้าไม่อยากเชื่อว่าเป็นจุงเบเพราะเห็นเป็นเด็กใสๆ ส่วนไลออนยิ่งไม่น่าใช่ บัวบุหงาแย็บว่าไลออนกับเควินเป็นคู่จิ้นกัน ไม่ทันคุยต่อ พรนางฟ้าเห็นพาทีมองมาก็รีบเดินไปหาเขา บัวบุหงาแปลกใจทำไมติดต่อแพรพิณไม่ได้ จึงเดินตามหาจนมาเจอเมาปลิ้นอยู่ริมทะเลตรงเรือประมงลำที่เคยมาหลบชยุตวันก่อน

    แพรพิณเมาขนาดขึ้นไปร้องตะโกนอยู่บนเรือ บัวบุหงาต้องไปลากเอาตัวลงมาพากลับที่พัก ผ่านชยุตที่นั่งเล่นอยู่ เขาเห็นรีบเข้ามาช่วยอุ้มเข้าห้อง...บัวบุหงาลืมไปเลยว่าชยุตคือต้นเหตุความเสียใจของแพรพิณ ดันฝากเขาดูแลเพื่อน ตนจะออกไปซื้อของกินให้หายแฮงก์มาไว้

    พักใหญ่แพรพิณเริ่มรู้สึกตัว ลืมตามาเห็นชยุตนั่งมองอยู่ก็คิดว่าตัวเองฝันไป บ่นออกมา “โอ้โห นี่นายกล้าเข้ามาหลอกหลอนฉันถึงในความฝันเลยเหรอ”

    ชยุตขำที่เธอยังไม่หายเมา เธอโวยไม่ได้เมาและไล่เขาออกไปจากความฝันแถมถีบเขาตกเตียง เขาร้องลั่นโวยว่าอุตส่าห์อุ้มขึ้นมานอน เธอชะงักนึกลำดับเหตุการณ์ อุทานในใจ คุณพระ อีตานี่อุ้มขึ้นมา ใบหน้าเริ่มแดงด้วยความอาย แกล้งทำเป็นเมาเพ้อเจ้อไปเรื่อยแล้วหลับต่อ

    ชยุตรู้ทันว่าแกล้ง ดึงเธอให้ลุกขึ้น เมื่อเธอไม่ลุกเขาจึงไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตาลงมาถึงคอให้ หญิงสาวใจเต้นรัวกลัวเขาเลยลงไปกว่านั้น เขายิ่งแกล้งทำทีเช็ดแขนไปพร่ำชมว่าทำไมเวลาหลับถึงสวยอย่างนี้ แล้วแกล้งทำท่าหื่น แพรพิณทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นร้องจะทำอะไร

    “อ้าว! ตื่น เอ๊ย ฟื้นคืนสภาพแล้วเหรอครับคุณแพร” หญิงสาวทำไม่รู้เรื่อง “ผมรู้นะว่าคุณรู้ตัวนานแล้วแต่แกล้งหลับต่อ ต้องการอะไรครับคุณแพรพิณ”

    แพรพิณแกล้งเมาต่อ ชยุตดักคอว่าไม่ทันแล้ว เธอก้มหน้าหลบตาพลันเห็นเสื้อผ้าตัวเองถูกเปลี่ยนก็ตกใจถามใครเปลี่ยน ชายหนุ่มแกล้งบอกว่าไม่ใช่แค่เปลี่ยนแต่อาบน้ำแปรงฟันให้ด้วย แพรพิณตกใจ เขาแกล้งเย้า คนอะไรอกนิดเดียว เธอร้องกรี๊ดเขวี้ยงหมอนใส่ไล่เขาออกไป ชยุตหัวเราะวิ่งออกมา บัวบุหงาถือของกลับมาตกใจรีบเข้าไปดูเพื่อน แพรพิณฟูมฟาย

    “แกรู้ไหม เพราะแก คุณชยุตเลยเห็นเรือนร่างของฉันหมดแล้ว” บัวบุหงาตกใจคิดว่าถูกปล้ำ “ไม่ใช่! แต่เสื้อผ้าเนี่ย เขาเป็นคนเปลี่ยนให้หมดเลย ฉันเสียตัวแล้ว ฮือๆๆ”

    “อีแพร! คนเปลี่ยนเสื้อผ้าแกน่ะฉันเอง ไม่ใช่คุณชยุต”

    แพรพิณชะงักหยุดฟูมฟาย ทันใดมือถือดังขึ้น บัวบุหงากดรับสายแล้วรีบบอกเพื่อนว่า ที่กองเรียกตน ต้องไปแล้ว ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ อาหารซื้อมาให้แล้ว แกะทานได้เลย แพรพิณหน้าเหวอร้องเรียกให้กลับมาดูแลกันก่อน เมื่อเพื่อนไม่กลับมาก็นั่งเซ็ง ชยุตโผล่เข้ามาถามต้องการคนดูแลหรือ แล้วทำท่าย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวตกใจกลัววิ่งหนีรอบห้องจนสะดุดล้มขาแพลง

    “ป้าหยุดซนสักหนึ่งนาทีได้ไหม แก่แล้ว มานี่ผมจัดการให้” ชยุตขำเข้าประคองพามานั่งแล้วนวดเท้าให้ จนเธอรู้สึกวาบหวิว

    ด้านหมอไทยตื่นขึ้นมาเห็นข้อความที่อันนาส่งมาบอกเราเลิกกันเถอะ...ก็ตกใจรีบแต่งตัวออกไป พนักงานเคาน์เตอร์รายงานว่า เมื่อเช้าภรรยาเขามาขอกุญแจขึ้นไปหาเขา หมอไทยเข้าใจว่าเป็นแพรพิณมาเจอตนนอนกับชยุตแล้วคงไปบอกอันนา ตนต้องรีบไปอธิบาย

    หมอไทยปะติดปะต่อเรื่องเมื่อคืนที่ตัวเองวิ่งหนีออกจากผับ เห็นอันนากับแพรพิณตามมา ชยุตให้แกล้งนั่งกินยาดองร้านข้างทาง แล้วชยุตก็เมาเละ อาเจียนจนเลอะเทอะไปหมด เขาจึงพากลับถอดเสื้อทั้งตัวเองและของชยุตออกกองที่พื้นห้อง ตัวเองก็เมาไม่น้อยจึงผล็อยหลับไป

    หมอไทยร้อนใจโทร.หาชยุตเพื่อบอกว่าแผนเขาเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ทั้งสองมาคุยกันริมทะเลคิดหาทางแก้ไขที่แพรพิณทำให้อันนาโกรธ...ทันใดอันนาเดินเข้ามาบอกทั้งสองว่าตนเห็นกับตาตัวเองว่าเขาสองคนนอนด้วยกัน ชยุตรีบอธิบายว่าพวกตนไม่ได้แก้ผ้า แค่ถอดเสื้อที่เปรอะอ้วกออก พวกตนไม่ได้ทำอะไรกัน สาบานได้ว่าพวกตนชอบผู้หญิง อันนายังเชื่อสายตาตัวเอง

    “น้องอัน! หลายเดือนที่ผ่านมา มันไม่สามารถพิสูจน์ความจริงใจของพี่ได้เลยเหรอ พี่ไม่เข้าใจ” หมอไทยร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

    “อย่าพูดถึงอดีตเลยค่ะ ตอนนี้อันตัดสินใจดีแล้ว ถึงพี่หมอไม่ใช่เกย์ คุณย่าพี่หมอก็ไม่ยอมรับในตัวอันอยู่ดี”

    “ตอนนี้คุณย่าท่านยังดื้ออยู่ แต่ถ้าเราสองคนพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเราสองคนรักกัน พี่เชื่อนะอัน พี่เชื่อจริงๆว่าท่านจะยอม”

    “ถ้ารักกันแล้วมันจะมีปัญหา จะเหนื่อยใจขนาดนี้ จบๆกันไปเลยดีกว่าค่ะ”

    หมอไทยใจหายวาบ ร้องไห้หนักขึ้น อันนาเองก็เจ็บปวดไม่น้อย กล่าวลาก่อนแล้วเดินออกมา พอคล้อยหลังเธอก็ปล่อยโฮสะอื้นจนตัวโยน

    ooooooo

    สามสาวจีสแกนมารวมกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอเห็นแพรพิณเศร้า พรนางฟ้าจับมือปลอบ ถ้าแน่ใจว่าเขาเป็นเกย์ก็ต้องตัดใจ แต่เธอกลับยอมรับว่ายาก เพราะชอบเขาเข้าไปแล้ว และถ้าเขาจะเป็นเกย์ ก็ไม่สนใจแล้ว จะเป็นอะไรก็เป็นแต่อย่าหายไปจากชีวิตตนก็พอ

    สองเพื่อนรู้สึกเห็นใจ พรนางฟ้าให้ถามไปเลยเรื่องที่เห็นชยุตนอนกับหมอไทย บัวบุหงาแย้งเห็นชัดๆขนาดนั้นยังถามอีก พรนางฟ้าขอให้เงียบก่อน แล้วให้แพรพิณตอบ เธอกลับส่ายหน้าบอก ถ้าชยุตอยากบอกคงบอกเอง บัวบุหงาพึมพำใครจะกล้าบอก

    พรนางฟ้ารำคาญ “บัว ที่กองไม่เรียกไปถ่ายเบื้องหลังหรือไง ลุกๆไปซะทีเหอะ...”

    “เอ๊า อีนี่ เพื่อนอุตส่าห์แว่บมากินข้าวด้วยยังจะบ่น แกก็รู้ว่าเขาพักกองเตรียมถ่ายฉากกลางคืน เดี๋ยวสี่หนุ่มบลูปรินซ์จะว่ายน้ำในทะเลยามค่ำคืน”

    แพรพิณตาโพลงอยากเห็น พรนางฟ้ารับว่าใช่แถมถอดเสื้อด้วย แพรพิณอยากลงไปว่ายด้วยคน บัวบุหงาให้เตรียมตัว พรนางฟ้าถลกเสื้อให้ดูว่าตนใส่ชุดว่ายน้ำไว้พร้อมแล้ว สองเพื่อนกรี๊ดกร๊าดเพราะชุดว่ายน้ำที่ใส่สีแปร๋นมาก พรนางฟ้าให้เพื่อนๆไปเตรียมตัวหลังเลิกกองเราจะเล่นน้ำกัน แพรพิณหายเศร้ารีบวิ่งไปเตรียมตัว พรนางฟ้าดีใจที่เพื่อนยิ้มได้

    ทีมงานวิ่งวุ่นเตรียมงาน พี่คิดกับพันธิตยืนสั่งการชี้โบ๊ชี้เบ๊ เจ๊โดมยิ้มปลื้มที่ได้แต่งหน้าสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พาทีกับพรนางฟ้าช่วยกันบรีฟบทให้สี่หนุ่มฟัง ว่าฉากต่อไปทั้งสี่จะต้องว่ายน้ำแข่งกันไปเอาธงสีเหลืองที่ปักไว้ คฑาจะเป็นคนถึงก่อน แต่ทุกคนต้องว่ายน้ำให้ดูแข็งขัน

    พอสี่หนุ่มถอดเสื้อเตรียมวอร์มร่างกาย เจ๊โดมเห็นกล้ามแต่ละคนแล้วอ้าปากหวอ ยกเว้นจุงเบที่ใส่เสื้อกล้าม ไลออนหันมายิ้มให้พรนางฟ้า เฌอเบลล์เดินเข้ามา พรนางฟ้าเห็นจึงเลี่ยงไปดูงานตรงอื่น แต่แอบมองพาทีดูแลหลานเจ้านายอย่างหึงๆ

    สักพักเด็กในกองวิ่งมาบอกพี่คิดว่าธงมันคว่ำลง คนงานที่จ้างไปผูกทุ่นกลับไปแล้ว พันธิตที่ยืนอยู่ด้วยสั่งให้ไปจ้างชาวบ้านมาทำแทน พรนางฟ้าเห็นว่าแค่ว่ายน้ำไปยกทุ่นหงายขึ้นเท่านั้นจึงอาสาทำให้ ว่าแล้วก็ถอดเสื้อออก เหลือชุดว่ายน้ำกับกางเกงขาสั้นวิ่งลงทะเลไป พาทีเห็นเป็นห่วงและไม่พอใจทำไมแก้ปัญหาแบบนั้น บัวบุหงากับแพรพิณที่อยู่แถวนั้นพากันห่วงเพื่อนเพราะใกล้มืดแล้ว ไลออนเองก็มองอย่างห่วงใย

    พรนางฟ้าว่ายออกไปไกลจนใกล้ถึงทุ่น เกิดเป็นตะคริวจมลง พาทีไม่รอช้ากระโจนว่ายน้ำออกไป เฌอเบลล์ห้ามไม่ทันโกรธมาก ไลออนรีบว่ายน้ำตามไปช่วย ทุกคนลุ้นสีหน้าตกใจ แล้วพาทีก็ดำลงไปอุ้มพรนางฟ้าขึ้นมาได้ พาขึ้นมาบนหาด ไลออนมองตามอย่างเคืองๆ

    พาทีท่าทางกังวลพยายามปฐมพยาบาลจนเธอสำลักน้ำออกมา ทุกคนดีใจ ไลออนเข้ามาแทรกกุมมือพรนางฟ้า พร่ำบอกแองจี้อย่าเป็นอะไรนะ พาทีจึงถอยออกมา เฌอเบลล์เข้าไปคล้องแขนพาทีพากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพัก

    เฌอเบลล์เอาใจด้วยการชงชาร้อนๆไว้ให้พาที หลังจากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากห้องน้ำ พยายามทำตัวอ่อนโยนห่วงใยเตือนให้กินยากันไว้ก่อนแล้วแอบจุ๊บแก้มเขา หยั่งเชิงเรื่องแองจี้ว่าดูไลออนจะห่วงเธอมาก พาทีแก้แทนว่าผู้จัดการวงคนนี้เด็กๆรักทุกคน

    ด้านพรนางฟ้ารู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพัก มีไลออนนั่งฟุบหลับกุมมืออยู่ข้างเตียง พอเธอขยับตัวเขาก็ตื่นด้วย ท่าทางเขาห่วงใยเธอมาก หญิงสาวเป็นห่วงงาน ไลออนรีบบอกว่าเรียบร้อยดีถ่ายต่อจนเสร็จ พรนางฟ้าคิดว่าไลออนเป็นคนช่วยชีวิตจากการจมน้ำ เขาไม่ตอบแต่กลับบอกว่าจะดูแลเธอเอง

    ที่กองถ่าย พาทีมาขอโทษพันธิตที่ลูกน้องทำให้วุ่นวาย เขากลับบอกว่าไม่เป็นไร งานออกมาดีและแองจี้ก็ปลอดภัยแล้ว ตนก็สบายใจ แล้วถามกลับว่าเขาไม่ไปดูแลเธอหรือ พาทีตอบว่าเธอมีคนดูแลแล้ว...พาทีเดินเศร้าๆจะกลับโรงแรม นึกเป็นห่วงพรนางฟ้าไม่น้อย

    ไลออนดูแลแองจี้ เห็นเธอยังสวมสร้อยสิงโตอยู่ก็ดีใจ หญิงสาวขอบใจที่เขาช่วยแล้วยังมาดูแลอีก ไลออนปัดไม่เป็นไรแต่กำชับอย่าทำแบบนี้อีก แล้วเขาก็ถือโอกาสนี้เอาแหวนเปลือกหอยออกมาอยากสวมให้เธอ พรนางฟ้าลังเลไม่อยากปฏิเสธรอบสอง เพราะเขามีบุญคุณ พลันได้ยินเสียงจามที่หน้าห้อง ทั้งสองชะงัก พรนางฟ้าเชื่อว่าเป็นพาทีจึงขอให้ไลออนออกไปดูให้ที ไลออนเดินจะถึงประตู จังหวะนั้นบัวบุหงากับแพรพิณเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน

    เมื่อเห็นว่าบัวบุหงากับแพรพิณมา ไลออนจึงวางแหวนที่เตียงแล้วพูดเป็นนัยๆกับแองจี้ว่าเก็บไปคิดดู ก่อนจะขอตัวออกไปก่อน แพรพิณมองตามเคลิ้มๆจนบัวบุหงาต้องสะกิดเรียกสติ

    “แกไม่เป็นไรนะฟ้า ฉันตกใจมากนึกว่าแกตายไปแล้วซะอีก” แพรพิณโผกอด

    “บ้า ถ้าตายแล้วจะมานั่งอยู่นี่ได้ไงเล่า ดีที่ไลออนช่วยฉันขึ้นมาทัน”

    สองสาวมองหน้ากันอึ้งๆก่อนจะถามว่าไลออนบอกอย่างนั้นหรือ พรนางฟ้าพยักหน้ารับ

    ooooooo

    พาทีเดินเล่นริมหาดท่ามกลางแสงจันทร์ คิดถึงความใกล้ชิดที่ผ่านมาของเขากับแองจี้ ในขณะที่บัวบุหงากับแพรพิณดูแลพรนางฟ้าจัดแจงให้นอนต่อ แล้วขอตัวไปนอนห้องอื่นเพราะมีหนุ่มหล่ออาสาเฝ้าไข้เธอ พรนางฟ้างงว่าใคร ไม่ทันไรไลออนก็หอบหมอนมานอนหน้าเตียง

    หญิงสาวไล่ให้กลับไป เขาไม่สนใจลงนอนกรนหน้าตาเฉย...กลางดึก พรนางฟ้าฝันว่าตัวเองเดินหลงในป่า เธอวิ่งร้องเรียกพาทีให้ช่วย เห็นเขายืนหันหลังอยู่ก็วิ่งเข้าไปหา พอเขาหันมากลับกลายเป็นหน้าปิศาจเงื้อมีดเล่มใหญ่ เธอตกใจสะดุ้งตื่นเหงื่อกาฬแตกไลออนตกใจเข้ามาปลุก เช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้

    พรนางฟ้าจับมือไลออนแล้วพึมพำว่าไม่ใช่สัมผัสนี้ๆ เธอนึกถึงตอนอยู่ใต้น้ำว่ามีมือที่อบอุ่นมาจับเธอไว้ไม่ใช่มือนี้

    เช้ามืด พาทีลุกมาทำซุปสปาเกตตีไปวางที่หน้าห้องพรนางฟ้า ไลออนตื่นมาเห็นเธอยังหลับอยู่จึงย่องจะออกไปหาซื้ออะไรไว้ให้ แต่กลับเจอปิ่นโตหน้าห้อง พอเปิดดูเห็นซุปก็มั่นใจว่าเป็นฝีมือพาที พรนางฟ้าตื่นขึ้นมาพอดีได้กลิ่นหอมร้องว่ากำลังหิวเลย

    ไลออนไม่อยากให้กิน อ้างว่ากลิ่นแปลกๆจะไปซื้ออย่างอื่นให้กิน แต่หญิงสาวอยากทานซุปนี้...พอได้ทานเข้าไป พรนางฟ้าก็จำรสชาติได้ว่าเป็นฝีมือพาที นึกถึงวันที่เขาสอนให้ตนทำ ไลออนชักทนไม่ไหว โทร.นัดพาทีมาเจอกันเที่ยงนี้

    สายวันนั้น อันนายังนอนร้องไห้ไม่เลิก แพรพิณหนักใจชวนออกไปทำอะไรก็ไม่ไป แพรพิณจึงออกไปกับบัวบุหงา อันนานอนอีกสักพักก็คิดได้ว่าควรทำอะไรบางอย่าง...สองสาวมาร้านสปาเท้า คุยกันถึงเรื่องที่รบกวนจิตใจของกันและกัน แพรพิณเปลี่ยนเรื่องถามบัวบุหงา

    คิดว่าพรนางฟ้าจะเลือกใคร บัวบุหงาฟันธงว่าเลือกพาทีแล้วติง

    “แพรแกเลิกเปลี่ยนเรื่องสักที แกไม่สบายใจอะไรบอกฉันได้นะ ที่นั่งอยู่นี่เพื่อนนะ”

    ทันใดพันธิตมาด้อมๆมองๆหน้าร้านแล้วตามเข้ามา บัวบุหงางงตามมาได้อย่างไร เขาบอกว่าเพื่อนเธอแท็กว่าอยู่ร้านนี้กับเธอ หญิงสาวหันมองเพื่อนอย่างเคืองๆ แพรพิณยิ้มแหยๆขอโทษ

    “คุณแพรครับ ผมกำลังจะง้อเพื่อนคุณ ขอเวลาให้ผมกับบัวอยู่ด้วยกันสักครู่ได้ไหมครับ”

    “ดะได้ค่ะ เอ้าป้าคะ ไปนวดเท้ากันตรงโน้นดีกว่า ...ป้าด้วย” แพรพิณเรียกป้าที่นวดให้บัวบุหงาไปด้วยให้ไปช่วยกันนวดตนคนเดียว

    พันธิตนั่งลงปลายเท้าบัวบุหงาแล้วเปรยว่าเท้าเธอสวยนะ เธอยิ้มหยันใครๆก็ชมแบบนี้ เขาจึงย้อนว่า เท้าเธอสวยกว่าหน้า หญิงสาวลุกพรวดจะหนี เขาดึงเธอให้นั่งลงเลื่อนเก้าอี้มานั่งขวาง ถามหลบหน้าเขาทำไม

    “ฉันไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับคุณหรอกนะคุณพันธิต เลิกยุ่งกับฉันเถอะ”

    “ถ้าผมเล่นสนุกแล้วผมจะมาตามง้อคุณแบบนี้ทำไม จริงๆคุณต่างหากที่ต้องง้อผม” เธอว่าง้อเรื่องอะไร “ก็คุณงอนงี่เง่าเรื่องบ้าบออะไรไม่รู้ แบบนี้มันใช่เหรอครับ สงสารเพื่อนแล้วก็มาพาลที่ผม ผู้ชายไม่ได้เลวเหมือนกันทั้งโลกหรอกนะ”

    “ฉันไม่ได้เกลียดผู้ชายทั้งโลกแต่ฉันเกลียดผู้ชายที่ชอบเล่นกับความรู้สึกผู้หญิงแบบคุณ”

    “เนี่ย คุณเริ่มคิดเองเออเองไปเรื่อยแล้วนะ ไหนว่าเป็นพวกห้าวๆ ติสต์ๆ คิดน้อยๆ รู้สึกเยอะๆไง” บัวบุหงาปฏิเสธไม่ได้พูดแบบนั้น เขาจึงกล่าวขอโทษ เธอโวยอีก

    “ถ้าคำขอโทษของคุณมันพูดง่ายขนาดนี้ ก็อย่าพูดเลยดีกว่า เลิกยุ่งกับฉันซะที”

    “ผมจะไม่ยุ่งกับคุณเลยถ้าคืนนั้น จูบของเรามันไม่ดี”

    แพรพิณอุทานเสียงหลงแล้วทำทีไม่ได้แอบฟัง บัวบุหงาอายมากว่าเขาพูดบ้าอะไร เขาจ้องตาเธอให้ยอมรับว่าคืนนั้นไม่หวั่นไหว แล้วสารภาพว่าเขาไม่เคยรู้สึกเล่นๆกับเธอ และย้ำ

    “ผมไม่ค่อยรู้สึกแบบนี้กับใครหรอกนะ แต่ในหัวผมตอนนี้มันมีแต่ภาพของคุณเต็มไปหมดเลย แล้วมันก็มีแต่จะมากขึ้นทุกวันด้วย ถ้าสมองผมเป็นเมมโมรี การ์ดที่เอาไว้ใช้เก็บภาพของคุณ ผมว่าแค่การ์ด 64 กิ๊ก มันคงไม่พอ”

    แพรพิณร้องฮิ้วออกมา พันธิตย้ำว่าบัวบุหงาเป็นคนพิเศษของตน แล้วถามตนเป็นคนพิเศษของเธอ

    หรือเปล่า หญิงสาวเขินมากสะบัดเสียง “เออ! ใช่ก็ได้! คนบ้า มาบอกอะไรในร้านนวดเท้าวะ ไอ้ผู้อำนวยการสร้างบ้า!”

    พันธิตยอมรับว่าตนบ้าได้ถ้าเป็นคนพิเศษของเธอ แพรพิณกับสองป้านวดร้องกรี๊ดด้วยความอิจฉาพร้อมๆกัน ทำเอาทั้งบัวบุหงาและพันธิตอายไปตามๆกัน

    ooooooo

    บ่ายวันนั้น แพรพิณกับบัวบุหงามาดูแลพรนางฟ้าและพูดคุยสรุปงานไปในตัว ว่าคดีของบัวบุหงาสำเร็จด้วยดีเหลือแค่รอรับเงินจากอรนาฏ แต่แพรพิณยังไม่เคลียร์เรื่องคนพิเศษว่าอรนาฏจะยอมรับไหม พรนางฟ้าคิดว่าอรนาฏอยากให้ลูกชายมีเมียก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

    เรื่องที่ทำให้พรนางฟ้ารู้สึกผิดคือเรื่องของอันนา งานนี้ทำร้ายจิตใจเธอมาก แพรพิณก็กลุ้มใจสงสารหลานสาว...

    ริมชายหาดพาทียืนรอไลออนอยู่ก่อน พอเขามาถึงก็ถามเสียงขุ่นว่าทำอาหารไปให้แองจี้ใช่ไหม พาทีเตือนให้คุยกันแบบผู้ใหญ่แล้วยอมรับว่าใช่ ไลออน

    ไม่พอใจประชดจะกลับไปบอกแองจี้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอขึ้นจากน้ำ ตนแค่สวมรอยจะได้จบ พาทีถามขึ้น

    “อยากบอกแบบนั้นจริงๆเหรอ? ชอบแองจี้จริงๆใช่ไหม?” ไลออนชะงักหันมายอมรับ “ไม่ใช่ความรู้สึกของเด็กที่หลงของเล่นใหม่นะ?...ตอบพี่มา” ไลออนตอบนิ่งๆว่าไม่ใช่ “เหรอ ดีแล้วล่ะ งั้นพี่ขอให้เราดูแลแองจี้ดีๆด้วยแล้วกันนะ” พูดจบพาทีจะเดินไป ไลออนโพล่งขึ้น

    “พี่ชอบแองจี้มากใช่ไหม พี่ถึงต้องดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามา” ไลออนหมายถึงเฌอเบลล์

    พาทีเคร่งขรึมลง กำชับให้ดูแลแองจี้ให้เต็มที่แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น อย่าให้มากเกินไปเดี๋ยวงานจะเสีย ต่อไปเราคุยกันอย่างผู้ใหญ่ ไลออนอึ้งๆทำอะไรไม่ถูก ยกมือไหว้ขอบคุณ

    พาทีเจ็บปวดใจไม่น้อย หลบมานั่งดูภาพแองจี้

    ที่ตัวเองแอบถ่ายไว้หลายอิริยาบถ นึกถึงคำถามของเควินว่าพี่จะทำอย่างไรต่อไป...พาทีกดโทร.เรียกเควิน ออกมาหาริมหาด

    พอเควินรู้เรื่องก็ต่อว่าพี่ชายทำได้อย่างไร แทนที่จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือก หาว่าพี่บ้างานจนไม่เคยมีความรักจึงไม่เข้าใจ พาทีย้อนถามเขาเคยมีหรือถึงรู้ดี เควินอึกอักปัดเอาไว้ก่อน แล้วต่อว่าพี่ไม่

    น่ายอมไลออน เรื่องนี้เคลียร์กันได้ น่าจะสู้เพื่อความรักครั้งแรก พาทีหัวเราะออกมา

    “แต่...คุณเฌอเบลล์เขาก็ดูชอบพี่ทีมากอยู่นะ” เควินเริ่มลังเล

    “อ้าว! ไอ้นี่ เอาไงวะ ตกลงจะเชียร์ให้สู้หรือให้ตัดใจ”

    พอดีไลน์มือถือดังขึ้น เควินกดอ่านแล้วบอกพี่ชายว่าให้นั่งเล่นมิวสิกไปคนเดียวก่อน เดี๋ยวตนมา

    ว่าแล้วรีบวิ่งออกไป พาทีมองตามอย่างสงสัย...เควินหลบมาโทรศัพท์หาอรนาฏ เธอถามถึงความคืบหน้าที่ให้เขาช่วยสืบว่าพันธิตเป็นเกย์หรือไม่ เควินรายงานว่าเห็นพันธิตสนิทสนมกับบัวบุหงามากไม่น่าจะเป็นเกย์ แล้วหยั่งเชิงถามว่าคุณน้ากลัวพันธิตเป็นเกย์หรือ

    “ก็ใช่น่ะสิ แค่พ่อมันเป็น น้าก็จะอกแตกตายอยู่แล้ว น้าไม่อยากให้ลูกน้าเป็นอีกคน”

    เควินกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะรับรองว่าพันธิตไม่ได้เป็น อรนาฏดีใจกล่าวขอบใจมากนะลูก น้ำเสียงเธอสบายใจขึ้น เควินสะอื้นกับคำว่าลูกที่ได้ยิน น้ำตาไหลออกมาด้วยความว้าวุ่นใจ

    ooooooo

    ห้องนอนหมอไทยเต็มไปด้วยขวดเหล้าและกับแกล้ม เขาเมาจนหมดสภาพเพราะเสียใจเรื่อง

    อันนาขอเลิก ชยุตรู้สึกผิดกับแผนเอาคืนจีสแกนของตน พยายามปลอบเพื่อนประคองจะพาไปอาบน้ำ สองคนสบตากัน หมอไทยสยองขึ้นมาบอกอย่ามองนานขนลุก ชยุตจึงหัวเราะออกมา

    ขณะเดียวกัน แพรพิณกลับไปที่ห้องพัก อันนาหายไปจากห้อง พบจดหมายทิ้งไว้ว่า...ขออยู่กับตัวเองสักพัก สบายใจเมื่อไหร่จะกลับเอง ฝากบอกแม่ว่าอันดูแลตัวเองได้ รักเสมอ อันนา

    แพรพิณร้องไห้โฮเป็นห่วงหลานสาว รีบโทร.หาชยุตคนแรกอย่างอัตโนมัติ ชยุตปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตกใจ หมอไทยได้ยินว่าอันนาหายไปก็พรวดพราดออกจากห้อง...ทันทีที่ชยุตเห็นแพรพิณร้องไห้ก็ลืมความโกรธเคืองวิ่งเข้าไปกอดปลอบ หมอไทยนึกได้ว่ามีแอพไฟด์มายเฟรนด์ จึงเปิดดูจนรู้ว่าอันนาอยู่ไม่ไกล ทั้งสามวิ่งออกไป

    หมอไทยขับรถด้วยความเร็ว ชยุตคอยดูแอพแล้วแปลกใจทำไมอันนาอยู่กับที่ไม่ไปไหน ไม่ทันไรมีโทรศัพท์เข้ามาบอกแพรพิณว่า อันนาถูกรถชน เสียงหวอดังลอดออกมา แพรพิณช็อกร้องไห้โฮ หมอไทย จอดรถร่วมร้องไห้ด้วย ชยุตต้องปลอบทั้งเธอและเพื่อน

    ทั้งสามตามมาที่โรงพยาบาล พยาบาลเล่าว่า

    รถสองแถวชนกับรถกระบะ มีคนเสียชีวิตหนึ่งขาหักหนึ่งเป็นผู้หญิงทั้งคู่ นอกนั้นบาดเจ็บไม่มาก แพรพิณมองไปยังคนเจ็บไม่มีอันนาก็เริ่มใจเสีย พอบุรุษพยาบาลเข็นศพออกมาก็ค่อยๆเดินเข้าไปจะเปิดผ้าดู หมอไทยพลิกข้อมือดูเห็นไม่ใช่ชื่ออันนาก็ใจชื้น แพรพิณโผกอดหมอไทยด้วยความดีใจ

    หลังจากโล่งอกขึ้น แพรพิณก็โทร.ไปเล่าให้พรนางฟ้ากับบัวบุหงาฟัง ทั้งสองให้กำลังใจขอให้เคลียร์กับแฟนได้สำเร็จ แพรพิณโวยใครแฟนใครแล้วตัดสายไปดื้อๆ

    ทางกองถ่ายยังวุ่นวายกับกลุ่มนักข่าวที่มารอสัมภาษณ์วทันยู เรื่องความสัมพันธ์กับแม็กซี่ ตรีชวา

    พันธิตปวดหัวเครียดที่ยังติดต่อวทันยูไม่ได้...ด้านวทันยูเมื่อรู้ตัวว่าพลาดนอนกับมิสทิฟฟานี่ก็แอบหนีออกมา พอแม็กซี่รู้ว่าเขาหายไปก็เปิดคลิปที่นอนด้วยกันดูอย่างหมายมาด

    วทันยูปลอมตัวเป็นอาบังขายถั่วเข้ามาขาย

    พันธิต เขารำคาญไล่ให้ไปขายตรงอื่น วทันยูต้องเปิดหน้าให้ดูแล้วพากันหลบไปให้พ้นนักข่าว พันธิตเล่นงานเพื่อนทันทีที่ก่อเรื่องให้วุ่นวาย

    “ไปมุดหัวอยู่ไหนมา กองถ่ายฉันเกือบทำงานไม่ได้เพราะแกเลยนะ ไปให้พ่อแกเอาเงินปิดปากนักข่าวเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะฆ่าปิดปากแก!”

    “โว้ย! ใจเย็นสิวะ ไอก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น แต่มันเกิดขึ้นแล้วนี่”

    “ฉันไม่สนใจ ไปให้พ่อแกจัดการทุกอย่างภายในวันนี้ ไม่งั้นแกตาย! แล้วนี่ไปไหนมา”

    วทันยูเล่าอ้อมแอ้มว่าเมามาก รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงกับแม็กซี่แล้ว พันธิตถามหนีมาแบบนี้เธอรู้หรือเปล่า รู้ไหมว่าเธอเป็นนักแสดงในหนังด้วย วทันยูตาเหลือกคงไม่มีทางหนีพ้น ไม่ทันขาดคำมีเบอร์แปลกโทร.เข้ามาที่มือถือพันธิต พอกดรับเสียงถามว่าวทันยูอยู่กับเขาใช่ไหม

    “เอ่อ...ครับ อยู่ครับ คุณแม็กซี่รู้ได้ยังไงครับว่าอยู่ด้วยกัน” วทันยูได้ยินชื่อทำท่าจะหนี พันธิตคว้าคอเสื้อไว้ แม็กซี่บอกว่าถ้าตนอยากรู้อะไรต้องรู้ให้ได้ แล้วขอคุยกับวทันยู พันธิตจึงเปิดสปีกเกอร์โฟนให้พูดได้เลย

    “อ๋อ...ค่ะฮัลโหลดาร์ลิ่ง คิดถึงยูมากๆเลยที่รัก ไอต้องกลับมางานอีเวนต์ด่วน แต่เสร็จงานแล้วไอจะรีบไปหายูเลย ยูไม่ต้องกลัวนะ เราได้เจอกันอีกแน่นอน บ๊ายบาย คิสคิส”

    พันธิตขำกลิ้งเมื่อแม็กซี่วางสาย วทันยูทำหน้าอยากตาย...บ่ายวันนั้น พันธิตนั่งกินน้ำมะพร้าวกับบัวบุหงา เจ๊โดมนั่งหมดแรงอยู่ข้างๆ พี่คิดบอกคิวนี้เป็นคิวสุดท้าย บรรดาสี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งท่องบทเตรียมเข้าฉาก พาทีถือโอกาสหลบไปเยี่ยมพรนางฟ้าที่ห้อง เคาะประตูเบาๆไม่มีเสียงตอบจึงเปิดเข้าไป เห็นเธอนอนหลับ จึงเข้าไปลูบแก้มเธออย่างลืมตัว

    หญิงสาวขยับตัว พาทีรีบถอยมายืนนิ่งๆถามตื่นแล้วหรือ เธอดึงผ้าห่มมาคลุมอก สร้อยคอสิงโตโผล่ออกมา พาทีมองอึ้งๆทำทีบ่นว่าแวะมาดูว่ายังป่วยหรืออู้งาน ถ้าไหวก็ลงไปดูงานบ้าง พรนางฟ้าข่มใจไม่ให้โกรธ มองเขากำลังเดินออกไปแล้วทนไม่ไหวพูดไล่หลังว่า

    “พี่พาที...มาแค่นี้หรือ”

    พาทีชะงักหันมาถามอยากให้มีอะไรมากกว่านี้ล่ะ เธอรีบปฏิเสธแต่พอเห็นเขาจะไปก็กล่าวขอบคุณออกมา เขาหันมาสบตาแล้วเอ่ยว่าสร้อยสวยดีนะ หญิงสาวกุมสร้อย เสียใจที่เขาเห็น แต่พาทีทำเป็นไม่รู้สึกอะไร บอกให้เธอกลับมาเรียกตนว่าคุณพาทีเหมือนเดิมดีกว่า

    พอประตูห้องปิดลง พรนางฟ้าก็น้ำตาร่วงพรู

    พาทีเองก็ยืนร้องไห้เบาๆหน้าห้อง ทั้งคู่มองกันโดยมีประตูห้องกั้นกลาง หญิงสาวอยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตน กันแน่...พาทีเดินทอดอาลัยมาตามชายหาด เฌอเบลล์เดินตามหาวิ่งเข้ามาร้องเรียก เขาอยากหาหลักยึดเหนี่ยวจึงดึงเธอเข้ามากอด หญิงสาวแปลกใจระคนดีใจ กอดตอบลูบหลังลูบไหล่ปลอบ

    “ถ้าคุณมีปัญหาอะไร เบลล์พร้อมรับฟังนะคะ แต่ถ้าไม่อยากเล่า เบลล์ก็จะไม่ถามค่ะ”

    “ขอบคุณคุณเบลล์นะครับ” พาทีคลายอ้อมกอด

    “ไม่เป็นไรค่ะ เบลล์เต็มใจ เบลล์จะมาบอกคุณทีว่าเบลล์ขอตัวกลับก่อน พอดีมีงานด่วนที่กรุงเทพฯ” พาทีกล่าวขอโทษที่ไม่มีเวลาดูแล เธอยิ้มอย่างเข้าใจหวังจะได้กลับมาเที่ยวด้วยกันใหม่

    ooooooo

    ช่วงเวลาพักกอง จุงเบกับคฑาแซวไลออนเรื่องเป็นแฟนกับแองจี้ ไลออนแย้งว่ายัง แค่แองจี้ยอมเปิดใจ เควินหลุดปากงั้นพี่ทียังมีสิทธิ์ ไลออนหันมาถามสิทธิ์อะไร เควินกลบเกลื่อนว่าไลออนไงมีสิทธิ์เป็นแฟนกับแองจี้ แต่อย่าเพิ่งดีใจเพราะถ้าต้นสังกัดรู้เป็นเรื่องแน่

    พาทีเช็กงานอยู่หน้ามอนิเตอร์ มีซัพพลายเออร์โทร.มาถามเรื่องงาน เขาจึงโทร.กลับไปหาพรนางฟ้าให้ช่วยไปที่ห้องเขา เปิดคอมพ์แล้วหาโฟลเดอร์บีพีคอนเสิร์ต แล้วเซฟมาให้ตนที่หน้ากองด่วน ตนจะส่งพาสเวิร์ดไปให้ทางไลน์ จากนั้นพาทีก็คุยงานต่อท่าทางวุ่นวาย

    พรนางฟ้าได้รับพาสเวิร์ดว่า Brothers รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย พอเปิดคอมพ์เข้าไปหาไฟล์ตามที่เขาบอก พลันเห็นโฟลเดอร์บลูปริ้นซ์ จึงลองเข้าไปในมาย พิกเจอร์ เจอสองโฟลเดอร์คือบลูปรินซ์กับพาที ก็ฉุกคิดอาจเจอหลักฐานอะไรบ้าง เธอเปิดดูด้วยใจระทึก ทันใดพาทีโทร.มาทวงถามทำไมนานนัก เธอรีบบอกว่ากำลังรีบไป แล้วยังคงดูต่อลองกดเข้าไปในดีลีท ก็เห็นภาพภาพหนึ่งเป็นภาพพาทีกอดคอกับชลลัมภีร์ตอนยังวัยรุ่น ถ่ายหน้าบริษัทเอ็มไพเรคคอร์ด

    ระหว่างนั้นพาทีเอะใจ นึกได้ว่าพรนางฟ้าอาจจะเห็นอะไรในคอมพ์ของตน จึงรีบกลับมาที่ห้อง พรนางฟ้าเอามือถือถ่ายภาพที่เจอนั้นไว้ จังหวะนั้นพาทีเปิดประตูเข้ามาพอดี เธอรีบเก็บมือถือแล้วส่งทัมป์ไดรฟ์ให้เขา ทำทีไม่มีอะไร แล้วขอตัวกลับออกไป พาทีมองตามอย่างสงสัย เขารีบเช็กดูว่ามีไฟล์ไหนเปิดค้างไว้บ้าง ก็ไม่พบพิรุธอะไร แต่พอเข้าไปในดีลีทก็เอะใจว่าเธอจะเห็นภาพนี้ไหม...พาทีนึกถึงอดีตที่ตนกับเพื่อน ภาคภูมิและชลลัมภีร์เปิดบริษัทร่วมกัน

    พาทีกลับมาที่กอง ยังคงครุ่นคิดเรื่องอดีต จนกระทั่งพี่คิดประกาศเลิกกอง เสียงทีมงานเฮ เจ๊โดมกับหนุ่มๆ

    บลูปรินซ์หยอกเย้ากันสนุกสนาน พี่คิดบอกทุกคนว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้เล็กๆฉลองที่เราเหนื่อยกันมาหลายวัน แล้วอวดอาหารทะเลเด็ดๆทั้งนั้น

    พรนางฟ้าสะกิดบัวบุหงาให้ตามออกไป พาทีแอบเห็นผิดสังเกต พรนางฟ้าเอารูปพาทีกอดคอกับชลลัมภีร์ให้บัวบุหงาดู แสดงว่าสองคนนี้สนิทสนมกัน แล้วชลลัมภีร์มาจ้างเราสืบแอ๊บบลูปรินซ์ทำไม พาทีได้ยินทุกอย่าง ทำทีไม่รู้เรื่องเข้ามาถามว่าทำอะไรกันตรงนี้ พรนางฟ้าอ้างว่ามาขอผ้าอนามัยเพื่อน พาทีบอกเสร็จแล้วรีบกลับไปดูแลบลูปรินซ์ พรุ่งนี้มีอัดรายการตอนบ่ายอีก พูดจบก็เดินวางมาดออกไป

    “โห...เก๊กว่ะ นายหน้าหนวดของแกนี่” บัวบุหงาแซว

    “ใครว่าของฉัน ของยัยเฌอเบลล์ต่างหาก มาทะเลยังต้องมานั่งเฝ้า แหวะ”

    บัวบุหงาจับพิรุธแล้วถามเป็นอะไร พรนางฟ้าปัดว่าต้องรีบไปแล้วก่อนจะโดนด่า บัวบุหงาเตือนว่าเดดไลน์ของชลลัมภีร์ใกล้จะถึงแล้ว พรนางฟ้าคิดว่าต้องหาตัวช่วยเสียแล้ว

    ในขณะที่พาทีพยายามครุ่นคิดเริ่มไม่ไว้ใจที่แองจี้ไม่ใช่ญาติกับชลลัมภีร์ แล้วเธอเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่...

    หลังจากนั้นแพรพิณซึ่งเฝ้าอันนาอยู่ในห้องพักคนไข้ ได้รับโทรศัพท์เล่าเรื่องจากพรนางฟ้า ก็ตกใจแต่พยายามเก็บอาการเพราะชยุตกับหมอไทยอยู่ในห้องด้วย แพรพิณรับคำจะจัดการให้ เธอหันมาฝากสองหนุ่มดูแลอันนาให้สักครู่ แล้วรีบออกไปโทรศัพท์สั่งการให้ลูกศิษย์ทั้งสาม ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว เช็กประวัติชลลัมภีร์และพาทีมาให้ละเอียด สามนักเรียนแปลกใจแต่ก็รับคำ ไม่วายกลับไปนอนต่อเพราะคิดว่างานง่ายๆทำเมื่อไหร่ก็ได้

    แพรพิณกลับเข้ามาในห้องอันนา เธอฟื้นขึ้นมาพอดี หมอไทยถลาเข้ากุมมือดีใจ อันนาเมินหน้าหนีขอน้ำกับแพรพิณ หมอไทยสุดทนคว้าแก้วน้ำมาดื่มเองจนหมด แล้วพูดอย่างขึงขัง

    “คุณแพรพิณ น้องอัน ฟังผมนะครับ ผมไม่ได้เป็นเกย์!” หมอไทยตะโกนสุดเสียง สองสาวกับชยุตตกใจไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน “คุณแพร คุณกับเพื่อนจีสแกนของคุณมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าผมเป็นเกย์บ้าง บอกผมมาได้ไหม ผมจะได้เคลียร์ไปเลยว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง” แพรพิณแย็บว่าบอกไปแล้วจะยังไง เขาตวาด “ก็บอกผมมาสิครับ!”

    อันนาสะดุ้ง ชยุตปรามเพื่อนให้ใจเย็น แพรพิณหน้าถอดสีทำอะไรไม่ถูก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:15 น.