ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ในขณะที่ชลลัมภีร์นั่งมาในรถ บัวบุหงาซิ่งมอเตอร์ไซค์มีพรนางฟ้าซ้อนท้ายตามรถเขา เพื่อที่จะบอกว่าข่าวคฑาเป็นเกย์ไม่จริง แต่นาเดียร์ชิงโทร.รายงานเขาเสียก่อน เขาโทร.หาพรนางฟ้าทันที แต่เธอไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ จนกระทั่งบัวบุหงาขี่รถทันรถเขาแล้วปาดหน้าให้จอด

    ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะบอกอะไร ชลลัมภีร์ก็ตอกหน้าว่าเธอทำงานผิดพลาด เป็นแค่มือสมัครเล่น ตนจะจ้างคนอื่นสืบแทน หญิงสาวยกมือไหว้ขอโทษ ขอโอกาสสักระยะ ตนเชื่อว่าไม่มีนักสืบคนไหนอยู่ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์มากเท่าตน เขาจึงให้เวลาอีกหนึ่งเดือนแถมขู่คงรู้ว่าเล่นอยู่กับใคร เช็คสองล้านยังไม่ต้องคืน แต่ถ้าไม่ได้หลักฐาน เธอจะต้องชดใช้คืนสิบเท่า

    สองสาวตกใจกุมมือกันเครียด กลับมาเล่าให้ แพรพิณฟัง เพื่อนสาวถึงกับเข่าอ่อน อุทาน

    “นี่เรากำลังเล่นกับพวกมาเฟียอยู่เหรอ! แม่จ๋าช่วยด้วย”

    บัวบุหงาถามว่ามีทางอื่นอีกไหม พรนางฟ้าส่ายหน้าไม่มีทางเลือก ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ แพรพิณกลัวโพล่งขึ้น “นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว พวกแกไม่สงสัยเหรอว่าทำไมเขาถึงอยากรู้นักว่าบลูปรินซ์คนไหนที่เป็นเกย์ขนาดนี้”

    พรนางฟ้าชะงัก ตนไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยคิดว่าเป็นความลับของลูกค้า สามสาวเครียดภาวนาอย่าให้เป็นเรื่องเลวร้าย แล้วพรนางฟ้าก็ฉุกคิด ชลลัมภีร์รู้เรื่องคฑาก่อนได้อย่างไร

    ด้านชลลัมภีร์โทร.สั่งนาเดียร์สืบเรื่องคฑามาให้ละเอียดไม่ว่าเรื่องฉาวใดๆก็ตาม...ส่วนพรนางฟ้านั่งแท็กซี่กลับ ครุ่นคิดถึงเรื่องวุ่นวายในวันนี้ แล้วนึกได้ว่า พาทีบอกว่านาเดียร์คอยทำลายภาพลักษณ์ของบลูปรินซ์ก็ชักสงสัย คิดถึงหลักฐานต่างๆที่พบเจอซึ่งชี้เป้าไปที่คฑา

    อีกคนที่เครียดกับเหตุการณ์ในวันนี้ อรนาฏนั่ง ซึมเศร้า รู้สึกผิดในใจ คิดถึงอดีตที่ผ่านมา สมัยยังสาว พาทีในวัยเด็กอุ้มพลลูกชายแบเบาะของเธอเข้ามา

    เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าก็เอ่ยถามน้าจะไปไหน เธอแก้ตัวว่าไปตลาดแล้วผลุนผลันออกไปไม่กลับมาอีกเลย...

    ในห้องนั่งเล่นบ้านบลูปรินซ์ พาทีนั่งเครียดเช่นกันคิดถึงเรื่องอรนาฏ เควินเดินเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าพี่เป็นอะไร เขาแก้ตัวว่ารอแองจี้ แล้วให้เควินไปพักผ่อนเหนื่อยมาทั้งวัน พลันมีเสียงรถจอด พาทีรีบเดินไปต่อว่าทำไมกลับดึกแล้วติงว่าวันนี้เธอทำงานแย่มาก หญิงสาวหน้าซีด

    “แองจี้รู้ค่ะ ขอโทษนะคะคุณพาที วันนี้แองจี้ไม่ไหวแล้วค่ะ”

    “มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” พาทีจะซักถาม แต่เธอทำท่าจะเป็นลม เขาจึงรีบประคอง

    พรนางฟ้ารู้สึกตัวเองแนบชิดกับพาทีเกินไป

    ใจเริ่มสั่นรัว จึงผละตัวออก แล้วขอตัวแต่เขากลับพูด

    ขึ้นว่า “ถ้าเธออยากกอดใครสักคนตอนนี้ เธอกอดฉันก็ได้นะ”

    ขาดคำ หญิงสาวก็โผเข้ากอดพาทีแน่น ในใจสับสนไปหมดรวมทั้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ

    “ฉันมีคาถาดี พ่อฉันสอนฉันตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ ท่องแล้วสิ่งที่เธอทุกข์ใจหายสนิทเลยล่ะ”

    พรนางฟ้าแปลกใจคาถาอะไร พาทีลูบหัวเธอและโยกตัวเบาๆพึมพำว่า...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แล้วถามว่าเริ่มดีขึ้นแล้วใช่ไหม เธอพยักหน้ารู้สึกว่าอ้อมกอดเขาอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

    เมื่อรู้สึกผ่อนคลาย พรนางฟ้าเดินเข้าห้อง พอเปิดไฟต้องสะดุ้งแทบกรี๊ด คฑาพุ่งเข้ามาปิดปากแล้วบอกมีเรื่องอยากให้ช่วย ช่วยพาเขาออกไปจากบ้านที...คฑาเล่าเรื่องให้ฟัง พรนางฟ้ารู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์

    เขาต้องการพาลิซ่าไปตรวจครรภ์ เธอจึงรับปาก แต่พอเปิดประตูส่งให้เขาออกจากห้อง ก็ต้องตะลึง เพราะพาทียืนถือแก้วนมอยู่หน้าห้อง

    พาทีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่ามีเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอก คฑาร้องไห้ขอโทษพาทีที่ก่อเรื่อง ทั้งสามกลับเข้ามานั่งคุยในห้อง พาทีบอกอย่าเพิ่งด่วนสรุป ตรวจ แล้วอาจไม่ท้อง

    “แล้วถ้าท้อง พี่พาทีจะทำยังไง ผมต้องออกจากวงการนี้ไหม” คฑายังหวั่นใจ

    “ไม่ แต่แกต้องย้ายออกจากบ้านนี้ เพราะแกต้องเป็นพ่อคนแล้ว แกต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น พี่จะไม่ยอมให้ลิซ่าเอาเด็กออกเด็ดขาด เพราะพี่รู้ว่าแกรักกัน พี่รู้ว่าแกคบกับลิซ่ามานานแล้ว และพี่เชื่อว่าแกทำไปเพราะความรัก ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ”

    คฑาอึ้งที่พาทีรู้ พาทีบอกไม่มีอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับบลูปรินซ์ คฑายังห่วงว่าแฟนคลับจะรับไม่ได้ถ้าตนมีลูก พรนางฟ้าโพล่งขึ้น ถ้ารับไม่ได้จะต้องทำให้รับได้ งานนี้ตนถนัดจะจัดการเองแล้วขอไปกับคฑาวันพรุ่งนี้ ให้พาทีรอฟังผลเผื่อต้องเตรียมรับมือกับข่าวที่จะตามมา

    พอคฑากลับออกไป พาทีสบตาพรนางฟ้าแล้วถามเหนื่อยไหม มีเรื่องให้เหนื่อยตลอด เธอกลับยิ้มและบอกว่าชอบ ตนชอบแก้ปัญหาสนุกดี ชายหนุ่มยิ้มๆบอกให้เธอฝันดี เธอขอให้เขาฝันดีเช่นกัน ต่างคนต่างเขินหัวใจพองฟู

    ooooooo

    บัวบุหงากลับบ้านด้วยความเซ็งโยนกระเป๋าและกล้องลงโครม พ่อเต่ากำลังทาเล็บสะดุ้งร้องว่าเล็บพังหมด เธอย้อนว่าเล็บพังไม่เท่างานตนพัง พ่อเต่าหันมาสนใจซักถามอย่างห่วงใย

    บัวบุหงาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อเต่าให้แง่คิด ถึงคฑาจะมีลูกแล้วเชื่อได้อย่างไรว่าไม่ใช่เกย์ เขาอาจเป็นไบเซ็กชวลก็ได้ หญิงสาวตาโตแล้วจะสืบอย่างไร เขาอยากให้เลิกสืบมากกว่า ทันใดเสียงพันธิตเข้ามาถามคุยอะไรกันอยู่ ใครจับแอ๊บอะไรกัน สองพ่อลูกหน้าเสีย พ่อเต่าตั้งสติได้แก้ตัวว่าตนกำลังคุยเรื่องแต๊บยังไงให้ดูเนียน แล้วขอตัวไปแต๊บ ปล่อยลูกสาวรับหน้าต่อไป

    บัวบุหงาเฉไฉต่อว่าเขาไม่มีมารยาท จะมาบ้านใครควรโทร.มาก่อนหรือกดกริ่ง พันธิตบอกทำทุกอย่างแล้ว ออดไม่ดัง โทรศัพท์เธอไม่รับสาย พอหญิงสาวเอามือถือมาดูเห็นหลายมิสคอลก็หน้าเจื่อน...พันธิตอยากมาดูว่าทำไมถึงหนีงาน แล้วหยอกเย้าจนหน้ายื่นเข้ามาใกล้ เธอยืนนิ่งหลับตาปี๋คิดว่าเขาจะจูบ พ่อเต่าแอบมองลุ้นเชียร์ให้ลูกโดนจูบ จนเผลอปัดของหล่น

    ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน พันธิตเขินไม่น้อยรีบสวัสดีลากลับ พ่อเต่าหันมาบอกลูกสาว “เชื่อพ่อ ไม่ต้องละจับอ๊งจับแอ๊บอะไรน่ะ จับคุณพันธิตเนี่ยแหละ”

    บัวบุหงาเขินเดินหนีขึ้นห้อง นั่งบิดไปบิดมาจนตกเตียง...ด้านพันธิตได้ยินคำสนทนาของสองพ่อลูก ครุ่นคิดว่าบัวบุหงากำลังทำอะไรอยู่ พอกลับมาถึงบ้าน เจอวทันยูเตรียมของว่างและเครื่องดื่มรอ บ่นไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลยตั้งแต่เขาไปติดหญิง พันธิตปัดติดหญิงอะไรไม่มี สองคนหัวเราะวิ่งไล่ตีกันเหมือนสมัยเด็ก อรนาฏกลับมาเจอ ตาขวางไม่พอใจ

    รุ่งเช้า พรนางฟ้าขับรถพาคฑามาที่โรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่านาเดียร์ขับรถตามตั้งแต่หน้าบ้าน มารู้ตัวตอนใกล้ถึงโรงพยาบาล จึงไม่ให้คฑาลงจากรถ และขอเบอร์ลิซ่าเพื่อติดต่อเอง แต่พอพรนางฟ้าโทร.หาลิซ่าซึ่งเพิ่งตรวจเสร็จและถือใบผลตรวจอยู่ ลิซ่าร้องไห้น้อยใจว่าคฑาไม่มาอยู่ด้วย เธอไม่ยอมบอกว่าผลตรวจเป็นอย่างไร และขู่ว่าจะขึ้นไปรอคฑาบนดาดฟ้า ในเวลานั้นนาเดียร์ตามพรนางฟ้า ขณะที่อนาสตาเซียตามดูลิซ่า จึงได้ยินคำขู่ของเธอ

    ลิเดียเดินเข้ามาเคาะกระจกรถที่คฑานั่งรออยู่ ทำทีเป็นผู้หวังดีที่ลิซ่าฝากให้มาบอกเขาว่า จะรอเขาอยู่บนดาดฟ้า ถ้าเขาไม่ขึ้นไปหา เธออาจจะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้เธอร้องไห้หนักมาก...คฑาตัดสินใจลงจากรถวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาล ลิเดียโทร.รายงานนาเดียร์ว่าเป้าหมายกำลังไป

    พรนางฟ้าเข้าไปหาลิซ่าที่ยืนร้องไห้ ขอให้บอกว่าผลตรวจเป็นอย่างไร เพื่อจะได้จัดการปัญหาได้ถูก ลิซ่าไม่บอกอยากคุยกับคฑาเอง ไม่ทันไรคฑาวิ่งพรวดเข้ามา ทั้งสองกอดกันร้องไห้ คฑาขอโทษที่ไม่ได้มาอยู่ด้วยตอนตรวจ นาเดียร์ซึ่งเฝ้าดูอยู่รีบบันทึกภาพไว้ทันที

    ระหว่างนั้นเฌอเบลล์โทร.ขู่พาทีให้ไปพบที่ร้านอาหารถ้าไม่อยากให้เรื่องเควินแพร่งพราย เขาตกใจ

    รีบไปเพื่อถามว่าเธอรู้อะไร แต่พอมาถึงเธอต้องการควงเขาอวดเพื่อน ต้องการให้เขาตามใจเธอซักระยะ เหมือนกำลังคบกันอยู่ก็เท่านั้น พาทีไม่พอใจแต่ต้องยอมเอ่ยถาม

    “คุณจะเล่นเกมนี้ไปถึงเมื่อไหร่” หญิงสาวยักไหล่ บอกจนกว่าจะพอใจ พาทีเสียงเข้ม“เรื่องนี้ผมทำให้คุณได้ ผมขอแค่อย่ามาก้าวก่ายเรื่องงานของผมก็พอ”

    ทุกอย่างจบลงด้วยดี พรนางฟ้าขับรถพาคฑากลับ สีหน้าเขาดีขึ้นเพราะลิซ่าไม่ได้ท้อง และตกลงกันว่าจะห่างกันสักพักแล้วค่อยกลับมาคบกันแบบเปิดเผย พรนางฟ้าถือโอกาสสอนคบกันต้องระมัดระวังตัว วัยนี้จะทำอะไรตามความรู้สึกตัวเองได้บ้าง แต่อย่าให้เลยเถิด

    “คร้าบ...วันนี้ขอบคุณแองจี้มากๆนะ เพื่อเป็นการตอบแทนแองจี้ที่ช่วยเรา เราสัญญาว่าหลังจากนี้ไป เราจะไม่ทำตัวเป็นปัญหา ไม่โวยวายเพื่อนในวงแล้วด้วย ...แล้วก็ในฐานะที่ไลออนกำลังคบกับแองจี้อยู่ เราจะทะเลาะกับไลออนให้น้อยลงแล้วกันนะ”

    พรนางฟ้าหน้าเหวอปฏิเสธไม่ได้คบกับไลออน แต่คฑาว่าใครจะเชื่อเพราะเธอใส่สร้อยของรักของหวงของไลออนทุกวัน พอดีพาทีโทร.เข้ามาถามข่าว หญิงสาวจึงหันมารายงานเขา

    ooooooo

    ชลลัมภีร์เห็นคลิปที่นาเดียร์เอามาให้ เขายิ้มอย่างพอใจ แม้ลิซ่าจะไม่ได้ท้อง และคฑาไม่ได้เป็นเกย์ แต่เขาสามารถตัดต่อคลิป เต้าข่าวแล้วปล่อยออกไปให้ถูกจังหวะ แค่นี้บลูปรินซ์ก็กระเทือน นาเดียร์อยากเห็นพรนางฟ้าถูกฉีกหน้าหมดความเชื่อถือเร็วๆ

    “ใจเย็นๆไว้ฉันจะรวบรวมหลักฐานข่าวฉาวทั้งหมดของพวกนั้นมา แล้วฉันจะเป็นคนแฉความจริงเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อว่าพรนางฟ้าให้เธอเอง” ชลลัมภีร์หัวเราะสะใจ

    ค่ำนั้น พรนางฟ้าพาคฑากลับมา เขาวิ่งเข้าไปกอดพาทีที่ยืนรออยู่ พาทีตักเตือน ถ้าจะทำเรื่องอย่างว่าอีกต้องใส่ถุงยาง ถ้าอายที่จะซื้อ ให้ตนหรือแองจี้ซื้อให้ก็ได้ คฑายิ้มขอบคุณก่อนจะหันมาขอบคุณพรนางฟ้าแล้วบอกพรุ่งนี้เจอกัน พาทีเหล่มองที่ดูสนิทสนมกันมากขึ้น เธออ้างว่าก็เป็นผู้จัดการวง ต้องสนิทกับศิลปินที่ตัวเองดูแล แล้วย้อนถามเขาออกมายืนทำอะไร

    พาทีอึกอักๆอ้างออกมารดน้ำต้นไม้ หญิงสาวจับผิดไม่เห็นมีสายยาง เขาโวย “เออๆก็มันลุ้นนี่นา ถ้าลิซ่าท้องจริงๆ มีหวังบลูปรินซ์พังแน่ๆ เห้อ...สบายใจจัง วันนี้ดาวสวยเนอะ”

    พรนางฟ้าเงยหน้ามองฟ้าเห็นดาวเต็มท้องฟ้าจริงๆ ไม่ทันมองว่าพาทีมองเธอไม่ได้มองดาวแต่อย่างใด แต่พอพาทีเห็นเธอเผลอเอามือจับสร้อยสิงโต ก็เกิดความหึง ขอตัวไปนอนดื้อๆ หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้เขาโกรธ

    เช้าวันใหม่ สี่หนุ่มบลูปรินซ์จะต้องไปถ่ายโฆษณาสินค้าที่สตูดิโอ พรนางฟ้าไม่รู้เลยว่าต้องมาเจอหมอไทยและชยุตที่เป็นเจ้าของสินค้า จึงทำหน้าไม่ถูก รีบแนะนำตัวเองว่าชื่อแองจี้ อ้างเป็นชื่อในวงการ

    ชยุตแอบกระซิบหมอไทยว่า เราต้องแกล้งแสดงให้พรนางฟ้าเห็นว่าเราเป็นคู่เกย์ หมอไทยไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่ขัดขืน แล้วแต่เพื่อนจะทำอะไรก็คล้อยตาม พรนางฟ้าแอบถ่ายภาพทั้งสองส่งเข้าไลน์กลุ่ม แล้วคุยสามสายกับแพรพิณและบัวบุหงา ว่าตนเพิ่งรู้ว่าหมอไทย เป็นสปอนเซอร์ให้บลูปรินซ์ ชยุตแอบเห็นพรนางฟ้าส่งข่าว ยิ่งแกล้งแสดงความเป็นเกย์มากขึ้น

    ภาพการถ่ายทำโฆษณา สี่หนุ่มต้องถือสินค้าและพูดแนะนำกับกล้อง หมอไทยกับชยุตนั่งมองหน้าจอจึงใกล้ชิดกันเข้าไปอีก พรนางฟ้ายิ่งฟันธง แถมคฑากับจุงเบยังมีความเห็นเดียวกับเธอ พาทีเอ็ด อย่ายุ่งเรื่องคนอื่น ใครจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา

    พรนางฟ้าคุยไลน์กลุ่ม ไลออนย่องมาข้างหลัง แย่งมือถือเธอจะอ่านว่าคุยกับใคร หญิงสาวพยายามแย่งคืน เขาชูมือถือขึ้นสุดแขนทำให้เธอเข้ามาชิด เขาฉวยโอกาสโอบเอวเธอ พาทีหึงเข้ามากระแอม ทั้งสองสะดุ้งถอยห่าง พรนางฟ้ารีบดึงมือถือกลับคืน ไลออนเก็บความไม่พอใจ

    พอกลับเข้าบ้าน พาทียังหงุดหงิดเรื่องไลออนกับแองจี้อยู่ จึงเสียงเข้มให้ทั้งสี่หนุ่มเตรียมซ้อมเพลงคอนเสิร์ตต่อ ไลออนบอกให้แองจี้มาฟังตนร้องเพลงด้วย พาทีขัดเธอต้องออกไปซื้อของเตรียมไปถ่ายทะเล

    ลาเวนเดอร์ที่หัวหิน ไลออนหงุดหงิดไม่พอใจ พาทีถามมีปัญหาอะไร

    “จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องเชื่อฟังโปรดิวเซอร์อยู่แล้ว ไม่เคยได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอก” ไลออนประชดแล้วเดินไป พาทีมองตามพยายามข่มอารมณ์ไว้

    พลันเฌอเบลล์โทร.เข้ามาเรียกเขาออกไปพบบอกคิดถึง สีหน้าเขาสุดเซ็ง...ในขณะที่พรนางฟ้าลั้ลลามาก ที่จะได้ออกไปช็อปปิ้งจึงโทร.ชวนเพื่อนทั้งสองไปด้วยกัน แพรพิณกระดี๊กระด๊าเพราะต้องซื้อของเตรียมไป

    หัวหินในฐานะผู้ชนะรางวัลด้วยอยู่แล้ว บัวบุหงาอดหมั่นไส้ไม่ได้

    แทนที่จะสนุกกับการช็อปปิ้ง สามสาวกลับเจออรนาฏ...ทั้งสี่คนมานั่งในร้านกาแฟ บัวบุหงานั่งตัวเกร็ง อรนาฏดูหลักฐานในไอแพดที่จีสแกนรวบรวมได้

    บัวบุหงานึกถึงการกระทำต่างๆที่พันธิตทำกับตน จึงบอก อรนาฏว่ายังไม่ฟันธงว่าเขาเป็นเกย์ ดาราสูงวัยไม่พอใจบ่นว่าตนหมดเงินไปเป็นสิบล้าน จ้างผู้หญิงมาใกล้ชิดลูก เขาก็ไม่สนใจ นอกจากไม่สำเร็จแล้วผู้หญิงเหล่านั้นเอาเรื่องไปบอกนักข่าวว่าเขาเป็นเกย์ ตนทนไม่ไหวอีกแล้ว อรนาฏร่ำไห้สุดรันทด

    “สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือทำให้ลูกฉันกลับมาเป็นผู้ชาย เธอช่วยทำให้เขากลับมาเป็นผู้ชายได้ไหม...พูดตรงๆเลยนะ ช่วยจับลูกชายฉันที ตอนนี้ขอแค่พันธิตกลับมาเป็นผู้ชายก็พอ”

    บัวบุหงากับเพื่อนๆอ้าปากค้างไม่รู้เลยว่านั่นคือการแสดงของดาราค้างฟ้าผู้นี้...เมื่อกลับกลายเป็นเช่นนี้ พรนางฟ้ากับแพรพิณจึงคิดว่าต้องแปลงโฉมบัวบุหงาให้เป็นสาวเซ็กซี่เพื่อการไปหัวหินในครั้งนี้จะดึงดูดพันธิต ให้มาสนใจ โดยมีพ่อเต่ากับเจ๊โดมช่วยประทินผิวจนผุดผ่อง

    ด้านอันนาได้รับข้อความส่งมาทางไลน์จากหมอไทย บอกว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปถ่ายงานบลูปรินซ์ที่หัวหิน

    คงเหนื่อยมากอยากกอดเธอเป็นกำลังใจ...อันนาเริ่มคิดว่า ถ้าเรื่องยังค้างคาใจคงไม่มีความสุขแน่ จึงตัดสินใจจะตามไปดูความสัมพันธ์ของหมอไทยกับชยุตด้วยตาตัวเอง แต่แล้วมาเห็นแพรพิณกำลังจัดเสื้อผ้าอย่างวุ่นวายเพื่อไปเที่ยวหัวหิน ก็ตกใจจะทำอย่างไรไม่ให้น้ารู้

    ooooooo

    รุ่งเช้า สี่หนุ่มบลูปรินซ์ตื่นเต้นกับการไปหัวหิน เพราะถือว่าได้ไปพักผ่อนด้วย จึงเตรียมอุปกรณ์ของเล่นไปมากมาย ส่วนพรนางฟ้าขอแยกเดินทางไปกับเพื่อนๆ พาทีหงุดหงิดทำไมตนไม่รู้แต่ไลออนถึงรู้ ไลออนยักคิ้วเย้ย

    รถพรนางฟ้ามาจอดริมทะเล แพรพิณลงจากรถ มายืดเส้นยืดสายท่าทางตื่นเต้นที่จะได้พักผ่อนเต็มที่

    จนเพื่อนหมั่นไส้ไม่เจียมสังขาร ส่วนบัวบุหงาอิดออดไม่กล้าลงจากรถด้วยสภาพเธอตอนนี้เป็นสาวหวานไปเสียแล้ว พรนางฟ้ากับแพรพิณมองเพื่อนอย่างภูมิใจในฝีมือพวกเธอ

    รถตู้กองถ่ายมาจอดหน้ารีสอร์ต พันธิตสั่งทีมงาน ทำงานในวันนี้ให้ทันเวลา เจ๊โดมช่วยทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดด้วยการเสริมว่า ทำงานดีเสร็จจะมีเลี้ยงอาหารทะเลจากคุณพันธิต ทีมงานเฮดีใจกันใหญ่ พี่คิดชื่นชมความเป็นกันเองของผู้อำนวยการสร้างอย่างเขา แต่วทันยูกลับโอดครวญมาทะเลทั้งทีน่าจะชิวๆสบายๆกันบ้าง พันธิตโวยถ้าคิวป่วนเงินตนทั้งนั้น

    แล้วพันธิตก็เดินหาบัวบุหงาว่ามาถึงหรือยัง กลับมาเจอหมอไทยและชยุตที่มาช่วยดูแลผิวพรรณศิลปิน

    บลูปรินซ์ที่ต้องออกแดด จึงชวนถ่ายรูปไว้โปรโมต พันธิต หันไปสั่งลูกน้องตามบัวบุหงามาให้ที เผอิญบัวบุหงาได้ยินจึงร้องว่าตนอยู่นี่แล้วเดินถือกล้องเข้ามา

    พันธิตตะลึงกับภาพหญิงสาวในชุดเดรสสำหรับเที่ยวทะเลลายดอก ใส่หมวก ผมดัดเป็นลอน...บัวบุหงากำลังยกกล้องขึ้นจะถ่าย เห็นหมอไทยกับชยุตก็ตกใจหน้าซีด เพราะทั้งสองเป็นเป้าหมายของจีสแกนเช่นกัน ชยุตรู้ทันชิงทักก่อน

    “สวัสดีครับคุณบัวบุหงา วันนี้คุณแพรไม่มาหรือครับ” หญิงสาวอึกอักๆว่าไม่มา ชยุตสะกิด “เฮ้ยหมอ คนนี้ไงคุณบัวบุหงาเพื่อนคุณแพรพิณ แหม ถ้าคุณแองจี้อยู่ด้วยก็ครบแก๊งสืบ...”

    หมอไทยแกล้งไอเสียงดังขัด แล้วถามว่าเธอ

    ทำงานกับพันธิตด้วยหรือ บัวบุหงารับว่าใช่ เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่ง พอถ่ายภาพให้แล้วเธอก็รีบเดินหนีไปทางอื่น พันธิตเห็นก็ขอตัวเช่นกัน

    บัวบุหงาเดินมาหลบใต้ต้นมะพร้าว รีบส่งไลน์บอกเพื่อนๆว่าหมอไทยกับชยุตมาที่นี่และพวกเขา

    ก็พูดเกี่ยวกับแก๊งสืบอะไรด้วย หรือพวกเขาจะรู้ว่าเราคือจีสแกน แพรพิณตกใจมากหมดความสนุกทำอะไรไม่ถูก

    แต่พรนางฟ้ากลับบอกว่าดีเสียอีกที่มากันทั้งหมดจะได้ถือโอกาสปิดจ๊อบเสียเลย ตนขอวางแผนสักครู่ สองเพื่อนเครียดอ่านไลน์แล้วภาวนาขอให้แผนนี้สำเร็จ

    บัวบุหงายกมือสาธุเหนือหัว พันธิตเข้ามาถามแผนอะไร หญิงสาวสะดุ้งแก้ตัวว่าแผนขอหวย แล้วเอื้อมมือไปถูต้นมะพร้าวจนนิ้วแดง พันธิตถอนใจดึงมือเธอมาเอ็ดเบาๆ

    “ทีหลังจะสร้างเรื่องอะไรก็เอาที่ตัวเองไม่เจ็บตัวนะ” พันธิตลูบนิ้วอย่างห่วงใย บัวบุหงายืนตัวแข็งดึงมือกลับแต่เขาไม่ปล่อย “คุณนี่ชอบทำอะไรให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะ เดี๋ยวก็เป็นทอม เดี๋ยวก็เป็นผู้หญิง เดี๋ยวก็ทำตัวลับๆล่อๆ มีอะไรวุ่นวายนักเหรอคุณ เล่าให้ผมฟังมั่งสิ”

    “ชะ...ฉันเล่าแน่ แต่คุณปล่อยมือฉันก่อนสิ...จริงๆ”

    พันธิตยอมปล่อยมือ บัวบุหงารีบเดินหนี เขาหัวเราะเบาๆแล้วเดินตามอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร หญิงสาว อ้างว่าร้อนจะไปหาน้ำเย็นๆกิน เขาหัวเราะถึงว่าหน้าแดง เธอยิ่งเขินมากขึ้นเผอิญลมพัดหมวกปลิว เธอหันกลับจะคว้าหมวกแต่ชนเข้ากับพันธิต เขาฉวยโอกาสโอบเอวเธอไว้ และหาว่าเธอหันมากอดเขา หญิงสาวโวย “บ้าเหรอ! ฉันจะหยิบหมวก เข้าใจไหม”

    พันธิตไม่ยอมปล่อยบอกหมวกน่ะช่างมันแล้วจะซื้อให้ใหม่ เธอไม่ยอมยกเท้ากระทืบเท้าเขาให้ปล่อยแล้ววิ่งไปเก็บหมวก พอลุกขึ้นมาก็ชนกับเขาที่ตามมาอีก เธอบ่นว่าเขาตามมาทำไม รำคาญ เขากลับยิ้มเอานิ้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธอออกแล้วชมว่า สวยเหมือนกันนะยัยทอม ทำเอาหญิงสาวสบตาอึ้งๆเขินจนทำอะไรไม่ถูก พอดีมีเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะ พันธิตหยิบดูเห็นชื่ออรนาฏ ก็ตัดสายทิ้งไม่รับ บัวบุหงาถือโอกาสวิ่งหนีไป เขาจะเดินตามแต่เควินเข้ามาดักหน้า

    “คุณพันธิตครับ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอเบอร์คุณแม่คุณหน่อยได้ไหมครับ” พันธิตแปลกใจ เควินรีบอธิบาย “ผมอยากส่งรูปที่ถ่ายด้วยกันคราวที่แล้วให้น่ะครับ”

    พันธิตให้ส่งให้เขาส่งต่ออีกที แต่เควินยื้ออยากส่งด้วยตัวเอง อยากอวดเพื่อนๆในวงว่าตนมีเบอร์ดาราที่ชอบ ตนรับรองจะไม่โทร.รบกวน พันธิตชั่งใจก่อนจะยอมเอามือถือ

    เควินมากดเบอร์ให้ หนุ่มน้อยดีใจออกนอกหน้า พันธิตจึงแย็บว่า บอกตามจริงว่าตนกับแม่ไม่ค่อยถูกกัน เจอกันทีไรทะเลาะกันทุกที เควินหน้าเศร้าลง บอกเขายังดีที่มีแม่ทะเลาะด้วย ตนเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียตั้งแต่เล็ก เห็นคนมีแม่แล้วอิจฉา พันธิตพยักหน้ารับรู้ระคนแปลกใจ

    พอเควินแยกออกมา มองไปรอบๆไม่มีใคร ก็รีบโทร.หาอรนาฏ เธอเห็นเบอร์ไม่คุ้นก็แปลกใจแต่ตัดสินใจรับสาย พอรู้ว่าเป็นเควินก็ดีใจ เขาชวนให้เธอแวะมาเยี่ยมกองถ่าย เธอรับคำ เควินเห็นพาทีเดินตามหา ก็แกล้งโผล่มาจ๊ะเอ๋ พาทีไม่ตกใจกลับเขกหัวเขาโป๊ก บอกทุกคนรอ เควินวิ่งไปด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม

    ด้านหมอไทยต่อว่าชยุตไม่น่าทำให้บัวบุหงาเข้าใจว่าเราเป็นเกย์ แต่ชยุตเห็นว่านี่เป็นการเอาคืน ระหว่างเดินมาตามทาง ชยุตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนอันนา รีบสะกิดชี้ให้เพื่อนดู แต่เธอหายไปแล้ว หมอไทยกับชยุตเดินไปอีกทาง อันนาโผล่มามองด้วยสีหน้าสงสัย

    พาทีแจกแจงงานให้บลูปรินซ์ฟังว่าวันนี้จะมีการ ถ่ายทำสิบฉาก สี่หนุ่มโอดโอยทำไมต้องถ่ายกันบ้าระห่ำขนาดนั้น ไลออนเข่นเขี้ยวอย่าให้รู้นะว่าใครจัดเบรกดาวน์ จะจับมาตีให้เข็ด

    พาทีชี้ “อยากรู้ว่าใครจัดเบรกดาวน์ก็ถามคุณผู้หญิงคนนั้นสิ”

    “แองจี้กับผู้ช่วยหนึ่งช่วยกันจัดเอง ทำไมเหรอ” พรนางฟ้าตอบขำๆอย่างไม่รู้อะไร

    “โธ่ ทำไมแองจี้ใจร้ายกับพวกเรางี้ล่ะ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” จุงเบเข้ามาอ้อน

    ไลออนเข้าแทรกกลางห้ามใครว่าแองจี้ คฑาเย้าว่าปกป้องกันออกหน้าออกตาเกิน วอในมือพาทีดัง เขารับมาคุยแล้วหันมาบอกทุกคน อีกครึ่งชั่วโมงสแตนด์บายหน้าเซต ตอนนี้ใครอยากทำอะไรรีบไปจัดการ สี่หนุ่มกระจัดกระจายไปคนละทิศ ไลออนดึงพรนางฟ้าออกไปด้วย

    พรนางฟ้าถามไลออนมีอะไร เขาให้เธอหลับตา สัญญาจะไม่ทำอะไร พอเธอยอมหลับตาเขาก็เอาแหวนเปลือกหอยใส่ในมือเธอ เน้นว่าเป็นของขวัญชิ้นที่สอง ให้เธอจำได้ว่าเรามาทะเลด้วยกันครั้งแรก แล้วเขาจะสวมแหวนให้เธอ พรนางฟ้าดึงมือออกบอกตนถือ ตนจะใส่แหวนคู่กับคนรักเท่านั้น ไลออนกำลังจะถามต่อ พาทีเข้ามาเรียกไลออนให้ไปเตรียมตัว เขามองตาขุ่น

    “พี่นี่เข้ามาได้จังหวะตลอดเลยนะครับ ถ้านี่เป็นละคร ผมคิดว่าพี่ต้องเกลียดผมมากแน่ๆเลย หรือถ้าไม่ใช่พี่เกลียดผม พี่ก็ต้องชอบแองจี้มากแน่ๆ”

    พรนางฟ้าหน้าเสียปรามไลออนให้หยุดพูดเพ้อเจ้อ แล้วดันไลออนให้ไปทำงาน เขาเดินหัวเสียออกไป พอเธอจะเดินไป พาทีก็เรียกไว้ เขากำบางอย่างในมือยื่นมาให้ บอกให้เธอหลับตา

    “ทำไมผู้ชายทุกคนต้องบอกให้ผู้หญิงหลับตาด้วย” พรนางฟ้าบ่นแต่ก็ยอมหลับตาแบมือ แล้วรู้สึกมีอะไรตกลงมาในมือ พอลืมตาขึ้นมองก็ต้องร้องกรี๊ดสะบัดทิ้ง เพราะมันคือซากจิ้งจก แต่พาทีเดินหนีไปแล้ว เธอเจ็บใจวิ่งตามไปเอาคืน

    ไลออนแอบมองสองคนแล้วมองแหวนในมือตัวเอง พึมพำ แกนี่น่าสงสาร โดนเก็บมาจากทรายมาทำเครื่องประดับโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีใครอยากสวม ว่าแล้วก็สวมใส่นิ้วตัวเอง

    ooooooo

    การถ่ายทำผ่านไปหลายฉาก แพรพิณแอบถ่าย รูปหมอไทยกับชยุตที่นั่งชิดกันหน้าจอมอนิเตอร์ ส่วนไลออนมักชำเลืองมองมาที่พรนางฟ้าจนเธอรู้สึกอึดอัด จึงบอกพาทีว่าตนอยากกินน้ำมะพร้าวแล้วขอตัววิ่งออกไป

    พรนางฟ้าหลบมายืนมองทะเล จู่ๆมีลูกมะพร้าวยื่นมาตรงหน้า เธอหันมองเป็นพาทีที่ถือมาสองลูก เขาอ้างว่าแฟนคลับเอามาฝากบลูปรินซ์ ตนเห็นเธออยากกินจึงเอามาให้ หญิงสาวเบ้หน้าใส่คิดว่าตั้งใจหาซื้อมาให้ พาที หัวเราะขำๆ ไม่ทันไรต้องหุบยิ้มเมื่อเฌอเบลล์เดินเข้ามาทัก

    “สวัสดีค่ะคุณที คุณแองจี้ แอบมากินน้ำมะพร้าวกันอยู่ที่นี่เอง” เฌอเบลล์ตั้งใจข่มแองจี้ จึงขยับเข้าเบียดพาที “คุณทีโทร.บอกว่ามีถ่ายหนังที่นี่ เบลล์ก็เลยมาเซอร์ไพรส์น่ะค่ะ”

    “วันนี้ผมน่าจะยุ่งทั้งวัน ไว้ถ่ายเสร็จผมโทร.หานะครับ อีกอย่างทางกองถ่ายเขาอยากให้เก็บเป็นความลับด้วยครับ ไป ผมไปส่ง” พาทีดึงเฌอเบลล์เดินไป

    พรนางฟ้ามองตามด้วยความรู้สึกปวดใจ...พอมาถึงที่จอดรถ พาทีก็เสียงขุ่นใส่เฌอเบลล์ว่าตามมาทำไม หญิงสาวมองอย่างท้าทาย อย่าลืมว่าเขาต้องตามใจตนถ้าไม่อยากให้ความลับรั่วไหลถึงสื่อมวลชน แล้วเธอก็บังคับให้เขาต้องมีเวลาพาไปทานกลางวัน พาทีข่มใจ
    ไม่ให้โกรธ

    ด้วยความเฟอะฟะของแพรพิณ ทำให้เธอดันไปยืนแถวต้นไม้ที่อยู่ในฉาก ชยุตกับหมอไทยจึงเห็นเธอในจอมอนิเตอร์ ผู้กำกับสั่งคัตแล้วโวยว่าใครเข้ามาอยู่ในฉาก แพรพิณสะดุ้งรีบวิ่งหนี ชยุตรีบตามไปจนถึงริมหาด หญิงสาวไปแอบข้างเรือที่จอดริมหาด แต่ไม่พ้นสายตาเขาไปได้ ชยุตเดินเข้าไปใกล้ เธอไม่รู้จะหนีทางไหนจึงดำน้ำลงไป เขาแกล้งยืนรอให้เธอโผล่ขึ้นมาเอง

    พอเธอทะลึ่งพรวดขึ้นมาเห็นเขายังอยู่ก็ทำทีตกใจที่เจอเขา ชยุตขำที่เธอลงทุนจริงๆ แถไปได้น้ำขุ่นๆ แพรพิณอายจะเดินหนี เขาคว้าตัวเธอมากอดแกล้งยื่นหน้าถามใกล้ๆ

    “จะไปไหน ไม่คิดถึงผมเหรอ” แพรพิณดิ้น “ทำไมคุณถึงทำเหมือนไม่มีเยื่อใยกับผมเลย”

    “เยื่อใยอะไร! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”

    ชยุตเท้าความถึงคืนวันงานแซยิดที่เธอโดนเขาจูบจนเป็นลม แล้วยังนอนในรถเขาทั้งคืน หญิงสาวโวยว่าไม่มีอะไรเกินเลย ไม่ควรพูดเรื่องเยื่อใย เขาย้ำอีกแน่ใจหรือ ไม่มีเยื่อใย

    “แน่ใจมาก แล้วก็เลิกพูดถึงคืนนั้นได้ละ คืนนั้นหรือคืนไหนก็เหมือนกัน คือฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณ แล้วขอเลยนะอย่ามาฉวยโอกาสกับฉันแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ” แพรพิณเดินหนีทั้งที่ในใจรู้สึกเสียใจที่พูดแรงกับเขา แต่ด้วยทิฐิทำให้ต้องไม่สนใจ...เธอเดินมานั่งหงุดหงิดพิงต้นสน โมโหที่ชยุตไม่เลือกเอาสักอย่างว่าจะเป็นแบบไหน แล้วหยิบลูกสนมาปาออกไป

    เสียงคนร้องโอ๊ย ทำให้แพรพิณสะดุ้ง หันมอง ลูกสนที่ปาไปโดนหัวอันนาอย่างจัง สองน้าหลานตกใจที่เจอกัน อันนาน้ำตาคลอสารภาพว่าต้องการมาเห็นกับตาว่าหมอไทยกับชยุตเป็นอะไรกัน แพรพิณสงสารหลานกอดปลอบ แล้วตั้งกรุ๊ปใหม่ให้มีอันนาร่วมด้วยในทีมจีสแกน

    ชยุตกลับมาบอกหมอไทยว่าใช่แพรพิณ เธอไม่ยอม เชื่อว่าเราไม่ใช่เกย์ ต้องตามสโตล์กเกอร์เราไม่หยุดแน่

    หมอไทยเหล่มองเพื่อนมั่นใจว่าเขาชอบแพรพิณ แต่ชยุตก็ปากแข็งไม่ยอมรับ

    พอเลิกกอง พาทีสั่งแองจี้พาบลูปรินซ์กลับไปพักอย่าให้แอบไปเที่ยวไหน พรนางฟ้าเห็นว่าวันนี้พวกเขา

    ทำงานทั้งวัน จึงขอ “พี่พาทีคะ อย่าหาว่าแองจี้เยอะแยะเลย นะคะ ช่วงนี้บลูปรินซ์เจอแต่เรื่องแย่ๆ ไหนๆได้มาทะเลแล้ว ให้เขาพักผ่อนบ้างอย่างที่เขาต้องการเถอะนะคะ”

    พาทีไม่ตอบเดินไป สี่หนุ่มวิ่งเข้ามาถามว่าจะได้เล่นน้ำทะเลหรือออกไปเที่ยวไหน เควินเห็นสีหน้าแองจี้ก็รู้ว่าพาทีไม่อนุญาต ไลออนบ่นอุบว่าเป็นนักร้องหรือเป็นนักโทษกันแน่ จุงเบปลอบใจในเมื่อพวกเราเลือกแล้วก็ต้องยอมรับสิ่งที่ตามมา แองจี้จะพาทุกคนไป เสียงพาทีดังขึ้น

    “อ้าว จะไปไหนกัน พี่บอกให้เขาเตรียมปาร์ตี้ริมทะเลไว้ให้พวกเราแล้ว หรือจะให้ยกเลิก”

    สี่หนุ่มดีใจพากันวิ่งกลับมากอดพาที พรนางฟ้ายกกล้องขึ้นเก็บภาพความสุขนี้ไว้...

    ด้านพันธิตเมื่อประชุมงานเสร็จ ก็มาชวนบัวบุหงาไปดูเลนส์กล้องตัวใหม่ แต่เธอกลับไม่สนใจบอกต้องไปกับเจ๊โดม เจ๊โดมแย้งว่าไปไม่ได้เพราะตนมีนัดกับผู้ชาย ว่า แล้วก็รีบวิ่งออกไป หญิงสาวไม่แคร์คว้ากระเป๋าจะเดินไป พันธิตตามขวางออกคำสั่งต้องไปกับตน บัวบุหงาไม่ไปเพราะตอนนี้เลิกงานแล้ว พอดีวทันยูเดินเข้ามากอดคอพันธิต บอกเจอร้านหนึ่งเจ๋งมากสาวเพียบ พันธิตปฏิเสธเพราะมีนัดแล้วกับบัวบุหงา ว่าแล้วดึงเธอเดินไป วทันยูยืนมึนที่โดนเพื่อนทิ้งดื้อๆ

    ooooooo

    สี่หนุ่มบลูปรินซ์เห็นอาหารที่จัดไว้ให้ เป็นอาหารที่ถูกห้ามกินมาก่อน และพาทียังยอมให้ดื่มไวน์ได้เล็กน้อย ทุกคนกินและดื่มอย่างมีความสุขมาก พาทีเห็นแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้

    “ดูสิ แค่ได้กินอาหารเต็มมื้อเหมือนคนทั่วไป พวกนี้ดีใจยิ่งกว่าคนถูกหวยสิบล้าน คิดๆไปเหมือนพี่กักขังพวกเขาเลย...พี่ทำกับพวกเขาแรงเกินไปรึเปล่าแองจี้”

    “แองจี้รู้ว่าพี่พาทีมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้”

    “เหตุผลเหรอ บางที...คำว่าเหตุผลอาจเป็นข้ออ้างของพี่ก็ได้มั้ง จริงๆที่พี่ต้องคุมทุกคนในกฎเพราะในใจพี่มันมีแต่ความกลัว กลัวว่าถ้าออกนอกกฎเมื่อไหร่ สิ่งที่พี่สร้างมามันจะจบลงเมื่อนั้น วงการนี้มันทำให้พี่กลายเป็นคนขี้กลัวไปเลย”

    “พี่พาทีกลัวกับเขาเป็นด้วยเหรอ”

    พาทีถอนใจ เธอไม่รู้หรอกว่าตนผ่านอะไรมาบ้างถึงต้องกลัว เขายังไม่อยากเล่า กลับย้อนถามแองจี้ว่าตนควรทำอย่างไรให้บลูปรินซ์มีความสุข

    “แองจี้ว่า บางทีพี่พาทีอาจจะต้องหาสมดุลระหว่างกฎกับความยืดหยุ่นให้เจอ พี่พาทีอยู่วงการนี้มานาน แองจี้เชื่อว่าพี่พาทีรู้ว่าเรื่องไหนควรปล่อย เรื่องไหน ไม่ควรปล่อย” พาทีเห็นจริง พรนางฟ้าอาสาจะช่วยคิดถ้าเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจว่าควรไม่ควร

    ไลออนเห็นสองคนคุยกันก็ไม่พอใจ เข้ามาดึงมือพรนางฟ้าไปร่วมปาร์ตี้ จุงเบกับคฑาคะยั้นคะยอให้ทั้งแองจี้และพาทีเต้นรั่วๆ ก่อนจะโดนลากลงทะเลอย่างสนุกสนาน...เวลาผ่านไป ทุกคนนอนแผ่บนหาดทราย สี่หนุ่มรู้สึกสนุกมากจนอยากขอบคุณคนที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น แต่ก็ลงความเห็นว่าไม่ใช่พาที พาทีพยักพเยิดไปทางแองจี้ ทุกคนจึงเข้าไปจับแก้มหยอกเย้าเธอเป็นการขอบคุณ และโหวตให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบปี

    พาทีลุกขึ้นกล่าวอย่างจริงจัง “พี่โหวตด้วย ทุกคน...พี่ขอโทษสำหรับการดูแลที่ผ่านมานะ พี่สัญญาว่าต่อไปนี้จะให้ทุกคนมีวันพักอาทิตย์ละหนึ่งวัน”

    สี่หนุ่มบลูปรินซ์ตะลึงไม่อยากเชื่อ หาว่าไวน์ที่ดื่ม ทำให้เขาเพี้ยน พาทีหมั่นไส้แกล้งบอกงั้นยกเลิก สี่หนุ่มโอดครวญ พาทีกลับมาพูดจริงจังว่า ต่อไปจะพยายามยืดหยุ่นกับพวกเขาให้มากกว่านี้ ส่วนวันนี้หมดเวลาแล้ว ทุกคนต้องเข้านอน พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ทุกคนหันมาโอดโอย

    ด้านพันธิตได้จัดโต๊ะอาหารน่ารักๆริมทะเลไว้สำหรับเขาและบัวบุหงา เธอตะลึงไม่คิดว่าเขาจะมีโมเมนต์นี้ แต่ด้วยความรู้สึกอาย จึงนั่งทานอาหารกับเขานิดเดียวแล้วบอกว่าอิ่ม พันธิตไม่เชื่อเพราะตอนที่เขาพบกับเธอใหม่ๆ เธอกินขนาดวัวตายควายล้มก็ไม่ปาน หญิงสาวโวย

    “นี่ๆ ให้มันน้อยๆหน่อย ก็ตอนนี้ฉันไม่อยากกินเยอะแบบนั้นแล้วนี่”

    ชายหนุ่มกวักมือเรียกบ๋อยเข้ามากระซิบ สักพักบ๋อยกลับมาพร้อมสำลีและขวดน้ำยารีมูฟเวอร์ พันธิตสั่งให้บัวบุหงาขยับมาใกล้ๆ แล้วเทน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางที่ตาเธอออก

    “ผมไม่ชอบที่คุณเป็นแบบนี้เลยบัว มันไม่สนุก คุณสวยขึ้นก็จริงแต่ก็ต้องมานั่งแอ๊บทำนู่นทำนี่ ไม่อึดอัดเหรอ เป็นคุณคนเดิมมันเจ๋งอยู่แล้ว อย่าให้ไอ้พวกเครื่องสำอางจอมปลอมนี้มันทำให้คุณเปลี่ยนไปเลย ผมขอร้อง”

    บัวบุหงาพึมพำไหนว่าตนสวย เขายอมรับว่าสวยแต่น่ารำคาญ ผู้หญิงสวยเขาเจอมาเป็นพันคน สวยกว่าเธออีก หญิงสาวบ่นอุบที่พูดมาเกือบดีแล้ว แต่ประโยคสุดท้ายไม่พูดก็ไม่มีใครว่า

    “นี่สิ บัวบุหงาคนเดิมที่ผมรู้จัก...” พันธิตสั่งให้หลับตา แล้วจัดการเช็ดเครื่องสำอางออกจนหมด หญิงสาว ลืมตามาเจอหน้าเขาอยู่ชิดก็เขินอายหลบตาลงต่ำ เขาแอบขำชอบใจ

    หลังทานอาหารเสร็จ พันธิตเดินมาส่งบัวบุหงาหน้าที่พัก ขอบคุณเธอสำหรับคืนนี้ เธอเขินบอกเขาอย่าพูดเพราะ ทำให้จะอ้วก เขาหมั่นไส้โพล่งขึ้น

    “งั้นหล่อนเข้าห้องไปเลย นังแพศยา!”

    “เดี๋ยวๆๆ มากไปแล้วๆ”

    พันธิตหัวเราะออกมาแล้วบอกให้เธอหลับฝันดี

    บัวบุหงาบอกเขาก็เหมือนกัน ต่างคนต่างโบกมือลากันเขินๆ กว่าจะแยกกันได้จริงๆ ทั้งสองรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างมาก

    คืนนั้นพรนางฟ้าออกมาเดินเล่นริมทะเล สักพักพาทีตามออกมาถามเธอไม่เหนื่อยหรือถึงไม่นอน เขาชวนไปนั่งคุยเพราะยังคุยกันไม่จบ ไลออนของเธอมาขัดเสียก่อน หญิงสาวสวนว่า

    “ไม่ใช่ของแองจี้สักหน่อย ต้องเฌอเบลล์ของพี่พาทีมากกว่าไหมคะ”

    “ตอนนี้มีแค่เราสองคน อย่าพูดเรื่องคนอื่นได้ไหม”

    พรนางฟ้าชะงักกับคำพูดของเขา จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่าเขาชอบทะเลไหม พาทีทำหน้าเบื่อๆ คิดถึงอดีตวัยเด็กที่อยู่กับทะเล รู้ดีว่าคลื่นทะเลเอาแน่เอานอนไม่ได้ หญิงสาวจึงคิดว่าเขาคงชอบภูเขามากกว่า เพราะหนักแน่นมั่นคงเป็นที่พึ่งพิงได้ เขาพยักหน้ารับกลายๆ แล้วย้อนถามเธอบ้างทำไมชอบทะเล เธอปฏิเสธ บอกชอบมองท้องฟ้าตอนอยู่ติดกับทะเลต่างหากแล้วสาธยายว่า

    “ท้องฟ้าที่ทะเลมันสดใสกว่า หรือตอนกลางคืน ท้องฟ้าที่อยู่กับทะเลก็จะเห็นดาวได้ชัดกว่า แบบนี้ไง” พรนางฟ้าชี้มือไปยังดวงดาว แต่พาทีแอบมองเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว

    พอพรนางฟ้าถามขึ้นว่าทำไมเขายังไม่นอน เขาก็ลุกพรวดขึ้นแล้วบอกว่ากำลังจะไปคุยกับพี่คิดแถมสั่งให้เธอไปนอนได้แล้ว หญิงสาวคิดว่าเขาจะเดินไปส่ง เขากลับบอกว่าเดินมาคนเดียวได้ก็กลับไปคนเดียว เธอยู่จมูกใส่แล้วเดินบ่นไปตลอดทาง...แต่พอถึงที่พักก็เห็นเงา

    พาทีหันหลังเดินกลับไป จึงรู้ว่าเขาตามมาส่ง เริ่มสับสนในใจว่าควรดีใจหรือเสียใจดี

    ที่บาร์เกย์ วทันยูนั่งดื่มจนเมาบ่นที่พันธิตทิ้งไปกับสาว จนสาวที่นั่งข้างๆขำหัวเราะเสียงดังออกมา ทั้งสองจึงคุยกันอย่างถูกคอ บาเทนเดอร์จำได้ว่าเธอคือแม็กซี่ ตรีชวา มิสทิฟฟานี่ที่กำลังโด่งดัง เธอรีบจุ๊ปากไม่ให้บอกใคร

    ระหว่างนั้นชยุตลากหมอไทยมาเที่ยวที่นี่ เพราะเชื่อว่ากลุ่มจีสแกนจะต้องตามมา แต่พอเข้ามานั่งไม่ทันไร ชยุตเห็นวทันยูเมาพร่ำรำพันอยู่กับแม็กซี่ ก็รีบสะกิดหมอไทยให้ดู จังหวะนั้นบาเทนเดอร์พานักข่าวมาถ่ายภาพแม็กซี่ เธอตกใจรีบเอากระเป๋าบังหน้า แล้วนักข่าวก็เห็นหมอเซเลบชื่อดังหลานคุณหญิงนวลจันทร์ จึงเบนความสนใจมาตามถ่าย หมอไทยรีบดึงชยุตวิ่งหนี

    แพรพิณกับอันนาตามมาถึงเห็นทั้งสองวิ่งผ่านหน้าไป อันนาตะลึงน้ำตาเอ่อ ในขณะที่วทันยูไม่พอใจนักข่าวจึงชกหน้าเปรี้ยงท่ามกลางเสียงร้องกรี๊ดของแม็กซี่และแขกที่มาเที่ยว

    รุ่งเช้าพันธิตกับพี่คิดต้องตกใจกับข่าวดัง “ลูกไฮโซชื่อดังเมาอาละวาดกลางผับ รัวหมัดใส่นักข่าวก่อนหนีหายไปกับดาราสาวประเภทสองน้องแม็กซี่ ตรีชวา”

    พันธิตเครียดเพราะเกรงจะกระทบมาถึงหนังที่กำลังสร้าง บัวบุหงาเห็นพันธิตหงุดหงิดก็ถ่ายภาพเขาหลายภาพ เอามาให้เขาดูว่าเวลาที่เขาอารมณ์เสียหน้าตายู่ยี่ขนาดไหน ทำให้เขาขำหน้าตัวเองคลายความหงุดหงิดลง เขาบ่นว่าเธอทำให้เขาขำจนลืมว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วนึกได้ว่าต้องโทร.ตามหมอไทยกับชยุตทำไมยังไม่มากอง บัวบุหงาจึงเตือนสติ

    “สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย คุณหมอไทยกับคุณชยุตอาจจะยังไม่ตื่น การที่เราโทร.ตามเขาแล้วเขาไม่รับ เราเลยถ่ายหนังต่อโดยไม่รอเขาก็ไม่ใช่ความผิดเรา ส่วนเรื่องคุณยู ถ้านักข่าวถามมาก็ตอบไป ไม่มีอะไรต้องคิดมาก แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่านักข่าวจะหาทางเล่นเรื่องเสียๆหายๆกับหนังเรา...ถ้าหนังเราดีจริงก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว”

    พันธิตเริ่มยิ้มออกที่หญิงสาวพูดจามีสาระก็เป็น...บัวบุหงาเลี่ยงมาหาพรนางฟ้าเพื่อให้ช่วยตามหมอไทยกับชยุต ที่ทำให้เจ้านายตนหงุดหงิดแต่เช้า พรนางฟ้ากระเซ้าดูเพื่อนเป็นห่วงเขามาก แต่ก็โทร.หาแพรพิณให้ พอแพรพิณรับสายก็เล่าเรื่องเมื่อคืนด้วยความโกรธว่า
    หมอไทยกับชยุตเป็นเกย์แน่ๆ ถึงไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น พอมีเรื่องก็วิ่งหนีกันออกมา ตนกับอันนาตามไปเจอทั้งสองที่ร้านยาดองข้างทาง หมอไทยเครียดเกรงคุณหญิงย่ารู้ว่าเขาไปเที่ยวที่นั่นจึงดื่มจนเมา แล้วชยุตก็พาเขากลับ ตนคลาดกับทั้งสองที่หน้าห้องน้ำ

    พรนางฟ้าขอให้แพรพิณตามหาหมอไทยกับชยุตเพื่อบอกให้ไปที่กองถ่าย...อันนานึกได้ว่ามีแอพไลน์

    ไฟนด์มายเฟรนด์ของหมอไทย ทำให้รู้ได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน

    สองน้าหลานมาที่โรงแรมที่พัก อันนาวางมาดว่าเป็นภรรยาหมอไทยคุณชายแห่งวังมัจฉา ต้องการขึ้นไปพบสามีบนห้อง พนักงานอึกอักๆ แต่ก็กลัวเป็นเรื่องจึงยอมให้กุญแจ ทันทีที่สองสาวเปิดประตูห้องเข้าไปต้องช็อกกับภาพที่เห็น สองหนุ่มนอนคู่กันบนเตียง มีเสื้อผ้าถอดเกลื่อนอยู่กับพื้นห้อง แพรพิณยังมีสติเอามือถือมาบันทึกภาพทั้งสองไว้ด้วยความผิดหวังเสียใจเช่นกัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:16 น.