ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พาทีมางานเลี้ยงกับท่านประธาน เหลือบไปเห็นอรนาฏให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ก็ทำทีเข้าไปทักเสียงดัง...น้าหญิงครับ น้าหญิง...อรนาฏสะดุ้งหน้าเสีย เขารีบบอกว่าขอโทษจำคนผิด

    นักข่าวมองอย่างอยากรู้ อรนาฏกลบเกลื่อน คนเราทักผิดกันได้ นักข่าวหันมาถามถึงวงบลูปรินซ์ พาทียิ้มแย้มขอให้นักข่าวช่วยเขียนเชียร์น้องๆด้วย มีอะไรอัพเดตตนจะให้ข่าวทันที พอนักข่าวเดินไป อรนาฏก็เสียงเขียวใส่พาที “แกคิดจะมาหาเรื่องอะไรฉัน!”

    “เปล่านี่ครับ ผมเห็นแวบๆเลยนึกว่าคุณอรนาฏเป็นน้าสมหญิงที่ผมเคยรู้จัก”

    “ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก...” อรนาฏ จ้องหน้าจะเอาเรื่อง

    “ก็แน่สิครับ คนที่สามารถลืมอดีตตัวเองได้ทุกอย่าง จะมาสนใจอะไร แต่คนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งยังไงมันก็ไม่มีวันลืมได้หรอกนะครับ อ้อ ผมได้ดูรายการที่คุณให้สัมภาษณ์เรื่องเด็กกำพร้า ซาบซึ้งมากเลยนะครับ สงสารเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งจริงๆว่าไหมครับคุณอรนาฏ” พูดจบพาทีเดินไป

    อรนาฏมองตามด้วยแววตาโกรธ ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด...กลับมาบ้าน เปิดประตูห้องเข้ามาเจอพันธิตนั่งชิดใกล้อยู่กับวทันยู สวมกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวทั้งคู่ พันธิตเย้า แม่ไม่อยากเห็นทำไมไม่เคาะประตูก่อน เธอโวยวายว่าตนเป็นแม่จะทำอย่างไรก็ได้ แล้วพาลไล่วทันยูกลับ พันธิตโกรธแต่วทันยูไม่อยากให้ถกเถียงกัน ยอมกลับแต่โดยดี

    เช้ามืดวันต่อมา พาทีนัดให้แองจี้มาเจอบนสะพานที่เขาชอบมาปล่อยอารมณ์ เพื่อบอกว่าเขารับเธอเข้าทำงานเป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ แล้วขอให้เลิกทำงานกับชลลัมภีร์ เขายังเข้าใจว่าแองจี้เป็นนักข่าวให้หนังสือของชลลัมภีร์ พาทีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพขอให้ตนไว้ใจเธอได้ แต่เสียงแตรรถดังกลบทำให้เธอไม่ได้ยิน เขาจึงดึงเธอมากระซิบข้างหู หญิงสาวหน้าแดงกับความใกล้ชิดแต่ก็ดีใจรับคำ พาทีจูงมือเธอเดินลงจากสะพานเพื่อกลับบ้านพัก

    พอพรนางฟ้าหรือในนามแองจี้ เดินเข้ามาในบ้านก็ต้องตกใจ ที่เควิน ไลออน คฑาและจุงเบกลับจากเชียงใหม่ ทั้งสี่ดึงพลุกระดาษต้อนรับ ทุกคนทักทายใกล้ชิดอย่างเป็นกันเองทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นปลื้มปริ่มที่ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อแถมเป็นศิลปินดัง

    ค่ำนั้นพาทีถือกระปุกมาส์กและครีมบำรุงผิวหน้ามาให้แองจี้ใช้ บอกว่าครีมทั้งหมดมาจากหมอไทย บลูปรินซ์ใช้บำรุงหน้า เธอต้องใช้ด้วยเพื่อไม่ให้เสียชื่อผู้จัดการวงเพราะขอบตาดำ

    กลางดึกพรนางฟ้าต้องตกใจเมื่อเสียงไลน์ดังรัว บัวบุหงาซึ่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเช่นกัน เมื่อแพรพิณไลน์เข้ามาบ่นเรื่องอันนากำลังจะหมั้นกับเกย์อย่างหมอไทย ในอีกสามวันจะมีงานแซยิดของคุณหญิงย่าของเขา เป็นการดูตัวทั้งสองคน ตนอยากล้มงานนี้ให้เพื่อนทั้งสองช่วย

    พรนางฟ้าคิดแผนการให้แพรพิณค้นห้องหมอไทยหาหลักฐานการเป็นเกย์มาให้ได้ก่อนวันงาน ฉะนั้นในคืนนั้นแพรพิณในชุดดำมันสไตล์นักสืบรัดรูปย่องเข้าวังมัจฉา บัวบุหงาทำหน้าที่ดูต้นทางหน้าประตูให้...แพรพิณทำท่ากระโดดหลบแสงเลเซอร์แบบในหนังเข้าไป บัวบุหงาเห็นแล้วส่ายหน้า ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ตำรวจขี่ผ่านมา เธอจึงทำทีคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนวลจันทร์ทำนองขอโทษที่มาถึงดึก แต่ตำรวจไม่เชื่อ จับตัวเธอไปโรงพัก

    ด้านแพรพิณด้วยความซุ่มซ่ามชนแจกันตกแตก สาวใช้เข้ามาดู เธอรีบวิ่งหนีขึ้นไปชั้นบนแล้วหลบเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ไม่ได้ล็อกประตู ปรากฏเป็นห้องหมอไทยที่กำลังนอนหลับ

    ขณะเดียวกันที่บ้านบลูปรินซ์ พรนางฟ้าเดินลงมาข้างล่าง แต่แล้วได้ยินเสียงคนครางกระเส่าและเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน ทำให้ต้องย่องไปดู เห็นเงาคนสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัว จึงพยายามชะเง้อมอง ทันใดมือถือตัวเองดังขึ้น เธอสะดุ้งรีบปิดแต่ดูเหมือนสองคนจะรู้ตัวต่างหลบไปอีกด้านของตัวบ้าน หญิงสาวหงุดหงิดจะตาม พลันไฟสว่างจ้าขึ้น เธอสะดุ้งหันมองเป็นพาทีที่เดินลงมา เขาถามอย่างสงสัยว่าเธอมาทำอะไร ข้างล่างมืดๆ

    หญิงสาวอ้างว่าลงมาทานน้ำ เขาเสียงอ่อนลงบอกทีหลังให้เปิดไฟ เดินมืดๆมันอันตราย เธอยิ้มขอบคุณ อยากจะบอกเรื่องเงาคนแต่ชะงักเปลี่ยนเป็นบอกให้เขาฝันดี พอพาทีกลับขึ้นไปพรนางฟ้าจะเดินไปในครัวแต่แล้วต้องชะงักเมื่อเหยียบหมวกใบหนึ่ง หยิบขึ้นมาดูมีชื่อปักว่า...คฑา เธอยิ้มย่องเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกชิ้นทันที

    พอจะย่องออกจากบ้าน พรนางฟ้าส่งไลน์ให้ แพรพิณส่งโลเกชั่นวังมัจฉาให้ ทันใดเธอชนเข้ากับจุงเบ เขายืนยิ้มล้อจะหนีเที่ยวหรือ หญิงสาวอึกอัก เขาใช้สองนิ้วแตะปากตัวเองแล้วส่งจูบให้บอก จะไม่บอกใครแต่ให้รีบกลับ อย่าเมามาก เธอถอนใจโล่งอกยิ้มรับคำ

    ด้านบัวบุหงาถูกขังที่สถานีตำรวจ หงุดหงิดที่โทร.หาเพื่อนไม่ได้สักคน...ส่วนแพรพิณต้องสะดุ้งเมื่อพรนางนางฟ้าส่งไลน์เข้ามา เธอรีบหาที่ซ่อนตัวเกรงหมอไทยจะตื่น แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาจริงๆ ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ จึงรีบวิ่งไปหลบที่ระเบียงห้อง คิดว่าจะรอดกลับลำบากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้มาเคาะประตูเรียกหมอไทยเพื่อบอกว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเอาเศษแจกันที่แตกให้เขาดู เขาจึงลงไปสำรวจข้างล่าง แพรพิณรีบส่งไลน์บอกเพื่อนๆให้มาช่วย

    บัวบุหงาส่งรูปตัวเองอยู่ในห้องขังกลับมา ส่วนพรนางฟ้ารู้สถานการณ์ของเพื่อนจึงวางแผนทำทีมาขออนุญาตมาดูสถานที่เพราะเป็นฝ่ายจัดงาน ที่ต้องมาเช้าตรู่เพราะต้องไปทำงานต่อ แล้วช่วยวิเคราะห์จากหลักฐานแค่เศษแจกันแตก อาจเป็นแมวมากกว่าโจร แพรพิณใช้โอกาสนี้หนีออกมาได้สำเร็จ ส่วนบัวบุหงาได้พ่อเต่ามาช่วยประกันตัว

    ooooooo

    สามสาวนัดประชุมกันในตอนสาย เพื่อวางแผนล้มงานแซยิด แพรพิณวาดแปลนวังมัจฉา แต่มีเพียงชั้นล่างกับห้องหมอไทยเท่านั้นออกมาวางให้พรนางฟ้าส่ายหน้าแค่นี้จะทำอะไรได้ ว่าแล้วก็เอาแปลนทั้งวังออกมาวาง สองเพื่อนแปลกใจทำไมถึงมี

    พรนางฟ้ายิ้มๆเฉลยว่า ขอมาจากหมอไทยเพราะตนเป็นฝ่ายจัดสถานที่จำต้องมีแปลน แพรพิณโวยทันทีแล้วให้ตนเสี่ยงชีวิตเข้าไปทำไม พรนางฟ้าสวนถ้าไม่เข้าไปจะรู้ไหมว่าหมอไทยอยู่ห้องไหน บัวบุหงาปรามให้หยุดเถียงกันแล้วหันมาวางแผน

    พรนางฟ้ากลับเข้าบ้านทำทีไปวิ่งออกกำลังมา เห็นพาทีกับเควินกอดลูบหลังลูบไหล่กันก็ชะงักมองอย่างสงสัย พาทีหันมาเห็นเปรยว่าเควินมีปัญหานิดหน่อย แล้วบอกงานวันนี้ ให้เธอออกไปประชุมกับเขา มีบริษัทหนังจ้างบลูปรินซ์ไปแสดง เราต้องตรวจดูบทก่อน

    มาถึงที่ประชุม พาทีกับพรนางฟ้าได้รับบทให้นั่งอ่าน ระหว่างนั้นเห็นพันธิตเดินมากับวทันยูแล้วกอดลากันอย่างสนิทสนม พรนางฟ้าตะลึงมอง ส่วนพาทีมีแววตาโกรธ จนเธอสงสัย

    เสร็จการประชุม พาทีมีท่าทีตึงเครียดไม่พูดคุยอย่างเคยจนกลับถึงบ้าน พวกบลูปรินซ์กลับจากงานอัดรายการ เควินเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าเรียบร้อยไม่มีปัญหา พรนางฟ้าสังเกตว่าสองคนนี้มีความสนิทสนมห่วงใยกัน...พาทีหันมาบอกว่าวันนี้หมดคิวงานของบลูปรินซ์ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพวกเขา ให้แองจี้พักได้ เธอจึงขอลาไปทำธุระ ไลออนแอบได้ยินยิ้มอย่างมีเลศนัย

    รุ่งเช้าเป็นวันงาน ที่วังมัจฉามีอันนาและนภิสเป็นโต้โผดูแลความเรียบร้อย คุณหญิงย่าแอบดูอมยิ้มน้อยๆ หมอไทยเห็นเข้ามากระซิบถามพอใจหลานสะใภ้ใช่ไหม ท่านหญิงเชิดหน้าไม่ยอมรับ...เสียงนภิสตำหนิพวกแพรพิณที่ยังมาไม่ถึง อันนาคิดว่าเดี๋ยวคงมา

    พรนางฟ้าสะพายกระเป๋าใบโตเดินลงมาข้างล่าง ทันใดไลออนโผล่พรวดออกมาให้ตกใจ เขาขอเธอไปด้วยอ้างไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกไปพักผ่อนบ้าง หญิงสาวบอกตนต้องไปงานวันเกิดคุณหญิงนวลจันทร์ เขาอาสาไปเป็นเพื่อนจะไม่รบกวน เธอสบตาเขาแล้วใจอ่อน

    ระหว่างนั่งมาในรถ ไลออนทำตัวอ้อนเป็นเด็กๆ จนพรนางฟ้าใจวาบหวิวเล็กน้อย พอมาถึงวังมัจฉา เขาขอนอนในรถสักพัก เธอจึงเอาเสื้อมีฮูดสวมใส่ให้เขา กำชับว่าต้องพรางตัว

    ในช่วงเช้าเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ หลังจากนั้นรองานเลี้ยงช่วงเย็น นภิสเรียกสามสาวประชุมแจกแจงงานแต่ละฝ่ายให้ดูแล โดยให้พรนางฟ้าเป็นพิธีกร บัวบุหงาคอยเก็บภาพบรรยากาศงาน ส่วนแพรพิณให้จัดคิวการแสดงหลังเวที สามสาวหน้าเจื่อนเพราะแผนพวกตนต้องล้มเหลว พรนางฟ้าตัดบทรับคำแล้วดึงเพื่อนๆมาวางแผนกันใหม่

    ตกเย็นคุณหญิงย่ายืนรับแขกหน้างาน ไลออนเข้ามายืนข้างพรนางฟ้า เธอจึงเรียนท่านหญิงว่าเขาเป็นคนขับรถของตน พอดีมีสองคุณนายมาร่วมงาน แต่กลับนินทาเจ้าของงานต่อหน้า

    “อุ๊ยคุณพี่ พวกเรามาแสดงความยินดีที่คุณพี่ทนอยู่มาได้ตั้ง 60 ปี อุ๊ยขำๆนะคะ”

    “นั่นสิคะ แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะคุณพี่ เขาว่ายิ่งแก่ยิ่งรวย ดูสิคะคุณพี่ใส่ซะจนไม่มีพื้นที่ว่างให้รูขุมขนเลย น้องนึกว่าตู้เพชรเคลื่อนที่ อุ๊ยขำๆนะคะขำๆ” สองคุณนายหัวร่อต่อกระซิกกัน

    แพรพิณกับเพื่อนยืนอยู่ไม่ห่างได้ยิน แพรพิณทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นว่า “โอ้โห...บัว แกตั้งกระบังซู้งสูง อย่างกะเนตวอลเลย์บอลเลยนะคะ”

    “จริงด้วยแล้วดูสิ ใส่เพชรใส่พลอยเต็มตัว เห็นมาแต่ไกลคิดว่าร้านค้าสำเพ็งเคลื่อนที่” พรนางฟ้ารับมุก สองคุณนายโวยหาว่าด่าพวกเธอ

    แพรพิณแก้ตัว “ใช่ที่ไหนล่ะคะ หนูว่าเพื่อนขำๆนะคะ แต่ถ้าใครอยากรับแทนก็รับไป เข้างานกันก่อนดีกว่าค่ะ อยู่แถวนี้นานๆมันร้อนอะ กระบังมันบังลม ขอตัวนะคะคุณหญิงย่า”

    “อืมไปนั่งแถวๆโต๊ะฉันก็ได้นะ แถวนั้นน่ะเย็นสบาย ไม่ค่อยมีพวกอิจฉาตาร้อน”

    สามสาวหัวเราะพรืด คุณหญิงย่าส่งยิ้มให้แพรพิณเป็นครั้งแรก ก่อนจะเดินไปรับแขกคนอื่น ทิ้งสองคุณนายยืนฮึดฮัดอยากกรี๊ดอยู่ตรงนั้น...พรนางฟ้ากำชับเพื่อนๆแผนเราเริ่มทุ่มครึ่ง ที่หน้าวังมัจฉา พ่อเต่า เจ๊โดม กุ๊กกิ๊ก ญี่ปุ่นและจิ๋วจิ๋วพากันเดินเข้างาน เพื่อมาช่วยสามสาว เสียงพร–นางฟ้าขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที คิวแรกของการแสดงคือการรำอวยพรของหมอไทยกับอันนา...ระหว่างนั้นไลออนสวมเสื้อคลุมฮูดบังหน้ายืนดื่มแถวบาร์ค็อกเทล จ้องมองแองจี้หรือพรนางฟ้าตาไม่กะพริบ

    ลงจากเวทีมาพรนางฟ้ารีบบอกนภิสขอไปเข้าห้องน้ำ ชยุตจับตามองสามสาวอย่างสงสัย แพรพิณย่องมาทางหลังบ้านเพื่อหาทางขึ้นไปบนห้องหมอไทย แต่พอขึ้นอีกทางเธอก็งงจำไม่ได้ว่าห้องหมอไทยห้องไหน ทั้งสามใส่บลูทูธเพื่อติดต่อกัน แพรพิณเข้าห้องผิด

    พรนางฟ้าได้ยินติงเพื่อนหันหน้าให้ถูกทิศก่อนแล้วจะรู้ว่าห้องเขาอยู่ทางไหน พอเข้ามาในห้องได้ แพรพิณแทบช็อกเมื่อเจอชยุตยืนรออยู่ เธอจะหนีแต่ถูกเขารวบตัวซักไซ้ อีกสองสาวได้ยินการสนทนาตกใจที่เพื่อนโดนจับได้ พยายามหาทางช่วย

    เมื่อพิธีกรไม่มารับช่วงต่อจากหมอไทยกับอันนาที่รำเสร็จก็เกิดความวุ่นวาย นภิสกวักมือเรียกบัวบุหงามาถามหาพรนางฟ้า กลับโดนหงุดหงิดใส่ว่าเป็นเพราะพี่ที่รันคิวใหม่ทำให้รวนไปหมด นภิสงง บัวบุหงารู้สึกตัวรีบขอโทษแล้วแนะให้เอารายการถัดไปขึ้นมาก่อนโดยไม่รู้ว่าคิวต่อไปคือการให้คุณหญิงย่าขึ้นมากล่าวขอบคุณ เธอหน้าเจื่อนร้อนใจจะทำอย่างไรดี

    บัวบุหงาเกรงคุณหญิงย่าจะประกาศตัวว่าที่หลานสะใภ้ จึงขอให้พ่อเต่าพาทีมขึ้นไปร้องเต้นทำนองเพลงโจ๊ะๆคั่นไว้ก่อน คุณหญิงย่าไม่พอใจ อันนาหน้าเสีย

    ด้านแพรพิณแก้ตัวกับชยุตแต่ฟังไม่ขึ้น จึงถูกเขาปล้ำจูบจนช็อกยืนนิ่ง มาสะดุ้งรู้สึกตัวเมื่อพรนางฟ้าเคาะประตูเรียก ทั้งพรนางฟ้าและบัวบุหงาต่างได้ยินเสียงผ่านบลูทูธ พอจะเดาออกว่าเพื่อนกำลังเผชิญกับอะไร แอบหัวเราะคิกคัก พรนางฟ้าถอยออกมาให้ชยุตออกจากห้องหมอไทยก่อน แต่เขากลับลากตัวแพรพิณไปด้วย หลังจากนั้นพรนางฟ้าก็เข้าไปค้นในห้องหมอไทย

    ทางหน้าเวที คุณหญิงย่าโกรธมากโทษอันนาทำให้งานตนพัง ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ไลออนดื่มจนเมา เห็นคนมุงหน้าเวทีก็เบียดตัวขึ้นไปกล่าวอวยพรวันเกิด แล้วหันไปคว้าตัวหมอไทยมาจูบทันที ทุกคนตกตะลึง มีคนถ่ายคลิปไว้ได้ บัวบุหงากางแขนขวางห้ามถ่าย

    พรนางฟ้าที่กำลังค้นห้องหมอไทย เจออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยและเจลหล่อลื่นกับกางเกงในจีสตริงก็รวบไว้เป็นหลักฐาน พลันได้ยินเสียงเอะอะผ่านบลูทูธ ก็ตกใจรีบวิ่งกลับมาที่เวที ถลาเข้าไปดึงตัวไลออนออกมา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วช่วยเปิดทางให้เธอพาไลออนหนีออกไปได้สำเร็จ

    ระหว่างความวุ่นวาย สองคุณนายที่กระแนะกระแหน คุณหญิงนวลจันทร์หัวเราะชอบใจเพราะถ่ายคลิปไว้ได้ จะส่งแฉให้ฉาวกันไปเลย ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วพร้อมทั้งบัวบุหงาได้ยิน ต่างช่วยกันแกล้งชนสองคุณนายจนมือถือหล่นกระจายพังเสียหาย ไม่อาจกู้กลับมาได้

    จากนั้นบัวบุหงาโทร.ถามพรนางฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง เธอจึงให้ช่วยโทร.หาเควินเพื่อให้ทำอะไรบางอย่าง... ในคืนนั้นภาพไลออนจูบหมอไทยถูกแพร่ไปทั่วโลกโซเชียล ทุกคนที่เห็นต่างตะลึงงันที่ศิลปินของพวกเขาเป็นเกย์ ส่วนพรนางฟ้าจำต้องพาไลออนที่เมามายกลับมาคอนโด เพราะคิดว่านักข่าวคงรอที่หน้าบ้าน ปันปันกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นไลออน ช่วยพี่สาวพาเขาเข้าห้อง

    ooooooo

    เช้าตรู่พาทีถูกกรณ์ประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดโทร.ปลุกเรื่องคลิปไลออน พาทีรีบเปิดข่าวในไอแพด เห็นภาพไลออนจูบกับผู้ชายก็ตกใจ พยายามติดต่อพรนางฟ้าแต่ไม่สำเร็จ

    ในโลกโซเชียลมีทั้งให้กำลังใจไลออนว่าแค่คนหน้าเหมือน ทั้งต่อว่าด่าทอ ผิดหวังเสียใจ ในขณะที่ชลลัมภีร์ได้รับการติดต่อจากพรนางฟ้าให้ช่วยปิดข่าวไม่ให้แพร่ออกไปอีก ส่วนที่กระจายไปแล้วเธอต้องตามแก้ไขเอง ฉะนั้นในทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์จึงไม่มีข่าวนี้

    ขณะเดียวกันชลลัมภีร์เห็นเพจมุมสีดำของเจ้าชายสีน้ำเงิน...ที่นาเดียร์ชักชวน อนาสตาเซียกับลิเดียเข้ามาร่วมกันทำข่าวปลอมใส่ร้ายบลูปรินซ์ ช่วงนี้ไม่มีคนไลค์ อัพอะไรก็ไม่มีใครสนใจ เขายิ้มเจ้าเล่ห์คิดบางอย่างได้

    ด้านพรนางฟ้าจะเช็ดตัวให้ไลออนที่ยังหลับ มือสั่นเมื่อปลดกระดุมเสื้อเขาเพื่อที่จะเช็ดตัว ทันใดเขาเกิดละเมอดึงเธอเข้ามากอดแนบอกแล้วหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอดิ้นขลุกขลักๆแต่เขารัดแน่นขึ้น จึงยอมนอนนิ่งด้วยใจสั่นๆ

    สักพักต้องสะดุ้งเมื่อพาทีโทร.เข้ามา เธอลุกพรวดจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ เธอเล่ารายละเอียดให้พาทีฟัง สาเหตุที่ต้องพาไลออนมาที่คอนโด พาทีห่วงเรื่องข่าวมากกว่า หญิงสาวกลับบอกไม่ต้องห่วง ฝากเขาดูแลบลูปรินซ์ที่เหลือแทนตนไปก่อน

    “เรื่องข่าวทีวีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้ให้คุณลุงชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวให้แล้ว”

    “เธอปิดโลกโซเชียลไม่ได้หรอก”

    “คุณพาทีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว” พรนางฟ้ามั่นใจมาก

    ข่าวไลออนที่กลุ่มแฟนคลับตามดู รวมทั้งกลุ่มญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง ที่เช้านี้เห็นไอจีของเควินลงรูปเมื่อคืนตอนห้าทุ่ม เป็นรูปไลออนนอนหลับพิงเบาะรถ แคปชั่นว่า...ดูสิ สิงห์น้อยหลับปุ๋ยเลย... แสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนไลออนอยู่กับเควินในเวลาเกิดเหตุ ฉะนั้นภาพไลออนจูบผู้ชายจึงเป็นเพียงคนหน้าเหมือน

    กลุ่มแฟนคลับที่รักไลออนพากันลงกดดันให้คนที่ด่าว่าไลออนจงลงขอโทษเขาด้วย นาเดียร์แทบกรี๊ดเมื่อข่าวพลิกล็อกไปแบบนี้ อนาสตาเซียกับลิเดียอยากขอถอนตัว แต่ก็โดนกล่อมจนถอนตัวไม่ได้ ทันใดชลลัมภีร์โทร.เข้ามา นาเดียร์รีบเปิดเสียงให้สองสาวฟังด้วย

    “ผมแค่อยากถามว่า อยากร่วมมือกันทำให้บลูปรินซ์ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดไปไหม”

    “เดี๋ยวนะคะ ได้ข่าวว่าหลานสาวของคุณเข้าไปเป็นผู้จัดการวงแทนฉันไม่ใช่เหรอ”

    ชลลัมภีร์เผยความจริงว่าเป็นหลานปลอม แองจี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตนที่จะช่วยล้มบลูปรินซ์ ถ้าเธอร่วมมือจะได้ทั้งแก้แค้นและเงินค่าจ้าง นาเดียร์ยิ้มกริ่มไม่มีอะไรต้องเสีย

    บ่ายวันนั้น ไลออนตื่นขึ้นมาเห็นแองจี้ถือข้าวต้มเข้ามาให้ เขาทำท่าอ้อนให้ป้อนแบบเด็กๆ พอเธอป้อนเขาก็ทำหน้าว่าร้อน เธอตกใจวางชามข้าวเอามือจับหน้าเขาปลอบอย่างห่วงใย เขายิ้มแฉ่งชอบใจจับมือเธอดึงเข้ามาใกล้ หญิงสาวใจสั่นหลบตาบอกเขาทำแบบนี้ไม่เหมาะสม

    “งี้ก็หมายความว่า ถ้าเราเป็นแค่ไลออนธรรมดา เธอจะชอบเราได้ใช่ไหม” แองจี้เหวอ “ถ้างั้นเราจะอยู่ที่นี่ เราจะไม่กลับไปบ้านบลูปรินซ์อีกแล้ว”

    แองจี้ติงว่าเขาทำตัวเป็นเด็ก ไลออนไม่พอใจที่ใครๆ ชอบหาว่าเป็นเด็กไม่น่าเชื่อถือ เธอจะป้อนข้าวเขาต่อ เขาต่อรองให้หอมแก้มก่อนแล้วจะกิน หญิงสาวหน้าแดงเขิน ระฆังช่วยเมื่อมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ เสียงพาทีบอกให้เปิดประตู

    พอประตูเปิด ปันปันเห็นซิกซ์แพ็กไลออนที่สวมเสื้อแต่ไม่ได้ติดกระดุมก็ตื่นเต้นจนเป็นลม พาทีประคองเธอไว้ทัน สั่งไลออนให้แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกไปนั่งรอ เขากลับย้อนว่าขี้เกียจ แต่พอพาทีสวน “งั้นไม่ต้อง ไปอัดเพลงพรุ่งนี้ ถือว่าเพลงใหม่ไม่ต้องมีนายก็แล้วกัน”

    ไลออนหน้าเสียจำต้องทำตามคำสั่งพาที แล้วพาที สั่งแองจี้ให้เช็ดตัวปันปัน ท่าทางตัวร้อนมีไข้ แล้วขอบคุณที่เธอช่วยจัดการข่าวไลออนให้ เธอแย็บถามไม่โกรธหรือ


    “โกรธสิ แต่จะโกรธกว่านี้ถ้าเธอสองคนยังอยู่ที่นี่ต่อ”

    พาทีบอกตนไล่นักข่าวไปจากหน้าบ้านหมดแล้ว เพื่อความสบายใจของเธอ หญิงสาวชะงักกับคำตอบของพาที

    เผอิญกรณ์โทร.เข้ามาเรียกพาทีไปพบเดี๋ยวนี้ แองจี้รู้สึกผิดที่พาไลออนออกไปให้เกิดเหตุ แต่ด้วยหน้าที่จำต้องบอกพาทีให้พาไลออนกลับไปก่อน อ้างปันปันป่วยตนต้องอยู่ดูแลน้องแล้วจะตามกลับไป ไลออน ไม่ค่อยพอใจที่พาทีมาขัดจังหวะตนกับแองจี้

    ที่จริงแล้วแองจี้หรือพรนางฟ้ากลัวพาทีกับไลออน จะเห็นถุงเจลหล่อลื่นที่เจอในห้องหมอไทยหล่นอยู่ในห้องเธอ จึงต้องการจะเก็บให้เรียบร้อยและสรุปงานกับเพื่อนๆก่อน

    พาทีมาถึงตึกจีพีเรคคอร์ด เจออรนาฏสวมแว่นดำ ดักรออยู่ก็แปลกใจ เธอมาเพื่อสั่งให้เขาปฏิเสธการให้วงบลูปรินซ์เล่นหนังของพันธิต พาทีแย็บกลัวตนจะหลุดพูดอะไรกับน้อง...เอ่อ...พันธิตหรือ อรนาฏยิ่งโกรธ ขู่ถ้าทำอะไรลงไปเจอดีแน่ พาทียั่วกลัวแล้วอย่าขู่กันเลย

    เฌอเบลล์แอบมองสองคนคุยกันท่าทางเครียดๆด้วยความสงสัยอยากรู้ พอพาทีเดินเข้ามาจึงรี่เข้าไปทักทายแย็บถามคุยกับใครอยู่จึงไม่กล้าเข้าไปทัก เขาไม่ตอบแถมเปลี่ยนเรื่องเธอรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ข้อมูล จึงบอกว่าอยากเริ่มทำเพลงกับเขาแล้ว พาทีบอกไม่ต้องใจร้อนตนไม่หนีไปไหน แล้วขอตัวไปพบท่านประธาน เธอดักคอว่าเรื่องข่าวบลูปรินซ์ใช่ไหม

    เฌอเบลล์เสนอตัวเข้าไปด้วยเพื่อกรณ์จะได้ไม่กล้าโกรธมาก โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้เลี้ยงข้าวเย็น พาทีครุ่นคิดสักพักจึงยอม

    บ่ายวันนั้นที่กองถ่าย พันธิตเห็นคลิปไม่ได้สนใจว่าใครจูบใครกลับหัวเราะขำคนที่กางแขนตะโกนห้ามใครถ่ายรูปมากกว่า บัวบุหงาเดินมาเห็นโวยวายให้เขาปิด แต่เขากลับล้อจนเธออายยื้อแย่งมือถือ เจ๊โดมยืนมองแซวดังๆว่าหยอกล้อกันมุ้งมิ้งน่าเอ็นดู...วทันยูถือถุง อาหารเข้ามาเต็มมือ ร้องบอกทุกคนให้มาทาน บัวบุหงา ถือโอกาสเดินหนี พันธิตตามเธอไปถามทำไมต้องหลบหน้า ตนทำอะไรผิด วันก่อนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย

    “สนุก...ใช่สิ คุณมันก็คิดได้แค่นี้แหละ ความสนุกที่เกิดจากความรู้สึกของฉัน เอาเป็นว่าคุณเลิกยุ่งกับฉันเหอะ ฉันเริ่มไม่สนุกที่จะอยู่ข้างๆคุณแล้ว”

    “เฮ้ย ไม่เอาดิ คุณต้องบอกผมมาก่อนว่าคุณเป็นอะไร ผมไปทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ”

    บัวบุหงาไม่ตอบขอตัวเดินหนีไปดื้อๆ พันธิตยืนงง ไม่เข้าใจว่านั่นคือความในใจของเธอ พอดีพรนางฟ้าโทร. ตามบัวบุหงาไปประชุม เธอจึงบอกลางานกับเจ๊โดมแล้วผลุนผลันออกไป

    สามสาวเจอกันร้านอาหารเจ้าประจำ แพรพิณมาในสภาพชุดคืนวันงานแซยิด พรนางฟ้ากับบัวบุหงา แปลกใจซักไซ้ สรุปชยุตไม่ได้เป็นเกย์ใช่ไหม แพรพิณ ตอบไม่ถูกบอกแค่ว่าไม่ได้มีอะไรกัน เขาแค่พยายามบังคับให้ตนสารภาพว่าเข้าไปค้นอะไรในห้องหมอไทย และทำไมถึงกีดกันไม่ให้หมอไทยเป็นแฟนกับอันนา พอเธอบอกว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กันมาหลอกอันนา จึงโดนเขาจูบจนเธอร้องไห้ เขาจึงอ่อนโยนลงและปลอบจนเธอรู้สึกวาบหวิว

    “วู้ว...คุณป้าแพรพิณของเรามีรักที่ร้อนแรงเซ็กซี่สิ้นดี” พรนางฟ้าแซว

    “ทีนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วสิว่าคุณชยุตไม่ได้เป็นเกย์ ยังงี้หมอไทยก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วยใช่ไหม”

    แต่พรนางฟ้ามีหลักฐานมาแย้งคำพูดของบัวบุหงา ว่าผู้ชายดีๆจะมีของแบบนี้เพื่ออะไร สองสาวอึ้งเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ยังไม่ตกไป แม้คำพูดของชยุตยังก้องในหูแพรพิณให้สับสน

    “เล่นเป็นนักสืบ แล้วก็หาเรื่องที่คิดเอง พูดเองมาใส่ร้ายให้คนรักกันเขาเลิกกัน ถามจริงๆคุณตัดสินคนจากแค่ของที่คุณเห็น หลักฐานที่คุณเจอเหรอ”...

    พรนางฟ้าลุกมาเข้าห้องน้ำ ชนเข้ากับพาทีโดยบังเอิญ เธอรีบแก้ตัวว่าออกมาซื้อข้าวไปให้ปันปัน และก็ถือโอกาสทานข้าวกับเพื่อนๆ พาทีไม่ติดใจเท่าไหร่ กลับขอให้เธอช่วยให้หลุดจากเฌอเบลล์ที...พอพาทีกลับมาที่โต๊ะเฌอเบลล์ เธอชวนเขาไปหาร้านดื่มต่อ เขาอึกอัก ทันใดพรนางฟ้ากับเพื่อนโผล่เข้ามาทักทาย แล้วแพรพิณก็เกิดอาการแพ้อาหารหายใจไม่ออกพาทีจึงต้องช่วยอุ้มพาส่งโรงพยาบาล เฌอเบลล์เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ บัวบุหงามาที่กองถ่าย พันธิตเห็นเธอมึนตึงจึงอยากรู้ว่าเป็นอะไร พอดีทีมงานมารายงานว่าฝ่ายอาร์ตท้องเสียตามๆกัน เพราะกินส้มตำของวทันยู พี่คิดผู้กำกับบอกคงต้องยกกอง พันธิตตัดสินใจออกไปหาซื้อของมาทำพร็อพแทน โดยให้บัวบุหงากับวทันยูไปช่วย

    ขณะถือของกันพะรุงพะรัง พันธิตโดนกระชากกระเป๋า เขาโกรธวิ่งไล่กวดคนร้าย บัวบุหงาเป็นห่วงจึงทิ้งของให้วทันยูทั้งหมด แล้ววิ่งตามไป พันธิตต่อสู้กับคนร้ายโดนมีดปาดแขนเลือดซึม บัวบุหงากระโจนเข้ามาทุ่มคนร้ายล้มไม่เป็นท่า คนร้ายวิ่งหนีทิ้งกระเป๋าไว้ พันธิตตะลึงกับความเก่งกล้าของเธอ ไม่ทันไรคนร้ายกลับมาพร้อมพวกอีกหกคน พันธิตรีบดึงบัวบุหงาวิ่งหนี จนเขาอ่อนแรงเจ็บแผลดันให้เธอหนีไปก่อนแต่เธอไม่ยอม พยายามดึงเขาวิ่งไปด้วยกัน

    โจรคนหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ทั้งสองหยุดหนี แต่พันธิตก็หาทางพาบัวบุหงาหนีอีก โชคดีที่เจอตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา พวกโจรจึงพากันหนีเตลิด บัวบุหงาจะพาพันธิตไปทำแผลที่โรงพยาบาล แต่เขา ไม่ยอมไป เธอตัดสินใจซื้อยาฆ่าเชื้อและปลาสเตอร์มาทำแผลให้เขา และแกล้งทำรุนแรงจนเขาทนไม่ไหวต้องทำแผลเอง วทันยูตามมาถึงถลาเข้าแทรกกลางช่วยทำแผลให้เพื่อนในทันที บัวบุหงามองอึ้งๆ ยิ่งมั่นใจว่าสองคนเป็นคู่เกย์กัน

    พี่คิดโทร.มาตาม วทันยูจึงต้องรีบเอาของกลับไปกองถ่ายก่อน ให้พันธิตกับบัวบุหงาไปซื้อดอกไม้ที่ใช้เข้าฉากเพิ่ม หญิงสาวอิดออดไม่อยากอยู่กับพันธิต พอถึงปากคลองตลาดจึงทำเป็นไม่ค่อยสบายขอตัวกลับ แต่พันธิตไม่ยอมกระชากตัวเธอกลับมา แทนที่จะล้มเข้ามาในอ้อมกอด กลายเป็นหงายล้มก้นจ้ำเบ้า เขาตกใจเป็นห่วงแต่อดกวนประสาทไม่ได้

    “เธอนี่ซุ่มซ่ามไม่ระวังเล้ย จะให้ฉันห่วงเธอไปถึงไหน ฮะ”

    บัวบุหงาเหมือนจะเคลิ้มกับความห่วงใยของเขาต้องหน้างอด้วยความโกรธแทน พันธิตแอบซื้อดอกกุหลาบสีโอลด์โรสให้เธอดอกหนึ่ง โดยไม่พูดอะไรหวานๆ หญิงสาวไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง พาลจะทิ้งดอกไม้แต่ก็ลังเล สุดท้ายเก็บใส่กระเป๋าไว้ทำเป็นไม่สนใจ

    กลับมาถึงกองถ่าย ทั้งพี่คิดและเจ๊โดมต่างสงสัยในท่าทีของพันธิตกับบัวบุหงา จึงแกล้งล้อจนหญิงสาวอาย กระทั่งเลิกกอง พี่คิดกล่าวขอบคุณพันธิต บัวบุหงาและวทันยู ที่ทำให้งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี วทันยูเข้าไปกอดพันธิต บัวบุหงามองอึ้งๆยกกล้องขึ้นบันทึกภาพไว้

    พันธิตพาทีมงานมากินข้าวต้มโต้รุ่ง รวมทั้งบัวบุหงาและเจ๊โดมด้วย ทุกคนฟังเรื่องร้ายที่พันธิตกับบัวบุหงาไปประสบมา วทันยูแกล้งโกรธหาว่าทั้งสองทิ้งเขาให้หอบของพะรุงพะรังเดินตามหาอย่างเป็นห่วง พันธิตแกล้งเข้าไปกราบแนบอกเพื่อน ทุกคนหัวเราะครืน ยกเว้นบัวบุหงาที่รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ เหลือบมองดอกกุหลาบใน กระเป๋าตัวเอง เจ๊โดมสังเกตเห็นเงียบๆ

    หลังกินกันเสร็จ วทันยูกลับรถพี่คิด พันธิตจะไปส่งบัวบุหงา แต่เธอปฏิเสธ เจ๊โดมช่วยพูดว่าขี่มอเตอร์ไซค์กลับค่ำมืดมันอันตราย ให้กลับรถพันธิต ตนจะเอารถกลับให้เอง

    ระหว่างนั่งมาในรถ พันธิตมองดอกไม้ในกระเป๋าบัวบุหงาแล้วเอ่ยถามเธอไม่ชอบดอกไม้หรือเห็นอยากจะทิ้ง วันนี้ถ้าตนทำอะไรให้โกรธก็ขอโทษด้วย หญิงสาวตอบนิ่งๆ

    “ฉันจะไปโกรธอะไรนายได้ นายช่วยชีวิตฉันจากพวกโจรนี่”

    “ช่วยก็ส่วนช่วย โกรธก็ส่วนโกรธ มันหักลบกันไม่ได้หรอก ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอโกรธฉันเรื่องอะไรก็เถอะนะ”

    บัวบุหงาพยายามข่มใจไม่คิดถึงเรื่องวทันยูกับเขา กล่าวขอบคุณสำหรับวันนี้ พันธิตแกล้งไม่ได้ยินให้พูดดังๆ เธอจึงตะโกนข้างหูดังลั่น เขาโวยเดี๋ยวแผลเปิดพอดี ผู้หญิงอะไรเสียงอย่างกับผู้ชาย หญิงสาวโกรธตีแขนเขา เพียะ เขาร้องลั่นเพราะโดนแผล เธอตกใจหน้าเสียรีบเปิดแขนเสื้อเขาดูแผล พันธิตเห็นใบหน้าหญิงสาวอยู่ใกล้ชิด ก็โน้มหน้าจะจูบ เธอสบตาเขาใจเต้นรัว

    ooooooo

    ข่าวไลออนเงียบลง ทุกคนสบายใจ ในวันหยุดจึงสนุกครึกครื้น พาทีรู้สึกคิดถึงแองจี้ ทำทีโทร.ไปต่อว่าเมื่อไหร่จะกลับ เธออ้างว่าน้องยังไม่หายป่วย และเห็นว่าบลูปรินซ์ยังได้หยุดอีกสองวัน พาทีอยากหาเรื่องคุยด้วยนานๆ แต่คิดไม่ออก จึงสั่งไปว่าพรุ่งนี้ให้กลับ มีงานด่วน

    ด้านพันธิตโดนอรนาฏต่อว่า เกิดเรื่องร้ายไม่เล่าให้ฟัง ต้องไปรู้จากคนอื่น ทีหลังถ้าโจรอยากได้อะไรก็ให้มันไปอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง พันธิตรู้ว่าแม่เป็นห่วงแต่อดกวนกลับไม่ได้ ยิ่งพอแม่ว่าไปถึงบัวบุหงาเป็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะไปเจ็บตัวแทนทำไม เขาหน้าตึงทันที

    “ทำไมคุณชอบดูถูกคนอื่นอย่างนี้ล่ะครับ ถึงเขาจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครมันสำคัญด้วยเหรอ ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนั้นช่วยไว้ ผมคงโดนกระทืบตายไปแล้วด้วยซ้ำ”

    “ฉันก็แค่ไม่อยากให้แกไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาทำเมียก็เท่านั้น”

    “เฮ้อ...พอผมอยู่กับผู้ชายคุณก็คิดว่าผมเป็นเกย์ พอผมไปอยู่กับผู้หญิงคุณก็ไม่พอใจอีก ตกลงจะเอายังไงกับผมกันแน่” พันธิตส่ายหน้าเดินหนี ปล่อยให้อรนาฏยืนไม่สบายใจต่อไป

    ส่วนหมอไทยเคืองคุณหญิงย่าที่ไล่อันนาเมื่อคืนวันงาน จึงไม่พูดคุยกับท่าน ทำให้ท่านยิ่งไม่พอใจหาว่าเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าย่าที่เลี้ยงเขามาแต่เล็กแต่น้อย...

    หมอไทยกลัดกลุ้มเพราะอันนาไม่ยอมให้พบ ไม่ยอมรับสาย ชยุตปลอบใจแล้วเล่าถึงกลุ่มจีสแกนของสามสาวที่สืบว่าพวกเราเป็นเกย์ วันงานสามสาวแอบเข้าไปค้นห้องหาหลักฐาน...ชยุตเล่าถึงวันที่เขาพาตัวแพรพิณออกมาจากงาน เธอหลับในรถ เขาจึงแอบเอามือถือเธอมากดดูไลน์สนทนาจนได้รู้แผนการ

    อันนายังเสียใจที่โดนคุณหญิงย่าไล่ และที่ไลออนดึงหมอไทยไปจูบ แพรพิณย้ำตนเตือนแล้วว่าหมอไทยเป็นเกย์ แถมเปิดรูปหลักฐานที่ค้นเจอในห้องเขาให้ดู อันนาช็อกทรุดนั่ง

    ทางด้านกองถ่าย บัวบุหงาเดินถ่ายภาพเบื้องหลังตามปกติ แต่ก็คอยเลี่ยงเผชิญหน้าพันธิต เจ๊โดมสังเกตเห็นทนไม่ไหว ดึงหลานสาวมาซักถามหน้าห้องน้ำ ว่าเมื่อคืนไปกินกันมาหรือเปล่า บัวบุหงาปฏิเสธเขินๆ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนในรถให้ฟัง

    เมื่อพันธิตยื่นหน้ามาจะจูบ บัวบุหงาชิงเปิดประตูลงจากรถมายืนกอดกระเป๋าปิดหน้าอกไว้ พันธิตขำหาว่าทำเหมือนนางเอกในละคร หญิงสาวเขินขู่ถ้าเขาเข้ามาใกล้จะฆ่าเขา พันธิตยิ่งหัวเราะก๊าก สัญญาจะไม่ทำอะไร ให้เธอกลับมาขึ้นรถแล้วพาไปส่งบ้าน

    เจ๊โดมฟังแล้วเอามือตบหน้าผากตัวเอง “โอ๊ยชีวิตกะเทยมีผัวผัวก็หลอก มีหลานหลานก็ง่าวจ๊าดนัก ผู้ชายมาให้กินถึงที่ยังปล่อยให้หลุดมือ แกเกิดจะบ้าหวงตัวขึ้นมาอะไรตอนนี้นังบัว”

    “อ้าว ก็เจ๊กับพ่อเต่านั่นแหละที่สอนให้ฉันรักนวลสงวนตัว ตอนแรกก็เคลิ้มๆ แต่สักพักเห็นหน้าเจ๊กับพ่อเต่าลอยมา สะดุ้งโหยง หนีออกมานอกรถนั่นแหละ”

    เจ๊โดมควักยาดมมาสูดเต็มแรง “คุณพระคุณเจ้าช่วย กูควรดีใจใช่ไหมที่หลานมันเห็นหน้ากูตอนจะจูบกับผู้ชายแล้วสะดุ้งหนีออกมาเนี่ย...จริงๆเลยนังบัว แล้วงี้คุณพันธิตเขาไม่หัวเราะแกตายเรอะ”

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะเจ๊ ฉันจะเข้าหน้าเขาต่อไปได้ยังไงก็ยังไม่รู้เลย”

    ฉับพลันได้ยินเสียงกดชักโครกดังขึ้นแล้วตามด้วยพันธิตเดินออกจากห้องน้ำ หันมายักคิ้วล้อเชิงว่าได้ยินหมดแล้วก่อนจะเดินไป เจ๊โดมตาโพลงสูดดมยาหนักขึ้น บัวบุหงาทรุดฮวบเรียกหายาดมอีกคน หน้าแหกอีกครั้งไม่รู้จะทำอย่างไร เจ๊โดมบอกถ้าเป็นตนคงลาออกหนีอาย

    ooooooo

    เย็นวันนั้น บัวบุหงามาคร่ำครวญกับเพื่อนๆ ว่าตนอายแทบแทรกแผ่นดิน ไม่รู้จะมีหน้าไปสู้กับพันธิตอย่างไร ส่วนแพรพิณก็ซึมกระทืออย่างเห็นได้ชัด พรนางฟ้าจำต้องเตือนสติเพื่อนๆ อย่าลืมว่าเราเป็นนักสืบ มีหน้าที่หาความจริง อย่าเผลอใจหลงรักเหยื่อของตัวเอง

    ระหว่างนั่งรอเพื่อนเล่นฟิตเนส บัวบุหงาอ่านไลน์ กลุ่มกองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พี่คิดคุยกับพันธิตและวทันยู ว่าทางบลูปรินซ์ปฏิเสธไม่รับงานเพราะติดซ้อมเล่นคอนเสิร์ต และที่สำคัญทางนั้นไม่อยากให้มีข่าวบลูปรินซ์เป็นเกย์ออกมาอีก ดูท่าพันธิตจะโกรธและผิดหวังมาก

    บัวบุหงาไม่อยากให้พันธิตผิดหวังเสียใจกับงานที่เขาตั้งใจทำ จึงขอร้องพรนางฟ้าช่วยเคลียร์คิวบลูปรินซ์ ให้มีเวลาแสดงหนังของพันธิต พรนางฟ้าหนักใจครุ่นคิด

    สุดท้ายพรนางฟ้าก็ต้องช่วยเพื่อน จัดแจงโทร.ไปขอเลื่อนคิวของบลูปรินซ์ให้ว่างทั้งเดือนเพื่อสะดวกในการแสดงหนัง...พอพาทีเห็นคิวงานเว้นว่างยาวนานก็แปลกใจโทร.ไปถามแองจี้ พรนางฟ้าหรือในนามแองจี้พยายามอธิบายสุดฤทธิ์ อ้างข้อดีต่างๆ ว่าบลูปรินซ์ควรแสดงหนังทะเลลาเวนเดอร์ เพราะช่วงเวลาฉายตรงกับเวลาที่ออกซิงเกิ้ลใหม่ ถือเป็นการโปรโมต

    พาทีหวั่นข่าวคู่เกย์จะออกมาอีก เขาอุตส่าห์สร้างภาพลักษณ์บลูปรินซ์มาอย่างดี แองจี้สาธยายว่าเธอได้ดูในทวิตเตอร์แล้ว แฟนคลับของบลูปรินซ์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่กลับชื่นชอบเวลาที่มีรูปคู่ของศิลปินของพวกเขา ไม่มีอะไรที่ออกมาเป็นกระแสลบเลย กลับจะทำให้ดังขึ้น พาทีเปิดทวิตเตอร์อ่าน เห็นจริงอย่างที่แองจี้พูด แต่แอบเครียดต้องเจอปัญหากับอรนาฏเป็นแน่

    พาทีวางสายเดินมาเห็นเควินกำลังอ่านนิตยสารบทสัมภาษณ์อรนาฏ จึงเข้าไปดึงหนังสือออกมา ย้ำอย่าไปสนใจพวกดาราสร้างภาพ เควินบอกถ้าเราร่วมงานทะเลลาเวนเดอร์ คงได้เจอเธอ ตนปลื้มเธอมาก พาทีกลับบอกว่าอย่าเจอกันเลยดีกว่า เควินจ๋อย พาทีสงสารปลอบใจว่า อาจจะเจอกันวันเปิดกล้อง เท่านั้นเควินก็ยิ้มหน้าบานวิ่งกลับไปซ้อมเต้นต่อ

    พาทียอมโทร.ไปบอกพันธิตว่ายินดีรับงาน เขาดีใจมาก บัวบุหงาเห็นความดีใจของพันธิตแล้วยกกล้องมาเก็บภาพไว้ด้วยความดีใจไปด้วย...จากนั้นเธอก็มานั่งดูภาพ พันธิตผ่านมาเห็นเธอดูรูปเขาก็หยอกเย้า หยิกแก้มเธออย่างเอ็นดู แล้วแท็กเข้ามาในไอจีบัวบุหงา พอเธอเปิดดู เห็นภาพกล้องตัวเองเป็นภาพขาวดำ มีแคปชั่นว่า “กล้องรุ่นที่เราไม่เคยคิดว่ามันดี พอลองได้สัมผัสได้ลองใช้ดูจริงๆ มันอาจเป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เราเคยมีก็ได้”

    บัวบุหงาเห็นแล้วหนักใจ...ด้านอรนาฏเห็นอินสตาแกรมของลูกชาย ลงรูปกล้องและแคปชั่นนี้ ก็ไลน์หาบัวบุหงาเพื่อตอกย้ำ “ฉันเห็นโพสต์แล้ว เธอเก่งมาก ใช้ความสนิทของเธอกันผู้ชายออกไปจากชีวิตลูกฉันได้ ขอบใจจริงๆ”

    หนุ่มๆบลูปรินซ์ลงคลิปให้เหล่าแฟนคลับรู้ว่าจะได้เจอพวกเขาเล่นภาพยนตร์เร็วๆนี้ คิวถ่ายเริ่มอาทิตย์หน้า ...ต้อยกับติ่งหัวโจกรีบแจ้งพรรคพวกเตรียมอุปกรณ์และวางแผนตามเชียร์

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:16 น.