ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สายลับจับแอ๊บ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงาต่างลุ้นว่าจะผ่านประตูเข้างานมีตติ้งบลูปรินซ์ได้หรือไม่ รปภ.รับบัตรพวกเธอเตรียมจะเจาะรู พอลูบหลังบัตรก็ชะงักแล้วบอกว่าบัตรปลอม เหล่าแฟนคลับมองพวกเธอเป็นตาเดียว แพรพิณแก้สถานการณ์ด้วยการแกล้งเป็นลมให้เกิดความวุ่นวาย

    พรนางฟ้าฉวยโอกาสแย่งบัตรปลอมคืนมาแล้วดึงสองเพื่อนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น แต่ก็ยังไม่ยอมกลับจะต้องเข้าไปในงานให้ได้ พอดีลุงอินเดินงกๆเงิ่นๆ

    ในชุดชาวบ้านกางเกงเลถือบัตรเข้ามาถามทางเข้างาน แล้วโชว์ว่ามีบัตร พรนางฟ้าแปลกใจที่บัตรลุงเป็นแบบแฟมิลี่ ลุงอินบอกว่ามีญาติทำงานที่นี่ให้มา เธอฉุกคิดต่อรองจะช่วยพาไปแต่ขอให้พวกตนเข้าไปในงานด้วย

    ลุงอินรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่จะมีสาวๆให้ควงจึงตกลง สามสาวดีใจ พรนางฟ้ากระซิบเพื่อนๆว่าเข้าทางเดิมไม่ได้เพราะ รปภ.คงจำพวกเราได้ จึงพาไปเข้าทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้ ยามที่เฝ้าไม่ให้เข้า มองลุงอินที่สภาพปอนๆหัวจดเท้า พอดีมีเสียงวิทยุสื่อสารเข้ามาว่าใครเจอคุณลุงตัวเล็กๆ ท่าทางบ้านๆ ผมหงอกๆ ให้เข้ามาได้ แกจะถือบัตรแฟมิลี่ ยามมองลุงอินอีกครั้งก่อนจะถามว่าสามสาวเป็นใคร ลุงอินบอกว่าเป็นหลานๆ เขาจึงยอมปล่อยให้ผ่านเข้าไปได้

    สามสาวดีใจสำเร็จไปหนึ่งขั้น พรนางฟ้าให้สองเพื่อนพาลุงอินไปหาที่นั่ง ตัวเธอจะหาวิธีใกล้ชิดวงบลูปรินซ์ ด้วยการแอบไปด้านหลังเวที เผอิญเห็นบัตรออลแอเรียของใครไม่รู้วางทิ้งไว้ จึงหยิบมาคล้องคอทำเนียนเป็นสตาฟฟ์ ไม่ทันไรต้องสะดุ้งเมื่อเจอนาเดียร์ถามว่าเป็นใคร

    พรนางฟ้าจำที่ค้นข้อมูลได้ว่า เธอคือนาเดียร์ผู้จัดการวงจึงรีบสมอ้าง “หนูเป็นเพื่อนเควินค่ะ เขาบอกให้มารอที่นี่ เควินยังพูดเลยนะคะว่าลืมบอกพี่นาเดียร์ไว้ เขาก็เลยให้บัตรอันนี้มาอ่ะค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูนั่งรอแถวนี้แล้วกันนะคะ”

    พรนางฟ้าจะหาที่นั่ง นาเดียร์ตวาดให้หยุดแล้วขู่จะออกไปดีๆหรือให้เรียก รปภ. เธอคงไม่รู้ว่าบัตรที่ศิลปินจะให้ใครได้ต้องเป็นบัตรแฟมิลี่ไม่ใช่ออลแอเรีย ว่าแล้วก็เรียก รปภ.ลั่น พรนางฟ้าสะดุ้งวิ่งหนี แต่ชนเข้ากับพาทีที่เดินเข้ามา เขาจำเธอได้จึงรวบตัวไว้ พรนางฟ้าคิดว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดจึงขอร้องให้ปล่อย พลันนึกได้ว่าหน้าตาแบบนี้ มีหนวดแบบนี้คือโปรดิวเซอร์

    นาเดียร์แหวใส่หาว่าเมายามั่วนิ่มเป็นเพื่อนเควินยังไม่พอ ยังมาหาว่าพาทีเป็นบอดี้การ์ดอีก พรนางฟ้าเถียงไม่ทัน ทีมงานเข้ามาจับเธอ ระหว่างนั้นไลออนเข้ามาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า สบตาเธอจนเธอถูกลากไปลับสายตา พาทีขังพรนางฟ้าไว้ในห้องเก็บของเพราะคิดว่าถ้าปล่อยไปต้องหาทางกลับมาก่อความวุ่นวายอีก ให้อยู่ในสายตาจนกว่างานจะเลิกดีกว่า แล้วหันมาถามนาเดียร์เจอลุงของตนหรือยัง เธอนึกได้ว่าลืมจึงรีบวิ่งออกไป เขาส่ายหน้ากับความไม่รอบคอบของเธอ

    เมื่อถูกขัง พรนางฟ้าพยายามโทร.หาเพื่อนๆ แต่ด้วยความดังของดนตรีทำให้ทั้งแพรพิณและบัวบุหงาไม่ได้ยิน สองสาวพยายามจับผิดนักร้องบนเวที ไม่ได้สนใจลุงอินที่นั่งน้ำตาไหลมองเควินร้องเพลง พึมพำว่า “ไอ้พล...เอ็งเก่งมาก”

    ระหว่างนั้น ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว เต้นกินพื้นที่มาชนแพรพิณซึ่งกำลังเริ่มวิงเวียน ทั้งสามตื่นเต้นที่เจอครูสอนพิเศษของพวกเขาจึงดึงเธอเข้าไปเต้นหน้าเวที บัวบุหงาหันมาเห็นลุงอินร้องไห้ก็ตกใจ ลุงอินอ้างว่า

    มึนหัวอยากกลับ ให้ช่วยไปส่งที่หมอชิต บัวบุหงาหาแพรพิณไม่เจอ ด้วยความเป็นห่วงลุงอินจึงพาไปทันที ส่วนแพรพิณเต้นกับลูกศิษย์สักพักก็เป็นลมพับไป

    งานเลิก พาทีไขกุญแจห้องที่ขังพรนางฟ้า เห็นเธอนั่งหลับพิงกำแพงอยู่ ก็เข้าไปนั่งมองหน้า หญิงสาวหลับอ้าปากหวอ เขาจึงแกล้งเอานิ้วแหย่เข้าปาก เธอสะดุ้งงับนิ้วเขาจนร้องลั่น พาทีลุกพรวดด้วยความโมโห พรนางฟ้ารวบรวมสติหยิบมือถือมาดู เห็นมิสคอลจากสองเพื่อนเป็นสิบก็ตกใจ พาทีบอกว่างานเลิกแล้ว เธอยิ่งเสียดายโอกาสลุกขึ้นโวยวายว่าเพราะเขาที่ทำให้ไม่ได้เจอวงบลูปรินซ์ และเรียกเขา...นายพาทีภาระ

    พาทีโกรธหาว่าเธอเป็นพวกสต๊อกเกอร์ พวกคลั่งดารามากจนต้องตามไปทุกแห่ง หญิงสาวเชิดใส่คนอย่างตนไม่มีทางเป็นแบบนั้น แล้วจะเดินหนี แต่พาทีขวางไม่ให้ไปไหนจนกว่าจะบอกว่าต้องการอะไร เธอปฏิเสธ เขากอดอกจ้องรอให้สารภาพ เธอโกรธยกเท้าจะกระทืบเท้าเขา แต่เขารู้ทันล็อกตัวเธอดันติดกำแพง เธอหาทางสู้โน้มคอเขาลงมา เขาจึงเอามือดันปากเธอไว้ เธอส่งเสียงอู้อี้ๆหายใจไม่ออก พอเขาเอามือออก เธอหน้าทิ่มโวยวายว่าจะฆ่ากันหรือก่อนจะจ้ำหนี

    พาทีตะโกนไล่หลังอย่ามาสต๊อกใครแถวนี้อีก ว่าแล้วก็มองมือตัวเองที่เธอประทับริมฝีปากไว้อย่างรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องลุง เขารีบโทร.ถามนาเดียร์ พอรู้ว่าเธอยังไม่เจอ ก็รีบวิ่งออกมามองหาที่ด้านนอก แล้วโทรศัพท์หาจึงรู้ว่าลุงอินกำลังจะขึ้นรถที่หมอชิต พาทีขอโทษที่ไม่มีเวลาดูแล ลุงอินตอบกลับมาด้วยความเข้าใจ

    “อย่าคิดมากน่าที แค่ลุงเห็นเอ็งกับไอ้พลมาไกลขนาดนี้ ลุงก็ภูมิใจแล้ว”

    “ขอบคุณครับลุง พวกผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลุง ถ้าไม่ได้ลุงดูแลพวกผมหลังพ่อตาย ป่านนี้ผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” ลุงอินตัดบทว่ารถจะออก พาทีจึงรีบถามว่าเงินที่ส่งให้ทุกเดือนพอใช้ไหม ลุงอินตอบอย่างซาบซึ้งใจว่ายิ่งกว่าพอ พาทีรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสเจอลุงอิน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงากำลังกินข้าวต้มด้วยสีหน้าอิดโรย เห็นข่าวอรนาฏกับพันธิต ลูกชายที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกทางทีวี แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ฝากฝังลูกชายที่กลับมาสานต่องานของพ่อ เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่ใกล้จะเปิดกล้องเร็วๆนี้

    สามสาวมองพันธิตผ่านจอทีวี นี่หรือที่อรนาฏจ้างให้จับแอ๊บลูกชาย...พรนางฟ้าเอ่ยขึ้นว่าตนบอกปัดงานนี้ไปก่อน อยากทุ่มเวลาให้คดีบลูปรินซ์ แล้วถามเพื่อนทั้งสองว่าเมื่อคืนได้อะไรกันบ้าง บัวบุหงาย้อนถามว่าตัวเธอได้อะไรบ้าง หายไปหลังเวทีตลอดงาน พรนางฟ้าไม่อยากเล่าบอกเพียงว่ายังไม่รู้ตัวเลยว่ากลับมาห้องได้อย่างไร บัวบุหงาสรุปไม่มีใครได้อะไร

    แพรพิณอยู่ในสภาพจะหลับคาช้อน เพื่อนๆจึงเรียกจนสะดุ้งหลุดปากชื่อจุงเบออกมา ก่อนจะขยายความว่าเมื่อคืนโดนลูกศิษย์ลากออกไปเต้นหน้าเวที ตนจึงถ่ายคลิปไว้ได้นิดหน่อย เป็นภาพไลออนกับเควินกระจุ๋งกระจิ๋งกันบนเวที ไม่เพียงแค่นั้น ไลออนยังมักหันไปยิ้มกับคฑา และสายตาคฑาที่มองไลออนก็ดูหยาดเยิ้ม มีการซบไหล่กันบ้างระหว่างทำการแสดง

    พรนางฟ้ายิ้มอย่างพอใจ คิดแผนการโทร.ขอให้ชลลัมภีร์รับรองตนเป็นหลานสาวชื่อแองจี้ เพิ่งกลับจากเรียนเมืองนอก จากนั้นก็ติดต่อนาเดียร์ขอสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์

    พาทีรีบมาที่ตึกจีพีเรคคอร์ด ไม่วายเจอเฌอเบลล์เข้ามาพยายามโปรยเสน่ห์เต็มที่ แต่เขาไม่เคลิ้มเดินหนี นาเดียร์เดินรี่เข้ามารายงานพาทีว่ามีหลานของชลลัมภีร์เพิ่งกลับจากเมืองนอก จะเอาบทสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์ไปลงนิตยสารที่เกาหลี ตนเห็นว่าเป็นงานพีอาร์ฟรีจึงรับไว้

    พาทีรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจ พอมาพบพรนางฟ้าที่วางมาดเป็นนักเรียนนอก จึงต่อว่าถ้าเป็นหลานชลลัมภีร์จริง ทำไมวันก่อนต้องทำตัวเป็นพวกสต๊อกเกอร์ หญิงสาวค้อนเล็กๆสะบัดเสียงว่าตนไม่ใช่ พาทีให้เธอนัดวันกับนาเดียร์ นาเดียร์ขอตัวอย่างคำถามเพื่อพิจารณาก่อน แต่พรนางฟ้าไม่ยอมจะสัมภาษณ์วันนี้เท่านั้น พาทีไม่พอใจ ระหว่างนั้นอรนาฏโทร.เข้ามาบอกพรนางฟ้าว่า ให้ไปรับบรีฟงานภายในหนึ่งชั่วโมง จะจ่ายก่อนห้าแสน เธอตาโพลงครุ่นคิดตัดสินใจ...

    บัวบุหงาตกอับไม่มีงานถ่ายภาพ จำต้องรับงานอีเวนต์แต่งตัวเป็นถังขยะ รณรงค์ให้คนทิ้งขยะให้ถูกที่ พอได้รับโทรศัพท์จากพรนางฟ้าให้ไปพบอรนาฏแทนก็อึ้งทำอะไรแทบไม่ถูก

    สี่หนุ่มวงบลูปรินซ์มาให้แองจี้สัมภาษณ์ พาทียืนคุมเชิง เธอเปิดเครื่องอัดเสียงยิงคำถามที่พุ่งประเด็นไปยังความสนิทสนมเป็นพิเศษระหว่างไลออนกับคฑา ไลออนมักจะสบตาพาทีก่อนตอบ คฑาอ้างว่าเพราะตนกับไลออนอายุเท่ากันจึงคุยกันถูกคอ แองจี้เจาะจงถามไลออนว่าเป็นคนชอบดูแลคนแล้วดูแลใครเป็นพิเศษ พาทีชักไม่พอใจสั่งหยุดการสัมภาษณ์อ้างว่าคำถามของเธอทำให้นักร้องของตนไม่สบายใจ แล้วผายมือเชิญเธอกลับ

    “ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ฉันก็ได้บทสัมภาษณ์ที่เพียงพอ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ” พรนางฟ้ามองเครื่องอัดเสียง สีหน้ายิ้มกริ่มจนพาทีสงสัยไม่ไว้ใจ

    ด้านบัวบุหงารีบมาพบอรนาฏทั้งชุดที่เพิ่งทำงาน จึงดูมอมแมม อรนาฏมองอย่างไม่เชื่อถือ บัวบุหงาจึงอ้างว่าปลอมตัวไปสืบคดีอื่นมา อรนาฏค่อยโล่งใจ มอบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพันธิตลูกชาย และเล่าว่าพ่อของลูกคือวีระพระเอกดังในอดีต

    “ลูกเพิ่งกลับจากนิวยอร์ก ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอย่างพ่อเขา ยิ่งตอนนี้รูมเมทของเขาที่ชื่อวทันยูตามกลับมาไทยด้วย ฉันยิ่งไม่ไว้ใจ เธอสืบให้ฉันได้ไหม” เห็นสีหน้าบัวบุหงาลังเล “เรื่องเงินน่ะไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ขอแค่ให้มีหลักฐานมายืนยันว่าลูกฉันแอ๊บหรือไม่แอ๊บ” อรนาฏวางเช็คห้าแสนให้ และว่าเสร็จงานจะให้อีกห้าแสน

    บัวบุหงาตาโพลงตอบตกลงทันที...กลับมาบ้าน บัวบุหงาจัดการลงข้อมูลในคอมพ์แบบที่พรนางฟ้าลง ว่าเป็นคดีที่สองของบริษัทจีสแกน ทันใดมีเสียงร้องเพลงสำเนียงแปร่งๆแบบคนดัดเสียงดังกระแทกหูจนทนไม่ไหวต้องเดินไปดู เห็นพ่อเต่ากับเจ๊โดมเต้นรูดเสาร้องประสานเสียงกัน จึงโวยให้เบาเสียงด้วยความไม่ชอบที่พ่อเป็นแบบนี้ เจ๊โดมเอ็ดแทนอย่าทำตัวเป็นแม่ เธอจึงสำนึกเสียงอ่อนลงบ่นว่าตนรับงานใหม่มาต้องสืบว่าพันธิตลูกชายอรนาฏเป็นเกย์หรือไม่

    “ต๊าย! รับจ๊อบสืบลูกเจ๊วีเหรอเนี่ย อะไรมันจะโลกกลมขนาดนี้” เจ๊โดมกรี๊ดกร๊าด

    บัวบุหงางงเจ๊วีคือใคร พ่อเต่าขยายความ “ก็คุณวีระพระเอกละครไทยไง สมัยวัยรุ่นนี่แก๊งแฮงก์เอาต์ด้วยกันเลยล่ะ ตอนแกเด็กๆแกยังเคยถ่ายรูปกับเขาเลยนะ ฮึฮึ”

    เจ๊โดมเสริมอยากรู้อะไรเดี๋ยวสืบให้เพราะหนังที่พันธิตกำลังจะเปิดกล้อง ตนเป็นช่างแต่งหน้าในกอง บัวบุหงาดีใจขอร่วมทีมเข้าไปด้วย เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งก็ได้

    ooooooo

    ห้องจัดแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง...ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต เขาบรรยายว่าภาพยนตร์ของเขาเป็นเรื่องเกี่ยวกับตุ๊ด กะเทย เกย์ ทอม ดี้ เลสเบียน เป็นเรื่องของความรักที่คนทั่วไปยังไม่เข้าใจ เรื่องนี้จะทำให้สังคมเข้าใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น

    ระหว่างการแถลงข่าว อรนาฏเดินเข้ามามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับลูก พันธิตมองแม่อย่างเซ็งๆ อรนาฏกล่าวฝากสื่อมวลชนให้สนับสนุนหนังของลูกชาย พันธิตจึงลุกขึ้นบอกมีอะไรให้สัมภาษณ์คุณอรนาฏต่อได้เลย นักข่าวขอถ่ายภาพคู่ อรนาฏคล้องแขนพันธิตมายืนโพสท่า

    หลังแถลงข่าว อรนาฏต่อว่าพันธิตทำไมต้องฉีกหน้าตลอด เขากวนกลับว่าตนไม่ใช่หมอศัลยกรรมจะฉีกจะดึงหน้าได้อย่างไร เธอเอ็ดให้หยุดพูดแบบนี้ แค่ไม่เรียกแม่ต่อหน้าใครก็เสียหน้ามากพอแล้ว เป็นลูกประสาอะไร เขาสวนแล้วคุณเป็นแม่ประสาอะไรก่อนจะเดินไป

    วันต่อมาเป็นวันฟิตติ้ง เจ๊โดมพาบัวบุหงามาฝากเจ๊นุชสาวใหญ่โปรดิวเซอร์ให้เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งที่กำลังหา เจ๊นุชเห็นว่าปูที่จะเป็นคนบอกว่าถ่ายอะไรบ้างยังไม่มา จึงให้ถ่ายๆอะไรไปก่อน บัวบุหงาถ่ายผู้คนแถวนั้นไปเรื่อย มองผ่านเลนส์มาหยุดที่ชายคนหนึ่งในชุดสูทหล่อเข้ม ดวงตาคมชวนมอง ในสมองรายงานว่าคือพันธิตลูกชายอรนาฏที่จ้างให้สืบแอ๊บ

    บัวบุหงาไม่เห็นความเป็นแต๋วอย่างที่อรนาฏบอกสักนิด มองเคลิ้มจนมือไปโดนแฟลชวาบขึ้น พันธิตหันมาโวย เจ๊นุชรีบวิ่งมาบอกว่าเธอคือตากล้องคนใหม่ถ่ายภาพนิ่งให้ฝ่ายพีอาร์ พันธิตตำหนิว่าถ่ายรูปเปิดแฟลชในกองถ่ายได้อย่างไร ถ้าเขากำลังถ่ายฟิตติ้งกันอยู่ แสงแฟลชจะรบกวนไหม เป็นตากล้องจริงหรือใช้กล้องก็โบราณตกรุ่น ถ้าไม่ถนัดก็ไปทำคอสตูมแทน บัวบุหงาหน้าตึงเกลียดขี้หน้าเขาขึ้นมาในทันที

    เจ๊นุชพยายามพูดให้จนพันธิตยอมให้บัวบุหงาทำงานต่อได้ เจ๊โดมเข้ามาเตือนอย่าก่อเรื่องให้ต้องตกงาน หญิงสาวบ่นอย่างหงุดหงิดว่าพันธิตทำเป็นรู้ดีกว่าตน ค่าแสงในที่นี้เปิดแฟลชได้ และเรื่องกล้องของตนก็ไม่รู้บ้างเลยหรือว่ามันเป็นรุ่นคลาสสิกที่หายาก ทันใดเห็นพันธิตรับไหว้นักแสดงหนุ่ม ลูบหลังลูบไหล่อย่างน่าสงสัย จึงกดชัตเตอร์จับภาพไว้ทันที

    ooooooo

    แพรพิณมารับอันนาที่เรียนพิเศษ แต่อันนากลับบอกว่ามีนัดกินข้าวกับเพื่อนได้ไลน์บอกไว้แล้วให้กลับไปก่อน แพรพิณฉุกคิดว่าต้องนัดกับหมอไทยแน่ๆ จึงสะกดรอยตาม แล้วเธอก็โก๊ะทำเสียงดังจนอันนาหันมาจับได้ ต้องอ้างว่าแวะมาทานข้าว หมอไทยเห็นหน้าเธอก็จำได้

    อันนาแปลกใจที่หมอไทยรู้จักแพรพิณ เขาบอกว่าคลินิกตนอยู่ติดกับโรงเรียนสอนพิเศษของเธอจึงเคยเจอกันบ้าง พลันชยุตโทร.เข้ามา หมอไทยจึงแยกไปรับสาย อันนาต่อว่าแพรพิณที่แอบตามตนมา แพรพิณเตือนว่าหมอไทยเป็นเกย์กับชยุต แต่อันนาไม่เชื่อแถมโกรธ

    พอทานอาหารเสร็จ หมอไทยขอตัวไปคุยงานกับชยุตหัวหน้าฝ่ายมาร์เกตติ้งของคลินิกไปส่งไม่ได้

    อันนานึกถึงที่แพรพิณเตือน ส่วนแพรพิณยังแอบซุ่มอยู่แถวนั้น แค้นใจแทนหลาน จะไม่ยอมให้เกย์มาหลอกคนในครอบครัวได้อีก

    บ่ายวันนั้นอรนาฏมาต่อว่าพันธิตถึงบ้าน ที่สร้างหนังแนวตุ๊ดเกย์ไม่บอกกันก่อน เขาจึงย้อนว่าถ้าบอกแล้วแม่จะช่วยโปรโมตหรือ อรนาฏโวยวายไม่รู้จักอายแค่มีพ่อเป็นเกย์ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ พันธิตนิ่ง

    สักพักก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า พ่อจะเป็นอย่างไรก็เป็นพ่อของตน แม่ต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ทั้งที่เรื่องก็ผ่านมานมนาน แม้ผู้เป็นแม่จะโต้ว่าไม่ลองมาเป็นเธอ ที่วันหนึ่งตื่นมาสามีกลายเป็นเมียคนอื่น จะทำใจได้ไหม เขาย้ำว่าให้แม่รู้จักปล่อยวางจะหมดทุกข์

    เสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้น พันธิตเห็นชื่อวทันยู ก็รับสายแล้วแกล้งยั่วแม่ “ว่าไงจ๊ะที่รัก คิดถึงจังเลย...” อรนาฏตาเบิกโพลงอย่างไม่พอใจ มองลูกชายที่เดินแยกไปคุยอย่างหงุดหงิด

    ด้านแพรพิณสะกดรอยตามหมอไทยไปจนถึงร้านหนังสือ เห็นเขาอ่านหนังสือประเภทสุขภาพชาย หน้าปกเป็นผู้ชายถอดเสื้อโชว์กล้าม ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นเกย์แน่ จะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ทันกดชัตเตอร์ ชยุตมายืนขวางถามจะทำอะไร แพรพิณหน้าเจื่อนเดินจ้ำหนีไป

    กลับบ้าน แพรพิณเจออันนานั่งรอเพื่อต่อว่าเรื่องที่เธอไปแอบถ่ายรูปหมอไทย แล้วกำชับหนักแน่น ห้ามมายุ่งกับตนและหมอไทยอีก ตนเชื่อว่าเขาเป็นชายแท้ อย่าทำอะไรน่าเกลียดอีก

    ระหว่างนั้นพรนางฟ้ากำลังทำงานอยู่ที่คอนโด บัวบุหงาไลน์เข้ามาบอกเรื่องเงินค่าจ้างจากอรนาฏ

    พรนางฟ้าให้โอนเข้าบัญชีตนไว้เป็นเงินทุนบริษัทเอาไว้จับแอ๊บทุกคดี ไม่ทันไรแพรพิณไลน์มาปรึกษาเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ จะจ้างบริษัทเราสืบ พรนางฟ้าไลน์กลับไปว่าไม่ต้องจ้างทำให้ฟรี แพรพิณซาบซึ้งใจ บันทึกข้อมูลคดีที่สามของบริษัทจีสแกน จับแอ๊บหมอไทย ค่าจ้างฟรี...แล้วมุ่งมั่นต้องสืบให้สำเร็จ เพื่อหลานสาว

    วันต่อมา แพรพิณตามดูหมอไทยกับชยุต ทั้งสองเข้าฟิตเนสด้วยกัน เธอนึกถึงสิ่งที่พรนางฟ้าแนะนำ อันดับแรกต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ตามสืบเป็นใคร นิสัยอย่างไร ชอบไปที่ไหน มีกิจกรรมอะไรที่ดูแล้วเข้าข่าย แพรพิณนึกได้ว่าหมอไทยชอบลงเฟซบุ๊กรูปตัวเองในฟิตเนส

    ขณะตามดู ยามเข้ามาสะกิดเตือนถ้าไม่ใช่สมาชิกเข้าไม่ได้ เธอพยายามเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวถึงสามครั้งก็ไม่รอดพ้นสายตายาม จึงจำต้องสมัครสมาชิก โดนฟันเงินไปถึงหมื่นแปด เพื่อเข้ามาเดินมองหาหมอไทยกับชยุต และแล้วก็เห็นทั้งสองเดินไปทางห้องเซาน่าด้วยกัน จึงรีบไลน์ไปถามความเห็นเพื่อนๆ บัวบุหงาให้ตามเข้าไปดูให้รู้แน่ แต่พรนางฟ้าคิดว่า การเข้าห้องเซาน่าด้วยกันมันก็ชัดแล้วว่าใช่ แพรพิณอ่านไลน์แล้วอยากเป็นลม

    แพรพิณสวมเสื้อมีฮู้ดคลุมหัวให้ดูเหมือนผู้ชาย ตามเข้าไปในโซนแต่งตัวชาย เห็นสองหนุ่มมีผ้าขนหนูพันช่วงล่าง ช่วงบนโชว์หุ่นฟิตเฟิร์ม ทำให้เธอมือไม้สั่นไม่กล้ามอง แต่ก็ถ่ายภาพและแอบอัดเสียงสนทนาของทั้งคู่

    ชยุตบ่นตั้งแต่เอาวงบลูปรินซ์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ที่ร้าน ทำให้พวกเรายุ่งจนไม่มีเวลาให้กัน แล้วยิ่งหมอไทยมีแฟนเด็กอันนายิ่งไม่เหลือเวลาอีกเลย หมอไทยแซวแค่นี้มีงอนด้วยหรือ แพรพิณฟังอย่างขยะแขยงเผลอทำ มือถือหล่น สองหนุ่มหันมองทำให้เธอต้องหลบหน้า ทั้งสองพากันเดินเข้าห้องอบแห้ง หญิงสาวพนมมือขอคุณพระเป็นกำลังใจให้ตนสู้ แล้วหันกลับมาเดินตามสองหนุ่มแต่เข้าผิดห้อง เข้าไปในห้องเซาน่าทั้งชุดที่สวมใส่

    นั่งรออยู่ชั่วครู่แพรพิณเริ่มร้อนมึนหัวทนไม่ไหวเดินโซซัดโซเซออกมาผมเผ้ายุ่งเหยิง ล้มพับเป็นลมไปต่อหน้าหมอไทยกับชยุตที่ออกมาจากห้องอบแห้ง ทั้งสองจำแพรพิณได้จึงช่วยกันปฐมพยาบาล เธอฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าหมอไทยกับชยุตก็ตกใจลุกพรวดขึ้น ชยุตถามเธอเข้าไปทำอะไรในห้องเซาน่าจนเป็นลม ตนต้องอุ้มมานอนที่นี่ หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าโดนอุ้ม หมอไทยยินดีที่น้าของแฟนเป็นสมาชิกที่นี่ จะได้เจอกันบ่อยๆ แพรพิณรีบขอตัวกลับ

    ooooooo

    สรุปพรนางฟ้าต้องช่วยแพรพิณสืบ ส่วนบัวบุหงาเก่งพอจะลุยเดี่ยว...มีข่าววงบลูปรินซ์จะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกสามเดือนข้างหน้า ปันปันร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ พรนางฟ้าตกใจวิ่งมาดูน้อง แต่เธอไม่ได้สนใจ กลับโทร.หาเพื่อนๆให้รีบจองตั๋ว พรนางฟ้าครุ่นคิดเป็นโอกาสอีกครั้ง

    หลายวันต่อมา พรนางฟ้ามาดูการซ้อมของบลูปรินซ์ในนามแองจี้ อ้างว่าจะเก็บภาพไปโปรโมต พาทีเหน็บงานแค่นี้ไม่เห็นต้องมาเอง ให้ลูกน้องมาถ่ายแทนก็ได้ หญิงสาวสวนว่าตนชอบทำงานเองไม่ชอบนั่งเทียนเขียนข่าว ปั้นความรู้สึกเอง พาทีเบ้หน้าประชดให้เก็บภาพตามสบาย แล้วเรียกนาเดียร์มาสั่งให้คอยประกบแองจี้ไว้

    “คุณพาทีนี่ จริงจังมากเลยนะคะ” พรนางฟ้าอยากด่ามากกว่านี้

    “แน่นอนค่ะ ไม่งั้นบลูปรินซ์ก็คงไม่สามารถขึ้น มาเป็นบอยแบนด์อันดับหนึ่งของประเทศได้หรอก”

    นาเดียร์เย้ยพรนางฟ้าสังเกตเห็นจุงเบหงุดหงิดเวลาเต้นไม่ได้ นาเดียร์เริ่มเบื่อถอยมานั่งเล่นมือถือ พรนางฟ้าถ่ายภาพจุงเบไว้ เขารู้สึกตัวจึงหันมองทักทาย แล้วมองหาขวดน้ำของตัวเอง พรนางฟ้าเห็นวางอยู่ที่เก้าอี้จึงหยิบไปส่งให้จุงเบรับมือสัมผัสกัน นาเดียร์เงยหน้ามาเห็นกระแอมขัดเตือน ไม่ควรทำอะไรตามใจ พรนางฟ้างงแค่หยิบน้ำให้มีอะไรผิด นาเดียร์หาว่าให้ท่าศิลปิน

    “ขอโทษนะคะ ฉันว่ามีแต่คนที่อยากได้ศิลปินจนตัวสั่นเท่านั้นแหละ ถึงจะคิดได้ว่าการช่วยหยิบของให้ศิลปินคือการให้ท่า” นาเดียร์จะเถียง แต่พรนางฟ้าชิงเดินหนีไปถ่ายอีกมุม

    “เรื่องความดังของบลูปรินซ์ไม่ใช่สิ่งที่ผมห่วง หรอกครับ เพราะผมทำให้พวกเขามีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ด้วยตัวผมเองมาตลอด ผมห่วงว่าจะมีใครคิดไม่ดีกับเด็กๆของผมมากกว่า ขอตัวนะ”

    พรนางฟ้าเริ่มรู้สึกกังวลใจว่างานนี้จะยากกว่าที่คิด แต่ไม่ย่อท้อรีบเดินตามพาทีออกไป พาทีเห็นแองจี้เดินตามมาก็บอกว่าถ้าต้องการอะไรให้บอกนาเดียร์ได้ แต่เธอดึงมือเขาให้หยุด กล่าวขอโทษถ้าตนทำตัวไม่ดีเพราะ ติดนิสัยทำตัวเหนือใครมาจากตอนเรียนเมืองนอก ที่โน่นถ้าเราไม่เหนือกว่าก็จะไม่มีตัวตนในสายตาใคร พาทียิ้มๆ บอกไม่ต้องขอโทษเพราะเราคงไม่ได้ร่วมงานกันบ่อย พรนางฟ้ารีบย้ำเพื่อให้เขาใจอ่อน

    “แต่แองจี้เชื่อว่าเราจะได้ทำงานด้วยกันอีกค่ะ แองจี้อยากให้เป็นอย่างนั้น”

    พาทีนิ่งเงียบไม่แสดงว่าใจอ่อนลง ขอตัวเดินไป พรนางฟ้ารู้ว่าตัวเองเจอหินเข้าแล้ว...ด้วยความเซ็งพรนางฟ้าเดินลงมาซื้อกาแฟ เห็นเฌอเบลล์ทำโน้ตเพลงหล่นแผ่นหนึ่ง จึงเก็บแล้ววิ่งตามไปคืนให้ เธอมองอย่างเหยียดๆ ดึงโน้ตกลับมาแล้วเดินไป พรนางฟ้าไม่พอใจ ตามไปดึงโน้ตกลับมาโยนลงพื้นแล้วว่า ถ้าไม่รู้จักขอบคุณคนอื่นก็จงเก็บเอง เฌอเบลล์จะโวยแต่ไม่ทัน

    ooooooo

    วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทำภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต บัวบุหงามาทำหน้าที่เก็บภาพเบื้องหลัง แล้วเธอก็เห็นพันธิตเดินลูบหลังไหล่นักแสดงชื่อโอ๊ตออกไปนอกกอง จึงคว้ากล้องวิ่งตามไปแอบถ่าย เห็นทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคัก เจ้ากรรมลืมปิดแฟลชอีกแสงแฟลชทำให้พันธิตรู้ตัว เดินมามองที่พุ่มไม้ที่บัวบุหงาพยายามหลบซ่อนตัวสุดฤทธิ์ แล้วเขาก็เจอฝากล้องตกอยู่ เป็นฝากล้องรุ่นคลาสสิกปีสองพัน...พอกลับเข้ามาในกองถ่าย เห็นบัวบุหงานั่งกินข้าวอยู่ ก็เข้ามามองกล้องเธอแล้วถามว่าฝากล้องไปไหน บัวบุหงาเพิ่งรู้ตัวว่าหายคิดหาทางแก้ตัว ว่าลืมว่าหายไปตั้งแต่วันก่อน พันธิตวางฝากล้องลงบนโต๊ะ เจ๊โดมต้องช่วยเสริมว่าเห็นบัวบุหงาร้องไห้บ่นว่าของหายเมื่อวาน เขาจึงดักคอ

    “ทีหลังเวลาทำงานก็เก็บฝากล้องให้ดีหน่อยนะ เดี๋ยวคนโดนแอบถ่ายเขาจะรู้ตัว”

    เจ๊โดมลากบัวบุหงาหลบมาต่อว่า อย่าทำอะไรผิดพลาดอีก บัวบุหงาเปิดภาพที่สองหนุ่มหัวร่อต่อกระซิกกัน ให้ดู เจ๊โดมเห็นแล้วเสียดายพันธิตไม่น่าเป็นเกย์

    ด้านพรนางฟ้า ถ่ายภาพบลูปรินซ์ซ้อมร้องเต้นบนเวที ระหว่างนั้นถอยหลังมาชนไลออนที่เพิ่งเข้ามา ต่างคนต่างหลบให้กันแต่หลบทางเดียวกันจึงหัวเราะ ไลออนดึงเธอเข้ามาใกล้ถามใส่คอนแทคเลนส์หรือ เธอส่ายหน้า เขาชมว่าดวงตาสวย เธอเผลอยิ้มมองเขาเดินขึ้นเวทีอย่างเท่

    “มองส่วนไหนอยู่เหรอครับ หน้าแดงเชียว” พาทีจับตามองอยู่เข้ามาแขวะ หญิงสาวสะดุ้งปัดว่ามองไปทั่ว พาทีประชด “แล้วได้ภาพตามที่ต้องการรึเปล่าครับ คุณหลานเจ้าของเว็บไซต์บันเทิงที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย”

    พรนางฟ้าไม่พอใจที่พาทีกวน เขายังแกล้งยื่นมือมาใกล้หน้าอกเธอ พอเธอคว้ามือเขาไว้ เขาก็บอกว่าแค่จะขอดูรูปที่ถ่าย หญิงสาวไม่ให้ เขายืนกรานว่าต้องตรวจสอบก่อนที่เธอจะนำไปลงข่าว ไลออนเห็นสองคนยืนเถียงกันจึงลงจากเวทีมาต่อว่าพาที ว่าแองจี้เป็นแขก ไปขึ้นเสียงใส่เธอได้อย่างไร พาทีสั่งให้กลับไปซ้อม ไลออนไม่ยอมกลับเข้ามาจ้องหน้าพาที พรนางฟ้าเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับแต่พาทีขวางไม่ให้ไป ไลออนช่วยดึงเธอให้เดินไป

    พาทีไม่พอใจ เดินตามพรนางฟ้าไปอีก เห็นเธอสะดุดหกล้มก็ยืนมองเฉย หญิงสาวแก้เขินด้วยการทำท่าบัลเล่ต์ลุกขึ้น แล้วรีบเดินหนีมาถึงลิฟต์ พาทีตามมาเอามือค้ำประตู พรนางฟ้ายืนหลังพิงประตู เขายืนยันจะขอดูภาพ ทันใดประตูลิฟต์เปิด พรนางฟ้าหงายหลังล้มเข้าไปในลิฟต์ พาทีล้มตามคร่อมบนร่างเธอ ต่างตะลึง มองตากันอึ้งๆ

    มนุษย์ป้านางหนึ่งเดินมาเห็น กระแอมให้รู้ตัว แล้วสั่งสอนว่าการกระทำแบบนี้น่าอาย สถานที่ก็แคบแถม เป็นที่สาธารณะ พาทีรีบลุกขึ้นชี้หน้าพรนางฟ้าทำนอง ฝากไว้ก่อนแล้วเดินไป หญิงสาวขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางยืนก้มหน้าอายๆ มนุษย์ป้ากดปิดลิฟต์ไม่วาย มองเธอเหยียดๆ

    บ่ายวันเดียวกัน แพรพิณได้ยินลูกศิษย์คุยกันว่า ถ้าเราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ต้องตามดูให้รู้ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครคอร์สเสริมความงามคลีนิกหมอไทย โดยระบุว่าจะทำกับหมอไทย ราคาที่ทำกับหมอจึงสูงกว่าปกติแพรพิณจำต้องจ่ายไปอีกสี่หมื่น...ระหว่างที่หมอไทยดูแลใบหน้าให้ ชยุตโทร.เข้ามานัดทานข้าว แพรพิณหูผึ่งเตรียมสะกดรอยตามไปเก็บภาพ

    เสร็จจากทำหน้า แพรพิณแอบตามหมอไทยมาถึงร้านอาหาร แต่ด้วยไม่ได้จองโต๊ะไว้ก่อนจึงไปนั่งโต๊ะที่มีคนจอง พอเขามาก็เกิดการต่อว่าเสียงดัง หมอไทยกับชยุตหันมาเห็นเป็นแพรพิณก็ชวนมานั่งร่วมโต๊ะ หญิงสาวทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำตัวไม่ถูก ชยุตแกล้งแหย่ หมู่นี้เราเจอกันทุกวันสงสัยเธอจะชอบหมอไทยหรือชอบตน หญิงสาวสำลักน้ำไอแคกๆ ปฏิเสธพัลวัน หมอไทยปรามชยุตให้เลิกแกล้งแพรพิณ

    เสร็จจากทานอาหาร หมอไทยให้ชยุตไปส่งแพรพิณ ชยุตขอเวลาเก็บของในรถที่รกๆไปไว้ท้ายรถ ให้เธอเข้าไปนั่งเบาะหน้าและให้ช่วยเก็บกล่องแว่นใส่ลิ้นชัก ทำให้เธอเห็นถุงยางอนามัยและเควาย เจลหล่อลื่นในนั้น เธอแทบช็อกเอามือถือมาเก็บภาพไว้อย่างขยะแขยง

    ooooooo

    สามสาวสรุปผลงานที่สืบงานของตัวแต่ละงาน ต่างเอาหลักฐานที่ได้ลงชาร์ตว่าใครหาหลักฐานได้มากกว่ากัน คดีใครจะสำเร็จก่อนกันเป็นผู้ชนะ พรนางฟ้าไม่ยอมแพ้ รุ่งเช้าไปที่จีพีเรคคอร์ดอีก นั่งดูการซ้อมของวงบลูปรินซ์ นาเดียร์แขวะมาบ่อยเหลือเกิน

    พาทีให้เควินซ้อมท่อนโซโล่ แล้วให้นาเดียร์เรียกคู่ลีลาศมาซ้อมบล็อกกิ้ง นาเดียร์นึกได้ว่าเธอลาป่วยและลืมหาคนมาแทน พาทีเซ็ง ไลออนแนะนำให้นัดแยกซ้อมลีลาศ คฑาสวนว่าเรายังมีเวลาว่างอีกหรือ ทั้งสองเถียงกัน จุงเบกระซิบเตือนว่ามีแขก ทั้งสองจึงกอดคอกันทำทีสนิทสนมรักใคร่กันดี พรนางฟ้าเห็นช่องทางตีสนิท อาสาเป็นคู่เต้นลีลาศให้ เพราะมีความรู้อยู่บ้าง

    เควินได้ทีโบ้ยให้พาทีเป็นคู่เต้นกับแองจี้ ตัวเขาจะซ้อมร้องเพราะยังจำท่าเต้นไม่ค่อยได้ พาทีจำต้องเต้นลีลาศกับแองจี้ ทั้งสองเต้นอย่างพลิ้วไหวเข้าขากันดี นาเดียร์มองอย่างหมั่นไส้ เผอิญเฌอเบลล์แวะมาเห็นพาทีเต้นรำกับแองจี้ก็ไม่พอใจ พาทีทึ่งกับความสามารถของแองจี้ยอมเอ่ยปากขอบใจเธอ...บ่ายวันนั้นเขาจึงให้เธอซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ไปส่งที่โรงเรียนแพรพิณ

    ด้านบัวบุหงาถ่ายภาพเบื้องหลังกองถ่ายอย่างมืออาชีพ เผอิญถอยหลังมาชนพันธิตที่นั่งอยู่ เขาโวยวายว่าดารายังแต่งตัวไม่เสร็จแล้วเธอเที่ยวไปถ่ายภาพเขา เป็นพวกปาปารัสซี่หรือเปล่า จะแย่งกล้องมาตรวจรูป หญิงสาวไม่ให้ ยื้อกันจนแฟลชกล้องตกแตก บัวบุหงาโกรธมาก ตรงเข้าชกหน้าพันธิต ทุกคนในกองตกใจ

    เจ๊โดมรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยขอร้องอย่าไล่บัวบุหงาออกเพราะเธอเป็นตากล้องมือหนึ่งของนิตยสารชายที่ฮอตที่สุด ภาพยนตร์เราเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ภาพถ่ายต้องดึงความรู้สึกนั้นออกมา พันธิตหงุดหงิดแดกดันให้บอกตากล้องของเจ๊ด้วยว่า ทำงานให้เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่แอบถ่ายแบบไร้มารยาท บัวบุหงาน้ำตาคลอหยิบแฟลชที่แตกขึ้นมา มองพันธิตอย่างแค้นเคือง

    ในขณะที่พรนางฟ้าลงรถพาทีที่หน้าโรงเรียนแพรพิณ พาทีเห็นคลินิกหมอไทยอยู่ข้างๆก็แปลกใจ บอกว่าเขาเป็นคนดูแลผิวให้ศิลปินในค่าย พรนางฟ้าจะเดินไป พาทีเตือนให้คืนหมวกกันน็อก เธอจึงโยนให้ เขาติงน่าจะส่งให้ดีๆ เพื่อเธอจะได้ดูน่ารักขึ้นมาบ้าง หญิงสาวหน้าชา

    พรนางฟ้าเข้ามาในโรงเรียนเห็นนักเรียนมุงดูไอแพด เป็นข่าวจากคุณนิรนามศูนย์ข่าวบีพีอายส์ ส่งมาว่า ขณะนี้วงบลูปรินซ์กำลังจะไปกินข้าวที่สยามสแคว์วัน แพรพิณไม่อยู่เด็กๆจึงจะไปตามดูนักร้องวงโปรด พรนางฟ้าแปลกใจรีบขอไปด้วย แล้วโทรศัพท์หาพาทีในทันที

    ในรถตู้ที่วงบลูปรินซ์นั่งมา นาเดียร์นั่งกลับที่พักด้วย ไลออนกับคฑาเป็นคนเริ่มอยากแวะกินอะไรที่สยามสแควร์วัน จุงเบกับเควินค้านกลัวแฟนคลับรู้จะเกิดความวุ่นวาย นาเดียร์ไม่คิดปรามกลับสนับสนุนอีกต่างหาก คนขับรถจึงพาไปส่งลงแล้ววกรถไปหาที่จอด นาเดียร์ไม่ลงไปด้วย ท่าทีเธอมีพิรุธบางอย่าง

    ทั้งสี่คนเลือกร้านส้มตำสะเดิดโดยไม่รู้เลยว่าข่าวพวกเขามาแวะที่นี่แพร่กระจายออกไป เหล่าแฟนคลับ กำลังเดินทางมา...พาทีได้รับโทรศัพท์จากแองจี้ก็ตกใจรู้ในทันทีว่าต้องเกิดความวุ่นวายแน่ เขารีบบอกให้แองจี้ช่วยถ่วงเวลาเหล่าแฟนคลับไว้ อย่าให้เข้าถึงตัวพวกบลูปรินซ์

    ไลออน คฑา เควินและจุงเบกำลังกินส้มตำ น้ำตกอย่างเอร็ดอร่อย เจ้าของร้านและเด็กในร้านต่างตื่นเต้นถ่ายภาพกันใหญ่ ไม่ทันไรได้ยินเสียงกรี๊ดดังเข้ามา ทั้งสี่ เห็นเหล่าแฟนคลับกำลังวิ่งกรูมาก็ตกใจ ไลออนรีบไป กดล็อกประตูร้าน แล้วพากันวิ่งไปหลังร้าน ปรากฏมีแฟนคลับออกันอยู่ประมาณยี่สิบคนทำให้ออกไปไม่ได้เช่นกัน

    ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว วิ่งมาถึงหลังร้านพร้อมพรนางฟ้า เธอโทร.รายงานสถานการณ์กับพาทีแล้วเหลือบไปเห็นร้านขายวิกผม จึงคิดแผนการได้ แต่ต้องขอให้เด็กทั้งสามร่วมมือ ด้วยการสัญญาจะให้รางวัลให้ทั้งสามได้ทานข้าวกับบลูปรินซ์ตัวเป็นๆแบบส่วนตัว ทั้งสามยอมช่วยสุดตัว...พรนางฟ้าเข้าไปซื้อวิกผมและของที่ใช้พรางตัวได้มา เด็กทั้งสามต้องทำทีคุยกันเสียงดัง ต่อว่าศิลปินบลูปรินซ์ให้เหล่าแฟนคลับได้ยิน จากนั้นทั้งสามต้องวิ่งหนีการถูกรุมสกรัม

    พรนางฟ้ารีบเคาะประตูหลังร้านบอกว่าตนแองจี้มาช่วย พอเข้าไปได้ เธอก็ให้ทุกคนสวมวิกใส่หนวด สวมเสื้อคลุมมีฮู้ด แล้วโทร.บอกพาที พาทีติดต่อนาเดียร์ไม่ได้ เพราะเธอเสียบหูฟังเพลงนอนสบายในรถ เขาเปิดประตูรถพรวดเข้ามาต่อว่า แล้วสั่งคนรถให้อ้อมไปรับศิลปินหลังร้าน พรนางฟ้าพาทุกคนออกมารีบวิ่งไปขึ้นรถ ทันใดไลออนรู้ตัวว่าสร้อยคอหล่นหาย จึงวิ่งกลับไปค้นหาในร้าน ทุกคนตกใจ พรนางฟ้าต้องตามไปช่วย พอหาสร้อยเจอ ทั้งสองจะกลับมาขึ้นรถ ต้องซ่อนตัวเบียดแนบชิดกันแอบแฟนคลับให้วิ่งผ่านไปก่อน ทั้งสองสบตากันรู้สึกหวั่นไหวนิดๆ

    กลับมาถึงที่พัก พาทีสั่งลงโทษกักบริเวณทั้งสี่คนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คฑาโวยไลออนเป็นคนชวนทำให้ทุกคนซวยไปหมด เควินพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ทะเลาะกัน พาทีเสียงเข้มบอกไม่ได้ต้องการคนผิด แต่ต้องการรู้ว่าแฟนคลับรู้ได้อย่างไร ทุกคนมองไปที่แองจี้

    พรนางฟ้ารีบเปิดลิงค์บีพีอายส์ให้พาทีดู ว่ารู้ข่าวมาจากทวีตนี้ และว่ามีคนจงใจปล่อยข่าว นาเดียร์ปรักปรำว่า เป็นแองจี้ เธอจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับพาที เขาไปส่งตน ทุกคนแปลกใจมากเพราะรู้ดีว่า พาทีไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของเขา นาเดียร์ออกตัวว่าตนก็ไม่เกี่ยวเพราะนั่งอยู่แต่ในรถ ทันใดมือถือเธอดังขึ้น เธอรีบกดตัดสาย พาทีมองอย่างไม่ไว้ใจจึงแย่งมือถือมากดโทร.ออกและเปิดสปีกเกอร์ โฟน เสียงปลายสายคล้ายตุ๊ด

    “พี่นาเดียร์คะ หนูขอเงินค่าข่าวของพวกหนูคืนด้วยค่ะ พวกเราไม่มีใครได้สัมผัสตัวบีพีเลยแม้แต่คนเดียว ฮัลโหลๆ อีเจ๊...มึงจะโกงเงินพวกกูเหรอ อี...” แองจี้ชิงตัดสาย

    นาเดียร์หน้าซีดจำนนต่อหลักฐาน ทรุดลงขอโทษ ไลออนโวยเพราะเธอทำให้ตนเกือบเสียสร้อยคอไป พาทีโพล่งขึ้นว่าไล่เธอออกเพราะไม่อาจทำงานกับคนที่ไม่ไว้ใจได้ ว่าแล้วเรียกแองจี้ให้ตามเขาออกไป

    ในกองถ่ายบัวบุหงาเห็นพันธิตกำลังหยิบของในรถที่จอดห่างจากกอง จึงตามมากระชากเขาให้หันมาเพื่อถามคิดจะชดใช้ที่ทำแฟลชตกแตกบ้างไหม พันธิตสะบัดตัวออกย้อนถามจะเอาเท่าไหร่ หญิงสาวโกรธ หาว่าเขาเป็นพวกคนรวยที่ชอบใช้เงินฟาดหัว ไม่คิดถึงจิตใจใคร พันธิตยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะบอกว่าจะพาเธอไปซื้อแฟลชตัวใหม่เพราะไม่ไว้ใจกลัวเธอโกงราคา

    พันธิตพาบัวบุหงามาร้านขายอุปกรณ์กล้องที่ซื้อประจำ บอกเจ้าของร้านให้เอาแฟลชของแท้มาตัวหนึ่ง หญิงสาวแทรกเอาของจีนก็ได้ แต่เขาไม่ยอมให้เธอใช้ของดีๆเพื่อคุณภาพของงาน แต่เธอก็ค้านว่างานจะดีอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่อุปกรณ์ เขาไม่สนใจรับของมายัดใส่มือเธอแล้วเดินออกจากร้าน บัวบุหงาจำต้องวิ่งตาม เขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ไม่สนใจว่าเธอจะอยากทานหรือไม่ บัวบุหงาวางท่าปั้นปึ่งแต่สุดท้ายกลับทานเก่งกว่าเขาจนท้องแทบแตก

    พอกลับมาถึงกองถ่าย เจ๊โดมเห็นหลานลงจากรถเจ้านายก็แปลกใจ พันธิตหันมาบอกบัวบุหงาว่าไม่ต้องกลับเข้ากองถ่ายแล้ว เพราะตนไล่เธอออก ที่ทานอาหารนั่นเป็นการเลี้ยงส่ง บัวบุหงาช็อกยืนอึ้งกอดถุงแฟลชน้ำตาไหล พันธิตเดินไป เจ๊โดมวิ่งเข้ามาคิดว่าหลานสาวเสียทีเขาเสียแล้ว บัวบุหงารีบบอกว่าไม่ใช่ แต่ตนโดนไล่ออกอย่าง เลือดเย็น ตนจะทำอย่างไรต่อไปดี...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:16 น.