ตอนที่ 7
ดร.วิทยาถูกมัดขังไว้มุมหนึ่งในเจดีย์ เขาพยายามเอาเชือกที่มัดข้อมือถูกับขอบกำแพง ขณะเดียวกันก็มองภาพวาดบนผนัง เห็นการสะท้อนแสงไปมาของหิน เขารู้ทันทีว่าต้องหมายถึงทับทิมสยาม ในที่สุดเชือกที่ข้อมือก็ขาด เขาปรี่มาดูภาพบนผนังใกล้ๆ
“จุดสะท้อนแสง 3 จุด ในเจดีย์ตรงนี้สีแดง สีชมพู แล้วก็สีม่วง...อาจจะหมายถึงทับทิมสยามทั้งสามก้อน ใช่ ต้องเป็นทับทิมสยามแน่นอน แสงที่เกิดจากมุมสะท้อนสามมุมแล้วจะเกิดผลอะไร” ดร.วิทยาครุ่นคิด
พลันได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ดร.วิทยารีบกลับไปนั่งที่เดิม ทำทียังถูกมัด มีคนเอาข้าวมาให้ เขาจึงบอกไม่แก้มัดแล้วจะกินอย่างไร พอคนคุมเข้ามาใกล้ เขาก็ใช้มือทุบต้นคอสลบ วิ่งหนีออกมา เจอคนของ ดร.ฟอร์ดอีก เขาจึงหนีเข้าไปในป่าเขาวงกต คนคุมยิงไล่หลัง ดร.ฟอร์ดกับพวกได้ยินเสียงปืน ลูกน้องวิ่งมารายงานว่า ดร.วิทยาหนี ดร.ฟอร์ดสั่งสตีเฟ่นเอาตัวกลับมาให้ได้
ดร.วิทยาเริ่มรู้สึกแปลๆ “นี่มันอะไรกันวะ”
สมุน ดร.ฟอร์ดไล่ตามมาสองคน ตะโกนเตือนกันว่าให้มองตรงอย่างเดียวอย่าเลี้ยวไปไหน ดร.วิทยาซึ่งหลบอยู่ได้ยิน รีบทำบ้าง...สตีเฟ่นพาดอนกับเดี่ยวมาช่วย ให้ดอนใช้ตาทิพย์มองหา ดอนชี้ตำแหน่งที่เห็น ทุกคนจึงตามไปยิงไล่หลัง ดร.วิทยาตกใจวิ่งหนีเตลิดจนลืมที่ต้องเดินตรง ภาพลวงตาจึงเล่นงาน ดอนบอกสตีเฟ่นว่า ดร.วิทยาเริ่มหลงป่าแล้ว สตีเฟ่นยิงไล่มั่วๆเผอิญโดนหัวไหล่ ดร.วิทยา เซถลาพลัดตกหน้าผาลงไป
“มันหายไปไหน” สตีเฟ่นถามดอน
“มันตกหน้าผาไปแล้ว”
“งั้นก็คงไม่รอด” ราฮีมคาดเดา
สตีเฟ่นว่าศพคงอยู่ข้างล่าง เดี่ยวรู้สึกได้ว่าตรงนี้พ้นเขตป่าเขาวงกตแล้ว ราฮีมบอกว่าใช่เป็นป่าทิศใต้ เป็นเส้นทางลัด พอดีลูกน้องชี้ว่า มีควันไฟลอยออกมาจากมุมหนึ่งของป่า สตีเฟ่นกับพวกหันไปมอง
“ดอน ใช้ตาทิพย์ของแกดูสิว่าเป็นใคร” สตีเฟ่นสั่ง
ดอนเพ่งออกไปเห็น ยอด เทอด กริ่ง เคน ยูกิ ชลดาและเจนนี่ กำลังล้อมวงกันกินอาหารกระป๋องกันรอบกองไฟ เขาจึงไม่สามารถบอกสตีเฟ่นได้ ราฮีมถามว่าเห็นอะไร
“ตอนนี้ พลังของผมเริ่มอ่อนแล้ว เห็นภาพไม่ชัด” ดอนอ้าง
“บอกมาว่ามันเป็นใคร พวกของ ดร.วิทยาหรือเปล่า” สตีเฟ่นถาม
“ไม่ใช่ น่าจะเป็นพวกวัยรุ่นเดินป่า พลังผมหมดแล้ว ผมไม่เห็นอะไรแล้ว”
สตีเฟ่นหงุดหงิด ราฮีมจึงบอกให้เดินไปดูให้เห็นกับตาดีกว่า ทุกคนพากันเดินลงจากหน้าผา เดี่ยวรีบเข้ามากระซิบดอน
“ฉันได้ยินเสียงยอด กลุ่มคนที่ควันไฟนั่น เป็นพวกเราน่ะสิ”
“เราต้องหาทางเตือนพวกเขา” ดอนบอกเดี่ยว ทั้งสองรีบเดินลงจากหน้าผา
ooooooo
กลุ่มเสาร์ห้ากับเคน กำลังกินอาหารกระป๋องกัน เคนบอกทุกคนว่าให้รีบกิน จะได้มีเวลาช่วยกันหาทางลัดเข้าไปในเจดีย์ เจนนี่บ่นกระปอดกระแปดว่ากินแต่อาหารกระป๋องจนหน้าเธอจะเป็นกระป๋องอยู่แล้ว ชลดาจึงเสนอ
“เอางี้สิ พวกผู้หญิงไปหาปลากันดีมั้ย ปล่อยให้พวกผู้ชายหาเส้นทางไปเจดีย์”
เจนนี่เห็นดีด้วย จะได้กินปลาจริงๆบ้าง ยูกิแย้งว่าพวกเราทำอาหารไม่เป็น กริ่งบอกให้กินเป็นปลาดิบเหมือนคนญี่ปุ่น ยูกิโวยว่าปลาไทย จะกินได้หรือ
“กินทุกอย่างที่ยูกิทำ” กริ่งหยอดคำหวาน
“แหมคุณกริ่ง เกรงใจคนอื่นบ้าง เดี๋ยวมดขึ้น เห็นใจคนที่แฟนไม่สนใจบ้าง” เทอดแหย่
“พูดให้ดีนะคุณเทอด แฟนคนไหนของคุณไม่สนใจ เดี๋ยวเถอะๆ” ชลดาค้อนขวับ
ยอดหมั่นไส้ “เซ็งจริงจริ๊ง...ว้าเหว่ที่สุดแถวนี้มีนางไม้โสดๆมั้ยครับ อยากปรึกษาปัญหาหัวใจสักหน่อย...ไปพวกเรา ออกไปหาเส้นทางกันดีกว่า”
กลุ่มหญิงกับชายจึงแยกกันไป...เคนกับกลุ่มเสาร์ห้าเดินสำรวจทางสักพัก เคนเอ่ยขึ้น
“พวกพรานป่าเคยทำทางลัดเพื่อเข้าไปที่เจดีย์ โดยไม่ต้องผ่านเขตภาพลวงตา ผมเองก็เคยใช้เส้นทางนี้ไปยังเจดีย์มาแล้วเมื่อตอนเด็กๆ”
“แล้วเส้นทางที่คุณว่านี้ มันปลอดภัยหรือเปล่า” เทอดถาม
“อย่างน้อยก็ไม่มีตัวประหลาดๆโผล่มาให้เห็น”
เคนบอก
“แล้วจะหาเส้นทางนี้ได้ยังไง”
“ปากทางจะมีต้นไม้ใหญ่ มีเครื่องหมายกากบาทที่โคนต้น ช่วยกันหาดูตามแนวนี้”
ต่างคนต่างแยกย้ายกันหา เทอดบอกถ้าใครเจอให้ยิงปืนบอกเป็นสัญญาณ
ooooooo
ฝ่ายสาวๆไม่สามารถจับปลาได้ ต่างเริ่มหงุดหงิด ปรึกษากันว่าเปลี่ยนไปล่าสัตว์ดีกว่า...มุมหนึ่งของป่า ม่านฟ้ากับบัวชุมกำลังชื่นชมกับความงามของทับทิมสยามสีแดงที่ตนขโมยคืนมาได้จากอินทร์ ในเต็นท์ของ ดร.วิทยา
“สวยจังเลยพี่บัวชุม ดูเวลาทับทิมต้องแสงอาทิตย์แล้วเป็นประกาย งามมากเลย”
“จริงด้วยค่ะคุณหนู บัวชุมเพิ่งมองเห็นทับทิมสยามชัดๆก็วันนี้นี่เอง”
ม่านฟ้าหยิบมงกุฎเทวีออกมาจากย่าม แล้วเอาทับทิมสยามสีแดง ติดกลับคืนที่ตำแหน่งเดิม แล้วเอามงกุฎมาสวมหัว บัวชุมมองอย่างชื่นชม
“คุณหนูงามมาก งดงามเหลือเกิน”
“ต่อจากนี้ เป็นตายยังไง ฉันจะไม่มีวันที่จะให้ใครมาเอาทับทิมสยามไปจากฉันได้”
“แต่คุณหนูคะ สถานการณ์ตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย บัวชุมว่าถ้าไอ้พวกนั้นมันรู้ว่าทับทิมสยามหายไป มันต้องออกล่าตัวเราสองคนแน่”
“งั้นเรารีบออกจากป่าดีกว่าพี่บัวชุม”
“แต่กว่าจะออกจากป่าก็คงอีกหลายวัน บัวชุมเกรงว่า...”
“นั่นสินะ ถ้าพวกมันตามเราทัน เราคงรักษามงกุฎเทวีและทับทิมสยามไม่ได้แน่”
สองคนช่วยกันคิด แล้วตกลงว่าจะฝังมงกุฎที่ประดับทับทิมแล้วไว้ก่อน เรื่องเงียบค่อยกลับมาเอา สองสาวช่วยกันมองหาที่เหมาะๆแล้วเอาผ้าห่อมงกุฎไว้ ขุดหลุมฝังกลบอย่างดี
“ทำเครื่องหมายเอาไว้ตรงนี้แหละ ถ้ากลับมาอีกที พี่บัวชุมจำได้ใช่มั้ย” ม่านฟ้าใช้มีดสลักเครื่องหมายที่ต้นไม้ใกล้
“จำได้ค่ะ ดูสิคุณหนูเปื้อนไปหมดแล้ว ไปล้างตัวที่ลำธารก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวบัวชุมจะไปหาอะไรมาให้กิน” บัวชุมคว้าหน้าไม้เดินไป
ม่านฟ้าลงมาที่ริมลำธาร...เคนเดินสำรวจเส้นทางมา เห็นม่านฟ้า เขาตะลึงพยายามขยี้ตา
“ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว นี่มันของจริงหรือภาพลวงตากันแน่”
เคนตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้ ม่านฟ้ากำลังเพลินกับการล้างเนื้อตัว เคนเข้ามาโอบกอดเธอ
“ว้าย ปล่อยนะ ปล่อย”
“เอาสิ หายตัวไปอีกสิ หายไปเลย” เคนกอดม่านฟ้าไว้แน่น
“ไอ้บ้า ปล่อยฉัน ปล่อย”
“เธอนี่เหมือนคนจริงๆเลยนะ แรงก็เยอะ ไหนขอหอมที” เคนปล้ำหอมแก้ม
ม่านฟ้าร้องให้บัวชุมช่วย เคนนึกสนุกให้เรียกมาเลย จะปล้ำทั้งสองคน บัวชุมกลับมาถึงตกใจเข้าช่วยดึงม่านฟ้าออกมา
“อ้าว เพื่อนมาจริงๆด้วย ทำไมไม่เห็นสวยเลย” เคนยังคิดว่าเป็นภาพลวงตา
บัวชุมโกรธ ชักมีดออกมาพุ่งเข้าแทง เคนเบี่ยงหลบแล้วจับมือบัวชุมไว้ เธอดิ้นรนจนพลาดมีดบาดมือร้องโอ๊ย ปล่อยมีดหล่นลง เคนตกใจถอยห่างออก ม่านฟ้าเข้าไปหาบัวชุม
“พวกเธอเป็นใคร เข้ามาในป่านี้ทำไม มันอันตรายรู้ไหม” เคนเริ่มรู้ว่าม่านฟ้าเป็นคนจริง
“ฉันว่าแกนั่นแหละ ตัวอันตราย ไปให้ห่างๆพวกฉัน...ไป” บัวชุมโวยไล่
เคนรู้สึกผิดมองม่านฟ้าอย่างขอโทษ “ก็ได้...ฉันไปก็ได้”
ม่านฟ้ากับบัวชุมรีบวิ่งเข้าป่าหายไป เคนหันกลับมามองอีกทีจึงไม่เห็นทั้งสองสาวอีก...เคนลัดเลาะป่ากลับมาที่พวกเจนนี่อยู่ สาวๆคิดว่าสัตว์ป่า เล็งปืนเตรียมจะยิง ดีที่เคนโผล่ออกมาเสียก่อน ทุกคนลดปืนลง เจนนี่รีบถามว่าพบทางเข้าเจดีย์ไหม เคนส่ายหน้า ทันใด เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง จึงก้มลงฟังที่พื้น
“มีคนกำลังมาทางนี้”
“ไม่ใช่พวกคุณกริ่ง คุณยอด คุณเทอดหรือคะ” ยูกิถาม
“ไม่ใช่...เสียงน้ำหนักเท้า มันมากันหลายคน หลบเร็ว” เคนบอกสาวๆ
ไม่ทันขาดคำ ก็มีเสียงปืนยิงรัวเข้ามา ทุกคนโดดหลบ เป็นกลุ่มสตีเฟ่นที่ลงจากหน้าผามา ดอนกับเดี่ยวแกล้งยิงไปทางอื่น ยอด เทอด และกริ่งได้ยินเสียงปืน ชักเป็นห่วงพวกผู้หญิง จึงวกกลับมาช่วย เทอดถามเคนว่าเป็นพวกไหน เคนบอกว่าพวกสตีเฟ่น แต่มีดอนกับเดี่ยวด้วย
กลุ่มเสาร์ห้ากับเคนหลบเข้าประตูต้นไม้ได้ทัน แล้วพยายามฟังเสียง สตีเฟ่นพูดกับราฮีม
“มันวิ่งมาแถวนี้”
“ใช่ครับ มันต้องซ่อนอยู่แถวนี้แน่” ราฮีมเห็นด้วย
สตีเฟ่นให้ดอนใช้ตาทิพย์มองหา ดอนอ้างว่าพลังเขาหมด สตีเฟ่นโกรธ ราฮีมถามเดี่ยวได้ยินเสียงอะไรไหม เดี่ยวเงี่ยหูฟัง รู้ว่าพวกเสาร์ห้าอยู่ในต้นไม้จึงต้องโกหกว่า
“พวกมันไม่ได้อยู่ตรงนี้ ผมไม่ได้ยินอะไรเลย”
“ไม่จริง อย่างน้อยแกต้องได้ยินพวกมันเดิน” ราฮีมท้วงแล้วก้มฟังที่พื้น เงยขึ้นมาบอกสตีเฟ่นว่าไม่มีความเคลื่อนไหว
พลันสมุนร้องขึ้นว่า มีรองเท้าหายไปทางต้นไม้ ดอน กับเดี่ยวใจหายเพราะรู้ว่าเพื่อนซ่อนอยู่บริเวณนั้น สตีเฟ่นกับราฮีมมองตามรอยเท้าที่หายไปใกล้ต้นไม้ ชักสงสัยว่าจะมีประตูกล เคน ยอด เทอด กริ่ง ยูกิ ชลดา และเจนนี่เตรียมพร้อมอยู่ในต้นไม้ ดอนกับเดี่ยวลุ้นเกรงเพื่อนๆเป็นอันตราย สตีเฟ่นหงุดหงิดที่หาไม่เจอ ราฮีมสงสัยอาจเป็นแผนลวง สตีเฟ่นจึงให้กลับ
พวกเทอดโล่งอก พากันเดินออกมาอย่างระแวดระวัง เทอดจะตามพวกนั้นไป ยอดแย้งว่าอันตราย เทอดจะหายตัวไป กริ่งขอไปด้วย แต่เทอดห้าม
“ไม่ได้ ถ้าไปกันหลายคน พวกมันจะรู้ตัว อย่างน้อยดอนกับเดี่ยวก็น่าจะรู้ก่อน”
“นั่นสิ เรายังวางใจดอนกับเดี่ยวไม่ได้” ยอดเห็นด้วย
“ไม่ต้องห่วงผม ถ้าผมรู้ทางเข้าออกแล้วจะรีบกลับมาบอกพวกคุณ”
ชลดาบอกว่าตนจะรอ เทอดทำท่าจะหอมแก้ม ยอดแกล้งกระแอมแซวว่าให้งานเลิกก่อนก็ได้ เคนให้คนอื่นๆลงไปในถ้ำกันก่อน เกรงพวกมันกลับมา
ระหว่างทาง สตีเฟ่นรู้สึกเหมือนมีคนตามแต่คิดว่า ตนคิดมากไปเอง ดอนกับเดี่ยวรู้สึกเช่นกัน และรู้ว่าเป็นเทอด สอง คนจึงเดินรั้งท้าย เทอดปรากฏตัวให้เห็น เดี่ยวถามถึงคนอื่นๆ
“รออยู่ในถ้ำ ว่าแต่นายสองคนยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า” เทอดตอบแต่ยังระแวง
“ฉันเหมือนเดิมทุกอย่าง” เดี่ยวยืนยัน
“ถ้างั้นเดี่ยวต้องไปเคลียร์กับคุณยอดแล้วล่ะ”
“พวกเราต้องทำตัวไม่ให้พวกมันสงสัย หวังว่าคงเข้าใจ” ดอนอธิบาย
“ว่าแล้วเรื่องมันต้องเป็นอย่างนี้”
“พวกเรารีบเดินตามพวกมันไปกันเถอะ ไอ้ราฮีมมันเริ่มสงสัยแล้ว” ดอนเตือน
เทอดหายตัวแวบ เดี่ยวกับดอนทำทีเป็นหยุดฉี่ข้างทาง ราฮีมร้องเรียกให้รีบไป ทั้งสองเดินผ่านราฮีมไปอย่างเร็ว
ราฮีมมองไปรอบๆก่อนจะเดินตามไป
ooooooo
เสือสนธิ์ อินทร์ ฮวง นั้ม และลูกน้องตามหาสองสาวที่คิดว่าเข้าไปขโมยทับทิมสยามจากพวกตนมา พวกเขาส่องกล้องจากหน้าผา เห็นม่านฟ้ากับบัวชุม พักผ่อนอยู่ริมลำธาร แต่พวกเขาเห็นหน้าบัวชุมไม่ถนัด อินทร์แค้นใจขอล่วงหน้าไปก่อน
ม่านฟ้ารู้สึกเหมือนตัวเองจะป่วย เธอเดินเกือบเหยียบกับดัก ดีที่บัวชุมเห็นก่อนจึงร้องบอกให้หยุดเดิน แต่ไม่ทันไร อินทร์กับลูกน้องตามมาทัน ไล่ยิง สองสาวถอยหนี ลูกน้องอินทร์จึงเหยียบกับดักขึ้นไปห้อยบนต้นไม้ ฮวงโวย “ไอ้โง่เอ๊ย ไม่ดูตาม้าตาเรือ”
“รีบตามไปเร็ว ไอ้นี่ปล่อยมันไว้ก่อน” อินทร์สั่ง
อินทร์กับฮวงไล่ยิงม่านฟ้ากับบัวชุมไป แต่ด้วยความที่บัวชุมชำนาญป่ามากกว่าจึงหนีพ้นไปได้ ฮวงเห็นว่าใกล้มืดแล้วจึงห้ามอินทร์ตามต่อเกรงจะหลงป่า อินทร์จึงกลับมาสมทบกับกลุ่มเสือสนธิ์ เพื่อหาทางออกจากป่า
รอดจากการถูกไล่ยิงมาได้ ม่านฟ้านั่งพักเหนื่อย บัวชุม จัดแจงที่พักแรมให้ ม่านฟ้านึกถึงตอนที่ถูกเคนลวนลาม สักครู่น้ำตาก็ไหลออกมา เจ็บใจที่ตนเป็นถึงเจ้าหญิง แต่มาโดนคนป่าลวนลาม บัวชุมปลอบใจ
“อย่าร้องไห้ไปเลย เข้มแข็งไว้ พวกผู้ชายมันก็เลวอย่างนี้เหมือนๆกันหมดแหละค่ะ”
“ม่านฟ้าเกลียด เกลียดผู้ชายคนนั้น”
“พี่บัวก็เกลียดค่ะ คอยดูนะ ถ้าเจอมันอีกพี่บัวชุมจะต้องฆ่ามันให้ได้” บัวชุมกอดม่านฟ้าจึงรู้สึกว่าเธอตัวร้อน
“ไม่เป็นไร วันนี้คงจะเหนื่อยมากไปหน่อย”
“ยาเม็ดก็หมดแล้วด้วยสิ” บัวชุมค้นยาในย่าม
“พี่บัวชุมไม่ต้องห่วง ฟ้าคงไม่ได้เป็นอะไร พรุ่งนี้ก็คงหาย”
บัวชุมจัดแจงให้ม่านฟ้านอนพัก ไม่ทันไร สองสาวได้ยินเสียงนกบินกับพรึ่บพรั่บ แมลงจิ้งหรีดส่งเสียง จู่ๆเงียบเสียงลง ม่านฟ้ากับบัวชุมลุกขึ้น สงสัยว่ามีคนตามมา สองสาววิ่งไปหลบหลังพุ่มไม้...เปาชางกับอาเตียวและลูกน้องพากันเดินมา เปาชางบอกทุกคนว่าจะค้างแรมที่นี่
“ทำไงดีพี่บัวชุม หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ” ม่านฟ้ากระซิบ
บัวชุมดึงม่านฟ้าค่อยๆถอยหนี อาการป่วยของม่านฟ้า ทำให้เธอหน้ามืด ทรุดฮวบลง บัวชุมประคองพาไป ผ้าที่ใช้ห่มตกอยู่
ooooooo
เมื่อสตีเฟ่นกลับมารายงานว่า ยิง ดร.วิทยาตกหน้าผาลงไป ซัมดองซึ่งนั่งสมาธิมอง เห็นว่ายังไม่ตาย ร่างลอยน้ำไป ทันใด ซัมดองรู้สึกว่าในห้องมีใครบางคนแฝงตัวเข้ามา ซัมดองบอกดอนให้ใช้ตาทิพย์มองดู ดอนเพ่งมองเห็นเทอดทำท่าจุ๊ปาก และตัวเขาพยายามจะออกไปแต่ติดว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ดอนจึงแกล้งขยี้ตาทำเป็นมองไม่ถนัด
“เกิดอะไรขึ้นคุณดอน” นาตาชาแปลกใจ
“วันนี้ผมใช้พลังมากไป ทำให้มองไม่ค่อยถนัด”
สตีเฟ่นไม่พอใจ ดร.ฟอร์ดถามดูว่าไม่ได้เล่นตลกใช่ไหม ดอนรับรองแข็งขันว่าเขามองไม่ชัดจริงๆ ซัมดองจึงหยิบดวงตาสวรรค์ขึ้นมาร่ายเวทมนตร์ ปรากฏภาพเทอดซ่อนตัวอยู่หลังพระประธาน ซัมดองจึงร่ายเวทมนตร์เป่าออกไป ทำให้ร่างเทอดปรากฏขึ้น
“ที่แท้คุณเทอดนี่เอง” นาตาชาเรียก
สตีเฟ่นจะยิงแต่ซัมดองห้ามไว้ “ข้าจะใช้เวทมนตร์ครอบมันเอง จับมันมาตรงนี้”
ดอนกับเดี่ยวจับเทอดมานั่งตรงหน้าซัมดอง เมื่อซัมดองร่ายมนตร์สักพัก เทอดก็สงบลง ซัมดองลืมตาขึ้นบอกเทอดว่า ต่อไปต้องเชื่อฟังเจ้านายใหม่เท่านั้น เทอดรับคำ ดร.ฟอร์ดหยิบปืนส่งให้เทอด
“เพื่อเป็นการพิสูจน์ ยิงเพื่อนแกทั้งสองคนเดี๋ยวนี้”
“ได้ครับ” เทอดรับปืนมาเล็งไปยังดอน “ดร.ฟอร์ดสั่งให้แกตาย แกก็ต้องตาย”
นาตาชาทนเสียดอนไปไม่ได้ “อย่านะ อย่าฆ่าคุณดอนเลยค่ะ”
ดร.ฟอร์ดไล่นาตาชาให้หลีกไป “ตาทิพย์ของมันใช้ไม่ได้ มันก็หมดประโยชน์สำหรับเราเอาตัวนาตาชาออกไป”
สตีเฟ่นจับน้องสาวหลบไป เทอดเล็งปืน ดอนกับเดี่ยวรู้สึกเกร็ง ดร.ฟอร์ดย้ำให้ยิง เทอดตัดสินใจยิงออกไป เสียงปืนดังแชะ ดร.ฟอร์ดยิ้มดีใจ
“เอาล่ะ แกผ่านการทดสอบแล้ว”
นาตาชาโล่งอก...ดร.ฟอร์ดบอกเทอดให้ไปพักร่วมกับดอนและเดี่ยว สตีเฟ่นมองตามสามคนเดินออกไปแล้วถามพ่อว่า “เราไม่ควรปล่อยให้พวกมันอยู่ด้วยกันนะครับพ่อ”
“แกไม่ต้องห่วง ฉันมีแผนการที่จะใช้ประโยชน์จากพวกมัน ถ้าจะห่วง แกควรไปห่วงน้องสาวแกดีกว่า ฉันคิดว่าท่าทีมันแปลกๆกับไอ้ดอน”
สตีเฟ่นรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้เอง...
เมื่อสามคนได้อยู่กันตามลำพัง ดอนกับเดี่ยวสังเกตเทอดว่าโดนมนต์ดำควบคุมหรือไม่ เดี่ยวจึงลองเรียกเทอดและถามว่า ใครคือเจ้านาย
“ซัมดอง ดร.ฟอร์ด สตีเฟ่น นาตาชา”
ดอนกับเดี่ยวส่ายหน้า เลี่ยงมาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรกันดี เทอดกลายเป็นพวกนั้นไปแล้ว เทอดเดินเข้ามาทำตาถมึงทึง ดอนถามว่ารู้จักเสาร์ห้าไหม เทอดตอบ “เสาร์ห้าคือศัตรู...”
“ใช่ เสาร์ห้าคือศัตรู” เดี่ยวเออออไปด้วย
“แต่ฉันหล่อที่สุดในเสาร์ห้า” เทอดพูดหน้าตาเฉย เห็นดอนกับเดี่ยวเหวอ เทอดถาม “อึ้งไปเลย เถียงไม่ออกล่ะสิ”
“เฮ้ย...นี่เทอด...นาย...” ดอนกับเดี่ยวร้องพร้อมกัน
“ก็ฉันน่ะสิ พวกแกความจำเสื่อมกันหรือยังไง”
“แสดงว่านายไม่ได้โดนมนต์ดำ” เดี่ยวถาม
“คนดีผีคุ้ม ขอโทษ นายสองคนไหลตามน้ำหลอกพวกมันได้ ฉันก็ทำได้เหมือนกัน ตกลงฉันหล่อที่สุดในเสาร์ห้า คอนเฟิร์ม”
“เอาเข้าไป ว่างมากก็ชมตัวเองซะงั้น” ดอนเบ้ปาก
“โทษทีนะ นายจะสุดหล่อ แต่ความสมาร์ทและเซ็กซี่น่ะ ฉันเร้าใจกว่า อันนี้คุณบุษกรคอนเฟิร์มมา” เดี่ยวยืดอก
“โห...มีแหล่งอ้างอิงด้วย”
สามหนุ่มหัวเราะเกทับกันประสาเพื่อน
ooooooo
เช้าวันต่อมา ที่ริมลำธาร ดร.วิทยาในสภาพบอบช้ำ นอนสลบริมน้ำ ค่อยๆลืมตาขึ้นมา เขามองไปรอบๆพยายามลุกขึ้น เดินหายเข้าไปในป่า
บุษกรกำลังเดินไปที่เต็นท์ทำงาน เดี่ยวมาขวางหน้า ชวนเธอไปกับเขา บุษกรไม่ไปแต่ถูกเดี่ยวดึงรั้งไปจนได้ ที่ลับตาคน บุษกรบอกให้ปล่อยตนได้แล้ว มีอะไรก็ว่ามา
“มองผมสิ...คุณยังจำเรื่องของเราได้ใช่มั้ย” เดี่ยวมองตาบุษกร
สายตาบุษกรเหมือนมีภาพความหลังแวบเข้ามา เธอเรียกเดี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เดี่ยวดีใจ ดึงเธอเข้ามากอด “คุณจำได้ใช่มั้ยบุษกร ความจำของคุณกลับมาแล้ว”
กระแตผ่านมาเห็นเรียกบุษกร เธอได้สติผลักเดี่ยวออก “ปล่อยนะ ปล่อยฉัน”
“คุณกำลังจะทำอะไรคุณเดี่ยว” กระแตถาม
“เรื่องนี้คุณไม่เกี่ยวกระแต”
“แต่ ดร.สั่งไว้ ห้ามมีเรื่องชู้สาว จำไม่ได้หรือไง”
“แต่บุษกรกับผมเคยสนิทกันมาก่อน คุณจำได้แล้วใช่มั้ยบุษกร”
“ไม่...ฉันจำไม่ได้” บุษกรส่ายหน้า
เดี่ยวให้มองตาเขา กระแตเข้ามาขวาง บอกเดี่ยวให้หยุด ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นตนจะฟ้อง ดร.ฟอร์ด เดี่ยวจึงยอมชะงัก กระแตพาบุษกรเดินไป พ้นจากเดี่ยวมาได้ กระแตเตือนบุษกร
“ทีหลังเธอต้องระวังตัว อย่าอยู่สองต่อสองกับพวกผู้ชายอีก”
“แต่บางทีฉันอาจจะเคยสนิทกับเขาจริงๆก็ได้”
“แล้วไง...อย่าลืมสิว่าเราต้องอุทิศตัวให้กับงานที่ ดร.ฟอร์ดสั่งมา”
“ใช่ เราต้องเชื่อฟัง ดร.ฟอร์ด” บุษกรคล้อยตาม
กระแตชวนกันไปรายงาน ดร.ฟอร์ด และรับรองกับ ดร.ฟอร์ดว่า พวกตนจะอุทิศตัวเพื่อทำงานให้ ดร.จะไม่ทำให้งานเสียเด็ดขาด ดร.ฟอร์ดยินดีอย่างยิ่ง
“ต่อไปเธอสองคนจับตาดูพวกดอน เดี่ยวแล้วก็สมาชิกใหม่คือเทอดให้ดี พวกมันเหมือนงูพิษ เลี้ยงให้ดีมันก็เป็นประโยชน์ แต่ถ้าพลาดมันก็จะแว้งกัดพวกเรา เข้าใจมั้ย”
สองสาวรับปากรับคำแล้วกลับออกไป...ดร.ฟอร์ดหันมาสั่งสตีเฟ่น ไปบอกนาตาชาให้ใช้เสน่ห์ในตัวให้เป็นประโยชน์ สตีเฟ่นจึงมาหานาตาชาที่แคมป์ที่พัก เห็นน้องสาวกำลังดูรูปดอนในคอมพิวเตอร์
“ทำอะไร....”
“ก็ไม่มีอะไร แค่ดูเว็บไปเรื่อยๆ”
“เมื่อวานทำไมทำแบบนั้น” สตีเฟ่นหมายถึงเรื่องที่ปกป้องดอน
“นี่พี่กำลังคิดว่าฉันชอบผู้ชายคนนั้นเหรอ”
“ก็ไม่แน่ เพราะมันก็หน้าตาไม่เลวนี่”
“แต่เขาเป็นศัตรู”
“คิดอย่างงั้นก็ดี เอาล่ะ ฉันมีภารกิจมาให้แกทำ” สตีเฟ่นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์...
ooooooo
ขณะที่เดี่ยวกำลังอาบน้ำอยู่ที่ลำธาร นาตาชาเข้ามานั่งมอง เดี่ยวรู้สึกตัวหันมาถามว่ามีธุระอะไรกับเขา นาตาชายิ้มยั่วยวนขอลงไปอาบน้ำด้วยคน เดี่ยวตอบว่าดี แต่พอดีเขาอาบเสร็จแล้ว นาตาชาเข้าไปขวาง
“อย่าเพิ่งรีบสิคะ ฉันอยากมีคนช่วยถูหลังให้” นาตาชาลูบไล้ที่หน้าอกเดี่ยว
“อย่าครับ นาตาชา” เดี่ยวจับมือเธอไว้
“ทำไมล่ะ คุณไม่เชื่อฟังฉันแล้วเหรอ”
“แต่มันไม่เหมาะ”
“ฉันรู้ว่าคุณเหงา ฉันเองก็ไม่ต่างจากคุณนักหรอก... ปลดปล่อยหัวใจให้เป็นอิสระเถอะค่ะคุณเดี่ยว อย่าขังมันไว้เลย” นาตาชารุกคืบเข้าลูบไล้เดี่ยว
เดี่ยวรั้งมือเธอไว้ แล้วรีบบอกว่าเขาต้องไปทำงาน เดี่ยวรีบเดินหนีไป นาตาชามองตามอย่างยิ้มเยาะ...จากนั้นนาตาชาก็มายั่วเทอดบ้าง เห็นเทอดเดินสำรวจพื้นที่อยู่จึงเข้ามาทัก
“มาทำอะไรแถวนี้คะคุณเทอด”
“ผมแค่มาเดินสำรวจสถานที่ครับ”
“นี่คุณเป็นสายลับหรือคะ”
“ผมทำงานให้ ดร.ฟอร์ดเท่านั้น”
“ค่ะ ฉันเชื่อ” นาตาชาแกล้งเดินสะดุด เซจะล้ม
เทอดเข้าประคอง เธอบอกว่ามึนหัวช่วยหาที่พักหน่อย เทอดจึงอุ้มเข้าไปในเต็นท์ พอวางลง เธอกลับโน้มคอเขาไว้ เทอดขอให้ปล่อยก่อน เขาจะไปหายามาให้
“อย่าลำบากเลยค่ะ ฉันต้องการคุณมากกว่า”
เทอดชะงักมองนาตาชานิ่ง เธอส่งสายตายั่วยวน “อย่าใช้คำว่าแต่กับฉัน จำได้มั้ยว่าคุณต้องทำตามคำสั่งของฉัน”
นาตาชาดึงเทอดเข้ามาจะจูบ เทอดรั้งตัวเองไว้ “ไม่ได้ครับ ผมทำไม่ได้”
“ฉันชอบคุณมานานแล้วนะคุณเทอด อย่าใจร้ายกับฉันสิคะ”
เทอดเดินหนี นาตาชาตามมาขวาง “ให้ผมไปเถอะครับคุณนาตาชา”
“อย่าทำเป็นโง่หน่อยเลยน่าคุณเทอด”
“ขอโทษครับ” เทอดพยายามหนี นาตาชายิ้มแล้วบอกว่า ตนรู้ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ และนี่แหละคือเสน่ห์ของเขา เทอดรีบเดินหนีออกมา...
เมื่อยั่วเทอดจนพอใจแล้ว นาตาชาก็มุ่งมาที่ดอน เห็นเขากำลังเปิดเว็บในคอมพิวเตอร์ จึงเข้ามานั่งข้างๆแล้วถามว่าทำอะไรอยู่ ดอนตอบว่ากำลังหาข้อมูลทับทิมสยาม นาตาชาวางมือลงบนมือดอน เขาชะงักหันมองหน้าเธอ
“คุณหน้าแดงเชียว เขินหรือคะ”
“คือ ผมไม่คุ้น”
“ค่ะ ฉันเองก็ไม่คุ้น”
“ขอบคุณมากนะครับ กับเรื่องเมื่อวาน”
“ฉันตายแทนคุณได้เสมอค่ะ”
“แต่ผม...” ดอนอึ้ง
“ฉันรู้ค่ะ ว่าคุณไม่ได้สนใจฉัน แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันได้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่า โลกนี้มีผู้ชายอย่างคุณ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ”
“เราเป็นเพื่อนกันดีกว่านะครับ มิตรภาพยืนยาวกว่าสิ่งอื่นใด”
“ค่ะ มิตรภาพระหว่างเราจะยืนยาวต่อไป” นาตาชาปล่อยมือที่กุมมือดอน เธอมองเขาอย่างซึ้งใจเพราะเธอตกหลุมรักเขาจริงๆ ดอนยิ้มรับไมตรีอย่างเพื่อน
ทุกอย่างอยู่ในสายตา ดร.ฟอร์ดกับสตีเฟ่น ดร.ฟอร์ดชมลูกสาวว่าทำได้ดีมาก ใช้เสน่ห์ยั่วให้ทั้งสามยอมทำตามที่สั่ง สตีเฟ่นเตือน
“แต่ต้องระวังอย่าให้พวกมันรู้ว่าแกทำแบบนี้กับพวกมันทุกคน”
“พี่คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ดร.ฟอร์ดชมเชยและให้เดินหน้าต่อไป รอจังหวะที่จะทำลายพวกมัน นาตาชารับคำ
ooooooo
เปาชางเจอผ้าห่มกันหนาวของม่านฟ้าตกอยู่ เขาจำได้ว่าเป็นของเธอ ที่พุ่มไม้แห่งหนึ่งม่านฟ้านอนจับไข้หนาวสั่นอยู่ บัวชุมไปหาน้ำดื่ม เปาชางกับอาเตียวเดินใกล้เข้ามา บัวชุมกลับมาเห็น ตัดสินใจล่อให้เปาชางมาสนใจตน เกรงจะเจอม่านฟ้า ทั้งเปาชางและอาเตียวรีบตามไป
เปาชางสั่งอาเตียวให้จับเป็น อาเตียววิ่งตามเข้าไปในป่า เขาจับบัวชุมได้ บัวชุมแกล้งยั่ว
“โอ๊ย อย่าปล่อยนะ อย่าปล่อย กอดให้แน่นๆ”
“อ้าว...ว่าง่ายซะด้วย” อาเตียวแปลกใจ
บัวชุมบอกว่าหน้าตี๋แบบนี้ตนชอบ ให้ไปหลังพุ่มไม้กัน บัวชุมบอกลูกน้องอาเตียวให้รอทีละคน พอเข้าไปหลังพุ่่มไม้ ก็จัดการอาเตียวจนสลบ แล้วเรียกคนต่อไปเข้ามา พอลูกน้องอาเตียวเข้ามาก็โดนไม้ฟาดสลบเหมือด บัวชุมเก็บปืนจะหนี เจอเปาชางมาขวางทาง เขาถามว่าม่านฟ้าอยู่ไหน บัวชุมไม่บอกแถมยิงใส่ เปาชางโดดหลบ บัวชุมวิ่งกลับมาจะหาม่านฟ้า แต่โดนกับดัก รวบตัวลอยขึ้นไป โชคดีที่เปาชางกับพวกไม่เห็น จึงวิ่งเลยไป...
ooooooo
หน้าพระประธาน ภายในเจดีย์ ซัมดองให้เทอด ดอนและเดี่ยวทำสมาธิ เพ่งมองไปที่ดวงตาสวรรค์ ดร.ฟอร์ด สตีเฟ่น นาตาชา บุษกรและกระแตยืนมองห่างๆ ซัมดองกล่าว
“แกสามคนมีพลังพุทธคุณ ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ช่วยเปิดที่ซ่อนของทับทิมสยามออกมา”
ดอน เดี่ยวและเทอดเพ่งมองไปที่ดวงตาสวรรค์ สักครู่ก็มีประกายแสงสว่างเรืองรองจากลูกแก้ว ทับทิมสยามสีม่วงปรากฏขึ้น แต่มีงูตัวหนึ่งเลื้อยวนอยู่รอบๆทับทิม ในภาพที่เห็นมองไม่ออกว่าอยู่ที่ไหน ดร.ฟอร์ดตื่นเต้นที่ได้เห็น ไม่ทันไร ภาพก็ค่อยๆเลือนหายไป ดร.ฟอร์ดโวย
“ทำไมไม่ทำต่อ เมื่อกี้ยังมองไม่ถนัดเลยว่าทับทิมสีม่วงอยู่ที่ไหน”
“พลังของพวกมันสามคนยังไม่มากพอ” ซัมดองกล่าว
กระแตโพล่งออกมาว่า ถ้าห้าคนล่ะ “เสาร์ห้า เราได้พวกมันมาครบห้าคน รวมพลังกันเราต้องหาทับทิมสยามสีม่วงเจอแน่นอน”
“ถูกต้อง ถ้าเราได้เสาร์ห้ามาเป็นพวกทั้งหมดก็จะง่ายขึ้น”ซัมดองเห็นด้วย
ดร.ฟอร์ดสั่งสตีเฟ่นจัดการ สตีเฟ่นเรียกดอน เดี่ยวและเทอดไปด้วยกัน โดยราฮีม มะโหนกกับลูกน้องตามไปด้วย สตีเฟ่นให้กลุ่มเทอดนำทางไป
ขณะที่สามสาว เจนนี่ ชลดา และยูกิเล่นน้ำในลำธาร กริ่งกับยอดนั่งคุมเชิง เคนเดินมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย เขาขอให้ยอดออกไปหาอาหารกับกริ่งแทน เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย เจนนี่ร้องบอกยอดกับกริ่งว่ามื้อนี้ตนอยากได้หมูป่า
พวกสตีเฟ่นเดินทางมาถึงมุมหนึ่ง เทอดบอกว่าใกล้จะถึงที่พักของพวกเขาแล้ว สตีเฟ่นสั่งแยกย้ายเป็นสามกลุ่ม ให้จับยอดกับกริ่งมาเป็นๆ คนอื่นๆจัดการอย่างไรก็ได้ ราฮีมท้วงไม่น่าให้ดอน เดี่ยว และเทอดไปด้วยกัน
“ฉันไม่โง่อย่างนั้นหรอก แกสองคนแอบตามพวกมันไปเงียบๆ ได้โอกาสก็ปิดล้อมแล้วจับพวกมันให้ได้”สตีเฟ่นสั่งราฮีมกับมะโหนก
ยอดกับกริ่งตามหาหมูป่าเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนมาได้ยินเสียงคนมาก็รีบหลบ เห็นเทอด ดอน และเดี่ยวเดินปรึกษากันอยู่ หาทางเข้าถ้ำ ดอนถามว่าพวกเราจะทำอย่างไรกัน จะสู้หรือหนี
“อย่าทำแบบนั้น ภารกิจเรายังไม่เสร็จ” เดี่ยวท้วง
“ใช่ กว่าจะทำให้พวกมันไว้วางใจได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เราต้องทำให้ยอดกับกริ่งมาร่วมด้วย” เทอดแนะ
แต่ดอนเป็นห่วงพวกผู้หญิง เดี่ยวเห็นด้วย พลันได้ยินเสียงมีคนตามมา ดอนเพ่งมองออกไป “ใช่ครับ พวกมันซุ่มมองเราอยู่ ตอนนี้มันกำลังแยกย้ายปิดล้อมเราไว้...ยอด กริ่งอยู่นั่น”
เทอดอาสาไปจัดการเอง เขาเดินไปหยุดหน้าที่ซ่อนยอดกับกริ่ง “คุณยอด คุณกริ่ง ผมรู้ว่าคุณซ่อนอยู่ตรงนั้น ออกมาเถอะ”
สองหนุ่มยังไม่ค่อยไว้ใจ กระชับปืนถามถึงดอนกับเดี่ยว เทอดบอกว่ายังไม่วางใจพวกเขาก็ไม่เป็นไร เทอด หันไปบอกดอนกับเดี่ยวให้วางปืนพร้อมกับตน ยอดกับกริ่งยอมเดินเข้ามาใกล้ กริ่งถามว่ามีบางคนเป็นพวก ดร.ฟอร์ดไปแล้วใช่หรือเปล่า เทอดยอมรับแล้วทั้งสามก็กรูเข้าจับตัวยอดกับกริ่ง เกิดปืนลั่นขึ้นฟ้า
เจนนี่ ยูกิ และชลดาเข้าใจว่ายอดกับกริ่งยิงสัตว์ แต่ เคนไม่คิดอย่างนั้น คว้าปืนวิ่งออกไปสามสาวจึงตาม...ยอดกับกริ่งชกต่อยกับดอน เดี่ยว และเทอด
“ไม่นึกเลยว่าพวกเราจะต้องมาจบลงแบบนี้” ยอดพูดไปชกต่อยไป
“วันนี้เพื่อนก็เพื่อนเถอะ ไม่ยั้งให้แล้ว” กริ่งเป็นฟืนเป็นไฟ
เทอดพยายามอธิบาย ดอนบอกยอดกับกริ่งสู้ต่อไป ทำให้เหมือนจริง สองคนแปลกใจ นี่มันอะไรกัน เดี่ยวสรุปความว่า ต่อยให้สมบทบาทแล้วยอมให้พวกเขาจับ สองคนเริ่มจะเข้าใจแต่พอพวกเคนกับสาวๆวิ่งมา เทอดส่งสัญญาณให้หลบไป ชลดาไม่เข้าใจ ดอนขยิบตาว่าพวกคนร้ายซุ่มมองอยู่ ดอนเกรงพวกมันจับพวกผู้หญิงไปด้วย จึงร้องบอกราฮีมและมะโหนก
“เจอแล้ว พวกมันอยู่นี่”
เคนพอจะเข้าใจแผนการจึงยิงสกัดพาสามสาวหนี ดอน เดี่ยว และเทอดล็อกตัวยอดกับกริ่งไว้ มะโหนกกับลูกน้องยังตามล่าพวกเคน แต่แล้วก็สู้ไม่ได้เคนกับสามสาวหนีรอดไป โดยมะโหนกพลาดท่าตกต้นไม้ขาแพลง ลูกน้องโดนกับดักตกหลุมพราง...
ยอดและกริ่งถูกมัดไว้ในเจดีย์ตรงหน้าพระประธาน ซัมดองร่ายมนตร์ดำครอบงำ
“แกสองคนสุดท้ายที่จะมาเพิ่มพลังให้กับดวงตาสวรรค์ของข้า”
ดร.ฟอร์ดดีใจให้หาทับทิมสยามสีม่วงให้เลย ซัมดอง จึงให้เสาร์ห้ามานั่งล้อมวง เพ่งสมาธิไปที่ดวงตาสวรรค์ ค้นหาทับทิมสยาม ทั้งห้าคนเพ่งมองลูกแก้วปรากฏภาพทับทิมสยามสีม่วง แต่มีงูพิษขดตัวล้อมไว้ ดร.ฟอร์ดร้องว่า “นั่นไง อยู่นั่น”
ทันใด แผ่นดินเกิดไหวสั่นสะเทือน ดวงตาสวรรค์ล้มลงตกพื้น ภาพที่ผนังร่วงหล่นลงมา ทุกคนพากันวิ่งหนีออกจากในเจดีย์...
ooooooo










