ตอนที่ 17
บริเวณใกล้เจดีย์ที่สตีเฟ่นซุ่มดูพวกเสือสนธิ์กับอินทร์ลาดตระเวนอยู่ ราฮีมวิทยุเข้ามาบอกว่าพวกตนมาถึงแล้ว สตีเฟ่นให้บุกเข้ามาหาตนเลย ราฮีมกับพวกจึงยิงใส่พวกที่ลาดตระเวนเมื่อเข้าถึง สตีเฟ่นได้สำเร็จ สตีเฟ่นก็สั่งการ
“แบ่งกำลังไว้ที่เจดีย์บางส่วน อีกส่วนหนึ่งตามฉันมา”
“ครับคุณสตีเฟ่น” ราฮีมโบกมือแบ่งลูกน้องเป็นสองส่วน
อีกมุมหนึ่ง ดอน ยอด กระแต และเจนนี่เห็นพวกราฮีมบุกเข้ามา จึงยิงปะทะกัน
“คุณยอด คุณดอน หลอกล่อพวกมันอยู่ที่นี่นะคะ” กระแตเอ่ยขึ้น
“คุณจะไปไหน” ยอดถาม
“ฉันกับเจนนี่จะอ้อมไปด้านหลัง”
“ระวังตัวด้วยนะ เจนนี่” ดอนอดเป็นห่วงไม่ได้
เจนนี่ยิ้มรับปากไม่ต้องห่วง สองสาวหลบหายไปในมุมมืด ยอดกับดอนยิงใส่พวกราฮีมเพื่อเรียกความสนใจ ขณะที่สองสาวเข้าประชิดด้านหลัง แล้วจัดการพวกราฮีมได้บางส่วน
“ตามมาทางนี้ครับ ที่ฐานเจดีย์ด้านโน้นมีช่องเล็กๆ ให้เข้าไป” ดอนบอกทุกคน
แต่พอดอนนำยอด เจนนี่ และกระแตจะเดินเข้าไปก็ชนกำแพงใสที่ซัมดองทำไว้
“มันปิดทางเข้าออก”
“ไหนคะ” กระแตลองเอามือแตะ ยอดกับเจนนี่ลองด้วย
“ทำไมผมก็แทรกตัวเข้าไปไม่ได้” ยอดแปลกใจ
“ต้องเป็นเวทมนตร์ของซัมดองแน่นอน” ดอนมั่นใจ...
อีกด้านของเจดีย์ เทอด เดี่ยว กริ่ง บุษกร ชลดา และยูกิวิ่งมาเจอกับสตีเฟ่นและพวกจึงยิงโต้ตอบกัน พวกเดี่ยวเสียเปรียบเพราะพวกสตีเฟ่นมีคลังอาวุธมาด้วย
“ประหยัดกระสุนกันหน่อยพวกเรา ฝ่ายตรงข้ามมีกำลังเหนือกว่าเรามาก” เดี่ยวเตือน
“เห็นตรงที่ราฮีมอยู่มั้ย ตรงนั้นมีคลังแสง” บุษกรชี้
“งั้นก็ระเบิดคลังแสงมันเลยสิ” ชลดาเสนอ
“ต้องหาใครไปจุดชนวน” ยูกิแย้ง
กริ่งอาสาจะวิ่งเข้าไปให้ แต่เทอดค้านว่าเขาไปได้สะดวกกว่า ว่าแล้วเทอดก็หายตัวแวบไป...เทอดแอบเปิดลังไม้ที่ใส่อาวุธดู แล้ววางระเบิดที่ถอดสลักเรียงสามสี่ลูก สตีเฟ่นหันมาเห็น
“เฮ้ย...นั่นแก...”
เทอดหายตัวไปทันที ชลดากับยูกิบอกเดี่ยวกับกริ่งให้ยิงคุ้มกันให้ด้วย สองสาววิ่งเข้าไปใกล้เพื่อยิงใส่ระเบิดที่เทอดไปวาง สตีเฟ่นรีบดึงราฮีมโดดหนีออกมาก่อนที่คลังแสงจะระเบิดลูกน้องที่หนีไม่ทันล้มตายไปหลายคน
เดี่ยวกับกริ่งวิ่งมาสมทบกับชลดา ยูกิ และบุษกร เทอดปรากฏตัวเข้าเคลียร์พื้นท่ี และเก็บอาวุธที่ยังใช้การได้มาไว้
“ตุนไว้เยอะๆนะคะ ของยังมีเหลืออีกเพียบ” ยูกิแจกจ่ายอาวุธให้เพื่อนๆ
“สตีเฟ่นกับราฮีมมันหนีไปด้านโน้น” เดี่ยวชี้
บุษกรให้แยกย้ายกัน เทอด กริ่ง และเดี่ยวจะตามสตีเฟ่นกับราฮีมไป ให้สามสาวเคลียร์พื้นที่และจัดการลูกน้องที่เหลือ
“ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง กระสุนเพียบแบบนี้ เราจัดการได้” ชลดารับรอง
สามหนุ่มพากันวิ่งออกไป ลูกสมุนโผล่ออกมา สามสาวจึงยิงใส่จัดการจนราบคาบ
ooooooo
สตีเฟ่นกับราฮีมหนีมาสมทบกับพวกอีกกลุ่ม แล้วหันมายิงสาดใส่เทอด เดี่ยว และกริ่ง สามคนต้องหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ทันใด...ซัมดองปรากฏตัวขึ้นพร้อมร่างที่บาดเจ็บของเคน
“คุณเคน...” เดี่ยวหันมาเห็นตกใจ
“ถ้าไม่อยากให้ไอ้คนป่านี่ตาย พวกเอ็งจงวางอาวุธ” ซัมดองขู่
สตีเฟ่นเห็นว่าตัวเองได้เปรียบจึงออกมาจับเดี่ยว เทอด และกริ่งมัดไว้กับต้นไม้
“ฆ่ามันเลยซัมดอง อย่าปล่อยไว้เป็นเสี้ยนหนาม”
สตีเฟ่นยกปืนขึ้นเล็ง
“ยังฆ่าไม่ได้” ซัมดองเอ็ด
“แต่พวกนี้ไว้ใจไม่ได้ครับซัมดอง” ราฮีมเสริม
“วันนี้เอ็งได้ฆ่ามันแน่ แต่ต้องรอให้งานของข้าสำเร็จก่อน” ซัมดองผลักเคนล้มลงให้ไปมัดรวมกับพวกเดี่ยว
ทั้งหมดนี้ ต่ำแอบมองเหตุการณ์อยู่ ต่ำวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่เจดีย์ พบดอน ยอด กระแต และเจนนี่ก็ร้องว่าแย่แล้ว
“มีอะไรคะพี่ต่ำ” เจนนี่ถาม
“รีบไปเร็ว คุณเดี่ยว คุณเทอด คุณกริ่ง คุณเคนถูกจับ”
ดอนรีบถามว่าอยู่ตรงไหน ต่ำให้ตามเขาไป...
ระหว่างนั้น พลบค่ำ ซัมดองทำพิธีเปิดดวงตาสวรรค์ออก ทำให้ลูกแก้วเรืองแสงไปทั่วบริเวณ พลันเห็นภาพ ดอน ยอด กระแต เจนนี่ และต่ำวิ่งอยู่มุมหนึ่ง ทำให้พวกดอน โดนสตีเฟ่นกับราฮีมเอาพวกไปล้อมจับ ต่ำอาศัยความมืดมุด หนีไปได้
พวกดอนโดนมัดและพาตัวมาหาซัมดอง ซัมดองสั่งสตีเฟ่นพาพวกเสาร์ห้าตามตนมา ราฮีมจึงถามแล้วคนอื่นๆ ซัมดองพูดอย่างเหี้ยมเกรียมว่า ฆ่าให้หมด แล้วเดินนำ สตีเฟ่นกับลูกน้องที่คุมตัวพวกเสาร์ห้าให้ตามไป ซัมดอง
ร่ายมนตร์ให้ทุกคนผ่านเข้าประตูไปได้ ราฮีมมองกระแต เจนนี่ และเคนที่ถูกมัด เพื่อจะจัดการตามคำสั่ง
บุษกร ชลดา และยูกิซึ่งแอบมองอยู่แถวทางเข้า จะตามพวกซัมดองเข้าไป แต่เข้าไม่ได้
“พวกเสาร์ห้าอยู่ข้างใน พวกเขาอยู่ในอันตราย” ชลดาเป็นห่วง
“นี่มันอะไรกัน ทำไมเข้าไปไม่ได้” บุษกรหงุดหงิด
พลันมีเสียงร้องโอยดังมาจากด้านนอก ยูกิบอกชลดากับบุษกรให้ไปดูกัน ออกมาเห็นต่ำกอดขาราฮีมไว้แน่นและกัดไม่ยอมปล่อย ลูกน้องพยายามช่วยกันดึง เมื่อไม่สำเร็จจึงชักปืนจะยิงต่ำ บุษกร ชลดา และยูกิเข้ามาช่วยเตะปืนกระเด็น ต่ำเห็นอย่างนั้นก็โดดหนี ไปช่วยแก้มัดเคน เจนนี่ และกระแต เคนฟื้นขึ้นดึงลูกดอกที่ปักอกออก แล้วเข้าช่วยสู้กับพวกราฮีม
ไม่นานก็จัดการได้หมด แต่ราฮีมหนีเอาตัวรอด ชลดาเห็นจึงชักปืนยิงใส่ กระสุนตัดขั้วหัวใจราฮีมล้มตาย จากนั้นเคนก็ขอตัว
“คุณจะไปไหน” เจนนี่ถาม
“ผมจะไปดูม่านฟ้า เธอสลบอยู่”
“ถ้าไงตามมาสมทบนะ เราจะอยู่แถวเจดีย์” กระแตย้ำเตือน
เคนรับปาก บุษกรให้รีบกลับไปช่วยพวกเสาร์ห้ากัน
ooooooo
ม่านฟ้ายังคงสลบอยู่กลางป่าจากที่สู้กับซัมดอง เคนตามมาเจอ เขย่าร่างม่านฟ้าให้รู้สึกตัว ม่านฟ้าเห็นบาดแผลที่หน้าอกเคนก็เสียใจ
“ฉันขอโทษที่ยิงถูกคุณ”
“ผมไม่เป็นไรแล้ว รีบไปกันเถอะ ตรงนี้อันตราย”
ม่านฟ้าหันไปมองที่ฝังศพบัวชุมอย่างอาลัยอาวรณ์ เคนให้รีบไปแล้วค่อยกลับมาใหม่
ด้านห้าสาวพยายามหาวิธีที่ผ่านเข้ากำแพงใสที่
ซัมดองสร้างไว้ แต่ไม่สำเร็จ เคนประคองม่านฟ้ากลับมาถึง ม่านฟ้าถามว่ากำลังทำอะไรกัน
“ซัมดองใช้เวทมนตร์ทำให้เราเข้าไปข้างในไม่ได้” เจนนี่บอก
“ผมขอลองหน่อยนะครับ” เคนคลำไปทั่วกำแพง...
ด้านบังเกอร์ แต้มกับพวกยังยิงต้านพวกนายพลจางลี่ แต่ก็เริ่มอ่อนแรง นายพลจางลี่ส่องกล้องประเมินสถานการณ์ แล้วสั่งเปาชาง
“เปาชาง แกพร้อมหรือยัง”
“พร้อมครับลุง”
นายพลจางลี่สั่งให้พวกประจัญบานเข้าไปเลย แต้มรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหว จึงถอยมารวมกับพวกเสือสนธิ์ ลูกน้องเสือสนธิ์วิ่งมาบอกพวกเจนนี่ซึ่งยังหาทางเข้าไปในเจดีย์
“พวกนายพลจางลี่มันบุกเข้าบังเกอร์แล้วครับ”
“ถ้างั้นเราพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า” ชลดาให้เลิกหาทางเข้า
“เห็นด้วยค่ะ รีบกลับไปช่วยพวกเรารักษาพื้นที่กันไว้ก่อน” บุษกรเห็นด้วย
ยูกิสั่งต่ำให้เฝ้าตรงนี้ไว้ มีอะไรเคลื่อนไหวให้ไปบอกพวกเธอ ต่ำรับคำ...พวกผู้หญิงออกมาช่วย
เสือสนธิ์กับอินทร์ “พวกเรามาแล้วค่ะ...”
แต้มซึ่งถอยร่นมา เตือนเสือสนธิ์กับอินทร์ “พวกเราต้องระวังแผนใหญ่ของมัน”
“แผนอะไร ผมไม่เข้าใจ” อินทร์สงสัย
“มันบุกแบบประจัญบานแบบนี้ แสดงว่าแผนต่อไปของมันก็คือบุกใหญ่”
“แสดงว่ามันกำลังทำให้เราพะวักพะวนจนไม่ระวังตัว” เสือสนธิ์วิเคราะห์
แต้มตอบว่าใช่ ให้เสือสนธิ์หาทางจัดการอะไรสักอย่าง เสือสนธิ์เรียกอ้วนมาสั่งให้ไประเบิดศูนย์บัญชาการของนายพลจางลี่เสีย อ้วนคว้าปืนยิงระเบิดแล้วเล็งไปยังศูนย์บัญชาการ...เสียงระเบิดตูมขึ้นไม่ห่างจุดที่นาตาชาถูกมัดอยู่
“เฮ้ย...จะปล่อยให้มันหยามแบบนี้ได้ไง”
นายพลจางลี่โวยวาย
“เดี๋ยวผมเอาคืนให้” เปาชางหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นสั่งการ “พวกเรา ตามแผน บุกหนักไปเลย ยึดบังเกอร์พวกมันให้ได้”
กองกำลังของเปาชางพากันระดมยิงทั้งกระสุนและระเบิดใส่บังเกอร์ของเสือสนธิ์และอินทร์ พวกเจนนี่และเสือสนธิ์กับทุกคนพากันหลบ อ้วนรายงาน
“ไม่ไหวแล้วครับนาย ตอนนี้พวกมันรุกคืบเข้ามาแล้ว”
“อยู่อย่างนี้เราเสร็จแน่” อินทร์หวั่นใจ
“คนอย่างเสือสนธิ์ไม่เคยถอยให้ใคร”
ภาพลูกน้องโดนยิงล้มตาย ทำให้แต้มเหลืออด คว้าปืนกลขึ้นมากราดยิงออกไป
“ไม่ไหวแล้วเว้ย...” แต้มร้องลั่น
“ตายเป็นตาย...” เสือสนธิ์ร่วมด้วย อินทร์กับอ้วนจึงออกมากระหน่ำยิงด้วย
ooooooo
ที่ชายป่า ผู้พันอาจณรงค์และกองทหาร เดินทางเข้ามาซุ่มดูเหตุการณ์ อาจณรงค์กำลังติดต่อพวกเสาร์ห้า “หน่วยเหนือเรียกเสาร์ห้าๆ...”
อินทร์เข้ามารับสัญญาณ “หน่วยเหนือ ตอนนี้เสาร์ห้าแยกออกไปปฏิบัติการที่เจดีย์ ผมเจ้าพ่ออินทร์”
“รับทราบ ผมผู้พันอาจณรงค์ ตอนนี้ผมกับทหารมาถึงแล้ว”
“ทันเวลาเลยครับผู้พัน ขอกำลังมาเสริมที่บังเกอร์ด่วน ตอนนี้พวกเรากำลังถูกบุกอย่างหนัก”
“รับทราบ ปฏิบัติ” ว่าแล้วอาจณรงค์ก็สั่งลูกน้อง “แบ่งกำลังเสริมไปที่บังเกอร์ อีกส่วนเข้าจัดการกับกองกำลังนายพลจางลี่ ปฏิบัติ”
ไม่นาน กองกำลังของนายพลจางลี่ก็ถูกกองทหารรุกเข้ามา เริ่มล่าถอย
“พวกมันเรียกกำลังทหารมาเสริม” เปาชางบอกนายพลจางลี่
“ยั้งเอาไว้ก่อน ไม่ต้องกลัว”
“ไม่ไหวแล้วครับนาย ถ้ายังสู้แบบนี้เราแพ้แน่” อาเตียวรายงาน
“ปัดโธ่เว้ย แล้วยังงี้จะได้ทับทิมสยามมายังไง” นายพลจางลี่โมโห
“ตัวประกันยังอยู่กับเรานะครับลุง ยังไงตอนนี้รักษาคนเอาไว้ก่อน ได้จังหวะเมื่อไหร่เราจะบุกทันที” เปาชางแนะนำ
“ก็ได้ งั้นพวกเรา ถอย” นายพลจางลี่สั่งกองกำลัง
กองกำลังทหารของอาจณรงค์เข้ายึดพื้นที่ เสียงปืนสงบลง พวกผู้หญิงกลับมาหาทางจะเข้าไปในเจดีย์ แต้มบอกว่าประตูทุกบาน หน้าต่างทุกช่อง โดนมันปิดด้วยเวทมนตร์
“เสาร์ห้าอยู่ข้างในกับ ดร.ฟอร์ด สตีเฟ่น แล้วก็ซัมดองค่ะ” กระแตกังวลใจ
“ฉันเป็นห่วงพวกเขา ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นไงบ้าง” เจนนี่ก็ห่วงไม่แพ้กัน
“ยังไงก็ตาม พวกเราต้องหาทางเข้าไปข้างในให้ได้ เพราะพรุ่งนี้เช้าคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5” เสือสนธิ์ บอกทุกคน
“ค่ะ การทดลองที่พวกเขาต้องการกำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้า” บุษกรใจเสีย
“ถ้าการทดลองทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายแล้วสินะคะ” ชลดาใจหาย
อินทร์ปลอบสาวๆว่าทุกคนต้องปลอดภัย ยูกิก็หวังเช่นนั้น สายตาทุกคนที่มองไปยังเจดีย์อย่างมีความหวัง เพราะพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว
ooooooo
ภายในเจดีย์ พวกเสาร์ห้าถูกมัดรวมกันอยู่มุมหนึ่ง ดร.ฟอร์ดกำลังชื่นชมทับทิมสยาม สตีเฟ่นเดินสำรวจตามมุมต่างๆ แล้วลองเรียกซัมดอง
“นี่แกเรียกอาจารย์ท่านทำไม” ดร.ฟอร์ดเอ็ด
“ฉันแค่สงสัยว่า อาจารย์ยังอยู่หรือเปล่า”
“อาจารย์โดนทำร้าย ท่านต้องสะสมพลังเพื่อรักษาตัวเอง แกอย่าไปรบกวนท่านเลย”
“ครับพ่อ” สตีเฟ่นเดินไปเปิดลังใส่อุปกรณ์การ ทดลองดู
“ดูอะไร สตีเฟ่น”
“พวกอุปกรณ์สำหรับใช้ในการทดลองของ ดร.วิทยา ที่ทิ้งไว้น่ะครับ”
“ไหนพ่อดูสิว่ามีอะไรบ้าง...เพอร์เฟกต์ มันเอาทุกอย่างที่พ่ออยากได้มาหมดเลย ฮ่าๆๆ”
กริ่งพยายามแก้มัดตัวเองโดยที่สองพ่อลูกไม่ทันสังเกต...พระจันทร์ขึ้นเต็มดวง ดร.วิทยากับฮวงกำลังปีนอยู่บนเจดีย์ เพื่อหาทางเข้าไป
“อีกไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะขึ้นแล้วครับ ด็อกเตอร์”
“เร็ว ปีนไปข้างบน มีช่องแอบมองอยู่ตรงนั้น”
ดร.ฟอร์ดรื้ออุปกรณ์การทดลองออกมาจัดวางตามจุดที่ใช้งาน สตีเฟ่นหันมามองพวกเสาร์ห้าเพราะรู้สึกถึงความผิดปกติ ยอดจึงเบี่ยงเบนความสนใจ ชวนคุย
“นี่ถามจริงๆเหอะ ถ้าการทดลองพรุ่งนี้มีอันตราย พวกคุณไม่กลัวตายเลยหรือไง”
“วิญญาณนักวิทยาศาสตร์ ต้องทำทุกอย่างเพื่อตอบความอยากรู้อยากเห็น”
“ประตูถูกปิดไว้ด้วยเวทมนตร์แบบนี้ พวกแกจะออกไปได้ยังไง”
“นี่คิดจะหลอกถามกันหรือไง” สตีเฟ่นโวย
“โดนมัดแบบนี้ คิดว่าพวกเราจะรอดเหรอ” กริ่งช่วยคุย
“ฮ่ะๆรู้แล้วใช่มั้ยว่า พวกแกกำลังจะตาย” สตีเฟ่นหัวเราะเยาะ
“ถ้าจะตายยังไง ก็ขอให้ศพของเราได้กลับบ้าน” ดอนทำทีขอร้อง
สตีเฟ่นถามเยาะๆว่าฝันมากไปหรือเปล่า ยอดช่วยขอร้อง ว่าคนไทยถือว่าศพต้องทำพิธี
“แจ้งญาติพี่น้องเราแล้วบอกวิธีให้พวกเขาเข้ามาในเจดีย์ด้วย ไม่งั้นศพเราต้องติดอยู่ในนี้แน่” กริ่งหลอกถาม
“ไอ้หน้าโง่ ก็แค่กลั้นหายใจ พวกเอ็งก็ผ่านเข้าออกได้แล้ว”
“สตีเฟ่น หุบปาก แกพูดมากไปแล้ว” ดร.ฟอร์ดปรามลูกชาย
ดร.วิทยากับฮวงซึ่งแอบดูอยู่ข้างบน ได้ยินหันมาสบตากันยิ้มๆ จึงลองกลั้นหายใจยื่นมือเข้าไป สำเร็จเข้าไปได้ ทั้งสองจึงหย่อนตัวลงมา
ด้านหน้าเจดีย์ อาจณรงค์เข้ามา บุษกรจึงถามว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง อาจณรงค์ตอบว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี
“ผมเชื่อว่าพวกมันจะยังไม่โจมตีคืนนี้จนกว่า พรุ่งนี้เช้า ดร.ฟอร์ดจะออกมาพร้อมกับทับทิมสยาม”
“บางทีอาจไม่มีใครออกมาก็ได้นะคะ” ชลดากังวล
“หมายความว่ายังไง” เจนนี่ไม่เข้าใจ
ชลดายอมรับว่าตนอาจจะคิดมากไป ยูกิปลอบให้เพื่อนๆใจเย็น ทุกอย่างต้องเรียบร้อย เสือสนธิ์ชวนพวกผู้ชายไปจัดวางเวรยามและให้พวกผู้หญิงเฝ้าหน้าเจดีย์ไว้ เคนแยกตัวมานั่งทำสมาธิ สักพัก เคนเห็นร่างแคนปรากฏขึ้น
“พี่แคน...”
“น้องต้องปลดปล่อยวิญญาณที่อยู่ในดวงตาสวรรค์ออกมาให้ได้นะ”
“จะให้ฉันทำยังไง ก็ในเมื่อฉันเข้าไปในเจดีย์ไม่ได้เลย”
“นายต้องทำได้ ต้องทำได้...” ร่างแคนเลือนหายไป เคนสะดุ้งลืมตาขึ้น หลุดจากสมาธิ ม่านฟ้าซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่าง มองด้วยความสงสัย...
ooooooo
เมื่อเคนสะดุ้งลืมตาจากสมาธิ ม่านฟ้าซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างแปลกใจเข้ามาถามว่าเขาคุยกับใคร เคนหน้าเศร้าลงตอบว่าเขาคุยกับพี่ชายที่ตายไปแล้ว ม่านฟ้าทำหน้างงๆ
“เรื่องบางเรื่องมันก็เชื่อได้ยากนะครับ”
“แต่ถ้ามาจากปากคนที่ฉันไว้ใจ ฉันพร้อมจะเชื่อเขาทุกอย่าง ฉันไว้ใจคุณค่ะเคน”
“แล้วถ้าพรุ่งนี้ ทับทิมสยามสีแดงของคุณสูญสลายไปกับการทดลอง คุณจะว่ายังไง”
“ฉันอาจจะเสียใจอยู่บ้าง ที่รักษามรดกของบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ฉันทำลงไปก็เป็นไปเพื่อปกป้องเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถ้าไม่มีทับทิมสยามแล้ว แลกมาด้วยความสงบสุข มันก็คุ้มนะคะ”
“ขอให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี”
“ค่ะ ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น” ม่านฟ้ายิ้มให้ก่อนจะหันไปมองพระอาทิตย์เริ่มทอแสง เธอเอ่ย “พระอาทิตย์ขึ้นแล้วค่ะ”
ร่างพระธุดงค์ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เคนรีบบอกม่านฟ้า “ดูนั่นสิครับ หลวงพ่อมา”
“ไหนคะ...” ม่านฟ้ามองไปไม่เห็นอะไร
“คุณไม่เห็นเหรอครับ”
ม่านฟ้าพยักหน้าว่าตนไม่เห็นจริงๆ เคนจึงเดินเข้าไปหาพระธุดงค์แล้วก้มกราบ คนอื่นๆมองอย่างแปลกใจ เห็นเคนคุยกับใคร
“หลวงพ่อครับ ทำไมคนอื่นๆมองไม่เห็นหลวงพ่อ”
“เรื่องนี้เป็นภารกิจของเธอเท่านั้น เคน”
“ผมต้องทำอะไรบ้างครับ”
“คนที่จะผ่านเข้าไปในเจดีย์ ก็เป็นคนที่มีกรรมเกี่ยวเนื่องกันเท่านั้น คนอื่นเข้าไม่ได้ หากเธอต้องการผ่านเข้าไปในเจดีย์ เธอต้องผ่อนลมหายใจจนหมด แล้วจะเดินผ่านไปได้”
“ครับหลวงพ่อ”
“มีดอินทรีย์ คือกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้ภารกิจของเธอสำเร็จ”
เคนหยิบมีดอินทรีย์ขึ้นมา ก้มกราบหลวงพ่อ ร่างท่านก็เลือนหายไป บุษกรเข้ามาถาม
“คุณเคนคะ ท่านว่าอย่างไรบ้าง ทำไมเรามองไม่เห็นอะไรเลย”
“ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจของผมครับ”
“หมายความว่า...” ชลดาข้องใจ
“ครับ ผมเข้าไปข้างในได้เพียงคนเดียว” เคนยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินผ่านกำแพงเข้าไป
ooooooo
ภายในเจดีย์ ดร.ฟอร์ดกำลังติดตั้งกล้องและจดบันทึก เตรียมพร้อมเพื่อการทดลอง กลุ่มเสาร์ห้าถูกมัดอยู่มุมหนึ่ง สตีเฟ่นเฝ้ามองเหตุการณ์หน้าประตู เคนลอบเข้ามาแล้วแอบซ่อนตัว...
ลำแสงอาทิตย์ค่อยๆลอดช่องประตูเข้ามา จากนั้นก็ส่องแสงไปกระทบทับทิมสยามสีชมพู แล้วสะท้อนไปยังทับทิมสีแดง แล้วพุ่งไปยังทับทิมสีม่วง ลำแสงสะท้อนกระทบกันไปมาทำให้เกิดแสงเรืองรองส่องภายในเจดีย์สว่างไสว ดร.ฟอร์ดรีบบันทึกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
“ลำแสงมาแล้ว สำแสงมาแล้ว” ดร.ฟอร์ดตื่นเต้น
ดร.วิทยากับฮวงซึ่งแอบดูอยู่ ต่างตื่นเต้นเช่นกัน ได้ยิน ดร.ฟอร์ดถามลูกชายว่ากี่โมงแล้ว
“หกโมงเช้าครับพ่อ”
“ความเข้มของลำแสงจะแรงขึ้นเรื่อยๆ พลังงานสูงสุดจะอยู่ที่ตอน 9 โมงเช้า ตอนนั้นล่ะสิ่งที่พ่อรอคอยก็จะมาถึง” ดร.ฟอร์ดเอานาฬิกามาตั้งจับเวลา
“9 โมงคือเวลาสำคัญที่สุด” สตีเฟ่นทวนคำ
“ใช่ มันเป็นเวลาที่พ่อจะได้ประกาศความยิ่งใหญ่ของความเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ฮึๆๆๆ”
ซัมดองปรากฏตัวขึ้น “นี่คือเวลาเริ่มต้นข้าเช่นกัน ฮ่าๆๆ”
ซัมดองจะเดินเข้าไปหน้าพระประธาน ดร.ฟอร์ดขวางไว้ ถามจะไปไหน
“ข้าจะไปอาบลำแสงเพิ่มพลัง”
“แต่การทดลองกำลังเริ่มนะครับ ถ้าไปตรงนั้นจะเป็นการขัดขวางการทดลอง”
“ไอ้โง่ หลีกไป” ซัมดองผลัก ดร.ฟอร์ดล้มลง แล้วเดินไปนั่งหน้าพระประธานท่ามกลางลำแสงที่ส่องกระทบไปมา ในขณะที่สตีเฟ่นเข้าพยุงพ่อ
นายพลจางลี่เห็นแสงเรืองรองออกมาจากในเจดีย์ ก็ตื่นเต้นอยากรู้
“ต้องเป็นแสงจากทับทิมสยามแน่ๆครับลุง”
“ทับทิมสยามอยู่ในเจดีย์ ใช่ บุกไปที่นั่น ถล่มให้มันแหลกไปเลย”
เปาชางจึงหันไปสั่งกองกำลังเอาอาวุธไปยิงถล่ม การสู้รบอย่างหนักได้เริ่มต้นขึ้น ด้านบุษกร เจนนี่ ยูกิ กระแต ชลดา ม่านฟ้า และต่ำซึ่งอยู่หน้าเจดีย์ได้ยินเสียงปืนก็รีบรวมตัวกัน
“ม่านฟ้ากับพี่ต่ำอยู่เฝ้าที่หน้าเจดีย์นะ ส่วนพวกเรารีบไปสมทบกับพวกเสือสนธิ์ที่บังเกอร์” บุษกรบอกเพื่อนๆ
ทุกคนรับทราบและปฏิบัติ ห้าสาววิ่งมาสมทบที่บังเกอร์ ช่วยเสือสนธิ์กับอินทร์ยิงกระหน่ำพวกนายพลจางลี่ ฝ่ายนั้นมีอาวุธสงครามทำให้ฝ่ายนี้เสียเปรียบ
“ถล่มให้แหลก อาเตียว ลื้อคุมลูกน้องเข้าไปทำลายบังเกอร์มันให้ได้”นายพลจางลี่สั่ง
ผู้พันอาจณรงค์คุมกองทหารยิงสู้กับพวกอาเตียวที่บุกเข้ามาอย่างหนัก จนเกิดการตะลุมบอนสุดท้าย อาจณรงค์ก็ยิงอาเตียวดับ แต่การตะลุมบอนยังเกิดขึ้นเต็มพื้นที่
ooooooo
ภายในเจดีย์ สตีเฟ่นยังเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างกระวนกระวาย เห็นซัมดองนั่งทำสมาธิสงบนิ่ง ท่ามกลางแสงสะท้อนของทับทิมสยามทั้งสามก้อน เริ่มมีปฏิกิริยาทางเคมี กระแสไฟฟ้าวิ่งวนล้อมรอบร่างของซัมดอง เคนยังซ่อนตัวแอบมองอยู่ รวมทั้ง ดร.วิทยา และฮวงอีกมุมหนึ่ง
ดร.ฟอร์ดมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้น พอสตีเฟ่นเดินเข้ามาหา ดร.ฟอร์ดก็ละล่ำละลัก“สตีเฟ่น แกดูสิ ประจุไฟฟ้ากำลังส่งพลังงานไปยังร่างของซัมดอง พ่อไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”
“แต่พ่อครับ ข้างนอก...”
“ข้างนอกจะเป็นยังไงก็ช่างมัน มันเข้ามาไม่ได้อยู่แล้ว”
“แต่ว่า...”
“เงียบ สตีเฟ่น พ่อจะดูการทดลอง”ดร.ฟอร์ดหยิบสมุดมาจดบันทึกอย่างใจจดใจจ่อ
ร่างซัมดองเริ่มสั่นสะท้าน เขากรีดเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน ดร.ฟอร์ด และทุกคนตกใจ เห็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างซัมดอง มันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ผมที่หงอกขาวเริ่มกลายเป็นสีดำ มือที่เหี่ยวย่นคืนกลับมาเต่งตึง ใบหน้าที่แก่ชรากลับคืนเป็นหนุ่มอีกครั้ง ดร.ฟอร์ดตาค้าง
“นี่มันอะไรกัน อะไรกัน”
ซัมดองลุกขึ้นยืนในสภาพของคนหนุ่ม เดินออกมาจากลำแสงหน้าพระประธานด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง หัวเราะร่า“ฮ่าๆ พลังอมตะ พลังอมตะ ฮ่าๆๆ”
“ใช่แล้ว นี่คือพลังอมตะ พลังที่จะทำให้เราเป็นหนุ่มสาวตลอดไป”ดร.ฟอร์ดคิดได้
“ฮ่าๆพลังอมตะเป็นของข้าแล้ว ฮ่าๆๆ”
“ขอผมบ้าง ผมต้องการพลังอมตะ”ดร.ฟอร์ดจะวิ่งเข้าไปรับลำแสงนั้นบ้าง
ดร.วิทยากับฮวงโผล่มาจากที่ซ่อน ชักปืนออกมาขู่ “หยุดนะ พลังอมตะต้องเป็นของข้า”
“ไม่มีวัน” ดร.ฟอร์ดไม่ยอมวิ่งเข้าไปหน้าพระประธาน
ดร.วิทยาเข้าฉุดรั้ง ฮวงจะช่วย สตีเฟ่นจึงขวางฮวง เกิดการต่อสู้กันชุลมุน ซัมดองโมโหตะเบ็งด่า “ไอ้พวกบ้า...”
ซัมดองบริกรรมคาถา สักครู่เห็นทั้งสี่คนเหมือนถูกตรึงแล้วโดนเหวี่ยงออกไปนอกเจดีย์ เคนโผล่ออกมาเงื้อมีดอินทรีย์จ้วงแทงซัมดอง เขาสะดุ้งเฮือกหันมอง
“มีดอินทรีย์”
“ใช่ มีดอินทรีย์ที่เคยทำให้แกบาดเจ็บไง”
ซัมดองชักมีดอินทรีย์ออกจากร่าง แผลที่ร่างกายเขาสมานคืนดังเดิม ซัมดองปามีดกลับไปที่เคน เคนโดดหลบ มีดอินทรีย์กระแทกกำแพงร่วงลงพื้น ซัมดองหัวเราะร่า
“ฮ่าๆ พลังอมตะทำให้ข้าไม่มีวันตาย ฮ่าๆๆๆ” ซัมดองใช้พลังจับเคนเหวี่ยงไปกระแทกผนังถ้ำสลบไป จากนั้น ซัมดองก็กลับไปนั่งรับพลังอมตะอีก
เสาร์ห้ามองหน้ากันอย่างมีแผน...ในขณะที่ ดร.ฟอร์ด ดร.วิทยา สตีเฟ่น และฮวงซึ่งถูกเหวี่ยงออกมานอกเจดีย์สลบไปชั่วครู่ ต่างค่อยๆลุกขึ้น ดร.ฟอร์ดได้สติวิ่งกลับไปที่เจดีย์ แต่ ดร.วิทยารั้งไว้ ฮวงกับสตีเฟ่นต่อสู้กันเพื่อไม่ให้เข้าช่วย สตีเฟ่นเสียทีถูกฮวงยิงตาย ม่านฟ้าเห็นฮวงก็แค้นที่ฆ่าบัวชุม จึงออกจากที่ซ่อนหมายจะยิง แต่ฮวงปัดป้องไว้ได้ ต่ำไม่รู้จะทำอย่างไรวิ่งออกไปบอกพวกเจนนี่ซึ่งกำลังยิงกระหน่ำกับฝ่ายนายพลจางลี่ ให้มาช่วยม่านฟ้า
ม่านฟ้ากำลังเสียทีจะถูกฮวงยิงด้วยหน้าไม้ บุษกรกระโจนเข้าล็อกคอฮวง ฮวงเห็นห้าสาวก็หัวเราะร่า ยังปากดี
“ฮ่ะๆ มีความสุขจริงเว้ย มีแต่ผู้หญิงสวยๆทั้งนั้น” ฮวงพลิกตัวกลับมาล็อกบุษกรไว้
ที่เหลือจับตามองหาโอกาสเข้าชาร์จ บุษกรขยิบตากับม่านฟ้า เชิงว่าตนจะหลบให้เธอยิงหน้าไม้เข้าใส่ ม่านฟ้าจึงคว้าหน้าไม้มายิงปักคอฮวงตายคาที่ จากนั้นทั้งหกสาวก็กลับมาสมทบช่วยที่บังเกอร์ เปาชางเห็นไม่มีใครอยู่หน้าทางเข้าเจดีย์จึงบอกนายพลจางลี่
“ลุงครับ ที่หน้าเจดีย์ตอนนี้ไม่มีคนอยู่”
“งั้นเสริมกำลังให้พวกมันพะวักพะวนอยู่ตรงจุดนี้ ส่วนแกไปเอาตัวนังแหม่มตามลุงมา”
เปาชางทำตามคำสั่ง เอาตัวนาตาชาหลบออกไป กับนายพลจางลี่...ภายในเจดีย์ ซัมดองยังคงอาบแสงพลังอมตะอยู่ เขาแบมือออกจากนั้นดวงตาสวรรค์ก็ลอยมาอยู่บนมือ ส่องแสงออก
“ดวงตาสวรรค์ของข้า จงดูดเอาพลังอมตะไว้ ต่อจากนี้ไป เจ้าและข้าจะไม่มีวันแตกสลายฮ่าๆๆ”
เสาร์ห้าเห็นได้โอกาส สะบัดมือออกจากเชือกที่มัด ปรึกษากันว่าต้องเอาดวงตาสวรรค์ออกจากลำแสง ทั้งห้าพยายามจะเข้าไปหน้าพระประธาน ซัมดองรู้ตัว หายตัวแวบมาปรากฏหลังพวกเสาร์ห้า แล้วใช้พลังรวบตัวพวกเขาไว้ พวกเสาร์ห้าสะบัดตัวหลุดเข้าจู่โจม แต่กลับโดนซัมดองเหวี่ยงไปกระแทกผนังร่วงลงสะบักสะบอม
“วิญญาณของพวกเอ็งต้องเป็นทาสของข้า ไม่มีวันที่พวกเอ็งจะเอาชนะข้าได้ ฮ่าๆๆ”
ดร.ฟอร์ดกับดร.วิทยาที่ต่างก็สะบักสะบอมเช่นกัน พยายามกระเสือกกระสนจะกลับเข้าไปในเจดีย์
“พลังอมตะจะช่วยให้ฉันหาย จะทำให้ฉันแข็งแรง พลังอมตะจะทำให้ฉันเป็นหนุ่ม ฮ่าๆ”
“ไอ้ ดร.ฟอร์ด เอ็งจะชนะฉันไม่ได้ ฉันต้องเหนือกว่าแก”ดร.วิทยาไม่ยอมพยายามตาม
เคนรู้สึกตัวขึ้น เห็นกลุ่มเสาร์ห้ากำลังแย่ กริ่ง ยอด และดอนถูกบีบคอ เทอดมองไปที่ช่องแสง ที่พระอาทิตย์ส่องเข้ามา แล้วบอกเดี่ยว
“ดวงตาสวรรค์ส่งพลังให้ซัมดองไม่มีวันหมด เราต้องหยุดการส่งพลังให้ได้”
“แสงอาทิตย์...ถ้าแสงอาทิตย์ไม่ส่อง ดวงตาสวรรค์ก็ไม่มีพลัง”
ดอน ยอด และกริ่งเข้าใจแผนของเทอด จึงส่งซิกกันเพื่อชาร์จซัมดอง แต่ท่าทางจะยากอย่างน้อยก็เรียกความสนใจจากซัมดอง ทำให้เทอดกับเดี่ยวขึ้นไปปิดช่องแสง...เมื่อแสงถูกปิดดวงตาสวรรค์และทับทิมสยามก็หยุดส่องแสง ซัมดองจึงอ่อนแรงลง แต่แสงยังเล็ดลอดเข้ามายังดวงตาสวรรค์ ยอดเห็นเวลาใกล้เก้าโมงแล้ว เกรงจะเกิดพลังยิ่งใหญ่จึงสะบัดตัวออกช่วยกันไปปิดช่องแสงให้หมด เคนได้จังหวะ คว้ามีดอินทรีย์เข้าแทงร่างซัมดอง
“ไม่...ข้าต้องไม่ตาย ไม่ตาย...” ซัมดองร้องลั่น
“ไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีพลังอมตะ นี่คือเวลาที่แกอ่อนแอที่สุด ซัมดอง”
ซัมดองร้องลั่นก่อนจะล้มลงขาดใจตาย แล้วร่างเขาก็มลายสลายไป เหล่าวิญญาณที่ถูกขังอยู่ในดวงตาสวรรค์หลุดออกมา เคนยืนมองเห็นร่างแคนพี่ชายและพระธุดงค์ปรากฏขึ้น ทั้งสองยิ้มให้เคนอย่างมีความสุขก่อนจะเลือนหายไป
ooooooo
ด้านหน้าทางเข้าเจดีย์ ดร.ฟอร์ดมาถึงก็กลั้นหายใจผ่านเข้าไป ดร.วิทยาตามมากำลังจะเข้าไป แต่ถูกนายพลจางลี่กับเปาชางซึ่งเอาตัวนาตาชามาด้วย จับไว้ แล้วขู่บังคับให้บอกวิธีเข้าไป
พวกเสาร์ห้ากับเคนกำลังยืนมองทับทิมสยามและหาวิธีเก็บก่อนที่จะถึงเวลา 9 โมง แต่โดนพลังดีดออกมาเข้าไปใกล้ไม่ได้
“มันมีพลังปกป้องตัวเอง” ยอดกระเด็นออกมา
เทอดกับเดี่ยวคิดว่าต้องปิดบังแสงอีกครั้ง ทั้งหกคนช่วยกันหาช่องแสงและพยายามปิด ดร.ฟอร์ดเข้ามาเอาปืนขู่ร้องลั่น
“หยุดนะ แกจะบังแสงไม่ได้ ใกล้เวลาที่ดีที่สุดแล้ว ทุกคนถอยไป”
พวกเสาร์ห้ากับเคนถอยออก เกิดแสงส่องกระทบไปมา เรืองรองสวยงามไปทั่วเจดีย์ ทุกคนใจระทึก ดร.ฟอร์ด หัวเราะชอบใจ
“9 โมงแล้ว นี่คือเวลาที่ดีที่สุดของการทดลอง มันเป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษที่สุด ฮ่าๆๆ พลังอมตะต้องเป็นของข้า”
ดร.วิทยา นายพลจางลี่ เปาชาง และนาตาชาเข้ามา นายพลจางลี่ตะโกนบอก “วางปืนเดี๋ยวนี้ แล้วส่งทับทิมสยามมาให้ข้า ดร.ฟอร์ด”
ดร.ฟอร์ดหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ นายพลจางลี่สั่งเปาชางเข้าไปหยิบทับทิมออกมาให้หมด ดร.ฟอร์ดร้องห้าม
“อย่านะ อย่าหยิบ”
“งั้นก็ส่งทับทิมสยามมา ไม่งั้นลูกสาวเอ็งโดนข้าระเบิดเป็นจุณแน่”
เปาชางเอาตัวนาตาชาซึ่งถูกมัดติดกับระเบิดมาขู่ นาตาชารู้ใจ ดร.ฟอร์ดดี
“พ่อคะ หนูรู้ว่าพ่อไม่ได้สนใจหนู พ่อทำแต่งาน พ่อทิ้งหนูไว้ตอนหนูไม่สบาย แต่ถ้าครั้งนี้หนูต้องตาย ความตายของหนูมันจะหยุดการทดลองของพ่อได้มั้ยคะ”
“ฉันรอการทดลองครั้งนี้มาทั้งชีวิต ฉันยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อมัน นี่อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จแล้ว นาตาชาแกจะเอาชีวิตของแกมาขวางฉันไม่ได้” ดร.ฟอร์ดขยับเข้าไปหาลำแสง
ดร.วิทยายอมไม่ได้ “ถ้าแกได้พลังอมตะ ฉันก็ต้องได้ด้วยไอ้ ดร.ฟอร์ด”
สองด็อกเตอร์กอดปล้ำต่อสู้ กีดกันกันเอง ท่ามกลางลำแสงพลังอมตะ ไม่ทันไร ร่างทั้งสองคนก็เริ่มไหม้เกรียม สองคนร้องโหยหวน แล้วร่างทั้งสองก็ไฟลุกพรึบ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
“ทำไมเป็นแบบนี้ นี่มันอะไรกัน ช่วยด้วยๆ...” สองด็อกเตอร์ร้องลั่น
นาตาชาอาศัยจังหวะนั้น คว้ารีโมตจากมือเปาชาง แล้วเข้ากอดรัดนายพลจางลี่
“พวกคุณหนีไป หนีไป” นาตาชาร้องบอกพวกเสาร์ห้าและเคน “ดอน รีบหนีไปเร็ว ฉันทำลายประเทศไทยมามากมาย ถ้าความตายของฉัน จะทำให้ชีวิตคนเลวๆอย่างพวกมันจบไปด้วย ฉันก็ยินดี ให้ฉันทำเพื่อเมืองไทยสักครั้งนึงเถอะ”
แสงที่เกิดขึ้นเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสัญญาณอันตราย แผ่นดินเริ่มสะเทือน นาตาชามองดอนอย่างอาลัยอาวรณ์ เธอขอบคุณเขา “ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รักคุณ”
แผ่นดินสะเทือนทำให้เจดีย์เริ่มพังทลายลงมา พวกที่อยู่ข้างนอกต่างตกตะลึง เมื่อฝุ่นจางลง กลุ่มเสาร์ห้ากับเคนพากันเดินออกมา ห้าสาวเข้าประคองคู่ของตน...เมื่อทุกคนรู้ถึงการเสียสละของนาตาชา เจนนี่ก็กล่าวอย่างเสียใจ
“ฉันรู้ว่านาตาชาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”
“ถ้ามีผู้นำทางความคิดที่ถูกต้อง นาตาชาก็จะเดินไม่ผิดทางแบบนี้” ดอนสลดใจ
“เหมือนกลัดกระดุมเสื้อ ถ้ากลัดเม็ดแรกผิด เม็ดอื่นๆก็จะผิดไปตลอด” ยอดถอนใจ
เทอดกอดชลดา “คิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีกแล้ว”
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันเองก็เกือบจะร้องไห้แล้วเหมือนกัน”
ยูกิตรวจตราร่างกายกริ่งว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้างอย่างห่วงใย กริ่งซึ้งใจกอดยูกิด้วยความรัก...บุษกรกล่าวกับเทอดว่า ชีวิตพวกเรามีแต่เรื่องเสี่ยง
“ถ้าไม่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็คงไม่ใช่เสาร์ห้า เราเกิดมาเพื่อทำงานที่เรารักไงครับ”
เคนกับม่านฟ้าเอาดอกไม้มาเคารพศพบัวชุม ม่านฟ้าบอกเคนว่าตนต้องเดินทางกลับเชียงรุ้ง ขอบคุณในมิตรภาพที่เขามีให้ เคนบอกว่าเขาจะจดจำเธอไว้ตลอดชีวิต ม่านฟ้าฝากเคนลาคนอื่นๆให้ด้วย เคนยิ้มอย่างอาลัย
ยอดถามกระแตว่าพร้อมจะพูดหวานๆกับเขาบ้างหรือยัง กระแตตอบเขินๆว่าทำไม่เป็น ยอดขอให้หัด กระแตสะบัดหน้า “ไม่หัด อยากพูดก็พูดเองสิ”
“งั้นเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไร...”
“สอนอะไรยะ ตาบ๊อง”
“สอนว่าลูเยิฟ เลิฟยูนะกระแตนะ” ยอดทำมือเป็นรูปหัวใจส่งให้
กระแตอายหน้าแดง เพื่อนๆเสาร์ห้าพากันหัวเราะ ต่างหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน...เมื่อเหตุร้ายผ่านไป ความสงบสุขก็กลับคืนมา
ooooooo
–อวสาน–










