ตอนที่ 2
วันรุ่งขึ้น สไบนางขโมยเรือที่ผูกอยู่ที่ท่าไปพายเล่น เพราะพายไม่เป็นเรือเลยทั้งขวางทั้งช้าแต่เธอก็พายๆ งัดๆ ไม่ยอมเลิกขำพ่อของระเบียบที่ดูแลเรืออยู่กลับมาบอกยายจันทร์ว่าเรือหายไปสงสัยสไบนางแอบพายเรือไปแน่ สมปองแม่ของระเบียบเห็นยายจันทร์ทำท่าจะเป็นลมบอกให้นั่งพักก่อน
“คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองคุณบีด้วยเถอะ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยคุณแม่เธอเลย” แล้วยายจันทร์ก็เล่าถึงอดีตตอนนั้นให้สมปองกับขำฟังว่า
ค่ำวันหนึ่ง ลูกน้องของประมุขช่วยกันงมร่างศรีอำไพขึ้นจากน้ำ ประจักษ์พ่อของสไบนางร้องไห้โฮๆ เข้าไปกอดศพภรรยา ครู่หนึ่งก็หันขวับจ้องหน้าประมุขราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พูดอย่างแค้นใจว่า
“พี่มุขฆ่าเมียผม พี่หาทางฆ่าเขาจนได้ ไอ้ฆาตกร มึงฆ่า กูอีกคนสิวะ ฆ่าปิดปากกูอีกคนเลยสิ มึงเลวยิ่งกว่าสัตว์”
ประมุขกระชากแขนน้องชายผลักจนล้มลงไปกับพื้น ตะคอก
“มึงสงบสติอารมณ์ซะไอ้จักษ์ แล้วเตรียมจัดงานศพให้เรียบร้อย” พูดแล้วเดินออกไป
“ไพของพี่...ในที่สุดไพก็ต้องตายเพราะมัน...ไพ...” ประจักษ์ร้องไห้ฟูมฟายกับศพของศรีอำไพตัวสั่นสะท้าน
ยายจันทร์เล่าไปก็น้ำตาคลอไปจนสมปองถามว่ายายเห็นเหตุการณ์ด้วยหรือ ยายจันทร์เช็ดน้ำตาบอกว่า “เปล่าหรอก เขาพูดๆกันมา”
สมปองถอนใจยาว ส่วนขำจะไปตามสไบนางเชื่อว่าเธอพายเรือไม่เก่งคงไปได้ไม่ไกล
ooooooo
สไบนางพายเรือขวางๆวนๆ แต่ก็พายไปจนถึงหน้าบ้านไทยประยุกต์จนได้ เธอมองตัวบ้านอุทานอย่างตื่นเต้น “โอ้แม่เจ้า บ้านหรือวังกันแน่เนี่ย” พลางชะเง้อมองเข้าไป
ที่หน้าบ้าน อุปมาแต่งตัวจะไปทำงาน บารมีในชุดกางเกงสีกรมท่าขาก๊วยเก่าๆ ใส่เสื้อกุยเฮงสีดำมือถือหมวกสานเก่าๆ ขาดๆ ยืนคุยอยู่กับอุปมา บอกว่าตนจะกลับพรุ่งนี้เลยอยากไปปิดบัญชีเสียให้เรียบร้อย พูดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
สไบนางมัวแต่ชะเง้อมองสองพ่อลูก ถูกคลื่นเรือหางยาวที่แล่นฉิวผ่านมาเรือโคลงแล้วก็ล่มในที่สุด ดีว่าสไบนางว่ายน้ำแข็ง เลยเอาตัวรอดได้ แต่ก็ร้องโหวกเหวกโวยวายเสียลั่นคลอง
สไบนางว่ายน้ำมาเกาะขอบท่าน้ำบ้านไทยประยุกต์ บารมีรีบมาดูส่งมือช่วยดึงเธอขึ้นจากน้ำ เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวขึ้นมาอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อได้พูดคุยเห็นความร่าเริงปนทะเล้นของเธอก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู ชวนเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะเห็นเธอทำท่าหนาวสั่น
ทีแรกสไบนางเห็นการแต่งตัวของบารมีนึกว่าเขาเป็นคนงานที่นี่ แต่พอบารมีร้องเรียกแรมสาวใช้ให้มาหาเสื้อผ้าให้สไบนางเปลี่ยน ได้ยินแรมเรียกบารมีว่า “คุณท่าน” สไบนางมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แรมเอาเสื้อของอุปมาให้ใส่และเอากางเกงของบารมีให้เปลี่ยน เมื่อลงมาบารมีแนะนำตัวเองว่าให้เธอเรียกตนว่าลุงมี ส่วนสไบนางบอกให้เรียกตนว่าไบก็แล้วกัน
หลังจากนั้นก็พาไปทานอาหารเช้า สไบนางเห็นอาหารแล้วอุทาน “อาหารฝรั่งซะด้วย” เปรยๆว่าถ้ามีน้ำมะเขือเทศด้วยล่ะก็แจ่มไปเลย บารมีจึงให้แรมไปเอาน้ำมะเขือเทศมาให้
“ลุงมีใจดีจังเลย” สไบนางชมไปทานอาหารไป
บารมีถามว่าบ้านอยู่สวนไหนยังไม่ได้บอกลุงเลย สไบนางตัดบทว่าบอกไปลุงก็ไม่รู้จักหรอกจนบารมีบอกว่าขอให้รู้หน่อยเผื่อเหงาๆจะได้เดินไปเที่ยว
“สวนคุณย่ารุจาค่ะ”
บารมีอึ้งสนิท เงียบงันหน้าเครียดไปทันที ส่วนสไบนางยังคุยจ้อว่า
“ลุงหาไม่ยากหรอก ชวนลูกชายลุงไปด้วยก็ได้ หนูจะได้เลี้ยงข้าวลุงบ้าง” แล้วก็ชมเปาะ “ไส้กรอก แฮม บ้านลุงนี่อร่อยจังเลย”
บารมียังนั่งอึ้งอยู่ เขามองสไบนางไม่วางตา ลำคอตีบตื้อจนทานอะไรไม่ลง
ooooooo
เมื่อกลับมาถึงบ้านสวน ยายจันทร์ตัดพ้อน่าสงสารว่าทำยายหัวใจเกือบวายตาย สไบนางคุยโวว่าตนพายไปใกล้ๆแค่นี้เอง ตนว่ายน้ำแข็งเสียอย่างจะกลัวอะไร
“คุณแม่คุณบีก็ว่ายน้ำแข็งยัง...” ยายจันทร์หยุดกึกแล้วขอโทษสไบนาง เธอยิ้มปลอบใจว่า รู้ว่ายายเป็นห่วงต่อไปจะไม่พายเรือ...บ่อยๆก็แล้วกัน ความขี้เล่นของสไบนางทำเอายายจันทร์ยิ้มออกมา
ไม่ทันไรก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณย่า เธอฉอเลาะตามเคย บอกย่าว่าไม่ต้องส่งคนมารับเพราะตนนัดหยาดฝนไว้รับรองไม่เกิน 5 โมงเย็นกลับไปนวดขาให้คุณย่าถึงเตียงได้แน่นอน
หยาดฝนกำลังจะออกจากบ้านไปพบสไบนาง ขณะเดินผ่านหน้าห้องสายทิพย์ผู้พี่สาวก็ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงหยาดทิพย์ทะเลาะกับธนูสามีเสียงดัง
ฟังทั้งสองทะเลาะกันแล้ว หยาดฝนจับความได้ว่า สายทิพย์ต่อว่าธนูที่แอบมีความสัมพันธ์ลึกกับวิมาดา ธนูไม่ยอมรับซ้ำยังปรามสายทิพย์ว่าให้เกียรติสามีตัวเองบ้าง และตัวสายทิพย์เองก็เป็นครูบาอาจารย์ควรระงับปากระงับคำระวังอารมณ์ให้มากกว่านี้
ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรง จนสุดท้ายธนูหาทางจบด้วยการตะโกนใส่หน้าว่า
“โอ๊ยเบื่อๆๆเบื่อจริงโว้ย บอกแล้วว่าไม่มีอะไรกัน ไม่มีอะไรกันเชื่อบ้างสิ”
พอดีโทรศัพท์มือถือของหยาดฝนดังขึ้น ธนูกับสายทิพย์ได้ยินหยุดมองหน้ากัน หยาดฝนรีบกดตัดสายแล้วเดินหนีไปอย่างเร็ว
ooooooo
เมื่อไปพบสไบนางที่ร้านไอศกรีม หยาดฝนเล่าเรื่องพี่สาวกับพี่เขยทะเลาะกันให้เพื่อนรักฟัง สไบ-นางฟังแล้วบ่นสงสารหลานที่เพิ่งจะขวบกว่า ส่วนหยาดฝนตำหนิวิมาดาว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย เพราะธนูสนับสนุนให้เธอได้รับทุนองค์กรไปเรียนต่ออเมริกา ตนไม่อยากให้พี่สาวกับพี่เขยถึงกับต้องหย่าร้างกัน
“นึกแล้วฉันก็อยากเจอตัวยัยวิมาดานี่จริงๆเลย อยากเอาไมค์ไปจ่อปากสัมภาษณ์ว่าทำบ้านเขาแตกยังงี้ ชีวิตยังมีความสุขอยู่ได้อีกหรือ...ทุเรศ!” สไบนางสบถอย่างไม่พอใจไปกับเพื่อนด้วย
ooooooo
ทะเลาะกับสายทิพย์แล้ว เย็นนี้ธนูก็นัดพบกับวิมาดา พบกันที่ลานจอดรถแต่ไม่กล้าเข้าทักทายกัน ธนูส่งสัญญาณให้รถอีกคันหนึ่งที่วิมาดานั่งอยู่ แล้วต่างคนต่างเดินไปที่ลิฟต์คอนโดฯหรู
เมื่อเข้าไปในลิฟต์ซึ่งมีกันอยู่สองคน วิมาดาสยายผมอย่างเซ็กซี่ ธนูทนไม่ได้เข้าไปกอด ถูกเธอกระแทกออกไปอย่างไม่พอใจบอกว่าลิฟต์มีกล้องวงจรปิด ธนูอ้อนว่าเราไม่มีอะไรต้องปิดแล้วนี่
“นั่นเรื่องของคุณ คุณไม่แคร์ แต่วิแคร์” พูดเสร็จลิฟต์เปิดพอดี เธอรีบเดินออกไปอย่างหงุดหงิดทำท่ารังเกียจธนู ทำให้เขาต้องเอ่ยเบาๆตามหลัง
“ผมขอโทษ”
ooooooo
บารมีจะเดินทางวันนี้แล้ว พ่อลูกนั่งจิบไวน์กันอยู่หน้าบ้าน บารมีถามลูกชายว่าชอบเรือนหอไหม
“ชอบสิครับ เป็นบ้านลูกครึ่ง เหมือนกับผมมีความเป็นไทยจากพ่อครึ่งนึง ความเป็นอาหรับจากแม่อีกครึ่งนึง”
“แกจะคิดยังงั้นก็ได้ แต่คอนเซปต์ที่พ่อวางไว้คือคนไทยที่มีความคิดแบบตะวันตก ซึ่งก็คือตัวแกเหมือนกัน”
อุปมาขอบคุณพ่อถามว่าเมื่อไรตนจะได้เห็นหน้าว่าที่เจ้าสาวเสียที บารมีบอกลูกให้ใจเย็นๆรับรองว่าเจ้าสาวที่พ่อเลือกให้เป็นหญิงไทยที่เพียบพร้อมทั้งชาติตระกูล การศึกษาและหน้าที่การงาน บอกว่า
“รอเวลาอีกนิดเดียวแกได้เจอแน่ ไม่นานเกินรอหรอก” บารมีตบบ่าลูกชายแล้วลุกไปยืนดื่มไวน์รับลมเย็นอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้อุปมามองพ่ออย่างติดใจสงสัย
ooooooo
ชันษากลับจากระยองซื้อเงาะติดมือมาฝากคุณหญิง เขามุดรั้วเข้ามาจนคุณหญิงตกใจ เมื่อรู้ว่าไปทำงานที่ระยองมา คุณหญิงให้กำลังใจว่า ให้ขยันเก็บ เกี่ยวประสบการณ์เพื่ออนาคต หยอกว่า อีกหน่อยได้เป็นผู้พิพากษาแล้วจะมามุดรั้วแบบนี้อีกไม่ได้แล้วนะ
ชันษาตอบเขินๆว่าคงอีกนาน คุณหญิงให้กำลังใจอีกว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ขณะนั้นเอง อาทิตย์ขับรถมาจอดหน้าบ้าน ชันษาจึงขอตัวกลับแต่คุณหญิงอยากแนะนำให้รู้จักกันไว้เผื่อจะได้พึ่งพากันเพราะสายงานใกล้กัน แล้วพาชันษาไปแนะนำให้รู้จักกับอาทิตย์
“นี่ชันษาทนายความหนุ่มไฟแรงอนาคตไกล แล้วนี่คุณอาทิตย์เพื่อนเมเขารู้จักกันที่เมืองนอก เพิ่งรู้ว่าใช่คนอื่นไกล พ่อกับพ่อเป็นรั้วของชาติรุ่นพี่รุ่นน้องกันเอง” คุณหญิงจับแขนอาทิตย์อย่างสนิทสนม
ชันษาฟังแล้วยิ่งรู้สึกถึงความต่ำต้อยของตัวเอง แต่พอดีเมธาวีแต่งตัวเสร็จเดินลงมา คุณหญิงจึงบอกว่าชันษาเอาเงาะจากระยองมาฝาก เมธาวีแค่ขอบใจตามมารยาทแล้วชวนอาทิตย์ไปกัน เธอไหว้คุณย่าแล้วไป ส่วนอาทิตย์ไหว้คุณหญิงมองเลยไปทางชันษาแล้วเดินไปเปิดประตูรถคันหรูให้เมธาวีขึ้นนั่ง
ชันษายืนหูอื้อตาพร่าพรายอยู่ตรงนั้น อดรู้สึกเขม่นอาทิตย์ขึ้นมาตงิดๆไม่ได้
จนกระทั่งกลางคืนอาทิตย์ขับรถมาส่งเมธาวีที่บ้านอัคราช เขาทำท่าจะจูบลา เมธาวียกมือห้ามบอกว่าเร็วเกินไป จุ๊บมือตัวเองแล้วเอาไปแตะแก้มอาทิตย์เอ่ย “กู๊ดไนต์ค่ะ” แล้วเดินเข้าบ้าน
ชันษาแอบดูอยู่พูดอย่างสะใจ “สมน้ำหน้าไอ้ฉวยโอกาส”
ooooooo
หลายวันผ่านไป เช้านี้เป็นวันหยุด สไบนางหิ้วถุงให้ระเบียบพายเรือไปส่งที่ท่าน้ำบ้านไทยประยุกต์เดินไปที่หน้าบ้าน เจอป้อมสาวใช้ จึงบอกว่าจะมาพบลุงมี ป้อมบอกว่าท่านไปนอกอยู่แต่ลูกชายท่านจะพบไหม
สไบนางตัดสินใจหิ้วถุงจะกลับ บอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่ แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอหัสดินเข้า สไบนางคิดว่าเขาคือ ลูกชายของลุงมีเลยฝากถุงใส่เสื้อผ้าที่หิ้วมาไว้ให้ ในนั้นมีเสื้อยืดกับกางเกงที่ซักคืนให้แล้วยังมีที่ซื้อใหม่สีสันเป็นผู้ดีบอกว่า
“สองตัวนี้ฉันซื้อให้ลุงมีใหม่ อย่าว่าโง้นงี้เลยนะ พ่อคนเดียวคุณน่าหาเสื้อผ้าให้ใส่ดีๆหน่อยไม่ได้เหรอ เก่าเปื่อยเลย อายเขา ทีตัวเองแต่งซะเท่เลย” พูดเสร็จยัดถุงใส่มือหัสดินแล้วหันหลังเดินไป
หัสดินเรียกไว้ถามว่าชื่ออะไร สไบนางบอกว่าชื่อไบแล้ววิ่งไปที่ท่าน้ำเลย
หัสดินมองตามพึมพำทำหน้าเคลิ้ม “เด็กสาววัยรุ่นนี่มันน่าเอ็นดูจริงจริ๊ง...”
“เดี๋ยวก็ติดคุกหรอกไอ้หัส” อุปมาเตือน เขาลงมาเพราะป้อมบอกว่าเมื่อกี้คุยกับเพื่อนคุณท่านคาดว่าคงเป็นวัยรุ่นแถวนี้ บารมีเลยอยากดูเพื่อนวัยรุ่นของพ่อ แต่ลงมาก็ไม่เห็นแล้วเพราะสไบนางลงเรือไปแล้ว แต่ยังไม่ไกลแต่พอสไบนางหันมองมาอีกทีเห็นอุปมายืนคุยกับหัสดินอยู่ก็นึกสงสัยว่า ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่คุยอยู่กับลูกชายลุงมีคือใคร
ooooooo
ใกล้เที่ยง อาทิตย์ขับรถพาคุณหญิง เมธาวี และบังอรกลับจากไปทำบุญ มาถึงบ้านสวนคุณหญิงก็ถามถึงสไบนาง พอรู้จากยายจันทร์ว่าไปบ้านไทยประยุกต์มาก็บ่นว่าไปทำขายหน้าอะไรไว้อีกรึเปล่า บอกให้ไปตามตัวมา ส่วนเมธาวีก็ยังคงหาจุดหาแง่ตำหนิสไบนางได้ทุกเรื่องทุกแง่ทุกมุม ไม่เพียงตำหนิเรื่องอุปนิสัยแต่ยังลามไปถึงกับพูดว่าเป็นสันดานดิบและรากฐานของแต่ละคนด้วย
อาทิตย์ฟังแล้วสะดุดหูสะดุดใจแต่ไม่แสดงกิริยาอะไร จนเมื่อเธอชวนไปเดินเล่นกันเขาจึงเดินตามไป
ทั้งคู่เดินคุยกันไปในสวนริมคลอง แต่ยิ่งคุยกันอาทิตย์ก็ยิ่งรู้สึกและเห็นความแตกต่างระหว่างเขากับเธอ โดยเฉพาะในแง่การใช้ชีวิตและทัศนคติในการดำรงชีวิต ฝ่ายหนึ่งทะเยอทะยานถือตัวบอกว่าตนต้อง “รักษาอิมเมจ” ของตัวเองไว้ แต่อีกฝ่ายสบายๆ ไม่ต้องการมีชีวิตแบบหุ่นยนต์อย่างที่เธอทำ
เดินคุยกันไปจนล่วงล้ำเข้าไปในเขตบ้านไทยประยุกต์ ต่างมองบ้านที่ใหญ่โตกันอย่างทึ่ง รู้ตัวอีกทีเจ้าของบ้านคืออุปมาก็เดินมาทักทายด้วยความยินดีที่ได้มีเพื่อนบ้านคนแรก
ทันทีที่ได้ทักทายและแนะนำชื่อเสียงเรียงนามกัน ทั้งอุปมาและเมธาวีต่างรู้สึกต้องชะตากันอย่างประหลาด อุปมาเลียบเคียงถามจนได้รับความกระจ่างจากอาทิตย์ว่าเขากับเมธาวี เป็นแค่เพื่อนกัน จึงแอบหวังอยู่ในใจ
จนเมื่อเมธาวีชวนกลับเพราะเกรงคุณย่าจะเป็นห่วง อุปมาก็ยังมองตามใจเคลิ้มกับความสวยสง่าของเมธาวี ส่วนเมธาวีก็ติดใจในความหล่อคมมีเสน่ห์ของอุปมา
อุปมายืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งหัสดินต้องมาตามเพราะขนกระเป๋าเตรียมไปพัทยาเสร็จแล้วถามว่าจะไปไหม อุปมาไม่ตอบคำถามแต่กลับพึมพำ “ฉันว่าสาวไทยนี่น่ารักน่ากอดที่สุดในโลกเลยว่ะ” พูดแล้วเดินนำกลับบ้าน จนหัสดินมองงงๆ บ่นเพื่อนว่า “อารมณ์ไหนของมันวะ” แล้วเดินตามไป
ooooooo
คุณหญิงตามไปดุสไบนางที่ชวนระเบียบไปกระโดดน้ำคลองเล่นเป็นทะโมนที่ท่าน้ำ พอกลับมาสไบนางก็แกล้งเก็บตัวเงียบในห้องจนคุณหญิงต้องให้บังอรไปตามเพราะต้องกลับบ้านอัคราชกันแล้ว
เรียกอย่างไรสไบนางก็ไม่ยอมเปิดประตูไม่ยอมพูดคุยด้วย สงสัยกันว่าคงไม่สบาย อาทิตย์จึงอาสาปีนหน้าต่างเข้าไปดู แต่พออาทิตย์ปีนหน้าต่างเข้าไปสไบนางก็ผลักเขาล้มแล้วปีนหน้าต่างหนีลงมา
เจ้ากรรม! บันไดที่พาดหน้าต่างล้มครืนลง สไบนางตกลงไปกระแทกพื้นดังอั้กหมดสติไป อาทิตย์ต้องรีบอุ้มส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่าหัวแตก ทุกคนตกใจแต่เมธาวีกลับสมน้ำหน้าหาว่าซนจนได้เรื่อง
แต่พอทำแผลเสร็จ สไบนางก็ฉอเลาะคุณหญิงเสียจนหายโกรธ อาทิตย์กระเซ้าว่าดิ่งพสุธาสนุกไหม สไบนางย้อนถามกวนๆ หน้าตายว่า
“คุณเป็นใครคะ” ทำให้คุณหญิงดุว่าเขาช่วยตัวเองแท้ๆ ยังทำปากดีอีก “บีต้องเจ็บตัวเพราะเขามากกว่า กลับบ้านเถอะค่ะคุณย่า บีเล่นน้ำคลองไม่ได้แล้ว” ว่าแล้วจูงย่าควงแขนบังอรเดินไปเลย
อาทิตย์มองตามยิ้มขำๆอย่างเอ็นดู อึดใจเดียวสไบนางก็เดินย้อนกลับมาวางมาดบอกว่า
“คุณเป็นเพื่อนคนแรกของพี่เมที่ฉันยอมคุยด้วย นับว่าคุณมีเกียรติพอใช้นะ ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้” ว่าแล้วก็วิ่งไปคล้องแขนย่าและบังอรพากันเดินต่อ อาทิตย์เห็นแล้วส่ายหน้าหัวเราะขำๆ
ooooooo
หัสดิน อุปมาพากันไปท่องราตรีที่พัทยา เจอวิมาดาเข้าโดยบังเอิญ อุปมาพยายามเดินเลี่ยงไปแต่วิมาดาตามล่าจนเจอถามว่ายังโกรธตนอยู่หรือ อุปมาบอกว่าเธอไม่ควรมาเจอตนอีก
วิมาดาร้องไห้ถามว่าทำไมเขาไม่ให้โอกาสตนบ้าง ขอโอกาสตนแก้ตัวได้ไหม ทำให้อุปมาต้องพยายามไม่ใจอ่อน ก็พอดีเสียงโทรศัพท์ของวิมาดาดังขึ้น อุปมาดันวิมาดาที่เข้ามากอดออกไป บอกว่าสามีเธอโทร.มาตามแล้ว ย้ำว่า “หวังว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีก” แล้วเดินไปอย่างไม่ไยดี
วิมาดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดรับ ปรับอารมณ์พูดกับปลายสายพลางมองตามอุปมาไปอย่างอาลัยอาวรณ์
“คะ...อยู่ล็อบบี้ กำลังจะออกไปแล้วค่ะ”
ooooooo
วิมาดาไปพบกับธนู ระหว่างนั้น ธนูได้รับโทรศัพท์จากสายทิพย์บอกว่าลูกป่วยไข้สูงมากร้องเรียกหาแต่พ่อๆ ธนูพูดอย่างรำคาญว่าให้รีบพาไปหาหมอเสียจะรอตนทำไม
“ไปได้เลยค่ะ”วิมาดาส่งเสียงดังจงใจให้เสียงเข้าไปในโทรศัพท์ สายทิพย์ได้ยินถามว่าเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม ธนูตัดบทว่ารีบพาลูกไปหาหมอเสียแล้วตัดสายเลย จากนั้นบ่นกับวิมาดาว่าตนเบื่อหน่ายมากแล้วถ้าทนไม่ไหวก็จะหย่าเสียเลย
วิมาดาฟังแล้วหน้าเสียกลัวจับใจ กลัวว่าธนูจะหันมาปักหลักกับตนแทน
ส่วนอุปมาหลังจากเจอกับวิมาดาแล้วก็เที่ยวไม่สนุกจนหัสดินถามว่าดูไม่สนุกเลยตั้งแต่เจอกับผู้หญิงคนนั้น อุปมาไม่อยากเล่า แต่เมื่อเพื่อนถามจึงเล่าให้ฟังนับแต่เริ่มรู้จักกับวิมาดาว่า
เวลานั้นเขาอยู่ที่อเมริกา เจอกับวิมาดาสองครั้งก็ถูกชะตาจนนัดพบกันแล้วก็กลายเป็นชวนไปอยู่ด้วยกัน วิมาดาพยายามเลี่ยงแต่ทนอุปมาที่รักจริงรักจนหลงออดอ้อนไม่ไหวจึงเตรียมจะไปอยู่ด้วย
แต่ไม่ทันที่เธอจะออกจากห้อง ธนูก็มายืนขวางประตูพูดด้วยอารมณ์ทั้งเยาะเย้ยและแค้นใจว่า
“เสียงลือเสียงเล่าอ้างมันเป็นความจริงเสียด้วย” เมื่ออุปมาถามว่าเขาเป็นใคร ธนูตอบทันทีว่า“ถามผมเลยดีกว่า ผมสามีวิมาดา ยินดีที่ได้รู้จักครับ”ธนูยื่นมือไปเชกแฮนด์
อุปมาเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมาตรงหน้า ส่วนวิมาดาก็ทั้งอายทั้งเสียใจวิ่งหนีธนูออกไป ธนูบอกอุปมาว่า“รีบตามไปเคลียร์ กันเสีย วิต้องตามสามีกลับไปทำงานใช้ทุนต่อที่เมืองไทยแล้ว”
เมื่ออุปมาตามไปเคลียร์กับวิมาดาที่หน้าอพาร์ตเมนต์ เขาต่อว่าเธอว่าหลอกตนทำไม วิมาดาพยายามจะชี้แจงบอกว่าตนไม่กล้าบอกความจริง เพราะมีความจำเป็น
อุปมาทั้งโกรธทั้งเสียใจมาก บอกวิมาดาว่า“ความผิด ของคุณมากเกินกว่าที่ผมจะให้อภัย เราจบกันแค่นี้ อย่าได้เจอกันอีกเลย”พูดแล้วเดินหนีไปทันที วิมาดาแทบจะหมดแรงเพราะตัวเองก็รักเขามาก
เมื่อเล่าอดีตให้หัสดินฟังแล้ว อุปมาบอกเพื่อนรักว่า
“ทีนี้แกรู้รึยังว่าทำไมฉันถึงถูกใจมากที่เรือนหอฉันหน้าตาประหลาดยังงั้น เพราะมันคืออนุสาวรีย์แทนความโง่ของฉันที่มีให้กับผู้หญิงไทยมากชู้คนหนึ่ง”
หัสดินถามว่าเมื่อเขามีประสบการณ์ขนาดนี้แล้วยังจะยอมให้พ่อจับแต่งงานกับผู้หญิงไทยอีกทำไม อุปมาบอกว่าพ่ออยากให้ลองดูกับผู้หญิงไทยที่เพียบพร้อมในทุกด้าน หัสดินดักคอว่ายอมแต่งเพื่อเอาใจพ่อหรือ
“ไม่ได้เอาใจ ฉันยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนที่ฉันยังไม่เคยรู้จักเพราะฉันรักพ่อ พ่อมีความแค้นที่ฝังรากลึกในใจ ถ้าการแต่งงานของฉันกับผู้หญิงคนนั้นจะช่วยลบล้างความแค้นให้พ่อได้ ฉันก็เต็มใจทำ”
ครั้นหัสดินถามว่าความแค้นอะไร อุปมาเองก็ไม่รู้แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วยจนกว่าพ่อจะเล่าเอง หัสดินถามอีกว่าแบบนี้เขาไม่กลัวจะเจอผู้หญิงที่รักเขาจริงๆหรือ
“ฉันไม่มีวันรักใครได้อีกแล้ว หัวใจฉันดูแลร่างกาย สมองฉันดูแลความรัก เมื่อฉันสั่งไม่ให้รักก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาทำให้ฉันรักได้อีก”อุปมาจริงจังมาก แต่หัสดินติงว่าถ้าวันหนึ่งเขาเจอผู้หญิงคนนั้นก็จะเปลี่ยนความคิด“ไม่มีทาง!”อุปมาเสียงเข้มแล้วเดินกลับเข้าไปข้างในด้วยอารมณ์หงุดหงิด
ooooooo
ชันษามาติววิชาให้สไบนางกับหยาดฝนที่สนาม หน้าบ้าน ถามว่าจะเลือกที่ไหนบ้าง สไบนางบอกว่าเลือกที่ดังๆยกเว้นจุฬาเพราะเมธาวีมีเพื่อนเป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นเยอะ
ครั้นชันษาถามว่าอยากทำอะไร เธอบอกว่าอยากเป็นครู ชันษาหัวเราะถามว่าความรู้แค่นี้อย่างเก่งก็สอนเด็กอนุบาล ทั้งคู่หยอกแหย่กัน เมื่อสไบนางบอกว่าตนจะสอนเด็กให้รักศิลปะของไทย ชันษาหัวเราะพูดแหย่ว่า เธอจะสอนให้เด็กรำลิเกอย่างตัวเองหรือ เลยถูกสไบนางเอาหนังสือฟาด ขู่ว่าจะฟ้องพี่ทศให้โทร.มาด่า
พี่ทศที่สไบนางเอ่ยถึงคือ ทศวรรต อัคราช ลูกพี่ลูกน้องของสไบนางนั่นเอง ตกค่ำเธอก็เปิดเฟซบุ๊กหน้าโปรไฟล์ชื่อของ ทศวรรต อัคราช อ้อนพี่ชายว่า
“พี่ทศ ชันษาแกล้งบีอีกแล้ว เมื่อไหร่พี่ทศจะกลับมาเสียที บีโดนรุมแกล้งจากทุกทิศทุกทางเลย ถ้าพี่ทศอยู่ ทั้งพี่เมทั้งนายชันไม่มีใครกล้าหือหรอก...คิดถึงๆๆๆๆ”
สไบนางกดคอมเมนต์ไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสะใจ
ooooooo
วิจิตราพยายามหว่านล้อมเมธาวีให้เลือกอาทิตย์แต่เมธาวีมองอาทิตย์เป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งที่เธอเก็บไว้เป็นตัวเลือกเท่านั้น
วันนี้อาทิตย์มาหาเมธาวีแต่เธอยังไม่กลับ เขาจึงขึ้นไปที่ห้องโถง เจอคุณหญิงนั่งถอดไพ่อยู่ เขาถามว่าคุณย่าชอบถอดไพ่หรือ แล้วขอให้ดูให้ตนบ้าง บอกว่าอยากรู้ว่าเนื้อคู่ของตนเกิดหรือยัง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนไหม รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรและตนเจอเธอแล้วหรือยัง
“อาทิตย์สับไพ่เท่าอายุนะ” คุณหญิงยื่นกองไพ่ให้ อาทิตย์รับไปสับอย่างตั้งใจ ในขณะที่วิจิตรามองอย่างไม่สบายใจว่าอาทิตย์ไม่แน่ใจเมธาวีหรืออย่างไร
และแล้ว วันนี้ก็มีเรื่องทำให้คุณหญิงไม่สบายใจ วิตกกังวล เมื่อเมธาวีเอาจดหมายของประมุข ผู้เป็นพ่อส่งผ่านตนมาให้คุณย่า คุณหญิงเดินอ่านจดหมายของประมุขมาที่สนามหน้าบ้านอย่างตื่นเต้น
“การค้าของผมกำลังรุดหน้าด้วยดี ตั้งใจจะกลับถึงกรุงเทพฯให้ทันวันเกิดคุณแม่ ผมมีบางอย่างจะกราบเรียนให้คุณแม่ทราบ คุณแม่อาจไม่พอใจ แต่โปรดเห็นใจผมด้วย ผมทำทุกอย่างเพื่ออัคราชของเราจริงๆ”
ประมุขเขียนเล่ามาว่า “คุณแม่จำบารมี บุญอนันต์ได้ไหมครับ ผมพบเขาที่นี่ ไม่น่าเชื่อเวลาจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากขนาดนี้ เขากว้างขวางมาก ผมมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับหลักทรัพย์ จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเขา”
คุณหญิงหน้าเครียดขึ้น อ่านต่ออย่างครุ่นคิด “กลับกรุงเทพฯ ผมจะกราบเรียนรายละเอียดให้คุณแม่ทราบอีกครั้ง อย่าเพิ่งโทร.เอาความจากผมตอนนี้เลย บารมีจะส่งลูกชายไปกราบเท้าคุณแม่ ขอความกรุณาคุณแม่ต้อนรับเขาอย่างดีที่สุดแทนผมด้วย เพราะเขาคือหลานเขยในอนาคตของคุณแม่”
คุณหญิงหน้าเครียดมาก คิดถึงเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมาอย่างกังวล หวาดหวั่น...
ooooooo










