ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืน​นี้กว่า​เพียง​ขวัญ​จะ​พา​ประณต​กลับ​ถึง​บ้าน​ก็​ดึก​โข แม้​ทุก​คน​จะ​บ่น​เป็น​ห่วง แต่​พอได้​ฟัง​ข่าว​ดี​ที่​ประณต​สอบ​ได้ที่ 3 ทุก​คน​ก็ดี​ใจ

นภา​ชม​ว่า​เยี่ยม​มาก ยาย​ชม​ว่า​เก่ง​จริงๆหลานยาย ส่วน​บุหลัน​ชม​ไม่​ขาดปาก​ว่า​เก่ง​มาก​ลูก เก่ง​มาก เก่งที่สุดเลย ทำให้​ประณต​ยิ่ง​มี​กำลังใจ​ที่​จะ​สอบ​ให้​ที่​ดี​กว่า​นี้​อีก

รุ่ง​ขึ้น เพียง​ขวัญ​ถูก​เรียก​ตัว​ไป​สัมภาษณ์​บริษัท​แห่ง​หนึ่ง ไป​ถึง​จึง​รู้​ว่า​เป็น​บริษัท​ขาย​ไม้​ของ​อดุลย์ เธอ​โกรธ​หา​ว่า​หลอก​กัน แต่​อดุลย์​ไม่​ปล่อย​ให้โอกาส​ผ่านไป รีบ​แนะนำ​ให้​รู้จัก​กับ​อารีย์​น้อง​สาว​ตน เมื่อ​อัทธ์​กลับมา ก็​เรียก​ทั้ง​สาม​คน​มา​พร้อมหน้า บอก​ว่า

ที่​พ่อ​ตาม​ทุก​คน​มา​วัน​นี้ เพื่อ​ให้​รับ​รู้​พินัยกรรม​ของ​พ่อ พ่อ​มี​ลูก​แค่​สอง​คน ทรัพย์​สินทั้งหมด​ของ​พ่อ จะ​ถูก​แบ่ง​ออก​เป็น​สอง​ส่วน​อย่าง​ละ​ครึ่ง ครึ่ง​หนึ่ง​เป็นของ​นาย​อัทธ์ อีก​ครึ่ง​หนึ่ง​ให้​เป็น​ของ​ลูก”

“หนู​จะ​รับ​หรือ​ไม่​รับ​มัน​ไว้ ทุก​อย่าง​เป็น​ไป​ตาม​พินัยกรรม” อารีย์​บอก

เมื่อ​เพียง​ขวัญ​กลับ​มา​เล่า​ให้​นภา​ฟัง บอก​แม่ว่า​อดุลย์​คง​รู้สึก​ผิด​เลย​อยาก​ใช้​เงิน​ชดเชย​ทุก​อย่าง​ให้​เรา​สอง​คน นภา​ถาม​ว่า​แล้ว​ตัว​เธอ​เอง​คิด​อย่างไร เพียง​ขวัญ​บอก​ว่า​ถึง​เวลา​ไป​รับ​เงินเดือน​เสมียน​ก็​ต้อง​มอง​ตน​เป็น​ลูก​เมียน้อย​อยู่ดี ตน​หนี​สายตา​แบบ​นี้​มา​ทั้ง​ชีวิต นภา​พูด​อย่าง​ตรึกตรอง​ว่า

“บาง​ครั้ง​ เงิน​ก็​ซื้อ​ศักดิ์ศรี​คน​ไม่ได้ เรื่อง​นี้ไม่ขอออก ​ความ​เห็น เป็น​ความ​รับผิดชอบ​ของ​คน​เป็น​พ่อที่มี​ต่อ​ลูก แม่​ไม่​มี​สิทธิ์ ขวัญ​ค่อยๆคิด​ก็​แล้วกัน ว่า​จะเอายังไง”

ooooooo

ฝ่าย​เท​ว​พัน​ธ์​โมโห​เป็น​ฟืน​เป็นไฟ​ที่​ชาย​พี่​ร์​ประกาศ​จะ​ไม่​แต่งงาน​กับ​วิไล​รัมภา ถือว่า​เป็น​การ​หักหน้า​กัน​อย่าง​ร้ายแรง จน​ย่า​อ่อน​ต้อง​รับปาก​ว่า​ยังไง​การ​แต่งงาน​ก็​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​ฤกษ์

เท​ว​พัน​ธ์​พูด​อย่าง​ไม่​เกรงใจ​ว่า​อย่า​หลอก​กัน​อีก แล้ว​พูด​อย่าง​ไม่​แยแส​แต่​ประชด​และ​บีบคั้น​ฝ่าย​จุฑา​เทพว่า

“ไม่​แต่ง​ก็​ไม่​แต่ง ขอ​ให้​ดวง​วิญญาณ​ท่าน​วิช จง​รู้​ไว้​ลูก​หลาน​ไม่​เคย​สนใจ​คำสั่ง​เสีย​ของ​ท่าน​เลย”

“ฉัน​จะ​ออก​หน้า​คุย​กับ​ชาย​พี​ร์​เอง ยัง​ไง​ชาย​พี​ร์​ก็​ต้อง​แต่ง​กับ​หนู​รัมภา!” ย่า​อ่อน​ฮึด​ขึ้น​มา

หลังจาก​ก่อ​กบฏ​กับ​ย่า​ทั้ง​สอง​แล้ว ชาย​พี​ร์​โทรศัพท์​ไป​หา​จันทน์​กะ​พ้อ​ขอแรง​ให้​ช่วย​ทำ​อะไร​บาง​อย่าง

จันทน์​กะ​พ้อ​ร่วมมือ​เต็มที่ นัดแนะ​ชาย​พี​ร์​ไป​ที่​สวน​สาธารณะ​ที่​เพียง​ขวัญ​จะ​ไป​ถ่ายแบบ​โปรโมต​นิตยสาร เมื่อ​เสร็จ​งาน​ก็​หา​ข้ออ้าง​เลี่ยง​ไป เปิด​โอกาส​ให้​ชาย​พีร์​เอา​ดอกไม้​ไป​ขอ​แต่งงาน​กับ​เพียง​ขวัญ​กลาง​สวนสาธารณะ​นั่นเอง ชาย​พี​ร์​บอก​ว่า​จะ​ให้​ผู้ใหญ่​ไป​สู่ขอ​เธอ

เพียง​ขวัญ​ติง​ว่า​อย่า​ลืม​ว่า​ผู้ใหญ่​หมั้น​วิไล​รัมภา​ไว้​ให้​เขา​แล้ว ชาย​พี​ร์​พูด​อย่าง​มั่นใจ เด็ดเดี่ยว​ว่า

“ชีวิตเป็นของผม ผมมีเงินเดือน มีบ้านพักนายทหาร ผมเลี้ยงดูคุณได้” เพียงขวัญติงอีกว่าผู้ใหญ่ของเขาไม่ยอมรับตน “ผมขอยืนยันอีกครั้ง ผมจะแต่งงานกับคุณเท่านั้น ถ้าหม่อมท่านไม่ยอม ผมจะออกจากวังจุฑาเทพ!”

“คิดดีๆนะคะ การแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น”

“ผมไม่สนใจใครทั้งนั้น ขอแค่คุณรักผมก็พอ หรือว่าคุณไม่ได้รักผม...เพียงขวัญ”

“ฉัน...” เพียงขวัญตอบไม่ออก ชายพีร์หอมเธออย่างแสนรัก

ooooooo

หม่อมเอียดเรียกชายพีร์ไปคุยกันต่อหน้าย่าอ่อน สองย่าช่วยกันทั้งดุ ตำหนิ หว่านล้อม กระทั่งจะบังคับ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจชายพีร์ได้

ชายพีร์กราบขอโทษคุณย่าทั้งสอง บอกว่าตนตัดสินใจแล้วที่จะแต่งงานกับเพียงขวัญ ถ้าหม่อมย่าไม่ให้แต่ง ตนก็จะออกไปใช้ชีวิตอยู่กับเพียงขวัญนอกวังจุฑาเทพ

เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล หม่อมเอียดเปลี่ยนเป็นใช้ไม้อ่อน บอกชายพีร์ว่า “ถ้าอยากแต่งกับเพียงขวัญนักก็ตามใจ!” ทำเอาย่าอ่อนตะลึง ชายพีร์ดีใจมากเข้าไปกอดขอบคุณหม่อมเอียด ย่าอ่อนตกใจถามว่าแล้ววิไลรัมภาล่ะ!

“ที่ถูกผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ต้องคุยกัน ฉันจะคุยกับผู้ใหญ่ของเพียงขวัญเอง” เมื่ออยู่ลำพังกับย่าอ่อน หม่อมเอียดบอกว่า “ฉันรู้จักนายพีร์ เขาจะออกจากวังจุฑาเทพ เพื่อไปแต่งงานกับเพียงขวัญอย่างที่เขาว่าจริงๆ ยิ่งขวางเหมือนยิ่งยุ มีทางเดียวเพียงขวัญต้องปฏิเสธความรักของชายพีร์เท่านั้น”

หลังจากนั้น หม่อมเอียดให้สมศรีเอาขนมชาววังและผ้าไหมมัดหมี่จากอำเภอปักธงชัยไปเยี่ยมเยือนนภาที่บ้านบอกนภาว่า หม่อมเอียดท่านย่าของคุณชายรณพีร์ให้มาเชิญนภาและเพียงขวัญไปคุยกับท่าน เพียงขวัญถามว่าคุณชายรณพีร์ทราบเรื่องไหม สมศรีบอกว่าทราบแล้ว

วันต่อมา นภากับเพียงขวัญและบุหลันไปพบหม่อมเอียดกับย่าอ่อนมีวิไลรัมภามาด้วย พบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพียงขวัญแนะนำแม่และน้าของตน หม่อมเอียดพูดอย่างกันเองว่าตามสบาย เพราะตนไม่ได้เจ้ายศเจ้าอย่างอะไร หม่อมเอียดมองเพียงขวัญชมว่ายิ่งมองยิ่งสวยสมกับเป็นนางเอกดาวรุ่งดวงใหม่ของเมืองไทย จากนั้นย่าอ่อนก็เป็นฝ่ายเปิดฉากคุย

ย่าอ่อนถามเพียงขวัญว่า ชายพีร์ยืนยันจะแต่งงานกับเธอ เธอคุยกับชายพีร์ว่าอย่างไร เพียงขวัญบอกว่าตนทราบว่าชายพีร์มีคู่หมั้นแล้วตนยังไม่ได้ตอบรับ ย่าอ่อนแอบโล่งใจใช้ไม้อ่อนหว่านล้อมและขู่ในทีว่า

“หนูเป็นคนคิดรอบคอบน่านับถือ ถ้าผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย หนูคงรู้ว่ามีแต่ปัญหา เลยตอบชายพีร์ไปแบบนั้นใช่ไหม” หม่อมเอียดก็รีบขอบใจที่เข้าใจพวกตน

เพียงขวัญเริ่มรู้ทันความคิดของผู้ใหญ่ทั้งสอง ถามว่าเรียกตนมาวันนี้ต้องการอะไร หม่อมเอียดบอกว่าเรียกมาเพื่อทำความเข้าใจเรื่องสะใภ้ของจุฑาเทพ แล้วสองย่าก็ช่วยกันเล่าถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ การศึกษา ความรู้

ความสามารถของสะใภ้จุฑาเทพทั้ง 4 แล้วมาลงเอยที่สัญญาของหม่อมเจ้าวิชชากรที่ให้แก่หม่อมหลวงเทวพันธ์ โดยสองย่าช่วยกันพูดว่า

“คุณชายเทวพันธ์ พ่อของหนูวิไลรัมภาเคยช่วยชีวิตท่านชายวิช ท่านวิชจึงสัญญาว่าจะให้ลูกชายคนหนึ่งแต่งงานกับกุลสตรีจากเทวพรหม” ย่าอ่อนเอ่ยขึ้นก่อน หม่อมเอียดย้ำว่า

“พี่ชายของชายพีร์มีคู่ไปหมดแล้ว หากชายพีร์ปฏิเสธวิไลรัมภา เท่ากับเราหมดโอกาสทำตามที่สั่งเสีย”

“จุฑาเทพ จะกลายเป็นอกตัญญู วิญญาณของท่านวิชคงไม่เป็นสุข ถ้าเธอรักชายพีร์จริง เธอคงไม่อยากทำให้เขาเป็นคนอกตัญญูต่อพ่อ จริงไหม”

เพียงขวัญ นภา และบุหลันต่างอึ้งเมื่อหม่อมเอียดและย่าอ่อนตอกย้ำเรื่องคุณธรรม หม่อมเอียดทำตามแผนต่อ มอบซองใส่เงินปึกหนาให้เพียงขวัญ บอกว่าไม่อยากให้เธอผิดหวังโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทน

“ฉันพนันได้ ทั้งชีวิตเธอไม่เคยจับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้!” หม่อมเอียดยื่นซองให้เพียงขวัญ เธอปฏิเสธ ย่าอ่อนกล่อมว่า เงินจำนวนนี้อาจเปลี่ยนชีวิตเธอได้ เพียงขวัญกรุ่นในใจแต่ยังรักษากิริยาตอบอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ดิฉันเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทั้งสองต้องการจะบอกดิฉันแล้ว ดิฉันกับแม่กับน้าขอกราบลาค่ะ” พูดแล้วพากันลุกขึ้น

“รับเงินนี่ไป แล้วปฏิเสธชายพีร์ซะ” หม่อมเอียดเริ่มแข็งกร้าว เพียงขวัญยืนยันไม่ต้องการเงิน ย่าอ่อนจิกตาถามว่าเพราะเธออยากได้เงินก้อนใหญ่กว่านี้ใช่ไหม จะทำให้ชายพีร์คลั่งและแต่งงานกับเธอใช่ไหม!

“เอ๊ะ คุณ พูดไม่รู้เรื่องหรือ เราไม่ใช่เจ้าหญิงเจ้าชายอย่างคุณก็จริง แต่เรามีศักดิ์ศรี ไม่ใช่คุณมีเงินแล้วจะสั่งใครก็ได้นะ” บุหลันโพล่งออกไปอย่างทนไม่ไหว

“แต่งงานกับใครสักคน ก็เหมือนแต่งงานกับครอบครัวเขา เจอคนอย่างพวกคุณ อย่างคุณชายเจ้าหญิงเจ็ดแปดคนนั่นฟังดูไม่เห็นน่าจะมีความสุข ฉันว่ายายขวัญคิดถูกแล้ว” นภาพูดอย่างหมดความเกรงใจ

“ดิฉันรักคุณพีร์ ในฐานะผู้ชายธรรมดา ไม่เคยคิดเรื่องฐานันดรและเงินทองพวกนั้นสักนิด และที่สำคัญที่สุด ดิฉันจะไม่ยอมให้คุณชายรณพีร์ต้องเสื่อมเสียเกียรติ สัจจะ และความกตัญญูเพราะดิฉันเพียงคนเดียว” เพียงขวัญเด็ดเดี่ยว มั่นคง หนักแน่น ทั้งที่หัวใจปวดร้าวสาหัส

เมื่อกลับถึงบ้าน นภาชมเชยและภูมิใจกับการตัดสินใจของลูก ให้กำลังใจว่า “เข้มแข็งเอาไว้นะลูก”

“เขาบอกว่า เขาจะแต่งงานกับขวัญ และดูแล

ขวัญด้วยเงินเดือนทหารที่มีของเขา เขายอมถึงขนาดจะออกจากวังจุฑาเทพ แต่ขวัญทนเห็นเขาตกต่ำเพราะขวัญไม่ได้หรอกค่ะ” เพียงขวัญน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่ออยู่กับแม่

สองแม่ลูกมองแหวนช่อในกล่อง แล้วเพียงขวัญก็ปิดกล่องลง เหมือนให้ทุกอย่างจบลงเพียงเท่านี้...

ฝ่ายชายพีร์กลับมาเห็นสองย่า ก็เข้าไปกอดหอมแก้มย่าอ่อนถามว่า นัดคุยกับผู้ใหญ่บ้านเพียงขวัญมาหรือ ย่าอ่อนบอกว่าคุยกันแล้วเมื่อวาน ชายพีร์ถามอย่างตื่นเต้นว่าเขาว่าอย่างไรบ้าง

“เขาตอบปฏิเสธชายพีร์อย่างไม่มีเยื่อใย” หม่อมเอียดพูดหน้านิ่ง ชายพีร์ช็อก ลุกวิ่งออกไปทันที

ooooooo

เพื่อให้ชายพีร์ตัดใจจากตนให้ได้ เพียงขวัญขอให้อัทธ์แสดงเป็นคนรักของตน ควงไปให้ชายพีร์เห็น บอกเขาว่าตนกับคุณอัทธ์กำลังจะแต่งงานกัน ขอบคุณชายพีร์สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา

ชายพีร์ช็อกเป็นครั้งที่สอง ถามเพียงขวัญแทบไม่เป็นภาษาว่า “เกิดอะไรขึ้น ขวัญ...คุณทำอย่างนี้ทำไม!”

“ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมหวังว่าคุณจะแสดงความยินดีกับเราทั้งสองคน คุณก็รู้ว่าผมกับเพียงขวัญ เรารักกันมาก่อนที่ขวัญจะรู้จักกับคุณเสียอีก ขอให้เรื่องเราจบลงแค่นี้เถอะครับ”

ชายพีร์เดินจากไปอย่างหัวใจสลาย แต่ที่อีกมุมหนึ่ง จันทน์กะพ้อก็ได้ยินทั้งหมด เธอมองอัทธ์ด้วยหัวใจที่แตกสลายเช่นเดียวกับชายพีร์ ถอยกลับไปเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้...

หลังจากอัทธ์ช่วยเล่นละครให้เพียงขวัญแล้ว เขาไปหาจันทน์กะพ้อที่ค่ายมวย แปลกใจ ตกใจ เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือของเธอ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าบอกอัทธ์ที่ยังงงว่า จะไปต่างจังหวัด

“พ่อครับ จันทน์เขาเป็นอะไร อยู่ดีๆเขาก็เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านจะไปจากพระนคร แล้วผมจะไปตามหาเขาที่ไหนล่ะครับพ่อ” อัทธ์ร้อนใจ

“ใจเย็นๆไอ้ทิด มันจะไปไหนได้ มันก็ไปได้ที่เดียวแหละ” ปุ้มปุ้ยพูดอย่างใจเย็น

ooooooo

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนทำตามแผน “ข่มขืนโคเขาให้กินหญ้า” สั่งช่างตัดเสื้อผ้าตัดชุดแต่งงานให้ชายพีร์ เมื่อชายพีร์ไม่ยอมให้วัดตัวลุกเดินหนี หม่อมเอียดบอกช่างว่า

“การแต่งงานระหว่างชายพีร์กับวิไลรัมภายังไงก็ต้องเกิดขึ้น!” ถามช่างว่าตัดโดยไม่วัดตัวได้ไหม เมื่อช่างจะลองดู หม่อมเอียดให้ช่างตัดสินใจจัดการได้ตามเหมาะสมเลย แล้วถามย่าอ่อนว่า

“หรือว่าเด็กเพียงขวัญนั่นจะทำตามที่พูดให้เราแล้ว”

ทั้งหม่อมเอียด ย่าอ่อนและวิไลรัมภา มองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจ...

สองย่าดำเนินการต่อ ตรวจรายชื่อแขกที่เชิญมาใน งานแล้วพูดกันอย่างพอใจว่าแขกไม่น้อยกว่าของชายใหญ่เลย

“เพื่อนๆ รัมภาตื่นเต้นกันใหญ่เลยค่ะ อยากจะเห็น พิธีลอดซุ้มกระบี่ของพี่ชายพีร์กับรัมภาจะแย่แล้วค่ะหม่อมย่า”

วิไลรัมภาเล่าอย่างตื่นเต้นกับงานแต่งงานที่ฝันอยู่เพียงฝ่ายเดียว...

หวังจะมัดชายพีร์ให้ดิ้นไม่หลุด เทวพันธ์บอกว่าจะโทร.บอกหนังสือพิมพ์ลงข่าวให้เห็นจะจะกันไปเลย

ไม่เพียงเท่านั้น มารตีที่แค้นฝังหุ่นชายภัทรกับกรองแก้วก็ฝากน้องไปแก้แค้นให้ตน และเทวพันธ์ก็ฝากให้แก้ปัญหาเรื่องวังและหนี้สินของตนด้วย วิไลรัมภาบอกพ่อกับพี่สาวว่าตนเป็นสะใภ้จุฑาเทพจะปล่อยให้พ่อกับพี่ลำบากได้อย่างไร

เพียงวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวพิธีมงคลสมรสระหว่าง ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ กับ ม.ล.วิไลรัมภา เทวพรหม ประณตเป็นคนเจอข่าวนี้ เอามาอ่านให้เพียงขวัญฟัง เพียงขวัญช็อก แต่ประณตไม่เชื่อเถียงเอาว่า

“พี่พีร์รักพี่ขวัญจะตาย พี่พีร์จะไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไงครับ”

บุหลันกลัวประณตจะโวยวายมากกว่านี้เลยไล่ให้ไปอ่านหนังสือเสีย เพียงขวัญยังนั่งมึนอยู่ตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

สถานการณ์ทางชายแดนตึงเครียดเพราะเจ้า วีระวงศ์เคลื่อนอาวุธหนักเข้าไปเยอะมาก ชายพีร์ที่กำลังเศร้ากับข่าวที่เพียงขวัญจะแต่งงานกับอัทธ์ เตรียมพร้อมเตรียมที่ที่จะไปทำงานที่ชายแดน

ส่วนเพียงขวัญ ถ่ายหนังกินรีต่อ ในบทเศร้าเธอร้องไห้จนหยุดไม่ได้ จนชนะที่รู้ใจหลานรักต้องเข้าไปกอดปลอบ แต่ยิ่งทำให้เพียงขวัญร้องไห้หนักขึ้น

หลังจากอัทธ์รู้จากปุ้มปุ้ยว่าจันทน์กะพ้อมีที่ไปอยู่ที่เดียว เขาบ่ายหน้าไปยังโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางหุบเขาที่เมืองกาญจน์ ที่นั่นป้าปูพี่สาวแท้ๆของปุ้มปุ้ยสอนอยู่ จันทน์กะพ้อตกใจแปลกใจ แต่เมื่ออัทธ์บอกว่าตนจะมาช่วยเธอสอนหนังสือเด็ก ปวารณาตนกับป้าปูอย่างน่ารักว่า

“คิดว่าผมเป็นลูกเป็นหลาน ใช้งานผมได้ทุกอย่างเลยนะครับ เป็นภารโรงก็ได้นะครับ”

“ตามสบายนะ ไปเปิดบ้านตรงลำธารให้เพื่อน พาเขาไปตักน้ำด้วยนะไม่ได้เตรียมเอาไว้ เดี๋ยวไม่มีน้ำใช้” ป้าปูบอกจันทน์กะพ้อ

ระหว่างพาไปบ้านริมลำธารนั้น จันทน์กะพ้อเพิ่งรู้จากอัทธ์ว่า ที่เธอเห็นวันนั้นเป็นการแสดงที่เพียงขวัญอยากให้ชายพีร์ตัดใจไปจากเธอ ความจริงเพียงขวัญเป็นน้องคนละแม่กับตน แต่ที่ไม่บอกใคร เพราะจนบัดนี้เพียงขวัญก็ยังไม่ยอมรับตนเป็นพี่และอดุลย์เป็นพ่อ

จันทน์กะพ้อบอกว่าฟังแล้วเวียนหัวจะเป็นลม อัทธ์เห็นเธอหน้าซีดจึงจับไปกอดไว้ถามว่าอุ่นขึ้นหรือยัง

“พอๆ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” จันทน์กะพ้อดันตัวเองออกเขินๆ แล้วพากันไปดูบ้านพักและตักน้ำตามที่ป้าปูบอก ระหว่างนั้น อัทธ์เด็ดดอกไม้ป่าให้ บอกเธอว่า“ผมตามมาเพราะคิดถึง อยู่พระนครไม่มีคุณ ผมก็เหมือนไม่มีใครในโลก”

ทางวังเทวพรหม เทวพันธ์กระหยิ่มยิ้มย่องที่วิไลรัมภาจะได้แต่งงานกับชายพีร์ตามคำสั่งของหม่อมย่า วันนี้เทวพันธ์ไปหาชายใหญ่บอกว่าตนต้องไปแจกการ์ดแต่งงาน แต่รถเก่ามากจะขอยืมเงินไปซื้อรถคันใหม่ โดยอ้างว่าต่อไปตนก็จะเป็นครอบครัวเดียวกับจุฑาเทพแล้วถ้าใช้รถเก่าเกรงจะทำให้จุฑาเทพเสื่อมเสีย จะซื้อเองก็แบกภาระไม่ไหว ชายใหญ่ฟังแล้วบอกว่าให้รอเดี๋ยวตนจะเซ็นเช็คให้ เทวพันธ์พูดตามหลังว่าแล้วจะรีบหาเงินมาคืนให้

พอไปเล่าให้ชายเล็กกับชายภัทรฟัง ทั้งสองบ่นว่ายืมไปหลายครั้งจนไม่รู้กี่แสนแล้วเคยคืนให้ที่ไหน อีกหน่อยก็ถึงล้าน ชายเล็กเดาว่าอีกหน่อยก็คงอยากได้วังใหม่ เสื้อผ้าใหม่เพื่อให้สมเกียรติที่ดองกับจุฑาเทพแน่

“บุญคุณที่ท่านพ่อติดหนี้เขา จะต้องทดแทนกันอีกเท่าไหร่ถึงจะพอนะ” ชายภัทรหนักใจ

“ชายพีร์ต้องแต่งงานกับวิไลรัมภาจริงหรือนี่” ชายใหญ่พึมพำ คุณชายทั้งสามต่างมองหน้ากันกลุ้มๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.