ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พอย่าอ่อนเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น ทั้งพิมพรรณ และไฉไลที่รอลุ้นอยู่ต่างอยากรู้ผล

พิมพรรณถามขึ้นก่อนว่าเพียงขวัญเป็นอย่างไร? ไฉไลถามว่าร้ายกาจเหมือนที่พวกตนบอกไหม?

“ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวกว่าที่ฉันคิด ทีท่ามั่นใจ แววตา ฉลาด มั่นคง เป็นตัวของตัวเอง ประสบการณ์ของฉัน ห้าสิงห์จุฑาเทพพ่ายแพ้ผู้หญิงแบบนี้!”

คำตอบของย่าอ่อนทำเอาทั้งพิมพรรณและไฉไลที่แต่แรกดี๊ด๊าว่าแผนของเพื่อนต้องสำเร็จถึงกับหน้าเจื่อน กังวล แต่พิมพรรณก็ยังมีความหวังเล็กๆ ว่า

“คุณชายพีร์ปกปิดฐานะที่แท้จริงกับเพียงขวัญ ถ้าวันนี้ถูกเปิดเผย เพียงขวัญคงโกรธและเสียใจมาก”

“แน่ใจหรือว่าเพียงขวัญจะโกรธแล้วยอมเลิกรา” ย่าอ่อนเริ่มสงสัย

“แน่ใจสิคะ ผู้หญิงคนนี้ หวังจะเป็นเมียเอก จะเป็นเมียเดียว เขาหวังจะครอบครองและเป็นที่หนึ่งในชีวิตของพี่ชายพีร์ ถ้าเขารู้ว่าพี่ชายพีร์โกหก รู้ว่าไม่ได้ สิ่งที่ต้องการ เธอจะทิ้งพี่ชายพีร์ทันที!” วิไลรัมภาที่เพิ่งเดินเข้ามาตอบอย่างมั่นใจ

“ถ้าหนูรัมภามั่นใจ งั้นเรามาช่วยกันภาวนา ขอให้ผู้หญิงเต้นกินรำกินคนนี้พ้นไปจากชีวิตชายพีร์ ขอให้แผนการสำเร็จด้วยเถอะ” ย่าอ่อนเอาใจช่วย วิไลรัมภากับไฉไลมั่นใจมาก มีแต่พิมพรรณที่ลังเล

ooooooo

ที่ห้องรับแขกวังจุฑาเทพ บรรดาหลานชาย และหลานสะใภ้ ยกเว้นชายรุจที่อยู่ต่างประเทศ พากันมาอวยพรและมอบของขวัญวันเกิดให้หม่อมย่าเอียด

ชายใหญ่อ่านการ์ดอวยพรและของขวัญจากชายรุจที่ส่งมาให้ก่อน ตามด้วยของตัวเองกับมะปราง ชายภัทร กับกรองแก้ว และชายเล็กกับสร้อยฟ้า ส่วนชายพีร์หลานแก้วหลานขวัญของย่าอ่อน เข้าไปเป็นคนสุดท้าย

“ของผมไม่มีกลอน ไม่มีของฝาก” พูดแล้วเข้ากอดหม่อมย่าเอียดอ้อน “ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับหม่อมย่า” แล้วหอมแก้มฟอดหนึ่ง ถูกย่าอ่อนเหน็บอย่างหมั่นไส้ว่า

“ไม่ต้องลงทุนเล่ห์กระเท่ สมเป็นชายพีร์”

ชายพีร์ยิ้มประจบอ้อนๆ ประสาหลานคนเล็ก

“ที่เหลือก็มีแต่ของขวัญวันเกิดที่ท่านพ่อกับรัมภาจัดให้ ของขวัญชิ้นนี้สำคัญมากนะคะ ทุกท่านจะได้เห็น ตอนที่แขกมากันพร้อมหน้าช่วงงานเลี้ยงค่ะ” วิไลรัมภาเอ่ยยิ้มหวานแต่แววตาร้าย

แผนการถูกวางไว้อย่างถี่ถ้วน ไฉไลกับสมศรีเข้าไปในห้องแต่งตัว สั่งเพียงขวัญกับจันทน์กะพ้อว่าแสดงเสร็จให้เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่เหมือนเดิม สมศรีบอกว่าถ้าหิวก็ให้กินด้านหลังโรงครัว อย่าใช้ทางออก ด้านหน้าวัง

“จำไว้อีกอย่าง ส่วนของตรงกลางงานด้านหน้าเป็นที่นั่งสำหรับเหล่าสมาชิกจุฑาเทพเท่านั้น หม่อมย่าเอียด คุณย่าอ่อน คุณชายทั้งสี่และผู้หญิงของท่าน พอคุณรำเสร็จเดินไปหาท่าน ท่านจะมอบรางวัลให้คุณ จากนั้นคุณก็กลับได้” ไฉไลย้ำ

งานนี้ เทวพันธ์มาเป็นพิธีกรตามแผนของวิไลรัมภา เมื่อได้เวลาเทวพันธ์ขึ้นเวทีเอ่ยสวัสดีเจ้าภาพ และสมาชิกในวังจุฑาเทพ แนะนำตัวแล้วแจ้งว่า ตนกับวิไลรัมภาได้จัดเตรียมของขวัญพิเศษมอบแด่ท่านหม่อมย่าเอียด นั่นคือรำ “ฉุยฉายพราหมณ์”

ooooooo

เพียงขวัญออกมารำอย่างอ่อนช้อย ยิ้มน้อยๆแต่พองาม

“เพียงขวัญ!” ชายภัทรจำได้ ชายใหญ่ที่นั่งติดกันกระซิบถามว่าคนนี้หรือ

“นางรำคนนี้คือผู้หญิงชั้นต่ำที่ชายพีร์ไปติดพัน...คุณพี่ทำเฉยไว้ก่อน เดี๋ยวคอยดูอะไรดีๆ” ย่าอ่อนกระซิบบอก หม่อมเอียดแต่ตามองเพียงขวัญบนเวทีอย่างสะใจที่จะได้เห็น “อะไรดีๆ” ที่ว่านั้น

“คุณพีร์!” จันทน์กะพ้อเห็นชายพีร์ก่อนถึงกับหน้าเสีย

ครู่หนึ่งเมื่อเพียงขวัญเริ่มคุ้นชินกับเวทีและแสงแล้ว มองไปเห็นชายพีร์มือเท้าที่รำอย่างสวยงาม ชะงักกึกราวกับถูกตรึงกับที่! แต่เธอตั้งสติแข็งใจรำจนจบเพลง ในสภาพช็อกไม่ได้ยินแม้แต่เสียงปรบมือจากแขกในงาน

แผนฆ่าเพียงขวัญให้ตายทั้งเป็นของวิไลรัมภาและเทวพันธ์ดำเนินต่อไปอย่างเลือดเย็น เทวพันธ์เรียกเพียงขวัญไปรับรางวัลจากหม่อมเอียด ย่าอ่อนและสมาชิกจุฑาเทพทั้งห้า เธอคลานไปรับของขวัญจนถึงชายพีร์ เทวพันธ์จงใจประกาศว่า

“และคนสุดท้าย เรืออากาศโท ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ คุณชายพีร์ คุณชายสุดท้องแห่งวังจุฑาเทพอันทรงเกียรติ กับคู่หมั้นคู่หมายหม่อมหลวงวิไลรัมภา เทวพรหม”

นาทีนี้...เพียงขวัญกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่เตือน ตัวเองว่าอย่าร้องไห้...อย่าร้องไห้ให้คนอื่นเห็น กลั้นใจคลานเข้าไป ชายพีร์ลุกยืนทันทียื่นมือจะจับเธอให้ลุกตาม ถูกหม่อมเอียดเรียกปราม ทำให้ชายพีร์ต้องนั่งลงแต่ยังไม่เอาของให้ จนเพียงขวัญเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเครือทั้งที่พยายามข่มแล้วว่า

“ถ้าคุณชายพีร์ไม่มีอะไรให้ดิฉันได้โปรดกรุณารับสิ่งนี้ไว้ด้วยค่ะ”

เพียงขวัญถอดสร้อยร้อยแหวนที่คอออกวางที่ข้างเท้าชายพีร์แล้วลุกออกไป ชายพีร์จะตามถูกย่าอ่อนสั่งให้กลับมาเดี๋ยวนี้ บรรยากาศเริ่มเครียด ชายใหญ่จึงเตือนไฉไลให้ขึ้นทำหน้าที่บนเวทีต่อจากเทวพันธ์

ooooooo

ชายพีร์ตามไปเรียกเพียงขวัญเพื่อปรับความเข้าใจ เพียงขวัญหันมองด้วยแววตาเจ็บช้ำ พูดประชดเสียงสะท้าน

“ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ชายพีร์...ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยขนาดนี้มาก่อนเลย วังที่แสนสวย...คุณที่แสนจะสูงส่ง...”

ชายพีร์บอกว่า ตนพยายามจะบอกเธอหลายครั้ง เพียงขวัญตัดบททันทีว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะตนเป็นแค่ของเล่น ถามอย่างเจ็บปวดว่า “คุณลืมไปหรือเปล่า ฉันเป็นคนที่มีหัวจิตหัวใจ ไม่ใช่ของเล่นของใคร”

ชายพีร์พยายามชี้แจงว่า เหตุเพราะพิมพรรณขอให้ตนมาพูดกับเธอให้ตัดสัมพันธ์กับยอดยศ ตนมีหน้าที่แค่นั้น แต่หลังจากนั้นเป็นเรื่องของเราสองคนเท่านั้น เพียงขวัญชี้ว่าแต่หลังจากนั้นเขาก็ยังเล่นละครหลอกตนตลอดเวลา! ชายพีร์ยอมรับว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิตตน สารภาพว่า

“ผมอยากบอกความจริง แต่ผมไม่กล้า ผมกลัวไปหมด เป็นครั้งแรกที่ผมหมดความมั่นใจ ผมกลัว...กลัวที่จะเสียคุณไป” เพียงขวัญเชื่อว่าที่เขาไม่บอกความจริงก็เพื่อจะได้ทิ้งตนไปเมื่อเบื่อ ถามว่าทำแบบนี้กับผู้หญิงมากี่คนแล้ว “ไม่น่ะขวัญ...ผมไม่ใช่ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น”

“เขาเป็นแบบนั้น! ฉันเป็นย่าเขา ฉันรู้ดี หรือถ้าเธอไม่เชื่อ เธอไปค้นดูหนังสือพิมพ์ฉบับไหนก็ได้ คุณชายรณพีร์กับสาวสังคมทั้งพระนคร มีข่าวไม่เว้นแต่ละวันเชียวล่ะ” เสียงย่าอ่อนแทรกเข้ามา แล้วทำทีปลอบโยนเพียงขวัญให้ยอมรับสภาพเสีย เดี๋ยวจะให้คนรถพาไปส่งที่บ้าน

เพียงขวัญปฏิเสธและขอออกทางประตูด้านหลังวังอย่างนางรำ และจากนี้ไปเราจะไม่เจอกันอีก กราบขอบคุณแล้วลาไป ชายพีร์จะเดินตาม ถูกย่าอ่อนขวางไว้กระหนาบว่า “กลับเข้าไปในงาน แขกเหรื่อเยอะแยะ!”

ที่มุมหนึ่ง วิไลรัมภาจับตามอง เธอยิ้มเยาะอย่างสะใจ ส่วนย่าอ่อนมองตามเพียงขวัญยิ้มพอใจ!

ooooooo

จันทน์กะพ้อส่งเพียงขวัญถึงบ้าน เธอขอบใจเพื่อนบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่พอขึ้นห้องนอนก็ร้องไห้น้ำตาไหลพราก เช่นเดียวกับรณพีร์ที่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง เมื่อยอดยศมาขอพบก็บอกว่าขออยู่คนเดียวเวลานี้ไม่อยากพูดกับใครทั้งนั้น

พิมพรรณบอกยอดยศว่าปล่อยไว้ไม่นานชายพีร์ก็จะลืมผู้หญิงคนนั้นเหมือนเขา ยอดยศติงว่า

“พี่กับเพียงขวัญ พี่เป็นฝ่ายหลงเธอ เธอไม่เคยสนใจพี่ แต่วันนี้จากที่ดูสายตาทั้งสองคนเขาเหมือนจะรักกันจริงๆ”

ยอดยศยังชมว่าเพียงขวัญเป็นผู้หญิงที่วางตัวดีมาก ไม่ได้จ้องจับผู้ชายเหมือนที่ทุกคนคิด ย้อนถามว่า “แล้วถ้าไอ้พีร์กับเพียงขวัญเขารักกันจริงๆล่ะ”

“แต่คู่หมายของคุณชายรณพีร์ คือคุณวิไลรัมภาเพื่อนเรานะคะ”

“แต่ไอ้พีร์ไม่ได้รักคุณรัมภา และเราก็เป็นเพื่อนของไอ้พีร์เหมือนกัน” ยอดยศชี้ให้มองอีกด้านหนึ่งของปัญหา

ฝ่ายอัทธ์ วันนี้จะมาซ้อมมวย พอรู้เรื่องของเพียงขวัญ จากจันทน์กะพ้อ เขาลุกขึ้นบอกอย่างมั่นใจว่าเพียงขวัญชอบชายพีร์ ตนอยากคุยกับเพียงขวัญ วันนี้ขอไม่ซ้อมมวย ฝากลาพ่อปุ้มปุ้ยแล้วกลับไปอย่างร้อนใจ

เป็นเวลาที่อดุลย์มาที่บ้านนภา เพียงขวัญที่มีอคติกับผู้ชายระบายความเก็บกดอัดอั้นกับอดุลย์ ประณามว่าเขาทิ้งแม่ไป ถือว่าเกิดเป็นผู้ชายรวยเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น อดุลย์และนภางงกับท่าทีของเพียงขวัญวันนี้ อดุลย์ขอให้ใจเย็นๆค่อยๆคุยกัน เพียงขวัญหันขวับจ้องหน้าเขม็ง ปฏิเสธแข็งกร้าวว่า

“ไม่! เมื่อก่อนฉันแค่ไม่อยากยุ่งกับคุณ แต่ตอนนี้ ยิ่งเห็นหน้าฉันยิ่งเกลียดตัวเอง ยิ่งเกลียดผู้ชายทุกคน!”

เพียงขวัญหุนหันออกไปที่ศาลา พอดีอัทธ์มาถึง เขาบอกว่า “พี่รู้เรื่องนายพีร์แล้ว”

“ขวัญไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ทำให้ขวัญเสียใจจนได้ ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับขวัญด้วย”

อัทธ์กลับไปเล่าให้อดุลย์ฟัง อดุลย์รู้จัก ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ คาดว่าคงเป็นชายเล็ก เขาบอกอัทธ์ให้ดูแลน้องให้ดีๆ ตอนนี้น้องยังไม่ยอมรับพ่อ ถามอัทธ์ว่า “ถ้าพ่อจะตัดสินใจยกทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของเราให้กับน้อง?”

“แล้วแต่คุณพ่อจะเห็นสมควรเลยครับ” อัทธ์ตอบด้วยความยินดีเต็มใจ

ooooooo

เมื่อทุกคนที่บ้านนภารู้ว่า คุณพีร์ที่มาเข้านอกออกในที่บ้านราวกับญาติคนหนึ่งนั้น ที่แท้คือ ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ ต่างก็ตกใจ

ยิ่งเมื่อรู้จากชนะว่า ศักดาเคยบอกว่าคุณพีร์นี่รวยมากเป็นเจ้าของที่ดินสำคัญๆหลายแปลง ยายถามว่าแล้วทำไมเขาต้องมาโกหกเรา ชายพีร์มาถึงพอดีจึงขอชี้แจงว่า

“ผมจะอธิบายให้ทุกคนทราบความจริง วันนั้นผมจอดรถหน้าบ้านเพียงขวัญ เพราะสงสัยว่าเธอมาหลอกเพื่อนผมแบบที่ทุกคนเข้าใจหรือเปล่า แล้ววันนั้นก็เกิดเรื่องขึ้น” ชายพีร์เล่าถึงเหตุการณ์ที่ดำจะมาแย่งแดงไปจากนภาจนชกต่อยกับตน และเรื่องที่นภาเข้าใจว่าตนเป็นชาวนามาจากพิจิตร ชายพีร์ยอมรับผิดและขอโทษที่โกหกคราวนั้น

“บ้านนี้ไม่ต้อนรับคุณ” เพียงขวัญออกจากห้องมาไล่ ประณตก็ขอตัวไปตกกุ้ง นภาถอนใจแล้วเดินออกไป เหลือแต่ยายที่เดินไม่สะดวก บอกชายพีร์ที่ยืนหน้าเสียว่า

“ยายแก่แล้ว เห็นโลกมามาก ไม่มีแรงจะโกรธใครหลอกลูก แต่สำหรับคนอื่นๆในบ้าน คุณชายก็ไปอธิบาย ให้เขาเข้าใจเองก็แล้วกัน”

ชายพีร์ถอนใจกับปัญหาหนักอึ้งที่ต้องเผชิญ แต่เมื่อมีใจบริสุทธิ์และตั้งใจจริงก็ไม่มีอะไรขวางกั้นได้ เขาไปหา ประณตที่หลบไปนั่งตกกุ้ง ประณตพูดอย่างใจกว้างว่า ชายพีร์จะเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ ขอแต่ให้รักพี่ขวัญ ตนก็พอใจแล้ว

เมื่อไปหาบุหลันที่มีอคติกับผู้ชายอย่างฝังใจ บุหลันบอกชายพีร์ให้เห็นใจเพียงขวัญบ้าง กลับไปเสียเถอะ ชายพีร์ยกมือไหว้ขอโทษ บุหลันลุกเดินไปอย่างไม่หายเคือง

สุดท้ายคือนภา ชายพีร์เข้าไปกราบขอโทษ เล่าเรื่องในอดีตนับแต่เริ่มเข้าหาเพียงขวัญเพื่อช่วยพิมพรรณ จนกลายเป็นความรู้สึกที่คิดถึงแต่เธอจนไปมาหาหาสู่เป็นแขกประจำของบ้าน เล่าอย่างไม่หายกังวลว่า

“เวลานั้น ผมกลัวไปหมด ม.ร.ว.รณพีร์ เกิดมาไม่เคยผิดหวังเลยครับ ผมเรียน ผมสอบจนเป็นนักบิน มีแต่ผู้หญิงมารายล้อม ส่วนขวัญนับวันยิ่งแสดงออกว่าเธอไม่ต้องการใคร คนสมบูรณ์พร้อมอย่างยอดยศเธอยังปฏิเสธไม่ใยดีผมเห็นกับตา”

“คุณเลยคิดว่าถ้าคุณบอกความจริงเธอจะปฏิเสธ คุณ?

“ใช่ครับ ผมโง่มากใช่ไหมครับ ผมขอสารภาพว่า พอรู้จักขวัญ ผมกลายเป็นคนสับสน ไม่ว่าทำอะไรก็ดูผิดพลาดไปหมด รวมทั้งครั้งนี้ด้วย”

“คุณยอมรับผิดก็ดีแล้ว สำหรับน้า คนทำผิดแล้วยอมรับผิด น้าจะอภัยและให้โอกาสเขาแก้ตัว แต่สำหรับขวัญ น้าไม่แน่ใจ”

“ผมเข้าใจครับ ขอบคุณครับ” รณพีร์ไหว้ อุ่น ใจขึ้นที่เหลือปราการด่านสุดท้ายคือเพียงขวัญ

เพียงขวัญแอบได้ยิน พอชายพีร์ไหว้ขอบคุณนภาเธอก็รีบผลุบเข้าห้องปิดประตูลงกลอนทันที ชายพีร์ไปเคาะประตูเรียกให้ออกมาคุยกัน เมื่อไม่มีเสียงตอบ ชายพีร์บอกว่าถ้าเธอไม่เปิดประตูออกมาคุยกัน ตนก็จะไม่กลับ แล้วนั่งลงหน้าห้องตั้งหลักพรรณาถึงความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้งสะเทือนใจว่า...

“เพียงขวัญ ผมเอาแหวนมาคืนคุณ แหวนวงนี้ผมตั้งใจที่จะมอบให้กับผู้หญิงของผมคนเดียว และคุณคือผู้หญิงของนายพีร์ ผมคือนายพีร์ไม่ใช่หม่อมราชวงศ์รณพีร์อะไรนั่น ผมคือนายพีร์คนรักคุณสุดหัวใจนะคุณขวัญ เพียงขวัญ...รับแหวนวงนี้ของคุณคืนไปเถอะนะครับ นะครับ...ขวัญ...”

ไม่ว่าชายพีร์จะนั่งพรรณนา ขอร้องอ้อนวอนอย่างไร นานแค่ไหน เพียงขวัญก็ยังเงียบ บุหลันมาบอกว่ากลับไปเสียเถิดเชื่อว่าเพียงขวัญไม่ออกมาแน่ นภาก็ บอกว่า คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไร วันนี้กลับไปก่อนเถอะ ชายพีร์จึงยอมกลับอย่างห่อเหี่ยวผิดหวัง

แต่พอชายพีร์กลับไปเท่านั้น เพียงขวัญที่แอบฟังอยู่ในห้องก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นไว้ได้ต่อไป...

ooooooo

หลังจากศักดาตกลงให้ชนะเป็นคนสร้างหนังกินรีต่อให้จบแล้ว ชนะก็หมกมุ่นอยู่กับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่จะนำมาใช้งาน ศักดาขอร้องว่าเลิกเสียเถิด เพราะของพวกนี้เราทำสู้ฝรั่งไม่ได้หรอก ตอกย้ำกับชนะว่า

“สิ่งที่ผมอยากให้คุณพัฒนาต่อไป คือบทภาพยนตร์นักแสดง เอฟเฟกต์ เทคนิคต่างๆในการถ่ายทำ อนาคตของภาพยนตร์ไทยจะใช้เทคนิคพวกนี้มากขึ้น คิดดูสิครับ ถ้าเราสามารถถ่ายทำให้ดูจริง คนดูเชื่อในความสมจริงของหนังเรา คนก็จะมาดูหนังไทยกันมาขึ้นนะครับ”

“จริงครับ ใช่ ถูกของคุณศักดา” ชนะยอมรับเหตุผลของศักดาอย่างดุษฎี

หลังจากนั้น ศักดาเอาบทหนังมาบอกชนะว่าตนอ่านแล้วสนุกดีอาทิตย์หน้าน่าจะถ่ายทำได้เลย ส่วนเรื่องทีมงานถามชนะว่าตนจะจ้างมืออาชีพมาทำดีไหม

เพียงขวัญอยากให้ใช้ทีมเดิมเพราะพวกเขาได้ค่าตัวจากเสี่ยเพ้งยังไม่ครบ ชนะจำใจยอม ส่วนศักดาตามใจเพียงขวัญแล้วเผลอบ่นว่า วันนี้ไอ้พีร์ไม่เห็นมาประชุม เพียงขวัญพูดเหน็บขึ้นทันทีว่า “คุณชายรณพีร์คงไม่มีอีกแล้วค่ะ”

ศักดาทำไก๋ถามว่าใครคือคุณชายรณพีร์ เพียงขวัญบอกว่าตนรู้ความจริงหมดแล้ว ชนะถามว่า ความจริงอะไรหรือ

“เฮ้อ...ก็นายพีร์น่ะครับ ที่จริงคือ ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ” ศักดาบอกอย่างเหนื่อยใจ

เมื่อศักดาไม่ขัดข้องที่จะใช้ทีมงานเดิมทำงานต่อ ทำให้ทุกคนที่เคยถูกบงกชเป่าหูปั่นหัวจนเกลียดชังเพียงขวัญเข้าใจเธอดีขึ้น ยิ่งเมื่อเธอขอให้ศักดาจ่ายค่าแรงให้คนเหล่านี้ทันทีที่เสร็จงาน ทุกคนก็ยิ่งดีใจที่เธอเข้าใจหัวอกคนหาเช้ากินค่ำ

เมื่อเริ่มถ่ายทำต่อ ชนะบอกกล่าวกับรูปของราตรีอย่างภาคภูมิใจว่า

“ราตรี...ฉันบันทึกระบำกินรีร่อนของเธอ ที่สอนเพียงขวัญไว้บนแผ่นฟิล์มแล้วนะ จากนี้ไปคนรุ่นหลังจะได้เห็นระบำชุดนี้ของเธอ”

ooooooo

อดุลย์พยายามที่จะเอาชนะใจเพียงขวัญ เมื่อรู้ว่าเธอจะต้องไปถ่ายหนังต่อ และต้องไปโชว์ตัวหนังเรื่องนางเสือดาวด้วย จึงซื้อผ้าเนื้อดีจากต่างประเทศมาให้ตัดเสื้อผ้า เป็นเวลาเดียวกับที่เดชก็เอาโปสเตอร์หนังนางเสือดาวมาฝาก

เพียงขวัญรับโปสเตอร์ของเดช แต่ไม่รับผ้าที่อดุลย์เอามาให้ อดุลย์บอกเธอว่ารู้เรื่องชายพีร์หมดแล้ว ให้กำลังใจเธอว่า เธอไม่ได้มีอะไรด้อยกว่าชายพีร์เลย เพราะเธอมีพ่อเป็นเจ้าของปางไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ จะพาเธอไปประกาศให้คนที่วังจุฑาเทพรู้ฐานะที่แท้จริงของเธอ

เพียงขวัญไม่รับของและไม่รับความปรารถนาดีของอดุลย์ ยืนยันว่าตนเป็นเด็กกำพร้า พ่อเป็นใครไม่รู้ อดุลย์ยังรบเร้าจะพาไปแสดงฐานะแท้จริงของเธอแก่

วังจุฑาเทพ เมื่อเธอไม่ยอมไปก็จะไปเอง

“ถ้าคุณไป ฉันจะไม่พูดกับคุณอีก คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉันนะคะ” เพียงขวัญยื่นคำขาด ทำให้อดุลย์ชะงักยอมถอย เพราะไม่ว่าจะเพียรพยายามอย่างไรก็ไม่อาจทำให้เพียงขวัญยอมรับเขาได้

เวลาเดียวกัน ที่วังจุฑาเทพ คุณเดือนจากห้องเสื้อเดือนเพ็ญมาวัดตัวชายใหญ่กับมะปราง เพื่อตัดชุดแต่งงาน ย่าอ่อนเรียกชายพีร์ให้มาวัดตัวด้วย ถูกชายพีร์ปฏิเสธด้วยสีหน้าขึงขังว่า

“เรื่องแต่งงานของผม ยกเลิกไปเถอะครับ ผมคงไม่แต่งงานหรอกครับ ขอโทษนะครับน้องวิไลรัมภา กราบขอโทษหม่อมย่าเอียดครับ” พูดแล้วเดินออกไปเลย ย่าอ่อนเรียกก็ไม่ฟังเสียง เลยได้แต่มองตามตาพองไปอย่างไม่พอใจ

วิไล​รัมภา​ยัง​ไม่​ละ​ความ​พยายาม หว่านล้อม​ชาย​พี​ร์​เมื่อ​มี​โอกาส​ว่า เมื่อ​ชาย​พี​ร์​เลิก​กับ​เพียง​ขวัญ​แล้ว ทำไม​ไม่​เปิด​ใจ​ให้​ตน​บ้าง คู่​แต่งงาน​หลาย​คู่​ไม่ได้​รัก​กัน แต่​พอ​อยู่ๆไป​ก็​รัก​กันเอง

“น้อง​รัม​ภาค​รับ พี่​อยาก​ให้​น้อง​รัมภา​ทราบ

แต่​งงาน​กัน​ไป​ก็​ไม่ได้​รัก​กัน พี่​รัก​เพียง​ขวัญ ถ้า​ไม่​ใช่​เพียง​ขวัญ ​พี่​จะ​ไม่​แต่งงาน​ตลอด​ชีวิต!”

วิไล​รัมภา​ช็อก แต่​ยัง​ไม​่ยอม​แพ้! เธอ​จึง​ไป​ที่​กอง​ถ่าย​หนัง​ ทำ​ที​เป็น​แฟน​หนัง​ของ​เพียง​ขวัญ เอา​กระเป๋า​ถือ​ราคา​แพง​มา​ให้​บอก​ว่า​ซื้อ​มา​ฝาก เพียง​ขวัญ​ไม่​รับ​เธอ​จึง​ชวน​ออก​ไป​ทาน​ข้าว​ด้วย​กัน ​อ้าง​ว่าขอ​อนุญาต​ศักดา​แล้ว

ระหว่าง​ทาน​ข้าว วิไล​รัมภา​เปิดเผย​ว่า วัน​ที่​เพียง–​ขวัญ​ไป​รำ​งาน​วัน​เกิด​หม่อม​เ​อี​ยด ที่​วัง​จุฑา​เทพ​นั้น​ ตน​เป็น​คน​ติดต่อ​ไป​เอง เพียง​ขวัญ​จึง​นึก​ได้​ถึง​วัน​ที่​เจอ​วิไล​รัมภา​กับ​ชาย​พี​ร์​ที่​สโมสร ชาย​พี​ร์​บอก​ว่า​เป็น​ญาติ​พี่น้อง​กัน วิไล​รัมภา​อวดอ้าง​ว่า ตน​เป็น​คู่หมั้น​ของ​ชายพีร์ และ​ผู้ใหญ่​ก็​จะ​จัด​งาน​แต่ง​ให้​เร็วๆนี้​ แล้วจะ​เชิญ​เพียงขวัญ​ไป​รำ​แสดง​ความ​ยินดี​ใน​งาน​ด้วย

เพียง​ขวัญ​วาง​ช้อน​ส้อม​ทันที ถาม​อย่าง​รู้ทัน​ว่า​วิไล​รัมภา​มา​พูด​เพื่อ​ตอก​ย้ำ​เรื่อง​นี้​อีก​ครั้ง บอก​เธอ​ว่า ตน​เลิก​ติดต่อ​กับ​ชาย​พี​ร์​แล้ว ทุก​วัน​นี้​ตน​อยู่​สบาย​ดี​ ไม่​จำเป็น​ต้อง​ไล่​จับ​ผู้ชาย​รวยๆ อย่าง​ที่​เธอ​คิด พูด​แล้ว​ลุก​จะ​กลับ วิไล​รัมภา​จะ​ให้​รถ​ไป​ส่ง เพียง​ขวัญ​ปฏิเสธ พูด​ทิ้ง​ไว้​อย่าง​เจ็บแสบ​ว่า

“คุณ​ไม่​เหนื่อยเ​หรอ​คะ ที่​จะ​ต้อง​เสแสร้ง​ทำ​ดี​

กับ​ฉัน​แบบ​นี้ แต่​ฉัน​เหนื่อย​ค่ะ เรา​อย่า​เจอ​กัน​อีก​เลย​นะ​คะ สวัสดี​ค่ะ”

เพียง​ขวัญ​กลับ​ถึง​กอง​ถ่าย​ด้วย​สีหน้า​ปกติ  แต่แล้ว​ก็​เจอ​ชาย​พี​ร์​มา​ดัก​พบ  บอก​รัก​เธอ  ​รัก​ใน​ฐานะ​นาย​พี​ร์​ผู้ชาย​ธรรมดาๆคน​หนึ่ง  ยืนยัน​ว่า​คน​ที่​ตน​จะ​แต่งงาน​ด้วย​คือเธอ​คน​เดียว  ผิด​จาก​นี้​ก็​จะ​ไม่​แต่งงาน​เลย​ตลอด​ชีวิต  ​และสวม​แหวน​ช่อ​ให้​ที่​นิ้ว​นาง​เธอ

วิไล​รัมภา​ตาม​มา​เห็น​ตา   เธอ​ช็อก​ทำ​อะไร​ไม่​ถูก ได้​แต่​กรีด​ร้อง​น้ำตา​ไหล​พรากๆจน​เพื่อนๆต้อง​เข้า​ประคอง กระนั้น​วิไล​รัมภา​ยัง​บอก​กับ​เพื่อนๆว่า “อย่า​คิด​นะ​ว่าฉัน​จะ​ยอม​แพ้​นัง​นั่น!”

ooooooo

ประณต​เพียร​พยายาม​เรียน​จน​สอบ​ได้ที่ 3 จาก​เกือบ​ที่​โหล่​เมื่อ​ปีกลาย  ส่วน​สลัก​จิต​ยัง​ครอง​ที่​หนึ่งได้​อย่าง​เหนียวแน่น  สลัก​จิต​เอา​อมยิ้ม​มา​ให้​ประณต​เป็น​รางวัล  ประณต​บ​อก​ว่า​ได้ที่ 3 เพราะ​มี​เธอ​เป็น​กำลังใจ

“ไม่​ใช่​สัก​หน่อย  เพราะ​เธอ​อยาก​เป็น​นักบิน​ต่างหาก”

“เรา​เป็น​นักบิน  เธอ​เป็น​พยาบาล​ทหาร​อากาศ  เรา​จะ​เป็น​เพื่อน​กัน​ตลอด​ไป” ประณต​หยิบ​ขนม​ตาล​ของตน​แบ่ง​ให้​สลัก​จิต ทั้ง​สอง​นั่ง​ทาน​ข้าว​กลางวัน​กัน​ใน​บรรยากาศ​ที่​เป็น​มิตร

เมื่อ​สอบ​ได้ที่​ดี​ขึ้น ประณต​คิดถึง​ชาย​พี​ร์​ที่​เป็นแรง​บันดาล​ใจ​ให้​ตน​เพียร​พยายาม  จึง​จะ​ไป​บอก​เขา​ที่​สนามบิน​ดอนเมือง  ฝาก​แดง​ว่า​ถ้า​ใคร​ถาม​ก็​บอก​ว่า​ตน​ไป​เตะ​บอล​กับ​เพื่อน  จะ​กลับ​ค่ำๆ  แล้ว​วิ่ง​อ้าว​ออก​ไป​เรียก​มอเตอร์ไซค์​ไป​ส่ง​ดอนเมือง

เพียง​ขวัญ​กลับ​มา​เห็น​หลัง​ประณต​ไวๆจึง​รีบ​ตามไป เจอ​ชาย​พี​ร์​ถาม​ว่า​ประณต​อยู่​ไหน  ชาย​พี​ร์​บอก​ว่า​ไม่​เห็น พอดี​มีเสียง​ประกาศ​ว่า​มี​นักเรียน​ประสบ​อุบัติเหตุ​รถ​คว่ำ​ที่​ถนน​หน้า​ฐานทัพ นักเรียน​ได้​รับ​บาดเจ็บ เพียง​ขวัญ​ตกใจ​นึก​ว่า​เป็น​ประณต​คว้า​มือ​ชาย​พี​ร์​เร่ง​ให้​รีบ​พา​ไป​ดู

ความ​ห่วงใย​ประณต​ทำให้​เพียง​ขวัญ​ลืม​ความบาด-หมาง​กับ​ชาย​พี​ร์​กุม​มือ​เขา​และ​นั่ง​ซ้อน​ท้าย​มอเตอร์ไซค์​ไป​อย่าง​ใกล้​ชิด  ​ให้​ความรู้สึก​ดีๆแก่​ชาย​พี​ร์​มาก แต่พอไป​ถึง​ปรากฏ​ว่า​เด็ก​นักเรียน​ที่​บาดเจ็บ​ไม่​ใช่​ประณต  พอดีจ่าเวร​มา​บอก​ชาย​พี​ร์​ว่า​มี​เด็ก​มา​ขอ​พบ ที่แท้​คือ​ประณต​นั่นเอง

เพียง​ขวัญ​ดุ​ประณต​ตาม​ธรรมเนียม​แต่​ไม่​จริงจัง​นัก ประณต​ขอร้อง​ว่า​ไหนๆก็​มา​แล้ว  ​ตน​ขอ​ดู​การ​ฝึก​ของ​ทหาร​ก่อน​ได้​ไหม  เพียง​ขวัญ​อนุญาต​ให้​ดู​ได้​หนึ่ง​ชั่วโมง ประณต​ดีใจ​มาก​คว้า​มือ​ชาย​พี​ร์​พา​กัน​ไป​ดู​ทหาร​ที่​ฝึก​กัน​อย่าง​เข้มแข็ง

ประณต​ได้​เห็น​ชีวิต​ทหาร​ที่​ทุก​คน​นุ่งห่ม​กิน​อยู่เหมือน​กัน​หมด ถาม​ว่า​ชาย​พี​ร์​ก็​ต้อง​กิน​อยู่​อย่าง​นี้​เหมือน​กันหรือ

ชาย​พี​ร์​ยืนยัน​ว่า​ตน​ต้อง​กิน​อยู่​เหมือน​ทุก​คน  ตนไม่ ได้​สูง​ศักดิ์​อะไร​เลย  เห็น​เพียง​ขวัญ​ยืน​ฟัง​ชาย​พี​ร์​ได้จังหวะ​บอก​ว่า

“ถ้า​คุณ​บอก​ว่า​คุณ​เป็น​ลูก​เมียน้อยเพราะ​เลือกเกิด​ไม่ได้  ผม​ก็​เลือก​เกิด​ไม่ได้​เหมือน​กัน  คุณ​กำลัง​โกรธใน​สิ่ง​ที่​ผม​เลือก​ไม่ได้​อย่าง​นั้น​หรือ” เพียง​ขวัญ​บอก​ว่าตน​ไม่ได้​โกรธ​เขา​แต่​โกรธ​ตัว​เอง “คุณ​ขวัญ​ครับ ที่​กองบิน​ผม​ให้​เพื่อน​เรียก​ชื่อ​ผม​เฉยๆไม่​มี​คำ​ว่า​คุณชาย เพราะ​ผม​มี​ความ​สุขมาก​ที่​เขา​ทำตัว​กับ​ผม​ตาม​ปรก​ติ  ผม​จงใจ​ไม่​บอก​คุณ​อยู่​นาน​เพราะ​ผม​อยาก​เป็น​แค่​นาย​พี​ร์ นาย​พี​ร์​กับ​ผู้หญิง​ของ​เขา​ที่​เขา​รัก​จริงๆ”

เพียง​ขวัญ​นิ่ง​ไป​กับ​คำ​พูด​และ​แวว​ตา​จริงจัง​ของ​ชาย​พี​ร์

ประณต​ถาม​ชาย​พี​ร์​ว่า  ​ถ้า​ตน​อยาก​เป็น​เพื่อน​กับ​สลัก​จิต​ก็​ต้อง​อดทน​ใช่​ไหม  ชาย​พี​ร์​ย้ำ​ว่าความ​เป็น​เพื่อน​สำคัญ​มาก ชีวิต​ข้าง​หน้า​เรา​ยัง​ต้อง​เจอ​อะไร​อีก​มากมาย ความ​เป็น​เพื่อน​ความ​เชื่อใจ​ที่​เรา​มี​ให้​กัน​สำคัญ​ที่สุด  บอก​ประณต​ว่า

“ถ้า​คุณ​ประณต​เห็น​ว่า​สลัก​จิต​เป็น​คน​สำคัญ​ขนาด​นั้น​ก็​ต้อง​สู้​นะ​ครับ พี่​ก็​จะ​สู้​เหมือน​กัน ไม่​ยอม​แพ้​หรอก”

สอง​หนุ่ม​ต่าง​วัย​กำหมัด​แน่น​อย่าง​ตั้งใจ​จะ​สู้​ไป​ด้วย​กัน เพียง​ขวัญ​มอง​ชาย​พี​ร์​ด้วย​แวว​ตา​ที่​อ่อน​ลง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.