ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ประณตกับแดงเห็นเพียงขวัญถูกเอาตัวไป ตกใจร้องไห้วิ่งหาคนไปช่วย เจอชายพีร์ขี่มอเตอร์ไซค์มาหาเพียงขวัญพอดี พอรู้ว่าเพียงขวัญถูกลูกน้องเดชลักพาตัวไป พอรู้ว่าพวกมันซ่องสุมกันอยู่ที่ไหน ชายพีร์ บ่ายหน้าไปทันที

มันเป็นบาร์เล็กๆ ชายพีร์ไปถึงก็บุกเดี่ยวเข้าไปตะโกนถาม

“พวกแกเอาเพียงขวัญไปไว้ที่ไหน!”

พอพวกลูกน้องเดชได้ยิน ก็รุมกันเข้ามาแบบหมาหมู่

แต่ที่แท้มันเอาเพียงขวัญไปไว้ที่โกดังมีดำกับเพื่อนเฝ้าอยู่ ทั้งสองต่างรอคอยว่าเดชจะเอาอย่างไรและเมื่อไรเหมที่พายายไปผ่าตัดจะกลับมา ขณะมันกำลังเบื่อๆเซ็งๆ ชายพีร์ก็ขับรถเข้าไป พอดำเห็นชายพีร์ก็จำได้ว่าวันก่อนเคยประลองกำลังกันแล้ว ดำพูดอย่างไม่หายแค้นว่า

“นึกว่าใคร คราวที่แล้วกูเผลอหรอก คราวนี้กูไม่เอามึงไว้แน่!” ชายพีร์บอกว่าตนไม่อยากมีเรื่องแค่จะมารับเพียงขวัญกลับเท่านั้น ดำถามเย้ยว่า “ใครบอกว่าเพียงขวัญ อยู่นี่ แกมองไปรอบๆสิ แกเห็นเพียงขวัญไหมล่ะ มึงกับกูมาวัดกันด้วยกำปั้น เข้ามาเลย!” ดำท้าเหยงๆแล้วลุยเข้าหา ลูกน้องกรูกันเข้ามาช่วย

แต่ฝีมือมวยวัดที่เก่งแต่หมาหมู่มีแต่ความบ้าระห่ำ เลยถูกชายพีร์ที่ได้รับการฝึกปรือมาอย่างดีเล่นงานลูกน้องสลบไปก่อน แล้วหันมาเล่นงานดำจนใกล้สลบแต่มันยังปากแข็งจนหมดสติไปก็ยังไม่ยอมบอกที่ซ่อนเพียงขวัญ

ชายพีร์ยืนคว้างอยู่กลางโกดัง ตะโกนเรียก “เพียงขวัญ...เพียงขวัญ...” พลันก็ได้ยินเสียงเพียงขวัญพยายามดิ้นให้ผ้ามัดปากหลุด ชายพีร์ตะโกน “รอผมหน่อย...” พลางจะวิ่งขึ้นไป

“มึงเป็นใคร นี่เป็นถิ่นพี่เดชคำแหง ออกไปซะ อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น” นาถโผล่เข้ามาอย่างมาดร้าย สั่งลูกน้องให้ไปลากคอชายพีร์มา เพียงขวัญมองด้วยความเป็นห่วงเพราะนาถมีปืนแต่ชายพีร์มือเปล่า

ลูกน้องนาถวิ่งไปก็เห็นชายพีร์แล้ว ยืนหันซ้ายหันขวางงว่าชายพีร์หายไปไหน จู่ๆ ก็มีจุกไม้ก๊อกยิงมาเข้าตาอย่างแม่นยำ มันร้องราวกับควายถูกเชือดเอามือกุมเบ้าตา ชายพีร์ยิงจุกไม้ก๊อกใส่ตาสมุนอีกคนและนาถจนทั้งสามกุมตาร้องโอดโอย ชายพีร์ถือโอกาสที่นาถเผลอเข้าไปเตะต่อยจนแย่งปืนไปได้ โยนปืนทิ้งแล้วจับนาถเหวี่ยงไปจนสลบ พูดอย่างสะใจ

“มันไม่สำคัญที่ปืนจริงหรือปืนปลอม สำคัญที่ฝีมือโว้ย!”

ในที่สุด ชายพีร์ก็ช่วยเพียงขวัญได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เพียงขวัญขอบคุณเขาไม่ขาดปาก ความรู้สึกดีๆ ประทับใจ ซาบซึ้งใจ ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในหัวใจเธอ...

ooooooo

ระหว่างที่ให้เหมเอายายไปผ่าตัดและให้ดำไปดักจับตัวเพียงขวัญ เดชคำแหงก็นั่งตีระนาดเพลงรักอย่างเข้าถึงอารมณ์ บางครั้งก็พรรณนาความรักออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม

เมื่อมานั่งคุยกับนภาที่ห้องโถง เดชบอกนภาว่า

“ถ้าพี่ไม่ทำอย่างวันนี้ ไม่มีใครพายายไปผ่าตัดได้หรอกถูกไหม พี่จะเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆในบ้านนี้ให้เรียบร้อยทั้งหมดนี้ทำไปเพราะพี่รักนภา”

“รักหรือ ฮึๆ...พี่มีอำนาจอย่างทุกวันนี้เพราะพี่ขายยา เปิดบ่อนให้คนมั่วสุมจนหมดตัว คนทำมาหากิน พี่ก็ปล่อยเงินกู้เรียกดอกจนคนไม่มีปัญญาจ่าย คนไหนที่ไม่เล่นการพนัน ไม่พึ่งเงินกู้พี่ก็เรียกเก็บค่าคุ้มครอง คนที่รู้จักความรักจะไม่มีวันทำแบบนี้” นภาแค้นจนลืมกลัวที่เดชใช้อำนาจทำกับแม่และเพียงขวัญตามอำเภอใจเช่นนี้

“พี่ปกครองคนในอาณาเขตของพี่ ด้วยวิธีของพี่ ขืนปล่อยไป คนอื่นก็มาทำแบบนี้กับเขาอยู่ดี อยู่กับพี่ ให้พี่คุ้มครองดีที่สุดแล้ว”

“ใช้อำนาจควบคุมทุกอย่าง แม้แต่ความรัก พี่อยากให้คนบ้านนี้ติดหนี้บุญคุณพี่ พี่จะใช้อำนาจเข้าไปจัดการ อย่างนี้เหรอวิธีของพี่” นภาย้อนถาม

“แม้แต่คนรักพี่ก็ต้องควบคุม เขาจะได้สิ่งที่ดีที่สุดจากพี่ เพราะถ้าพี่ปล่อยเขาไป เขาอาจจะไปทำอะไรผิดๆ
เช่นเลือกคนผิดเหมือนเลือกนายอดุลย์”

“คิดไปเอง คิดไปเองทั้งนั้น! มันใช่ความรักที่ไหน สิ่งที่ดีที่สุดในความคิดของพี่ มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน สำหรับคนในบ้านนี้!”

นภาพูดอย่างไม่หวาดหวั่น ทำให้เดชไม่พอใจ มองเหี้ยม พูดนิ่งจนดูน่ากลัวว่า...

“มีรักแล้วแย่งชิง นี่ต่างหากคือรักจริง! รักขนาดยอมเป็นคนเลว รักขนาดเสียเขาไปไม่ได้! รักขนาดไม่ยอมแพ้ใครหน้าไหน ไม่ยอมแพ้ทั้งนั้น! คนอย่างพี่มันมีอยู่ในโลกแห่งความจริงนะน้องนภา”

นภาลุกขึ้น เดชถามว่าจะไปไหน นภาบอกว่าจะไปรอลูกที่ศาลา แต่ไม่ทันได้ออกไป ชายพีร์ก็เดินนำเพียงขวัญ ประณตและแดงเข้ามา เพียงขวัญโผเข้ากอดนภา ต่างร้องไห้ด้วยความดีใจ

เดชจ้องชายพีร์เขม็งถามอย่างผู้ยิ่งใหญ่ “เอ็งเป็นใคร!”

“จะเป็นใครไม่สำคัญ แต่ผมไม่เลือกเป็นอันธพาลเหมือนคุณ” เดชถามว่าเป็นคู่รักเพียงขวัญหรือ “จะใช่หรือไม่ใช่ ผมก็จะปกป้องเขา ปกป้องคนในบ้านนี้ คุณต้องการอะไรถึงทำแบบนี้”

“อ๋อ...พวกคนหนุ่มคลั่งความรัก” เดชเยาะ ชายพีร์ไม่สนใจตั้งท่าท้าว่าตนพร้อมแล้ว เข้ามาเลย ขณะทั้งสองกำลังตั้งท่าจะลุยใส่กันนั่นเอง เหมกับบุหลันก็กลับมาถึง นภาถามว่าแม่เป็นยังไงบ้าง

“หมอบอกว่าปลอดภัยแล้ว แต่ต้องนอนโรงพยาบาลระยะหนึ่ง” บุหลันบอก

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับนาย  ไอ้คนนี้มันเป็นใครจัดการมันเลยไหมครับ” เหมกร่าง สะอึกเข้าไปสมทบกับเดชและลูกน้องเตรียมรุมชายพีร์ ชายพีร์ในสภาพที่ร่างกายบอบช้ำก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย แต่จู่ๆ เดชก็ห้ามเหม

“ใจเย็นๆ ไอ้หนุ่มคนนี้มันคงสนใจหนูเพียงขวัญของเขา ฮึๆ เจ็บไปทั้งตัวยังจะบ้าดีเดือด ฮึๆ ถ้าเราตีมันให้ช้ำในตาย  หนูเพียงขวัญของข้าคงไม่ชอบใจแน่”

“ฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณ!” เพียงขวัญโต้ เหมลำเลิกว่าวันนี้เดชจ่ายเงินไปมากแล้วให้รู้จักสำนึกบ้าง “เราไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์คุกคามกักขังฉัน แม่ฉัน และคนในบ้านนี้ด้วย”

เพียงขวัญเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวจนเดชทึ่ง พูดกับนภายิ้มๆ เสียงอ่อนลงว่า

“แต่พี่สุขใจจริงๆที่ได้อยู่ใกล้แม่นภาแบบนี้ ฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้ทุกวัน...” เดชเดินหัวเราะชอบใจออกไป พวกลูกน้องพากันตามไปเป็นพรวน

เมื่อพวกเดชกลับไปแล้ว เพียงขวัญไปต้มน้ำเพื่อล้างแผลให้ชายพีร์ นภาขอบคุณชายพีร์อย่างซาบซึ้ง ชายพีร์พูดอย่างสุภาพถ่อมตนว่า

“ไม่เป็นไรครับ เพียงขวัญเป็นเอ้อ...เป็นเพื่อนสนิทของผม ยังไงผมก็ต้องช่วย ห่วงแต่ว่านายเดชคำแหงจะไม่เลิกราง่ายๆสิครับ”

นภาบอกให้ไปอาบน้ำกินยาแล้วรีบนอนเสีย เดี๋ยวจะไข้ขึ้น ทีแรกชายพีร์ก็ทำท่าจะกลับ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

“เอ้อ...ค้างก็ดีครับ ลุงชนะอยู่อนามัย น้าบุหลันไปเฝ้ายาย ที่นี่มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก ผมค้างที่นี่ก็แล้วกันครับ”

นภายิ้มให้เป็นการอนุญาต

คืนนี้ ที่บ้านเพียงขวัญ ทุกคนนอนกันอย่างอุ่นใจรู้สึกปลอดภัยที่มีชายพีร์อยู่ด้วย...

ooooooo

แม้จะเจ็บตัวปวดเมื่อยจากที่ได้ออกกำลังกับเดชและลูกน้อง แต่คืนนี้ ชายพีร์นอนอย่างมีความสุขมาก...

แต่พอรุ่งขึ้นกลับวังจุฑาเทพ ชายพีร์ก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด เมื่อทั้งหม่อมเอียดและย่าอ่อนคอยอยู่อย่างเคร่งเครียด พอชายพีร์คลานเข่าเข้าไป หม่อมเอียดก็เปิดฉากทันที

“สุภาพบุรุษ ต่างกับผู้ชายธรรมดาตรงที่สุภาพบุรุษให้เกียรติผู้อื่น สิ่งที่ทำกับคุณชายเทวพันธ์ ขนาดผู้ชายธรรมดายังถือว่าไม่สมควร”

“ตอนผมอยู่ที่โน่น ผมเห็นสิ่งหนึ่งในตัวน้องรัมภาที่มองข้ามมานาน น้องรัมภาสวยมาก...เธอไม่เหมือนวิไล–รัมภาเด็กที่เอาแต่ใจคนเดิม เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผม เธอยอมผม ยอมมากจนไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงคนอื่นจะยอมผมอย่างน้องรัมภาหรือเปล่า”

ทีแรกหม่อมเอียดกับย่าอ่อนก็ยิ้มให้กันอย่างพอใจ แต่พอฟังมาถึงตอนนี้ ย่าอ่อนชักสีหน้าถามว่าผู้หญิงที่ไหน!

“ความรักไม่เหมือนข้าวของ ยิ่งเยอะยิ่งดี แบบนั้นคงไม่ใช่คนที่สวยจัด อาจสวยที่สุดสำหรับเรา คนที่ดื้อกับเราอาจทำให้เราพอใจก็ได้...คุณย่าครับ ถ้าผมจะรักน้องรัมภา ผมคงต้องรักที่ตัวเธอเอง จิตใจของเธอเอง ไม่ใช่ให้เธอพยายามทำโน่นทำนี่ เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ผมรัก”

“ชายพีร์ลืมสัญญาระหว่างเราสองตระกูลไปแล้วหรือ” หม่อมเอียดถาม ใจไม่ดี

“ผมไม่ได้ลืมหรอกครับหม่อมย่า แต่หม่อมย่าจะให้ผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รักหรือครับ หม่อมย่าให้ผมเลือกผู้หญิงของผมเองไม่ได้หรือครับ”

ชายพีร์พูดด้วยเหตุผลทั้งทางคุณธรรมและทางใจ อย่างสุขุม สุภาพอ่อนน้อม แล้วจึงขอตัวขึ้นข้างบน

เมื่อชายพีร์ออกไปแล้ว หม่อมเอียดปรารภกับย่าอ่อนว่า

“ชายพีร์กำลังบอกเราว่าถึงยังไงเขาก็ไม่รักหนูรัมภา ชายพีร์มีผู้หญิงที่รักอยู่แล้ว” ย่าอ่อนสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครถึงทำให้ชายพีร์หลงใหลได้ขนาดนี้ หม่อมเอียดนิ่งไปครู่หนึ่งจึงพูดอย่างมุ่งมั่น “อย่าคิดว่าย่าจะยอมแพ้ง่ายๆ นะชายพีร์”

ooooooo

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนเดินหน้าต่อ ไปหาผู้การฯ ขอให้หาเหตุผลใหม่ย้ายชายพีร์ไปต่างจังหวัด

ผู้การฯปฏิเสธนิ่มๆ แต่เจ็บว่า ทำตามคำขอของท่านไม่ได้ คราวที่แล้วตนก็ถูกผู้บัญชาการกองทัพอากาศตำหนิว่า “ทหารต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ท่าน ผบ.ทอ.เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของผมและของคุณชายครับ ไม่ใช่ผู้บริจาค”

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนแทบต้องมุดหน้ากลับ ขอออกทางประตูหลัง เกรงชายพีร์จะเห็น

ส่วนชายพีร์ ก็ถูกผู้การฯเรียกไปปรึกษาว่า

“คุณช่วยไปเตือนเพื่อนคุณด้วย มีรายงานมาจากข้างบนเรื่องหมวดยอดยศ หมวดยอดยศขาดราชการ กินเหล้าเมายาผมให้เวลา 10 วัน ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงผมจะตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ฝากด้วยนะ”

ชายพีร์หนักใจไม่รู้จะเตือนยอดยศอย่างไรเพราะทุกวันนี้แม้แต่หน้าตน ยอดยศก็ยังไม่มอง บ่นให้เพียงขวัญฟังว่า

“ที่จริงมันควรจะรู้ได้แล้วว่า ใครรักมันที่สุด คุณพิม คู่หมั้นของมันดูแลมันไม่เคยโกรธมันสักนิด แถมปกปิดพ่อแม่ให้อีก”

เพียงขวัญคิดแผนออก ขอให้ชายพีร์ช่วยหาทางทำอย่างไรจึงจะนัดยอดยศกับคู่หมั้นของเขาออกมาพบกันได้

แผนการดำเนินอย่างรวดเร็วทันใจ วันนี้ทั้งยอดยศ พิมพรรณ และเพียงขวัญจึงไปพบกันที่ร้านอาหาร โดยเพียงขวัญวางแผนอ้างชื่ออีกฝ่ายหลอกนัดทั้งสองออกมา เมื่อได้เจอเพียงขวัญจึงรู้ว่าถูกหลอกมาทั้งสองคน พิมพรรณมองเพียงขวัญอย่างไม่พอใจ เย็นชา ยอดยศก็ถามหน้าตึงๆ ว่ามีอะไรจะคุยกับตน

เพียงขวัญถามพิมพรรณว่า ได้ยินว่าเสียใจมากใช่ไหมที่รู้ว่ายอดยศมาชอบตน พิมพรรณน้ำตารื้นทันที เธอถูกเพียงขวัญตำหนิอย่างรุนแรงว่า

“พูดแค่นี้ก็น้ำตาคลอแล้ว เพราะคุณเป็นแบบนี้สินะ ผู้ชายถึงได้เบื่อ แค่ฉันอยู่กับคุณครู่เดียวฉันยังเบื่อเลย”

“อย่าพูดอะไรแบบนี้ คุณไม่รู้จักเธอ พิมมาจากครอบครัวที่ดี เป็นลูกคนเดียว เธอมีคนดูแลตั้งแต่เล็ก มันก็แค่นั้น!” ยอดยศตำหนิเพียงขวัญ แก้ต่าง ปกป้อง พิมพรรณ เลยถูกเพียงขวัญตำหนิต่อเนื่องไปอีกคนว่า

“คุณเองก็เถอะค่ะ คนอ่อนแอ จิตใจโลเล ขอให้รู้ไว้นะ ฉันไม่เคยชอบคุณเลย ฉันสงสัยด้วยซ้ำที่เป็นทหารอยู่ทุกวันนี้ เพราะมีพ่อเป็นนายพลหรือเปล่า”

คราวนี้พิมพรรณเลยเถียงแทนยอดยศว่าไม่จริง เพราะ “บินเครื่องบินรบใช้เส้นสายได้ที่ไหน คุณไม่รู้หรอก พี่ยอดฝึกหนักแค่ไหน ฉันเห็นเขามาตลอด เขาคือคนที่ฉันภาคภูมิใจ”

“เหรอ...” เพียงขวัญลากเสียงยวนกวนประสาท “แล้วตอนนี้ล่ะ เฮอะ...กลิ่นเหล้าลอยมาถึงนี่ ฉันว่าเขาต้องโดนปลดไม่นานนี้แหละ คุณยังจะรอเขาอีกหรือ”

“ต่อให้เขาโดนปลด ฉันก็เหมือนเดิม ฉันไม่ได้รักเขาที่ตำแหน่งเหมือนคุณ ฉันรักเขา เขาจะรักฉันหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ!” พิมพรรณแข็งกร้าวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ยอดยศมองเธออย่างซึ้งใจ   พิมพรรณยังจิกเพียงขวัญต่อว่า “คุณมาพูดแบบนี้ เพราะคุณมีที่หมายใหม่ที่ดีกว่าใช่ไหมล่ะ กำลังทะนงตนสินะ ผู้ชายสูงส่งคนนั้น อย่าคิดว่าเราไม่รู้”

“คุณหมายถึงใคร”

“ผู้หญิงอย่างคุณรักเขาที่ฐานันดรใช่ไหมล่ะ เราสองคนรู้เรื่องคุณกับคู่รักหมดแล้ว”

เพียงขวัญงง เพราะคนที่ตนรู้จักไม่เห็นใครมีฐานันดร ชายพีร์ก็เข้ามาในฐานะนายรณพีร์ขี่รถกระจอกๆเท่านั้น เธอถามว่า “ฐานันดรอะไร คุณอัทธ์ที่มีความรวย หรือว่าคุณพีร์ที่เป็นทหารอากาศ”

ยอดยศถามงงๆว่าเธอไม่รู้เลยหรือ ถูกพิมพรรณตัดบทว่า

“พอเถอะ เรารู้เช่นเห็นชาติคนนี้มามากพอแล้ว เราไม่จำเป็นต้องคุยกับเขาอีก”

“นอกจากต้องการให้ผมรู้สึกตัวเอง คุณมีอะไรอีกไหม” ยอดยศถามเพียงขวัญ เธอตอบทันทีอย่างยินดีว่า

“คุณเข้าใจทุกอย่างเร็วดีนี่ รักษาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดคุณเอาไว้นะ ถูกปลดกลายเป็นคนธรรมดาเมื่อไหร่ คุณจะเห็นรักแท้ของผู้หญิงข้างๆคุณ...เผื่อฉันจะเอาเรื่องคุณไปทำหนังบ้าง พวกรักตกอับ คนดูชอบ!!”

พูดแล้วเพียงขวัญเดินเชิดออกไป พิมพรรณกับยอดยศมองตามอย่างโกรธมาก

ชายพีร์ที่แอบฟังอยู่ตลอดเวลา  ร้อนๆหนาวๆ ทุกครั้งที่เรื่องทำท่าจะเกี่ยวพันมาถึงตน พลอยโล่งใจที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เมื่อเพียงขวัญออกมาพบเขา เพียงขวัญถามว่าการแสดงละครของตนเป็นอย่างไรบ้าง ชายพีร์บอกว่าตอนเธอแสดงดูน่ากลัวมากเลย

“คุณยอดยศชอบผู้หญิงเข้มแข็ง คุณพิมพรรณเป็นผู้หญิงประเภทอ่อนนอกแข็งในค่ะ เธอถึงไม่ยอมแพ้ฉัน ฉันแค่กะเทาะเปลือกนอกของเธอออกให้คุณยอดยศเห็นเท่านั้นเอง”

“ผู้หญิงเข้มแข็งที่ยอดยศชอบ ที่จริงก็คือคุณพิมนี่แหละ”

“แต่เรื่องเลิกเหล้า ไม่รู้จะได้ผลไหม ฉันอยากให้เขาโกรธฉันแล้วฮึดสู้ที่จะเลิกมัน แต่ไม่รู้ว่าแผนของเราจะสำเร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ถือว่าคุณพยายามทำดีที่สุดแล้วล่ะครับ” ชายพีร์ทั้งชื่นชมและให้กำลังใจ เพียงขวัญดูนาฬิกาแล้วกลัวไปเล่นละครวิทยุไม่ทัน ชวนรีบไปกันดีกว่า ชายพีร์ขันอาสาอย่างกระตือรือร้น “ผมไปส่งให้ครับ ทันแน่”

ooooooo

ยอดยศไปส่งพิมพรรณถึงประตูเรือนใหญ่แล้วจะกลับ พิมพรรณขอบคุณแล้วจะเดินเข้าบ้าน ยอดยศเรียกไว้ พอเธอหันมา เขาเข้าไปหอมแก้มทีหนึ่งแล้วจึงแยกกันไป

ส่วนชายพีร์ วันรุ่งขึ้นก็หอบกุหลาบแดงช่อใหญ่ไปบ้านเพียงขวัญด้วยหัวใจแช่มชื่นเบิกบาน แต่พอไปถึงพบประณตกำลังเล่นเครื่องบินที่อัทธ์ซื้อให้อย่างเพลิดเพลิน

อัทธ์เห็นชายพีร์ถือกุหลาบมาก็เดาได้ว่าเอามาให้เพียงขวัญ นึกเขม่นเลยอยากขวาง แต่ประณตกลับยิ้มถามชายพีร์ว่า เอามาให้พี่ขวัญใช่ไหม แล้วรับกุหลาบส่งต่อให้

“เอ้าพี่ขวัญ ของพี่ พี่พีร์เขาเอามาให้” ส่งดอกไม้ให้แล้วก็วิ่งเล่นเครื่องบินไปอย่างสนุกสนาน

นภาจะแนะนำชายพีร์ให้รู้จักกับอัทธ์ กำลังจะบอกว่าอัทธ์เป็นพี่ชายของเพียงขวัญ เธอก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่าอัทธ์เป็น “เพื่อนคนหนึ่งที่ฉันนับถือค่ะ” นภามองเพียงขวัญอย่างตำหนิที่ไม่ยอมรับอัทธ์เป็นพี่ชาย แต่อัทธ์กลับบอกว่า

“น้องขวัญนับถือ ผมก็พอใจแล้วครับคุณแม่” แล้วหันไปทักชายพีร์ “ที่จริงเราเคยเจอกันแล้ว”

ชายพีร์ขัดหูมากที่ได้ยินอัทธ์เรียกนภาว่าแม่ แต่ก็ตอบรับตามมารยาทว่าจำได้ นภาจึงเรียกอัทธ์ไปช่วยเพราะตนนึ่งขนมไว้ อัทธ์มองชายพีร์ยิ้มอย่างเป็นต่อ ก่อนเดินตามนภาไป

เพียงขวัญขอบคุณชายพีร์สำหรับดอกไม้ที่มอบให้ ถามว่านึกอะไรขึ้นมาถึงได้เอาดอกไม้มาให้ ชายพีร์ไม่ตอบแต่กลับถามว่าอัทธ์มาที่นี่บ่อยหรือ เขามาจีบเธอใช่ไหม

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เธอมาทำงานที่กรุงเทพฯ นานๆถึงมาที พอดีวันนี้มานั่งเล่นตั้งแต่เช้า” ชายพีร์ไม่เชื่อ ถามว่าแล้วทำไมต้องประจบคุณแม่ถึงขนาดนั้น เพียงขวัญยังไม่ยอมบอกความจริงพูดแต่เพียงว่า “แม่กับเขามีบางอย่างผูกพันกัน” ก็ถูกชายพีร์ประชดว่าเลยผูกพันมาถึงเธอด้วยใช่ไหม เพียงขวัญเลยตัดบทว่า “เลิกพูดเรื่องเขาได้ไหมคะ ฉันไม่อยากพูดถึง ฉันขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ” พูดแล้วลุกเดินหนีไปเลย

ชายพีร์เรียกเธอถามว่าอารมณ์เสียเรื่องอะไร พลางจะลุกตาม ถูกอัทธ์ที่ถือถาดขนมออกมาพูดจากข้างหลังว่า

“เขาไม่อยากให้คุณตามก็อย่าตามเลย ไปนั่งคุยกันดีกว่า”

ชายพีร์หันมองอัทธ์เคืองๆที่มาขัดจังหวะอีกจนได้ แต่ก็เดินไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันด้วยบรรยากาศที่ดูเชิงกัน

อัทธ์ถามขึ้นก่อนว่า ชายพีร์เข้าออกบ้านนี้หลายครั้งมีจุดประสงค์อะไรหรือ ชายพีร์ยียวนว่าตนจะตอบคำถามเขาก็ต่อเมื่อเขายินดีตอบคำถามตนก่อน อัทธ์เลยให้ถาม

“คุณกับเพียงขวัญเป็นอะไรกัน” ชายพีร์ถามตรง หน้าเข้ม แต่อัทธ์เข้มกว่า เพราะถือว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ตอบข่มกันท่าชายพีร์ว่า

“เพียงขวัญเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตผม ผมไม่มีเวลามากรุงเทพฯมาดูแลเธอบ่อยนัก แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า ถ้าคุณทำให้เธอเสียใจ คุณเจอผมแน่”

ข่มชายพีร์แล้วอัทธ์เดินยิ้มเข้าไปในครัว เพียงขวัญถามว่ายิ้มอะไรมา เขาบอกว่า “แกล้งให้นายคนนั้นหัวเสีย หึๆโกรธจนหน้าเขียวหน้าแดง ตลกชะมัด”

อัทธ์ถามเพียงขวัญตรงๆว่านายนั่นเป็นแฟนหรือ เธอตอบทันทีว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนกัน เขาช่วยดูแลตนหลายเรื่องเหมือนกัน อัทธ์เลยถือโอกาสใช้เรื่องที่เธอไม่ยอมรับกับใครๆว่าตนเป็นพี่ชายบอกว่า ต่อไปนี้ตนจะใช้ความเข้าใจผิดแบบชายพีร์นี้เป็นประโยชน์ จะกันผู้ชายทุกคนให้ออกจากชีวิตของเธอเลยดีไหม และจะสั่งทุกคนในบ้านห้ามบอกชายพีร์ว่าเราเป็นพี่น้องกัน พูดแล้วจับจมูกน้องบิดไปมาอย่างมันเขี้ยว สั่งก่อนกลับไปว่า

“ดูแลตัวเองดีๆนะคนสวย”

ชายพีร์มาเห็นมาได้ยินพอดี พูดลอยๆให้เข้าหูอัทธ์ว่า “อยากต่อยหน้าคนโว้ย!”

ooooooo

ฝ่ายสามสาว คือ พิมพรรณ ไฉไล และวิไลรัมภา ยังติดตามความสัมพันธ์ของชายพีร์กับเพียงขวัญทุกระยะ เมื่อรู้ว่าเพียงขวัญยังไม่รู้ฐานะทางสังคมที่แท้จริงของชายพีร์ก็พากันคาดเดาไปต่างๆนานา

ไฉไลเชื่อว่าชายพีร์ไม่ยอมเปิดเผยตัวว่าเป็นหม่อมราชวงศ์ เพราะต้องการหลอกเพียงขวัญมาเคี้ยวเล่นแล้วคายทิ้งเท่านั้น พิมพรรณติงว่านั่นไม่ใช่นิสัยของชายพีร์ สองสาวแสดงความเจ็บแค้นแทนวิไลรัมภา บอกว่าถ้าตนสองคนอยู่ด้วยก็ดี จะได้รุมด่า วิไลรัมภาทัดทานว่า

“ออกโรงด่ามันตอนนี้ พี่ชายพีร์ที่กำลังหลงมัน จะหันมาต่อว่ารัมภา รัมภาไม่อยากเสี่ยง” พิมพรรณถามว่าแล้วเธอจะทำอย่างไร วิไลรัมภาจิกตาพูดว่า “หาทางดับฝันมัน ให้มันละอายแล้วเดินออกไปเอง คราวนี้พี่พีร์ก็ด่ารัมภาไม่ได้...คุณพิมถักไหมพรมเก่งช่วยหน่อยสิคะ”

วิไลรัมภาให้พิมพรรณช่วยถักผ้าพันคอไหมพรมให้และปักอักษรย่อ P&R ที่ชายผ้าพันคอ อ้อนย่าอ่อนให้เอาผ้าพันคอให้ชายพีร์พันคอทุกครั้งที่จะไปทำงาน ไม่เพียงนั้น ยังเปลี่ยนผ้าเช็ดหน้าใหม่หมด ที่มุมผ้าเช็ดหน้าทุกผืน ปักอักษรย่อ P&R ไว้ จงใจให้เพียงขวัญได้เห็น แม้ว่าชายพีร์จะเห็นแต่คิดว่าเป็นยี่ห้อสินค้า

ย่าอ่อนคอยจ้องอยู่ เมื่อชายพีร์จะออกข้างนอกก็รีบเอาผ้าพันคอมาคล้องให้บอกว่า ตอนดึกอากาศเย็นพันไว้จะได้อุ่น สั่งห้ามถอดเด็ดขาด ถ้าถอดออกย่าโกรธจริงๆด้วย ชายพีร์กระชับผ้าพันคอเอาใจย่าอ่อน ย่าเห็นแล้วยิ้มพอใจ

ที่แท้ชายพีร์ไปบ้านเพียงขวัญ พอมาถึงก็ถามยายว่าเมื่อยไหมมือนวดมาแล้ว เห็นเพียงขวัญถักผ้าพันคอไว้ขายหน้าหนาว ก็อ้อนว่าอยากซื้อไหมพรมมาให้ถักเสื้อกันหนาวให้บ้าง

“ไม่ต้องหรอก กะว่าจะถักให้อยู่แล้ว ผ้าพันคอคุณสวยดีนะคะ ถักเก็บชายเรียบร้อยเชียว” เพียงขวัญหยิบผ้าพันคอที่ชายพีร์ถอดวางไว้เพราะร้อน เอะใจอักษรย่อ P&R แต่ไม่พูด ได้แต่มองผ้าพันคอนั้นอย่างคาใจ

ooooooo

ชายพีร์และเพียงขวัญไปเยี่ยมยายที่พักฟื้นอยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด ชายพีร์ไปฟังหมอสรุปอาการของยาย ส่วนเพียงขวัญอยู่กับยายที่ห้อง

อัทธ์มาเยี่ยมถามอย่างเป็นห่วงว่ามีปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลไหม เพียงขวัญบอกว่าไม่มีปัญหา เพราะนายเดชคำแหงช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด อัทธ์ถามงงๆว่าใครคือนายเดชคำแหง?

เมื่อรู้ว่านายเดชคำแหงคนนี้เองที่เป็นคนให้ลูกน้องมาฉุดเพียงขวัญไป เพื่อเอายายไปผ่าตัด ก็เป็นห่วงรีบขอตัวกลับไปเล่าให้อดุลย์ฟัง ถามพ่อว่า
“เราจะทำยังไงดีครับ ผมชักเป็นห่วงน้อง”

ฝ่ายบุหลันเห็นชายพีร์มาหาเพียงขวัญทุกวันก็ถามว่าเขาเคยชวนไปบ้านบ้างไหม เพราะผู้ชายที่พาเราไปบ้านไปเจอพ่อแม่ญาติพี่น้องถึงจะพูดได้ว่าเขารักเราจริง แล้วยกตัวอย่างนภาให้ฟังว่า

“นายอดุลย์น่ะ วันสู่ขอ ผู้ใหญ่ที่ไหนไม่รู้มาขอ วันแต่งงานบอกว่าแม่ไม่สบายมางานไม่ได้ ผ่านไปสามสี่ เดือนโน่นแน่ะ พี่นภาถึงเอะใจแอบตามไปดูที่เชียงใหม่ เจอเมียหลวง เจอนายอัทธ์ตัวกะเปี๊ยกนั่งชื่นมื่นอยู่ สามคนพ่อแม่ลูก”

เพียงขวัญอึ้ง อดคิดไม่ได้ว่า หรือจุดจบของตนจะเหมือนแม่?

อัทธ์ก็ใช่ย่อย เมื่อมีความรู้สึกดีๆกับจันทน์กะพ้อ ก็เทียวไปหา เอาดอกไม้ไปให้ เอาพระไปฝากปุ้มปุ้ยเข้าทางพ่อ เมื่อสบโอกาสก็หาทางจีบ แล้วเลยสมัครเรียนมวยกับจันทน์กะพ้อเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกัน

ooooooo

หลังจากอดุลย์รู้เรื่องนายเดชคำแหง จึงไปที่บ้านนภาเจอเดชคำแหงเล่นระนาดอยู่พอดี แดงแอบดูพี่ชายเล่นพลอยมีความสุขและอยากเล่นได้อย่างพี่ชายบ้าง ระหว่างนั้น อดุลย์เดินเข้ามา ตรงไปถามเดชคำแหงทันทีว่า

“ผมได้ข่าวว่าคุณลักพาตัวลูกสาวผม”

เดชวางไม้ตีระนาดลง มองหน้าอดุลย์อย่างสะใจที่มาโวย พูดใส่หน้าว่า

“ผมไม่ได้คิดจะทำอันตรายเพียงขวัญ ถ้าไม่ทำอย่างนั้น น้าเขาก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาลแล้วนภาก็คงไม่รู้ว่าผมต้องการอะไร” อดุลย์ถามว่าเขาต้องการอะไร เดชบอกว่าเพลงเมื่อกี้ตนเล่นให้นภาฟังเพื่อบอกว่าตนยังรักเธออยู่ และ “คนในครอบครัวนี้ พวกเขาจะมีผมดูแลตลอดไป”

“คุณมันคนบ้า บ้าอำนาจ มีใครเขาทำอย่างคุณบ้าง!” อดุลย์ชี้หน้าด่าอย่างโกรธจัด

“อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่คนที่ได้เปรียบกว่าเสมอ แล้วคุณล่ะ ดีกว่าผมแค่ไหน ระหว่างอำนาจกับคำโกหก นภาบอกพี่ซิ อะไรเจ็บกว่ากัน” อดุลย์ถามว่าเขาทำเพื่อล้างแค้นตนที่แย่งนภาไปและคนของตนก็เคยทำร้าย

เขาใช่ไหม “น่าสมเพช มีลูกมีเมีย แต่ดูแลปกป้องไม่ได้ อยากจะรู้ ถ้าวันไหนน้องนภาเกิดใจอ่อนกับเพลงรักของผมขึ้นมา คุณจะว่ายังไง”

อดุลย์หน้าเสียหันมองหน้านภาอย่างหวาดหวั่น เดชระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ แล้วเดินกร่างออกไป อดุลย์บอกนภาว่า เธอกับลูกจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว นภาเชื่อว่าเดชคงไม่ทำร้ายอะไรพวกตน เพราะทุกครั้งก็แค่มาเล่นระนาดแล้วกลับ อีกทั้งยังขอโทษเรื่องชนะ ออกค่ารักษาพยาบาลให้ เมื่อวานก็ไปรับชนะกลับจากโรงพยาบาลแล้วด้วย

แทนที่อดุลย์จะฟังเหตุผล เขากลับหาว่านภาปกป้องเดช ระแวงว่า หรือก่อนเจอตน เธอรักกับเดชมาก่อน? พูดประชดประชันว่า “คนเรานี่แปลกดีนะ ลูกสาวถูกลักพาตัวให้อภัยได้ แต่สามีเก่าพ่อของลูกให้อภัยไม่ได้!”

“ไม่เห็นจะแปลกนี่คะ ถูกคนอื่นทำร้ายเจ็บไม่นานเดี๋ยวเดียวก็หาย ถูกคนรักทำร้ายเจ็บไปตลอดชีวิต!!” เพียงขวัญที่มาฟังอยู่ด้วยโต้แทนแม่แล้วออกไป
อดุลย์ตามไปหว่านล้อมเพียงขวัญให้ไปอยู่กับตนเสีย ตนหาบ้านใหม่ให้ได้ เพียงขวัญขอทำงานหาซื้อบ้านใหม่ให้แม่กับยายอยู่ด้วยตัวเอง อดุลย์ต่อรองว่าให้ไปอยู่ก่อนแล้วค่อยหาเงินมาคืนตนก็ได้ ย้ำว่า ตอนนี้เธอกับแม่ต้องคิดเรื่องนายเดชคำแหงให้มาก

“หลายวันมานี้เขาเรียบร้อยดี สงสัยเขาจะยังรักแม่”  เพียงขวัญลอยหน้าพูดยั่ว อดุลย์โมโหหาว่าทั้งแม่ทั้งลูกเห็นคนอื่นดีกว่าตน เพียงขวัญเลยสวนไปว่า

“คุณรู้จักหึงหวงแม่ แล้วทำไมคุณถึงนอกใจภรรยา คุณเอาเปรียบผู้หญิงได้ยังไง ผู้หญิงก็หึงหวง เจ็บปวด อยากเป็นเจ้าของใครสักคนเหมือนกับคุณนั่นแหละ!”

“เอาอย่างนี้แล้วกัน” อดุลย์ยังไม่ลดละ “พ่อจะไปหาตำรวจพรรคพวกที่เป็นเพื่อนกัน ให้เขามาช่วยดูแลแถวๆนี้ พ่ออยู่เฉยไม่ได้หรอก มีอันธพาลมาเข้าๆออกๆแบบนี้ พ่ออึดอัดใจตายพอดี” พูดแล้วเดินออกไปอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

หลังจากที่เพียงขวัญหลอกให้ยอดยศและพิมพรรณออกไปพบกัน และเล่นละครจนยอดยศเห็นถึงความรัก และความดีของพิมพรรณ ไปเสนอคุณหญิงว่าจะไปหาฤกษ์แต่งงาน และสัญญากับพิมพรรณว่า จะไม่ทำให้เธอเสียใจ และให้เกียรติเป็นศรีภรรยา

พิมพรรณปลื้มปีติที่ยอดยศกลับมาเหมือนเดิม ต่างกอดกันด้วยความรักและเข้าใจกัน

วิไลรัมภาโทรศัพท์มาขอให้พิมพรรณช่วยนัดชายพีร์ไปพบตนบ้าง อ้างว่าจะให้ไปปรับความเข้าใจกับยอดยศ ชายพีร์ยินดีที่จะคุย จึงนัดพบกัน แต่พอนึกอะไรได้ ชายพีร์รีบโทร.ไปหาเพียงขวัญถามว่าเสาร์นี้ว่างหรือเปล่า เธอบอกว่าติดงานเพราะมีคนจ้างไปรำ ชายพีร์ได้แต่นึกเสียดาย...

คนที่จ้างไปรำ คือวิไลรัมภาโทร.มาหาจันทน์กะพ้อที่ช่วยรับงานให้เพียงขวัญ หลอกว่าชื่อวาสนา ต้องการจ้างเพียงขวัญไปรำเสาร์นี้เที่ยงตรง ในราคา 600 บาทต่อหนึ่งชั่วโมงเต็ม

อัทธ์อาสามารับจันทน์กะพ้อกับเพียงขวัญไปรำตามที่รับงานไว้ แต่พอไปถึง เจ้าหน้าที่ปฏิเสธว่าไม่มีการจ้างใครมารำ ถ้าจะจ้างตน ศกุลตลา ต้องเป็นคนติดต่อเอง ที่นี่ไม่มีคนชื่อวาสนา

จันทน์กะพ้อโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพียงขวัญปลอบว่าไม่เป็นไรอาชีพอย่างเราการผิดที่ผิดวันเป็นเรื่องธรรมดา

“งั้นถือว่ามาเที่ยวแล้วกัน พี่อยากมาที่นี่นานแล้ว มาเถอะทานข้าวแล้วเที่ยวก่อน” อัทธ์ชวน

“เสียอารมณ์ชะมัด ก็ดีเหมือนกัน ไปเลยคุณศกุลตลา พาฉันไปหาที่นั่งเลยตอนนี้ฉันเป็นลูกค้าแล้ว”จันทน์–กะพ้อเบ่งทับเสียเลย

ooooooo

เป็นร้านอาหารเดียวกับที่พิมพรรณนัดชายพีร์ไปพบ เธอบอกชายพีร์ว่ากลัวเขาจะเหงาเลยมากันครบทั้งสามสาว วิไลรัมภาชวนชายพีร์ออกไปเต้นรำกัน
พวกเพียงขวัญเดินเข้ามาเธอเห็นชายพีร์กำลังเต้นรำกับวิไลรัมภาซบกันอย่างหวานซึ้งก็หน้าเสีย อัทธ์ถามว่าเธอรู้จักผู้หญิงคนนั้นไหม เพียงขวัญนั่งก้มหน้า อัทธ์ชวนไปเต้นรำกัน ปลุกใจเธอว่า

“the show must go on เวลาแบบนี้ เธอต้องสวยที่สุด สวยให้ผู้ชายคนนั้นเสียดาย สวยให้ผู้หญิงคนนั้นกลัว!”

“พี่อัทธ์...” เพียงขวัญเรียกอย่างซึ้งใจ แล้วเธอก็ออกไปเต้นรำกับอัทธ์ ถูกอัทธ์พาเต้นไปกระทบหลังชายพีร์ พอชายพีร์หันมาขอโทษ ก็ตกใจเหมือนโลกหยุดหมุนฉับพลัน อุทานอย่างโกรธจัด

“ขวัญ! คุณอัทธ์!!”

วิไลรัมภายิ้มสะใจกับแผนการของตน ส่วนพิมพรรณกับไฉไลจับตาดูอยู่ ต่างตื่นเต้น ยอดยศจำได้ว่าผู้ชายคนนั้นคืออัทธ์ ไฉไลด่าแหลกว่าเพียงขวัญทำตัวเป็นหญิงงามเมือง จนพิมพรรณต้องเตือนว่าพูดจาอะไรให้ระวังหน่อย

ส่วนที่ฟลอร์ อัทธ์แกล้งทักชายพีร์ว่ามาเที่ยวเหมือนกันหรือ ส่วนวิไลรัมภาก็ทำเป็นตื่นเต้นที่ได้เจอดารานางเอกสาวดาวรุ่งแกล้งถามว่ามากับคู่รักหรือ  น่ารักทั้งคู่เลย ชายพีร์ทนไม่ได้ขอตัวออกไป อัทธ์กับเพียงขวัญจึงเต้นกันต่อ เพียงขวัญเต้นไปตามแกนเพราะใจกังวลเรื่องชายพีร์

เมื่อชายพีร์กลับไปถึงโต๊ะ ก็ยังได้ยินไฉไลด่าว่าเพียงขวัญอย่างสาดเสียเทเสีย ชายพีร์ทนไม่ได้ ลุกพรวดขอตัวจากโต๊ะไปจนทุกคนตกใจ

อัทธ์ยังเต้นรำกับเพียงขวัญจนจบเพลง เขาบอกเธอว่าถ้ายังสงสัยก็ไปคุยกันเสียให้รู้เรื่อง ถามเขาตรงๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร หว่านล้อมจนเพียงขวัญเห็นด้วย เดินไปคุยกับวิไลรัมภาที่มุมหนึ่ง วิไลรัมภาแกล้งทำเป็นเห่อดารา ชมเพียงขวัญไม่ขาดปาก บอกว่าตนเป็นแฟนหนังของเธอ ชื่อรัมภา

เพียงขวัญสะดุดหูทันที พลันก็นึกถึงอักษรย่อที่ชายผ้าพันคอ P&R เธอหน้าเสียเมื่ออ่านเกมออก วิไลรัมภาทำทีขอลายเซ็น บอกว่าจะเอาไปเก็บไว้อย่างดีเลย แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ เพียงขวัญเองก็เดินกลับไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรด้วยแล้ว...

กลับถึงโต๊ะ เพียงขวัญชวนกลับกันดีกว่า ในขณะที่วิไลรัมภาและไฉไลหัวเราะกันคิกคักสะใจที่แผนการของพวกตนสำเร็จง่ายดาย

ยอดยศไปคุยกับชายพีร์ ชายพีร์เล่าอย่างเจ็บปวดว่า เพียงขวัญบอกว่าติดงานแต่จู่ๆ ก็โผล่มากับผู้ชายอื่น

ยอดยศบอกเพื่อนให้ตัดใจจากผู้หญิงอันตรายคนนี้เสีย และบอกข่าวดีของตัวเองว่ากำลังจะแต่งงานกับพิมพรรณ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“เรื่องเพียงขวัญ ทำให้ฉันเข้าใจตัวเอง คู่ของฉัน เกิดขึ้นจากพ่อแม่ ฉันเลยไม่รู้ว่า ฉันรักคุณพิมไหม แต่วันที่เถียงเพียงขวัญ วันที่เขายืนหยัดรอฉัน มันทำให้ฉันรู้ใจตัวเอง” ชายพีร์ดีใจด้วยที่เขาเลิกเหล้าได้แถมมีข่าวดีอีก ยอดยศถามว่า “เพียงขวัญเขาเลือกนายอัทธ์จริงหรือ หรือเขาแค่สนุกที่ทำให้ผู้ชายหัวปั่น...”

พูดทิ้งไว้ให้ชายพีร์สับสน เจ็บปวด แล้วขอตัวกลับไปดูสาวๆที่โต๊ะ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.