ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพียงขวัญซ้อนมอเตอร์ไซค์ชายพีร์บ่ายหน้าไปยังงานวัดแห่งหนึ่งเพื่อรำตามที่ได้รับงานไว้แล้ว...

ยอดยศเมาไม่ได้ไปทำงาน พิมพรรณ ไฉไล และวิไลรัมภาตามมาเจอที่บ้าน วิไลรัมภาที่ใจจดจ่ออยู่กับชายพีร์ ถามยอดยศว่าไปที่กองบินไม่เจอชายพีร์ทราบไหมว่าไปไหน ยอดยศไม่ทราบเพราะเป็นวันหยุดของชายพีร์ ไฉไลเลยชวนไปเที่ยวงานวันลอยกระทง ที่วัดกันดีกว่า ยอดยศจึงพาสามสาวขับรถไปบนถนนสายเดียวกับที่ชายพีร์ขี่มอเตอร์ไซค์พาเพียงขวัญไปรำ

รถยอดยศมาติดไฟแดง วิไลรัมภาเหลียวมองเห็นชายพีร์ตามมาข้างหลังมีผู้หญิงซ้อนท้ายแต่ไม่เห็นหน้าเธอแปลกใจที่เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ทันดูดีชายพีร์ก็เลี้ยวรถเข้าซอยไปแล้ว วิไลรัมภาบอกให้ยอดยศตามไป แต่พอเลี้ยวตามไปไม่เห็นมอเตอร์ไซค์คันนั้นแล้วเพราะชายพีร์เลี้ยวเข้าซอยแยกไปก่อน
วิไลรัมภาให้ยอดยศขับรถวนหาเป็นชั่วโมง

ไฉไลบอกว่าตนจองโต๊ะที่ร้านอาหารไว้ป่านนี้เขาให้ใครไปหรือยังไม่รู้พิมพรรณบอกว่าวิไลรัมภาอาจมองผิดก็ได้ เธอจึงจำใจไปร้านอาหารกัน เพื่อรอดึกหน่อยคนเที่ยวงานวัดซาลงค่อยไปจะได้ไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร

ooooooo

เพียงขวัญรำเสร็จ ถูกบรรดาแฟนคลับรุมล้อมให้พวงมาลัย ขอลายเซ็น บ้างก็ขอสัมผัสมือ แต่ทุกคนชมว่ารำสวยบางรายก็เป็นแฟนหนัง แฟนละครวิทยุ หลายคนมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาดูเธอรำ

เมื่อออกจากบริเวณนั้น ชายพีร์พาเธอมานั่งพักที่ริมคลองภายในวัด ชายพีร์ถามว่าแฟนหนังเธอมีไม่น้อยเลย ไม่ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาบ้างหรือ

“ฉันคงลืมเขาไปจริงๆขอบคุณนะคะ ที่เตือนสติ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง เรื่องเสี่ยเพ้ง ถ้าไม่มีคุณช่วย ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”

“เราผ่านมันมาแล้ว ลืมมันไว้ข้างหลังเถอะนะ”

“ค่ะ...ฉันจะไม่เศร้าเรื่องนี้อีกแล้ว ฉันจะตั้งใจทำงานของฉันต่อไป ฉันสัญญา”

ชายพีร์ดีใจมาก นึกสนุกขึ้นมาขอให้เธอสอนรำบ้าง เพียงขวัญลุกสอนอย่างเต็มใจ ระหว่างนั้นเขาถามว่า

“ตอนคุณรำ คิดอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมคุณถึงได้รำสวยขนาดนั้น”

“เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งที่เรารัก เวลารำ ฉันกลืนหายไปกับเพลง กับท่วงท่า ฉันมีความสุข” พูดแล้วบ่น “ทำไมเก้งก้างจัง ตั้งวงอย่างนี้ค่ะ งออีกนิดค่ะ”

ความใกล้ชิดขณะสอนรำ สัมผัสที่ได้รับ ให้ความรู้สึกลึกลับจนต่างตกอยู่ในภวังค์ ชายพีร์ดึงเธอเข้าหาตัวอย่างนิ่มนวล สบตากันต่างต้องมนต์แห่งความรักของกันและกัน...ชายพีร์ก้มจุมพิตเพียงขวัญอย่างอ่อนโยน...

แสงไฟจากพลุที่จุดอยู่อีกฝั่งคลอง ส่องประกายให้เห็นภาพงดงามนั้น...

คืนนี้ ชายพีร์เอาแหวนช่อชัยพฤกษ์ร้อยสร้อยที่ถอดจากคอมอบให้เพียงขวัญ บอกเธออย่างภูมิใจว่า

“แหวนวงนี้มีค่ากับผมมากที่สุด เพราะมันเป็นศักดิ์ศรีของนายเรืออากาศที่ต้องแลกมาด้วยความสามารถ ความมานะ ความพยายาม ไม่เกี่ยวกับชาติตระกูล ไม่เกี่ยวว่าผมเป็นใคร ผมมีความสุขมากในช่วงเวลาที่ผมอยู่ใกล้ชิดคุณ ได้สัมผัสคุณ”

“หน้าตาเหมือนแหวนที่คุณใส่”

“ครับ...แหวนช่อชัยพฤกษ์ แหวนรุ่นของนายเรืออากาศที่ทุกคนต้องมีไว้เพื่อมอบให้กับผู้หญิงที่เขารัก ผม...นายพีร์อยากมอบแหวนวงนี้ให้กับคุณ”

“ฉันรับไม่ได้หรอก คุณเก็บไว้เถอะค่ะ ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า สักวันคุณอาจจะเจอคนที่เหมาะสมกว่าฉันก็ได้”

“คุณนั่นแหละเหมาะสมที่สุดเพียงขวัญ...” ชายพีร์สวมสร้อยให้เพียงขวัญด้วยความรัก...

ooooooo

ยอดยศกับสามสาว ทานอาหารเสร็จก็พากันไปลอยกระทง ยอดยศลอยกระทงร่วมกับพิมพรรณ ส่วนไฉไลและวิไลรัมภาต่างคนต่างลอย

วิไลรัมภาลอยกระทงเสร็จ มองไปรอบๆเบ้หน้าบ่นว่า เหลือแต่พวกวัยรุ่นกับพวกที่ชอบพลอดรักกันค่ำๆ มืดๆ น่าบัดสี พิมพรรณจึงชวนกลับ

“สถานที่แบบนี้ไม่เหมาะกับคนอย่างพวกเราจริงๆ เผลอๆ เขาจะนึกว่าเราเป็นพวกเดียวกับเขา” วิไล-รัมภาทำหน้ารังเกียจ

ทันใดนั้น ยอดยศมองไป เห็นชายพีร์กับเพียงขวัญซ้อนมอเตอร์ไซค์กันมา ทุกคนช็อก วิไลรัมภาวิ่งไล่ตามพลางตะโกนเรียก แต่เสียงพลุและเสียงอึกทึกของวงดนตรีกลบเสียงเธอหมด จนรถไปไกลแล้ว เธอจึงหลุดยืนน้ำตาคลอผิดหวังสุดชีวิต

วิไลรัมภาคิดไม่ตกว่าเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง ไฉไลเชื่อว่าคงเพราะเราขอให้ชายพีร์ไปขอเพียงขวัญให้ห่างจากยอดยศเลยทำให้ชายพีร์กับเพียงขวัญสนิทกัน ยอดยศได้ยินเขามองขวับ พิมพรรณจึงชี้แจงว่า

“พิมเองค่ะ พิมขอให้คุณชายพีร์ไปหาพี่ยอดที่กองถ่าย เพื่อหยุดความสัมพันธ์ของพี่ยอดกับเพียงขวัญ”

วิไลรัมภาสติแตกเดินเข้ามาหาพิมพรรณอย่างเกรี้ยวกราด ถามว่ามายุ่งกับชายพีร์ทำไม คู่หมั้นไม่สนใจก็เรื่องของเธอ เพราะเรื่องความรักของเธอมันก็แค่เรื่องของไอ้ขี้เมา ใฝ่ต่ำ กับผู้หญิงอ่อนแอที่ถูกผู้ชายทิ้ง ทำไมต้องชักนำผู้หญิงอื่นมาทำลายชีวิตของตนด้วย

ทุกคนตกใจ วิไลรัมภาชี้หน้าด่ากราดทุกคน จนยอดยศเรียกเตือนสติเธอจึงสงบลง วิ่งเข้าไปกอดพิมพรรณ

“ฉันขอโทษพิมพรรณ...ฉันขอโทษ”

ไม่มีใครตำหนิต่อว่าเธอ แต่ทุกคนก็ไม่ลืมที่เธอด่าว่าพวกเขาอย่างเกรี้ยวกราดขาดสติ

เมื่อกลับถึงบ้านขึ้นห้องนอน วิไลรัมภานั่งเครียด จิกตาแค้นพึมพำ

“หม่อมหลวงวิไลรัมภา มีอะไรด้อยกว่านังนางเอกเพียงขวัญตรงไหน เป็นไปไม่ได้?!”

เมื่อเล่าให้เทวพันธ์กับมารตีฟัง ทั้งสองอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเต้นกินรำกินอีกแล้วหรือ?!

“คุณชายรณพีร์ทำเสียชื่อเสียง ไปคบกับพวกผู้หญิงชั้นต่ำ พ่อจะไปฟ้องหม่อมย่าเอียด”

“ไม่...เราจะไม่ทำแบบนั้น เราต้องใจเย็น คราวนี้เราจะไม่ใช้วิธีการเดิมๆกับพี่ชายพีร์” มารตีแทรกเสียงเข้ามาว่าที่แล้วมาเราพลาดทุกครั้ง เพราะเราทำแบบตรงไปตรงมา เทวพันธ์ถามว่าแล้ว เราจะทำยังไง วิไลรัมภาบอกว่า “อย่าเพิ่งบอกใครเรื่องคุณชายรณพีร์คบหานางเอกเพียงขวัญ เราจะหาวิธีทำให้ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตของคุณชายรณพีร์ให้ได้ค่ะท่านพ่อ!”

ooooooo

คนที่เจ็บใจยิ่งกว่าคือยอดยศ คิดว่าจะจัดการอย่างไรกับชายพีร์ดี ฉวยโอกาสขณะชายพีร์เล่นรักบี้กับเพื่อนๆขออนุญาตโค้ชเข้าไปเล่นด้วย แล้วพุ่งเข้าชาร์จชายพีร์จนโค้ชเป่านกหวีดปี๊ด

“เฮ้ย...มันอะไรกันว่าไอ้ยอด” ชายพีร์โวย ยอดยศบอก โค้ชว่าตนจะคุยกับรณพีร์ตัวต่อตัว แล้วจึงบอกชายพีร์ว่า “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” สิ้นเสียงก็บุกเข้าชาร์จ ชนชายพีร์ล้มตะโกนด่า “ไอ้เพื่อนทรยศ เรื่องเพียงขวัญ แกทรยศฉัน!”

บรรดานักรักบี้ฮือกันจะเข้าห้าม ถูกโค้ชบอกอย่ายุ่ง ปล่อยให้ทั้งสองเคลียร์กันเอง ยอดยศต่อยชายพีร์จนพอใจแล้วลุกเดินไป

เมื่อชายพีร์มาเล่าให้เพียงขวัญฟัง เขาตำหนิตัวเองว่า น่าจะบอกยอดยศตั้งแต่แรก เพียงขวัญอาสาจะไปชี้แจงกับยอดยศเองว่าระหว่างเราไม่มีอะไรกัน ชายพีร์บอกว่ายอดยศมีสิทธิ์ต่อยตนเพราะเขาหึงหวงที่เธอมารักกับตน

“บ้า...ฉันไปรักกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เพียงขวัญปฏิเสธแต่พอชายพีร์จ้องหน้าเธอก็เขิน...

ooooooo

เพราะอดุลย์เอาข้าวสารอาหารแห้งไปให้ที่บ้านเพียงขวัญแล้วถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าบ้านและให้ขนของกลับทั้งหมด วันนี้อัทธ์จึงไปหาจันทน์กะพ้อที่ค่ายมวย ขอให้จันทน์กะพ้อออกหน้าช่วยเพียงขวัญ ด้วยความเห็นใจทั้งสองฝ่าย จันทน์กะพ้อจึงรับปากช่วย

จันทน์กะพ้อเอาเงินไปให้เพียงขวัญ ปดเพื่อนว่าได้จากเดิมพันมวยชนะ เพื่อนกำลังลำบากเลยเอามาแบ่งกันใช้ แต่ถูกเพียงขวัญจับได้เพราะประณตไปเห็นจันทน์กะพ้อนั่งรถวอลโว่ของอัทธ์ที่จอดรออยู่

เพียงขวัญฉุนขาด เดินอ้าวไปที่รถ สั่งหน้าถมึงทึง

“ลงมาทั้งคู่เลย คุณอัทธ์ ยัยจันทน์กะพ้อ!”

ทั้งสองลงจากรถหน้าเจี๋ยมเจี้ยม อัทธ์ชี้แจงว่าอย่าไปว่าจันทน์เลยตนไปขอร้องให้ช่วยเอง

“จะให้บอกกี่ครั้งว่าฉันเบื่อคำว่าสงสารเต็มทน เลิกเอาความร่ำรวยของพวกคุณมาโยนใส่หน้าฉันเสียที คุณก็รู้ว่าเงินนี่มันของใคร ฉันเกลียดเจ้าของเงินแค่ไหนคุณก็รู้” เพียงขวัญใส่ไม่ยั้ง จันทน์กะพ้อไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถามว่าใครเป็นเจ้าของเงิน อัทธ์ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงขอคุยส่วนตัวกับเพียงขวัญ อัทธ์เดินตามเพียงขวัญมาคุยกันที่หน้าบ้าน จันทน์กะพ้อมองตามอย่างสงสัยว่าสองคนนี้มีลับลมคมในอะไรกัน

“พ่อไม่ยอมไปทำงาน อยู่บ้านที่กรุงเทพฯตลอด เอาแต่บ่นเรื่องขวัญ พี่ทนไม่ได้เลยรับอาสามาจัดการแทน”

“สุดท้ายคุณก็เข้าข้างเขา เราเคยคุยกันแล้ว มิตรภาพของเราต้องไม่มีเขา”

นภาได้ยินเสียงคุยกัน ถามเพียงขวัญว่าคุยกับใคร พลางเดินออกมาดู อัทธ์จึงแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกของอดุลย์ อัทธ์เข้าไปกราบแทบเท้านภา เล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“ผมรอเวลาที่จะพบคุณนภามาตลอดชีวิต สิบแปดปีก่อน คุณไปหาพ่อที่บ้าน พอเห็นว่าพ่อมีแม่กับผม คุณก็ตัดสินใจทิ้งพ่อมา เพื่อความถูกต้อง คุณทำเพื่อผมและแม่ผม จิตใจสูงส่งเด็ดเดี่ยวของคุณ ทำให้ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้เลย”

นภาเห็นถึงความจริงใจของอัทธ์ ประคองเขาลุกขึ้น ปลอบใจว่า

“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว แล้วนี่ไปยังไงมายังไงล่ะ ถึงมาที่นี่ได้...”

ฟังเรื่องราวจากอัทธ์แล้ว นภาให้เขาเอาเงินกลับไปเสีย อย่าทำให้เพียงขวัญกับตนต้องเสียใจด้วยเงินก้อน
นี้เลย อัทธ์ถามว่ายังไงก็ไม่ยอมรับเงินก้อนนี้ใช่ไหม และขออนุญาตเรียกนภาว่า “คุณแม่” ด้วย

“อยากจะเรียกแม่ อยากจะไปมาหาสู่กับขวัญ กับบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ขอให้เข้าใจเราด้วย”

นภายังคงเด็ดเดี่ยวไม่ผิดกับเพียงขวัญ อัทธ์เลยจำต้องเงียบและลากลับ จันทน์กะพ้อถามว่าเป็นยังไงบ้าง อัทธ์บอกว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมรับ แต่ก็ยังมีความหวังว่า “ถึงวันนี้เราจะทำไม่สำเร็จ แผนแตกเสียก่อนแต่อย่างน้อยคุณก็มีน้ำใจช่วยผมช่วยขวัญมาตลอด ขอบคุณมากนะครับ เอาอย่างนี้ผมจะขอโทษคุณด้วยการพาคุณไปกินบะหมี่ราชวงศ์ด้วยกันนะครับ”

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ...

เทวพันธ์กับวิไลรัมภาไปฟ้องหม่อมเอียดกับย่าอ่อน โดยเล่นบทต่างกัน เทวพันธ์ตำหนิชายพีร์ วิไลรัมภาทำเป็นเสียใจว่า ถ้ารู้ว่าพ่อจะมาเรียนหม่อมย่าอย่างนี้ตนไม่เล่าให้ฟังหรอก สงสารชายพีร์ ขอร้องอย่าว่าชายพีร์เลย

ละครฉากนี้ทำคะแนนให้วิไลรัมภาท่วมท้น ย่าอ่อนถึงกับชมว่าช่างดีเหลือเกิน ถึงกับวางแผนจัดการให้ชายพีร์แต่งงานเสียจะได้เลิกลอยไปลอยมาเสียที เทวพันธ์ลุ้นเต็มที่จะได้ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ดังนั้น ทั้ง 4 จึงเอาวันเดือนปีเกิดของวิไลรัมภาและชายพีร์ไปให้พระหาฤกษ์ให้ ท่านคำนวณแล้วบอกว่า

“ฤกษ์แต่งงานที่เหมาะสม คือราชาฤกษ์ เดือนสิบสองเป็นยังไง”

เทวพันธ์ติงว่าช้าไป ย่าอ่อนคิดว่าเหนื่อยหน่อยเพราะชายใหญ่จะแต่งเดือนสิบเอ็ด แต่ก็เอาเถอะรีบๆไว้ดีกว่า

“งั้นก็เอาตามนี้ ชายพีร์ต้องแต่งงานกับหนูวิไลรัมภาสิ้นปีนี้” หม่อมเอียดฟันธง เทวพันธ์กับวิไลรัมภายิ้มพอใจ

เป็นเวลาที่ชายพีร์กำลังเข้าครัวช่วยเพียงขวัญผัดผักบุ้งไฟแดง โดนน้ำมันกระเด็นใส่จนสะดุ้งโหยง เพียงขวัญบ่นว่าให้นั่งเฉยๆก็ไม่เชื่อ แล้วเข้าทำแทน

ประณตนั่งท่องกลอนเวนิชวาณิชเสียงแว่วเข้ามาราวกับเป็นใจท่องเพื่อสองคน...

“ความเอยความรัก เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน เริ่มเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ หรือเริ่มในสมองตรองจงดี แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่ ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย”

แต่คนที่หงุดหงิดมาก คือบุหลัน เข้ามาบ่นกับนภากับยายว่า ชายพีร์มาได้แทบทุกวัน เดี๋ยวชาวบ้านได้เอาไปโพนทะนากันอีกว่าลูกหลานบ้านนี้ไม่รักนวลสงวนตัว นภาติงว่าอย่าคิดมากเลย เพราะชายพีร์ก็ให้เกียรติเพียงขวัญดี

“ที่ฉันพูดน่ะหวังดี นายพีร์เป็นถึงทหารอากาศ ท่าทางก็แพรวพราวไม่ต่างจากนายอดุลย์ ฉันไม่อยากจะเชื่อ อยู่มาจนป่านนี้ยังเป็นโสด เตือนๆลูกมันบ้างเถอะ เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ถลำใจกายลงไปจะมีจุดจบเหมือนแม่มัน!”

บุหลันตำหนิเพียงขวัญแต่ด่ากราดทั้งอดุลย์และนภา ทำเอาทั้งนภาและยายเครียด

หลังจากท่องกลอนอวยใจให้เพียงขวัญกับชายพีร์แล้ว ประณตยังมาอ่อยว่าศุกร์นี้จะมีงานวัดแถวนี้ ชวนชายพีร์มาเที่ยว ชายพีร์ที่เริ่มติดใจงานวัดนัดว่าศุกร์นี้เลิกงานแล้วจะรีบมา ให้รอด้วย บอกเพียงขวัญว่าถ้าหนีไปกันสองคนตนโกรธจริงๆด้วย เพียงขวัญเลยขีดเส้นตายให้ว่าจะรอจนถึงหกโมงเย็น เกินกว่านี้ก็ไปตามหาเราที่งานวัดก็แล้วกัน

ชายพีร์ยิ้มอย่างมั่นใจว่าต้องมาทันแน่

ooooooo

พอกลับถึงวังชายพีร์ก็แปลกใจ เพราะปกติเวลานี้คุณย่าทั้งสองจะขึ้นข้างบนแล้ว แต่วันนี้ยังนั่งอยู่ที่โถง ซ้ำยังดูสีหน้าไม่สู้ดี ชายพีร์ทักถามแล้วเข้าประจบจะบีบนวดให้ย่าอ่อน

“ไม่ต้อง” ย่าอ่อนเสียงแข็งผิดปกติ ทำเอาชายพีร์สะดุ้ง แล้วหม่อมเอียดก็แจ้งฟ้าผ่าว่า

“ชายพีร์...ย่าได้ฤกษ์แต่งงานมาแล้ว” ชายพีร์ใจไม่ดีแต่ทำไขสือถามว่าฤกษ์พี่ชายใหญ่กับน้องมะปรางหรือ ถูกหม่อมเอียดเสียงเข้มว่า “อย่ามากะล่อนกับย่า ย่าพูดถึงงานแต่งของชายพีร์กับหญิงวิไลรัมภา”

ย่าอ่อนสำทับว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ชายพีร์จะต้องหาเวลาใกล้ชิดหนูรัมภาให้มากกว่านี้  เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะแต่งงานกันแล้ว เมื่อถูกรุกฆาตอย่างไม่ทันตั้งตัว ชายพีร์ตัดสินใจบอกว่าตนไม่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับน้องรัมภาเลย

“คุณชายเทวพันธ์เคยช่วยชีวิตท่านพ่อของพวกเธอไว้ ท่านพ่อสัญญาว่าจะตอบแทนท่านด้วยการให้ลูกชายคนหนึ่งแต่งงานกับลูกสาวของคุณชายเทวพันธ์ ตอนนี้จุฑาเทพเหลือชายพีร์คนเดียว การแต่งงานของชายพีร์จำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาสัจจะ รักษาเกียรติของจุฑาเทพ อยากให้คนครหาตระกูลของเราว่าไม่รักษาสัจจะงั้นรึ”

แม้หม่อมเอียดจะอ้างถึงท่านพ่อ แต่ชายพีร์ก็ยืนยันว่าตนไม่ได้รักวิไลรัมภา หม่อมเอียดจึงรุกคืบอีกขั้นเป็นคำขาด

“เป็นนายทหาร เป็นหม่อมราชวงศ์ หน้าที่ต้องมาก่อนความรัก ความรับผิดชอบต้องมาก่อนความรู้สึกส่วนตัว! ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกตัวเองว่า สุภาพบุรุษจุฑาเทพ!”

ชายพีร์ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเข้าห้องนอน หม่อมเอียดยังวางแผนมัดมือชกชายพีร์ รุ่งขึ้นอุตส่าห์ไปพบ ผู้การฯขอให้ส่งชายพีร์ไปทำงานต่างจังหวัดสักพัก ผู้การฯขอทราบเหตุผล หม่อมเอียดบอกแค่ว่าเรื่องในครอบครัว ครั้นผู้การ ติงว่าเรื่องในครอบครัว แต่อยากให้ตนออกคำสั่งทางราชการหรือ?”

เพื่อให้ได้ตามต้องการ หม่อมเอียดอ้างว่า “ราชสกุลจุฑาเทพ เคยยกที่ดินจำนวนมากให้ทางกองทัพสร้างสนามบิน คราวนี้ต้องการขอความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ จะเรียกว่าทวงบุญคุณก็ได้” ทำเอาผู้การฯยิ้มเจื่อนชี้แจงว่า
“เอ่อครับ...กองบินที่อุดรฯกับเชียงใหม่ไม่มีตำแหน่งนักบินว่าง หากหม่อมต้องการให้คุณชายพีร์ไปทำงานต่างจังหวัด ช่วงนี้มีงานหนึ่งเหมาะกับคุณชาย”

แม้จะยังไม่รู้ว่างานอะไร แต่หม่อมเอียดกับย่าอ่อนก็ยิ้มให้กันอย่างโล่งใจที่แผนการของตนสำเร็จ

งานที่ว่านั้น คือให้ชายพีร์ดูงานการก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาที่ใกล้จะเสร็จ และคืนนี้จะมีนายทหารอเมริกันมาดูงาน ให้ชายพีร์ไปเตรียมตัว เพราะเครื่องจะมารับเขาเวลา 16.00 น. ตรง

ชายพีร์รับคำหน้าเสีย เพราะเป็นเส้นตายที่เพียงขวัญจะรอที่บ้านเพื่อไปเที่ยวงานวัดด้วยกัน

ooooooo

โพล้เพล้แล้ว ชายพีร์ยังไม่มา นภา บุหลัน ประณต และเพียงขวัญ จึงไปเที่ยวงานวัดก่อน เพียงขวัญบอกว่าไม่ต้องห่วง ถ้าชายพีร์มา แดงที่ไม่อยากไปเจอไอ้ดำพี่ชายขออยู่เฝ้าบ้านก็จะบอกเองแหละว่าพวกเราไปแล้ว

แต่เพียงขวัญก็แอบผิดหวังที่ชายพีร์ไม่มาตามนัด

ทั้งหมดพากันไปที่หน้าโรงลิเก นภาเช่าเสื่อเพื่อนั่งดู แต่พอจะจ่ายเงิน ปรากฏว่าอดุลย์ยื่นมือมาจ่ายแทน อดุลย์บอกว่าตนไปหาที่บ้าน แดงบอกว่าพวกเธอมาเที่ยวงานวัดเลยตามมา

นภาติงว่าเขาไม่ควรมาบ่อย เพราะจะทำให้ตนและลูกอึดอัด อดุลย์พยายามหว่านล้อมนภาว่าตนต้องการให้เราเป็นครอบครัวเดียวกันเพื่อเธอและเพื่อลูก

ที่หน้าโรงลิเกนี่เอง ไอ้ดำพี่ชายแดงลูกน้องของเดชกำแหงผู้กว้างขวางประจำถิ่น ก็พาพวกมาไล่ชาวบ้านที่ปูเสื่อจองที่ไว้แล้ว อ้างว่าเจ้าของคณะกันที่ตรงนี้ไว้ให้ลูกพี่ตนแล้ว

ครู่เดียว เดชกำแหงก็ถือไม้ตะพดเดินเข้ามาอย่างยิ่งใหญ่ พอนภากับเดชกำแหงเห็นกันต่างก็อุทานอึ้ง

เรื่องราวในอดีตเมื่อ 18 ปีก่อน กลับมาสู่ความทรงจำอีกครั้ง...

ooooooo

18 ปีก่อน เวลานั้นนภากำลังสาวสะพรั่งไปรำฉุยฉายที่งานในจวนผู้ว่าฯ เวลานั้นเดชเป็นมือระนาดเอก เขาหลงรักนภามานาน วันนี้เขาถือกระทงดอกจำปีมาฝากนภา ถูกลุงของนภาที่เป็นคนรำเหมือนกันด่าว่ามาก้อร่อก้อติกหลานสาวตน แล้วรีบพานภาแยกไป

เป็นงานที่อดุลย์ลูกชายพ่อเลี้ยงอธิปกับเจ้าอิงฟ้ามาร่วมงานด้วย อดุลย์ในวัยหนุ่มแน่นหลงใหล นภา ทั้งเพราะความงามและรำสวย มาเสนอกับยายว่าจะให้บริษัททำไม้ของตนเป็นผู้อุปถัมภ์คณะละครเล็กๆนี้ เวลาเดียวกันอดุลย์ก็รุกนภาด้วยการนำของราคาแพงมาฝากเป็นประจำ

เมื่อมาเจอกันวันนี้ เดชพูดอย่างยิ่งใหญ่ว่า โชคดีที่เจอเพื่อนเก่าตั้งสองคน ชวนไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า แล้วลูกน้องของเดชก็กึ่งกันกึ่งต้อนนภากับอดุลย์เดินตามเดชไปที่ร้านกาแฟโบราณในงานวัด ลูกค้าในร้านพากันลุกหนีอย่างไม่ไว้ใจในสถานการณ์

ดำที่อยู่ติดพื้นที่ตลอดมาบอกเดชว่า นภาเช่าบ้านของเดชอยู่ ฟ้องว่า “มันติดค่าเช่ามาสามสี่เดือนแล้ว” ทำให้เดชยิ่งกร่าง แต่ปรามไอ้ดำว่า ทีหลังอย่าเรียกนภาว่ามันอีก ย้ำกับทุกคนว่า

“รับรู้ไว้นะ ห้ามใครทำหยาบคายกับนภาอีก เพราะนภาคนนี้ เป็นคนสำคัญของนายเดชกำแหง!”

ความอาฆาตบาดหมางระหว่างเดชกับอดุลย์ เกิดเพราะเดชหลงรักนภา เมื่อตีระนาดได้หวานถูกใจ ผู้ว่าฯเลยให้รางวัลเป็นเงินไม่น้อย เดชเอาเงินนี้ให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอนภา ถูกลุงของนภาปฏิเสธซ้ำยังดูแคลนว่าแค่คนตีระนาดจะเลี้ยงดูหลานของตนให้อยู่ดีมีสุขได้อย่างไร ทั้งยังบอกให้เดชเจ็บปวดแทบหัวใจสลายว่า อดุลย์ได้ส่งผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอนภาแล้ว!

ไม่เพียงเท่านั้น ลูกน้องของอดุลย์ยังช่วยกันปกปิดเรื่องอดุลย์มีเมียแล้วและรุมกันทำร้ายเดช ไล่ตะเพิดว่า

“ไปจากเมืองพิจิตรเสียไอ้เดช ถ้าพวกกูเห็นหน้ามึงอีกละก็...มึงจะนอนตายอย่างหมาข้างถนน!”
เดชถูกซ้อมสะบักสะบอมนอนจมกองเลือดอยู่ข้างถนน รุ่งขึ้นจึงพาร่างกายที่บอบช้ำหนีไปพระนครเร่ร่อนนอนตามข้างถนนบ้าง ตามศาลาวัดบ้าง เล่าอย่างผยองในที่สุดว่า

“ฉันต่อสู้ฝ่าฟันเจ็บเจียนตายมาหลายหน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ไอ้หมาข้างถนนจากพิจิตรตัวนั้น ตอนนี้มันกลายเป็นราชสีห์ ไม่ใช่เศษดินติดเท้าเศรษฐีอย่างคุณอดุลย์อีกแล้ว”

อดุลย์ฟังเรื่องราวจากเดชแล้วเขาขอโทษ แสดงความเสียใจ อ้างว่าไม่เคยรู้เลยว่าคนของตนทำร้ายเดช เล่าเรื่องของตนกับนภาว่า มีลูกด้วยกัน แต่งงานได้ปีเดียวพอนภารู้ว่าตนมีลูกมีเมียอยู่แล้ว เลยหอบเด็กในท้องหนีไป

เดชระเบิดหัวเราะออกมา อดุลย์ถามขำอะไร

“เปล่า...หัวเราะให้กับชะตาชีวิต ไอ้เดชคนระนาดกระจอกๆ กลายเป็นเศรษฐีคุมถิ่นนี้ได้ เพราะอยากเอาชนะคนอย่างคุณ ความรักที่มีต่อนภา ความเกลียดที่มีต่อคุณ ทำให้ผมมีวันนี้...หึๆๆ ไอ้เราก็นึกว่าจะไปอยู่ดีมีสุข ที่แท้! คุณก็หลอกลวงนภา!”

เดชทำท่าฮึดฮัดดุร้ายยกไม้เท้าแกว่งไปมาจนทุกคนใจไม่ดี แต่แล้วจู่ๆก็วางไม้เท้าลงพูดอารมณ์ดีว่า

“ผมขอไปดูลิเกก่อนนะ”

เดชเดินจากไปท่ามกลางความงุนงงของทุกคน เขาช่างเป็นคนเข้าใจยากว่าเวลาไหนจะเลว ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัวกว่านักเลงทั่วไป อดุลย์มองตามไปอย่างไม่พอใจ

ooooooo

เพราะหน้าที่ต้องมาก่อน วันนี้ชายพีร์จึงไปทำหน้าที่ที่ฐานทัพอากาศอู่ตะเภาที่สร้างใกล้เสร็จแล้ว ระหว่างพักมีทหารมาแจ้งว่ามีคนมารอพบอยู่ที่บ้านพักรับรอง

คนที่มารอพบคือ เทวพันธ์นั่นเอง แถมหนีบเอาวิไลรัมภามาด้วย บอกชายพีร์ว่าหม่อมย่ากลัวว่าเขามาทำงานแล้วจะเหงา เลยจองเรือนรับรองให้ตนกับวิไลรัมภามาอยู่เป็นเพื่อน พูดแล้วฝากยิ้มๆ เป็นนัยว่า

“ฝากดูแลน้องหน่อยนะ แก่แล้วนั่งรถมาปวดไปหมด จะไปเอนหลังหน่อย” พูดแล้วปลีกตัวไปเลย ทำให้ชายพีร์จำต้องเดินไปหาวิไลรัมภาตามคำฝากฝัง แต่ตลอดเวลาที่ดูแลวิไลรัมภานั้น ในใจชายพีร์คิดหาทางที่จะกลับไปหาเพียงขวัญ

วิไลรัมภาถือโอกาสนี้ทั้งอ่อยทั้งอ้อนชายพีร์เต็มที่ แล้วเล่าแกมบีบในทีว่า

“ตั้งแต่เรารู้จักกันมา รัมภาไม่เคยแม้แต่จะมองผู้ชายคนอื่น รัมภาหวังว่าพี่ชายพีร์จะให้เกียรติรัมภาเหมือนกัน”

“น้องรัมภาหมายความว่ายังไงครับ”

“พี่ชายพีร์ก็ทราบว่า ผู้ใหญ่ของเราทั้งสอง ฝ่ายเห็นดีเห็นงามจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน โดยหวังให้เรารักกัน ถ้าพี่ชายพีร์อยากให้รัมภาปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร ก็ขอให้พูดกันตรงๆ แต่กรุณาอย่าไปมีผู้หญิงอื่น ให้รัมภาต้องรู้สึกไร้ค่าเสียเกียรติ พี่ชายพีร์ทำได้ไหมคะ”

วิไลรัมภาสบตาเว้าวอน ชายพีร์ได้แต่อึ้งพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าบ้านนภาค้างค่าเช่ามา 3 เดือนแล้ว วันนี้จู่ๆเดชก็พาลูกน้องบุกไปที่บ้านนภาอ้างว่าจะมาทวงหนี้ เพียงขวัญออกไปรับหน้า เดชเห็นเพียงขวัญก็เข้าไปคว้ามือถาม

“เนี่ยเหรอลูกสาวของนภาที่เขาว่าเป็นนางเอกหนังคนสวย”

นภาพายายออกไปเดินเล่นกลับมา ทักเดชกลัวๆ และเรียกเพียงขวัญให้มาหาตน ส่วนเดชทักยายเย้ยๆว่า

“น้าผัน ยังอยู่รึ” ยายถามว่าใคร เดชไม่ตอบแต่เดินไปตีระนาดที่วางอยู่แถวนั้น

“นายเดช!” ยายจำฝีมือได้แม่น

“ฉันเปลี่ยนชื่อเป็นเดชคำแหงแล้ว ลุงผินพี่ชายน้า เขาด่าฉันว่าเป็นแค่พวกเต้นกินรำกิน ฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงนภาให้สุขสบายได้ เสียดายลุงผินไม่อยู่ซะแล้ว เลยไม่เห็นฉันวันนี้”

การมาของเดช ทำให้ทุกคนตึงเครียด กลัว บุหลันวิ่งไปปกป้องยายกับนภา แตงกับประณตหนีไปแอบหลังยายอีกที ลูกน้องเดชทวงค่าเช่าที่ค้างอยู่ 3 เดือน นภาขอความเห็นใจว่าพักนี้เพียงขวัญไม่ได้ทำงาน เสื้อผ้าที่ตัดส่งก็ยังได้เงินไม่ครบขอจ่ายให้ 100 ก่อน เพียงขวัญจึงหยิบเงินจากห่อผ้าเช็ดหน้าให้อีก 200 บอกว่าได้เงินครบแล้วก็กลับไปเสีย

เหมลูกน้องคนหนึ่งถามเดชว่า “เอาไงครับพี่” เดชไม่ตอบ เดินไปตีระนาดอย่างมีสมาธิเต็มที่ เหมเลยเอียงคอกระซิบนาถลูกน้องอีกคนว่า “ลูกพี่เขาจะเอายังไงวะเนี่ย”

แดงไปหลบอยู่หลังยาย เคลิ้มกับเสียงระนาดจนเหมือนต้องมนต์ ส่วนประณตบ่นอุบอิบว่า “จะเอายังไงของเขาพูดก็ไม่พูดเอาแต่ตีระนาดอยู่นั่นแหละ”
“เพราะจัง ไม่เคยฟังระนาดเพราะอย่างนี้มาก่อนเลยเนอะ” แดงเคลิ้มกับเสียงระนาดลืมหมดทุกอย่าง

ระหว่างนั้น ชนะที่อาการซึมเศร้ายังตกค้างอยู่ หิ้วปิ่นโตเก่ามาส่งและรับปิ่นโตเองเพราะเกรงใจบ้านนภาที่ต้องหิ้วปิ่นโตไปส่งทุกวัน มาเห็นสภาพหน้าบ้านนภาเห็นลูกสาวน้องเดช บ้างพกคมแฝก บ้างพกมีดปาดตาลที่คมกริบ บ้างพกขวาน ก็คิดว่านักเลงบุก พูดอย่างนักเลงเก่าว่า “เดี๋ยวเจอดี!” แล้วตะโกนท้าโหวกเหวก

“เฮ้ย...ไอ้พวกห้าร้อย นี่มันอะไรกัน พกอาวุธอะไรเข้ามาในบ้านน้องสาวฉัน เข้ามาทำอะไรกัน แล้วนี่แก...”

เดชจบเพลงพอดีวางไม้ตีระนาด หยิบไม้เท้าสะบัดไปสามที ชนะก็ล้มตึงเลือดกบปากสลบเหมือด ทั้งที่คำยังค้างปากอยู่ ทั้งเพียงขวัญ นภาและบุหลันวิ่งไปดูชนะ เดชพยักหน้าให้เหมไปดูว่าชนะตายหรือเปล่า

พอดีลูกน้องที่เดชใช้ให้ไปซื้อข้าวปลาอาหารกลับมาพอดี เดชมองของแล้วบ่น

“อยู่กันตั้งเยอะแยะไม่รู้จะพอหรือเปล่า ไว้วันหลังจะเอามาให้อีก เฮ้ย...กลับ!”

ที่แท้เดชตีระนาดรอลูกน้องที่ให้ไปซื้อของนั่นเอง พวกนภาทั้งงงทั้งกลัว เดาอารมณ์และอ่านใจเดชที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไม่ออก พอเดชไปแล้ว เพียงขวัญถามอย่างรับไม่ได้ว่า

“แม่รู้จักกับเขาด้วยหรือจ๊ะ เขามาทำแบบนี้กับเราทำไม”

นภากังวล เพราะเชื่อว่าเดชไม่ได้มาเพราะต้องการเงินเท่านั้น แล้วชีวิตต่อไปจะอยู่กันอย่างไร...

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น เดชก็มาอีก เอาสร้อยข้อมือทองเยาวราชมาฝากนภา นอกนั้นยังมีเสื้อผ้าและของกินของใช้อีกมากมาย นภาขอให้เอากลับไปเสียตนรับไว้ไม่ได้

“อย่าให้พี่เสียน้ำใจสิจ๊ะนภา” เดชเสียงอ่อนเสียงหวาน แล้วหันไปทางยาย “เออ...แล้วนี่ก็ชุดนอนผ้าแพรของน้าผันน้ายังสอนรำอยู่ไหมจ๊ะ” ยายบอกว่าเลิกสอนนานแล้วเพราะข้อเข่าเสื่อม “อ้าว...แล้วทำไมไม่รักษาล่ะ”

บุหลันบอกว่าค่าผ่าตัดมันแพงมาก เดชอาสาจะช่วยแล้วสั่งเหมอุ้มยายไปที่รถบอกว่าจะพาไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล ยายดิ้นขลุกขลักไม่ยอมไป เดชเข้าไปลากยาย พร้อมกับบอกความปรารถนาดีที่น่ากลัวว่า

“โปรดรับความปรารถนาดีจากมิตรเก่าแก่คนนี้เถอะนภา อย่าให้ฉันต้อง...บังคับข่มขู่!”

เกิดโกลาหลวุ่นวายเมื่อยายร้องโวยวายดิ้นสุดแรงไม่ยอมไปกับเดช นภากับบุหลันเข้าช่วยก็ถูกผลักถูกเหวี่ยงกระเด็นไปคนละทาง เดชยังแสดงความปรารถนาดีที่น่ากลัวต่อไปว่า

“ถ้าพูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง ไอ้นาถ ไอ้ดำ พาคนดักปากซอย เจอหนูเพียงขวัญจับตัวเอาไว้”

ทั้งนภา และยายอ้อนวอนเดชอย่าทำอะไรเพียงขวัญ ส่วนแดงกับประณตได้ยินดังนั้นพากันแอบวิ่งอ้าวออกไปไม่มีใครเห็น เดชยังแสดงความปรารถนาดีที่ทำให้นภาอกสั่นขวัญแขวนอีกว่า

“นภา เมื่อก่อน ฉันไม่มีโอกาสดูแลเธอ ทั้งที่อยากทำใจแทบขาด ตอนนี้ฉันจะดูแลเธอกับครอบครัวเอง เธอกับครอบครัวต้องอยู่ใต้คำสั่งของฉัน”

“ฉันไหว้ล่ะพี่เดช จะให้ฉันกราบก็ยอม อย่าทำอะไรลูกขวัญของฉันนะ” นภายกมือไหว้ทำหน้าจะร้องไห้ให้ได้

ooooooo

วันนี้ ชายพีร์ต้องพาวิไลรัมภาไปตลาดสดเพื่อหาซื้อของสดจากทะเลมาทำอาหาร แม้วิไลรัมภาจะพะอืดพะอมกับกลิ่นคาวปลา แต่ก็ทำเป็นจับเลือกอย่างสนิทมือ แล้วขอซื้อ ชาวประมงผู้มีน้ำใจขอซื้อไม่ขายแต่แบ่งปันให้กิน

ระหว่างวิไลรัมภาทำอาหาร เทวพันธ์ก็เฝ้าชมลูกสาวให้ชายพีร์ฟังอย่างภูมิอกภูมิใจว่า ลูกสาวอุตส่าห์เรียนทำอาหารเพื่อชายพีร์แท้ๆ ทั้งยังหว่านล้อมแกมบีบคั้นในทีว่า หม่อมเอียดกับย่าอ่อนอายุมากขึ้นทุกที ท่านหวังจะได้เห็นชายพีร์เป็นฝั่งเป็นฝากับวิไลรัมภามากที่สุด ถึงเวลาก็อย่าทำให้ท่านผิดหวัง ควรทำให้ท่านมีความสุข

แม้จะขัดกับความรู้สึกของตัวเอง แต่ชายพีร์ก็พยักหน้ารับ

เหมือนโชคจะเข้าข้างสองพ่อลูก เพราะค่ำนี้มีทหารเอาจดหมายมาให้ชายพีร์ในนั้นแจ้งว่า ผู้พันโรเบิร์ตถูกเรียกตัวด่วนไปเวียดนามจะขึ้นเครื่องพรุ่งนี้ ชายพีร์บอกว่าตนก็คงหมดหน้าที่แล้ว วิไลรัมภากับเทวพันธ์สบตากัน เธอเสนอทันทีว่า อยากไปเที่ยวเกาะสีชัง ชายพีร์ขอเป็นโอกาสหน้าเพราะใจพะวงกับที่นัดเพียงขวัญไว้

วิไลรัมภาอ้อนว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ไม่ต้องทำงาน เทวพันธ์ก็ช่วยพูดว่าน้องอยากไปเกาะสีชัง ไหนๆก็มาแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว ชายพีร์เลยพูดไม่ออก

แต่พอรุ่งขึ้น ชายพีร์จัดทหารให้พาสองพ่อลูกไปเที่ยวตามที่อยากไป ส่วนตัวเองเก็บข้าวของขับมอเตอร์ไซค์กลับกรุงเทพฯอย่างโล่งใจที่สลัดพ้นจากวิไลรัมภามาได้

วิไลรัมภาเสียใจมากที่ชายพีร์ไม่ไปด้วย แต่คนที่ทั้งโมโหและผิดหวังคือเทวพันธ์บอกวิไลรัมภาหน้าเครียดว่า

“เราจะกลับพระนคร หม่อมย่าเอียดต้อรู้เรื่องนี้!”

ooooooo

แดงกับประณตวิ่งไปที่ตลาด แยกกันเที่ยวถามชาวตลาดว่าใครเห็นเพียงขวัญบ้าง ทุกคนล้วนส่ายหน้า

เพียงขวัญถูกดำกับพวกมาดักที่หลังตลาด แดงกับประณตต่างวิ่งมาเจอเห็นดำกำลังคุกคามเพียงขวัญ ทั้งสองรีบหลบแอบดู เพียงขวัญไล่ดำให้หลีกทางตนจะกลับบ้าน แต่พวกมันที่วางแผนกันมาแล้ว ออกจากที่ซ่อนฝูงใหญ่เข้าต่อยท้องเพียงขวัญหมดสติแล้วแบกขึ้นรถไป ชาวตลาดพากันมองดู ดำชี้หน้าขู่กราด...

“พี่เดชกำแหงต้องการผู้หญิงคนนี้ ไม่เกี่ยวกับพวกเอ็ง ใครแจ้งตำรวจก็อย่าหวังจะได้อยู่แถวนี้อีกต่อไป!”

ส่วนเหมอุ้มยายไปที่โรงพยาบาล ไปถึงก็เอาเงินไปกองบนโต๊ะหมอ ให้ผ่าตัดยายที่ขาเจ็บและเข่าเสื่อมอะไรนี่แหละ บอกให้ผ่าๆไปเถอะ บุหลันที่ตามมาด้วยบอกว่าแม่ไม่เคยมาที่นี่ ถูกเหมตะคอกว่า หมอที่ไหนก็เหมือนกันแหละรีบๆผ่าให้เสร็จๆ เสียป่านนี้ไอ้นาถกับไอ้ดำคงเจอตัวเพียงขวัญแล้ว

ที่ทางเข้างานวัด เพียงขวัญรู้สึกตัวแล้วเหลียวมองไปรอบๆ พยายามต่อสู้จะออกจากรถ ถูกนาถตบสลบไปอีกรอบ ดำเอาเพียงขวัญไปไว้ที่โล่งๆ บอกว่าเดชอยากให้เธออยู่สบายๆ

“จัดการอีนี่เสร็จ เอ็งก็ไปเฝ้าปากทาง อย่าให้ใครเข้ามา พอยายมันผ่าตัดเสร็จ เดี๋ยวเหมมันก็ส่งเด็กมาหาเอ็งเอง งานง่ายๆแค่นี้” นาถสั่งดำ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.