ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพียงขวัญมาทำงานด้วยอารมณ์แจ่มใสขึ้น แต่แล้วก็ต้องขุ่นมัวเมื่อยอดยศโผล่พรวดมาพล่ามความรักความคิดถึงเธอในสภาพกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง

“คุณไม่ควรมาในสภาพแบบนี้ ฉันบอกแล้วไงว่า แม้แต่ความเป็นเพื่อนของเราก็จบไปแล้ว กลับไปเถอะค่ะ”

ยอดยศไม่ยอมกลับจับมือเธอยืนยัน ต้องคุยกันให้รู้เรื่องว่าทำไมต้องใจร้ายกับตน เพียงขวัญบอกตรงๆ ว่า

“คุณมีคู่หมั้นแล้ว คุณควรกลับไปหาคู่หมั้นของคุณ ปล่อย...ปล่อยนะ”

ทันใดนั้น ชายพีร์ที่ซุ่มดูอยู่พรวดออกไป แต่ช้ากว่าหนุ่มหล่อเท่ร่างใหญ่ที่พุ่งตัดหน้าชายพีร์ตวาด

“อย่าแตะต้องน้องขวัญ!”

เพียงขวัญสะดุดหูคำว่า “น้องขวัญ” หันมองอุทาน “คุณอัทธ์”

ยอด ยศปล่อยเพียงขวัญ ชายพีร์มองงงๆว่าหนุ่มมาดดีคนนี้เป็นอะไรกับเพียงขวัญ? ยิ่งเห็นทั้งสองมองกันด้วยความดีใจ รักใคร่ ชายพีร์กับยอดยศก็ปักใจเชื่อว่าต้องเป็นคนที่มาจีบเพียงขวัญ ยอดยศพรวดเข้าไปถามว่า เขามาจีบเพียงขวัญเหมือนเสี่ยเพ้งกับผู้กำกับใช่ไหม ท้าไปเจอกันตัวต่อตัว ใครแพ้ห้ามแตะต้องเพียงขวัญอีก

“สุภาพบุรุษเขาไม่ ใช้กำลัง เขาควรปฏิบัติกับผู้อื่น เยี่ยงสุภาพชน” อัทธ์เอ่ยด้วยท่าทีนิ่งสงบ สุภาพ “ผมว่าคุณเมามากแล้ว กลับไปเถอะ น้องขวัญจะได้ทำงาน” ยอดยศที่กำลังเมายังท้าเหยงๆอัทธ์จึงเตือนว่า “เวลาเมาไม่ควรมาหาผู้หญิงนะครับ เราจะทำให้ผู้หญิงเขาเสื่อม เสียเพราะขาดสติ”

ยอดยศปรามาสว่าไม่กล้าใช่ไหม ชายพีร์จึงเข้าแทรก บอกยอดยศว่า “เขาพูดถูกแล้ว...มานี่ มากับฉัน วันนี้พูดไม่รู้เรื่องหรอก กลับเถอะ” ชายพีร์หันไปขอโทษอัทธ์แล้วลากยอดยศออกไป แต่ยังติดข้องใจไม่หายว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร?

ooooooo

อัทธ์คอยจน เพียงขวัญถ่ายฉากบู๊เสร็จ เมื่อเธอออกมาคุยกับเขา เธอยังวางตัวห่างๆ ไม่เหมือนที่อัทธ์ปฏิบัติต่อเธอราวกับรู้จักกันมานานปี จนเพียงขวัญเอาจดหมายติดต่อออกมาบอกเขาว่า

“ดิฉันยอมเจอคุณ เพราะจดหมายนี้คุณเขียนมาว่า คุณแค่อยากรู้จักกับดิฉัน”

“น้องขวัญเขียนจดหมายตอบพี่ ทุกประโยคพี่จำมันได้ขึ้นใจ น้องขวัญยอมรับพี่ แต่ไม่ยอมรับ...เอ้อ...”

“หลาย เดือนที่เราเขียนจดหมายติดต่อกัน ดิฉันมองว่าคุณเป็น...มิตรจากแดนไกล ระหว่างเราจะมีแต่มิตรภาพระหว่างเพื่อนกับเพื่อน คนที่หวังดีต่อกันค่ะ ดิฉันยอมให้คุณเรียกว่าน้องขวัญ ก็นับว่าให้ความสนิทสนมคุณมากกว่าคนอื่นแล้วนะคะ คุณควรพอใจเพียงเท่านี้” เพียงขวัญวางตัวอย่างมีระยะห่าง

“ก็ได้จ้ะ พี่จะไม่ล้ำเส้นที่น้องขวัญขีดไว้ พี่จะเขียนจดหมายไปหาน้องขวัญที่บริษัทหนังเหมือนเดิม ไม่ถามถึงครอบครัว ไม่ถามถึงที่บ้าน แล้วพี่ก็จะไม่พูดถึง...เขา...”

ได้ยินอัทธ์เอ่ยถึง “เขา” คนนั้น เพียงขวัญก็หน้าเศร้าลง...

ระหว่าง นั้น จันทน์กะพ้อเข้ามา เทนวมสองสามคู่ออกจากถุงทะเล เพียงขวัญแนะนำว่าจันทน์กะพ้อเป็นเพื่อนมาช่วยดูแลตนด้านเสื้อผ้าเครื่อง สำอาง แต่อัทธ์เห็นนวมที่เทจากถุงทะเล ติงว่านี่มันไม่ใช่เสื้อผ้า จันทน์กะพ้อวางมาดนักเลงประกาศกร้าวว่า ตนไม่อยู่วันเดียว เพียงขวัญก็ถูกรุม ต่อไปนี้ใครกล้าแตะเพียงขวัญให้ใส่นวมไปพบกันตัวต่อตัวหลังกองถ่าย

บงกช ทำทีกระซิบจันทน์กะพ้อว่า วันนี้เพียงขวัญเอาผู้ชายใหม่มาอวดอีกแล้ว จันทน์กะพ้อจึงปกป้องเพียงขวัญบอกว่า อัทธ์มาจีบตนต่างหาก ทำทีเอ็ดอัทธ์ว่า ตนไม่สนใจเลยหันมาใช้เพียงขวัญเป็นแม่สื่อหรือ แล้ว หันไปบอกพวกทีมงานว่าตกเป็นเครื่องมือของบงกชแล้ว พูดใส่หน้าบงกชว่า “ถึงยังไงหล่อนก็ไม่มีวันได้บทนางเอกหรอก!”

จันทน์กะพ้อพูดๆๆ จนไม่มีช่องให้ใครพูดหรือชี้แจงอะไร จากนั้นประกาศกับพวกบงกชว่า

“ฟังไว้เลยนะทุกคน เพียงขวัญกับฉันจะไม่ออกไปจากกองถ่ายนี้ เราถือว่าเราบริสุทธิ์ใจ เรามาทำงาน เรื่องเมื่อวานเพียงขวัญเขาไม่เอาเรื่องเพราะอยากให้งานเสร็จ แต่ถ้ามีคราวหน้า เราสองคนจะสู้ ตายเป็นตาย แต่ไม่ยอมแพ้โว้ย!”

เพียงขวัญเห็นเพื่อนชักจะเตลิดไปใหญ่เลยขอให้พอ เป็นจังหวะที่เสี่ยเพ้งมาเร่งให้ถ่ายคัทสุดท้าย ทุกคนจึงกลับไปทำหน้าที่ของตน

เมื่อเล่นงานเพียงขวัญด้วยวิธีนี้ไม่เป็นผล บงกชจิกตามองอย่างเจ้าเล่ห์ วางแผนหันไปยืมมือเหมยฮัวแทน!

ooooooo

หลังจากทำตัวกร่างก๋ากั่นประกาศว่าอัทธ์มาจีบตนเพื่อกันไม่ให้เพียงขวัญถูกนินทา ว่าร้ายแล้ว พอมานึกได้ภายหลัง จันทน์กะพ้อก็เขินตัวเองว่าทำไปได้ไงเนี่ย!

อัทธ์ เห็นท่าทางก๋ากั่นของจันทน์กะพ้อก็ขำๆ หยอกเมื่ออยู่กันลำพังว่าตนไม่ได้ชอบประเภทหญิงรักหญิง จันทน์กะพ้องอนตุปัดตุป่อง บ่นกับเพียงขวัญว่า มาหาว่าตนเป็นหญิงรักหญิง เพียงขวัญปลอบว่าเขาล้อเล่นมากกว่า และขอบใจที่จันทน์กะพ้อมาอยู่เป็นเพื่อนตนตลอด แต่พอจันทน์กะพ้อเสนอให้เลิกเล่นหนัง  เพียงขวัญชี้แจงหน้าขรึมว่า

“แต่มันเป็นอาชีพสุจริตนี่จ๊ะ และเราก็รักงานของเรามากด้วย แค่มีคนเข้าใจอย่างจันทน์ อย่างเอ้อ...”เพียงขวัญคิดถึงชายพีร์แต่เลี่ยงเป็นพูดว่า “คนที่บ้าน ขวัญก็ไม่สนคำพูดของคนอื่นแล้ว ขวัญจะถ่ายหนังสองเรื่องนี้ให้เสร็จ จะรักษายายจะหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตังเองให้ได้”

จันทน์กะพ้อมองหน้าถาม ว่าเป็นอะไรต้องหน้าแดง? คิดถึงใครหรือ? เพียงขวัญสะดุ้งปฏิเสธว่าเปล่าไม่ได้คิดถึงใครทั้งที่ใจคิดถึงชายพีร์ แต่ไม่พ้นสายตาจันทน์กะพ้อ เพียงแต่เธอคิดว่าเป็นอัทธ์ เลยชมหยั่งท่าทีว่า

“แล้วบอกไม่ได้มาจีบ คุณอัทธ์มาหาหน่อยเดียวถึงกับหน้าแดง ตาอัทธ์นั่นดูดีจริงๆ ด้วย ถ้าขวัญคบกับคนคนนี้ก็ดีนะ” พูดแล้วตัวเองก็ตัดใจไปจากอัทธ์

ooooooo

ที่ห้องสันทนาการกองบิน...บรรดาทหารอากาศมาทำกิจกรรมพักผ่อนกันตามอัธยาศัย แต่ยอดยศยังเมาไม่สร่างพร่ำเพ้อคร่ำครวญถึงแต่เพียงขวัญ ชายพีร์จึงสั่งกาแฟแก่ๆ ให้ดื่มจะได้สร่างเมา

ระหว่างนั้น กำพลมาขอเปลี่ยนรถคืน บอกว่าขับจากัวร์คิดว่าจะจีบหญิงติดเหมือนชายพีร์ แต่ไม่เพียงจีบหญิงไม่ติดรถยังเกือบเฉี่ยวชนกับคนอื่น เกิดเฉี่ยวชนขึ้นมาตนไม่มีปัญญาซ่อมให้แน่ ขอเอารถเฟียตปุโรทั่งของตนไปใช้ตามเดิมดีกว่า

ชายพีร์แลกกุญแจรถกับกำพล แต่เปลี่ยนกับขันติ ขอเอามอเตอร์ไซค์ของขันติไปใช้แทน แลกกุญแจรถกันแล้วชายพีร์กลับไปหายอดยศอีก ฝ่ายนั้นก็ยังคร่ำครวญไม่เลิก ชายพีร์เลยเตือนสติว่า

“ไอ้ยศ ดูสภาพตัวเองตอนนี้ก่อนเถอะ ต่อให้เขาไม่มีใครเขาก็ไม่เอาแก”

“ผู้ชายคนนั้นดูดีชะมัดเลย” ยอดยศพูดถึงอัทธ์ ทำให้ชายพีร์นึกขึ้นมาได้ เลยคุยอย่างอารมณ์เดียวกันว่า

“เออว่ะ ดูดีจริงๆ ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ แถมคุณเพียงขวัญดูจะปกป้องเขาด้วย”

“ก็นั่นน่ะสิ ไอ้พีร์...ฉันจะทำยังไงดี...ทำยังไงดี...”

“นั่นสิ...ทำไงดีวะ??” ชายพีร์พลอยกลุ้มไปด้วย

คืนเดียวกันนี้ เพียงขวัญถ่ายฉากสุดท้ายหนังเรื่อง นางเสือดาว เสร็จ จบลงในฉากที่นางเสือจัดการเจ้าพ่อได้สำเร็จ ยิงเจ้าพ่อล้มขาดใจตายไม่เป็นท่า แล้วเดินเข้าไปพูด

“คนเลว คนชั่ว คนกินบ้านกินเมืองอย่างพวกแก ตายไปนรกยังไม่ต้องการ นางเสือดาวจะตามล้างพวกแกให้หมดไปจากแผ่นดิน”

“คัท ปิดกล้อง” ผู้กำกับสั่งน้ำเสียงยินดี ทุกคนปรบมือดีใจ เสี่ยเพ้งโล่งอกที่วันนี้ปิดกล้องได้ตามกำหนด

เพียงขวัญเดินไปไหว้ขอบคุณผู้กำกับและเพื่อนร่วมงานก่อนกลับ ขณะเดินออกมากับจันทน์กะพ้อ เธอปรารภอย่างโล่งใจว่า เดี๋ยวนางเสือดาวก็ฉายแล้ว พอหนังฉายก็จะได้เงินไปรักษายาย จันทน์กะพ้อถามว่ายายไปหาหมอที่ไหนหรือ

“คุณชายหมอ ท่านมีเมตตามาก ชื่อคุณหมอ ม.ร.ว.พุฒิภัทร ท่านรับปากจะผ่าตัดยายให้”

ทั้งสองเดินผ่านรถที่อดุลย์นั่งอยู่ อดุลย์ได้ยินชื่อหมอพุฒิภัทร เขามองตามเพียงขวัญพลางเอามือจับสร้อยห้อยจี้ทองรูปหัวใจ คิดถึงนภาที่มีสร้อยและจี้แบบเดียวกันนี้ที่เขาทำไว้ให้เมื่อครั้งอยู่ด้วย กัน...

ooooooo

คุณชายรณพีร์ผู้ที่หม่อมเอียดบอกว่าเจ้าชู้ ประตูดิน กำลังถูกวิไลรัมภารุกประชิดตัว โดยเธอทำทีมาเรียนการบ้านการเรือนกับย่าอ่อนจึงขลุกอยู่ที่วังจุฑาเทพ ทำอาหารที่ชายพีร์ชอบหวังใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจ แต่ชายพีร์ก็ให้ได้เพียงคำชมแต่หัวใจนั้นหมกมุ่นอยู่กับเพียงขวัญตลอดเวลา

เมื่อขึ้นห้องนอน ชายพีร์หาทางที่จะทำตามแผนที่ตัวเองวางไว้ โดยจะออกค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดให้ยายของเพียงขวัญแต่ไม่เปิดเผยตัว จึงหวังจะอาศัยพี่ๆที่มีครอบครัวแล้วช่วยทำโครงการการกุศลผ่าตัดฟรีให้ยายโทร.ไป หาชายภัทร ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ชอบโกหก หากจะทำก็ให้บอกเขาไปตรงๆ เลยว่าชอบเขาอยากช่วยเขา ชายพีร์งอนเลยโทร.ไปหาชายเล็กที่กำลังสร้างโรงเรียนให้เด็กๆอยู่ที่ค่ายใน ชนบท พอชายพีร์เอ่ยปาก ชายเล็กถามว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย ชายพีร์งอนหาว่าทำให้น้องแค่นี้ก็ไม่ได้ ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงสร้อยฟ้าเดินผ่านมาหอมแก้มชายเล็ก ชายพีร์ก็ยิ่งหงุดหงิด บ่นอุบอิบ

“อะไรน่ะพี่ ทำอะไรครับพี่ หอมแก้มเมีย ไม่สนใจน้อง ผมไม่คุยกับพี่ชายเล็กแล้ว ไปตามไอ้ชัช เอ๊ย ทูลเชิญเจ้าชายรังสิมันตุ์มาเรียนสายทีครับ”

พอได้คุยกัน ท่านชายรังสิมันตุ์เล่าโครงการเร่งพัฒนาประเทศมากมายให้ฟัง ก็บ่นว่าไม่ว่างกันหมดเลย

“ดี! ดี!! ไม่ว่างกันหมดเลย ขอบคุณมากครับ แค่นี้ก็ช่วยกันไม่ได้ สวัสดีนะครับ” ชายพีร์ประชด

ชายใหญ่เดินมาถามว่ามีอะไรกันหรือ ชายภัทรเล่าขำๆว่า “ชายพีร์ติดผู้หญิง ท่าจะเป็นเอามาก” แล้วป้องปากเล่าให้ฟังถึงความวุ่นวายของชายพีร์ที่เที่ยวโทรศัพท์หาพี่ๆวุ่น ไปหมด

สุดท้ายเมื่อชายพีร์โทร.หาชายรุจ ถูกพี่ชายดักคออย่างรู้ทันก็ตัดบทว่าจะไม่ช่วยตนใช่ไหม ชายใหญ่จึงให้ชายรุจจัดการงานให้เสร็จเร็วๆเห็นทีต้องให้ไปช่วยแผลงศรรักให้ ชายพีร์เสียแล้ว

“ได้ครับ ผมจะรีบทำงาน ท่านหญิงก็อยากเห็น หน้าผู้หญิงของรณพีร์เหมือนกัน”

“ผู้หญิงของรณพีร์คือใครคะ วิไลรัมภาหรือคะ” หญิงแต้วถาม

“ถ้าใช่ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ใช่ ที่วังจุฑาเทพ คราวนี้คงยุ่งกันใหญ่” ชายรุจบอกขำๆทั้งกังวล

เห็นชายพีร์วุ่นวายใจ ชายใหญ่จึงเรียกไปนั่งคุยชี้ให้เห็นว่าปัญหาของเขาคือ ความกลัว ทำให้ชายพีร์ตั้ง สติถามตัวเองว่า “ความกลัว...กลัวอะไร...กลัวใครวะ...” พลันใบหน้าของอัทธ์ก็มารบกวน ทำให้ชายพีร์รู้ใจตัวเองว่าที่แท้ตนกลัวอัทธ์หนุ่มหล่อเท่คนนั้นนั่นเอง เริ่มจัดการกับใจตัวเองให้ขจัดความกลัวหันมาสู้!

จากนั้น ชายพีร์ก็ปลุกใจตัวด้วยให้สู้ ทั้งขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผนเรียกความกล้า เล่นรักบี้ก็ปลุกใจตัวเองเข้าปะทะอย่างบ้าคลั่ง จนเป็นที่แปลกใจของทุกคน
เมื่อปลุกความกล้าขึ้นมาได้แล้ว จึงไปยืนเท่ที่หน้าบ้านเพียงขวัญ เจอเธอกำลังจะออกไปทำงานก็ตรงเข้าไปถามว่า

“นายคนนั้นที่มาหาคุณ ที่มีเรื่องกับยอดยศ เขาเป็นใครหรือครับ”

เพียงขวัญมองเขาแปลกๆ ตอบว่าไม่จำเป็นต้องบอก ชายพีร์ไม่ตื๊อแต่ไปหยิบรองเท้าที่ท้ายมอเตอร์ไซค์มาให้ บอกว่าเอามาฝาก คู่นี้สวยกว่าคู่ที่ส้นหักคราวที่แล้ว เพียงขวัญปฏิเสธอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีว่า

“ฉันจนก็จริงแต่มีศักดิ์ศรี อย่าใช้เงินซื้อมิตรภาพเพราะมันจะไม่ยั่งยืน”

“จะไปทำงานใช่ไหมครับ ผมไปส่ง” พลางเดินนำไปที่มอเตอร์ไซค์

“ไม่เป็นไร ฉันนัดน้าหมึกให้มารับแล้ว นั่นไง มาตรง เวลาเป๊ะ” แล้วบอกน้าหมึก “ไปช่องสี่บางขุนพรหมนะจ๊ะ”

ชายพีร์ยืนเหวอ มองตามรถน้าหมึกที่มีเพียงขวัญซ้อนไปจนลับตา...

ooooooo

เพียงขวัญไปรำมโนราห์โชว์ให้บริษัทโฆษณาสินค้าแห่งหนึ่ง รำเสร็จเธอเดินออกมา มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีคนมารอพบอยู่ที่หน้าห้อง

พอเพียงขวัญเห็นอดุลย์ก็ชะงัก เพราะเธอเคยเจอเขามาครั้งหนึ่งแล้วแต่ใจไม่ยอมรับเขา

ครั้งนั้นเขาบอกว่าเห็นเธอรำมโนราห์ในโทรทัศน์จึงรีบบึ่งรถมาหา เพียงขวัญไม่รู้จัก พ่อเลี้ยงอดุลย์แนะนำตัวเองอย่างตื่นเต้นดีใจว่า

“พ่อเอง...พ่อของหนู หนูคือเพียงขวัญ จันทร์ประดับ แม่ชื่อนภาใช่ไหม แค่เห็นหนูรำ พ่อก็รู้ว่าต้องเป็นหนู...ลูกของพ่อ” พ่อเลี้ยงอดุลย์จ้องมองเพียงขวัญเหมือนจะมองให้สมกับที่โหยหามานาน “ตาโตสวยหวานแบบนี้...ท่าทาง รำแบบนี้ มีนภาคนเดียวเท่านั้น”

วันนี้...เพียงขวัญจึงไม่อยากเจออดุลย์จึงเดินเลี่ยงออกอีกประตูหนึ่ง แต่หนีไม่พ้น อดุลย์โผล่มาดักเรียก เพียงขวัญถอนใจถามว่า “เขาบอกคุณหรือคะเรื่องเขามาหาหนู” เธอหมายถึงอัทธ์ลูกภรรยาหลวงของเขาแต่ไม่ยอมเอ่ยชื่อ

แต่พ่อเลี้ยงอดุลย์ ไม่รู้ว่าอัทธ์เคยมาหาเพียงขวัญ เขาเล่าว่ามาธุระที่กรุงเทพฯ เห็นข่าวของเธอเยอะแยะไปหมด แล้วชวนไปหาที่นั่งคุยกัน เพียงขวัญตัดบทอย่างทำใจยอมรับเขาไม่ได้ว่า ตอนนี้ตนกับแม่สบายดีเราไม่ต้องการพบเขาอีก

พ่อเลี้ยงอดุลย์เล่าว่า ตนรู้ว่านภาท้องก็ตอนที่นภาหนีไปแล้ว ตนออกเที่ยวตามหาแต่ไม่พบ ผ่านไป18ปี ตนทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาเธอกับแม่ และเพิ่งได้มาเจอเธอวันนี้ ขอโอกาสตนหน่อยได้ไหม

“ตอนนี้คุณเจอดิฉันแล้ว แค่อยากบอกให้ดิฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร ดิฉันรู้เรื่องของคุณมานานแล้วค่ะ แม่ไม่เคยปิดบังอะไรดิฉัน ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ”

พ่อเลี้ยงอดุลย์เล่า ว่าภรรยาตนเพิ่งตายไปเมื่อปีที่แล้ว ตนไม่ต้องรู้สึกผิดกับใครอีกแล้ว ให้โอกาสตนได้ทำหน้าที่พ่อบ้างได้ไหม เพียงขวัญหัวเราะในลำคอถามว่าถ้าเขาไม่ตายแม่ตนก็ไม่มีวันได้เลื่อนมาเป็น ที่หนึ่งใช่ไหม พูดเหมือนตัดพ้อว่า

“ทุกอย่างมันผิดตั้งแต่คุณหลอกแม่ แม่ถูกเรียกว่าเมียน้อยกี่ครั้งคุณรู้ไหม” พ่อเลี้ยงบอกว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงอยากชดใช้ “คุณชดใช้ดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ คำว่าลูกไม่มีพ่อประทับอยู่บนหน้าดิฉันไม่มีวันลบออกไปได้หรอกค่ะ”

เพียงขวัญมองอดุลย์ด้วยสายตาเย็นชาแล้วเดินคอแข็งจากไป อดุลย์มองตามอย่างเจ็บปวด...

ooooooo

อดุลย์ไปหาคุณชายหมอพุฒิภัทร เสนอให้ผ่าตัดคุณยายผัน ตนจะจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดขอเพียงให้หมออย่าเปิดเผยชื่อตนเท่านั้น ให้บอกแต่เพียงว่าเป็นคนใจดีบริจาคมาหรือเป็นกองทุนช่วยคนจนอะไรทำนองนี้ได้ไหม

ขณะอดุลย์เดินออกจากห้องหมอ เพียงขวัญเข้ามาเห็นพอดีเธอหลบ เดินเลี่ยงไปห้องคุณชายหมอพุฒิภัทร มาเจรจาขอจ่ายค่าผ่าตัดยายเป็นงวดๆ ได้หรือไม่

คุณชายหมอจึงบอกว่าเวลานี้มีผู้ใจบุญบริจาคค่าผ่าตัดให้คุณยายแล้ว เพียงขวัญถามทันทีว่าชื่ออดุลย์ใช่ไหม ชายภัทรชะงักถามว่ารู้ได้ยังไง เพียงขวัญไม่ตอบแต่บอกว่า...

“ดิฉันขอดูแลค่าผ่าตัดคุณยายด้วยตัวเองค่ะ ดิฉันไม่ขอรับความช่วยเหลือจากใคร” พูดแล้วไหว้ลาชายภัทรออกไป

ตลอดเวลาที่เพียงขวัญเข้ามาที่โรงพยาบาล ชายพีร์ติดตามจับตามองตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

ความแตกเมื่ออดุลย์เข้ามาเจออัทธ์กำลังดูรูปเพียงขวัญที่ถ่ายในงานต่างๆ พออดุลย์เดินเข้ามาอัทธ์ก็รีบเอารูปซ่อนอดุลย์ ถามว่าเขารู้จักน้องแล้วหรือ เขารู้เรื่องนี้นานแล้วหรือ แม่บอกใช่ไหม

“แม่กับญาติเคยพูดให้ผมได้ยินมานานแล้ว บอกว่าพ่อมีเมียอีกคน มีลูกด้วย ผมมาเห็นรูปพวกนี้โดยบังเอิญตอนที่ผมลงมาบ้านที่กรุงเทพฯนี่ พ่อคงคิดถึงน้องมากถึงเก็บภาพไว้หมด” อดุลย์ไม่ตอบแต่หยิบรูปเพียงขวัญขึ้นดูอย่างภูมิใจ อัทธ์เล่าว่า “สามเดือนก่อน ผมเขียนจดหมายไปที่บริษัทหนังจนรู้ว่าเราเป็นพี่น้องกันจริงๆ”

“ทำไมไม่เล่าให้พ่อฟัง”

“น้องขวัญบอกว่า ถ้าพูดถึงพ่อเขาจะไม่ตอบ จดหมาย”

“เพียงขวัญยอมให้ลูกพบเขาแต่โดยดี?”

อัทธ์พยักหน้าแต่บอกว่า “เขาไม่นับญาติ ไม่ยอมรับว่าผมเป็นพี่ต่างแม่ เขาบอกว่าเขาทำได้แค่ความเป็นเพื่อน ถ้าทำอะไรมากกว่านี้ เขาจะไม่ยอมพบผมอีก”

“ใจแข็งเหมือนแม่เขาไม่มีผิด พ่อไปหาเขาสองครั้งแล้ว แต่เขาก็ไล่ไม่อยากเจอพ่อ” อัทธ์ถามว่าพ่อจะทำอย่างไรต่อไป อดุลย์ตบไหล่ลูกชาย “ขอบคุณมากที่เข้าใจพ่อ แม่ของแกไม่เคยเข้าใจพ่อเลย พ่อจะไม่ละความพยายาม สักวันน้องจะต้องเข้าใจพ่อ” อดุลย์พูดอย่างมุ่งมั่น

ไม่เพียงแต่พูด อดุลย์ยังลงมือทำ แอบตามเพียงขวัญไปที่บ้าน เป็นคืนฝนตกพอดี นภาเอาร่มไปรอรับเพียงขวัญที่ปากตรอก เจออดุลย์เข้าอย่างจัง นภาให้เพียงขวัญเข้าบ้านไปก่อน ตัวเองยืนคุยกับอดุลย์ท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำ

เมื่อบุหลันรู้ว่านภาคุยอยู่กับอดุลย์ก็กลัวนภาจะใจอ่อน ฮึดฮัดจะไปจัดการ ถูกยายทัดทานว่า

“ปล่อยเขาเถอะบุหลัน คนเคยเป็นผัวเมียกัน คงอยากคุยกันตามลำพัง”

ทุกคนจึงหยุด ต่างเป็นกังวล ไม่รู้ว่านภาคุยอะไรกับอดุลย์นานสองนานอยู่หน้าปากซอย

อดุลย์รู้ว่านภายังไม่หายโกรธ เขาเล่าถึงอดีตที่ยังไม่มีโอกาสบอกเธอว่า

“เมื่อ 18 ปีก่อน เธอมาด่วนหนีไป ฉันเลยไม่มีโอกาสอธิบาย พ่อฉันจับฉันคลุมถุงชนแต่งงานกับลูกสาวคุณหลวง ฉันไม่เคยรู้จักความรัก จนกระทั่งพบเธอ มองในแง่ศีลธรรมฉันผิดเต็มประตู แต่หากมองอย่างคนบูชาความรักแล้วละก็...ความผิดของฉัน มันจะพออนุโลมได้บ้างไหมนภา”

นภาติงว่าเรื่องนี้เราไม่ต้องพูดกันอีกเพราะตนผ่านความเจ็บปวดมากพอแล้ว อดุลย์บอกว่าตนก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากันที่เมียหอบลูกในท้องหนี ภรรยาที่อยู่กินกันก็หมางเมินจนเธอตายจากก็ยังไม่ให้อภัย ตนแบกรับความรู้สึกผิดมาตลอด 18 ปี ถามว่า “เธอยกโทษให้ฉันได้ไหมนภา...”

“มันคงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ คุณเสียฉันกับลูกไปนานแล้ว เยื่อใยระหว่างเราขาดสะบั้น ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม อย่ามาหาฉันกับลูกอีก!”

“ฉันจะมา...ฉันยังรักเธอ...รักหมดหัวใจ”

แม้นภาจะสะเทือนใจจนน้ำตาแทบทะลัก เธออดกลั้นไว้ตัดใจเดินเข้าบ้าน ทิ้งอดุลย์ยืนเศร้าก้าวขาไม่ออกอยู่ตรงนั้น

ooooooo

นภากลับมาขึ้นไปร้องไห้อยู่ในห้องนอน  เพียงขวัญ เปิดประตูเห็นแม่ร้องไห้อย่างหนักจึงถอยออกมา

เพียงขวัญมานั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ข้างเตียงยาย ยายนอนมองหลานเอ่ยลอยๆ

“ฝนตกหนักแค่ไหน ยังมีวันหยุด แต่น้ำตาตกในเพราะความรัก ชั่วชีวิตก็ไม่มีวันหยุดไหล”

“หนูสงสารแม่” เพียงขวัญเสียงสะเทือนใจ

ยายหยิบรูปที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนให้เพียงขวัญดูบอกว่า “รูปคุณตา...” เพียงขวัญมองหน้ายายบอกว่ายายไม่เคยพูดถึงเลย ยายจึงเล่าความหลังให้ฟังว่า

“ยายเรียนรำที่วังของเสด็จพระองค์หญิง คุณตาหนูท่านเป็นพระยา นภาสวยเพราะได้ท่านมาหนูก็ด้วยคน ยายไปอยู่รวมกับเมียคนอื่นๆ 20 คนได้กระมัง แรกๆ ท่านก็มาหา พอนานไป ท่านก็มีผู้หญิงคนใหม่ สวยกว่า สาวกว่า แต่เบี้ยหวัดก็ได้ทุกเดือน กินอยู่อย่างดี แต่พอหมดบุญท่าน ก็กระสานซ่านเซ็น”

“ใช่ความรักไหมคะ” เพียงขวัญสีหน้าฉงน แต่แววตายายกลับอ่อนหวานเป็นประกาย รับภาพคุณตากลับไปดู

“ใช่สิ...ผู้หญิงเรา ถึงยังไงก็รัก เรามีผัวได้คนเดียว มีรักได้ครั้งเดียว ผู้หญิงมากรัก ไม่ดีหรอกลูก”

เพียงขวัญมองหน้ายายด้วยแววตาที่รู้สึกหวาดกลัวความรัก กังวลกับความรู้สึกเล็กๆ ที่กำลังก่อขึ้นในหัวใจตนพึมพำอย่างสับสน...

“ทำไม ความรักเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างนี้ล่ะคะยาย...”

ไม่เพียงเรื่องของยายกับแม่ที่ทำให้เพียงขวัญหวั่นไหวกับความรัก เรื่องของบุหลันก็ไม่ต่างกัน

ในอดีต...บุหลันแต่งงานกับข้าราชการคนหนึ่ง ในคืนวันส่งตัว เขาบอกกับบุหลันว่า

“วันนี้บุหลันสวยที่สุดเลยรู้ไหม พี่จะรักบุหลันไปจนวันตาย”

เวลานั้นบุหลันรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกยิ้มให้กับตนมีความสุขอย่างไม่อาจพูดออกมาได้

แต่หลังจากนั้นไม่นาน บุหลันไปส่งเครื่องลิเกต่างจังหวัดกลับมา พบว่าเพื่อนเจ้าสาวของตนในวัน แต่งงานกำลังสำราญรักกับสามีหมาดๆของตน บุหลันแทบจะบ้า ด่าสามีและเพื่อนน้ำตาอาบหน้า สามีทำเป็น ห่วงใย เตือนว่าระวังหน่อยเธอกำลังท้อง

“ไม่สนใจโว้ย...ลูกคนเลวอย่างแก แท้งไปก็ดีเหมือนกัน นังสร้อยมึง! ต่อหน้าทำเป็นเพื่อนกู ลับหลังขโมยของกูกินงั้นเหรอ!!” บุหลันอาละวาดเข้าไปตบตีสามีและเพื่อนน้ำตาไหลพรากๆ...

นับแต่นั้น บุหลันไม่ยอมรับผู้ชายทั้งหมด ผู้หญิงในบ้านนี้ จึงปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงลูกตลอดมา

ooooooo

วันต่อมา จู่ๆ ชายพีร์ก็มาที่บ้าน พูดประชดประชัน ว่า เธอทำหน้าตึงกับตนเพราะมีทั้งคนแก่คนหนุ่ม มารุมรัก บ้านหัวกระไดไม่แห้ง

เพียงขวัญตัดบทเสียงกร้าวถามว่ามีธุระอะไรให้ว่ามาเลย

ชายพีร์ถามว่าผู้ชายชื่ออดุลย์เป็นใคร! เพียงขวัญย้อนถามว่าเขารู้ได้ยังไง ชายพีร์ไม่ตอบแต่เยาะเย้ยต่ออย่างสะใจว่า

“เพ้ง อดุลย์ อัทธ์ เป็นผม ผมก็เลือกยาก”

“สกปรก” เพียงขวัญด่า ชายพีร์ย้อนเย้ยว่าสกปรกยังไง “ก็คุณมันสกปรกจริงนี่ คนชื่ออดุลย์พ่อฉันต่างหาก”

ชายพีร์หน้าแตกถามอึ้งๆว่า “พ่อเหรอ...พ่อคุณยังมีชีวิตอยู่หรือครับ ผมขอโทษที่เข้าใจผิด”

เพียงขวัญค้อนเคืองๆแล้วเดินหนีไป ชายพีร์ตามไปอย่างรู้สึกผิดจนถึงศาลา เห็นเพียงขวัญถือค้อนตอกตะปูโป๊กๆก็เข้าไปขอโทษและอาสาจะทำให้ เพียงขวัญตอบปัดว่าตนทำได้ บ้านนี้ไม่ต้องการผู้ชาย! หันมองหน้าเขาจากนั้นเล่าอย่างตั้งใจล้างสมองล้างตาเขาให้กระจ่างว่า ถ้าเขาสงสัยว่าทำไมไม่เห็นผู้ชายในบ้านนี้ ตนก็จะเล่าให้ฟัง

“พ่อฉัน มีเมียมาก่อน มาหลอกแม่เป็นเมียคนที่สอง แม่ก็เลยพาฉันหนีพ่อมา พ่อของนายประณตเป็นคน เจ้าชู้ พอน้าบุหลันไปต่างจังหวัดก็พาเพื่อนของน้าบุหลันมานอนในบ้าน ประณตไม่เคยเห็นแม้แต่หน้าพ่อเหมือนฉัน”

ชายพีร์ที่เคยหน้าเป็น เริ่มขรึม อึ้ง...

“ตาของฉัน เป็นพระยา ท่านได้ยายเพราะความสวยและความสาว จากนั้นท่านก็มีอีกหลายคน ตอนท่านจะตาย  จำชื่อเมียได้ไม่หมดด้วยซ้ำ แต่ยายของฉันกลับจำท่านได้ไม่เคยลืม...”

เพียงขวัญหยุด มองหน้าชายพีร์เต็มตา แววตาเด็ดเดี่ยวอย่างที่จะพูดกันให้เด็ดขาดกันวันนี้

“ที่คุณมาตอแยกับฉัน คุณบอกฉันว่าจะมาให้ฉันจัดการเรื่องคุณยอดยศให้ห่างจากฉัน และตอนนี้ฉัน จัดการเรื่องคุณยอดยศให้คุณแล้ว คุณมาอยู่ตรงนี้ทำไม มาที่นี่ทำไมอีก!”

ชายพีร์ประสานสายตากับเพียงขวัญ เขาหนาวเยือกกับแววตาเพชฌฆาตของเธอ เป็นแววตาเดียวกับที่เธอมองยอดยศในวันตัดเยื่อใยไล่เขาไปจากตน แต่วันนี้ชายพีร์กล้าขึ้นมาแล้ว เขากล้าที่จะบอกเธอว่า

“ผมคิดถึงคุณ ต่อให้คุณมีนายอัทธ์ มีผู้ชาย หลายคนให้คุณเลือก ผมจะทำให้คุณเลือกที่จะรักผม”

เพียงขวัญลุกยืนพูดอย่างผ่าเผยอาจหาญว่า “ฉันเลือกแล้ว เลือกที่จะไม่รักใคร! ไม่รักก็ไม่เจ็บปวด ไม่รักก็ไม่ถูกทอดทิ้ง” พูดแล้วชวนไปทานข้าวกัน ชายพีร์มองเธองงๆ กับอารมณ์ที่เปลี่ยนไป เธอบอกว่า “ฉันจะเลี้ยงตอบแทนคุณ...เป็นมื้อสุดท้าย และหลังจากมื้อนี้ ฉันไม่อยากเจอหน้าคุณอีก คุณควรไปจากชีวิตฉันได้แล้ว”

ท่าทางเพียงขวัญเด็ดขาดน่าเกรงขาม จนชายพีร์รู้สึกว่า นาทีนี้ตนเหลือตัวเล็กนิดเดียว...

กินข้าวอย่างฝืดคอแล้วลากลับ ชายพีร์อดคิด ไม่ได้ว่า...

“ผมเผชิญหน้ากับความกลัว ในความสัมพันธ์ของเรา และผมก็จัดการกับมันไปได้ในที่สุด แต่ตอนนี้ คนที่กลัวจริงๆกลับไม่ใช่ผม มันคือคุณต่างหาก...”

ooooooo

วิไลรัมภายังมุ่งมั่นที่จะผูกมัดใจชายพีร์ด้วยเสน่ห์ปลายจวัก แต่แอบสั่งขนมจากร้านเกษรามาตบตา โดยมีพิมวรรณและไฉไลร่วมมือ

ชายพีร์เริ่มอึดอัด เพราะวันนี้นอกจากวิไลรัมภา จะจัดมื้อเช้า อาหารว่าง มื้อกลางวัน แล้วยังมีจิบน้ำชา ยามบ่ายอีก

ชายพีร์จึงเหน็ดเหนื่อย เบื่อหน่ายกับการเอาอก เอาใจจนน่ารำคาญของวิไลรัมภา

คืนนี้ เขากลับไปนอนคิดถึงเพียงขวัญ...“แม่กินรีคนสวย เธอไล่ฉันไม่ให้ไปหาเธอใช่ไหม ทำไมฉันจะต้องเชื่อเธอด้วย ได้เวลาเดินตามแผนแล้ว ฮึ!” ชายพีร์หัวเราะในลำคอกับแผนการเด็ดของตน

ชายพีร์ขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านเพียงขวัญ เจอ ประณตกำลังร่อนเครื่องบินกระดาษเล่น เลยนัดแนะจะพาไปดูของจริงที่กองบิน แต่มีข้อแม้ว่า ประณตต้องพาเพียงขวัญไปด้วย

รุ่งขึ้น ประณตวางแผนหลอกแดงที่อยู่โรงเรียนวัดเดียวกันว่า เที่ยงนี้ให้รอตนกลับบ้านพร้อมกัน

แดงรอประณตอยู่จนเลยเวลาไปมาก ทางบ้านเป็นห่วง เพียงขวัญจึงไปตาม พอรู้จากแดงว่าประณตหนีโรงเรียนไปที่กองบิน เพียงขวัญจึงตามไป ทหารที่นั่นขับรถพาเธอไปหาประณตกับชายพีร์ที่กำลังดูเครื่องบินอยู่

เพียงขวัญปราดเข้าหาประณตทันที ประณตยิ้มกว้างบอกอย่างภูมิใจว่า

“พี่ขวัญ พี่พีร์เป็นนักบินจริงๆ เอฟ 86 เอฟจอดอยู่นั่นไง ลำเบ้อเริ่มเลยครับพี่”

เพียงขวัญไม่สนใจปราดเข้าไปตีประณตด้วยความโมโห แต่ด่าชายพีร์ว่า

“คุณทำน้องฉันหนีโรงเรียน ทำน้องฉันเสียเด็ก จากที่บ้านมาที่ดอนเมือง ถ้าเขาถูกรถชน ถูกหลอกจะทำยังไง” เธอลากประณตสั่ง “มานี่ กลับบ้าน ไอ้ตัวแสบ!”

ชายพีร์วิ่งตามมาชี้แจงว่า “ผมนัดกับประณตที่ปากซอย กำลังจะออกไปรับ แต่เขามาเสียก่อน ผมไม่ได้สอนให้เขาหนีโรงเรียนนะครับ”

เพียงขวัญจะพาน้องกลับบ้าน ประณตอ้อนว่าตนเพิ่งดูเครื่องบินได้นิดเดียวเอง ชายพีร์ก็ช่วยพูดว่า

“ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมขอโทษ ประณตชอบเครื่องบินมาก ถ้าเขาได้อยู่ต่ออีกหน่อยอาจจะมีแรงบันดาลใจให้ตั้งใจเรียน ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าไปดูหน่อยนะครับ”

“นะ...พี่ขวัญนะ...ผมเคยหนีโรงเรียนที่ไหนกัน ทำครั้งนี้เพราะจำเป็น ผมสัญญาจะไม่ทำอีกแล้วสาบานเลยเอ้า”

เพียงขวัญมองหน้าประณตลำบากใจ แล้วหันมองชายพีร์อย่างชั่งใจ

ooooooo

ชายพีร์ดีใจมาก พาเพียงขวัญกับประณตเข้าชมถ้ำเสือ บอกว่าวันนี้วันศุกร์ไม่มีใครอยู่ ตนเลยพาสองคนเข้ามาได้

พูดไม่ทันขาดคำก็เจอกับจ่าละไมที่เดินตรวจเครื่องบินมา ชายพีร์คิดแผนบางอย่าง บอกประณตว่าตนอยากคุยกับเพียงขวัญ ให้ประณตไปช่วยจ่าละไมซ่อมเครื่องบินไหม ประณตดีใจไปกับจ่าละไม อ้อนขอเข้าไปนั่งในห้องนักบินที่เขาเอาไว้ฝึกบินด้วย

กันประณตไปได้แล้ว ชายพีร์พาเพียงขวัญไปที่โกดังเก็บเครื่องบิน เพียงขวัญถามว่าอยากคุยอะไรกับตน เขาบอกให้รอเดี๋ยวแล้ววิ่งออกไป

ชายพีร์ไปจัดการกับของที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว อึดใจเดียวบรรยากาศในโกดังเก็บเครื่องบินก็มีเสียงเพลงรักช้าๆ แสงไฟโรแมนติก เพียงขวัญถามว่าเขาจะทำอะไร เขาพูดหน้าตาเฉยว่า สอนเธอขับเครื่องบินไง

คุณชายรณพีร์ดึงเพียงขวัญเข้าประชิดในอ้อมกอด จับมือวางในท่าเต้นรำ ถามเบาๆ

“คุณขวัญ คุณเคยฟังเพลงนี้ไหม...ผมอยากให้คุณสัมผัส บางทีคุณอาจจะได้รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”

เพียงขวัญเต้นรำไปกับเขาอย่างพลิ้วไหว แต่ยังมองเขาอย่างไม่เข้าใจถามว่า

“ไหนบอกว่าจะสอนขับเครื่องบิน”

“เวลาที่เราอยู่บนฟ้า มีแค่เรา ผมกับเครื่องบิน เมื่อผมไปซ้าย เครื่องบินจะไปซ้าย เมื่อผมไปขวา เครื่องบินจะไปขวา...เวลาคุณรำ...คุณเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ บทเพลง เวลาผมบิน ผมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเครื่องบิน เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งที่เรารัก”

เพียงขวัญหยุดกึก ดึงมือตัวเองออกตะลึงกับคำที่ตัวเองกลัว! ชายพีร์อึ้งมองเธอราวกับโลกหยุดหมุนในฉับพลัน เขาพยายามจะจับมือเธอขึ้นใหม่ เพียงขวัญเอามือหนี ถอยห่างออกไป ชายพีร์ใจเสียเมื่อรู้ว่าเพียงขวัญกลัวความรักจริงๆ

“ฉันกับคุณบอกลากันไปแล้ว วันนี้ฉันแค่อยากทำตามความฝันประณต” เพียงขวัญเสียงประหม่า แล้วรีบเดินหนีไป

ชายพีร์ยืนห่อเหี่ยวอย่างหมดสิ้นกับแผนเด็ดของตน แต่ไม่ยอมแพ้ เดินตามเธอไป...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.