ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพียงขวัญจิกไม่ปล่อย ถามชายพีร์อย่างเอาเรื่องว่ามาทำธุระอะไรที่นี่ ชายพีร์ไม่ตอบแต่ใช้ให้เธอตักน้ำให้เพราะมือตนดำ บ่นว่าไม่ตายก็ดีแค่ไหนแล้ว

นภาบอกให้ล้างเนื้อล้างตัวอีกรอบ พอมองสภาพชายพีร์อีกทีเปลี่ยนเป็นให้อาบน้ำเลย เดี๋ยวจะเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน แล้วไปเอาเสื้อผ้าของชนะมาให้
ชายพีร์ยังอารมณ์ค้าง ถามเพียงขวัญว่าที่โกรธตนเพราะมาเห็นเธอทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับสามีรึไงถึงกับต้องฆ่าแกงกัน กระแนะกระแหนว่าคำนินทาในกองถ่ายเป็นจริง เธอได้บทนางเอกเพราะเป็นเมียผู้กำกับ

สิ้นเสียง ขันในมือเพียงขวัญก็ฟาดหัวชายพีร์โป๊ก! ด่าแล้วไล่ออกจากบ้านตนไปเลย ประณตเด็กชายวัย 8ขวบจอมซ่าแก่แดด ลูกของบุหลัน ก็โผล่มาลำดับญาติให้ฟังว่า

“ลุงชนะเขาเป็นผัวป้าราตรี ป้าราตรีเป็นพี่สาวป้านภาแม่ของพี่ขวัญกับบุหลันแม่ของผม เข้าใจรึยังล่ะคู้ณณ” พอชายพีร์เข้าใจ ประณตก็โอ่ต่อ “ลุงชนะน่ะเคยช่วยเลี้ยงพี่ขวัญ ป้อนนม อาบน้ำให้ตั้งแต่เล็กๆแต่กับผมน่ะ ลุงเขาไม่ค่อยยุ่ง เพราะผมดูแลตัวเองได้”

เมื่อเข้าใจและอารมณ์ดีแล้ว ชายพีร์ตามเพียงขวัญไปเก็บผักที่สวนครัวหลังบ้าน เพียงขวัญยังไม่หายเคืองไล่เขาไปที่อื่น แต่ชายพีร์ก็ตื๊อช่วยถือตะกร้าจนได้ ระหว่างแย่งตะกร้ามือสัมผัสกัน ต่างนิ่งอึ้ง ชายพีร์รำพึงออกมาหน้าตาย...

“แรงระเบิดคงมีผลข้างเคียง ใจผมมันสั่นๆ”

“แค่ใจสั่นรึ น่าเสียดายไม่ยักกะตาย” เพียงขวัญประชด ค้อนเคืองๆ แล้วรีบเดินไป ชายพีร์มองตามยิ้มตาเชื่อม...

ooooooo

นับแต่ยอดยศถูกเพียงขวัญตัดเยื่อใยวันนี้ก็เอาแต่ดื่มเหล้าเมามาย จนถูกผู้การตำหนิ ยิ่งเมื่อได้กลิ่นเหล้าคลุ้งก็คาดโทษว่า อย่าให้มีแบบนี้อีกไม่อย่างนั้นต้องลงโทษทางวินัย

“ขอโทษครับ ผมจะไม่ให้มีแบบนี้อีกครับ” ยอดยศรับคำ จะเดินไปหาชายพีร์ก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าคุณหญิงนงนุชมาหา ยอดยศถึงกับหน้าเสีย

คุณหญิงนงนุชมากับพิมพรรณ ที่จริงอยากมาตำหนิยอดยศที่หลังจากหมั้นไม่นานก็หายหน้าหายตาไป แต่คุณหญิงพูดอย่างนุ่มนวล ชวนไปเที่ยวที่บ้านบ้าง ยอดยศอ้างว่าตนต้องซ้อมบินเพราะสถานการณ์ชายแดนไม่ค่อยดี

“เรื่องงานก็แล้วไป พูดตรงๆ นะ เป็นคู่หมั้นกัน ผู้หลักผู้ใหญ่รู้เห็นหมด จู่ๆ มาหายหน้าไปแบบนี้แม่ก็นึกเป็นห่วงถ้ามีอะไรพ่อยอดยศบอกแม่ได้นะ”

ด้วยความรักที่มีต่อยอดยศ พิมพรรณช่วยพูดให้เขาดูดี ทำเป็นบอกคุณหญิงว่า ยอดยศจะไปทานข้าวที่บ้านวันศุกร์นี้ ถามยอดยศว่า จำที่เราคุยกันทางโทรศัพท์เมื่อวานซืนได้ไหม หรือว่าทำงานจนลืม

“อ๋อ...พี่ไม่ลืมหรอกจ้ะ วันศุกร์หน้า พี่จะไปทานข้าวบ้านน้องพิมแน่นอน” ยอดยศผสมโรงอย่างไร้พิรุธ

“พิมบอกแล้วไงคะ ว่าพี่ยอดแค่งานยุ่ง เราสองคนไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ สักหน่อย” พิมพรรณบอกคุณหญิง

ก่อนกลับ พิมพรรณขอคุณหญิงไปลายอดยศ แต่ที่แท้เธอไปทดสอบอะไรบางอย่างจากเขา แกล้งเอามือแตะปลายนิ้วยอดยศถามว่ารู้สึกอะไรไหม ยอดยศทำหน้างงถามว่า “รู้สึกอะไร?” พิมพรรณรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเขา พูดเศร้าๆ

“พิมไปนะคะ คุณแม่รออยู่ พิมบอกว่าจะมาลาพี่ยศเดี๋ยวเดียว” พูดแล้วผละไป ยอดยศยกมือตัวเองขึ้นดูงงๆ

ชายพีร์แอบดูอยู่ห่างๆ เห็นแล้วรู้ทันทีว่าคู่นี้ไม่ปกติ อดกลุ้มใจแทนยอดยศไม่ได้

กลับถึงบ้าน พิมพรรณปรับทุกข์กับไฉไลและวิไลรัมภาที่สวนหลังบ้านว่า

“เวลาเราจับมือคนที่เรารัก แค่แตะปลายนิ้วเบาๆ หัวใจมันก็รู้สึกได้แล้ว แต่ตอนนี้หัวใจพี่ยอดไม่รู้สึกกับพิมเหมือนตอนแรกที่เราเริ่มรักกัน วันนี้ คุณแม่ชวนพิมไปหาพี่ยอดที่กองบิน ท่านคงทนไม่ไหว อยากถามสาเหตุที่พี่เขาหายหน้าไป”

“รัมภาว่านะ พิมควรฟ้องคุณพ่อคุณแม่ให้ออกหน้าจัดการแทน คุณยอดยศต้องเกรงใจผู้ใหญ่”

“คุณพ่อคุณแม่จะรู้เรื่องพี่ยอดไปติดพันผู้หญิงอื่นไม่ได้ค่ะคุณรัมภา ท่านต้องโกรธมากและคงจะบังคับให้ถอนหมั้นพิมสูญเสียพี่ยอดไปไม่ได้ พิมรักพี่ยอด” วิไลรัมภาถามว่าแล้วต้องทำอย่างไรถึงจะดึงคู่หมั้นกลับมาได้ “ความดีไงล่ะคะคุณรัมภา พิมเชื่อว่าความดีงามของพิมจะพิชิตใจพี่ยอดได้อีกครั้ง”

“ใช่จ้ะพิม หัวใจที่งดงาม เอาชนะได้ทุกสิ่งในโลก” ไฉไลมั่นใจมาก เธอกอดปลอบพิมพรรณที่ร้องไห้อย่างหนัก

วิไลรัมภาได้แต่มองพิมพรรณและไฉไลอย่างสมเพช

ooooooo

วันนี้ชายพีร์แต่งตัวหล่อเป็นพิเศษ ตั้งใจจะไปหาเพียงขวัญ

“คุณชายขา...ไม่ต้องหล่อมากหรอกค่ะ ประเดี๋ยวคุณวิไลรัมภาจะไม่สนใจดูโขน หันมาแลแต่หน้าคุณชาย” แจ๋วแซว

นี่เอง ชายพีร์จึงนึกได้ว่านัดวิไลรัมภาไว้ว่าจะไปดูโขนกัน แต่ก็บรรจงแต่งตัวต่ออย่างไม่ร้อนอกร้อนใจอะไร แจ๋วเห็นดังนั้นรีบไปรายงานหม่อมเอียดกับย่าอ่อนว่า

“คุณชายรณพีร์ขับรถฉิวออกไปแล้ว ป่านนี้ไปรับคุณวิไลรัมภาเรียบร้อยแล้วค่ะ”

สองย่ายิ้มให้กันอย่างพอใจ...

หารู้ไม่ว่า วิไลรัมภาคอยอยู่ที่วังเทวพรหม ดูนาฬิกาแล้วบอกเทวพันธ์อย่างหงุดหงิดว่าตนไปดูโขนไม่ทันแล้ว เทวพันธ์ไม่พอใจบ่นว่าคุณชายรณพีร์เหลวไหลเลื่อนเปื้อน แล้วสั่งเอารถออกไปวังจุฑาเทพทันที

“เดี๋ยวค่ะ วิธีบีบบังคับ ออกจะตื้นเขินเกินไป กับคุณชายรณพีร์ต้องใช้วิธีอื่น” วิไลรัมภาเบรกพ่อแล้วคิดวางแผน

เมื่อไปหาหม่อมเอียดกับย่าอ่อน ผู้ใหญ่ทั้งสองแปลกใจว่าชายพีร์ไม่รับวิไลรัมภาไปดูโขนแล้วไปไหนเพราะทางกองบินก็บอกว่าวันนี้ชายพีร์ไม่ได้ไป วิไลรัมภาทำเป็นยิ้มแย้มพูดแก้ต่างให้ว่า

“พี่ชายพีร์คงติดธุระสำคัญ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โอกาสหน้ายังมี เรื่องแค่นี้รัมภาไม่คิดมากหรอกค่ะ”

ก่อนไปวังจุฑาเทพ วิไลรัมภาร่วมคิดกับเทวพันธ์ หาทางปะเหลาะเอาใจหม่อมเอียดกับย่าอ่อน เมื่อรู้ว่าหม่อมเอียดชอบอ่านลิลิตพระลอก็ทำเป็นชอบด้วย อาสาอ่านให้ฟังและหาทางที่จะมาขลุกที่วังจุฑาเทพ เสนอย่าอ่อนว่าอยากมาเรียนการเรือนกับย่าอ่อนเหมือนที่ย่าอ่อนเคยสอนกรองแก้วมาแล้ว

“อืม...เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะคะคุณพี่ ไหนๆ รัมภาจะเป็นสะใภ้ของจุฑาเทพแล้ว เรียนเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน” ย่าอ่อนเชิงปรึกษาหม่อมเอียด

“ก็ดีนะ มาขลุกอยู่ที่วังนี่บ่อยๆ ดูซิชายพีร์จะหนีไปไหนได้”

วิไลรัมภาหัวใจพองโตที่แผนการของตนสำเร็จ

ooooooo

ที่แท้ ชายพีร์แต่งตัวหล่อไปที่กองถ่ายที่กำลังถ่ายหนังเรื่องนางเสือสาวมีเพียงขวัญเป็นนางเอก

หลังจากถ่ายฉากบู๊ผ่านไป ผู้กำกับชมว่าเก่งมากต่อไปเธอต้องเป็นราชินีหนังบู๊แน่ เสี่ยเพ้งก็ปรี่เข้ามายกนิ้วชมว่าเก่งมาก ชายพีร์ที่มาแอบดูอยู่พอเห็นเสี่ยเพ้งก็บ่นเซ็งๆ “หนังของเสี่ยเพ้งอีกแล้ว”

ระหว่างนั้น เพียงขวัญกระซิบอะไรบางอย่างกับเสี่ยเพ้ง เสี่ยตอบรับอย่างกระตือรือร้นชวนไปหาที่นั่งคุยกัน แกล้งทำเป็นพูดเสียงดังสั่งอวดบรรดาหนุ่มๆ ในกองถ่าย

“เตรียมฉากต่อไปให้พร้อมนะทุกคน ผมจะไปคุยกับหนูเพียงขวัญก่อน หนูเพียงขวัญเขาอยากคุยด้วย”

ชายพีร์ใจร้อนผ่าวๆ เมื่อเห็นเสี่ยเพ้งคุยกับเพียงขวัญครู่เดียวก็ควักเงินส่งให้

“ร้อนเงิน ก็มาหาผมได้ทุกเมื่อ ผมยินดีช่วยหนูขวัญเสมอ” เสี่ยเพ้งมือส่งเงินแต่มองเพียงขวัญตาเป็นมัน

เพียงขวัญโล่งใจที่เบิกเงินล่วงหน้าไปแก้ปัญหาทางบ้านได้เปลาะหนึ่ง แต่ชายพีร์คิดเอาเองว่าเธอเกาะเสี่ยเพ้ง พึมพำเซ็งสุดๆ “นึกแล้วว่ายัยนี่ต้องแพ้เงิน”และไม่เพียงชายพีร์เท่านั้นที่เห็น บงกชที่จับตาดูอยู่ก็เห็นเช่นกัน

เพียงขวัญกลับมาที่มุมแต่งตัวเอาเงินใส่กระเป๋า ไม่ทันไรชายพีร์ก็เดินหน้าบึ้งตาขวางเสียงเขียวเข้ามาพูดประชด

“ดีนะ มีธนาคารส่วนตัว เบิกได้ทุกเมื่อ บัญชีตัวเองก็ไม่ใช่”

“นี่เงินค่าตัวเล่นหนังของฉันค่ะ ฉันแค่เบิกมาก่อน” เพียงขวัญบอกอย่างรำคาญใจ

ชายพีร์ประชดว่าเห็นเธอทำงานหนักเหลือเกินเสนอให้ยึดเสี่ยเป็นที่พึ่งถาวรเสียเลยดีไหม เพียงขวัญ ถามว่าเขาอยากให้ตนเป็นเมียน้อยเสี่ยเพ้งหรือ

“ชีวิตคุณ คุณต้องลิขิตเองครับ ผมเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ ตกลงคุณเลือกเสี่ยเพ้งใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ” เพียงขวัญตอบทันทีเต็มปากเต็มคำจนชายพีร์อึ้ง เธอถามประชด “คุณอยากให้ฉันตอบแบบนี้ไม่ใช่รึ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า วันนี้คุณมาที่นี่ทำไม ทุกครั้งที่เจอกัน คุณก็เอาแต่ถามคำถามพวกนี้ วันนี้ฉันตอบไปแล้ว หวังว่าคุณจะไม่ถามอีกหรือจะให้ดี ไม่ต้องมาคุยกันอีกเลย! คุณไปได้แล้ว ไปให้พ้นหน้าฉัน ไปสิ!”

ชายพีร์อึ้ง เดินจากไปหน้าเครียด ส่วนเพียงขวัญ

ทั้งโกรธ น้อยใจ เศร้า เซ็ง ทำได้แค่ด่า

“คนบ้า!”

แล้วทีมงานถ่ายหนังก็พากันอึ้ง เมื่อเสี่ยเพ้งประกาศวันนี้จะหักเงินคนละห้าสิบบาท ช่างไฟถามว่าตนทำผิดอะไร เสี่ยหาว่าจัดแสงไม่สวย ไม่ถูกใจตน แม่ครัวถามว่าแล้วพวกตนทำผิดอะไร เสี่ยพูดหน้าตาเฉยว่า

“วันนี้กับข้าวลื้อไม่ถูกปากอั๊ว พวกลื้อไม่ต้องถามมาก อั๊วรำคาญ” เสี่ยเพ้งเสียงดังข่มแล้วทำเป็นหงุดหงิดเดินงุ่นง่านไป คมบ่นว่าค่าแรงถูกอยู่แล้วยังมาโดนหักอีก บงกชที่เห็นเสี่ยเอาเงินให้เพียงขวัญ เป่าหูทุกคนทันทีว่า

“ทีกับยายนางเอก เสี่ยให้เบิกเงินค่าตัวล่วงหน้า ฉันเห็นกับตา ยายเพียงขวัญฉอเลาะออเซาะขอเบิกเงินค่าตัวเสี่ยเมื่อกี๊”

“ฮึ่ย...เสี่ยต้องเอาเงินส่วนของพวกเราไปประเคนให้นางเอกยั่วสวาทนั่นแน่ กลัวซ้อเหมยฮัวจับได้ ก็เลยมาหักเงินจากพวกเรา” แม่ครัวฮึดฮัด

“พวกเราคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกใช่ไหม”บงกชปลุกระดม

“อยากรู้นัก เป็นศัตรูกับคนทั้งกองถ่าย นังหน้าสวยมันจะอยู่ยังไง” แม่ครัวหน้าเอาเรื่อง

บรรดาช่างไฟ ผู้ช่วยแม่ครัวและบงกช ต่างมองหน้ากันอย่างหมายมาดประกาศตัวเป็นศัตรูเพียงขวัญ!

จากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อของใช้และเครื่องสำอางของเพียงขวัญที่วางไว้ที่โรงถ่ายถูกเทกระจัดกระจายเกลื่อนไปหมด ไม่นาน บงกชก็เข้ามาเยาะเย้ยว่าใครคงเห็นว่าเป็นขยะเลยเอามาทิ้ง ทั้งยังแสดงความรังเกียจว่าเป็นขยะสกปรกไม่หยิบจับกลัวมือเลอะ

จันทน์กะพ้อเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือพวกบงกชแน่เพราะมีเสียงลือกันว่าบงกชอยากเป็นนางเอกกินรีมาก เทียวไล้ เทียวขื่อขอเสี่ยเพ้ง แต่เสี่ยเพ้งยกบทนี้ให้เพียงขวัญเลยไม่พอใจ

เพียงขวัญมองไปรอบตัว เห็นสายตาของพวกบงกชที่มองมาแล้วบอกจันทน์กะพ้อด้วยสีหน้ากังวลว่า

“เราสองคนแย่แล้วจันทน์...อยู่ลำบากแน่คราวนี้”

เบิกเงินล่วงหน้าจากเสี่ยเพ้งแล้ว คืนนี้เพียงขวัญรีบเอาไปจ่ายร้านของชำเพื่อขอซื้อข้าวสารใหม่ด้วย

ระหว่างนั้นมีแก๊งหญิงชายในตลาดนั่งดื่มกันอยู่ พอเมาได้ที่ก็ปากมาก วิพากษ์วิจารณ์เพียงขวัญเสียงลั่นว่า แม่นางเอกหนังใหญ่มาซื้อข้าวสารเฮียเหมือนกันหรือ อีกคนปากยื่นปากยาวต่อความว่า

“ไหนใครว่าได้ผัวรวยไปแล้วไง ผัวเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังใช่ไหมอีเมี้ยน พี่ช่างไฟกองถ่ายเขาแวะมากินกาแฟร้านเอ็งน่ะ เขาบอกว่าไงนะ”

“จุ๊ๆ...เมียน้อยเขา” ยายสร้อยทำท่ากระซิบแต่พูดดังๆแล้วพากันหัวเราะคิกคัก

เพียงขวัญทั้งอาย ทั้งเสียใจ ถือถุงข้าวสารรีบออกจากร้านไป

ooooooo

คุณชายรณพีร์ จุฑาเทพ นับวันก็สับสนกับหัวใจตัวเอง ในความนึกคิดวนเวียนอยู่กับเพียงขวัญ บางครั้งก็เครียด บางครั้งก็ยิ้มคนเดียว จนถูกจ่าละไมที่ใกล้ชิดทั้งชายพีร์และยอดยศแซวอย่างรู้ทันว่า กำลังมีความรัก...

“หมวดยังดี ไม่มีเหล้าหนีบมาด้วย หมวดยอดยศไม่ไหว จะโดนคุกสักวัน ผู้หญิงที่ไหนหรือครับ”

“รู้ได้ไงว่าเรื่องผู้หญิง” ชายพีร์ทำไก๋ แล้วถามว่า “อย่างผมนี่ ควรจะทำยังไงต่อ”

“ไอ้พรรค์อย่างเราเนี่ย เป็นคนเฉยๆยังไม่พอ มันยังชอบที่จะเป็นนก เป็นนกเฉยๆก็ยังไม่พอ มันยังต้องบินเพื่อปกป้องชาติ ไอ้คนพรรค์เนี้ย ความตายมันอยู่ตรงหน้า ยังหยุดมันไม่ได้เลย แล้วนับประสาอะไร”

ชายพีร์ฟังแล้วรู้ความนัยของจ่าละไม ทำให้มีกำลัง ใจฮึดขึ้นมา ตัดสินใจสู้ตาย บุกไปบ้านเพียงขวัญทันที

ไปถึงเจอแต่ยายนอนป่วยอยู่คนเดียว คราวก่อนชายพีร์เพียงแต่ช่วยนวด คราวนี้เลยสอบถามรายละเอียด ถามว่า ยายเคยไปหาหมอไหม จึงรู้ว่าไม่เคยไปหาหมอเลย เพราะกลัวเสียเงิน

ชายพีร์ตัดสินใจพายายไปหาหมอ เขียนหนังสือทิ้งไว้บอกว่าไปหาหมอที่ไหน หมอชื่ออะไร แล้วอุ้มยายขึ้นรถไป เมื่อเพียงขวัญกลับมาเห็นจดหมายที่เขียนทิ้งไว้ เธอตกใจคิดว่ายายเป็นอะไรรีบตามไปโรงพยาบาล

ชายพีร์พายายไปหาหมอพุฒิภัทรที่โรงพยาบาล แต่ปิดยายไม่ให้รู้ว่าเป็นพี่น้องกัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากชายภัทรเป็นอย่างดี ชายภัทรตรวจแล้วบอกยายว่า

“ดูผลจากฟิล์มเอกซเรย์บอกว่า หัวเข่ายายมีหินปูนเกาะ ทำให้ปวดมาก ต้องผ่าตัดขูดหินปูนออกครับ” ยายบอกทันทีว่าไม่ผ่าตัด ชายพีร์ถามว่ามีวิธีอื่นไหม “ทุกวันนี้ คุณยายขยับทีเจ็บที จึงไม่อยากขยับ ไม่อยากเดิน ปล่อยไว้อย่างนี้ ขาจะลีบเดินไม่ได้ ที่ออกกำลังขาอยู่นี่ก็ยังเจ็บ อีกหน่อยก็จะเลิกขยับ คราวนี้จะเดินไม่ได้ถาวร ถ้าอยากให้คนไข้หายขาด ก็ต้องผ่าตัดครับ”

เพียงขวัญตกใจถามว่าใช้เงินเท่าไร ชายภัทรบอกว่าประมาณหมื่นห้าพันบาท ฟังตัวเลขแล้ว ยายร้องจะเป็นลม

“การผ่าตัดเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ แต่กินยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ คุณพร้อมเมื่อไรค่อยมาผ่าก็ได้”

ยายโวยวายไม่ยอมผ่าตัดท่าเดียว ชายภัทรจึงเสนอให้วันนี้จ่ายค่ายาก่อนก็ได้ เพียงขวัญจึงขอจ่ายค่ายาก่อน ส่วนเรื่องผ่าตัดขอกลับไปคิดดูก่อน ชายพีร์มองเพียงขวัญอย่างเข้าใจและเห็นใจ เมื่อชายภัทรเดินออกไปจึงรีบตามไปด้วย

ooooooo

ชายพีร์ตามออกไปขอบใจชายภัทรที่ร่วมมือช่วยปกปิดให้ตน พูดไม่เต็มปากเต็มเสียงว่าตนแค่อยากจะลองใจคนบางคนเท่านั้น ชายภัทรถามว่าสนใจผู้หญิงหน้าหวานๆ หลานยายใช่ไหม

“โฮ้ย...ไม่ใช่หรอกครับ คนนี้ไม่ใช่” ชายพีร์ทำเสียงดังส่ายหน้าดิก บอกว่าตนแค่อยากรู้ว่าเธอจะยอมขายศักดิ์ศรีขายตัวเองเอาเงินมารักษายายหรือเปล่าเท่านั้น ยังไงตนก็ต้องจ่ายค่ารักษาให้อยู่แล้วแค่ประวิงเวลาดูใจคนเท่านั้นเอง ครั้นชายภัทรดักคอว่าจะดูทำไม ดูอะไร ถ้าไม่ได้สนใจเขา “โธ่...ก็รู้ๆอยู่ พี่ชายภัทรจะถามทำไมเหรอครับ”

ชายพีร์ครวญ ทำหน้ายุ่งๆกลบเกลื่อนแล้วรีบวิ่งตามเพียงขวัญที่กำลังพายายออกไป

ตามเพียงขวัญไปถึงบ้าน นอกจากช่วยบีบนวดให้ยายแล้ว ยังช่วยซ่อมแซมของใช้ในบ้าน เพียงขวัญแย่งจะทำเองก็ถูกพูดเหน็บว่าเก็บหน้าสวยๆไว้หาผู้ชายดีๆกระเป๋าหนักๆมาทำให้ดีกว่า เพียงขวัญประชดว่าใครจะคิดอย่างไรก็คิดไปเพราะพวกเขาไม่ได้มาหาข้าวให้ตนกิน ตนหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเองทั้งนั้นจะสนใจไปทำไม

ชายพีร์เอะใจว่าบ้านนี้มีแต่ผู้หญิงดิ้นรนกันเอง ถามว่าแล้วพ่อเธอกับพ่อของประณตไม่อยู่หรือ เลยทำให้บรรยากาศเสียไป พอรู้สึกตัวชายพีร์ก็รีบขอโทษ

เพราะต้องหาเงินถึงหนึ่งหมื่นห้าพันมาเป็นค่าผ่าตัดยาย นภาจึงไปเอาจี้ทองรูปหัวใจที่ซุกไว้ในตู้เสื้อผ้าจะเอาไปขาย เพียงขวัญกับยายรู้ว่านั่นคือจี้ที่อดุลย์พ่อของเพียงขวัญให้นภาไว้ ไม่อยากเอาไปขาย แต่พอบุหลันเห็นเข้าก็พูดเยาะๆพี่สาวว่า นึกว่าขายทิ้งไปนานแล้วเห็นพร่ำว่าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าของ นี่แสดงว่ายังทำใจไม่ได้

แต่พอถูกนภาพูดย้อนแทงใจดำว่าบุหลันเองก็ซ่อนอะไรไว้ในกล่องลิ้นชักจักรเย็บผ้าเหมือนกัน บุหลันก็ทำไก๋บอกว่าในกล่องมีแต่เข็มกับด้าย นภาบอกว่าตนหมดรักพ่อเพียงขวัญไปนานแล้ว บุหลันก็สวนทันทีว่าตนก็ไม่ได้คิดถึงพ่อตาณตเหมือนกัน ทั้งสองโต้เถียงกันจนเพียงขวัญต้องขอให้พอ บอกแม่ให้เก็บจี้ทองไว้ กว่าจะถึงวันผ่าตัดยาย ตนก็คงหาเงินได้ครบ

บงกชต้องการเฉดเพียงขวัญเพื่อแย่งตำแหน่งนางเอกจึงปลุกระดมพรรคพวกในทีมงานให้หาทางต่อต้านเพียงขวัญ สบโอกาสเมื่อเสี่ยเพ้งตัดเงินพวกตนเอาไปให้เพียงขวัญเบิกล่วงหน้า จึงรวมหัวกันแกล้งเพียงขวัญ เท่านั้นไม่พอ เมื่อถึงเวลาแสดงบทตบตี บงกชก็ฉวยโอกาสตบเพียงขวัญไปหลายฉาด

“คุณแกล้งฉัน คุณจงใจตบจริง” เพียงขวัญลุกพรวดขึ้น

“อย่างหล่อนโดนซะบ้างก็ดี เสี่ยเค็มอย่างกับเกลือ ไม่ได้จับไม่ได้จูบ มีหรือจะให้หล่อนเบิกเงินล่วงหน้า เห็นมานักต่อนักแล้ว ผู้หญิงก้นไวอย่างหล่อน ลงท้ายไม่พ้นเป็น...เมียน้อย!!”

“คุณดูถูกฉัน ฉันไม่ได้เป็นเมียน้อยใคร”

เพียงขวัญสะอึกเข้าหา แต่ไม่ทันทำอะไร บงกชก็ตบหน้าเธอกดลงกับพื้นแล้วขึ้นคร่อมตบกันเพียะ...เพียะ!!!

“เอ้า...เฮ้ย...ยังไม่ได้สั่งอะไรเลย ตบกันทำไม” ผู้กำกับงง

ชาย พีร์พรวดเข้ามาดึงเพียงขวัญออก เสี่ยเพ้งเห็นดังนั้นโวยวายชายพีร์ว่ามาทำอะไรเพียงขวัญของตน กลายเป็นเสี่ยเพ้งมีเรื่องกับชายพีร์ บงกชได้ทียุยงปั่นหัวพวกตนว่าเสี่ยเพ้งให้ท้ายเพียงขวัญ แม่ครัวก็โวยวายว่าพวกตนทำงานเหน็ดเหนื่อยเงินก็ไม่ได้ เสี่ยเอาไปบำเรอผู้หญิงหมด

“แม่นางเอกสร้างปัญหาแบบนี้ พวกเราไม่อยากทำงานด้วย ถ้าเสี่ยไม่เปลี่ยนตัวนางเอกเป็น...เป็นคนที่ใครๆยอมรับงั้นพวกเราไม่ถ่าย!” บงกชยุต่อ

เสี่ยเพ้งเดือดร้อนทันที ร้องเรียกพวกทีมงานที่ชักแถวเดินออกไป ให้กลับมาคุยกันก่อน พอพวกบงกชหยุด เสี่ยถามว่าไม่ทำงานกับตนแล้วพวกเขาจะอยู่กันยังไง สั่ง “กลับไปทำงานเดี๋ยวนี้ ผู้กำกับเขารออยู่”

แต่ทีมงานที่มีบงกชเป็น หัวโจกต่างทวงเงินที่ค้างอยู่ เสี่ยขอเป็นพรุ่งนี้เพราะตอนนี้ธนาคารปิดแล้ว ประไพศรีที่ทำครัว จึงประกาศยกกอง พรุ่งนี้ค่อยมาถ่าย เงินพร้อมค่อยถ่าย พวกทีมงานพยักหน้าแล้วพากันเดินออกไป

เสี่ยเพ้งปวดหัวที่ต้องยกกองอีกแล้วบ่นอุบอิบว่าวันนี้เสียเงินฟรีตามเคย บงกชมาย้ำกับเสี่ยเพ้งให้เปลี่ยนนางเอกอีก

“จะบ้าหรือ ถ่ายไปตั้งเยอะ อีกไม่กี่คัทก็ปิดกล้องแล้ว สายหนังก็รออยู่ ถ้าจะเปลี่ยน เปลี่ยนนางร้ายดีกว่ามั้ง”

บงกชเจอไม้ตายของเสี่ยก็ตกใจโวยวายว่า ตนเป็นนางเอกยอมมาเล่นเป็นนางร้ายให้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

“ถ้า พรุ่งนี้ไม่มา ลื้อก็ไม่ต้องมาอีก แล้วห้ามก่อเรื่องนะ ห้ามแตะต้องขวัญอีก ไม่งั้น ลื้อเจอเปลี่ยนตัวแน่” เสี่ยเพ้งชี้หน้าบงกชปรามๆแล้วเดินออกไปเลย บงกชแทบจะกรี๊ดที่จะเล่นงานเพียงขวัญแต่กลับถูกเล่นงานเสียเอง

ooooooo

เพียง ขวัญออกจากกองถ่ายระหว่างทางรองเท้าส้นสูงของเธอหักไปข้างหนึ่ง เธอจึงถอดทั้งสองข้างแล้วเดินเท้าเปล่า ชายพีร์ตามมาเจอ จึงเอารองเท้าอีกข้างหนึ่งมาหักส้นทิ้ง เช็ดเท้าที่เปื้อนโคลนให้แล้วเอารองเท้าให้ใส่

ความมีน้ำใจและดูแล เธออย่างดีทำให้เพียงขวัญสะเทือนใจ แต่ก็ยังเจ็บปวดที่เขาดูถูกว่าเธอใช้ความงามอ่อยเงินจากพวกผู้ชายกระเป๋า หนัก ไล่เขาไปให้พ้นและร้องไห้อย่างอัดอั้น

“ผมไม่เหมือนคนพวกนั้น คนพวกนั้นอยากเหยียบคุณให้จมดิน แต่ผมไม่ใช่”

“คุณกับพวกเขาไม่ได้ต่างกันสักนิด”

“ผม เห็นคุณครั้งแรก คุณเป็นกินรีอยู่บนฟ้า ถ้าคุณยอมแพ้ในวันนี้ คุณก็เป็นแค่นกตัวหนึ่ง คุณถามผมบ่อยๆว่า ผมตามคุณทำไม ผมก็แค่สงสัยคุณเป็นกินรีที่สวยสง่างามอย่างที่ผมเห็นหรือเปล่า” เห็นเพียง–ขวัญร้องไห้อย่างหนัก ชายพีร์ปลอบโยน “อย่ายอมแพ้ง่ายๆเข้มแข็งเข้าไว้...เก็บความเจ็บปวด สีหน้าคนที่รังเกียจคุณ จดจำมันไว้ให้มันเป็นพลัง เป็นแรงลม ผลักดันกินรีอย่างคุณให้บินไปสู่ที่สูงดีกว่านะครับ”

เพียงขวัญสบตาชายพีร์อย่างเข้าใจทั้งที่น้ำตายังไหลพราก....

เมื่อพาเธอไปส่งบ้าน เธอขอบคุณเขาด้วยความจริงใจและเริ่มสับสนกับอารมณ์ของตัวเอง

“เข้า บ้านเถอะครับ ดึกแล้ว” ชายพีร์เอ่ยอ่อนโยน อบอุ่น เมื่อเพียงขวัญเดินเข้าบ้าน ชายพีร์ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกดีๆที่เชื่อว่าเพียงขวัญร้องไห้ออกมาอย่าง หนักขนาดนี้ คงไม่อยากเป็นเมียน้อยใครแน่

วันต่อมา เพียงขวัญมาทำงานตามปกติ เธอหยิบจดหมายที่มีรูปของอัทธ์ออกมาดู จำได้ว่าตัวเองนัดกับเขาทางจดหมายที่จะมาพบกันวันนี้ แต่เพราะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน อัทธ์จึงส่งรูปมาให้ดู...

เสี่ยเพ้ งมานั่งจ่ายเงินแก่ทีมงานตามที่ตกลงกันไว้ ผู้กำกับเริ่มงาน สั่งให้รีบทำงานเก็บได้หมดก็จะได้ปิดกล้องเลย ให้ทุกคนเร่งมือกันหน่อย

บงกชเจ็บใจที่แผนไล่เพียงขวัญไม่สำเร็จ จำต้องเข้าฉากหน้างอเป็นม้าหมากรุก

ที่ ลานจอดรถกองถ่าย ชายพีร์ขับรถปุโรทั่งของกำพลเข้ามา พนักงานโบกรถให้ไปจอดที่อื่น แล้วโค้งอย่างนอบน้อม โบกให้รถโก้อีกคันเข้ามาจอดแทน

อัทธ์จอดรถหรู ลงจากรถอย่างเท่ ชายพีร์ที่ถูกไล่ ให้ไปจอดที่อื่นดูจากกระจกมองหลังเห็นอัทธ์ยืนเท่อยู่ก็พึมพำ

“โห...พระเอกหนังหรือเปล่าเนี่ย”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.