ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรณพีร์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะเทวพันธ์ไป “ขอยืม” เงินจากชายใหญ่ซื้อรถใหม่นั้น วิไลรัมภาก็ไปหักคอขอชุดเจ้าสาวที่พิมพรรณเตรียมไว้ในงานของตัวเอง อ้างว่าอยากได้ดีไซน์แบบของพิมพรรณ

ไฉไลติงว่างานแต่งของพิมพรรณใกล้เข้ามาแล้วเหมือนกัน เกรงจะหาแบบใหม่ไม่ทัน วิไลรัมภาก็อวดโอ่ว่างานแต่งงานของตนใหญ่มาก มีคนมากมายกว่าของพิมพรรณหลายเท่า อ้อนจนพิมพรรณจำใจต้องยกชุดเจ้าสาวของตนให้

ยอดยศเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมวิไลรัมภาต้องทำแบบนี้ พิมพรรณเองก็กลุ้มเกรงจะตัดชุดใหม่ไม่ทัน ไฉไลเสนอตัวจะเป็นเพื่อนเธอไปจัดการเรื่องนี้เอง ยอดยศขอบคุณไฉไลแล้วพูดให้กำลังใจพิมพรรณว่า

“ที่สำคัญน่ะ คุณสวยที่สุดสำหรับผมอยู่แล้ว ใส่ชุดไหนก็เหมือนกัน”

อัทธ์เองก็รุกจันทน์กะพ้อ บอกว่าวันไหนเข้ากรุงเทพฯตนจะพาไปทานข้าวกับพ่อ และแนะนำให้รู้จักในฐานะหญิงคนรักของตน จันทน์กะพ้อติงว่าเราสองคนต่างกันมาก เขาเรียนจบนอกตนจบแค่นาฏศิลป์ เขามีพ่อเป็นเศรษฐีตนมีพ่อเป็นนักมวย บอกเขาว่า “ฉันให้เวลาคุณตัดสินใจใหม่ได้นะ”

“ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรัก

ผมจะแต่งงานกับคุณ” อัทธ์ยืนยันหนักแน่นโดยไม่ต้องคิดเลย

ooooooo

สถานการณ์ทางเวียงพูคำตึงเครียด เจ้าหลวงรังสิมันต์แห่งเวียงพูคำจึงมาพบผู้การ ซึ่งท่านก็จำได้ว่าคือชัชวีร์ เพื่อนรุ่นเดียวกับนายเรืออากาศรณพีร์ จุฑาเทพ

“กระผมมาหาท่านในฐานะนายทหารแห่งเวียงพูคำ ในฐานะของพันธมิตรร่วมรบกับประเทศท่าน สถานการณ์ของเวียงพูคำขณะนี้กำลังเพลี่ยงพล้ำต่อกองกำลังกบฏ กระผมจึงมาเรียนขอความช่วยเหลือกองกำลังสนับสนุนทางอากาศจากประเทศของท่านขอรับ”

เวลาเดียวกัน เจ้าวีระวงศ์อยู่ในอาการมึนประชุมสั่งการทหารระดับสูงว่า เมื่อสามวันก่อนเห็นหน่วยลาดตระเวนทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อาจเห็นค่ายของเรา ถ้าเข้ามาในระยะกระสุนก็สอยลงมาให้หมด

แต่ไม่ทันไร บังเกอร์ของพวกเจ้าวีระวงศ์ก็ถูกยอดยศและรณพีร์เข้ามายิงกราด ทหารที่อยู่ในบังเกอร์หนีตายอุตลุด

ยอดยศและรณพีร์ประสานกันยิงใส่ค่ายและทิ้งระเบิดโจมตีกองบัญชาการของเจ้าวีระวงศ์อย่างแม่นยำ เมื่อกลับไปได้รับคำชมเชยจากผู้การว่าสองคนทำได้ดีมาก บอกทั้งสองให้ไปพักผ่อนได้แล้วแต่อย่าดื่มมาก เพราะสถานการณ์เลวร้ายลงได้ทุกเมื่อ ขณะนั้นเอง ทหารเข้ามารายงานว่า

“เชิญผู้การที่ศูนย์วิทยุครับ” ผู้การรีบไปทันที

จากการร่วมงานกัันครั้งนี้ รณพีร์ขอโทษยอดยศและเล่าความจริงให้ฟังว่า ที่เพียงขวัญไปพบยอดยศและพูดดูถูกเขาต่างๆนานานั้นตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพราะตนกับเพียงขวัญเห็นเขากำลังอกหักและกำลังจะหมดอนาคต จึงช่วยกันคิดแผนการนี้ขึ้น แต่ที่ไม่บอกความจริงในเวลาต่อมา เพราะเพียงขวัญต้องการให้เขาแต่งงานก่อน เล่าแล้วบอกเพื่อนว่า

“เขาเป็นคนแบบนี้แหละ เขาไม่กลัวที่แกจะเข้าใจเขาผิด ขนาดคนที่กองถ่ายดูถูกเขา เขาก็ไม่โกรธ ฉันรักเขาตรงนี้ ตรงที่หัวใจแข็งแกร่งแบบของเขานั่นแหละ”

เมื่อยอดยศไปเล่าให้พิมพรรณฟัง เธอถามเขาว่า

“เอาล่ะค่ะ ถ้าเพียงขวัญเป็นคนดีจริง แล้วเราจะช่วยเธอได้ยังไงคะ เราจะสนับสนุนให้เขาแต่งงานกับคุณชายพีร์ได้ยังไง เราทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่ดี เพราะยังไงคุณรัมภาก็เป็นเพื่อนเราอยู่ดี”

“แล้วคุณวิไลรัมภานับเราเป็นเพื่อนไหมคะ” ไฉไลถามโพล่งขึ้นอย่างไม่ชอบใจ ยอดยศบอกพิมพรรณว่าที่ไฉไลพูดนั้นน่าคิดนะ ทำให้พิมพรรณนิ่งไป

ooooooo

สถานการณ์ชายแดนรุนแรงขึ้น ชายพีร์เข้าเวร ตลอดเวลาไม่ได้หยุดเลย

วันนี้ ที่ห้องพิมพรรณ สาวใช้ทำความสะอาดห้องแล้วทำรูปของยอดยศตกลงมากระจกแตก พิมพรรณใจไม่ดี เมื่อรู้ว่ายอดยศต้องขึ้นบินก็ร้องไห้ไม่ยอมให้เขาขึ้นบิน

ชายพีร์มาเห็นพิมพรรณร้องไห้หนัก เมื่อรู้จากยอดยศว่าเธอไม่ยอมให้เขาขึ้นบินเพราะสังหรณ์ใจจากรูปที่ตกลงมาแตก ชายพีร์จึงอาสาจะขึ้นบินแทน เขาออกไปคุยกับผู้การทันที


ยอดยศตามมาติงว่าเขาบินมาหลายวันติดต่อกันแล้วต้องพักบ้าง ชายพีร์บอกว่าไปนอนสักประเดี๋ยวก็ได้แล้ว ไล่ยอดยศให้ไปคุยกับพิมพรรณเสียแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเปลี่ยนเวร

คุยกับผู้การแล้ว ตกเย็น ชายพีร์มาที่ล็อกเกอร์เอารูปถ่ายหมู่ของทุกคนในวังจุฑาเทพมาเขียนข้อความหลังรูป และเอารูปเพียงขวัญออกมาดู ก่อนเขียนสลักไว้หลังรูปว่า

“เพียงขวัญที่รัก วันนี้ผมจะขึ้นบินแทนยอดยศ สำหรับว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเขา ชีวิตของเขามีค่าและจำเป็นต้องดำเนินต่อไป แต่สำหรับชีวิตของผม มีไว้เพื่อคุณและประเทศชาติเท่านั้น ในเมื่อไม่มีคุณแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ผมจะใช้ทุกนาทีเพื่อปกป้องอธิปไตย เพื่อทดแทน คุณแผ่นดินเกิด และหากผมไม่ได้กลับมา ขอให้คุณจำไว้ รณพีร์รักเพียงขวัญตลอดไป”

เขียนเสร็จเอารูปทั้งสองใบใส่ในล็อกเกอร์...

คืนนี้ ชายพีร์ขึ้นบินปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับขันติที่ขึ้นบินเป็นครั้งแรก ฝ่ายเจ้าวีระวงศ์ประกาศสู้ตาย ระดมยิงเครื่องบินที่มาโจมตีอย่างหนัก เครื่องบินของชายพีร์ถูกสะเก็ดปืนทะลุ ดึกคืนนี้เอง มีข่าวภายในแจ้งว่า

“แจ้งเหตุเครื่องบิน F 86-F เซเบอร์สังกัดฝูงบินที่ 13 กองบินน้อยที่ 1 ถูกยิงตกขณะปฏิบัติภารกิจ ทราบชื่อนักบินคือ เรืออากาศโท ม.ร.ว.รณพีร์ จุฑาเทพ”

เป็นคืนที่ทั้งหม่อมเอียด และย่าอ่อนฝันร้าย ส่วนเพียงขวัญเห็นเครื่องบินรบบินผ่านไปหลายลำ เธอนึกถึงชายพีร์กังวลจนนอนไม่หลับ

เมื่อขันติกลับมา เขาร้องไห้โทษตัวเองกับผู้การว่า “พวกมันใช้ ป.ต.อ.ยิงครับ ผู้หมวดรณพีร์มัวแต่ระวังให้ผม เลยโดนยิงเสียเอง ถ้าไม่ใช่เพราะหมวดพีร์เป็นห่วงผม เขาคงไม่ถูกยิง ผมผิดเอง มัวฮึกเหิมที่ได้ปฏิบัติการจริงเป็นครั้งแรก”

แม้จะดึกแล้ว แต่ทุกคนที่จุฑาเทพต่างมานั่งรวม กันฟังข่าวจากวิทยุคลื่นสั้นด้วยความเป็นห่วงชายพีร์ จนกระทั้งชายใหญ่ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวชายพีร์ ชายใหญ่ตั้งสติควบคุมอารมณ์ บอกแก่ทุกคนที่นั่งรวมกันอยู่ว่า

“เครื่องบินของชายพีร์ถูกยิงตก อาการสาหัส ทางโน้นกำลังส่งตัวเข้ามาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ”

ย่าอ่อนร้องโวยวายว่าไม่เชื่อ แต่หม่อมเอียดเป็นลมล้มตึงไปแล้ว

“ผมจัดการเอง ชายเล็กไปบอกถนอมให้เอารถออก ผมจะไปโรงพยาบาล” ชายภัทรเตรียมออกไปทันที

เพียงขวัญผล็อยหลับไป สะดุ้งตื่นเมื่อแหวนช่อร่วงจากมือ เธอลุกขึ้นใจไม่ดี

ooooooo
ชายใหญ่และชายเล็กรีบไปที่โรงพยาบาล ถามชายภัทรที่มาถึงก่อนแล้วว่าอาการของชายพีร์เป็น อย่างไรบ้าง

“ค่อนข้างสาหัส กระสุนเข้าที่ชายโครง มีลมรั่วในปอด สิ่งที่น่าห่วงคือเขาเสียเลือดมาก ห้าสิบห้าสิบครับพี่ชายใหญ่ คณะแพทย์ประชุมกันแล้ว ผมจะผ่าตัดน้องด้วยตัวเอง”

“พี่จะโทร.หาพี่ชายรุจ” ชายเล็กรีบโทร.บอกชายรุจที่อยู่ต่างประเทศ

ที่วังเทวพรหม วิไลรัมภาและเทวพันธ์ได้ข่าวรีบมาที่วังจุฑาเทพ วิไลรัมภาถามว่าข่าวนั่นจริงหรือ?!

ทั้งวิไลรัมภาและเทวพันธ์ แทนที่จะเป็นห่วง

ชายพีร์กลับเป็นห่วงว่างานแต่งงานครั้งนี้สำคัญที่สุดหวังว่าเทวพรหมคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น ทำให้สร้อยฟ้าทนไม่ได้ถามอย่างไม่พอใจว่า

“การแต่งงานสำคัญ แล้วคุณชายรณพีร์ล่ะคะ” เทวพันธ์ชักสีหน้าถามว่าหมายความว่ายังไง “ก็หมายความว่าตอนนี้พวกเราควรจะห่วงชีวิตของชายพีร์มากกว่าเรื่องอื่นค่ะ”

มะปรางกับกรองแก้วมองหน้ากันอย่างสะใจที่สร้อยฟ้าตอกหน้าสองพ่อลูกอย่างไม่เกรงใจ กรองแก้วชมว่า เจ้าสร้อยฟ้ากล้าพูดจังเลย สร้อยฟ้าพูดอย่างไม่หายเคืองว่า

“สงสารคุณชายพีร์ ถ้าต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักตัวตนเราแต่รักที่เงินและเกียรติยศ น่าเศร้ามากเลยนะคะ”

ชนะได้ข่าวชายพีร์ เดินหาเพียงขวัญพล่าน ถามว่าหายไปไหน พอเจอบุหลันประคองยายออกมา ก็ถามว่ารู้ข่าวหรือยัง แล้วโบ้ยให้ศักดาเป็นคนเล่า เพียงขวัญถือจานออกมาได้ยินพอดี ถึงกับจานในมือหล่น นภารีบกอดปลอบลูก

“ขวัญลูกแม่ ทำใจดีๆไว้ลูก คุณชายพีร์คงไม่เป็นไรมากหรอกลูก”

เพียงขวัญไปที่โรงพยาบาล หมอยังผ่าตัดไม่เสร็จ เธอไปยืนหน้าห้องพึมพำส่งกำลังใจเข้าไปว่า

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะคะ คุณพีร์ คุณต้องสู้ เพียงขวัญมาอยู่ข้างๆคุณตรงนี้แล้วค่ะ อย่ายอมแพ้นะคะ คุณคือสุภาพบุรุษชายชาติทหาร คุณเป็นนักบิน คุณต้องไม่เป็นอะไร คุณต้องสู้นะคะคุณพีร์...”

ข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับการสู้รบ ยังความยินดีแก่ทุกคนที่เกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา คือฝ่ายกบฏถูกถล่มจนพ่ายแพ้ยับเยิน ตัวเจ้าวีระวงศ์ถูกสะเก็ดระเบิดตายในสนามรบ เจ้าสร้อยฟ้าพูดอย่างดีใจสุดๆ

“เจ้าหลวงรังสิมันต์เป็นคนโทร.มาที่สถานทูตเอง สงครามยุติแล้วค่ะ เราชนะแล้ว ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บล้มตายอีกแล้ว”

ผ่านไปหลายชั่วโมง ชายใหญ่ได้รับโทรศัพท์จากชายภัทรแจ้งว่า ผ่าตัดเอากระสุนออกหมดแล้ว แต่ชายพีร์ เสียเลือดมากคงต้องรอดูอาการอีกสองสามวัน อาการยังไม่ปลอดภัยแต่ตนจะดูแลชายพีร์ให้ดีที่สุด

ooooooo

พิมพรรณจัดขนมเตรียมให้ยอดยศไปเยี่ยมชายพีร์ ยอดยศบอกว่าหมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยมเพราะชายพีร์ยังไม่รู้สึกตัว ยังอยู่ในห้อง ICU

พิมพรรณตำหนิตัวเองว่าเป็นความผิดของตนที่อ่อนแอเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้ชายพีร์ต้องได้รับบาดเจ็บครั้งนี้

“พิมไม่ผิด แล้วก็ไม่ได้บ้าอะไรด้วย สิ่งที่พิมพูดก็เพราะพิมเป็นห่วงพี่ รักพี่ ที่ชายพีร์ต้องบาดเจ็บครั้งนี้เพราะเขาเป็นเพื่อนพี่ ห่วงพี่รักพี่เหมือนพิม ถ้าจะมีคนผิดก็คือตัวพี่คนเดียวเท่านั้น พี่เสียใจจริงๆ” ทั้งสองกอดกันด้วยความเสียใจ

สองวันผ่านไปอาการของชายพีร์ยังไม่ดีขึ้น เพียงขวัญแอบมาเยี่ยม เห็นเทวพันธ์กับวิไลรัมภามาโวยวายกับหมอว่า ไหนว่าหมอฝีมือดีทำไมจนป่านนี้ชายพีร์ยังไม่ฟื้น เพียงขวัญรีบหลบไปสองพ่อลูกเลยไม่เห็น

ระหว่างที่ชายพีร์ยังไม่รู้สึกตัวนี้ ยอดยศไปเปิดล็อกเกอร์ของชายพีร์ที่กองบิน พบรูปที่เขียนสลักหลังไว้ทั้งรูปของครอบครัวและรูปของเพียงขวัญ ยอดยศเก็บเอารูปทั้งสองใบไปให้ชายเล็กเพื่อให้คนที่จุฑาเทพได้ดูก่อน

ชายเล็กเอารูปไปให้ทุกคนดูที่ห้องหม่อมเอียด ชายเล็กยื่นรูปให้ชายรุจ ชายพีร์เขียนด้วยลายมืออย่างเรียบร้อยสวยงาม ชายพีร์เขียนถึงทุกคน...

“ถึงพี่ชายทั้งสี่...ขอบคุณพี่ชายใหญ่ที่สู้จนท่านย่ายอมให้ผมเป็นทหาร ขอบคุณที่ทำหน้าที่พ่อให้ผม/พี่ชายรุจ ใจดีกับผมรองจากย่าอ่อน พี่ดูแลตัวเองบ้างนะไม่ต้องดูแลพวกเราตลอดเวลาหรอกครับ/พี่ชายภัทร ถ้าผมเป็นอะไรไปพี่คงเป็นคนรักษาผมแน่ ผมรู้นิสัยพี่ พี่เป็นหมอที่ดีที่สุด อย่ากังวลนะครับ /พี่ชายเล็ก ทุกนาทีที่เราสนุกด้วยกันตั้งแต่เด็ก ผมจำได้ทั้งหมดครับ ผมแค่อยากบอกว่าผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นน้องของพี่ๆภูมิใจที่เราได้ทำทุกสิ่งร่วมกัน ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจุฑาเทพ รักพี่ชายทุกคนครับ”

หม่อมเอียดถือโปสการ์ดที่เขียนถึงย่าทั้งสอง... “ผมจำหน้าท่านพ่อกับหม่อมแม่แทบไม่ได้เลย แต่ผมอยู่กับท่านย่าทั้งสองด้วยความรัก ความกรุณาและความอบอุ่นที่ท่านย่ามอบให้ผม ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าผมเป็น

คนที่ขาดพ่อกับแม่ ผมรำลึกถึงบุญคุณของท่านย่าทั้งสองเสมอ กราบแทบเท้าท่านย่าทั้งสองด้วยความรักและเคารพอย่างสูง”

ทุกคนนิ่งอึ้งด้วยความตีบตื้นปวดร้าว...เป็นความเงียบที่ทรมานใจอย่างที่สุด...

ooooooo

จันทน์กะพ้อและอัทธ์ได้ข่าวชายพีร์รีบพากัน มาหาเพียงขวัญแต่เช้า และพากันไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าปรากฏตัว บังเอิญสร้อยฟ้าเห็นจำได้ เดินมาทักทายบอกว่าชายพีร์คงดีใจที่เธอมาเยี่ยม แต่ตอนนี้ยังเยี่ยมไม่ได้

ชายเล็กบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะชายภัทรรับรองว่าชายพีร์จะต้องหายเป็นปกติ สร้อยฟ้านัดว่าพรุ่งนี้ชายภัทรจะให้ญาติสนิทเข้าเยี่ยมได้ให้เพียงขวัญมาในช่วงบ่ายก็ได้ เพียงขวัญขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงขวัญได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากบรรดาคุณชายและภริยา วรรณรสาเล่าเรื่องในอดีตของตนกับชายรุจให้ฟัง ชายรุจขอให้เธอ “ยกโทษให้ชายพีร์เถอะครับ การมีทิฐิเหนือคนที่คุณรักไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย การได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารักและรักเรา คือความสุขที่สุดของชีวิตแล้วล่ะครับ”

กระนั้นเพียงขวัญก็ยังรู้สึกตัวเองต่ำต้อยไม่คู่ควรกับชายพีร์ วรรณรสาติงว่า “คุณคิดไปเองต่างหากฐานะและชาติกำเนิดเป็นแค่สิ่งภายนอกที่คนสมมติขึ้น หัวใจรักต่างหากล่ะคะที่สำคัญกว่า”

เมื่อเพียงขวัญเข้าเยี่ยมชายพีร์ เธอร้องไห้อย่างหนักก้มลงกระซิบบอกเขาจากความรู้สึกของหัวใจว่า

“ขวัญรักคุณพีร์ นี่เป็นรักเดียวในชีวิตของขวัญ อย่าทิ้งขวัญไปนะคะ ขวัญจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีคุณ ขวัญรักคุณ ...ขวัญขอโทษ...ได้ยินไหมคะ ขวัญรักคุณ...ขวัญขอโทษ...”

อานุภาพแห่งความรัก ทำให้ชายพีร์รู้สึกตัว แต่เขาเห็นเพียงขวัญอย่างเลือนลาง น้ำตาไหลแต่...ยังพูดไม่ได้

เมื่อมาเล่าให้จันทน์กะพ้อและอัทธ์ฟัง ทั้งสองดีใจมาก อัทธ์บอกว่านี่คือพลังความรักทำให้ชายพีร์รู้สึกตัว

“แค่เห็นว่าเขารู้สึกตัวขวัญก็ดีใจที่สุดแล้ว อีกไม่นานถ้าเขาหายดีแล้ว เขาก็จะมีความสุข ได้แต่งงานกับคุณวิไลรัมภาและขวัญไม่ควรยุ่งอะไรกับชีวิตเขาอีก”

หลังจากชายพีร์รู้สึกตัวขึ้นมาเพราะเสียงเรียกกระซิบบอกรักของเพียงขวัญแล้ว เขายังได้รับช่อดอกไม้มีการ์ดจากอัทธ์ที่เขียนว่า

“ผมกับเพียงขวัญเราเป็นพี่น้องกัน เพียงขวัญรักคุณชายคนเดียวมาตลอด” ทำให้ชายพีร์หายวันหายคืน เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เพียงขวัญจะมาเยี่ยมอีก กระทั่งให้แจ๋วออกไปมองหาว่าเธอมาหรือยัง แต่แจ๋วก็ไม่พบเพียงขวัญ เพราะเธอตั้งใจไว้แล้วว่าเมื่อชายพีร์รู้สึกตัวขึ้นมา ตนก็หมดหน้าที่แล้ว

ชายพีร์ทนไม่ได้ เขียนจดหมายให้แจ๋วเอาไปให้เพียงขวัญที่บ้าน เพียงขวัญรับจดหมายไปอ่านอย่างแปลกใจ

“เพียงขวัญครับ ผมรู้ความจริงหมดแล้ว ผมขอยืนยันกับขวัญอีกครั้งว่าผมจะแต่งงานกับคุณเท่านั้น ผมยินดีจะออกจากวังจุฑาเทพเพื่อมาใช้ชีวิตอยู่กับคุณ ผมจะขอดูแลคุณด้วยเงินเดือนทหารของผม กรุณา

มาพบผมที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะครับ รัก...รณพีร์”

อ่านจดหมายแล้วเพียงขวัญถามนภาว่าตนจะทำอย่างไรดี

“แม่ว่าขวัญน่าจะไปพบคุณชายพีร์ตามที่เธอขอ คุณชายพีร์บาดเจ็บเกือบตายครั้งนี้ ขวัญก็มีส่วนด้วยนะลูก”

เพียงขวัญโทรศัพท์ถึงชายภัทรขอความกรุณาจัดให้ตนได้เยี่ยมชายพีร์ด้วย ชายภัทรรับปากและรีบไปเตรียมการ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.