ตอนที่ 8
เมเปิ้ลพาหยาดทิพย์ไปที่ภูเก็ตเพื่อตามหากฤษฎาที่เกาะตะวัน
หยาดทิพย์บอกว่าตนเองก็เพิ่งรู้ว่าพ่อแม่กฤษมีอาชีพเก็บรังนกขายส่งกฤษเรียนที่กรุงเทพฯ ปิดเทอมทีก็กลับมาช่วยพ่อแม่ที เห็นว่าตอนนี้ต้องมาช่วยพ่อแม่เต็มตัวคงลำบากน่าดู
เมเปิ้ลนึกในใจว่า “จน...ซวยละสิคุณย่าไม่ผ่านแน่ๆ” ถามหยาดทิพย์ว่าเมื่อไหร่เรือที่เธอติดต่อไว้จะมารับ หยาดทิพย์บอกว่าไม่เกินห้าโมงเย็น เมเปิ้ลดูนาฬิกา “เหลืออีกห้าวินาที ถ้าไม่มาเธอกลายเป็นผีทะเลแน่”
หารู้ไม่กฤษมารออยู่แล้ว เขาแอบจับตาดูเมเปิ้ลอยู่ทุกอิริยาบถ จนเมื่อเรือเทียบท่า เมเปิ้ลจดๆจ้องๆขึ้นไม่ได้สักทีเพราะกลัวตกน้ำ ทันใดนั้นกฤษกระโดดลงมาในเรือยื่นมือจะอุ้มเธอขึ้นจากเรือ เมเปิ้ลกระโดดโผหากฤษเนื้อแนบเนื้อจนตัวเองใจเต้นแรง กฤษอุ้มเธอกระซิบบอก “ยินดีต้อนรับครับ”
เมเปิ้ลจ้องหน้ากฤษที่อยู่ใกล้แค่ฝ่ามือกั้น ความรู้สึกในนาทีนี้ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทั้งที่ผ่านไปแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น
ooooooo
เมื่อพากันมาลงเรือสปีดโบ๊ต คลื่นลมทำให้เรือโคลง กฤษประคองเมเปิ้ลที่เซจะล้มไว้ทัน แต่หยาดทิพย์ล้มโครมลงเจ็บจนบ่นน่าสงสารว่า “เป็นคนไม่มีแฟนล้มคนเดียว เจ็บคนเดียว” กฤษจึงเข้าไปช่วยจับมือดึงขึ้น
“เรารีบไปดีกว่า เดี๋ยวจะถึงเกาะมืด ลุงดูของนะ ผมขับเอง” กฤษสั่งลุงคนขับเรือ
“ครับนายหัว”
ทั้งเมเปิ้ลและหยาดทิพย์แปลกใจกับคำว่า “นายหัว” กฤษบอกทั้งสองให้หาที่นั่งดีๆ ตนคงต้องขับเร็วหน่อย บอกแล้วออกเรือเลย เมเปิ้ลล้มโครม คนเรือจะไปช่วย กฤษยกมือห้ามแอบคิดแกล้งเธอนิดๆ แล้วขับเรือต่อไป
เมเปิ้ลกับหยาดทิพย์บ่นกันอุบอิบ กฤษแอบขำความวุ่นวายของทั้งสองโดยเฉพาะเมเปิ้ล หน้าตาเผ้าผมยุ่งเหยิงจนไม่เหลือรอยของนางแบบเลย แต่เธอก็ยังดูสวยไปในอีกแบบหนึ่งในยามโพล้เพล้
จนเมื่อไปถึงท่าเรือที่เกาะตะวัน หยาดทิพย์จึงถามคนเรือว่าทำไมเรียกกฤษว่านายหัว เมเปิ้ลเองก็ถามกฤษ คนเรือตอบหยาดทิพย์ว่า
“นายหัวคือคำที่คนทางนี้ใช้เรียกเจ้าของกิจการ คุณกฤษเป็นลูกชายเจ้าของเกาะตะวัน ที่ได้สัมปทานเกาะรังนกตรงโน้นครับ เป็นนายจ้างเรา เราเลยเรียกแกอย่างนั้น”
“หา!! กฤษเป็นเจ้าของเกาะตะวัน??” เมเปิ้ลเผลออุทานออกมาเสียงดัง กฤษตอบยิ้มๆว่า
“ครับ ผมเป็นลูกชายคนเดียวของนายหัวเดโช เจ้าของเกาะนี้ ผมจำเป็นต้องลาออกจากการฝึกงานที่ออฟฟิศคุณเพราะผมต้องมาช่วยงานคุณพ่อ”
พอดีน้ำฟ้ากับคนงานสองสามคนมารับ พอเห็นกระเป๋ามากมายก็ถามว่าทำไมเยอะจังอย่างกับมากันสักสิบคน เมเปิ้ลวีนใส่ทันทีว่าแล้วทำไม เป็นแค่แม่บ้านอย่ามาวิจารณ์สัมภาระของตน พอน้ำฟ้าบอกว่าตนเป็นแฟนกฤษ ทั้งเมเปิ้ลและหยาดทิพย์อึ้ง น้ำฟ้าเอ่ยขึ้นว่า
“เคยได้ยินแต่ชื่อ วันนี้ได้เห็นตัวจริงของพี่เมเปิ้ล ตัวจริงสวยสง่าสมวัยสาวใหญ่มากนะคะ”
เมเปิ้ลอึ้งเป็นครั้งที่สองที่ถูกน้ำฟ้าชมแล้วเชือด ซ้ำยังควงแขนกฤษเดินไปด้วยกันต่อหน้าต่อตาอีกด้วย!
ooooooo
เมเปิ้ลระบายความเจ็บช้ำที่ถูกน้ำฟ้าชมแล้วเชือดให้หยาดทิพย์ฟัง หยาดทิพย์บอกว่าตนเอาใจช่วยๆ บก.สู้ๆ
เมื่อคิดไม่ตกเมเปิ้ลจึงโทร.ไปปรึกษาก๊วนคานทองของตน หลังจากระบายความเจ็บช้ำให้เพื่อนฟังแล้ว
ถามว่าเวลานี้ตนพยายามหาตัวกฤษฎาอย่างไร น้ำฟ้าก็ไม่ยอมบอก ถามว่าจะจัดการ “ยัยนั่น” ยังไงดี
ลินีบอกว่าไม่เห็นต้องจัดการ แต่น้ำผึ้งบอกว่ายอมให้น้ำฟ้ามาถากถางตอกย้ำความแก่ต่อหน้าผู้ชายได้ไง เสียหมด! วลัยเห็นด้วยกับน้ำผึ้งว่าเราไม่ควรถูกทำลายให้เสียภาพลักษณ์และรู้สึกแย่มากกว่าเดิม น้ำผึ้งยุให้ตบเลย ถามว่าจะให้พวกตนไปช่วยไหม
“เมเปิ้ล ฟังฉันนะ ตอบคำถามฉันก่อน แกไปที่เกาะตะวันเพื่ออะไร” ลินีถาม เมเปิ้ลยอมรับว่าคิดถึงอยากเห็นหน้าและที่สำคัญมาขอร้องเขาช่วยให้ตนผ่านเงื่อนไขของคุณย่า จากนั้นก็จะปล่อยเขาเป็นอิสระ ไม่มายุ่งกับเขาอีก “ถ้าอย่างนั้น ปล่อยเด็กปากเสียนั่นไป คิดถึงแต่เป้าหมายของตัวเอง แล้วทำใจให้สำเร็จ อย่าให้ปัจจัยภายนอกมาเบนความตั้งใจของแกสำเร็จเด็ดขาด ทำได้ไหม”
“ได้ ฉันจะไม่ยอมให้คำพูดของยัยเด็กนั่นมาทำให้ฉันปรอทแตกและทำให้ฉันล้มเหลว” เมเปิ้ลมั่นใจแต่พอวางสายแล้วก็มองไปในทะเลอย่างเหนื่อยใจ
แต่เมเปิ้ลไม่รู้ว่า ที่โทรศัพท์คุยกับก๊วนคานทองทั้งหมดนั้น น้ำฟ้าที่จะมาตามเธอไปทานข้าวกับพ่อแม่ของกฤษยืนฟังอยู่ข้างหลังแต่ต้นแล้ว! พอเมเปิ้ลวางสายจึงบอกว่าถึงเวลาทานข้าวแล้ว ทั้งยังพูดเชิงตำหนิว่า “ให้ผู้ใหญ่รอนานคงไม่ดี”
เมเปิ้ลดูนาฬิกาแล้วจะรีบไป น้ำฟ้าบอกอีกว่า
“อ้อ ลืมแจ้งค่ะว่า คุณแม่ของกฤษท่านทราบเรื่องที่คุณขอร้องให้กฤษช่วยเป็นแฟนให้ชั่วคราวแล้ว” เมเปิ้ลฉุนขาดถามว่าใครสาระแนบอก “ฉันเองค่ะ ฉันกับคุณแม่ของกฤษสนิทกันมาก ฉันคงเป็นคนอกตัญญูถ้าไม่แจ้งให้ท่านทราบ ไม่ได้อยากสาระแน”
“นั่นสินะ ฉันคงใช้คำผิดไป จริงๆแล้วต้องใช้คำว่า...สารเลว! เพราะนี่คือเรื่องส่วนตัวที่ฉันตกลงกับกฤษ ต่อให้เธอเป็นแฟนก็ไม่มีสิทธิ์ปากยื่นปากยาวไปฟ้องใคร”
น้ำฟ้าโต้ว่าเธอก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามตนปกป้องคนที่ตนรัก เมเปิ้ลย้อนถามว่าตนทำร้ายกฤษตรงไหน ก็แค่ให้เขาช่วยแสดงว่าเป็นแฟนไม่เห็นเสียหายอะไร
“คนที่ฉันรักหมายถึงครอบครัวของกฤษด้วย กฤษคือลูกชายของนายหัวเจ้าของเกาะ ที่มีหน้ามีตาในสังคมที่นี่ ถ้าใครรู้เรื่องของคุณและถูกเอาไปพูดปากต่อปาก ความเสียหายย่อมเกิดขึ้นแน่ เข้าใจหรือยังคะ หรือไม่เข้าใจเพราะเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ความต้องการของตัวเอง”
เมเปิ้ลอึ้งที่ถูกรุ่นน้องอบรม น้ำฟ้ายิ้มกริ่มที่ไล่ต้อนเมเปิ้ลได้ เปลี่ยนบรรยากาศพูดให้คลายเครียดลงว่า
“ช่วยเสียเวลาเอาไปพิจารณาด้วยนะคะ แต่ตอนนี้คุณและเลขาของคุณ ควรไปที่โต๊ะอาหารได้แล้ว”
น้ำฟ้าเดินนำไป เมเปิ้ลมองเครียดเพราะเธอเองก็ไม่อยากทำร้ายหรือสร้างปัญหาให้ใครเหมือนกัน
ooooooo
เมื่อลินีรู้ว่าวายุมาถามวลัยกับน้ำผึ้งว่าเธอเคยถูกความรักทำร้ายมาหรือเปล่า ลินีโกรธถามเพื่อนว่ากล้าดียังไงมาล้วงความลับของตน
“เพราะรักแกไง” วลัยยื่นหน้าเข้าไปบอก น้ำผึ้งก็ยืนยันว่าท่าทางเขาจะรักเธอจริงมองตาก็รู้ แล้วลินีก็ถูกทั้งสองคาดคั้นว่าเธอรักวายุหรือเปล่า ลินีบอกว่าไม่รู้ เป็นคำตอบที่น้ำผึ้งฟันธงว่า “แสดงว่าแกเริ่มชอบเขาแล้ว”
น้ำผึ้งเตือนลินีว่า “วัยขนาดเราไม่มีเวลามาเล่นตัวแล้ว ถือว่าแกยังโชคดีกว่าฉันที่ผู้ชายชอบ ประตูบานนั้นมันเปิดรอแกแล้วเหลือแค่แกมั่นใจที่จะก้าวเข้าไปเท่านั้น ส่วนเขาจะเป็นคนดีหรือไม่ก็ต้องพิสูจน์กัน จะได้ไม่ต้องนึกเสียใจภายหลัง ยังมีเวลาและโอกาสนะลินี แถมเป็นต่ออีกต่างหาก ไม่เหมือนฉันที่โฮกแล้วโฮกอีกก็ยังดูไม่มีวี่แวว”
น้ำผึ้งสมเพชตัวเองที่ทำตัวเป็น “กูรู” แนะนำเพื่อน แต่กับเรื่องของตัวเองกลายเป็น “กูไม่รู้” ซะงั้น แต่ก็รับที่จะเป็นเลขาของพีศทรรต คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงอยากจะใกล้ชิดตนกระมัง เลยถูกลินีด่าว่าผีเข้าผีออก
ooooooo
เมเปิ้ลไปที่โต๊ะอาหาร ถูกจัดให้นั่งแบบแบ่งฝ่ายกันชัดเจน ฟากหนึ่งของโต๊ะมีน้ำฟ้า กฤษ และโสนนั่ง นายหัวเดโชนั่งหัวโต๊ะ ส่วนเมเปิ้ลกับหยาดทิพย์ถูกจัดให้นั่งอีกฝั่งหนึ่ง
เห็นบรรยากาศแล้วเมเปิ้ลกินไม่ลง โสนถามว่าไม่หิวหรือทำไมไม่แตะสักคำหรือกินกับข้าวบ้านตนไม่ได้ หยาดทิพย์ตอบแทนเมเปิ้ลว่าเพราะเธอยังไม่ได้คุยกับกฤษเลยกินไม่ลง นายหัวเดโชบอกว่าตนมีงานด่วนเลยดึงกฤษไปช่วยไม่ได้บอกใคร เปิดทางให้ว่าเดี๋ยวทานข้าวเสร็จก็ตามสบาย
กฤษอ้างว่าตนต้องไปส่งน้ำฟ้า โสนเสนอว่ามีอะไรให้คุยกันกลางโต๊ะอาหารนี่เลย เพราะเราไม่มีความลับอะไรกันอีกแล้ว ตนรู้แล้วว่าเมเปิ้ลต้องการอะไร ตบท้ายอย่างเด็ดขาดว่า
“และฉันก็ไม่คิดว่าจะยอมปล่อยให้ลูกชายคนเดียวของฉันกลับไปเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะ”
กฤษรู้ว่าแม่ต้องรู้เรื่องของตนกับเมเปิ้ลจากน้ำฟ้าแน่ๆ เขาลุกจากโต๊ะไป โสนบอกน้ำฟ้าตามไปอธิบายให้กฤษเข้าใจ ส่วนทางนี้ตนเคลียร์เอง โสนบอกให้นายหัวเดโชออกไปเสียและหยาดทิพย์ก็ควรออกไปด้วย
เมื่อเหลือแต่โสนเผชิญหน้ากับเมเปิ้ล การเจรจาจึงเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด แม้เมเปิ้ลจะจัดเจนและไม่เคยยอมแพ้ใคร แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโสนเธอถึงกับสั่น
“จะมาขอร้องให้ลูกชายฉันกลับไปช่วยคุณเล่นเกมหลอกลวงย่าตัวเอง!” โสนเปิดฉากทันที เมื่อเมเปิ้ลรับว่าใช่ โสนชี้ว่า “เรื่องของเธอไม่ใช่เรื่องของกฤษ ฉันคิดว่าลูกชายฉันมีน้ำใจช่วยเธอมามากพอแล้ว”
เมเปิ้ลยืนยันว่าตนต้องการคำตอบจากปากกฤษเองแล้วจึงจะตัดสินใจ ถูกโสนบ่นว่าเธอดื้อจริงๆ
“ค่ะ ใครๆก็บอก แก้ไม่เคยหาย หมดเรื่องคุยแล้วนะคะ ขอตัวค่ะ”
“ฉันกำลังจะจัดงานหมั้นให้กับกฤษและน้ำฟ้า” พูดแล้วโสนย้ำว่าวัยและหน้าที่การงานของเธอคงทำให้เธอคิดได้ว่า
“ลูกชายฉันไม่มีทางยอมทำเรื่องไร้สาระปัญญาอ่อนกับเธออีกแน่นอน”
“ก็คงต้องขอคุยกับกฤษตัวต่อตัวก่อนเหมือนเดิมค่ะ” ยืนยันแล้วเดินออกไปเลย
โสนเจอไม้ดื้อแบบนี้ก็หงุดหงิดปวดหัว
เมเปิ้ลโทร.คุยกับก๊วนคานทอง เพื่อนๆยุว่างานนี้เธอต้องใจกล้าหน้าด้านให้เลื่องลือไปทั้งเกาะเลย ที่สำคัญประเด็นอยู่ที่ผู้ชายไม่ได้อยู่ที่แม่
ooooooo
โชคดีที่คืนนี้เมเปิ้ลไปเดินเล่นเจอกฤษที่ชายหาด เธอขอเคลียร์กับเขา ขอร้องเขาให้ช่วยกลับไปแกล้งเป็นแฟนตนอีกได้ไหม ขอเวลาแค่สิบห้าวันเท่านั้น กฤษบอกว่าก่อนจะตอบขอถามเธอก่อนว่า
“คุณรู้สึกยังไงกับผม คุณดั้นด้นมาที่นี่เพื่อจะถามคำถามผมเท่านี้หรือ” เมเปิ้ลอึกอักเมื่อนึกถึงที่โสนบอกว่าจะจัดงานหมั้นกฤษกับน้ำฟ้า เธอย้อนถามว่าเขาอยากได้ยินว่าอะไร กฤษบอกว่า “คุณชอบผม”
“ฉันไม่มีทางชอบเด็กอย่างเธอ” กฤษถามว่าทำไม “จะชอบทำไมให้มีแต่เสียกับเสีย โชคดีนะที่ผ่านมามันคือการอุปโลกน์ ถ้าฉันเป็นแฟนเธอจริงๆแล้วต้องกล้ำกลืนกับคำนินทาว่าร้ายพวกนั้น...ไก่แก่
แม่ปลาช่อนบ้างล่ะ พวกชอบกินเด็กบ้างล่ะ ไม่มีทางอยู่กันยืดบ้างล่ะ ฉันคงอกแตกตาย!”
พูดแล้วเมเปิ้ลถามว่าเขาจะตอบตนได้หรือยัง กฤษย้อนถามว่าเธอแคร์แค่ว่าทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่คุณย่าเลือกให้ใช่ไหม เมเปิ้ลถามว่าแล้วจะให้แคร์อะไรอีกล่ะ แค่นั้นก็หนักหนาสาหัสสำหรับตนแล้ว
“คำตอบผมก็คือ ไม่กลับครับ คุณต้องกลับไปคนเดียวแล้วล่ะ” พูดแล้วหันหลังเดินไปเลย เมเปิ้ลหัวใจแทบสลายมองตามกฤษ ทรุดกับพื้นทรายร้องไห้โฮ คร่ำครวญกับตัวเอง...
“ฉันจะบอกได้ยังไง เธอกำลังจะหมั้นกับคนที่เธอรัก ฉันไม่กล้าบอกใครหรอกว่าฉันชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว...”
เมเปิ้ลนอนร้องไห้ทั้งคืน รุ่งขึ้นหยาดทิพย์มายืนรอคำสั่งว่าจะอยู่หรือจะไป เมเปิ้ลถามว่า “ถ้าเป็นเธอจะสู้ไหม”
“สู้สิคะ อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมา จะกลับไปมือเปล่าโดยไม่หิ้วผู้ชายไปด้วย แบบนี้ถือว่า บก.แพ้”
“แพ้เหรอ...ฉันไม่เคยรู้จักคำว่าแพ้”
“ใช่ค่ะ...เราต้องสู้!” หยาดทิพย์ลุ้นสุดตัว ทำให้เมเปิ้ลนอนคิดหนักว่าจะเอาอย่างไรดี อยู่สู้ต่อหรือกลับ?!
ooooooo
รุ่งขึ้น เมเปิ้ลตัดสินใจขนกระเป๋าลงเรือเตรียมกลับ หยาดทิพย์ถามว่าตกลง บก.จะกลับมือเปล่าจริงหรือ
“ฉันเป็นคนมีศักดิ์ศรี ถูกปฏิเสธขนาดนี้ ฉันไม่ด้านพอที่จะอยู่ต่อ ไม่มีเขาฉันก็แก้ปัญหาของฉันได้ รีบขน กระเป๋าลงเรือฉันอยากไปจากที่นี่เร็วๆ!”
แต่พอขนกระเป๋าลงเรือหมด เมเปิ้ลก็หายตัวไป หยาดทิพย์มองหาบ่นว่าไหนบอกว่าจะรีบไป
ที่มุมหนึ่งในรีสอร์ต เมเปิ้ลไปซ้อมคำพูดที่จะง้อกฤษอีกครั้ง แต่ซ้อมกี่ทีก็ไม่ถูกใจ ระหว่างนั้นกฤษเดินมาที่ท่าเรือถามหยาดทิพย์ว่า บก.เธอไปไหน หยาดทิพย์พูดประชดว่าคงเสียใจที่มาขอความช่วยเหลือแล้วถูกปฏิเสธ ป่านนี้คงไปกระโดดทะเลให้ปลาตอดไปแล้วมั้ง!
กฤษตกใจเร่งให้ไปตามหาเมเปิ้ล แล้วตัวเองก็วิ่งอ้าวไป หยาดทิพย์รีบวิ่งตามไปด้วย
เมเปิ้ลยังซ้อมง้อกฤษอยู่ จู่ๆน้ำฟ้าเดินมาหยุดตรงนั้นเพราะมือถือดังขึ้นพอดีเธอหยุดรับสาย เมเปิ้ลหลบทันที
“ค่ะคุณป้า...หนูกำลังจะให้กฤษไปส่งที่บ้านค่ะ... กฤษไม่ได้ไปส่งหรอกค่ะ และไม่มีทางอ่อนไหวเด็ดขาด กฤษเคยบอกหนูว่ามีแต่ความสมเพชให้เท่านั้น ตอนนี้ยัยป้านั่นคงถอดใจแล้วมังคะ เพราะเข้าใจว่าฟ้ากับกฤษเป็นแฟนกันตั้งแต่แรก”
เมเปิ้ลแอบฟังใจเต้นโครมคราม ทีแรกก็โกรธฟังไปฟังมาก็เริ่มเอะใจ กลายเป็นตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าน้ำฟ้าถูกกฤษขอร้องให้แกล้งเป็นแฟนเท่านั้น แล้วเมเปิ้ลก็อ้าปากค้างเมื่อได้ยินน้ำฟ้าบอกว่า
“กฤษขอให้ฟ้าช่วยแกล้งเป็นแฟนกฤษค่ะคุณป้า เพราะว่ากฤษต้องการให้ฟ้าเป็นกันชนค่ะ กฤษกลัวว่าถ้ากฤษเป็นโสดแล้วจะไม่ปลอดภัย อาจถูกยัยนั่นยั่วยวนเพื่อให้ตกหลุมพรางจะได้ลงจากคานได้สมใจ จริงๆแล้ว กฤษตามยัยแก่แรดนั่นไม่ทันหรอกค่ะ น้ำฟ้าเลยต้องโกหก ยัยนั่นจะได้ไม่คิดอะไรเกินเลยกับกฤษ ทั้งๆที่ในใจอาจจะคิดก็ได้ หนูเห็นค่ะว่าเวลาที่เขามองกฤษ ตางี้เป็นมันเชียว”
เมเปิ้ลฟังไปกัดฟันอดกลั้นจนลมแทบออกหู แต่ก็อดทนฟังเพื่อจะรู้ความจริงทั้งหมด
“ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยหักห้ามใจตัวเองว่าแฟนใครเป็นแฟนใคร คงรอว่าถ้าหนูเผลอเมื่อไหร่หาทางเสียบทันที”
เมเปิ้ลทนไม่ได้ โผล่พรวดออกไปแว้ดใส่ทันที
“คนอย่างฉัน ไม่รอเผลอหรอก ถ้าอยากเสียบก็เสียบเลย!”
น้ำฟ้าอึ้ง ตกใจที่จู่ๆเมเปิ้ลก็โผล่มาอย่างดุดัน
ooooooo
ที่กรุงเทพฯ ก็วุ่นวายน่าปวดหัวไม่น้อยกว่าที่ภูเก็ต เพราะความรักของลินีกับวายุก็ระหองระแหงโดยมีสิริมาคอยเป็นตัวยุตัวแทรกหมายชิงวายุคืน
แต่วายุก็หนักแน่นมั่นคง ตัดสินใจที่จะรักษาสมดุล แห่งชีวิตโดยไม่ให้เสียทั้งความรักและการงาน
ส่วนน้ำผึ้งที่รักและอยากสานสัมพันธ์กับพีศทรรตก็มีอุปสรรคจากทั้ง ธัญรดา ญาดา และเจ้าหน้าที่ในบริษัทที่ต่างก็กีดกันชิงดีชิงเด่นกันเอง คนที่ปวดหัวคือพีศทรรต ถูกรุมเร้าทั้งจากครอบครัวและที่ทำงาน
น้ำผึ้งมาเป็นเลขาแต่ไม่ได้สนใจงานเลขาเลย คอยแต่จะชวนพีศทรรตไปสปา ไปนวดผ่อนคลาย เมื่อเขาต้องไปเกาหลีก็จะขอตามไปด้วยอยากไปมีตแอนด์กรี๊ดอ๊อปป้า พอดีมือถือพีศทรรตดังขึ้น เขายกมือห้ามน้ำผึ้งบอกว่า
“ที่บ้านผมโทร.มา เดี๋ยวค่อยคุยเรื่องงานนะไม่คุยเรื่องติ่งเกาหลี”
พอพีศทรรตเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์ ตมิสาที่เป็นเลขาเก่าของเขาก็เข้ามาฉอดๆใส่น้ำผึ้งว่า
“คนเรา เวลามาทำงานมันต้องเตรียมพร้อมทั้งกายใจและสมอง ควรรู้หน้าที่ว่าตัวเองต้องทำอะไร ยังไง ไม่ใช่มาแบบเบลอๆ กลวงๆ ทำอะไรก็ไม่ถูก เฮ้อ...น่าสมเพช เกิดมาทั้งทีทำได้แค่เต้นกินรำกิน”
น้ำผึ้งโมโหพรวดเข้าเอากระดาษขยำเป็นก้อนยัดปากตมิสาจิกตาด่า
“แล้วไอ้เงินที่ทำให้แกมีข้าวกิน มีแรงมาอ้าปากพูดดูถูกคนอื่นอยู่เนี่ย ไม่ใช่เงินที่ได้จากการเต้นกินรำกินของฉันรึไง นังปลวก!”
น้ำผึ้งกับตมิสาพุ่งเข้าจิกทึ้งกันแต่ต่างก็ระวังไม่ให้มีเสียง เพราะพีศทรรตกำลังฟังเพลงที่ญาดาเปิด
ให้ฟังทางโทรศัพท์อยู่ จิกทึ้งกันจนหลุดออกไปข้างนอก
พอลากกันเข้ามาอีกที ก็มีโตโต้ร่วมวงด้วยอีกคนเพื่อช่วยน้ำผึ้ง พอเข้าใกล้พีศทรรต เขาหันมา ทั้งสามหยุดกึกท่าใคร ท่ามันเหมือนตุ๊กตาลานขาด
“ทำอะไรกัน เหมือนไปฟัดกันมาทั้งสามคนเลย” พีศทรรตถามทั้งที่หูยังฟังเพลงที่ญาดาเปิดให้อยู่
กลัวถูกจับได้ว่าตีกัน ทุกคนจำได้ว่าพีศทรรตเคยคาดโทษว่าถ้ามีปัญหากันก็ให้ออกไปเลย ทั้งสามเลยสามัคคีกันโกหก น้ำผึ้งบอกว่าช่วยตมิสาหาของ ตมิสาก็โกหกว่าตนทำแม็กเย็บกระดาษหล่นใต้โต๊ะ น้ำผึ้งกับโตโต้ช่วยกันมุดหาให้เพื่อความอยู่รอด ทั้งสามสามัคคีกันโกหก พอพีศทรรตหันไปฟังเพลงต่อ ทั้งสามก็พุ่งเข้าตบตีกันต่อ แต่พยายามห่างจากพีศทรรต โดยพีศทรรตก็ยังคงฟังเพลงที่ญาดาเปิดให้ฟังอยู่อย่างอดทน
ooooooo
วายุตามตื๊อลินี ชวนเย็นนี้ไปทานข้าวกัน เธอบอกว่าอาจต้องรอถึงเช้าเพราะตนไม่ไป วายุปากหวานว่า
“รอทั้งชาติก็รอได้ ผมจะรอคุณไม่ว่าจะนานแค่ไหน”
“แน่ใจหรือ วันที่คุณรอคอย ฉันอาจจะแก่จนเหี่ยว ฟันหักหมดปาก ความจำเลอะเลือน”
“แต่ผมมั่นใจว่า ไม่จำเป็นต้องรอนานขนานนั้น เพราะคุณ...กำลังชอบผมเข้าแล้ว แต่คุณ...ปากแข็ง”
ลินีเขินเลยแก้เกี้ยว “เลิกๆๆๆ เลิกคุย แค่นี้นะบาย” พูดแล้วเดินหนีไปเลย
เสียงมือถือวายุดังขึ้น มาดูหน้าจอแล้วเครียด รีบรับสาย
“ว่าไง...ฉันอยู่ที่มูลนิธิพอดี จะให้เขารีบประสานตำรวจ ระวังตัวด้วยนะ”
วายุตัดสายแล้ววิ่งกลับเข้าไปในมูลนิธิทันที
ooooooo
ขณะที่กฤษกับหยาดทิพย์ตามหาเมเปิ้ลอยู่นั้น เจ้าตัวกำลังเชือดเฉือนกับน้ำฟ้าอยู่อย่างเผ็ดร้อน
เมื่อเมเปิ้ลพรวดออกไปอย่างดุดัน น้ำฟ้าตกใจถอยกรูดถามว่าจะทำอะไร เมเปิ้ลบอกว่าดูหนังหน้าคนโกหกหน้าด้านๆ น้ำฟ้าตีหน้าซื่อถามว่าทำไมต้องมากล่าวหากัน
“เลิกเล่นละครได้แล้ว!! ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยนเข้าใจคนอื่น แต่ลับหลังเธอคือปีศาจชัดๆ มีปากและความคิดโสโครกเป็นอาวุธ เสี้ยมให้แม่ของกฤษคิดว่าฉันเป็นคนน่ารังเกียจ”
น้ำฟ้าเถียงว่าตนไม่ได้เสี้ยม แต่พฤติกรรมของเธอเป็นอย่างนั้น “เธอหวังจะเคลมจริงๆ”
“เออ!! แล้วจะทำไม!”
น้ำฟ้าบอกว่าอย่าหวังว่าจะได้กฤษเพราะตนก็ชอบเขามากเหมือนกัน และตนจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอเข้าใกล้กฤษทั้งยังจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หัวใจกฤษมา เมเปิ้ลบอกว่าเมื่อตนรู้ความจริงว่าเธอกับกฤษไม่ได้เป็นอะไรกัน “ฉันก็จะเอา!!”
“คุณแพ้แน่ เพราะอะไรรู้ไหม กฤษเขามีแต่ความรังเกียจสมเพชเวทนาให้คุณ ยากหน่อยนะถ้าจะเอาชนะใจเขา รวมทั้งแม่เขาด้วยหรือถ้าจะมีวันนั้น คุณอาจจะหง่อมจนไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาทำหน้าที่ภรรยาให้กับใคร”
เมเปิ้ลสะอึก ค่อยๆ ถอยไปเหมือนผู้แพ้ น้ำฟ้ามองอย่างสะใจ ย่ามใจว่าตนชนะแน่
หยาดทิพย์ตามมาเจอเมเปิ้ลเดินออกจากน้ำฟ้า ทั้งหยาดทิพย์และกฤษวิ่งเข้าหาด้วยความดีใจ กฤษพุ่งเข้าไปถาม
“คุณเมเปิ้ล...หายไปไหนมา...ผม...”
กฤษพูดไม่ทันจบก็ถูกเมเปิ้ลตบหน้าฉาดใหญ่ด่าว่ารังเกียจขยะแขยงตนมากก็บอกกันตรงๆ กฤษงงบอกว่าไม่เข้าใจ
“ฟัง!! เรื่องที่ฉันถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก มันอาจจะดูน่าสงสาร แต่ฉันไม่ต้องการความสมเพชจากเธอเพราะคนอย่างฉันมีศักดิ์ศรี”
กฤษบอกว่าตนไม่เคยพูดและไม่เคยแม้แต่จะรู้สึกอย่างนั้น เมเปิ้ลอ้างว่าน้ำฟ้าแฟนปลอมๆ ของเขาเป็นคนพูด กฤษงง เลยถูกตบเข้าไปอีกฉาด พูดใส่หน้าว่า
“ฉันรู้ความจริงจากปากของยัยน้ำฟ้าหมดแล้วเธอกล้าโกหกฉันแล้วจะให้ฉันเชื่อคำพูดของเด็กเลี้ยง แกะอย่างเธออีกได้ยังไง ไม่ต้องเสนอหน้าไปให้ฉันเห็น อีกพอ! จบ!!”
เมเปิ้ลสะบัดออกไปทันที หยาดทิพย์รีบตามทิ้งกฤษให้ทั้งเจ็บแก้มที่ถูกตบทั้งเสียใจอยู่ตรงนั้น
เล่นละครฉากใหญ่เสร็จ เมเปิ้ลกับหยาดทิพย์ไปที่ท่าเรือเตรียมกลับ หยาดทิพย์ถามว่าทำไมต้องทำรุนแรงกับกฤษขนาดนั้น ตนเห็นว่ากฤษเป็นคนดีอาจมีเหตุผลที่ทำให้เขาต้องปกปิดความจริงบางอย่าง เมเปิ้ลพูดอย่างมีแผนลึกว่าตนรู้ความจริงหมดแล้ว แต่ที่ตบกฤษนั้นเป็นแผน
“ขุดบ่อล่อปลา” เชื่อว่ากฤษต้องตามไปเคลียร์กับตนที่ กรุงเทพฯแน่ๆ
“แผนสูงที่สุด”
“แล้วหลังจากนั้น ฉันจะทำให้ยัยน้ำฟ้านั่นหงายเงิบ ด้วยการทำให้กฤษชอบฉัน เหมือนที่ฉันชอบเขา” พอหยาดทิพย์ ทำหน้าตกใจ เมเปิ้ลย้ำว่า “เธอสัญญากับฉันแล้วนะว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ จนกว่าฉันจะชนะสงครามค่อยประกาศอย่างเป็นทางการว่าฉันจะก้าวลงจากคานอย่างสง่างาม หึๆ ฮ่ะๆๆ”
เมเปิ้ลหัวเราะอย่างสะใจ มีความหวัง หยาดทิพย์พลอยดีใจไปกับ บก.ของตนด้วยที่มาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยว
ooooooo
น้ำผึ้งตบตีกับตมิสาอย่างบ้าดีเดือดแต่ยังมีสติที่ต้องไม่เสียงดัง เพราะถ้าพีศทรรตรู้มีหวังถูกไล่ออกทั้งคู่
ผลปรากฏว่ายับเยินไปทั้งสองคน แต่น้ำผึ้งเป็นฝ่ายชนะ ปรามตมิสาก่อนแยกกันว่า
“จำวันนี้ไว้เป็นบทเรียน แกแรงมาเท่าไหร่ ฉันแรงกลับไปเป็นสิบเท่า นอกจอฉันไม่ใช่นางเอกทนให้ใครพูดจาดูถูกเหยียบย่ำได้ แต่ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดาที่มีด้านมืดเหมือนกัน!”
แม้วันนี้ตมิสาจะแพ้แต่ใจเธอแค้นรอวันเอาคืน!
บรรดาพนักงานและแม่บ้านพากันมาดูเหตุการณ์เงียบๆ โตโต้บอกให้ทุกคนปรบมือให้กับความสุดของป้าหน่อย น้ำผึ้งประกาศว่า เดี๋ยวจะเลี้ยงข้าวปิดปากทุกคน แล้วให้โตโต้ไปหาชุดในสต๊อกออฟฟิศมาเปลี่ยนเพราะที่ใส่อยู่เยินจนดูไม่ได้ เดี๋ยวจะถูกพีศทรรตจับได้
และแล้ว น้ำผึ้งก็ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อพีศทรรตชวนไปงานวันเกิดของญาดาที่บ้าน ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน น้ำผึ้งถามเขาว่า ตนเป็นเลขาที่แย่มากหรือดีมาก พีศทรรตถามว่า “กลางๆ ไม่เป็นเลยรึไงคุณ”
“ไม่เป็น แต่ฉันรู้ตัวนะว่าในด้านการแสดงฉันดีมากแต่ในด้านของเลขา ฉันแย่มาก” เขาบอกว่ารู้ตัวก็ดี เธอเลยอ้อน “สอนงานฉันด้วยนะ ฉันอยากเป็นเลขาที่ดีของคุณ ถ้าฉันจะไม่ได้เป็นดารา ก็ไม่อยากให้เสียชาติเกิดว่าทำอะไรไม่เป็นนอกจากเต้นกินรำกินอย่างเดียว”
“คุณเป็นคนที่มีความพยายามและความมุ่งมั่น ถ้าคุณอยากจะทำอะไรสักอย่าง คุณจะกัดไม่ปล่อย คุณทำได้ถ้าคิดจะทำ ให้เวลากับตัวเองสักพัก เดี๋ยวคุณก็เก่ง ไป...ลงไปกันเถอะ”
พูดแล้วพีศทรรตลงจากรถ น้ำผึ้งแอบกรี๊ดในรถ “วันนี้มีชมด้วยอ่ะ...ใจมาเป็นกองเลยยยย”
ooooooo
วันนี้ นักสืบที่ลินีไปติดต่อไว้โทร.นัดให้เธอไปพบที่แห่งหนึ่ง เธอถามว่าทำไมไม่ไปพบกันที่ออฟฟิศ
นักสืบบอกว่าตนปิดออฟฟิศและบอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว อ้างว่าพ่อป่วยหนักตนต้องกลับไปต่างจังหวัดเพื่อดูแลท่าน จึงขอคืนงานและคืนเงิน บอกให้เธอนับเงินดู
ลินีแปลกใจกับคำพูดและสายตาที่ต้องการสื่ออะไรบางอย่างของนักสืบ พอเปิดซองจะนับเงินก็เจอกระดาษโน้ตเขียนว่า “ผมถูกข่มขู่ ครอบครัวตกอยู่ในอันตราย คุณวายุ–บุตรประวัติสะอาด นายพิภพน่าสงสัย ไปดูที่โรงงานและผับอาจเปิดบังหน้า” ลินีมองหน้านักสืบ เขาถาม “เรียบร้อยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ข้อมูลทุกอย่างจากพี่คือความจริงที่ออกจากปากพี่ หนูจะเชื่อถือมันได้เสมอและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป”
อีกมุมหนึ่ง มาร์กฟังสปีกเกอร์โฟนจากมือถือ ได้ยินประโยคสุดท้ายของนักสืบว่า “ขอบคุณครับที่เชื่อใจกัน” และลินีอวยพร “โชคดีนะคะพี่ สวัสดีค่ะ”
มาร์กกดปิดมือถือยิ้มกริ่ม กดกระจกข้างลงมองไปทางหนึ่ง เห็นนักสืบเดินมากำลังกดปิดมือถือที่ตัวเองโทร.ออกหาเบอร์มือถือใหม่ แล้วมองไปทางฝั่งตรงข้าม เห็นมาร์กมองมา ต่างพยักหน้าให้กันแล้วเดินออกไป มาร์กก็เคลื่อนรถออกไป
ลินีแอบดูรถของมาร์กและนักสืบที่เดินไปอยู่ที่มุมหนึ่ง พึมพำ “นายพิภพ!!”
ooooooo
ที่โรงงานสิ่งทอของเสี่ยพิภพ เสี่ยตบลูกน้องจนหน้าหันด่าลั่น
“นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ที่ตำรวจมันรู้การเคลื่อนไหว ของเราจากคนของมูลนิธิ มันรู้ได้ยังไง? ได้ยังไง!!” ช้างบอกว่าอาจมีคนของมันอยู่ใกล้ตัวเรา “หาตัวมันให้เจอแล้วก็ไปจัดการให้มันไม่กล้ามายุ่งกับเรื่องของกูอีก!”
เวลาเดียวกัน กุ๊งกิ๊งคุยโทรศัพท์อยู่โดยมี ผอ.อยู่ใกล้ๆ พอวางสายก็รายงาน ผอ.ว่า
“ตำรวจไปสกัดเรือไว้ได้ทันค่ะ และก็ช่วยผู้หญิงที่ถูกขังในตู้คอนเทนเนอร์ออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่ของเราที่นั่นดูแลอยู่” ผอ.ถามว่าแล้วรู้ตัวมันไหม จับมันได้หรือเปล่า “ไหวตัวทัน หนีไปได้หมดค่ะ”
ขณะนั้นเอง ลินีเดินเข้ามาเอ่ยกับ ผอ. “หนูขออาสาทำงานนี้ต่อได้ไหมคะ” ทำเอาทั้ง ผอ.และกุ๊งกิ๊งมองอึ้ง ลินีพูดอย่างมุ่งมั่น สัญญาจะไม่ลืมเจตนารมณ์และเป้าหมายที่แท้จริงของการเข้ามาทำงานช่วยเหลือเพื่อนผู้หญิงที่นี่ โดยจะใช้วิจารณญาณอย่างดีที่สุด
ลินียังยอมรับว่า จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อแก้ตัวที่ตัวเองเคยมีอคติกับบางคนมากจนเกินไปจนทำให้ตาบอดหูหนวก
ทั้ง ผอ.และกุ๊งกิ๊งยินดีกับเธอ ผอ.พูดให้กำลังใจว่า
“พี่รู้ดีว่าสักวันลินีจะรู้ด้วยตัวเองว่าควรจะวางใจและวางตัวไว้ตรงไหน ยังไง”
ลินีบอกว่าตนมีแผนที่จะสืบให้ถึงตัวบงการแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติคนนี้ แต่บอกไม่ได้ ทั้ง ผอ.และกุ๊งกิ๊งไม่เห็นด้วยที่เธอจะทำงานโดยลำพังเพราะอันตรายมาก แต่ลินีกลับคิดว่าถ้าคนรู้มากตนจะทำงานลำบากและอาจทำให้ทุกคนเป็นอันตราย
“หนูสัญญาค่ะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ หนูจะขอความช่วยเหลือเอง จะไม่เสี่ยงให้ตัวเองเป็นอันตรายเด็ดขาด”
เหตุผลและความมั่นใจของลินี ทำให้ ผอ.และกุ๊งกิ๊งต้องยอมเธอ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วลินีไปหาวายุที่บ้านเพื่อพิสูจน์ความจริงใจของเขาด้วยการให้จ้องตาตัวเองต่างจ้องตากันอย่างใกล้ชิดจนเคลิ้มแล้วลินีก็ลุกขึ้นขอกลับเอาดื้อๆ
พนมแอบดูอยู่ บอกวายุว่าไม่เชื่อว่าลินีไม่ชอบเขา วายุยอมรับว่าตนชอบเธอแต่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอคิดอย่างไรกับตน
“ตามไปสิ ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนๆ” พนมลุ้นลูกชาย วายุรีบตามลินีไปอย่างมีความหวัง
ooooooo
เมเปิ้ลนั่งในรถแท็กซี่ยังไม่ทันกลับถึงบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากดรณ์ที่เธอให้ไปเป็นผู้ช่วยของไทเกอร์ เธอฟังแล้วตกใจ
“อะไรนะ! มันไปไหนของมันนะ พูดอีกทีชัดๆ ซิดรณ์”
ดรณ์บอกว่าไทเกร์บอกตนว่าจะไปหาหมอแต่ที่แท้ไปที่ครัวต้อยติ่ง เมเปิ้ลจึงบ่ายหน้าไปที่นั่นสั่งดรณ์ให้เฝ้าไว้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงให้บอกตนทันที
ไทเกอร์ไปพบกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เมื่อเมเปิ้ลมาถึงจึงรู้ว่าเธอคือเจ๊เงาะบรรณาธิการนิตยสารคู่แข่งของตน สงสัยว่าเขามาพบทำไม เมเปิ้ลเชื่อว่าไทเกอร์กำลังทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้! บอกหยาดทิพย์ว่าตามจับตัวให้ได้ ตนจะทำให้มันสารภาพแล้วตัดหัวเสียบประจานความชั่ว!
ที่ร้านอาหารนี้ ไทเกอร์ยังเจอกับตรัยคุณที่มากับชายอีกคน ทั้งสองต่างมองตาอย่างรู้กัน เมื่อไทเกอร์เดินออกไป ตรัยคุณบอกเพื่อนชายว่าขอไปห้องน้ำแป๊บ แล้วเดินตามไป ไทเกอร์อ่อยว่าเหมือนเราเคยเห็นกันมาก่อน ตรัยคุณบอกว่าเขาคงเข้าใจผิด ทำเอาไทเกอร์งง แอบหลุดว่า“หืม...เกย์ด้าของฉันมันไม่เคยเออเร่อ ทำมาเป็นแอ๊บ...อุ๊ย...”
ดรณ์ที่ตามมาสังเกตตกใจที่เห็นไทเกอร์สาวแตก!
ฝ่ายน้ำผึ้ง พอไปถึงบ้านพีศทรรตก็ถูกทั้งญาดาและคุณหญิงกานดาต่อต้าน คุณหญิงถึงกับจะไล่น้ำผึ้งออกจากบ้านแต่น้ำผึ้งก็ใช้ประสบการณ์การแสดงหลอกล่อหว่านล้อมจนญาดายอมลดความก้าวร้าวลง
พีศทรรตมองน้ำผึ้งอย่างประทับใจที่หลอกล่อญาดาให้ทำในสิ่งที่ควรทำได้ ส่วนคุณหญิงกานดาก็มองน้ำผึ้งอย่างสังเกต เห็นเธอปราบพยศของญาดาได้ทีละเรื่อง...ทีละเรื่อง ความโมโหไม่พอใจก็ค่อยคลายลงติดตามอย่างอยากรู้ว่าน้ำผึ้งจะหลอกล่อปราบพยศญาดาอย่างไรต่อไป
ooooooo










