สมาชิก

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ตอนที่ 4

เมเปิ้ลไม่กล้าพูดเรื่องกฤษฎาให้คุณย่ารู้ แต่แล้วความก็มาแตกเพราะความปากเปราะของจิลลา เมื่อเมเปิ้ลบอกคุณย่าว่าแฟนตนยังไม่เกิด จิลลาทักท้วง ทันทีว่า

“อ้าว...ที่ตัวเองประกาศจะแต่งงานด้วยไง แหม อย่าเขินซิ” เมเปิ้ลพยายามเรียกปรามพี่สาวให้รู้ตัวแต่จิลลายังคุยจ้อว่า “ในคลิปไง คุณย่าได้ดูคลิปหรือยังคะ โอ๊ย! จิลกับเพื่อนดูกันในเครื่อง กรี๊ดกันเครื่องแทบแตก เออ...แล้วตัวเองไม่ได้บอกคุณย่าเหรอเรื่องแฟน แล้วทำไมคุณย่าถึงยังจะหมั้นตัวเองกับพี่ตรัยล่ะ ทำไม?”

“จิล หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!” เมเปิ้ลเบรกอย่างสุดทน แต่คุณย่าสั่งจิลลาให้พูดต่อ จิลลารู้ตัวบอกว่าหมดเรื่องพูดแล้ว คุณย่าถามเมเปิ้ลว่าเด็กฝึกงานคนนั้นใช่ไหม พอเมเปิ้ลกลั้นใจพยักหน้าเท่านั้น คุณย่าก็เป็นลมไปเลย

ความโกลาหลเกิดทันที เมเปิ้ลสั่งให้รีบเอารถออกพาคุณย่าไปโรงพยาบาล และเรียกป้าอิ่มให้มาช่วยพยุงคุณย่าไปขึ้นรถ ปากก็พร่ำบอก

“คุณย่าขา...คุณย่า...รอเดี๋ยวนะคะ หนูกำลังจะพาไปโรงพยาบาลค่ะ”

คุณย่าแสนสุข กระปลกกระเปลี้ยอย่างแสนทุกข์ด้วยความผิดหวังในตัวเมเปิ้ล

ooooooo

ลินีถูกสิริมาขังไว้ในห้องทำงานของวายุ เธอพยายามร้องให้คนช่วยเปิดประตูแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน ครั้นจะโทร.บอกแบตก็หมด จะชาร์จก็ลืมเอาเครื่องชาร์จมา

ลินีเดินงุ่นง่านหาทางแก้ปัญหา เห็นโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของวายุก็ดีใจปราดเข้าไป แต่พอยกหูก็จำเบอร์โทร.ใครไม่ได้เลย

 สิริมาทำทีตามวายุไปถามว่าเจอลินีไหม เขาบอกว่าไม่ทัน เธอแนะให้โทร.หา แต่พอวายุเอามือถือจะโทร.เธอก็แกล้งทำเป็นเซหน้ามืดบอกว่าจะอาเจียน ทำให้วายุต้องหันมาสนใจเธอบอกให้กลับบ้านไปก่อนให้ลูกน้องดูแลแทนก็ได้

“ช่วยขับรถให้หน่อยได้ไหม ฉันขับรถไม่ไหว” สิริมาอ้อนหมายให้วายุออกไปจากออฟฟิศจะได้ตัดปัญหาเรื่องลินีถูกขังอยู่ในห้องทำงานของเขา วายุหลงกลประคองเธอไปที่รถ สิริมาแอบยิ้มอย่างสมใจ

เมื่อวายุขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอชงกาแฟให้ดื่มถามว่าติดต่อลินีได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้ บ่นว่าลินีสัญญาว่าจะรอแล้วทำไมไม่รอ สิริมาได้ทีใส่ไฟว่าจะไปเอาอะไรแน่นอนกับผู้หญิงวัยนี้ ดูเธอมั่นใจและถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แล้วถามว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหมเขาถึงชอบเธอ บ่นตัวเองว่า

“ฉันคงโชคร้ายที่เกิดมาเป็นคนซื่อสัตย์กับความ รู้สึกของตัวเองมากเกินไปมันทำให้คุณหมดความสนใจในตัวฉันอย่างรวดเร็ว เร็วจนฉันตั้งตัวไม่ทัน”

วายุบอกว่าเป็นเพราะเราไปกันไม่ได้มากกว่าเพราะเราเหมือนกันเกินไปจนทำให้ความรู้สึกที่มีให้เธอไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความไว้วางใจและเชื่อใจย้ำว่า “คุณคือเพื่อนแท้ของผม”

เมื่อวายุจะกลับ เขาบอกเธอพักผ่อนให้เยอะๆ ถ้ายังไม่หายก็โทร.บอกจะพาไปหาหมอ สิริมารีบกลับเข้า ไปแอบร้องไห้ด้วยความผิดหวังเสียใจ

ooooooo

เวลาเดียวกัน พีศทรรตก็มีปัญหากับคุณหญิงกานดาผู้เป็นแม่ เขาถูกแม่อ้างสิทธิ์ว่า

“แม่มีสิทธิ์ที่จะปกป้องลูกชายของแม่ไม่ให้ตก เป็นเหยื่อของผู้หญิงที่คิดจะใช้เต้าไต่หวังเกาะแก”

“คุณแม่รู้จักน้ำผึ้งดีพอที่จะตัดสินใจว่าเธอเป็นคนแบบนั้นเหรอครับ ผมขอบอกคุณแม่ไว้ตรงนี้เลยแล้วกันว่าผมตัดสินใจแล้วที่จะคบหาดูใจกับน้ำผึ้ง”

คุณหญิงเสียงดังว่าไม่ได้ เขาถามว่าทำไมถึงไม่ได้ คุณหญิงอ้างว่าไม่มีความเหมาะสม

“ผมเคยเชื่อคุณแม่ว่าธัญรดาเหมาะสมที่จะแต่งงาน กัน แต่สุดท้ายมันก็ล่มไม่เป็นท่า ทิ้งความเจ็บปวดให้กับทุกฝ่าย คราวนี้ผมจะไม่เชื่อในความเหมาะสมอีกแล้วแต่ผมจะเชื่อหัวใจของผมเอง”

คุณหญิงกานดาแกล้งจะเป็นลม พีศทรรตพูดอย่างรู้ทันว่า “ผมรู้ว่าช่วงนี้คุณแม่สุขภาพแข็งแรงมากไม่มีอาการหัวใจอ่อนแออย่างที่เคยโกหกผมในวันนั้นเพื่อ บีบให้ผมตอบตกลงแต่งงานกับธัญรดา” คุณนายถามว่า แกรู้? “ผมรู้ทุกอย่างครับแต่ผมก็ปล่อยเลยตามเลยแต่คราวนี้...ขอนะครับเพราะผมจะไม่มีทางยอม” พูดแล้วเดินออกไปเลย

คุณหญิงกานดาไม่เหลืออาการจะเป็นลมเลย แต่มองตามพีศทรรตไปอย่างเจ็บใจ ร้อนใจ เป็นกังวล

ooooooo

พีศทรรตโทร.เล่าให้น้ำผึ้งฟัง เธอถามทึ่งว่ากล้าพูดกับแม่เขาขนาดนั้นเลยหรือ เขาบ่นๆ ว่ารู้สึกบาปยังไงไม่รู้

“ไม่บาปหรอก แค่ไม่ได้บุญเพราะทำให้พระใน บ้านทุกข์ใจ” แล้วให้กำลังใจว่า “คุณทำถูกแล้ว พ่อกับแม่ ให้ชีวิต แต่ชีวิตเป็นของเรา จะดีจะเลวขอให้เราได้เลือกเอง สุดท้ายผลจะเป็นยังไง เราก็จะขอรับผิดชอบเอง แม่น่ะอยู่เฉยๆ เหอะ คอยอยู่เคียงข้าง คอยสนับสนุนและเลียแผลให้ลูกก็พอ” พูดแล้วถาม “ไงคมบาดใจไหม กระทืบไลค์ให้บ้างก็ได้นะจ๊ะ ไม่ว่ากัน”

พีศทรรตติงว่านี่ออกแนวด่าแม่ตนมากกว่า แล้วยุ ให้เธอมาบอกกับแม่ตนด้วยตัวเองตนอยากให้แม่ได้ยิน

“เอาฉันไปขึ้นเขียงให้แม่คุณเชือดรึไง” พีศทรรตถามว่าไม่อยากสู้เพื่อความรักของเราหรือ น้ำผึ้งนิ่งไปเขาถาม “ทำไมเงียบไป ว่าไง”

“เสียใจ ฉันขอสู้ด้วยวิธีอื่น การต่อสู้กันระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ที่ถูกรังเกียจ ขอให้มันเกิดขึ้นแค่ใน ละครที่ฉันเล่นเถอะ ราตรีสวัสดิ์”

น้ำผึ้งวางสายไปแล้ว พีศทรรตนั่งอึ้งแล้วยิ้มด้วยความรู้สึกดีกับน้ำผึ้งโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ก่อนกลับไป สิริมาให้แม่บ้านล็อกกุญแจห้องทำงานของวายุไว้ สั่ง รปภ.ว่าจากนี้ไปกลางคืนห้ามใครเข้าไปในออฟฟิศนาย เพื่อความปลอดภัย ก่อนออกเวรค่อยไปไขกุญแจออก

ลินีคอยอยู่จนหลับไป ตื่นขึ้นมาลองไปเปิดประตู ปรากฏว่าเปิดได้ เธอรีบออกไปทันทีเธอบังคับถามเบอร์ ของวายุจากยามแล้วใช้โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานเขาโทร. ออกทันที

พอวายุรับสายเธอบอกว่าตนอยู่ในห้องทำงาน เขาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะถูกสิริมาล็อกกุญแจขังไว้ ตนทั้งหิวข้าวหิวน้ำ แต่ร้องเรียกไม่มีใครได้ยินเลย วายุตกใจ เธอถามว่าไม่เชื่อใช่ไหม ให้เขารออยู่โรงพยาบาลเดี๋ยวจะแบกสังขารไปให้ดู!

“อะไรของเขา...สิริมาเหรอ??” วายุนึกสงสัยว่าทำไมสิริมาถึงทำแบบนั้น

ลินีไปถึงโรงพยาบาลก็ควานหาเหรียญในกระเป๋า เข้าไปโทร.ในตู้สาธารณะ เจอวายุยืนอยู่ในนั้นแล้วเขา มองเธอตกใจอุทาน “คุณ...โทรมมาก” ลินีกำลังจะวีน ใส่แต่นึกได้ว่ายังไม่ได้แปรงฟัน เลยบอกให้รอก่อนเดี๋ยวมาแล้ววิ่งออกไป ทำให้วายุยิ่งงง ทั้งแปลกใจทั้งขำ ท่าทางของเธอ

ooooooo

เพราะพีศทรรตอยากให้น้ำผึ้งไปคุยกับคุณแม่เขาอย่างที่พูดกับเขา น้ำผึ้งบอกว่าตนจะทำ ตามวิธีของตัวเอง แล้ววันนี้เธอก็แต่งตัวเหมือนพจมาน สว่างวงศ์ ถือกระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมคุณหญิงกานดาแต่เช้า

พีศทรรตตกใจงุนงงกับลุคประหลาดของเธอน้ำผึ้งถามหาคุณแม่เขา คุณหญิงได้ยินถามเสียงเข้มออกมาว่า

“ถามหาฉันทำไม”

น้ำผึ้งก้มไหว้คุณหญิงอย่างชดช้อยสวยงาม เอ่ยอ่อนหวาน “หนูกราบสวัสดีค่ะคุณแม่ขา...” แล้วคลานเข่าเข้าไปมอบกระเช้าของเยี่ยมให้ คุณหญิงพูดห้วนๆว่าวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ

น้ำผึ้งขอให้แตะพอให้รู้ว่ารับแล้วคุณหญิงบอกว่าไม่รับ น้ำผึ้งตื๊อหน้าซื่อตาใสว่า “แต่หนูอยากให้”

น้ำผึ้งพรรณนาถึงความรักของตนกับพีศทรรตและขอความเห็นใจ คุณหญิงทนไม่ได้สั่งพีศทรรตให้เอาน้ำผึ้งออกไปเสียและอย่าให้มาเหยียบบ้านนี้อีก เมื่อน้ำผึ้งทำเฉยคุณหญิงกราดเกรี้ยวว่า

“ยังไม่ไปอีก ได้ ฉันไปเอง แล้วจำไว้เลยนะว่าฉันไม่มีทางยอมรับความสัมพันธ์ของเธอกับตาพีหัวเด็ด ตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ยอม” พูดแล้วเดินฟึดฟัดออกไปเลย

น้ำผึ้งคุกเข่าจนเมื่อยเลยลุกขึ้นนั่ง พีศทรรตตำหนิว่าเธอทำเกินไปแล้ว

“คุณขอให้ฉันมาเจรจากับแม่คุณเองนะ แม่คุณเองก็ใช่หยอกซะเมื่อไหร่ อุตส่าห์อ่อนน้อมถ่อมตนแต่จิกด่าไม่ปรานีเลยสักคำ”

“แต่ยังไงคุณก็เป็นเด็ก แม่ผมเป็นผู้ใหญ่ การเอาชนะใจท่านต้องด้วยความดีไม่ใช่ความแรง”

ขณะทั้งสองกำลังตึงเครียดกันนั่นเอง แต้วเข้ามาบอกพีศทรรตว่าน้องญาดาตัวร้อนจี๋เลย ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งตกใจ รีบพาญาดาไปโรงพยาบาล ระหว่างทางก็ช่วยกันดูแลญาดาจนแต้วพึมพำว่า

“เหมือนพ่อแม่ลูกกันจริงๆ เลยนะเนี่ย”

ooooooo

เช้านี้ กฤษฎาไปถึงออฟฟิศรู้จากหยาดทิพย์ว่าเมเปิ้ลเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน เขาตกใจถามว่าโรงพยาบาลไหน

หยาดทิพย์ปรามอย่าเสียงดังเพราะ บก.ไม่ชอบให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวมาก บอกว่าเดี๋ยวบ่าย บก.ก็คงเข้า แต่กฤษก็ยังร้อนใจถามหยาดทิพย์ว่า เมเปิ้ลอยู่โรงพยาบาลไหน โดยไม่รู้ว่าไทเกอร์แอบฟังอยู่ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

ไทเกอร์ฉวยโอกาสที่เมเปิ้ลไม่อยู่ ถามเจ๊ฟูถึงการดีลงานเรื่องคนที่จะมาขึ้นปกสถานที่ถ่ายปก เจ๊บอกไปตามจริง แต่พอเจ๊ถามว่าถามไปทำไมไทเกอร์ย้อนถามว่า

“ผมเป็นผู้ช่วย บก. จะขอรู้ความคืบหน้าบ้างไม่ได้รึไง ไม่เห็นเหรอว่า บก.ยุ่งมากขนาดไหน ไหนจะเรื่องแฟนเด็ก ไหนจะเรื่องที่บ้าน เรื่องส่วนตัวทั้งนั้น!”

ครู่หนึ่งไทเกอร์เห็นไม่มีใครอยู่ เขาหยิบมือถือขึ้นโทรออก ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ไทเกอร์รีบพูด...

“กำลังจะจ่ายเงินทำสัญญากันแล้วนะ อย่าช้า แล้วก็...ถ้าอยากเป็นเล่มแรกที่เข้าไปถ่ายที่นั่นก็รีบหาข้อเสนอที่เหนือกว่า เดี๋ยวผมจะส่งเมล์ไปให้ว่าทางนี้ดีลอะไรไว้บ้าง”

ที่แท้ไทเกอร์แอบส่งข้อมูลให้แมกกาซีนคู่แข่ง!

ooooooo

เมเปิ้ลยังเฝ้าคุณย่าอยู่ที่โรงพยาบาล วุฒิถามว่าทำไมคุณแม่ถึงได้เป็นแบบนี้ เมเปิ้ลเล่าให้พ่อฟังแล้วถามว่า

“หนูทำถูกหรือผิดคะคุณพ่อ หนูทำให้คุณย่าป่วย”

“หนูทำถูกแล้วที่เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวหนู เอง เรื่องทำให้คุณย่าป่วยมันเป็นเรื่องที่หนูไม่ได้ตั้งใจ” เมเปิ้ลบอกว่า คุณย่าไม่ได้คิดอย่างนั้น คุณย่าโกรธตนมาก “ท่านมีประสบการณ์จากตัวพ่อ จากพี่สาวเรา และท่านก็รักหนูมาก หวังไว้มาก อยากให้หนูมีคู่ชีวิตที่ดีที่สุด หนูต้องเข้าใจท่านนะ อย่าโกรธท่าน ให้เวลาท่านหน่อย ถ้าหนูทำให้คุณย่าเห็นว่าการตัดสินใจของหนูดีที่สุดและทำให้หนูมีความสุข ท่านจะใจอ่อนเอง”

เมเปิ้ลไม่แน่ใจในความรักครั้งนี้ วุฒิให้กำลังใจ ว่า “ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หนูอาจเลิกกับแฟนหรืออาจจะแต่งงานกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ” ทำให้เมเปิ้ลสบายใจขึ้นวุฒิแซวลูกสาวว่าคราวนี้มาผิดฟอร์ม เธอถามว่าผิดอย่างไร

“ลูกสาวพ่อคนนี้ ปกติจะมั่นกับทุกอย่างที่ทำ อีกอย่างไม่เคยไม่สวยถ้าออกจากบ้าน แต่นี่...”

 เมเปิ้ลยิ้มเขินๆ บอกว่ารีบไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยแม้แต่ฟันก็ไม่ได้แปรง

กฤษมาถึงพอดี เมเปิ้ลยิ่งรู้สึกอายสภาพตัวเอง วุฒิถามว่าใครหรือเธอบอกว่าแฟนเหลือบเห็นในร้านมีแปรงสีฟันขายเธอขอเงินจากวุฒิเพราะไม่ได้เอากระเป๋าสตางค์มา รีบไปซื้อแปรงและยาสีฟันเข้าห้องน้ำแปรงฟัน วุฒิจึงชวนกฤษไปกินกาแฟบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย

เมเปิ้ลไปเจอลินีที่เข้ามาแปรงฟันเหมือนกันพอดีเลยพูดกระแนะกระแหนกันตามเคย

เมเปิ้ลแก้หน้าตัวเองว่าพาคุณย่าเข้าโรงพยาบาลเมื่อคืนชุดนี้ชุดเมื่อวาน ลินีบอกว่าตนไม่ได้กลับบ้าน ถูกเมเปิ้ลจิกทันทีว่าพอมีแฟนได้ก็แรดเลยหรือบ้าน ช่องไม่กลับ

เป็นเรื่องทันที! ลินีด่าเมเปิ้ลว่าคิดว่าตัวเองดีอยู่คนเดียวหรือ ด่าว่าเธอใช้เงินซื้อใจเด็ก พอถูกจี้ใจดำ เมเปิ้ลด่าคืนทันที ต่างด่ากันไปมา ไม่สะใจเลยสาดน้ำใส่กัน

น้ำผึ้งเปิดประตูเข้ามาพอดีเลยเจอลูกหลงเข้า เต็มๆเปียกไปกับเขาด้วยแต่เพราะเป็นห่วงญาดาน้ำผึ้งด่าทั้งสองแล้วรอออกไปเอาผ้าบิดน้ำหมาดๆเช็ดตามข้อพับให้ญาดา พีศทรรตถามว่ารู้ได้ยังไงว่าต้องเช็ดตัวแบบนี้ตอนไข้สูงเคยมีลูกหรือ

“บ้า...ก็ในบทที่ฉันเคยเล่นไง เคยต้องปฐม พยาบาลเด็ก ฉันก็จำมาใช้ เห็นไหมชีวิตจริงกับละครมันเอื้อประโยชน์กัน เอามาใช้ได้”

“ถ้าคุณกำลังทำคะแนนเพื่อให้ผมหลงรัก อยากรู้ว่า ในขณะเดียวกันคุณจะรักผมด้วยหรือเปล่า”

“พูดเลย รักไม่รักไม่สำคัญ สำคัญที่คุณเพอร์– เฟกต์ที่จะเป็นสามีฉัน อาจจะมีลูกติด แต่ก็โอเคยอมรับได้ กำขี้ดีกว่ากำตด”

“น้ำผึ้ง! ไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่านะ ไดอะล็อกคุณมัน...เฮ้อ...” พีศทรรตถอนใจยาวหมดอารมณ์ที่จะคุยเลย

ooooooo

วุฒิชวนกฤษไปดื่มกาแฟ ถามว่าทำไมเขาถึงชอบผู้หญิงที่แกกว่า กฤษอึกอัก วุฒิตัดบทว่าไม่ต้องตอบหรอก แต่สิ่งที่สำคัญรักลูกสาวตนแน่นะ

“เอ่อ...ครับ...คุณพ่อคุณแม่ไม่คัดค้านใช่ไหมครับ” วุฒิถามว่าจะคัดค้านอะไรล่ะก็รักกันแล้วนี่ กฤษโล่งอกรีบขอบคุณ มารยาทบอกว่าก็เหลือแต่ด่านคุณย่าเท่านั้น ถ้ารักกันจริงก็ฝ่าฟันกันไปให้ได้ กฤษเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง

“แต่ถ้าจับได้ว่ามาหลอกลูกสาวผม โกหกพวกผมเมื่อไหร่...ตาย!”

ความจริงจังของวุฒิและมารยาท ทำเอากฤษสยองแล้วเขาก็สะดุ้งโหยงเมื่อเมเปิ้ลในสภาพเปียกชุ่มเยินไปทั้งตัวมายืนอยู่ข้างหลัง กฤษถึงกับอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา

 “คุณเมเปิ้ล!!!”

ooooooo

วายุเห็นสภาพของลินีแล้วผงะสุดตัวถามขำๆ ว่าไปฟัดกับใครมา พอลินีโกรธ เขาขอโทษบอกว่าไม่ขำแล้ว เธอจึงเล่าว่า

“ฉันถูกขังอยู่ในห้อง โดยที่คุณสิริมาเป็นคนล็อก เธอตั้งใจขังฉันไว้” วายุบอกว่าสิริมาไม่ใช่คนร้ายกาจ อย่างนั้น “ผู้หญิงทุกคนมีความร้ายกาจอยู่ในตัว โดยเฉพาะเวลาที่กำลังจะถูกแย่งของรัก”

มือถือของวายุดังขึ้นวายุรับสายทักเสียงอ่อนโยน “สิริมา... เสร็จแล้วหรือ ได้... ผมจะไปเจอคุณเดี๋ยวนี้” ลินีเลยบอกว่างั้นเราไปถามเธอด้วยกันเลย วายุจูงมือเธอไปทันที

สิริมาตกใจเมื่อเห็นลินีมากับวายุ ลินีถามว่าตกใจหรือที่เห็นตนอยู่ตรงนี้แทนที่จะแห้งตายอยู่ในห้องทำงานของวายุเพราะเธอจงใจล็อกประตูขังตนไว้

น้ำผึ้งกับพีทรรตได้ยินเสียงลินี ด้วยความอยากรู้น้ำผึ้งเลยกระเถิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ เงี่ยหูฟังอีกฟากหนึ่งเมเปิ้ลที่ยังไม่ยอมกลับก็เดินมากับกฤษยืนฟังอีกคู่หนึ่ง

วายุถามสิริมาว่าเธอทำจริงหรือ เธอยอมรับ แต่อ้างว่านึกว่ากลับไปแล้ว ลินีโกรธจนปากสั่นด่าลั่น

“โกหก!!”

แม้เมเปิ้ลกับน้ำผึ้งจะไม่กินเส้นกับลินี แต่เมื่อเพื่อนถูกแกล้งก็ไม่พอใจ

ลินีกับสิริมาโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน สิริมาปากแข็งว่าตนไม่ได้ทำ อ้างว่าวายุรู้ดีว่าตนไม่ชอบโกหก วายุก็รับรองว่าสิริมาไม่ใช่คนแบบนั้น  บอกลินีให้ใจเย็นๆ ลินีเย็นไม่ไหวถามสิริมาว่าถ้าเธอไม่ได้ทำแล้วตนจะขังตัวเองไว้เพื่ออะไร!

“เพื่อรอให้วายุไปหา แล้วจะได้...ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณคิดจะทำอะไร”

“ต่ำ!” น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลทนไม่ได้ด่าสิริมาพร้อมกัน

คนเริ่มสนใจมามุงดูมุงฟังกันมากขึ้น พีศทรรตกับกฤษเตือนสติสามสาว ลินีไม่ยอมหยุดเพราะเรื่องยังไม่จบ น้ำผึ้งถามว่าแล้วจะเอายังไง เมเปิ้ลโพล่งไปว่า “ทำอย่างที่พวกเราเคยทำ!” สิ้นเสียงก็ช่วยกันลากสิริมาออกไปเคลียร์กันข้างนอก สามหนุ่มตกใจรีบตามไป วายุถามว่าพวกเธอจะทำอะไรสิริมา

“พวกคุณไม่ต้องห่วงหรอก พวกฉันแค่ต้องการเคลียร์กับคุณคนนี้อย่างปัญญาชน ไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรรุนแรง” เมเปิ้ลบอก แต่ลินีกลับพูดว่ามันก็ไม่แน่หรอก น้ำผึ้งยืนยันว่าลินีพูดจริง เพราะคราวก่อนเธอก็ต่อยโจ้แฟนเก่าของตนตาแตกมาแล้ว

สิริมาโวยวายว่าตนเสียเวลามากพอแล้ว ลินีบอกว่าจะให้โอกาสเธออีกครั้ง สารภาพความจริงมาเสียดีๆ

“ความจริงคือ ฉันไม่มีทางทำให้วายุเสียใจไม่ว่าเรื่องอะไร และฉันก็ไม่โง่แกล้งคุณด้วยวิธีตื้นๆ อย่างนี้ อย่าสร้างเรื่องให้วายุคิดว่าฉันกำลังจะแย่งวายุจากเธอ ทะเลาะตบตีเพื่อแย่งผู้ชายกันเนี่ยนะ ใครต่ำกันแน่!!”

เจอความกลอกกลิ้งของสิริมาแบบนี้ สามสาวก็อึ้ง สามหนุ่มก็สับสน ลินีพูดจากประสบการณ์ในการทำงานของตนว่าผู้ชายที่ชอบใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงและผู้หญิงที่ใช้ความรุนแรงต่อกันเพราะผู้ชายเป็นต้นเหตุนั้น ทีแรกตนก็ไม่เข้าใจเท่าไร จนเจอกับตัวเองจึงรู้ว่า เป็นการทำเพื่อให้ได้ตัวผู้ชายมาทั้งที่ผู้ชายก็ไม่ได้รักหรือมีเยื่อใยอะไรด้วย พูดแล้วสรุปให้ฟังว่า

“จากความเสียใจ กลายเป็นเจ็บใจและทำใจไม่ได้ถ้าเห็นเขาไปเป็นของคนอื่น อย่างน้อยถ้าเขาไม่รักฉันก็ขอแค่อย่ามีใครให้ฉันต้องเจ็บใจ ฉันพูดถูกไหมคุณสิริมา”

สิริมาถูกแทงใจดำได้แต่อึ้ง ลินียิ้มเยาะเชิดใส่แล้วถอยไป น้ำผึ้งถามว่าแค่นี้หรือ เมเปิ้ลถามว่าแล้วจะจบยังไง?

“ไม่ได้มีบทสรุปให้กับตอนจบทุกเรื่องหรอกนะ เคสนี้ให้ผู้ชมตัดสินเอาเอง” ลินีตอบแล้วเดินไปเลย

วายุละล้าละลัง สิริมาถามว่าเขาเชื่อตนไหม วายุบอกว่าเชื่อ แต่เดี๋ยวจะให้เด็กขับรถมารับเธอเพราะดูท่าทางเธอโอเคแล้ว ตนเป็นห่วงลินีพูดแล้วรีบตามลินีไปเลย น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลดีใจจนลืมตัวหันไปแปะมือกันพูดอย่างสะใจพร้อมกันว่า

“มันต้องแบบนี้!!”

แต่พอนึกได้ว่ายังเคืองกันอยู่ ต่างก็สะบัดหน้าใส่กันแล้วแยกไปกันคนละทาง ทิ้งให้สิริมายืนเจ็บใจแทบกระอักเลือดอยู่ตรงนั้นคนเดียว!

ooooooo

กฤษฎาไปส่งเมเปิ้ลที่บ้านอ้างว่าหยาดทิพย์มอบหมายให้ตนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ จึงต้องช่วยทุกอย่างต้องตามประกบประชิด

เมเปิ้ลด่าว่าซื่อบื้อหรือจงใจแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเพราะเขาเป็นแค่แฟนหลอกๆ และตัวเขาเองก็มีแฟนแล้ว ถามว่าทำแบบนี้ทำไม กฤษฎาเตือนเธอว่าอย่าซีเรียสกับชีวิตเกินไป ทำไมต้องขึงขังจริงจังตลอดเวลา เมเปิ้ลดุว่า ชีวิตเป็นเรื่องจริงจังอย่าล้อเล่น

“คุณมองไม่เห็นจริงๆเหรอครับ หรือว่าตั้งใจจะไม่มอง” กฤษถาม เมเปิ้ลย้อนถามว่ามองอะไร “มองผมไง”

“มองเธอ เห็นแต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่รู้จักโต และชอบลองของ” พูดแล้วกระทืบเท้ากฤษ เขาถามว่ามากระทืบไลค์ตนทำไม “เท้าฉันไม่เคยไลค์มีแต่รำคาญ! และอย่ามาส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ย ฉันขออยู่บนคานหรูๆ ดีกว่าลงมาเจอผู้ชายเจ้าชู้หลายใจ โดยเฉพาะเด็กเลวอย่างเธอ!” ด่าแล้วเดินหนีไป กฤษอึ้ง มึน ถามตัวเองงงๆว่า

“พลาดตรงไหนเนี่ย??”

ส่วนเมเปิ้ลพออยู่กับตัวเองก็ด่ากฤษว่าชอบทำให้หวั่นไหว เตือนตัวเองว่าจะต้องไม่คิดอะไร ไม่หวั่นไหว ต้องเข้มแข็ง ต้องเกลียดเด็ก ไม่กินเด็ก!!

ooooooo

พีศทรรตอุ้มญาดาเข้ามาในบ้าน น้ำผึ้งเดินตามยิ้มหวานญาติดีด้วยแต่ถูกญาดาแลบลิ้นใส่ เธอเลยแอบด่า “เด็กนรก” ด่าแล้วตกใจเมื่อเห็นแต้วเดินอยู่ข้างหลัง

น้ำผึ้งถามไม่เต็มเสียงว่าเป็นแบบที่ตนว่าไหม แต้วตอบทันทีว่า ว่าค่ะแต่เก็บไว้ในใจไม่กล้าพูดเหมือนเธอ น้ำผึ้งแสดงความเห็นใจว่าแต้วคงเจอสถานการณ์เลวร้ายทุกวันใช่ไหม แต้วตอบเบาๆ ว่า “ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงนะ ต่อไปฉันจะมาช่วยแบ่งเบาภาระการรับมือกับน้องญาดาจากแต้วเอง” แต้วรีบปฏิเสธกลัวมาแย่งงานตน น้ำผึ้งบอกว่า “ไม่ได้มาแย่งงานเธอ แต่มา...”

“แย่งสามีคนอื่น!” เสียงธัญรดาแทรกเข้ามา ทั้งสองสะดุ้งหันมอง เห็นเธอยืนหน้าเครียด ถามเข้ม “ว่ายังไงคะ คุณน้ำผึ้งปินัทธา ยินดีด้วยนะคะ ได้ข่าวว่า เพิ่งจะตกลงคบหาดูใจกับพีศ”

“เมื่อกี๊คุณว่าใครแย่งสามีคนอื่น” น้ำผึ้งตาขวางเสียงเขียว ธัญรดาตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่าว่าเธอนั่นแหละ

แต้วเห็นบรรยากาศกำลังระอุรีบฉากไปรายงานพีศทรรตทันที

พีศทรรตกำลังหว่านล้อมญาดาให้ทานยาที่แต้วเอามาให้ครบจะได้หายเร็วๆ พ่อไปแล้วจะรีบกลับ ญาดาถามถึงคุณแม่ เขาบอกว่า “พ่อโทร.บอกคุณแม่ให้แล้ว เดี๋ยวเขาก็มา ตอนนี้หนูหลับก่อนนะ” ญาดาถามว่าตื่นมาตนจะเจอคุณแม่ใช่ไหม พีศทรรตรับปาก หอมแก้มลูกแผ่วเบาก่อนออกไปเงียบๆ เจอแต้วหน้าตื่นมาบอกว่าน้ำผึ้งกับธัญรดากำลังจะตบกัน เขาเดินอ้าวไปทันที

ออกมาเจอน้ำผึ้งกับธัญรดากำลังโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ธัญรดาแฉว่าไม่รู้หรือว่าพีศทรรตมีแฟนอยู่กี่คนตอนนี้ ทีแรกน้ำผึ้งก็ไล่เรียงให้ฟัง พอนึกได้กลัวเสียฟอร์มเลยตัดบทว่าไม่สนใจ เลยถูกธัญรดาด่าว่า เธอคือดาราขาเสียบ

“รดา!! พูดอะไรของคุณ อย่ายุ่งเรื่องของผม” พีศทรรตเสียงดัง

น้ำผึ้งควงแขนพีศทรรตทันที บอกว่าไม่เป็นไรตนรับได้ ตนรู้เห็นเรื่องเด็กในเครือของเขาทุกคน และขอบคุณธัญรดาที่ช่วยเตือนความจำของตน เชิดหน้าพูดอย่างไม่แคร์ว่า

“ไม่ต้องห่วงค่ะ หลังจากการแถลงข่าววันนี้ พีศจะมีฉันคนเดียว เพราะเราสองคนกำลังจะมีปัจจุบันและอนาคตร่วมกัน อดีตเลวๆที่ผ่านพ้นมาขอให้ลืมมัน ใช่ไหมคะพีศ” พีศทรรตอึกอัก เธอย้ำเสียงเขียว

“ใช่-ไหม-คะ-พีศ”

พีศทรรตตอบลนๆว่าใช่ แล้วรีบชวนไปกันเพราะใกล้เวลาแล้ว หันบอกธัญรดาว่า ลูกรอเธออยู่ ขอให้เธออยู่กับลูกจนกว่าตนจะกลับ น้ำผึ้งพูดต่อว่า “และฉันก็จะกลับมาด้วยเพื่อช่วยดูแลว่าที่ลูกสาว ไปค่ะพีศ”

น้ำผึ้งควงพีศทรรตเดินผ่านธัญรดาไปอย่างจงใจเยาะเย้ย ธัญรดามองตามอย่างแค้นใจ เจ็บใจนัก!

เมื่อเข้าไปในห้องญาดา ธัญรดาไม่แม้แต่จะแตะตัวลูก ยืนมองห่างๆ พูดอย่างอาฆาตว่า

“ลูกของฉัน พีศของฉันเป็นของฉัน...ไม่ใช่ของแก...นังน้ำผึ้ง!!” พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เดินออกจากห้องไปหมายมาดจะใช้ญาดาเป็นตัวกันน้ำผึ้งออกไปจากพีศทรรตให้ได้!

ooooooo

เพราะลินีบ่นหิวมาก วายุจึงพาเธอไปทานอาหารในโรงแรมเดียวกับที่พีศทรรตกับน้ำผึ้งจะแถลงข่าว ปรากฏว่าเธอกินหมดเกลี้ยงทุกอย่างอย่างรวดเร็ว

พอกินอิ่มก็จะกลับ แต่พอวายุบอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยง เธอก็เปลี่ยนใจสั่งของหวานเพิ่มทันที วายุรู้สึกสบายใจมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ

วายุจะพาเธอไปส่งบ้าน เธอยังไม่กลับเพราะจะรอฟังการแถลงข่าวของน้ำผึ้งกับพีศทรรต เขาพาเธอเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้า พาเธอแวะซื้อชุดที่โชว์บนตัวหุ่น ทำให้เธอดูสดใสอ่อนวัยขึ้น ระหว่างนั้นเอง วายุบอกเธอว่า

“ผมเห็นเขาต้อนรับนักข่าวเข้าห้องแถลงข่าวไปหมดแล้วและกำลังจะปิดประตู” ลินีตื่นเต้นขึ้นมา วายุคว้ามือเธอพาเดินเร็วๆไปยังห้องแถลงข่าว

นาทีนี้ ลินีมองวายุ เริ่มมีความรู้สึกดีๆกับผู้ชายคนนี้ขึ้นในใจ...

ooooooo

เวลาเดียวกัน กฤษรอเมเปิ้ลเพื่อรับเธอไปทำงาน รอจนหลับไปหลายงีบ แต่พอเธอลงมา เขาก็มองอึ้ง เพราะเธอแต่งตัวกระชากวัยทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ดูเด็กไปจนเขามองอึ้ง ทำเอาเมเปิ้ลเขินกับสายตาเขาไปเหมือนกัน

โอกาสนี้ กฤษทบทวนคำขอร้องของเขาต่อเธอเมื่อครั้งที่จะถูกเธอปาของใส่ที่ถูกขัดใจว่าขอเปลี่ยนเป็นปาดอกไม้ใส่ได้ไหม ไม่อย่างนั้นตนจะประกาศให้คนทั้งออฟฟิศรู้ว่าตนกับเธอเป็นแค่แฟนกำมะลอและจะบอกให้คุณย่าจับเธอแต่งงานกับเกย์ไปเลย เจอคำขู่คอขาดบาดตายนี้เข้า เมเปิ้ลก็ยอม

วันนี้เขาขอเพิ่มอีกข้อคือขอให้ยิ้มหวานๆ เมเปิ้ลเลยประชดด้วยการฉีกยิ้มให้

เมื่อไปถึงออฟฟิศ ไทเกอร์เข้ามาทักจ้องหน้าเมเปิ้ลนิ่งจนเธอติงว่ามองเหมือนไม่เคยเห็น ไทเกอร์ทักว่าวันนี้มาแปลก เมเปิ้ลถามว่ายิ้มนำมาก่อนใช่ไหม บอกอย่างภูมิใจว่า “แฟนพี่บอกให้ยิ้มเยอะๆ ยิ้มแล้วพี่สวย” พูดแล้วควงกฤษเดินผ่านไป ไทเกอร์จิกตามองตามพึมพำ “เดี๋ยวก็ยิ้มไม่ออก หึๆ”

บรรดาพนักงานในออฟฟิศต่างพากันงึด ทึ่ง กับการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองของเมเปิ้ล

ooooooo

ที่หน้าห้องแถลงข่าว พีศทรรตถามน้ำผึ้งว่าพร้อมไหม เธอบอกว่าพร้อมแต่มือสั่นจนเขาบอกให้ใจเย็นๆ ย้ำกับเธอว่า

“จำไว้ พูดแค่คำว่าค่ะ ที่เหลือผมจัดการเอง”

ลินีกับวายุเข้ามาในห้อง วายุชี้ให้ดูน้ำผึ้งกับพีศทรรตว่าดูๆ สองคนนั้นรักกันดีน่าจะไปได้สวย ลินีบอกว่าอาจจะเป็นได้ถ้าชีวิตรักมีแค่เขาสองคน วายุถามว่าหมายถึงมือที่สามหรือ?

“และมือที่สี่ ห้า หรืออาจจะหกเจ็ดแปด ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าเส้นทางความรักของน้ำผึ้งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” วายุถามว่าเธอมาเพราะอยากรู้ความเป็นไปของเพื่อน เธอเป็นห่วงหรือ ลินีตอบทันทีอย่างไม่ต้องคิดว่า “เปล่า...มาสมน้ำหน้า!”
วายุฟังชัดแต่ไม่เชื่อว่าเธอจะหมายความอย่างที่พูดจริงๆ

ที่ประตูทางเข้าห้องแถลงข่าว น้ำผึ้งยังพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นด้วยการทำโยคะท่าสุริยนมัสการ พีศทรรตมองอย่างระอาใจ บอกให้พอได้แล้ว เธอบอกว่ายังไม่พร้อม แต่พอโตโต้วิ่งมาบอกว่าเมอร์ดี้มาอยู่ในห้องแล้วเท่านั้น เธอถามว่ามาทำไม โตโต้บอกว่ามาจับผิดป้า เท่านั้นเอง น้ำผึ้งก็พร้อมขึ้นมาทันที

ที่แท้โตโต้หลอกให้เธอฮึด พอสำเร็จก็หันไปคุยโวกับพีศทรรตว่า

“ได้ผลค่ะบอส ว่าแต่ว่าแน่ใจกันทั้งสองคนนะว่าจะพร้อมเล่นละครหลอกคนทั้งประเทศ”

“ป้ายอม เพื่อเป้าหมายสูงสุด ผัว ๆ ๆ ๆ ๆ”น้ำผึ้ง ของขึ้นเต็มที่ จนโตโต้พึมพำขำๆว่า ชะนีชัดเจน

ooooooo

ปัญหาเกิดกับออฟฟิศของเมเปิ้ลทันที เมื่อเช้านี้เจ๊ฟูได้รับโทรศัพท์จากตมิสาเลขาของพีศทรรต บอกแคนเซิลงานขึ้นปกของน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ที่เคยคุยกันไว้

เจ๊ฟูโวยวายว่าแคนเซิลได้ไง และขอคุยกับเจ้านายของเธอ

ไทเกอร์นั่งฟังอยู่เขายิ้มสะใจ กฤษที่เพิ่งถ่ายเอกสารเสร็จเดินมาเห็นไทเกอร์ยิ้มสะใจก็มองอย่างแปลกใจ สงสัย

เมเปิ้ลสั่งหยาดทิพย์ให้ไปจ่ายมัดจำค่าตัวน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ ก็พอดีเจ๊ฟูหน้าตื่นเข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตู ถูกเมเปิ้ลฉีกยิ้มตำหนิว่าไม่เคาะประตูเสียมารยาทเดี๋ยวโดนด่า เจ๊ฟูบอกว่าไม่เคาะแล้วเพราะมีเรื่องด่วนมาก

พอเมเปิ้ลฟังเจ๊ฟูเล่า รอยยิ้มก็หายไปจากหน้า เจ๊ยังเล่าอย่างไม่หายตกใจว่า

“ฟูไม่เข้าใจ ทำไมโลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน รับงานของแมกกาซีนเราก่อนกำลังจะวางเงินบ่ายนี้แล้วแท้ๆ กลับบอกว่าแคนเซิลเพราะคู่แข่งเราจ่ายเงินก่อน”

“ก็เจ๊ดีลวันเซ็นสัญญายังไงให้มันล่าช้าขนาดนี้ล่ะ วงการนี้ใครเร็วใครดีใครได้นะจะบอกให้” ไทเกอร์แทรกขึ้น

กฤษถามว่าคู่แข่งถ่ายปกคอนเซปต์เดียวกับเราเลยหรือ เจ๊บอกว่าไม่รู้ แต่ที่รู้ ใช้ทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้เหมือนที่เราคิดทำ เมเปิ้ลถามว่าความลับรั่วไหลไปได้ยังไง เจ๊โบ้ยให้ถามไทเกอร์ดู ไทกอร์ปฏิเสธทันควันว่าตนไม่รู้อะไร เพราะวันๆตนมัวแต่ทำงานของตัวเอง
งานของคนอื่นตนไม่เคยก้าวก่าย

“เจ๊ฟู...บอสของ GT แถลงข่าวอยู่ห้องไหน” เมเปิ้ลพุ่งไปหาเป้าหมายทันที

ooooooo

ขณะพีศทรรตกำลังแถลงข่าวอยู่โดยมีน้ำผึ้งคอยแทรกเป็นระยะว่า “ค่ะ...ค่ะ...” แต่บางครั้งทนไม่ได้เธอก็แย่งตอบ โดยเฉพาะที่นักข่าวถามว่าความรักครั้งนี้จะลงเอยด้วยการแต่งงานหรือไม่ แล้วพีศ-ทรรตอึกอัก

“แน่นอนค่ะ แต่งแน่ค่ะ เพราะตอนนี้บอกเขาไปทุกวันว่าพร้อมมาก ช่วยลากลงจากคานทองที”

คำตอบของน้ำผึ้งเรียกเสียงหัวเราะขำกันไปทั้งห้อง

“เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด อนาคตจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับวันนี้ครับ” พีศทรรตแถลงต่อ นักข่าวถามเรื่องที่น้ำผึ้งถูกตัดบทและส่งให้เมอร์ดี้ขึ้นเป็นนางเอกแทนว่าจริงไหมเพราะอะไร พีศทรรตสบตาน้ำผึ้งส่งสัญญาณไม่ให้พูด เมอร์ดี้ฉวยโอกาสเดินไปนั่งประกบพีศทรรต บนเวทีทันที

“คุณจะปล่อยให้เด็กนั่นมาแย่งซีนฉันอีกกี่ครั้งกี่หนกันคุณพิศ!!” น้ำผึ้งเสียงเขียว พีศทรรตรีบขอร้องอย่าเพิ่งของขึ้น ฝ่ายเมอร์ดี้ก็ลอยหน้าลอยตาแถลงว่า

“ในฐานะที่เมอร์ดี้ถูกพาดพิง เลยขออนุญาตร่วมให้ข้อมูลกับพี่ๆสื่อทุกคนค่ะ แต่ต้องให้เกียรติคุณ

พีศทรรตเป็นคนบอกพี่ๆนะคะ เพราะคุณพีศทรรตคือผู้จัดการของเมอร์ดี้ที่เมอร์ดี้ไว้วางใจให้ดูแลชีวิตของเมอร์ดี้ค่ะ”

แต่พอพีศทรรตเริ่มเกริ่นว่า “สำหรับเรื่องนี้ ทางผู้จัดและสถานีเห็นว่า...” น้ำผึ้งก็แทรกขึ้นทันทีว่า

“น้ำผึ้งอารมณ์ร้ายและร้อนเกินไปที่เหวี่ยงใส่นักแสดงรุ่นน้องที่มาสายจนถึงขั้นขอลาออกจากกองถ่าย” น้ำผึ้งโพล่งขึ้นตำหนิตัวเองและถล่มเมอร์ดี้ จนนักข่าวพากันฮือฮา พีศทรรตกับโตโต้สบตากันเหงื่อซึม เมอร์ดี้ตกใจคิดไม่ถึงว่าน้ำผึ้งจะกล้าพูดออกมาอย่างนั้น

นักข่าวได้ทีซักทันทีว่านักแสดงรุ่นน้องที่มาสายคือใคร น้ำผึ้งกำลังจะบอกก็ถูกพีศทรรตตัดบทว่า

“ความจริงก็คือ มีการเข้าใจผิดในการสื่อสารเล็กน้อย ทำให้คิวการถ่ายทำไม่ลงตัว เกรงว่าจะเกิดปัญหาต่อการทำงานของส่วนรวม น้ำผึ้งจึงจำเป็นต้องถอนตัวจากการทำงาน ผมพูดได้เพียงแค่นี้ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับทางผู้จัดและสถานีครับ ขออนุญาตยุติการแถลงข่าวแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณทุกๆท่านมากครับ”

พีศทรรตปิดการแถลงข่าวทันที แล้วลากทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้ออกไป โตโต้รีบตาม นักข่าวกรูกันตามแต่ถูก รปภ.สกัดไว้ เมเปิ้ลที่เข้ามาจะเอาเรื่องพีศทรรตจึงลุกเดินออกไป เจ๊ฟูตามไปติดๆ

ลินีเห็นเมเปิ้ล ถามกฤษที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ว่าเมเปิ้ลมาทำไม

“มีปัญหาเรื่องดีลน้ำผึ้งกับคุณเมอร์ดี้ไปถ่ายปกครับ จู่ๆ ทาง GT ก็แคนเซิลไม่รับงานเรา ทั้งที่ติดต่อไว้แล้ว แต่กลับไปรับงานของแมกกาซีนคู่แข่งเรา คุณเมเปิ้ลมาเคลียร์กับบอสคุณน้ำผึ้ง”

“เละแน่ คุณพีศทรรต” ลินีฟันธงอย่างรู้ฤทธิ์เดชของเมเปิ้ลดี กฤษฟังแล้วรีบลุกตามเมเปิ้ลไป ลินีลุกตามไปอีกคน วายุเรียกไว้ เธอหันบอกเขาว่า “เรื่องชาวบ้านคืองานของฉัน ณ ตอนนี้...จบเปล่า??” พูดแล้วเดินอ้าวออกไปเลย วายุมองตามอย่างรู้สึกเหนื่อยกับความเอาการเอางานกับเรื่องชาวบ้านของเธอมาก

ooooooo

พีศทรรตลากทั้งน้ำผึ้งและเมอร์ดี้ออกไปตำหนิอย่างรุนแรงว่าบอกแล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง  พูดแทรกกันขึ้นมาจนเสียเรื่องหมด แล้วจะทำมาหากินกันอย่างไรต่อไปในวงการนี้!

เมอร์ดี้กับน้ำผึ้งต่างเสียงอ่อยยอมรับผิด พีศทรรตพูดก่อนเดินผละไปว่า “ถ้าวางแผนเอาไว้แล้วไม่ทำตามแผนแต่ทำตามใจ ทุกอย่างในชีวิตมันก็จะยุ่งเหยิงเละเทะ เชื่อผมเถอะ ผมหวังดีกับคุณทั้งสองคน”

พีศทรรตจะไปหาอะไรดื่มแก้เซ็ง ก็เจอเมเปิ้ลกับเจ๊ฟูออกมาขวาง กฤษกับไทเกอร์ตามมาติดๆ พอโตโต้เห็นเมเปิ้ลเท่านั้นถึงกับขนหัวลุกพึมพำ “งานเข้า!!!”

พีศทรรตหันขวับถามว่ามีเรื่องอะไร โตโต้หน้าเหลือสองนิ้ว ชี้แจงเสียงประหม่า

“คือ...เมื่อเช้าทางเราเพิ่งรับเงินมัดจำและเซ็นสัญญาถ่ายปกป้าน้ำผึ้งกับน้องเมอร์ดี้ให้กับแมกกาซีนอีกฉบับหนึ่งที่ไม่ใช่ ‘IT’S A MUST THAILAND’ น่ะค่ะ”

ทั้งน้ำผึ้งและพีศทรรตตกใจ เมเปิ้ลด่าว่าทำเหมือนโตโต้กับเจ้านายไม่รู้กันอย่างนั้นแหละ น้ำผึ้งโต้แทน

พีศทรรตว่าถ้ารู้แล้วจะตกใจอย่างนี้หรือ

พีศทรรตสั่งโตโต้ให้อธิบายมา! โตโต้บอกว่า “เพราะทางโน้นให้เงินสูงกว่ามาก เวลาทำงานก็น้อยกว่า ทำให้เราสามารถเอาเวลาไปรับงานอย่างอื่นได้อีก แล้วก็...เขาจ่ายเร็วกว่าด้วยค่ะ...หนูก็เลย...”

“ไร้มารยาททางวิชาชีพที่สุด!” เมเปิ้ลด่า

ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งต่างอึ้ง แม้ลินีจะเห็นใจเพื่อนทั้งสองแต่ไม่อยากยุ่ง จึงปลีกตัวไปเงียบๆ วายุรีบตามไป

ooooooo

วายุตามลินีออกมาถามว่ากลับบ้านได้แล้วหรือ เธอบอกว่ารู้เรื่องแล้วจะอยู่ไปทำไม เขาแกล้งยั่วว่า นึกว่าจะอยู่ช่วยเพื่อนแก้สถานการณ์เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์

ลินีปรามว่าไม่ต้องยุ่งเรื่องของตน แล้วคว้าถุงเสื้อผ้าจากมือวายุจะแยกไป เขาจับมือไว้มองเครียด ขึงขังจนลินีตกใจ ที่แท้เขาแค่พูดยั่วว่าอย่าคิดถึงตนจนไม่เป็นอันทำอะไรก็แล้วกัน เธอถลึงตาชักสีหน้าใส่ว่าไม่มีทาง แล้วรีบเดินเลี่ยงไป แต่พอพ้นสายตาวายุ ก็เขินจนเดินขาแทบขวิดมือไม้เกะกะไปหมด รีบเดินงุดๆ ไปกลัวเขาจะจับอาการได้
 
ส่วนที่ร้านอาหารในโรงแรม การเผชิญหน้ากันระหว่างพีศทรรต น้ำผึ้งและโตโต้ฝ่ายหนึ่ง กับเมเปิ้ล กฤษฎา เจ๊ฟูและไทเกอร์อีกฝ่าย บรรยากาศตึงเครียด
 
พีศทรรตยอมรับผิดและขอโทษเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โตโต้เองก็ยอมรับว่าตนคิดสั้นไปหน่อย
 
“ถ้าฉันรู้ก่อน มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอน” น้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ถูกเมเปิ้ลถามเย้ยว่า
 
“แกจะทำอะไรได้น้ำผึ้ง เพราะแกไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจรับงานเองทุกอย่างมีผู้จัดการคอยชี้เป็นชี้ตายให้แก”
 
“ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่คิดมาก ขอแค่ไม่เบี้ยวค่าตัว ฉันจบ ใครจะวัวจะควายฉันไม่แคร์หรอก แต่นี่คนที่เสียหายคือแก ที่เป็น...” น้ำผึ้งชะงัก เมเปิ้ลถามว่าเป็นอะไร น้ำผึ้งเฉไฉไปว่า “เป็นชะนีปากกรรไกร ใครจะอยากไปทำให้แกโกรธ แกได้ตามด่าถึงตัวอย่างที่ทำอยู่นี่ไง”
 
“ฉันเคยเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของบริษัทคุณ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อคุณใหม่ ความซื่อสัตย์และความไว้เนื้อเชื่อใจมันซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ” เมเปิ้ลใส่พีศทรรตรุนแรง
 
“ความจริงผมไม่เคยคิดเห็นแก่เงินแบบนั้น... แล้ว...ผมจะชดใช้ให้คุณได้ยังไง”
 
“มันสายไปแล้ว คุณชดใช้ไม่ไหวหรอก อีกอย่างฉันก็ไม่ยอมให้คุณได้แก้ตัว ฉันจะให้คุณจำมันจนขึ้นใจไปชั่วชีวิตว่าทีหลังอย่ามาไร้มารยาทกับฉัน!”
 
เมื่อเมเปิ้ลกับลูกน้องลุกไปแล้ว พีศทรรตบอกโตโต้ว่าเราคงต้องคุยและทำความเข้าใจหลักการทำงานกันใหม่ โตโต้รับคำจ๋อยๆ

ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งต่างรู้สึกผิดและเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำผึ้งปรารภขณะเดินไปขึ้นรถว่า

“นังเมเปิ้ลมันต้องกัดฉันไม่ปล่อยแน่”

น้ำผึ้งตัดสินใจจะไม่ถ่ายภาพปกให้ใครทั้งนั้น พีศทรรตท้วงติงว่า เขาจ่ายเงินงวดแรกและเซ็นสัญญากันแล้ว เธอบอกว่าเซ็นได้ก็ยกเลิกได้ ส่วนเรื่องจะถูกฟ้องนั้น น้ำผึ้งพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ก็ให้มันรู้ไปว่าเขาจะกล้าฟ้อง ถ้าฉันจะเป็นคนแฉเองว่าไอเดียที่จะมีฉันและยัยเมอร์ดี้ถ่ายแบบคู่กันเป็นของนังเมเปิ้ล และเขาก๊อบปี้มา” พีศทรรตติงว่าเมเปิ้ลอาจไปก๊อบปี้ของเขามาก็ได้ “ไม่มีทาง! รู้ไหมฉายามันคืออะไร เมเปิ้ลออริจิ! นางไม่เคยทำอะไรที่ได้ชื่อว่าลอกเลียนแบบใคร”
“คุณทำแบบนี้ทำไม  นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังต้องเสียเงินเสียชื่อ”

“แต่ฉันไม่มีวันยอมเสียศักดิ์ศรี! เราสร้างปัญหาให้กับคนคนหนึ่ง แล้วยังจะมีหน้ารับเงินใครได้อีกเหรอ ฉันทำไม่ได้ เมื่อคนหนึ่งเสียก็ต้องไม่มีใครได้ จบ!”

พีศทรรตอึ้ง กลุ้มกับการตัดสินใจของน้ำผึ้ง เขาเครียดจนออกรถไปเลย น้ำผึ้งยืนเหวอที่ถูกทิ้งเอาดื้อๆ

ooooooo

ส่วนเมเปิ้ลกลับไปนั่งเครียดที่ออฟฟิศจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จู่ๆเธอก็ลุกขึ้น ไทเกอร์ถามว่าจะไปไหนหรือ แล้วเรื่องภาพปกตกลงจะเอาอย่างไรเพราะใกล้จะปิดต้นฉบับแล้วเดี๋ยวโปรดักชั่นไม่ทัน

“ฉันเคยทำงานไม่ทันไหม?!” เมเปิ้ลย้อนถามทุกคนส่ายหน้าตาปริบๆ “งั้นก็รอไป” แต่พอหยาดทิพย์ถามอีกคนว่า บก.จะออกข้างนอกหรือ? จะไปไหน? ก็ถูกเหวี่ยงใส่ว่า “เรื่องของฉัน!”

“อย่าลืมงานเย็นนี้นะคะ บก.” หยาดทิพย์ย้ำเตือน

“ฉันไม่ไป ส่งคนอื่นไปแทน แล้วก็ไม่ต้องโทร.หาฉัน ถ้ามีเรื่องอะไรด่วน รอได้ก็รอ แต่ถ้ารอไม่ได้ก็ตายไปซะ!”

ทุกคนอึ้ง ไทเกอร์มองอย่างหมั่นไส้ ในขณะที่กฤษฎามองอย่างเป็นห่วง

ลินีโทร.หาวลัย ฟังเพลงรอสายแสนหวานจนหลุดไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีใครรับ เพราะวลัยกับเป้กำลังป้อนเค้กให้กันอยู่อย่างดื่มด่ำที่ร้านกาแฟในฟิตเนสไม่แยแสกับเสียงเรียกของมือถือ จนเมเปิ้ลเข้ามากระชากทั้งสองจากภวังค์พูดหน้าตึงว่า

“ฉันมาจองตัวคุณเป้เป็น personal trainer ตอนนี้ให้ผัวทำงานก่อนได้ไหม” แล้วถามเป้ว่าพร้อมหรือยัง เป้ปาดเหงื่อบอกว่ารีบไปเลย วลัยมองตามพึมพำว่า มันไปกินหมามาจากไหน ก็พอดีมือถือเธอดังขึ้นอีก พอกดรับสาย เสียงลินีก็แหวมาว่าทำไมไม่รับสาย มัวทำอะไรอยู่!

ด่ากันพอได้ระบายอารมณ์แล้ว ลินีถามว่า...

“เออ...แก...ฉันมีเรื่องจะเม้าท์ ไม่รู้แกรู้เรื่องหรือยัง เค้าเม้าท์กันให้กระฉ่อนในเฟซบุ๊กเลยนะ ไม่รู้ใครเอาไปโพสต์แชร์ต่อๆ กันมา ว่าน้ำผึ้งแคนเซิลงานถ่ายแบบปกของ IT’S A MUST THAILAND ชื่อแมกกาซีนนี่คุ้นๆนะ”

“ก็ของเมเปิ้ลไง”

“เออ...ใช่ๆ อย่างนี้ก็แปลว่า น้ำผึ้งกับเมเปิ้ลก็ต้องมีเคืองกันสิ”

“ปกติมันก็แทบจะฉีกอกเวลาเจอหน้ากันอยู่แล้วนะ นี่มีประเด็นใหม่มาอีกเหรอ ไม่ฆ่ากันตายเลยรึไง มิน่า หน้าเมเปิ้ลมันถึงเป็นตูด” ลินีถามว่าแล้วเธอได้คุยกับน้ำผึ้งบ้างหรือยัง วลัยบอกว่าเดี๋ยวโทร.ไปเลย

พอวางสาย วลัยก็พูดอย่างรู้ทันเพื่อนว่า “ทำมาเป็นชวนเม้าท์ อ้าปากก็เห็นไส้ติ่งแกแล้ว”

ooooooo

ขณะวลัยกำลังกดหาเบอร์น้ำผึ้งอยู่นั่นเอง เจ้าตัวก็เข้ามานั่งข้างๆ วลัยตกใจถามว่ารู้ได้ไงว่าตนกำลังอยากเจอ

“แต่ฉันอยากตาย” น้ำผึ้งฟุบหน้ากับโต๊ะอย่างหมดอาลัย “ฉันกำลังจะหมดตัว ฉันกำลังจะถูกคุณพีศตัดความสัมพันธ์ ฉันกำลังจะไม่มีใครเหลือในชีวิตอีกแล้วนอกจากแก...ไปตายด้วยกันไหม...”

วลัยถามว่าที่คลั่งนี่เพราะแคนเซิลงานของเมเปิ้ลใช่ไหม น้ำผึ้งเงยหน้าถาม “แกรู้เรื่องได้ไง!” พอวลัยบอกว่าลินีเป็นคนโทร.บอก น้ำผึ้งก็ด่าทันทีว่าสาระแนเรื่องของคนอื่น ถามว่าลินีรู้ได้ไง เอาข่าวจากไหน เพราะนี่เป็นเรื่องวงในสุดๆ

“มันรู้ได้ยังไงไม่สำคัญเท่ากับมันเป็นห่วงแกกับเมเปิ้ล มันเลยโทร.หาฉันให้คุยกับพวกแก” วลัยตัดบท

น้ำผึ้งอึ้งไป วลัยถามว่า “จำที่ฉันพูดในวันแต่งงานของฉันได้ไหมว่า จริงๆ แล้วพวกแกคิดถึงกันและเป็นห่วงกัน แต่อีโก้ทำให้พวกแกสร้างกำแพงปิดความรู้สึก ความหวังดีอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของคำพูดสวยหรู แต่อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้แกขัดหูขัดตา”

น้ำผึ้งบอกว่าความหวังดีของลินีไม่มีประโยชน์อะไรเลยตอนนี้ วลัยให้กำลังใจว่า ยังไงน้ำผึ้งก็อุ่นใจได้ว่าตอนเธอตายจะมีลินีนี่แหละไปงานศพเธอ พูดให้หายเครียดแล้ววลัยถามว่า ตกลงเรื่องเป็นยังไงกันแน่?

“มันเป็นความผิดพลาดของผู้จัดการฉัน ที่เห็นเงินก้อนโตสำคัญกว่าข้อตกลงที่คุยกับเมเปิ้ลไว้ก่อนแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไปตกลงรับงานของอีกปกหนึ่งก่อนหน้าที่ทางเมเปิ้ลจะจ่ายเงินและทำสัญญาไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ฉันกับคุณพีศไม่รู้เรื่อง ฉันเลยจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามสัญญาด้วยเงินส่วนตัวของฉันเอง วลัย...ไม่รู้กี่ล้าน หมดตัวแน่เลย...”

น้ำผึ้งปล่อยโฮออกมาจนวลัยอึ้ง เครียดไปกับเพื่อนด้วย

วลัยปลอบน้ำผึ้งให้ใจเย็นๆ เรื่องนี้ควรมีทางออก แล้วนึกได้ปรารภว่า มิน่าล่ะ พอเมเปิ้ลมาปุ๊บก็เหวี่ยงเพื่อนปั๊บเลย เพราะเรื่องนี้เอง น้ำผึ้งตกใจถามว่าเมเปิ้ลอยู่ที่นี่หรือ ย้ำกับวลัยว่าอย่าบอกนะว่าตนมา แล้วอย่าบอกเรื่องที่ตนคุยให้ฟังด้วย

“แล้วถ้าฉันบอกล่ะ”

“ขอให้ผัวแกมีกิ๊ก ฉันไปล่ะ” น้ำผึ้งแช่งจุดอ่อนไหวที่สุดของวลัยแล้วกลับไปเลย

แม้วลัยจะกรี๊ดแทบสติแตกในตอนแรกแต่พอคิดแผนแก้เคล็ดออกก็บอกเป้ว่าตนจะบอกเป้แล้วเป้ไปบอกเมเปิ้ลอีกทีแบบนี้คำสาปของน้ำผึ้งก็ไม่เป็นผล เป้เห็นด้วย วลัยบอกให้เขาฟังให้ดีแล้วเอาไปพูดต่อให้เป๊ะ

ooooooo

เป้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาไปหาเมเปิ้ลที่ยังปั่นจักรยานอยู่บอกว่าน้ำผึ้งเพิ่งกลับไป เห็นเมเปิ้ลชะงัก เป้เล่าว่า

“คุณน้ำผึ้งบอกวลัยเรื่องยกเลิกงานถ่ายแบบปกให้กับแมกกาซีนคู่แข่งของคุณแล้ว”

เมเปิ้ลมองหน้าเป้อย่างประหลาดใจ ทำให้เขาใจชื้นเล่าต่อว่า

“อาจจะต้องชดใช้ค่าผิดสัญญาเป็นเงินมากอยู่ น้ำผึ้งบอกว่าไม่อยากทำงานรับเงินทั้งๆที่ทำให้คุณเสียหาย ยอมจ่ายเงินส่วนตัวเพื่อรักษาจุดยืนในการ

ทำงานของตัวเอง นั่นก็คือ จะไม่เหยียบหัวใครเพื่อความสำเร็จเด็ดขาด น้ำผึ้งมีศักดิ์ศรีเมื่อมีคนหนึ่งเสีย ก็จะไม่มีคนอื่นได้เพราะเธอ”

“มันอาจจะแกล้งพูดสร้างภาพผ่านพวกคุณเพื่อให้เข้าหูฉัน”

“น้ำผึ้งเป็นคนงกมากขนาดไหนคุณก็รู้พอๆ กับที่ผมรู้ น้ำผึ้งไม่มีวันหมดตัวให้กับการสร้างภาพ แถมยังเสี่ยงต่อการถูกแมกกาซีนฉบับอื่นแบล็กลิสต์อีก มีแต่เสียกับเสีย เหตุผลเดียวที่คนงกๆอย่างน้ำผึ้งจะทำแบบนี้ได้คือ เพื่อรักษาน้ำใจของเพื่อนต่างหากครับ”

เมเปิ้ลทั้งตกใจ ประหลาดใจ ยังไม่อยากเชื่อว่าน้ำผึ้งจะยอมถึงขนาดนี้เพื่อรักษาน้ำใจตน

ขณะที่ยังไม่เชื่อสนิทใจในสิ่งที่เป้เล่า เมเปิ้ลไปขึ้นรถจะกลับ ก็เจอกฤษฎาพรวดขึ้นมานั่งคู่ เธอกำลังสับสนไล่เขาลงจากรถตนอยากอยู่คนเดียว ถ้าไม่ลงจะไล่ออกจากงาน

กฤษบอกว่าตนไม่อยากให้เธอเครียด เธอมีทีมงานคอยช่วยทำไมไม่ให้พวกเขาช่วยคิด เมเปิ้ลยังยึดมั่นถือดีบอกกฤษไม่ต้องมายุ่ง เด็กอย่างเขาไม่มีทางเข้าใจความซับซ้อนของเรื่อง กฤษเลยพูดเป็นการเป็นงานว่า

“ผมเคยคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นไอดอล และอยากเรียนรู้งานจากคุณ อยากทำงานเก่งเหมือนคุณ คุณคือแรงบันดาลใจของผม แต่พอมาเจอตัวจริงถึงได้รู้ว่า จริงๆแล้วคุณเป็นคนอ่อนแอ ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองมีแต่ความกลัว”

“ฉันไม่เคยกลัว”

“คุณกลัว! กลัวว่าความคิดของตัวเองจะไม่ดีพอ กลัวคนอื่นจะดีกว่า จึงแสดงออกด้วยการบ้าอำนาจเพราะจะได้เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ IT’S A MUST THAILAND จะไม่มีทางขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งถ้ายังมีหัวหน้าอย่างคุณ!”

เมเปิ้ลของขึ้นสั่งให้หยุดพูดเดี๋ยวนี้ กฤษบอกว่าตนพูดหมดพอดี เธอประกาศไล่เขาออก กฤษตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า “แล้วแต่ศรัทธาครับ” มองเธอด้วยความผิดหวังแล้วถอยออกไป

เมเปิ้ลอึ้ง คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินแง่มุมที่แหลมคมจาก “เด็กบ้า” คนนี้ ต่อมเซลฟ์ถูกกระทบอย่างแรง!

ooooooo

จากการช่วยกันเป็นกาวใจของวลัยกับเป้ ทำให้ทั้งเมเปิ้ล ลินีและน้ำผึ้ง ต่างคิดถึงความสัมพันธ์ในสมัยเรียนในมหาวิทยาลัย

เวลานั้นทั้งสามรักกันมาก มีโต๊ะของกลุ่มที่น้ำผึ้งแกะสลักไว้ว่า “น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN” เวลานั้นเธอบอกเพื่อนๆว่าสักวันตนจะไปให้ถึง วงการบันเทิงจะต้องมอบฉายาดราม่าควีนให้ตน ลินีเชื่อว่าเธอทำได้ เมเปิ้ลถามว่า

“แต่สัญญาได้ไหม ถ้าแกเป็นดาราที่ประสบความสำเร็จขนาดนั้นละก็ ช่วยไต่เต้าไปแบบขาวสะอาด ฝ่าฟันด้วยฝีมือ อย่าเหยียบหัวแทงข้างหลังคนอื่น ใช้วิชามารเหมือนที่ฉันเคยดูในละครในหนังได้ไหม”

“ก็จริงนะ ความสำเร็จที่ได้มาแต่ปราศจากความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ มันไม่น่าภาคภูมิใจ ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ตาม” ลินีพูดแล้วชมตัวเองว่าคมนะ เมเปิ้ลเสริมสำทับว่า

“ถ้าแกอยากให้เพื่อนภูมิใจว่าแกเป็นของแท้ตัวแม่จริง ถ้าแกไม่อยากเห็นพวกฉันเอาปี๊บคลุมหัวเวลาบอกใครๆว่าเป็นเพื่อนแกละก็...อย่าเลวเด็ดขาด! อันนี้

ไม่คมแต่ฉลาดพูด โอเคไหม”

“สบายใจได้ น้ำผึ้ง ปินัทธา ไม่เคยทำให้เพื่อนผิดหวังจ้ะ”

นั่นเป็นสัญญาใจที่น้ำผึ้งให้กับเพื่อนๆและยึดมั่นตลอดมาและในวันนี้ วันที่ทดสอบสัญญาใจ น้ำผึ้งก็ทำได้อย่างไม่ลังเล จึงเป็นเสมือนจิตวิญญาณที่ทำให้ทุกคนคิดถึงโต๊ะตัวนี้ ต่างมาที่โต๊ะนี้ จึงมาพบกันอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อมาเจอกันต่างก็นั่งเงียบในที่ประจำตำแหน่งของตัวเองในอดีต...มีอักษรที่สลักไว้ยังชัดเจนอยู่บนโต๊ะว่า “น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN”

“บางอย่างก็ไม่สามารถลบเลือนไปได้ตามกาลเวลา ต่อให้ผ่านไปกี่สิบปีก็ตาม” ลินีเอ่ยขึ้น

“เหมือนที่แกแกะโต๊ะว่า น้ำผึ้ง DRAMA QUEEN และ...ที่แกเคยให้สัญญากับฉันตอนที่แกเขียนประโยคนี้ในวันนั้น ถึงฉันจะเกลียดแกแต่ฉันแยกแยะได้ว่า ดีชั่วมันคนละอย่าง ขอบใจที่รักษาสัญญา” เมเปิ้ลพูดต่อ

แต่พอพูดถึงปัญหาที่บาดใจจนแตกคอกัน ทั้งสามต่างก็มีทิฐิขึ้นมา ไม่มีใครยอมใครจนโต้เถียงกันอีก

“ยอมรับผิดบ้างสักเรื่องมันจะทำให้แกขาดใจตายหรือไงหา!” ลินีถาม น้ำผึ้งโต้ว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด “ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องมานั่งเสียเวลาแบบนี้อีก”

ลินีลุกเดินออกไปเลย เมเปิ้ลลุกตาม น้ำผึ้งนั่งน้ำตาซึมตะโกนตามหลัง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันทำดีที่สุดของฉันแล้ว นังบ้า!” แล้วเอาปากกาออกมาขีดฆ่าอักษรที่ตัวเองสลักไว้อย่างเจ็บใจ

นักศึกษารุ่นน้องมาเห็นถามว่าทำอะไรโต๊ะของตน พอเห็นว่าเป็นน้ำผึ้ง ก็อุทานพร้อมกัน

“ดารา!!”

“ถ่ายคลิปเลย ดารามือบอน” นักศึกษาชายบอกแล้วเอามือถือมาถ่ายคลิป น้ำผึ้งจะเหวี่ยงใส่ก็ไม่กล้า รีบลุกเดินหนีไป พวกนักศึกษาพากันมองอย่างไม่พอใจ นักศึกษาหญิงคนหนึ่งบอกเพื่อนที่ถ่ายคลิปไว้ว่า

“โพสต์เลยแก!!”

ทุกคนสุมหัวกันเข้ามาดูการโพสต์คลิปน้ำผึ้งขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กกันอย่างสะใจ

ooooooo

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด