ตอนที่ 3
เมเปิ้ลเห็นแววตาซุกซนสดใสของกฤษแล้วก็รู้สึกสดชื่นหัวใจจนอดยิ้มไม่ได้แต่ก็ยังวางฟอร์มดุให้บอกมาสิว่าใจสั่งมาว่าอย่างไร
กฤษพูดหน้าซื่อๆว่าคิดเอาเองว่าถ้าอยากทำคะแนนเข้าตาเธอก็ให้มาขับรถไปส่งออฟฟิศเพราะหยาดทิพย์บอกว่าเธอจะไม่มีสติขับรถแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าบอสพยายามโทร.หาเพื่อนัดประชุมแต่เธอไม่รับสายเลยและตอนนี้ไทเกอร์ผู้ช่วยของเธอก็ไปประชุมแทนแล้ว
ผู้ช่วยของเมเปิ้ลคือไทเกอร์นั่นเอง เขาไปรายงาน บอสชายที่กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งว่าไม่มีใครติดต่อเมเปิ้ลได้เลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย ตนเลยมาแทน แล้วถามว่าเห็นคลิปนั่นหรือยัง หมายใส่ไฟเมเปิ้ลให้สาแก่ใจ
ไทเกอร์รายงานว่าเด็กคนนั้นมาฝึกงานได้ไม่กี่วันไม่รู้ไปแอบกินกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนี้เม้าท์กันทั้งตึกเลย สงสัยว่าที่ติดต่อไม่ได้เพราะเมื่อคืนดึกและก็หนักไปหน่อย บอสแค่พยักหน้ารับรู้ ไทเกอร์ยิ้มกริ่มที่ได้โอกาสใส่ไฟเมเปิ้ล
เมเปิ้ลฟังกฤษแล้วเปิดมือถือดู ตกใจมากเมื่อเห็นเบอร์บอสโทร.เข้ามาจริงอย่างที่กฤษบอก เธอเร่งกฤษ ให้รีบพาไปเร็วๆ ด่าไทเกอร์ว่า เผลอไม่ได้เลื่อยขาเก้าอี้ตนตลอด
คุณหญิงแสนสุขมองจากข้างบนถามอิ่มว่า เมเปิ้ลไม่เคยพาผู้ชายเข้าบ้าน ถามว่าเคยพามาตอนที่ตนไม่อยู่บ้านไหม อิ่มบอกว่าไม่เคย คุณหญิงมองอย่างกังวลที่เห็นเมเปิ้ลมีผู้ชายมาหาถึงบ้าน
ฝ่ายพีศทรรตตกลงยอมให้น้ำผึ้งควงไปโชว์เพื่อนได้ แต่พรุ่งนี้เธอต้องแถลงข่าวกับสื่อว่า เธอเลิกกับแฟนแล้ว
“ถูกนักข่าวจับได้แหงๆ ว่าเต้าข่าว สร้างกระแส ไม่! ฉันไม่ยอมให้ตัวเองดังเพราะถูกจับได้ว่าสร้างกระแส” โตโต้ติงว่าทำแบบนั้นฆ่าตัวตายชัดๆ เธอจะหาแฟนที่ไหนได้ทันพรุ่งนี้ ไม่มีขายในเซเว่นเสียด้วย
ทันใดนั้น เสียงแผดร้องอย่างเกรี้ยวกราดของญาดาแว่วมาเพราะขัดใจที่ต้องการให้ธัญรดาหยิบของให้ แต่เธอกำลังติดพันคุยโทรศัพท์สั่งงานเลยให้แต้วหยิบให้ พีศทรรตเดินอ้าวมาดู พอญาดาฟ้องเขาไม่อยากทะเลาะกับธัญรดาต่อหน้าลูกจึงบอกให้กลับไปคุยกันที่บ้าน
น้ำผึ้งเห็นถึงความรักความอบอุ่นที่มีให้ลูกของพีศทรรต เธอพึมพำอย่างแสนเสียดายว่า
“ทำไมฉันมองข้ามคุณพีศทรรตไปได้นะโตโต้” โตโต้ขอร้องว่าอย่าเลย เพราะเท่าที่ผ่านมาบอสก็ต้องตาม
ล้างตามเช็ดให้เธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว “ก็มีแต่ผู้ชายคนนี้ที่ทนฉันได้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โอ๊ย...ของดีอยู่กับตัว ใกล้เกลือกินด่างจริงๆ ไปโตโต้ ไปตั้งศูนย์เตรียมออกตัวแรง”
น้ำผึ้งหัวเราะอารมณ์ดี โตโต้มองอย่างสยองแทนพีศทรรตแต่ก็รีบตามไป
ส่วนลินี หัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้วายุไปเป็นแฟนกำมะลอเด็ดขาด บอกว่าตนยอมเสียหน้ากับเพื่อนดีกว่าเปิดโอกาสให้ผู้ชายอย่างเขาเข้ามาอยู่ในชีวิตมากไปกว่านี้ บอกวายุก่อนผละไปว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก นอกจากในศาล
ต่อมาสิริมาบอกวายุว่าผู้หญิงคนนั้นถอนแจ้งความแล้วอ้างว่าจำคนผิดและกำลังจะออกจากกรุงเทพฯ
“เอาตัวมา!” วายุสั่งเข้ม สิริมาถามว่าคนนี้จริงจังมากหรือ เขาชะงักสั่ง “ช่วยพิมพ์การ์ดแต่งงานให้ผมหน่อย” สิริมาถามว่าของใคร วายุเขียนชื่อลงในกระดาษส่งให้ สิริพรรับไปดูแล้วตกใจ มองหน้าตาค้าง
ooooooo
วันนี้ ขณะน้ำผึ้งออกกำลังอยู่ที่ฟิตเนส จู่ๆ ลินีก็โผล่เข้ามา น้ำผึ้งถามว่าไม่ทำงานหรือ แล้วแฟนล่ะ?
ลินีบอกว่าตนลาพักร้อน ส่วนแฟนทำงาน น้ำผึ้งถามอีกว่าทำที่ไหน ลินีฉุนที่ถูกจับผิด ตัดบทว่าตนต้องการความ สงบขณะออกกำลังกาย
“คนที่เกลียดผู้ชาย โลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยเปิดตัวกับใครอย่างแกแบบนี้ไง จะให้ฉันเชื่อหรือว่าแกมีแฟนจริงๆ”
ลินีสวนไปทันทีว่าอย่าห่วงเรื่องของตนเลย ห่วงตัวเองเถอะ ถ้าหาผู้ชายมาอ้างเป็นแฟนไม่ทัน แล้วใช้ผู้จัดการของตัวเองมันไม่เวิร์กหรอก น้ำผึ้งตอบอย่างมีดีว่า “พรุ่งนี้รู้กัน ใครกันแน่ที่โกหกเรื่องจะลงจากคาน”
เข้ามาท้าทายเย้ยหยันกันแล้วต่างก็สะบัดบ๊อบใส่กันก่อนแยกไปคนละทาง แต่แล้วก็เดินไปเจอเมเปิ้ลกับกฤษเข้าด้วยกันจนได้ กฤษยกมือไหว้ทั้งสอง ลินีประชดเมเปิ้ลทันทีว่า
“มีสัมมาคารวะดีนะ ท่าทางเป็นคนดี มีอนาคต แต่มาเป็นแฟนนังนี่ พี่ว่าซวย!”
“ไปเถอะกฤษ เค้าเบื่อพวกขี้อิจฉากับพวกบ้านแตกขาดความรัก ชิ!” เมเปิ้ลควงกฤษเดินลิ่วไปจนทั้งสองด่าไม่ทัน
แต่ทั้งสองก็แอบไปได้ยินเมเปิ้ลดุกฤษที่คว้ามือเธอที่จะเข้าไปหาบอสในห้องน้ำว่าให้รอข้างนอกดีกว่า เมเปิ้ลชะงักยอมรอ น้ำผึ้งอุทานตาโตว่า “ต๊าย นังเมเปิ้ลแพ้ทางเด็ก”
เมเปิ้ลดึงมือกลับ ตำหนิกฤษว่า “ทีหลังอย่าลืมบ่อยแล้วกัน จำไว้ ไม่ใช่แฟนกันจริงๆ”
น้ำผึ้งกับลินีที่แอบดูแอบฟังอยู่หลังต้นไม้เทียม อุทาน “หา!!!” พลางโผล่ออกจากต้นไม้เทียม เมเปิ้ลเห็นพอดี
“พวกแก...แอบฟังฉันอยู่เหรอ!!”
น้ำผึ้ง ลินีและโตโต้มองหน้ากันอึ้งที่ถูกจับได้คาตา
ooooooo
วายุให้ลูกน้องไปดักอุ้มเด็กสาวที่แจ้งความว่าถูกเขาล่อลวงไปค้าประเวณี ปรากฏว่าเด็กสาวไม่รู้จักเขา วายุหว่านล้อมให้เธอบอกมาว่าใครเป็นคนจ้างเธอใส่ความตน
เด็กสาวไม่กล้า วายุขู่ว่า “ถ้าไม่พูด ผมจะพาคุณไปแถลงข่าวกับผม ผมจะบอกกับสังคมว่า คุณสารภาพกับผมแล้ว ว่าใครคือคนบงการ รับรอง คนที่อยู่ในความมืดคนนั้นมันต้องพลิกแผ่นดินตามล่าคุณ แล้วฆ่าปิดปาก!
“บอกแล้วค่ะ ฉันบอกแล้ว!!” เด็กสาวกลัวลนลาน หลังจากนั้น วายุให้ลูกน้องพาเธอไปส่งให้ถึงที่อย่างปลอดภัย ลูกน้องถามว่า แล้วจะเอาอย่างไรต่อไป
“ฉันไม่ปล่อยให้มันเล่นฉันอยู่ฝ่ายเดียวแน่” วายุคำราม วางแผนย้อนรอยตัวการ
เมเปิ้ลถูกเพื่อนจับได้ว่าขู่กฤษว่าไม่ใช่แฟนกันจริง พูดที่มุมหนึ่งในฟิตเนสให้ได้ยินทั่วกันว่า
“เพราะแม่ของกฤษเป็นคนชอบขู่ ที่กฤษรักฉันเพราะฉันเหมือนแม่เขามาก ฉันก็เลยต้องทำตัวเหมือนแม่เขา คือขู่ ยิ่งขู่มากก็จะยิ่งรักฉันมาก โดยเฉพาะขู่ว่าไม่ใช่แฟนตัวจริง กฤษจะกลัวมาก ใช่ไหมจ๊ะกฤษ” พูดแล้วชวนกฤษออกไป พอกฤษไปไม่ทันใจก็หันมาขู่ “ตามมาสิ เดี๋ยวก็ไม่ให้เป็นแฟนตัวจริงหรอก เร็ว!”
กฤษรีบตามไป เขาหัวเราะขำ ๆ พอเมเปิ้ลถามว่าขำอะไร กฤษตอบกลั้วหัวเราะว่า “รู้ไหมว่าคุณเหมือนแม่ของผมมากจริงๆ” เธอโมโหสั่งให้พอ
เมเปิ้ลเดินมาเจอไทเกอร์ เธอจิกใส่ทันทีว่า “รอให้ฉันตายก่อนเถอะค่อยยึดเก้าอี้ฉัน”
“คงไม่ต้องรอหรอก ผู้หญิงน่ะ พอมีเรื่องผู้ชายคล้ายๆ ว่างานก็จะเสีย ที่เห็นตัวอย่างง่ายๆ ชัดๆ คือ โทร. ตามพี่ไม่ได้ คงพิสูจน์สมมติฐานที่ผมว่าได้เป็นอย่างดี”
พูดแล้วปรายตาไปทางกฤษ “กระดูกเด็กหนุ่มมันคงกรุบๆ ดีนะ อร่อยดีไหม หึๆ”
พูดแล้วไทเกอร์รีบเดินออกไป เมเปิ้ลด่าไม่ทัน ได้แต่จิกตาตามไปอย่างเจ็บใจ
ooooooo
หลังจากไทเกอร์เป่าหูใส่ไฟเมเปิ้ลแล้วคิดว่าบอสจะเชื่อและไม่พอใจเมเปิ้ล บอสเรียกเมเปิ้ลมานั่งคุยโดยมีไทเกอร์ร่วมอยู่ด้วย ส่วนกฤษยืนสำรวมอยู่ห่างๆ เขายกมือไหว้บอสอย่างนอบน้อม
กลายเป็นว่าบอสเข้าใจเมเปิ้ลซ้ำยังบอกว่าดูคลิปแล้วเลยอยากให้เมเปิ้ลพาแฟนมาให้รู้จักหน่อย
“อยากเห็นหน้าคนที่ชนะใจเมเปิ้ลควีนออฟคาน นายแน่มาก เด็กฝึกงาน” บอสลุกไปตบไหล่กฤษแล้วเดินออกไป “แค่เนี้ยะ!” ไทเกอร์พูดอย่างผิดหวัง เมเปิ้ลถามว่าแล้วจะให้แค่ไหน พอไทเกอร์จะลุกหนีเมเปิ้ลพรวดไปขวางพูดลอยๆ
“ความทะเยอทะยานเป็นเรื่องดี แต่อย่าเหยียบหัวคนอื่น” ไทเกอร์ทำหน้ายียวนถามว่าเตือนตนหรือ“คนอย่างนาย เตือนไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แค่พูดลอยๆ” แล้วไปควงกฤษมาเย้ย “ดูให้เต็มตา คนอย่างฉันลักกี้อินเกมลักกี้อินเลิฟได้ในเวลาเดียวกัน!”
กฤษมองหน้าเมเปิ้ล เห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวและรอยยิ้มเข้มของเธอแล้วก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา
ooooooo
คุณหญิงกานดาแม่ของพีศทรรตยังพยายาม
ที่จะให้ลูกชายกลับไปใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับธัญรดา โดยอ้างว่าญาดาต้องการแม่ และธัญรดาก็ยังรักเขาอยู่
“แต่ผมไม่ได้รักรดา ไม่ได้รักมาตั้งแต่แรก รดา ไม่ใช่ตัวอย่างของแม่ที่ดี ตอนท้องก็เที่ยวกลางคืน ทำตัวเหมือนไม่ใช่คนที่กำลังจะเป็นแม่ แต่ต้องการประชดผม คลอดออกมาก็ไม่ยอมให้ลูกกินนมตัวเองเพราะกลัวทรงจะเสีย เคยสอนอะไรที่พอจะยึดเป็นแนวทางที่ดีได้บ้าง ไม่เคย!”
เขายังระบายความอัดอั้นว่า “คนที่เห็นแก่ตัว
และคิดถึงแต่ความต้องการของตัวเองคือรดา ผมรู้นะครับว่าคุณแม่กำลังจะทำอะไร ผมให้โอกาสรดาไปแล้ว แต่มันจะไม่มีโอกาสที่สองอีก ญาดาต้องการแม่ แต่ไม่ใช่แม่อย่างรดา!”
“ถ้าไม่ใช่รดา ฉันก็ไม่ยอมรับผู้หญิงหน้าไหนมาเป็นแม่ของหลานฉันอีก อย่าหวัง!” คุณหญิงพูดคำขาด
พอดีแม่บ้านมาบอกว่ามีคนมาพบพีศทรรต เขาแปลกใจว่าเป็นใคร?
คุณหญิงกานดาออกไปกับพีศทรรตอย่างอยากรู้ว่าใครมาหาลูกชาย น้ำผึ้งนั่นเอง เธอสวัสดีคุณหญิงถามว่าสบายดีหรือ ถูกประชดว่าไม่ค่อยดี มีเรื่องเครียด
เยอะ น้ำผึ้งแทบจะเอ๋อ พีศทรรตถามว่ามาหาตนตอนนี้มีอะไรหรือ ทำไมไม่รอพบกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้
น้ำผึ้งบอกว่าเป็นเรื่องที่รอถึงพรุ่งนี้ไม่ได้แล้วขออนุญาตคุณหญิงคุยกับพีศทรรตเป็นการส่วนตัว คุณหญิงจึงเดินหน้าบึ้งออกไป พีศทรรตถามว่ามีอะไรว่ามาเลย น้ำผึ้งลุกพรวดไปควงแขนเขาทันทีเอ่ยชวน...
“เป็นแฟนกันเถอะ!”
“เฮ้ย!!” พีศทรรตร้องออกมาอย่างหมดฟอร์ม
พีศทรรตถูกน้ำผึ้งรุกจนต้องถามว่าคิดอย่างไรถึงได้มาขอเป็นแฟนตน
“หาตัวไม่ได้แล้ว รอบตัวมีแต่เก้งกวาง” เขาถามว่าจะเอาไปโชว์ตัวกับเพื่อนพรุ่งนี้หรือ เธอตอบเหมือนเล่นขายของว่า “อือ...ตลอดไปเลยได้ก็ดี”
อ้อนก็แล้วขอร้องก็แล้ว พีศทรรตก็ยังไม่แสดงท่าที น้ำผึ้งคว้ากระเป๋าลุกขึ้น พูดอย่างขัดใจว่า
“เคร! ยอมแพ้ ลืมมันไปซะ ถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น มองมันแค่เรื่องขำๆ ว่าเป็นความพยายามเฮือกสุดท้ายของชะนีที่อยากลงจากคานก็แล้วกัน” พูดแล้วเดินออกไปเลย พีศทรรตมีแก่ใจบอกว่าตนไปส่ง แล้วลุกตามไป
เมื่อมาถึงรถ พีศทรรตถามว่าตกลงเธอยอมให้เพื่อนหัวเราะเยาะยอมเสียหน้ากับนักข่าวและประชาชนทั่วประเทศหรือ น้ำผึ้งบอกว่าคงต้องยอมเพราะไม่มีใครยอมเป็นเหยื่อก็ต้องยอมรับความจริงดีกว่าโกหก แต่ก่อนขึ้นรถขับออกไปเธอบอกเขาว่า“มีลูกสาวใช่ไหม สอนด้วยนะว่า ถ้ามีใครมาจีบก็อย่าเล่นตัว รอจนอายุเท่าฉันค่อยคิดเรื่องแฟนอาจจะสายเกินไป” เขาถามงงๆ ว่าคิดได้ไงเนี่ย? เธอตอบอย่างหมดอาลัยว่า “ตอนนี้คิดได้แค่นี้แหละ ความเหงาบนคานมันทรมานนะจะบอกให้”
น้ำผึ้งขึ้นรถขับออกไป พีศทรรตมองตามยิ้มๆ อย่างเริ่มสนใจเธอขึ้นมาแล้ว
ooooooo
เมเปิ้ลยังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟจนร้านจะปิดจึงออกไปกับกฤษ ไปแบบไร้เป้าหมายเคว้งคว้างเพราะตัวเองมีชนักปักหลังเรื่องคลิปเลยไม่อยากกลับไปตอบคำถามใคร
แต่พอเดินออกไปเห็นผู้คนเดินไปมากันมากมาย เธอถามกฤษว่าเขาไปไหนกัน
“บางคนก็กลับบ้าน บางคนก็ยังไม่กลับเพราะนัดแฟนไว้ แต่แฟนยังไม่มา บางคนก็แวะช้อปปิ้งก่อนจะได้มีเสื้อผ้าใหม่ๆใส่บ้าง”
“ดูทุกคนมีเป้าหมายชีวิตดีเนอะ ไม่เหมือน...” เธอจะพูดถึงตัวเองแต่ยั้งปากไว้ กฤษเสนอว่าเมื่อไม่รู้จะไปไหนก็ให้กลับบ้านดีไหม โน้มน้าวว่า
“ยังไงบ้านก็คือที่ที่จะรอเราให้กลับไปเสมอ ถึงจะไม่มีใคร แต่ก็เป็นพื้นที่ที่เราจะหลับได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัย”
เมเปิ้ลทำท่าสนใจแต่พอกฤษจะพาไปส่งเธอกลับไม่ไป กฤษหว่านล้อมว่า “ดึกแล้ว คุณย่า...คนที่
รักคุณอีกคนกำลังรอให้คุณกลับบ้านนะครับ” เมเปิ้ลฟังแล้วอึ้ง
เมื่อส่งเมเปิ้ลถึงบ้านแล้วกฤษบอกอย่างห่วงใยว่า รีบเข้านอนเสียเพราะหยาดทิพย์โทร.มาบอกว่าพรุ่งนี้มีประชุมที่ออฟฟิศ แล้วยกมือไหว้ลา เมเปิ้ลรับไหว้แทบไม่ทัน บอกว่าไม่ต้องไหว้ก็ได้ กฤษบอกว่าไม่ได้เพราะเธอเป็นเจ้านาย
“ขอบใจนะที่ช่วยฉันหลายๆอย่าง เธอไม่ต้องแอ๊บเป็นแฟนฉันแล้วล่ะ ฉันเหนื่อย...ไม่ชอบโกหกใคร แล้วกลับไง”
พอกฤษบอกว่าแท็กซี่เธอจะโทร.เรียกให้แต่กฤษขอเดินออกกำลังกายไปดีกว่าแล้วโบกมือลา
เมเปิ้ลมองตามยิ้มๆ รู้สึกประทับใจกฤษขึ้นมา อยู่ลึกๆ
ooooooo
คืนนี้ ลินีกับกุ๊งกิ๊งไปรอวายุที่ผับของเขาเพื่อเคลียร์เรื่องคดี แต่รอจนหลับก็ยังไม่เห็นเขามา
ที่แท้วายุขึ้นเวทีไปเล่นดนตรี เขาคุยกับแขกในผับอย่างกันเองว่า
“สวัสดีครับ คืนนี้เป็นคืนพิเศษ เพราะมีคนพิเศษมาหาผม สวัสดีครับณัฏฐาลินี” ทุกคนปรบมือชอบใจ ลินีกับกุ๊งกิ๊งมองหน้ากันเหวอ ส่วนสิริมามองมาทางลินีอย่างไม่พอใจอยู่ลึกๆ วายุยังคงคุยกับแขกต่อว่า “ผมเลยครึ้มอกครึ้มใจมาขอแจมเปิดเวทีสักเพลง เชิญครับ”
วายุร่วมเล่นกีตาร์อย่างเท่ เขาส่งสายตามาทางลินีตลอดเวลา ทีแรกเธอก็ไม่อยากดูไม่อยากฟัง แต่ความเท่และสายตาที่มองมาตลอดเวลาของเขาก็ทำเอาสาวห้าวอย่างเธอหัวใจเริ่มละลาย ดูและฟังเขาเล่นกีตาร์จนจบเพลง
พอเพลงจบพนักงานก็เอาช่อดอกกุหลาบป่าที่เธอทิ้งในถังขยะมาให้ ลินีอายมากไม่ยอมรับ วายุเลยลงมามอบให้เอง แขกพากันเชียร์ “รับเลย...รับเลย...รับเลย...” วายุสบตาเธอบอกว่า “ผมจริงใจนะ”
“ขอบคุณ แต่ไม่รับค่ะ”
เสียงแขกครางฮือ...อย่างเสียดาย ลินีลุกเดินออกไป กุ๊งกิ๊งรีบตาม วายุผิดหวังคืนดอกไม้ให้พนักงานแล้วตามเธอออกไป สิริมามองอย่างไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา...
วายุขอให้เธอหยุดก่อน ลินีไม่ยอมหยุดบอกกุ๊งกิ๊งว่าเขาจงใจทำให้ตนอายคนอื่น หมายไล่ตนไปให้พ้นๆเขาจะได้ไม่ถูกตนเอาเรื่องที่ไปข่มขู่พยานจนทำให้ต้องถอนแจ้งความ วายุฟังแล้วถามฉุนๆว่า
“คิดได้แค่นี้เองเหรอ! อุตส่าห์เรียนกฎหมายเพื่อต่อสู้ให้เพื่อนมนุษย์ได้รับความยุติธรรม ทั้งๆ ที่ใจตัวเองไม่ได้มีความยุติธรรมเลยสักนิด” ลินีโต้ว่าตนไม่เคย ก็ถูกขัดขึ้นว่า “ก็นี่ไง! ที่คุณคิดกับผมอยู่นี่ไง ที่ไม่ยุติธรรม ผมไม่ได้ทำอย่างที่คุณกล่าวหามาตั้งแต่แรก และผมก็ไม่ใช่คนที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นถอนแจ้งความ คุณปรักปรำผมโดยที่ไม่คิดให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง!”
ลินีถูกโต้อย่างรุนแรงก็ถึงกับอึ้ง พอดีลูกน้องของวายุวิ่งเข้ามารายงานว่าเกิดเรื่องแล้วเพราะไอ้เจตต์ถูกจับได้ว่าขายยา วายุวิ่งตามลูกน้องไปทันที ลินีวิ่งตามไปโดยสัญชาตญาณจนกุ๊งกิ๊งต้องวิ่งตามไปด้วย
งานนี้ ทำให้ลินีเห็นถึงความเข้มงวดของวายุที่ไม่ยอมให้มีการทำสิ่งผิดกฎหมายในสถานที่ของตน เขาไล่เจตต์ออกแต่พอเผลอก็ถูกเจตต์จะเอามีดแทง ลินีตะโกนบอก ทำให้วายุหันไปป้องกันตัวทัน เขาต่อสู้กับเจตต์ตัวต่อตัวท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคน แต่เขาก็ซัดเจตต์จนหมอบ โดยที่ตัวเองก็บอบช้ำเลือดออกที่มุมปาก ลินีเข้าไปดูอย่างเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัว
วายุปัดมือลินีออกมองด้วยสายตาเย็นชาว่างเปล่าจนลินีอึ้ง แต่พอสิริมาเข้ามาประคอง เขากลับโอบไหล่เธออย่างสนิทสนม จนลินีมองด้วยความรู้สึกสับสน
ค่ำคืนนี้ ทั้งสามสาวในก๊วนคานทอง จึงต่างอยู่กับตัวเองอย่างโดดเดี่ยว อ้างว้าง สับสน...
แต่พอรุ่งเช้า ทุกคนก็ฮึดสู้ เมเปิ้ลบอกกับตัวเองว่า “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย! ฉันเอาอยู่!!”
น้ำผึ้งสู้ตาย “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด! ฉันคือตัวแม่!!”
ลินียิ้มให้กับตัวเองอย่างมั่นใจ “ทุกอย่างกำลังกลับสู่ภาวะปกติ ไม่มีอะไรที่เหนือการควบคุม!”
แล้วทั้งสามสาวต่างก็สวมแว่นกันแดด คว้ากระเป๋าใบเก่ง ทุกคนเดินออกไปด้วยท่าทางมุ่งมั่น
ooooooo
แต่พอเมเปิ้ลสวัสดีคุณย่า บอกว่าจะไปทำงานแล้ว ก็ถูกคุณย่าถามว่าผู้ชายที่มาหาเมื่อวานเป็นใคร เธอบอกว่าเด็กฝึกงาน คุณย่าโล่งใจที่เธอไม่ได้เป็นอย่างจิลลา
จิลลาเป็นพี่สาวของเมเปิ้ล เธอมีสามีเด็ก คุณย่าผิดหวังมากตำหนิว่า วันๆเอาแต่คิดจะหาวิธีมัดใจเด็กกลัวแฟนจะเบื่อไปหาผู้หญิงที่เด็กกว่าสวยกว่า บ่นว่าเอาใจแต่แฟนเด็กแต่กับพี่น้องมีแต่มาเบียดบัง เรียนมาก็สูงแต่ไม่รู้จักคิด คุณย่ายังบ่นถึงความอับอายจนไม่กล้าแนะนำใครว่าจิลลาเป็นหลานสาว แล้วคุณย่าก็วกมาที่ตัวเธอว่า...
“ย่าดีใจและภูมิใจนะที่เราได้อย่างใจย่าทุกอย่าง เหลืออย่างเดียวแต่งงานเสียทีเถอะนะลูก” เมเปิ้ลบอก
ว่าตนยังไม่เจอคนที่ใช่เลย “ย่าอยากให้เราแต่งงานกับ
ตาตรัยคุณ”
“คุณย่า!!!” เมเปิ้ลอุทานเหมือนเจอคำสั่งประหาร
เช้าวันเดียวกัน ลินีเข้าไปหาจรินทร์พรผู้เป็นแม่ที่ความจำเสื่อมและเป็นอัมพาตครึ่งตัวเพราะถูกสามีทำร้าย มีดวงอดีตเหยื่อที่ลินีช่วยไว้มาดูแลให้ เธอเข้าไปขอโทษแม่ที่ไม่ได้ทานข้าวด้วย
เมื่อออกจากห้องแม่ก็เจอกุ๊งกิ๊งมาที่บ้าน กุ๊งกิ๊งเอากระดาษที่จดเบอร์มือถือของวายุให้บอกว่าเผื่ออยากจะโทร.ไปถามไถ่เรื่องที่เขาบาดเจ็บ อ่อยว่า
“น่าเห็นใจเขาอยู่นะคะ ดูท่าทางเขาเป็นคนดี” ลินีติงว่าเขาอาจสร้างภาพให้ตนเลิกจิกก็ได้ อย่ามองคนในแง่ดีเกินไป “ก็อาจจะใช่ แต่ก็น่าเสียดายนะคะ ถ้าความระแวงของพี่ทำให้เสียโอกาสที่จะทำความรู้จักคนดีๆ คนหนึ่ง”
กุ๊งกิ๊งวางกระดาษแผ่นนั้นบนโต๊ะแล้วขอไปคุยกับดวง ลินีบอกว่าตนกำลังจะไปเอารถที่อู่เรียกแท็กซี่ไว้เดี๋ยวคงมา แล้วเดินออกไป แต่อึดใจเดียวก็เดินย้อนกลับมาแอบหยิบกระดาษจดเบอร์มือถือของวายุไปด้วย
พอออกไปรอแท็กซี่ที่หน้าบ้านก็ดูเบอร์มือถือที่หยิบมาด้วยอย่างลังเลว่าจะโทร.ดีหรือไม่ เป็นเวลาเดียวกับที่วายุก็กดมือถือตัวเองดูที่ชื่อ “ณัฏฐาลินี” กำลังจะกดโทร.ออกก็มีสัญญาณโทร.เข้าจาก “ณัฏฐาลินี” เขาถึงกับยิ้มออกมา แต่พอกดรับก็เก๊กเสียงขรึมทักทาย
ลินีพูดอย่างไว้เชิงว่าตนแค่โทร.มาถามที่โดนต่อยเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้าง แต่วายุไม่ทันตอบ เสียงสิริมาก็แว่วเข้าไปในสายชวนวายุไปกันเถอะหมอรออยู่
“คุณ...จะไปไหน” ลินีเป็นห่วง พอวายุบอกว่าตอนนี้ตนอยู่โรงพยาบาล เธอก็ร้อนใจจนหมดฟอร์มถามว่า “คุณเป็นมากเหรอ อยู่โรงพยาบาลอะไรรีบบอกมาสิ!”
ฟังเสียงลินีที่ตกใจเป็นห่วงแล้ว วายุก็ยิ้มออก
มาเลย
ooooooo
เช้าวันเดียวกัน น้ำผึ้งอีกหนึ่งบนคานทองไปที่ห้องทำงานพีศทรรตแต่เช้าเพื่อรอเขาเปิดแถลงข่าวตามที่นัดกันไว้เมื่อวาน แต่ปรากฏว่า มีการเลื่อนแถลง ข่าวออกไป
เมื่อเจอพีศทรรตเธอถามอย่างหัวเสียว่าทำไมต้องเลื่อนการแถลงข่าวในเมื่อตนยอมทุกอย่างแม้แต่การยอมสารภาพเรื่องที่ตนโกหกว่ามีแฟน
“ที่เลื่อนแถลงข่าวเพราะเราต้องคุยกันใหม่อีกรอบ ผมเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่า ทางกองละครเห็นเธอประกาศลาออกจากกองละครอย่างกะทันหันเลยไม่มั่นใจและตัดปัญหาด้วยการเปลี่ยนบทให้เธอตาย” พีศทรรตพยายามพูดให้น้ำผึ้งเข้าใจว่า “ผมคุยกับผู้จัดแล้วนะแต่ไม่สำเร็จ ยังไงเขาก็ยืนยันที่จะตัดบทคุณ ทางช่องก็รับรู้และไฟเขียว จึงจำเป็นที่เราต้องคุยกันใหม่เพื่อหาคำตอบที่สวยที่สุดให้นักข่าวและแฟน”
น้ำผึ้งถึงกับน้ำตารื้น โกรธจนตัวสั่น ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างระวังตัวขยับให้พ้นจากพายุอารมณ์ของเธอ แต่วันนี้น้ำผึ้งไม่...เธอกำมือแน่นน้ำตารื้นถามเสียงเครือ “มันจบแล้วใช่ไหม...” ทุกคนได้แต่มองอึ้ง...
ooooooo
เมเปิ้ลฟังประกาศิตของคุณย่าแล้วเซ็ง เธอไปถึงออฟฟิศเหมือนคนไร้วิญญาณ พวกลูกน้องพากันซุบซิบต่างๆนานา
“อะไรอ่ะ...หายไปวันหนึ่งหลังจากยอมเปิดตัวแฟนเด็ก กลับมาก็ไม่มีสัญญาณชีพ แปลว่าไรอ่ะ?” เจ๊ฟูพูดงงๆ
เมเปิ้ลเดินคิดถึงคำสั่งของคุณย่าเมื่อเช้าที่จะให้เธอหมั้นกับตรัยคุณ ให้สนิทสนมกันสักพักค่อยแต่ง เธอทนไม่ได้บอกคุณย่าไปตรงๆว่าเขาเป็นเกย์ ชอบผู้ชายด้วยกัน คุณย่ากลับหาว่าเธออยู่กับกะเทยมากไปเลยมองใครๆ เป็นอย่างนั้นไปหมด เมเปิ้ลยืนยันอย่างไรก็ไม่ฟัง กลับหาว่าเป็นข้ออ้างที่จะไม่แต่งกับผู้ชายที่ดีที่สุดที่ย่าเลือกให้ ตอกย้ำว่า
“อย่าทำให้ย่าต้องผิดหวังและเสียผู้ใหญ่ เพราะย่าตอบตกลงกับทางเจ้าสัวพ่อของตาตรัยคุณไปเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็ต้องแต่ง!”
สมองเมเปิ้ลสับสนเครียดกับคำสั่งของคุณย่า จนเดินผ่านหยาดทิพย์เห็นนั่งแทะเม็ดก๋วยจี๊ หยาดทิพย์ตกใจเอากระป๋องเม็ดก๋วยจี๊ซ่อนไม่ทันยอมรับว่าเครียดเลยแทะแก้เครียด เมเปิ้ลเลยขอเอาไปแทะแก้เครียดบ้าง แต่เธอไม่ได้แทะเอง เรียกกฤษเข้าไปแทะให้
ระหว่างนั้น เมเปิ้ลเดินวนไปเวียนมาใช้ความคิดหนัก จนกฤษบอกว่าตนเวียนหัว เมเปิ้ลจึงหยุดเอ่ยขึ้นว่า
“ฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอ...มาเป็นแฟนฉันอีกได้ ไหม” กฤษตกใจร้องฮ้า! เมเปิ้ลกลัวใครได้ยินเข้าไปปิดปากกฤษแต่ถลำไปนั่งบนตัก กฤษทำหน้าเหยบอกว่ามือเค็มมาก เธอเขินเลยผลักเขาเสียตกเก้าอี้โครม!
พวกข้างนอกรวมทั้งไทเกอร์ที่มาสุมหัวแอบฟังที่ประตูพากันตาเหลือกคิดเลยเถิดกันไปไกล
“ทำอะไรน่าเกลียด ไม่ให้เกียรติสถานที่กันเลย” ไทเกอร์ไม่พอใจเคาะประตู “เปิดประตู พี่เมเปิ้ล!!”
กฤษถือกระป๋องเม็ดก๋วยจี๊มาเปิดประตู ไทเกอร์
เห็นเมเปิ้ลกำลังกินเม็ดก๋วยจี๊พลางดูคอมพิวเตอร์ไปด้วยทุกอย่างเป็นปกติไม่เหมือนเสียงโครมครามที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เลย พอไทเกอร์ หยาดทิพย์และคนอื่นๆพากันถาม เมเปิ้ลบอกว่า
“ฉันให้กฤษฎาแกะเม็ดก๋วยจี๊ให้ฉันเพราะฉันขี้เกียจแกะ เขาแทะมันไปหน่อยจนตกเก้าอี้ แล้วเมื่อกี้ก็แกะช้าไม่ได้อย่างใจเลยถูกฉันบีบคอ หรือใครคิดว่าฉันกำลังทำอย่างอื่นกับกฤษฎา!?”
ทุกคนส่ายหน้า เมเปิ้ลถามอย่างจะเอาเรื่องให้ได้ว่า
“หรือใครคิดว่าฉันไม่มีวิจารณญาณแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก?!” ทุกคนทำหน้าบ้องแบ๊วส่ายหัวอีก เธอเลยสั่ง “เตรียมประชุม!”
ooooooo
ลินีไปถึงโรงพยาบาลอย่างตื่นตกใจถามพนัก-งานว่าวายุบุตรอยู่ห้องไหน ปรากฏว่าไม่มีคนป่วยชื่อนี้ เธอโวยวาย แต่พอนึกได้ว่าเขาไม่ได้บอกว่ามาแอดมิต เลยรีบขอโทษแล้วปลีกตัวไป
ไปอีกมุมหนึ่งแล้วจึงโทร.หาวายุ คราวนี้ว้ากใส่หาว่าเขาโกหกทั้งที่ไม่ได้แอดมิต วายุชี้แจงว่า ตนแค่บอกว่าอยู่โรงพยาบาลเธอก็วางสายแล้ว เลยโต้เถียงยียวนกันเล็กน้อย
วายุแกล้งกวนประสาทว่านี่แสดงว่าเธอเป็นห่วงตน พอลินีหันไปปรากฏว่าวายุอยู่ใกล้แค่ศอก ลินีอายมากรีบผละออก พอเหลียวไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นเลยเอากระเป๋าฟาดให้ป้าบหนึ่ง ถูกเขาจับมือหมับ! ขู่ว่าเดี๋ยวแจ้งตำรวจจับเสียเลย
“แจ้งเลย! ไม่เคยกลัว! ปล่อย! ฉันจะกลับ”
พอดีสิริมาเรียกวายุ เขาหันไปเห็นสิริมายืนหน้าบอกบุญไม่รับจึงรีบปล่อยมือลินี สิริมาทักทายลินีแล้วบอกวายุว่าป๊าตรวจเสร็จแล้วเหลือแต่รับยา ท่านหิวและอยากไปทานอาหารจีนที่ร้านประจำ วายุชวนลินีไปด้วยเธอบอกว่าจะกลับ แต่พอนึกถึงคำพูดของกุ๊งกิ๊งที่ว่า “น่าเสียดายถ้าความระแวงของพี่ทำให้เสียโอกาสที่จะทำความรู้จักกับคนดีๆคนหนึ่ง” ลินีก็เปลี่ยนใจบอกว่า
“ไปสิคะคุณวายุ ถือเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้กราบสวัสดีคุณพ่อคุณด้วย ได้ยินแต่ชื่อท่านมานาน” พูดแล้วเดินตามวายุไปเลย ทิ้งให้สิริพรรั้งท้ายหน้าบอกบุญไม่รับ
บังเอิญเป็นร้านอาหารเดียวกับที่คุณหญิงกานดาแม่ของพีศทรรตกับคุณหญิงมณีนุชแม่ของธัญรดามานั่งกินกันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองมาปรึกษากันที่จะทำให้พีศทรรตกับธัญรดาได้กลับมาคืนดีกัน พร้อมกับนินทาผู้หญิงที่เข้ามาข้องแวะกับพีศทรรตว่าล้วนแต่เป็นพวกอยากรวยทางลัดด้วยการจับผู้ชายรวยๆ
ระหว่างที่สองแม่มาวางแผนกันนั้น พีศทรรตกำลังเผชิญหน้ากับน้ำผึ้ง เธอบอกเขาว่า ตนไม่เป็นบ้าอย่างที่เคยเป็นแล้ว ตนไม่ทำร้ายคนที่หวังดีกับตนอย่างจริงใจเหมือนเขาและโตโต้ ขอเป็นนางเอกสักเสี้ยวหนึ่งของชีวิตบ้าง ตนไม่อยากให้ทุกคนบนโลกนี้เกลียด ว่าแล้วลุกออกจากห้องประชุมไป
พีศทรรรตตามไปเรียก บอกว่าถ้านับหนึ่งถึงสามไม่หยุดก็จะไม่ตามไปง้ออีก น้ำผึ้งหันไปถามว่า
“กลัวฉันไปตายหรือไง” เขาตอบทันทีว่ากลัวเพราะเธอเป็นเพื่อนตนเป็นห่วง “แล้วเมื่อไหร่จะเปลี่ยนเป็นแฟนล่ะ”
เจอคำถามแบบนี้พีศทรรตถึงกับอึ้ง หน่าย อ่อนใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อชิชากิ๊กจอมซ่าสุดเซ็กซี่ของเขาส่งเสียงแจ๋เข้ามา พอเห็นลินีอยู่กับเขาเธอก็ด่ากราดว่าที่เขาไม่ยอมรับสายตนเพราะกำลังจะมากินปิ่นโตเน่าใกล้หมดอายุนี้หรือ
เป็นเรื่องทันที! น้ำผึ้งถามว่าเธอว่าใครเป็นปิ่นโตเน่า ชิชาตะโกนใส่หน้าว่า “ว่าป้านั่นแหละ” บรรดาที่อยู่รอบข้างพากันเตรียมรับสงครามย่อยๆ พีศทรรตยืนปวดหัวกับศึกใหญ่ตรงหน้า พยายามบอกชิชาให้กลับไปก่อน มีอะไรค่อยพูดกันกลับถูกเธอตบเพียะ! น้ำผึ้งเดินฉับๆ เข้าถึงตัวตบเปรี้ยงจนชิชาหน้าหงายตวาดใส่ “อย่าทำร้ายเพื่อนฉัน!”
น้ำผึ้งลากชิชาออกไปจากออฟฟิศบอกโตโต้ให้สั่ง รปภ.มาหิ้วออกไป ชิชาเสียท่ารีบบอกว่าตนออกไปเองได้แล้วรีบจ้ำออกไปเลย
พีศทรรตมองน้ำผึ้งด้วยความประทับใจที่ช่วยเขาแก้ไขสถานการณ์สั่งสอนจนชิชาล่าถอยไป
ooooooo
วายุพาลินีมานั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่หลังโต๊ะของคุณหญิงมณีนุชและคุณหญิงกานดาที่ยังเม้าท์กันเรื่องจะให้ลูกสาวกับลูกชายกลับไปคืนดีกัน
ลินีมาได้ยินตอนที่คุณหญิงมณีนุชเอ่ยถึงน้ำผึ้ง พอดีว่า...
“แล้วถ้าเกิดว่ายัยน้ำผึ้ง ปินัทธา แม่ดารารอบจัดนั่นไม่ยอมรามือล่ะ เธอจะรับมือยังไงให้ลูกสาวฉันกลับไปอย่างสง่างาม”
น้ำผึ้งชะงักแต่ยังพยายามเก็บอาการ จนพนมทักขึ้นว่าดีใจที่ได้เจอลินีหลังจากที่ได้ยินชื่อมานาน แม้จะทักทายดี แต่ก็จิกกันเรื่องคดีความที่ลินีฟ้องธุรกิจของวายุ ลินีบอกว่าตนทำตามหน้าที่โดยให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ของมัน
“ขอตัวเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ ไม่อยากร่วมโต๊ะกับทุกคนโดยที่มือตัวเองสกปรก” สินีพูดเหน็บแล้วลุกไป
พนมมองตามอย่างอดพอใจความกล้า ห้าวของลินีไม่ได้ แต่ใจก็ยังสนับสนุนให้วายุชอบพอกับสิริมาที่เคยรักกันมาก่อน
ส่วนลินีไปเข้าห้องน้ำก็บังเอิญเจอสองคุณหญิงเม้าท์กันตั้งแต่ที่โต๊ะจนไปถึงห้องน้ำก็ยังเม้าท์ไม่เลิก โดยเฉพาะการนินทาน้ำผึ้ง โดยคุณหญิงมณีนุชย้ำว่า พีศทรรตไม่ใช่พระอิฐพระปูน ถูกน้ำผึ้งผู้ร้อนสวาทรวบหัว รวบหางคุณหญิงกานดาจะทำอะไรได้
“ก็อยู่เฉยๆ สิคะ” ลินีทนไม่ได้โพล่งออกไป สองคุณหญิงตกใจมองขวับ “ขอโทษนะคะ คือว่าจะไม่ว่าอะไรแล้ว แต่ทนไม่ไหว คนที่รักกันชอบกัน แต่เข้าไปขวาง บาปนะคะ ยิ่งเอาคนอื่นมานินทาลับหลังเสียหาย เป็นลูกผู้หญิงด้วยกันแท้ๆ พูดจาดูถูกกันอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปรู้จักนิสัยใจคอเขาเลย ยิ่งบาปหนาค่ะ คงไม่ตายดี ขอบคุณค่ะ”
พูดแล้วลินีสะบัดออกไปเลย ทิ้งให้สองคุณนายที่เม้าท์กันเองมันมากแต่พอถูกโต้แย้งก็ถึงกับเหวอ เอ๋อไปเลย
ลินีกลับไปที่โต๊ะได้ยินพนมกำลังหว่านล้อมให้วายุหันมารักกับสิริมาตามเดิมเพราะสิริมายอมรับตัวตนและธรรมชาติของเขาได้ดีกว่าผู้หญิงคนนั้นพอดี เธอฉุนขาดคว้ากระเป๋าเอ่ยขอโทษขอตัวกลับก่อน พนมถามว่าไม่ทานข้าวด้วยกันก่อนหรือ เลยถูกเหน็บจนทุกคนอึ้งว่า
“ไม่ดีกว่าค่ะ คิดว่ามาเพื่อคุยอย่างเดียวดีกว่า อย่าทานข้าวที่จ่ายด้วยเงินบาปของพวกคุณเลย”
วายุจะลุกตาม ก็ถูกพนมสั่งให้นั่งลง! วายุจำต้องนั่งลง สิริมาแอบยิ้มพอใจ
ooooooo
พีศทรรตอุ้มญาดามาให้นอนหลับที่โซฟาใน ห้องทำงาน ตบหลังเบาๆ กล่อมให้หลับ น้ำผึ้งผลักประตูเข้ามา เขาทักว่านึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก
“ฉันนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ ไม่อยากออกไปทั้งที่ยังพลุ่งพล่าน” เขาถามล้อๆ ว่าทำเป็นด้วยหรือ “คนเราควรจะเรียนรู้จากความผิดพลาดบ้าง จะได้ไม่แก่กะโหลกกะลา”
พีศทรรตถามว่าแล้วตกลงจะเอายังไง เธอตอบทันทีว่าแล้วแต่เขา ตนยอมแพ้ไม่รู้จะดื้อเพื่อเอาชนะไปทำไมเพราะ “สุดท้ายฉันเองนั่นแหละที่เจ็บ อีกอย่างฉันเชื่อว่าคุณต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับฉัน”
น้ำผึ้งแสดงความไว้เนื้อเชื่อใจเขา บ่นเสียดายที่เขาเป็นคนดีจิตใจดีพร้อมทุกอย่าง แล้วอ่อย...
“ฉันภาวนา อยากเป็นมากกว่าเพื่อน แต่รู้ค่ะว่า คุณไม่ชอบผู้หญิงแบบฉันหรอก ฉันคงต้องไปหาเพื่อนเพื่อบอกความจริงแล้วละ อ้อ...ตกลงทำไมวันนี้ลูกคุณไม่ไปโรงเรียน”
“แกไม่ค่อยสบาย แต้วลาไปเยี่ยมแม่ที่ป่วย ผมเลยพามาด้วย” เธอแสดงความเห็นใจว่าเหนื่อยหน่อยนะ เขาบอกว่าเหนื่อยแต่มีความสุข น้ำผึ้งเลยย้ำอีกว่า
“ใกล้ชิดลูกมากๆ นะคะ ไม่มีแม่อยู่ด้วย คุณต้องทำหน้าที่เป็นให้ได้ทั้งพ่อและแม่”
“ขอบคุณ” พีศทรรตเอ่ยมองตามน้ำผึ้งที่ออกไปแล้วปิดประตูแผ่วเบาไม่ให้รบกวนญาดาที่หลับอยู่อย่างรู้สึกดี...
พีศทรรตนั่งคิดอะไรบางอย่าง เขาคิดว่า...น่าสนใจ... ถ้าจะเล่นตามเกมของน้ำผึ้ง และใช้เธอมาเป็นกันชนแม่ที่พยายามจะดึงธัญรดากลับมาในชีวิตกับเขาอีกครั้ง... คิดแล้วพึมพำกับตัวเอง “เข้าท่าแฮะ...”
แต่พอน้ำผึ้งออกจากห้องไปแล้วก็นึกขนลุกกับตัวเองที่ลุ้นขอให้พีศทรรตมาเป็นแฟน แต่ก็นึกชมตัวเองว่าการแสดงงใช้ได้จริง จริงๆ ด้วย แต่ขณะกำลังเริงร่านั่นเอง ความฝันก็สลาย เมื่อพีศทรรตโผล่หน้ามาบอกว่า
“อย่าหมดหวังนะ บางคนกว่าจะเจอเนื้อคู่อายุห้าสิบหกสิบก็มี ผมเอาใจช่วยให้คุณเจอคนที่ใช่คนนั้น โชคดี”
ขณะน้ำผึ้งอึ้งอยู่นั่นเอง พีศทรรตก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องเอิน เขาทำเสียงหล่อบอกความคิดถึงและกำลังจะโทร.หาพอดี จ๊ะจ๋ากันอย่างหวานแหววพลางเดินเข้าห้องไป
น้ำผึ้งมองตามตาละห้อย ในที่สุดคนที่เล็งไว้ก็หลุดมือไป ซ้ำยังปิดประตูใส่หน้าอีก เธอเดินคอตกไปอย่างสุดเซ็ง
ooooooo
ที่มุมหนึ่งในฟิตเนส วลัย เป้และลินีกำลังออก กำลังอยู่ ครู่หนึ่งเดินไปเจอน้ำผึ้งยืนจ้องอุปกรณ์นิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์
วลัยถามเป้ว่ากี่โมงแล้ว พอเป้บอกว่าจะหกโมง วลัยพูดอย่างคาดหวังว่า
“ถึงเวลาสนุกแล้วสิ ลินีกับน้ำผึ้งมาแล้ว ขาดก็แค่เมเปิ้ล”
ที่แท้เมเปิ้ลมาถึงประตูทางเข้าฟิตเนสแล้ว แต่มัวตั้งหลักเดินเข้าทีแรกก็บอกตัวเองว่า “ฉันไม่ยอมพังเด็ดขาด” แต่แล้วก็ถอยออกไปพูดใหม่ “พังก็พัง!” แล้วก็เปลี่ยนใจอีกครั้งว่า “เป็นไงเป็นกัน!”
แต่พอจะผลักประตูเข้าไปก็ถูกมือกฤษมาจับมือไว้ เธอหันมองเห็นกฤษยืนยิ้มหวานอยู่ เธอมองอึ้ง...
เช่นเดียวกัน ที่ร้านกาแฟ วายุมาหาสินีที่นั่งเซ็งๆ เขานั่งลงมองหน้ายิ้มให้พลางยกกาแฟดื่ม
ส่วนอีกมุมหนึ่ง น้ำผึ้งที่ยืนจ้องอุปกรณ์อยู่นาน ตัดสินใจขึ้นไปบนลู่วิ่ง กดเปิด พอสายพานเริ่มเคลื่อนจากช้าค่อยเร็วขึ้น แต่จู่ๆ ก็มีมือมาปิดเครื่องจนน้ำผึ้งเกือบคะมำ หันไปจะวีน ก็ชะงักเมื่อเห็นพีศทรรตยืนยิ้มให้อยู่ น้ำผึ้งตกใจ เหวอจนเกือบตกจากอุปกรณ์
ooooooo
เมเปิ้ลที่กำลังจะเข้าฟิตเนส เจอกฤษก็จะเดินกลับ กฤษตามตื๊อว่าตนอุตส่าห์มา มองลึกเข้าไปในดวงตาถามว่าเธออยากให้ตนมาไม่ใช่หรือ
“ฉันอยากให้เธอมาในฐานะแฟน ไม่ใช่ลูกน้อง” แล้วเมเปิ้ลจะเดินหนี ถูกกฤษจับมือดึงเข้าหาตัว เมเปิ้ลไม่ทันตั้งหลักหมุนคว้างเข้าไปซบอกเขาพอดี๊..พอดี ต่างจ้องหน้ากัน ตกอยู่ในภวังค์
“คุณชอบผมจริงหรือ...ตอบผมจริงๆ นะครับ”
“ชอบ...” ตอบเสียงเบาหลบตาผิดกับบุคลิก
กฤษถามถึงวัยที่ต่างกัน หน้าที่การงานที่ด้อยกว่า และฐานะทางการเงินที่เทียบกันไม่ได้เลย เมเปิ้ลตอบ อย่างมั่นใจว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข หน้าที่การงานนั้นสักวันหนึ่งเขาก็จะโต ส่วนฐานะเธอบอกว่า “ไม่เป็นไรฉันรวย”
“ผมมีค่ากับคุณมากถึงขนาดทำให้คุณมองข้ามเงื่อนไขสำคัญพวกนั้นได้ทั้งหมดเลยเหรอครับ”
“โอย...” เมเปิ้ลร้องอย่างเหนื่อยใจ “ที่อุตส่าห์มาเนี่ยมาเพื่อถามเรื่องนี้เหรอ เอาความจริงก็ได้... ฉันโกหก!”
กฤษมึนไปเลย ส่วนเมเปิ้ลก็หน้าเสียที่พลาดท่าหลุดไปแบบนั้น แต่ก็ยังทิฐิบอกว่าไม่มีวันที่ตนจะทำลายชีวิตตัวเองด้วยการไปชอบเด็กอย่างเขา และเขาเองก็มีแฟนแล้วตนไม่โง่สิ้นคิดไปกินน้ำใต้ศอกใคร ไม่ทำผิดศีลธรรม
“แล้วมาบอกว่าชอบผมทำไม คุณคิดจะทำอะไร มีแผนอะไรในใจถึงมาขอให้ผมเป็นแฟน”
เมเปิ้ลถูกรุกตอบไม่ออก กฤษขู่ว่าถ้าไม่บอกตนจะไปบอกเพื่อนๆเธอว่าเธอโกหกตั้งแต่แรก เธอไม่ได้เป็นแฟนตน
เลยวุ่นวายกันเพราะเมเปิ้ลพยายามยื้อยุดไม่ยอมให้ไปบอก พอทำท่าจะยื้อไว้ไม่ไหวเธอเลยกระโดดกอดล็อกไว้ทั้งตัว กระนั้นกฤษก็ยังดึงดันจะเข้าไปบอก เมเปิ้ลประกาศว่าถ้าตนจะเสียหน้ากับเพื่อนพวกนั้นตนจะเป็นคนพูดเอง กฤษไม่ยอมสะบัดหลุดแล้วเดินอ้าวไป
“ไม่จบใช่ไหม...ได้!” เมเปิ้ลวิ่งไล่ไปพลางตะโกน “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก!”
ooooooo
ฝ่ายลินีมองวายุหน้าคว่ำตาเขียว ถามว่าที่อื่นก็มีกาแฟทำไมต้องมากินถึงที่นี่
“ใจมันสั่งว่าให้มากินที่นี่”
ฟังแล้วแทนที่จะพอใจลินีกลับบอกว่าน้ำเน่า อยากจะอ้วกแล้วเบือนหน้าไปแอบขำความขี้เท่อของเขา
วายุตัดสินใจเอาการ์ดแต่งงานในซองให้แต่วางคว่ำไว้ ลินีมองอึ้งถามว่าการ์ดแต่งงานหรือ
“ครับ การ์ดแต่งงานของผม”
ลินีถามว่าเมื่อเขากำลังจะแต่งงานแล้วมายุ่ง กับตนทำไม วายุตอบหน้าตาเฉยว่า “ก็ผมชอบคุณ” เลยถูกลินีที่เข้มงวดเรื่องการกดขี่ทางเพศด่า วายุก็ยังขอโอกาสอีก เลยโดนด่าอีก แต่พอวายุหงายการ์ดแต่งงาน ลินีเห็นชื่อ “ณัฎฐาลินี-วายุบุตร” ก็อึ้ง แต่พาลโกรธอีกหาว่า เขาทำแบบนี้มากไปแล้ว
วายุพยายามจะชี้แจง ลินีพยายามจะแย่งการ์ดไป ยื้อยุดแย่งกันไปมาโดยไม่แคร์สายตาใครเลย
ooooooo
น้ำผึ้งมองพีศทรรตเหวอไม่คิดว่าเขาจะมา หาตน ถามว่าไม่รักแล้วมาทำไม
“ใช่ ผมไม่ได้รักคุณ” น้ำผึ้งถามว่าซักนี๊ดดดก็ไม่รู้สึกมั่งเหรอ “รู้สึกเซ็ง รำคาญ!!” เธอถามว่าแล้วรักล่ะ? เลยโดนด่าว่าแยกชีวิตจริงกับเรื่องแต่งเพื่อความบันเทิงไม่ออกเลยใช่ไหม น้ำผึ้งเหวี่ยงใส่แล้วเดินหนี “น้ำผึ้ง ฉันยังคุยกับเธอไม่จบ”
“แต่ฉันจบ” น้ำผึ้งเดินหนีไปที่ห้องแอโรบิก
พีศทรรตเซ็งแต่ก็ยังตามไป พอเข้าห้องแอโรบิกเห็นสาวๆ แต่งชุดเต้นแอโรบิกพีศทรรตก็มองตาค้าง พวกสาวๆเห็นหนุ่มหล่อมาดดีพลัดเข้ามา ก็ทิ้งสายตาอ่อยกันระนาวเลยถูกน้ำผึ้งชี้หน้าแฉเรียงตัวว่าล้วนแต่มีครอบครัวแล้วบ้างมีคู่บ้าง พีศทรรตเลยจับเธอลากออกไป
สามสาวบนคานทองกับสามหนุ่มก่อเรื่องป่วนไปทั้งฟิตเนส วลัยเห็นแล้วกุมขมับตะโกนถาม
“ทำอะไรก๊านนนนนนน...โอยยยยยยย!!!”
บรรดาสมาชิกในฟิตเนสต่างหยุดเล่นมองดู หนุ่มสาวสามคู่ที่วุ่นวายกันตาค้าง
ooooooo
หลังศึกสงบ วลัยและเป้พาสามหนุ่มสามสาว ไปนั่งร้านกาแฟในฟิตเนส ปรากฏบรรยากาศหวานแหวว พนักงานใส่ผ้ากันเปื้อนปักรูปหัวใจ ถ้วยกาแฟก็มีฟองนมเป็นรูปหัวใจ
สามสาวรู้สึกเอียนกับบรรยากาศนั้น ต่างตกกระไดพลอยโจน ยังไงก็ต้องวางมาดข่มกันไว้ก่อน แต่สำหรับพีศทรรตกับวายุต่างชื่นมื่น จะมีก็แต่กฤษกระซิบถามเมเปิ้ลว่า
“อยากสารภาพกับเพื่อนว่าคุณโกหกเรื่องแต่งงานกับผมก็พูดเลยสิครับ ตอนนี้จังหวะดีมาก”
“แถวบ้านเรียกจังหวะนรก! เงียบไปเลย!!” เธอ จิกลอดไรฟัน
ระหว่างนั้นวายุแจกการ์ดแต่งงานพร้อมเชิญชวนทุกคนไปงานตน กฤษถามเมเปิ้ลอีกว่าถูกเขาแซงหน้าเห็นๆ ยุว่า “ไม่บอกเพื่อนไปล่ะครับว่าคู่เราเป็นคู่รักกำมะลอ” เมเปิ้ลเชิดหน้าลุกขึ้นประกาศกลางวงทันทีว่า
“เอาล่ะ ฉันพาแฟนมาคอนเฟิร์มกับพวกแก เรียบร้อย สรุปฉันไม่ได้มั่วเรื่องที่ฉันจะแต่งงาน แต่ตอนนี้ยังพิมพ์การ์ดไม่เสร็จ เพราะยังไม่ลงตัว เสร็จแล้วจะรีบร่อนมาแจก”
น้ำผึ้งกับลินีไม่ยอมน้อยหน้า ต่างหวานกับคนของตัวเองจนเลี่ยน เสร็จแล้วก็ขนลุกขนพองกับการกระทำของตัวเอง
วลัยจับตาดูเพื่อนทั้งสามแล้วรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจากทุกคน!
ooooooo
เล่นละครกันเสร็จแยกย้ายกันกลับ สามสาวต่างตกอยู่ในความเงียบขรึม สับสน เมเปิ้ลนั่งเงียบไปตลอดทาง จนถึงบ้านกฤษเอ่ยเกรงๆ ว่าอธิบายให้ตนฟังหน่อยได้ไหม
เมเปิ้ลฟิวส์ขาดทันที ระบายออกมาเป็นชุดว่าตนมีเรื่องให้คิดตั้งมากมาย แล้วสาธยายถึงเรื่องงานที่ถูกเพื่อนเลื่อยขาเก้าอี้ ที่สำคัญระบายว่า...
“ตอนนี้คุณย่าก็ดันบังคับให้ฉันแต่งงานกับใครไม่แต่ง แต่งกับเกย์!! แล้วยังมีสงครามประสาทกับนังเพื่อนนรกสองคนนั่น แต่ยังไม่น่าเครียดเท่ากับที่มีเด็ก เมื่อวานซืนอย่างเธอผลุบโผล่ เข้าๆ ออกๆ ในชีวิตทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้อง”
กฤษเดาว่าเรื่องที่ทำให้เธอเครียดที่สุดคือเรื่องแต่งงาน เธอยอมรับว่านั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตนไปขอเขาเป็นแฟน กฤษเลยเดาได้ว่าเธอจะใช้ตนเป็นกันชนเพื่อจะได้ไม่ต้องแต่งงาน
“ใช่ และเหตุผลรองลงมา ฉันยอมรับว่าไม่สามารถยอมรับการเสียหน้ากับนังเพื่อนนรกสองคนนั้นได้”
“แม้ว่าท้ายที่สุดมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คุณหวัง?” กฤษดักคอ
“ใช่...ฉันกับเธอไม่มีทางลงเอยกันได้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ได้ แต่ฉันไม่รู้จะทำไง ตอนนี้ได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนเท่านั้น ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ทำไมจู่ๆ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้ จนฉันสับสนไม่เป็นตัวของตัวเอง”
เมเปิ้ลทรุดอยู่ตรงหน้ารถ กฤษเห็นใจแต่ไม่เข้าไปกวนปล่อยให้เธออยู่กับอารมณ์ของตัวเอง...
ooooooo
ส่วนคู่ของน้ำผึ้งกับพีศทรรต...ทั้งสองไปนั่งในร้านอาหารกันต่อด้วยบรรยากาศตึงเครียด น้ำผึ้งต้องการให้พีศทรรตยืนยันความสัมพันธ์กัน
“เรามาเจรจาทำความตกลงกันว่าด้วยเราสองคนจะยอมเป็นแฟนกันด้วยจุดประสงค์ที่จะเอื้อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” เขาอธิบายจุดประสงค์ของตัวเองว่า “ทำให้คุณแม่ผมเลิกคิดที่จะทำให้ภรรยาเก่ากลับเข้ามาในชีวิตผม ก็ต้องหาผู้หญิงอย่างคุณ ที่บ้าบิ่น ไม่ยอมคนและสตรอเบอรี่เก่งเท่านั้นถึงจะรับมือกับแม่ผมได้”
น้ำผึ้งถามว่าหลอกด่ากันใช่ไหม พีศทรรตเสนอว่าเธออยากได้อะไรตนจะจัดให้ เธอเสนอทันทีว่า
“อยากได้ตัวกับหัวใจคุณ!” ทำเอาพีศทรรตไปไม่เป็นเลย
“ถ้าไม่โอเค ฉันก็ไม่โอเค จบ!” พูดแล้วลุกหนีแต่แอบยิ้ม พีศทรรตจะตาม แต่พอดีพนักงานมาเก็บเงินเขาเลยไปไม่ได้ แต่พอจ่ายเงินเสร็จออกไปก็เจอน้ำผึ้งยืนชมพระจันทร์อยู่ข้างนอก เขาชวนคุยต่อว่า
“บางทีถ้าตัวตนของคุณปราบแม่ผมได้ ผมอาจจะรักคุณขึ้นมา เพราะประทับใจในความแรงของคุณก็ได้นะ” ถามเธอว่า ว่าไง? น้ำผึ้งบอกว่าเอาไงก็เอากันเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว “ดี ตกลงตามนี้ นับจากนี้อีกเกือบ 1 เดือน ถ้าคุณทำให้ผมรักได้ผมจะยอมแต่งงานกับคุณ หยุดที่คุณ คุณจะเป็นความรักครั้งสุดท้ายของผม”
น้ำผึ้งโผกอดพีศทรรตทันทีบอกว่าขอกอดแฟนหน่อยไม่อย่างนั้นข้อตกลงยกเลิก พีศทรรตถอนใจเฮือกใหญ่กับความล้นของเธอ น้ำผึ้งกอดแล้วทำเสียงเคลิ้ม...
“โอวววว... การได้กอดผู้ชายในชีวิตจริงมันดีอย่างนี้เอง...” แล้วระดมสูดกลิ่นหอมจากตัวเขาเป็นบ้าเป็นหลังจนพีศทรรตปรามว่าเยอะไปแล้ว เธอก็ยังไม่ยอมหยุด
บรรดาพนักงานในร้านพากันแอบถ่ายรูปน้ำผึ้งกอดและหอมพีศทรรตกันมือเป็นระวิง หัวเราะกันคิกคัก
ooooooo
กฤษฎาไปส่งเมเปิ้ลถึงบ้านแล้ว เธอถามเขาว่ายอมช่วยตนเพื่ออะไร เพราะไม่ได้อะไรจากงานนี้เลย กฤษจะบอกว่าได้ใกล้ชิด แต่ไม่กล้าเลยเปลี่ยนเป็นบอกว่า “ได้บุญ”
เมเปิ้ลหงุดหงิดกับคำตอบที่ทำให้ตนดูน่าสมเพชนี้ ถามว่าแล้วเขาจะมีปัญหากับแฟนไหม กฤษบอกว่าไม่มี แฟนตนใจกว้าง อายุเท่าตน ทั้งสวยทั้งหุ่นดีเหมือนเธอแต่ตึงกว่า
กฤษยิ่งพูดเมเปิ้ลก็รู้สึกยิ่งแย่ ด่า “ไอ้เด็กบ้า รีบกลับไปเลยไป!”
กฤษยิ้มกริ่ม รู้สึกสนุกและตื่นเต้นตื่นตัวเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ เขาเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี คานทองลินี ยังต่อล้อต่อเถียงกับวายุไม่ได้ข้อยุติ สุดท้ายเธอตัดบทว่า
“ในเมื่อไล่ยังไงคุณก็ไม่ยอมไปฉันก็จะไม่ไล่ อยากรู้จักฉันมากนักใช่ไหม ได้...ฉันจะเปิดประตูให้คุณเข้ามาแต่บอกเลยนะ คุณจะไม่มีวันได้ออกไป!” วายุถามเหวอๆ ว่าหมายความว่าไง ลินีชูการ์ดแต่งงาน “ฉันจะแต่งงานกับคุณตามวันเวลาที่ระบุ โดยจะจดทะเบียนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนถูกส่งเข้าหอ แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณได้ตัวฉัน ฉันจะอยู่กอดทะเบียนสมรสไปเรื่อยๆ”
“เพื่ออะไร”
“เพื่อเงินของคุณไง!”
วายุมองอึ้งพูดไม่ออก ครู่หนึ่งก็ติงว่าคนอย่างเธอหรือจะทำเรื่องอย่างนี้เพื่อเงิน แต่ก็อ่อยว่าถ้าอยากได้เงินเยอะก็ต้องอยู่กับตนนานๆ เชื่อว่าเธอไม่เอาเงินของตนไปทำเรื่องไม่ดีแน่ ที่สำคัญถึงเวลานั้นเธออาจตกหลุมรักตนแล้วก็ได้
“ถ้าวันนั้นมาถึงคุณยังไม่ใจอ่อน ผมสัญญา ผมจะไปจากคุณอย่างถาวร”
พอดีวายุได้รับโทรศัพท์จากสิริมา เขาบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้ แล้วจูงมือลินีออกไปเลย
ooooooo
วายุพาลินีไปที่ผับของตัวเอง ที่นั่นเสี่ยพิภพมารออยู่แล้ว ลินีถามว่าเสี่ยพิภพคือใคร
“เสี่ยพิภพ เจ้าของโรงงานสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ คุณเชื่อไหม ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมากี่รอบ โรงงานแกไม่เคยสะดุ้งสะเทือน”
สิริมาเดินมาหาวายุบอกว่าเสี่ยพิภพรออยู่ วายุจะพาลินีไปด้วย สิริมาติงว่าลินีเป็นคนนอกไม่ควรเข้าไปอยู่ร่วมวงสนทนาด้วย วายุบอกว่าตนตกลงเป็นแฟนกันแล้ววันนี้เอง ลินีบอกว่าตนไม่อยากเสียมารยาทคุยแล้วมีอะไรค่อยมากระซิบกันเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน วายุจึงฝากสิริมาให้ดูแลแฟนตนด้วย แล้วจับมือลินีขึ้นหอมบอกว่าขอพลังหน่อย
สิริมาบอกลินีว่าวายุให้ตนดูแลเธอ ลินีขอที่เงียบๆ หน่อยตนไม่ชอบหนวกหู
“รับรองเงียบแน่ค่ะ” สิริมามองลินีด้วยสายตาคมกริบอย่างมีแผนการอะไรสักอย่าง เธอพาลินีไปที่ห้องทำงานของวายุ พูดกระทบกระแทกข่มกันไปมา แต่เมื่อสิริมาออกไปเธอมองที่ลูกบิดประตู คิดจะแกล้งลินี
เมื่อวายุคุยกับเสี่ยพิภพเสร็จกลับมา สิริพรย้ำกับเขาว่า เรื่องนี้ควรให้คนนอกรู้น้อยที่สุดเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง วายุนึกได้บอกว่าตนเกือบลืมไปแล้ว ถามว่าแล้วลินีอยู่ไหน สิริมาบอกว่ากลับบ้านไปแล้ว
“กลับบ้าน!!” วายุตกใจวิ่งออกไปมองหาลินีแต่ไม่เห็นแล้ว เขาเครียดขึ้นมาทันที
ooooooo
จิลลาร้องไห้อยู่ในห้องครัวบ้านเมเปิ้ล พอเห็นเมเปิ้ลเอาแตงกวาฝานแปะเต็มหน้าเข้าไปในครัวก็แผดเสียงร้องลั่น
“มายืนร้องกรี๊ดๆ อะไรในบ้านฉัน ยัยจิลลาไร้มารยาท!!” คุณย่าดุ
จิลลาบอกว่าผีหลอก เมเปิ้ลบอกว่าตนเอง บ่นพี่สาวว่าชอบโวยวายตลอด คุณหญิงแสนสุขถามว่ามาบ้านตนทำไมค่ำมืดดึกดื่น ถามแล้วดักคอว่า
“ฉันรู้ว่าเธอคงไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วยเวลาคุย อย่าคุยให้มันดึกนัก บ้านนี้ไม่ใช่โรงแรม จะได้เปิดให้คนเข้าออกยี่สิบสี่ชั่วโมง เป็นบ้านผู้ดี” พูดแล้วหันไปทางเมเปิ้ล “ยัยเม ขอทีเถอะ แตงกวานั่นน่ะ จะเอาไปทำอะไรก็ทำซะ อย่ามาถือเล่นอยู่อย่างนี้ น่าเกลียด”
“อ๋อ จะเอามาฝานพอกหน้าค่ะจะได้ตึงๆ”
“เกิดอะไรลุกขึ้นมาพอกหน้าตึงเอง ทุกทีเห็นไปที่ร้านให้เขาทำให้”
“อ๋อ...กว่าจะนัดอีกทีก็อีกหลายวัน หนูอยากตึงทุกวันค่ะคุณย่า”
คุณย่ามองเมเปิ้ลอย่างรู้สึกผิดปกติ มองๆแล้วเดินออกไป พอคุณย่าออกไปปุ๊บ จิลลาก็พูดกับเมเปิ้ลปั๊บ
“เม...ช่วยเค้าหน่อยสิ เค้าไม่รู้จะให้ใครช่วยแล้ว”
“ทุกทีก็เห็นมาหาเค้าคนเดียว ไม่เห็นเคยหันไปหาใคร” เมเปิ้ลพูดอย่างรู้ทัน
ooooooo
พีศทรรตนั่งตรวจและเขียนรายละเอียดการแถลงข่าวอยู่ที่บ้านพลางคุยโทรศัพท์กับน้ำผึ้ง หยอกล้อกันหนุงหนิงประสาคนเพิ่งตกลงรักกัน
จู่ๆ คุณแม่พีศทรรตก็เข้ามาแย่งมือถือไป พีศทรรตตกใจอุทาน “คุณแม่!” น้ำผึ้งได้ยินถามว่าคุณแม่เขาทำอะไรหรือ คุณหญิงกานดาเลยพูดใส่มือถือกับน้ำผึ้งเสียงเครียดว่า
“ช่วยกรุณาเอาตัวเธอหนีไปให้ไกลจากลูกชายฉัน อย่ามาใช้จริตจะก้านหลอกล่อให้ลูกชายฉันต้องตกหลุมปลักจมกับผู้หญิงอย่างเธอ ปินัทธา!”
น้ำผึ้งอึ้ง พูดไม่ออก ส่วนคุณหญิงพูดเสร็จก็ส่งมือถือคืนให้พีศทรรตแล้วเดินเชิดออกไป
พีศทรรตมองตามแม่ ถอนใจ...หนักใจ...
ooooooo










