ตอนที่ 2
ที่มุมหนึ่งในโรงแรม เมเปิ้ลเห็นน้ำผึ้งกับลินีเดินมาก็พรวดออกไปขวาง ถามว่ามาชนตนทำไม
“จะทำไม มันอิจฉาชุดแกน่ะสิ มันขี้อิจฉามาตั้งแต่ไหนแต่ไรจำไม่ได้เหรอ” ลินีตอบแทน น้ำผึ้งโต้ลินีว่า
“ฉันเหรอขี้อิจฉา พวกแกต่างหากที่ขี้อิจฉา พอเห็นฉันมีแฟน ซึ่งผู้หญิงที่เย่อหยิ่งจองหอง ไม่เคยเห็นหัวใครอย่างแกเมเปิ้ลไม่มีทางมี แกเลยใส่ร้ายว่าเขานอกใจ จะให้ฉันเลิกกับเขา เพราะไม่อยากให้ฉันมีแฟนกลัวตัวเองจะน้อยหน้า”
เมเปิ้ลถามว่าโรคจิตหรือเปล่าตนไม่เคยคิดว่าจะต้องน้อยหน้าเธอเพราะตนมีทุกอย่างดีกว่าเธออยู่แล้ว ผู้ชายไม่ใช่สาระสำคัญในชีวิตเลย ถูกลินีด่าว่าชอบข่มคนอื่นอยู่เรื่อย นิสัยเสียไม่เลิก
“ฉันไม่ได้ข่ม ฉันพูดในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันผิดด้วยเหรอที่ไม่ได้เกิดมาขาด แกก็ดีแต่ว่าคนอื่น ตัวเองเป็นนางฟ้านักรึไง” เมเปิ้ลด่าสวนทันที ลินีโต้ว่าตนไม่ใช่นางฟ้าแต่ไม่เคยสร้างปัญหาให้คนอื่น แล้วบ่นว่าทำไมต้องมาพูดเรื่องนี้กันอีก
น้ำผึ้งโต้ว่าเพราะพวกเธอจะได้เลิกยุ่งกับตนเสียทีไง เมเปิ้ลตัดบทว่าจบงานนี้ตนก็ไม่ยุ่งกับใครอีกแล้วสบายใจได้
“จำไว้นะ ฉันปั้นหน้ายิ้มให้พวกแกเพื่อวลัย” ลินีพูดใส่หน้า น้ำผึ้งเสริมทันทีว่าตนก็เหมือนกัน
เมเปิ้ลทบทวนเรื่องราวได้แล้วอารมณ์จึงสงบลงขอไวน์อีกแก้ว กฤษติงว่าอย่าเลย ก็ถูกดุว่าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าขัดคำสั่งผู้ใหญ่ กฤษสวนไปตามเคยว่าตนไม่ใช่เด็กแล้วพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตา พอเห็นเธอสะอึก เขาจึงไปเอาไวน์อีกแก้วให้ตามคำสั่ง
ระหว่างที่กฤษไปหยิบไวน์นั่น เมเปิ้ลฟุบหน้ากับโต๊ะปวดใจจนน้ำตาซึมเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ
ooooooo
ที่อีกมุมหนึ่ง พีศทรรษนั่งอยู่กับน้ำผึ้ง ถามว่าจะคุยกันได้หรือยัง เธอตอบห้วนๆ ว่าไม่มีอารมณ์
“งั้นผมขอฉีกสัญญาที่คุณเซ็นๆไว้กับผมโทษฐานหนีกองถ่ายโดยไม่มีเหตุผล ผมอาจถูกฟ้องร้อง” พูดแล้วถาม “มีอารมณ์ขึ้นมาหรือยัง” น้ำผึ้งท้าว่าจะทำอะไรก็ทำเลย “คุณนี่มันคงจะเข้าวัยทองเร็วกว่ากำหนด สะเทือนใจที่ตัวเองยังอยู่บนคานใช่ไหม”
ไม่ว่าพีศทรรษจะยั่วอย่างไร น้ำผึ้งก็ไม่สะดุ้งสะเทือนบอกว่าพูดยังไงก็ไม่เจ็บ
“ไม่แปลกใจเลยพับผ่า ทำไมคุณถึงไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีข่าวกับผู้ชายคนไหนตั้งแต่เข้าวงการมา” น้ำผึ้งบอกว่ามี แต่ไม่สน “ไม่ใช่หรอก มี แต่พอเขาทำความรู้จักสนิทสนมกับคุณเข้าจริงๆคงหนีกันหมดเพราะนิสัยตรงข้ามกับหน้าตา” น้ำผึ้งพูดหน้าตาเฉยว่า ขอบคุณที่ชม
พีศทรรษอ่อนใจ บอกว่าอยู่กับเธอก็ดี เดาอารมณ์ไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะมาแบบไหน ทำเอาตนเลือดสูบฉีดได้ตลอดเวลายิ่งคุยกันพีก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก จนน้ำผึ้งบอกให้พอเถอะตนคุยไม่รู้เรื่องยังจะนั่งคุยอยู่ได้ ตัดบทว่า
“วันนี้เพื่อนแต่งงาน ไม่คุยเรื่องที่ไม่สบายใจ เงียบนะ ขอร้อง”
พีศทรรษถึงกับกุมขมับ น้ำผึ้งเหล่อย่างสะใจที่ได้ยียวนกวนประสาท แล้วตัวเองก็นั่งซึมต่อ
ooooooo
ลินียืนมองวลัยจูงมือกับเป้ต้อนรับแขกก็มีความสุขไปกับเพื่อนด้วย วายุเดินมาหยุดข้างหลัถามว่า
“ไม่มีเป็นของตัวเองสักคนล่ะ” ลินีตกใจหันถามว่ายังอยู่อีกหรือ “ก็คุณยังไม่กลับ”
ลินีบอกว่าไม่เกี่ยวเพราะตัวไม่ได้ติดกัน แต่วายุอยากติด ถูกลินีเสียงเข้มว่าพูดแบบนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน
“ผมหมายถึงผมมาส่งคุณแล้วต้องรับกลับ นี่คือคติของผม ถ้าร่วมหัวจมท้ายกับใครแล้วก็ต้องทำให้จบ” วายุพูดเป็นนัย พอถูกซักก็ลื่นเป็นปลาไหลว่า “รถคุณเสีย ดื่มแอลกอฮอล์ ปล่อยให้กลับบ้านคนเดียวได้ไง ผมต้องไปส่งที่บ้าน”
“ฝัน! กลับไปบริหารธุรกิจค็อกเทลเลานจ์ไฮโซที่เป็นฉากบังหน้าตัวเองเถอะไป”
ลินีจะเดินหนีแต่สะดุดเท้าตัวเองเซหงายหลังวายุรับไว้ทัน แต่สัญชาตญาณตกใจทำให้เธอป้องกันตัวพลิกบิดข้อมือและแขนของวายุจับกดกับพื้น แขกในงานพากันมองตกใจ วายุโวยว่าตนช่วยรับเธอไว้แท้ๆ แต่ตอบแทนกันแบบนี้หรือ ลินีขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อยแล้วบอกให้เขาลุกขึ้น
“คุณทำผมเจ็บ ผมไม่มีแรงลุก ช่วยหน่อย” วายุเล่นแง่ส่งมือให้ ลินียิ้มเยาะว่าตนไม่หลงกล แล้วเดินไปเลย วายุเลยต้องลุกเองแต่ทำให้เขาสนใจผู้หญิงแปลกๆ ห้าวๆ คนนี้มากยิ่งขึ้น
ooooooo
ดีเจในงานเปิดเพลงให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมสนุกกับแขก เป็นเพลงบรรยายความรู้สึกของคนโสดที่อยากมีคู่ ดีเจประกาศอย่างครื้นเครงว่า
“ใครยังอยู่บนคาน ขอเสียงหน่อยเร้วววว...” ทุกคนเงียบมีแต่เมเปิ้ล น้ำผึ้งและลินีที่เผลอชูแก้วส่งเสียงให้ ดีเจอวยพรว่า “ ก็ขอให้ลงจากคานเร็วๆ อย่ารอช้า ถ้าอยากสนิทกับใครก็สะกิดกันเลย!!”
พอดีเจเปิดเพลง เมเปิ้ลถึงกับกรี๊ดบอกว่าเพลงนี้ตนชอบ กฤษหันมองอมยิ้ม ชวนออกไปแจมกับเพื่อนเธอกันไหม เมเปิ้ลทำคอแข็งถามว่าตนเป็นเจ้านายเขากล้าชวนไปเต้นหรือ กฤษถามอ้อนๆว่าตกลงไม่ไล่ตนออกแล้วใช่ไหม
“ถ้ายังไม่หยุดทำตัวน่ารำคาญ จะไล่ออกเดี๋ยวนี้”
“คนอื่นว่าผมน่ารัก มีแต่คุณที่ว่าผมน่ารำคาญ”
พอดีเพื่อนเก่าของเมเปิ้ลสองคนที่ไม่เจอกันนานเดินมาทัก เมเปิ้ลจำไม่ได้แต่ปากไวทักว่านึกว่าเป็นแม่ใครเสียอีก ทำเอาเพื่อนทั้งสองหน้าเจื่อน กฤษช่วยพูดแก้ให้ว่า
“พอดีคุณเมเปิ้ลไม่ค่อยสบายน่ะครับ เวียนหัว ตาพร่า แกเลยมองหน้าใครไม่ค่อยชัด”
เพื่อนเลยจิกคืนว่าสงสัยสายตายาว เมเปิ้ลฉุนหันใส่กฤษว่า “ชงทำไม!” เพื่อนทั้งสองที่มีครอบครัวแล้วเลยแสดงเจตนาดีแต่แอบจิกกัดว่า อายุสามสิบห้ายังไม่ได้แต่งงาน ระวังมดลูกหน้าอกไม่ได้ใช้งานนานความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง อีกคนบอกว่าได้ข่าวว่าเขาจะเก็บภาษีคนโสดเพิ่ม แล้วคุยกันเองกระทบเมเปิ้ลอย่างมันอารมณ์ว่า ไม่น่าเชื่อ สมัยเรียนนึกว่าเธอสามคนน่าจะขายออกก่อนใคร ที่ไหนได้คนอื่นไปกันหมดแล้วเหลือแต่พวกเธอ สงสัยจะจองคานถาวรแหงๆ
เมเปิ้ลทนไม่ไหวเดินดุ่มๆ ไปที่บูธดีเจ ผ่านน้ำผึ้ง พี ลินี และวายุไป ทุกคนมองสงสัยว่าเธอจะไปทำอะไร
ปรากฏว่าเมเปิ้ลไปแย่งไมค์จากดีเจสั่งให้ปิดเพลงแล้วประกาศบอกชื่อเสียงเรียงนามตัวเอง แจ้งแก่แขกในงานว่า
“คืนนี้เพื่อนดิฉัน ภัทรวลัยก็ลงจากคาน มีสามีที่น่ารักและแสนดี ทำให้ดิฉันหมดห่วง ต่อไปก็ตาดิฉันที่ขอประกาศว่า ขอเรียนเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคนไปงานแต่งงานของดิฉันในอีก 1 เดือนนับจากนี้ไป”
น้ำผึ้งกับวลัยต่างไม่เชื่อเพราะเมื่อเมเปิ้ลยังไม่มีแฟนแล้วจะแต่งกับใคร เมเปิ้ลประกาศต่อทันทีว่า
“แน่ะ! เพื่อนดิฉันสงสัยว่าดิฉันจะแต่งงานได้ยังไงในเมื่อยังไม่มีแฟน มี้!! มีสิคะ จะแต่งงานมันต้องมีแน่ ซึ่งดิฉันเก็บเงียบเอาไว้ไม่เคยบอกใคร คืนนี้จึงขอประกาศเปิดตัวซะเลย ขอไฟด้วย!!”
พอไฟสว่างพรึ่บ เมเปิ้ลก็ควงกึ่งลากกฤษฎามายืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางงาน ประกาศอย่างสุดซ่าว่า
“มีแฟนเด็กด้วยล่ะทุกคน ฮิ้ววววว!!!”
ไก่อ่อนกฤษฎายืนตัวแข็งทื่อ พีกับวายุมองหน้ากันงงๆ เพราะเมื่อตอนมางานกฤษฎากับเมเปิ้ลยังเป็นเจ้านายกับลูกน้องกันอยู่เลย!
ooooooo
เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองไม่เชื่อ เมเปิ้ลแสดงให้ดู สั่งกฤษฎาให้จูบตน กฤษฎาตกใจติงว่า ไม่ดีมังครับ
“เห็นไหม ผู้ชายดีๆ ที่ปกป้องรักษาเกียรติผู้หญิงแบบนี้ ผู้หญิงไหนๆ ก็ต้องใจอ่อนหลงรัก และยอมแต่งงานด้วยทั้งนั้นแหละ ขอบใจนะจ๊ะ เบ๊บ” แล้วเมเปิ้ลก็หอม กฤษฎาจ๊วบใหญ่ กฤษงุนงงเงอะงะทำอะไรไม่ถูก เลยถูกเธอแอบหยิกขู่เบาๆ ว่า “ไม่ต้องพูด ฉันพูดเอง ไม่งั้นไล่ออก”
แล้วเมเปิ้ลก็เยาะเย้ยถากถางลินีกับน้ำผึ้งว่าตนเคยพูดไว้ว่า “ฉันคือคนที่จะแต่งงานก่อนพวกแกทุกคน!!”
เมื่อสองสาวถูกเพื่อนหักหน้ากลางงานเช่นนี้ เลยรุมกันตลบหลังว่า ตนทั้งสองก็มีแฟนแล้วและจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเหมือนกัน วลัยรู้นิสัยเพื่อนทั้งสามดี เดินแทรกกลางเข้ามาพูดว่า ตนสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ชื่อว่าแปลกๆ แต่ดีเจชิงประกาศอย่างตื่นเต้นขึ้นว่า
“ประกาศสละโสดกันเรียบร้อยแล้ว แสดงความยินดีกับทุกคู่ทุกหมู่เหล่าด้วยครับ มอบเพลงนี้ให้เลย สำหรับความรักที่เบ่งบานกลางหัวใจทุกดวง”
เพลงโรแมนติกดังขึ้น ทุกคนกรี๊ดกันสุดสวิง เมเปิ้ลกับน้ำผึ้งเตรียมชิ่งแต่ไม่ทัน พีลากน้ำผึ้งไปทางหนึ่ง และกฤษก็หิ้วเมเปิ้ลไปอีกทาง แม้วลัยจะออกไปเต้นรำกับเป้แต่ใจไม่เป็นสุขเพราะห่วงเพื่อนที่ชิงกันประกาศสละโสดทั้งที่ยังไม่เห็นใครมีแฟนเลยสักคน!
วายุลากลินีไปถามว่าเธอมีแฟนแล้วหรือ ลากแรงไปหน่อยพอหยุดหันมาเธอเลยถลำเข้าซบอกเขาเต็มๆ วายุกลับเป็นฝ่ายตกใจขอร้องอย่าเพิ่งจับตนทุ่มเพราะยังเจ็บซี่โครงอยู่เลย ลินีกลั้นขำไม่อยู่ วายุเห็นเธอหัวเราะเลยยิ้ม ต่างสบตากันค้าง
พอรู้สึกตัวลินีผละออกแล้วเดินหนี วายุตามไปแต่ไม่เจอเพราะเธอหลบมุมจนเขาเดินผ่านไปแล้ว เธอพูดเยาะว่า
“ฉันไม่มีทางตกเป็นเหยื่อของคุณเด็ดขาด!”
ooooooo
ส่วนพีลากน้ำผึ้งออกไปถามว่ามีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมตนไม่รู้เรื่อง น้ำผึ้งบอกว่าเขาจะไปรู้ได้ยังไงในเมื่อตนก็เพิ่งรู้เมื่อกี๊นี้เอง ยอมรับว่าตนไม่ยอมให้เมเปิ้ลมาหักหน้าเลยประกาศไปอย่างนั้น บอกให้เขาช่วยหาให้หน่อยได้ไหม
“เอ๊ะ หรือว่าคุณดี หย่าแล้วนี่ แต่ไม่เอาพ่อม่ายลูกติด ฉันเกลียดเด็ก แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับเพื่อนฉันนะ ไม่งั้น...ฉันจะ”
“คุณเป็นผู้หญิงที่ไร้สติที่สุดที่ผมเคยรู้จัก เรื่องเก่ายังไม่ทันได้แก้ข่าว ก็สร้างเรื่องใหม่ให้ผมต้องปวดหัว พรุ่งนี้คลิปที่คุณประกาศว่าจะแต่งงานจะต้องว่อนอยู่ในอินเตอร์เน็ต”
น้ำผึ้งท้าว่าไม่แคร์จะไล่ตนออกเลยก็ได้ แต่พอถูกพีถามว่าแน่ใจหรือว่าไม่แคร์ แล้วยกผลเสียจากการกระทำ ของเธอขึ้นมาชี้ให้เห็นว่า เธออาจถูกนักข่าวรุมประณามกระทั่งฝังเธอจมดินไม่ได้ผุดได้เกิดในวงการที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอเลยก็ได้ น้ำผึ้งได้สติบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะแถลงข่าวว่าตนเป็นคนฉีกสัญญากับเขาเอง เขาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน
พูดแล้วน้ำผึ้งผละไปทันที พีศทรรษจะตามแต่มือถือเขาดังขึ้นก่อน เป็นสายจาก “ที่บ้าน” เขารับสายบอกว่ากำลังจะกลับเดี๋ยวนี้ แต่รีบเดินตามน้ำผึ้งออกไป
กฤษฎาดูแลเมเปิ้ล เธอเมาจนนั่งหลับ เขาจึงจับเอนมาพิงไหล่ให้หลับสบาย นึกสนุกขึ้นมาจับหน้าเธอเชิดหยิ่งตามแบบของเธอแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่น
ooooooo
แต่หลังจากสามสาวประกาศเอาชนะคะคานกันว่าจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าแล้ว ต่างก็ตกอยู่ในความทุกข์กังวล เพิ่งรู้สึกตัวว่าปากพาเดือดร้อนแท้ๆ!
สามสาวต่างนึกถึงเรื่องในอดีตที่ทำให้พวกตนที่เคยแซ่บด้วยกันตลอดมาถึงกับความสัมพันธ์ขาดสะบั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย...
เวลานั้นน้ำผึ้งรักอยู่กับโจ้ แต่เมเปิ้ลกับลินีจับได้ว่าโจ้มีกิ๊กจึงบอกน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งกลับมองว่าเพื่อนอิจฉาที่ตนมีความสุข จนทะเลาะกันใหญ่โตถึงขนาดเลิกคบกัน น้ำผึ้งประกาศในวันนั้นว่า
“ต่อไปนี้ ฉันจะไม่อยู่ให้นังเมเปิ้ลกดหัวให้อยู่ต่ำกว่ามัน ฉันจะไม่ทนให้นังลินีมันมาคอยสาระแนเรื่องของฉัน ฉันจะไม่ทนฟังนังวลัยคาบข่าวเอาเรื่องฉันไปนินทาลับหลัง โจ้คือคนที่ฉันไว้ใจและไม่มีทางหักหลังฉันเหมือนพวกแก ฉันคือคนแรกที่จะแต่งงานให้ผู้หญิงมีปัญหาอย่างพวกแกผิดหวัง!”
ครั้งนั้น เมเปิ้ลกับลินีก็แตกคอกันเมื่อเมเปิ้ลตำหนิลินีว่าไปยุ่งกับเรื่องของน้ำผึ้งมากไป ลินีโต้ว่าตนทนเห็นเพื่อนตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลวๆไม่ได้ ขอร้องเมเปิ้ลอย่าโยนความผิดให้ตนคนเดียวเลย ด่าเมเปิ้ลว่า
“นิสัยตัวเองไม่ผิด คิดไม่เคยพลาดเนี่ย เลิกสักทีเถอะ ฉันเบื่อ!”
“ฉันก็เบื่อที่แกสาระแนไปยุ่งกับครอบครัวชาวบ้าน ในเมื่อไม่มีผู้ชายคนไหนดี เกลียดนักก็ไปบวชชีซะ”
วลัยเห็นเพื่อนเคืองกัน เตือนสติเพื่อนว่า
“แต่ฉันไม่เคยเบื่อพวกแกนะ ไม่มีใครนิสัยดีไม่มีข้อเสียหรอก พวกเราเป็นมนุษย์ พวกเรากลม...”
วลัยพูดไม่ทันจบก็ถูกเมเปิ้ลกับลินีตวาดให้เงียบไปเลย แล้วด่าว่า “เชิญแกอยู่ในโลกของความเห็นแก่ตัว สนใจแต่เรื่องของตัวเองไปเถอะ หึ...นังน้ำผึ้งมันคิดถูกอยู่อย่างเดียว ผู้หญิงอย่างแกไม่มีใครเอา”
“ฉันนี่แหละที่จะประกาศแต่งงานก่อนพวกแกทุกคน!” เมเปิ้ลข่ม ลินีไม่ยอมประกาศว่าข้ามศพตนไปก่อนถ้าจะทำอย่างนั้น เมเปิ้ลพูดใส่หน้าลินีว่า “งานศพแก ฉันไม่มีทางไปเผาผี!”
ทั้งเมเปิ้ลและลินีต่างสะบัดหน้าใส่กันแล้วหันหลังเดินแยกกันไป วลัยอึ้ง เหวอ ได้แต่ร้อง...
“เฮ้ยยยยยยย!!! อะไรวะเนี่ย!!!”
แต่นั้นมา ความสัมพันธ์ที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก็พังทลายไม่มีชิ้นดี!
ooooooo
น้ำผึ้งคิดถึงอดีตแล้วร้องไห้โฮออกมาจนทุกคนตกใจ
เมเปิ้ลหายเมาลงจากรถจะขับเอง กฤษถามว่าเธอยอมรับความจริงไม่ได้ถึงกับต้องโกหกทุกคนว่ามีแฟนแล้วทั้งๆ ที่ไม่มีหรือ เมเปิ้ลถามว่าเขาอายุเท่าไหร่ พอรู้ว่ายี่สิบห้าก็ปรามาสว่าอีกนานกว่าจะเข้าใจชีวิต กฤษติงว่าเธออายุมากกว่าตนสิบปีแต่ก็ไม่เห็นเธอเข้าใจชีวิตมากกว่าตน ถามว่าหลังจากคืนนี้ตนยังเป็นลูกน้องเธอควบตำแหน่งแฟนกำมะลอต่อหน้าเพื่อนเธอเพื่อป้องกันการเสียหน้าหรือเปล่า
เมเปิ้ลนิ่ง กฤษถามว่าถ้าตนเป็นแฟนกำมะลอของเธอไม่ได้ล่ะ?
“ก็ตามใจเธอ แต่ถ้าความลับเรื่องนี้ถึงหูนังเพื่อนตัวร้ายของฉันว่าฉันอุปโลกน์เธอให้เป็นแฟนฉัน ฉันฆ่าเธอแน่ ไม่เชื่อคอยดู!” พูดแล้วกระชากรถขับออกไปเลย กฤษฎามองตามอย่างนึกสนุกกับการได้ใกล้ชิดสาวที่ทั้งแสบและแซ่บคนนี้
ooooooo
พีศทรรตกลับถึงบ้านก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่า ธัญรดาเมียที่แม่หามาให้แต่หย่ากันแล้ว เธอนัดจะพาญาดาลูกที่เขารักปานดวงใจไปเที่ยวแล้วมาช้าปล่อยให้ลูก รอจนหลับ
พีศทรรตกับธัญรดาทะเลาะกันรุนแรง แต่เมื่อธัญรดาจะกลับกานดาแม่ของพีมาเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องจะคุย ไล่พีให้ไปดูแลลูกบอกว่า เมื่อกี๊เห็นหลานนั่งแอบดูพ่อกับแม่ทะเลาะกัน
เมื่อพีไปหาญาดา เจอลูกกำลังอาละวาดกับแต้วพี่เลี้ยงร่ำร้องจะไปหาแม่ พีบอกลูกว่าแม่คุยกับย่าอยู่คุยเสร็จจะมาหา ปลอบโยนให้เงียบเสีย
กานดาหว่านล้อมให้ธัญรดากลับมาคืนดีกับพีศทรรต เธอไม่เชื่อว่าเขาจะรักตน กานดาขอให้เธออย่าวู่วาม ถ้าเธอทำให้เขาเห็นว่าเธอเป็นแม่ที่ดีได้ เขาอาจจะเปิดใจและรักเธอได้ไม่ยาก ย้ำว่า “หนูมีโอกาสครั้งที่สองแล้ว” แต่ธัญรดาไม่มั่นใจ
ลินีได้รับช่อดอกไม้ป่า พอเห็นการ์ดที่ติดมาด้วยเขียนว่า “ผมจริงใจนะ...วายุบุตร” ลินีก็งุนงงแกมฉุนว่ารู้ชื่อกับนามสกุลจริงของตนได้ไง แต่ก็อดใจเต้นตึ้กตั้กไม่ได้
แต่พนมพ่อของวายุผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจกลางคืน เขากำลังสนใจเรื่องที่วายุถูกลินีฟ้องกรณีลวงเด็กสาวไปขายบริการ เขาเตือนวายุว่าให้ระวังตัวด้วย เรายังไม่รู้ว่าใครคือคนบงการ มันอยู่ในที่มืด สิริมาเสนอว่าควรหาทางเคลียร์กับทนายความของมูลนิธิฟ้าหลังฝนว่าธุรกิจของเราไม่เคยมีเบื้องหลัง
พนมถามวายุว่าเคยทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่าถึงได้ตามจองล้างจองผลาญ วายุบอกว่าตนไม่เคยทำร้ายผู้หญิง พนมสรุปว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นพวกมองโลกในแง่ร้าย ใจแคบ ยืนยันว่า
“เราทำธุรกิจสร้างความบันเทิงให้คนกลางคืน ภาพลักษณ์อาจดูไม่ดีนัก แต่ไม่ได้แปลว่าเลว เพราะเราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป๊าไม่ชอบคนคิดแบบนี้”
สิริมายิ้มพอใจเพราะรู้ดีว่าวายุกำลังสนใจลินี ในขณะที่วายุเอง เมื่อคิดถึงลินีแล้วก็หนักใจ
ooooooo
เมเปิ้ลที่เพิ่งประกาศกลางงานแต่งของวลัยว่าอีกหนึ่งเดือนตนจะแต่งงาน กำลังถูกคุณหญิงแสนสุข ผู้เป็นย่าหมายตาให้จับคู่กับตรัยคุณ ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวพจน์ทายาทของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่
วันนี้คุณหญิงแสนสุขนัดเจ้าสัวพาตรัยคุณมาดูตัวกัน ทั้งสองแทบจำกันไม่ได้เพราะตรัยคุณไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็กและเพิ่งกลับมาเพราะเจ้าสัวจะปลดเกษียณและให้เขามาดูแลธุรกิจแทน
คุณหญิงแสนสุขชื่นชมตรัยคุณที่เป็นลูกว่ามีแต่ทำให้พ่อแม่สบายใจ ตรัยคุณพูดอย่างภูมิใจว่า
“ครับคุณหญิงย่า ผมถึงไม่ยอมแต่งงานกับใครนอกจากคนที่คุณพ่อคุณแม่เห็นชอบเท่านั้น”
พอเมเปิ้ลลงมา คุณหญิงแสนสุขก็เรียกไปบอกว่าเจ้าสัวพจน์ คุณเบญ และตรัยคุณมา ถามว่าจำตรัยคุณได้ไหม ตรัยคุณยิ้มให้ เมเปิ้ลรู้สึกคุ้นหน้า เพราะคืนหนึ่งเธอเคยเห็นเขาออกจากผับเกย์กับเพื่อนชาย เธอมองหน้าเขาจนคุณหญิงแสนสุขถามว่าทำไมจ้องหน้าพี่เขาอย่างนั้นล่ะ
“คุ้นหน้าจังเลยค่ะ เหมือนเคยเจอ...” ตรัยคุณถามว่าเจอที่ไหนหรือ เมเปิ้ลตอบตรงเผงว่า “ผับเกย์”
ตรัยคุณอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วหัวเราะร่าบอกเจ้าสัวว่าวันนั้นตนไปกับปีเตอร์ เจ้าสัวจำได้ว่าปีเตอร์เป็นคู่ค้าของเรา ตรัยคุณบอกว่าปีเตอร์เป็นเกย์ ทำให้คุณหญิงแสนสุขถึงกับถอนใจโล่งอก ส่วนเมเปิ้ลมองตรัยคุณด้วยสายตาคมกริบจนเขาต้องยกน้ำจิบแก้เก้อ
เมื่อไปนั่งคุยกันที่มุมหนึ่งในบ้าน แม้ตรัยคุณจะพยายามแอ๊บแมนแต่ก็เผลอกระดกนิ้วก้อยขณะยกถ้วยกาแฟดื่ม เลยถูกเมเปิ้ลพูดตรงจนเขาสำลักกาแฟว่า ผู้ชายที่เป็นโสดจนอายุสี่สิบกว่าไม่เป็นเกย์ก็อยากละทางโลก
ตรัยคุณปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอตั้งข้อสังเกต เมเปิ้ลบอกว่าถ้างั้นก็เป็นแบบที่สาม ตรัยคุณยืนยันว่าตนเป็นโสดเพราะยังไม่เจอเนื้อคู่ แล้วเปลี่ยนเป็นย้อนถามว่าเธอก็ยังเป็นโสดไม่มีใครมาจีบบ้างหรือ
มือถือของเมเปิ้ลดังขึ้น เธอขอโทษแล้วกดเปิดข้อความ ปรากฏคลิป “ก๊วนคานทองประกาศแต่งงาน” เป็นภาพเธอประกาศแต่งงานกับกฤษฎา เธอตกใจตาค้าง จนตรัยคุณมองแปลกใจ
ooooooo
น้ำผึ้งดื่มจนเมาไปนอนแทรกกลางคู่บ่าวสาวในคืนส่งตัวเข้าหอ ทั้งยังละเมอด่าโจ้ว่าไอ้หน้าปลวก พอถูกวลัยถามว่าเลิกกับโจ้เพราะอะไร ก็ตะแบงไปว่าคนมันละเมอพูดพล่ามไร้สาระไปอย่างนั้นเอง
วลัยไม่เชื่อ พอดีมีโทร.เข้ามือถือน้ำผึ้ง วลัยถามว่าแฟนเหรอ น้ำผึ้งถามงง ๆ ว่า “ใคร! แฟนฉัน??” วลัยเลยฟันธงว่าน้ำผึ้งโกหกเรื่องแฟนที่จะแต่งงานกันในอีก 1 เดือนข้างหน้า พอดีมีโทร.เข้ามาอีก น้ำผึ้งเลยตีขลุมโมเมว่าเป็นแฟนรับสายทักทาย แล้วรีบออกไปเลย
ที่แท้เป็นสายจากพีศทรรตโทร.มาเรียกให้ออกไปคุยเรื่องเธอฉีกสัญญากับทางบริษัท เธอเล่นตัวว่าไม่มีอะไรจะคุย พอเขาขู่ว่าจะเรียกค่าเสียหายห้าสิบล้าน น้ำผึ้งตกใจถามว่าแล้วจะให้ไปเจอกันที่ไหน
ฝ่ายลินี ผอ.เห็นคลิปประกาศแต่งงานก็อนุญาตให้เธอลาพักได้เพื่อไปหาคนที่ส่งดอกไม้ให้ได้ทันเวลาที่ประกาศไว้ ลินีบอกกุ๊งกิ๊งว่าตนแยกไม่ออกว่าเวลาไหนทำงานเวลาไหนพักผ่อนเพราะสิ่งที่ทำทุกวันน้ีคือชีวิตที่ลงตัว
“แน่ใจเหรอ ว่านี่คือชีวิตที่ลงตัวของพี่จริงๆ” กุ๊งกิ๊งถาม
“อะไรที่ทำให้เธอคิดว่าพี่ไม่ควรแน่ใจ พี่ไม่อยากมีใครมาแบ่งเวลาไปจากการทำงานที่พี่รัก” กุ๊งกิ๊งดักคอว่าเธอไม่อยากมีใครเพราะกลัวเจ็บต่างหาก กลัวเพราะมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในอดีต แต่ไม่ใช่ทุกคนจะต้องเจอในสิ่งที่เธอเคยเจอ
“เอาเถอะ อย่าคุยเรื่องนี้เลย พี่มีเรื่องต้องไปสะสางกับคนที่ทำให้ ผอ.คิดว่าพี่ควรจะลาพักร้อนแล้วไปหาเขา” ลินีตัดบทมองช่อกุหลาบป่าในมืออย่างคิดแค้น
ลินีเอาดอกไม้ป่าช่อนั้นไปที่ออฟฟิศของวายุ พอเจอก็เอาดอกไม้คืนให้ สิริมาเห็นวายุมีแขกจึงขอตัวออกไป บรรดาพนักงานพากันซุบซิบว่าเธอคือผู้หญิงในคลิปก๊วนคานทองประกาศแต่งงาน สิริมาดูคลิปแล้วถึงกับใจสั่น
ลินีเอาช่อดอกไม้ป่ามาคืนให้แต่วายุไม่รับคืนถือว่าให้แล้วเธอจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ลินีเลยโยนลงถังขยะ วายุดักคอว่าถ้าเธอคิดจะทิ้งก็คงไม่ต้องเอามาทิ้งถึงที่นี่ ที่มานี่เพราะอยากเห็นหน้าตนมากกว่า พอลินีจะกลับ วายุถามว่า รถเสียจะกลับยังไง
พอดีวลัยที่ไม่เชื่อว่าเพื่อนๆ มีแฟนและประกาศจะแต่งงานในอีก 1 เดือนเหมือนกัน เลยนัดทุกคนมา
พบกันอ้างว่าเพื่อขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว ระบุให้ทุกคนพาแฟนที่จะแต่งงานมาด้วย มิฉะนั้นจะถือว่าเพื่อนโกหก!
วลัยโทร.มานัดลินีพอดี ลินีคอแข็งขึ้นมาทันทีถามว่าใครบอกว่าตนโกหก พรุ่งนี้จะพาแฟนไปให้พรรคพวกดูตัว แต่พอวางสายแล้วก็ถามตัวเองว่า
“แล้วฉันจะหาใครมาเป็นแฟนทันเนี่ย พรุ่งนี้เนี่ยนะ...โอยยยยย”
“พรุ่งนี้ผมว่างนะ คุณลินี คนไม่มีแฟนแต่โกหกว่ามี” เสียงวายุลอยเข้ามา
“คุณ!!!” ลินีตกใจแต่ก็เห็นทางออกและความหวังรำไรขึ้นมา
ooooooo
น้ำผึ้งไปพบพีศทรรตที่ร้านกาแฟในห้าง พอเจอกันเขาถามทันทีว่า ยังอยากทำงานในวงการอยู่ไหม น้ำผึ้งย้อนถามว่าถ้าไม่ทำแล้วจะเอาอะไรกิน
เมื่อน้ำผึ้งยังอยากทำงาน พีเสนอว่าเราต้องร่างสัญญาแนบท้ายกันว่าห้ามทำตัวเหวี่ยงไม่ว่ากับใคร ห้ามไปที่สาธารณะแล้วให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไรก็ตามที่ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากตน พอน้ำผึ้งอึ้ง พีพูดเหมือนอบรมว่า
“น้ำผึ้ง เราทำงานด้วยกันมานาน ผมรู้จักคุณดี คุณเป็นคนที่มีฝีมือและวินัยสูงมาก คุณเกิดมาเพื่อเป็นศิลปินแต่อาชีพคุณกำลังจะพังเพราะความขี้อิจฉา อารมณ์ร้อนซึ่งแก้ไม่หายของคุณ”
การเจอกันครั้งนี้ น้ำผึ้งตกใจเมื่อรู้ว่าพีศทรรตมีภรรยาและลูกสาววัย 7 ขวบแล้ว เขาให้ญาดาอยู่กับคุณแม่ตัวเองแยกมาคุยกับน้ำผึ้ง แต่ญาดาหวงคุณพ่อจึงมาตาม จนธัญรดาต้องมาตามและสัญญาว่าวันนี้แม่จะอยู่กับลูกทั้งวัน ญาดาจึงยอมไป
แต่ก็มีเรื่องให้ปวดหัว เมื่อโตโต้เปิดเห็นคลิปประกาศแต่งงานของน้ำผึ้งแล้วเอามาให้พีศทรรตดู เขาถึงกับเอามือกุมขมับ ส่วนน้ำผึ้งก็โมโหประกาศลั่น “ใครถ่ายคลิป ฉันจะไปฆ่ามัน!”
ooooooo
หลังจากเมเปิ้ล “อ่าน” ตรัยคุณออกแล้ว เธอบอกคุณหญิงย่าว่า
“คุณย่าขา หนูไปประชุมก่อนนะคะ มีงานด่วนมาก อ้อ...คนนี้ไม่ผ่านค่ะ หนูไม่ชอบ ปฏิเสธไปเลยนะคะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย คุณหญิงแสนสุขเรียกไว้ไม่ทัน เลยพูดกับตัวเองแทนว่า
“แต่คนนี้ย่าชอบ และจะไม่ยอมบอกผ่านได้ยินไหม!!”
เมเปิ้ลเดินไปถึงลานจอดรถก็ได้รับโทรศัพท์จากวลัย เธอถามรีบๆว่า ว่าไง ไว้ค่อยคุยได้ไหมเพราะตนรีบ
“โอเค สั้นๆ พรุ่งนี้ร้านเก่า หกโมงเย็น ฉันเลี้ยงขอบคุณพวกแก ให้พาแฟนเด็กแกมาด้วยนะ”
เมเปิ้ลจะบอกว่าตนเลิกกันไปแล้ว แต่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกวลัยขัดขึ้นอย่างรู้ทันว่า “ถ้าแกบอกว่าเลิกแล้ว ชัวร์เลยนะ แกโกหกพวกฉันเมื่อคืน ฉันว่าสองคนนั่นมันคงหัวเราะเยาะฟันหักเลยนะ” เมเปิ้ลสวนไปทันทีว่าใคร
บอกว่าตนโกหก วลัยตัดบทว่า “งั้นก็พามาให้ป้าๆ ได้ชื่นใจ สองคนนั้นรับปากฉันแล้วว่าจะมาชัวร์ แล้วเจอกันนะจ๊ะ เมเปิ้ล”
วลัยกดตัดสายแล้วทำมือโอเคกับเป้ ส่วนเมเปิ้ลพอวางสายจากวลัยก็ร้องอย่างหงุดหงิดปวดหัว “โอยยยยย!!!” พอดีกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น มองไปเห็นกฤษฎายืนยิ้มแฉ่งโบกมือให้ ร้องบอกว่า
“หยาดทิพย์ให้ผมมาขับรถให้ครับ กลัวคุณจะแฮงก์ขับไม่ไหว อายุเยอะแล้วฟื้นตัวยาก”
“โอยยยยย...ไอ้เด็กบ้า!!!” เมเปิ้ลร้องและด่าอย่างเหลืออดเหลือทน
ooooooo
หลังจากเจรจากันแล้ว น้ำผึ้งถามพีศทรรตว่าจะเอาอย่างไรตนยอมทุกอย่างแล้ว เขาบอกให้อยู่เฉยๆ แล้วชี้แจงว่า
“ไม่ต้องออกสื่อ ผมจัดการเอง โตโต้นัดนักข่าวพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศ ผมจะแถลงข่าวครั้งเดียว ตอบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานของน้ำผึ้งที่ยังจะถ่ายละครต่อไป และเรื่องปากพล่อย ในงานแต่งนั่นว่ามันไม่เป็นความจริง”
น้ำผึ้งยอมรับว่าตอนนั้นตนปากพล่อย แต่จริงๆแล้ว ลึกๆ ก็เอาจริง โตโต้เพิ่งไปซื้อน้ำกลับมาถามว่าเอาอะไรหรือ
“ผู้ชายไง! เพราะฉะนั้นไม่ต้องแถลงข้อนี้ ฉันจะต้องหาผู้ชายเป็นของตัวเองให้ได้จริง ๆ ภายใน 1 เดือน” น้ำผึ้งมุ่งมั่น
ธัญรดากับญาดาฟังน้ำผึ้งแล้วทำหน้าสยอง รีบพากันผละไปอย่างรังเกียจ พอดีมือถือน้ำผึ้งดังขึ้นเป็นสายจากวลัย น้ำผึ้งรับสายพูดเสียงขุ่นว่าตนกำลังดราม่า มาคุมาก แต่พอฟังวลัยพูดก็ตกใจ แต่ทิฐิขึ้นมาตอบไปทันทีอย่างมั่นใจมากว่า
“ได้ ฉันไม่พลาดแน่นอน หกโมงเย็นพรุ่งนี้เจอกัน!”
พอพีรู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องมีแฟนไปโชว์ตัวกับเพื่อนที่แค้นแสนเกลียด พีสั่งให้แคนเซิลไปเลยแล้วบอกความจริงไปว่าเธอโกหก น้ำผึ้งไม่ยอม พีจำต้องยอมเธอเลยตีขลุมว่า งั้นจะบอกสื่อว่าเขาคือผู้ชายคนนั้นของ
ตนแล้วจะล้างมือจากวงการไปแต่งงานกับเขา ท้าขู่ ๆว่า “อยากให้ลูกที่เป็นเด็กมีปัญหาของคุณมีปัญหามากกว่าเดิมรึเปล่า เอาสิ!!”
พีศทรรตได้แต่มองความแสบของเธออย่างเจ็บใจ
ooooooo
ความตึงเครียดเกิดแก่สามสาวปากไวใจทิฐิที่ไม่ยอมเสียหน้าให้กับสามหนุ่มที่ตกเป็นเหยื่อ
วายุบุตรยิ้มกริ่ม ถามลินีอย่างเป็นต่อว่า “ว่าไง ถ้าไม่พาผมไปโชว์ตัวกับเพื่อน ๆ ในฐานะแฟน ความจริงอาจจะถูกเปิดเผยว่าคุณโกหก งานนี้ไม่จำเป็นต้องสืบ มีแต่เสียๆๆ”
ลินีได้แต่จ้องหน้าวายุบุตรอย่างไม่พอใจ รู้ตัวว่างานนี้ตนไม่มีทางเลือกมากนักแล้ว
ส่วนกฤษฎาก็แย่งกุญแจรถจากเมเปิ้ลบอกหน้าตาเฉยว่า “จริงๆ แล้ว หยาดทิพย์ไม่ได้บอกผมให้มาหรอกครับ ใจผมสั่งให้มาเอง” เมเปิ้ลได้แต่มองอึ้ง...
น้ำผึ้งยื่นหน้าไปหาพีศทรรตทำเสียงทะเล้นอย่างเป็นต่อ “ติ๊กต่อกๆๆ เอาไง เลือกเอา ยอมหรือไม่ยอม”
พีศทรรตจ้องน้ำผึ้งที่ทำหน้าไม่แคร์อย่างเจ็บใจ
ooooooo










