ตอนที่ 12
พีศทรรตพาน้ำผึ้งกับเมอร์ดี้ไปนั่งคุยกันที่มุมสงบของรีสอร์ตเขาบอกเมอร์ดี้ว่าที่น้ำผึ้งตกจากโขดหินไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เพราะเมอร์ดี้ตั้งใจทำ
เมอร์ดี้เล่นแง่ว่าถ้าเขารู้ทำไมไม่พูดตั้งแต่ตอนนั้นแต่มาพูดเอาตอนนี้พีศทรรตถามว่าจะให้ตนโวยเด็กในสังกัดต่อหน้าลูกค้าหรือที่จริงเรื่องนี้น้ำผึ้งไม่ติดใจเอาความแต่ตนต้องเอาเรื่อง
ทั้งพีศทรรตและน้ำผึ้งช่วยกันหว่านล้อมกระทั่งขู่แต่เมอร์ดี้ก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้พีศทรรตจึงใช้ไม้อ่อนว่าถ้าเธอยอมรับว่าทำจริงตนจะไม่เอาผิดและจะลืมเรื่องนี้
“ลืมได้ไง! ไหนบอกฉันว่าจะมาเคลียร์... แล้วพูดทำไมว่าถ้ามีเรื่องกันไม่ว่าใครจะฉีกสัญญากลืนน้ำลายตัวเองแล้วแบบนี้ต่อไปใครจะเชื่อคำพูดคุณ” น้ำผึ้งโวย
พีศทรรตชี้แจงว่าที่ตนต้องทำอย่างนี้เพื่อให้โอกาสเมอร์ดี้ที่อายุยังน้อยยังมีเวลากลับตัวแก้ไขสั่งสอนกันได้ก็จะทำเพราะอนาคตในวงการของเมอร์ดี้ยังไปได้อีกไกลทำให้น้ำผึ้งยิ่งเสียความรู้สึกถามว่าถ้าเป็นตนเขาคงลงดาบเพราะอนาคตในวงการของตนมันเหลือไม่มากใช่ไหม!
“คุณต้องเข้าใจว่านี่คือธุรกิจคุณและเมอร์ดี้คือสินค้าของผม” พีศทรรตชี้แจงถูกน้ำผึ้งประชดว่านี่คือธุรกิจเขาคิดถูกแล้วพีศทรรตปรามว่า “อย่าทำเหมือนคุณผิดหวังในตัวผมผมไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ฉันผิดเอง...ที่แยกแยะไม่ได้สักทีระหว่างธุรกิจกับความเป็นมนุษย์!” น้ำผึ้งประชดถูกพีศทรรตเรียกปรามน้ำผึ้งไม่หยุดพูดต่ออย่างเจ็บปวดว่า “ฉันแก่แล้วดัดยากอย่าเปลี่ยนความคิดฉันเลยยังไงฉันก็ยังเชื่อของฉันอย่างนี้ฉันเลือกที่จะนอนกอดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉันมากกว่ายอมทำตัวเองให้เป็นสินค้าของใคร”
“คุณหมายความว่ายังไง”
น้ำผึ้งประกาศว่าจบจากงานนี้ตนขอลาออกจากบริษัทเขาเพราะเราคงมาถึงทางตันแล้วท้าว่าถ้าอยากฟ้องก็ฟ้องแล้วหันถามเมอร์ดี้อย่างสมเพชว่า
“เหนื่อยไหมกับความพยายามสร้างพื้นที่ให้ตัวเองด้วยการเหยียบหัวคนอื่นฉันขอเตือนถ้าเธอยังทำตัวแบบนี้เธอไม่มีทางได้เป็นดาวค้างฟ้าแต่เป็นได้แค่ดาวหางที่ผ่านมาให้คนได้ฮือฮาแค่วูบวาบแต่ก็หายไปในเวลาอันรวดเร็ว”
น้ำผึ้งเดินผละออกมาบ่นกับตัวเองอย่างผิดหวังน้อยใจเสียใจสับสนว่า “ใจร้ายใจดำอำมหิตไม่ใช่คนฉันรักคนแบบนี้เข้าไปได้ยังไงถอนตัวทันไหม...ทันสิฉันสวยฉันเลือกได้หาใหม่ได้ไม่ยากแต่...ฉันแก่แล้วใครจะเอาล่ะโอ๊ย...เครียดดดดด!!!”
ooooooo
วายุกับเมเปิ้ลจับลินีมัดมือมัดเท้าเอาเทปกาวปิดปากไปขังไว้ในห้องน้ำแล้วเฝ้าอยู่ด้วยกัน วายุบอกเมเปิ้ลว่าถ้าเธอมีงานก็ไปได้ตนเฝ้าคนเดียวได้เมเปิ้ลอยากให้สองคนอยู่ด้วยกันจึงออกไป
พอออกจากห้องพักลินีก็เจอน้ำผึ้งเดินเครียดมาขวางหน้าโพล่งออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า
“ฉันเพิ่งค้นพบว่าไอ้คุณพีศมันไม่ใช่คน!”
เมเปิ้ลถามว่าแล้วเป็นอะไรพลันทั้งสองก็ชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงคนร้องไห้แว่วมาต่างมองไปรอบตัวกลัวๆก็ไม่พบสิ่งผิดปกติจนกระทั่งเป้กับวลัยเดินมาหาปรากฏว่าเป็นเสียงร้องไห้ดีใจของวลัยที่หมอตรวจแล้วบอกว่าเธอท้องทั้งสองเลยแสดงความยินดีกับเพื่อนด้วย
เมื่อน้ำผึ้งเดินหนีไปแล้วพีศทรรตหว่านล้อมเมอร์ดี้ให้บอกความจริงกับตนเมอร์ดี้ใช้ไม้ตายถามว่าเมื่อไม่ไว้ใจตนอย่างนี้เราจะทำงานกันต่อไปได้อย่างไรทำให้พีศทรรตัดบทว่าให้ถือว่าตน “เข้าใจผิด” ก็แล้วกันถูกเมอร์ดี้ดักคอว่า
“จริงใจหรือเปล่าคะหรือที่ตอบแบบนี้เพราะหนูยังทำประโยชน์ได้บอสเลยยังรักษาหนูเอาไว้”
“อยากให้ผมดูแลคุณต่อไปก็รับรู้ไว้แค่ว่าผมเข้าใจผิด” พูดแล้วลุกเดินไปเลยเมอร์ดี้มองตามยิ้มอย่างเหนือกว่า
ออกจากเมอร์ดี้พีศทรรตสั่งให้โตโต้กับตมิสาจับตาดูเมอร์ดี้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่าให้ไปทำอะไรไม่เข้าท่าอีกระหว่างที่อยู่ที่เกาะ
พีศทรรตให้ตมิสาถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐานที่จะทำให้ตนตัดสินใจว่าควรจะสนับสนุนเด็กคนนี้ให้เติบโตในวงการบันเทิงต่อไปหรือไม่ตมิสาเสนอว่าควรฉีกสัญญาเลยโตโต้เห็นด้วยว่าเด็กคนนี้หน้าไหว้หลังหลอกตนกำลังหาหลักฐานอยู่
“หามาแต่ไม่ต้องประจานเพราะนั่นเป็นการสาวไส้ให้กากินจะทำเราเสียเครดิตไปด้วยเราไม่ประจานแต่ไม่ส่งงานให้อย่าลืม...มีดาวดวงใหม่รอเกิดอยู่ทุกวันใครไม่รักดีทำตัวเองก็จงดับแสงไปเสียให้คนที่พร้อมกว่าดีกว่าได้เกิด”
เมื่อทั้งสองเข้าใจพีศทรรตทิ้งท้ายว่า “ผมไม่อยากให้คนเข้าใจผิดคิดว่าผมเห็นแก่ผลประโยชน์จนลืมความเป็นมนุษย์ใครทำอะไรก็สมควรได้รับผลของมัน”
เหตุผลของพีศทรรตทำให้ทั้งตมิสาและโตโต้ต่างเข้าใจและมองเขาอย่างชื่นชม
ooooooo
คืนนี้ธัญรดามาที่ห้องพีศทรรตโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเมื่อพีศทรรตตำหนิเธอว่าใช้ลูกเป็นเครื่องมือถามว่าเธอมีแผนจะทำอะไรกันแน่
ธัญรดาโต้ว่าเขาหาเรื่องอย่างนี้ตนไม่คุยด้วยแล้วจะออกไปเลยยื้อยุดกันกระทั่งผลักกันจนธัญรดาเซไปชนโต๊ะล้มทรุดลงกับพื้นญาดาอาบน้ำเสร็จออกจากห้องน้ำพอดีเห็นเข้าถามทั้งสองว่า
“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้จะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมใช่ไหมคะ” ถามแล้วร้องไห้จนแต้วต้องกอดไว้
พีศทรรตถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมญาดามาอยู่ในห้องนี้แต้วชี้แจงว่าน้องง่วงและอยากนอนกับคุณพ่อตนจึงพามาอาบน้ำบอกหน้าเจื่อนๆว่า “ได้ยินหมดเลยค่ะ”
ธัญรดาบอกญาดาให้กลับไปนอนกับแม่พ่อทำร้ายแม่เพราะพ่อไม่รักแม่แล้วญาดามองหน้าพีศทรรตตะโกน...
“หนูเกลียดคุณพ่อ!!”
“แต้วพาน้องออกไป” ธัญรดาสั่งพออยู่กันสองคนเธอพูดอย่างสะใจว่า “นี่ไง! สิ่งที่ฉันต้องการให้ลูกเกลียดคุณ ให้ผู้หญิงที่คุณรักเกลียดคุณเหมือนที่คุณเกลียดฉันขยะแขยงฉันทำอะไรไว้ก็จงเตรียมตัวรับสิ่งนั้นมันกำลังเกิดขึ้นแล้ว”
“รดา!!” พีศทรรตตะลึงอึ้งอย่างคาดไม่ถึงกับความคิดของธัญรดา
ooooooo
กฤษมีความในใจที่อยากถามน้ำฟ้าแต่แล้วก็เปลี่ยนใจจนเมื่อเดโชเอ่ยขึ้นอย่างอ่านใจลูกชายออกว่า
“ใจอ่อนเกินไปก็ใช่ว่าดีสุดท้ายมันก็เจ็บกันหมดผู้หญิงน่ะถ้ารักและต้องการความรักจากใครเขาทำได้ทุกอย่างจนกว่าจะได้มา”
“แต่ถ้าเราไม่ได้รักเขาล่ะครับยังไงก็ไม่รักเขาจะหยุดไหมครับ”
เดโชพูดถึงผู้หญิงที่แก้ปัญหาความรักด้วยวิธีต่างกันกฤษถามว่าแล้วอย่างน้ำฟ้าเป็นแบบไหนเดโชแนะว่าก่อนถึงตรงนั้นต้องทำให้น้ำฟ้าเข้าใจเสียก่อนว่ายังไงเขาก็มีทางคิดกับเธอมากกว่าคำว่าเพื่อนได้ย้ำว่า
“อย่างที่พ่อบอกใจอ่อนหรือความสงสารมันไม่ได้เป็นผลดีกับใครทั้งนั้นยิ่งทิ้งไว้ยิ่งเจ็บลึกรีบเคลียร์ซะว่าแกยังรักผู้หญิงที่แก่กว่าพ่อมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าแกคิดยังไงกับหนูเมเปิ้ล” กฤษบอกว่าตนพยายามลืม “เฮ้ย! ลืมทำไมเขาก็ชอบแกนะ”
“เป็นไปไม่ได้ครับ”
“ฟังพ่ออีกทีนะผู้หญิงน่ะถ้าเขารักใครและต้องการความรักจากใครเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาและหนูเมเปิ้ลก็ทำอย่างเดียวกับที่หนูน้ำฟ้าทำ”
เดโชยกตัวอย่างให้ฟังว่าเกาะตะวันไม่ใช่จะมาได้ง่ายแต่เมเปิ้ลก็มาตั้งสองสามครั้งกฤษติงว่าเธอมาขอความช่วยเหลือจากตนไม่ได้มีใจให้ตน
“ผู้หญิงอย่างหนูเมเปิ้ลถ้าแค่มาขอความช่วยเหลือถ้าไม่มีใจไม่มีวันทนให้แม่แกนั่งด่าและไม่มีทาง...อะไรนะที่เขาชอบพูดกันสมัยนี้อ้อ...กินเด็กน้อยคนที่จะเห็นดีเห็นงามด้วยมีแต่สายตามองอย่างสมเพชกลายเป็นความผิดของผู้หญิงถ้าจะมีแฟนที่เด็กกว่าแต่นี่เขามีใจให้แกเขาถึงได้มาถ้าไม่เชื่อก็ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าพ่อคิดผิดหรือถูก”
กฤษอึ้งเหมือนถูกพ่อสะกิดต่อมความคิดที่ตัวเองก็ไม่เคยคิดเดโชยิ้มๆแล้วไปปล่อยให้ลูกชายตัดสินใจเอาเอง
ooooooo
กฤษฎาไปหาน้ำฟ้าที่ห้องพักคืนนี้เลยเขาพูดอย่างห่วงใยว่าพักผ่อนเยอะๆพรุ่งนี้ถ้ายังเพลียก็ไม่ต้องมาช่วยตนน้ำฟ้าบอกว่าตนไหว
“แต่เราคงไม่ไหว” กฤษพูดตรงๆจนน้ำฟ้าสะอึกถามว่าหมายความว่าอย่างไรกฤษถามว่าเธอรักตนมากกว่าความเป็นเพื่อนหรือน้ำฟ้าตกใจถามว่ารู้ได้ยังไง “รู้มากกว่านั้นด้วยนะฟ้ากำลังร่วมมือกับแม่กันคุณเมเปิ้ล
ออกไปจากชีวิตเรา”
น้ำฟ้าตกใจกฤษบอกว่าไม่ต้องปฏิเสธเพราะตนได้ยินกับตัวเองบอกเธอให้หยุดอย่าทำอะไรอีกไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจตนให้มารักเธอได้มากกว่าความเป็นเพื่อนน้ำฟ้าถามเสียงปร่าว่า “ไม่มีทางเลยหรือ...”
“ใช่ไม่มีทางขอโทษนะฟ้าที่เราต้องพูดตรงๆเราไม่อยากให้ฟ้าต้องเสียเวลาและถ้าฟ้าไม่อยากให้เราเสียความรู้สึกจนทำให้เราสองคนต้องขาดจากความเป็นเพื่อนกันก็หยุดซะพรุ่งนี้เช้าเราจะแวะมาหาฟ้าอีกทีถ้าไม่ไหวจริงๆเราจะพาฟ้าไปส่งบ้านขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ”
แม้จะใจแข็งพูดออกไปอย่างนั้นแต่กฤษฎาก็ยิ้มอ่อนโยนให้น้ำฟ้าก่อนเดินออกไปน้ำฟ้าช็อกอึ้งมองตามกฤษไปด้วยดวงตาปวดร้าวหัวใจเจ็บช้ำน้ำตาไหลพรากออกมาบนใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่เพียงอึดใจต่อมาสีหน้าแววตาของเธอก็เปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความเจ็บช้ำฮึดและไม่ยอม!
ooooooo
บรรยากาศที่เกาะตะวันเริ่มผ่อนคลายวลัยอารมณ์แจ่มใสที่เป้มาง้อเลยขอไปฉลองกันสองคนลินีที่ดูภายนอกเหมือนจะต่อต้านรุนแรงกับวายุแต่...ในหัวใจเธอนั้นอ่อนไหวจนวายุดูออกหยอกว่า
“ใจอ่อนลงแล้วใช่ไหมคุณน่ะปากแข็งจริงๆผมจีบคุณติดแล้วยอมรับมาเถอะ” ทำเอาลินีตีหน้าไม่ถูกทำไก๋เรียกเขามาแล้วบอกให้เอามือถือไปชาร์จแบตให้หน่อยทำเอาวายุบุตรเซ็ง
แม้ตรัยคุณจะแอบกุ๊กกิ๊กกับไทเกอร์แต่ก็ยังสร้างภาพมาดูแลคุณหญิงแสนสุขระหว่างที่เมเปิ้ลไม่อยู่แต่ก็แอบโทรศัพท์คุยกับไทเกอร์อย่างอ่อนหวานพอดีจิลลามาได้ยินถามว่าคุยกับใคร? ตรัยคุณตกใจรีบตัดสายทันที
จิลลาคาดคั้นจนตรัยคุณต้องบอกว่าคุยกับไทเกอร์ผู้ช่วยของเมเปิ้ลจิลลาถามว่าไปรู้จักไทเกอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไหนและเมเปิ้ลรู้หรือเปล่าตรัยคุณย้อนเอาฉุนๆว่า
“ขอโทษนะครับการที่พี่จะเป็นเพื่อนกับใครเมื่อไหร่ยังไงมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ไม่จำเป็นที่ต้องเล่าให้ใครฟังอย่างละเอียด...” ฉอดๆใส่จนจิลลาอึ้งแล้วตรัยคุณก็ตัดบท “ดึกแล้วพี่กลับล่ะขอตัวไปลาคุณย่านะครับ”
“เรื่องนี้ต้องถึงหูเมเปิ้ล!” จิลลาร้อนใจจะต้องเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทเกอร์กับตรัยคุณให้น้องฟังให้ได้
ooooooo
ระหว่างที่ไทเกอร์คุยกับตรัยคุณนั้นเขาเห็นกฤษมารีๆรอๆที่หน้าห้องเมเปิ้ลยกมือเคาะประตูแล้วกลับวิ่งหนีไปอย่างตื่นเต้นเมเปิ้ลเปิดประตูออกมาดูไม่เห็นอะไรจึงปิดไว้ตามเดิม
ไทเกอร์เชื่อว่าเมเปิ้ลต้องมีใจให้กฤษเช่นกันวางแผนจะผลักเมเปิ้ลให้ไปหากฤษเพื่อกันให้พ้นจากตรัยที่ตนกำลังคั่วอยู่ไทเกอร์ไปเคาะประตูห้องพอเมเปิ้ลเปิดประตูเขาบอกว่าเมื่อกี้เห็นกฤษมาเคาะประตูห้อง
ดูท่าทางตื่นเต้นเหมือนมีเรื่องจะบอกแต่แล้วกลับเปลี่ยนใจวิ่งหนีออกไปซะงั้นแล้วหยอดหยั่งท่าทีเมเปิ้ลว่า
“ผมว่าเขาชอบพี่นะจริงๆนะผมเห็นกับตาฟันธงชัวร์”
เมเปิ้ลอึ้งอยู่อึดใจก็วิ่งอ้าวออกไปเลยไทเกอร์ยิ้มกริ่ม “เสร็จคืนนี้มีเฮ” แล้ววิ่งตามเมเปิ้ลไป
ส่วนน้ำผึ้งอกหักจากพีศทรรตตัดสินใจยอมอยู่บนคานทองต่อไปแต่ขณะออกไปเดินคลายเครียดนอกบ้านพักได้ยินพีศทรรตโทรศัพท์คุยกับคุณหญิงกานดาผู้เป็นแม่น้ำผึ้งหูผึ่งแอบฟังใจเต้นโครมคราม
พีศทรรตโทร.ไประบายความอัดอั้นกับแม่เรื่องที่ธัญรดาใช้ญาดาเป็นเครื่องมือพามาก่อกวนตนถึงเกาะตะวันจนลูกบอกว่าเกลียดตนแม้คุณหญิงกานดาจะไม่ชอบน้ำผึ้งแต่รักหลานสงสารหลานมากกว่าบอกพีศทรรตว่า
“แม่สามารถเปลี่ยนใจเรื่องจะให้แกกับรดาคืนดีกันได้ทันทีถ้าเห็นว่าสุดท้ายแล้วแกสองคนไม่เหลือเยื่อใยมีแต่ความเกลียดชังให้กัน”
“เราสองคนเดินมาถึงจุดนั้นแล้วครับรดาใช้ลูกมาทำร้ายหัวใจผมเขาพูดกับผมเองว่าเขาจะทำให้ลูกเกลียดผมให้ผมได้เจอกับความรูสึกของการถูกเกลียดเหมือนที่เขาได้รับจากผม”
พีศทรรตจุกจนพูดไม่ออกน้ำตาคลอน้ำผึ้งซุ่มฟังอยู่น้ำตาปริ่มท้นด้วยความเห็นใจเขาได้ยินพีศทรรตถามแม่ว่า
“แต่ตอนนี้ผมสงสารลูกที่สุดลูกไม่ควรมารับรู้ความเกลียดชังของพ่อกับแม่ผมจะทำยังไงดีครับคุณแม่ผมจะทำยังไงดีเรื่องนี้มันจะจบยังไงครับ”
“กลับมาคุยกันที่บ้านนะลูกเราจะมาช่วยกันหาทางออก”
“ครับ...ขอบคุณครับคุณแม่” พีศทรรตวางสายลงนั่งน้ำตาซึมอยู่ตามลำพังน้ำผึ้งนังหันหลังพิงต้นไม้ร้องไห้ไปกับพีศทรรตด้วย...
ooooooo
ลินียังถูกมัดและขังอยู่ในห้องน้ำ วายุเฝ้าอยู่อย่างใกล้ชิด พยายามดูแลแต่ไม่แก้เชือกและถอดเทปที่ปิดปากเพราะกลัวเธอจะแผลงฤทธิ์
ความใส่ใจ อ่อนโยน ห่วงใยของวายุ ทำให้ลินีท่าทีอ่อนลง จนเมื่อเขาถามว่าอยากให้ตนแก้มัดให้ไหม เธอบอกว่าอยากที่สุด ย้อนถามว่าเขาเป็นห่วงตนจริงๆหรือ
“ไม่ใช่แค่ผมที่เป็นห่วงคุณ เพื่อนๆคุณก็เป็นห่วง เห็นไหม ถ้าคุณเป็นอะไรไป ทั้งแม่คุณ เพื่อนคุณ และผมจะเสียใจมากแค่ไหนรู้ไหม” ลินีอึ้งฟังอย่างมีสติ
เมื่อวายุพูดถึงแม่ “คุณอาจจะไม่คิดถึงผมก็ได้ แต่คุณไม่ควรลืมความรู้สึกของแม่และเพื่อนๆคุณ คนที่รักคุณอย่างจริงใจมากที่สุด”
ลินีอึ้ง สะเทือนใจ น้ำตาคลอ เมื่อวายุปลดเชือกและดึงเทปปิดปากออก เธอร้องไห้อย่างหนัก วายุกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ลินีค่อยๆกอดตอบและร้องไห้อยู่กับอกเขาจนหลับไป วายุอุ้มเธอออกจากห้องน้ำอย่างทะนุถนอมไปวางที่เตียงแล้วตัวเองก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน
ooooooo
กฤษฎาวิ่งออกจากหน้าห้องเมเปิ้ลมาแล้วก็โมโหตัวเองที่เคาะประตูห้องเธอแล้วแต่ไม่กล้าเผชิญหน้า แต่เขากลับเจอน้ำฟ้าเดินมาหา ตรงเข้ากอดบอกว่าขอกอดแบบนี้สักพักได้ไหม
กฤษยืนตัวแข็งทื่อ น้ำฟ้าขอแค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายและสัญญาว่าพรุ่งนี้ตนจะกลับบ้านไม่อยู่ให้เขาลำบากใจอีก
“เข้มแข็งนะฟ้า...เราเอาใจช่วย” กฤษปลอบ น้ำฟ้ากอดเขาแน่นด้วยความรักและเสียใจอย่างที่สุด
เป็นจังหวะที่เมเปิ้ลวิ่งตามหากฤษมาเห็นพอดี หันไปต่อว่าไทเกอร์ว่านี่หรือที่เขาบอกว่ากฤษมีใจให้ตน ไทเกอร์บอกว่าผู้หญิงผู้ชายกอดกันไม่ได้แปลว่าเขารักกัน เจ๊ฟู หยาดทิพย์และดรณ์ที่ตามมาเป็นพรวนก็ให้กำลังใจเมเปิ้ลกันขันแข็ง แต่ต่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับภาพตรงหน้า พลันชาโนก็ตะโกนขึ้นว่า
“จะกอดกันทำไมเนี่ย!”
ทุกคนตกใจ กฤษกับน้ำฟ้าผละจากกัน ส่วนบรรดาที่ตามเมเปิ้ลมาพากันหายวับไปกับตาเหลือแต่เมเปิ้ลยืนอึ้งอยู่ ทั้งกฤษ น้ำฟ้า และเมเปิ้ลต่างมองกันอึ้ง...อึ้ง...และอึ้ง
พอรู้สึกตัวกฤษพยายามจะชี้แจงแต่ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก น้ำฟ้าถามเมเปิ้ลว่ามีธุระอะไรกับพวกตนหรือเปล่า
“มี! แต่ไม่ได้มีกับเธอ” เมเปิ้ลตอบตรงเผง น้ำฟ้าถามว่าตนเป็นส่วนเกินใช่ไหม “ใช่! ฉันมีบางอย่างที่ต้องถามกฤษและเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันสองคนเท่านั้น”
น้ำฟ้าอึ้ง กฤษขอโทษ น้ำฟ้าจึงถอยออกไป กฤษพาเมเปิ้ลไปนั่งคุยกันที่มุมสวยในรีสอร์ต พอเมเปิ้ลบอกว่ามีเรื่องจะถามเท่านั้น กฤษก็ชิงพูดขึ้นว่า
“ผมรักคุณ...แล้วคุณล่ะครับ” ทำเอาเมเปิ้ลเขินจนลุกวิ่งหนีออกไปเลย พอกฤษไล่ตามไปทันที่ห้องพักของเธอ เมเปิ้ลบอกเขาว่าพูดผิดพูดใหม่ได้ กฤษก็ยังพูดคำเดิม “ผมรักคุณ” ครั้นเมเปิ้ลขอเหตุผล เขาพูดฉุนๆว่า
“ไม่มีเหตุผล จะรักใครไม่ต้องมีเหตุผล ผมรู้แค่ว่า ผมรักคุณ แล้วมันก็โคตรงี่เง่าเลย ไม่รู้รักคนอย่างคุณลงไปได้ยังไง แก่ก็แก่กว่า ปากร้าย ใจดำ เผด็จการ ยิ่งกว่าแม่ผมอีกให้ตายเหอะ!!” เมเปิ้ลอึ้งเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว “ถ้าไม่รัก ไม่รู้สึกอะไรก็บอกมาเลย ไม่ต้องมาถามหาเหตุผล!”
ไม่เพียงเป็นการบอกรักของกฤษที่เหมือนด่าเพราะความเรื่องมากของเมเปิ้ล ซ้ำพูดแล้วยังเดินหนีไปซะงั้น! เดินบ่นไปอย่างหงุดหงิด “ผู้หญิงอะไร!!”
“กฤษฎา” เมเปิ้ลตามไปร้องเรียก พอเขาหยุดเธอด่า “ไอ้เด็กบ้า!” กฤษชะงักหันกลับมาถามว่ายังตามมาด่าอีกหรือ “เออ! เพราะเธอเป็นเด็กบ้าที่เข้ามาป่วนชีวิตฉัน ทำให้ชีวิตฉันสับสนยุ่งเหยิงไม่เป็นอย่างที่เคยเป็น!”
แต่เมื่อคิดถึงหลายเรื่องที่กฤษช่วยเธอให้ได้สติและพ้นวิกฤติ เมเปิ้ลก็เสียงอ่อนลงว่า
“แต่ฉันคิดผิด เธออาจจะอายุน้อยกว่าฉัน แต่เธอกลับมีความคิด มีวุฒิภาวะที่เป็นผู้ใหญ่กว่าฉัน เวลาที่ฉันเป็นบ้า เธอคือคนที่หยุดฉัน...เวลาที่ฉันมีเรื่องวุ่นวาย เธอคือคนที่อยู่เคียงข้างฉัน ช่วยจัดการปัญหา เวลาที่ฉันไม่มีใคร เธอคือคนที่อยู่กับฉันจนนาทีสุดท้าย...”
เมเปิ้ลพรรณนาความรู้สึกของตัวเอง จนสุดท้ายยอมรับว่า...
“รู้ตัวอีกที ฉันก็มาอยู่ที่นี่ ยอมทิ้งเหตุผลมากมายที่บอกว่าฉันไม่สมควรจะรักเธอ มาเพื่อจะทำให้เธอรักฉันให้ได้และฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครเด็ดขาด... เพราะเธอคือรักครั้งแรก และจะเป็นครั้งสุดท้ายของฉัน เห็นไหมว่ามันมีเหตุผลมากมาย ถ้าเราจะตกหลุมรักใครสักคน...”
กฤษดีใจจนชาวาบไปทั้งตัว บอกเมเปิ้ลว่า “เหตุผลที่ผมรักคุณมีอยู่เพียงข้อเดียวเท่านั้นไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนคุณ ผมรักคุณ เพราะคุณเป็นอย่างนี้นี่แหละ คุณเป็นคุณ และนี่คือสิ่งที่ผมหลงรัก ผมหาเหตุผลอะไรอื่นไม่ได้อีกแล้ว”
เมื่อกำแพงขวางกั้นถูกพังทลายลง เมเปิ้ลกอดกฤษไว้แนบแน่น แต่รู้สึกว่ากฤษไม่ได้กอดตนถามว่าทำไมไม่กอด
“ผมไม่กอดคุณหรอก...แต่ผมจะทำแบบนี้...” กฤษจูบเมเปิ้ลอย่างแผ่วเบา เมเปิ้ลหลับตาพริ้มเหมือนตกไปสู่อีกโลกหนึ่งที่สวยงาม สดใส ทั้งสองหยุดเวลาแห่งความรักนี้ไว้ นิ่ง...นาน...
ooooooo
ที่ห้องพักลินี...วายุมาหาเธอแต่เช้า เขาตกใจเมื่อลินีหายไปแล้ว เดินหาจึงพบกระดาษโน้ตแปะไว้ที่กระจกว่า
“ขอโทษด้วยนะคุณวายุบุตร ไม่ใช่ฉันไม่เชื่อคุณ และไม่ใช่ว่าฉันไม่แคร์ความรู้สึกของคนที่รักฉัน แต่ฉันจำเป็นต้องทำให้มันจบ เมื่อเช้า กุ๊งกิ๊งโทร.มาหาฉัน...”
เช้านี้ เธอได้รับโทรศัพท์จากกุ๊งกิ๊งว่า ระหว่างทางที่ตำรวจตามรถของพิภพมาที่ภูเก็ตจู่ๆเขาก็หายตัวไป
ที่แท้พิภพรู้ว่าถูกตำรวจตามเขาจึงเปลี่ยนไปนั่งรถคันอื่นโดยลากสิริมาไปด้วยแล้วเลี้ยวรถไปอีกทางอย่างเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน พิภพก็โทร.เข้ามือถือลินีบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ภูเก็ตแล้ว ถามว่าสะดวกจะเจอกันไหม
“สำหรับคุณ สะดวกเสมอค่ะ จะให้ไปเจอที่ไหนล่ะคะ”
ลินีเขียนบอกวายุไว้ว่า “ฉันรู้ว่าคุณต้องพยายามโทร.หาฉัน ฉันปิดเครื่อง เลิกพยายามเถอะ ฉันคือทางออกเดียวที่จะช่วยตำรวจตามไปเจอตัวมันได้ ฉันต้องไป ถ้าฉันเปิดเครื่องเมื่อไหร่ นั่นแปลว่า ฉันปลอดภัยดี ขอบคุณสําหรับความปรารถนาดีอย่างจริงใจของคุณที่มีให้ฉัน ฉันรับรู้ได้ แต่ฉันคงจะตายตาไม่หลับถ้าปล่อยให้คนเลวที่ดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงอย่างนายพิภพลอยนวลออกไปอยู่ในสังคมอีก... ฉันมาไกลแล้วค่ะ ไกลเกินกว่าจะหยุดมันกลางคัน แล้วเราจะพบกันอีก ฉันสัญญา”
รถของลินีพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็ว ไกลออกไป และ...ไกลออกไป...
ooooooo
ที่ท่าเรือปลอดคนแห่งหนึ่ง พิภพพาสิริมาลงมาเธอถามว่าทำไมต้องพาตนมาที่นี่ด้วย
พิภพพูดอย่างเหี้ยมเกรียมว่าคิดว่าตนไม่รู้หรือว่าเธอโกหกตนเรื่องสายลับของวายุบุตร สิริมาบอกว่าตนไม่ได้โกหก พิภพถามว่าแล้วตำรวจตามตนมาถึงภูเก็ตได้ยังไง พิภพพูดเหี้ยมว่าตนจะต้องหาตัวลินีให้เจอ ส่วนเธอจะส่งขายพร้อมพวกที่อยู่ในรถ!
สิริมาอ้อนวอนขออย่าทำอย่างนั้นเลย จะให้ตนทำอะไรให้ก็ได้ตนยอมทุกอย่าง พิภพถามว่ารักตัวกลัวตายขึ้นมาแล้วใช่ไหม ถ้าวายุบุตรตายเธอก็ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม
“ฉันยอมคุณทุกอย่างแล้ว จะฆ่าจะแกงยังไงก็เชิญ”
“ดี! รู้ไหมว่าไอ้วายุบุตรมันตามนังลินีมาเที่ยวด้วย โทร.หามัน ให้มันตามมาช่วยพวกเธอ แต่อย่าให้เรื่องถึงตำรวจ ไม่งั้น...ตายหมู่!” สิริมาถามว่าคิดหรือว่าตำรวจไม่รู้ในเมื่อเขาบอกลินีไปแล้วว่าอยู่ที่ไหน “แล้วคิดหรือว่าฉันจะไม่สับขาหลอกมัน โทร.หามันเดี๋ยวนี้!!”
ooooooo










