ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะกาหลงเดินกลับเรือนนั้น รู้สึกมีคนตาม หันขวับถามว่าใครตามมา!

“ฉันเองจ้ะ พี่กาหลง” เพชรออกจากที่ซ่อน พูดคุยกันจึงรู้ว่าเป็นเพชร กาหลงขอบใจที่เพชรช่วยกาเหว่าและไม้ก็เคยเกริ่นว่าเพชรไปขวางขุนหวาดด้วย เพชรเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “ฉันได้ยินชื่อพี่มาหลายหน เพิ่งปะตัวก็มื้อนี้ ฉันดีใจแทนกาเหว่าที่พี่รอดตาย ลางนึกไปว่า พี่กาหลงกลายเป็นผีเฝ้าบึงไปแล้ว”

กาหลงมองหน้าเพชรนิ่ง จนเพชรรู้สึกไม่ดีที่เผลอปากพูดไป กาหลงถามว่าจะไปหาชบาหรือ เพชรแปลกใจถามว่ารู้ได้อย่างไร กาหลงตอบยิ้มๆว่า “ทางนี้เป็นทางไปเรือนแม่ฉัน”

“ฉันเห็นชบาหายไปจากงาน จะแวะไปดูให้หมดห่วง” เพชรยอมรับเขินๆ กาหลงจึงชวนไปด้วยกัน แล้วเดินนำไป เพชรเดินตามอึดใจเดียวก็ตกใจเมื่อเห็นกาหลงเดินเท้าลอยไม่ติดพื้น เอามือขยี้ตาหยุดมอง กาหลงหันถามว่าทำไมไม่ตามมา เพชรจึงเดินตาม มองอีกทีเห็นกาหลงเดินเป็นปกติแล้ว เพชรนึกว่าชะรอยตัวเองจะเมากระมัง เลยไม่ติดใจ

ไม้ช่วยโขงคุมจอกไปถึงวัด ไม่นานจอกก็หลับโขงบอกให้ไม้กลับเรือนเสียเพราะกาหลงคงคอยแล้ว แต่ไม้ยังไม่ทันกลับ จอกก็ลุกขึ้นมองตามไม้โวยวายว่าผีหลอกอีก

ขณะไม้ถือพานขอขมาของโชติเดินกลับเรือนนั้น ถูกมั่นกับขาบเอาผ้าคาดหน้าดักทำร้ายจนสลบล้มหน้าคว่ำ  พานขอขมาตกที่พื้น อบเชยปรากฏตัวขึ้น   บอก มั่นกับขาบให้พาไม้ไปที่เรือนกาหลง

กาหลงรับรู้ว่าไม้ถูกทำร้าย บอกเพชรว่าตนต้องกลับเรือน ฝากเพชรให้ไปช่วยดูชบาด้วย พูดจบก็เดินแยกไปทันที  เพชรตามไปจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่ไม่เห็นกาหลงแล้ว เพชรแปลกใจที่กาหลงหายไปไวมาก

ooooooo

ชบาเดินกลับเรือน โวยวายมาตามทางอย่างรับไม่ได้ว่าถ้าแม่กลอยบังคับให้ตนเทิ้มใจอีกมื้อเดียว จะหนีไปสุดฟ้าเขียวเทียวหรือไม่ก็กลั้นใจตายให้สิ้นเรื่อง

สิงที่มีผ้าคลุมหน้ามาดักซุ่มอยู่ พุ่งออกไปรวบตัวชบาจับกดลงกับพื้น ชบาตกใจร้องขอความช่วยเหลือ เพชรที่กำลังบ่ายหน้าไปเรือนแม่กลอยได้ยินวิ่งไปช่วยชบา ชกต่อยกับสิง ถูกสิงชักมีดแทงเข้าที่ชายโครงจนล้มลง แล้วจะเข้าไปจับตัวชบา

“ช่วยด้วย...ปล่อยฉัน!” ชบาตะโกน

กาเหว่าถือตะเกียงกลับบ้าน ได้ยินเสียงเดินเข้าเห็นสิงกำลังปล้ำชบา กาเหว่าตะโกน...

“โจร...ช่วยจับโจรทางนี้!!”

สิงกลัวชาวบ้านมาเจอจึงผละหนีไป ชบารีบเข้าไปดูเพชรถามว่าเจ็บตรงไหนไหม กาเหว่ามาถึงตัวพอดี

ส่องตะเกียงเห็นเพชรเลือดโชกก็ตกใจ ชบาประคองเพชร พร่ำบอก...

“เอ็งอย่าตายนะ!”

ooooooo

มั่นกับขาบช่วยกันลากไม้ไปที่เรือนกาหลงพาเข้าห้องนอน อบเชยไล่พวกมันกลับ ยิ้มสมใจตรงไปนั่งที่เตียง ลูบไล้ใบหน้าไม้รำพันเพ้อ...

“ทูนหัวของอบเชย เมื่อนังกาหลงมันกลับเรือนมาเห็นฉันกกกอดกับพี่ ด้วยพิษรักแรงหึงมากกว่าอื่น มันต้องคลั่งหนักต่อหนักแทบบ้า พานให้ตัดใจทิ้งพี่ไป หรือไม่ก็สลดจนไปฆ่าตัวตายเป็นผี ส่วนฉันก็จะสาใจได้เป็นเมียพี่ จะได้มีวาสนาอยู่กับพี่ตลอดไป”

กาหลงกลับมาถึง มองไปที่เรือนแววตาดุร้าย คำรามในคอ

“อีอบเชย!”

ประตูห้องเปิดผาง! อบเชยที่กำลังโลมไล้ใบหน้าไม้ เงยหน้ามอง พึมพำยิ้มพอใจ...

“เอ็งกลับมาไวกว่าที่ข้าคิดเสียอีก” แล้วก้มหน้าซบอกไม้หวังให้กาหลงเห็นภาพบาดตาบาดใจ

กาหลงเดินเข้าห้องมาช้าๆ ที่พื้นมีรอยเท้าเปียกน้ำเป็นทาง...อบเชยเงยหน้ามองไปที่ประตูทักเสียงแจ่มใส

“เอ็งกลับมาแล้วรึ” แต่พอเห็นกาหลงในร่างผีก็ช็อก ตาค้างร้องลั่น “ผี!!!”

“อย่ามายุ่งกับผัวกู!!” กาหลงคำรามแล้วตรงมาหาอบเชย

อบเชยกลัวสุดขีดร้องขอให้ไม้ช่วย แต่ไม้ยังนอนนิ่ง อบเชยกระโดดจากที่นอนวิ่งหลบกาหลงออกไป ปากก็ตะโกน “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...ช่วยด้วย...ผี!”

เพียงกาหลงหันขวับมองอบเชย ผมก็สยายยาว เมื่อกาหลงคำราม “อีอบเชย...มึงแย่งผัวกู!!” ผมก็เลื้อยยาวออกไป ส่วนอบเชยวิ่งลนลานลงบันได พลาดตกบันไดไปนอนกับพื้น กาหลงตามมายืนที่หัวบันได ก้มมองดุร้าย อบเชยตะกายลุกขึ้นปากร้องขอความช่วยเหลือ เท้าก็วิ่งแน่บ

ไม้เพิ่งรู้สึกตัว ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลืออยู่หน้าเรือน จึงลุกไปดู

ที่บันไดหน้าเรือน อบเชยวิงวอนกาหลงอย่าทำตน ตนกลัวแล้ว กาหลงยังคงจ้องเขม็ง ค่อยๆก้าวลงบันไดมาทีละขั้น...ทีละขั้น จนถึงขั้นสุดท้ายก็เดินตรงไปหาอบเชย อบเชยจนแต้มคว้าก้อนหินได้ก็ขว้างใส่เฉี่ยวใบหน้ากาหลงเป็นแผลเล็กน้อย แก้มที่โดนก้อนหินเฉี่ยวมีทั้งเลือดและน้ำหนองไหลเยิ้มออกมา กาหลงคำราม

“อีอบเชย เอ็งตาย!!”

“อย่า...ช่วยด้วย!!” อบเชยตะโกนเสียงหลง

ไม้เดินมาถึงหน้าเรือนไม่เห็นใครเลยทั้งๆที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ฉุกคิดได้เรียกหากาหลง

อบเชยวิ่งซมซานไปถึงทุ่งใกล้ต้นไทรงาม หันมองไม่เห็นกาหลงก็ค่อยเบาใจ แต่พอวิ่งต่อไปก็ชนเข้ากับกาหลงที่มาดักอยู่ อบเชยยกมือไหว้อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย

“เอ็งมันจัญไรคน! รู้แก่ใจว่าข้าเป็นเมียพี่ไม้ยังริแย่งไปจากมือข้า เอ็งมันสมควรตาย!!”

อบเชยจนตรอกตัดสินใจวิ่งชนกาหลงจนเซเสียหลักแล้ววิ่งหนีไป กาหลงยืนมองด้วยความโกรธ เส้นผมสยายยาวเลื้อยตามไปรัดข้อเท้าจนอบเชยล้ม!

อบเชยอ้อนวอนให้ปล่อยตน ตนรู้สึกผิดแล้วอย่าฆ่าตนเลย

“ข้ายอมอภัยเอ็งหลายมื้อนักหนา แต่เอ็งไม่เลิกรา ข้าไม่ปล่อยให้เอ็งแย่งผัวข้าไปได้!!” พลันผมของกาหลงก็รัดคออบเชยจนตาเหลือก

ไม้เดินตามหากาหลงเห็นข้างหลังกาหลงไกลๆ จึงตะโกนเรียก กาหลงตกใจหันมอง เห็นไม้กำลังเดินมา จึงสะบัดเส้นผม ทำให้ร่างอบเชยตกลงข้างคันนาที่มีกอหญ้า นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น

“กาหลง...” ไม้ร้องเรียกพลางรีบมาหา กาหลงดีใจที่ไม้ฟื้นแล้ว ไม้ถามว่า “กาหลงรู้หรือว่าพี่เป็นอะไร”

“ฉันแวะไปหาชบาที่เรือน ขากลับเรือน ฉันเจอโจรสองคนทำร้ายพี่ พอฉันเข้ามาพวกมันก็หนีไป ฉันจึงพาพี่กลับเรือน” ไม้ถามว่าแล้วกาหลงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? “พี่นอนสลบไสลไม่ฟื้นเสียที ฉันใจคอไม่ดีจะออกไปตามพ่อเฟื้องพ่อขาวให้ช่วยดูอาการพี่”

ไม้ถามว่าเมื่อครู่กาหลงคุยกับใคร กาหลงกลบเกลื่อนว่าไม้คงตาฝาด แล้วชวนกลับเรือน

ทั้งสองพากันกลับเรือน ทิ้งร่างอบเชยนอนไม่ได้สติอยู่ในกอหญ้าข้างคันนานั่นเอง

ooooooo

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง...แม่น้อยตกใจที่อบเชยหายไป ให้ช่วยกันตามหาทั่วบริเวณก็ไม่เจอ จนมั่นกับขาบกลับมา โชติถามว่าไปไหนกันมา ทั้งสองเห็นผู้ใหญ่กับแม่น้อยอยู่ด้วยจึงไม่กล้าบอก

ผู้ใหญ่คาดคั้นว่ามันสองคนต้องรู้ดีว่าอบเชยอยู่ไหน มั่นกับขาบตกใจ ยอมบอกว่าอบเชยคงอยู่กับไม้ที่เรือนกาหลง ทุกคนจึงพากันไปที่นั่น

ระหว่างทาง เผื่อนกับงามช่วยกันร้องเรียกอบเชยจนโชติเอ็ดตะโรว่า

“พวกเอ็งจะแหกปากทำไม ไอ้มั่นมันพูดอยู่ทนโท่ว่าอบเชยอยู่เรือนไอ้ไม้”

เผื่อนบอกว่าเผื่ออบเชยหมดเรี่ยวหมดแรงสลบไสลอยู่คันนา เลยถูกโชติตบปากจนเซตกคันนาไปเจอร่างอบเชยหมดสติอยู่พอดี ทุกคนจึงรีบมาช่วยกันพาอบเชยกลับเรือน

แต่พออบเชยรู้สึกตัว ก็เอาแต่ร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัว จนผู้ใหญ่สงสัยว่าอบเชยกลัวอะไร

เผื่อนกับงามต่างคาดว่าเราไปเจออบเชยไม่ไกลจากศาลเจ้าแม่ไทรงาม อาจถูกผีจำปาเล่นงานก็ได้เพราะจำปาถูกแขวนคอตายที่นั่น และอบเชยเคยตบจำปา จำปาอาจตามมาแก้แค้นก็เป็นได้

“เหลวไหล หุบปากได้แล้ว พวกเอ็งเร่งไปตามหมอมารักษาลูกข้า” ผู้ใหญ่สั่งเผื่อนกับงาม

แม่น้อยเฝ้าดูอบเชยด้วยความเป็นห่วง อบเชยก็เอาแต่ร้องไห้ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือไม่ขาดปาก

โชติเห็นว่าอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะต้องรอหมอมา จึงเดินออกไป ผู้ใหญ่มองตามอย่างไม่พอใจรู้สึกโชติไม่ห่วงใยน้องเลย ตามออกไปถามว่า “เอ็งทำอะไร?”

“ฉันจัดเตรียมของเข้าบวชวันพรุ่งจ้ะ ใกล้จะเสร็จเรี่ยมแล้ว”

ผู้ใหญ่โมโหผลักข้าวของหล่นกระจายตวาด “เอ็งไม่ต้องบวช! เอ็งมันเห็นแก่ตัว ยังคิดหาสุขเข้าตัวทั้งๆที่น้องจะเป็นจะตาย เอ็งไม่ต้องบวช!” แล้วยังหันเล่นงานมั่นกับขาบ “ลูกน้องเอ็งตัวดีนักหนา เสริมส่งอบเชยไปทำอัปรีย์ เอ็งต้องรับผิดชอบ!” ผู้ใหญ่เอะอะโวยวายแล้วเดินออกไป

มั่นกับขาบเก็บของพลางค่อยๆคลานมาหาโชติบอกว่าฤกษ์ไม่ดีแล้ว ไว้ตนจะหาฤกษ์ใหม่ให้

“เอ็งไม่ต้องมาพูดดี พวกเอ็งทำแผนข้าพัง!” โชติด่าแล้วต่อยเสียคนละเปรี้ยง มันทั้งสองโอดครวญกันว่าโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ขาบเอะใจถามมั่นว่า

“คุณหนูไปอยู่แถวศาลเจ้าแม่ไทรงามได้ไงวะ” มั่นเดาสุ่มว่าไม้คงนึกสนุกพามาสุขสมกันใต้ต้นไทรกระมัง

“คนอย่างไอ้ไม้ไม่พิศวาสคุณหนูอบเชยเป็นแน่ เอ็งก็เห็นว่า ร้องเสียงหลงอย่างกับผีหลอก!”

ขาบลากไม้ไปที่บริเวณต้นไทรงามเพื่อดูให้รู้แน่ว่าเป็นผีตัวไหนที่ทำอบเชย มั่นปากคอสั่นบอกขาบให้พูดเบาๆเดี๋ยวผีได้ยิน ขาบผยองยกพระที่ห้อยคอขึ้นท้า

“ผีก็ผี ข้าไม่กลัว ข้าพาหลวงพ่อมาด้วย ผีตนไหนแน่จริงออกมาสิวะ ออกมาสิเว้ย!!”

มั่นสะกิดขาบบอกว่ารู้สึกมีอะไรเย็นวาบผ่านหลังไป ขาบด่าว่าปอดแหก มั่นหันมองขาบ พลันก็ขาสั่นตาเหลือกเมื่อรู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลัง พูดเสียงสั่น “อย่านะ...ไม่จริง!” แล้วหันมองข้างหลัง เจอกาหลงยื่นมือมาบีบคอ มั่นแผดเสียงลั่น

“ผี!!!”

ooooooo

กาหลงเก็บดอกบัวประดับบนแพหยวกกล้วย มานั่งที่ท่าน้ำนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ที่แอบไปได้ยินเผื่อนกับงามกำลังเอาน้ำเช็ดตัวให้อบเชยก็โล่งใจที่อบเชยยังไม่ตาย กาหลงลอยแพดอกบัวเหมือนขออโหสิกรรม

“อบเชย ข้าไม่ริทำร้ายเอ็งหากเอ็งไม่กวนใจข้า ในเมื่อเอ็งรอดปลอดภัยไม่มีเคราะห์ ก็ขอให้หมดเวรหมดกรรมอย่ามาระรานข้าอีก” อธิษฐานแล้วกาหลงลอยแพดอกบัวไปตามสายน้ำ...

แม่น้อยเฝ้าดูแลอบเชยอย่างวิตกกังวล แต่กรอกยาให้แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น รำพึงว่าไม่รู้เวรกรรมอะไรของลูก งามบอกว่าของเข้าตัว ถูกเผื่อนเรียกปราม แม่น้อยเอะใจคาดคั้นถามว่าอบเชยไปเล่นของอะไร

เผื่อนกับงามเกี่ยงกันไม่มีใครกล้าเล่า พอแม่น้อยขู่จะฟาดด้วยหวาย เผื่อนตกใจรีบเล่าว่า

“คุณหนูให้เผื่อนพาไปหาหมอผี ทำคุณไสยให้พี่ไม้รักพี่ไม้หลง แต่ไม่ได้การ เผื่อนก็เลยคิดว่าผีพรายอาจย้อนมาซ้ำคุณอบเชยเจ้าค่ะ”

ผู้ใหญ่ช่วงได้ยินเดินเข้ามาตบหน้าเผื่อนกับงามหาว่ายุยงส่งเสริมอบเชย พอดีอบเชยแผดเสียงร้องขึ้นอย่างหวาดกลัว ผู้ใหญ่จึงให้เผื่อนกับงามไปตามหมอผีมารักษา

หมอผีมาเห็นอบเชยโวยวาย “ออกไป...ออกไปให้หมด...ข้ากลัวแล้ว” ผู้ใหญ่จึงบอกหมอผีว่า

“นังบ่าวมันบอกว่าลูกข้าไปขอน้ำมันพรายจากพ่อหมอ ผีมันเข้าสิงลูกข้า”

“ข้าเลี้ยงผีให้กินอิ่ม มันไม่มีวันทรยศนายมันได้” หมอผีหัวเราะอย่างไม่เชื่อ มองอบเชยแล้วหยิบเส้นผมที่ซอกคออบเชยออกมาบอกว่า “มันโดนผีเล่นงาน!” แล้วหมอผีก็เพ่งเส้นผมบริกรรมคาถา ทันใดนั้นเส้นผมก็กลายเป็นไฟเผาไหม้ไป อบเชยโวยวายอีก หมอผีหยิบลูกประคำบริกรรมคาถาแล้วคล้องคออบเชย ไม่นานอบเชยก็แน่นิ่งไป แม่น้อยถามว่า

“ลูกฉันเป็นอะไร”

“ข้าไล่เสนียดจัญไรออกไปจากตัว ลูกเอ็งมันเสียขวัญ ให้นอนพักเสีย แล้วขวัญจะกลับมา”

แม่น้อยคลายกังวล ผู้ใหญ่ดีใจที่ลูกอาการดีขึ้น ส่วนเผื่อนกับงามโล่งใจที่เจ้านายปลอดภัยแล้ว

ooooooo

ชบาซึ้งน้ำใจเพชรที่เสี่ยงชีวิตช่วยตนรอดจากถูกสิงปล้ำจะข่มขืน เฝ้าดูแลเพชรอย่างห่วงใย จนเพชรละเมอถึงแม่เพ้อจะไปหาแม่ พร่ำบอกว่ารักแม่แล้วคว้าชบาไปกอดแน่น

ชบายิ่งรู้สึกดีที่เพชรเป็นคนรักครอบครัวจึงปล่อยให้เพชรกอดให้อบอุ่นใจ

แต่โชคร้ายแม่กลอยมาเห็นเข้า โกรธจนตัวสั่นคว้าหวายได้ก็ฟาดไม่ยั้งหาว่าชบาพาผู้ชายมากอดกันบนเรือน  แม้ชบาจะพยายามชี้แจงแต่แม่กลอยไม่ฟัง ด่า ชบาอย่างผิดหวัง...

“ถึงข้าจะชั่วเอาลูกไปประเคน ข้าก็ไม่เคยสอนให้เอ็งมั่วชาย!!” แม่กลอยด่าหนักข้อเข้าทุกทีกระทั่งหาว่า “เอ็งได้เสียเป็นเมียมันแล้วงั้นสิ? ข้าจะตีให้ตาย!!”

เพชรรู้สึกตัวขึ้นมาขอร้องแม่กลอยอย่าตีชบาเลย กลับถูกแม่กลอยหวดหวายใส่ไปอีกคน ด่าชบาว่าชิง สุกก่อนห่ามจะตีให้ตายไปตามกัน

ขณะนั้นเอง กาเหว่าเข้ามาเห็นรีบเข้ามาร้องห้ามแม่ ถูกแม่กลอยผลักออก กาเหว่าจึงตะโกนบอกว่า

“แม่...พี่ชบาไม่ได้พาพี่เพชรเข้าห้อง ฉันนี่แหละที่พาพี่เพชรมา” ถูกแม่กลอยหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับชบา หันมาฟาดกาเหว่าไปอีกคน

“ไม่ใช่จ้ะแม่...” กาเหว่าพยายามหลบหวาย ร้องไห้ไปชี้แจงไปว่า “เมื่อคืน พี่ชบากลับเรือนถูกโจรชั่วดักขืนใจ พี่เพชรไปช่วยไว้โดนแทงแผลใหญ่...ฉันผ่านไปเจอ ก็ช่วยกันหามมารักษาตัวที่เรือนจ้ะ”

ฟังกาเหว่าแล้ว หวายในมือแม่กลอยถึงกับร่วง แม่กลอยรู้สึกผิดที่ทำร้ายคนดี

ooooooo

เมื่อผู้ใหญ่ช่วงระงับการบวชของโชติ วันนี้โชติจึงไปหาพุดจีบที่เรือนเพราะกลัวกาหลงจะพูดเรื่องของตนให้พุดจีบฟังจนเสียเรื่อง

กาหลงเองก็ไปหาพุดจีบที่เรือนหมายจะบอกเรื่องโชติให้เพื่อนรักรู้ แม่อิ่มบอกว่าพุดจีบไม่อยู่และไม่ต้องมาหาลูกตนอีก กาหลงรู้ว่าแม่อิ่มไม่พอใจแม่กลอยที่มีเรื่องกันที่งาน จึงกราบขอโทษแทนแม่แล้วขออนุญาตเข้าไปพบพุดจีบ

“น้าขอล่ะ อย่าเอาปัญหามาสุมให้พุดจีบอีกเลย พ่อโชติยกเลิกงานบวชเพราะอบเชยไม่สบายหนัก น้าตัดสินใจจะให้พุดจีบร่วมหอกับพ่อโชติในเร็ววัน”

“ไม่ได้นะจ๊ะน้า!” กาหลงตกใจ

“กาหลง อย่ามาขัดขวาง...พุดจีบเสียสละเพื่อกาหลงมามากนัก ขอให้พุดจีบมีความสุขบ้าง”

กาหลงชี้แจงว่าตนยินดีที่พุดจีบจะออกเรือน แต่การที่พุดจีบต้องร่วมหอกับโชติตนยอมไม่ได้ แม่อิ่มตำหนิกาหลงว่าไม่ผิดกับแม่กลอยที่เห็นแก่ตัวขวางทางพุดจีบ บอกให้กลับไปเสียตนหมดเรื่องที่จะคุยด้วย แล้ว กาหลงจึงจำต้องกลับไป

พุดจีบเดินมาเห็นแม่คุยกับกาหลงสงสัยว่าคุยอะไรกัน ครั้นถามแม่อิ่มก็ได้รับคำตอบอย่างขอไปทีว่ามาเยี่ยมเยียนกันตามประสา แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าเจอกับโชติหรือยัง แม่อิ่มหว่านล้อมพุดจีบว่าเมื่อโชติไม่ได้บวชก็อยากให้ลูกแต่งงานกันเสียโดยไว

“ไว้ลูกกลับมาเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน” พุดจีบขอผลัด แม่อิ่มถามว่าจะไปไหน “ลูกจะไปเยี่ยมอบเชยจ้ะ” แม่อิ่มดีใจฝากเยี่ยมแทนแม่ด้วย

ที่แท้พุดจีบไปดักกาหลงระหว่างทางกลับเรือน ถามว่ากาหลงไปหาถึงเรือนจะบอกเรื่องโชติใช่ไหม?

เวลาเดียวกัน โชติไปถึงเรือนพุดจีบ รู้จากแม่อิ่มว่าพุดจีบไปเยี่ยมอบเชยก็แปลกใจที่ทำไมไม่เจอกันทั้งที่เส้นทางระหว่างเรือนมีทางเดียว พอรู้ว่าเมื่อเช้ากาหลงก็มาหาพุดจีบ โชติร้อนใจรีบลาลงจากเรือน มุ่งตามทางไปเรือนกาหลงมองหาพุดจีบแต่ไม่เห็น! โชติแปลกใจว่าทั้งสองไปอยู่ที่ไหน?!

ooooooo

กาหลงกับพุดจีบไปนั่งคุยกันที่ริมบึงบัว กาหลงเล่าความจริงทั้งหมดให้พุดจีบฟัง แล้วถามว่าพุดจีบไม่แปลกใจหรือว่าแผลเป็นบนหน้าโชติมาจากไหน

ฟังกาหลงเล่าแล้ว พุดจีบถามว่ากาหลงรอดมาได้อย่างไร

“บุญกรรมที่ฉันทำยังพอมี ฉันดิ้นรนจนเชือกคลาย ฉันเร่งแก้เชือกรอดตัวมา” พุดจีบถามว่าแล้วทำไมไม่บอกทุกคนว่าถูกโชติทำร้าย “มันขู่จะฆ่าแม่ ฆ่าน้องฉัน พุดจีบก็รู้ว่ามันมีกำลัง ฉันพูดไปก็หาว่าฉันใส่ความ ฉันจำต้องฝืนเก็บความเจ็บไว้ในใจ หวังจะอโหสิกรรมให้ แต่เมื่อมันคิดจะร่วมหอกับเพื่อนฉันฉันยอมให้เพื่อนฉันใช้ชีวิตกับคนพรรค์นั้นไม่ได้!”

พุดจีบกอดกาหลงร้องไห้ด้วยความซึ้งน้ำใจเพื่อน ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและห่วงใยกัน

เมื่อพุดจีบเดินกลับเจอโชติกลางทาง โชติปราดเข้าถามอย่างร้อนใจว่าไปไหนมา พุดจีบตบหน้าโชติทันที โชติถามว่าตบตนเรื่องไร?

“พี่ทำอะไรย่อมรู้แก่ใจดี” โชติพูดทันทีว่ากาหลงใส่ความตน “พี่พูดเหมือนรู้ว่ากาหลงคุยอะไรกับฉัน?!”

“กาหลงจงใจขวางทางรักพี่ พุดจีบก็เห็นว่าน้า กลอยจับชบาใส่พานถวายพี่ พี่ไม่เล่นด้วยกาหลงก็เคืองโกรธ ยุยงปั่นหัวให้พุดจีบเกลียดชังพี่” พุดจีบตัดบทให้พอ
อย่าพูดให้เปลืองน้ำลายเลย เอาเป็นว่าตนขอถอนคำ ไม่ร่วมหอด้วย โชติสวนทันทีว่า “ไม่ได้นะ!” พี่รักพุดจีบ

พุดจีบเลี่ยงจะเดินหนี ถูกโชติคว้าไปกอดจูบบอกว่า “พุดจีบต้องเป็นเมียพี่” พยายามจะข่มขืน พุดจีบดิ้นสุดแรงโชคดีที่แม่อิ่มเดินมาเจอ โชติรีบปล่อยพุดจีบถอยออกไป เอ่ยขอโทษแม่อิ่มที่ตนขาดสติยั้งคิด ทำไปเพราะรักพุดจีบ

“พี่ไม่ได้รักฉัน” พุดจีบตบหน้าโชติฉาดใหญ่ “หากพี่รักฉัน พี่ต้องถนอมน้ำใจฉัน ไม่ยื้อยุดฉุดกระชากทำตัวเยี่ยงสัตว์ป่า! ในเมื่อพี่หยาบช้าไม่ใฝ่ดี ศีลเราคงไม่เท่ากัน เลิกแล้วต่อกันเถอะ”

พุดจีบเดินเลี่ยงไป โชติหันมองแม่อิ่มยกมือไหว้ขอโทษอ้างว่าทำไปเพราะรัก แม่อิ่มไม่พูดอะไรเดินตามพุดจีบกลับไป โชติจิกตาตามเชื่อว่าเหตุเกิดเพราะกาหลงแน่ๆ คำรามอาฆาตแค้น

“นังกาหลง!!”

แม่อิ่มไม่พูดอะไรขณะโชติขอโทษ แต่พอมา ถึงเรือน กลับบอกพุดจีบว่าไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เรื่องที่โชติทำนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะมาหักล้างปิดใจให้โชติ

“แม่จ๋า ลูกแจ้งใจทุกเรื่องแล้ว ลูกไม่อาจเปิดใจ รับพี่โชติได้”

แม่อิ่มหาว่ากาหลงหวังทำลายงานแต่งของพุดจีบเพื่อให้ชบาได้ออกเรือน พุดจีบแย้งว่าไม่ใช่เรื่องนั้น

“แล้วมันเหตุใดกัน ว่ามาให้แม่เข้าใจเห็นตรง กับลูก”

พุดจีบคิดหนัก เพราะจำคำของกาหลงได้ว่า อย่าบอกเรื่องที่ตนเล่านี้กับใคร เพราะผู้ใหญ่ช่วงไม่มีวันเอาผิดลูกชายตัวเอง เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านเลย ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์นั้น ใครจะเชื่อคำเรา กาหลงยังบอกด้วยว่า

“แม้แต่พี่ไม้ฉันก็ไม่เล่า ไฟแค้นในใจพี่ไม้สุมเป็นเพลิงน่ากลัวนัก อย่าบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่แม่อิ่ม ฉันจะกลายเป็นผู้ร้ายทำลายความรักไปด้วย...” คิดได้ดังนี้แล้ว พุดจีบจึงไม่เล่าให้แม่อิ่มฟัง ยืนยันแต่เพียงว่าไม่ขอร่วมหอกับโชติ

แม่อิ่มติงว่าทำแบบนี้เท่ากับทำให้ผู้ใหญ่ผิดใจกัน เคืองพุดจีบถึงกับบอกว่าเมื่อเห็นแม่ไม่มีความหมายก็อย่ามายกมือไหว้นับถือกันเลย พูดแล้วเดินหนีไป อย่างไม่พอใจ พุดจีบเสียใจแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่พูดตามหลังแม่อิ่มไปว่า

“แม่...ฉันไม่เคยเห็นใครสำคัญกว่าแม่...”

ooooooo

โชติกลับเรือน เข้าไปนั่งข้างเตียงอบเชยที่นอนหลับอยู่ ระบายความคับแค้นใจกับน้องว่า

“อบเชย เอ็งมันช่างอาภัพรัก ไม่ต่างจากข้านักหรอก ข้ากำลังจะได้สุขสมกับหญิงคนรัก แต่มารผจญมันเล่นงานข้า ศัตรูหัวใจเอ็ง มันก็คือศัตรูข้า ข้าจะต้องจัดการเอาคืนให้สาสม”

“นังกาหลง!!” อบเชยลืมตาโพลงโพล่งออกมา โชติถามว่าเป็นอย่างไร ใครทำให้บอกมา อบเชยบอกว่ากาหลง ทำให้โชติยิ่งแค้นกาหลงบอกว่าจะไปฆ่ามัน อบเชยตกใจมาก ร้องห้ามพี่ชาย โชติถามว่าทำไม? ตนจะไปแก้แค้นให้!

“พี่ทำอะไรมันไม่ได้...มันเป็นผี!” พูดแล้วอบเชยน้ำตาไหลสั่นไปทั้งตัว โชติผงะเมื่อได้ยินว่ากาหลงเป็นผี! แต่ก็ไม่เชื่อนัก เพราะเห็นอยู่กับตาว่ากาหลงอยู่กิน
กับไม้เยี่ยงคนทั่วไป

แต่เมื่อโชติคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ประสบมากับตัวเอง เมื่อครั้งบุกไปดูกาหลงถึงเรือน แต่เมื่อเจอกาหลงถือตะเกียงออกมาดู โชติตกใจวิ่งลงเรือนตกบันไดเพราะเหยียบน้ำลื่นทั้งที่ขาขึ้นบันไดแห้งผาก โชติเรียกขาบกับมั่นมา สั่งให้ไปบึงบัวไปดูให้เห็นกับตาว่ากาหลง เป็นผีหรือคนกันแน่!

เวลาเดียวกันนั้น กาหลงเอาห่อข้าวและพริกกับเกลือมาให้ไม้ที่ท้องนา ระหว่างนั้นกาหลงรู้ว่าพวกโชติกำลังไปที่บึงบัวเพื่อหาซากตน ดังนั้น พอไม้ไปล้างมือกลับมาจะเปิบข้าวก็ไม่เห็นกาหลงแล้ว เห็นแต่ข้าวและพริกกับเกลือบนใบตอง

พุดจีบหลับฝันว่า เอาพวงมาลัยไปวางไว้หน้า หิ้งพระ รู้สึกเหมือนมีใครเดินผ่านหน้าห้อง แต่พอลุกไปดูก็ไม่เห็นใคร พอเดินออกมาดูที่หน้าเรือนจึงเห็นหลวงตาพระธุดงค์หันมอง พุดจีบก้มกราบ “นมัสการเจ้าค่ะ... หลวงตา”

“อาตมามีความสำคัญจะบอกโยม ถึงเวลาที่โยมต้องเข้าช่วยเหลือเพื่อนของโยม เพื่อนที่เกิดมาเป็นคู่บุญคู่กรรมกันมา มีเพียงโยมเท่านั้นที่มีบุญเพียงพอที่จะปรามและปลดปล่อยให้เขาได้พบหนทางสว่าง”

พุดจีบถามว่าหลวงตาหมายถึงใคร ก็พอดีนวลเข้ามา พุดจีบจึงสั่งให้เตรียมสำรับอาหารตนจะถวายเพลหลวงตา แต่เมื่อหันกลับมาอีกที หลวงตาก็หายไปแล้ว!

ที่แท้เป็นความฝันที่พุดจีบรู้สึกว่าเหมือนจริงมาก นึกเป็นห่วงกาหลงขึ้นจับใจ เลยเร่งเดินไปหากาหลงที่ทุ่งนา...

ooooooo

โชติพาสิง มั่น และขาบ ไปถึงริมบึงบัว สั่งขาบให้ลงไปหาศพกาหลง ขาบกลัวไม่กล้ากระโดดลงไป ถูกสิงเอาพายกระทุ้ง เลยต้องกระโดดลงจากเรือ

ขาบว่ายน้ำไปแหวกกอบัวดูไม่พบอะไรจึงพรวดขึ้นมา โชติถามว่าเห็นร่างกาหลงไหม?

“ไม่เห็นจ้ะพี่ มันยังไม่ตายหรอก” ขาบยืนยัน พอโชติถามว่าแน่ใจรึ ขาบบอกว่าตนดำหาจนทั่วแล้ว มั่นถามว่าดำไปตรงไหน พอขาบชี้ มั่นเอาพายกระทุ้งด่า...

“ไอ้โง่ เอ็งงมหาผิดที่เสียแล้ว ข้าจำกอบัวนี้ได้ ข้าโยนลงไปตรงนี้ ซากมันก็ต้องอยู่ใต้เรือ!”

“เอ็งลงไปเร็ว!” โชติสั่ง ขาบจึงจำใจดำลงไปอีกครั้ง

กาหลงมายืนอยู่ใต้ต้นไทร ดูพวกโชติที่มางมหาซากตน ครั้งแรกที่ขาบขึ้นจากน้ำกาหลงโล่งใจว่าไม่เจออะไร แต่พอขาบดำลงไปครั้งที่สอง กาหลงไม่พอใจคิดทำอะไรบางอย่างทันที!

คราวนี้ขาบดำลงไปนานจนโชติเอะใจว่าขาบจะงมถูกที่หรือไม่

“ตรงนี้แหละที่ฉันโยนนังกาหลง ถ้ามันไม่เจอก็เป็นอย่างที่พวกฉันคิด กาหลงยังไม่ตาย! ยังไงก็ไม่ตาย” พูดแล้วมั่นยกมือท่วมหัว “ขออย่าให้ตายเหอะ...”

ที่ใต้น้ำในกอบัว ขาบดำไปเห็นร่างหนึ่งจึงว่ายเข้าไปจ้อง พริบตานั้น ซากกาหลงพลิกกลับมา! ขาบตกใจเมื่อรู้แน่ว่ากาหลงตายแล้วจะรีบพาตัวขึ้นมา ถูกกาหลงจับขาดึงลงไปจนหน้าเกือบติดกัน กาหลงยื่นมือไปบีบคอทันที!

พวกโชติที่รออยู่บนเรือเห็นพรายน้ำผุดขึ้นมาปุดๆ เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น โชติเห็นท่าไม่ดีสั่งมั่นลง
ไปดู มั่นไม่กล้าลงสิงจึงอาสาลงไปเอง

ขาบถูกกาหลงบีบคอดิ้นทุรนทุราย พอกาหลงเห็นสิงดำน้ำลงมาก็ตกใจ เมื่อสิงว่ายมาถึงจึงเห็นสายบัวพันคอขาบอยู่ สิงรีบช่วยดึงสายบัวออก

ในที่สุด สิงกับขาบก็พรวดขึ้นเหนือน้ำ พอมาถึงริมบึงบัว ขาบกับสิงก็เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ขาบบอกว่าตนถูกผีกาหลงบีบคอ สิงยืนยันว่าขาบถูกสายบัวพันคอตนเป็นคนดึงสายบัวออกให้เอง!

ทั้งสองเถียงกันเอาเป็นเอาตาย โชติสั่งให้หยุดแล้วให้สิงเอาเรือกลับเรือนอย่าให้พ่อสงสัย สั่งขาบกับมั่นให้ไปกับตนพูดอย่างมุ่งมั่นว่า

“จะผีหรือคน ข้าจะดูให้รู้กับตา!!”

ooooooo

พุดจีบรีบเดินไปที่ทุ่งนา คิดเรื่องราวของกาหลงนับแต่ตัวกาหลงเปียกแล้วกาหลงอ้างว่าไปเก็บบัวแล้วพลัดตกน้ำ คิดถึงคำที่หลวงตาเตือนว่ามีแต่ตนเท่านั้นที่มีบุญวาสนาพอจะตักเตือนให้สติกาหลงได้

ยิ่งคิดถึงความผิดปกติของกาหลง พุดจีบก็ยิ่งเป็นห่วง เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อตามหาไม้กับกาหลงให้เจอ จนมาถึงมุมหนึ่งที่ทุ่งนา จึงเห็นไม้นั่งกินข้าวห่อใบตองอยู่กับพื้น

ไม้ชวนพุดจีบกินข้าวด้วยกัน พุดจีบถามว่าแล้ว กาหลงล่ะ ไม้บอกว่าคงไปเอาน้ำพลางยกกระบอกน้ำให้ดูว่าน้ำหมด

พุดจีบชั่งใจก่อนตัดสินใจถามว่า ไม้รู้เรื่องอบเชยคลั่งว่าเจอผีกาหลงหรือไม่ ไม้ตัดบทว่าหยุดพูดเรื่องนี้เสีย

“ฉันไม่ได้ว่ากล่าวอะไร แต่ฉันแค่สงสัยว่า เรื่องมันต้องมีมูล อบเชยถึงพูด”

“บ๊ะ!” ไม้วางห่อข้าวอย่างไม่พอใจ “จะมีมูลอะไรล่ะ มันก็อยากได้พี่ทำผัว สักแต่มีปากก็พูดไปให้คนเกลียดกาหลงเมียพี่ พุดจีบก็ช่างกระไร เป็นเพื่อนรักกับกาหลงแท้ๆ จะงัดคำงมงายของคนลวงอย่างมันขึ้นมาพูดกันทำไม!”

“ฉันเพียงมาถามไถ่ ไม่ได้หมายจะใส่ความ”

“พอเถอะ พี่ว่าเรื่องนี้ต้องคุยให้พร้อมหน้า พุดจีบรอพี่ตรงนี้ พี่จะไปตามกาหลงมาให้รู้ความ” ไม้ลุกไปฉุนๆ จนพุดจีบรู้สึกผิดที่ทำให้ไม้ไม่พอใจ

เพชรที่อาการดีขึ้นและถูกแม่กลอยไล่ให้กลับไปเสียเพราะระแวงว่าเพชรจะมาจีบชบา เพชรจึงลงจากเรือนกลับเรือมาได้ยินพุดจีบคุยกับไม้ เพชรเดินเข้ามาบอกพุดจีบว่า

“ฉันอยู่ข้างพี่”

พุดจีบแปลกใจที่เพชรเข้ามาหาและบอกเรื่องนี้ ถามว่า “เอ็งพูดว่าอะไร?”

“ฉันอดสงสัยในตัวพี่กาหลงไม่ได้ มันมีหลายเรื่องราวที่เป็นปริศนา” เพชรทบทวนเรื่องที่กาเหว่าเล่าว่ากาหลงถูกจับถ่วงน้ำ กาเหว่าลงไปช่วยแก้เชือกแต่แก้ไม่ออก เพชรตั้งข้อสังเกตกับพุดจีบว่า

“ช่างผิดวิสัยที่ผู้หญิงจะแก้เชือกนั่นได้ และมันน่าฉงนที่พี่กาหลงจะกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำได้นานเกินคน นอกจากนั้นฉันยังได้ฟังความว่า ก่อนงานแต่ง พี่จอกลงไปเก็บบัว แล้วก็เสียสติไป และในคืนนั้น ฉันเองก็ประสบเหตุที่คลางแคลงใจ...ฉันทบทวนปะติดปะต่อเรื่องราว ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่กาหลง...”

พุดจีบฟังเพชรเล่าแล้วคล้ายกับเรื่องที่ตนสงสัย อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกาหลง? ชวนเพชร...

“ไปกับพี่ให้รู้แจ้งกัน”

ไม้ที่ยืนดูอยู่มุมหนึ่งไม่พอใจที่ทั้งสองสงสัยกาหลง...

ooooooo

พุดจีบพาเพชรไปที่วัดเพื่อจะถามจอกให้รู้ชัดว่าจอกไปเจออะไรมา ไปถึงจอกยังหลับอยู่ โขงบอกให้กลับไปเสียเพราะจอกยังหลับเป็นตายขืนรอท่าจะเสียการ
เพชรบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุย พอโขงถามว่าเรื่องอะไรก็ไม่กล้าพูด พุดจีบจึงสั่งความว่าถ้าจอกตื่นให้บอกไปหาตนที่เรือนด้วย แต่พอทั้งสองเดินออกไป ก็ได้ยินเสียงจอกตื่นมาร้องรำทำเพลงอย่างร่าเริง ทั้งสองจึงเดินกลับไปหาจอก

“เล่าความประสงค์ของเจ้าทั้งสองมา จะให้ข้าช่วยเรื่องอันใด อันตัวเรานี้ยินดีเป็นนักหนา จะผ่อนทุกข์คลายโศกให้พวกเจ้า” จอกออกลายลิเกคล่องแคล่ว

“ฉันอยากรู้เรื่องวันที่พี่ไปดำเก็บดอกบัวให้พี่กาหลงจ้ะ” เพชรเอ่ย จอกชะงักทันที ส่วนโขงปรามว่าถามเรื่องนี้ทำไม เดี๋ยวจอกโวยวายขึ้นมาตนเหนื่อยจนเอาไม่ไหวแล้ว พูดแล้วไล่จอกไปนอนเสีย แต่จอกกลับบอกว่า

“ถึงเวลาแล้วกระมัง ที่เรื่องแต่หนหลังต้องปรากฏ ...ข้าจะชี้แจงแถลงไขให้กระจ่าง”

เพชรกับพุดจีบดีใจ พุดจีบถามว่าวันนั้นจอกเห็นอะไรที่ใต้น้ำ “ข้าเห็น...” จอกตอบแค่นั้นก็น้ำตาไหล เพชรถามนำหยั่งเชิงว่า เห็นซากศพ? จอกตอบทันทีว่า “ใช่” พุดจีบรีบถามต่อว่าศพของใคร!

จอกน้ำตาไหลพูดไม่ออก โขงเดาว่าศพผู้หญิง จอกพยักหน้า พุดจีบถามว่าใคร? จอกเอามือลูบผม พุดจีบ เพชรเดาว่าผมยาว? จอกพึมพำ ยาว...ยาว...

ทั้งโขง พุดจีบและเพชรมองหน้ากันเดาว่าเป็นกาหลง แล้วทุกคนก็สะดุ้งโหยงเมื่อไม้เข้ามาตวาด

“ไอ้โขง!! ข้ากำชับให้เอ็งดูแลไอ้จอกให้ดี อย่าให้ใครกวนใจมัน เอ็งไม่ฟังคำข้า!! ประเดี๋ยวมันก็เสียสติก่อเรื่องขึ้นมาอีก เอ็งไม่เข็ดหลาบรึไง?!”

“พุดจีบกับน้องเพชรเขาแค่อยากรู้” โขงเสียงอ่อย

“ไม่ต้องพูดมาก พาไอ้จอกเข้านอน!”

เพชรยังอยากรู้ติดพัน ถามจอกว่าผมยาวแค่ไหน ถูกไม้หันมาลากเพชรออกจากวัด ไล่ให้กลับไปเรือแล้วถ่อเรือแจวเรือออกไปจากบ้านบัวสีเสีย!!

“พี่ไม้อย่าไล่ฉันเลย...ฉันเป็นน้องพี่นะ” เพชรอ้อนวอน

“ใครที่คิดว่าเมียข้าเป็นผี ข้าไม่นับญาติ! ไม่นับเป็นพวก!!”

พุดจีบรู้สึกผิด รู้ดีว่าไม้โกรธตนด้วย บอกเพชรว่า

“ฉันผิดเองจ้ะพี่ไม้ ฉันเป็นคนพาเพชรมาหาพี่จอก ฉันเพียงอยากฟังความจากปากพี่จอกให้รู้จริง”

“ความจริงก็รู้เห็นว่ากาหลงเป็นยังไง พี่เสียใจที่พุดจีบไม่วายตื่นตูม จับเรื่องโกหกพกลมมาคิดเป็นตุเป็นตะ หากจอกมันเจอซากกาหลงใต้น้ำ พี่ก็ต้องเห็น พี่เคยดำน้ำลงไปแล้ว ไม่เจออะไรเลย!”

เพชรติงว่าผีอาจบังตาก็ได้ ถูกไม้ตวาดอย่างไม่พอใจมากว่า...

“พอได้แล้ว ข้าไม่อยากฟัง ข้าไม่เชื่อใจใครนอกจากเมียข้า! หยุดเรื่องนี้ เลิกสงสัยในตัวเมียพี่ พี่ร่วมหอนอนเรือนกับกาหลงมาพอสมควร คนกับผีจะอยู่กินกันได้ยังไง ใช้ขมองตรองดู!!”

เห็นความขึงขังไม่พอใจและมีเหตุผลของไม้ พุด–จีบขอโทษและขอตัวกลับ ไม้จึงหันปรามเพชรว่า

“ไม่อยากให้ข้าผิดใจ ก็หยุดใส่ความเมียข้า!”

“จ้ะ...” เพชรรับคำหน้าจ๋อยอย่างรู้สึกผิดแล้วเดินออกไป

ooooooo

โชติพาขาบกับมั่นตรงไปที่เรือนกาหลง สั่งขาบให้เปิดประตูเข้าไป ขาบกลัวแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งผลักประตูไม่เปิดเลยผลักอย่างแรงจนตัวถลำเข้าไปยืนกลางเรือน ขาบเหลียวมองรอบตัวอย่างตกใจกลัว

“นังกาหลงไม่อยู่” มั่นบอก

“รึมันยังไม่กลับเรือน ไปตามหาที่บ้านแม่มัน ข้าต้องเห็นกับตาว่ามันยังมีชีวิตอยู่!” โชติเดินนำออกไป พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงโขลกน้ำพริกดังขึ้น ทุกคนหันกลับไปยังเรือนกาหลงทันที

ยิ่งใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงโขลกน้ำพริกดัง มันดังมาจากในครัว! โชติเดินนำไปที่ครัว มั่นกับขาบย่องตามไปอย่างระแวดระวัง

โชติค่อยๆ โผล่หน้าเข้าไปในครัว ไม่เห็นใคร พลันก็สะดุ้งโหยง!

“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน” เสียงกาหลงถามขึ้น ทุกคนมองไปจึงเห็นกาหลงนั่งตำน้ำพริกอยู่ที่มุมหนึ่งในครัวนั่นเอง

“นังกาหลง...มันนั่งตำน้ำพริก มันไม่ตาย มันไม่ใช่ผี!!” มั่นร้องขึ้นอย่างใจชื้น

“พวกเอ็งหวังอะไรถึงบุกเข้าครัวข้า แล้วมาชี้หน้าแช่งว่าข้าเป็นผี” กาหลงยกสากขึ้นชี้หน้า “ออกไปจากเรือนข้าให้ไว! ออกไป!!!”

ขาบเร่งมั่นกลับกันเถิด เดี๋ยวมันโกรธจะหักคอเอา ถูกมั่นตบหัวผัวะ ถามว่าผีที่ไหนจะมานั่งโขลกน้ำพริก ขาบก็ยังยืนยันว่ากาหลงตายแล้ว มั่นเอ็ดว่า “มันยืนอยู่นี่จะตายได้ไงวะ”

“พวกเอ็งอย่ามาทะเลาะให้หนวกหู ออกไปจากเรือนข้า!” กาหลงไล่ตะเพิดอีก โชติสวนทันทีว่า

“ข้าไปแน่ แต่ข้าต้องรู้ให้เห็นแก่ใจ...ว่าเอ็งเป็นใคร อบเชยบอกว่าเอ็งเป็นผีเล่นงานมัน ข้าไปบึงบัวก็ไม่เห็นซาก ข้าบุกเรือนมาครานี้ได้ปะตัวก็ดี ข้าจะพิสูจน์ให้รู้ เอ็งเป็นคนหรือผี”

โชติชักดาบออกมา จ้องกาหลงเขม็ง!

“หากมันเป็นผี ดาบนี้คงทำอะไรมันไม่ได้ แต่หากมันเป็นคน ข้าก็จะล้างแค้นเอาคืน มันฝากรอยบากไว้หน้าข้า”

“พวกเอ็งไสหัวออกไปจากเรือนข้า!!” กาหลงปาสากใส่ โชติหลบพ้นสั่งให้จับกาหลง มั่นวิ่งเข้าไปจับก่อน ขาบกลัวไม่กล้าเข้าไป ถูกโชติจ้อง ขาบกลัวโชติกว่าเลยวิ่งไปช่วยมั่นจับ กาหลงดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย

มั่นกับขาบจับกาหลงไว้แน่น กาหลงทั้งศอกและเข่าใส่จนมันทั้งสองทรุด กาหลงหันมองโชติ พุ่งเข้าใส่

“เอ็ง!”

โชติยกดาบฟันไม่ยั้ง ปากก็พล่ามไม่หยุด “ข้าอยากรู้ว่าเอ็งเป็นผีหรือคน...เอ็งเป็นผีหรือคน...”

มั่นกับขาบตกใจที่โชติฟันไม่ยั้งจนเลือดกระเด็นเปรอะไปทั้งครัว มั่นตะโกนอย่างสยองว่า

“พอแล้วพี่ มันตายแล้ว!!”

โชติได้สติหยุดฟัน มองร่างกาหลงที่นอนจมกองเลือดแล้วยิ้มสะใจ

เวลาเดียวกันนี้ ไม้เข้าโบสถ์กราบพระประธาน สวดมนต์ต่อหน้าองค์พระไม่หยุด...

“พวกเอ็งมันปอดแหก เห็นไหม มันนอนตายอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ผี มันเป็นคน ไม่ใช่สิ มันตายแล้ว...มันตายด้วยดาบของข้า มันเป็นผี...มันเป็นผี!!” โชติหัวเราะสะใจเหมือนคนบ้าเลือด มั่นเร่งให้รีบไปกันเถิด เดี๋ยวไม้หรือชาวบ้านมาเห็น “พวกเอ็งเอาศพมันออกไปจากเรือน เอาไปลอยน้ำ สมอ้างว่ามันโดนโจรบุกมาปล้น ฆ่าแล้วจับโยนน้ำหน้าเรือน”

มั่นกับขาบไม่กล้า ถูกโชติตวาดสำทับ “ข้าบอกให้เอาศพมันไปทิ้ง!”

แต่พอมันทั้งสองเดินไปที่ศพกาหลง ต่างผงะตาตั้งเมื่อไม่มีร่างกาหลงแล้ว เหลือแต่รอยเลือดนองที่พื้น ร้องบอกโชติว่า “ศพมันหายไป!!”

“มันหายไปไหน?” ขาบบอกว่ามันเป็นผี ผีหายตัวได้ “ไม่จริง มันยังไม่ตายดี คลานหนีออกไปทางโน้น” โชติชี้ไปทางประตูอีกด้านหนึ่ง “พวกเอ็งลงไปดูใต้ถุนเรือน”

มั่นกับขาบจำต้องทำตาม โชติมองตามไป แปลกใจว่ากาหลงหายไปไหน

ooooooo

ที่บันได...มั่นกับขาบต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายลงไปก่อน สุดท้ายมั่นบอกว่าเห็นๆอยู่ว่าโชติฟันกาหลงตายเมื่อครู่นี้ ตนจะลงไปดูเอง

แต่พอเดินลงบันไดไปยืนข้างล่าง มั่นหันถามขาบ “เอ็งได้ยินเสียงอะไรไหม? เสียงหยดน้ำ?”

ที่แท้เสียงนั้นคือเสียงเลือดของกาหลงหยดลงพื้นที่ใต้ถุนเรือน!

โชติก้มลงกับพื้น แล้วมองลอดช่องพื้นลงไป ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากเลือดที่หยดลงพื้นดิน แต่พอเงยหน้ามองที่พื้นเรือนก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นเลือดที่นองพื้นไหลลงไปคราวเดียวจนหมด! โชติสงสัย ก้มมองอีกครั้ง คราวนี้เห็นกาหลงนั่งที่พื้นใต้ถุนเรือน กาหลงเงยขึ้นมองโชติอย่างอาฆาตแค้นคำราม

“มึงฆ่ากู...มึงตาย!!”

“อีกาหลง!!” โชติร้องแทบไม่เป็นภาษาแล้ววิ่งลงจากเรือนหนีไปด้วยความกลัวสุดขีด

มั่นกับขาบเห็นลูกพี่ใส่ตีนหมาโกยอ้าวไป ก็เชื่อว่าต้องเจอดีแล้วแน่ๆ ถามกันว่าบนเรือนก็ไม่มี ข้างล่างก็ไม่มี อย่างนี้ก็...

“ผี!!” ทั้งสองโกยอ้าวตัวใครตัวมัน

ooooooo

ไม้ยังนั่งสวดแผ่เมตตาอยู่ในโบสถ์ ส่วนโชติถือดาบวิ่งหนีไปในทุ่งนาอย่างขวัญหนีดีฝ่อ เสียงสวดมนต์ของไม้เหมือนไล่ตามหลังโชติไปตลอดทาง

มั่นกับขาบวิ่งขาลากมาถึงเรือนผู้ใหญ่ พากันยืนตะโกนเรียกผู้ใหญ่อยู่หน้าเรือน ผู้ใหญ่โผล่มาถามว่า ตะโกนโหวกเหวกอะไรกัน

“ไปช่วยพี่โชติด้วยเถอะ” ขาบตะโกนหอบฮัก

“ไอ้โชติเป็นอะไร” ผู้ใหญ่ตกใจมาก

“ผีนังกาหลงเล่นงานพี่โชติ” มั่นตะโกนบอกอย่างเชื่อหมดใจว่ากาหลงเป็นผีแล้ว

แม่น้อยยืนฟังอยู่มุมหนึ่งตกใจผงะ!

ooooooo

ที่ท้องนา โชติวิ่งหัวซุกหัวซุนสะดุดพื้นนาหัวคะมำ กาหลงเดินตามมาช้าๆ ในขณะที่ไม้ยังสวดมนต์ไม่หยุด

“อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย”

โชติตะกายลุกขึ้นชูดาบสู้อย่างจนตรอก ประกาศปากกล้าเสียงสั่น

“ผีก็ผีสิวะ ข้าจะฟันให้ตายเสียมื้อนี้ อดไปผุดไปเกิดเทียว”

โชติโถมเข้าฟัน กาหลงหายวืด พอเห็นกาหลงยืนอีกมุมก็พุ่งฟัน กาหลงหายวับไปอีก โชติหันไล่ฟันจนเวียนหัว เหนื่อยหอบ จึงหยุด มองไปรอบๆ ไม่เห็นกาหลง เริ่มใจคอไม่ดี

หารู้ไม่! ที่พื้นนา ผมกาหลงสยายยาวเลื้อยมาตวัดรัดตัวโชติอย่างเร็ว!

ไม้สวดบทส่งท้าย...“สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด”

โชติถูกผมกาหลงรัดทั้งตัวและคอ กัดฟันยกดาบฟันผมขาด เส้นผมกาหลงหดกลับไป กาหลงมองโชติอย่างแค้นจัด ก็พอดีผู้ใหญ่ช่วงวิ่งมาตะโกนเรียกโชติ ถามว่ามีอะไรหรือ

โชติวิ่งไปหาพ่อดีใจที่รอดตาย บอกพ่อว่ากาหลงเป็นผีเล่นงานตนเสียชะงัก ผู้ใหญ่ถามว่ามันอยู่ไหนพอโชติชี้ให้ดู ผู้ใหญ่สั่งโชติให้กลับเรือนเสีย แล้วพาโชติกลับเรือนสั่งให้เข้าไปอยู่แต่ในห้อง ตนจะไปเอาน้ำมนต์มารดไล่เสนียดผี แต่พอผู้ใหญ่ปิดประตู ภาพกอบัวปรากฏทันที!

ผู้ใหญ่ช่วงเข้ามาอีกทีพร้อมมะพร้าวอ่อนแล้วสาดน้ำมะพร้าวอ่อนใส่หน้าโชติ โชติหลบทันผู้ใหญ่หัวเราะร่าร่างกลายเป็นกาหลง กาหลงหัวเราะสะใจ พลันเรือนก็สั่นไหว ห้องกลายเป็นบึงบัว โชติยืนโงนเงนตกน้ำไป โชติตะกายขึ้นมา กาหลงตรงเข้าบีบคอทันที

ขณะโชติกำลังเสียท่ากาหลงนั้น มีลำแสงพุ่งเข้ามาที่ผิวน้ำ กาหลงร้องกรี๊ดแล้วร่างหายวับไป ผู้ใหญ่ช่วงกระโจนลงน้ำลากตัวโชติขึ้นมา มั่นกับขาบเข้าไปช่วยดึงโชติขึ้นไปดูแล

โชติในสภาพอ่อนเพลียมาก พอเห็นหมอผีโชติก็หมดสติไป

“นังนี่ฤทธิ์เดชมันไม่เบา...พลังของมันแรงกล้านัก!!”

“อีกาหลง!!” ผู้ใหญ่ช่วงคำรามอย่างโกรธแค้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:03 น.