ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กาหลงยกมือไหว้หลวงตาบอกว่าตนไม่เคยพบเห็นหลวงตามาก่อน หลวงตาบอกว่าท่านธุดงค์ผ่านมาไม่ได้จำพรรษาย่านนี้

กาหลงกราบลาลุกเดินออกไป หลวงตาพูดตามหลัง

“ไม่มีใครหนีความจริงได้หรอกโยม”

กาหลงหยุด แปลกใจคำพูดของหลวงตาที่เหมือนจะรู้เรื่องราวของตนดี ถามหลวงตาว่าหมายความถึงสิ่งใด

“โยม รู้ดีมิใช่หรือ ว่าโยมคือใคร? โยมเป็นอะไร?” กาหลงตกใจถามว่าหลวงตาพูดอะไร? ตนไม่เข้าใจ “จง ยอมรับในสิ่งที่โยมเห็น นั่นคือความจริง โยมไม่มีทางหนีตัวเองได้”

“ไม่จริง...นั่นเป็นเพียงภาพหลอน ดิฉันยังมีลมหายใจ...ดิฉันยังไม่ตาย!!” กาหลงปฏิเสธอย่างหวาดกลัววิ่งหนีไป

หลวงตามองกาหลงด้วยความเวทนาสงสาร

กาหลง วิ่งไปที่ทุ่งนา บอกตัวเองอย่างสับสน   หวาดหวั่น “ฉันยังไม่ตาย...ฉันยังไม่ตาย!!” ในขณะที่เหตุการณ์ต่างๆก็ตอกย้ำความรู้สึกของตัวเอง นับแต่ที่ถูกโชติจะขืนใจและถูกตนใช้มีดปาดหน้าเป็นแผล... เหตุการณ์ตอนมั่นกับปองยกร่างตนถ่วงน้ำและตนพยายามแก้เชือกที่มัดหินถ่วงน้ำ...

กาหลงวิ่งสุดฝีเท้าเหมือนจะวิ่งหนีจากภาพเหล่านั้น แต่หนีไม่พ้น จนกระทั่งเห็นซากตัวเองจมอยู่ใต้น้ำ!

พอกาหลงหยุด! ปรากฏว่ายังยืนอยู่ที่เดิม หันมอง ยังเห็นหลวงตาอยู่ตรงนั้น

“ไม่มีใครหนีความตายไปได้!!” หลวงตามองกาหลงด้วยความเห็นใจ กาหลงถามหลวงตาอย่างสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น? “ดวงจิตของโยมได้ละสังขารเสียแล้วตั้งแต่วันนั้น...”

“มันจะจริงได้ยังไง...ทั้งที่ดิฉันดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้”

“โยมหลุดพ้น...หรือดวงจิตคิดไปเอง...”

เหตุการณ์ผุดขึ้นในความนึกคิดของกาหลงอย่างสับสนอีก...นับแต่ตัวเองถูกจับถ่วงน้ำ พยายามแก้เชือกที่มัดถ่วงน้ำแต่แก้ไม่ได้...จนกระทั่งหมดลมหายใจ...ร่างลอยสงบนิ่งอยู่ใต้น้ำ...ในขณะที่วิญญาณหลุดลอยจากร่าง มายืนมองร่างตัวเองด้วยความตกใจและเสียใจ...

“ไม่จริง...กาหลงยังไม่ตาย หลังจากกาหลงขึ้นจากน้ำ กาหลงยังเจอพุดจีบ ยังกลับเรือนได้” กาหลงปฏิเสธลนลานอย่างรับไม่ได้

“ดวงจิตโยมยังผูกมั่นมิได้ปล่อยวาง ดวงจิตจึงเดินทางไปในที่ที่โยมต้องการ...”

กาหลงจำได้ถึงคืนวันที่เฝ้ารอไม้กลับมา...จนไปเห็นไม้ถูกจับฝังดิน เธอช่วยให้จอกกับโขงตามเจอไม้ที่ถูกฝังอยู่ ช่วยไม้รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด หลวงตาพูดอย่างรู้เรื่องราวเหล่านั้นดีอีกว่า

“โยมไปได้ไกลแสนไกล...เพื่อช่วยเหลือคนรักของโยม”

“ดิฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไงเจ้าคะ” กาหลงเริ่มยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ปาฏิหาริย์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เมื่อดวงชะตาไม่ถึง ฆาต ด้วยผลบุญในอดีตชาติที่สั่งสมมา และดวงจิตที่ผูกมั่นในความรักมีอานุภาพพอที่จะทำให้โยมดำรงอยู่ได้ แต่สิ่งที่โยมต้องกระทำในขณะนี้ จำยอมรับความจริง ปลดปล่อยอารมณ์ความโกรธแค้นเกลียดชัง ปล่อยวางพันธนาการแห่งความรัก ไปจุติในภพภูมิใหม่เสีย...”

“กาหลงจากไป แล้วใครจะดูแม่ ดูน้องให้ได้สุข... และพี่ไม้จะอยู่ยังไง?”

“คนทุกคนต่างเกิดมามีกรรมติดตัว...ทุกชีวิตล้วนอยู่ใต้กฎแห่งกรรม...ไม่มีใครก้าวล่วงกรรมของผู้อื่นได้ โยมจงละมันเสีย ยอมรับชะตาในตัวเอง อาตมาจะนำบุญส่งโยมให้ไปจุติในภพภูมิใหม่”

“กาหลงไปไม่ได้ หลวงตาเป็นคนพูดเองว่าชะตากาหลงยังไม่ถึงฆาต”

“แต่โยมก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้...แม้พลังแห่งดวงจิตในวันนี้แข็งแกร่งพอที่ทำให้โยมอยู่ในสภาพเช่นเดิม โยมก็ไม่สามารถหนีพ้นความทุกข์ได้ ทุกข์ที่ต้องการครอบครอง ทุกข์ที่เกิดจากการรักษาไว้ไม่ได้ และทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อโยมต้องสูญเสียทุกอย่างไป...”

กาหลงคลายความสับสนลง แต่ยังลังเลใจ หลวงตายังคงเทศนาชี้ทางอย่างเมตตา...

“ปล่อยวางทุกอย่างเสียให้สิ้น...ไม่มีผู้ใดหนีพ้นความตายได้ แม้แต่พระพุทธเจ้า...”

กาหลงตัดสินใจ ยกมือพนม หลับตา อย่างพร้อมที่จะปล่อยวางดวงวิญญาณนี้...หลวงตาพนมมือสวดมนต์...

กาหลงยังพนมมือ ไร้ความทุรนทุราย มีแต่น้ำตาไหลบนใบหน้าที่นิ่งสงบ...

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้...เมื่อขบวนขันหมากมาถึงเรือนกาหลง ไม้ตกใจเมื่อรู้ว่ากาหลงไปเก็บดอกบัวยังไม่กลับ

ขณะกำลังเครียดกันนั้น แม่กลอยมาถึงพอดี แต่เพราะกาหลงยังไม่กลับจึงต้องนั่งรอ แม่กลอยโวยวายว่า

“อุบ๊ะ! ปล่อยให้รอเสียนาน ท่าจะไม่อยากแต่งข้าจะได้บอกปัดขันหมาก”

“ไม่ได้!!” พวกขาวค้านทันควัน

“ฉันจะไปตามกาหลงกลับมาจ้ะ” ไม้รีบบ่ายหน้าไปทางบึงบัว

พุดจีบมองตามอย่างเป็นห่วง แล้วลุกตามไปพุดจีบเดินตามไม้ไม่ทันเพราะไม้เดินไปไกลแล้ว...แต่พุดจีบก็ยังเดินไปตามหากาหลงด้วยความเป็นห่วง...

ไม้ไปถึงบึงบัวไม่เห็นกาหลง ได้แต่ตะโกนเรียกไปตามริมบึง กาหลงได้ยินเสียงเรียกของไม้ จึงลืมตาขึ้น หลวงตาเตือนสติว่า

“ละทิ้งทุกอย่าง...นี่คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง”

กาหลงพยายามที่จะหลับตาลงอีกครั้ง แต่เสียงเรียกของไม้ยังแว่วมาไม่ได้ขาด...

“กาหลง...เอ็งอยู่ไหน...กาหลง!!”

กาหลงลืมตาฟึ่บ! น้ำตาไหลพราก ไม่อาจทนได้ตัดสินใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!” แล้ววิ่งออกไปหาทันที

หลวงตาหยุดสวดมนต์ ลืมตามองตามกาหลง จำยอมปล่อยให้กาหลงเลือกชะตาชีวิตของตัวเอง...

ไม้เรียกหากาหลงจนร้อนใจที่ไม่มีเสียงตอบรับ แต่กาหลงมายืนอยู่ข้างหลังไม้แล้ว ร้องเรียกไม้อย่างตื่นเต้นดีใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปหาเพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นผี จนกระทั่งไม้เดินมาหาและจับมือกาหลง เธอตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าร่างกายตัวเองเป็นปกติ จับต้องได้ ดีใจจนร้องไห้ โผเข้ากอดกันแนบแน่น...

“อาตมา ขอให้ดวงวิญญาณดำรงไว้ซึ่งคุณความดี มันจะเป็นเกราะคุ้มกัน แต่หากโยมตกอยู่ใต้อำนาจความโกรธอาฆาตแค้น เมื่อนั้นมันจะทำลายดวงจิตของโยม” พูดจบหลวงตาเดินจากไปช้าๆ

ไม้เห็นกาหลงร้องไห้หนัก ถามอย่างแปลกใจว่าไปทำอะไรมาเนื้อตัวถึงได้เปียกปอน กาหลงบอกว่าเก็บดอกบัวแล้วพลัดตกน้ำ บอกไม้ว่าตนไม่เป็นไร แค่ใจไม่ดี กลัวจะไม่ได้เจอไม้ ไม่ได้อยู่กับไม้...

“หยุดคิดเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้เทียว...วันนี้เป็นวันมงคลของเรา จากมื้อนี้ไป พี่จะได้อยู่ดูแลกาหลงชั่วชีวิต”

“ฉันก็จะอยู่กับพี่ชั่วชีวิต”กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา กอดไม้ไว้แน่น...

พุดจีบเพิ่งมาถึง เห็นความรักของไม้กับกาหลงแล้ว ก็ถอดใจเดินกลับไปเงียบๆ...

ooooooo

ที่เรือนกาหลง ทุกคนรอคอยการกลับมาของไม้กับกาหลง แม่กลอยหงุดหงิดโวยวายไม่พอใจว่าเลยเวลาฉันเพลก็ไม่ต้องทำพิธีแล้ว

“พี่ไม้มาโน่นแล้วจ้ะแม่” ชบาร้องบอก เห็นไม้ประคองกาหลงมา ชบาถาม “พี่กาหลงไปทำอะไรมาถึงได้เปียกม่อล่อกม่อแล่ก”

ตาสรปากตลาดพูดแทรกทะลึ่งว่าสงสัยจะเข้าหอใต้น้ำกันเสียแล้ว โดนยายมาด่าเลยหุบปาก

“ฉันขอโทษทุกคนด้วยจ้ะ ฉันไปเก็บบัวแล้วพลาดท่าตกน้ำ” กาหลงชี้แจง ไม้เร่งให้ทำพิธีกันเลย แม่กลอยพูดประชดว่า เลยเวลาเพลแล้ว พระหน้าไหนจะมาทำพิธีให้ ถูกขาวดักคอว่า

“อ้างพระอ้างเจ้า อย่าริยกเลิกงานแต่งเป็นอันขาด”

“ฤกษ์งามยามดีผ่านไปก็ไม่ต้องพิรี้พิไร รักกันก็เข้าหอไปเสีย” แม่กลอยกระแทกกระทั้น ไม่วายปรามกาหลงว่า

“แล้วจำคำเอ็งให้มั่น อย่าริทิ้งแม่ทิ้งน้อง”

“ฉันสัญญาจ้ะแม่” กาหลงยืนยัน แล้วหันพูดกับทุกคน “ฉันกับพี่ไม้ได้สมแก่ใจในมืิ้อนี้ มีพ่อแม่พี่ป้าน้าอาเกื้อหนุน ทุกคนสละตัวช่วยฉัน ฉันจะไม่ทำให้ลำบากเจ็บใจแน่แท้จ้ะ”

ทุกคนดีใจกับไม้และกาหลง เฟื้องพูดแทรกขึ้นว่า “เอาล่ะวะ พระท่านไม่ได้มาสวดมนต์ให้ศีลให้พร ข้าก็จะเอาน้ำฝนฉ่ำเย็นมารดมาราดเป็นมงคลขวัญ”

ชาวบ้านพากันตักน้ำฝนในตุ่มมารดมาราดใส่กาหลงกับไม้ที่กอดกันท่ามกลางสายน้ำที่สาดมาอย่างฉ่ำชื่นใจ แม่กลอยที่ยืนมองอยู่ ปลื้มปีติจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่พอกาหลงหันมาก็รีบปาดน้ำตาปั้นหน้าปึ่งหันหลังเดินกลับเรือน

แม้แม่กลอยจะไม่ได้แสดงความรักความยินดีเยี่ยงคนอื่น แต่กาหลงก็ชื่นใจเมื่่อรู้ว่าแม่กลอยรักตน...

ooooooo

โชติยังอยู่ที่กระท่อมของสิงไม่พอใจเมื่อรู้ว่ามั่น ขาบกับปองหายไป สิงเองก็ไม่รู้ บอกได้แต่ว่า

“ฉันถามชาวบ้าน ได้ความว่าพวกมันเอาเรือพายไปจากท่าหลายวันก่อน”

โชติระแวงว่า ตนสั่งให้ไปฆ่ากาหลง ชะรอยพวกมันจะกลัวถูกทางการจำตรุใจอ่อนเลยปล่อยกาหลงไป  สิงตั้งข้อสังเกตว่าแล้วทำไมพวกนั้นถึงต้องหนี

“มันกลัวข้าเล่นงานมันสิวะ ใจปลาซิวอย่างพวกมันปล่อยไว้ไม่ได้ มันอาจปากสว่างไปแจ้งผิดเอาความข้า!!” สิงสอพลอถามว่าจะให้ตนจัดการอย่างไร “เร่งตามตัวมัน แล้วฆ่าเสีย!!”

ที่แท้มั่น ขาบ กับปอง พายเรือตามเรือพ่อค้าไป พอเห็นกาเหว่าที่ท่าเรือก็ไล่ล่า กาเหว่าวิ่งหนีสุดชีวิต หนีเข้าดงกล้วยก็ถูกมันตามเจอ กาเหว่าหนีไปที่ตลาดวิ่งชนบรรดาพ่อค้าแม่ขายข้าวของหกหล่น

เพชร พ่อค้าขายพวกกระวานกานพลูกำลังร้องขาย กำมะถัน ดินปะสิว ดินสอพอง มีคนมาซื้อดินสอพอง เพชรหยิบให้ กาเหว่าวิ่งมาชนพอดีทำให้ดินสอพองล่วงลงพื้น กาเหว่าขอโทษและก้มเก็บให้แต่มั่น ขาบกับปองวิ่งไล่มาทัน กาเหว่าจึงวิ่งหนี พวกมันเลยเหยียบดินสอพองแตก แต่มันไม่สนใจวิ่งผ่านไป

“พี่ชายทำของฉันเสียหาย พี่ชายต้องชดใช้”เพชร ตะโกนบอก แต่พวกมันไม่สนใจวิ่งไล่กาเหว่าไป เพชรเลยวิ่งไล่ตามไปอีกคน

กาเหว่าวิ่งหกล้มเลยถูกมั่น ขาบกับปองมาล้อมไว้ กาเหว่าตกใจร้องขอความช่วยเหลือ ขาบหันไปขู่ชาวบ้านทันที

“ฉันเป็นตำรวจของทางการ ไล่จับไอ้หัวขโมย ไม่อยากตกเป็นคดีความก็ถอยออกไป!” พอชาวบ้านกลัวถอยไปมันหันขู่กาเหว่า “เอ็งมันถึงที่ตายแล้วไอ้กาเหว่า!”

“พวกเอ็งฆ่าพี่กาหลง ข้าจะบอกตำรวจให้ลิดหัวพวกเอ็ง” กาเหว่าขู่กลับ พวกมันหัวเราะเยาะว่าคนที่จะถูกลิดหัวคือกาเหว่าต่างหาก แล้วย่างสามขุมเข้าหาชักดาบเงื้อจะฟัน กาเหว่ากระถดหนี พอจวนตัวก็ยกมือพนมหลับตาอธิษฐาน

“ผีพี่กาหลงช่วยฉันด้วย”

สิ้นเสียง ร่างกาเหว่าก็ถูกดึงออกไป ดาบก็ฟันฉับลงที่พื้น กาเหว่าดีใจคิดว่ากาหลงมาช่วย แต่พอมองขึ้นไปกลายเป็นเพชร พ่อค้าหน้าคมคนนั้นนั่นเอง!

“เอ็งเป็นใคร” ปองตะคอก เพชรยกมือไหว้อ่อนน้อม “สวัสดีจ้ะพี่ ฉันชื่อเพชร เป็นพ่อค้ามาจากลพบุรี เอาพวกเครื่องยาเครื่องธาตุมาขายจ้ะ”

มั่นตวาดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ตนจะจัดการกับหัวขโมย มันขโมยสร้อยทอง กาเหว่าโต้ทันควันว่าไม่จริง โกหก! ขาบจะเข้าไปขย้ำคอกาเหว่า เพชรขวางไว้ดึงกาเหว่าออกมา แต่ยังพูดจาสุภาพอ่อนน้อมขอร้องอย่าทำร้ายเด็กเลย

ขาบหมั่นไส้ต่อยเพชรทันที แต่เพชรหลบต่อยสวนไปจนขาบกระเด็นและยกมือไหว้ขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

“เอ็งคิดลองดีกับข้า” ขาบพุ่งเข้าหา เพชรยกมือไหว้บอกว่าตนไม่สู้คน แต่ยิ่งถูกทั้งสองเล่นงาน ปองเงื้อดาบจะฟันเพชรหลบซัดปองจนดาบร่วงลงไปนอนครางกับพื้น

กาเหว่ายืนมองเพชรต่อสู้กับมั่น ปองและขาบตะลึงทึ่ง เห็นมั่นจะไปคว้าดาบเล่นงานเพชร กาเหว่าก็วิ่งเข้าไปเหยียบไว้แล้วรัวหมัดใส่มันจนสลบไป กาเหว่าดีใจที่เล่นงานมันได้แต่ก็เจ็บมือจนสะบัดเร่าๆ กาเหว่าได้ใจวิ่งเข้าไปต่อยปองกับขาบ เพชรเข้ามาคว้าตัวกาเหว่าวิ่งหนีไป

เพชรพากาเหว่าวิ่งหนีไปยังมุมหนึ่งในท่าน้ำ  กาเหว่า ร้องไห้เล่าเรื่องของตนให้เพชรฟัง...

“พวกมันจับพี่สาวฉันถ่วงน้ำ...พี่กาหลงตายแล้ว...” เพชรเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร กาเหว่าบอกว่า “ฉันอยากกลับบ้าน ช่วยฉันด้วยเถิด”

“บ้านเอ็งอยู่คุ้งใด”

“บ้านบัวสีจ้ะ” กาเหว่าอ้อนต่อรองว่า “ช่วยพาฉันไปส่ง ฉันไม่มีเงินติดตัว แล้วฉันจะช่วยวิดน้ำ ขัดเรือตอบแทน” เพชรบอกว่าประจวบเหมาะทีเดียวตนตั้งใจจะเอาของไปขายที่บ้านบัวสีอยู่แล้ว กาเหว่าดีใจมากโผเข้ากอดขอบใจเพชร

“พอแล้ว เสื้อผ้าข้าเปียกน้ำตาเอ็งหมด...ไป...ไปลงเรือไป” เพชรพากาเหว่าไปลงเรือทั้งเอ็นดูทั้งเวทนาแต่ในใจเพชรนั้น คิดอะไรบางอย่าง...

ooooooo

ที่ท่าน้ำเรือนกาหลง...

คืนนี้ กาหลงนั่งดูพระจันทร์เต็มดวงส่องนวลกระจ่างบนท้องฟ้าเหนือพื้นน้ำ มีหิ่งห้อยตัวน้อยบินส่องแสงวิบวับๆๆ กาหลงจับหิ่งห้อยตัวหนึ่งวางในมือ ยิ้มดีใจที่ตัวเองจับต้องหิ่งห้อยได้ ยกมือลูบใบหน้า เรือนร่าง พึมพำอย่างปีติ

“ฉันยังเหมือนเดิม...ฉันก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปได้...”

เสียงขลุ่ยแว่วมา กาหลงแปลกใจแต่พอหันมองก็เห็นไม้เดินเป่าขลุ่ยมาด้วยใบหน้าอิ่มเอม พอมาถึงไม้เอาขลุ่ยเหน็บเอว ร้องลิเกบอกรักกาหลงไว้ลายพระเอกลิเกเก่า กาหลงร้องลิเกตอบไพเราะสมเป็นนางเอกลิเกเช่นกัน

ทั้งสองตระกองกอดกันด้วยความรัก ไม้กระซิบบอกกาหลงว่า...

“กาหลง...พี่มีความคะนองใจที่สุด พี่คอยมาแสนนาน ที่จะโอบกอดกาหลงชั่วชีวิต”

กาหลงนั่งลงตรงหน้าไม้ ก้มกราบ ไม้ประคองขึ้นมองหน้าอย่างแสนรัก

“ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับพี่...ฉันขอฝากชีวิตไว้กับพี่ หากวันหน้าพี่ปันใจไม่ไยดีฉัน ฉันก็จะไป”

“หยุดคิดเถิด...เราจะอยู่คู่กัน มีแค่ความตายเท่านั้นที่จะแปรเราเป็นอื่น” กาหลงเอามือแตะปากไม้พูดต่อว่า “แม้ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกัน”

กาหลงนอนหนุนตักฟังไม้เป่าขลุ่ยอย่างสุขใจท่ามกลางหิ่งห้อยตัวน้อยที่บินหยอกล้อกันยามราตรี...

เช้าวันรุ่งขึ้น...ไม้ยังนอนอยู่ พลิกมาหมายกอดกาหลงให้ชื่นใจ พบแต่ความว่างเปล่า ไม้แปลกใจ ลุกขึ้นร้องเรียก ที่แท้กาหลงนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของไม้

“กาหลง...มานั่งทำอะไรตรงนี้”

“ฉันนั่งเฝ้าพี่...กลัวพี่จะหายไป...ฉันไม่อยากอยู่ห่างพี่”

ไม้ลุกขึ้นกอดกาหลงหอมแก้มอย่างเสน่หา กาหลงหลบแต่พองามแล้วขอไปหุงข้าวต้มปลา แต่ถูกโขงมาตะโกนเรียกอยู่หน้าเรือน ทั้งสองแปลกใจที่โขงมาเรียกแต่เช้า...

ที่แท้โขงมาบอกว่าจอกฟื้นแล้ว แต่ไม่พูดไม่จา เอาแต่นั่งยิ้มแฉ่งแล้วก็เรียกแต่ชื่อไม้ อยากเจอไม้ ไม้ดีใจชวนไปกันทันที

“ขอฉันไปด้วยคนสิจ๊ะ” กาหลงลงเรือนเดินตามไป

“จอกมันคงดีใจ ที่รู้ว่าเอ็งเป็นห่วงเป็นใยมัน” โขงบอก ทั้งสามลงเรือนบ่ายหน้าไปหาจอกที่วัด

ooooooo

ที่วัด จอกนั่งยิ้มไปมาให้ทุกคนที่นั่งห้อมล้อมอยู่ แน่นอนว่าทั้งขาวและเฟื้องเฝ้าจอกไม่ยอมห่าง เฟื้องอ้างว่าจอกหายเพราะยาตน ฝ่ายขาวก็โวว่าจอกหายเพราะน้ำมนต์ตนต่างหาก

“ข้าเหนื่อยปรามแล้ว อยากทะเลาะกันนัก ไปโน่นเลย ไปต่อยกลางลานให้รู้แพ้รู้ชนะ” จันไล่ตะเพิด

“ไปเลย ใครแพ้เป็นหมา” เฟื้องท้า

“ไม่ไป พระเอกยี่เกจะสู้ครูมวยได้ไงวะนังจัน!”

ทั้งสองต่อปากต่อคำกันไม่มีใครยอมใคร จนไม้มาถึง เดินตรงเข้ามาถามว่าจอกเป็นยังไงบ้าง

พอเห็นไม้ จอกยิ้มดีใจ เริ่มเล่าด้วยท่าทางหวาดกลัว

“พี่ไม้ พี่ไม่รู้ใช่ไหม...ฉันดำน้ำไปเก็บบัว...แล้วฉันก็เห็น...” จอกพูดไม่ออก ไม้ถามว่าเห็นอะไร จอกกำลังจะบอกแต่พอเหลือบเห็นกาหลง จอกผงะตกใจสุดขีด “กาหลง!!!”

เหตุการณ์วันที่จอกไปเก็บดอกบัวให้ไม้ กลับมาทันที!  วันนั้น จอกดำน้ำลงไปเก็บบัวกลับเห็นซากกาหลงอยู่ใต้น้ำ

“จำฉันได้ไหม” กาหลงเดินเข้ามาถาม จอกเห็นกาหลงเป็นซากหน้าซีด ถึงกับตัวสั่นจนทุกคนตกใจ

“ผีสิงยังไม่ออกจากร่าง ช่วยกันจับไว้ ข้าจะไปเอาน้ำมนต์มาไล่ผี” ขาวลุกพรวดขึ้น

“ลมตีกลับต่างหาก จับมันไว้!” เฟื้องร้องบอก ทุกคนลุกขึ้นทันที

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!!” จอกวิ่งหนีสุดชีวิตทั้งที่ตัวสั่นเทิ้ม

“จอก...กลับมาก่อน!!” ไม้ตะโกนเรียก คนอื่นๆพากันวิ่งไล่จับจอก กาหลงยืนมองอย่างแปลกใจ

ooooooo

กาเหว่าล่องเรือมากับเพชร พอใกล้ถึง กาเหว่าดีใจจนนั่งไม่ติด ลุกขึ้นชี้ให้เพชรดู

“ผ่านคุ้งน้ำนี้ไป ก็ใกล้ถึงเรือนฉันแล้วจ้ะพี่”

ไม่นานเรือของเพชรก็มาถึงริมท่าน้ำ กาเหว่าบอกเพชรว่าจอดเรือไว้ที่นี่แล้วเดินไปไม่ไกลก็ถึงเรือนตนแล้ว เพชรถามว่าแล้วของในเรือล่ะ?

“ไม่ต้องกลัวของกลัวเรือหายหรอกพี่ คนบ้านบัวสีมีศีลธรรม เร่งไปเถอะ อยากเจอแม่ อยากบอกเรื่องพี่กาหลง”

เพชรผูกเรือแล้วเดินตามกาเหว่าไปแม้ใจจะยังพะวงเรื่องของในเรือ เดินตามกาเหว่าไปจนถึงทางเข้าที่มีป้ายว่า “บ้านบัวสี” เพชรเขม้นมองป้าย พอกาเหว่าเดินนำเข้าไป เพชรก็รั้งมือไว้บอกว่า

“ข้าลืมถุงเงินในเรือ กลับไปเอาถุงเงินก่อน”

“พี่กลับไปแล้วกัน แล้วเดินตามทางนี้ ไม่ไกลก็ถึงเรือนฉัน ฉันไปเตรียมน้ำท่ารอพี่ที่เรือนนะ” พูดจบกาเหว่าวิ่งไปอย่างตื่นเต้น ตะโกนบอกตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน “แม่จ๋า...กาเหว่ามาแล้ว”

กาเหว่าวิ่งอ้าวไปทางเรือน ส่วนเพชรเดินย้อนกลับไปที่ท่าน้ำ

ooooooo

ที่วัด...จอกวิ่งเตลิดไป โขงวิ่งไล่ตาม กาหลงเดินออกมายืนดูพึมพำสีหน้ากังวล

“จอกกลัวกาหลง”

“อย่าวิตกไป สติมันฟั่นเฟือน จับตัวมาซักความจริงให้รู้ว่า มันเห็นอะไร กาหลงรอพี่ที่นี่นะ” บอกแล้วไม้รีบ ตามพวกโขงไป

โขง ขาว และเฟื้องวิ่งไล่ตามจอกไปจนหอบแฮ่กก็ยังไล่ไม่ทัน แต่ทุกคนก็ยังวิ่งไล่ตามไป จอกวิ่งหนีไปรอบโบสถ์ ขาววิ่งไล่ตามย็อกแย็กๆ

“พ่อไม่ต้องวิ่งตามหรอก รอท่าอยู่ตรงนี้ ประเดี๋ยวมันก็วิ่งวนทบรอบกลับมา” ไม้ร้องบอก

ไม้ยืนดักอยู่ทางนั้น จอกวิ่งทบมาจริงๆ ไม้ออก

ไปดัก “จอก...เอ็งไม่ต้องกลัว...ข้าเอง” จอกจึงค่อยสงบลง กาหลงเห็นจอกหยุดอยู่ตรงหน้าไม้ จึงเดินมาสมทบ เห็นกาหลงเป็นผีหน้าซีดเผือด ก็ตกใจแผดเสียงลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยยยย!!!”

“ผีตัวนี้ฤทธิ์มันเยอะ นังจัน เอ็งไปเอาผ้ายันต์กันผีมา!” ขาวสั่ง จันวิ่งออกไปทันที ส่วนพวกไม้วิ่งไล่ตามจอกไปด้วยความเป็นห่วง

กาหลงวิ่งมาดักจอกที่มุมหนึ่ง จอกจนมุมไม่มีที่ไป กาหลงเข้าไปถาม “จอกเป็นอะไร?”

“ฉันกลัวแล้ว...อย่าหลอกอย่าหลอนฉันเลย” จอกตัวสั่น กาหลงตกใจที่จอกพูดอย่างนี้  ถามว่ากลัวตนวันที่ไปเก็บบัวหรือ? จอกร้องไห้พร่ำร้องแต่ว่า “ข้ากลัว...ข้ากลัวแล้ว...”

“เอ็งรู้ความจริง!” กาหลงตะลึงงัน

“ผี! ผี!! ผี!!!” จอกร้องไห้โวยวายลั่น ทำให้กาหลงยิ่งตกใจ พอดีไม้เข้ามา จันถือผ้ายันต์มาด้วย ขาวเอา ผ้ายันต์ทาบบนหน้าผากจอก จอกร้องโวยวายแล้วทรุดหมดสติไป ทุกคนตกใจ กาหลงมองจอกสงสารจับใจที่จอกสติฟั่นเฟือนเพราะรู้ความจริงว่าเธอเป็นผี!

ooooooo

เพชรกลับมาเพื่อเอาถุงเงิน เจอคนกำลังรื้อของในเรือ เพชรโดดลงเรือตะโกนลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้หัวขโมย!” เพชรพุ่งเข้าดึงตัวคนนั้นเข้าไปกอดฟัดหมายจับให้อยู่หมัด แต่พอเห็นหน้าเพชรชะงักอึ้งอุทาน “ผู้หญิง!”

ที่แท้คือชบานั่นเอง ชบาเดินตามหากาเหว่ามาเจอเรือผูกอยู่ที่ท่าแปลกใจว่าเรือใคร จึงลงไปดู ถูกเพชรที่จะกลับมาเอาถุงเงินเจอพอดี คิดว่าเห็นหัวขโมย ชบาดิ้นตะโกนให้ปล่อย ยื้อยุดกันอยู่ใกล้แคมเรือจนพลัดตกน้ำไปทั้งสองคน

ชบาพยายามจะขึ้นฝั่งถูกเพชรรวบตัวไว้ ชบาต่อยโครมเดียวเพชรหงายผลึ่ง ชบาจึงขึ้นฝั่งวิ่งหนีไป

“กลับมาก่อนไอ้หัวขโมย” เพชรตะโกนไล่หลัง

ที่วัด ขาวกับเฟื้องยังโต้เถียงกันไม่เลิกเรื่องจอกถูกของมาหรือเป็นลมแดด ในขณะที่โขงติดใจสงสัยว่าจอกไปเห็นอะไรมาถึงได้
เป็นแบบนี้ กาหลงก็เอาแต่ร้องไห้สงสารจอก

ขณะนั้นเอง พุดจีบเดินมาบอกว่า กาเหว่ากลับเรือนแล้ว กาหลงยิ้มทั้งน้ำตารีบกลับไป

กาเหว่าวิ่งขึ้นเรือนมากอดแม่กลอยด้วยความดีใจ แม่กลอยดีใจกอดกาเหว่าไว้แต่พอนึกได้ก็ฉุนผลักกาเหว่าออกทั้งด่าทั้งทุบตีว่าลูกไม่รักดีปล่อยให้ตั้งตารอ ตัวเท่าลูกหมาริล่องเรือเที่ยว

“แม่จ๋าฟังฉันก่อน ฉันไม่ได้หนีเที่ยว ฉันถูกพวกไอ้ขาบไล่ฆ่า!”

ทั้งแม่กลอยและชบาที่วิ่งกลับถึงเรือนต่างตกใจ

ชบาถามว่ามันจะฆ่ากาเหว่าทำไม ไปขโมยของเขางั้นรึ?

“ฉันรู้เห็นว่ามันฆ่าพี่กาหลง!” กาเหว่าโพล่งออกไปร้องไห้โฮ บอกแม่กับชบาว่า “พวกไอ้ขาบฆ่าพี่กาหลง พี่กาหลงตายแล้ว!” แม่กลอยหาว่ากาเหว่ากุเรื่องเพื่อเอาตัวรอด “ฉันพูดความจริงจ้ะ พี่กาหลงตายแล้ว...พี่กาหลงตายแล้ว!” กาเหว่าร้องไห้ตะโกนบอกแม่กับชบา แต่ที่หน้าเรือน กาหลงกำลังเดินตรงมา กาเหว่าเห็นกาหลงก็ถึงกับตัวชาตาค้างอุทานเรียกแทบไม่เป็นภาษา “พี่...กาหลง!!”

ไม้กับพุดจีบตามขึ้นเรือนมา ไม้ได้ยินกาเหว่าบอกว่ากาหลงตายแล้วก็เอ็ดว่า พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า ในขณะที่พุดจีบมองกาหลงอย่างแปลกใจ

กาเหว่าร้องลั่นเมื่อเห็นกาหลงเดินเข้าหา รีบหลบไปแอบอยู่หลังแม่กลอย ร้องบอกทุกคนที่ตำหนิตนว่า

“เชื่อฉันเถอะ...พี่กาหลงถูกพวกขาบจับถ่วงน้ำ พี่กาหลงตายแล้ว! พี่ไม้แต่งงานกับผี!!”

กาหลงตกใจยืนอึ้งที่กาเหว่ารู้ความจริง จนไม้เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น กาเหว่ากุเรื่องใช่ไหม แล้วทุกคนก็ช็อกเมื่อกาหลงบอกว่า “กาเหว่าพูดความจริง!” แล้วถามกาเหว่าว่าเห็นเรื่องเลวร้ายในวันนั้นใช่ไหม กาเหว่าพยักหน้ากลัวๆ “ตาเอ็งไม่ฝาดพี่ถูกพวกไอ้ขาบจับถ่วงน้ำ แต่พี่แก้เชือกดิ้นเอาตัวรอดมาได้”

“ไม่จริง ฉันช่วยพี่แก้ก็ยังแก้ไม่ออก”

แม่กลอยถามว่ากาเหว่าเห็นศพกาหลงหรือ กาเหว่าส่ายหน้าเล่าว่า ขณะตนแก้เชือก ขาบดำน้ำมุ่งมาแทงตนจึงต้องหนี ตั้งใจจะวิ่งมาบอกแม่แต่พวกมันไล่ทันจึงต้องวิ่งลงเรือพ่อค้าหนีไปต่างเมือง

“กาเหว่า พี่ขอบน้ำใจเอ็งมากที่คิดช่วยพี่ เอ็งเชื่อพี่เถอะ พี่สลัดเชือกหลุดมาได้ เอ็งก็เห็น พี่ยังยืนอยู่ตรงนี้ ผีตนไหนจะมายืนคุยกับเอ็งกลางวันแสกๆ...มาหาพี่มา...” พูดแล้วเห็นกาเหว่าลังเล กาหลงถาม “หรือเอ็งไม่รักพี่แล้ว”

“ฉันรักพี่นะ” กาเหว่าเดินกลัวไปหากาหลง

“พี่ก็รักเอ็ง ถ้าใครทำร้ายเอ็งอีก พี่จะตวงให้สิ้นปราณทีเดียว”

ทุกคนปลาบปลื้มที่กาหลงรอดชีวิตมาได้ ไม้ยืนแค้นใจพวกขาบอยู่อึดใจแล้วเดินออกไป พุดจีบเห็นดังนั้นจึงตามไป

ooooooo

พุดจีบตามมาหว่านล้อมให้ไม้ใจเย็นๆ และฟังความให้รู้ชัดเสียก่อน ไม้ฮึดฮัดจะไปฆ่าพวกมัน พุดจีบเตือนสติว่า

“อย่าเพิ่งโมโหไม่ทันคิด”

ฝ่ายขาบ มั่น และปองกลับมาถึงบ้านบัวสีเช่นกัน มั่นพูดอย่างวิตกว่าป่านนี้กาเหว่าไปโพนทะนาทั้งคุ้งแล้วว่าพวกเราฆ่ากาหลง ถ้าไม่โดนจับส่งทางการก็คงต้องถูกไม้ไล่ฆ่าตายตามกาหลง

“ไอ้ตาขาว พี่โชติอยู่ทั้งคน บารมีพี่โชติกับพ่อผู้ใหญ่คุ้มกะลาหัวพวกเราได้” ขาบปลอบใจ

พากันเดินมาถึงท้องนา ก็พอดีสิงมาดัก ทั้งสามดีใจรีบเข้าไปหา “พี่สิง...ช่วยพวกฉันด้วย” แต่หารู้ไม่ว่า ที่แท้สิงรับคำสั่งจากโชติให้มาจัดการปิดปากทั้งสามเพื่อตัดตอนไม่ให้เรื่องมาถึงตัวเอง

เวลาเดียวกัน ไม้มาถึงหน้ากระท่อมของสิงยืนตะโกนท้า “พวกเอ็งออกมา” โชติออกมาถามว่ามาก่อกวนอะไร ถูกไม้ชี้หน้าด่า “เอ็งมันตัวการใหญ่ ไอ้สารเลว!!” ไม้พุ่งเข้าต่อยโชติที่ิไม่ทันตั้งตัวจนล้ม พอจะตามซ้ำ พุดจีบก็เข้ามาขอร้อง

“พี่ไม้...หยุดเถอะ ฉันขอเถอะ อย่าเพิ่งวู่วาม” ไม้ตะโกนว่าพวกมันฆ่ากาหลงพวกมันก็ต้องตาย “ถ้าพี่ฆ่าพี่โชติพี่ก็ต้องโทษตายตกไปตามกัน แล้วกาหลงจะอยู่กับใคร พี่ยังมีกาหลงที่ต้องดูแล จะทำการใดพี่ต้องคิดเสียให้รอบคอบ”

คำเตือนสติของพุดจีบทำให้ไม้ชะงัก ขอบใจที่เตือน ไม้ถอยห่างออกจากโชติ กลับถูกโชติขู่ว่าจะบอกให้พ่อจับส่งไปลงโทษ ไม้โต้ว่า “เอ็งต่างหากที่ต้องโดนลงโทษ”

ooooooo

ที่มุมหนึ่งในท้องนา สิงต่อยขาบลงไปนอนกับพื้นชนกับปองที่นอนกองอยู่ก่อน แล้วหันกระชากมั่นขึ้นมาจะต่อย มั่นยกมือไหว้ขอร้องทั้งที่เลือดกบปาก แต่ก็ยังโดนเข้าไปอีกหมัดจนร่วงไปกองอีกคน

“พวกเอ็งคิดหนี พวกเอ็งต้องตาย!” สิงคำราม ขาบบอกว่าพวกตนไม่ได้หนีแต่มีข่าวดีมาบอก...

ส่วนที่กระท่อมของสิง ไม้เดินเข้าหาโชติบอกว่าเขาจะต้องถูกจับเพราะเป็นตัวการใหญ่สั่งลูกน้องจับกาหลงไปถ่วงน้ำ โชติตกใจนึกว่ากาหลงบอกไม้ แต่กาหลงที่ตามไม้มากลับบอกว่า พี่ไม้เข้าใจผิด”

“หากไม่ใช่มันสั่งการแล้วพวกไอ้ขาบจะลงไม้ลงมือฆ่ากาหลงด้วยเหตุใด” ไม้ย้อนถามกาหลง พุดจีบเองก็รอฟังคำตอบ

“พวกมันมีแผนไปขุดกรุพระ ฉันผ่านไปเห็นเข้ามันเลยจะฆ่าฉันปิดเรื่องเสีย โชติไม่ได้เกี่ยวข้องแม้แต่น้อย”

“คงเป็นจริงอย่างที่เอ็งว่า พวกมันทำผิดหนีหายไปหลายวัน” โชติผสมโรง ไม้เลยฝากบอกว่าตนจะจับพวกมันไปให้ทางการและเล่นงานให้สมกับที่ทำกับกาหลง พุดจีบตัดบทว่า เมื่อรู้ความจริงแล้วให้กาหลงพาไม้กลับเรือนเสียเถิด พอกาหลงกับไม้เดินไป โชติก็หันมาทำกรุ้มกริ่มขอบใจที่พุดจีบเป็นห่วงตนคอยห้ามปรามไม้

“ฉันไม่นึกคิดห่วงพี่แม้แต่น้อยฉันเพียงป้องไม่ให้พี่ไม้ต้องติดร่างแหทำชั่วโดยไม่รู้ตัว” พูดแล้วเดินไปไม่แยแส

“เอ็งเป็นห่วงเป็นใยมันทั้งๆ ที่มันออกเรือนไปกับกาหลงแล้วงั้นรึ? พุดจีบ...ข้าไม่ยอมเสียเอ็งให้ใครเด็ดขาด!”

ส่วนไม้กับกาหลง พากันเดินมาถึงมุมหนึ่งในหมู่บ้าน ไม้ตัดพ้อกาหลงว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ทำไมไม่บอกหรือเห็นตนเป็นคนอื่น

“ฉันเก็บเรื่องไว้เพราะฉันไม่อยากก่อกรรมสร้างเวรอีก ฉันคิดเสียว่ามันเป็นวิบากกรรมที่ฉันต้องชดใช้ พี่เองก็คงจำคำสอนของหลวงพ่อได้ดี เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร และการให้อภัยชีวิต ถือเป็นทานอันสูงส่ง”

ไม้เกรงพวกมันจะทำร้ายกาหลงอีก กาหลงพูดอย่างมั่นใจว่า “เชื่อใจฉันสิ พวกมันไม่กล้ายุ่งกับฉันอีก”

สิงพามั่น ขาบ และปองกลับไปที่กระท่อมของตน ทั้งผลักทั้งถีบพวกมั่นถลาไปกองตรงหน้าโชติ มั่นรีบบอกว่าพวกตนมีข่าวดีมาบอก โชติตะคอกประชดว่าข่าวดีเรื่องปล่อยกาหลงไปหรือ!

“ไม่ได้กินเสียละ พวกเราจับมันถ่วงน้ำ มันตายแล้วนะพี่!” ปองสีหน้าสะใจ

“ไอ้กาเหว่ามันเข้ามาเห็นพวกเราจึงต้องไล่จับมัน

ตอนนี้มันกลับมาได้ มันคงบอกเรื่องราวทั้งหมด พวกฉันก็มาพึ่งใบบุญพี่”

โชติตวาดให้หยุดปดเสียที ไม่อย่างนั้นจะตัดลิ้นทิ้ง สิงจึงบอกพวกมั่นว่ากาหลงรอดมาได้และร่วมหอไปกับไม้แล้ว

“ไม่จริง!” ทั้งสามร้องพร้อมกัน โชติบอกว่าจะลากคอไปดูให้เห็นกับตา หากเป็นอย่างที่ตนพูดก็จะฆ่าเสียให้หมด!

พวกขาบตกใจไม่กล้าเถียง มั่นหาทางออกว่า “มันคงสลัดเชือกรอดได้จริงๆ”

“พวกเอ็งยังดวงดีที่กาหลงไม่เอาความ แต่ไอ้ไม้มันจะเอาเรื่อง พวกเอ็งไปหลบซ่อนที่ท้ายนา ถึงเวลาข้าจะเรียกใช้”

“จ้ะพี่” ทั้งสามรับคำ แล้วรีบออกไป

ooooooo

แม่กลอยดีใจที่กาเหว่ากลับมาลูบหัวเรียกขวัญแล้วถามว่าใครช่วยไว้หรือ กาเหว่าบอกว่าพี่เพชร แล้วนึกได้ว่าเพชรหายไปนานสงสัยจะหลงทางกระมัง

ที่ตุ่มน้ำข้างเรือน ชบาตักน้ำราดตัวขัดถูหมายชะล้างรอยกอดของเพชร พลันก็ได้ยินเสียงถาม

“น้องสาวจ๊ะ เรือนของกาเหว่าอยู่ไหน?”

ชบาหันมอง ต่างตกใจที่มาเจอกันอีก เพชรจะเข้าค้นตัวชบาหาว่าเป็นนางโจรที่ขโมยของในเรือตน ชบาทั้งตักน้ำสาดปาด้วยขันและสารส้มใส่เพชรพัลวันปากก็ตะโกนด่าตะโกนไล่

กาเหว่ากับแม่กลอยได้ยินเสียงวิ่งลงมา แม่กลอยเห็นเพชรกำลังพยายามกอดชบาเพื่อค้นตัว ก็คว้าไม้ฟืนฟาดเข้ากลางหลังทีเดียวเพชรก็สลบ แม่กลอยพรวดเข้าไปพลิกหน้าดูว่าเป็นใคร กาเหว่าชะโงกดู พอเห็นเป็นเพชรก็ตกใจสุดขีดร้องบอก

“พี่เพชร...ซวยแล้วจ้ะแม่!”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ท่าน้ำเรือนกาหลง ไม้นั่งตีระนาดซ้อมมือ กาหลงได้ยินเสียงระนาดเดินออกมารำตามจังหวะอย่างอ่อนช้อยงดงาม ไม้จึงวางมือจากระนาดฮัมทำนองแทน ลุกมารำเกี้ยวกาหลง

มีชาวบ้านพายเรือผ่านมา มองที่ท่าน้ำเรือนกาหลงงงๆ ที่เห็นไม้รำท่าเกี้ยวนางอยู่คนเดียว พึมพำขำๆ

“ไม้ท่าจะเพี้ยน รำร้องกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว” แล้วพายเรือผ่านไปไม่ติดใจ

เช้าวันเดียวกัน เพชรที่ถูกแม่กลอยเอาฟืนหวดหลังจนสลบแล้วพามานอนบนเรือน ชบาเดินมาหากาเหว่าเห็นเพชรยังนอนอยู่เลยแกล้งเอาไม้มาจิ้มๆที่ตัว เพชรตื่นแล้วแต่แกล้งหลับตาจั๊กจี้จนกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ คิดเอาคืน พอชบาย่ามใจเข้าใกล้ก็ทำทีละเมอดึงมือชบาไว้

“หวังจะลวนลามฉัน ไอ้ลามกจกเปรต” ชบาด่าหันไปหยิบมีดพร้าที่เหน็บอยู่ข้างฝาไล่ฟัน เพชรลุกหนีวิ่งชนแม่กลอยที่ยกหม้อข้าวมาตกแตกข้าวหกหมด ชบาถือพร้าวิ่งตามมาฟ้องแม่กลอยว่าถูกเพชรลวนลาม

แม่กลอยด่าเพชรและไล่ออกจากเรือนไปเลย เพชรหันมองกาเหว่าหวังพึ่ง กาเหว่าก็ยกมือไหว้ลาเสียงั้น

“ถีบหัวส่งกันทีเดียวเชียว!” เพชรบ่น

ooooooo

แล้วก็มีเรื่องให้กาหลงต้องกังวล เมื่อไม้ไปรดน้ำพรวนดินแปลงดอกไม้ที่ปลูกให้พุดจีบตอบแทนน้ำใจเมื่อครั้งที่พุดจีบถอดสร้อยแหวนและเข็มขัดนากให้ไม้เอาไปสู่ขอกาหลง

เมืิ่อไม้รู้ว่าพุดจีบจะไปตลาด ก็อาสาพายเรือให้ เพราะไปได้ไวกว่าเดินมาก พุดจีบกังวลว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น

“พุดจีบไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคน”

พุดจีบรู้สึกอุ่นใจที่มีไม้คอยดูแล นั่งเรือไปอย่างสบายใจ...

อบเชยได้ทีไปเป่าหูยุแหย่เยาะเย้ยกาหลงว่าได้ผัวแค่ข้ามคืน ตื่นมาผัวหายไปแล้ว พอเห็นกาหลงนิ่งก็ทำทีหวังดีเตือนว่า ให้ระวังเพื่อนรักจะทึกทักเอาผัวไป กาหลงถามว่าหมายถึงใคร

“ป่านฉะนี้นังพุดจีบพะเน้าพะนอนั่งเรือชมนกชมไม้ สำราญใจ...พุดจีบคิดหว่านเสน่ห์ดึงใจพี่ไม้ออกห่างเอ็ง!”

ทีแรกกาหลงก็ไม่เชื่อ แต่เมื่ออบเชยกับเผื่อนและงามกลับไปแล้ว เธอก็เริ่มหวั่นไหว เดินออกไปดักที่ริมคลอง พอเห็นไม้พายเรือพาพุดจีบมาก็ทนไม่ได้ตัดสินใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!”

เมื่อไม้วาดเรือเข้าไปหา กาหลงออกอุบายว่าแม่อยากกินแกงแคให้ไม้ช่วยไปเก็บดอกแคให้ที แล้วตัวเองก็อาสาพายเรือไปส่งพุดจีบแทน

ระหว่างกาหลงพายเรือให้นั้น พุดจีบพูดออกตัวให้กาหลงสบายใจว่า ตนไม่เคยคิดกับไม้เกินเลยกว่าความเป็นพี่ชาย ตนรู้ว่าหญิงอยู่กับชายสองต่อสองไม่เหมาะ หากไม้ยังเป็นโสดจะไม่เกิดขึ้น แต่ไม้ลงหอกับกาหลงแล้วทำให้ตนอยู่ใกล้ไม่ได้อย่างอุ่นใจ บอกกาหลงว่า

“ถ้าฉันคิด ฉันทำ กาหลงไม่พอใจ ฉันต้องขอโทษด้วยที่พลั้ง”

“ฉันอ่อนแอเกินไป ใจไม่แข็งพอ เผลอคล้อยฟังแรงยุคำคน สุดท้ายฉันก็เจ็บใจที่ไม่เชื่อใจเพื่อนรัก”พุดจีบขอให้เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของตนว่าจะไม่แย่งชิงคนรักของเพื่อน กาหลงถามหยั่งเชิงว่า “แม้นในวันที่ฉันจากไปหรือ”

พุดจีบตกใจถามว่ากาหลงพูดอะไร กาหลงเฉไฉว่าตนก็ถามไปตามประสาคนเพ้ออย่าถือสาเอาความเลยเร่งไปตลาดเถิด แล้วกาหลงก็จ้ำพายบ่ายหน้าไปตลาด

ooooooo

เมื่อมั่น ขาบ และปองไปอยู่กระท่อมท้ายนาตาม คำสั่งของโชติแล้ว ขาบบอกว่าตนไม่อยากเชื่อว่ากาหลงยังไม่ตายเพราะตนดำน้ำลงไปดูเห็นกับตาว่า กาหลง ตายแล้ว

มั่นถามว่าตายตัวแข็งเป็นตอไม้เลยหรือ ขาบบอกว่าไม่ทันจับต้องเนื้อตัวเพราะมัวแต่ไล่แทงกาเหว่าเสียก่อน

“นั่นปะไร มันอาจฟื้นแล้วแกะเชือกถ่วงหิน!”มั่นตบมือฉาด

“ข้าล่ะไม่เชื่อ!” ปองโพล่งขึ้น จนมั่นแปลกใจ “ข้ามัดรัดเชือกอย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่กาหลงจะสลัดเชือกได้”

ทั้งสามโต้แย้งกัน ขาบตัดบทว่าป่วยการโต้เถียงกัน เพราะยังไงกาหลงก็รอดตายแล้ว สู้นอนเอาแรงไว้รอให้โชติสั่งการดีกว่า ปองไม่พูดอะไรแต่ยังติดใจเรื่องกาหลงและคิดที่จะทำอะไรบางอย่าง

ตกเย็น กาหลงพายเรือมาส่งพุดจีบ บอกพุดจีบว่าอยากเห็นเพื่อนรักออกเรือน ไม่ใช่ว่าตนคลางแคลงใจ แต่อยากให้เพื่อนมีคู่มาช่วยดูแล

แต่พอพุดจีบจะขึ้นเรือน ก็ตกใจเมื่อถูกโชติมาคว้าตัวไว้ ถามว่ารังเกียจตนถึงกับหนีหน้าหรือ? พุดจีบปัดมือโชติออกบอกว่าตนมิได้รังเกียจแต่ไม่อยากพูดพล่อยด้วย แล้วเดินหนีขึ้นบันไดเรือนไป

“หนีพี่ได้ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วแม่จะรู้ว่าต้องอยู่กับพี่ชั่วชีวิต”

พุดจีบชะงัก สะดุดหู แปลกใจกับคำพูดของโชติ...

ส่วนกาหลงส่งพุดจีบแล้ว ขณะเดินกลับ เห็นปองเดินดุ่มไปที่บึงบัว ก็แปลกใจว่าปองจะไปทำอะไรในยามเย็น

“ข้าจะไปดูให้ชัด ว่าเอ็งรอดตายแน่แท้!!” ปองบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น แล้วกระโดดลงในบึงบัว

กาหลงตกใจ กลัวปองจะดำไปเห็นศพตน!

แต่ปองดำลงไปมองหาอย่างไรก็ไม่เห็นศพกาหลงทั้งๆที่ศพกาหลงลอยอยู่ตรงหน้าแท้ๆ!

กาหลงยืนยิ้มอย่างพอใจอยู่ริมบึง จนปองขึ้นมาเห็นกาหลงก็ตกใจ กาหลงเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“หยุดทำชั่วได้แล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป” พูดแล้วกาหลงจะเดินไป ปองกลัดมันขึ้นมาคิดจะข่มขืนกาหลง พรวดไปดักหน้าบอกว่าไม่เห็นกับตาไม่มีวันเชื่อว่ากาหลงยังอยู่ “คนที่คิดดีทำดีไม่มีวันตายแต่คนคิดชั่วอย่างเอ็งมันจะไม่ตายดี!” ปองพุ่งเข้าดึงตัวกาหลงไปกอด ผลักกดลงกับพื้น กาหลงปรามว่า “เอ็งไม่อยากตาย ปล่อยข้าไป!”

ปองหน้ามืดจะข่มขืนกาหลงให้ได้ มันตบหน้ากาหลงหันไปด้านหนึ่งจนกาหลงแน่นิ่งไป แต่พอมันจับหน้ากาหลงพลิกมามันก็แทบช็อก เมื่อเห็นใบหน้ากาหลงซีดเป็นผี ตาแดงก่ำ!

“ข้าเตือนแล้วแต่เอ็งไม่ฟัง” กาหลงย้ำแล้วผลักปองออกจากตัว มันกระเด็นออกไปไกล พอเงยหน้าขึ้นมาก็ร้องสุดเสียง “ผี!” ตะกายลุกขึ้นวิ่งโกยอ้าว ร้องแทบไม่เป็นภาษา “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ปล่อยข้าไปเถอะ...” มันวิ่งเตลิดไปจนถึงบริเวณต้นไทรงามก็สะดุดล้มลง

กาหลงก้าวเข้าไปหา มันชักมีดออกมาจะแทง แต่มือที่ถือมีดกลับแข็งนิ่ง มีดกระเด็นหลุดจากมือ มันถอยกรูดร้องลั่น แต่ก็หนีไม่รอด!!

ปองถูกรากไทรรัดข้อเท้าแขวนห้อยหัวอยู่ใต้ต้นไทร! กาหลงยืนมองน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป

ooooooo

ไม้ไปเก็บดอกแคใส่ใบตองเอาไปให้แม่กลอยที่เรือน บอกแม่กลอยว่ากาหลงบอกว่าแม่อยากกินแกงดอกแคตนจึงไปเก็บมาให้

“ข้าไม่เคยพูดสักคำว่าอยากกินแกงแค!” แม่กลอยเสียงกระด้างใส่ชบาออกมาช่วยพูดให้บรรยากาศดีว่า กาหลงไม่ได้สั่งแต่ไม้อยากเอาใจแม่ยาย แล้วรับดอกแคไปบอกว่าจะไปแกงให้ แม่กลอยหมั่นไส้บอกไม้ว่า เสร็จแล้วก็กลับไป ไม้เอาใจแม่กลอยอยู่ช่วยตักน้ำจนเต็มตุ่ม แม่กลอยก็ยังไม่เห็นความดีพูดเย้ยว่า

“หวังจะเอาชนะใจข้า ไม่ง่ายนักหรอก” แต่พอไม้ตักน้ำเต็มตุ่มแล้วจะกลับ แม่กลอยกลับเรียกให้ขึ้นเรือนมากินข้าวก่อน ไม้กินแกงดอกแคอย่างเอร็ดอร่อยจนแม่กลอยเหน็บว่า “ทำทีตายอดตายอยากมาจากไหน”

ความขยันจริงใจของไม้ ทำให้แม่กลอยยอมรับไม้ได้มากขึ้น มองไม้กินข้าวอย่างพอใจ กินข้าวอิ่มไม้ลากลับ แม่กลอยเร่งให้รีบกลับเสีย เพราะกาหลงคงคอย ท่าอยู่ ไม้ไหว้แม่กลอยลงจากเรือนไปอย่างสบายใจ

กลับถึงเรือน ไม้ร้องเรียกกาหลงไม่มีเสียงตอบ ขึ้นเรือนหาก็ไม่มี ไม้เริ่มเป็นห่วง...ร้อนใจ

กาหลงนั่งคุกเข่าร้องไห้รู้สึกผิดที่ทำให้ปองตาย คิดถึงคำพูดของหลวงตาเมื่อครั้งกระโน้นที่ริมบึงบัว หลวงตาบอกให้ปล่อยวาง เวลานั้นกาหลงถามว่าจะให้ตนปล่อยวางให้พวกนั้นทำชั่วต่อไปหรือ?

“กรรม มิอาจลบล้างด้วยการหักล้างหรือชำระแค้น คนทำชั่วอาจมีชีวิตรอด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ชีวิตมีสุขได้ ความผิดบาปนั้น มันเพาะบ่มอยู่ในใจ เดือดเนื้อร้อนใจเฉกเช่นตกนรกทั้งเป็น แต่หากโยมเลือกที่จะแก้แค้น เอาคืน เท่ากับโยมต่อกรรมชั่วให้ตัวเอง และผลท้ายสุด โยมก็คือผู้รับเคราะห์กรรมในสิ่งที่โยมได้กระทำไป...”

คิดถึงคำเตือนของหลวงตาแล้ว กาหลงบอกกับตัวเองว่า

“กาหลงจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องหมกไหม้กับกรรมนี้อีกแล้ว”

พลันก็ได้ยินเสียงเรียกของไม้ กาหลงตกใจกลัว ไม้จะรู้เห็นการตายของปองจึงส่งเสียงเรียก ไม้ถือตะเกียงเดินมาหาถามว่ากาหลงออกมาทำอะไร

“ฉันออกไปตามพี่ที่เรือนแม่ แม่บอกว่าพี่กลับมา ฉันก็กำลังกลับเรือนไปหาพี่ กลับกันเถอะจ้ะ”

กาหลงจูงมือไม้เดินออกไป ไม้มัวแต่ถือตะเกียงส่องทาง จึงไม่เห็นศพปองที่ถูกรากไทรรัดข้อเท้าห้อยหัว อยู่ใต้ต้นไทร...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:05 น.