ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กาเหว่าไปนั่งตกเบ็ดอยู่ริมบึง ตกอยู่นานปลาก็ไม่กินเหยื่อ เบื่อเลยลุกจะกลับ แต่ไม่อยากเสียเที่ยว เห็นฝักบัวชูสลอนอยู่เลยโดดลงน้ำว่ายไปเก็บฝักบัวจะเอาไปฝากกาหลง...

เป็นเวลาเดียวกับที่ปองกับขาบหามร่างกาหลงที่มัดและเอาหินถ่วงมาถึงพอดี พวกมันช่วยกันยกกาหลงถ่วงน้ำ มั่นได้ยินเสียงพุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงมาที่บึงพอดี มันสบถอย่างหัวเสียว่า มารมาผจญอีกแล้ว เร่งให้ขาบกับปองรีบหลบก่อน

โชคดีของมันที่พุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงไปอีกทาง ปองกับขาบจึงจับกาหลงโยนลงบึง!

กาเหว่ากำลังเก็บฝักบัว เห็นพวกมั่นก็สงสัยว่ามาทำอะไรกัน พอเห็นพวกมันจับกาหลงโยนลงบึง กาเหว่าตกใจร้องเสียงดัง “พี่กาหลง!!” พวกมันได้ยินชะเง้อมอง แต่กาเหว่ารีบหลบเข้ากอบัวดำน้ำหนีไป

“ทำใจคอสั่นไปได้...เร่งไปแจ้งพี่โชติว่านังกาหลงมันตายแล้ว!!” มั่นสั่งหมายเอาหน้าจากโชติ

กาเหว่ารีบว่ายกลับมาดำลงไปช่วยกาหลงที่ถูกถ่วงจมอยู่ในบึง กาเหว่าพยายามเขย่าเรียกกาหลงแต่ กาหลงยังไม่ได้สติจึงตัดสินใจดึงร่างกาหลงหมายพาขึ้นพ้นน้ำ แต่ดึงไม่ขึ้นเพราะถูกหินถ่วงไว้

มั่นกับปองขึ้นจากเรือไปยืนริมบึงรอขาบ จู่ๆขาบจับพาย พายเรือออกไปอีก บอกว่าจะไปดูให้แน่ใจว่ากาหลงตายแน่แล้ว มั่นกับปองจึงยืนรออย่างหงุดหงิดอยู่ริมบึง

ooooooo

แม่กลอยเพิ่งแกงเสร็จ ยกหม้อแกงลงจากเตา หม้อแกงหลุดมือตกแตก แม่กลอยตกใจคิดว่าลางสังหรณ์ไม่ดี นึกเป็นห่วงกาหลงที่หายไป

ออกไปยืนหน้าเรือนชะเง้อคอยอยู่พักใหญ่ยังไม่เห็นกาหลงกลับ แม่กลอยเข้าไปในห้องเก็บกระดูกพ่อของกาหลง ชบาตามมาดูว่าแม่ทำอะไร เห็นแม่บอกกล่าวภาวนากับพ่อว่า

“พ่อเอ็ง...ลูกหายไป...พ่อเอ็งช่วยคุ้มกะลาหัวลูกด้วยเถอะ”

ชบาเห็นดังนั้นจึงทรุดนั่งพนมมืออธิษฐานด้วย แต่จู่ๆก็มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้ถ้วยใส่กระดูกพ่อตกแตก แม่กลอยกับชบาตกใจมองหน้ากันใจคอไม่ดี

กาเหว่าดำน้ำพยายามแก้เชือกที่มัดกาหลงแต่แก้ไม่ออก โผล่ขึ้นมาหายใจ มั่นกับปองเห็นเข้าพอดี ขาบตะโกนบอกมั่นกับปองว่า

“มันเห็นศพกาหลง...จับมันฆ่าซะ!!” พวกมันทั้งสามลงเรือไล่ล่ากาเหว่าหมายฆ่าปิดปาก

กาหลงจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อรู้สึกตัวจะว่ายขึ้นผิวน้ำแต่ถูกหินถ่วงไว้ พยายามแก้จนเกือบหมดแรง พอเชือกหลุดว่ายขึ้นมาได้ในเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ พอโผล่พ้นน้ำก็ฮุบอากาศ ดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...

พุดจีบที่เดินหากาหลงวกกลับมาที่บึงบัวอีกครั้ง เห็นกาหลงพอดี ร้องเรียกเพื่อนด้วยความดีใจสุดขีด

“กาหลง...”

ooooooo

ไม้ชกชนะสัก ล้มยักษ์แห่งวิเศษไชยชาญได้ ไม้รีบไปขอรับรางวัลที่แก้ว เห็นแก้วลังเล โขงปรามว่า

“พี่ก็รู้ว่าพี่ชายฉันหมัดหนัก อย่าริโกง”

แก้วจำต้องส่งถุงเงินให้ ไม้รับถุงเงินพึมพำอย่างปลื้มปีติ

“กาหลง...เราจะได้ขึ้นหอแต่งงานกันแล้วนะ”

ทั้งสามพากันเดินทางกลับบ้านบัวสีด้วยหัวใจพองโต จนผ่านดงไผ่ลมพัดมาวูบใหญ่ ไม้ชะงักเห็นกาหลงมายืนร้องไห้อยู่ ไม้ผวาเรียก

“กาหลง...มาที่นี่แต่มื้อใด...กาหลงร้องไห้ทำไม?”

ขาบกับโขงมองงงๆ ถามไม้ว่าเป็นอะไร ไม้บอก ว่ากาหลงมาหาตน โขงมองไม้อย่างเห็นใจ เชื่อว่าเดิน ทางไกลอดหลับอดนอนและต่อยมวยจนอ่อนแรงทำให้ตาฝาดหลอนไปเอง

“แล้วพวกเอ็งได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ไหม?” ไม้ถามลมพัดมาอีกวูบหนึ่ง เสียงไผ่สีกัน โขงฟังแล้วบอกไม้ว่า

“เสียงไผ่สีกัน ใครผ่านไปผ่านมาแว่วหลอนเป็นเสียงผู้หญิงร้องไห้ ที่นี่ถึงได้ชื่อบ้านสาวร้องไห้” แล้วโขงก็เล่าตำนานชื่อบ้านให้ฟังว่า...

“มีหญิงนางหนึ่ง พลัดหลงจากชายคนรัก...นางหลงอยู่ในดงไผ่ พยายามเดินออกไปให้ได้ หวังใจจะ ได้เจอชายคนรัก แต่มันยากเย็นแสนเข็ญ จนนางอ่อนใจร้องไห้คร่ำครวญ...เสียงของนางน่าเวทนา บรรดาชาวบ้านต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผีสางนางไม้มาหลอกหลอน”

เล่าแล้วโขงเดินนำไป จอกคว้าแขนไว้ถามว่า แล้วนางเจอคนรักหรือไม่

“ไม่รู้...ข้าฟังเขาลือเล่ามาเพียงนี้”

“ปั้ดโธ่...คาใจข้านักเทียว” จอกบ่นอย่างขัดใจ พลันเสียงไผ่สีกันดังเหมือนเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวดังขึ้นอีก จอกเหลียวมองล่อกแล่ก วิ่งตามไม้กับโขงไปหายคาใจเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

เกาเหว่าหนีพวกมั่นที่ตามล่า ขึ้นจากบึงได้ก็วิ่งอ้าวไปจนถึงท่าน้ำ ใจก็ร้องให้แม่ช่วยด้วย...

วิ่งมาถึงท่าน้ำเห็นเรือจอดอยู่ กาเหว่าวิ่งลงเรือเอากระสอบคลุมตัวไว้ พวกมั่นวิ่งมาถึงมองหาไม่เห็น ถามกันว่ากาเหว่าหายไปไหน มั่นสงสัยจะวิ่งกลับเรือนไปแล้ว ปองคาดว่าเป็นไปได้ แต่พวกเราก็ดักทางไว้หมดแล้ว

“มันต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่” ขาบมองไปในเรืออย่างมั่นใจ แล้วลงไปในเรือกวาดตามองหา ถูกนายเรือลงมาโวยวายหาว่าเป็นขโมย ขาบชี้แจงว่า “ข้าตามจับเด็ก มันขโมยเงินพวกข้าหนีมาซ่อนตัวในเรือ”

“ไม่ต้องกุเรื่องแก้ตัว พวกเอ็งคิดจะขโมยของ ออกไป! ข้าจะเร่งเอาของไปขาย” นายเรือไล่ตะเพิด ขาบจะไปค้นอีก มั่นดึงแขนไว้บอกว่า กาเหว่าไม่กล้าลงเรือลอยลำไปต่างเมืองดอก แล้วลากขาบขึ้นไป

นายเรือถ่อเรือออกจากท่า กาเหว่ารู้ว่าเรือเคลื่อนออกก็ตกใจ ขยับตัวเล็กน้อย ขาบยังยืนมองอยู่ที่ท่าเห็นพอดีตะโกน “ไอ้กาเหว่า!” กาเหว่าตกใจหยุดนิ่งจนเกือบไม่กล้าหายใจ

“มันหนีไปกับเรือแล้ว” ปองบอก มั่นบอกว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไล่จับให้เสียแรง

“ไอ้โง่!! มันรู้เห็นว่าพวกเราฆ่ากาหลง เร่งหาเรือตามไปฆ่ามัน!!” ขาบด่า มั่นกับปองรีบวิ่งไปหาเรือกันลนลาน

ooooooo

พุดจีบดีใจมากที่ตามเจอกาหลง แต่ก็แปลกใจที่เพื่อนรักเปียกไปหมดทั้งตัว ถามว่าเกิดเหตุใดหรือ?

กาหลงร้องไห้ในอ้อมกอดพุดจีบ พุดจีบกอด กาหลงถามว่าไปเจอคนพาลที่ไหนมา กาหลงไม่อยากเล่าความจริงที่เกิดขึ้น บอกพุดจีบว่า ไม่มีอะไร

“อย่าปดฉัน”

“ฉันว่ายน้ำไปเก็บบัว แล้วปวดขมับเกือบจมอยู่ใต้น้ำ ฉันตกใจร้องไห้เสียใหญ่ ตอนนี้คลายแล้วพอมี แรง ฉันกลับเรือนล่ะ” กาหลงลุกขึ้นจะเดินกลับเรือน พุดจีบไม่เชื่อเดินตามไปขวาง

“อย่าเห็นฉันเป็นอื่น ว่าความจริงให้ฉันฟังสิ” กาหลงยังปากแข็งว่าไม่มีเรื่องใดปิดบังเพื่อน พุดจีบจับเนื้อตัวกาหลงเห็นรอยช้ำ พูดด้วยปรารถนาดีว่า “กาหลง แจ้งฉันให้หายแคลงใจ เหตุใดเนื้อตัวช้ำเช่นนี้”
กาหลงยิ้มกลบเกลื่อนเล่าว่า “ก่อนหน้าฉันมาเก็บบัว...ลมกระโชกแทบพังเรือน...ฉันเร่งออกไปเก็บผ้า ไม่ทันระวังพลัดตกบันไดตัวช้ำอย่างที่เห็น” เห็นพุดจีบยังทำหน้าไม่เชื่อ กาหลงเล่าให้เห็นจริงว่า “ที่สงสัยว่าฉันร้องไห้ปานใจจะขาดก็เพราะใจฉันคิดถึงพี่ไม้เหลือเกิน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไร รู้เรื่องรู้ความสิ้นแล้ว ฉันขอกลับเรือน”

“เห็นฉันเป็นคนอื่นไกลถึงได้กุเรื่อง! พิกลแท้ที่เพื่อนฉันจะทิ้งเรือนรัก ฝนหยุดไม่ทันหมดเม็ด...เพื่อนฉันก็ว่ายน้ำมาเก็บบัว...ไม่มีใครเขาทำเยี่ยงนั้น” พุดจีบพูดอย่างขัดเคืองใจ เดินร้องไห้พร่ำรำพันความห่วงใยให้ฟัง “ฉันร้อนรุ่มใจถึงได้ออกตามหา แต่พอเจอหน้ากลับบ่ายเบี่ยง แสร้งเล่าความเท็จ...ฉันคงไม่ใช่เพื่อนรักเพื่อนตายที่กาหลงไว้ใจเหมือนกาลเก่า”

กาหลงสะเทือนใจน้ำตาซึม แต่ยังไม่กล้าเล่าความจริงอยู่ดี

“หลังจากนี้ ขอให้ฉันเป็นคนแปลกหน้า ลบเลือนว่าเราสองคนเป็นเพื่อนรักเสียให้สิ้น”

พุดจีบร้องไห้เดินจากไป กาหลงจะเรียกไว้แต่ยั้งใจ ปล่อยให้พุดจีบเดินจากไป แล้วรำพึงกับตัวเองอย่างชอกช้ำใจ

“ฉันขอโทษ...ฉันไม่อยากให้เรื่องระยำตำบอนของไอ้โชติรู้ถึงหูพี่ไม้ พี่ไม้คงไม่ยอมความ ตามไปฆ่าไอ้โชติ กรรมเวรติดตามไม่จบสิ้น...ขอให้ทุกอย่างสิ้นสุดที่ฉัน...รอยแผลที่หน้ามันคงจะหยุดยั้งมิให้มันทำจัญไรอีกต่อไป”

เวลาเดียวกัน โชติกลับเรือนไปให้สิงทำแผลให้ สิงบอกว่า ใส่ยารักษาสองสามคืนแผลจะสมานสนิทดังเดิม

“สาแก่ใจข้านัก! นังกาหลง เอ็งไม่ได้ตายเพียงชีวิตเดียว ไอ้ไม้กลับมารู้ข่าวว่าเอ็งหายไป มันก็ต้องตรอมใจตายตามกัน!!” โชติยิ้มสะใจเชื่อว่ากาหลงตายแล้ว

ooooooo

กาหลงกลับถึงเรือน ถูกแม่กลอยเอ็ดไปตีไปร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วงและโมโหว่าหายไปไหนมา ไม่รู้รึว่าตนเป็นห่วง ทำไมทำตัวอย่างนี้ แต่พอรู้ตัวก็ผลักกาหลงออกทำปั้นปึ่งเหมือนเดิม

กาหลงรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่กลอย ร้องไห้บอกแม่ว่าเห็นฝนตกปลาคงขึ้นเลยไปทงเบ็ด

แม่กลอยยังดุด่าหาว่าริคิดแยกเรือนไม่สนใจแม่กับน้อง ลำเลิกว่ากว่าจะเลี้ยงโตเสียข้าวสุกไปกี่เกวียนรู้ไหม กาหลงพูดเหมือนสัญญาว่าถึงตนจะออกเรือน แต่ยังมีใจดูแลแม่กับน้องเหมือนที่เคยทำ แล้วก้มกราบแทบเท้าแม่กลอยเอ่ยขอโทษ

“ยกโทษให้ฉันเถิดที่พลั้ง ฉันสุขที่ได้เจอแม่ นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้อยู่แทนคุณแม่อีกแล้ว ฉันรู้ว่าชีวิตมีค่ามากเพียงใด หลังจากนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อแม่ ทำให้แม่มีความสุขจ้ะ” กาหลงลุกขึ้นกอดแม่กลอยไว้ด้วยความซาบซึ้ง

“ไม่ต้องกระแดะเอาคำยี่เกมาพูด” แม่กลอยผลักกาหลงออก พอดีชบาวิ่งเข้ามา แม่กลอยถามว่าเจอกาเหว่าไหม พอรู้ว่าไม่เจอ แม่กลอยก็แปลกใจเป็นห่วง “บ๊ะ...ลูกคนนี้มาลูกคนนั้นหาย มันเวรกรรมอะไรของข้า

“ยายมา ตาสรบอกว่าเห็นกาเหว่ามันลงเรือไปกับพ่อค้า” ชบาบอก แม่กลอยบ่นว่ากาเหว่าหนีเที่ยวอีกจนได้ กาหลงปลอบใจแม่กลอยว่าพ่อค้าเร่ไปขายของพรุ่งนี้ก็คงกลับ และกาเหว่าก็โตพอจะเอาตัวรอดได้ แม่อย่าได้เป็นห่วงไปเลย

“คอยดูเถิด...กลับมาแม่จะล่ามโซ่ขังไว้ให้เข็ดหลาบ ไปนังชบา กลับเรือน” ว่าแล้วเดินไปเลย พอชบาจะตาม กาหลงเข้าไปจับมือน้องเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ข้าขอบใจเอ็งที่เป็นห่วงข้า ข้ารักเอ็งนะชบา”

“รักฉันก็อย่าทำให้ฉันเสียใจ” ชบาสะบัดเสียงแล้วเดินตามแม่กลอยไป กาหลงได้แต่แปลกใจว่าตนทำอะไรให้น้องเสียใจ แต่พอแม่กับน้องไปแล้ว กาหลงก็เป็นห่วงไม้ขึ้นมา พึมพำ “พี่ไม้ พี่เป็นยังไงบ้าง...ฉันรอพี่อยู่นะ”

ooooooo

ไม้ จอก และโขง พากันเดินอย่างเร่งรีบเพื่อกลับบ้านบัวสี เดินผ่านดงไผ่มาถึงดงตาล ไม้บอกเพื่อนทั้งสองว่า

“พ้นเขตดงตาลอีกไม่กี่ชั่วยามก็ถึงบ้านบัวสีแล้ว”

โขงโผล่มาบอกว่าไม่ใกล้เลย อีกไกลโขทีเดียว จอกก็เดินหอบมาทรุดนั่งกับพื้น เสนอว่า

“ฉันหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว คืนนี้พักค้างเสียสักคืน ไก่โห่แล้วเดินทางต่อ” ไม้บอกว่าตนเป็นห่วงกาหลงถ้าสองคนอยากพักตนจะเดินล่วงหน้าไปก่อน จอกทิ้งตัวลงนอนทันที โขงไม่ยอมบอกว่ามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน แต่จอกแกล้งหลับไปแล้ว โขงปลุกอย่างไรก็ทำเป็นไม่รู้สึกตัว

ทันใดนั้น มีโจรผ้าคาดหน้าถือดาบเข้ามาสองคน คนร่างใหญ่เงื้อดาบสั่งเหี้ยม

“รักตัวกลัวตายส่งเงินทองของติดตัวมา!!”

“ถุงเงินนี้มันคือชีวิตของข้า หากเอ็งต้องการก็มาเอาชีวิตข้าไป” ไม้กำถุงเงินไว้แน่น ชักดาบออกมาพร้อมสู้ตาย

จอกกับโขงลุกพรวดคว้าดาบไปช่วยไม้ต่อสู้กับสองโจรที่พยายามจะแย่งถุงเงินไปให้ได้ คราวหนึ่งโจรตัวใหญ่คว้าถุงเงินได้วิ่งหนีไป ไม้วิ่งไล่ตามไปจนทันใช้ดาบปาดไปที่ใบหน้ามัน ผ้าคาดหน้าหลุด ไม้อุทาน...

“ไอ้สัก!! เอาเงินข้าคืนมา!!”

“เอ็งลบหน้าข้า อย่าหมายจะได้เงินหรือชีวิต กลับไป” สักพุ่งเข้าฟันไม้ที่เริ่มอ่อนแรงเพราะทั้งต่อยมวยและเดินทางมาทั้งวัน

ส่วนโจรอีกคนที่ต่อสู้กับโขงและจอก ถูกโขงใช้ปลายดาบเขี่ยผ้าคาดหน้าออก มันคือแก้วนั่นเอง!

แก้วพลาดพลั้งร้องขอชีวิตกับจอก แต่เจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสที่จอกเผลอกำดินซัดใส่หน้า เข้าตาจอกจนร้องโวยวายว่าตาบอดแล้ว แก้วฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป โขงจะตาม ถูกจอกคว้าเท้าไว้ร้องโวยวายว่าตนตาบอดแล้วต้องช่วยตนก่อน โขงเลยจำต้องปล่อยแก้ววิ่งหนีไป

ไม้สู้กับสักจนแย่งถุงเงินคืนมาได้ ขณะถือดาบตรงไปจะฟันสักนั้น แก้วที่ตามมาก็คว้าไม้ฟาดเข้ากลางหลังไม้จนหลังแอ่น สักรีบลุกขึ้นคว้าดาบตรงเข้าหาไม้คำรามดุร้าย

“อวดเก่งนัก ตายเสียเถอะเอ็ง!!”

สักเงื้อดาบสุดแขนจะแทง ไม้มองตาค้างพยายามจะลุกถูกสักเตะจนสลบ แล้วเงื้อดาบแทงลงไป แต่สักกลับแทงลงข้างตัวไม้ แก้วถามว่าทำไมไม่ฆ่า

“เลือดเปื้อนดาบข้าเสียเปล่า หมายลบหน้าข้ามันต้องไม่ตายดี!!” สักยิ้มเหี้ยม

สักหมายฆ่าไม้อย่างทารุณด้วยการขุดหลุมฝังทั้งเป็น ผลักร่างไม้ลงหลุมแล้วโกยดินกลบหัวเราะอย่างสะใจ

“หวงเงินยิ่งกว่าชีวิต เงินนี้คงมีค่ากับเอ็งมาก ข้าจะให้เงินเอ็งไปฝากยมบาล” สักโยนเหรียญในถุงใส่หลุมใกล้หน้าของไม้ที่เหลือโผล่มาเพียงนิดเดียว

โขงเขี่ยดินออกจากตาจอกแล้วพากันเดินตะโกนเรียกหาไม้ สักกับแก้วได้ยินจึงพากันเดินหนีไป จอกกับโขงเดินผ่านหลุมที่ฝังไม้แต่ไม่เห็นและไม้เองก็นอนหมดสติอยู่ในหลุมที่ถูกดินกลบเกือบมิดแล้ว...

เวลาเดียวกันนั้น กาหลงเป็นห่วงไม้เฝ้ารออยู่หน้าเรือนจนดึก เข้านอนก็ฝันร้ายว่าไม้ถูกแทง ลุกไปโบสถ์ทั้งกลางคืนเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ภาวนาขอให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองไม้ด้วย ระหว่างนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! ทำให้กาหลงยิ่งใจไม่ดียังคงนั่งพนมมือภาวนาวิงวอนน้ำตาอาบหน้า...

ฝนตกหนัก...น้ำฝนหยดใส่หน้าของไม้ชะดินที่เปรอะหน้า...ได้น้ำชโลมทำให้ไม้ค่อยๆรู้สึกตัว กลอกตามองจึงรู้ว่าตนอยู่ที่ดงตาลและถูกจับฝังดิน

ขณะนั้นเอง ได้ยินเสียงโขงกับจอกร้องเรียกมาตามทาง  ไม้พยายามร้องตอบ แต่เสียงแผ่วจนโขงกับจอกไม่ได้ยิน ไม้นอนน้ำตาไหลพรากอยู่ในหลุม...

ฝนตกหนักจนน้ำไหลเข้าท่วมหลุม ไม้รู้ว่าถ้าน้ำท่วมหลุมตนคงต้องสำลักน้ำตายแน่

ในยามนี้...ไม้คิดถึงกาหลง คิดถึงวันเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะฮึดสู้ รวบรวมแรงตะโกนออกไป “ข้าอยู่นี่” โขงกับจอกที่กำลังจะเดินผ่านไปได้ยิน หันเดินย้อนมาตามเสียง ไม้ยังพยายามตะโกนอีกครั้ง “ข้าอยู่นี่”

โขงกับจอกเดินมาเจอหลุม มองลงไปเห็นไม้ถูกฝังอยู่ ทั้งสองรีบช่วยกันโกยดินออก นำร่างไม้ที่บอบช้ำอ่อนแรงขึ้นมาช่วยชีวิตไม้ไว้ได้หวุดหวิด แต่พอขึ้นจากหลุม ไม้ก็พยายามประคองตัวลุกขึ้นจะไปทวงเงินคืน

“พี่เดินยังไม่ไหวจะเอาแรงที่ไหนไปสู้มัน” โขงรั้งไม้ไว้ ไม้ยังฝืนจะไป แต่พอก้าวเท้าไม่ทันเดินก็ทรุดลงกับพื้น ไม้รู้ตัวว่าตนไม่อาจไปสู้เอาเงินคืนมาได้แล้ว นั่งร้องไห้โฮ คร่ำครวญ...

“กาหลง พี่ไม่มีสินสอดไปขอเอ็งแล้ว...”

“อย่างน้อยพี่ก็ยังมีชีวิตกลับไป...กลับไปหากาหลง” จอกปลอบทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาคลอ

“กาหลงรอคอยพี่อยู่” โขงให้กำลังใจ ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะกลับไปหากาหลง...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนยังไม่หยุดตก กาหลงลุกมามองไปที่หน้าเรือน พลันก็เบิกตาโตเมื่อเห็นไม้เดินอิดโรยมาในสายฝน

“พี่ไม้”

“กาหลง”

กาหลงวิ่งลงจากเรือนโผเข้ากอดไม้ร้องไห้ด้วยความดีใจ พร่ำพูด “พี่กลับมาแล้ว ฉันฝันแน่แล้ว”

“พี่สัญญากับกาหลง...พี่ต้องกลับมาสิ” ไม้เช็ดน้ำตาให้กาหลง แต่ตัวเองสะอื้นจนกาหลงรู้สึก ถามว่าร้องไห้ทำไม

“พี่ต่อยมวยพนันชนะได้เงินมาอักโข แต่มันปล้นเงินไปหมดแล้ว...กาหลง พี่ขอโทษ พี่ไม่มีเงินขึ้นหอแต่งงานกับกาหลง...”

ไม้ทรุดนั่งร้องไห้โฮเสียใจสุดชีวิต แต่กาหลงกลับยิ้ม เช็ดน้ำตาให้ปลอบโยน

“ไม่ต้องร้องไห้จ้ะพี่ เงินทองเป็นของนอกกาย...ช่างมันปะไร ฉันขอแค่พี่กลับมา ฉันก็สุขใจแล้ว”

ทั้งสองกอดกันร้องไห้ด้วยความรัก

ชบาได้ข่าววิ่งกลับไปบอกแม่กลอยว่าไม้กลับมาแล้ว แม่กลอยถามทันทีว่า

“เอ็งรู้ไหมว่ามันหาเงินมาได้เท่าใด”

ชบาหน้าสลดเพราะรู้ว่าไม้ถูกปล้นเงินไปหมดแล้ว...

ooooooo

ไม้ปรึกษากาหลงว่าจะทำอย่างไรแม่กลอยจึงจะยอมให้เราร่วมหอลงโรงกัน กาหลงบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไรเพราะไม้เสียสละเพื่อตนไปหมดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนก็ยังรักมั่นเสมอ

ไม่ทันไร แม่กลอยก็ก้าวขึ้นเรือนมาขอดูสินสอด กาหลงบอกว่าไม้หาเงินมาได้แล้วแต่ถูกปล้นไป ไม้เองก็อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่แม่กลอยเหมือนใจไม้ไส้ระกำ พูดเสียงแข็งไม่ยอมอ่อนข้อว่า

“เห็นแต่ใจน่ะมันไม่พอ เอ็งจะให้ข้ากลืนน้ำลายตัวเองงั้นรึ หากหาเงินมาไม่ได้ตามนัด ข้าจะยกกาหลงให้กับคนที่เหมาะจะเลี้ยงดูลูกสาวข้าได้!”

ขณะที่ไม้กับกาหลงร้องไห้เสียใจ มืดแปดด้านไปหมดนั้น ขาวก็ยกพวกเฮกันมา มีทั้งเฟื้อง จอก โขง ทุกคนถือดาบมาอย่างน่ากลัว แม่กลอยตกใจ ไม้กับกาหลงมองงงๆว่าพวกขาวจะมาทำอะไร

นวลเห็นเหตุการณ์ รีบไปรายงานพุดจีบว่าพวกสัปเหร่อขาวพาพวกมาหมายชิงตัวกาหลง พุดจีบบอกนวลอย่าเล่าเรื่องกาหลงให้ฟังอีกตนไม่อยากฟัง นวลจึงวิ่งลงเรือนไปอย่างอยากรู้เรื่องราว
ที่เรือนกาหลงกำลังตึงเครียด แม่กลอยตั้งหลักเผชิญหน้าพวกขาวถามว่าคิดจะทำอะไร ชบาบอกว่าพวกนี้จะมาชิงตัวกาหลง

“เอาสิวะ เอ็งฉุดลูกสาวข้า ข้าจะไปร้องให้ผู้ใหญ่ จับพวกเอ็งไปตัดตีนสินมือหรือไม่ก็จำตรุ ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”

ขาวบอกว่าพวกตนมาดีไม่ใช่โจรเถื่อนถ่อย เฟื้องก็ชี้แจงว่า ที่พวกตนถือดาบมาเพื่อคุ้มครองป้องกันไม่ให้โจรมาชิงสินสอดต่างหาก

ไม้กับกาหลงงง แปลกใจ จันชี้แจงว่า “ชาวบ้าน สงสารเอ็งนักหนา ช่วยกันเรี่ยไรเงินตามมีตามเกิดมาสงเคราะห์เป็นสินสอดให้เอ็ง”

แม่กลอยบอกให้เอาออกมาดู จันเปิดห่อผ้า มีเงินอยู่ในพาน แม่กลอยเบ้หน้ายิ้มเหยียดว่า มีแค่หยิบมือ!

“มันไม่มากพอจะซื้อทองสองเส้น แต่ก็ไม่น้อยราคาให้ใครหมิ่น” ขาวบอก

พอดีพันกับเอียดจูงควายมาบอกไม้กับกาหลงว่ายกควายให้เพื่อตอบแทนความดีที่สองคนมีบุญคุณช่วยชีวิตพวกตน ตาสรก็หันไปสั่งยายมาให้ถอดเข็มขัดนากออกมาสมทบ

“เอาล่ะเหวย...สินสอดมากโขพอสมควร รับไว้เถอะแม่” ขาวเอ่ยพลางยื่นของทั้งหมดให้ แม่กลอยรับไป ทำให้ทุกคนดีใจนึกว่าแม่กลอยรับสินสอดแล้ว แต่พริบตาเดียวแม่กลอยก็โยนทิ้ง ทุกคนตกใจ เฟื้องชักฉุนเสียงดังใส่ว่า

“บ๊ะ...มันลบหน้าหักหาญน้ำใจกันมากไปแล้ว เดี๋ยวพ่อฟันให้สักเฉาะ”

แม่กลอยไม่ได้สะทกสะท้าน บอกไม้ว่าให้หยุดกวนใจตนได้แล้ว คำพูดของตนมีสัจจะ ไม่มีทองสองเส้นกับควายสองตัวอย่าหมายมาคุยกัน กาหลงร้องไห้เสียใจ ไม้เดินเข้าไปกราบแทบเท้าอ้อนวอน

“น้าก็รู้ว่าฉันเกิดมาไม่ทันบวชเรียน ก็ต้องกำพร้าพ่อกำพร้าแม่...ชีวิตฉันไม่มีใคร ฉันมีแต่กาหลง...”

ไม้เล่าถึงวัยเด็กในวันที่ตนร้องไห้อยู่หน้าเชิงตะกอนพ่อแม่ กาหลงในวัยเดียวกันเดินเข้ามาปลอบใจไม้ว่า “พ่อแม่พี่ไปสวรรค์แล้ว ไม่ต้องร้องนะจ๊ะ” กาหลงเช็ดน้ำตาให้ไม้แล้วนั่งกอดเข่าอยู่เป็นเพื่อนไม้ที่เชิงตะกอน...

หลังจากไม้ไปอยู่วัด กาหลงก็เอาขนมใส่กะลาไปแบ่งปันให้กินและช่วยไม้ล้างบาตรพระด้วยความเห็นใจกัน เล่าชีวิตในยามทุกข์ใจแสนสาหัสที่มีกาหลงคอยปลอบประโลมและให้กำลังใจแล้วไม้บอกแม่กลอยว่า

“ในชีวิตฉัน หามีใครดีและรักฉันเท่ากาหลงไม่เห็นอีกแล้ว ขอน้ากลอยเมตตาอ้ายไม้ด้วยเถิด”

กาหลงเล่าความรู้สึกของตนบ้างไม่ต่างจากไม้ ถูกแม่กลอยขัดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า กาหลงไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยมีตนกับน้องสาวอีกสองหัวจะไปเหมือนไม้ได้อย่างไร!

กาหลงบอกว่ามีก็เหมือนไม่มี...เล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “หลังเผาศพพ่อ ฉันรู้ว่าแม่กลุ้มใจไม่มีใครช่วยทำกิน แม่จำต้องเข้าบ่อนหาเงินมาเลี้ยงดูพวกฉัน... ฉันอยากจะช่วยงานแม่ หวังใจช่วยแม่เลี้ยงดูน้อง...”

เวลานั้น กาหลงช่วยแม่กลอยทำนา ไม้มาช่วยปักดำ กาหลงดำนาจนเป็นลม ไม้ก็อุ้มไปนอนพักเอายาที่หลวงพ่อต้มให้มาป้อน แต่เมื่อกาหลงจะลุกไปดำนาต่อ ปรากฏว่าไม้ปักดำจนเสร็จแล้ว บอกให้กาหลงพัก เอาขลุ่ยออกมาเป่ากล่อม ทำให้กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ที่ในยามยากเข็ญเจ็บป่วย มีไม้คอยดูแลช่วยเหลือตลอดมา

กาหลงพูดอย่างซึ้งใจว่า “ฉันมีชีวิตรอดมาได้ มีพี่ไม้คอยดูแล พี่ไม้ไม่ผิดจากพ่อ พี่ชาย เพื่อน รักจริงที่ฉันมีให้พี่ไม้ในกาลเก่าถึงวันนี้...ไม่เคยถอยลง แต่กลับมากขึ้นหลายเท่า จนฉันแม่นใจว่า พี่ไม้คือชายที่ฉันฝากชีวิตไว้แน่แท้ ชาตินี้จะหาใครรักฉันเท่าพี่ไม้ไม่ได้อีกแล้วจ้ะ”

ทุกคนที่ได้ฟังต่างซึ้งใจ ไม้เข้าไปวิงวอนแม่กลอยขอให้เห็นใจตนกับกาหลงด้วยเถิด ถูกแม่กลอยตวาดว่าตนไม่หลงกลคำหวานอ้อนของไม้ สั่งกาหลงให้กลับเรือน เดี๋ยวนี้ เมื่อกาหลงนิ่งเฉยก็สั่งให้ชบาลากไป ชบาร้องไห้ไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่สาว แม่กลอยขัดใจผลักชบาออกแล้วเข้าไปกระชากกาหลงสั่งให้กลับเรือน

ไม้เสียใจดึงมือกาหลงไว้ อ้อนวอนแม่กลอย “ฉันไม่มีกาหลงแล้วฉันจะอยู่ยังไง” แม่กลอยตอบอย่างเลือดเย็นว่า “จะเป็นจะตายช่างหัวเอ็งปะไร!”
เมื่อไม่อาจเปลี่ยนใจแม่กลอยได้ ไม้ตัดสินใจจะเผาเรือนและตัวเองตายพร้อมไปกับเรือน บอกทุกคนว่า

“เรือนนี้ฉันปลูกให้กาหลง ถ้าผิดไม่ได้เป็นเรือนหอ ก็ขอให้เป็นเรือนตาย!!!”

ooooooo

ไม้ตัดสินใจจุดคบไฟส่งให้แม่กลอย วานแม่กลอยช่วยเผาตนและเรือนให้สิ้นซาก แม่กลอยปากแข็งว่าอย่ามาขู่ สั่งกาหลงให้ไปลากไม้ลงมา กาหลงไม่ลากบอกว่าจะทำตามแต่ใจไม้ตนไม่ขวาง

ไม้ร้องไห้บอกแม่กลอยให้ช่วยปล่อยพันธนาการให้ตนโยนคบไฟใส่เรือนตนเถิด แม่กลอยทำท่าจะปาคบไฟใส่เรือน ขาวและชาวบ้านช่วยกันหว่านล้อมกล่อมแม่กลอย ขาวบอกว่าไม้รักกาหลงกว่าอื่นใดไยจะใจจืดใจดำทำได้ลงคอ จันก็เตือนสติว่า นี่ไม่เพียงแต่ฆ่าไม้หากแต่ฆ่าลูกสาวตัวเองด้วย

“ผิดบาปไม่ได้อยู่แค่ทำชั่วทำเลว แต่มันอยู่ที่ใจของคนไร้สำนึก” มัคนายกเฟื้องเตือนให้สำนึกถึงกรรมดีกรรมเลว ส่วนยายมาปากตลาดประกาศว่าจะโพนทะนาให้คนทั้งบางรู้ว่าแม่กลอยใจยักษ์ใจมาร ตาสรขู่อาฆาตว่าแต่นี้ไปอย่าหวังว่าตนจะขายผักขายปลาให้กิน

ส่วนโขงกับจอกยกมือไหว้ขออย่างผู้อ่อนวัยกว่าว่า ไม้ยอมเสี่ยงตายเพื่อกาหลงอย่าหักอกหักใจกันเลย

“ฉันขอละจ้ะแม่ สงสารพี่กาหลงเถิด” ชบาที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับกาหลงอ้อนวอนแม่

แม่กลอยยังคงถือคบไฟมองเรือนที่ไม้คุกเข่าพร้อมตายไปกับเรือน กาหลงนั่งร้องไห้อยู่ข้างแม่

แม่กลอยยืนมองนิ่ง คบไฟร่วงจากมือ ไม้กับกาหลงแปลกใจ แม่กลอยพูดหน้านิ่งเครียดว่า

“เอ็งมันไม่รักดี อยากกัดก้อนเกลือกินตกระกำลำบากอย่ามาร้องให้ข้าช่วยเหลือ”

จอกกับโขงตีความตรงกันว่า หมายความว่าแม่กลอยยอมให้ไม้กับกาหลงอยู่ด้วยกันแล้ว ทุกคนพากันเฮดีใจ กาหลงวิ่งไปกอดไม้ ยิ้มให้กันทั้งน้ำตากับความรักที่สมหวังหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาแทบเอาชีวิตไม่รอด...

ไม้จูงมือกาหลงมากราบขอบคุณแม่กลอย ให้สัญญาว่าจะรักและดูแลกาหลงไปชั่วชีวิต แม่กลอยย้ำขึงขังว่าอย่าลืมตั้งขันหมากไปสู่ขอตามประเพณี อย่าให้เสียครรลอง แล้วคว้าพานสินสอดไปกอดไว้ สั่งชบาให้จูงควายกลับเรือนทันที

งามกับเผื่อนคาบข่าวไปบอกอบเชยว่าแม่กลอยยกกาหลงให้ไม้แล้ว อบเชยเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง...โกหกตัวเอง จนเผื่อนกับงามนินทากันว่า “ทำใจไม่ได้ พิโถพิถัง” และ “นังกาหลงคงหัวร่อเย้ยหยันล่ะทีนี้”

สิงแอบมาได้ยิน คาดคั้นกับงามและเผื่อนว่าเมื่อกี๊พูดอะไรกัน พอเผื่อนบอกว่าไม้ไปสู่ขอกาหลงแล้ว    สิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟหาว่าทั้งสองพูดปดจนเผื่อนกับงามงงว่าทำไมต้องโมโหตนด้วย ส่วนสิงรีบจ้ำอ้าวไปหาโชติ

พอสิงเล่าให้โชติฟังกลับถูกตวาดว่าอย่ามากุเรื่องโกหก หาว่าพวกขาวเพี้ยนกันไปแล้ว เพราะกาหลงถูกจับถ่วงน้ำจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร

โชติไม่เชื่อหุนหันลงจากเรือนเพื่อไปดูให้เห็นกับตา

ooooooo

พุดจีบที่เคืองกาหลงนับแต่รู้สึกว่ากาหลงปดตนเรื่องที่ริมบึง ก็ไม่ไปมาหาสู่กาหลงอีกเลย

จนกระทั่งวันที่ไม้จะเผาเรือนพร้อมตัว นวลมาบอกให้ไปช่วยมิเช่นนั้นไม้ต้องตายแน่ พุดจีบก็ไม่ตอบและไม่ยอมออกจากห้อง จนนวลพึมพำอย่างใจเสียว่า

“ครานี้ท่าจะถอดใจเสียแล้วกระมัง” แล้วทรุดพนมมือไหว้ท่วมหัว “ธัมโมพุธโธ...แล้วแต่บุญกรรมจะนำพา...”

พุดจีบนั่งเงียบอยู่ในห้อง ไม่ตอบไม่ออกมา แต่นั่งร้องไห้สงสารไม้กับกาหลงอยู่เงียบๆ...

วันนี้ กาหลงมาหาพุดจีบถึงเรือนเพื่อแจ้งข่าวตนกับไม้ แต่ถูกนวลกันไว้ไม่ให้เข้า อ้างว่าพุดจีบตัวร้อนนอนพักอยู่

“เป็นไข้หนักหนาหรือ? ฉันจะไปแลอาการช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว” กาหลงต่อรอง นวลกลับลำบอกว่าค่อยทุเลาแล้ว “ทุเลาก็ดี...ฉันจะเข้าไปเยี่ยมเยียนถามไถ่” ก็ถูกนวลปฏิเสธอีก กาหลงพูดอย่างรู้ทันว่า “พี่นวลกันท่าตามคำสั่งน้าบุญอิ่ม หรือพุดจีบเพื่อนฉันสั่งการ?”

นวลอ้ำอึ้งตอบไม่ออก กาหลงรู้ทันทีว่าพุดจีบเป็นคนสั่งนวลเพราะยังโกรธตนอยู่ จึงฝากความว่า

“ฉันพอรู้ความแล้ว...วานพี่ไปบอกเพื่อนฉัน ในวันพรุ่งฉันอยากให้เพื่อนฉันไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งเรือนฉัน” ฝากความแล้วกาหลงเดินกลับไป

นวลรับคำ ในขณะที่พุดจีบที่ฟังอยู่ในห้อง ยังคงนิ่งเพราะน้อยใจกาหลงอยู่...

ooooooo

โชติแอบมาที่เรือนกาหลงเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่ากาหลงมีตัวตนอยู่จริง แล้วโชติก็ต้องผงะเมื่อเห็นกาหลงถือตะเกียงออกมา!

“เอ็งตระหนกนักสิที่เห็นว่าข้ายังไม่ตาย!” กาหลงถามอย่างไม่หายแค้น โชติถอยห่างขอร้องอย่ามาหลอกหลอนกันเลย “หากข้าตายเป็นผี ข้าจะไม่ยอมทนยืนคุยกับเอ็งอย่างนี้...ข้าจะบีบคอฆ่าเอ็งเสียทันที!”

“ข้าสั่งให้พวกไอ้ขาบฆ่าเอ็งแล้ว!”

“ข้าคงทำบุญสร้างกรรมดีไว้มาก ถึงได้เอาตัวรอดมาได้ แต่คนที่ทำกรรมชั่วอย่างเอ็ง สมควรตาย!!!” กาหลงหันไปชักดาบที่ฝาเรือนเงื้อง่าทันที

โชติตกใจวิ่งหนีจากเรือนไปขวัญกระเจิง แต่เพราะลนลานทำให้พลัดตกบันไดเจ็บเท้า กาหลงตามไป โชติร้องเสียงหลง “อย่า!!” กาหลงลดดาบลง บอกโชติว่าตนจะไม่ก่อเวรสร้างกรรมต่อ ตนจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อไม้ต่อไป

สิงวิ่งมาประคองลูกพี่ ทำให้โชติอุ่นใจที่มีคนมาช่วย

“อย่าลืมเสียว่ามีชนักติดหลัง เร่งออกไปจากเรือนแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ไม่งั้นข้าจะบอกทุกคนว่าเอ็งคิดขืนใจข้าแล้วจับข้าถ่วงน้ำ” กาหลงปราม

โชติขู่สวนทันทีว่าถ้ากาหลงทำเช่นนั้น ตนก็จะจัดการแม่และน้องเธอให้ตายยกครัว ทั้งยังเอาอำนาจอิทธิพลมาขู่ว่า “เอ็งก็รู้ว่า พ่อข้ามีกำลังมากพอจะทำผิดเป็นถูก! เอ็งมีแต่เสียท่า!!”

“ที่ข้ารอดตายมาได้ ข้าไม่รู้สึกเกรงต่อความตายอีกแล้ว หากเอ็งข่มเหงจนข้าหมดทาง ข้าจะลุกขึ้นสู้สุดแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!!”

โชติเผ่นแน่บไปจากเรือนกาหลงพร้อมสิง กาหลงมองตาม ทิ้งดาบลงกับพื้น ยิ้มทั้งน้ำตาพึมพำ...

“ข้าจะถือว่า ที่ผ่านมาเป็นการชดใช้กรรมที่เราเคยร่วมก่อกันมาในอดีตชาติ ขอให้หมดเวรหมดกรรมกันแต่เพียงนี้เถิด ข้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที...”

กาหลงเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ เป็นคืนที่กาหลงได้ยืนมองดวงดาวอย่างมีความสุข...

ooooooo

โชติวิ่งอ้าวไปที่กระท่อมของสิง โวยวายว่าไม่อยากเชื่อว่ากาหลงยังไม่ตาย ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นสั่งสิงให้ไปตามพวกขาบมา จะเอาเรื่องให้หนักฐานไม่ฆ่ากาหลง

เมื่อไปเห็นกับตาว่ากาหลงยังไม่ตาย โชติคิดอุบาทว์ “เอ็งไม่ตายก็ดี...ข้าจะเสพสุขเอ็งให้ได้!!”

กาเหว่าซ่อนอยู่ในเรือ จนวันรุ่งขึ้นเห็นเรือเทียบท่าจึงออกมา นายเรือตกใจถามว่าซ่อนในเรือมาตั้งแต่เมื่อไร หรือจะมาขโมยของ?

“ไม่ใช่จ้ะ ฉันหนีพวกโจร มันฆ่าพี่สาวฉันแล้วก็จะฆ่าฉันด้วย” กาเหว่าหน้าตาซีดเซียวทั้งเพลีย หิวและกลัว ถูกนายเรือหาว่าพูดจาไม่เป็นประสา “ฉันพูดจริงจ้ะ น้า... ตะวันลงน้าจะกลับบ้านบัวสีเลยใช่ไหมจ๊ะ”

พอนายเรือบอกว่ายังไม่กลับจะล่องเรือเข้าไปบางกอกก่อน กาเหว่าตกใจบอกนายเรือว่า

“ไม่ได้นะจ๊ะน้า ฉันต้องกลับไปหาแม่ ไปงมศพพี่ี่สาว”

นายเรือยิ่งไม่เชื่อหาว่าเอาเรื่องคอขาดบาดตายมาพูดเล่น ถามว่าใครฆ่าพี่สาวหรือ ก็พอดีกาเหว่าเห็นมั่น ขาบกับปองพายเรือเข้ามา พวกมันเห็นกาเหว่ายืนอยู่ที่ท่าน้ำ พากันชี้ให้ดู กาเหว่าตกใจวิ่งหนีไปบนฝั่งสุดชีวิต พวกมันพายเรือเข้าเทียบท่าแล้วไล่ตามกาเหว่าไปเอา เป็นเอาตาย

ooooooo

ขบวนขันหมากของไม้ตั้งที่ลานวัด มีขาวเป็นหัวเรือใหญ่ ทุกคนตะลึงตื่นเต้นเมื่อเห็นไม้แต่งตัวสะอาดหน้าตาหมดจดหล่อเหลา จันอดใจไม่ได้วิ่งเข้าไปหอมแก้มฟอดใหญ่

ชาวบ้านเป่าปี่ตีกลองกันสนุกสนาน ไม้บอกว่าเมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็จัดแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลงกันเลย

“หยุดประเดี๋ยว” เฟื้องร้องบอก เข้าไปท่องคาถาพรมน้ำมนต์ใส่ตัวไม้ สวดคาถาเมตตาชนะภัย จนตาสรท้วงขึ้นว่า

“มัคนายกทำอะไร เจ้าบ่าวเปียกแฉะหมดแล้ว”

“ข้าเอาน้ำมนต์จากหลวงพ่อมารดให้ มันจะได้หมดเคราะห์หมดโศก ศัตรูภัยพาลอย่าได้กล้ำกราย”

ตาสรขัดคอว่าไม้ไปแต่งงาน ไม่ได้ไปออกศึกยายมารำคาญเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียชัย ขาวนึกได้ถามว่าแล้วจอกกับโขงหายไปไหน ไม้บอกว่าตนวางให้ไปเด็ดดอกบัวมาทำพิธี นัดหมายกันที่เรือนกาหลง เฟื้องจึงเร่งให้ไปกันเลย ป่านนี้เจ้าสาวตั้งท่ารอเจ้าบ่าวแล้ว

“เอ้าละเหวย...โห่...ฮิ้ววววววว” ขาวโห่แล้วทุกคนก็ ฮิ้ววว...รับกันเป็นที่ครื้นเครง

ที่เรือนกาหลง...พุดจีบถือพานพุ่มจัดดอกไม้ประดิษฐ์สวยงามมาประดับงานแต่งของกาหลง

กาหลงดีใจมากบอกว่านึกว่าพุดจีบจะไม่มาเสียแล้ว ถามว่าหายเคืองตนแล้วหรือ พุดจีบบอกว่างานแต่ง

งานเพื่อนทั้งทีไม่มาได้อย่างไร เรื่องเก่าอย่าพูดถึงอีกเลย พูดอย่างปลงแล้วว่า

“ฉันมาตรองคิด เสียใจก็เก็บทุกข์ไว้กับตัว ใจขุ่นมัวเสียป่วยการ ฉันระลึกได้ว่า หากฉันปล่อยวางทุกอย่างเสีย ใจฉันก็นิ่งสงบ พบความสุขที่แท้จริง”

“คำพูดกินใจฉันเสียเหลือเกิน...หากฉันตระหนักคิดได้เพียงน้อยของพุดจีบ คงจะดี แต่ฉันกรรมหนักยังยึดติดในรักในหลง ไหนเลยจะห่วงแม่ห่วงน้อง”

พุดจีบบอกว่าตนตัวคนเดียวหามีห่วงใดกังวลไม่ กาหลงถามว่าพุดจีบไม่ได้หมายตาชายใดบ้างรึ หากมีตนจะเป็นแม่สื่อแม่ชักนำรักมาให้ พุดจีบพูดปลงๆว่าตนวาสนาน้อย เห็นท่าจะครองโสดเสียแล้วกระมัง แล้วบอกให้เลิกคุยเพราะกาหลงยังไม่ได้ผัดหน้าทาปาก ประเดี๋ยวเจ้าบ่าวจะยกขันหมากหนี

“แช่งฉันหนักข้อจริงเทียว รึอยากให้ฉันเป็นหม้ายขันหมาก” กาหลงตัดพ้อ พุดจีบรีบขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ “ฉันพูดจาสนุกปาก อย่าได้ถือสา มาเถิด มาช่วยฉันผัดหน้า” กาหลงจับมือพุดจีบให้ช่วยแต่งหน้าให้ตน

พุดจีบบรรจงแต่งหน้าให้กาหลง ต้องคอยซับเหงื่อเม็ดโตที่หน้าผากจนเปรยกับเพื่อนรักว่า

“กาหลงตื่นเต้นเอาการ...เหงื่อแตกเม็ดเชียว”

ooooooo

โขงกับจอกจะไปเก็บดอกบัว เดินผ่านต้นไทรงาม จอกปวดฉี่เลยไปยืนฉี่บริเวณต้นไทรงาม โขงตกใจด่าว่า ไอ้นี่วอนเสียแล้ว แล้วเร่งให้รีบไปเก็บดอกบัว

โขงอยู่บนเรือ จอกดำไปเด็ดดอกบัวหายไปนาน โขงตะโกนเรียกจนใจเสีย แล้วจู่ๆจอกก็โผล่จากน้ำถือดอกบัวอยู่ที่ฝั่งแล้ว

“เฮ้ย...ไหงขึ้นท่าไปซะแล้ว รอข้าด้วย...” โขงตะโกนพลางรีบตามจอกที่ถือดอกบัวเดินยิ้มออกไป

ที่เรือนกาหลง ขบวนขันหมากมาถึงแล้ว ไม้เห็นกาหลงถึงกับตะลึงในความงาม ขาวเร่งให้รีบส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ จันทักท้วงว่า

“ยังไม่ได้ทำพิธงพิธีเลย...กาหลง แม่เอ็งมาแล้วรึ”

“ยังจ้ะ แม่บอกว่าหากเตรียมการพร้อมให้คนไปตามมา...”

ยายมาเหลียวมองแล้วเร่งว่า มากันครบองค์แล้วจะรอท่าอะไรให้รีบไปตามแม่กลอยมาเลย ไม้ทักท้วงขึ้นอีกว่าตนวานจอกกับโขงไปเก็บบัวมาบูชาพระป่านนี้ยังไม่เห็นมา

“ไอ้สองตัวนี้ท่าจะทำเสียเรื่อง ไอ้เฟื้อง เอ็งไปตามมันมา” ขาวสั่ง เฟื้องขยับจะไป แต่พอนึกได้ก็หยุดกึกหาว่าขาวใช้ตน เกี่ยงให้ขาวไปเอง สัปเหร่อกับมัคนายกเลยทะเลาะกันจนจันด่าว่า  แก่จะลงโลงอยู่แล้วทะเลาะกันไม่อายเด็กรึ

พอดีจอกกับโขงมาถึง ตาสรเลยเร่ง “เอาล่ะวะ เร่งทำพิธี ข้าจะได้กินขนมให้เต็มพุง”

จอกถือดอกบัวเดินมาถึงหน้าเรือนกาหลงก็หยุดยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นจนทุกคนแปลกใจ ไม้เร่งให้รีบเอาดอกบัวมา จอกก็ยังยืนนิ่งยิ้มให้ไม้อยู่อย่างนั้น

“พี่จอกจ๊ะ ฉันขอดอกบัวด้วยจ้ะ ฉันจะพับกลีบประดับไว้หน้าหิ้งพระ” กาหลงเอ่ยแล้วเดินมาหาจอก จอกมองกาหลงนิ่ง ตาแข็งค้าง ตัวสั่นจนทุกคนตกใจ ไม้ถามว่าเป็นอะไร กาหลงรีบเข้ามาดู แล้วจู่ๆจอกก็ดิ้นเป็นลมหมดสติไป

ทุกคนตกใจ ขาวถามว่าจอกไปทำอะไรมา โขงเล่าว่า...

“เช้านี้ มันเยี่ยวรดใกล้ศาลเจ้าแม่ ท่าจะโดนดีแล้วสิ!” ขาวตบเข่าฉาดบอกว่าโดนเจ้าที่เจ้าทางเล่นงานเข้าแล้ว

“พวกเอ็งก็สมอ้างผีสางนางไม้ เมื่อคืนมันซัดยาดองฉลองชัยให้ไอ้ไม้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วต้องไปตากแดดเก็บบัว ท่าจะเป็นลมชัก” เฟื้องโต้ ขาวกับเฟื้อง โต้เถียงกันอีก คนหนึ่งว่าโดนผีเล่นงานอีกคนว่าเป็นลมชัก ไม้ตัดบทว่าจะเป็นอะไรก็ให้พาไปวัด หยูกยาหลวงพ่อคงช่วยได้

พุดจีบเสนอให้ไม้ทำพิธีเสียก่อนเพราะใกล้ถึงเวลามงคลฤกษ์แล้ว แต่ไม้เห็นจอกอาการหนัก กาหลงเสนอว่า

“ฤกษ์มงคลไม่สำคัญเท่าชีวิตคนหรอกจ้ะพี่...พี่พาจอกไปรักษาเถอะ ฉันจะเร่งเตรียมการทางนี้ให้พร้อม”

“พวกเอ็งหามมันไปวัดแล้วรีบกลับมา ข้ากับตา

สรจะไปตามแม่กลอยมาทำพิธี สองขบวนท่าจะมาบรรจบกันทันกาล”  ยายมาเสนอ ตาสรหน้าบานชมเมียว่าฉลาดแท้

เมื่อทุกคนเห็นด้วยตามที่ยายมาเสนอ จึงแยกย้ายกันไปทำงาน โดยไม้กับโขงช่วยกันหามจอก เฟื้องกับจันตามไป ส่วนยายมากับตาสรวิ่งไปตามแม่กลอย ชาวบ้านที่เหลือรออยู่ที่เรือนกาหลง

ooooooo

กาหลงก้มหยิบดอกบัวที่จอกเก็บมาแต่ถูกจอกดิ้นทับจนยับยู่ยี่ขึ้นดูแล้วโยนทิ้ง เดินลงจากเรือนจะไปเก็บดอกบัว

พุดจีบทักท้วงว่าโบราณถือไม่ให้เจ้าสาวลงจากเรือนจนกว่าจะเริ่มพิธี มิเช่นนั้นผีสางจะชิงตัวไป กาหลงชะงัก พุดจีบจึงอาสาจะไปเก็บดอกบัวให้

“ไม่เป็นไรจ้ะ” กาหลงหันมองกลุ่มชาวบ้านบนเรือน บอกพุดจีบว่า “ฉันวานพุดจีบจัดหาน้ำท่าให้พี่ป้าน้าอาอยู่ทางนี้ ฉันจะเร่งไปเร่งมา” พูดแล้วลงเรือนไปเลยพุดจีบ มองตามอย่างเป็นห่วง...

จอกถูกหามไปที่วัดขาวจัดแจงพึมพำคาถา แล้ว พ่นน้ำมนต์ใส่จอกที่นอนหมดสติอยู่ พ่นแล้วพ่นอีกจอกก็ยังนิ่ง จนเฟื้องเข้ามาขัดขึ้นว่า

“หยุดได้แล้ว น้ำมนต์น้ำลายเอ็งช่วยไม่ได้ มันไม่ได้โดนผีเข้า มันเป็นลมชัก ข้าไปต้มยาสมุนไพรมาให้แก้ลมชักชะงัดนัก” พูดพลางส่งยาให้ไม้ โขงช่วยประคองจอกจับบีบปากกรอกยาให้ ทุกคนมองลุ้น แต่จอกก็ยังนอนนิ่ง!

“มันไม่ได้เป็นลมชัก มันโดนผีสิง ต้องน้ำมนต์ข้า” ขาวได้ทีพ่นน้ำมนต์ใส่จอกอีกรอบ พลันจอกก็รู้สึกตัว ขาวได้ทีคุยโว “เห็นไหมล่ะ น้ำมนต์ข้ามันศักดิ์สิทธิ์”ถูกเฟื้องโต้ว่ายาตนออกฤทธิ์ต่างหาก ทำท่าจะทะเลาะกันอีก

“หยุดทะเลาะกันเสียที ข้าอยากรู้ว่าไอ้จอกมันเป็นอะไร” จันเอ็ดทั้งสองคน

จอกลืมตามองทุกคนงงๆ ไม้ถามว่าเป็นอะไร? โขงถามว่าดำน้ำหายไปนานสองนานไปทำอะไร?

จอกนิ่งพอนึกถึงเหตุการณ์ที่พบเห็นใต้น้ำใน     บึงบัว แววตาก็ระริกด้วยความหวาดกลัว...

ooooooo

กาหลงไปถึงบึงบัว ยืนมองบัวที่ชูดอกสวยงามอยู่เต็มบึง แล้วลงเรือพายไปเพื่อเก็บบัวดอกงามที่กลางบึง

เก็บบัวได้ดอกหนึ่ง หมายตาอีกดอกที่ห่างไป กาหลงพยายามเอื้อมเก็บ แต่เอื้อมสุดแขนจนเสียหลักพลัดตกน้ำ!

กาหลงพยายามประคองตัว พลิกตัวเพื่อจะว่ายขึ้นไป พลันก็นิ่งอึ้ง! ในสายตากาหลงนั้น...เห็นศพตัวเองลอยอยู่ตรงหน้า! ศพกาหลงหน้าซีด ผมสยาย ลอยเข้ามาหาตัว!

กาหลงตกใจสุดขีด!! รีบขึ้นจากบึงบัวตัวเปียกโชก ยืนอึ้ง สับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอตั้งสติได้ก็หันมองไปที่บึงบัวอีกครั้ง มองลึกลงไป เห็นร่างตัวเองลอยอยู่ใต้น้ำ!!

กาหลงตกใจกลัว หันวิ่งเตลิดไป สะดุดท่อนไม้ล้มลง แต่พอจะลุกขึ้น ก็เห็นเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามา กาหลงเงยมองอุทาน “หลวงตา!”

หลวงตายืนพินิจเพ่งมองกาหลง อย่างรู้เรื่องราวของเธอเป็นอย่างดี...

ที่วัด...จอกฟื้นขึ้นมา ไม้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันเห็น...”

ไม้ถามว่าเห็นอะไร จอกมองหน้าไม้แล้วดิ้นเฮือกเดียวก็เป็นลมไปอีก ทุกคนตกใจ ขาวโทษว่าสงสัยจอกจะเมายาของเฟื้อง เฟื้องโต้ว่าจอกเมาน้ำมนต์น้ำลายขาว ต่างหาก จนถูกจันด่าว่าให้เลิกกัดกันเสียที จึงหยุด

“ไม้...เอ็งกลับไปรับพิธีเถิด...ประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ไม่เป็นมงคลชีวิต กาหลงคงรอท่าเอ็งแย่แล้ว” จันจัดการ

ไม้เป็นห่วงกาหลงจึงรีบออกไปกับจัน ทิ้งให้โขงดูแลจอกแทน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:10 น.