ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ข่าวจำปาตายแพร่ไปถึงบ้านผู้ใหญ่ แม่น้อยตกใจถามว่าจำปาเป็นอะไรตาย โชติบอกแม่ว่า

“น่า เวทนา ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หลวงพ่อเคย เทศนา ข้าจำได้มั่น ผู้ใดฆ่าตัวตายบาปติดตัวผู้นั้น ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” พูดแล้วยิ้มเย้ย จนแม่น้อยแปลกใจท่าทีของลูกชาย

โขงกอดร่างจำปาร้องไห้แทบขาดใจ ไม้ทนดูไม่ได้เดินอ้าวออกไป กาหลงเป็นห่วงรีบตามไป

ไม้ ไปนั่งมองโกฏิของพ่อแม่ หวนคิดถึงอดีตของตัวเอง เวลานั้นไม้ในวัย 10 ขวบ เห็นพ่อกับแม่ถูกโจรที่มาปล้นฆ่าตายต่อหน้า มันลากพ่อกับแม่เข้าไปในบ้านจุดไฟเผา ไม้กอดร่างพ่อแม่ร้องไห้จนไฟท่วมบ้าน ฝาบ้านพังลงมาแถบหนึ่ง พลันขาวกับเฟื้องก็พุ่งเข้ามาอุ้มไม้ฝ่าไฟออกไป

กาหลงตามมาเข้าประคองไม้บอกให้ทำใจเสียพ่อแม่ไปดีแล้ว ไม้ส่ายหน้าพูดอย่างเจ็บแค้น

“ตราบใดที่พี่ยังแก้แค้นให้พ่อแม่ไม่ได้ พ่อแม่ไม่มีวันสู่สุขคติ”

“หลวงพ่อเคยสอนให้พี่ปล่อยวาง การแก้แค้นไม่รู้จักจบสิ้น เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้เป็นทุกข์ตลอดกาล”

“พี่ ยอมรับผลกรรมนั้น...เกิดใหม่ทุกข์ทรมานกี่ร้อยชาติ พี่ก็ขอฆ่าคนที่ฆ่าพ่อแม่พี่ ด้วยน้ำมือพี่!!” กาหลงโผเข้ากอดไม้ด้วยความรัก เช็ดน้ำตาให้อย่างปลอบใจ ไม้มองกาหลงเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจที่ในยามนี้มีเธออยู่เคียงข้าง “ชีวิตนี้ พี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีเอ็งคนเดียว เอ็งรักและดีกับพี่...พี่รักเอ็งเหลือเกิน...กาหลง”

“ฉันก็รักพี่จ้ะ” ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและเห็นใจกัน

ทันใดนั้น จอกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

นั่น คือ โขงบุกไปที่บ้านโชติ ตะโกนให้โชติออกมา! โชติเดินออกมาด่าโขงว่าไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษมาระรานตนที่กำลังสวดมนต์ แม่น้อยออกมาด้วย ถามโขงว่าโชติไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือ

“มันฆ่าจำปา!” โขงชี้หน้า โชติโต้ทันควันว่าจำปาแขวนคอตายเอง

“เอ็งโกหก! เมื่อคืนเอ็งคิดขืนใจกาหลง จำปาไปช่วยไว้ได้” ไม้ตะโกนแทรกขึ้น

“พวกเอ็งเคืองแค้นจึงดักทำร้ายจำปา!” โขงพูดทั้งน้ำตา ทุกคนหันมองโชติ

“ไอ้ ไม้...เอ็งเจ็บใจที่แม่กลอยจะยกกาหลงให้ข้าก็เลยหาเรื่องข้า เอาล่ะ...ข้าไม่ถือสาเอาความ ข้าจะไปสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้จำปาและสัมพเวสีผีเร่ร่อนจะได้เลิกจองเวรต่อกัน!” โชติยียวนเยาะเย้ยแล้วหันหลังจะกลับเข้าบ้าน

โขงพุ่งเข้ากระชากชกโชติทันที สิง มั่น และขาบรุมเข้ามา ไม้กับจอกจึงช่วยโขงต่อสู้กับพวกโชติ

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนหยุดชะงักหันมองไปทางเสียงปืน เห็นช่วงถือปืนเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ ไล่พวกโขงกับไม้ให้กลับไปได้แล้วเพราะโชติไม่ได้ทำร้ายจำปา ซ้ำยังบอกว่า “มันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเผลอใจคิดล่วงเกินกาหลง” แล้วบอกกาหลงว่า รู้อยู่ว่าโชติหลงรักมานาน อภัยให้เถิด ถือเสียว่าเห็นแก่ตน ทำให้กาหลงจำต้องพยักหน้า

เมื่อทั้งผู้ใหญ่ช่วงและแม่น้อยพากันปกป้องโชติ ไม้จึงชวนโขงกลับ บอกผู้ใหญ่กับแม่น้อยว่า

“พวกฉันลาล่ะจ้ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้ ฉันต้องหาตัวคนที่ฆ่าจำปามาลงโทษให้ได้!”

“ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ข้าต้องดูแลลูกบ้านให้ได้รับความเป็นธรรม” ผู้ใหญ่ช่วงออกรับแทนขู่ไม้กับโขงในที

ช่วงเดินไปด่าพวกมิ่งที่ปล่อยให้โขงขึ้นมาเหยียบเรือน ชักดาบออกมาพูดขู่สิง มั่นและขาบอย่างเลือดเย็นว่า

“ใครที่ทำให้ข้าเดือดร้อน มันต้องเป็นผี!” โชติเห็นความเหี้ยมของพ่อก็คิดจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างให้ได้!

ooooooo

กาหลง กลับถึงบ้านตอนเย็น แม่กลอยถามว่าไปไหนมา กาหลงบอกตรงๆว่าไปเรือนโชติไปกับจอก และไม้ แม่กลอยไม่ว่าอะไร บอกให้ไปอาบน้ำผลัดผ้าเสียคืนนี้ต้องไปฟังสวดจำปา

กาหลงโล่งใจที่แม่ไม่ว่าอะไร แต่ชบาที่คอยจับผิดอยู่แปลกใจที่ไม่ว่าอะไรกาหลง สงสัยว่าแม่จะคิดทำอะไร

กาหลงเดินมาเจอชบา เธอถามน้องว่า

“เหตุใดจึงต้องขัดทุกครั้งที่ข้าไปกับพี่ไม้” ชบาบอกว่าไม่อยากให้พี่โกหกแม่มันบาป “เอ็งคิดอย่างนั้นรึ?”

“ฉัน เตือนด้วยความหวังดี หากไม่เชื่อใจก็อย่าเสียเวลาซักความ” พูดแล้วเดินหนีไปแต่พอกาหลงเดินเข้าห้องชบาก็เดินย้อนกลับมาพูดเบาๆ “ฉันไม่ได้ พี่ก็ต้องไม่ได้”

ที่ศาลาวัด...ผู้ใหญ่ช่วงกับโชติไปงานสวด ต่างแสดงความเสียใจกับการตายของจำปา โชติเดินไปบอกไม้ว่าตนอโหสิกรรมให้จำปาแล้ว ไม้ก็ควรอโหสิกรรมให้ตนที่ใส่ความว่าตนเป็นคนร้ายด้วย

“ข้าอโหสิกรรม...ให้กับผี...ไม่ใช่เอ็ง!” ไม้พูดใส่หน้า

สิง จะเล่นงานไม้  โชติห้ามไว้ “ไม่ต้อง เพราะอีกประเดี๋ยวมันก็ต้องกระอักเลือดจนตาย” พูดแล้วหันไปยิ้มกับแม่กลอย กาเหว่าจับตาดูอยู่สงสัยว่าทั้งสองมีอะไรกัน...

ooooooo

การตายของจำปา ทำให้กาหลงนึกถึงตัวเอง ถามไม้ว่า

“หากวันหนึ่งฉันต้องตายไปพี่จะยังรักฉันไหม” ไม้บอกกาหลงอย่าพูดแบบนี้ เขาถือเป็นลาง “ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆเหมือนอย่างพ่อฉัน...”

กาหลงจำได้ฝังใจว่า พ่อตายเพราะถูกงูเห่ากัดอย่างเป็นปริศนา คิดแล้วบอกไม้ว่า

“จำปามาจากไปอีกคน ฉันกลัว...ฉันกลัวจริงๆจ้ะพี่”

“ไม่ ต้องกลัว...กาหลงยังมีพี่อยู่ทั้งคน” กาหลงทวงว่าไม้ยังไม่ได้ตอบคำถามตนเลย ไม้มองกาหลงพูดจากหัวใจว่า “ไม่ว่าเอ็งเป็นหรือตาย...พี่จะรักเอ็งตลอดไป”

ทั้งสองกอดกันเป็นสัญญาใจ...ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องเป็นสัญญาณว่าฝนจะตก...

ที่ ศาลาวัด ขณะที่สัปเหร่อขาวกำลังนำสวดคฤหัสถ์เฝ้าศพนั้น ทุกคนผงะ เมื่อเห็นแมวดำตัวหนึ่งกระโดดไปยืนบนโลงศพ ชาวบ้านต่างลุ้นไม่ให้กระโดดลงมา เพราะโบราณกล่าวกันว่าแมวดำกระโดดข้ามโลงศพมันจะปลุกวิญญาณ

ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงพร้อมกับแมวดำกระโจนลงจากโลงศพ ทุกคนตกใจลุกฮือ ยกเว้นมัคนายกเฟื้องพูดอย่างไม่เชื่อว่า “ไหนวะไอ้ขาว แมวดำกระโดดข้ามโลง ศพจะกลายเป็นผี เอ็งมันก็ดีแต่พูดให้ชาวบ้านขนหัวลุก”

“สงครามยังไม่เสร็จ อย่าเร่งนับศพทหาร...อีกชั่วอึดลมหายใจ วิญญาณจะเข้าร่างนังจำปา”

“ข้าไม่เชื่อ! คนตายมันก็แค่สังขารที่รอวันเน่าเปื่อย ดวงจิตวิญญาณของมันหลุดลอยไปภพภูมิใหม่แล้ว”

“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประเดี๋ยวเอ็งจะหัวโกร๋น...โกร๋นกันทั้งบาง!”

คำ พูดของสัปเหร่อขาวทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว พลันพื้นไม้ศาลาวัดก็สั่นไหวสะเทือนจนโลงศพหล่นลงมา ศพจำปาหลุดออกจากโลงกลิ้งมาตรงหน้ามัคนายกเฟื้องและสัปเหร่อขาว ชาวบ้านแตกฮือ มัคนายกเฟื้องวิ่งอ้าวออกไปก่อนเพื่อน ชาวบ้านพากันวิ่งตามลงจากศาลาไปเป็นพรวน

ooooooo

คืนเดียวกัน เสือหวาดคุมสมุนออกปล้นควายชาวบ้าน ไม้ที่กำลังจะแยกกับกาหลงเห็นเหตุการณ์ไม้วิ่งเข้าไปช่วยชาวบ้านต่อสู้กับเสือหวาด

“หยุด รังแกคนไม่มีทางสู้!!” ไม้ประกาศก้อง กาหลงก็ตะโกนให้ปล่อยควายชาวบ้าน ทั้งสองร่วมกับชาวบ้านสู้กับเสือหวาดจนมันหนีไป ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหนีไปทิ้งม้าไว้ ไม้จึงควบม้าไล่ตามไป ส่วนกาหลงร้องบอกชาวบ้านว่า

“น้าต้อนควายเข้าคอก ฉันจะตามคนไปช่วยพี่ไม้”

แต่ ระหว่างทางกาหลงเจอสิง มันออกมาดักทางบอกว่าแม่กลอยถูกงูกัด กาหลงไม่เชื่อ แต่ถูกพวก  มันขู่เลยบอกให้พวกมันไปตามผู้ใหญ่ให้ไปช่วยไม้ สิง ตัดบทว่าเรื่องนั้นไม่ต้องร้อนใจรีบไปดูแม่กลอยดีกว่า กาหลงจึงรีบวิ่งกลับไปที่เรือน แต่พอขึ้นเรือนกลับเจอแต่โชติจึงรู้ว่าถูกหลอกจริงๆ!

แม่กลอยให้ชบากับ กาเหว่าไปช่วยงมหอยขมกลางคืนอ้างว่าเห็นกาหลงไม่ได้กินมานานแล้ว ชบาเอะใจ ยิ่งเมื่อคิดทบทวนเห็นแม่สบตากับโชติตอนหัวค่ำก็ยิ่งสงสัย จึงแอบหนีกลับไปที่บ้าน แม่กลอยรู้เลยพากาเหว่าตามชบากลับด้วย

ไม้ที่ขี่ ม้าไล่ล่าพวกเสือหวาด ถูกพวกมันรุมจนเกือบพลาดท่า ดีที่มัคนายกเฟื้องกับโขงตามไปช่วยไว้ ไม้ขอบใจพ่อเฟื้องกับโขง ติงโขงว่าน่าจะอยู่เฝ้าจำปา โขงบอกว่ามีแมวดำโดดข้ามโลงตนกลัวผีไม่รู้ว่าจำปาจะลุกขึ้นมาอาละวาดเมื่อไร

“โขงเอ็งควรอยู่เฝ้าศพ จำปาเป็นคนรักเอ็ง ไม่มีวันทำร้ายเอ็ง!” ไม้บอก โขงจึงกลับไปเฝ้าจำปา

ไม้เป็นห่วงกาหลง เขารีบไปที่บ้าน เจอโชติกำลังปล้ำจะข่มขืนกาหลงพอดี ไม้พุ่งเข้ากระชากโชติออกมา

“ไอ้นรกมาเกิด!!” ไม้ด่าและชกหน้าโชติ พอโชติลุกขึ้นได้ก็จะหนี ไม้ตามไป แม่กลอยกลับมาถึงพอดี

“หยุด นะไอ้ไม้!” แม่กลอยตวาด ไม้บอกว่าโชติจะขืนใจกาหลง “พ่อโชติไม่ได้ขืนใจ ข้าเต็มใจยกกาหลงให้พ่อโชติ” แม่กลอยบอกโชติให้กลับเรือนไปก่อน แล้วหันมาไล่ไม้ที่พยายามจะชี้แจง “เอ็งไม่ต้องพร่ำพูดอะไรทั้งนั้น ออกไปจากเรือนข้า!!”

กาหลงร้องไห้เสียใจที่แม่ไม่ฟังอะไรเลย กาเหว่าเข้ามาปลอบกาหลง ส่วนชบาเดินออกจากเรือนตามไปปลอบใจไม้ ไม้ถามว่าตนต้องทำอย่างไรแม่กลอยถึงจะยอมรับและเห็นใจในความรักของตน

“พี่ไม่ต้องเสียใจ ชบาอยู่ข้างพี่ ชบาจะช่วยกล่อมให้แม่เห็นใจพี่...ชบารักพี่นะ...”

“ขอบใจเอ็งมากที่อยู่ข้างพี่...เอ็งกลับเรือนเถอะ” ไม้ลุกเดินออกไปอย่างมีกำลังใจขึ้น

ooooooo

กาหลงเข้าไปอ้อนวอนแม่กลอยที่ก่อไฟจะแกงหอยขมว่าอย่าข่มเหงน้ำใจตนอีกเลย ตนเป็นลูกแม่ แม่ไม่รักไม่สงสารตนบ้างหรือ

“เพราะ เอ็งเป็นลูกข้า ข้าถึงต้องทำแบบนี้” แม่กลอยทำเสียงแข็งแล้วพูดหว่านล้อม “ชีวิตคนจนมัน     ยังไง หิ้วจอบหอบเสียมออกไปทำนาก่อนไก่โห่...ตกค่ำก็ออกไปหาปลาแทงกบมากิน ชีวิตมันลำบากนักหนา ส่วนพ่อโชติมีทรัพย์สมบัติให้เอ็งเสวยสุขไปทั้งชาติ น้องๆกับข้ามีกินอิ่มนอนหลับ ข้าทำทุกอย่างเพื่อเอ็ง  เอ็งนั่นแหละไม่รักพวกข้า เอ็งมันเห็นแก่ตัว!!”

กาหลงบอกว่าแม้ไม่มีเงิน ทองแต่ตนมีแรงที่จะหาเลี้ยงแม่กับน้อง ตนจะไม่ปล่อยให้แม่ต้องทำงาน ขอเพียงแต่แม่เลิกเข้าบ่อน แม่กลอยตบกาหลงด่าว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็เพราะเงินจากบ่อน!    แต่พอเห็นกาหลงเสียใจก็พูดประชดไล่ให้ไปนอนเสีย ไม่อยากเป็นเมียเศรษฐีก็เข้านอนแต่หัววัน เช้ามืดจะได้จูงควายไปไถนา

แต่พอกาหลงเดินร้องไห้ออกไป แม่กลอยก็จับมีดสับก้นหอยขมน้ำตาไหลพรากที่ต้องใจร้ายกับลูก ครู่เดียวก็วางมีดนั่งปาดน้ำตาป้อยๆ...

ooooooo

พอน้ำตาแห้ง แม่กลอยก็ออกจากเรือนไปเข้าบ่อนของโชติ โชติเห็นแม่กลอยก็กระหยิ่มคิดแผนอุบาทว์ในใจทันที

แม้โขงจะกลัวผี แต่ด้วยความรักที่มีต่อจำปาก็ยังตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวต้มแกงที่จำปาชอบเอาไปเคาะโลงบอกจำปา พลันทั้งโขงและจอกก็ตกใจผงะเมื่อมีเสียงกระทืบพื้นปังใหญ่ต่างตั้งท่าเตรียมเผ่น ที่แท้เป็นมัคนายกเฟื้องมาบอกว่า

“เมื่อเช้าข้ามาเปลี่ยนธูป เห็นฝาโลงแง้มออก มีใครสักคนมาเอาศพจำปาไป”

ทั้งโขง จอกและเฟื้องมองหน้ากันแปลกใจว่าใครเป็นคนมาเอาศพจำปาไป?

ที่ป่าช้าหลังวัด...สัปเหร่อขาวกำลังยกมือไหว้ศพจำปาที่ถูกวางไว้ในหลุมดินที่ขุดไว้

“อโหสิกรรมให้ข้าด้วย...ข้าจำเป็นต้องทำ...” แล้วสัปเหร่อขาวก็หยิบจอบโกยดินกลบ เห็นจันนั่งยองๆ จ้องที่ศพจำปา ถูกสัปเหร่อขาวตวาดก็สะดุ้งโหยง “นังจัน! มาช่วยข้าโกยดินฝังศพนังจำปา”

“ฉันไม่ว่าง ฉันกำลังจะนั่งสมาธิแผ่กุศลให้จำปา” ว่าแล้วก็นั่งสมาธิหลับตาพึมพำ “ตายหนอ... นอนหนอ... ไม่หลอกหนอ...”

ขณะสัปเหร่อขาวกำลังโกยดินฝังศพจำปานั่นเอง มัคนายกเฟื้อง โขง กับจอก ก็วิ่งมาถึง

“หยุดนะ!!” โขงตะโกนลั่นแล้วพุ่งเข้าผลักสัปเหร่อขาวออกจากหลุมศพ “สัปเหร่อเอาศพจำปามาทำอะไร”

สัปเหร่อขาวติดอ่างพูดไม่ออก มัคนายกเฟื้องเลยตอบแทนว่า “ไอ้ขาวคิดจะเอาศพจำปาทำพิธีปลุกผี ปลุกวิญญาณรนน้ำมันพรายใส่ขวดขาย”

“ไม่ใช่! พวกเอ็งเข้าใจผิด...ไม่เชื่อถามจันมันก็ได้” สัปเหร่อขาวโบ้ยให้จัน แต่จันทำทีเข้าสมาธิภาวนา ตายหนอ...นอนหนอ...ไม่หลอกหนอ...อย่างไม่ยอมรับรู้อะไร โขงถามว่าแล้วทำไมสัปเหร่อไม่เผาศพจำปาตามพิธี สัปเหร่อขาวอาศัยประสบการณ์เป็นสัปเหร่อมานาน แถเอาตัวรอดแถมมีความดีด้วยว่า

“ศพตายโหงเขาไม่เผา วิญญาณยังไม่สงบสุขแล้วอีกอย่าง เอ็งก็อยากจับตัวคนฆ่าจำปามาลงโทษ...ก่อนจะส่งวิญญาณจำปาไม่ใช่รึ” พูดพลางเหลือบมองหน้าโขง เห็นโขงตั้งใจฟัง เลยพูดต่ออย่างน้อยใจแกมประชดว่า “ข้าทำทุกอย่างเพื่อเอ็ง แต่เอ็งเห็นว่าข้ามันชั่ว ข้ามันเลว ข้าจะเผาให้สิ้นเรื่อง”

สัปเหร่อขาวเอาจอบโกยดินทำท่าจะเอาศพจำปาขึ้นมา โขงรีบห้าม เข้าไปนั่งปากหลุมบอกจำปาว่า

“จำปา...ข้าจะจับตัวคนที่ฆ่าเอ็งมาลงโทษให้ได้!”

สัปเหร่อขาวแอบสบตาจันที่หรี่ตามองกันอย่างโล่งใจที่ไม่ถูกจับผิด แล้วจันก็ทำเป็นนั่งทำสมาธิภาวนาต่อ...

มัคนายกเฟื้องเหล่มองทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจ...

ooooooo

แม่กลอยเล่นเสียจนเงินหมดหันไปขอเพิ่มจากโชติเพื่อแก้มือ โชติได้ทีเล่นแง่บีบแม่กลอยว่าเอาไปมากแล้วให้เอาของเก่ามาคืนก่อนค่อยเอาใหม่

แม่กลอยกำลังติดพันรับปากว่าจะเอาข้าวไปขายเอาเงินมาให้ โชติพูดดักว่า

“น้าต้องทำนาอีกกี่ฤดู ถึงจะมีเงินมาใช้คืนฉันเอางี้แล้วกัน พากาหลงมาใช้หนี้แล้วฉันจะแถมเงินให้อีกโข”

แม่กลอยที่ผีพนันเข้าสิง ดีใจมากบอกว่าถ้าอย่างนั้นโชติไม่ต้องรอแล้ว ไปรับกาหลงกับตนเดี๋ยวนี้เลย

ฝ่ายสัปเหร่อขาวกับจัน พอกลับถึงบ้านจันถามว่าคิดยังไงถึงเอาศพจำปาไปฝัง คิดจะเอาศพจำปามาหากินหรือ ขาวไม่พอใจแต่ไม่ทันด่า ไม้ก็เข้ามาขัดจังหวะพูดอย่างรีบร้อน

“พ่อ...ฉันขอยืมม้าพ่อ ฉันจะพากาหลงหนี”

ทั้งสองตกใจแต่ก็จูงม้ามาให้อวยพรให้ไม้แคล้ว คลาดปลอดภัยได้ลูกเมื่อไรให้พากลับมาหาจะรอรับขวัญหลาน ไม้ยกมือไหว้ขอบคุณทั้งสอง ไม่ทันออกไป เฟื้องก็วิ่งโขยกหน้าตั้งเข้ามาบอกว่า

“ข้าได้ข่าวว่าไอ้โชติไปรับตัวกาหลงแล้ว เอ็งรีบไปเร็ว!!”

ooooooo

โชติตามแม่กลอยไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอไปถึงเรือนปรากฏว่ากาหลงหนีไปแล้ว

พุดจีบได้ยินว่ากาหลงหนีไปก็ตกใจเป็นห่วงคิดจะช่วยกาหลง วิ่งไปดักทางที่คิดว่ากาหลงจะไป พอเจอก็บอกให้กลับเรือนเสียอย่าทำอย่างนี้เลย กาหลงรับไม่ได้หาว่าพุดจีบแกล้งทำเป็นห่วงใยแต่หมายแย่งไม้ไปจากตนอย่างที่อบเชยเคยพูด

“ไม่ใช่นะจ๊ะ ฉันมาทานไว้ หวังให้กาหลงตรองคิดอย่าเพิ่งวู่วาม หากกาหลงทิ้งแม่กับน้องไปใครจะดูแล ไหนจะหนี้สินที่แม่กลอยติดค้างพี่โชติ พี่โชติต้องเล่นงานแม่กลอยแน่”

“หากเอ็งรักข้าและไม่เคยแม้แต่จะคิดแย่งคนรักข้า เอ็งต้องปล่อยข้าไป แสดงให้เห็นว่าเอ็งจริงใจต่อข้า”

พุดจีบตัดสินใจเดินเข้าหากาหลงหยิบห่อผ้าส่งให้ บอกว่า ให้รีบไปเถิด กาหลงฝากดูแลแม่กับน้องให้ด้วย หากไม่ตายเสียก่อนจะกลับมาแทนคุณ พุดจีบเร่งให้รีบไปเสียเดี๋ยวจะไม่ทันกาล

แต่พอหันกลับก็เจอแม่อิ่มที่ตามพุดจีบมาอย่างไม่พอใจที่พุดจีบมาวุ่นวายเรื่องนี้อีก

เมื่อกลับถึงเรือนพุดจีบกราบขอโทษแม่อิ่มที่ขัดคำสั่งออกจากเรือน ให้สัญญาว่า

“หลังจากนี้ ลูกคงมิได้ข้องเกี่ยวกับกาหลงและพี่ไม้อีก...สองคนนั่นหนีไปแล้วจ้ะ”

แม่อิ่มฟังแล้วตกใจ นึกเป็นห่วงกาหลงขึ้นมา...

ไม้ควบม้าตะบึงไปหมายพากาหลงหนี เจอกาหลงกลางทาง กาหลงขอให้ไม้สัญญาว่าเมื่อพากันหนีไปแล้วจะดูแลตน และเมื่อก่อร่างสร้างตัวได้ก็จะกลับมาแทนคุณแม่ให้เร็วที่สุด

“ชีวิตพี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีกาหลง แม่กลอย ชบา กาเหว่า เสมือนคนในเรือน...พี่สัญญา”

ไม้พากาหลงควบม้ามาถึงบึงบัว บอกกาหลงว่าผ่านบึงบัวนี้ไปพวกโชติคงตามไม่ทันแล้ว

ooooooo

โชติตบหน้าแม่กลอยหาว่าวางแผนให้กาหลงหนี แม่กลอยไหว้วิงวอนขอให้เข้าใจเพราะตนอยากได้โชติเป็นเขยอยู่แล้ว บอกโชติว่ากาหลงคงหนีไปกับไม้ ให้ช่วยไปตามกาหลงกลับมาให้ตนด้วย

โชติขบฟันแน่นแค้นใจ ไปเรียกสิง มั่นและขาบหมายตามไปฆ่าไม้ ชบากับกาเหว่ากอดกันกลมกลัวกาหลงจะถูกฆ่าด้วย

ระหว่างทางพวกโชติเจอโขงกับจอกจูงควายขวางทาง มั่นกับขาบลงไปลากควายให้พ้นทาง ถูกโขงกับจอกวิ่งมาลากมั่นกับขาบไปผลักลงปลักควาย เลยชกต่อยกันนัวเนียในปลักควาย ตามโชติกับสิงไปไม่ทัน

โชติไล่ตามไม้ไปทันที่เชิงเขา ชักม้าไปขวางทาง ด่าไม้ว่าพาผู้หญิงของตนหนี กาหลงสวนไปทันทีว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงของโชติ ตนรักไม้และจะไปกับไม้

“เอ็งไปได้แต่วิญญาณ!!” โชติชักปืนออกมาเล็งใส่ไม้ กาหลงตกใจรีบบอกว่าตนยอมแล้ว จะกลับไปกับโชติ กระนั้นโชติก็ยังยิงปืนขู่ไม้ แล้วหัวเราะสะใจ

นวลได้ข่าวไม้กับโชติรีบมาเล่าให้แม่อิ่มกับพุดจีบฟังว่า พ่อโชติจับตัวกาหลงและไม้ได้แล้ว โชติลากกาหลงมาที่เรือนและเล่นงานไม้อย่างหนัก พุดจีบ
อ้อนวอนแม่อิ่มให้ช่วยไปกล่อมให้แม่กลอยปล่อยกาหลงเสียเถิด

แม่อิ่มบอกว่าแม่กลอยติดหนี้โชติอยู่ ยังไงโชติก็ต้องเอาตัวกาหลงไป พุดจีบอ้อนวอนให้แม่อิ่มเอาเงินไปจ่ายหนี้แทนแม่กลอยแม่อิ่มมองหน้าพุดจีบนิ่ง แล้วบอกให้กลับเข้าห้องเสีย อย่าเอาตัวไปยุ่งกับเรื่องนี้อีก ไม่อย่างนั้นลูกเองจะวุ่นวายใจ แล้วสั่งนวลเฝ้าพุดจีบไว้ให้ดีอย่าให้ลงจากเรือนเป็นอันขาด

ooooooo

โชติถามวัดใจแม่กลอยว่าจะให้จัดการอย่างไรกับไม้ แม่กลอยบอกให้ปล่อยไปเสีย โชติสวนทันทีว่ามันสมควรตาย!

“ฆ่าตายก็เสียดายกระสุนดินปืน มันเห็นกาหลงเข้าเรือนหอกับพ่อโชติ มันก็ตรอมใจตายแล้ว”

โชติชักมีดออกมาทำท่าจะเข้าไปแทงไม้ แต่พอไปถึงตัวกลับตัดเชือกที่มัดไม้ด่า “ไอ้หมาขี้เรื้อน” แม่กลอยรีบบอกโชติให้กลับไปรอที่เรือน ตนจะพากาหลงกลับไปขัดสีฉวีวรรณให้ผุดผ่องแล้วพาไปส่งที่ห้องหอโดยเร็ว

แม้ไม้จะบอบช้ำสาหัสเพราะถูกพวกโชติซ้อม แต่ก็พยายามปกป้องกาหลง อ้อนวอนแม่กลอยว่าตนรักกาหลง กาหลงโผเข้ากอดไม้ร้องไห้ โชติหมั่นไส้เข้าไปลากกาหลงออกแล้วเตะต่อยไม้จนสลบคาตีน! จากนั้นหันบอกแม่กลอยว่าจะกลับไปรอเจ้าสาวที่เรือน

“กาเหว่า..เอ็งไปบอกพวกมันให้ลากตัวกลับไป” แม่กลอยสั่งแล้วหันบอกชบา “พาพี่สาวเอ็งขึ้นเรือน”

เมื่อพากาหลงกลับเรือนแล้ว แม่กลอยสั่งชบาว่า

“ก่อนส่งตัวเข้าหอ...ข้าขอสะสางลูกเนรคุณ!”

ooooooo

แม่กลอยสั่งกาเหว่าให้เอาหวายมา กาเหว่าแกล้งส่งก้านมะยมให้ ถูกแม่กลอยหักทิ้งสั่งให้เอาหวายมา!

กาหลงถูกลงหวาย แม่กลอยบังคับให้พูดออกมาว่าจะยอมเป็นเมียโชติจึงจะหยุดโบย กาเหว่าขอร้องกาหลงให้รับปากแม่กลอยเสียจะได้ไม่ต้องถูกโบย ชบาก็บอกให้กาหลงพูดเสียไม่อย่างนั้นแม่คงโบยจนตายแน่

กาหลงมองหน้าแม่กลอย พยายามพูดทั้งที่เจ็บเจียนตาย “ฉันรัก...ฉันรักพี่ไม้” สิ้นเสียงกาหลง แม่กลอยก็โบยไม่ยั้งจนกระทั่งแม่อิ่มมาจับมือไว้บอกแม่กลอยว่าพอได้แล้ว ถูกแม่กลอยพูดอย่างไม่พอใจว่าแม่อิ่มไม่เกี่ยวออกไปเสีย

“ฉันรับปากกับพ่อของกาหลง จะดูแลกาหลงและทุกคนให้อยู่ดีมีสุข” แม่อิ่มอ้าง แม่กลอยตวาดว่าไม่ต้องมาอ้าง เราไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอย่ามาก้าวก่าย “ผัวฉันกับพ่อของกาหลงเป็นเกลอกัน...กาหลงก็เสมือนลูกสาวฉัน”

แม่กลอยไม่ฟังเสียง โบยกาหลงจนหมดสติ ทิ้งหวายแล้วเดินหนีไป แม่อิ่มบอกกาเหว่ากับชบาให้แก้เชือกให้กาหลงและพาขึ้นเรือนไปทายาเสีย ตัวเองเดินตามไปเอ่ยปากขอกับแม่กลอยอีกว่า

“ไม้มันจนก็จริง แต่มันมีรักแท้ให้กาหลง เงินทองเป็นของนอกกาย ความรักต่างหากที่จะนำพาไปสู่สุขที่แท้จริง”

แม่กลอยบ้วนน้ำหมากปรี๊ด พูดอย่างไม่หายเจ็บใจว่า

“ทำปากดีสอนข้า ชีวิตเอ็งมันสุขสบายแล้วนี่ ได้ผัวเป็นเศรษฐี มีที่ดินมากมายก่ายกอง ผัวตายทิ้งสมบัติให้เสวยสุข ส่วนข้าต้องก้มหน้าทำนา”

“จะมีจะจนเราก็เป็นเพื่อนกัน”

“คนที่แย่งคนรัก ไม่ใช่เพื่อนข้า!”

“ฉันเคยบอกหลายคราว่าฉันไม่ได้แย่ง พี่พันเขารักฉัน” ถูกแม่กลอยตวาดว่าเบื่อฟังคำแก้ตัว “แม่กลอยไม่เชื่อฉันก็ป่วยการที่จะพูด เรื่องราวก็ผ่านไปแล้ว อย่าให้มันมาทำร้ายเรากับลูกๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย” แม่อิ่มพยายามหว่านล้อมอย่างใจเย็น แต่แม่กลอยเบือนหน้าหนีอย่างไม่อยากฟัง

แม่อิ่มเอาเงินให้แม่กลอยไปใช้หนี้และให้ไม้แต่งงานกับกาหลงเสีย เพราะไม้เป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับกาหลงที่สุด แต่แม่กลอยกลับมองว่าแม่อิ่มไม่ได้หวังดีกับตน หากแต่ทำเพื่อให้ไม้แต่งงานกับกาหลงเพื่อกันไม้ออกจากพุดจีบ

“แม่กลอยจะคิดยังไงก็แล้วแต่ เอาเงินนี่ไปใช้หนี้ไม่ต้องคืนฉัน ขอเพียงให้กาหลงอยู่กินกับไม้” วางถุงเงินแล้วแม่อิ่มก็ลุกไป แม่กลอยตะโกนเรียกกาเหว่าสั่งให้แม่อิ่มได้ยินว่า

“ไอ้กาเหว่า บอกให้พี่สาวเอ็งอาบน้ำผลัดผ้า ข้าจะพาไปเรือนพ่อโชติ!”

ooooooo

ไม้ถูกพาไปไว้ที่บ้านสัปเหร่อขาวกับแม่จัน ทั้งสองดูแลจนไม้รู้สึกตัว แต่พอรู้สึกตัวไม้ก็ลุกพรวดจะไปช่วยกาหลง วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลง แต่ยังฝืนสังขารจะไปให้ได้

พุดจีบจะไปเรือนแม่กลอยเพื่อดูกาหลง ระหว่างทางเจอไม้เดินโซซัดโซเซมาและล้มหมดสติไป พุดจีบ  จึงให้นวลช่วยกันพาไม้กลับไปที่เรือน เช็ดตัวและต้มยาให้กิน แต่พอไม้รู้สึกตัวก็เรียกหาแต่กาหลง พอรู้ว่าอยู่เรือนพุดจีบ ไม้ถามว่าตนมาที่นี่ได้ยังไง

กาหลงเองก็เป็นห่วงไม้ ชบาบอกว่าสัปเหร่อขาวพาไปที่วัดแล้ว บอกกาหลงให้เลิกกับไม้เสียเถิด กาหลงถามอย่างเจ็บปวดว่าชบาไม่รักไม่สงสารตนหรือ

“พี่ออกเรือนไปกับพี่ไม้ แล้วใครจะเลี้ยงดูแม่ แต่ถ้าพี่อยู่กินกับพี่โชติ พวกเราก็ไม่ต้องลำบาก อดๆ อยากๆอย่างที่เป็นอยู่ พี่เคยสัญญาต่อหน้าศพพ่อว่า พี่จะดูแลฉันกับน้องให้สุขสบาย แต่สุดท้ายพี่ก็เลือกผู้ชาย ไม่สนใจพวกฉัน...พี่มันเห็นแก่ตัว!”

“กาหลงไม่ต้องฟังพี่ชบา ฉันอยู่ได้ ฉันจะออกรับจ้างหาเงินเลี้ยงแม่เอง พี่หนีไปกับพี่ไม้เถอะ” กาเหว่าที่เอาเสื้อผ้ามาให้กาหลงเปลี่ยนยุเต็มที่ กาหลงมองน้องทั้งสองนิ่งคิดอย่างตัดสินใจ

พุดจีบดูแลไม้อย่างดี เอายาหม้อมาประคองไม้ลุกขึ้นป้อน เป็นจังหวะที่แม่อิ่มกลับมาพอดี แม่อิ่มตกใจอุทาน

“มันเกิดอะไรขึ้น!”

“ฉันขอโทษที่รบกวนจ้ะ” ไม้ยกมือไหว้ พยายามลุกเดินลงจากเรือน

พอไม้ไปแล้ว แม่อิ่มซักไซ้ไล่ความว่าไม้มาอยู่ที่เรือนได้อย่างไร พุดจีบเล่าให้ฟังตามจริง แต่ก็ถูกแม่อิ่มลงโทษโบยด้วยหวายที่ขัดคำสั่ง พุดจีบยอมรับการถูกโบยโดยไม่ร้องสักคำ!

ooooooo

ไม้พยายามพยุงตัวไปจนถึงเรือนกาหลงไปร้องเรียกกาหลง ชบาออกมาขอให้ไม้กลับไปเสียเดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก แต่ไม้ก็ยังร่ำร้องจะขอพบกาหลง

ครู่เดียว กาหลงเดินออกมาในชุดสวยที่เตรียมจะให้แม่กลอยพาไปส่งที่บ้านโชติ ไม้วิ่งเข้ากอดกาหลง พร่ำบอกว่าจะไม่ยอมให้กาหลงตกเป็นของโชติ

ขณะนั้นเอง มัคนายกเฟื้อง สัปเหร่อขาว โขง จอกและจัน มากันพร้อมหน้า มีเกวียนและข้าวสารอาหารแห้งติดเกวียนมาด้วย ทุกคนบอกให้ไม้พากาหลงหนี พวกตนจะช่วยสกัดไม่ให้พวกโชติตาม ไม้ดีใจเข้าไปกอดกาหลง ชวนหนีไปด้วยกัน แต่แล้วก็ผงะหน้าเผือด เมื่อกาหลงบอกว่า

“พี่กลับไปซะ” เพื่อให้ไม้กลับไป กาหลงแสดงความเกลียดชังและรังเกียจไม้ที่เป็นคนจน ชีวิตตัวเองยังต้องพึ่งคนอื่นแล้วจะดูแลตนกับแม่และน้องได้อย่างไร พูดทั้งที่เจ็บปวดใจว่า “ฉันซึ้งใจแล้วว่า เงินเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตฉันมีความสุข...ฉันไม่ยอมกัดก้อนเกลือกิน... ความรักมันกินไม่ได้!” พูดแล้วสลัดตัวออกจากไม้ ไม้พูดอย่างรู้ซึ้งถึงจิตใจของกาหลงว่า

“พี่รู้ว่ากาหลงไม่ได้คิดอย่างนั้น กาหลงยอมสละความรักเพื่อความกตัญญู...หัวใจของกาหลงไม่มีวันเห็นแก่เงิน”

กาหลงร้องไห้โฮบอกไม้ว่า “ไม่มีใครรักและเข้าใจฉันเท่าพี่อีกแล้ว” ทั้งสองกอดกันร้องไห้ ไม้ปลอบกาหลงทั้งที่หัวใจตัวเองปวดร้าวว่า

“กาหลง พี่ขอโทษ ที่ผ่านมาพี่เอาตัวรักมาเป็นโซ่พันธนาการกาหลงไว้ ไม่ต้องร้องไห้นะคนดี ในเมื่อกาหลงตัดสินใจแล้ว หัวใจกาหลงอยู่ที่พี่ พี่ขอเป็นคนพากาหลงไปส่งโชติด้วยตัวพี่เอง...”

กาเหว่าทนดูไม่ได้ วิ่งออกไปหาพุดจีบ พูดทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้มว่า

“พี่พุดจีบ ช่วยพี่กาหลงด้วย พี่กาหลงกำลังไปเรือนพี่โชติ”

พุดจีบเสียใจที่แม่อิ่มไม่ได้ช่วยกาหลงตามที่ตนขอ วิ่งลงเรือนไปทันที

ooooooo

ขบวนของเฟื้องกับขาวที่จะมาช่วยไม้ให้พากาหลงหนี กลับกลายเป็นขบวนที่ช่วยไม้นำกาหลงไปส่งให้โชติ!

ผู้ใหญ่ช่วงโผล่มาดูถามว่า “แห่มากันเป็นโขลง...มีเรื่องอันใดกัน”

“ฉันมาดี มาส่งกาหลง” ไม้เอ่ยขึ้น แล้วหันไปทางแม่กลอย “น้ากลอย ที่ผ่านมาฉันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ฉันมันจน เลี้ยงดูกาหลงไม่ได้ น้ากลอยทำถูกแล้วที่ยกกาหลงให้โชติ” แล้วบอกโชติ “ข้าเอากาหลงมาส่งให้เอ็ง”

ไม้ชักมีดออกจากฝัก หันบอกกาหลงว่า “พี่เคยบอกกาหลงว่า หัวใจของพี่อยู่ที่กาหลง ในวันที่กาหลงตกเป็นของคนอื่น กายพี่มันไม่มีหัวใจอีกแล้ว” ไม้เงื้อมีดขึ้นจะฆ่าตัวตาย

“พี่ตายไม่ได้ พี่ต้องอยู่ดูแลกาหลง” พุดจีบมาถึงร้องบอกไม้ แล้วถอดเครื่องประดับของตัวเองออก หันพูดกับแม่กลอย “น้ากลอย เอาสร้อยทอง กำไล เข็มขัดฉันไปใช้หนี้ ให้กาหลงแต่งงานกับพี่ไม้เถอะจ้ะ”

แม่กลอยบอกให้พุดจีบเอาคืนไปเสีย ตนเป็นหนี้แม่อิ่มมากโขจนคืนไม่หมดแล้ว อย่าให้ต้องเป็นหนี้

พุดจีบอีกเลย พุดจีบดีใจถามว่า แม่อิ่มเอาเงินมาให้ใช้หนี้แล้วใช่ไหม แม่กลอยหยิบถุงเงินออกมายื่นให้โชติ

“ฉันใช้หนี้คืนพ่อโชติ ฉันยกกาหลงให้พ่อโชติไม่ได้แล้ว”

โชติโวยวายไม่ยอมรับเงินยืนยันจะเอากาหลง ถูกผู้ใหญ่ช่วงสั่งให้รับเงินและปล่อยกาหลงไป โชติมองพ่อลังเล

“ทำตามที่ข้าสั่ง” ผู้ใหญ่ช่วงเฉียบขาด ทำให้โชติจำต้องทำตาม ผู้ใหญ่สั่งทั้งโชติและอบเชยให้กลับขึ้นเรือน

เมื่อขึ้นเรือนแล้ว ผู้ใหญ่ด่าแม่น้อยที่เข้าไปโอ๋โชติและด่าโชติว่า

“ประคบประหงมกันเข้าไป ถือหางกันนัก มันถึงได้อ่อนแอปวกเปียกปล่อยให้พวกเด็กวัดมาหยามข้าถึงเรือน เอ็งเป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้าน มีเงินมีอำนาจ แต่ใฝ่ต่ำไปชิงรักหักสวาทกับนังกาหลง”

“ฉันไม่ได้รักกาหลง! ฉันเพียงต้องการเอาชนะไอ้ไม้ มันเคยหักหน้าฉันหลายครั้งหลายครา ฉันต้องการหยามหน้ามัน” พอโชติพูดจบ ช่วงก็เดินเข้ามาตบไหล่หัวเราะร่าชมเปาะ

“มันต้องได้อย่างนี้สิ ถึงจะเป็นลูกพ่อ ริอ่านผยองตั้งตัวเป็นศัตรูก็จงทำลายล้าง...เกลียดมัน!! แย่งชิงทุกอย่างของมันมา!!”

โชติยิ้มดีใจที่พ่อเห็นด้วยกับตน ในขณะที่แม่น้อยนั่งเป็นกังวลที่ช่วงสอนลูกให้ทำเรื่องชั่วร้าย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:11 น.