ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้านี้...ขณะชบากำลังจูงควายไปนา  เพชรโผล่จากหลังควายมาหยอก ชบายังไม่หายเคืองจะจูงควายหนี เพชรกระโดดขี่หลังควายทำให้ชบาจูงไปไม่ได้

เพชรถามว่า วันก่อนตบหน้าตนด้วยเรื่องใด ชบาบอกว่าเคืองที่เพชรกล่าวหาว่าพี่สาวตนเป็นผี

เพชรบอกว่าตนแค่หยอกเอินไปตามประสา ขอโทษที่พลั้งปากแล้วตบปากตัวเองบอกว่าต่อไปจะไม่พูดเล่นให้ชบาหัวเสียอีก ยื่นหน้าเข้ามาถามว่า หายโกรธแล้วใช่ไหม เลยถูกชบาผลักตกหลังควาย ชบาหัวเราะสมน้ำหน้าแล้วจูงควายไปเลย

“ชบา...มาคุยกันก่อน” เพชรวิ่งโขยกตาม

กาเหว่าโดดลงจากต้นไม้มาขวาง ถามว่าเพชรไปยุ่งกับหญิงใด เพชรตอบทันทีว่าไม่มี

“โกหก...พี่ชบาเขาอุตส่าห์หนีแม่ไปส่งพี่ที่ท่าเรือ แต่พอกลับเรือนมาร้องไห้บ่นว่าพี่หลายใจ พี่ทำให้พี่ชบาเสียใจ พี่ไปซุกหญิงใด” เพชรนึกขึ้นได้บอกว่าคงเข้าใจผิดเรื่องพุดจีบ “พี่พุดจีบ? พี่มันไม่รู้จักเจียมตัว ริอ่านรักข้ามรุ่น น้าบุญอิ่มเขาหมายมั่นปั้นมือให้พี่พุดจีบร่วมหอกับพี่โชติ พี่ต้องชวดแน่นอน เตรียมช้ำใจได้เลย”

เพชรชี้แจงว่า ตนไม่เคยคิดกับพุดจีบเกินเลยกว่าพี่สาว แล้วบอกว่า “ข้าชอบ...” กาเหว่าซักทันทีว่าชอบใคร เพชรตอบเขินๆว่า “ชอบคนที่เอ็งคุ้นเคย” กาเหว่าแกล้งถามว่า ชอบกาหลงหรือ เพชรเผลอพยักหน้าพอรู้ตัวก็รีบแก้ว่า ตนไม่เคยคิดไปแย่งเมียใคร กาเหว่าเลยหัวเราะบอกว่า

“ฉันพูดเล่น...มองตาก็รู้แซ่ไปทั่วทุ่ง พี่มีใจให้พี่ชบา พี่สาวฉัน” เพชรเขินจนกาเหว่าขำ เร่งว่า

“อย่ามัวบิดเป็นเกลียวเชือก เร่งไปคุยกับพี่ชบาให้เข้าใจ ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”

ชบาจูงควายลิ่วไป หันมองไม่เห็นเพชรตามมา เลยยิ่งเชื่อว่าเพชรมีใจให้พุดจีบถึงได้ไม่มาง้อตน

ขณะชบาเดินงอนอยู่นั้น ถูกสิงมาดักฉุด ชบาตกใจวิ่งหนีสิงไล่ตามคว้ามือไว้ ชบาสะบัดสุดแรงแล้ววิ่งหนี ขณะชบากำลังอยู่ในอันตรายนั่นเอง กาหลงปรากฏตัวขึ้น พอเห็นกาหลง สิงก็กระสันหายหื่นหด วิ่งเตลิดขวัญหนีดีฝ่อไป

ชบาโผเข้ากอดกาหลงดีใจที่พี่มาช่วยไว้ทัน กาหลงพาชบาไปนั่งคุยกันที่ริมน้ำจึงรู้ว่าชบามีใจให้เพชร แต่เคืองที่เพชรมีใจให้หญิงอื่น กาหลงรู้ว่าชบาหมายถึงพุดจีบ ชี้แจงว่าวันนั้นเพชรกับพุดจีบไปช่วยตนทงเบ็ดเอาปลา เพชรรักพุดจีบเยี่ยงพี่สาวไม่ได้คิดเป็นอื่น บอกชบาว่า

“เชื่อคำพี่เถอะ เขารักชบา เอ็งไม่สงสัยเทียวรึ เหตุใดเพชรถึงไม่ไปจากบ้านเรา เพราะเขามีใจให้เอ็ง อยากอยู่ดูแลเอ็ง” ชบาเขินจนขอให้กาหลงพอเถอะตนไม่อยากฟัง ลุกจะไปนา กาหลงจับตัวไว้ พูดอย่างห่วงใย “เอ็งเป็นสาวแล้ว ควรมีคู่ออกเรือน หากไม่อยากให้ไอ้อันธพาลมารังแก ไม่อยากตกเป็นเมียโชติ ไอ้สิง ก็เร่งปลงใจเลือกเพชร”

ชบาเขินเดินหนีไป อึดใจเดียวเพชรก็ออกมาขอบใจน้ำใจกาหลง กาหลงบอกว่า

“ข้าก็ช่วยได้เท่านี้...ที่เหลือเป็นฝีมือเอ็งแล้วล่ะ”

ระหว่างกาหลงเดินกลับนั่นเอง รู้สึกมีเหงื่อออกเต็มตัวพยายามฝืนเดิน แต่ก็ทรุดนั่งที่พื้น แปลกใจว่าตัวเองเป็นอะไร พอยกมือขึ้นดูเห็นมือตัวเองรางเลือน...กำลังจะหายไป! กาหลงตกใจถามตัวเองน้ำตาไหล...

“หรือฉันจะสิ้นบุญเสียแล้ว...”

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ พุดจีบกำลังถวายสังฆทานให้หลวงพ่อ ท่านรับของประเคนแล้วให้ตั้งใจมั่นกรวดน้ำแผ่กุศลให้ผู้ล่วงลับ พุดจีบกรวดน้ำตั้งจิตอุทิศบุญให้กาหลง...

ไม้เดินร้องเรียกกาหลงมาถึงทุ่งนา กาหลงตกใจเพราะมือตัวเองกำลังเลือนรางลงทุกที รีบเอามือซ่อนข้างหลัง ไม้เดินมาถึงพอดีถามว่า มาซุ่มทำอะไรที่นี่?

พุดจีบยังกรวดน้ำ  อธิษฐานจิตให้กาหลงอยู่ในโบสถ์...

“ไม่มีเรื่องอะไรจ้ะ” กาหลงก้มหน้าตอบ ไม้เป็นห่วง ดึงกาหลงขึ้นถามอีกว่า แล้วมานั่งทำอะไร?

“มือฉัน...” กาหลงกังวลจนพลั้งปากออกมา

“มือกาหลงก็ยังสวยเหมือนเดิม” ไม้ยิ้ม จับมือกาหลงขึ้นดู กาหลงแปลกใจที่มือตัวเองกลายเป็นปกติ!

เห็นกาหลงเจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งยังเจอเรื่องเคราะห์ถูกใส่ความ ไม้จึงชวนกาหลงเข้าวัดสวดมนต์ไหว้พระขอพร

กาหลงขอผัดไปมื้อหน้า ไม้อ้อนว่าวันนี้เหมาะแล้ว จูงมือกาหลงเดินตรงไปวัด กาหลงกังวลใจอย่างที่สุด

ooooooo

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง...อบเชยรู้สึกตัวแล้ว แม่น้อยดีใจมากถามว่าจำแม่ได้ไหม

“ฉันจำแม่ได้ แต่ฉันกลัว...มันไม่มารังควานฉันแล้วใช่ไหมแม่?”

ขณะแม่น้อยกำลังกอดเรียกขวัญให้อบเชยนั่นเอง เผื่อนกับงามก็เปิดประตูผางเข้ามาแย่งกันบอกว่าโชติฟื้นแล้ว

แม่น้อยดีใจรีบไปหาโชติที่ห้อง ตรงเข้าลูบหน้าลูบหลังเรียกขวัญ ถูกโชติปัดมือออก พูดอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันไม่ใช่เด็กย่อมๆนะแม่ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันไม่ตายง่ายหรอก”

“หมดเคราะห์หมดโศกแล้ว เช้านี้ไปวัดกับแม่ แม่จะให้หลวงพ่อท่านรดน้ำมนต์ ไปไหว้พระไหว้เจ้าเป็นสิริมงคลกับชีวิตนะลูก”

“ไม่ต้องไป!!” ผู้ใหญ่เดินเข้ามาตวาด แล้วสั่งโชติให้ตามตนออกไป แม่น้อยมองตามอย่างสงสัยว่าจะไปไหนกัน?

ที่อีกมุมหนึ่งของเรือน อบเชยยืนมองพ่อกับแม่อย่างอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับโชติ เผื่อนจึงเสนอหน้าเล่าให้ฟัง...

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ...”

ooooooo

ไม้จูงมือกาหลงจะพาเข้าวัด กาหลงกังวลแต่ไม่กล้าทัดทาน จึงติงว่าวันนี้ไม่ได้เตรียมดอกไม้มาบูชาไว้มื้อหน้าเถิด

ไม้บอกว่าไม่ต้องก็ได้ สิ่งบูชาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณได้ดีที่สุดคือใจอันบริสุทธิ์ของเรา

เห็นกาหลงอึกอัก ไม้ทวงสัญญาที่เคยให้แก่กันว่า

“หวนนึกไป ใครกันหนอ สัญญาจะมาไหว้พระสวดมนต์กับพี่ หรือกาหลงไม่พึงใจทำบุญร่วมชาติกับพี่เสียแล้ว...เข้าไปกันเถอะ” ไม้จูงกาหลงจะก้าวเข้าเขตวัด พลันก็ชะงักเมื่อพุดจีบร้องเรียก

“กาหลง”

ไม้บอกว่าจะพากาหลงเข้าไปกราบหลวงพ่อ พุดจีบรู้ดีว่ากาหลงเป็นอย่างไร จึงขัดขึ้นว่าหลวงพ่อไม่อยู่ ไม้บ่นเสียดายแต่ยังอยากเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์

“อะไรกัน ดอกไม้ธูปเทียนก็ไม่เตรียมมา ฉันว่าอดใจรอถึงวันพระใหญ่เถอะ จัดสำรับกับข้าวมาถวายเพลเสียด้วยเลยจะเป็นกุศลกว่านัก”

พุดจีบพยายามช่วยกาหลงเต็มที่ เมื่อไม้ยังลังเล พุดจีบอ้างว่าอยากให้กาหลงไปสอนสานตะกร้าที่เคยสอนแต่ตนลืมเสียแล้ว รวบรัดว่า “ฉันขอตัวกาหลงไปเรือนฉันนะพี่”

“ยืมเมีย...ก็ต้องแถมผัว พี่ไปช่วยตัดไผ่เหลาตอกให้” ไม้ไปด้วย ทำให้ทั้งกาหลงและพุดจีบมองหน้ากันอย่างโล่งใจ...

ooooooo

ผู้ใหญ่ไม่ให้โชติไปวัดกับแม่น้อย แต่พาโชติไปที่อีกมุมหนึ่งของเรือน ให้หมอผีทำพิธีล้างเสนียดให้

อบเชยนุ่งกระโจมอกวิ่งไปขออาบน้ำมนต์ด้วย ผีกาหลงจะได้ไม่มากวนใจอีก

มั่น ขาบ แม้กระทั่งเผื่อนกับงามก็เสนอหน้าแทรกเข้าไปขอรับเศษน้ำมนต์ด้วย

ผู้ใหญ่ยืนมองอย่างไม่พอใจ ยกเท้ายันรวดเดียวคะมำไปทั้งสี่คน ไล่ตะเพิด

“พวกเอ็งอย่าทำเสียเรื่อง พ่อหมอทำพิธีต่อ ทำให้ลูกข้าหลุดพ้นพันธนาการผี!”

สั่งการแล้วผู้ใหญ่เดินออกไปเลย แม่น้อยรีบตามไป เห็นผู้ใหญ่ไปนั่งขัดดาบเอาจริงเอาจัง จึงเข้าไปเอ่ย

“ความที่เกิดกับลูก คงเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้พี่ได้เบาความคิด บาปที่ทำหนักหนาเอาการ หากเราหยุดเสียเพลานี้ กรรมหนักจะได้คลายลง หากว่าเราพาลูกเข้าวัด ทำบุญทำกุศลให้บ่อย คงช่วยลบล้างบาปได้”

“เลิกพล่ามเสียที! ข้ารำคาญ!! สงบเสงี่ยมรู้บุญรู้บาปอย่างเอ็ง แล่นไปเข้าวัดบวชชีซะไม่ต้องริมาเทศน์ข้า!!”

แม่น้อยพยายามพูดถึงบาปบุญคุณโทษที่โลดแล่นมาเล่นงานลูกทันตาเห็น หากยังยุให้ลูกเป็นเยี่ยงนี้ ลูกต้องตกนรกหมกไหม้แน่

“ข้าบอกอยู่แหม็บๆว่านี่เป็นสวรรค์ของข้า หากเป็นนรก ข้าก็จะเป็นพยายมให้มันสะใจ เอาวิญญาณนังกาหลงมาลงนรกอเวจีเสียต่อหน้า!”

แม่น้อยถามว่าผู้ใหญ่ยังเชื่อว่ากาหลงเป็นผีหรือ ผู้ใหญ่ยืนยันว่าเป็นผี แม่น้อยติงว่าไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้สักคนเดียว

“ชาวบ้านนึกลำพองไม่ศรัทธาข้า หากข้าปราบผีกาหลงได้ พวกมันหูตาสว่าง ต้องกลับมานบหน้าถือตาข้าร่ำไป!!”

ผู้ใหญ่ลุกขึ้นเงื้อดาบฟันไม้ประดับในกระถางขาดกระเด็นโชว์ความคมกริบของดาบหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินไป

แม่น้อยมองด้วยความไม่สบายใจ และคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นมา...

ooooooo

มาถึงเรือนพุดจีบ กาหลงจับมือเพื่อนรักเอ่ยอย่างรู้กันด้วยความซาบซึ้งใจว่า

“ฉันขอบใจพุดจีบมากที่ช่วยฉัน หากไม่อุทิศบุญให้ฉัน ฉันคงแย่เอาการ” พูดจีบกังวลว่ากาหลงจะบังตาคนไปได้นานแค่ไหน “มันคงเป็นบาปที่ฉันทำร้ายใครต่อใคร หลังจากนี้ฉันจะเพียรทำความดี สร้างบุญให้มาก”

“หนทางที่ดีที่สุด เห็นจะเป็นยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น”

“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันไม่ยอมทิ้งร้างใจห่างพี่ไม้” พอดีไม้แบกไผ่กลับมาถามว่านินทาอะไร ได้ยินชื่อตนแต่ไกล กาหลงอึกอักคิดไม่ทัน พุดจีบจึงพูดแทนว่า

“กาหลงบอกว่าหาใครที่แสนดีเท่าพี่คงไม่มี”

“ให้มันรู้ไปทั่วคุ้ง ว่าไอ้ไม้รักเมียมันหมดใจ” ไม้วางมัดไผ่เข้าไปหอมแก้มกาหลง ทำเอากาหลงเขิน

แต่พอกลับถึงเรือน ทั้งไม้และกาหลงก็แปลกใจที่เห็นแม่น้อยมารออยู่หน้าเรือนแล้ว เมื่อเชิญขึ้นเรือน เอาน้ำเย็นให้ดื่มแล้ว ไม้ถามว่า “น้าน้อยมาหาถึงเรือนมีเรื่องอะไรหรือไม่”

“น้ามาขอโทษแทนผัวและลูกๆที่เข้าใจกาหลงผิด กาหลงอย่าเคืองเลย น้าไหว้ล่ะ” กาหลงรีบห้าม “น้าไม่รู้จะทำยังไง ปรามแล้วก็ไม่ฟัง น้าเป็นได้แค่ผงดินอยู่บนเรือน ไม่มีใครสนใจเห็นตัวตน”

ไม้บอกว่าพวกตนไม่เคยมีเรื่องหมางใจกับแม่น้อย แม่น้อยจึงขอให้อโหสิกรรมให้ด้วย ไม้ตอบแทนกาหลงว่า

“พ่อช่วงเล่นงานเมียฉันปางตาย ฉันให้อภัยไม่ได้”

แม่น้อยนิ่งไปอึดใจแล้วจึงควักถุงเงินออกมาให้ไม้กับกาหลงแทนความผิดที่เกิดขึ้น ไม้รับแล้ววางคืน พูดหน้านิ่งว่า

“น้าอย่าหมิ่นฉัน ใช้เงินฟาดหัวล้างความผิด คนที่ผิดต้องถูกคาดโทษ หากเราเมินเฉยเท่ากับหนุนคนทำผิดให้สบายอยู่ร่ำไป เวลาล่วงมาถึงมื้อนี้ คนผิดก็ยังเบาความคิด ไม่เห็นเอาหน้ามากราบกรานขอโทษ”

เห็นแม่น้อยไม่สบายใจ กาหลงบอกว่า “น้าคลายใจเถิด ฉันอยู่ของฉัน ต่างคนต่างอยู่ จะไม่มีใครเจ็บใครตาย ขอเพียงอย่ามาระรานกัน” แม่น้อยยิ้ม แต่ยังอดกังวลไม่ได้ว่า ผู้ใหญ่ไม่คิดเลิกราแน่

ooooooo

เผื่อนกับงามถูกอบเชยใช้ให้สะกดรอยตามแม่น้อยไป พอแม่น้อยกลับถึงเรือน ก็ถูกอบเชยต่อว่าแม่ว่า กาหลงจะฆ่าตนแล้วแม่ยังไปกราบไหว้อีก

แม่น้อยบอกว่าทำเพื่อลูก ถูกอบเชยสวนทันควันว่า เพื่อลูกหรือเพื่อตัวเอง ทั้งยังพูดดูแคลนแม่ตัวเองว่า เพราะอยู่เรือนไม่มีใครเห็นหัวถึงอยากได้พรรคพวกออกไปเรียกร้องความเห็นใจ แม่น้อยปรามให้หยุด อบเชยยังพูดอย่างผยองว่า

“แม่ไม่เห็นต้องไปแยแสไอ้พวกนั้น ใครๆก็อยากคบหาเรา เรามีเงินทองมากมาย มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่ พวกมันต้องมาสยบแทบเท้าเราทั้งนั้น”

“พอการเถอะ แม่ปล่อยให้ลูกลำพองวางตัวใหญ่เหนือคนอื่นมาพอแล้ว สมบัติเงินทองใช่จะวัดคุณค่าความเป็นคน ต่อให้ลูกมีเงินทองล้นฟ้า หากทำชั่ว ก็ไม่มีใครคิดคบหา ความเคารพยำเกรงเกิดจากใจ ไม่ได้มาจากเงินหรืออำนาจ ดูอย่างพ่อเราตอนนี้สิ ชาวบ้านต่างถอยหนีสิ้นศรัทธาเสียแล้ว”

“แม่จะตีสีปากยังไงก็แล้วแต่แม่ สำหรับฉัน เงินทองและอำนาจซื้อได้ทุกอย่าง ทำได้ดั่งใจอยาก สมน้ำหน้านังกาหลงนัก!!”

แม่น้อยตกใจถามว่าลูกพูดอะไร อบเชยพูดอย่างกระหยิ่มว่า “คืนนี้พ่อกับพี่โชติจะเล่นงานมัน!!”

แม่น้อยฟังแล้วยิ่งกังวล กลัวจะเกิดเรื่องตามมาไม่จบสิ้น

ooooooo

หมอผีไปตั้งปะรำพิธีที่ชายป่า หมอผีกับผู้ใหญ่และโชติ นั่งอยู่ในเขตสายสิญจน์ หมอผีเอ่ยให้ความมั่นใจว่า

“ด้วยมนต์เวทของข้า ทำเอามันร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุขเทียวล่ะ” แล้วหมอผีก็จุดเทียน บริกรรมคาถาท่าทางขรึมขลัง

กาหลงนอนอยู่ที่เรือน กระสับกระส่ายจนเหงื่อท่วมตัว รู้ว่าถูกเรียกวิญญาณ พยายามฝืนนอนต่อ แต่หมอผีบริกรรมคาถาหนักขึ้น...หนักขึ้น...จนกาหลงทนไม่ได้ ลุกขึ้นจะออกไป ไม้รู้สึกตัวถามว่าจะไปไหน กาหลงจึงเป่ามนต์สะกดไม้จนนอนหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กาหลงมาถึงปะรำพิธีแล้ว! หมอผีสั่งผู้ใหญ่กับโชติว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าออกจากเขตสายสิญจน์เด็ดขาด!

หมอผีหยิบควายธนูขึ้นบริกรรมคาถา เป่ามนต์ใส่ควายธนู เกิดควันดำพุ่งใส่กาหลง แต่กาหลงหลบได้ ควันลอยหายไป ผู้ใหญ่ผิดหวังที่ฉากแรกก็ไม่สำเร็จเสียแล้ว

ไม่ไกลนัก ขาวเพิ่งกลับจากไปเร่ขายผ้ายันต์ที่ต่างเมือง เดินร้องเพลงสบายใจเฉิบมา เกิดลมพัดแรงผิดฤดู พลันควายธนูก็พุ่งเข้าใส่ ขาวโดดหลบทำให้ควายธนูพุ่งเลยไป ขาวนึกรู้ทันทีว่ามีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้น สงสัยว่า “ควายธนูของใคร?”

ควายธนูพุ่งกลับมาเล่นงานกาหลงจากด้านหลัง กาหลงไม่ทันตั้งตัวถูกชนล้มลง ขณะกาหลงพยายามลุกขึ้น ควายธนูก็พุ่งกลับมาอีก คราวนี้ถูกกาหลงจับเขาทั้งสองข้างยันไว้สุดแรง หมอผีเห็นกำลังมหาศาลของกาหลงก็ตกใจ

กาหลงเพ่งจิตกำหนดลมให้พัดกระหน่ำจนกิ่งไม้บริเวณนั้นหักตกลงมาข้างปะรำพิธี โชติตกใจถามว่า มันจะทำอะไร หมอผีก็ยังคงบอกแต่ว่า “อยู่เฉยๆอย่าออกจากสายสิญจน์เด็ดขาด” สองพ่อลูกเลยนั่งตัวเกร็ง อยู่ในเขตสายสิญจน์

กิ่งไม้หักลงมาข้างเขตสายสิญจน์ ควายธนูพุ่ง เข้าหากาหลงอีกครั้ง กาหลงหยิบกิ่งไม้แหลมพุ่งใส่ควายธนูร้องลั่นแล้วสลายไป ควายธนูในมือหมอผีแตกละเอียด!

กาหลงหัวเราะลั่น เพ่งไปทางปะรำพิธี พริบตานั้น สายสิญจน์ถูกกระชากหลุดจากพื้นกระเด็นไป โชติตกใจถามหมอผีว่าจะทำยังไงดี หมอผีลุกขึ้นชักมีดออกมาตวาด

“เอ็งหยามข้ามากไปแล้ว นังผี!” แล้วพุ่งเข้าแทงกาหลง กาหลงจับมือหมอผีสะบัดมีดตก แล้วบีบคอหมอผีจนร้องขอความช่วยเหลือแทบไม่เป็นภาษา ผู้ใหญ่ชักดาบโดดเข้าฟันด้านหลังกาหลงสุดแรง เห็นกาหลงทรุดกองกับพื้น โชติวิ่งเข้าไปดู พลันหมอผีก็หัวเราะลั่นแต่เป็นเสียงกาหลง!

ผู้ใหญ่ตกใจหันมองร่างที่ถูกฟันอีกที กลายเป็นร่างหมอผีถูกฟันนอนจมกองเลือด!

“พวกเอ็งรนหาที่” กาหลงคำราม ผู้ใหญ่ยกดาบฟันทันที แต่กาหลงหายวับไปแล้ว โชติตกใจกลัวบอกพ่อว่ารีบหนีไปก่อนมันจะเล่นงานเราเถิด แล้วสองพ่อลูกก็ใส่ตีนหมาโกยกันหางจุกตูด

กาหลงปรากฏกายขึ้นที่อีกมุมหนึ่ง ขาวกำลังเดินหาว่าใครมาทำอะไรแถวนี้ เห็นหลังกาหลงผมยาวๆก็ร้องลั่น “ผี!!” หันหลังจะโกย ถูกกาหลงตามไปบีบคอ แต่พอเห็นหน้าว่าเป็นขาวพ่อเลี้ยงของไม้ก็คลายมือ

พอขาวตั้งสติได้หันมองรอบตัวก็ไม่เห็นอะไรแล้ว

ooooooo

ผู้ใหญ่กับโชติวิ่งสุดชีวิตเข้าไปในวัด กาหลงตามไปแต่ไม่กล้าเข้าวัด ได้แต่ยืนหน้าวัด น้ำไหลจากร่างออกมาอย่างต่อเนื่อง...

“หลวงพ่อ ช่วยพวกฉันด้วย” ผู้ใหญ่วิ่งเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากหลวงพ่อและหลวงพี่กบที่นั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์

สองพ่อลูกบอกหลวงพ่อว่าถูกผีกาหลงอาละวาด หลวงพี่กบติงว่า โยมโชติละเมอหรือไง กาหลงยังไม่ตายจะเป็นผีได้ยังไง ผู้ใหญ่ยืนยันว่า “หลวงพี่ไม่เชื่อก็ออกไปดูให้เห็นกับตา”

เมื่อหลวงพี่กบออกไปดูก็ไม่เห็นอะไร แต่โชติยังยืนยันว่าผีกาหลงตามพวกตนมาจริงๆ มันยืนอยู่หน้าวัด หลวงพ่อจึงให้หลวงพี่กบออกไปดู หลวงพี่กบออกไปดูหวาดๆ แล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเจอจันเอาผ้าคลุมหัวมารอรับขาวที่ได้ข่าวจะกลับคืนนี้

พอรู้จากหลวงพี่ว่าผู้ใหญ่ช่วงกับโชติหนีผีกาหลงเข้าไปอยู่ในโบสถ์ จันโกรธที่พวกผู้ใหญ่เล่นเรื่องนี้ไม่เลิกสักที เดินอ้าวเข้าไปในโบสถ์ทันที

“อ้าว...แล่นไปไม่รอข้า” หลวงพี่กบเหลียวหน้าเหลียวหลังแล้วรีบก้าวพรวดๆตามจัน แต่เหยียบน้ำลื่นล้ม หลวงพี่ก้มมองพื้นบ่น “ใครกัน เอาน้ำมาราด อย่าให้รู้นะ” พอลุกได้ก็เดินอ้าวตามจันเข้าโบสถ์ไป

กาหลงยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งไม่กล้าเข้าวัด น้ำยังคงไหลออกจากตัวไม่หยุด...

ooooooo

โชตินั่งกระวนกระวายกลัวผีกาหลงจะเข้ามาในโบสถ์ จนหลวงพ่อเอ่ยขึ้นว่า

“อาตมาเชื่อว่าผีมีอยู่จริง” ผู้ใหญ่กับโชติดีใจที่หลวงพ่อเห็นด้วยกับตน “ผีมันอยู่ทุกที มันตามไปกับใจเรา ทำบาปทำกรรมใจก็ไม่เป็นสุข ผีในใจเราไงล่ะ”

“หลวงพ่ออย่าไปฟังความ สองคนนี้กุเรื่องใส่ร้ายกาหลง” จันพรวดเข้าบอก หลวงพี่กบบอกว่าตนออกไปดูก็ไม่มี เดินไปทั่วรอบเขตกำแพงก็ไม่มี ช่วงบอกว่ามันคงไม่กล้าเข้ามาในวัด จันโพล่งว่า “อย่าอ้างโน่นนี่ ปากอื่นแท้ยังเชื่อเขาได้ แต่ว่านี่เป็นเพราะไม่มีผีต่างหาก รึจะไปเรือนกาหลง ไปดูให้เห็นกับตา ข้าจะพาไป”

“ข้าไม่ไป!!” ผู้ใหญ่กับโชติร้องพร้อมกัน แล้วโชติก็เอ่ยขอ “คืนนี้ฉันขออาศัยนอนที่วัดก่อน”

“ตะวันขึ้นตอนเช้า แล้วเอ็งจะรู้ว่าผีกาหลงมันเล่นงานหมอผีตาย!!” ช่วงบอกจัน จันเลยท้าต่อ

“เอาสิ ชาวบ้านจะได้รู้กันว่าพ่อผู้ใหญ่กับพ่อโชติเสียสติไปแล้ว เห็นท่าต้องหาผู้ใหญ่คนใหม่”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เพชรตามหยอกเย้าชบาที่พาควายมากินหญ้า เพชรเจอศพหมอผีนอนคว่ำตายอยู่ชายป่าแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น?

ไม้ได้ข่าวว่าหมอผีต่างหมู่บ้านมานอนตายอยู่ที่ชายป่า ลือกันว่าโดนผีเล่นงานจึงจะไปดู กาหลงขอไปด้วย

“กาหลงอย่าไปเลย ศพคนตายไม่น่าดู พี่ไม่เชื่อว่ามีผี มันต้องเป็นฝีมือคน พี่ไปแล้วจะรีบกลับ”

พอไม้เดินลงเรือนไป พุดจีบก็เข้ามาถามว่า “ฝีมือกาหลงใช่ไหม” กาหลงพูดไม่ออก พุดจีบถามอีกว่า “กาหลงทำอย่างนั้นทำไม” กาหลงเงยตอบน้ำตาอาบหน้าว่า

“ฉันไม่คิดคะนองก่อเวรสร้างกรรม ฉันอุตส่าห์รักษาศีล แต่พวกมันไม่รู้จักความหนักเบาเสียบ้างเลย ฉันสะกดใจไม่ไหว จำต้องรักษาตัว หากไม่เช่นนั้นคนที่ต้องเสียท่าก็คือฉัน”

“กาหลงก็รู้ ยิ่งฆ่าคนมากเท่าไหร่ กรรมยิ่งวนเวียนหนักหนายากจะแก้ไข แล้วกาหลงจะเหนี่ยวรั้งพี่ไม้ได้นานแค่ไหน ที่แล้วมา ฉันช่วยเพราะหวังใจให้กาหลงมีสติ ตั้งมั่นในความดี จะได้หมดเวรหมดกรรม แต่เมื่อกาหลงยังไม่ยอมทั้งยังคอยทำบาปอยู่ร่ำไป...ฉันก็คงเตลิดช่วยไม่ได้อีกแล้ว”

“ไม่ได้นะพุดจีบ” กาหลงตกใจรีบขอร้อง “ไม่มีใครที่รักและเข้าใจฉันเท่าพุดจีบ พุดจีบต้องช่วยฉัน ฉันสัญญา...ฉันจะไม่ทำร้ายใครอีก...พุดจีบอยู่เคียงข้างฉันนะ”

พุดจีบเห็นว่ากาหลงสัญญาแล้วจึงพยักหน้ารับ แต่ยังกังวลใจกลัวจะเกิดเรื่องอีก

ooooooo

ที่ลานวัด...ชาวบ้านหามศพหมอผีมาวางไว้ที่กลางลานวัด ผู้ใหญ่กับโชติเดินเข้ามาชี้ที่ศพถามชาวบ้านว่าเชื่อหรือยังว่าผีมันฆ่าตาย และผีตนนั้นก็คือกาหลง!

“จะเป็นไปได้ยังไง รอยแผลที่กลางหลังเป็นทางยาว เห็นท่าจะเป็นพวกดาบยาวเสียมากกว่า เพราะตั้งแต่ฉันเกิดมาจำความได้ ฉันไม่เคยได้ยินผีตนไหนพกอาวุธถือดาบไล่ฟันคน ชะรอยหมอผีต้องตายด้วยน้ำมือคน” เพชรเอ่ยอย่างพิจารณา

ชาวบ้านฮือฮาไปตามการวิเคราะห์ของเพชร แต่โชติก็ยังยืนยันว่าผีกาหลงเป็นคนฆ่า ถูกไม้โดดต่อย หาว่าใส่ความเมียตน แต่พอจะตามซ้ำก็ถูกผู้ใหญ่เอาดาบมากันไว้สั่งไม้ให้หยุด ไม้ก็ยังโต้ว่าศพนี้ฝีมือคนแต่ฆ่าแล้วโยนโทษให้ผี

ระหว่างโต้เถียงกันนั่นเอง ขาวก็โผล่พรวดมาตะโกนบอกทุกคนว่า “บ้านบัวสีมีผี!!” แล้วเล่าเป็นตุเป็นตะว่า เมื่อคืนตนกลับมาดึก ตนเห็นผีเล่นงาน จันฉุนขาดตบผัวะ ขาวถูกเมียตบก็ร้องให้ยายมาช่วยด้วย เลยกลายเป็นกรณีขึ้นมา ตาสรหึงยายมาส่วนจันก็หึงขาวด่าทอกันเซ็งแซ่ จนผู้ใหญ่ที่ต้องการป้ายสีกาหลงว่าฆ่าหมอผีโมโห ตะโกนหย่าศึก...

“เลิกเห่าหอนกันได้แล้ว เรื่องในมุ้งไปคุยกันเอง สัปเหร่อขาว เอ็งบอกว่าเห็นผี เอ็งก็บอกให้รู้แจ้งไปว่าผีตนนั้นเป็นใคร”

ไม้ก็ลุ้นให้ขาวบอกมาจะได้รู้เสียทีว่าใครกุเรื่องกันแน่ สัปเหร่อขาวคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน เห็นชัดๆว่าหน้ากาหลงลอยอยู่ในแอ่งน้ำตรงที่ตนล้มคว่ำ แต่พอถูกทุกคนคาดคั้นขาวก็พูดหน้าตาหวาดเสียวว่า

“ข้าจำไม่ได้ มันหน้าเละ ข้าจะรู้ได้ไง? แค่เห็นด้านหลังข้าก็แล่นหนีไปกลางทุ่งแล้ว”

ผู้ใหญ่กับโชติไม่พอใจด่าว่าขาวพูดปกป้องลูกสะใภ้ เฟื้องขัดขึ้นว่า เอาเป็นว่ามีผีแต่เป็นผีตนไหนใครว่างก็ไปดักรอถามมันเองก็แล้วกัน

“หน้าที่ของผู้ใหญ่คือหาตัวการฆ่าหมอผี จะเป็นผีหรือคนก็สุดแล้วแต่จะจัดการ เลิกกล่าวหาเมียฉัน!” ไม้รวบรัดอย่างดุดัน จนผู้ใหญ่กับโชติแค้นใจที่ไม่สามารถยืนยันว่ากาหลงเป็นผีได้ สองพ่อลูกหุนหันเดินออกไป

เพชรถามขาวว่าจะทำอย่างไรกับศพต่อไป ขาวบอกว่าตนเพิ่งเดินทางมาถึงขอพักเหนื่อยก่อน ทุกคนพูดพร้อมกันว่าไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ

เพชรเดินไปดูศพอีกครั้ง เห็นรอยบีบที่คอ เขาพูดกับตัวเอง...“แรงบีบเกินคน”

ชบาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยิน มองอย่างสงสัยว่าเพชรพูดจาความคิดเกินตัว?

ooooooo

เพชรยังค้าขายตามปกติ วันนี้ก็เอากำมะถัน ดินประสิว และแร่ธาตุมาวางขาย จู่ๆ ชบาก็เดินเข้ามาถาม

“เอ็งเป็นใคร? คำพูดคำจาความคิดเกินตัวอย่างกะเป็นตำรวจ”

เพชรใช้ลีลาเดิมอ้างว่าตนล่องเรือไปทุกหย่อมย่าน ได้เห็น ได้ยินตำรวจพูดและคิดกันจึงติดมาบ้างเท่านั้น แต่ชบายังไม่ยอม ถามว่าเขามาจากบ้านไหนกันแน่ มื้อก่อนบอกว่ามาจากจันทบูร มื้อหลังได้ยินว่ามาจากลพบุรี ชี้หน้าเพชรว่าโกหก

“พ่อค้าเร่ก็เร่ไปเสียทั่ว อย่าไปสนใจเลยว่าข้ามาจากไหน ขอให้รู้ว่าข้าจะอยู่ที่นี่ แล้วอยู่กับเอ็งจนวันตาย”

ชบาเคลิ้ม เกือบถูกเพชรจับมือเอาไปหอม พอได้สติก็ชักมือกลับกำหมัดต่อยเปรี้ยงแล้วเดินหนี

“กลับมาก่อนสิ มาช่วยขายของ เป็นนางกวักกวักให้ข้า” เพชรตะโกนตามหลัง จนชบาเดินหนีลับตาจึงยิ้มบอกกับตัวเอง “ข้าไม่อยากปิดบังเอ็งหรอก รอให้ถึงเวลาเสียก่อน ข้าจะบอกความลับ...ความรักหมดใจ” พูดแล้วก็เขินตัวเอง

ooooooo

ยายมากับตาสรเดินกลับมาด้วยกันถึงบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน ยายมายังติดใจ ถามตาสรว่าตกลงเป็นคนหรือผี?

สองผัวเมียเถียงกันจนมาถึงป้ายหมู่บ้านเก่าแก่ที่เลือนราง ตาสรมองป้ายเห็นเป็น “บ้านบัวผี” ตาสรตาเหลือกร้องลั่น ยายมามองป้ายก็ร้องลั่นไปอีกคน โดด กอดกันกลม

“พวกเอ็งทำอะไรกัน!” เสียงแม่กลอยแทรกเข้ามา สองผัวเมียยิ่งตกใจนึกว่าผีหลอกจริงๆ “พวกเอ็งเหน็บอะไรลูกสาวข้าลับหลัง”

ยายมาอ้างว่าได้ยินผู้ใหญ่ช่วงกับโชติบอกว่ากาหลงเป็นผีจริงๆ ตาสรรีบเอาตัวรอดว่าตนไม่เชื่อ  ถามยายมาว่าใช่ไหม สองผัวเมียช่วยกันพูดว่าพวกตนไม่เชื่อ วันก่อนที่ผู้ใหญ่กับโชติบุกไปเผาเรือน กาหลงก็ไม่ได้กลายร่าง ตอนดำน้ำไปงมศพก็ไม่เจอซากผี

“แต่มันติดตรงเมื่อคืนนี้น่ะสิ เขาว่ากาหลงฆ่าหมอผี!” ยายมายังคาใจ

แม่กลอยยืนยันว่ากาหลงไม่เคยข่มเหงใคร อีกทั้งเป็นหญิงหรือจะสู้แรงชายได้ ปรามทั้งสองว่า

“อย่าให้ข้าได้ยินใครเหน็บแนมว่าร้ายลูกสาวข้าอีก ไม่งั้นข้าจะตบไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม!!”

พูดแล้วแม่กลอยเดินอาดๆไป ยายมากับตาสรสะดุ้งโหยงเอามือปิดปากกลัวโดนตบ

ooooooo

ยายมากับตาสรเถียงกันไม่จบเรื่องผีตนนั้นเป็นใคร ตาสรต่อรองกับยายมาว่า ถ้าบอกไปก็อย่าตบอย่าตีตน พอยายมารับปาก ตาสรบอกว่า...ข้าเห็น...

แล้วตาสรก็นึกถึงตอนที่ตัวเองก้มมองในแอ่งน้ำแล้วเห็นหน้ากาหลง ตาสรไม่ทันพูดยายมาก็โพล่งขึ้นว่า

“กาหลง!!”

“ใช่...กาหลงเป็นผี” สิ้นเสียงตาสรยายมาตบปากผัวะ! ด่าว่าใส่ร้ายลูกสะใภ้ตัวเอง โทษว่าตาฝาดตาฝ้าฟาง เพราะพวกตนพิสูจน์กันมาหมดแล้ว พอตาสรจะพูดก็ถูกยายมาสั่งหยุด! หยุดคิด!! หยุดเถียง!!! ถ้าไม่หยุดคืนนี้จะให้นอนที่ป่าช้า!

ตาสรรีบบอกว่าไม่คิดไม่พูดไม่เถียงแล้ว อ้อนว่าตนไปทำมาหากินกลับมาเมื่อยขบไปทั้งตัว ให้ยายมาช่วยนวดเคล้าคลึงให้หายเมื่อยขบด้วย...แล้วดันยายมาเข้าเรือนไป

ฝ่ายแม่กลอย แม้จะด่ายายมากับตาสรเรื่องที่หาว่ากาหลงเป็นผี แต่ก็ยังติดค้างคาใจกลับมานั่งคิดที่ลานหน้าเรือน  พอดีกาหลงเอาน้ำมันมะกอกจะมานวดผมให้ แม่กลอยต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ออกอุบายให้กาหลงไปนวดที่ลานหน้าเรือน อ้างว่าพื้นเรือนจะได้ไม่เปื้อนน้ำมันมะกอก

ครั้นลงไปนั่งกาหลงติงว่าแดดร้อน แม่กลอยบอกว่าคร้านที่จะลุกเปลี่ยนที่ กาหลงจึงนวดให้ที่กลางแดดนั่นเอง

ระหว่างนั้น แม่กลอยแอบมองที่พื้นไม่เห็นเงากาหลงก็ตกใจชี้ให้กาหลงดู กาหลงบอกให้ดูดีๆ พอแม่กลอยมองอีกที จึงเห็นเงากาหลงพาดไปอีกทาง กาหลงน้อยใจที่แม่คิดว่าตนเป็นดังคำพูดของชาวบ้าน ตัดพ้อว่า

“คนอื่นจะว่าฉันยังไงฉันไม่เคยสนใจ แต่หากแม่คิดไม่เชื่อใจฉัน ฉันคงเสียใจนัก”

“ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจเอ็ง ข้าก็แค่อยากดูให้รู้เห็นว่าเอ็งไม่เป็นอย่างที่พวกมันพูด ข้าจะคิดเป็นอื่นได้ยังไง เอ็งเป็นลูกข้าจะดีจะร้ายจะเป็นจะตายเอ็งมันก็ลูกข้า!”

กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา คุกเข่าจับขาแม่กลอยย้ำว่า “ฉันจำคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนออกเรือนได้ดี ฉันจะดูแลให้แม่กับน้องสบาย ฉันจะไม่ลืมคำจ้ะแม่”

กาหลงลงเรือนไปแล้ว แม่กลอยเห็นกล้วยสุกร้องเรียกให้กลับมาเอากล้วยไปฝากไม้ แต่กาหลงหายไปแล้ว แม่กลอยชะเง้อมองสงสัยว่า ทำไมกาหลงไปไวนัก?

ฝ่ายผู้ใหญ่ช่วงกับโชติกลับถึงเรือนก็สั่งให้เอาสายสิญจน์ล้อมบ้านทันที

อบเชยถามโชติว่าหมอผีจับกาหลงได้ไหม โชติบอกว่าหมอผีตายคาทุ่งไปแล้ว อบเชยตกใจยุโชติให้ไปปราบผีให้ได้ ไม่อย่างนั้นชาวบ้านจะไม่เชื่อถือพวกเราอีกต่อไป

“พ่อโดนมันเล่นงานเกือบถึงตาย พ่อไม่ปล่อยให้มันเป็นหอกข้างแคร่ ยังไงพ่อก็ต้องหาทางปราบมัน” โชติเกี่ยง

“ชีวิตพวกเราลำบากก็เพราะนังกาหลง นังผี...ข้าไม่ยอมให้เอ็งอยู่เป็นสุข!” อบเชยอาฆาต

ooooooo

เมื่อพุดจีบไม่บอกเรื่องกาหลงเป็นผีแก่ไม้ เพชรตัดสินใจจะเป็นคนบอกไม้เอง

เพชรไปด้อมๆมองๆที่หน้าเรือนเพื่อจะพบไม้แต่ไม่สบโอกาสเพราะไม้กับกาหลงช่วยกันซ่อมบันไดที่ผุพัง ไม้แปลกใจที่บันไดผุไว แต่ก็ไม่ติดใจเพรากระดานเป็นไม้เก่าที่ได้รับจากชาวบ้านช่วยกันเรือนละแผ่นสองแผ่น

ระหว่างนั้นกาเหว่ามาเจอเพชรเลยแกล้งจ๊ะเอ๋ให้ตกใจ เพชรเอามือปิดปากกาเหว่าไม่ให้เสียงดัง บอกกาเหว่าว่ามีเรื่องจะบอกไม้ แล้วให้กาเหว่าไปหลอกไม้ออกมา เป็นจังหวะที่กาหลงเข้าครัวทำกับข้าว ไม้จึงมาพบ เพชรกำชับให้กาเหว่าเฝ้าไว้ให้ดี อย่าให้กาหลงตามมา

ไม้วางมือจากซ่อมบันไดมาพบเพชร เพชรตัดสินใจบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผี อ้างว่าตนกับพุดจีบเห็นกับตาตอนเข้าไปช่วยกาหลงที่ถูกหมอผีเล่นงาน ไม้ตกใจแต่ไม่เชื่อ ชวนไปหาพุดจีบขู่เพชรว่า

“หากพุดจีบยืนยันว่าเอ็งกุเรื่อง เอ็งกับข้าขาดกัน!!”

“ฉันจะไปกับพี่ ไปให้รู้ความจริงเสียพร้อมหน้า” เพชรลุกตามไม้จะไปเรือนพุดจีบด้วย

กาหลงทำกับข้าวเสร็จออกมาตามไม้ไปกินข้าว บนเรือนไม่มีจึงลงจากเรือนทั้งที่ไม้ยังซ่อมบันไดไม่เสร็จ กาเหว่าเห็นกาหลงลงจากเรือนก็ตกใจรีบวิ่งจะไปขวาง แต่วิ่งไปไม่เห็นกาหลงแล้ว

กาหลงเดินมาเจอไม้ที่ชายป่าถามว่าจะไปไหน ไม้ปดว่าจะไปดูดอกไม้ที่แปลงเรือนพุดจีบ จะให้ร้อยมาลัยมาไว้หัวนอน กาหลงบอกว่าแค่ดอกไม้ตนเด็ดให้ก็ได้ อย่ารบกวนพุดจีบเลย ชวนไม้รีบกลับไปกินข้าวดีกว่ากำลังร้อนๆ เดี๋ยวเย็นแล้วจะชืด ไม้จึงต้องกลับไปกินข้าวกับกาหลงที่เรือน

ooooooo

เพชรเดินตามไม้ไม่ทัน ถูกพวกสิงที่โชติสั่งให้มาฆ่าเพชรฐานที่วันนั้นตั้งข้อสังเกตเรื่องบาดแผลกลางหลังหมอผี ระแวงว่าเพชรรู้มากเกินไป

สิง ขาบ มั่น รุมกันเล่นงานเพชร ทำให้เพชรเสียเปรียบและกำลังจะถูกสิงเงื้อดาบจะฆ่า

กาหลงรับรู้เรื่องที่เกิดกับเพชรแต่ยังนั่งนิ่งเฉย จนครู่หนึ่งบอกไม้ว่าจะไปเอาน้ำมาให้ แล้วหลบไปช่วย เพชร พอพวกสิงเห็นกาหลงก็พากันวิ่งหนีตัวใครตัวมัน

เพชรกลัวจะถูกกาหลงฆ่า ลุกได้ก็วิ่งหนีสุดชีวิต พอกาหลงตามทันเพชรก็ขอโทษที่บอกไม้เรื่องกาหลงเพราะไม่อยากให้ไม้ต้องเจ็บใจในวันที่รู้ความจริงภายหลัง

“ข้ารู้ว่าเอ็งหวังดี แต่ความรักของข้ากับพี่ไม้เป็นเรื่องของข้า...เป็นเรื่องของเรา อย่ามายุ่ง!” พูดแล้วเดินกลับไป

“ฉันขอบใจที่ช่วยชีวิตฉัน” เพชรตะโกนบอกกาหลง แล้วทรุดตัวร้องไห้ดีใจที่กาหลงช่วยชีวิตไว้และไม่คิดที่จะบอกเรื่องกาหลงกับไม้อีก...

ooooooo

กาหลงกลับถึงเรือน เชื่อว่าเพชรคงไม่ผิดคำสัญญาอีก

“กาหลงหายไปไหนมา” ไม้เดินมาถาม

“ฉันเข้าครัวไปหยิบขันให้พี่ แต่ดันทำขันตกพื้นเปรอะโคลน ฉันลงบันไดหลังเรือนไปขัดล้างที่ท่าน้ำ”

“พี่เรียกกาหลงหลายครั้ง แต่ไม่เห็นกาหลง”

กาหลงไม่ตอบคำถามนั้น เปลี่ยนเรื่องบอกว่า “พี่ยังซ่อมบันไดไม่เสร็จ มา...ฉันช่วย” แล้วกาหลงก็หยิบแผ่นกระดานช่วยไม้ซ่อมบันได ในขณะที่ไม้เองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่ากาหลงหายไปไหนมา...

“เร็วซิพี่ไม้ ขืนชักช้า พี่ต้องอุ้มฉันขึ้นเรือนทุกวันนะ” กาหลงเร่ง สอดแผ่นกระดานที่ขั้นบันได หยิบค้อนมาตอกอย่างทะมัดทะแมง

ทั้งสองช่วยกันซ่อมบันไดจนเสร็จ มายืนเคียงกันที่หน้าเรือน มองเรือนอย่างมีความสุข

“ตัวเรือนมันก็เหมือนชีวิต มีผุมีพังตามกาลเวลา” ไม้เอ่ย

“แต่เราก็มีใจ มีแรง ที่จะซ่อมมันได้ ฉันนี่แหละ จะอยู่ซ่อมเรือนไม่ให้มันพัง เพราะนี่เป็นเรือนรักที่พี่ไม้แลกมาด้วยชีวิต”

กาหลงหอมแก้มไม้อย่างรักหมดหัวใจ ไม้ยิ้มประคองกาหลงขึ้นบันได พาขึ้นเรือน และอุ้มเข้าห้อง...

ขณะนั้น...ที่นอกเรือน ลมพัดผ่านไปวูบหนึ่ง...

และที่หน้าเรือน...พุดจีบยืนมองความรักของไม้กับกาหลงด้วยความสะเทือนใจ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:23 น.