ตอนที่ 6
วาสนาตัดสินใจยอมให้วรรณิตแต่งงานกับอนันยชลูกเลี้ยงของทรงพล ทั้งที่ใจจริงอยากได้ทิวัตถ์ลูกในไส้ของทรงพลเป็นหลานเขยมากกว่า...
เมื่ออนันยชนำข่าวดีนี้มาบอกทิวัตถ์แต่ยังไม่ยอมเผยชื่อว่าที่เจ้าสาว จะบอกให้รู้พร้อมกันเย็นนี้ที่บ้าน ทิวัตถ์แปลกใจมากและทำท่าจะโทร.หาศักดิ์สิทธิ์หลังจากอนันยชคล้อยหลัง เผื่อเพื่อนรักจะรู้ระแคะระคายเรื่องนี้บ้างในฐานะเพื่อนสนิทของอนันยชด้วยเหมือนกัน
ปรากฏว่าไม่ทันได้ถาม ศักดิ์สิทธิ์ชิงระบายความทุกข์ของตนมาเสียก่อน...ทิวัตถ์มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือกฤษดาแกล้งปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงโรงแรม
“ร้อยเปอร์เซ็นต์...ฉันว่ามันต้องเสียหน้าที่โดนแกจัดการแน่ๆ ไอ้วิน...แกต้องช่วยฉันนะ ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกแล้ว”
ได้ยินเสียงเพื่อนโอดครวญซะขนาดนั้น ทิวัตถ์สงสารจับใจ คิดอ่านเร็วจี๋เพื่อช่วยเพื่อน...จากนั้นไม่นานศักดิ์สิทธิ์จึงโทร.หาลิลิน
“อีเวนต์งานแต่งงานเหรอคะ” ลิลินทวนคำงงๆ
“ใช่ครับ...ตอนนี้โซนภาคตะวันออกยังไม่มีโรงแรมไหนที่รับจัดอีเวนต์งานแต่งโดยเฉพาะ ถ้าเราทำก็อาจจะได้กลุ่มเป้าหมายที่อยู่โซนนี้ที่ไม่ต้องการไปถึงกรุงเทพฯ ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราทำเป็นเจ้าแรก บางทีอาจจะกอบกู้สถานการณ์ของโรงแรมตอนนี้ได้น่ะครับ”
“อืม...ก็ดีนะคะ แต่ลินยังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับลิน”
“คือตอนนี้ผมติดต่อพระเอกช่อง 7 มาถ่ายแบบแล้ว แต่ติดนิดเดียวคืองบทั้งหมดเราใช้เป็นค่าตัวเขากับทีมงานที่จะมาแล้วน่ะครับ...ก็เลย...เอ่อ...จะเป็นอะไรไหมครับถ้าผมจะรบกวนคุณลินให้ช่วยอะไรผมหน่อย”
“ได้สิคะ”
“จริงนะครับ”
“ค่ะ...ลินพร้อมช่วยทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แล้วจะเริ่มถ่ายเมื่อไหร่คะ”
“พรุ่งนี้ครับ” ตอบแล้วศักดิ์สิทธิ์แย้มยิ้มอย่างดีใจ
หลังฟังรายละเอียดจากศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อยแล้วลิลินเข้าไปเยี่ยมวิชนีที่ยังพักฟื้นอยู่โรงพยาบาล พอรู้ว่าลิลินจะไปเป็นนางแบบถ่ายงานโปรโมตโรงแรมให้ศักดิ์สิทธิ์ วิชนีทำท่าจะคัดค้านเพราะยังเคืองเขาไม่หาย แต่ลิลินให้เหตุผลที่ค้านไม่ได้ว่าเขาดีกับตนมาก ตนอยากตอบแทนเขาบ้างเท่าที่ทำได้ ส่วนเรื่องคดีของเธอ ตำรวจบอกว่าเป็นการลักทรัพย์ธรรมดา ดังนั้นศักดิ์สิทธิ์คงจะหลุดจากข้อหาจ้างคนมาทำร้ายเธอแล้วใช่ไหม
“ใครบอก อย่างนี้มันน่าสงสัยยิ่งกว่าเก่าต่างหาก ทั้งๆที่ไม่มีของหายแต่ดันบอกว่าลักทรัพย์ นายนั่นต้องไปใช้อิทธิพลกับตำรวจแน่ๆ”
“ใช้อิทธิพลเหรอ” ลิลินทวนคำแล้วนิ่งไป...คำพูดของวิชนีมีเหตุผลเหมือนกัน
ooooooo
วันเดียวกัน สิตาไปพบศุภารมย์ที่บ้านอีกครั้ง หลังจากเคยมาเสี้ยมให้เธอไปจัดการลิลินนักร้องคนสวยประจำผับของศักดิ์สิทธิ์
คราวนี้เธอมาใส่ไฟเรื่องทิวัตถ์มีเรื่องชกต่อยกับกฤษดาพี่ชายเธอเพราะแย่งนักร้องสาว หล่อนเป็นตัวการให้เกิดศึกชิงนาง แต่ศุภารมย์ไม่หลงกล ทักท้วงก่อนจะศอกกลับจนสิตาหน้าม้านไป
“ขอบคุณที่หวังดี แต่เท่าที่ฉันฟังเรื่องวุ่นวายน่าจะมาจากพี่ชายเธอมากกว่า ใครๆก็รู้ว่ากฤษดาน่ะนิสัยเป็นยังไง แล้วฉันก็มั่นใจว่าที่วินมีเรื่องกับพี่ชายเธอเพราะเขาต้องการปกป้องคุณลินจากพี่ชายเธอ”
สิตาโกรธที่ศุภารมย์เข้าข้างลิลิน ลุกพรวดขึ้นเอ่ยเสียงกระด้าง “งั้นก็ตามใจค่ะ ต่อไปถ้าวินเกิดจมปลักกับนังนั่น คุณอาจะมาโทษตาไม่ได้นะคะ”
“จะพูดอะไรก็ระวังคำพูดหน่อยนะ เพราะปลักเขาไว้ใช้กับควาย แต่ฉันคงไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรหรอก... วินเขาเป็นคนฉลาด เจ็บแล้วจำ ไม่อย่างนั้นคงไม่เลิกกับเธอหรอก”
สิตาโกรธจนแทบจะกรี๊ด ศุภารมย์รู้แกวรีบดักคอว่า
“ถ้าอยากจะกรี๊ด...ช่วยออกไปข้างนอก ที่นี่ต้องการความสงบ”
สิตากำหมัดแน่นเดินกระทืบเท้าปึงปังออกไป ศุภารมย์มองตามพลางคิดเรื่องทิวัตถ์กับลิลิน สองคนนี้รู้จักกันในฐานะอะไรแน่
ตกเย็น อนันยชบอกข่าวดีของตนให้ทุกคนฟังในโต๊ะอาหาร เมื่อแรกที่ยังไม่ได้ยินชื่อว่าที่เจ้าสาวทุกคนแสดงความยินดีที่เขาจะเป็นฝั่งเป็นฝา แต่พอรู้ว่าเธอคือวรรณิตหลานของวาสนา ทรงพลกับศุภารมย์ถึงกับหน้าถอดสี
“ผู้หญิงมีตั้งเยอะทำไมต้องไปคว้าเอาหลานป้าน้อยด้วย” ทรงพลถามเสียงเครียด
“แล้วทำไมจะเป็นเธอไม่ได้ครับ”
“วัน...ขอโทษคุณน้าเดี๋ยวนี้”
“ทำไมครับแม่ ผมแค่ต้องการบอกให้ทุกคนรับรู้ ไม่ได้มาขออนุญาต”
อนันยชพูดจบก็ลุกจากเก้าอี้เดินออกไปทันที ศุภารมย์ร้องเรียกแต่เขาไม่ฟัง จึงบอกทรงพลว่าตนขอตัวสักครู่
เธอเดินตามลูกชายไปถึงหน้าห้อง เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “วันจะแต่งกับใครแม่ไม่ว่า แต่ทำไมต้องเป็นเธอ”
“เพราะผมรักเธอไงครับ ผมโตแล้วนะแม่ โตพอจะเลือกอะไรเองได้แล้ว”
“ก็เพราะว่าโตพอที่จะเลือกเองแล้วไม่ใช่เหรอ ถึงจะเอาผู้หญิงอย่างนั้นเข้ามาในบ้าน”
“ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก...แม่ก็คอยแต่กำหนดชีวิตผมมาตลอด ต่อไปนี้ผมจะกำหนดชีวิตของตัวผมเอง”
“ได้...ถ้างั้นแม่ขอถามอย่างนึง ทำไมลูกถึงอยากแต่งงานกับวรรณิต...ถ้าตอบไม่ได้ งั้นแม่จะตอบให้...เพราะเธอหน้าเหมือนน้าต้อยใช่ไหม”
“ใช่...เพราะณิตหน้าเหมือนน้าต้อยแล้วแม่จะทำไม”
“วันทำอย่างนี้แล้วคุณน้าจะคิดยังไง...กลัวน้าเขาไม่รู้หรือไงว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ก่อนที่น้าต้อยจะตาย”
“ผมไม่สน...ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่ยอมเสียน้าต้อยไปอีก” อนันยชประกาศกร้าวแล้วผลุนผลันออกไป ศุภารมย์หนักใจขึ้นมาทันที
ทิวัตถ์ทราบดีว่าทรงพลกับศุภารมย์ห่วงความรู้สึกของตน เพราะวรรณิตหน้าเหมือนศุภิสราหรือแม่ต้อยของเขาราวกับคนเดียว กลัวเรื่องในอดีตจะกลับมาทำให้เขามีปัญหาสุขภาพอีก จึงบอกทั้งคู่หลังกินอาหารมื้อนั้นว่า
“ผมเข้าใจนะครับว่าคุณพ่อกับแม่ต่ายเป็นห่วงผม แต่ผมกลับมองว่าทำไมเราไม่ลองมองคุณวรรณิตเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง ถ้าคุณพ่อบอกว่าไม่คิดอะไรแล้ว ผมว่าช่วงนี้มันคือช่วงเวลาที่ครอบครัวเรากำลังจะมีความสุขกันนะครับ...ครอบครัวเรามีความสุขมันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ พ่อกับแม่ต่ายไม่ต้องเป็นห่วงครับ เดี๋ยวผมคุยกับวันให้เอง”
ทิวัตถ์ทำอย่างที่พูดจริงๆ เข้ามาคุยกับอนันยชตามลำพัง แสดงความดีใจถ้าพี่ชายรักวรรณิตจริง ไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ
“นายไม่รู้สึกอะไรเหรอ” อนันยชย้อนถาม
“ถ้านายแต่งกับคุณวรรณิตแล้วคิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ทำให้นายมีความสุขได้ แล้วทำไมฉันจะไม่ยินดีกับนายล่ะ”
“ขอบใจมากนะวินที่เข้าใจฉัน” อนันยชตบไหล่ทิวัตถ์เบาๆ สัมผัสได้ว่าเขาพูดออกมาจากใจจริง
ooooooo
วันรุ่งขึ้น ลิลินพาวิชนีเดินทางไปกับคณะของศักดิ์สิทธิ์ที่จะไปถ่ายแบบโปรโมตโรงแรมนอกสถานที่ด้วยเหตุผลสองอย่างคือความปลอดภัยของวิชนีที่เพิ่งโดนทำร้าย กับอีกอย่างคือศักดิ์สิทธิ์จะได้ถือโอกาสนี้ปรับความเข้าใจกับเธอ
ในเวลาเดียวกัน กฤษดาที่เป็นคนจ้างวานวีระนักข่าวประจำจังหวัดที่เป็นเพื่อนสนิทกันปล่อยข่าวสร้างความเสียหายให้โรงแรมของศักดิ์สิทธิ์ กำลังยิ้มร่าสาสมใจ แต่พอเสี่ยหาญผู้พ่อเดินมาทัก ทั้งกฤษดาและวีระก็ทำเป็นเงียบไม่อยากให้รู้ แต่ยังไม่วายโดนเสี่ยหาญดักคอว่า
“ฉันเห็นแกสองคนคุยกันทีไรมีแต่เรื่องวุ่นวายมาให้ฉันทุกที ฉันไม่รู้ว่าพวกแกจะทำอะไรนะ แต่อย่าให้ฉันเดือดร้อน”
วีระหน้าเจื่อน แล้วพูดกับกฤษดาอย่างขลาดๆ หลังจากเสี่ยหาญเดินคล้อยหลังไปว่า
“ไอ้กฤษ...เสี่ยแกพูดขนาดนี้ฉันว่าเราพักเรื่องที่จะเล่นงานบริษัทไอ้วินไว้ก่อนดีมั้ย”
“นี่แกคิดว่าฉันคุ้มหัวแกไม่ได้หรือไง”
“ฉันพูดจริงๆนะเว้ย เพราะทางคุณทรงพลเองก็มีเส้นสายไม่ใช่น้อย ขืนทำอะไรประเจิดประเจ้อมีหวังฉันได้เดือดร้อนแน่”
“แล้วแต่!” กฤษดาน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วคิดแผนร้ายขึ้นมาได้ “ก็ดี เพราะฉันมีวิธีที่สะใจกว่ากันเยอะ”
กฤษดาสืบเสาะจนทราบว่าทิวัตถ์ตามไปช่วยงานศักดิ์สิทธิ์ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง จึงติดตามไปเพื่อแก้แค้นทิวัตถ์ที่ชกหน้าตนเมื่อหลายวันก่อน ตั้งใจจะฝังเขาไว้ที่รีสอร์ตนั้น แต่ปรากฏว่าผิดแผนนิดหน่อยเพราะสิตาตามมาหึงหวงทิวัตถ์ เธอหมั่นไส้ลิลินที่ได้เป็นนางแบบในชุดเจ้าสาวคู่กับเขาที่จับพลัดจับผลูต้องมาแต่งชุดเจ้าบ่าวแทนพระเอกช่อง 7 ที่ศักดิ์สิทธิ์ว่าจ้างไว้ แต่เขาประสบอุบัติเหตุมาไม่ได้
แรกๆสิตาก็ข่มใจไม่วีนเหวี่ยง แต่พอรู้เห็นว่าบ่าวสาวต้องมีการกอดจูบกันด้วยเพื่อความสมจริงนำไปใช้โปรโมตโรงแรมของศักดิ์สิทธิ์ เธอก็ทนไม่ไหว เต้นผางเหมือนองค์ลง ไม่ยอมให้มีการถ่ายทำอีกต่อไป
กฤษดาลอบสังเกตความวุ่นวายนั้นอย่างหัวเสีย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ถอดใจที่จะฆ่าทิวัตถ์ บอกลูกน้องที่มาด้วยกันว่าเปลี่ยนเป็นลงมือคืนนี้แทน
ooooooo
คิดแล้วคิดอีก ศุภารมย์ไม่ยอมให้อนันยชแต่งงานกับวรรณิต เธอไปพบวาสนาถึงบ้าน ยื่นข้อเสนอให้เงินห้าแสนบาทแล้วต่างคนต่างไป วาสนาอยากได้ แต่ก็ฉลาดพอที่จะโก่งค่าตัวเพิ่ม
“นี่แสดงว่าพ่อวันไม่ได้เล่าเรื่องที่เขาทำบัดสีไว้กับยัยณิตใช่ไหม”
ศุภารมย์ได้ฟังถึงกับอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง
“เงินห้าแสนน่ะแม่ต่ายไม่ต้องเอามาให้ฉันหรอก ฉันเองก็มีศักดิ์ศรี ยัยณิตเองก็เหมือนกัน อันที่จริงฉันจะไปแจ้งความข้อหาข่มขืนก็ได้”
“แล้วป้าต้องการเท่าไหร่คะ”
วาสนาเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง ครุ่นคิดว่าจะเรียกเงินเท่าไหร่ดี...แล้วพอศุภารมย์กลับไป วาสนายิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า แต่วรรณิตไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงขอให้ยายยอมทำตามข้อเสนอของศุภารมย์
“เรื่องอะไรล่ะ ในเมื่อเหยื่อติดเบ็ด ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆแน่”
“ไม่ดีเลยค่ะยาย...ณิตไม่สบายใจ ยายทำตามข้อตกลงที่คุณต่ายเธอเสนอเถอะค่ะ”
“ย่ะยัยแม่พระ นี่ฉันเป็นยายของหล่อน ฉันสั่งอะไรหล่อนก็ต้องทำ”
“แต่ณิตไม่อยากแต่งงานกับคุณวัน”
ทันใดนั้นอนันยชปรากฏตัว ถามยายหลานว่ากำลังพูดถึงตนอยู่หรือเปล่า
“คุณวัน!” วรรณิตอุทานแล้วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังวาสนา
“จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะพ่อตัวดี...มาก็ดีแล้ว...รู้มั้ยเมื่อกี้แม่ต่ายเพิ่งมาหาฉัน”
“ว่าไงนะ” อนันยชตกใจ ไม่คิดว่าศุภารมย์จะมาจัดการด้วยตัวเอง
ทางด้านกฤษดา...นอกจากจะวางแผนกำจัดทิวัตถ์ในคืนนี้แล้วเขายังรอบคอบโทร.รายงานพ่อเพื่อให้ตามตัวสิตากลับไป เพื่อที่ตัวเองจะได้ทำงานอย่างราบรื่น สิตาหงุดหงิดที่โดนพ่อบังคับให้กลับบ้านเพราะไม่พอใจที่ลูกสาวเที่ยววิ่งตามผู้ชาย ก็เลยสวนพ่อไปว่าตนไม่กลับ แล้วถามพ่อรู้ได้ยังไงว่าตนตามมาหาทิวัตถ์
“ฉันจะรู้ได้ยังไงแกไม่ต้องสน ฉันบอกให้กลับบ้าน หรือว่าอยากให้ฉันไปหา”
สิตาขัดใจแต่ไม่กล้าหือกับพ่อ ตอบรับเสียงแข็งแล้ววางสายก่อนเดินไปบอกลาทิวัตถ์...ยังความโล่งอกโล่งใจให้ศักดิ์สิทธิ์ที่ตัวป่วนกลับไปได้เสียที กองถ่ายก็ได้ทำงานต่อ ทิวัตถ์กับลิลินอยู่ในชุดบ่าวสาวถ่ายแบบคู่กันตามความต้องการของทีมงาน ทุกคนชื่นชมทั้งคู่เหมาะสมกัน แม้แต่ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเห็นดีเห็นงาม และอดคิดไม่ได้ด้วยว่าทิวัตถ์อาจจะมีเคลิ้มบ้างเหมือนกัน ถึงได้มีท่าทีแปลกๆพิกล
ooooooo
กฤษดาวางแผนทำร้ายทิวัตถ์ด้วยการเข้ามาบอกพนักงานรีสอร์ตว่ารถของตนโดนรถทิวัตถ์จอดขวางจนออกไม่ได้...เมื่อพนักงานโทร.ขึ้นไปแจ้งที่ห้อง ทิวัตถ์จึงรีบร้อนลงมา ส่วนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพักห้องเดียวกันเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำอย่างสบายใจเฉิบ
วิชนีพักห้องเดียวกับลิลิน เธอเพิ่งนึกได้ว่าลืมกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ในรถศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะไม่ค่อยลงรอยกับเขานักจึงวานลิลินไปขอกุญแจรถจากเขาแล้วช่วย
ลงไปหยิบกระเป๋ามาให้ตนด้วย ลิลินเซ็งนิดหน่อยแต่ก็ทำตาม ขณะเดินผ่านลานจอดรถเธอเห็นทิวัตถ์ถูกไอ้โม่งสามคนรุมทำร้าย จึงร้องโวยวายว่าตำรวจมา ทำให้กฤษดาชะงักไม่กล้ายิงทิวัตถ์ แต่ยังขึ้นรถขับตามทั้งคู่ไปอย่างกระชั้นชิด
ทิวัตถ์เร่งความเร็วโดยมีลิลินนั่งข้างๆอย่างอกสั่นขวัญผวา เห็นพวกมันตามมาไล่ยิงก็ยิ่งหวาดกลัว ทิวัตถ์ให้เธอหยิบปืนในเก๊ะหน้ารถส่งมาแล้วให้เธอช่วยจับพวงมาลัยบังคับรถให้ตรงทาง เขาจะยิงตอบโต้พวกมันเอง
การไล่ล่าท่ามกลางความมืดทำให้รถสองคันคลาดกันช่วงหนึ่ง แต่แล้วรถทิวัตถ์เครื่องกระตุกก่อนดับลง ไปต่อไม่ได้ รถกฤษดาจึงตามทันแต่ไม่ได้ตัวทั้งสองคนที่หนีลงข้างทางซึ่งเป็นเหวลึกไปก่อนหน้านี้
กฤษดาเจ็บใจมากยิงกราดไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ลิลินที่ซ่อนตัวอยู่กับทิวัตถ์ใต้ชะง่อนหินตกใจกรีดร้องเสียงดัง จึงถูกพวกเขาไล่ยิงอีกครั้งจนกลิ้งหล่นหายไปกับความมืด
“เอาไงต่อพี่” ลูกน้องคนหนึ่งถาม
“ปล่อยมัน เหวลึกขนาดนี้พวกมันไม่รอดแน่” กฤษดายิ้มสะใจ ถอดไอ้โม่งคลุมหัวออกแล้วพาลูกน้องกลับไป
ค่ำคืนเดียวกัน ทรงพลโทร.หาทิวัตถ์ด้วยความเป็นห่วงกลัวเรื่องอนันยชจะแต่งงานกับวรรณิตทำให้ลูกชายตนปวดหัวขึ้นมาอีก แต่เพียรโทร.อยู่นานไม่มีใครรับสาย กระทั่งศุภารมย์เดินมาเห็น บอกเขาว่าทิวัตถ์ไปช่วยงานศักดิ์สิทธิ์โปรโมตโรงแรมสองสามวัน ทรงพลค่อยเบาใจ และเห็นด้วยกับศุภารมย์ว่าลูกชายจะได้ไกลจากเรื่องยุ่งๆที่นี่
ศุภารมย์เล่าเรื่องไปพบวาสนาเมื่อตอนบ่ายให้ทรงพลฟัง เธอยื่นข้อเสนอให้สองยายหลานเลิกยุ่งกับอนันยช แต่วาสนาฉลาดมาก รู้ว่าลูกชายตนหลงวรรณิต แล้วก็รู้ว่าเราไม่อยากให้วรรณิตมาอยู่ที่นี่ จึงมั่นใจว่าจะเรียกเท่าไหร่เราก็ยอม
“นี่เจ้าวันชอบหนูณิตจริงๆเหรอ”
“ฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ฉันว่าต้องเป็นการวางแผนของป้าน้อยแน่ๆค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น...ป้าน้อยจะเรียกเท่าไหร่ก็ให้แกไป ขออย่างเดียวเรื่องทุกอย่างต้องจบก่อนวินจะกลับมา”
“ได้ค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง” ศุภารมย์รับคำหนักแน่น แววตามุ่งมั่น
ooooooo
ทิวัตถ์กับลิลินกลิ้งลงมาสลบอยู่ในป่า เขาฟื้นก่อนและก้มเข้ามาดูเธอใกล้ๆ เลยโดนเธอปล่อยหมัดเข้าใส่หนึ่งเปรี้ยงโทษฐานที่ทำให้ตกใจ
ชายหนุ่มไม่ถือสา พยายามจะหาทางกลับแต่จนปัญญาเพราะทางมืดมากและโทรศัพท์ก็ไม่มี ไม่รู้หล่นหายไปตอนไหน ของลิลินก็หายเช่นกัน แต่ไม่อยากนั่งรอเฉยๆ เธอลุกขึ้นตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น แต่ทิวัตถ์ท้วงว่าในป่ามืดๆแบบนี้ใครจะได้ยิน
“หรือคุณมีวิธีอื่น ฉันว่าแถวนี้น่าจะมีบ้านคนนะ”
“แต่ผมว่าเราควรจะนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งหลงกันไปใหญ่”
“แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณ...ฉันจะไป”
“คุณไม่จำเป็นต้องเอาชนะผมทุกเรื่องก็ได้...ในป่าตอนกลางคืนอย่างนี้ ขืนคุณเดินสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปมีหวังได้พลัดตกเหวลึกกว่าเดิมแน่”
ลิลินชะงัก แต่พอได้ยินเขาถามว่าไม่ไปแล้วเหรอ ก็มีลูกฮึดอยากเอาชนะขึ้นมาทันที
“ใครบอกไม่ไป...รับรองว่าฉันต้องเจอชาวบ้านแถวนี้แน่ๆ”
“อยากไปก็ตามใจ ระวังจะเจออย่างอื่นที่ไม่ใช่คนล่ะ” เขาตะโกนไล่หลังเธอไปด้วยความหมั่นไส้
ooooooo
ที่รีสอร์ต วิชนีรอลิลินอยู่ในห้องนานเข้าก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจเดินเคาะประตูห้องพักศักดิ์สิทธิ์เพื่อสอบถาม แต่เวลานั้นชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว นึกว่าเป็นทิวัตถ์จึงเดินมาเปิดรับ
สองฝ่ายเห็นกันก็ตกใจ วิชนีร้องกรี๊ดด่าไอ้ลามกพร้อมกับผลักศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในห้อง ส่วนตัวเองยืนหันหลังอยู่หน้าประตู
“เธอมาเคาะห้องฉัน...แล้วมาด่าฉันเนี่ยนะ”
“ก็แล้วนายแก้ผ้าทำไมล่ะ”
“แล้วคนบ้าที่ไหนจะใส่เสื้อผ้าอาบน้ำ แล้วนี่มันก็ห้องฉัน ฉันจะทำอะไรจะแก้ผ้าเดินไปไหนมันก็เรื่องของฉัน”
วิชนีอึ้ง เอามือปิดตาพูดโดยไม่หันหน้ากลับมา “เออๆ นายใส่เสื้อผ้าก่อนสิ”
ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าตนใส่ตั้งนานแล้ว วิชนีถามย้ำอย่างไม่เชื่อ เขาเลยรำคาญ ทำท่าจะถอดเสื้อคลุมออก
“เออๆ ไม่ต้องถอด เชื่อแล้ว” วิชนีหันมาลืมตาแล้วถามหาลิลินว่าอยู่ไหน
“จะไปรู้เหรอ”
“ก็ฉันให้ลินมาเอากุญแจรถที่นายเพราะฉันจะเอากระเป๋าของฉัน นายซ่อนเพื่อนฉันไว้ที่ไหนบอกมานะ”
“อะไรของเธอเนี่ย...ฉันบอกว่าฉันไม่รู้”
วิชนีไม่เชื่อ ชะเง้อมองเข้าไปในห้องก่อนจะก้าวไปค้นหาทุกซอกทุกมุมตามคำท้าของศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าไม่มีแม้แต่เงาของลิลิน...เธอและเขาเริ่มใจไม่ดี เพราะทิวัตถ์ก็หายไปด้วย โทร.หาก็ปิดเครื่อง จึงพากันเดินตามหาแทบทั่วรีสอร์ตแล้วมาเจอมือถือลิลินหล่นอยู่ที่ลานจอดรถ...สงสัยจะเกิดเรื่องไม่ดี!
ขณะนั้นลิลินกับทิวัตถ์ยังหาทางออกจากป่าไม่ได้ ที่สำคัญทิวัตถ์ได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลังแดงช้ำเนื่องจากแรงกระแทกตอนกลิ้งลงทางชัน ลิลินปฐมพยาบาลให้เขาตามมีตามเกิดเพราะเคยเรียนรู้จากพ่อของตนมาบ้างแล้ว
ทั้งคู่ก็เห็นดีเห็นงามว่าไม่ควรเดินไปไหน รอจนกว่าจะมีคนมาเจอดีกว่า
ooooooo
วาสนามาที่บ้านทรงพลอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งทรงพลและศุภารมย์ทราบดีว่าเธอมาด้วยเรื่องอะไร จึงพากันเข้าไปคุยในห้องทำงานเป็นการส่วนตัว
“มีอะไรก็ว่ามาเลยครับ”
“แหมพ่อพล...เข้าประเด็นเร็วดีจริง ฉันชอบ...แม่ต่าย ฉันมาคิดๆดูแล้วนะ จำนวนเงินที่แม่ต่ายบอกฉันเมื่อวานมันก็มากอยู่นะ เพียงแต่ว่า...”
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“เมื่อวันก่อนเพิ่งมีคนมาติดต่อให้แม่ณิตไปลงประกวดนางงามจังหวัด เขาบอกว่าได้เงินรางวัลเยอะด้วยนะ เพราะแม่ณิตน่ะรูปร่างหน้าตาผิวพรรณก็ดีไม่ใช่น้อย”
“แล้วทำไมป้าไม่ให้หนูณิตลงประกวดซะเลยล่ะครับ”
“เพราะอะไรล่ะ ก็เพราะว่าพ่อวันบอกจะแต่งงานกับแม่ณิต หล่อนก็เลยต้องพลาดโอกาสนั่นไป...นี่นะ แมวมองคนนั้นยังบอกอีกว่าถ้าแม่ณิตไปประกวดรับรองชนะเลิศได้เงินรางวัลหลายล้าน เฮ้อ! ฉันละเสียด๊ายเสียดาย”
ทรงพลกับศุภารมย์รู้ทันทีว่าวาสนายึกยักโยกโย้ เพื่อจะขอเงินเพิ่มแน่ๆ ให้เธอบอกมาเลยดีกว่าอยากได้เท่าไหร่...วาสนามองหน้าสองผัวเมียแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะบอกตัวเลข...
อนันยชเพิ่งตื่นนอนเดินลงมา วาสนากลับออกไปก็ตรงดิ่งมาถามศุภารมย์ว่า “ยายน้อยมาทำไมครับแม่”
“แกมาเยี่ยมแม่น่ะ”
“ไม่ต้องมาโกหกผม...ผมรู้ว่าแม่กับคุณน้าคิดจะทำอะไร”
“วันคิดว่าแม่จะทำอะไร”
“ทำไมแม่ต้องขัดขวางผมด้วย”
“ถ้าวันพูดถึงเรื่องแต่งงาน น้าว่าวันลองคิดดีๆ อีกทีดีกว่านะ”
“ผมคิดดีแล้ว ยังไงผมก็ยืนยันว่าผมจะแต่งงานกับวรรณิต แล้วถ้ายังมีคนเข้ามาจุ้นจ้านอีกผมจะพาณิตไปอยู่ที่อื่น”
“นี่วันขู่แม่เหรอ”
“ผมไม่ได้ขู่...ถ้าแม่ยังคิดขวางผมอีก แม่จะไม่ได้เห็นผมอยู่ในบ้านหลังนี้แน่” อนันยชประกาศจริงจังแล้วเดินตึงตังออกไปอย่างหัวเสีย...
ตรงข้ามกับวาสนาที่กลับบ้านอย่างอารมณ์ดี บอกให้วรรณิตเก็บข้าวของกลับไปอยู่บ้านเพราะแผนที่ตนจะให้เธอแต่งงานกับทิวัตถ์ไม่สำเร็จ
“แล้วเรื่อง...เรื่องเงินล่ะยาย”
“แกเสียท่าให้พ่อวัน ทำให้ฉันเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ แกยังจะมีหน้ามาขอเงินอีกเหรอ...ไป รีบออกไปเลยนะ”
“ไม่ต้อง!” เสียงอนันยชดังเข้ามา สองยายหลานหันขวับไปมอง “ผมจะไม่ยอมให้ณิตไปไหนทั้งนั้น...ณิต ไปเก็บเสื้อผ้าแล้วไปกับผม”
“อย่าเชียวนะพ่อวัน” วาสนาห้ามเสียงหลง อนันยชหันขวับมาจ้องแววตาเอาเรื่อง บอกวาสนาว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันสองคนเดินตามกันออกมาหน้าบ้าน อนันยชถามตรงๆว่าแม่ของตนให้เงินยายเท่าไหร่ แต่ไม่ได้คำตอบจากวาสนา เขาเลยดักคอว่า “ผมรู้ว่ายายไปบ้านผมเพื่ออะไร”
“ตอนนี้พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
“แล้วถ้าผมให้เงินมากกว่าแม่ ทีนี้พอจะมีประโยชน์ขึ้นบ้างหรือยัง”
วาสนามองท่าทางจริงจังของอนันยชก็เห็นช่องทางทำเงินอีกแล้ว...จากนั้นไม่นานอนันยชกลับไป ส่วนวาสนากลับเข้าบ้านเห็นวรรณิตเก็บเสื้อผ้าจะกลับไปหาแม่ก็รีบกลับคำ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบไม่ยอมให้เธอจากไป
“ยายจะเอายังไงกับณิตกันแน่ เมื่อกี้ไล่ณิตเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ตอนนี้กลับไม่ให้ณิตไป”
“โอ๋ๆๆ ยายขอโทษ ลืมเรื่องเมื่อกี้ให้หมด ยายผิดเอง”
“คุณวันบอกอะไรกับยาย” วรรณิตสงสัยแต่ไม่ได้คำตอบ เห็นรอยยิ้มมีเลศนัยของยายแล้วหวั่นใจ
ooooooo










