ตอนที่ 4
เจตรินโกรธมากเมื่อกลับจากทำงานแล้วพบว่าอีริน่าต้องระเห็จเข้าไปอยู่ในครัวเพราะถูกกีดกันไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอีกเช่นเคย เธอไม่อยากมีปัญหาจะขอลองทำอาหารไทยกินเองในนี้ แต่เขาไม่ยอมให้ทำ
“ผมจะพาคุณไปกินนอกบ้านทุกวัน ให้มันรู้กันไปว่าไม่มีใครหาข้าวให้ภรรยาเจ้าของบ้านกิน” เจตรินพูดจบ จูงมืออีริน่าออกจากห้องครัว พวกสาวใช้แอบนินทาว่าทั้งคู่ดูไม่เหมือนผัวเมียกันเลย มีแต่ทำท่าน่ารักน่าเอ็นดู แต่ไม่มีกุ๊กกิ๊กไม่เหมือนใครต่อใครที่เพิ่งแต่งงานกัน ศรีเอ็ดลั่น
“พวกชอบนินทาเจ้านาย...ดูสิคุณหญิงกับคุณอารดากีดกันไม่ให้คุณอีริน่ากินข้าวด้วย โชคดีที่คุณเจตกลับมาไม่ดึกเกินไป บ้านนี้มันอะไรกันนักกันหนา”
“อ้าว ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” สามสาวพูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย...
ค่ำวันเดียวกัน ที่ผับหรูแห่งหนึ่ง ขณะอิทธิหรืออิฐกำลังพาลูกค้าต่างชาติไปขึ้นรถตู้ของบริษัท หลังจากดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เห็นจิตรดาราในสภาพเมามายแทบยืนไม่อยู่ กำลังถูกชายวัยรุ่นสามคนประคองไปยังที่จอดรถ ดูท่าทางแล้วเดาได้ไม่ยากว่าพวกนั้นจะพาเธอไปต่อบนเตียง
อิทธิเป็นห่วงสวัสดิภาพน้องสาวของเพื่อนรัก ขอโทษลูกค้าที่ไปด้วยไม่ได้ แล้วสั่งการให้คนขับรถดูแล พวกนี้ดีๆก่อนจะวิ่งตรงไปหาจิตรดารา กระชากตัวออกจากชายกลุ่มนั้น จะพากลับบ้าน หนึ่งในชายหนุ่มไม่ยอมให้เขาเอาชิ้นปลามันชิ้นนี้ไปได้ง่ายๆ วิ่งไปเอาปืนที่รถตัวเองมาเล็งใส่อิทธิ สั่งให้ปล่อยจิตรดาราซึ่งเมาไม่รู้เรื่องแถมยุส่งให้เขายิง แล้วพยายามจับอิทธิเป็นเป้านิ่งให้
ทันใดนั้น มีแสงสว่างจากไฟหน้ารถสาดจ้า แยงตาไอ้หนุ่มมือปืน พร้อมกับกะพริบไฟสูงใส่ แล้วทำท่าจะพุ่งชนกลุ่มเด็กหนุ่มที่กระโดดหลบกันจ้าละหวั่น อิทธิจำได้ว่าเป็นรถตู้ของบริษัทตัวเอง รีบกระชากจิตรดาราไปขึ้นรถตู้ซึ่งเลื่อนประตูรอท่าอยู่ก่อนแล้ว จากนั้น รถตู้เคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงปืนดังไล่หลัง
พอได้ระยะปลอดภัย รถตู้จอดเข้าข้างทางปล่อยอิทธิกับจิตรดาราลง เขาพยายามชะเง้อมองหาแท็กซี่ขณะที่เธอส่งเสียงอ้อแอ้ว่าจะพาเธอไปไหน อิทธิจับจิตรดาราพิงต้นไม้ไว้จะได้ไม่ล้มแต่เธอไม่อยู่นิ่งๆ
“เป็นน้องฉันล่ะชกหมกชักโครกไปแล้ว”
ยังไม่ทันขาดคำ จิตรดาราอ้วกใส่อิทธิเต็มๆ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ดูเหมือนเธอจะพอใจที่ทำเขาเลอะเทอะจิตรดาราคลื่นไส้อ้วกอีก คราวนี้เขาจับหน้าเธอหันไปทางอื่นได้ทัน
“ไอ้อิฐเอ๊ย เกิดชาติภพไหนอย่าได้เกี่ยวข้องดองเค็มกับผู้หญิงเยี่ยงนี้เป็นอันขาด”
“ทำไม...จิตเสียหายตรงไหน” จิตรดาราแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ยังไม่วายต่อปากต่อคำ
“โอย ยังไม่รู้ตัวอีก เสียหายนับไม่ได้ยิ่งกว่าเม็ดทรายทั้งโลกรวมกันอีกอ่ะ” สิ้นเสียงด่า จิตรดาราหลับกลางอากาศ โชคดีที่อิทธิคว้าตัวไว้ทัน
ooooooo
เจตรินยืนรอที่ระเบียงห้องอยู่นานสองนานจนจะหลับคาที่อยู่แล้ว อีริน่าก็ไม่ยอมไปอาบน้ำสักที เธอเกี่ยงจะให้อาบได้อย่างไรในเมื่อห้องน้ำไม่มีประตู มีเพียงม่านกั้นเท่านั้น แล้วขอให้เขาออกไปรอนอกห้องก่อน เจตรินไม่สนใจเดินไปทิ้งตัวลงนอนคว่ำบนเตียงแล้วหลับไปหน้าตาเฉย
“เฮ้ย หลับง่ายขนาดนี้เลยหรือ ดีจัง หลับเหมือนตายไปเลยยิ่งดี” อีริน่าค่อยๆย่องเข้าห้องน้ำ โดยไม่เห็นว่าเจตรินแอบหรี่ตามอง เธอรู้สึกขัดเขินที่ห้องน้ำไม่มีประตูจึงอาบน้ำด้วยวิธีเอาผ้าเช็ดตัวมากระโจมอกแล้วอาบทีละส่วนโดยล้างหน้าก่อน แล้วไล่ลงมาที่แขน ขาและเท้า พลันมีเสียงร้องทักดังขึ้น
“อาบน้ำแบบลวกๆชุ่ยๆมันจะสะอาดได้อย่างไร”
อีริน่าตกใจร้องลั่น ผ้าเช็ดตัวหลุดมือ รีบดึงม่านกั้นมาปิดตัวไว้ อีกมือหนึ่งฉวยที่ทำความสะอาดห้องน้ำจะทิ่มหน้าเจตรินที่ยืนหัวเราะชอบใจ
“ไอ้บ้า ฉันเกลียดคุณ เอาผ้าเช็ดตัวคืนมานะ”
เจตรินก้มลงไปหยิบผ้าเช็ดตัวโยนไปครอบหัวอีริน่า “ผมจะไปฉี่ที่อื่น แล้วจะล็อกประตูไว้ให้ เชิญคุณแก้ผ้าอาบน้ำให้สะอาดหมดจดตั้งแต่หัวจดเท้า เดี๋ยวจะมาเคาะเรียก”
หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอายน้ำตาไหล สักพักได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องเปิด เธอถึงกับโล่งอก...
ด้านเจตรินเปิดประตูห้องออกมาถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นอารดามายืนลับๆล่อๆอยู่หน้าห้อง ถามดักคอว่ามาแอบดูอะไร เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าเปล่า แค่เดินผ่านมาพอดีต่างหาก
“เจตออกมาก็ดีแล้วค่ะ มาคุยกับดานะคะ”
เจตรินโกหกว่าไม่ได้จะออกมา แต่รู้สึกเหมือนมีใครมาแอบอยู่หน้าห้อง นึกว่าเป็นคนร้ายก็เลยมาเปิดดูแล้วขอตัวกลับเข้าห้อง อารดาไม่ยอมให้ไป จะขอคุยเรื่องนังลูกโสเภณีก่อน เขาไม่พอใจ ขอร้องว่าอย่าเรียกภรรยาของเขาแบบนั้นอีก อารดาตื๊อไม่เลิกจะให้เจตรินพาไปหาอะไรกินข้างนอก แล้วพยายามดึงเขาออกจากห้อง เขาขืนตัวไว้ สุดท้ายอารดาสู้แรงเขาไม่ได้...
อีริน่าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์เพราะคิดว่าเจตรินอยู่ข้างนอก แต่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ผ้าห่ม รีบเปิดดู เจตรินยื่นหน้าพรวดเข้ามา จมูกชนกันพอดี อีริน่าหมั่นไส้ที่เขาแกล้งตบตาว่าจะออกไปรอข้างนอกที่แท้ก็นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงกัดจมูกเขาทันที เจตรินร้องโอ๊ยลั่น เธอหัวเราะคิกคักชอบใจ เขาไม่ยอมแพ้แกล้งเธอคืนบ้าง
สองคนสู้กันนัวเนีย อีริน่าเพิ่งรู้สึกตัวว่าใกล้ชิดเจตรินเกินไป หยุดเล่น อ้างว่าง่วงนอนมาก แล้วรีบฉวยผ้าห่ม พลิกตัวลงไปนอนอีกด้านหนึ่งของเตียง ชายหนุ่มมองตามยิ้มๆก่อนจะลุกขึ้นนั่ง
“ผมจะไปนั่งทำงาน คุณอยากนอนก็นอนไปสิ กู๊ดไนต์”
ooooooo
อีริน่านอนไม่หลับคิดถึงพ่อกับแม่น้ำตาไหลพราก พอเจตรินเงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมามอง เธอรีบหลับตา เขาเห็นเธอร้องไห้ เข้ามากอดด้วยความสงสาร อีริน่าหรี่ตาแอบมอง เห็นเขาก้มหน้าเข้ามาใกล้ก็ร้องลั่น
“อย่านะ อย่ามาจูบฉันนะ”
“เฮ้ย นี่คุณแกล้งหลับ” เจตรินโวยวาย อีริน่าวิ่งหนี เขาวิ่งไล่ไปทั่วห้องอย่างสนุกสนาน ในที่สุดก็
รวบตัวเธอไว้ได้ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน...
ทางด้านอิทธิขอแรงคนขับรถแท็กซี่ช่วยกันพยุงจิตรดาราที่นอนสลบไสลไม่ได้สติออกจากรถ มานั่งพิงประตูรั้ว แล้วรื้อในกระเป๋าถือของเธอค้นหากุญแจบ้าน ยังไม่ทันจะหาเจอ เจตรินเปิดประตูออกมาเสียก่อน
“นายเองหรืออิฐ มีอะไรมาซะดึก”
อิทธิบุ้ยใบ้ไปทางที่จิตรดารากองอยู่ เจตรินเห็นสภาพน้องสาวแล้วถึงกับอึ้ง อีริน่าเองก็อึ้งไม่แพ้กัน...
ขณะเดียวกัน คุณหญิงพรรณรายไม่เป็นอันทำอะไรตั้งแต่ได้เจออีริน่า เฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงพรรณวดีลูกสาวตัวเองที่หายสาบสูญไปกว่ายี่สิบปี นายพลกันต์และกมล–กันต์ต้องช่วยกันปลอบให้เธอคลายเศร้า แต่ดูจะไร้ผล
“กมล แม่อยากพบอีริน่าคนนั้นอีก”
“ยากครับ เธอเป็นสะใภ้บ้านคุณอาศรินทิพย์ ท่านไม่ยอมให้เราพบคนของท่านแน่”...
เจตรินอุ้มจิตรดาราที่หลับไม่ได้สติมาวางบนเตียง อยู่ๆเธอละเมอโวยวายเสียงดังเหมือนอัดอั้นตันใจอะไรบางอย่าง เขาช้อนตัวน้องสาวขึ้นมากอดแนบอกด้วยความรัก เธอถึงสงบลงได้ จากนั้นเขาเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ อีริน่าเข้ามาเห็นภาพนั้น รู้สึกได้ถึงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้น้องสาว รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก รอจนเขาเช็ดตัวให้จิตรดาราเสร็จ จึงรายงานว่าอิทธิอาบน้ำอยู่ที่ห้องพักแขก จิตร
ดาราอ้วกใส่ตัวเปื้อน เธอเลยเอาเสื้อยืดของเขาให้ยืมเปลี่ยน
“เดี๋ยวคุณช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จิตหน่อยนะครับ” เจตรินพูดจบ ลุกออกไป...
หลังจากได้ฟังอิทธิเล่าถึงพฤติกรรมของจิตรดาราที่ชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายไม่เลือกหน้า เจตรินไม่โทษเธอที่ทำตัวแบบนี้ กลับโทษว่าเป็นความผิดของเขาเอง ที่แทบไม่เคยอยู่กับน้อง ไม่เคยรู้ปัญหาของน้องเหมือนไม่รู้จักน้องสาวตัวเอง...
ในขณะที่เจตรินคิดหาทางชดเชยที่ปล่อยปละละเลยน้องสาวตัวเองเนิ่นนานเกินไป อารดานั่งดื่มเหล้าอยู่กับพงษ์ธรที่ล็อบบี้เล้านจ์ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ระบายความคับแค้นใจให้ฟังว่าชิงชังอีริน่าขนาดไหน และเปลี่ยนใจอยากให้เขาเร่งจัดการกับนังนั่นให้สิ้นซาก พงษ์ธรอิดออด เพราะอีริน่ามีแต่ตัวเท่ากับไม่ได้อะไร
“ผมขอจัดการกับจิตรดาราก่อนนะ เด็กใจแตกแบบนั้นง่ายหน่อย เป็นกระเป๋าเงินให้ผมต่อทุนทำอะไรได้อีกมากด้วย” พงษ์ธรยิ้มเจ้าเล่ห์...
ooooooo
ดึกมากแล้ว ตอนที่จิตรดาราได้สติ รู้สึกตัวตื่นขึ้น นึกไม่ออกว่ามาอยู่ที่ห้องตัวเองได้อย่างไร กวาดตามองไปรอบห้อง เห็นเจตรินนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้นวมข้างเตียง หลังจากตั้งสติอยู่พักหนึ่งเริ่มจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเจออิทธิที่หน้าผับ ถึงกับชะงัก
“โอ๊ย ตายแล้ว นายพี่อิฐต้องขายความลับฉันหมดแล้วแน่”
จังหวะนั้นอีริน่าเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นจิตรดาราถลึงตาใส่ “อุ๊ย ขอโทษค่ะ นึกว่าคุณยังหลับ” พูดจบเธอถอยออกไป เจตรินรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงอีริน่าแว่วๆ หันมองที่เตียง เห็นน้องสาวฟื้นแล้วก็ดีใจรีบลุกไปหา จิตรดาราจะลุกหนี แต่ยังมึนหัวเซจะล้ม เจตรินรีบประคองให้ลงนั่ง เตือนว่าอย่าเพิ่งลุก
“จะด่าอะไรจิตก็ด่ามาเลยค่ะ มีคนปากบอนมาขายข่าวให้พี่เจตฟังแล้วนี่”
เจตรินไม่ได้จะต่อว่าหรือตำหนิอะไรน้องทั้งนั้น แค่อยากจะปรับความเข้าใจด้วย จิตรดาราขอร้องว่าอย่ามาทำพูดดี ทุกวันนี้มีแม่มีพี่ก็เหมือนไม่มี เพราะไม่มีใครเข้าใจเธอสักคน เธอจึงต้องออกไปเที่ยวเตร่ เจอเพื่อนเจอคนแปลกหน้า ชีวิตยังจะสนุกตื่นเต้นกว่าอยู่บ้าน แล้วเธอจะอยู่ทำไม จิตรดาราร้องไห้อย่างอัดอั้น เจตรินเข้ามากอดเธอไว้ ขอโทษที่ทำตัวเหินห่าง และขอโอกาสให้เขาได้ดูแลและทำความเข้าใจในตัวเธอให้มากกว่านี้
“พี่เจตจะเอาเวลาที่ไหนมาคะ งานพี่ก็มี เมียพี่ก็มี จิตไม่อยากยุ่งกับพี่เจตเพราะจิตเกลียดเมียพี่นี่ล่ะ”
เจตรินแนะนำให้น้องลองไปทำงานที่บริษัทของเราดู จะได้มีอะไรทำและที่สำคัญคุณแม่ต้องดีใจมากแน่ๆ เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่อยากทำ เจตรินคุยอวดว่าอีริน่าก็ไปฝึกงานที่นั่น เธอขอร้องว่าอย่าเอานังนั่นมาล่อหลอกให้เสียเวลาเพราะเธอจะไม่ทำงาน จะเที่ยวจะเตร่จะใช้เงินไปวันๆ บ้านเรามีเงินมากมายใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด
“พี่เจตกลับห้องไปเถอะค่ะ ป่านนี้คุณภรรยาของพี่รอแย่แล้ว” จิตรดาราพูดจบ ลุกไปเข้าห้องน้ำเป็นการไล่พี่ชายทางอ้อม ทันทีที่อยู่ลำพังกับตัวเอง จิตรดาราร้องไห้เป็นเผาเต่า...
ทางด้านเจตรินกลับมาที่ห้องตัวเองเห็นอีริน่ายืนใจลอยอยู่ที่ระเบียง เดินเข้าไปถามว่าคิดอะไรอยู่ คิดถึงบ้านหรือเปล่า เธอคิดถึงพ่อกับแม่ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เจตรินให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยทางนั้นช่วย
อยู่ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เขาจะบินไปรับท่านทั้งสองด้วยตัวเอง ขอให้เธออดทนรออีกหน่อย แม้เขาจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่อีริน่าอดเป็นกังวลเรื่องพ่อกับแม่ไม่ได้ ถึงกับน้ำตาไหลพราก เจตรินดึงเธอมากอดปลอบใจ
“คุณมีผมเป็น...เพื่อนนะ ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ”
ooooooo
ที่บ้านของมิคาอิล ในกรุงมอสโก พริมกับนิโคลัยถูกจับใส่กุญแจมือไพล่หลังมัดไว้กับเสาคนละต้น พริมยังไม่หายป่วย มีอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด นิโคลัยปลอบเมียรักให้อดทนไว้ เขากำลังหาทางให้เราสองคนหนีออกจากที่นี่ แล้วพยายามดันส้นรองเท้าข้างหนึ่งไปด้วย เพื่อจะเอามีดพับที่ซ่อนไว้
“ถ้าเราหนี มิคาอิลจะทำร้ายเราสิคะ แล้วอาจไปทำร้ายอีริน่าอีกด้วย คุณขอความเห็นใจเขาได้ไหม”
“คนอย่างมิคาอิลน่ะยาก” นิโคลัยดันส้นรองเท้าเลื่อนออกมาได้เล็กน้อย แต่อยู่ๆพริมก็ตะโกนเรียกมิคาอิลลั่น สมุนรีบเข้ามาดูว่าร้องทำไม นิโคลัยโกหกว่าอยากจะเข้าห้องน้ำ แล้วปรายตามองเมียเป็นทำนองว่าอย่าทำอะไรให้เสียแผน เธอจำต้องข่มความกลัวเอาไว้...
นิโคลัยอาศัยจังหวะที่สมุนพาไปเข้าห้องน้ำ เอามีดพับที่ซ่อนไว้ในส้นรองเท้าเชือดคอสมุนตายคาที่ เอาปืนของเขาเหน็บไว้ด้านหลัง ล้วงเอากระเป๋าเงินกับลูกกุญแจไขไปด้วย จากนั้น เขาย่องไปจัดการกับสมุนที่คุมตัวพริมได้ในพริบตา แล้วรีบประคองเธอออกทางด้านหลัง สมุนคนหนึ่งยกถาดใส่อาหารมาที่ห้องขังไม่พบใครที่นั่น รู้ทันทีว่าตัวประกันหนี รีบออกไล่ล่า...
ทางฝ่ายนิโคลัยประคองพริมมาถึงอุโมงค์ทางเดิน เห็นว่าปลอดภัยแล้ว หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้จำนวนหนึ่ง บอกให้เธอล่วงหน้าไปหามาดามแคทเธอลีนที่สถานทูตฝรั่งเศสก่อน แล้วเขาจะตามไปทีหลัง พริมมองหน้าก็รู้ว่าเขาอยากยามากจะเอาเงินไปซื้อยามาเสพขอร้องไม่ให้ไป นิโคลัยยังไม่ทันจะว่าอะไร สมุนของมิคาอิลโผล่มาเสียก่อน เขารีบประคองพริมหนีขึ้นรถแท็กซี่ รอดจากการถูกจับไปได้หวุดหวิด...
มิคาอิลทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่สมุนปล่อยให้ขี้ยากับคนป่วยหนีรอดไปได้ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้งเพื่อระบายแค้น พวกสมุนพากันวิ่งหาที่กำบังจ้าละหวั่น...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของมาดามแคทเธอรีน อาการอยากยาของนิโคลัยกำเริบหนัก ดิ้นทุรนทุรายราวกับปลาถูกทุบหัว มาดามแคทเธอรีนเกรงสามีจะมาเห็น รีบสั่งให้คนสวนกับคนขับรถช่วยกันจับตัวเขามัดมือมัดเท้า พาไปที่ห้องใต้ดิน แล้วเปิดน้ำเย็นจากฝักบัวราดเพื่อให้อาการอยากยาบรรเทา นิโคลัยดิ้นพราดๆ ขอร้องให้ปล่อยเขาไป เขาจะไปหาลูกที่เมืองไทย ลูกของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย มิคาอิลกำลังจะเดินทางไปที่นั่น
“สามีของเธอดูแลได้ คุณต้องเข้าบำบัดการติดยาก่อนนิโคลัย ไม่อย่างนั้นฉันไม่ให้คุณยืมเงินไปกรุงเทพฯ แล้วจะจับคุณส่งตำรวจด้วย”
พริมอ้อนวอนสามีทั้งน้ำตาให้ทำตามที่มาดามแคทเธอรีนว่า นิโคลัยหลับตาลงราวกับจะยอมจำนน
ooooooo
ที่บ้านไอศูรย์ศรินทร์ เจตรินแวะไปดูน้องสาวที่ห้องของเธอแต่เช้า พอเห็นเธออาการดีขึ้นก็เบาใจ
“ถ้าจิตเหงา ลองไปบริษัทกับคุณแม่ไหม”
“พี่เจตพยายามจังนะคะ เอาเถอะค่ะ จิตจะเห็นแก่ความพยายามของพี่เจตสักครั้ง” จิตรดาราแค่นยิ้มแล้วขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัว...
ขณะที่เจตริน อีริน่าและจีรณัทย์เตรียมตัวจะไปทำงาน ศรินทิพย์เข้ามาบอกจีรณัทย์ว่าวันนี้จะขอยืมตัวอีริน่าไว้ทำงานให้สักหน่อย จีรณัทย์หันไปถามเจ้าตัวว่าขัดข้องหรือเปล่า เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่ายินดี เจตรินกระซิบกับอีริน่าให้อดทนไว้ แล้วพาจีรณัทย์ออกไป ศรินทิพย์มองตามลูกชายอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปทางศรี
“เดี๋ยวบอกนายเมฆเอารถตู้ออก แล้วแกกับพวกแกทั้งหมดไปช่วยงานเลี้ยงที่บ้านคุณหญิงอาภา นายเมฆกับนายปลั่งด้วย อยู่จนงานเลิกช่วยเก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับ ไปเดี๋ยวนี้เลย” ศรินทิพย์พูดจบเรียกให้อีริน่าตามมา จิ๋มแอบนินทาศรินทิพย์ว่าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่ๆ แจ๋วกับแหววเห็นด้วย
“จะให้ไปช่วยงานใหญ่ยักษ์ขนาดบ้านคุณหญิงอาภาไม่ยักบอกล่วงหน้า มาบอกเอาวันงาน”
ศรีหมั่นไส้พวกชอบนินทาเจ้านาย ไล่เขกหัวทีละคน ก่อนจะเตือนว่าขืนชักช้าอีกวินาทีเดียว รับรองเงาหัวจะไม่มี สามสาววิ่งปรู๊ดออกไปทันที...
ด้านศรินทิพย์ต้องการกลั่นแกล้งอีริน่าจึงวานให้ช่วยทำความสะอาดห้องที่จะให้อารดาอยู่ แต่แทนที่จะให้ทำห้องว่างๆเพราะง่ายต่อการทำความสะอาดกลับให้ทำห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์แบบจัดเต็ม แม้จะรู้ว่าโดนแกล้งเด็กสาวก็ยังรับปากจะทำให้ เพื่อหวังจะชนะใจท่านบ้าง...
แหววรู้ว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล มาดักรอถามอีริน่าว่าศรินทิพย์ให้ลางานทำไม พอรู้ว่าท่านต้องการให้เธอทำความสะอาดห้องให้อารดา แหววคิดหาทางช่วยเหลือแต่ขอไม่ออกหน้าเพราะกลัวโดนเล่นงาน แล้วพาอีริน่าไปที่ห้องเก็บของเพื่อเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมาใช้จะได้ทุ่นแรงและทำงานเสร็จรวดเร็วขึ้น
“แหววจะรีบไปหาตัวช่วย แล้วรีบไปกับพวกนั้น และจะรีบกลับมาให้ไวที่สุดค่ะ ช่วยตัวเองไปก่อนนะคะจนกว่าแหววจะกลับมา” แหววพูดจบ รีบหลบออกไป
อีกมุมหนึ่งของบ้าน หวินเข้ามารายงานอารดาที่กำลังแต่งตัวว่าศรีกับพวกไปกันหมดแล้ว เธอยิ้มสะใจ
“ดี แกสองคนจัดการให้มันจดจำไม่มีวันลืม อยากจะเอาหน้าเอาใจคุณแม่ดีนัก...เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งคุณแม่ที่ทำงาน จะชวนยัยจิตรไปช็อปปิ้งต่อด้วย มันตัวคนเดียวไม่มีพวก พวกแกสบายอยู่แล้ว” อารดาหัวเราะสะใจ
ครู่ต่อมา ระหว่างที่อารดาเดินไปที่ห้องของศริน–ทิพย์ เจออีริน่าหิ้วบันไดสวนมา ไม่วายหาเรื่องเหน็บแนม เธอไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว แดกดันคืนให้บ้างอารดาเถียงสู้ไม่ได้ เอามือถือขว้างใส่ อีริน่าหลบทัน มือถือถูกบันไดกระเด้งใส่เท้าคนขว้างซึ่งยังไม่ยอมแพ้หยิบมือถือจะขว้างอีก แต่ศรินทิพย์โทร.มาตามเธอเสียก่อน
ooooooo
ที่บริษัทของศรินทิพย์ ขณะจีรณัทย์กำลังเตรียมเอกสารจะออกไปข้างนอก ต้องแปลกใจที่เห็นจิตร-ดาราเดินเข้ามาพร้อมแม่ซึ่งคะยั้นคะยอให้เธอมาเรียนรู้งานกับพี่สาว เธอปฏิเสธว่าไม่อยากทำ ในเมื่อจีรณัทย์มีนังหัวแดงเรียนรู้งานอยู่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องลดชั้นไปทำเหมือนนังนั่น อย่างเธอต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น
“พูดง่ายนะจิต พี่ว่างานที่จิตจะเป็นผู้บริหารได้เลยทันทีก็ผับไง ให้คุณแม่เปิดให้สิ จิตบริหารล่ะรุ่งแน่”
ศรินทิพย์เตือนให้จีรณัทย์พูดกับน้องดีๆหน่อย น้องยังเด็กอยู่ เธอไม่เห็นจะเด็กตรงไหน จบมหาวิทยาลัยมาเป็นปีแล้ว ศรินทิพย์เถียงแทนลูกสุดเลิฟว่าแค่ปริญญาตรีถือว่ายังเด็กอยู่ จีรณัทย์เสนอให้ส่งจิตรดาราไปเรียนต่อปริญญาโทหรือไม่ก็ปริญญาเอกไปเลย จะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที จิตรดาราไม่ต้องการเรียนต่อ จะขอเที่ยวเตร่ไปอย่างนี้ตลอดชีวิต จีรณัทย์ทนไม่ไหวด่าว่าทุเรศ สองพี่น้องมีปากเสียงกัน ศรินทิพย์รำคาญสั่งให้หยุดทะเลาะกันได้แล้ว จีรณัทย์
เห็นว่าใกล้ถึงเวลานัด ขอตัวไปพบลูกค้าก่อน แล้วคว้าซองใส่เอกสาร จ้ำพรวดๆออกไป...
ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง กมลกันต์กับพ่อและแม่นั่งรอการมาถึงของจีรณัทย์อย่างใจจดจ่อ คุณหญิงพรรณรายถามลูกชายว่าคิดดีแล้วหรือที่จะซื้อที่ดินของจีรณัทย์ เพราะอาจเกิดปัญหากับศรินทิพย์ได้ กมล–กันต์เองก็กลัวจะเป็นอย่างที่แม่ว่า ถึงได้ขอให้ท่านทั้งสองคนมาด้วย
“นี่ถ้าฝ่ายนั้นไม่รวยมหาศาล พ่อจะยุให้ลูกสองคนแต่งงานกันเองเลย แต่นี่ขืนฝืนแต่งกันไป เขาจะว่าได้ว่าเราหวังจะเอาสมบัติเขา”
“ทรัพย์สินเราก็ไม่น้อยนะครับคุณพ่อ ผมเลี้ยงจีได้สบายๆ”
จังหวะนั้น จีรณัทย์เดินมาที่โต๊ะของกมลกันต์ ไม่ทันสังเกตเห็นนิกกี้ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน กำลังมองมาทางเธอ แต่เห็นไม่ถนัดนัก จึงสั่งให้ชดสมุนคนสนิทไปดูที่โต๊ะของกมลกันต์ว่าผู้หญิงคนนั้นใช่พี่สาวของจิตรดาราหรือเปล่า อย่าลืมถ่ายคลิปคนที่โต๊ะนั้นมาให้ด้วยแล้วไปเจอกันที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าเดิม...
ฝ่ายจิตรดาราอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่โทร.ตามอารดามาที่บริษัทของเราทำไม จะให้มาทำงานที่นี่หรือศรินทิพย์ถามความเห็นลูกว่าคิดอย่างไร เธอไม่เห็นด้วย ในเมื่อเราให้ที่อยู่ที่กินอารดาอย่างสุขสบายแล้ว เรื่องอะไรต้องแถมเงินเดือนให้อีก และที่สำคัญ คนอย่างนั้นถ้าไม่ได้ตำแหน่งบริหารคงไม่ยอมทำแน่นอน แล้วถามแม่อย่างไม่อ้อมค้อมว่าอยากได้อารดาเป็นสะใภ้จริงหรือ ศรินทิพย์ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถาม
“ไม่อยากได้แล้ว เห็นลายแล้วรับไม่ไหว นังเมียตาเจตแม่ก็เกลียด แต่ต้องเก็บมันไว้ก่อน เอาไว้เป็นกันชนตาเจตจากอารดา แล้วก็อารดาเป็นกันชนตาเจตจากนังเมีย แม่จะหาผู้หญิงให้เจตใหม่ให้เพียบพร้อมทุกอย่าง”
“งั้นคุณแม่ก็ไม่ต้องพบพี่ดาดีไหมคะ จิตจะเป็นกันชนให้”
ศรินทิพย์ไม่ขัดข้องให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ พอได้ไฟเขียวจากแม่ จิตรดาราโทร.บอกอารดาว่าแม่เข้าประชุม ไม่ต้องมาที่บริษัทแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านอาหารร้านไหน ตนจะไปหาเอง...
เข้าทางอารดาพอดี เพราะเธอนัดพงษ์ธรกับสองเพื่อนซี้มากินข้าวกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารภายในศูนย์การค้าของตระกูลไอศูรย์ศรินทร์ เธอรีบไล่เมทินีกับลลิตากลับ เพราะถ้าจิตรดารามาเจอทั้งคู่เข้าจะเสียแผน ทันทีที่สองสาวคล้อยหลัง จิตรดาราเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของร้าน อารดารีบโบกมือให้ พร้อมกับส่งเสียงเรียก พงษ์ธรทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้ จิตรดาราถูกใจในความหล่อและการเอาใจของเขา
อารดาแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน โดยแต่งเรื่องว่าพงษ์ธรเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอัญมณี เขากะล่อนได้ใจว่าลาออกแล้ว ตอนนี้ตกงานอยู่ มีคนมาทาบทามให้เขาไปทำงานหลายบริษัท แต่เขาเบื่อ อยากจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ฝรั่งเศสหรือไม่ก็เยอรมัน จังหวะนั้นนิกกี้ส่งคลิปที่ถ่ายจีรณัทย์อยู่กับครอบครัวกมลกันต์เข้ามือถือของจิตรดารา แต่เธอกำลังหลงเสน่ห์ลวงของหนุ่มหล่อคนใหม่เพราะคิดว่าเป็นไฮโซผู้ร่ำรวยสมฐานะกับตัวเองจึงไม่สนใจจะเปิดดู แถมเก็บใส่กระเป๋าถือหน้าตาเฉย อารดาแอบแดกดันพงษ์ธรเบาๆ
“กะล่อนได้โล่จริงๆแก”...
ขณะที่ลูกแกะอย่างจิตรดารากำลังเดินเข้าสู่ปากหมาป่าอย่างพงษ์ธร จีรณัทย์หยิบโฉนดที่ดินที่พ่อของเธอทำพินัยกรรมยกให้ออกมาให้กมลกันต์ดู คุณหญิงพรรณรายไม่วายเป็นกังวลแทนเธอ แนะให้เก็บที่ผืนนี้เอาไว้ เพราะถ้าศรินทิพย์รู้ว่าเธอเอามาขายให้พวกเรา เธอต้องโดนเล่นงานหนักแน่นอน
“จีเต็มใจขายให้กมลจริงๆนะคะ ถึงจีจะเก็บไว้ต่อ ก็เก็บไว้เพื่อขาย...ขายคุณดีกว่าขายคนอื่น”
ooooooo
หวินกับสมรรอจนอีริน่าทำความสะอาดห้องเสร็จ เอาขยะทั้งเปียกทั้งแห้งไปเทใส่ห้องนั้นตามแผนการที่อารดาวางไว้โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าอีริน่าแอบตั้งกล้องวีดิโอถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งคู่สนุกสนานมาก เทขยะไปด่าว่าอีริน่าไปด้วย เท่านั้นไม่พอยังลามปามด่าแม่ของเธอด้วย อีริน่าทนไม่ไหวคว้าเปลือกทุเรียนที่พื้นวิ่งใส่
“บอกว่าอย่าพูดถึงแม่ฉัน พวกปากขยะมันต้องเจอตบด้วยเปลือกทุเรียนจากถังขยะ”
สองคนใช้ตัวแสบร้องวี้ดว้ายวิ่งหนี หวินต่อว่าสมรว่าดันไปเอาเปลือกทุเรียนมาทิ้งด้วยทำไม สองสาวไม่ทันมองเหยียบเปลือกกล้วยที่ตัวเองเอามาทิ้งลื่นหงายหลัง ทั้งหวินและสมรอาการบ้าจี้กำเริบขึ้นมาอีก อเล็กซ์วางแผนจะปิดประตูตีแมวรีบวิ่งไปล็อกประตูห้อง จึงไม่ได้ยินเสียงรถที่นายเมฆขับเข้ามาจอด
แจ๋ว จิ๋มกับแหววลงจากรถ พลางบ่นอุบที่ไปบ้านคุณหญิงอาภาเก้อ เพราะเจ้าของบ้านอาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาล ทำให้งานเลี้ยงงด แต่ทำไมเจ้านายพวกตนถึงไม่รู้ แล้วนึกเป็นห่วงอีริน่า พากันวิ่งหน้าตั้งเข้าตัวตึก ศรีตะโกนไล่หลังว่าห้ามรุมพวกนั้นเด็ดขาด เดี๋ยวจะโดนศรินทิพย์เล่นงาน...
ไม่กี่อึดใจ สามสาวและศรีมาถึงห้องเป้าหมาย เห็นประตูห้องล็อกอยู่ เอาหูแนบที่ประตู ได้ยินเสียงกรี๊ดสลับกับเสียงสบถเป็นชุดของคนบ้าจี้ สักพักมีเสียงทุบประตูห้องปังๆ ร้องเรียกให้เปิดประตูให้ แจ๋วงงมาก
“อ้าวมาเรียกเปิดประตู ก็ประตูมันล็อกจากข้างในไม่ใช่หรือ”
“มันสติแตกน่ะสิ” จิ๋มสรุป
“แสดงว่าตอนนี้นางเอกชนะ ผู้ช่วยนางเอกไม่ต้อง” แหววหัวเราะลั่น แจ๋วกับจิ๋มพลอยขำไปด้วย...
ด้านอีริน่าใช้เครื่องดูดฝุ่นใหญ่ยักษ์ดูดตามเนื้อตัวหวินกับสมรที่ดิ้นพราดๆเพราะบ้าจี้ พลางทุบประตูเรียกให้คนข้างนอกเปิดประตูให้ ในที่สุดประตูห้องเปิดผลัวะเผยให้เห็นสภาพยับเยินของสมรกับหวิน พวกที่แอบฟังอยู่
หน้าห้องพากันขำก๊าก สมรเห็นท่าไม่ดีรีบขอสงบศึก อีริน่าจะปล่อยให้เธอไปก็ต่อเมื่อขอโทษตนก่อน พวกนั้นจำต้องขอโทษ แม้อีริน่าจะยอมปล่อยสองสาว แต่จิ๋มแจ๋วและแหววไม่ยอมให้ไป ล้อมกรอบเอาไว้
ศรีเห็นสภาพเละเทะของห้องแล้วถึงกับร้องเอะอะ จะให้สามสาวมาช่วยอีริน่าทำความสะอาด เธอทำเองได้ เพราะไม่อยากให้ศรีกับพวกถูกเล่นงาน ศรีเห็นเธอไม่มีอะไรให้ช่วย จึงขอตัวไปดูสามสาวก่อน เกรงจะเล่นงานคนของอารดา อเล็กซ์เข้ามาถามอีริน่าว่าจะเอาอย่างไรต่อดี
“เดี๋ยวคิดดูก่อน”...
ทางฝ่ายจิ๋ม แจ๋วและแหวว จับตัวหวินกับสมรมัดมือมัดเท้าเอาไปยัดใส่ตู้อบตัวของอารดากับจิตรดาราคนละตู้ แล้วตกลงกันว่าจะลงโทษทั้งคู่ด้วยการผลัดกันดีดหูดีดจมูกคนละหนึ่งที สามสาวยังไม่ทันลงมือ ศรีเข้ามาห้ามเสียก่อน สั่งให้ปล่อยตัวทั้งคู่ไป อ้างว่าเป็นคำสั่งของอีริน่า...
เสร็จจากมื้อกลางวัน พงษ์ธรชวนจิตรดาราและอารดาไปเที่ยวกันต่อ สองสาวไม่ได้เอารถมาจึงไปรถของเขา ยิ่งได้เห็นรถหรูแพงระยับของพงษ์ธร จิตรดารายิ่งเป็นปลื้มโดยไม่รู้เลยว่ารถคันนั้นเช่ามา...
กมลกันต์เห็นที่ดินแปลงสวยกลางย่านการค้าของจีรณัทย์แล้วพอใจมาก แต่ด้วยความเกรงใจที่เธอจะเอาที่ดินผืนสวยมาขายให้ จึงชวนเธอมาร่วมหุ้นทำโรงแรมด้วยกัน เธอปฏิเสธทันทีว่าพ่อของเธอเคยสอนไว้ว่าอย่าร่วมธุรกิจกับเพื่อนหรือคนรักเป็นอันขาด มีแต่จะโกรธกันในที่สุด และที่สำคัญเธอเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว
“จีอยากให้ความรักของเรายังคงสวยงามอยู่ตลอดไปค่ะ”
“ผมได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ช่วยให้ครอบครัวของเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม” กมลกันต์มองจีรณัทย์ด้วยสายตาเปี่ยมรัก ทั้งคู่มัวแต่สบตากัน ไม่ทันสังเกตเห็นชดแอบถ่ายคลิปแล้วส่งไปที่มือถือของนิกกี้...
จิตรดารากำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ จึงหยิบมือถือขึ้นมาจะปิดเครื่อง แต่มันโชว์สัญญาณว่าแบตเตอรี่หมด พร้อมกับหน้าจอดับไปเสียก่อน
ooooooo
เจตรินเป็นห่วงจิตรดารามาก หลังจากคิดทบทวน อยู่หลายตลบ ตัดสินใจมาพบแม่ที่บริษัทเพื่อคุยเรื่องความประพฤติของน้องสาวและอยากให้พวกเราใกล้ชิดเอาใจใส่เธอมากขึ้น เพราะเธอขาดความสุข ศรินทิพย์ว่าเป็นไปไม่ได้ ชีวิตของเธออยู่บนกองเงินกองทอง ยังจะขาดความสุขได้อย่างไร
“เงินทดแทนทุกอย่างไม่ได้ครับคุณแม่ หากชีวิตไม่มีความสุข เงินเท่าไหร่ก็ถมไม่เต็มครับ จิตกลายเป็นเด็กใจแตก เที่ยวผับเที่ยวบาร์ทุกคืน”
ศรินทิพย์ไม่ยอมรับความจริง กลับหาเรื่องด่าว่าเจตรินที่เอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้าบ้าน ทำให้เธอต้องอับอาย เขาต่างหากที่เป็นตัวปัญหาไม่ใช่น้อง เจตริน ไม่เห็นว่าเรื่องเขากับอีริน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหน
“ทำไมจะไม่เกี่ยว แกพานังนั่นเข้าบ้านทำให้บ้านร้อนเป็นไฟ น้องมันถึงไม่อยากอยู่บ้าน แม่เชื่อในตัวยายจิตมากกว่าเมียแก ลูกชาติลูกตระกูล ชีวิตอยู่ในสังคมระดับสูงถึงยังไงก็ไม่มีทางลงต่ำ”
เจตรินมีความเห็นไม่ตรงกับแม่เรื่องจิตรดาราทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรง ศรินทิพย์น้อยใจที่ลูกหาว่าเลี้ยงน้องแบบผิดๆเอาใจจนเสียเด็ก ความมีจนเกินพอดีทำให้จิตรดาราทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด จนชีวิตเสี่ยงต่อหายนะ เขาไม่อยากเห็นภาพตัวเองมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ครอบครัวกลับเกิดหายนะ ทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิด ถ้าเขาต้องลาออกจากราชการมาดูแลจิตรดารา เขาก็จะทำ ศรินทิพย์ฟิวส์ขาด
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะเจต แกเองยังหน้ามืดไปคว้าเมียข้างถนน แกอย่าบังอาจมาแตะต้องยายจิตลูกฉัน”...
การโต้เถียงกันรุนแรงกับแม่ ทำให้เจตรินกลับบ้านด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก อีริน่าเป็นห่วงเขามากอาสาไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำให้เขาแช่ จะได้ผ่อนคลายศรินทิพย์ เองก็เหนื่อยใจไม่แพ้ลูกชายเช่นกัน สั่งให้ศรีช่วยผสมน้ำอุ่นให้อาบ และบอกให้เธอมานอนเป็นเพื่อนตนเองคืนนี้...
เจตรินนอนแช่ในอ่างน้ำอุ่น ครุ่นคิดถึงเรื่องที่มีปากเสียงกับแม่แล้วเหนื่อยใจสุดๆหลับตาลงเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าอีริน่านั่งเท้าคางจ้องมองอยู่ ร้องทักว่าจะเฝ้าเขาทำไม
“ฉันรู้สึกว่าคุณอยู่ในห้องน้ำนานมาก กลัวคุณหลับแล้วจมน้ำค่ะ เลยมาดู” พูดจบ เธอขยับจะไป เขาเรียกไว้ ขอร้องให้เธอช่วยนวดศีรษะให้ อีริน่านวดไปทั่วศีรษะอย่างเบามือ เขาหลับตาลงอีกครั้ง รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก จับมือข้างหนึ่งของอีริน่ามาแนบอก ลูบไล้แขนเธอเล่น หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี วักน้ำราดศีรษะเขา แล้วดึงมือออก แต่เขายื้อไว้
“หัวใจคุณเต้นแรงมากค่ะ ฉันว่า...มันจะอันตราย”
“แต่คุณทำผมของผมเปียก คุณต้องสระให้ผม” แววตาของเจตรินเปลี่ยนเป็นอ้อนวอน อีริน่าเห็นแล้วใจแทบละลาย ยอมทำให้แต่โดยดี...
ดึกแล้ว ศรินทิพย์ยังนอนไม่หลับ นั่งตรวจเอกสารอยู่ที่ห้องทำงาน มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าประตูรั้ว อารดาและจิตรดาราลงจากรถโดยมีพงษ์ธรขับมาส่ง จิตรดาราถูกใจผู้ชายคนนี้มาก ถึงกับเพ้อว่าตรงสเปกของเธอพอดี อารดาแอบสะใจที่เธอตกหลุมพรางเข้าเต็มๆ...
ครู่ต่อมา จิตรดาราเดินผ่านห้องทำงาน เห็นแม่นั่งทำงานอยู่เข้าไปหอมแก้มประจบ ศรินทิพย์ยิ้มแย้มที่ลูกกลับไม่ดึกมากนัก ถามว่าไปไหนกันมา พอรู้ว่าเธอไปดูหนังกับอารดาและเพื่อนของเธอ ศรินทิพย์โล่งใจคลายความทุกข์ใจ...
ทันทีที่เห็นอารดากลับมา หวินและสมรรีบเข้ามาเสนอหน้า เธอซักว่าจัดการอีริน่าได้เรื่องอย่างไรบ้าง สมรรอให้เธอมาตรวจดูด้วยตัวเอง อารดาขยับจะไปดูห้องพักห้องใหม่ แต่หวินรั้งไว้ ขอไปเอากุญแจมาเปิดก่อนเนื่องจากอีริน่าล็อกประตู แล้วให้พวกในครัวถือลูกกุญแจไว้ สั่งว่าถ้าอารดามาถึงก็ให้ไปเบิกกุญแจมาได้
“เธอคงกลัวพวกเราเข้าไปย่ำห้องแล้วโดนคุณดาให้ทำใหม่มั้งคะ” สมรตั้งข้อสังเกต
“ก็ถ้ามันทำไม่ดี ฉันจะจิกมันทำแล้วทำอีกทั้งคืน”
ooooooo
ภายในห้องนอนของเจตริน อีริน่ากับเจตรินกำลังผลัดกันบีบนวดให้อีกฝ่ายอย่างมีความสุข ตอนที่เสียงร้องกรี๊ดๆ ของอารดาดังขึ้น เขาถึงกับสะดุ้งโหยงรีบวิ่ง ออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น อีริน่านั่งขำอยู่คนเดียวเพราะรู้ว่าอารดากรีดร้องเรื่องอะไร
เสียงแปดหลอดของอารดาทำให้คนในบ้านแตกตื่น พากันวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นอารดายืนเขย่งปลายเท้าอยู่ในห้องพักห้องใหม่ซึ่งพื้นเต็มไปด้วยขยะทั้งแห้งและเปียก ครู่ต่อมา ศรินทิพย์เรียกทุกคนไปชำระความที่ห้องโถง ด้านล่าง อารดาปราดเข้าไปเกาะแขนเจตรินที่พยายามแกะมือเธอออกแต่ไม่สำเร็จ อีริน่าหมั่นไส้เข้ามาดึงมือคู่อริออกแล้วบิดข้อมือ เธอพยายามใช้วิชาการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ทำไม่ได้
“นี่จะมาแย่งผัวแย่งเมียอะไรกันตอนนี้หา” ศรินทิพย์ต่อว่าอย่างเหลืออด
“สามีของหนูนี่ค่ะ ปล่อยให้ผู้หญิงอื่นมากอดต่อหน้าต่อตา มันทิ่มแทงใจค่ะ” อีริน่าพูดจบกอดแขนเจตรินไว้ จิตรดาราเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำ เจตรินอยากให้แม่ช่วยตัดสินเรื่องนี้ให้ ทีแรกเธอทำท่าจะไม่ยุ่งด้วย เพราะตัวเองมีส่วนแกล้งอีริน่าเช่นกัน แต่จีรณัทย์ขอให้ท่านแค่นั่งเป็นประธานโดยให้เจตรินเป็นคนซักถามเอาความจริง เธอจำต้องรับหน้าที่ อารดากล่าวหาอีริน่าว่าเอาขยะไปใส่ห้องของเธอ
เด็กสาวหยิบกล้องวีดิโอที่แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่หวินกับสมรเอาขยะมาเทเกลื่อนห้องให้เจตรินกับศรินทิพย์ดู หลักฐานมัดจำเลยดิ้นไม่หลุด ศรินทิพย์ไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อเกรงจะสาวมาถึงตัวเอง ขอให้เรื่องนี้เลิกแล้ว
กันไป แล้วสั่งห้าสาวคนรับใช้ไปช่วยกันทำความสะอาดห้องนั้นใหม่ เอาน้ำยาไปฆ่าเชื้อด้วย
“แต่ดาไม่กล้านอนห้องนั้นแล้วนะคะคุณแม่ ดาขอห้องใหม่นะคะ”
แม้ศรินทิพย์จะรำคาญที่อารดาเรื่องมาก แต่ก็สั่งให้จีรณัทย์จัดการเรื่องนี้ให้ จากนั้นทุกคนพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัว เจตรินถือโอกาสขณะอยู่กับแม่ตามลำพัง กราบขอโทษที่ล่วงเกินท่าน ศรินทิพย์ยังทำเย็นชาใส่ แต่ในใจยกโทษให้นานแล้ว ขอร้องเขาไม่ต้องมาพูดเรื่องลาออกจากราชการให้ตนได้ยินอีก เจตรินดีใจกอดแม่ไว้ ศรินทิพย์ไม่กอดตอบ ได้แต่นั่งน้ำตาซึม...
จีรณัทย์หาห้องพักห้องใหม่ให้อารดาจนได้ เป็นห้องชุด ภายในมีห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่งมีประตูเปิดถึงกันได้ เธอพอใจห้องนี้มากเพราะหวินกับสมรจะได้อยู่กับเธอได้ ไม่ต้องไปอยู่เรือนคนใช้ให้พวกนั้นแกล้งเอาอีก แล้วสั่งให้ทั้งคู่ไปขนกระเป๋าของเธอมาไว้ที่ห้องนี้...
ในเวลาเดียวกัน อีริน่าเห็นเจตรินเตรียมจะเข้านอน จัดแจงจะไปนอนห้องจีรณัทย์ เขาขอร้องให้เธอนอนห้องนี้ด้วยกัน สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอเด็ดขาด เธอเองก็อย่าทำอะไรเขาก็แล้วกัน
พูดยังไม่ทันขาดคำ อีริน่าซัดเขาโครม เจตรินไม่ทันตั้งตัวเซจะล้ม คว้าอีริน่าโดยสัญชาตญาณทำให้ทั้งคู่ล้มลงบนเตียงด้วยกัน นอนตะแคงจ้องตากันนิ่งอึ้งเหมือนต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มตั้งสติได้ก่อนรีบลุกขึ้นนั่ง หยิบรีโมตฯมาเปิดทีวีแล้วตบที่นอนข้างตัวเชิญชวนให้อีริน่ามานอน ทีวีเป็นช่องการ์ตูนพอดี
“อุ๊ยๆ เอาช่องนี้แหละค่ะ ฉันชอบดูการ์ตูน” อีริน่าเขยิบไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ เจตรินดูการ์ตูนอย่างมีความสุข เขามองรอยยิ้มน่าเอ็นดูนั้นแล้ว พลอยมีความสุขไปด้วย นับวันเขายิ่งถูกใจเด็กสาวคนนี้มากขึ้นๆ
ooooooo










