ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สะใภ้หัวแดง

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • อุบลพรรณ วิลันดา
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • จินทรภิม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • นนทนันท์ ธัญญาสิริทรัพย์และประทุม มิตรภักดี
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดีด้าวิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ธนพล นิ่มทัยสุข,ไปรยา สวนดอกไม้

สะใภ้หัวแดง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีริน่าสาวน้อยลูกครึ่งไทย-รัสเซีย ซึ่งชอบแต่งตัวคล้ายเด็กผู้ชาย ซ่อนผมแดงยาวสลวยไว้ในหมวกใบเก่า ได้เงินจากการขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเพียงน้อยนิด พยายามขอซื้อไก่ย่างด้วยเงินเท่าที่มี แต่เจ้าของร้านกลับขับไล่ไสส่ง หนำซ้ำยังดูถูกว่าเป็นแค่ขอทาน เธอถึงกับปรี๊ดแตก

“ไอ้บ้า หน็อยแน่ ดูถูกว่าเรากระจอกเป็นขอทาน ขอซื้อดีๆไม่ขาย ก็ขอเป็นหัวขโมยสักครั้งเพื่อแม่” อีริน่า ว่าแล้วคว้าไก่ที่ห่อกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์ไว้อย่างดี วิ่งหนี เจ้าของร้านร้องเอะอะให้คนแถวนั้นช่วยกันจับตัวส่งตำรวจ ขณะเด็กสาวกำลังวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกเล็กๆ พลันเสียงพริมผู้เป็นแม่ดังขึ้นในหัว

“จำไว้นะอีริน่า แม้ว่าเราจะยากจนข้นแค้นแสนสาหัสเพียงใด ต้องนับถือตนเอง อย่าดูถูกศักดิ์ศรีตัวเองด้วยการทำผิดกฎหมาย ไร้ศีลธรรม เช่น ขโมยของคนอื่น”

อีริน่าจะโยนไก่ตัวนั้นทิ้ง แต่วิ่งชนกับชายขี้เมาสวมหมวกหลุบต่ำคนหนึ่งล้มคว่ำไปด้วยกันเสียก่อน ไก่ตกไปที่ร่างชายคนนั้น ส่วนขวดเหล้าในมือของเขาตกพื้นแตกกระจาย เธอไม่รอดูผลงานรีบวิ่งไปแอบหลังถังขยะ เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าของร้านไก่ และตำรวจวิ่งเลี้ยวหัวมุมมา ไม่ทันเห็นชายขี้เมา สะดุดล้มกลิ้งระเนระนาด

เจ้าของร้านไก่โมโหที่ตามหัวขโมยไม่ทัน พาลเตะต่อยชายขี้เมาหาว่าเป็นพวกเดียวกับหัวขโมย ตำรวจเลยจับเขาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วพาตัวไปสถานีตำรวจ อีริน่าซึ่งแอบอยู่หลังถังขยะค่อยๆโผล่หัวขึ้นมา

“เสียงเงียบไปหมดแล้ว ขี้เมาคนนั้นคงเจ็บแย่ เพราะเราแท้ๆ” เด็กสาวเอะใจ รีบวิ่งไปดู เห็นว่าชายขี้เมาก็คือนิโคลัยพ่อของตัวเองนอนหมวกหลุดลุ่ยตอนที่โดนทำร้าย ในมือกอดไก่ไว้แน่น

“ปาปา เมาอีกแล้ว กลับบ้านกันเถิดปาปา มามาไม่สบายรอกินอาหาร ป่านนี้มามาคงหิวมากแล้ว”

นิโคลัยได้ยินลูกเอ่ยถึงเมียรัก ค่อยได้สติขึ้นมาบ้าง จากนั้นอีริน่าประคองพ่อมุ่งหน้ากลับบ้าน...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานทูตไทยประจำกรุงมอสโก เจตรินหนุ่มนักการทูตขุ่นเคืองใจมากที่ศรินทิพย์แม่ของตัวเองแจ้งมาทาง Skype ว่าตกลงใจหมั้นหมายอารดาให้เขาแล้ว ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวด้วย อารดารีบยื่นหน้าเข้ามาในจอคอมพิวเตอร์ พร้อมกับชูแหวนหมั้นที่ศรินทิพย์เป็นคนสวมแทนลูกชายให้ดูเป็นการยืนยันว่าเราสองคนหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว ต่อหน้าแม่ของเธอที่เพิ่งจากไป

“แม่จะให้ลูกทั้งสองแต่งงานกันทันทีที่ลูกกลับถึงเมืองไทย”

“คุณแม่! ผมไม่ได้รักอารดา ไม่เคยแม้แต่คิดจะรัก หรืออยากจะรัก” เจตรินทำหน้าเหมือนอยากจะกลั้นใจตายเสียให้ได้ แต่ดูเหมือนสองสาวต่างวัยที่เขา Skype ด้วยจะไม่สนใจ พากันหัวเราะอย่างมีความสุข เจตรินตัดการติดต่อ แล้วนั่งบ่นอยู่คนเดียวอย่างขัดอกขัดใจว่าไม่อยากแต่งงานกับอารดา

ยูริซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง แนะว่าถ้าไม่อยากแต่งก็อย่าแต่ง เจตรินตกใจหันขวับไปต่อว่าว่ามาแอบฟังตนหรือ เขารีบออกตัวว่า ไม่ได้คิดจะแอบฟัง แต่บังเอิญเจตรินบ่นเสียงดังไปหน่อย แล้วเสนอทางออกให้

“หาภรรยารัสเซียสักคนสิครับ พากลับไปเมืองไทยด้วยกัน ง่ายจะตาย”...

ด้านพริมไม่ยอมแตะต้องไก่ที่สองพ่อลูกเอามาให้ เพราะรู้ดีว่าไก่ราคาแพงไม่มีทางที่ทั้งคู่จะมีเงินซื้อ ต้องได้มาอย่างไม่ถูกต้อง คิดหาทางส่งลูกกลับเมืองไทย ถ้าขืนให้อยู่รัสเซียต่อไปลูกต้องเสียคนเข้าสักวัน

ooooooo

มิคาอิลเจ้าพ่อมาเฟียสั่งให้สมุนของตนเองลากตัวนิโคลัยมาซ้อมฐานติดหนี้การพนันแล้วไม่มี เงินจ่ายและยังเย้ยหยันซ้ำว่าเขาเคยเป็นถึง เค.จี.บี.ผู้เก่งกาจร่ำรวยกลับเสียท่าไปหลงรักผู้หญิงไทยจนต้องลาออกจากงานมาเป็นหนี้เป็นสิน แต่ในฐานะที่เราสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน จึงเสนอให้มาทำงานกับตนเพื่อลดหนี้

“ลูกเมียฉันไม่มีวันยอมให้ฉันมาทำงานกับมาเฟียโฉดอย่างแก”

มิคาอิลตบหน้านิโคลัยฉาดใหญ่ แล้วสั่งให้สมุนลากตัวออกไป...

ในเวลาต่อมา ขณะอีริน่ากำลังปรึกษากับอเล็กซ์คู่หูของเธออยู่แถวหน้าบ้านเช่าว่าจะเอาเหรียญตรา

ของพ่อไปขายให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการของที่ระลึกที่เป็นของแท้ มิคาอิลกับพวกสมุนลากนิโคลัยที่หน้าตาบวมปูดเข้ามา เธอไม่พอใจมากที่เห็นพ่อโดนซ้อมปรี่เข้า

ไปอัดมาเฟียใหญ่กับสมุนล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้วเหยียบยอดอกมิคาอิลไว้ สมุนสองคนตะกายจะเข้าไปช่วยเจ้านาย แต่เจอนิโคลัยเตะต่อยชุดเดียวลงไปหมอบกับพื้น

“แกเป็นใคร บังอาจมาทำร้ายปาปาของฉัน”อีริน่า ตวาดลั่น

“ปาปาของฉัน?...นี่ลูกชายแกหรือนิโคลัย เสียดายมากที่ไม่ใช่ลูกสาว”

สองพ่อลูกรีบเออออไปด้วย แม้มิคาอิลจะเสียดายที่นิโคลัยไม่มีลูกสาว แต่ในเมื่อเขามีลูกชายหน่วยก้านดีแบบนี้ จึงชวนให้มาทำงานด้วยกัน เพราะชื่นชอบเด็กหนุ่มเก่งๆนิโคลัยปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดว่าจะไม่ยอมให้ลูกไปทำงานกับมาเฟียเด็ดขาด แล้วไล่เขากลับ อีริน่าอดถามไม่ได้ว่าผู้ชายที่เล่นงานพ่อตัวเองเป็นใคร

“เราเป็นเพื่อนกัน” นิโคลัยอ้อมแอ้ม

“เคยเป็นต่างหาก แต่ตอนนี้เขาคือลูกหนี้ของฉัน... แกอยากปลดหนี้ให้พ่อไหม แกมาทำงานให้ฉัน แล้วพ่อแกจะหมดหนี้ทันที” มิคาอิลพยายามเกลี้ยกล่อม แต่นิโคลัยยืนกรานไม่ยอมให้ลูกไปทำงานด้วย เขาจะให้โอกาสนิโคลัยคิดดูอีกครั้ง พรุ่งนี้ให้ไปพบเขาที่ออฟฟิศ ก่อนจะหันไปถามอีริน่าว่าทำมาหากินอะไร พอรู้ว่าขายของให้นักท่องเที่ยว กำชับว่าห้ามไปขายในถิ่นของเขาเด็ดขาด นอกเสียจากจะทำงานให้เขาเท่านั้น แล้วเดินนำสมุนกลับ อีริน่าอยากรู้ว่าพ่อเป็นหนี้มิคาอิลเท่าไหร่ แต่ท่านไม่ยอมบอก แถมสั่งห้ามพูดเรื่องนี้ให้พริมรู้เด็ดขาด...

ทางฝ่ายยูริยังคงยุให้เจตรินรีบหาคนรักให้ไวที่สุดจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับอารดาซึ่งเขาไม่ได้รัก

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะที่อีริน่ากับอเล็กซ์กำลังเดินขายของให้นักท่องเที่ยวอยู่แถวจัตุรัสแดง สมุนร่างยักษ์สองคนของมิคาอิลมาพบเข้า ทั้งคู่พากันวิ่งหนีเข้าไปในซอยลับสายตาผู้คน อเล็กซ์หนีไม่ทันถูกจับตัวไว้ อีริน่าต่อรองจะยอมไปพบมิคาอิล ถ้าพวกสมุนปล่อยคู่หูของเธอเป็นอิสระ พวกนั้นหลงเชื่อยอมทำตาม เธอกลับวิ่งหนี

สมุนของมิคาอิลวิ่งไล่อีริน่าจนทัน ดักหน้าดักหลังไม่ให้หนี เธอเปิดฉากบู๊เข้าใส่พวกนั้นแบบไม่ให้ตั้งตัวติด เด็กสาวเรียนการต่อสู้มาจากพ่อซึ่งเป็น เค.จี.บี.ฝีมือจึงเหนือกว่าพวกนั้นมาก...

ด้านเจตรินหนีรถติดบนถนนใหญ่มาตามซอยแคบๆ ลัดเลาะจะไปที่สถานทูตไทย ต้องกระแทกเบรก หัวทิ่มเมื่อสมุนของมิคาอิลคนหนึ่งลอยมาตกบนกระจกหน้ารถพอดิบพอดี เขาพยายามตะกายจะให้ตัวหลุดออกจากกระจก ยังไม่ทันจะลุก เพื่อนสมุนถูกถีบลอยตามมา เจตรินกำลังจะลงจากรถเห็นเต็มตาว่าคนตัวเล็กถีบคนตัวใหญ่กว่าให้ลอยตามเท้าได้โดยที่ยังมองไม่ออกว่าคนถีบเป็นชายหรือหญิง เขาหลบวูบตามสัญชาตญาณ

สมุนร่างยักษ์ลอยมาหล่นกระแทกกระโปรงหน้ารถยุบ เจตรินถึงกับหลับตากุมหัวเมื่อนึกถึงค่าซ่อม อีริน่า พุ่งตามมากระทืบสมุนซ้ำจนรถโคลงทั้งคัน คราวนี้ชายหนุ่มนักการทูตเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น หนึ่งในสมุนเหลือบเห็นป้ายทะเบียนรถสถานทูตติดอยู่ก็ตกใจตาเหลือก รีบร้องบอกเพื่อน

“เฮ้ย...แย่แล้ว รถสถานทูต”

อีริน่าชะงักโดดลงมามองป้าย ขณะที่สมุนร่างยักษ์ทั้งสองคนวิ่งหนีตัวปลิวไปแล้ว เธอขยับจะวิ่งหนีบ้างแต่เจตรินเงยหน้าขึ้นมองพอดีเห็นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น โกรธมากแต่ยังรักษาวาจาสุภาพแบบนักการทูตไว้

“อ้าวคุณ อย่าหนีสิครับ ทำรถราชการพังแล้วหนีไม่มีมารยาทนะครับ”

เด็กสาวขำกลิ้งวิ่งต่อไปไม่ไหว “คุณชายมารยาทงาม รถพังทั้งคันยังด่าไม่เป็นเลย...ก๊ากๆๆๆ” แล้ววิ่งถอยหลังกลับมาหา ชายหนุ่มใจชื้นนึกว่าจะมาเจรจาค่าเสียหาย เธอกลับดึงหมวกหลุบต่ำ หยุดวิ่งแล้วส่ายก้นกวนประสาท หันมาทำหน้าทะเล้นใส่ก่อนจะวิ่งหนีจากไปอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับส่ายหน้า มั่นใจว่าคนที่ทำอะไรห่ามๆขนาดนี้ได้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น พลันมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น

“ครับคุณแม่...อะไรนะครับ ผมไม่ว่างครับ” เจตรินตัดสายทันที...

แม้จะขายของได้เงินมาน้อยไม่พอค่ายารักษาแม่ แต่อีริน่าก็ไม่ย่อท้อ ตัดสินใจจะไปลองหาลูกค้าที่โรงแรมซึ่งวิกเตอร์เพื่อนของเธอทำงานเป็นดอร์แมนที่นั่น

ooooooo

อีริน่าต่อว่าพ่อยกใหญ่เมื่อรู้ว่าท่านจะไปทำงานให้มิคาอิล ทั้งๆที่รู้แก่ใจดีว่าหมอนั่นเลวไม่เกรงใจใคร นิโคลัยต้องขยิบตาเป็นทำนองให้ลูกเบาเสียงลงหน่อย เดี๋ยวแม่ของเธอได้ยินเข้าจะยุ่ง แต่สุดท้ายพริมก็รู้จนได้ ประกาศลั่นจะยอมตายดีกว่าเอาเงินสกปรกพวกนั้นมาซื้อยารักษาตนเอง

“อย่าดื้อสิที่รัก ขอเพียงให้คุณหาย จากนั้นเราจะเริ่มต้นกันใหม่ ผมกำลังพยายามเลิกเหล้า เลิกบุหรี่”

“พยายามมาตั้งแต่คุณลาออกจากงานจนป่านนี้ลูกโตยังไม่สำเร็จ มองหน้าคุณก็รู้ว่าติดการพนันเป็นหนี้มัน และอาจกำลังก้าวหน้าไปถึงขั้นเป็นทาสยาเสพติด เพราะไปทำงานกับคนเลวอย่างมัน”

เด็กสาวเห็นพ่อกับแม่เถียงกัน เดินเลี่ยงเข้าห้องตัวเอง รวบรวมเหรียญตราโบราณของพ่อยัดใส่กระเป๋าเสื้อแล้วรีบกลับออกมา ได้ยินพ่อบอกกับแม่ว่า

“ผมจำใจทำงานกับมันเพราะมันต้องการให้อีริน่าไปทำงานกับมัน พริมก็รู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน ถ้าลูกไปทำงานกับมัน ที่รักอย่าโกรธผมเลย ผมทำไปเพื่อปกป้องลูกของเรา” นิโคลัยเหลือบเห็นลูกค่อยๆย่องจะออกจากบ้านร้องถามว่าจะไปไหน เธอหยุดกึก หันมาบอกว่าจะไปหาที่ขายของแหล่งใหม่แล้วขยับจะไป อารามรีบร้อน อีริน่าทำเหรียญหล่นจากกระเป๋า พริมร้องทัก นั่นเหรียญเกียรติยศของพ่อไม่ใช่หรือ จะเอาไปไหน

“เอาไปขายให้ได้เงินบริสุทธิ์มาซื้ออาหาร ซื้อยามารักษามามา เพราะว่าเหรียญนี่มันกินแทนอาหารและยารักษาโรคของมามาไม่ได้” อีริน่าก้มเก็บเหรียญแล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที พริมทนต่อไปไม่ไหว จะรีบหา เงินซื้อตั๋วเครื่องบินส่งลูกกลับเมืองไทยโดยเร็ว ก่อนที่มิคาอิลจะรู้ว่าลูกเป็นผู้หญิง...

จากนั้นไม่นาน ที่ล็อบบี้ของโรงแรมหรูกลางกรุงมอสโก เจตรินหงุดหงิดมากที่อารดามาหาโดยไม่บอก กล่าวกันก่อน แถมยังให้แม่ของเขาโทร. มาบังคับจิตใจเขาอีก เธอแก้ตัวว่ามามอสโกตั้งแต่เมื่อวาน พยายามโทร.หาเขาทั้งวันแต่เขาไม่รับสาย ถ้าแม่ของเขาไม่ได้มาโทร.ดักไว้ก่อน ให้มาหาเธอวันนี้ เขาก็คงแกล้งทำเฉยต่อไป

“ผมไม่ได้เฉย ผมไม่ว่าง ต้องไปทำงานกับท่านทูต ดาครับ คนมองกันใหญ่แล้ว ไปนั่งกันเถิดครับ” เจตรินว่าพลางพยายามแกะมือตุ๊กแกของอารดาออก แต่เธอเกาะแน่นไม่ยอมปล่อย...

อีกมุมหนึ่งหน้าประตูทางเข้าโรงแรม วิกเตอร์เห็นอีริน่าแนบหน้ากับกระจก มองเข้ามาถึงกับตัวแข็งเพราะผู้จัดการกำลังเดินตรวจดูความเรียบร้อยอยู่ไม่ไกลนัก เขาพยายามส่งสัญญาณให้เพื่อนรู้ แต่เธอทำท่าเป็นทำนองให้เขาเปิดประตูให้ ผู้จัดการเห็นท่าทางแปลกๆ ของวิกเตอร์เลยเดินมาดู อีริน่ารู้งานรีบหลบได้ทัน

วิกเตอร์ถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้ จังหวะนั้นมีแขกต่างชาติของโรงแรมเดินมาที่ประตูทางเข้า ชายหนุ่มรีบเปิดรับ อีริน่าสบช่องผลุบตามหลังแขกกลุ่มนั้นเข้าไปด้านใน มองหาคนที่จะขายของที่ระลึกให้

ooooooo

อารดาน้อยใจมากที่เจตรินทำเฉยไม่ดีใจที่เจอตนเอง หนำซ้ำยังอ้างติดงานโน่นนี่สารพัดไม่ยอมพาไปเที่ยว ทั้งๆที่เธอมีเวลาอยู่กับเขาแค่คืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้จะต้องไปยุโรปกับคณะทัวร์ จึงแสร้งปล่อยโฮที่เขาเห็นงานดีกว่าคู่หมั้น ผู้คนแถวนั้นพากันจ้องเธอเป็นตาเดียวกัน เจตรินต้องรีบขอโทษเพื่อให้เธอสงบ

“อย่างนั้นถ้ากลับมานี่ ดาจะวนมาอีกครั้ง แล้วพาดาเที่ยวให้สนุกนะคะ”

“เสียใจครับ คือผมครบวาระสี่ปีที่นี่ กำลังเตรียมตัวกลับเมืองไทยเดือนหน้า ผมรีบมาพบดาและต้องรีบกลับ ดาไปสมทบกับคณะทัวร์ของดานะครับ” เจตรินตัดบทเสร็จ ลุกขึ้นจะไป อารดาลุกตามไปรั้งตัวไว้ อีริน่ากำลังสอดส่ายสายตาหานักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ไม่ทันดูทางชนเธอเข้าเต็มๆ อารดาคิดว่าคนเดินชนเป็นผู้ชายโวยวายลั่นว่าเป็นพวกโจรล้วงกระเป๋า หรือไม่ก็เป็นพวกชอบลวนลามผู้หญิง

“ไม่ใช่ ฉันมาขายของต่างหาก”

ทั้งคู่ตกใจที่อีิริน่าพูดไทยได้ชัดเจน พากันจ้องเขม็ง เด็กสาวจำเจตรินได้ว่าเป็นโจทก์เก่า รีบก้มหน้าดึงหมวกหลุบต่ำ อารดาไม่พอใจ พาลหาเรื่องด่าว่าไปถึงแม่ของเธอ อีริน่าทนไม่ไหวคว้าขวดซอสแถวนั้นเทใส่หัว

“นี่แน่ะดูถูกแม่ฉัน แกนั่นแหละท่าทางเหมือนกำลังอยากนอนกับไอ้บ้านี่กลางล็อบบี้โรงแรม”

อารดากรีดร้องโรงแรมแทบแตก อีริน่ากลัวเจตรินจะจำหน้าได้รีบหันหลังจะไป เขาดึงแขนไว้ เธอสะบัดหลุด ก่อนจะวิ่งหนี เจตรินเห็นหน้ายังไม่ถนัด จึงจำไม่ได้ แต่ก็วิ่งตามโดยมีอารดาเกาะแขนตามจะไปเอาเรื่อง

ทั้งคู่ตามอีรีน่าทันตรงประตูทางเข้าโรงแรม เจตรินขอร้องให้เธอหยุดคุยกันก่อน แต่เธอไม่สนใจ อารดาคว้าของใกล้มือจะขว้างใส่ อีิริน่าเหมือนมีดวงตาด้านหลัง เบี่ยงตัวหลบทันแล้วคว้าของชิ้นนั้นปาคืน โดนอารดาเต็มหน้า คราวนี้เจตรินเห็นเธอชัดเต็มสองตาก็จำได้

“นายนี่เอง อย่าหนีสิ”

อีริน่าไม่ฟัง รีบเผ่นแน่บ เจตรินไล่ตามไปติดๆ ไม่สนใจคู่หมั้นตัวเองที่ตะโกนเรียกให้ช่วย เด็กสาววิ่งมาถึงถนนใหญ่ โดยมีหนุ่มนักการทูตวิ่งไล่ มิคาอิลขับรถผ่านมาเห็นพอดี รีบเบนรถจอดข้างทางขยับจะลงไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเจตรินพุ่งรวบตัวอีริน่าจากด้านหลัง แต่คว้าได้เพียงหมวกที่เธอสวมอยู่

เจตรินและมิคาอิลต่างตะลึงที่เห็นผมยาวสลวยสีแดงยิ่งเพิ่มความงดงามให้อีริน่า ถึงกับอุทานขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่า “เด็กผู้หญิง” อีริน่าไม่พอใจมากที่เจตรินรู้ความลับของตัวเอง

“แล้วไง จะทำร้ายผู้หญิงหรือ ใส่ร้ายกันวันก่อนยังไม่พอใจใช่ไหม ฉันก็แค่วิ่งหนีคนร้าย ใครจะอยากทำรถนายพัง อยากได้เงินค่าซ่อมรถใช่ไหม นายต้องซื้อของฉันก่อนแล้วจะคืนให้ก็ได้ ฉันน่ะแมนกว่านายอีกนะ”

เจตรินไม่ต้องการพูดเรื่องค่าซ่อมรถ แนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำที่นี่ มีหน้าที่สอดส่องดูแลทุกข์สุขของคนไทยทั้งหมด ถ้าเธอมีปัญหาอะไรก็ให้คุยกับเขาได้เลย อีริน่าจะคุยก็ต่อเมื่อเขายอมซื้อของที่ระลึกของเธอก่อน และขอรับเงินเป็นดอลลาร์ไม่เอารูเบิล จากนั้นก็เอาเหรียญตราโบราณของพ่อให้ดู เจตรินเลือกซื้อหนึ่งชิ้น ราคาสิบดอลลาร์ แล้วเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินยี่สิบดอลลาร์ยื่นให้

อีริน่าเห็นเงินเป็นปึกในกระเป๋าถึงกับตาวาว นึกถึงค่ารักษาพยาบาลของแม่ขึ้นมาทันที เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวาน แล้วแกล้งหน้ามืดจะเป็นลม  เซเข้าหาเจตรินซึ่งไม่ทันระวังตัว เธอฉกกระเป๋าสตางค์ของเขาใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองไว้ ยืดตัวตรงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ขอบคุณมาก ค่อยยังชั่วแล้ว ไปก่อนนะ” อีริน่าวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนของเจตริน มิคาอิลขยับจะเข้าไปเล่นงานชายหนุ่มแปลกหน้าเพราะคิดว่านิโคลัยปิดบังเรื่องมีลูกสาวเพื่อกันไว้ให้หนุ่มคนนี้ แต่ต้องหยุดกึกอีกครั้งเมื่อเห็นป้ายทะเบียนรถทูตของเจตริน รีบถอยกลับขึ้นรถตัวเองแทบไม่ทัน...

ครู่ต่อมา เจตรินกลับมาหาอารดาที่โรงแรม เธอยังหงุดหงิดไม่หายที่โดนอีริน่าเล่นงานจนหัวปูด ถามเขาว่าจับไอ้เด็กบ้านั่นส่งตำรวจแล้วใช่ไหม เขาทักท้วงว่าไม่ใช่ไอ้ เด็กนั่นเป็นผู้หญิง แล้วรีบขอตัวกลับก่อน

“ผู้หญิง! ตายแล้ว มันจ้องจะจับเจต เจตกลับมานะ

เจตจะไปหาอีเด็กนั่น ไม่ยอมๆๆ” อารดาเต้นเร่าๆ...

ทางฝ่ายมิคาอิลไม่รอช้า  สั่งให้สมุนลากตัวนิโคลัยมาสั่งสอนแล้วจับกรอกเหล้าฐานปิดบังเรื่องลูกสาว ข่มขู่ถ้าอยากปลดหนี้ต้องเอาตัวเธอมาสังเวยเขา นิโคลัยปฏิเสธว่าทำกับลูกแบบนั้นไม่ได้ มาเฟียจอมโฉดไม่พอใจทั้งเตะทั้งต่อยจนล้มฟุบ  แล้วสั่งให้สมุนเอาตัวไปขัง เพราะเขามีแผนเด็ดเตรียมไว้ให้นิโคลัย

ooooooo

แทนที่อีริน่าจะดีใจที่ได้เงินมากมายเป็นค่ารักษาแม่แถมยังเหลือพอซื้ออาหารและเป็นค่าเช่าบ้านได้อีกหลายเดือน แต่คำสั่งสอนของแม่ที่ให้เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่คดโกงไม่ลักขโมยของของคนอื่นผุดขึ้นมาในหัว

ความดีกับความเลวตีกันยุ่งไปหมด ทำให้เด็กสาวตัดสินใจจะไม่ใช้เงินที่ขโมยมาจากเจตริน ใช้เงินเพียงยี่สิบดอลลาร์ค่าเหรียญตราของพ่อที่ขายให้เขาไปซื้อยาที่ร้ายขายยาของดิมิทรีผู้เอื้ออารีเท่านั้น...

กว่าเจตรินจะรู้ตัวว่ากระเป๋าสตางค์หายเป็นตอนที่แต่งตัวเต็มยศเตรียมจะไปงานของสถานทูต เขามั่นใจเกินร้อยว่าอีริน่าเป็นคนเอาไป รีบโทร.หายูริ

“ผมต้องการตามหาเด็กผู้หญิงลูกครึ่งไทย-รัสเซียคนหนึ่ง ฐานะยากจน ด่วน”

ยูริถึงกับกุมขมับที่เจตรินมีข้อมูลให้แค่นี้ แล้วยังจะขอแบบเร่งด่วนอีก...

ด้วยความที่อีริน่าเป็นเด็กดี กตัญญูพ่อแม่ ทำให้ผู้คนในชุมชนยากจนของมอสโกรักและเอ็นดู วันนี้เธอแวะไปที่ตลาดสดใกล้บ้าน ป้ามาเรียกับพวกแม่ค้ารวบรวมผักและมันฝรั่งที่สภาพไม่สวยแต่ยังกินได้ไว้ให้เธอกับแม่ และยังมีหมูสามชั้นแถมให้อีก อีริน่าโผกอดป้ามาเรีย น้ำตาซึม หวังว่าสักวันจะมีโอกาสตอบแทนทุกคนบ้าง

“เป็นคนดีก็ถือว่าตอบแทนชุมชนแล้วล่ะอีริน่า รีบไปเถอะ แม่จะรอ”...

ไม่นานนัก อีริน่าก็กลับถึงบ้าน เธอรีบเข้าห้องตัวเองเอากระเป๋าของเจตรินมาวางบนเตียงแล้วหยิบกระป๋องใส่เงินออมมาเปิดดู สะท้อนใจที่เงินในกระป๋องซึ่งเธอเก็บสะสมมานานยังมีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเงินในกระเป๋าใบนั้น แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีเงินพอซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองไทย

ได้ จังหวะนั้น เสียงพริมดังขึ้นก่อนตัวจะตามเข้ามาว่ากำลังทำอะไรอยู่ลูก อีริน่าตาเหลือกรีบวิ่งไปนั่งทับกระเป๋าสตางค์ของเจตรินไว้

พริมสะดุดใจกับอาการลุกลี้ลุกลนของลูก แต่ไม่พูดอะไร อีริน่าคุยว่ากำลังนับเงินในกระป๋องอยู่ คิดว่าจะยกให้พ่อกับแม่เอาไว้ใช้ แล้วถามว่าเราไม่มีญาติอยู่ในเมืองไทยเลยหรือ แววตาของพริมฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะปรับเป็นปกติ ยังไม่ทันจะตอบคำถามของลูก มีเสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้น

“เปิดประตูหน่อย พานิโคลัยมาส่ง”

เด็กสาวลุกขึ้นจะไปเปิดรับ แต่นึกได้ว่าต้องซ่อนกระเป๋าสตางค์ไว้ ทำเป็นเซลงไปนั่งอย่างเดิม พริมเห็นปลายกระเป๋าแวบๆยังดูไม่ออกว่าเป็นอะไร แต่มั่นใจว่าลูกมีบางอย่างปิดบัง จัดแจงลุกขึ้นไปเปิดประตูเอง เธอถึงกับร้องเอะอะเมื่อเห็นสภาพยับเยินของสามีตัวเอง สมุนสองคนของมิคาอิลกลับหัวเราะชอบใจ และยังฝากคำพูดของมิคาอิลมาให้ด้วยว่าถ้าไม่อยากให้นิโคลัยถูกทำร้ายอีก ให้ส่งอีริน่าไปให้เจ้านายของพวกตน

อีริน่าได้ยินเสียงแม่ร้องรีบวิ่งออกมาดูโดยถือกระเป๋าสตางค์ของเจตรินแอบๆไว้ เห็นพ่อถูกทำร้ายปราดเข้าไปเอาเรื่อง แต่พวกนั้นผละจากไปเสียก่อน พริมบอกให้ลูกช่วยพาพ่อเข้าไปในบ้าน อีริน่าทำกระเป๋าหล่น เผยให้เห็นเงินปึกใหญ่ข้างใน เธอรีบเก็บกระเป๋า แล้วพาพ่อเข้าบ้านแต่ไม่พ้นสายตาจ้องจับผิดของพริม...

ขณะที่พริมจับพิรุธของลูกได้ เจตรินกำลังหงุดหงิดที่ถูกอีริน่าฉกกระเป๋าสตางค์ไป ตั้งใจมั่นจะต้องรู้เรื่องราวของเด็กสาวคนนี้ให้ได้ว่ามีปัญหาเรื่องเงินเพราะอะไร ทันใดนั้น อารดาโทร.มากวนใจ จะขอสั่งลาก่อนจะจากกัน เจตรินรีบอวยพรให้เธอโชคดี เดินทางปลอดภัยแล้วรีบตัดบทอ้างแบตเตอรี่หมด ก่อนจะวางสาย...

ในที่สุดอีริน่าก็ถูกพริมจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังหาที่ซ่อนกระเป๋าสตางค์ที่ไม่ใช่ของตัวเอง เธอต่อว่าลูกทั้งน้ำตาที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนที่ห้ามขโมยของของคนอื่น อีริน่าสำนึกผิด ก้มกราบแทบเท้าแม่ที่ทำให้เสียใจ อ้างว่าทำไปเพราะโกรธที่เขาดูถูกว่าตนเองยากจนเลยอยากจะทำให้เขาเดือดร้อนบ้าง

“หนูไม่ได้เอาเงินเขาใช้เลยนะมามา หนูคิดจะเอาไปคืนเขาแต่ยังไม่กล้าหนูกลัวเขาบอกตำรวจจับหนูค่ะ”

พริมนั่งลงกอดลูกไว้ สั่งสอนว่าอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้ ทำลายอนาคตคนมานักต่อนักแล้ว บอกให้ลูกเอากระเป๋าสตางค์ไปคืนเจ้าของวันพรุ่งนี้ ก่อนจะค้นหานามบัตรในนั้นมาดู ถึงกับตกใจ มือไม้สั่นเมื่อเห็นชื่อและนามสกุลของเจ้าของกระเป๋า “นายเจตริน ไอศูรย์ศรินทร์”

ooooooo

นิโคลัยรู้เรื่องที่ลูกขโมยเงินตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เขาโทษตัวเองที่ตกงานทำให้ลูกต้องลำบาก ต้องไปขโมยเงินคนอื่น สัญญากับเธอว่าจะหางานสุจริตทำให้ได้ อีริน่ามีเรื่องคาใจอยู่เรื่องหนึ่ง เมื่อวานนี้ตอนที่แม่ เห็นนามสกุลของเจ้าหน้าที่สถานทูตเจ้าของกระเป๋าสตางค์คนนั้นแล้ว ทำไมต้องตกใจมากมายนัก

“เขานามสกุลอะไรหรือ”

“นามสกุลไอศูรย์ศรินทร์ค่ะ” คำตอบของอีริน่าทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับเงียบกริบ ไม่พูดอะไรอีก...

ในเวลาต่อมา อีริน่านำกระเป๋าสตางค์มาคืนเจตรินที่หน้าสถานทูต ไม่อยากเข้าไปข้างในเพราะการแต่งตัวซอมซ่อของตัวเอง พอเขาเห็นหน้าเธอเท่านั้น ต่อว่าต่อขานยกใหญ่ที่ริอ่านเป็นโจร อีริน่าไม่พอใจ สั่งให้หยุดพูดแบบนั้น เธอไม่ใช่โจร แล้วบอกให้เขารับกระเป๋าสตางค์คืนไป เธอจะรีบกลับไปดูแลแม่ที่ป่วย

ชายหนุ่มฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าจากประวัติที่ให้ยูริสืบเรื่องของอีริน่า จึงรู้ว่าพริมแม่ของเธอคือหญิงไทยลึกลับ เพราะไม่ยอมแจ้งรายละเอียดใดๆ ไว้ที่สถานทูต ทำให้เขายิ่งอยากรู้เรื่องผู้หญิงคนนี้ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการตายของอาของเขาเมื่อสิบกว่าปีก่อน จึงต่อรองจะไม่เอาเรื่อง ถ้าอีริน่าพาไปพบพริม เธอแปลกใจที่เขารู้จักชื่อแม่ของเธอ เจตรินคุยอวดว่าตนเองรู้เรื่องราวของคนไทยทุกคนที่อยู่ที่นี่เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง

อีริน่าไม่ยอมพาไปพบแม่ ถ้าเขาอยากจะแจ้งตำรวจมาจับก็เชิญได้เลย จังหวะนั้น ยูริวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งเจตรินว่าท่านทูตต้องการพบ เด็กสาวเห็นเขาเผลอ ปากระเป๋าเงินใส่แล้ววิ่งหนี เจตรินส่วยหัวบ่นอุบ

“แก่นแก้วเหลือรับจริงๆ เลย...คุณยูริ ได้รายละเอียดของเด็กคนนี้ให้ผมหรือยังครับ”

ยูริได้ทุกอย่างที่เจตรินต้องการเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยิ้มพอใจที่อีริน่าไม่มีทางหนีไปไหนพ้น...

หลังจากเคลียร์งานกับท่านทูตเรียบร้อย เจตรินตรงไปยังบ้านเช่าของอีริน่า ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย ยัยเด็กแสบปราดมาขวางไว้ ว่าประชดว่ามารยาทดีนักหรือถึงได้บุกบ้านคนอื่นโดยที่เขาไม่ได้เชิญและไม่เต็มใจแบบนี้ เจตรินอ้างว่ามีความจำเป็นต้องมาพบแม่ของเธอ

“แต่แม่ฉันไม่มีความจำเป็นต้องคุยกับคุณ” อีริน่าพูดจบเป่าปากส่งสัญญาณ เด็กตัวเล็กตัวน้อยกรูกันล้อมกรอบเจตรินไว้ เขามองเด็กๆแก๊งอมยิ้มอย่างเอ็นดู

ปนขำ อีริน่าขู่ถ้าไม่กลับไปดีๆ จะให้เพื่อนร่วมแก๊งปาไข่เน่าใส่ แล้วสงสัญญาณให้เด็กๆ ช่วยกันผลักดันเจตรินออกไป

“ถึงฉันจะจน การศึกษาน้อยกว่าคุณ ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของฉันได้ตามใจคุณ คุณเป็นผู้ใหญ่ ทำงานที่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ คุณไม่ควรทำอะไรอย่างนี้”

เจตรินถึงกับสะอึกที่โดนเด็กสาวด่า ระหว่างนั้น พริมถือกล่องขนมเดินเข้ามายื่นให้ เพราะรู้เท่าทันว่าเขาจะมาขุดคุ้ยเรื่องในอดีตของตัวเอง ชายหนุ่มปากหวาน ชมว่าแค่เห็นขนมก็รู้แล้วว่าอร่อยและเป็นฝีมือชั้นสูง

“ดิฉันเป็นลูกแม่ค้าค่ะ ครอบครัวทำขนมไทยขาย ถือว่ายากจน พ่อแม่มีลูกเยอะ วันหนึ่งดิฉันพบกับพ่อของอีริน่า เขาโก้ รวย ดิฉันอยากหลุดพ้นความยากจนเสียที ตัดสินใจหนีตามเขา เรื่องของดิฉันมีแค่นี้เองค่ะ”

เจตรินไม่ปักใจเชื่อ ซักอีกว่าทำไมพริมถึงไม่เข้าร่วมกลุ่มกับคนไทยที่นี่ เธออ้างว่าไม่อยากให้ใครตามเจอและไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่หนีตามผู้ชายซึ่งเป็นเรื่องอับอายขายหน้าแม้จะผ่านมาเกีือบยี่สิบปีแล้วก็ตาม

ooooooo

ยูริฟังเบื้องหลังของพริมจากปากเจตรินด้วยความสนใจ แม้จะรู้ดีว่าคนไทยถือเรื่องหนีตามผู้ชายเป็นเรื่องอับอายสุดๆ แต่สามีของพริมก็เป็นถึง เค.จี.บี. มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เธอก็น่าจะบอกพ่อแม่ไปตรงๆก็ได้ เจตรินเชื่อว่าน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น เราจะต้องสืบต่อไปอีกว่าทำไมอีริน่าถึงอยากได้เงินขนาดมาล้วงกระเป๋าเขา

“ทั้งที่ดูจากคุณพริม เธอมีลักษณะกุลสตรีผู้ดีไทยมากๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอคือลูกสาวแม่ค้าทำขนมผู้ยากไร้ เพราะขนมนั่นมันบ่งบอกว่ามาจากในรั้วในวัง” เจตรินสีหน้าครุ่นคิดหนัก ยูริยื่นหน้ามากระซิบ

“อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่าเด็กสาวนั่นสวยเหลือเกิน ถ้าไม่ขัด ผมขอเธอแต่งงานแล้ว”

เจตรินเตือนว่าอีริน่าอายุแค่ 18 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ยูริสวนทันที ถ้าแต่งงานแล้วก็เท่ากับเธอบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย เจตรินหันไปทำตาเขียวใส่ ก่อนจะเดินหนี...

บ่ายวันเดียวกัน อีริน่าไม่พอใจมากที่เจตรินตามตื๊อถามโน่นถามนี่ไม่เลิกไม่แล้วหันมาจะเอาเรื่อง เขาถึงกับเบรกตัวโก่งยั้งตัวไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ หญิงสาวตกใจปล่อยกำปั้นใส่โดยสัญชาตญาณ เจตรินเบี่ยงตัวหลบ คว้าข้อมือเธอไว้ คุยอวดว่าตัวเองมีวิชาไม่ใช่หมูให้เธอเชือดง่ายๆ ตอนเรียนเขาเป็นถึงแชมป์ยูโดเอเชียนเกมส์ อีริน่าทำท่าจะอาเจียนด้วยความหมั่นไส้ เขาเห็นเธอไม่ฮึดฮัดอะไรอีก คลายมือตัวเองออก

อีริน่าฤทธิ์มาก ชกใส่หวังจะฝากรอยกำปั้นไว้บนใบหน้า แต่เจตรินหลบทันรวบตัวเธอจากด้านหลัง ดูเผินๆ เหมือนกำลังกอดเธออยู่ ทั้งคู่ยังไม่ทันจะว่าอะไร อารดาส่งเสียงกรี๊ดแหวกอากาศเข้ามาเสียก่อน เจตรินรีบถอยห่าง สีหน้าหวั่นๆว่าจะเกิดเรื่องให้ปวดหัวอีกครั้ง อารดาปรี่เข้ามาสีหน้าเอาเรื่อง ก่อนจะลากคู่หมั้นออกมาห่างๆจากอีริน่า กับพวกแก๊งเด็ก ต่อว่าเขาฉอดๆที่มาตามเฝ้าลูกโสเภณีโดยยกงานขึ้นมาบังหน้า

“เธอไม่ใช่ลูกโสเภณี และการติดตามเธอคือหน้าที่ของผม นี่แหละงานของผม”

อารดาปรี๊ดแตก ตะโกนลั่นว่าลูกโสเภณีกำลังจะแย่งคู่หมั้นตนเอง อีริน่าซึ่งยืนอยู่กับอเล็กซ์และชาวแก๊งอมยิ้ม ทนฟังเธอด่าแม่ตัวเองต่อไปไม่ไหว เข้าไปพูดยั่วประสาทอารดาเพื่อแก้เผ็ด เธอสติแตกที่ถูกยั่ว จะเข้าไปตบสั่งสอน อีริน่าหาเกรงกลัวไม่ เป่าปากเรียกชาวแก๊งเข้ามาล้อมกรอบยัยปรี๊ดแตก

เด็กบางส่วนยืนเป็นองครักษ์พิทักษ์อีริน่าเอาไว้

อารดาต้านแก๊งอมยิ้มไม่ไหวต้องล่าถอยกลับไปโดยไม่ลืมโทร.ทางไกลไปฟ้องว่าที่แม่สามีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ศรินทิพย์แนะให้กลับมาตั้งหลักที่กรุงเทพฯ เพราะถึงอย่างไรเจตรินก็ต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว อารดาเชื่อตามที่เธอแนะนำ...

ทางด้านเจตรินอยากช่วยยกฐานะครอบครัวของอีริน่าให้อยู่ดีกินดีขึ้น โดยจะหาทุนให้เธอได้ศึกษาต่อ แม้เด็กสาวอยากเรียนหนังสือใจแทบขาดแต่วางฟอร์มไม่สนใจ สั่งห้ามเขามายุ่มย่ามชีวิตของเธอ เขาขอร้องว่าอย่าใช้อารมณ์ ให้มองความจริงว่าเธอเป็นคนเดียวในครอบครัวที่สุขภาพแข็งแรงกว่าพ่อแม่ มีอนาคตดีที่สุด ดังนั้นอย่าทำตัวเหมือนเด็กเร่ร่อนที่กะล่อนไปวันๆ อีริน่าถูกจี้ใจดำถึงกับน้ำตาคลอเบ้า สั่งให้เขาหยุดพูด

“ไม่หยุด จนกว่าคุณจะยอมรับทุนเรียนต่อ”

อีริน่าขยับจะไป ไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็น เจตรินจับแขนไว้ เธอสุดจะกลั้นซบหน้าร้องไห้กับไหล่เขา...

ฝ่ายศรินทิพย์ไม่ปล่อยให้เรื่องที่อารดาโทร.มาฟ้องผ่านเลยไป โทร.ทางไกลมาเล่นงานลูกชายที่ปล่อยให้ลูกโสเภณีมาย่ำยีคู่หมั้นตัวเอง สั่งให้เลิกยุ่งกับนังเด็กหัวแดงนั่น ถ้าไม่อยากมีปัญหากับแม่ตัวเอง

“คนที่คุณแม่ควรจะห้ามคืออารดาไม่ใช่ผม ท่านทูตให้ผมมาดูแลทุกข์สุขของครอบครัวเด็กนี่เพราะแม่เขาคือคนไทย แต่ตกสำรวจจากทางเราครับ ผมไม่อาจละเลยงานที่ท่านทูตสั่งนะครับ” เจตรินอธิบายจนแม่เข้าใจ แต่เธอไม่วายเตือนเขาว่าอย่าทำให้อารดาเข้าใจผิดอีก แล้ววางสาย ชายหนุ่มถึงกับถอนใจเหนื่อยใจ

ooooooo

มิคาอิลยังไม่ละความพยายามที่จะเอาอีริน่ามาเป็นของตัวเอง สั่งสมุนไปจี้จับตัวนิโคลัยมาจากหน้าบ้านเช่า โดยไม่รู้ว่าอเล็กซ์เห็นเหตุการณ์โดยตลอดและยังแจ้งให้อีริน่ารับรู้ แม้จะถูกซ้อมอย่างหนักนิโคลัยยืนกรานคำเดิม ไม่มีวันจะยกลูกสาวให้คนที่ร่ำรวยจากเงินสกปรกอย่างมิคาอิลเด็ดขาด

“จัดการเอามันไปมัดไว้ เดี๋ยวฉันจะทำให้มันเป็น ทาสสินค้าที่มันดูถูกจนมันต้องมาอ้อนวอนขอเสพแทบเท้าฉัน” มิคาอิลสั่งเสร็จ ขึ้นไปหยิบยาเสพติดที่ห้องนอนตัวเอง เหล่าสมุนกรูเข้าจับตัวนิโคลัยไว้ เขาต่อสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้จับง่ายๆ แต่สมุนของมิคาอิลมีจำนวนมากกว่า เขาพลาดท่าเสียทีถูกจับตัวไว้ ระหว่างที่เขากำลังเพลี่ยงพล้ำ อีริน่าพรวดพราดเข้ามา สองพ่อลูกประสานใจประสานพลังต่อสู้กับพวกคนร้ายอย่างดุดัน

มิคาอิลลงมาจากห้องพร้อมเข็มฉีดยาเสพติดในมือ เห็นอีริน่ากำลังต่อสู้กับสมุนของตัวเอง ยืนพิงผนังมองอย่างพึงพอใจ จังหวะหนึ่ง เด็กสาวทำผ้าเช็ดหน้าที่เจตรินให้ใช้ซับน้ำตาเมื่อวันวานหล่นจากกระเป๋าเสื้อถึงกับชะงัก รีบก้มเก็บ สมุนสบช่องเข้าจู่โจมล็อกตัวไว้ได้...

ขณะที่อีริน่าเสียทีให้พวกสมุนชั่ว เจตรินแวะมาที่ บ้านเช่าของนิโคลัย ถึงกับตกใจเมื่อรู้จากอเล็กซ์ว่าอีริน่า ตามไปช่วยเหลือพ่อซึ่งถูกพวกมาเฟียจับตัวไป เขารีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากยูริให้หาประวัติของมิคาอิล พร้อมกับที่อยู่ ซึ่งยูริก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง...

ฝ่ายนิโคลัยเห็นลูกสาวถูกจับตัวได้ถึงกับเสียสมาธิ ทำให้ถูกพวกสมุนจับตัวไว้เช่นกัน มิคาอิลเข้ามาหาสองพ่อลูกอย่างผู้ชนะ ประกาศก้อง วันนี้จะเอาอีริน่าทำเมียให้ได้ แต่ต้องรอให้จัดการกับนิโคลัยเสียก่อน สมุนจับเขามัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนา มิคาอิลเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ อีริน่าใจเสียตะโกนลั่น

“ฉันตกลงจะทำงานให้ มิคาอิลฉันยืนยัน ฉันรักษาคำพูด ปล่อยปาปาฉันไปเถอะ”

“ดีมากจ้ะที่รัก ผู้หญิงของมิคาอิลต้องใจถึงอย่างนี้” พูดจบ มิคาอิลเอานิ้วแตะปากตัวเองแล้วไปแตะปากอีริน่า ก่อนจะหันไปทางนิโคลัย “ฉันจะปล่อยแกแกต้องสำนึกนะว่าแกรอดครั้งนี้เพราะลูกแก” มาเฟียจอมโฉดรับปากดิบดี แต่กลับควักเข็มฉีดยาขึ้นมาฉีดยาเสพติดให้นิโคลัย อีริน่าพยายามจะไปช่วยพ่อแต่ดิ้นไม่หลุด

“นี่ถือเป็นการลงโทษแกที่บังอาจเหิมเกริมกับฉัน แล้วแกจะรักมันสุดชีวิตเลยนิโคลัย รักจนต้องซมซานมาหาฉันทุกวัน...พวกแก พาอีริน่าไปห้องนอนฉัน” มิคาอิล หัวเราะสะใจ ก่อนจะเดินตามสมุนที่ลากตัวอีริน่าขึ้นบันได แต่เดินได้แค่สองก้าว มีโทรศัพท์เข้ามาเตือนเขาว่าตำรวจกำลังยกกำลังมาที่นี่ เขาโกรธจัด ตะโกนสั่งการ ให้สมุนเผ่นหนี ก่อนตำรวจจะมาถึง อีริน่าถึงกับถอนใจโล่งอกที่รอดเงื้อมือมาเฟียโฉดมาได้อย่างหวุดหวิด...

แม้อีริน่าและนิโคลัยจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย พริมก็ยังเป็นกังวล เพราะมิคาอิลมีอิทธิพลมาก เกรงครอบครัวตัวเองจะอยู่ไม่เป็นสุข เร่งหาทางส่งลูกกลับเมืองไทย อีริน่ายังคาใจไม่หาย ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ไม่เคยพูดถึงเรื่องเมืองไทยให้ฟัง แต่ทำไมจู่ๆถึงจะส่งเธอไปที่นั่น พริมน้ำตาซึมขึ้นมาทันที อดคิดอดีตไม่ได้

ตอนนั้น เมืองไทยเกิดความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง กรุงเทพฯราวกับตกอยู่ในภาวะสงครามก็ไม่ปาน พริมนั่งดูข่าวอยู่หน้าจอทีวี ทนเห็นผู้คนล้มตายไม่ได้ ปราดไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานของพ่อ คว้าปืนขึ้นมา

“ขอโทษนะคุณพ่อ ลูกแค่จะเอาไปป้องกันตัวเอง เท่านั้นค่ะ” พริมยังไม่ทันจะยัดปืนใส่กระเป๋า จิรายุคนรัก ของเธอพรวดพราดเข้ามาเสียก่อน เดาได้ไม่ยากว่าแฟนสาว กำลังจะออกไปดูเหตุการณ์ รีบเข้าไปห้าม พริมไม่ฟัง ดื้อดึงจะไปให้ได้ ชายหนุ่มยื้อแย่งปืนไว้ ปืนลั่นเปรี้ยง เขาถึงกับทรุด เลือดสดๆไหลนองพื้น

เสียงเรียกของอีริน่าทำให้พริมตื่นจากภวังค์ น้ำตาไหลพรากเมื่อหวนคิดถึงเรื่องนี้ เด็กสาวตกใจ ผวากอดแม่ไว้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกหกว่าไม่มีอะไร แค่เป็นห่วงลูกจะไม่รอดจากเงื้อมือของมิคาอิล

“มามาจ๋า อีริน่าจะเอาตัวรอดจากพวกมันให้ได้ค่ะ มามาไม่ต้องกังวลนะคะ” อีริน่าเช็ดน้ำตาให้แม่

ooooooo

ในเมื่อนิโคลัยไม่อาจช่วยเหลืออะไรลูกได้ พริม จึงตัดสินใจโทร.หาเจตรินตามเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในนามบัตรตั้งแต่ไก่โห่ นัดให้ออกมาพบแถวสวนสาธารณะ ใกล้สถานทูตไทยเพื่อขอให้ช่วยเหลืออีริน่า ชายหนุ่มยินดีทำให้ตามคำขอร้อง แต่ต้องขอตรวจสอบก่อนว่าจะช่วยอย่างไรได้บ้างเพราะอีริน่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ

“แค่คุณรับปาก ดิฉันก็ดีใจมากแล้วค่ะ ขอบคุณที่สุดจริงๆ”...

ในเวลาต่อมา เจตรินนำเรื่องนี้ไปปรึกษายูริกับฤดีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยเช่นกัน ยูริแนะ ถ้าจะให้ผู้หญิงต่างชาติไปเมืองไทย วิธีที่ดีที่สุดก็คือแต่งงานกับผู้ชายไทย เจตรินยังมองไม่ออก จะให้แต่งกับใครที่พ่อแม่ของอีริน่าจะมั่นใจได้ว่าลูกสาวตัวเองปลอดภัยไม่โดนหลอกลวง ฤดีเสนอให้แต่งงานกับเจตริน ถึงแม้เจ้าตัวจะเห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะอีริน่าเป็นยัยแสบตัวแม่

“ขืนผมแต่งงานจดทะเบียนด้วย เท่ากับผมเต็มใจไปยืนในกองไฟของพญามัจจุราชเลยนะครับ”...

ด้านอีริน่าปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดเมื่อรู้เรื่องที่ฤดีแนะนำให้แต่งงานกับเจตริน อ้างกับพริมว่าตัวเองยังเด็กอยู่จะให้แต่งงานได้อย่างไร พริมไม่ค่อยสบายใจนักที่ลูกไม่รับข้อเสนอ แต่แล้วสีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลงเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

บ่ายวันเดียวกัน มิคาอิลไม่พอใจมากถึงกับตบบ้องหูสมุนสองคนของตัวเองโทษฐานเจออีริน่าแล้วไม่เอาตัวมาให้ จากนั้นเขาหันไปตะคอกใส่นิโคลัยซึ่งมีท่าทีลุกลี้ลุกลนคล้ายคนอยากยา

“ว่าไง อีริน่าไปที่สถานทูตไทยทำไม”...

ขณะเจตรินกับอีริน่าเดินเลี้ยวเข้ามาในซอยบ้านเช่าของนิโคลัย เห็นสมุนของมิคาอิลกำลังฉุดกระชากลากถูพริมอยู่ เด็กสาวไม่รอช้าโดดเตะพวกสมุนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เจตรินรีบพาพริมถอยออกมาให้พ้นรัศมีการต่อสู้ แล้วเข้าไปช่วยอีริน่าบู๊กับพวกคนร้าย

ระหว่างที่สองฝ่ายกำลังแลกหมัดกันอย่าดุเดือด รถของสถานทูตฝรั่งเศสแล่นเข้ามาจอด หน่วย รปภ.กับเจ้าหน้าที่สถานทูตกรูกันเข้าไปช่วยพริมกับพวก คนร้ายเห็นท่าไม่ดีพากันเผ่นแน่บ...

หลังจากเจ้าหน้าที่สถานทูตฝรั่งเศสกับพวกกลับไปแล้ว พริมอธิบายให้ลูกกับเจตรินฟังว่าตนเองโทร.ไปหามาดามแคทเทอรีน ภรรยาท่านทูตฝรั่งเศสซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันเพื่อของานทำหลังจากที่ลูกแต่งงานกับเจตรินแล้วท่านก็เลยบอกว่าวันนี้จะส่งรถมารับตนไปคุยว่ามีเรื่องเดือดร้อนอะไร อีริน่านิ่งอึ้งรู้สึกผิดที่สร้างเรื่องร้อนใจ ให้แม่

“แต่งงานกับคุณเจตรินแล้วไปอยู่เมืองไทยนะลูก แม่ขอร้อง อีริน่าไม่ต้องห่วงแม่กับพ่อ เรามีที่อยู่ที่ปลอดภัยแน่นอน...นะลูกนะ” พริมอ้อนวอน อีริน่าโผกอดแม่ซึ่งกอดเธอตอบด้วยน้ำตาคลอเบ้า

ooooooo

ตอนที่ 2

มิคาอิลโกรธจัดที่อีริน่าไม่ยอมสยบให้ แถมยังพาไอ้หนุ่มนักการทูตมาเป็นตัวช่วยอีก จึงพาสมุนไปพังข้าวของในบ้านเช่าของนิโคลัยพินาศ แล้วกลับมาฉีดยาเสพติดให้นิโคลัยที่ตัวเองกักขังเอาไว้

“แกต้องเป็นทาสฉัน ฉันจะส่งให้แกไปจับตัวลูกสาวของแกมาเป็นทาสฉันอีกคนไอ้หน้าโง่ ลูกแกมันร้ายกาจนัก ฉันต้องเอาชนะมันให้ได้”

นิโคลัยดิ้นรนได้พักเดียว พอยาเสพติดออกฤทธิ์ก็เริ่มสะลึมสะลือ มิคาอิลมองเขาอย่างสะใจ...

ฝ่ายเจตรินพาอีริน่าและพริมย้อนกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งเพื่อมาเอาเอกสารแสดงตัวตนว่าอีริน่าเป็นลูกของผู้หญิงไทย เพื่อที่เธอจะได้เดินทางกลับเมืองไทยได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนแต่งงานกับเขา กลับพบว่าบ้านเช่าถูกพังยับเยินไม่มีชิ้นดี เขาเร่งให้สองแม่ลูกช่วยกันค้นหาเอกสารจะได้รีบไปจากที่นี่ เผื่อพวกคนร้ายจะกลับมาอีก พริมรับคำรีบแยกย้ายกันค้นหาโดยไม่ล่วงรู้ว่ามุมมืดนอกบ้าน มีเหล่าสมุนของมิคาอิลซุ่มรออยู่เพื่อจะจับตัวอีริน่า หนึ่งในสมุนเร่งให้ไปจับตัวเดี๋ยวนี้เลยจะได้เสร็จเรื่อง แต่หัวหน้าสมุนไม่เห็นด้วย

“มันมีไอ้หนุ่มสถานทูตนั่นมาด้วยน่ะสิ เรื่องราวมันจะบานปลาย รอให้ไอ้หนุ่มนั่นมันกลับไปก่อนดีไหมค่อยเข้าไปลุยจับนังสองแม่ลูก”...

ที่ด้านในบ้านเช่า อีริน่าขอตัวไปค้นหาเหรียญตราโบราณของพ่อที่ยังไม่ทันได้ขาย เผื่อจะขายได้เงินมาเป็นค่าใช้จ่าย พริมกลัวพวกของมิคาอิลจะย้อนกลับมาอีก สั่งลูกว่าไม่ต้องหา แล้วบอกให้เจตรินรีบพาลูกของเธอไปที่สถานทูตไทยก่อน ถ้าเจอเอกสารที่ว่าเธอจะตามเอาไปให้เอง อีริน่าไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นถ้าแม่ไม่ไปด้วย

“ลำพังแม่คนเดียวมันไม่กล้ามาทำอะไรหรอก แต่ถ้ามีอีริน่าอยู่ด้วยมันทำแน่”

“คุณพริมพูดถูกครับ เอาแบบนี้ ผมจะโทร.ตามยูริให้ส่งคนมาดูแลคุณที่นี่และรับคุณไปสถานทูตหลังจากหาเอกสารพบ แล้วให้อีริน่าไปกับผม” เจตรินพูดจบหยิบมือถือขึ้นมาจะกดเบอร์ แต่แบตเตอรี่ดันหมด มือถือของอีริน่าก็แบตเตอรี่หมดเช่นกัน จึงต้องออกไปหาโทรศัพท์สาธารณะโทร. พริมแอบชื่นชมเจตรินลับหลัง

“เขาช่างดีมีน้ำใจเหลือเกิน นี่ไงแม่เจอกระดาษกับปากกาแล้ว แม่จะเขียนจดหมายให้อีริน่าเอาติดตัวไปหาคุณตาคุณยายนะลูก”

“อีริน่ามีคุณตาคุณยายด้วยหรือคะมามา” เด็กสาวตื่นเต้นดีใจ ขณะที่พริมพยักหน้ารับเศร้าๆ

ooooooo

ไม่นานนัก พริมก็เขียนจดหมายเสร็จ ใส่ซองปิดผนึกเรียบร้อยส่งให้ลูกเก็บไว้ ซองหนึ่งเป็นจดหมายถึงตากับยาย ส่วนอีกซองหนึ่งเป็นเอกสารแสดงตัวตนของอีริน่าเพื่อเอาไปใช้ทำพาสปอร์ต รวมทั้งเงินที่เธอได้จากการทำขนมขาย และยังมีเครื่องประดับที่เธอเอาติดตัวมาจากเมืองไทย จะได้เอาไปขายเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน

“แล้วค่าตั๋วของมามาล่ะคะ”

“แม่จะทำงานกับมาดามที่สถานทูตฝรั่งเศสก่อน รวบรวมได้แล้วแม่จะรีบตามลูกไป ไม่ต้องกังวลนะลูก” พริมปลอบ แต่ตัวเองกลับมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของพริม

คืนนั้น พริมกำลังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจิรายุให้เพื่อนรักของตัวเองฟังทั้งน้ำตาอยู่ที่ริมแม่น้ำ โดยมีปืนกระบอกนั้นอยู่ในมือ เธอคร่ำครวญว่าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าจิรายุ ปืนเกิดลั่นระหว่างที่ยื้อแย่งกัน เพื่อนรักเชื่อสิ่งที่เธอเล่า แต่คนอื่นคงไม่เชื่อ จึงแนะให้พริมหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยังไม่ทันจะขยับไปไหน ตำรวจกรูกันเข้ามาล้อมกรอบไว้ พริมกลัวเพื่อนจะติดร่างแหไปด้วย แกล้งยิงปืนขู่เพื่อที่ตำรวจจะได้ไม่สงสัยในตัวเพื่อนตำรวจกลับคิดว่าเธอต่อสู้ขัดขืนสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พริมม้วนตัวหายลงไปในแม่น้ำ เพื่อนรักของเธอรีบวิ่งไปดูเห็นน้ำบริเวณนั้นเป็นสีแดงฉานไปทั่ว แต่ไม่มีวี่แววของเธอ ถึงกับปล่อยโฮ

พริมคิดถึงเรื่องที่จิรายุต้องมาตายด้วยน้ำมือตัวเองทีไร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ทุกครั้ง อีริน่าตกใจที่เห็นแม่ร้องไห้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกหกว่าไม่มีอะไร แค่คิดถึงเมืองไทย เพราะไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเกิดตัวเอง

“ที่เมืองไทย ลูกจะได้รับความรัก  ความสุข ความอบอุ่นจากครอบครัวของคุณตาคุณยายนะลูก”

อีริน่าได้แต่คิดอยู่ในใจ ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง ทำไมแม่ต้องมาที่รัสเซียด้วย...

ในเวลาเดียวกัน มิคาอิลสั่งให้สมุนที่ซุ่มรออยู่หน้าบ้านเช่าไปจับตัวสองแม่ลูกมาให้ได้เพราะคิดว่าไอ้หนุ่มสถานทูตกลับไปแล้ว และย้ำกับสมุนว่าห้ามทำงานพลาดอีกเด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษ...

ระหว่างที่สมุนของมิคาอิลเตรียมจะเข้าไปจับตัวสองแม่ลูก เจตรินกำลังคุยโทรศัพท์สาธารณะอยู่กับยูริ

“ยูรินี่ฉลาดที่สุด ตัดสินใจดีเยี่ยมที่มารับเอกสารของอีริน่าถึงที่ ตอนนี้ไปรอผมที่ที่พักของอีริน่านะ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เจตรินวางสาย แล้วรีบจ้ำพรวดๆกลับไปหาสองแม่ลูก

ooooooo

พวกสมุนของมิคาอิลถึงกับหยุดกึกเมื่อเห็นยูริเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านเช่าของนิโคลัย สองแม่ลูกซึ่งนั่งรอเจตรินอยู่ด้านในพากันตกใจ พริมฉวยไม้เบสบอลขึ้นมาเตรียมไว้เพราะคิดว่าเป็นพวกสมุน ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก เธอเหวี่ยงไม้ในมือ แต่ยั้งไว้ทันเมื่อเห็นว่าเป็นยูริ

“ผมมารอคุณเจตรินครับ จะมาช่วยกันรับคุณพริมกับหนูอีริน่าไปอยู่ที่สถานทูตครับ”

จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะพูดอะไร ประตูถูกถีบเปิดผลัวะสมุนของมิคาอิลกรูกันเข้ามา พริมเห็นท่าไม่ดี บอกให้ยูริพาอีริน่าหนีไปก่อน ไม่ต้องห่วงตนเอง แต่เด็กสาวไม่ยอมไป ตรงเข้าไปเตะต่อยกับพวกนั้นอุตลุด อึดใจถัดมา เจตรินพรวดเข้ามาในบ้าน

“คุณเจตริน ช่วยบังคับเอาอีริน่าไปกับคุณให้ได้ ทางนี้ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่ทำอะไรฉันหรอก ได้โปรดทำตามที่คุณเคยสัญญากับฉันไว้”

เจตรินพยักหน้ารับคำ หันมากระซิบให้ยูริแอบออกไปเอารถมารอที่ใต้หน้าต่าง แล้วปราดไปรวบตัวอีริน่าไว้ โดยมีพริมใช้ไม้เบสบอลเหวี่ยงไปมากันไม่ให้พวกสมุนเข้าใกล้ ชายหนุ่มลากเด็กสาวไปที่หน้าต่าง ก่อนจะโยนออกไป จากนั้นพุ่งตาม พริมเห็นลูกปลอดภัย ก็โยนไม้เบสบอลทิ้ง ยื่นมือให้พวกสมุนจับ

“พาฉันไปหามิคาอิล ฉันต้องการพบสามีของฉัน”

หัวหน้าสมุนสั่งให้ลูกน้องจับพริมไว้ก่อน แล้วค่อยตามไปจับตัวอีริน่า...

ฝ่ายยูริรีบลากตัวอีริน่าขึ้นรถ แต่เธอขัดขืนจะกลับไปช่วยแม่ เจตรินที่โดดหน้าต่างตามลงมารีบผลักเธอเข้าไปในรถ ก่อนจะขึ้นตาม ยูริประจำที่คนขับ เร่งเครื่องออกไปทันทีโดยมีรถของพวกสมุนไล่หลังมาติดๆ เขาเห็นทางกระจกส่องหลัง  รีบรายงานเจตรินว่าพวกนั้นตามมา

“ช่างมันมันไม่กล้าตามเข้าไปในสถานทูตหรอก”

อีริน่าสั่งให้หยุดรถจะกลับไปช่วยแม่  ยูริไม่สนใจยังคงขับรถต่อไป เธออาละวาด ตะกายไปบีบคอเขา เจตรินสุดจะทนกับความรั้นของเธอ  กระชากตัวมานั่งบนตัก  กอดเอวไว้แล้วเอาแก้มแนบกับแก้มเธอกันไม่ให้ดิ้นหนี  อีริน่าถึงอยู่นิ่งๆได้ ไม่นานนักรถของยูริพุ่งเข้าไปจอดในสถานทูตไทย  รถของพวกสมุนจะตามแต่ประตูรั้วปิดเสียก่อน จึงต้องจอดอยู่ด้านนอก อีริน่าจะปีนรั้วออกไปช่วยแม่ที่อยู่ในรถของพวกนั้น แต่เจตรินคว้าตัวไว้

สมุนลากตัวพริมลงจากรถ  หวังจะล่ออีริน่าให้ออกมา  พริมรู้เท่าทันแผนชั่วร้องบอกให้เจตรินพาอีริน่าเข้าข้างใน เธอขัดขืนไม่ยอมเข้า  เจตรินตัดสินใจอุ้มเธอวิ่งเข้าตัวตึก  สมุนหมดทางทำอะไรได้  กระชากผมพริมจนหน้าหงาย  ก่อนจะโยนใส่รถ  ขับจากไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านเจตรินอุ้มอีริน่าไปฝากฤดีช่วยดูแล  และวานให้นอนเป็นเพื่อนเธอด้วย  แล้วขอเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อจะเอาไปทำพาสปอร์ต  อีริน่าคลำในเสื้อแจ็กเกต  ต้องตกใจที่ซองเอกสารหายไป  สงสัยคงหล่นตอนที่เจตรินโยนเธอออกมาทางหน้าต่าง จัดแจงขออนุญาตกลับไปเอา

“ไม่ได้  ขืนออกไปไม่ได้กลับมาแน่” เจตรินเสียงเขียว  ยูริอาสาจะไปเอาให้  ถามอีริน่าว่าเอกสารหน้าตาเป็นอย่างไร  เธออธิบายว่าอยู่ในซองสีน้ำตาล  ในนั้นมีเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยด้วย

“ถ้าไม่มีเงินแปลว่าอีริน่าไม่ต้องกลับเมืองไทยแล้วใช่ไหมคะ คุณน้าฤดี”

เจตรินตวาดลั่นว่าไม่เกี่ยว  อย่าเอามาโยงเป็นเรื่องเดียวกัน อีริน่าทำเป็นตกใจกลัว แกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจจากฤดีซึ่งหลงเชื่อ  ดึงเธอมา
กอดปลอบใจ...

ขณะที่อีริน่าอยู่รอดปลอดภัยภายใต้การดูแลของเจตริน  นิโคลัยกลับถูกมิคาอิลซ้อมสะบักสะบอมเพื่อให้บอกว่าลูกกับเมียของเขาไปทำอะไรที่สถานทูตไทย เขาอ้างว่าไม่รู้  ขอร้องให้เลิกซ้อม  เขาอยากยาจะลงแดงตายอยู่แล้ว  มิคาอิลจะให้ยาก็ต่อเมื่อนิโคลัยบอกมาก่อนว่าอีริน่ากับพริมไปสถานทูตไทยทำไม  เขายืนกรานว่าไม่รู้  เจ้าพ่อมาเฟียเหลืออด ใช้ด้ามปืนตบซ้ำ แล้วสั่งให้สมุนซ้อมจนเขาแน่นิ่ง

ooooooo

ที่ห้องนอนของเจตรินซึ่งยกให้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวของอีริน่า  ฤดีนอนหลับไปแล้ว  แต่อีริน่าเป็นห่วงพ่อกับแม่  ข่มตาหลับไม่ลง  ค่อยๆย่องออกจากห้อง พลางคิดหาทางจะไปช่วยท่านทั้งสอง

“เราต้องทำดีกับนายเจตริน  เพื่อที่เขาจะยอมพาเราออกไปจากที่นี่ไปหาพ่อกับแม่ให้ได้ เราต้องหวานสุภาพกับเขา นายคนนี้แพ้คนพูดจาดีๆ” อีริน่าคิดได้อย่างนั้น ก็ลงไปยังห้องโถงด้านล่าง

เจตรินกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักผ่อนของเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ยินเสียงคล้ายคนเดิน  รีบออกมาดู  เห็นอีริน่ายืนใจลอยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องโถง ร้องทักว่านอนไม่หลับหรือ เธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงพ่อกับแม่  แล้วอดถามไม่ได้ว่าถ้าหากยูริหาเอกสารของเธอไม่พบ  เธอจะกลับเมืองไทยไม่ได้ใช่ไหม

“ทำนองนั้น  แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ  ถ้าแต่งงานกับผม  เธอก็กลับไปในฐานะภรรยาของผม” เจตรินมองอีริน่าที่สวยจับใจแล้วอดหวั่นไหวไม่ได้  พยายามสะกดใจเอาไว้ อีริน่าอยากจะหาวิธีอื่นกลับเมืองไทยที่ไม่ทำให้เขากับคู่หมั้นของเขาต้องบาดหมางใจกัน หรืออาจถึงขั้นแยกทางกัน

“คุณกับผมทราบเงื่อนไขอยู่แล้วว่าเราแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันเพียงในนาม ผมกับอารดาก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่” เจตรินพูดไม่เต็มปากเต็มคำนักเพราะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้อยู่ลึกๆ

“ได้หรือคะ มีภรรยาแล้วยังมีคู่หมั้นได้หรือคะ เธออาจจะเลิกหมั้นกับคุณ ครอบครัวคุณกับครอบครัวเธอคงเสียใจมากและอาจจะโกรธคุณมากด้วย”

“กลับเมืองไทยแล้วผมจะอธิบายให้เธอเข้าใจครับ คุณไปนอนเถอะ เจตรินปลอบอีริน่า แต่ตัวเองกลับหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากให้เธอคิดมาก รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ผมมีวิธีให้นอนหลับสบายนะ สนใจไหม” เจตรินยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินนำเด็กสาวเข้าไปในครัว ปรุงเครื่องดื่มสูตรพิเศษโดยใช้น้ำผึ้งอย่างดีจากเมืองไทยชงกับน้ำร้อนใส่ถ้วยชายื่นให้เธอ

“น้ำผึ้งอุ่นๆ ช่วยคลายเครียด ช่วยให้หลับสบายครับ”

เด็กสาวขออนุญาตเอาไปดื่มที่ห้องนอน เจตรินเตือนว่าอย่าลืมดื่มให้หมดถ้วยเพราะถ้าเหลือมดอาจจะแอบเข้าไปทำรังในเตียงนอนของเขา อีริน่านิ่วหน้า ไหนมีคนเคยบอกว่ามดไม่ตอมน้ำผึ้ง

“อะไรหวานมดตอมหมดละครับ นี่เป็นน้ำผึ้งไทยด้วยนะ มดรัสเซียอาจอยากลองของแปลก”

อีริน่าหัวเราะชอบใจ เจตรินเผลอมองใบหน้าสวยนั้นอย่างหลงใหล คนถูกมองชักเขิน ค่อยๆหยุดหัวเราะ เขารู้สึกตัวว่าเสียมารยาท เสมองไปทางอื่น
ครู่ต่อมา เจตรินเดินมาส่งอีริน่าที่หน้าห้องนอน อวยพรให้หลับฝันดี เด็กสาวเข้าห้องปิดประตูตามหลัง ถือถ้วยใส่น้ำผึ้งอุ่นๆไปนั่งที่เตียงยิ้มมีความสุข ค่อยๆยกถ้วยน้ำผึ้งขึ้นจิบ

เจตรินซึ่งยืนพิงประตูหน้าห้องพึมพำเรียกชื่ออีริน่าเบาๆ เหมือนกระแสจิตสื่อถึงกัน เด็กสาวกำลังจิบน้ำผึ้งถึงกับสำลักพรวด เสี่ยงไอไม่หยุดทำให้ฤดีที่นอนหลับไปแล้วถึงกับสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นมาช่วยลูบหลังให้...

ในเวลาเดียวกัน มิคาอิลสั่งให้สมุนนำตัวพริมไปยัดห้องขังเดียวกับนิโคลัยซึ่งกำลังอยากยาอย่างหนัก เขาปราดมาเกาะขาสมุนอ้อนวอนขอยามาเสพ พริมพยายามดึงตัวสามีไว้ ขอร้องไม่ให้ไปยุ่งกับยานรกพวกนั้น แต่เขาไม่สนใจเกาะขาสมุนไว้แน่น สมุนรำคาญสะบัดขาจนนิโคลัยหงายหลัง แล้วเตะซ้ำก่อนจะออกไป พริมโผกอดเขาร้องไห้ ขณะที่นิโคลัยพร่ำเพ้อเรียกหายาเสพติดไม่หยุดปาก

ooooooo

เนื่องจากยูริกลับไปค้นหาเอกสารของอีริน่าที่บ้านเช่าแต่ไม่พบ เด็กสาวได้ทีออดอ้อนกราบที่อกเจตรินงามๆขอให้พากลับที่นั่น อ้างว่ายูริอาจไม่รู้ว่าใช่เอกสารพวกนั้นหรือเปล่า ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่พูดอะไร

“ก็แค่ไปค้นเอกสารด้วยกันจะเป็นไรไปคะ ถ้าคุณกลัวว่าจะมีอันตราย ทำไมคุณไม่เอาตำรวจไปด้วย”

เจตรินเห็นรอยยิ้มหวานประจบประแจงของอีริน่า แล้วสุดท้ายก็หลงกล ยอมพาเธอกลับไปหาเอกสารที่บ้านเช่าแต่ค้นจนทั่วก็ไม่พบ อีริน่าสรุปว่ามิคาอิลคงเอาไปเพื่อกันไม่ให้เธอเดินทางออกนอกประเทศ

“เหลวไหล มันรู้ที่ไหนว่าเธอจะเดินทาง”

“มันรู้สิ เรื่องเล็กๆแค่นี้ ใครก็เดาได้ว่าทำไมคุณถึงต้องพาฉันไปสถานทูต กราบนะคะ ไหนๆเรามีตำรวจคุ้มกันแล้ว เข้าไปเอาเอกสารของฉันไม่เห็นจะเป็นอะไร”

ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยเนื่องจากอันตรายเกินไป

อีริน่าไม่ฟัง ถ้าเขาไม่ไป เธอจะไปคนเดียว แล้วชกเบ้าตาเขาหน้าหงาย ก่อนจะวิ่งหนี เจตรินวิ่งตามพร้อมกับโทร.แจ้งตำรวจที่มาคุ้มกันให้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว...

ไม่นานนัก อีริน่ามาถึงหน้าบ้านพักของมิคาอิล โดดถีบสมุนเฝ้ายามหน้าประตูรั้วกระเด็น เจตรินตามมาทัน รีบฉุดแขนเธอไว้ขอร้องให้กลับ อีริน่าไม่สนจะลุยเข้าไปให้ได้ เขานิ่งคิดอยู่อึดใจ

“เป็นไงเป็นกัน มาถึงขั้นนี้แล้ว ไหนๆก็ไหนๆ เรามีตำรวจคุ้มกันอยู่ด้านนอก” เจตรินพูดจบโอบบ่าอีริน่า

ไว้ เธอฮึดฮัดปัดมือ เขาต้องเตือนให้ทำตัวให้เหมือนว่าเราสามัคคีกันหน่อย เธอจึงยอมให้เขาโอบบ่าพาเข้าข้างใน...

มิคาอิลออกมาพบอีริน่าที่หน้าตัวบ้าน ยิ้มให้อย่างผู้ชนะเพราะในที่สุดเธอก็มาหาเขาจนได้ เธอแค่จะมาขอรับตัวพ่อกับแม่ เขาไม่ยอมปล่อยทั้งคู่ง่ายๆ ชวนเธอเข้ามาสวีตข้างในบ้านกันก่อน แล้วจะคว้าข้อมืออีริน่า เจตรินรีบดึงเธอออกห่าง แนะนำตัวว่าเป็นคนรักของเธอ มิคาอิลไม่พอใจกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

ชายหนุ่มปัดมือออก มิคาอิลจะเอาเรื่องให้ได้ แต่ต้องชะงักเมื่อหัวหน้าตำรวจปรากฏตัวขึ้นพร้อมหมายค้น มาเฟียใหญ่รับมาดูอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก หัวหน้าตำรวจโบกมือเป็นสัญญาณ ตำรวจหลายสิบนายกรูกันเข้ามาล้อมบ้านไว้ มิคาอิลโกรธจัดฉีกหมายทิ้ง มองเจตรินและอีริน่าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“จะเล่นกับฉันใช่ไหม...” มาเฟียจอมโฉดพูดยังไม่ทันจบประโยค มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทุกคนพุ่งหลบกระสุนเข้าที่กำบัง จากนั้นเกิดการยิงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว บอดี้การ์ดของมิคาอิลรีบคุ้มกันเจ้านายหลบออกไป อีริน่าเป็นห่วงพ่อกับแม่ วิ่งหลบกระสุนหาทางเข้าไปในตัวบ้าน เจตรินตามไปติดๆ โดยมีตำรวจคอยยิงคุ้มกันให้ เขาปรามเธอว่าอย่าทำอะไรบ้าบิ่นนัก

“เป็นพ่อคุณ คุณจะบ้าบิ่นไหมล่ะ”

เจตรินถึงกับอึ้ง ช่วยมองหาทางเข้าไปในตัวบ้านเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่ อีริน่าพุ่งตัวเข้าไปโดยมีเจตรินตามหลัง เด็กสาวพาลัดเลาะเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว เจตรินไม่วายเหน็บว่าดูท่าเธอจะคุ้นเคยกับที่นี่ดี อีริน่าฉุนขาด หันขวับจะเอาเรื่อง เจตรินยั้งไม่ทัน ชนโครมจนเธอล้ม เขามือยังไวโอบเธอไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ต่างใจเต้นไม่เป็นส่ำหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก จังหวะนั้น สมุนของมิคาอิลกลุ่มหนึ่งผ่านมาพอดี

สองฝ่ายตรงเข้าตะลุมบอนกัน อีริน่าสู้ไปตะโกนเรียกพ่อไปด้วย เสียงแปดหลอดของเธอดังไปถึงหูนิโคลัยที่ถูกมัดอยู่ในห้องขัง เขาพยายามตะโกนตอบ แต่เสียงปืนดังกลบเสียงเขาไว้หมด จึงพยายามยื่นขาไปเตะข้าวของในห้องขังเพื่อให้เกิดเสียงดัง แต่ไม่สำเร็จ
ooooooo

ในที่สุดความพยายามของนิโคลัยสัมฤทธิผล เขาเตะของใกล้ตัวล้มโครม อีริน่าชะงัก รีบวิ่งตามไปยังต้นเสียง ปล่อยให้เจตรินบู๊กับพวกสมุนเพียงลำพัง เด็กสาวเตะประตูห้องที่ขังพ่อเปิดผลัวะ รีบเข้าไปช่วยแก้มัด แต่ไม่เห็นแม่อยู่ในนั้นด้วยก็ถามหา ได้ความว่าพวกสมุนแยกพ่อมาขังต่างหากตอนเกิดเรื่อง

“เราต้องตามหามามาให้พบ” อีริน่าตั้งหน้าตั้งตาแก้มัด สมุนคนหนึ่งเข้ามาขัดขวาง เจตรินตามมาช่วยไว้ “เร็วๆอีกกลุ่มกำลังจะเข้ามา ผมจะเอาไม่อยู่แล้ว”

อีริน่าคว้าไม้ท่อนหนึ่งโยนให้ “เอ้า...ต้องหามามาให้พบก่อน”

เจตรินรับไม้ไว้ได้ แล้วใช้หวดสมุนล้มกลิ้ง อีริน่า แก้มัดพ่อสำเร็จรีบประคองออกจากห้องโดยมีเจตรินหวดไม้ไปมากันไม่ให้สมุนเข้าใกล้ นิโคลัยเจอปืนตกอยู่ รีบเตะให้เจตริน แต่เขาไม่ยอมเก็บมาใช้ อ้างว่าตัวเองไม่ใช่นักฆ่า ไม่ได้มาจากซุ้มมือปืน สมุนของมิคาอิลเข้าล้อมกรอบจากทุกทิศทุกทาง ขณะทั้งสามกำลังเพลี่ยงพล้ำตำรวจยกกำลังมาช่วยไว้ทัน จัดการคนร้ายราบคาบ...

อีริน่ากำลังประคองพ่อลงนอนบนเตียงรถเข็นจะพาไปที่รถพยาบาล ตอนที่เจตรินเข้ามาแจ้งข่าวดีว่า ตำรวจพบแม่ของเธอแล้ว ตำรวจกำลังคุ้มกันไปหาเอกสารที่บ้านเช่า อีริน่าถอดใจโล่งอก...

ในเวลาต่อมา พริมตามมาที่โรงพยาบาล เจออีริน่ากับเจตรินนั่งรออยู่หน้าห้องพักฟื้นของนิโคลัย เด็กสาวผวาเข้าไปหาแม่ด้วยความดีใจที่เห็นท่านปลอดภัย ถามอย่างร้อนใจว่าหาเอกสารของเธอเจอไหม พริมหาไม่เจอ มั่นใจว่าสมุนของมิคาอิลคงจะเก็บเอาไป...

เป็นอย่างที่พริมหวั่นใจไม่มีผิดเพี้ยน มิคาอิลได้เอกสารของอีริน่าไป รู้ว่าเธอจะทำพาสปอร์ตเพื่อหนีไปเมืองไทย สั่งให้สมุนทำลายเอกสารให้หมด...

ที่ห้องพักฟื้นของนิโคลัย พริมเล่าเรื่องที่ลูกจะแต่งงานและเรื่องบ้านเช่าที่พินาศย่อยยับให้นิโคลัยซึ่งฟังอย่างคับแค้นใจ กล่าวอาฆาตมิคาอิล คงจะอยู่ ร่วมโลกกับเขาอีกต่อไปไม่ได้ แต่แล้วเขาเกิดอาการจะลงแดง ถามพริมว่าเอากล่องเก็บของจากบ้านเช่ามาให้หรือเปล่า เธอหยิบกล่องไม้เก่าๆจากถุงผ้าส่งให้ นิโคลัยเอาหลอดฉีดยาเสพติดออกจากกล่อง พริมตกใจกระชากกล่องคืน

“ยาเสพติด! ไม่นะนิโคลัย ฉันไม่ให้คุณเสพ”

เขาไม่ฟัง ผลักพริมจนเซ แล้วรีบจัดการฉีดยาให้ตัวเอง เธอได้แต่ยืนมองด้วยน้ำตานองหน้า

ooooooo

หลังจากเห็นความบ้าบิ่นของอีริน่าเมื่อวาน เจตรินบ่นให้ยูริกับฤดีฟังว่านี่ตนเองจะต้องแต่งงานกับยัยแสบตัวแม่นั่นจริงๆหรือ ฤดีพยักหน้าแทนคำตอบ ถ้าเขาต้องการจะช่วยเธอให้พ้นมือมารก็คงต้องทำ

“สองเด้งนะครับ คุณเจตไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องคู่หมั้นที่คุณไม่พึงปรารถนาคนนั้น” ยูริยุ

“ผมมิต้องรับภาระเลี้ยงดูเด็กร้ายกาจไม่น่าพึงปรารถนาไปจนตายหรือครับ คุณฤดี ยูริ และผมก็คิดว่าเด็กนั่นอาจไม่อยากแต่งงานกับผมเช่นกัน” เจตรินบ่นไม่เลิก โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาพูดถึงกำลังยืนฟังอยู่ เธอคิดจะแก้เผ็ดเขา เดินยิ้มแก้มป่องเข้ามาหา

“แต่ฉันต้องการแต่งงานกับคุณค่ะ ที่รัก”

เจตรินไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ขณะที่ยูริกับฤดีต่างมึนตึ๊บไปตามๆกัน

ooooooo

งานแต่งระหว่างอีริน่ากับเจตรินจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในสถานทูตไทยประจำกรุงมอสโก อีริน่าในชุดเจ้าสาวกระโปรงสั้นก้าวเข้ามาในงาน ทุกคนใน งานโดยเฉพาะเจ้าบ่าวถึงกับตะลึงในความงดงามของเธอ

ทันใดนั้น มีเสียงกระจกแตก แก๊สน้ำตาลอยตามเข้ามาควันตลบไปทั้งงาน เสียงหวีดร้องของแขกที่มาร่วมงานดังสนั่น เจตรินพุ่งไปหาเจ้าสาวแต่ไม่ทัน สมุนของมิคาอิลซึ่งสวมหน้ากากกันแก๊สคว้าตัวเธอได้ก่อน เจตรินไม่รอช้าเปิดฉากบู๊ใส่สมุนที่กรูเข้ามา อีริน่ากระทืบเท้าสมุนที่จับตัวเอง แล้วคว้าของใกล้มือฟาดใส่

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มสำลักควัน ยูริ ฤดี ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมรู้งาน หอบบรรดาผ้าต่างๆที่ใช้ในงานแต่งไปชุบน้ำไล่แจกผู้คนในงานเพื่อบรรเทาพิษจากแก๊สน้ำตา แล้วช่วยกันต่อสู้กับพวกคนร้าย ข้าวของที่จัดไว้อย่างสวยงามล้มระเนระนาด สองฝ่ายตะลุมบอนกันอุตลุด

ที่ประตูทางเข้างาน นิโคลัยกับพริมยิ้มแย้มมีความสุขเดินนำอเล็กซ์และเด็กๆแก๊งอมยิ้มเข้ามา ต้องตะลึงกับภาพชุลมุนวุ่นวายตรงหน้า พริมโดนพวกสมุนชุดใหม่ที่เพิ่งยกขบวนกันเข้ามาจับตัวไว้ นิโคลัยโดดเข้าไปช่วยพร้อมกับสั่งให้อเล็กซ์พาพวกเด็กๆหลบไปก่อน

อีริน่าตกใจเห็นพ่อกับแม่โดนรุม หันไปบอกเจตริน

“คุณลุยทางนี้นะ ฉันไปช่วยปาปากับมามา”

เจตรินรับคำ แล้วหันไปเตะสมุนกระเด็น ยูริจะเข้ามาช่วย กลับโดนหมัดของคนร้ายหงายหลัง อเล็กซ์เห็นมือถือของใครไม่รู้หล่นอยู่ รีบวิ่งไปหยิบแล้วกลับมา

ยังที่ซ่อน โทร.แจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ ไม่กี่อึดใจตำรวจนำกำลังเข้ามา สมุนของมิคาอิลพากันแตกกระเจิง บ้างก็หนีรอด บ้างก็ถูกจับกุม...

สภาพในงานแต่งงานเละสุดๆ ไม่ต่างจากสภาพของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ยูริปากเจ่อ ขอบตาเขียวไปข้างหนึ่ง บ่นอย่างขำๆ

“เป็นงานแต่งงานที่ตื่นเต้นที่สุดในโลก ผมจะตามกินเนสส์บุ๊กมาบันทึกไว้...อูย” พูดมากไปหน่อยทำให้ยูริเจ็บแผลที่ปาก ช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมนอนแผ่ที่พื้นอย่างเหน็ดเหนื่อย

เพื่อให้งานแต่งงานเดินหน้าต่อไป ทุกคนช่วยกันเคลียร์ห้องจัดเลี้ยงคนละไม้คนละมือ ไม่นานนัก พิธีแต่งงานระหว่างอีริน่ากับเจตรินก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง แม้เสื้อผ้าหน้าผมของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเยินไปบ้าง แต่งานแต่งงานก็ผ่านไปจนได้ คู่บ่าวสาวก้มกราบนิโคลัยและพริมหลังจากได้รับคำอวยพร พริมถึงกับน้ำตาซึม

“ฝากอีริน่าด้วยนะคะคุณเจตริน อีริน่าคือดวงใจของเราสองคน”

“ผมจะดูแลอีริน่าอย่างดีที่สุดครับ” สิ้นเสียงเจตริน เสียงเป่าปากดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงเฮ เด็กๆพากันยิงสายรุ้งใส่คู่บ่าวสาวอย่างสนุกสนาน นิโคลัยโอบไหล่พริมมองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข...

มิคาอิลทั้งเจ็บใจและเสียหน้ามากที่อีริน่ารอดเงื้อมมือไปได้อีกครั้ง ประกาศลั่นว่าถ้าเอาตัวอีริน่ามาไม่ได้นิโคลัยกับเมียจะต้องสังเวยชีวิต แล้วหันไปสั่งการสมุน

“พวกแกไปตามหามัน เจอมันเมื่อไหร่จับมันมาทั้งพ่อแม่ลูก แต่อย่ายุ่งกับไอ้ผู้ชายที่แต่งงานกับอีริน่า มันเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต จะพาฉันเดือดร้อน”

ooooooo

ที่บ้านพักของเจตริน อีริน่าจัดกระเป๋าเดินทางให้สามีในนามเสร็จ เตรียมจัดกระเป๋าของตัวเองต่อ รู้สึกเก้อเขินที่มีเจตรินยืนมองอยู่ใกล้ๆ  เขาเองก็รู้สึกแบบเดียว
กับเธอ ในที่สุด เด็กสาวรวบรวมความกล้าขออนุญาตเขาพาอเล็กซ์ไปกรุงเทพฯ ด้วย เจตรินไม่ขัดข้อง แต่อเล็กซ์ยังเด็ก พ่อแม่ของเขาจะยอมให้ลูกไปหรือ

“พ่อแม่ของอเล็กซ์ตายหมดแล้วค่ะ อุบัติเหตุรถไฟตกราง ญาติของแม่ที่เลี้ยงอเล็กซ์อยู่ก็ไม่ค่อยมีเงิน เมื่อไหร่ที่เขาไม่สามารถเลี้ยงได้ อเล็กซ์จะต้องไปอยู่กับหน่วยงานประชาสงเคราะห์ค่ะ ฉันสงสาร”

“เด็กเดินทางออกนอกประเทศ คงต้องเดินเรื่องกันพอสมควร”

“อเล็กซ์มีส่วนเป็นคนไทยด้วยค่ะ พ่อเป็นคนไทย”

เจตรินจะดูระเบียบของสถานทูตให้ก่อน อีริน่าขอบคุณเขามากที่ช่วยเหลือ เขากระเซ้าว่าตอนนี้เขาเป็นสามีของเธอแล้ว ย่อมต้องช่วยภรรยาเป็นธรรมดา อีริน่าทักท้วงอย่างเขินๆว่าเป็นแค่ในนามเท่านั้น...

สายวันเดียวกัน พริมเขียนจดหมายหาพ่อกับแม่ตัวเองอีกครั้งเพื่อฝากฝังลูกให้ท่านช่วยดูแล โดยจ่าหน้าซองชัดเจนว่า เรียนพลโท กันต์และคุณหญิงพรรณราย นิมิตภูวนาถ แล้วนำจดหมายฉบับนั้นใส่ซองเอกสารปิดผนึกอีกทีหนึ่ง ที่หน้าซองเอกสารไม่ได้เขียนอะไรไว้ จังหวะนั้น อีริน่าแวะมาหาพอดี พริมนำซองเอกสารยื่นให้

“จดหมายถึงคุณตาคุณยายเสร็จพอดีจ้ะ”

อีริน่าอยากให้พ่อกับแม่ไปเมืองไทยด้วยกันเพราะเราสามคนไม่เคยจากกันไปไหน พริมยังไปกับลูกไม่ได้ เพราะรับปากมิคาอิลไว้ว่าจะใช้หนี้พนันของนิโคลัยให้หมดก่อน อีริน่ารู้ดีว่าแม่เป็นคนรักษาคำพูดจึงไม่เซ้าซี้อะไรอีก ได้แต่สัญญาว่าถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ จะรีบหางานทำ ส่งเงินมาช่วยใช้หนี้ พริมกำชับลูกว่าอย่าบอกเรื่องเดือดร้อนของเราให้คุณตาคุณยายทราบเด็ดขาด เธอไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล แล้วหยิบซองใส่เงินยื่นให้

“นี่เงินของปาปากับแม่ให้ลูกไว้ใช้ จะได้ไม่ต้องกวนเงินคุณเจตริน ถึงเมืองไทยแล้วลูกรีบไปหาคุณตาคุณยาย ไม่ควรอยู่ที่บ้านคุณเจตรินนะลูก ครอบครัวของคุณเจตรินจะ...เอ่อ จะไม่สะดวกใจ” พริมเกือบหลุดปากพูดถึงเรื่องบาดหมางระหว่างตนเองกับครอบครัวของเจตริน ไม่ลืมเตือนลูกว่าอย่าลืมบุญคุณของเจตรินในครั้งนี้

“หนูจะไม่ลืมเลยตลอดชีวิตค่ะ” อีริน่าโผกอดแม่ไว้

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่อีริน่าจะเดินทางมาเมืองไทย มิคาอิลส่งสมุนไปจับตัวพริมกับนิโคลัยมากักขังไว้ แล้วส่งสมุนอีกกลุ่มหนึ่งขับรถไปปาดรถตู้ที่จะไปส่งเจตรินกับอีริน่าที่สนามบินให้จอด แล้วเอาคลิปในมือถือให้อีริน่าดู เธอถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นภาพพ่อกับแม่ถูกจับมัดมือมัดเท้ามีผ้าเทปปิดปาก มิคาอิลยื่นหน้าชั่วๆเข้ามาขู่

“เห็นแล้วใช่ไหมอีริน่าว่าใครอยู่กับฉัน เธอจะเลือกเห็นแก่ตัวหนีไปมีความสุขที่เมืองไทยแล้วปล่อยให้พ่อแม่ตายอยู่ที่นี่ หรือจะเป็นลูกกตัญญูอยู่ช่วยพ่อแม่...สุดที่รักของฉัน จะมาหาฉันดีๆหรือว่าจะให้ฉันแล่เนื้อพ่อแม่เธอทีละชิ้น ส่งไปให้เธอทำเนื้อแดดเดียวที่กรุงเทพฯ” มิคาอิลพูดจบ ชูมีดคมกริบให้ดู

อีริน่าร้อนใจมากจะตามไปช่วยพ่อกับแม่ เจตรินรั้งตัวไว้แต่เธอดิ้นรนจะไปให้ได้ ทำให้ซองใส่จดหมายถึงตากับยายที่เหน็บไว้กับกระเป๋าสะพายหล่นเข้าไปใต้ท้องรถโดยไม่มีใครทันสังเกต สมุนของมิคาอิลพยายามจะกระชากอีริน่าไปจากเจตริน เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงนกหวีดดังขึ้น

สมุนเห็นตำรวจมา พากันหนีขึ้นรถตัวเอง แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจสามนายกรูมาที่รถเพราะคิดว่าเจตรินโดนปล้น เชิญผู้เสียหายทั้งคู่ไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำ รถของเจตรินตามรถตำรวจไป ทิ้งซองเอกสารใส่จดหมายไว้บนถนน สักพัก รถกวาดถนนแล่นเข้ามาทับ ซองเอกสารถูกกวาดหายเข้าไปในรถ...

ในเวลาต่อมา หลังจากให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อย อีริน่าเดินร้องไห้ลงมาจากสถานีตำรวจ เนื่องจากเป็นห่วงพ่อกับแม่ และจะไม่ยอมไปกรุงเทพฯ เจตรินต้องเกลี้ยกล่อมว่าพ่อแม่ของเธอต้องการให้เธอไปเมืองไทยเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะหลังจากส่งเธอถึงมือคุณตาคุณยายเรียบร้อยแล้วเขาจะบินกลับมาหาทางช่วยพ่อกับแม่ของเธอทันที อีริน่าถึงได้ยอมขึ้นรถไปสนามบิน...

ขณะเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ อีริน่าถึงกับนํ้าตาไหลพรากทั้งอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดทั้งเป็นห่วงพ่อกับแม่ เจตรินสงสารเธอจับใจโอบไหล่เอาไว้อย่างปลอบโยน เด็กสาวซบหน้ากับไหล่เขาร้องไห้ เจตรินมองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้แค่คืบแล้วใจแทบละลายต้องคอยห้ามใจตัวเองเอาไว้

ooooooo

เสียงประกาศของกัปตันเครื่องบินว่าเครื่องบินกำลังจะลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปลุกเจตรินให้ตื่นขึ้น อีริน่ายังคงนอนหลับซบไหล่เขาอยู่ ชายหนุ่มเรียกเธอให้ตื่นได้แล้ว ถึงกรุงเทพฯแล้ว จากนั้นเขาหันไปสะกิดอเล็กซ์ อีริน่ามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินอย่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นแผ่นดินเกิดของแม่...

หลังจากได้กระเป๋าเดินทางเรียบร้อย เจตรินพาอีริน่ากับอเล็กซ์มายังจุดนัดพบกับอิทธิหรืออิฐ เพื่อนรักของเขาภายในสนามบินสุวรรณภูมิ อิทธิตกใจถึงกับร้องเอะอะเมื่อเจตรินแนะนำให้รู้จักกับอีริน่า ภรรยาของตัวเอง เจตรินต้องขอร้องเพื่อนเบาเสียงลงหน่อย ให้ไปถึงรถก่อน แล้วเขาจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะเรื่องมันยาว

“เชื่อว่าเรื่องยาว...ยาวมากแน่ๆ แค่นึกนี่นายก็น่าจะไม่รอดแล้ว ไหนจะคุณหญิงแม่ ไหนจะคุณอารดา”

อีริน่าถึงกับหน้าเจื่อน เจตรินต้องลากเพื่อนปากเสียของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว...

ระหว่างทางกลับบ้านไอศูรย์ศรินทร์ เจตรินเล่าถึงเหตุผลที่ตนเองต้องแต่งงานกับอีริน่าให้อิทธิฟัง เขากลับเห็นว่ามาเฟียโฉดคนนั้นยังไม่น่ากลัวเท่าแม่ของเจตริน อีริน่าเห็นท่าทางหนักใจของสามีในนามแล้วเกรงใจมาก ขอให้อิทธิช่วยพาไปส่งที่บ้านคุณตาคุณยายของตัวเอง แล้วหยิบกระเป๋าสะพายจะเอาจดหมายถึงตากับยายที่เหน็บไว้ในช่องหน้ากระเป๋าแต่หาไม่เจอ อิทธิรีบจอดรถให้เธอไปค้นหาในกระเป๋าเดินทางก็ไม่พบเช่นกัน

อีริน่าหยิบมือถือจะโทร.ถามแม่ เจตรินห้ามไว้เพราะไม่ต้องการให้มิคาอิลได้ใจว่าถือไพ่เหนือเรา เด็กสาวถึงกับนํ้าตาซึม เขาดึงมือเธอมากุมไว้อย่างปลอบใจ อิทธิมองออกว่าเพื่อนซี้มีใจให้เด็กสาวคนนี้

“ไปบ้านผมก่อนนะครับ แล้วช่วยกันคิดว่าเราจะทำอย่างไรนะครับ” เจตรินมัวแต่เป็นห่วงความรู้สึกของอีริน่า ไม่ทันสังเกตเห็นรถคันหนึ่งจอดมองอยู่ห่างๆ...

ขับรถมาได้สักพัก อิทธิเริ่มสงสัยว่ามีรถสะกดรอยตาม แต่เพื่อความมั่นใจจึงแกล้งเร่งเครื่องหนี รถคันนั้นยังคงแล่นตามเพียงแต่ทิ้งระยะห่างมากขึ้น อีริน่ามั่นใจว่ารถคันนั้นสะกดรอยตามตัวเอง ขอให้อิทธิช่วยเปิดซันรูฟให้ แล้วหยิบถุงใส่ลูกแก้วหลากสีขึ้นมาดีดใส่กระจกรถคันนั้น รถคนร้ายเสียหลักไปเล็กน้อยก่อนจะเร่งเครื่องตีคู่

เจตรินเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นไปช่วยอีริน่าดีดลูกแก้ว ในที่สุดลูกแก้วโดนมุมเหมาะๆ กระจกรถของคนร้ายร้าวทั้งบาน คนขับมองไม่เห็นทาง รถเสียหลักไถลลงข้างทาง อีริน่ากับพวกหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด...

แทนที่เขมชาติเจ้านายของพวกคนร้ายจะเล่นงานสมุนของตัวเองที่พ่ายแพ้ผู้หญิง เพราะถูกดีดลูกแก้วใส่กลับหัวเราะชอบใจ บอกว่าเธอหนีไปได้ก็ช่างมัน เขาเป็นคู่ค้าของมิคาอิลไม่ใช่ขี้ข้า

ฝ่ายนั้นขอความช่วยเหลือมาเขาก็ช่วยแล้ว แต่ไม่รับประกันว่าจะต้องสำเร็จ ถ้าอยากให้สำเร็จ มิคาอิลคงต้องมาจัดการเอาเอง แล้วหันไปบอกเอื้อสมุนคนสนิทให้ถ่ายสำเนารูปภาพของอีริน่าเอาไว้เผื่อเจออีกทีจะได้เอาตัวมาที่นี่ เพราะผู้หญิงคนนี้คงเป็นสินค้าตัวแสบที่มิคาอิลหมายหัวเป็นพิเศษ

“เราอาจเอาเธอไว้ต่อรองกับมิคาอิลได้...อ้อ ฉันจะเข้ากรุงเทพฯสัก 2-3 วัน นายอยู่คุมงานที่พัทยานี่ติดตามเรื่องยากับผู้หญิงลอตหน้าให้เรียบร้อยด้วย”

ooooooo

ทั้งแจ๋ว แหวว จิ๋มและศรีคนรับใช้ของบ้านไอศูรย์ศรินทร์ตื่นเต้นตกใจไปตามๆกัน เมื่อเห็นเจตรินกลับจากรัสเซียโดยพาภรรยาสาวสวยมาด้วย ทั้งสี่คนถูกใจอีริน่าทันทีตั้งแต่แรกเห็น หลังจากส่งอิทธิกลับไปแล้ว เจตรินเชิญอีริน่ากับอเล็กซ์ขึ้นไปบนบ้านซึ่งใหญ่โตกว้างขวางราวกับคฤหาสน์ แหววรีบสะกิดศรีแม่บ้านของที่นี่

“รอฟังสัญญาณก่อนดีไหมป้า แล้วค่อยเอาของขึ้นข้างบน”

ศรี จิ๋มและแจ๋วดูจะเห็นด้วยกับแหวว จึงยืนรีๆรอๆ ไม่ยอมเดินตามเจ้านาย จังหวะนั้นมีเสียงหัวร่อต่อกระซิกของชายหญิงดังมาจากบนบ้าน เจตรินต้องหยุดกึกเมื่อขึ้นมาเจอจิตรดาราน้องสาวตัวเองมีเพียงผ้าปูที่นอนห่อตัวอยู่กำลังวิ่งยั่วยวนกวนเซ็กซ์ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนุ่งกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว สภาพของทั้งคู่บ่งบอกชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรกันมา เจตรินโกรธมาก เอ็ดตะโรลั่น

“จิตรดาราทำแบบนี้ได้อย่างไร”

อีริน่าซึ่งเดินตามหลังเจตรินยื่นหน้ามามอง จิตรดาราเห็นสาวสวยมากับพี่ชายถึงกับกรี๊ดสนั่น เธอทนฟังเสียงแปดหลอดไม่ไหวต้องเอามือปิดหู นิกกี้แฟนหนุ่มของจิตรดารารีบแต่งตัว รีบไหว้ลาเจตรินก่อนจะจ้ำอ้าวลงจากบ้าน พอเดินผ่านหน้าอีริน่าซึ่งสวยสะดุดไม่วายแวะทักทายทำเจ้าชู้ใส่ เธอเหม็นขี้หน้า ตามไปแกล้งขัดขาเขาสะดุดล้มกลิ้งลงมาตามขั้นบันได ความซวยมาเยือนซ้ำสองเมื่อกลิ้งไปถึงด้านล่างเจอศรินทิพย์และจีรณัทย์แม่กับพี่สาวของเจตรินยืนอยู่ ศรินทิพย์ตวาดเสียงลั่นว่า

“มันเรื่องอะไรกันนายจิว”

“นิกกี้ครับ ผมชื่อนิกกี้ ชื่อจิวผมไม่ใช้แล้วครับ สวัสดีครับคุณหญิงแม่ พี่จีรณัทย์” นิกกี้คุกเข่าไหว้ทั้งคู่

“ทำไมมาตกบันไดบ้านฉัน ขึ้นไปข้างบนทำไม” ศรินทิพย์สีหน้าเอาเรื่อง ศรีเห็นแหวว แจ๋วและจิ๋มจับกลุ่มแอบดูเจ้านายอยู่ ไล่เขกหัวทีละคนก่อนจะตะเพิดให้กลับไปทำงานของตัว

ด้านศรินทิพย์คาดคั้นให้นิกกี้บอกมาว่าขึ้นไปข้างบนบ้านของตนทำไม เขาได้แต่อึกๆอักๆไม่กล้าพูด อีริน่ากับอเล็กซ์ได้ยินเสียงโวยวายยื่นหน้ามาดู ก่อนจะผลุบกลับไป

“ใครอยู่ข้างบน ยัยจิตรหรือเปล่า ลงมาเดี๋ยวนี้นะ” ศรินทิพย์ไม่พูดเปล่าขยับจะขึ้นไปเอาเรื่อง นิกกี้ได้ทีเผ่นแน่บ เธอก้าวขึ้นไปได้สองก้าว เจตรินเดินยิ้มลงมา พร้อมกับร้องทักทายแม่และพี่สาว ศรินทิพย์ดึงลูกชายไปหอมแก้มด้วยความคิดถึง ต่อว่าว่าจะกลับเมืองไทยทำไมไม่บอก จะได้ไปรับ จังหวะนั้นมีเสียงจิตรดาราปรี๊ดสนั่น

“ลงไปสิยะ มายืนซื่อบื้อเกะกะทางเดินเป็นเสนียดบ้านฉันอยู่อีก อยากโดนตบตกบันไดใช่ไหม” พูดจบเธอเดินกระแทกเท้าลงบันไดอย่างโกรธสุดๆ อีริน่าค่อยๆ เดินตาม ศรินทิพย์ถึงกับตะลึง

“นังเด็กหัวแดงมาจากไหน แกบังอาจเข้ามาในบ้านฉันได้อย่างไร”

ooooooo

ตอนที่ 3

จากนั้นไม่นาน เจตรินพาอีริน่ามาที่ห้องนั่งเล่นของบ้านไอศูรย์ศรินทร์ เพื่อแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวของเขาอย่างเป็นทางการ ศรินทิพย์ไม่ชอบฝรั่งหัวแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่ยอมรับไหว้ ลุกหนีไปนั่งอีกที่หนึ่ง ผิดกับจีรณัทย์ที่มองเธออย่างชื่นชมและเอ็นดูที่ไหว้ได้สวยกว่าคนไทยบางคนเสียอีก

จิตรดาราเข้ากับแม่เป็นปี่เป็นขลุ่ยตั้งแง่รังเกียจอีริน่า ไม่ยอมรับไหว้เธอเช่นกัน แถมบอกให้เอาไหว้คืนไป อีริน่าทำท่ารับคืน พร้อมกับพึมพำเบาๆ ถ้าอย่างนั้นเอาคืนมาก็ได้ จีรณัทย์กับเจตรินแอบยิ้ม ขณะที่ศรินทิพย์และจิตรดาราโวยใส่ที่นังฝรั่งหัวแดงกล้าหือ เจตรินแก้ตัวแทนว่าเธอทำไปโดยไม่ตั้งใจ แล้วเรียกเธอมานั่งข้างๆ

ศรินทิพย์ชี้หน้า “แกอย่าสะเออะนั่งเก้าอี้ฉันให้เชื้อโรคติด โน่น ลงไปนั่งบนพื้น”

“ผมขอครับคุณแม่ อีริน่านั่งบนเก้าอี้นี่ล่ะ ถ้าใครกลัวเชื้อโรค พรุ่งนี้ผมจะสั่งตัวใหม่มาให้แทนที่ก็ได้ครับ”

อีริน่านั่งเรียบร้อยแบบเด็กที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ทำให้จีรณัทย์มองเธออย่างชื่นชมอีกครั้ง ศรินทิพย์โกรธจัดที่ลูกชายออกหน้ารับแทนนังฝรั่งหัวแดง เท่ากับเห็นนังนี่ดีกว่าแม่ตัวเอง เจตรินอธิบายเหตุผลที่ต้องปกป้องอีริน่าเพราะเธอเป็นภรรยาของเขา ศรินทิพย์ตกใจแทบช็อกทำท่าจะเป็นลม จีรณัทย์จะเข้าไปประคอง แต่เธอปัดมือ แล้วหันไปต่อว่าลูกชายที่ไปคว้าเด็กข้างถนนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นเมีย

“แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชื่อเสียงตระกูลเราเหม็นหมด เจตโดนมันทำเสน่ห์ยาแฝดเข้าแล้ว แม่ไม่ได้ไปตบแต่งให้ แม่ไม่รับมันเป็น...แม่ไม่ให้มันร่วมวงศ์สกุลของเราเด็ดขาด ตระกูลเราไม่ต้อนรับพวกหัวแดงเป็นสะใภ้ สรุปว่าเจตต้องเลิกรากับมัน ไล่มันออกจากบ้านเราไปซะ”

เจตรินทำอย่างที่แม่ต้องการไม่ได้เพราะเขากับอีริน่าแต่งงานจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย ศรินทิพย์ไม่สนแต่งได้ก็หย่าได้ เอาเงินฟาดหัวไปสักก้อนหนึ่งแล้วไสหัวกลับรัสเซียไป อีริน่าเถียงอย่างสุภาพว่า เงินฟาดหัวคนอย่างเธอไม่ได้

“แกอย่ามาปากแข็งนะ ใช่แล้วแกใช่ไหมที่อารดา

บอกว่าเป็นลูกโสเภณีที่ไปหากินที่รัสเซียแล้วโดนแมงดาถีบหัวทิ้ง นี่ยิ่งแย่มากกว่าเด็กข้างถนน” ศรินทิพย์มอง อีริน่าอย่างชิงชัง เจตรินทนไม่ไหวออกโรงปกป้องอีริน่าอีกครั้ง ยิ่งทำให้ศรินทิพย์ขุ่นเคือง หาว่าเขาทำตัวเหมือนอาจิรายุที่หลงรักผู้หญิงสารเลวคนหนึ่งจนโดนนังนั่นฆ่าตาย พ่อของเขาพลอยตรอมใจตายตามน้องชายไปอีกคน เธอไม่มีวันให้เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด

จีรณัทย์เศร้าหนักเมื่อได้ยินแม่พูดถึงเรื่องนี้ ขณะที่อีริน่าฟังอย่างสนใจรู้สึกว่ามีอะไรลึกล้ำแฝงอยู่

ooooooo

อีกมุมหน้าประตูห้องนั่งเล่น แจ๋ว จิ๋มและแหววแอบฟังเรื่องของเจ้านายอย่างเมามันในอารมณ์ จึงไม่ได้ยินเสียงอารดาเข้ามา เธอผลักสามสาวกระเด็นไปคนละทางก่อนจะเปิดประตูผลัวะเข้าไป ทันทีที่ประตูห้องปิดสามสาววิ่งกลับมาเอาหูแนบประตูแอบฟังกันต่อไป แต่ต้องผงะเมื่อได้ยินเสียงอารดาร้องกรี๊ดๆ บ้านแทบแตก

“แก...นี่เองหรือ นังวายร้ายข้างถนน เจตแต่งงานกับแกเหรอ” ไม่พูดเปล่า อารดาปรี่เข้าไปจะตบอีริน่าซึ่งลุกพรวดกำหมัดตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ ยัยปรี๊ดแตกเบรกตัวโก่ง หน้าหวิดจะทิ่มหมัด แต่กลับหันไปฟ้องศรินทิพย์อย่างไม่อายปากว่านังฝรั่งหัวแดงจะชกตนเอง
ศรินทิพย์ทำตัวน่ารังเกียจไม่แพ้กัน เข้าข้างอารดาสุดลิ่มทิ่มประตูแบบไร้เหตุผลจะเอาเรื่องอีริน่าให้ได้

เจตรินมองจิตรดาราอย่างตำหนิ เดาได้ไม่ยากว่าเธอเป็นคนโทร.ไปตามอารดา เธอมองตอบไม่แคร์

“พี่เจตอยากทำงามไส้ทำไมล่ะ จิตก็ต้องโทร.ไปบอกคู่หมั้นของพี่สิ เพื่อความถูกต้องยุติธรรม”

เจตรินเห็นแม่เข้าข้างอารดาแบบผิดๆพยายามใช้เหตุผลเข้าสู้ แต่ดูจะไร้ผล เพราะแม่ตั้งแง่รังเกียจอีริน่า อารดารู้นิสัยเจตรินดีว่าใช้ไม้แข็งไม่มีทางเอาชนะได้ จึงใช้ไม้อ่อนบีบน้ำตาเข้าไปเกาะแขนออดอ้อน

“เจตขา แล้วเจตจะเอาดาไว้ไหนคะ ดาเป็นคู่หมั้นเจตนะคะ ดาทำผิดอะไร เจตถึงใจร้ายกับดาขนาดนี้ เจตจะให้ดาอับอายขายหน้าคนทั้งเมืองหรือคะ”

อีริน่าเห็นเจตรินนิ่งอึ้ง รู้ทันทีว่าต้องการตัวช่วย ปราดเข้าไปกอดแขน ออดอ้อนบ้าง “ที่รักขา ภรรยาง่วงแล้วค่ะ นั่งทรมานบนเครื่องบินสิบกว่าชั่วโมงไปนอนกันนะคะ” อีริน่าลากเขาออกไปไม่สนใจศรินทิพย์กับอารดาที่เต้นเร่าๆแถมยังปรายตายั่วยัยปรี๊ดแตกที่ร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน จะตามไปเอาเรื่อง จีรณัทย์ขวางไว้ ขอร้องให้กลับไปก่อน อารดาพาลใส่หาว่าเธอเข้าข้างอีริน่า เธอเตือนว่ายิ่งทำแบบนี้เจตรินจะยิ่งหนีห่าง

“ยังไงดาก็ไม่ยอมค่ะ เจตเป็นของดา ดาต้องเอาของดาคืน แล้วนังนั่นมันจะรู้ว่ามันเล่นอยู่กับใคร”...

ครู่ต่อมาอารดากลับถึงบ้านตัวเองซึ่งใหญ่โตกว้างขวางไม่แพ้บ้านไอศูรย์ศรินทร์แต่กลับทรุดโทรมเพราะขาดการดูแลเนื่องจากพิทักษ์พ่อของเธอถูกศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย อารดาไม่ยอมให้เสียเวลา สั่งให้เด็กรับใช้รีบเก็บข้าวของของเธอใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อย้ายไปอยู่บ้านเจตริน พิทักษ์มายืนมองอยู่หน้าประตูห้องลูกถามว่าคิดจะย้ายบ้านถาวรเลยหรือ แล้วบ้านหลังนี้จะปล่อยให้ร้างหรืออย่างไร

“อีกหน่อยคุณพ่อก็ไปอยู่ต่างประเทศ มันก็จะเป็นบ้านร้างเหมือนกันแหละค่ะ”

สองพ่อลูกมีปากเสียงกันเช่นเคย อารดายังเคืองพ่อไม่หาย แม้ท่านจะโอนบ้านหลังนี้และทรัพย์สินเงินทองอีกหลายรายการเป็นชื่อของเธอ แต่เธอกลับเบิกถอนหรือโอนกรรมสิทธิ์อะไรไม่ได้สักอย่าง เพราะทั้งโฉนดที่ดิน พันธบัตรและบัญชีเงินฝาก พ่อเก็บเอาไว้เอง รวมทั้งเงินในธนาคารที่ต่างประเทศด้วย พิทักษ์อ้างว่าที่ต้องเก็บของเหล่านั้นไว้ก่อน เพราะถ้าลูกเกิดอกตัญญูขึ้นมา เขามิถูกเฉดหัวไปอยู่บ้านคนชราหรือ

“งั้นก็เชิญคุณพ่อกอดสมบัติของคุณพ่อต่อไปเถอะค่ะ ดาจะไปอยู่กับเจต”

พิทักษ์ทักท้วงว่าเจตรินแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ อารดาปรี๊ดแตกทันที ขอร้องพ่ออย่าตอกย้ำ ควรจะช่วยเธอหาทางเอาเขาคืนมาเป็นของเธอไม่ดีกว่าหรือ พิทักษ์ปฏิเสธทันควันว่าไม่อยากพรากผัวพรากเมียใคร อารดาน้อยใจพ่อสุดๆ ในเมื่อไม่ช่วยเธอก็จะหาทางช่วยตัวเอง แล้วเดินสะบัดออกจากห้อง พิทักษ์รีบเดินตาม...

ขณะที่พิทักษ์กับอารดายังคงไม่ลงรอยกัน ศรินทิพย์กับจิตรดารากลับรวมหัวกันหาทางกำจัดอีริน่าไปให้พ้นจากครอบครัวของตนเองให้เร็วที่สุด

ooooooo

พิทักษ์พยายามกล่อมลูกให้ล้มเลิกความตั้งใจจะไปอยู่บ้านเจตริน แต่เธอยืนกรานจะไปให้ได้ เพราะถ้าเธอไม่มีหลักเกาะที่มีหน้ามีตาอย่างเจตริน ผู้คนจะดูถูกเอาได้

“แต่เรายังมีทรัพย์สินอีกมากมาย แล้วแค่ห้าปีแค่นั้น พ่อก็พ้นภาวะล้มละลายแล้ว”

“แต่มันขายหน้าค่ะ คนล้มละลายถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ยิ่งใครๆพูดกันว่าล้มบนฟูกยิ่งน่าอาย  เพราะเท่ากับเราเป็นพวกขี้โกง”

“แล้วที่แกกำลังจะไปแย่งผัวคนอื่นเขานี่ล่ะ เรียกว่าอะไร” พิทักษ์ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ สองพ่อลูกมีปากเสียงกันอีกครั้ง อารดาเบื่อมากที่ต้องโต้เถียงกัน ขอให้เราสองคนต่างคนต่างไปจะดีกว่า พิทักษ์โกรธจัด ตำหนิลูกว่าพูดกับพ่อแบบนี้ได้อย่างไร อารดาถึงกับน้ำตาคลอด้วยความอัดอั้น

“ที่ดาไม่อยากอยู่บ้าน ส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากผวาว่าใครจะมาขู่มาทวงหนี้อีกเมื่อไหร่ ทั้งหนี้นอกระบบในระบบ ไม่อยากผวาว่าคุณพ่อจะโดนตำรวจจับใส่กุญแจมือเมื่อไหร่ ดาไม่ต้องการเห็นภาพนี้ ดาต้องเลือกทางรอดก่อนค่ะคุณพ่อ และเจตคือทางรอดของดาของเรา” อารดาว่าแล้วขยับจะไป พิทักษ์เรียกไว้

“ก่อนพ่อไปอยู่เมืองนอก พ่อจะให้โฉนดบ้านหลังนี้กับโฉนดที่ดินที่รังสิตอีกสามร้อยไร่ ส่วนเงิน พ่อจะหาทางโอนมาให้จากเมืองนอก ใครๆจะได้ไม่ดูถูกว่าลูกสิ้นไร้ไม้ตอก คงพอช่วยกู้หน้าที่มีพ่อล้มละลายได้”

อารดาไหว้ขอบคุณพ่อเสร็จ เดินเช็ดน้ำตากลับห้อง พิทักษ์มองตามเจ็บปวดใจที่ลูกหมางเมิน...

ระหว่างที่เจตรินกำลังปลอบใจอีริน่าซึ่งไม่สบายใจมากที่รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของที่นี่ จิตรดาราซึ่งแอบมองอยู่ตลอด ไม่พอใจที่พี่ชายตัวเองดูจะหลงใหลในตัวเด็กสาวคนนี้อย่างเห็นได้ชัด คิดหาทางกลั่นแกล้ง ตรงรี่ไปที่ห้องครัว สั่งให้ศรี จิ๋ม แจ๋วและแหววเตรียมอาหาร เผื่อแค่พี่เจตกับพี่ดาอีกสองที่เท่านั้น ไม่ต้องทำเผื่อตัวเสนียด และถ้าใครให้นังนั่นกินอาหาร เธอจะเล่นงานให้หนัก สั่งเสร็จเดินสะบัดออกไป

จิ๋มมองตามจนแน่ใจว่าจิตรดาราไปแล้ว แอบนินทา “นึกว่าอยู่ยุคนางทาสหรือไง จิกได้จิกดี”

แม้ศรีจะชอบใจ แต่ต้องตีเธอเพื่อกำราบเอาไว้บ้าง แล้วไล่สามสาวไปเตรียมตั้งสำรับ แจ๋วเป็นกังวลแทนอีริน่าที่ต้องเจอทั้งแม่ผัว น้องผัวและยังมีคู่หมั้นผัวที่ต่างแรงๆกันทั้งนั้น ไม่รู้ว่าเธอจะทนอยู่ที่นี่ได้สักกี่น้ำ

ooooooo

ขณะจีรณัทย์เดินคุยกับเจตรินมาตามทางเดินในบ้านเพื่อไปดูห้องนอนเดิมของเขา ชายหนุ่มเล่าถึงสาเหตุที่ต้องแต่งงานกับอีริน่าแต่ในนามให้ฟัง รวมทั้ง เรื่องที่แม่ของเธอส่งเธอมาอยู่กับตายายที่เมืองไทยเพื่อให้ห่างไกลจากพวกมาเฟีย แล้วขอร้องพี่สาวอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร

“พี่เข้าใจเจตจ้ะ พี่จะไม่พูดกับใคร แต่เจตก็น่าจะรีบส่งอีริน่าไปหาคุณตาคุณยาย”

“อีริน่าทำจดหมายแม่หล่นหายครับ” จังหวะนั้น สองพี่น้องเดินมาถึงหน้าห้องเก่าของเจตรินพอดี  จีรณัทย์ยังไม่เปิดประตูห้อง ศรินทิพย์เดินนำจิตรดาราเข้ามา พร้อมกับสั่งห้ามใครใช้ห้องนั้น  เพราะตนจะให้เป็นห้องหอของเจตรินกับอารดาซึ่งคู่ควรกับการเป็นสะใภ้ของไอศูรย์ศรินทร์ จะไม่ยอมให้นังฝรั่งหัวแดงมาอยู่ห้องนี้เด็ดขาด ตนยอมให้มันอยู่เรือนคนใช้ก็ถือว่าปรานีมากแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นผมไปอยู่เรือนคนใช้ด้วยครับ”

ศรินทิพย์ไม่พอใจที่ลูกคอยปกป้องอีริน่าอยู่ตลอด บอกให้เขาเลือกเอาระหว่างรักนังเด็กนั่นหรือว่าจะเสียแม่ไป อีริน่ายืนหลบอยู่ไม่ห่างนัก ได้ยินคำพูดของสองแม่ลูกถึงกับน้ำตาซึม

“ขอบคุณมากค่ะคุณเจตรินที่ปกป้องอีริน่าตลอดเวลา อีิริน่าจะไม่ให้คุณเดือดเนื้อร้อนใจนานเกินไปหรอกค่ะ ขอเวลาสักพัก อีริน่าจะออกตามหาตายายของอีริน่าด้วยตัวเอง”...

เจตรินยังเคลียร์กับแม่ไม่ทันจบ ต้องมีเรื่องให้ปวดสมองเพิ่มขึ้นอีกเมื่ออารดาขนข้าวของจะมาอยู่ที่นี่ เพื่อตัดปัญหายุ่งยาก เขาตัดสินใจจะพาอีริน่าไปอยู่คอนโดฯ ศรินทิพย์เห็นลูกชายท่าทางเอาจริง จำต้องอนุญาตให้เขาใช้ห้องนอนเดิมของเขาได้ แล้วขยับจะไปดูอารดา เจตรินร้องเรียกไว้

“คุณแม่ครับ ดาจะมาพักที่บ้านนี้ก็ได้นะครับ แต่ไม่ใช่อยู่ตลอดไป และต้องไม่หาเรื่องอีริน่า หากดาก่อเรื่องกับอีริน่า ผมจะพาอีริน่าไปอยู่ที่อื่น...ทันที”

“ย่ะ พ่อเจ้าประคุณ รู้แล้วว่าคุณน่ะเป็นเจ้าของบ้าน ฟังที่พูดนี่ก็ใหญ่โตคับฟ้าจนไม่เห็นหัวแม่แล้ว ให้แม่ไปรับใช้เป็นขี้ข้ารองมือรองเท้าเมียแกซะด้วยเลยไหมล่ะ” ศรินทิพย์แดกดันจบ เดินกระแทกเท้าปังๆออกไป จิตรดาราแขวะพี่ชายว่าหลงเมียจนลืมแม่ แล้วเดินตามศรินทิพย์ เจตรินถึงกับถอนใจหนักใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าตึกใหญ่ อีริน่าเห็นสาวใช้ทั้งสี่คนของบ้านไอศูรย์ศรินทร์ รวมทั้งนายเมฆคนขับรถของที่นี่ หวินกับสมรสาวใช้ของอารดาช่วยกันลากกระเป๋าเดินทางนับสิบใบของยัยปรี๊ดแตก แล้วอดขำไม่ได้ เพราะขบวนยาวราวกับขบวนพาเหรด อารดาเหลือบเห็นอีริน่า ยืนมองอยู่กับอเล็กซ์ วางมาดนายหญิงใส่

“แกน่ะ ยืนซื่อบื้ออยู่ทำไม มาช่วยกันขนกระเป๋าเดี๋ยวนี้”

อีริน่าขยับจะไปช่วยเพราะสงสารศรีกับพวก แต่แจ๋วห้ามไว้ อารดายืนกรานจะให้อีริน่ามาขนกระเป๋าให้ได้ จิ๋มทักท้วง อารดาควรจะให้เกียรติเธอในฐานะที่เป็นภรรยาเจ้าของบ้านบ้าง

“อยากจะหัวเราะให้น้ำลายเปียกหน้าแก เรื่องอะไรฉันจะต้องให้เกียรตินังภรรยาขี้ขโมยสามีคนอื่น”

“แต่เธอก็เป็นภรรยาเจ้าของบ้านตัวจริงที่กำลังจะมีคนบางคนมาขโมยจิกสามีไป” แหววช่วยเสริม

“อ๊าย...อีขี้ข้าปากส้วม” อารดาด่าเสร็จพุ่งใส่อย่าง เอาเรื่อง แหววหลบทันแล้วหัวเราะใส่หน้า เธอโกรธที่เล่นงานแหววไม่ได้หันไปจะตบอีริน่าแทนที่ เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะจับข้อมือเธอบิดถึงกับร้องโอ๊ยลั่น

“เคยรู้ฝีมือฉันแล้วไม่ใช่หรือคุณนางยักษ์ ไม่เข็ดหรือไง ถ้าอยากจะอยู่อ่อยสามีฉันที่นี่อย่างสงบสุขล่ะก็ อย่ายุ่งกับฉันและอย่าแหย่ต่อมโกรธของฉันด้วย เพราะฉันโกรธง่ายมาก” อีริน่าเหวี่ยงอารดาหน้าคะมำ แหวว  แจ๋วกับจิ๋มพากันหัวเราะสะใจ อารดาโกรธจัด วิ่งแจ้นเข้าบ้านไปฟ้องศรินทิพย์ สมรกับหวินไม่พอใจที่คนรับใช้บ้านนี้หัวเราะเยาะเจ้านายพวกตน พากันมองเขม่น ขณะที่อีริน่าพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“ยังไม่ไปบ้านคุณตาคุณยายดีกว่า อยู่ที่นี่สนุกดี ถ้าฉันไม่อยู่ สามีฉันต้องเดือดร้อนแน่ๆ ภรรยาที่ดีต้องอยู่ช่วยสามีกำจัดภัยร้าย”

ooooooo

อีริน่าโดนหวินกับสมรตามมาหาเรื่อง แหววทนไม่ได้จะเข้าไปช่วย แต่จิ๋ม แจ๋ว และนายเมฆจับตัวไว้ เตือนว่าคุณหญิงสั่งห้ามช่วย  จำไม่ได้หรือ เดี๋ยวหัวจะขาดไม่รู้ตัว หวินแตะตัวสมรจะให้ช่วยกันรุมตบตีอีรีน่า เธอถึงกับสะดุ้งเฮือกเพราะบ้าจี้ รีบเอามืออุดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนจะพ่นเสียงด่าลอดตามไรฟัน

“นังบ้า รู้ว่าบ้าจี้ยังจะมาโดนตัว”

อีริน่าจับไต๋ได้ พรวดเข้าจี้เอวสมรซึ่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังสลับกับเสียงสบถทุกครั้งที่ถูกจี้เอว จังหวะหนึ่งสมรเหวี่ยงแขนไปโดนหวินซึ่งบ้าจี้เช่นกัน สองสาวประสานเสียงหัวเราะกับเสียงสบถดังลั่น แหวว จิ๋มกับแจ๋วลืมคำขู่ของคุณหญิงเสียสิ้น ช่วยกันรุมจี้เอวหวินกับสมรกันอย่างสนุกสนาน อีริน่าถอยห่าง ปล่อยให้สามสาวจัดการคนของอารดากันเอง จนเห็นสองสาวเริ่มจะหมดเรี่ยวแรงจึงบอกให้ทุกคนหยุดแกล้ง...

ศรินทิพย์ไม่ค่อยชอบใจนักเมื่อรู้ว่าอารดาพาคนรับใช้สองคนของตัวเองติดสอยห้อยตามมาด้วย ทั้งๆที่บ้านนี้มีคนรับใช้ตั้งมากมายจนแทบจะเดินชนกันอยู่แล้ว เธออ้างว่าจะเอามาคุ้มกันให้พ้นจากอีริน่าจนกว่าเธอจะเรียนศิลปะการต่อสู้เอาไว้มาสู้กับนังเด็กนั่นจบเสียก่อนศรินทิพย์ไม่มีทางเลือกจำต้องยอมให้คนของอารดามาอยู่ด้วย แต่มีข้อแม้เธอต้องจ่ายเงินเดือนเอง อารดาแอบกัดว่าที่แม่สามีว่าเค็ม ก่อนจะยิ้มหวานให้

“ค่ะคุณแม่ คนของดา ดาจ่ายเองอยู่แล้วค่ะ แล้วที่ดาไปเรียนการต่อสู้นี่ จะช่วยปกป้องคุณแม่ด้วยนะคะ”

“ก็ขอบใจล่ะจ้ะ” ศรินทิพย์ยิ้มหวานตอบอย่างรู้ทัน...

ฝ่ายจิ๋ม แจ๋วและแหววยังมันเขี้ยวสมรกับหวินไม่หาย ระหว่างช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางของอารดาขึ้นบันได สามสาวรีบเดินแซงหน้าคู่อริ แล้วแกล้งทำหลุดมือ กระเป๋าไถลลงจากบันไดชนหวินกับสมรกลิ้งลงไปกองกับพื้น สามสาวต่างร้องวี้ดว้ายว่าตัวเองตกบันไดแล้วกระโดดขึ้นไปนอนกลิ้งเกลือกบนกระเป๋าที่สุมอยู่บนตัวสองสาวคู่อริ ก่อนจะหัวเราะกันคิกคัก ศรีได้ยินเสียงโครมครามเดินมาดู รู้ว่าสองสาวเป็นคนของอารดาแอบยิ้มสะใจ อีริน่าเห็นสภาพของสาวๆแล้วอดขำไม่ได้ จัดแจงเข้าไปช่วยฉุดสมรกับหวินให้ลุกขึ้น

อารดาเข้ามาเห็นพอดี คิดว่าอีริน่าแกล้งคนของตัว ปราดเข้าไปตบสั่งสอน อเล็กซ์จะช่วยเพื่อนซี้ โดนเธอผลักกระเด็น อีริน่าโกรธสุดๆ กระชากอารดามาต่อยล้มก้นจ้ำเบ้า

“อ๊าย...คุณแม่ขา ช่วยดาด้วย” อารดาร้องลั่น

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำร้ายฉัน อย่าจี้ต่อมโกรธฉัน” อีริน่าตามเข้าไปกระชากอารดาจะต่อยซ้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงศรินทิพย์ตวาดลั่นว่าหยุดเดี๋ยวนี้ เธอยังแค้นใจไม่หายเหวี่ยงอารดาลงไปกองกับพื้น ศรินทิพย์ไม่พอใจตบหน้าอีริน่าฉาดใหญ่ ฐานที่มาทำกิริยาถ่อยรดหัวตนเอง แล้วไล่ไปให้พ้นหน้าก่อนจะหันไปเล่นงานคนของตัวที่ไปแกล้งคนของอารดา สมรกับหวินได้ทีฟ้องฉอดๆๆ

“มันว่าคุณดาด้วยค่ะว่าไม่ว่าชาตินี้ชาติหน้าชาติไหน น้ำหน้าอย่างคุณดาไม่มีวันมีน้ำยาช่วยพวกหนู ว่าคุณดาต่ำต้อยด้อยค่ากว่านังสะใภ้นายมัน พวกมันเกลียดคุณดา รักนังสะใภ้หัวแดงค่ะ”

“กำเริบนักนะนังปากตำแย นังขี้ข้าตาไม่มีแวว ต่ำไร้การอบรม” อารดาด่ากราด ศรินทิพย์ถึงกับสะดุ้งรู้สึกเหมือนโดนด่ากระทบ ไม่ค่อยพอใจนักแต่ไม่กล้าด่ากลับ จึงหันไปเล่นงานศรีระบายอารมณ์ ที่เห็นคนของอารดาถูกกลั่นแกล้งแล้วไม่รู้จักห้ามปราม สั่งตัดเงินเดือนคนของตัวเองเป็นการลงโทษ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่มุมสงบในสวนข้างบ้านอีริน่าปั้นผ้าเช็ดหน้าเป็นก้อนกลมๆ แล้วใช้ปากเป่าให้ร้อน จากนั้นนำมาประคบแก้มที่ถูกศรินทิพย์ตบ เจตรินเข้ามาเห็นแก้มของเธอเป็นรอยช้ำ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กสาวไม่อยากให้แม่ลูกมีปัญหากันอีก โกหกว่าล้มกระแทกกิ่งไม้ เขาไม่ค่อยจะเชื่อนัก แต่ก็ไม่ซักอะไรอีก ดึงผ้าเช็ดหน้าไปจากมือเธอ แล้วช่วยประคบแก้มให้ อีริน่าขอบคุณเขามากที่ดีกับตนเอง

“ไม่ดีกับภรรยาแล้วจะให้ดีกับน้องหมาที่ไหน” คำพูดติดตลกของเจตรินทำให้อีริน่ายิ้มได้

ooooooo

ศรินทิพย์ตั้งแง่รังเกียจอีริน่าไม่เลิก ไม่ยอมให้คนรับใช้จัดที่ให้เธอกับอเล็กซ์กินอาหารร่วมโต๊ะด้วย เจตรินไม่พอใจมาก ถ้าอีริน่าไม่ได้ร่วมโต๊ะ เขาก็ไม่กิน แล้วขอยืมรถของจีรณัทย์จะพาเธอไปหาอะไรกินข้างนอก ศรินทิพย์โกรธ สั่งห้ามลูกชายไปไหนเด็ดขาด เขาก็รู้ดีว่าครอบครัวของเราต้องกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา

“ครอบครัวเรามีภรรยาผมเพิ่มมาอีกคน หากเธอไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วย มันก็คงถึงเวลาที่เราต่างคนต่างกินแล้วละมังครับคุณแม่” เจตรินพูดจบ ขยับจะไป อารดารีบเกาะแขนเขาออดอ้อน

“เจตขา ดามาอยู่ด้วย เจตน่าจะอยู่กินข้าวต้อนรับดานะคะ...นะคะเจต”

“ผมเป็นห่วงภรรยาครับ เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่กลางวัน ป่านนี้หิวแย่แล้ว” เจตรินพูดจบสะบัดมืออารดาอย่างแรงจนเซ เดินไปหยิบกุญแจรถของพี่สาวแล้วจ้ำพรวดๆออกไป อารดาจะตาม ศรินทิพย์ห้ามไว้

“ปล่อยเขาไปก่อน ให้มันรู้ไปว่าจะหลงเมียจนกล้าทิ้งแม่ทิ้งพี่น้องตัวเอง”...

ท้องของอีริน่าส่งเสียงประท้วงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่มาถึงบ้านไอศูรย์ศรินทร์ เจ้าตัวขำแกมสมเพชตัวเองที่คนบ้านนี้ใจจืดใจดำไม่ยอมให้ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย เจตรินเดินยิ้มสดใสเข้ามาหา ไม่อยากให้อีริน่ารู้ว่าตัวเองมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจมา แล้วชวนไปทัวร์กรุงเทพฯด้วยกัน...

ในเวลาต่อมา ขณะที่เจตรินพาอีริน่าไปกินมื้อค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย ศรินทิพย์พาอารดามาอาศัยนอนที่ห้องของจิตรดาราไปพลางก่อน พรุ่งนี้ถึงจะจัดห้องให้ใหม่ เธอไม่ขัดข้อง แต่ขอให้คนของเธอนอนที่นี่ด้วย ให้ปูที่นอนที่พื้นปลายเตียงก็ได้ เธอไม่อยากปล่อยให้คนของตัวเองไปนอนกับคนรับใช้ของที่นี่ กลัวจะโดนรังแกอีก

“แล้วก่อนนอน ดาต้องให้สองคนนี้นวดเท้าให้ด้วยค่ะ ไม่อย่างนั้นดานอนไม่หลับ”

ศรินทิพย์หันไปถามเจ้าของห้องจะว่าอย่างไร จิตรดารายอมให้แค่คืนนี้เท่านั้น และอีกอย่างจะได้ลองให้คนของอารดานวดเท้าให้ ถ้าหลับสบายจริงอย่างที่ว่า ต่อไปจะได้ให้คนของตนนวดให้ทุกคืน...

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อค่ำแสนอร่อย เจตรินพาอีริน่านั่งรถชมวิวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของกรุงเทพฯ ถนนและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆถูกประดับประดาไฟสวยงาม ไว้สำหรับงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทำให้เด็กสาวมองอย่างตื่นตาตื่นใจ...

ระหว่างที่เจตรินพาอีริน่าทัวร์กรุงเทพฯอย่างมีความสุข แหวว แจ๋วและจิ๋มอดหมั่นไส้หวินกับสมรไม่ได้ที่ดัดจริตจะต้องนอนบนตึกใหญ่ แถมยังให้พวกตนลำบากลำบนขนฟูกกับหมอนไปบริการถึงที่ แจ๋วแนะให้เอาหมามุ่ยโรยที่นอน พวกนั้นจะได้หลับฝันดี แหววไม่เห็นด้วย เก็บไว้เอาคืนวันหลังยังไม่สาย
สามสาวหอบฟูกกับหมอนมาถึงเชิงบันได เห็นสองคู่อริคุยกันระริกระรี้อยู่ที่โถงชั้นบน จัดแจงโยนข้าวของกองไว้ตรงนั้น แล้วร้องเรียกให้ทั้งคู่ลงมาขนไปเอง แหววนึกสนุกทำท่าจี้เอวในอากาศเพื่อแกล้งพวกบ้าจี้ สมรตะโกนสวนว่าขืนทำแบบนั้นจะฟ้องคุณหญิง จิ๋มจะขึ้นไปเอาเรื่องคนช่างฟ้อง แต่แจ๋วรั้งตัวไว้

“ช่างมันเถอะ ให้เห่าไปก่อน...พวกฉันคุมครัวนะยะ อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนสองคนมีงบซื้อข้าวกินเองหรือเปล่า” แจ๋วหัวเราะเยาะเย้ย สองสาวถึงกับหน้าซีด แหวว แจ๋วและจิ๋มยิ้มสะใจก่อนจะพากันออกไป หวินหันไปเล่นงานสมรว่าไม่น่าปากเสียไปยั่วพวกนั้น

“เรื่องเงินน่ะ คุณดาเหนียวจนเคี้ยวไม่ออก แกก็รู้ ทำไงล่ะทีนี้” สองสาวอดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

ดึกคืนเดียวกัน ขณะที่จิตรดาราแอบย่องออกจากบ้านหนีแม่ไปเที่ยวกลางคืน เจออารดาดักรอจะออกไปด้วย เนื่องจากไม่มีกุญแจไขบ้าน และไม่อยากยุ่งกับพวกสาวใช้ของบ้านนี้ที่ถือกุญแจ เกรงจะรู้ถึงหูศรินทิพย์

“เหตุผลเขียนสคริปต์มาดีมากเลยนะคะ” จิตรดาราเหน็บ

“เรื่องของเรา ถ้าจิตไม่พูดพี่ก็ไม่พูด พี่มาอยู่ที่นี่ พี่ก็ต้องทำตัวให้คุณแม่ไว้ใจ สบายใจ แบบเดียวกับที่จิตทำอยู่นี่ล่ะ แต่จิตก็รู้ว่าการออกไปพักผ่อนหย่อนใจตอนกลางคืนบ้าง ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าเราไม่ทำตัวเสียหายใช่ไหมจ๊ะ” อารดาเหน็บคืนให้บ้าง เพราะรู้ว่าจิตรดาราแอบหนีเที่ยวเป็นประจำ

“นั่นสิคะ จิตก็คิดอย่างเดียวกับพี่ดา ไม่ทำตัวเสียหายไปมากกว่าที่เคยเสียหายมาแล้ว และก็กำลังจะทำให้เสียหายในอีกไม่นานนี้” คำพูดเป็นนัยๆของจิตรดาราทำให้อารดารู้สึกว่าอีกฝ่ายรู้อะไรบางอย่างที่เธอจะประมาทไม่ได้ รีบตัดบทว่าเราต่างคนต่างไม่ยุ่งกันดีที่สุด จิตรดาราเห็นด้วย แล้วยื่นกุญแจบ้านให้เธอเก็บไว้จะได้เข้าบ้านได้สะดวก ส่วนตนเองหาทางเข้าบ้านเองได้ จากนั้นสองสาวต่างแยกย้ายไปขึ้นรถที่มารอรับ

จิตรดาราไปกับนิกกี้ ขณะที่อารดารีบเดินไปหาเมทินีกับลลิตาสองเพื่อนสนิทที่จอดรถรออยู่...

จากนั้นไม่นาน อารดากับเพื่อนมาถึงหน้าผับหรูซึ่งนัดพงษ์ธรเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งเอาไว้ เห็นจิตรดารากับนิกกี้และเพื่อนกลุ่มใหญ่กำลังเดินเข้าไปข้างในโดยที่พวกนั้นไม่ทันเห็นเธอ สักพัก พงษ์ธรพาเขมชาติมาแนะนำให้สามสาวรู้จัก ทีแรกอารดาไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนใหม่คนนี้นัก แต่พอเห็นรูปอีริน่าปรากฎบนหน้าจอมือถือของเขา เธอถึงกับจ้องเขม็ง ซักว่าผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา เขมชาติอึกอัก พงษ์ธรรีบตอบคำถามแทน

“เรื่องของผู้ชายน่ะดา อย่าสนใจเลย”

อารดาตาเป็นประกายขึ้นมาทันที เขมชาติได้ที เสนอจะให้รายละเอียดของผู้หญิงคนนี้ ถ้าเธอทิ้งเบอร์มือถือไว้ให้เขา อารดารู้ทัน ไม่ยอมให้ แล้วขอตัวตามสองเพื่อนซี้เข้าไปในผับก่อน พงษ์ธรรอจนเธอลับสายตา จึงถามหุ้นส่วนธุรกิจมืดว่าผู้หญิงในมือถือของเขมชาติสำคัญอะไรหนักหนา ถึงได้เจาะจงให้เขาตามหา

เขมชาติเล่าว่าผู้หญิงคนนี้พัวพันกับมิคาอิล ย่อมต้องมีอะไรพิเศษ และยิ่งมีอะไรมากขึ้นไปอีกเมื่ออารดาเข้ามาเกี่ยวด้วย แล้วฟันธงว่าเธอจะต้องมาคุยเรื่องผู้หญิงคนนี้กับพงษ์ธร

“ไอ้แสนรู้ แล้วแกอยากได้ผู้หญิงคนนี้ไปทำไม”

“เอาว่าเป็นประโยชน์กับฉันก็แล้วกัน นอกเหนือจากได้เฉือนคมไอ้มิคาอิล” เขมชาติพูดจบ หยิบซองใส่เงินค่าจ้างตามหาอีริน่าให้พงษ์ธรปึกใหญ่ แล้วชวนเขาเข้าผับ ป่านนี้พวกผู้หญิงรอแย่แล้ว...

ภายในผับหรู ขณะอารดาเต้นรำกับเมทินีและลลิตาอยู่บนฟลอร์ พงษ์ธรกับเขมชาติตามมาสมทบ เธอเจอกลุ่มของจิตรดารากำลังแดนซ์กระจายก็เข้าไปทัก จิตรดาราไม่ค่อยชอบใจนักที่เจอเธอที่นี่ ชวนนิกกี้ไปเที่ยวที่อื่น แล้วเดินสะบัดจากไป อารดามองตามหมั่นใส้ ก่อนจะหันไปเต้นรำกับเพื่อนๆตัวเองต่อไป

เมทินีดูจะถูกคอกับเขมชาติเป็นพิเศษ ต่างคนต่างหว่านเสน่ห์ใส่กัน จังหวะนั้น มือถือของเขมชาติสั่น เขาหยิบขึ้นมาดู เห็นชื่อมิคาอิลปรากฏบนหน้าจอ รีบขอตัวไปรับสาย มิคาอิลโทร.มาถามความคืบหน้าเรื่องอีริน่า จึงได้รู้ว่าเขมชาติทำงานไม่สำเร็จ เนื่องจากสมุนของเขาประมาทฝีมือผู้หญิงไปหน่อย

ตอนที่ 4

เจตรินโกรธมากเมื่อกลับจากทำงานแล้วพบว่าอีริน่าต้องระเห็จเข้าไปอยู่ในครัวเพราะถูกกีดกันไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอีกเช่นเคย เธอไม่อยากมีปัญหาจะขอลองทำอาหารไทยกินเองในนี้ แต่เขาไม่ยอมให้ทำ

“ผมจะพาคุณไปกินนอกบ้านทุกวัน ให้มันรู้กันไปว่าไม่มีใครหาข้าวให้ภรรยาเจ้าของบ้านกิน” เจตรินพูดจบ จูงมืออีริน่าออกจากห้องครัว พวกสาวใช้แอบนินทาว่าทั้งคู่ดูไม่เหมือนผัวเมียกันเลย มีแต่ทำท่าน่ารักน่าเอ็นดู แต่ไม่มีกุ๊กกิ๊กไม่เหมือนใครต่อใครที่เพิ่งแต่งงานกัน ศรีเอ็ดลั่น

“พวกชอบนินทาเจ้านาย...ดูสิคุณหญิงกับคุณอารดากีดกันไม่ให้คุณอีริน่ากินข้าวด้วย โชคดีที่คุณเจตกลับมาไม่ดึกเกินไป บ้านนี้มันอะไรกันนักกันหนา”

“อ้าว ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง” สามสาวพูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ผับหรูแห่งหนึ่ง ขณะอิทธิหรืออิฐกำลังพาลูกค้าต่างชาติไปขึ้นรถตู้ของบริษัท หลังจากดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน เห็นจิตรดาราในสภาพเมามายแทบยืนไม่อยู่ กำลังถูกชายวัยรุ่นสามคนประคองไปยังที่จอดรถ ดูท่าทางแล้วเดาได้ไม่ยากว่าพวกนั้นจะพาเธอไปต่อบนเตียง

อิทธิเป็นห่วงสวัสดิภาพน้องสาวของเพื่อนรัก ขอโทษลูกค้าที่ไปด้วยไม่ได้ แล้วสั่งการให้คนขับรถดูแล พวกนี้ดีๆก่อนจะวิ่งตรงไปหาจิตรดารา กระชากตัวออกจากชายกลุ่มนั้น จะพากลับบ้าน หนึ่งในชายหนุ่มไม่ยอมให้เขาเอาชิ้นปลามันชิ้นนี้ไปได้ง่ายๆ วิ่งไปเอาปืนที่รถตัวเองมาเล็งใส่อิทธิ สั่งให้ปล่อยจิตรดาราซึ่งเมาไม่รู้เรื่องแถมยุส่งให้เขายิง แล้วพยายามจับอิทธิเป็นเป้านิ่งให้

ทันใดนั้น มีแสงสว่างจากไฟหน้ารถสาดจ้า แยงตาไอ้หนุ่มมือปืน พร้อมกับกะพริบไฟสูงใส่ แล้วทำท่าจะพุ่งชนกลุ่มเด็กหนุ่มที่กระโดดหลบกันจ้าละหวั่น อิทธิจำได้ว่าเป็นรถตู้ของบริษัทตัวเอง รีบกระชากจิตรดาราไปขึ้นรถตู้ซึ่งเลื่อนประตูรอท่าอยู่ก่อนแล้ว จากนั้น รถตู้เคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงปืนดังไล่หลัง

พอได้ระยะปลอดภัย รถตู้จอดเข้าข้างทางปล่อยอิทธิกับจิตรดาราลง เขาพยายามชะเง้อมองหาแท็กซี่ขณะที่เธอส่งเสียงอ้อแอ้ว่าจะพาเธอไปไหน อิทธิจับจิตรดาราพิงต้นไม้ไว้จะได้ไม่ล้มแต่เธอไม่อยู่นิ่งๆ

“เป็นน้องฉันล่ะชกหมกชักโครกไปแล้ว”

ยังไม่ทันขาดคำ จิตรดาราอ้วกใส่อิทธิเต็มๆ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ดูเหมือนเธอจะพอใจที่ทำเขาเลอะเทอะจิตรดาราคลื่นไส้อ้วกอีก คราวนี้เขาจับหน้าเธอหันไปทางอื่นได้ทัน

“ไอ้อิฐเอ๊ย เกิดชาติภพไหนอย่าได้เกี่ยวข้องดองเค็มกับผู้หญิงเยี่ยงนี้เป็นอันขาด”

“ทำไม...จิตเสียหายตรงไหน” จิตรดาราแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ยังไม่วายต่อปากต่อคำ

“โอย ยังไม่รู้ตัวอีก เสียหายนับไม่ได้ยิ่งกว่าเม็ดทรายทั้งโลกรวมกันอีกอ่ะ” สิ้นเสียงด่า จิตรดาราหลับกลางอากาศ โชคดีที่อิทธิคว้าตัวไว้ทัน

ooooooo

เจตรินยืนรอที่ระเบียงห้องอยู่นานสองนานจนจะหลับคาที่อยู่แล้ว อีริน่าก็ไม่ยอมไปอาบน้ำสักที เธอเกี่ยงจะให้อาบได้อย่างไรในเมื่อห้องน้ำไม่มีประตู มีเพียงม่านกั้นเท่านั้น แล้วขอให้เขาออกไปรอนอกห้องก่อน เจตรินไม่สนใจเดินไปทิ้งตัวลงนอนคว่ำบนเตียงแล้วหลับไปหน้าตาเฉย

“เฮ้ย หลับง่ายขนาดนี้เลยหรือ ดีจัง หลับเหมือนตายไปเลยยิ่งดี” อีริน่าค่อยๆย่องเข้าห้องน้ำ โดยไม่เห็นว่าเจตรินแอบหรี่ตามอง เธอรู้สึกขัดเขินที่ห้องน้ำไม่มีประตูจึงอาบน้ำด้วยวิธีเอาผ้าเช็ดตัวมากระโจมอกแล้วอาบทีละส่วนโดยล้างหน้าก่อน แล้วไล่ลงมาที่แขน ขาและเท้า พลันมีเสียงร้องทักดังขึ้น

“อาบน้ำแบบลวกๆชุ่ยๆมันจะสะอาดได้อย่างไร”

อีริน่าตกใจร้องลั่น ผ้าเช็ดตัวหลุดมือ รีบดึงม่านกั้นมาปิดตัวไว้ อีกมือหนึ่งฉวยที่ทำความสะอาดห้องน้ำจะทิ่มหน้าเจตรินที่ยืนหัวเราะชอบใจ

“ไอ้บ้า ฉันเกลียดคุณ เอาผ้าเช็ดตัวคืนมานะ”

เจตรินก้มลงไปหยิบผ้าเช็ดตัวโยนไปครอบหัวอีริน่า “ผมจะไปฉี่ที่อื่น แล้วจะล็อกประตูไว้ให้ เชิญคุณแก้ผ้าอาบน้ำให้สะอาดหมดจดตั้งแต่หัวจดเท้า เดี๋ยวจะมาเคาะเรียก”

หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอายน้ำตาไหล สักพักได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องเปิด เธอถึงกับโล่งอก...

ด้านเจตรินเปิดประตูห้องออกมาถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นอารดามายืนลับๆล่อๆอยู่หน้าห้อง ถามดักคอว่ามาแอบดูอะไร เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าเปล่า แค่เดินผ่านมาพอดีต่างหาก

“เจตออกมาก็ดีแล้วค่ะ มาคุยกับดานะคะ”

เจตรินโกหกว่าไม่ได้จะออกมา แต่รู้สึกเหมือนมีใครมาแอบอยู่หน้าห้อง นึกว่าเป็นคนร้ายก็เลยมาเปิดดูแล้วขอตัวกลับเข้าห้อง อารดาไม่ยอมให้ไป จะขอคุยเรื่องนังลูกโสเภณีก่อน เขาไม่พอใจ ขอร้องว่าอย่าเรียกภรรยาของเขาแบบนั้นอีก อารดาตื๊อไม่เลิกจะให้เจตรินพาไปหาอะไรกินข้างนอก  แล้วพยายามดึงเขาออกจากห้อง เขาขืนตัวไว้ สุดท้ายอารดาสู้แรงเขาไม่ได้...

อีริน่าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์เพราะคิดว่าเจตรินอยู่ข้างนอก แต่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ผ้าห่ม รีบเปิดดู เจตรินยื่นหน้าพรวดเข้ามา จมูกชนกันพอดี  อีริน่าหมั่นไส้ที่เขาแกล้งตบตาว่าจะออกไปรอข้างนอกที่แท้ก็นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงกัดจมูกเขาทันที เจตรินร้องโอ๊ยลั่น เธอหัวเราะคิกคักชอบใจ เขาไม่ยอมแพ้แกล้งเธอคืนบ้าง

สองคนสู้กันนัวเนีย อีริน่าเพิ่งรู้สึกตัวว่าใกล้ชิดเจตรินเกินไป หยุดเล่น อ้างว่าง่วงนอนมาก แล้วรีบฉวยผ้าห่ม พลิกตัวลงไปนอนอีกด้านหนึ่งของเตียง ชายหนุ่มมองตามยิ้มๆก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

“ผมจะไปนั่งทำงาน คุณอยากนอนก็นอนไปสิ กู๊ดไนต์”

ooooooo

อีริน่านอนไม่หลับคิดถึงพ่อกับแม่น้ำตาไหลพราก พอเจตรินเงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมามอง เธอรีบหลับตา เขาเห็นเธอร้องไห้ เข้ามากอดด้วยความสงสาร อีริน่าหรี่ตาแอบมอง เห็นเขาก้มหน้าเข้ามาใกล้ก็ร้องลั่น

“อย่านะ อย่ามาจูบฉันนะ”

“เฮ้ย นี่คุณแกล้งหลับ” เจตรินโวยวาย อีริน่าวิ่งหนี เขาวิ่งไล่ไปทั่วห้องอย่างสนุกสนาน ในที่สุดก็

รวบตัวเธอไว้ได้ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน...

ทางด้านอิทธิขอแรงคนขับรถแท็กซี่ช่วยกันพยุงจิตรดาราที่นอนสลบไสลไม่ได้สติออกจากรถ มานั่งพิงประตูรั้ว แล้วรื้อในกระเป๋าถือของเธอค้นหากุญแจบ้าน ยังไม่ทันจะหาเจอ เจตรินเปิดประตูออกมาเสียก่อน

“นายเองหรืออิฐ มีอะไรมาซะดึก”

อิทธิบุ้ยใบ้ไปทางที่จิตรดารากองอยู่ เจตรินเห็นสภาพน้องสาวแล้วถึงกับอึ้ง อีริน่าเองก็อึ้งไม่แพ้กัน...

ขณะเดียวกัน คุณหญิงพรรณรายไม่เป็นอันทำอะไรตั้งแต่ได้เจออีริน่า เฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงพรรณวดีลูกสาวตัวเองที่หายสาบสูญไปกว่ายี่สิบปี นายพลกันต์และกมล–กันต์ต้องช่วยกันปลอบให้เธอคลายเศร้า แต่ดูจะไร้ผล

“กมล แม่อยากพบอีริน่าคนนั้นอีก”

“ยากครับ เธอเป็นสะใภ้บ้านคุณอาศรินทิพย์ ท่านไม่ยอมให้เราพบคนของท่านแน่”...

เจตรินอุ้มจิตรดาราที่หลับไม่ได้สติมาวางบนเตียง อยู่ๆเธอละเมอโวยวายเสียงดังเหมือนอัดอั้นตันใจอะไรบางอย่าง เขาช้อนตัวน้องสาวขึ้นมากอดแนบอกด้วยความรัก เธอถึงสงบลงได้ จากนั้นเขาเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ อีริน่าเข้ามาเห็นภาพนั้น รู้สึกได้ถึงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้น้องสาว รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก รอจนเขาเช็ดตัวให้จิตรดาราเสร็จ จึงรายงานว่าอิทธิอาบน้ำอยู่ที่ห้องพักแขก จิตร
ดาราอ้วกใส่ตัวเปื้อน เธอเลยเอาเสื้อยืดของเขาให้ยืมเปลี่ยน

“เดี๋ยวคุณช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จิตหน่อยนะครับ” เจตรินพูดจบ ลุกออกไป...

หลังจากได้ฟังอิทธิเล่าถึงพฤติกรรมของจิตรดาราที่ชอบหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายไม่เลือกหน้า เจตรินไม่โทษเธอที่ทำตัวแบบนี้ กลับโทษว่าเป็นความผิดของเขาเอง ที่แทบไม่เคยอยู่กับน้อง ไม่เคยรู้ปัญหาของน้องเหมือนไม่รู้จักน้องสาวตัวเอง...

ในขณะที่เจตรินคิดหาทางชดเชยที่ปล่อยปละละเลยน้องสาวตัวเองเนิ่นนานเกินไป อารดานั่งดื่มเหล้าอยู่กับพงษ์ธรที่ล็อบบี้เล้านจ์ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ระบายความคับแค้นใจให้ฟังว่าชิงชังอีริน่าขนาดไหน และเปลี่ยนใจอยากให้เขาเร่งจัดการกับนังนั่นให้สิ้นซาก พงษ์ธรอิดออด เพราะอีริน่ามีแต่ตัวเท่ากับไม่ได้อะไร

“ผมขอจัดการกับจิตรดาราก่อนนะ เด็กใจแตกแบบนั้นง่ายหน่อย เป็นกระเป๋าเงินให้ผมต่อทุนทำอะไรได้อีกมากด้วย” พงษ์ธรยิ้มเจ้าเล่ห์...

ooooooo

ดึกมากแล้ว ตอนที่จิตรดาราได้สติ รู้สึกตัวตื่นขึ้น นึกไม่ออกว่ามาอยู่ที่ห้องตัวเองได้อย่างไร กวาดตามองไปรอบห้อง เห็นเจตรินนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้นวมข้างเตียง หลังจากตั้งสติอยู่พักหนึ่งเริ่มจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเจออิทธิที่หน้าผับ ถึงกับชะงัก

“โอ๊ย ตายแล้ว นายพี่อิฐต้องขายความลับฉันหมดแล้วแน่”

จังหวะนั้นอีริน่าเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นจิตรดาราถลึงตาใส่ “อุ๊ย ขอโทษค่ะ นึกว่าคุณยังหลับ” พูดจบเธอถอยออกไป เจตรินรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงอีริน่าแว่วๆ หันมองที่เตียง เห็นน้องสาวฟื้นแล้วก็ดีใจรีบลุกไปหา จิตรดาราจะลุกหนี  แต่ยังมึนหัวเซจะล้ม  เจตรินรีบประคองให้ลงนั่ง เตือนว่าอย่าเพิ่งลุก

“จะด่าอะไรจิตก็ด่ามาเลยค่ะ มีคนปากบอนมาขายข่าวให้พี่เจตฟังแล้วนี่”

เจตรินไม่ได้จะต่อว่าหรือตำหนิอะไรน้องทั้งนั้น แค่อยากจะปรับความเข้าใจด้วย จิตรดาราขอร้องว่าอย่ามาทำพูดดี ทุกวันนี้มีแม่มีพี่ก็เหมือนไม่มี เพราะไม่มีใครเข้าใจเธอสักคน เธอจึงต้องออกไปเที่ยวเตร่ เจอเพื่อนเจอคนแปลกหน้า ชีวิตยังจะสนุกตื่นเต้นกว่าอยู่บ้าน แล้วเธอจะอยู่ทำไม จิตรดาราร้องไห้อย่างอัดอั้น เจตรินเข้ามากอดเธอไว้ ขอโทษที่ทำตัวเหินห่าง และขอโอกาสให้เขาได้ดูแลและทำความเข้าใจในตัวเธอให้มากกว่านี้

“พี่เจตจะเอาเวลาที่ไหนมาคะ งานพี่ก็มี เมียพี่ก็มี จิตไม่อยากยุ่งกับพี่เจตเพราะจิตเกลียดเมียพี่นี่ล่ะ”

เจตรินแนะนำให้น้องลองไปทำงานที่บริษัทของเราดู จะได้มีอะไรทำและที่สำคัญคุณแม่ต้องดีใจมากแน่ๆ เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่อยากทำ เจตรินคุยอวดว่าอีริน่าก็ไปฝึกงานที่นั่น เธอขอร้องว่าอย่าเอานังนั่นมาล่อหลอกให้เสียเวลาเพราะเธอจะไม่ทำงาน จะเที่ยวจะเตร่จะใช้เงินไปวันๆ บ้านเรามีเงินมากมายใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด

“พี่เจตกลับห้องไปเถอะค่ะ ป่านนี้คุณภรรยาของพี่รอแย่แล้ว” จิตรดาราพูดจบ ลุกไปเข้าห้องน้ำเป็นการไล่พี่ชายทางอ้อม ทันทีที่อยู่ลำพังกับตัวเอง จิตรดาราร้องไห้เป็นเผาเต่า...

ทางด้านเจตรินกลับมาที่ห้องตัวเองเห็นอีริน่ายืนใจลอยอยู่ที่ระเบียง เดินเข้าไปถามว่าคิดอะไรอยู่ คิดถึงบ้านหรือเปล่า เธอคิดถึงพ่อกับแม่ ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เจตรินให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยทางนั้นช่วย
อยู่ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เขาจะบินไปรับท่านทั้งสองด้วยตัวเอง ขอให้เธออดทนรออีกหน่อย แม้เขาจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่อีริน่าอดเป็นกังวลเรื่องพ่อกับแม่ไม่ได้ ถึงกับน้ำตาไหลพราก เจตรินดึงเธอมากอดปลอบใจ

“คุณมีผมเป็น...เพื่อนนะ ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ”

ooooooo

ที่บ้านของมิคาอิล ในกรุงมอสโก พริมกับนิโคลัยถูกจับใส่กุญแจมือไพล่หลังมัดไว้กับเสาคนละต้น พริมยังไม่หายป่วย มีอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด นิโคลัยปลอบเมียรักให้อดทนไว้ เขากำลังหาทางให้เราสองคนหนีออกจากที่นี่ แล้วพยายามดันส้นรองเท้าข้างหนึ่งไปด้วย เพื่อจะเอามีดพับที่ซ่อนไว้

“ถ้าเราหนี มิคาอิลจะทำร้ายเราสิคะ แล้วอาจไปทำร้ายอีริน่าอีกด้วย คุณขอความเห็นใจเขาได้ไหม”

“คนอย่างมิคาอิลน่ะยาก” นิโคลัยดันส้นรองเท้าเลื่อนออกมาได้เล็กน้อย แต่อยู่ๆพริมก็ตะโกนเรียกมิคาอิลลั่น สมุนรีบเข้ามาดูว่าร้องทำไม นิโคลัยโกหกว่าอยากจะเข้าห้องน้ำ แล้วปรายตามองเมียเป็นทำนองว่าอย่าทำอะไรให้เสียแผน เธอจำต้องข่มความกลัวเอาไว้...

นิโคลัยอาศัยจังหวะที่สมุนพาไปเข้าห้องน้ำ เอามีดพับที่ซ่อนไว้ในส้นรองเท้าเชือดคอสมุนตายคาที่ เอาปืนของเขาเหน็บไว้ด้านหลัง ล้วงเอากระเป๋าเงินกับลูกกุญแจไขไปด้วย จากนั้น เขาย่องไปจัดการกับสมุนที่คุมตัวพริมได้ในพริบตา แล้วรีบประคองเธอออกทางด้านหลัง สมุนคนหนึ่งยกถาดใส่อาหารมาที่ห้องขังไม่พบใครที่นั่น รู้ทันทีว่าตัวประกันหนี รีบออกไล่ล่า...

ทางฝ่ายนิโคลัยประคองพริมมาถึงอุโมงค์ทางเดิน เห็นว่าปลอดภัยแล้ว หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ส่งให้จำนวนหนึ่ง บอกให้เธอล่วงหน้าไปหามาดามแคทเธอลีนที่สถานทูตฝรั่งเศสก่อน แล้วเขาจะตามไปทีหลัง พริมมองหน้าก็รู้ว่าเขาอยากยามากจะเอาเงินไปซื้อยามาเสพขอร้องไม่ให้ไป นิโคลัยยังไม่ทันจะว่าอะไร สมุนของมิคาอิลโผล่มาเสียก่อน เขารีบประคองพริมหนีขึ้นรถแท็กซี่ รอดจากการถูกจับไปได้หวุดหวิด...

มิคาอิลทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่สมุนปล่อยให้ขี้ยากับคนป่วยหนีรอดไปได้ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้งเพื่อระบายแค้น พวกสมุนพากันวิ่งหาที่กำบังจ้าละหวั่น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของมาดามแคทเธอรีน อาการอยากยาของนิโคลัยกำเริบหนัก ดิ้นทุรนทุรายราวกับปลาถูกทุบหัว มาดามแคทเธอรีนเกรงสามีจะมาเห็น รีบสั่งให้คนสวนกับคนขับรถช่วยกันจับตัวเขามัดมือมัดเท้า พาไปที่ห้องใต้ดิน แล้วเปิดน้ำเย็นจากฝักบัวราดเพื่อให้อาการอยากยาบรรเทา นิโคลัยดิ้นพราดๆ ขอร้องให้ปล่อยเขาไป เขาจะไปหาลูกที่เมืองไทย ลูกของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย มิคาอิลกำลังจะเดินทางไปที่นั่น

“สามีของเธอดูแลได้ คุณต้องเข้าบำบัดการติดยาก่อนนิโคลัย ไม่อย่างนั้นฉันไม่ให้คุณยืมเงินไปกรุงเทพฯ แล้วจะจับคุณส่งตำรวจด้วย”

พริมอ้อนวอนสามีทั้งน้ำตาให้ทำตามที่มาดามแคทเธอรีนว่า นิโคลัยหลับตาลงราวกับจะยอมจำนน

ooooooo

ที่บ้านไอศูรย์ศรินทร์ เจตรินแวะไปดูน้องสาวที่ห้องของเธอแต่เช้า พอเห็นเธออาการดีขึ้นก็เบาใจ

“ถ้าจิตเหงา ลองไปบริษัทกับคุณแม่ไหม”

“พี่เจตพยายามจังนะคะ เอาเถอะค่ะ จิตจะเห็นแก่ความพยายามของพี่เจตสักครั้ง” จิตรดาราแค่นยิ้มแล้วขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัว...

ขณะที่เจตริน อีริน่าและจีรณัทย์เตรียมตัวจะไปทำงาน ศรินทิพย์เข้ามาบอกจีรณัทย์ว่าวันนี้จะขอยืมตัวอีริน่าไว้ทำงานให้สักหน่อย จีรณัทย์หันไปถามเจ้าตัวว่าขัดข้องหรือเปล่า เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่ายินดี เจตรินกระซิบกับอีริน่าให้อดทนไว้ แล้วพาจีรณัทย์ออกไป ศรินทิพย์มองตามลูกชายอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปทางศรี

“เดี๋ยวบอกนายเมฆเอารถตู้ออก แล้วแกกับพวกแกทั้งหมดไปช่วยงานเลี้ยงที่บ้านคุณหญิงอาภา นายเมฆกับนายปลั่งด้วย อยู่จนงานเลิกช่วยเก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับ ไปเดี๋ยวนี้เลย” ศรินทิพย์พูดจบเรียกให้อีริน่าตามมา จิ๋มแอบนินทาศรินทิพย์ว่าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่ๆ แจ๋วกับแหววเห็นด้วย

“จะให้ไปช่วยงานใหญ่ยักษ์ขนาดบ้านคุณหญิงอาภาไม่ยักบอกล่วงหน้า มาบอกเอาวันงาน”

ศรีหมั่นไส้พวกชอบนินทาเจ้านาย ไล่เขกหัวทีละคน ก่อนจะเตือนว่าขืนชักช้าอีกวินาทีเดียว รับรองเงาหัวจะไม่มี สามสาววิ่งปรู๊ดออกไปทันที...

ด้านศรินทิพย์ต้องการกลั่นแกล้งอีริน่าจึงวานให้ช่วยทำความสะอาดห้องที่จะให้อารดาอยู่ แต่แทนที่จะให้ทำห้องว่างๆเพราะง่ายต่อการทำความสะอาดกลับให้ทำห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์แบบจัดเต็ม แม้จะรู้ว่าโดนแกล้งเด็กสาวก็ยังรับปากจะทำให้ เพื่อหวังจะชนะใจท่านบ้าง...

แหววรู้ว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล มาดักรอถามอีริน่าว่าศรินทิพย์ให้ลางานทำไม พอรู้ว่าท่านต้องการให้เธอทำความสะอาดห้องให้อารดา แหววคิดหาทางช่วยเหลือแต่ขอไม่ออกหน้าเพราะกลัวโดนเล่นงาน แล้วพาอีริน่าไปที่ห้องเก็บของเพื่อเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมาใช้จะได้ทุ่นแรงและทำงานเสร็จรวดเร็วขึ้น

“แหววจะรีบไปหาตัวช่วย แล้วรีบไปกับพวกนั้น และจะรีบกลับมาให้ไวที่สุดค่ะ ช่วยตัวเองไปก่อนนะคะจนกว่าแหววจะกลับมา” แหววพูดจบ รีบหลบออกไป

อีกมุมหนึ่งของบ้าน หวินเข้ามารายงานอารดาที่กำลังแต่งตัวว่าศรีกับพวกไปกันหมดแล้ว เธอยิ้มสะใจ

“ดี แกสองคนจัดการให้มันจดจำไม่มีวันลืม อยากจะเอาหน้าเอาใจคุณแม่ดีนัก...เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งคุณแม่ที่ทำงาน จะชวนยัยจิตรไปช็อปปิ้งต่อด้วย มันตัวคนเดียวไม่มีพวก พวกแกสบายอยู่แล้ว” อารดาหัวเราะสะใจ

ครู่ต่อมา ระหว่างที่อารดาเดินไปที่ห้องของศริน–ทิพย์ เจออีริน่าหิ้วบันไดสวนมา ไม่วายหาเรื่องเหน็บแนม เธอไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว แดกดันคืนให้บ้างอารดาเถียงสู้ไม่ได้ เอามือถือขว้างใส่  อีริน่าหลบทัน มือถือถูกบันไดกระเด้งใส่เท้าคนขว้างซึ่งยังไม่ยอมแพ้หยิบมือถือจะขว้างอีก แต่ศรินทิพย์โทร.มาตามเธอเสียก่อน

ooooooo

ที่บริษัทของศรินทิพย์ ขณะจีรณัทย์กำลังเตรียมเอกสารจะออกไปข้างนอก ต้องแปลกใจที่เห็นจิตร-ดาราเดินเข้ามาพร้อมแม่ซึ่งคะยั้นคะยอให้เธอมาเรียนรู้งานกับพี่สาว เธอปฏิเสธว่าไม่อยากทำ ในเมื่อจีรณัทย์มีนังหัวแดงเรียนรู้งานอยู่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องลดชั้นไปทำเหมือนนังนั่น อย่างเธอต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น

“พูดง่ายนะจิต พี่ว่างานที่จิตจะเป็นผู้บริหารได้เลยทันทีก็ผับไง ให้คุณแม่เปิดให้สิ จิตบริหารล่ะรุ่งแน่”

ศรินทิพย์เตือนให้จีรณัทย์พูดกับน้องดีๆหน่อย น้องยังเด็กอยู่ เธอไม่เห็นจะเด็กตรงไหน จบมหาวิทยาลัยมาเป็นปีแล้ว ศรินทิพย์เถียงแทนลูกสุดเลิฟว่าแค่ปริญญาตรีถือว่ายังเด็กอยู่ จีรณัทย์เสนอให้ส่งจิตรดาราไปเรียนต่อปริญญาโทหรือไม่ก็ปริญญาเอกไปเลย จะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที จิตรดาราไม่ต้องการเรียนต่อ จะขอเที่ยวเตร่ไปอย่างนี้ตลอดชีวิต จีรณัทย์ทนไม่ไหวด่าว่าทุเรศ สองพี่น้องมีปากเสียงกัน ศรินทิพย์รำคาญสั่งให้หยุดทะเลาะกันได้แล้ว จีรณัทย์

เห็นว่าใกล้ถึงเวลานัด ขอตัวไปพบลูกค้าก่อน แล้วคว้าซองใส่เอกสาร จ้ำพรวดๆออกไป...

ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง กมลกันต์กับพ่อและแม่นั่งรอการมาถึงของจีรณัทย์อย่างใจจดจ่อ คุณหญิงพรรณรายถามลูกชายว่าคิดดีแล้วหรือที่จะซื้อที่ดินของจีรณัทย์ เพราะอาจเกิดปัญหากับศรินทิพย์ได้ กมล–กันต์เองก็กลัวจะเป็นอย่างที่แม่ว่า ถึงได้ขอให้ท่านทั้งสองคนมาด้วย

“นี่ถ้าฝ่ายนั้นไม่รวยมหาศาล พ่อจะยุให้ลูกสองคนแต่งงานกันเองเลย แต่นี่ขืนฝืนแต่งกันไป เขาจะว่าได้ว่าเราหวังจะเอาสมบัติเขา”

“ทรัพย์สินเราก็ไม่น้อยนะครับคุณพ่อ ผมเลี้ยงจีได้สบายๆ”

จังหวะนั้น จีรณัทย์เดินมาที่โต๊ะของกมลกันต์ ไม่ทันสังเกตเห็นนิกกี้ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน กำลังมองมาทางเธอ แต่เห็นไม่ถนัดนัก จึงสั่งให้ชดสมุนคนสนิทไปดูที่โต๊ะของกมลกันต์ว่าผู้หญิงคนนั้นใช่พี่สาวของจิตรดาราหรือเปล่า อย่าลืมถ่ายคลิปคนที่โต๊ะนั้นมาให้ด้วยแล้วไปเจอกันที่ร้านข้าวมันไก่เจ้าเดิม...

ฝ่ายจิตรดาราอดสงสัยไม่ได้ว่าแม่โทร.ตามอารดามาที่บริษัทของเราทำไม จะให้มาทำงานที่นี่หรือศรินทิพย์ถามความเห็นลูกว่าคิดอย่างไร เธอไม่เห็นด้วย ในเมื่อเราให้ที่อยู่ที่กินอารดาอย่างสุขสบายแล้ว เรื่องอะไรต้องแถมเงินเดือนให้อีก และที่สำคัญ คนอย่างนั้นถ้าไม่ได้ตำแหน่งบริหารคงไม่ยอมทำแน่นอน แล้วถามแม่อย่างไม่อ้อมค้อมว่าอยากได้อารดาเป็นสะใภ้จริงหรือ ศรินทิพย์ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถาม

“ไม่อยากได้แล้ว เห็นลายแล้วรับไม่ไหว นังเมียตาเจตแม่ก็เกลียด แต่ต้องเก็บมันไว้ก่อน เอาไว้เป็นกันชนตาเจตจากอารดา แล้วก็อารดาเป็นกันชนตาเจตจากนังเมีย แม่จะหาผู้หญิงให้เจตใหม่ให้เพียบพร้อมทุกอย่าง”

“งั้นคุณแม่ก็ไม่ต้องพบพี่ดาดีไหมคะ จิตจะเป็นกันชนให้”

ศรินทิพย์ไม่ขัดข้องให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ พอได้ไฟเขียวจากแม่ จิตรดาราโทร.บอกอารดาว่าแม่เข้าประชุม ไม่ต้องมาที่บริษัทแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านอาหารร้านไหน ตนจะไปหาเอง...

เข้าทางอารดาพอดี เพราะเธอนัดพงษ์ธรกับสองเพื่อนซี้มากินข้าวกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารภายในศูนย์การค้าของตระกูลไอศูรย์ศรินทร์ เธอรีบไล่เมทินีกับลลิตากลับ เพราะถ้าจิตรดารามาเจอทั้งคู่เข้าจะเสียแผน ทันทีที่สองสาวคล้อยหลัง จิตรดาราเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของร้าน อารดารีบโบกมือให้ พร้อมกับส่งเสียงเรียก พงษ์ธรทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้ จิตรดาราถูกใจในความหล่อและการเอาใจของเขา

อารดาแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน โดยแต่งเรื่องว่าพงษ์ธรเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอัญมณี เขากะล่อนได้ใจว่าลาออกแล้ว ตอนนี้ตกงานอยู่ มีคนมาทาบทามให้เขาไปทำงานหลายบริษัท แต่เขาเบื่อ อยากจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ฝรั่งเศสหรือไม่ก็เยอรมัน จังหวะนั้นนิกกี้ส่งคลิปที่ถ่ายจีรณัทย์อยู่กับครอบครัวกมลกันต์เข้ามือถือของจิตรดารา แต่เธอกำลังหลงเสน่ห์ลวงของหนุ่มหล่อคนใหม่เพราะคิดว่าเป็นไฮโซผู้ร่ำรวยสมฐานะกับตัวเองจึงไม่สนใจจะเปิดดู แถมเก็บใส่กระเป๋าถือหน้าตาเฉย อารดาแอบแดกดันพงษ์ธรเบาๆ

“กะล่อนได้โล่จริงๆแก”...

ขณะที่ลูกแกะอย่างจิตรดารากำลังเดินเข้าสู่ปากหมาป่าอย่างพงษ์ธร จีรณัทย์หยิบโฉนดที่ดินที่พ่อของเธอทำพินัยกรรมยกให้ออกมาให้กมลกันต์ดู คุณหญิงพรรณรายไม่วายเป็นกังวลแทนเธอ แนะให้เก็บที่ผืนนี้เอาไว้ เพราะถ้าศรินทิพย์รู้ว่าเธอเอามาขายให้พวกเรา เธอต้องโดนเล่นงานหนักแน่นอน

“จีเต็มใจขายให้กมลจริงๆนะคะ ถึงจีจะเก็บไว้ต่อ ก็เก็บไว้เพื่อขาย...ขายคุณดีกว่าขายคนอื่น”

ooooooo
หวินกับสมรรอจนอีริน่าทำความสะอาดห้องเสร็จ เอาขยะทั้งเปียกทั้งแห้งไปเทใส่ห้องนั้นตามแผนการที่อารดาวางไว้โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าอีริน่าแอบตั้งกล้องวีดิโอถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งคู่สนุกสนานมาก เทขยะไปด่าว่าอีริน่าไปด้วย เท่านั้นไม่พอยังลามปามด่าแม่ของเธอด้วย อีริน่าทนไม่ไหวคว้าเปลือกทุเรียนที่พื้นวิ่งใส่

“บอกว่าอย่าพูดถึงแม่ฉัน พวกปากขยะมันต้องเจอตบด้วยเปลือกทุเรียนจากถังขยะ”

สองคนใช้ตัวแสบร้องวี้ดว้ายวิ่งหนี หวินต่อว่าสมรว่าดันไปเอาเปลือกทุเรียนมาทิ้งด้วยทำไม สองสาวไม่ทันมองเหยียบเปลือกกล้วยที่ตัวเองเอามาทิ้งลื่นหงายหลัง ทั้งหวินและสมรอาการบ้าจี้กำเริบขึ้นมาอีก อเล็กซ์วางแผนจะปิดประตูตีแมวรีบวิ่งไปล็อกประตูห้อง จึงไม่ได้ยินเสียงรถที่นายเมฆขับเข้ามาจอด

แจ๋ว จิ๋มกับแหววลงจากรถ พลางบ่นอุบที่ไปบ้านคุณหญิงอาภาเก้อ เพราะเจ้าของบ้านอาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาล ทำให้งานเลี้ยงงด แต่ทำไมเจ้านายพวกตนถึงไม่รู้ แล้วนึกเป็นห่วงอีริน่า พากันวิ่งหน้าตั้งเข้าตัวตึก ศรีตะโกนไล่หลังว่าห้ามรุมพวกนั้นเด็ดขาด เดี๋ยวจะโดนศรินทิพย์เล่นงาน...

ไม่กี่อึดใจ สามสาวและศรีมาถึงห้องเป้าหมาย เห็นประตูห้องล็อกอยู่ เอาหูแนบที่ประตู ได้ยินเสียงกรี๊ดสลับกับเสียงสบถเป็นชุดของคนบ้าจี้ สักพักมีเสียงทุบประตูห้องปังๆ ร้องเรียกให้เปิดประตูให้ แจ๋วงงมาก

“อ้าวมาเรียกเปิดประตู ก็ประตูมันล็อกจากข้างในไม่ใช่หรือ”

“มันสติแตกน่ะสิ” จิ๋มสรุป

“แสดงว่าตอนนี้นางเอกชนะ ผู้ช่วยนางเอกไม่ต้อง” แหววหัวเราะลั่น แจ๋วกับจิ๋มพลอยขำไปด้วย...

ด้านอีริน่าใช้เครื่องดูดฝุ่นใหญ่ยักษ์ดูดตามเนื้อตัวหวินกับสมรที่ดิ้นพราดๆเพราะบ้าจี้ พลางทุบประตูเรียกให้คนข้างนอกเปิดประตูให้ ในที่สุดประตูห้องเปิดผลัวะเผยให้เห็นสภาพยับเยินของสมรกับหวิน พวกที่แอบฟังอยู่

หน้าห้องพากันขำก๊าก สมรเห็นท่าไม่ดีรีบขอสงบศึก อีริน่าจะปล่อยให้เธอไปก็ต่อเมื่อขอโทษตนก่อน พวกนั้นจำต้องขอโทษ แม้อีริน่าจะยอมปล่อยสองสาว แต่จิ๋มแจ๋วและแหววไม่ยอมให้ไป ล้อมกรอบเอาไว้

ศรีเห็นสภาพเละเทะของห้องแล้วถึงกับร้องเอะอะ จะให้สามสาวมาช่วยอีริน่าทำความสะอาด เธอทำเองได้ เพราะไม่อยากให้ศรีกับพวกถูกเล่นงาน ศรีเห็นเธอไม่มีอะไรให้ช่วย จึงขอตัวไปดูสามสาวก่อน เกรงจะเล่นงานคนของอารดา อเล็กซ์เข้ามาถามอีริน่าว่าจะเอาอย่างไรต่อดี

“เดี๋ยวคิดดูก่อน”...

ทางฝ่ายจิ๋ม แจ๋วและแหวว จับตัวหวินกับสมรมัดมือมัดเท้าเอาไปยัดใส่ตู้อบตัวของอารดากับจิตรดาราคนละตู้ แล้วตกลงกันว่าจะลงโทษทั้งคู่ด้วยการผลัดกันดีดหูดีดจมูกคนละหนึ่งที สามสาวยังไม่ทันลงมือ ศรีเข้ามาห้ามเสียก่อน สั่งให้ปล่อยตัวทั้งคู่ไป อ้างว่าเป็นคำสั่งของอีริน่า...

เสร็จจากมื้อกลางวัน พงษ์ธรชวนจิตรดาราและอารดาไปเที่ยวกันต่อ สองสาวไม่ได้เอารถมาจึงไปรถของเขา ยิ่งได้เห็นรถหรูแพงระยับของพงษ์ธร จิตรดารายิ่งเป็นปลื้มโดยไม่รู้เลยว่ารถคันนั้นเช่ามา...

กมลกันต์เห็นที่ดินแปลงสวยกลางย่านการค้าของจีรณัทย์แล้วพอใจมาก แต่ด้วยความเกรงใจที่เธอจะเอาที่ดินผืนสวยมาขายให้ จึงชวนเธอมาร่วมหุ้นทำโรงแรมด้วยกัน เธอปฏิเสธทันทีว่าพ่อของเธอเคยสอนไว้ว่าอย่าร่วมธุรกิจกับเพื่อนหรือคนรักเป็นอันขาด มีแต่จะโกรธกันในที่สุด และที่สำคัญเธอเคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว

“จีอยากให้ความรักของเรายังคงสวยงามอยู่ตลอดไปค่ะ”

“ผมได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ช่วยให้ครอบครัวของเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม” กมลกันต์มองจีรณัทย์ด้วยสายตาเปี่ยมรัก ทั้งคู่มัวแต่สบตากัน ไม่ทันสังเกตเห็นชดแอบถ่ายคลิปแล้วส่งไปที่มือถือของนิกกี้...

จิตรดารากำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ จึงหยิบมือถือขึ้นมาจะปิดเครื่อง แต่มันโชว์สัญญาณว่าแบตเตอรี่หมด พร้อมกับหน้าจอดับไปเสียก่อน

ooooooo

เจตรินเป็นห่วงจิตรดารามาก หลังจากคิดทบทวน อยู่หลายตลบ ตัดสินใจมาพบแม่ที่บริษัทเพื่อคุยเรื่องความประพฤติของน้องสาวและอยากให้พวกเราใกล้ชิดเอาใจใส่เธอมากขึ้น เพราะเธอขาดความสุข ศรินทิพย์ว่าเป็นไปไม่ได้ ชีวิตของเธออยู่บนกองเงินกองทอง ยังจะขาดความสุขได้อย่างไร

“เงินทดแทนทุกอย่างไม่ได้ครับคุณแม่ หากชีวิตไม่มีความสุข เงินเท่าไหร่ก็ถมไม่เต็มครับ จิตกลายเป็นเด็กใจแตก เที่ยวผับเที่ยวบาร์ทุกคืน”

ศรินทิพย์ไม่ยอมรับความจริง กลับหาเรื่องด่าว่าเจตรินที่เอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้าบ้าน ทำให้เธอต้องอับอาย เขาต่างหากที่เป็นตัวปัญหาไม่ใช่น้อง เจตริน ไม่เห็นว่าเรื่องเขากับอีริน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหน

“ทำไมจะไม่เกี่ยว แกพานังนั่นเข้าบ้านทำให้บ้านร้อนเป็นไฟ น้องมันถึงไม่อยากอยู่บ้าน แม่เชื่อในตัวยายจิตมากกว่าเมียแก ลูกชาติลูกตระกูล ชีวิตอยู่ในสังคมระดับสูงถึงยังไงก็ไม่มีทางลงต่ำ”

เจตรินมีความเห็นไม่ตรงกับแม่เรื่องจิตรดาราทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรง ศรินทิพย์น้อยใจที่ลูกหาว่าเลี้ยงน้องแบบผิดๆเอาใจจนเสียเด็ก ความมีจนเกินพอดีทำให้จิตรดาราทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด จนชีวิตเสี่ยงต่อหายนะ เขาไม่อยากเห็นภาพตัวเองมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ครอบครัวกลับเกิดหายนะ ทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิด ถ้าเขาต้องลาออกจากราชการมาดูแลจิตรดารา เขาก็จะทำ ศรินทิพย์ฟิวส์ขาด

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะเจต แกเองยังหน้ามืดไปคว้าเมียข้างถนน แกอย่าบังอาจมาแตะต้องยายจิตลูกฉัน”...

การโต้เถียงกันรุนแรงกับแม่ ทำให้เจตรินกลับบ้านด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก อีริน่าเป็นห่วงเขามากอาสาไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำให้เขาแช่ จะได้ผ่อนคลายศรินทิพย์ เองก็เหนื่อยใจไม่แพ้ลูกชายเช่นกัน สั่งให้ศรีช่วยผสมน้ำอุ่นให้อาบ และบอกให้เธอมานอนเป็นเพื่อนตนเองคืนนี้...

เจตรินนอนแช่ในอ่างน้ำอุ่น ครุ่นคิดถึงเรื่องที่มีปากเสียงกับแม่แล้วเหนื่อยใจสุดๆหลับตาลงเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง พบว่าอีริน่านั่งเท้าคางจ้องมองอยู่ ร้องทักว่าจะเฝ้าเขาทำไม

“ฉันรู้สึกว่าคุณอยู่ในห้องน้ำนานมาก กลัวคุณหลับแล้วจมน้ำค่ะ เลยมาดู” พูดจบ เธอขยับจะไป เขาเรียกไว้ ขอร้องให้เธอช่วยนวดศีรษะให้ อีริน่านวดไปทั่วศีรษะอย่างเบามือ เขาหลับตาลงอีกครั้ง รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก จับมือข้างหนึ่งของอีริน่ามาแนบอก ลูบไล้แขนเธอเล่น หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี วักน้ำราดศีรษะเขา แล้วดึงมือออก แต่เขายื้อไว้

“หัวใจคุณเต้นแรงมากค่ะ ฉันว่า...มันจะอันตราย”

“แต่คุณทำผมของผมเปียก คุณต้องสระให้ผม” แววตาของเจตรินเปลี่ยนเป็นอ้อนวอน อีริน่าเห็นแล้วใจแทบละลาย ยอมทำให้แต่โดยดี...

ดึกแล้ว ศรินทิพย์ยังนอนไม่หลับ นั่งตรวจเอกสารอยู่ที่ห้องทำงาน มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นรถคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าประตูรั้ว อารดาและจิตรดาราลงจากรถโดยมีพงษ์ธรขับมาส่ง จิตรดาราถูกใจผู้ชายคนนี้มาก ถึงกับเพ้อว่าตรงสเปกของเธอพอดี อารดาแอบสะใจที่เธอตกหลุมพรางเข้าเต็มๆ...

ครู่ต่อมา จิตรดาราเดินผ่านห้องทำงาน เห็นแม่นั่งทำงานอยู่เข้าไปหอมแก้มประจบ ศรินทิพย์ยิ้มแย้มที่ลูกกลับไม่ดึกมากนัก ถามว่าไปไหนกันมา พอรู้ว่าเธอไปดูหนังกับอารดาและเพื่อนของเธอ ศรินทิพย์โล่งใจคลายความทุกข์ใจ...
ทันทีที่เห็นอารดากลับมา หวินและสมรรีบเข้ามาเสนอหน้า เธอซักว่าจัดการอีริน่าได้เรื่องอย่างไรบ้าง สมรรอให้เธอมาตรวจดูด้วยตัวเอง อารดาขยับจะไปดูห้องพักห้องใหม่ แต่หวินรั้งไว้ ขอไปเอากุญแจมาเปิดก่อนเนื่องจากอีริน่าล็อกประตู แล้วให้พวกในครัวถือลูกกุญแจไว้ สั่งว่าถ้าอารดามาถึงก็ให้ไปเบิกกุญแจมาได้

“เธอคงกลัวพวกเราเข้าไปย่ำห้องแล้วโดนคุณดาให้ทำใหม่มั้งคะ” สมรตั้งข้อสังเกต

“ก็ถ้ามันทำไม่ดี ฉันจะจิกมันทำแล้วทำอีกทั้งคืน”

ooooooo

ภายในห้องนอนของเจตริน อีริน่ากับเจตรินกำลังผลัดกันบีบนวดให้อีกฝ่ายอย่างมีความสุข ตอนที่เสียงร้องกรี๊ดๆ ของอารดาดังขึ้น เขาถึงกับสะดุ้งโหยงรีบวิ่ง ออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น อีริน่านั่งขำอยู่คนเดียวเพราะรู้ว่าอารดากรีดร้องเรื่องอะไร

เสียงแปดหลอดของอารดาทำให้คนในบ้านแตกตื่น พากันวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นอารดายืนเขย่งปลายเท้าอยู่ในห้องพักห้องใหม่ซึ่งพื้นเต็มไปด้วยขยะทั้งแห้งและเปียก ครู่ต่อมา ศรินทิพย์เรียกทุกคนไปชำระความที่ห้องโถง ด้านล่าง อารดาปราดเข้าไปเกาะแขนเจตรินที่พยายามแกะมือเธอออกแต่ไม่สำเร็จ อีริน่าหมั่นไส้เข้ามาดึงมือคู่อริออกแล้วบิดข้อมือ เธอพยายามใช้วิชาการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาพลิกสถานการณ์ให้เป็นฝ่ายได้เปรียบแต่ทำไม่ได้

“นี่จะมาแย่งผัวแย่งเมียอะไรกันตอนนี้หา” ศรินทิพย์ต่อว่าอย่างเหลืออด

“สามีของหนูนี่ค่ะ ปล่อยให้ผู้หญิงอื่นมากอดต่อหน้าต่อตา มันทิ่มแทงใจค่ะ” อีริน่าพูดจบกอดแขนเจตรินไว้ จิตรดาราเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำ เจตรินอยากให้แม่ช่วยตัดสินเรื่องนี้ให้ ทีแรกเธอทำท่าจะไม่ยุ่งด้วย เพราะตัวเองมีส่วนแกล้งอีริน่าเช่นกัน แต่จีรณัทย์ขอให้ท่านแค่นั่งเป็นประธานโดยให้เจตรินเป็นคนซักถามเอาความจริง เธอจำต้องรับหน้าที่ อารดากล่าวหาอีริน่าว่าเอาขยะไปใส่ห้องของเธอ
เด็กสาวหยิบกล้องวีดิโอที่แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่หวินกับสมรเอาขยะมาเทเกลื่อนห้องให้เจตรินกับศรินทิพย์ดู หลักฐานมัดจำเลยดิ้นไม่หลุด ศรินทิพย์ไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อเกรงจะสาวมาถึงตัวเอง ขอให้เรื่องนี้เลิกแล้ว
กันไป แล้วสั่งห้าสาวคนรับใช้ไปช่วยกันทำความสะอาดห้องนั้นใหม่ เอาน้ำยาไปฆ่าเชื้อด้วย

“แต่ดาไม่กล้านอนห้องนั้นแล้วนะคะคุณแม่ ดาขอห้องใหม่นะคะ”

แม้ศรินทิพย์จะรำคาญที่อารดาเรื่องมาก แต่ก็สั่งให้จีรณัทย์จัดการเรื่องนี้ให้ จากนั้นทุกคนพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัว เจตรินถือโอกาสขณะอยู่กับแม่ตามลำพัง กราบขอโทษที่ล่วงเกินท่าน ศรินทิพย์ยังทำเย็นชาใส่ แต่ในใจยกโทษให้นานแล้ว ขอร้องเขาไม่ต้องมาพูดเรื่องลาออกจากราชการให้ตนได้ยินอีก เจตรินดีใจกอดแม่ไว้ ศรินทิพย์ไม่กอดตอบ ได้แต่นั่งน้ำตาซึม...

จีรณัทย์หาห้องพักห้องใหม่ให้อารดาจนได้ เป็นห้องชุด ภายในมีห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่งมีประตูเปิดถึงกันได้ เธอพอใจห้องนี้มากเพราะหวินกับสมรจะได้อยู่กับเธอได้ ไม่ต้องไปอยู่เรือนคนใช้ให้พวกนั้นแกล้งเอาอีก แล้วสั่งให้ทั้งคู่ไปขนกระเป๋าของเธอมาไว้ที่ห้องนี้...

ในเวลาเดียวกัน อีริน่าเห็นเจตรินเตรียมจะเข้านอน จัดแจงจะไปนอนห้องจีรณัทย์ เขาขอร้องให้เธอนอนห้องนี้ด้วยกัน สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอเด็ดขาด เธอเองก็อย่าทำอะไรเขาก็แล้วกัน

พูดยังไม่ทันขาดคำ อีริน่าซัดเขาโครม เจตรินไม่ทันตั้งตัวเซจะล้ม คว้าอีริน่าโดยสัญชาตญาณทำให้ทั้งคู่ล้มลงบนเตียงด้วยกัน นอนตะแคงจ้องตากันนิ่งอึ้งเหมือนต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มตั้งสติได้ก่อนรีบลุกขึ้นนั่ง หยิบรีโมตฯมาเปิดทีวีแล้วตบที่นอนข้างตัวเชิญชวนให้อีริน่ามานอน ทีวีเป็นช่องการ์ตูนพอดี

“อุ๊ยๆ เอาช่องนี้แหละค่ะ ฉันชอบดูการ์ตูน” อีริน่าเขยิบไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ เจตรินดูการ์ตูนอย่างมีความสุข เขามองรอยยิ้มน่าเอ็นดูนั้นแล้ว พลอยมีความสุขไปด้วย นับวันเขายิ่งถูกใจเด็กสาวคนนี้มากขึ้นๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:07 น.