สมาชิก

สะใภ้หัวแดง

ตอนที่ 2

มิคาอิลโกรธจัดที่อีริน่าไม่ยอมสยบให้ แถมยังพาไอ้หนุ่มนักการทูตมาเป็นตัวช่วยอีก จึงพาสมุนไปพังข้าวของในบ้านเช่าของนิโคลัยพินาศ แล้วกลับมาฉีดยาเสพติดให้นิโคลัยที่ตัวเองกักขังเอาไว้

“แกต้องเป็นทาสฉัน ฉันจะส่งให้แกไปจับตัวลูกสาวของแกมาเป็นทาสฉันอีกคนไอ้หน้าโง่ ลูกแกมันร้ายกาจนัก ฉันต้องเอาชนะมันให้ได้”

นิโคลัยดิ้นรนได้พักเดียว พอยาเสพติดออกฤทธิ์ก็เริ่มสะลึมสะลือ มิคาอิลมองเขาอย่างสะใจ...

ฝ่ายเจตรินพาอีริน่าและพริมย้อนกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งเพื่อมาเอาเอกสารแสดงตัวตนว่าอีริน่าเป็นลูกของผู้หญิงไทย เพื่อที่เธอจะได้เดินทางกลับเมืองไทยได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนแต่งงานกับเขา กลับพบว่าบ้านเช่าถูกพังยับเยินไม่มีชิ้นดี เขาเร่งให้สองแม่ลูกช่วยกันค้นหาเอกสารจะได้รีบไปจากที่นี่ เผื่อพวกคนร้ายจะกลับมาอีก พริมรับคำรีบแยกย้ายกันค้นหาโดยไม่ล่วงรู้ว่ามุมมืดนอกบ้าน มีเหล่าสมุนของมิคาอิลซุ่มรออยู่เพื่อจะจับตัวอีริน่า หนึ่งในสมุนเร่งให้ไปจับตัวเดี๋ยวนี้เลยจะได้เสร็จเรื่อง แต่หัวหน้าสมุนไม่เห็นด้วย

“มันมีไอ้หนุ่มสถานทูตนั่นมาด้วยน่ะสิ เรื่องราวมันจะบานปลาย รอให้ไอ้หนุ่มนั่นมันกลับไปก่อนดีไหมค่อยเข้าไปลุยจับนังสองแม่ลูก”...

ที่ด้านในบ้านเช่า อีริน่าขอตัวไปค้นหาเหรียญตราโบราณของพ่อที่ยังไม่ทันได้ขาย เผื่อจะขายได้เงินมาเป็นค่าใช้จ่าย พริมกลัวพวกของมิคาอิลจะย้อนกลับมาอีก สั่งลูกว่าไม่ต้องหา แล้วบอกให้เจตรินรีบพาลูกของเธอไปที่สถานทูตไทยก่อน ถ้าเจอเอกสารที่ว่าเธอจะตามเอาไปให้เอง อีริน่าไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นถ้าแม่ไม่ไปด้วย

“ลำพังแม่คนเดียวมันไม่กล้ามาทำอะไรหรอก แต่ถ้ามีอีริน่าอยู่ด้วยมันทำแน่”

“คุณพริมพูดถูกครับ เอาแบบนี้ ผมจะโทร.ตามยูริให้ส่งคนมาดูแลคุณที่นี่และรับคุณไปสถานทูตหลังจากหาเอกสารพบ แล้วให้อีริน่าไปกับผม” เจตรินพูดจบหยิบมือถือขึ้นมาจะกดเบอร์ แต่แบตเตอรี่ดันหมด มือถือของอีริน่าก็แบตเตอรี่หมดเช่นกัน จึงต้องออกไปหาโทรศัพท์สาธารณะโทร. พริมแอบชื่นชมเจตรินลับหลัง

“เขาช่างดีมีน้ำใจเหลือเกิน นี่ไงแม่เจอกระดาษกับปากกาแล้ว แม่จะเขียนจดหมายให้อีริน่าเอาติดตัวไปหาคุณตาคุณยายนะลูก”

“อีริน่ามีคุณตาคุณยายด้วยหรือคะมามา” เด็กสาวตื่นเต้นดีใจ ขณะที่พริมพยักหน้ารับเศร้าๆ

ooooooo

ไม่นานนัก พริมก็เขียนจดหมายเสร็จ ใส่ซองปิดผนึกเรียบร้อยส่งให้ลูกเก็บไว้ ซองหนึ่งเป็นจดหมายถึงตากับยาย ส่วนอีกซองหนึ่งเป็นเอกสารแสดงตัวตนของอีริน่าเพื่อเอาไปใช้ทำพาสปอร์ต รวมทั้งเงินที่เธอได้จากการทำขนมขาย และยังมีเครื่องประดับที่เธอเอาติดตัวมาจากเมืองไทย จะได้เอาไปขายเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน

“แล้วค่าตั๋วของมามาล่ะคะ”

“แม่จะทำงานกับมาดามที่สถานทูตฝรั่งเศสก่อน รวบรวมได้แล้วแม่จะรีบตามลูกไป ไม่ต้องกังวลนะลูก” พริมปลอบ แต่ตัวเองกลับมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของพริม

คืนนั้น พริมกำลังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจิรายุให้เพื่อนรักของตัวเองฟังทั้งน้ำตาอยู่ที่ริมแม่น้ำ โดยมีปืนกระบอกนั้นอยู่ในมือ เธอคร่ำครวญว่าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าจิรายุ ปืนเกิดลั่นระหว่างที่ยื้อแย่งกัน เพื่อนรักเชื่อสิ่งที่เธอเล่า แต่คนอื่นคงไม่เชื่อ จึงแนะให้พริมหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยังไม่ทันจะขยับไปไหน ตำรวจกรูกันเข้ามาล้อมกรอบไว้ พริมกลัวเพื่อนจะติดร่างแหไปด้วย แกล้งยิงปืนขู่เพื่อที่ตำรวจจะได้ไม่สงสัยในตัวเพื่อนตำรวจกลับคิดว่าเธอต่อสู้ขัดขืนสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พริมม้วนตัวหายลงไปในแม่น้ำ เพื่อนรักของเธอรีบวิ่งไปดูเห็นน้ำบริเวณนั้นเป็นสีแดงฉานไปทั่ว แต่ไม่มีวี่แววของเธอ ถึงกับปล่อยโฮ

พริมคิดถึงเรื่องที่จิรายุต้องมาตายด้วยน้ำมือตัวเองทีไร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ทุกครั้ง อีริน่าตกใจที่เห็นแม่ร้องไห้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกหกว่าไม่มีอะไร แค่คิดถึงเมืองไทย เพราะไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเกิดตัวเอง

“ที่เมืองไทย ลูกจะได้รับความรัก  ความสุข ความอบอุ่นจากครอบครัวของคุณตาคุณยายนะลูก”

อีริน่าได้แต่คิดอยู่ในใจ ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริง ทำไมแม่ต้องมาที่รัสเซียด้วย...

ในเวลาเดียวกัน มิคาอิลสั่งให้สมุนที่ซุ่มรออยู่หน้าบ้านเช่าไปจับตัวสองแม่ลูกมาให้ได้เพราะคิดว่าไอ้หนุ่มสถานทูตกลับไปแล้ว และย้ำกับสมุนว่าห้ามทำงานพลาดอีกเด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษ...

ระหว่างที่สมุนของมิคาอิลเตรียมจะเข้าไปจับตัวสองแม่ลูก เจตรินกำลังคุยโทรศัพท์สาธารณะอยู่กับยูริ

“ยูรินี่ฉลาดที่สุด ตัดสินใจดีเยี่ยมที่มารับเอกสารของอีริน่าถึงที่ ตอนนี้ไปรอผมที่ที่พักของอีริน่านะ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เจตรินวางสาย แล้วรีบจ้ำพรวดๆกลับไปหาสองแม่ลูก

ooooooo

พวกสมุนของมิคาอิลถึงกับหยุดกึกเมื่อเห็นยูริเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านเช่าของนิโคลัย สองแม่ลูกซึ่งนั่งรอเจตรินอยู่ด้านในพากันตกใจ พริมฉวยไม้เบสบอลขึ้นมาเตรียมไว้เพราะคิดว่าเป็นพวกสมุน ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก เธอเหวี่ยงไม้ในมือ แต่ยั้งไว้ทันเมื่อเห็นว่าเป็นยูริ

“ผมมารอคุณเจตรินครับ จะมาช่วยกันรับคุณพริมกับหนูอีริน่าไปอยู่ที่สถานทูตครับ”

จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะพูดอะไร ประตูถูกถีบเปิดผลัวะสมุนของมิคาอิลกรูกันเข้ามา พริมเห็นท่าไม่ดี บอกให้ยูริพาอีริน่าหนีไปก่อน ไม่ต้องห่วงตนเอง แต่เด็กสาวไม่ยอมไป ตรงเข้าไปเตะต่อยกับพวกนั้นอุตลุด อึดใจถัดมา เจตรินพรวดเข้ามาในบ้าน

“คุณเจตริน ช่วยบังคับเอาอีริน่าไปกับคุณให้ได้ ทางนี้ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่ทำอะไรฉันหรอก ได้โปรดทำตามที่คุณเคยสัญญากับฉันไว้”

เจตรินพยักหน้ารับคำ หันมากระซิบให้ยูริแอบออกไปเอารถมารอที่ใต้หน้าต่าง แล้วปราดไปรวบตัวอีริน่าไว้ โดยมีพริมใช้ไม้เบสบอลเหวี่ยงไปมากันไม่ให้พวกสมุนเข้าใกล้ ชายหนุ่มลากเด็กสาวไปที่หน้าต่าง ก่อนจะโยนออกไป จากนั้นพุ่งตาม พริมเห็นลูกปลอดภัย ก็โยนไม้เบสบอลทิ้ง ยื่นมือให้พวกสมุนจับ

“พาฉันไปหามิคาอิล ฉันต้องการพบสามีของฉัน”

หัวหน้าสมุนสั่งให้ลูกน้องจับพริมไว้ก่อน แล้วค่อยตามไปจับตัวอีริน่า...

ฝ่ายยูริรีบลากตัวอีริน่าขึ้นรถ แต่เธอขัดขืนจะกลับไปช่วยแม่ เจตรินที่โดดหน้าต่างตามลงมารีบผลักเธอเข้าไปในรถ ก่อนจะขึ้นตาม ยูริประจำที่คนขับ เร่งเครื่องออกไปทันทีโดยมีรถของพวกสมุนไล่หลังมาติดๆ เขาเห็นทางกระจกส่องหลัง  รีบรายงานเจตรินว่าพวกนั้นตามมา

“ช่างมันมันไม่กล้าตามเข้าไปในสถานทูตหรอก”

อีริน่าสั่งให้หยุดรถจะกลับไปช่วยแม่  ยูริไม่สนใจยังคงขับรถต่อไป เธออาละวาด ตะกายไปบีบคอเขา เจตรินสุดจะทนกับความรั้นของเธอ  กระชากตัวมานั่งบนตัก  กอดเอวไว้แล้วเอาแก้มแนบกับแก้มเธอกันไม่ให้ดิ้นหนี  อีริน่าถึงอยู่นิ่งๆได้ ไม่นานนักรถของยูริพุ่งเข้าไปจอดในสถานทูตไทย  รถของพวกสมุนจะตามแต่ประตูรั้วปิดเสียก่อน จึงต้องจอดอยู่ด้านนอก อีริน่าจะปีนรั้วออกไปช่วยแม่ที่อยู่ในรถของพวกนั้น แต่เจตรินคว้าตัวไว้

สมุนลากตัวพริมลงจากรถ  หวังจะล่ออีริน่าให้ออกมา  พริมรู้เท่าทันแผนชั่วร้องบอกให้เจตรินพาอีริน่าเข้าข้างใน เธอขัดขืนไม่ยอมเข้า  เจตรินตัดสินใจอุ้มเธอวิ่งเข้าตัวตึก  สมุนหมดทางทำอะไรได้  กระชากผมพริมจนหน้าหงาย  ก่อนจะโยนใส่รถ  ขับจากไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านเจตรินอุ้มอีริน่าไปฝากฤดีช่วยดูแล  และวานให้นอนเป็นเพื่อนเธอด้วย  แล้วขอเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อจะเอาไปทำพาสปอร์ต  อีริน่าคลำในเสื้อแจ็กเกต  ต้องตกใจที่ซองเอกสารหายไป  สงสัยคงหล่นตอนที่เจตรินโยนเธอออกมาทางหน้าต่าง จัดแจงขออนุญาตกลับไปเอา

“ไม่ได้  ขืนออกไปไม่ได้กลับมาแน่” เจตรินเสียงเขียว  ยูริอาสาจะไปเอาให้  ถามอีริน่าว่าเอกสารหน้าตาเป็นอย่างไร  เธออธิบายว่าอยู่ในซองสีน้ำตาล  ในนั้นมีเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยด้วย

“ถ้าไม่มีเงินแปลว่าอีริน่าไม่ต้องกลับเมืองไทยแล้วใช่ไหมคะ คุณน้าฤดี”

เจตรินตวาดลั่นว่าไม่เกี่ยว  อย่าเอามาโยงเป็นเรื่องเดียวกัน อีริน่าทำเป็นตกใจกลัว แกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจจากฤดีซึ่งหลงเชื่อ  ดึงเธอมา
กอดปลอบใจ...

ขณะที่อีริน่าอยู่รอดปลอดภัยภายใต้การดูแลของเจตริน  นิโคลัยกลับถูกมิคาอิลซ้อมสะบักสะบอมเพื่อให้บอกว่าลูกกับเมียของเขาไปทำอะไรที่สถานทูตไทย เขาอ้างว่าไม่รู้  ขอร้องให้เลิกซ้อม  เขาอยากยาจะลงแดงตายอยู่แล้ว  มิคาอิลจะให้ยาก็ต่อเมื่อนิโคลัยบอกมาก่อนว่าอีริน่ากับพริมไปสถานทูตไทยทำไม  เขายืนกรานว่าไม่รู้  เจ้าพ่อมาเฟียเหลืออด ใช้ด้ามปืนตบซ้ำ แล้วสั่งให้สมุนซ้อมจนเขาแน่นิ่ง

ooooooo

ที่ห้องนอนของเจตรินซึ่งยกให้เป็นที่หลบภัยชั่วคราวของอีริน่า  ฤดีนอนหลับไปแล้ว  แต่อีริน่าเป็นห่วงพ่อกับแม่  ข่มตาหลับไม่ลง  ค่อยๆย่องออกจากห้อง พลางคิดหาทางจะไปช่วยท่านทั้งสอง

“เราต้องทำดีกับนายเจตริน  เพื่อที่เขาจะยอมพาเราออกไปจากที่นี่ไปหาพ่อกับแม่ให้ได้ เราต้องหวานสุภาพกับเขา นายคนนี้แพ้คนพูดจาดีๆ” อีริน่าคิดได้อย่างนั้น ก็ลงไปยังห้องโถงด้านล่าง

เจตรินกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องพักผ่อนของเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ยินเสียงคล้ายคนเดิน  รีบออกมาดู  เห็นอีริน่ายืนใจลอยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องโถง ร้องทักว่านอนไม่หลับหรือ เธอนอนไม่หลับเพราะคิดถึงพ่อกับแม่  แล้วอดถามไม่ได้ว่าถ้าหากยูริหาเอกสารของเธอไม่พบ  เธอจะกลับเมืองไทยไม่ได้ใช่ไหม

“ทำนองนั้น  แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ  ถ้าแต่งงานกับผม  เธอก็กลับไปในฐานะภรรยาของผม” เจตรินมองอีริน่าที่สวยจับใจแล้วอดหวั่นไหวไม่ได้  พยายามสะกดใจเอาไว้ อีริน่าอยากจะหาวิธีอื่นกลับเมืองไทยที่ไม่ทำให้เขากับคู่หมั้นของเขาต้องบาดหมางใจกัน หรืออาจถึงขั้นแยกทางกัน

“คุณกับผมทราบเงื่อนไขอยู่แล้วว่าเราแต่งงานจดทะเบียนสมรสกันเพียงในนาม ผมกับอารดาก็ยังเป็นคู่หมั้นกันอยู่” เจตรินพูดไม่เต็มปากเต็มคำนักเพราะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้อยู่ลึกๆ

“ได้หรือคะ มีภรรยาแล้วยังมีคู่หมั้นได้หรือคะ เธออาจจะเลิกหมั้นกับคุณ ครอบครัวคุณกับครอบครัวเธอคงเสียใจมากและอาจจะโกรธคุณมากด้วย”

“กลับเมืองไทยแล้วผมจะอธิบายให้เธอเข้าใจครับ คุณไปนอนเถอะ เจตรินปลอบอีริน่า แต่ตัวเองกลับหนักใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากให้เธอคิดมาก รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ผมมีวิธีให้นอนหลับสบายนะ สนใจไหม” เจตรินยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินนำเด็กสาวเข้าไปในครัว ปรุงเครื่องดื่มสูตรพิเศษโดยใช้น้ำผึ้งอย่างดีจากเมืองไทยชงกับน้ำร้อนใส่ถ้วยชายื่นให้เธอ

“น้ำผึ้งอุ่นๆ ช่วยคลายเครียด ช่วยให้หลับสบายครับ”

เด็กสาวขออนุญาตเอาไปดื่มที่ห้องนอน เจตรินเตือนว่าอย่าลืมดื่มให้หมดถ้วยเพราะถ้าเหลือมดอาจจะแอบเข้าไปทำรังในเตียงนอนของเขา อีริน่านิ่วหน้า ไหนมีคนเคยบอกว่ามดไม่ตอมน้ำผึ้ง

“อะไรหวานมดตอมหมดละครับ นี่เป็นน้ำผึ้งไทยด้วยนะ มดรัสเซียอาจอยากลองของแปลก”

อีริน่าหัวเราะชอบใจ เจตรินเผลอมองใบหน้าสวยนั้นอย่างหลงใหล คนถูกมองชักเขิน ค่อยๆหยุดหัวเราะ เขารู้สึกตัวว่าเสียมารยาท เสมองไปทางอื่น
ครู่ต่อมา เจตรินเดินมาส่งอีริน่าที่หน้าห้องนอน อวยพรให้หลับฝันดี เด็กสาวเข้าห้องปิดประตูตามหลัง ถือถ้วยใส่น้ำผึ้งอุ่นๆไปนั่งที่เตียงยิ้มมีความสุข ค่อยๆยกถ้วยน้ำผึ้งขึ้นจิบ

เจตรินซึ่งยืนพิงประตูหน้าห้องพึมพำเรียกชื่ออีริน่าเบาๆ เหมือนกระแสจิตสื่อถึงกัน เด็กสาวกำลังจิบน้ำผึ้งถึงกับสำลักพรวด เสี่ยงไอไม่หยุดทำให้ฤดีที่นอนหลับไปแล้วถึงกับสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นมาช่วยลูบหลังให้...

ในเวลาเดียวกัน มิคาอิลสั่งให้สมุนนำตัวพริมไปยัดห้องขังเดียวกับนิโคลัยซึ่งกำลังอยากยาอย่างหนัก เขาปราดมาเกาะขาสมุนอ้อนวอนขอยามาเสพ พริมพยายามดึงตัวสามีไว้ ขอร้องไม่ให้ไปยุ่งกับยานรกพวกนั้น แต่เขาไม่สนใจเกาะขาสมุนไว้แน่น สมุนรำคาญสะบัดขาจนนิโคลัยหงายหลัง แล้วเตะซ้ำก่อนจะออกไป พริมโผกอดเขาร้องไห้ ขณะที่นิโคลัยพร่ำเพ้อเรียกหายาเสพติดไม่หยุดปาก

ooooooo

เนื่องจากยูริกลับไปค้นหาเอกสารของอีริน่าที่บ้านเช่าแต่ไม่พบ เด็กสาวได้ทีออดอ้อนกราบที่อกเจตรินงามๆขอให้พากลับที่นั่น อ้างว่ายูริอาจไม่รู้ว่าใช่เอกสารพวกนั้นหรือเปล่า ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่พูดอะไร

“ก็แค่ไปค้นเอกสารด้วยกันจะเป็นไรไปคะ ถ้าคุณกลัวว่าจะมีอันตราย ทำไมคุณไม่เอาตำรวจไปด้วย”

เจตรินเห็นรอยยิ้มหวานประจบประแจงของอีริน่า แล้วสุดท้ายก็หลงกล ยอมพาเธอกลับไปหาเอกสารที่บ้านเช่าแต่ค้นจนทั่วก็ไม่พบ อีริน่าสรุปว่ามิคาอิลคงเอาไปเพื่อกันไม่ให้เธอเดินทางออกนอกประเทศ

“เหลวไหล มันรู้ที่ไหนว่าเธอจะเดินทาง”

“มันรู้สิ เรื่องเล็กๆแค่นี้ ใครก็เดาได้ว่าทำไมคุณถึงต้องพาฉันไปสถานทูต กราบนะคะ ไหนๆเรามีตำรวจคุ้มกันแล้ว เข้าไปเอาเอกสารของฉันไม่เห็นจะเป็นอะไร”

ชายหนุ่มไม่เห็นด้วยเนื่องจากอันตรายเกินไป

อีริน่าไม่ฟัง ถ้าเขาไม่ไป เธอจะไปคนเดียว แล้วชกเบ้าตาเขาหน้าหงาย ก่อนจะวิ่งหนี เจตรินวิ่งตามพร้อมกับโทร.แจ้งตำรวจที่มาคุ้มกันให้ว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว...

ไม่นานนัก อีริน่ามาถึงหน้าบ้านพักของมิคาอิล โดดถีบสมุนเฝ้ายามหน้าประตูรั้วกระเด็น เจตรินตามมาทัน รีบฉุดแขนเธอไว้ขอร้องให้กลับ อีริน่าไม่สนจะลุยเข้าไปให้ได้ เขานิ่งคิดอยู่อึดใจ

“เป็นไงเป็นกัน มาถึงขั้นนี้แล้ว ไหนๆก็ไหนๆ เรามีตำรวจคุ้มกันอยู่ด้านนอก” เจตรินพูดจบโอบบ่าอีริน่า

ไว้ เธอฮึดฮัดปัดมือ เขาต้องเตือนให้ทำตัวให้เหมือนว่าเราสามัคคีกันหน่อย เธอจึงยอมให้เขาโอบบ่าพาเข้าข้างใน...

มิคาอิลออกมาพบอีริน่าที่หน้าตัวบ้าน ยิ้มให้อย่างผู้ชนะเพราะในที่สุดเธอก็มาหาเขาจนได้ เธอแค่จะมาขอรับตัวพ่อกับแม่ เขาไม่ยอมปล่อยทั้งคู่ง่ายๆ ชวนเธอเข้ามาสวีตข้างในบ้านกันก่อน แล้วจะคว้าข้อมืออีริน่า เจตรินรีบดึงเธอออกห่าง แนะนำตัวว่าเป็นคนรักของเธอ มิคาอิลไม่พอใจกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

ชายหนุ่มปัดมือออก มิคาอิลจะเอาเรื่องให้ได้ แต่ต้องชะงักเมื่อหัวหน้าตำรวจปรากฏตัวขึ้นพร้อมหมายค้น มาเฟียใหญ่รับมาดูอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก หัวหน้าตำรวจโบกมือเป็นสัญญาณ ตำรวจหลายสิบนายกรูกันเข้ามาล้อมบ้านไว้ มิคาอิลโกรธจัดฉีกหมายทิ้ง มองเจตรินและอีริน่าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“จะเล่นกับฉันใช่ไหม...” มาเฟียจอมโฉดพูดยังไม่ทันจบประโยค มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทุกคนพุ่งหลบกระสุนเข้าที่กำบัง จากนั้นเกิดการยิงปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว บอดี้การ์ดของมิคาอิลรีบคุ้มกันเจ้านายหลบออกไป อีริน่าเป็นห่วงพ่อกับแม่ วิ่งหลบกระสุนหาทางเข้าไปในตัวบ้าน เจตรินตามไปติดๆ โดยมีตำรวจคอยยิงคุ้มกันให้ เขาปรามเธอว่าอย่าทำอะไรบ้าบิ่นนัก

“เป็นพ่อคุณ คุณจะบ้าบิ่นไหมล่ะ”

เจตรินถึงกับอึ้ง ช่วยมองหาทางเข้าไปในตัวบ้านเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่ อีริน่าพุ่งตัวเข้าไปโดยมีเจตรินตามหลัง เด็กสาวพาลัดเลาะเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว เจตรินไม่วายเหน็บว่าดูท่าเธอจะคุ้นเคยกับที่นี่ดี อีริน่าฉุนขาด หันขวับจะเอาเรื่อง เจตรินยั้งไม่ทัน ชนโครมจนเธอล้ม เขามือยังไวโอบเธอไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ต่างใจเต้นไม่เป็นส่ำหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก จังหวะนั้น สมุนของมิคาอิลกลุ่มหนึ่งผ่านมาพอดี

สองฝ่ายตรงเข้าตะลุมบอนกัน อีริน่าสู้ไปตะโกนเรียกพ่อไปด้วย เสียงแปดหลอดของเธอดังไปถึงหูนิโคลัยที่ถูกมัดอยู่ในห้องขัง เขาพยายามตะโกนตอบ แต่เสียงปืนดังกลบเสียงเขาไว้หมด จึงพยายามยื่นขาไปเตะข้าวของในห้องขังเพื่อให้เกิดเสียงดัง แต่ไม่สำเร็จ
ooooooo

ในที่สุดความพยายามของนิโคลัยสัมฤทธิผล เขาเตะของใกล้ตัวล้มโครม อีริน่าชะงัก รีบวิ่งตามไปยังต้นเสียง ปล่อยให้เจตรินบู๊กับพวกสมุนเพียงลำพัง เด็กสาวเตะประตูห้องที่ขังพ่อเปิดผลัวะ รีบเข้าไปช่วยแก้มัด แต่ไม่เห็นแม่อยู่ในนั้นด้วยก็ถามหา ได้ความว่าพวกสมุนแยกพ่อมาขังต่างหากตอนเกิดเรื่อง

“เราต้องตามหามามาให้พบ” อีริน่าตั้งหน้าตั้งตาแก้มัด สมุนคนหนึ่งเข้ามาขัดขวาง เจตรินตามมาช่วยไว้ “เร็วๆอีกกลุ่มกำลังจะเข้ามา ผมจะเอาไม่อยู่แล้ว”

อีริน่าคว้าไม้ท่อนหนึ่งโยนให้ “เอ้า...ต้องหามามาให้พบก่อน”

เจตรินรับไม้ไว้ได้ แล้วใช้หวดสมุนล้มกลิ้ง อีริน่า แก้มัดพ่อสำเร็จรีบประคองออกจากห้องโดยมีเจตรินหวดไม้ไปมากันไม่ให้สมุนเข้าใกล้ นิโคลัยเจอปืนตกอยู่ รีบเตะให้เจตริน แต่เขาไม่ยอมเก็บมาใช้ อ้างว่าตัวเองไม่ใช่นักฆ่า ไม่ได้มาจากซุ้มมือปืน สมุนของมิคาอิลเข้าล้อมกรอบจากทุกทิศทุกทาง ขณะทั้งสามกำลังเพลี่ยงพล้ำตำรวจยกกำลังมาช่วยไว้ทัน จัดการคนร้ายราบคาบ...

อีริน่ากำลังประคองพ่อลงนอนบนเตียงรถเข็นจะพาไปที่รถพยาบาล ตอนที่เจตรินเข้ามาแจ้งข่าวดีว่า ตำรวจพบแม่ของเธอแล้ว ตำรวจกำลังคุ้มกันไปหาเอกสารที่บ้านเช่า อีริน่าถอดใจโล่งอก...

ในเวลาต่อมา พริมตามมาที่โรงพยาบาล เจออีริน่ากับเจตรินนั่งรออยู่หน้าห้องพักฟื้นของนิโคลัย เด็กสาวผวาเข้าไปหาแม่ด้วยความดีใจที่เห็นท่านปลอดภัย ถามอย่างร้อนใจว่าหาเอกสารของเธอเจอไหม พริมหาไม่เจอ มั่นใจว่าสมุนของมิคาอิลคงจะเก็บเอาไป...

เป็นอย่างที่พริมหวั่นใจไม่มีผิดเพี้ยน มิคาอิลได้เอกสารของอีริน่าไป รู้ว่าเธอจะทำพาสปอร์ตเพื่อหนีไปเมืองไทย สั่งให้สมุนทำลายเอกสารให้หมด...

ที่ห้องพักฟื้นของนิโคลัย พริมเล่าเรื่องที่ลูกจะแต่งงานและเรื่องบ้านเช่าที่พินาศย่อยยับให้นิโคลัยซึ่งฟังอย่างคับแค้นใจ กล่าวอาฆาตมิคาอิล คงจะอยู่ ร่วมโลกกับเขาอีกต่อไปไม่ได้ แต่แล้วเขาเกิดอาการจะลงแดง ถามพริมว่าเอากล่องเก็บของจากบ้านเช่ามาให้หรือเปล่า เธอหยิบกล่องไม้เก่าๆจากถุงผ้าส่งให้ นิโคลัยเอาหลอดฉีดยาเสพติดออกจากกล่อง พริมตกใจกระชากกล่องคืน

“ยาเสพติด! ไม่นะนิโคลัย ฉันไม่ให้คุณเสพ”

เขาไม่ฟัง ผลักพริมจนเซ แล้วรีบจัดการฉีดยาให้ตัวเอง เธอได้แต่ยืนมองด้วยน้ำตานองหน้า

ooooooo

หลังจากเห็นความบ้าบิ่นของอีริน่าเมื่อวาน เจตรินบ่นให้ยูริกับฤดีฟังว่านี่ตนเองจะต้องแต่งงานกับยัยแสบตัวแม่นั่นจริงๆหรือ ฤดีพยักหน้าแทนคำตอบ ถ้าเขาต้องการจะช่วยเธอให้พ้นมือมารก็คงต้องทำ

“สองเด้งนะครับ คุณเจตไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องคู่หมั้นที่คุณไม่พึงปรารถนาคนนั้น” ยูริยุ

“ผมมิต้องรับภาระเลี้ยงดูเด็กร้ายกาจไม่น่าพึงปรารถนาไปจนตายหรือครับ คุณฤดี ยูริ และผมก็คิดว่าเด็กนั่นอาจไม่อยากแต่งงานกับผมเช่นกัน” เจตรินบ่นไม่เลิก โดยไม่รู้ว่าคนที่เขาพูดถึงกำลังยืนฟังอยู่ เธอคิดจะแก้เผ็ดเขา เดินยิ้มแก้มป่องเข้ามาหา

“แต่ฉันต้องการแต่งงานกับคุณค่ะ ที่รัก”

เจตรินไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ขณะที่ยูริกับฤดีต่างมึนตึ๊บไปตามๆกัน

ooooooo

งานแต่งระหว่างอีริน่ากับเจตรินจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในสถานทูตไทยประจำกรุงมอสโก อีริน่าในชุดเจ้าสาวกระโปรงสั้นก้าวเข้ามาในงาน ทุกคนใน งานโดยเฉพาะเจ้าบ่าวถึงกับตะลึงในความงดงามของเธอ

ทันใดนั้น มีเสียงกระจกแตก แก๊สน้ำตาลอยตามเข้ามาควันตลบไปทั้งงาน เสียงหวีดร้องของแขกที่มาร่วมงานดังสนั่น เจตรินพุ่งไปหาเจ้าสาวแต่ไม่ทัน สมุนของมิคาอิลซึ่งสวมหน้ากากกันแก๊สคว้าตัวเธอได้ก่อน เจตรินไม่รอช้าเปิดฉากบู๊ใส่สมุนที่กรูเข้ามา อีริน่ากระทืบเท้าสมุนที่จับตัวเอง แล้วคว้าของใกล้มือฟาดใส่

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มสำลักควัน ยูริ ฤดี ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมรู้งาน หอบบรรดาผ้าต่างๆที่ใช้ในงานแต่งไปชุบน้ำไล่แจกผู้คนในงานเพื่อบรรเทาพิษจากแก๊สน้ำตา แล้วช่วยกันต่อสู้กับพวกคนร้าย ข้าวของที่จัดไว้อย่างสวยงามล้มระเนระนาด สองฝ่ายตะลุมบอนกันอุตลุด

ที่ประตูทางเข้างาน นิโคลัยกับพริมยิ้มแย้มมีความสุขเดินนำอเล็กซ์และเด็กๆแก๊งอมยิ้มเข้ามา ต้องตะลึงกับภาพชุลมุนวุ่นวายตรงหน้า พริมโดนพวกสมุนชุดใหม่ที่เพิ่งยกขบวนกันเข้ามาจับตัวไว้ นิโคลัยโดดเข้าไปช่วยพร้อมกับสั่งให้อเล็กซ์พาพวกเด็กๆหลบไปก่อน

อีริน่าตกใจเห็นพ่อกับแม่โดนรุม หันไปบอกเจตริน

“คุณลุยทางนี้นะ ฉันไปช่วยปาปากับมามา”

เจตรินรับคำ แล้วหันไปเตะสมุนกระเด็น ยูริจะเข้ามาช่วย กลับโดนหมัดของคนร้ายหงายหลัง อเล็กซ์เห็นมือถือของใครไม่รู้หล่นอยู่ รีบวิ่งไปหยิบแล้วกลับมา

ยังที่ซ่อน โทร.แจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ ไม่กี่อึดใจตำรวจนำกำลังเข้ามา สมุนของมิคาอิลพากันแตกกระเจิง บ้างก็หนีรอด บ้างก็ถูกจับกุม...

สภาพในงานแต่งงานเละสุดๆ ไม่ต่างจากสภาพของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ยูริปากเจ่อ ขอบตาเขียวไปข้างหนึ่ง บ่นอย่างขำๆ

“เป็นงานแต่งงานที่ตื่นเต้นที่สุดในโลก ผมจะตามกินเนสส์บุ๊กมาบันทึกไว้...อูย” พูดมากไปหน่อยทำให้ยูริเจ็บแผลที่ปาก ช่างแต่งหน้ากับช่างทำผมนอนแผ่ที่พื้นอย่างเหน็ดเหนื่อย

เพื่อให้งานแต่งงานเดินหน้าต่อไป ทุกคนช่วยกันเคลียร์ห้องจัดเลี้ยงคนละไม้คนละมือ ไม่นานนัก พิธีแต่งงานระหว่างอีริน่ากับเจตรินก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง แม้เสื้อผ้าหน้าผมของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเยินไปบ้าง แต่งานแต่งงานก็ผ่านไปจนได้ คู่บ่าวสาวก้มกราบนิโคลัยและพริมหลังจากได้รับคำอวยพร พริมถึงกับน้ำตาซึม

“ฝากอีริน่าด้วยนะคะคุณเจตริน อีริน่าคือดวงใจของเราสองคน”

“ผมจะดูแลอีริน่าอย่างดีที่สุดครับ” สิ้นเสียงเจตริน เสียงเป่าปากดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงเฮ เด็กๆพากันยิงสายรุ้งใส่คู่บ่าวสาวอย่างสนุกสนาน นิโคลัยโอบไหล่พริมมองภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข...

มิคาอิลทั้งเจ็บใจและเสียหน้ามากที่อีริน่ารอดเงื้อมมือไปได้อีกครั้ง ประกาศลั่นว่าถ้าเอาตัวอีริน่ามาไม่ได้นิโคลัยกับเมียจะต้องสังเวยชีวิต แล้วหันไปสั่งการสมุน

“พวกแกไปตามหามัน เจอมันเมื่อไหร่จับมันมาทั้งพ่อแม่ลูก แต่อย่ายุ่งกับไอ้ผู้ชายที่แต่งงานกับอีริน่า มันเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต จะพาฉันเดือดร้อน”

ooooooo

ที่บ้านพักของเจตริน อีริน่าจัดกระเป๋าเดินทางให้สามีในนามเสร็จ เตรียมจัดกระเป๋าของตัวเองต่อ รู้สึกเก้อเขินที่มีเจตรินยืนมองอยู่ใกล้ๆ  เขาเองก็รู้สึกแบบเดียว
กับเธอ ในที่สุด เด็กสาวรวบรวมความกล้าขออนุญาตเขาพาอเล็กซ์ไปกรุงเทพฯ ด้วย เจตรินไม่ขัดข้อง แต่อเล็กซ์ยังเด็ก พ่อแม่ของเขาจะยอมให้ลูกไปหรือ

“พ่อแม่ของอเล็กซ์ตายหมดแล้วค่ะ อุบัติเหตุรถไฟตกราง ญาติของแม่ที่เลี้ยงอเล็กซ์อยู่ก็ไม่ค่อยมีเงิน เมื่อไหร่ที่เขาไม่สามารถเลี้ยงได้ อเล็กซ์จะต้องไปอยู่กับหน่วยงานประชาสงเคราะห์ค่ะ ฉันสงสาร”

“เด็กเดินทางออกนอกประเทศ คงต้องเดินเรื่องกันพอสมควร”

“อเล็กซ์มีส่วนเป็นคนไทยด้วยค่ะ พ่อเป็นคนไทย”

เจตรินจะดูระเบียบของสถานทูตให้ก่อน อีริน่าขอบคุณเขามากที่ช่วยเหลือ เขากระเซ้าว่าตอนนี้เขาเป็นสามีของเธอแล้ว ย่อมต้องช่วยภรรยาเป็นธรรมดา อีริน่าทักท้วงอย่างเขินๆว่าเป็นแค่ในนามเท่านั้น...

สายวันเดียวกัน พริมเขียนจดหมายหาพ่อกับแม่ตัวเองอีกครั้งเพื่อฝากฝังลูกให้ท่านช่วยดูแล โดยจ่าหน้าซองชัดเจนว่า เรียนพลโท กันต์และคุณหญิงพรรณราย นิมิตภูวนาถ แล้วนำจดหมายฉบับนั้นใส่ซองเอกสารปิดผนึกอีกทีหนึ่ง ที่หน้าซองเอกสารไม่ได้เขียนอะไรไว้ จังหวะนั้น อีริน่าแวะมาหาพอดี พริมนำซองเอกสารยื่นให้

“จดหมายถึงคุณตาคุณยายเสร็จพอดีจ้ะ”

อีริน่าอยากให้พ่อกับแม่ไปเมืองไทยด้วยกันเพราะเราสามคนไม่เคยจากกันไปไหน พริมยังไปกับลูกไม่ได้ เพราะรับปากมิคาอิลไว้ว่าจะใช้หนี้พนันของนิโคลัยให้หมดก่อน อีริน่ารู้ดีว่าแม่เป็นคนรักษาคำพูดจึงไม่เซ้าซี้อะไรอีก ได้แต่สัญญาว่าถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ จะรีบหางานทำ ส่งเงินมาช่วยใช้หนี้ พริมกำชับลูกว่าอย่าบอกเรื่องเดือดร้อนของเราให้คุณตาคุณยายทราบเด็ดขาด เธอไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล แล้วหยิบซองใส่เงินยื่นให้

“นี่เงินของปาปากับแม่ให้ลูกไว้ใช้ จะได้ไม่ต้องกวนเงินคุณเจตริน ถึงเมืองไทยแล้วลูกรีบไปหาคุณตาคุณยาย ไม่ควรอยู่ที่บ้านคุณเจตรินนะลูก ครอบครัวของคุณเจตรินจะ...เอ่อ จะไม่สะดวกใจ” พริมเกือบหลุดปากพูดถึงเรื่องบาดหมางระหว่างตนเองกับครอบครัวของเจตริน ไม่ลืมเตือนลูกว่าอย่าลืมบุญคุณของเจตรินในครั้งนี้

“หนูจะไม่ลืมเลยตลอดชีวิตค่ะ” อีริน่าโผกอดแม่ไว้

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่อีริน่าจะเดินทางมาเมืองไทย มิคาอิลส่งสมุนไปจับตัวพริมกับนิโคลัยมากักขังไว้ แล้วส่งสมุนอีกกลุ่มหนึ่งขับรถไปปาดรถตู้ที่จะไปส่งเจตรินกับอีริน่าที่สนามบินให้จอด แล้วเอาคลิปในมือถือให้อีริน่าดู เธอถึงกับหน้าเสียเมื่อเห็นภาพพ่อกับแม่ถูกจับมัดมือมัดเท้ามีผ้าเทปปิดปาก มิคาอิลยื่นหน้าชั่วๆเข้ามาขู่

“เห็นแล้วใช่ไหมอีริน่าว่าใครอยู่กับฉัน เธอจะเลือกเห็นแก่ตัวหนีไปมีความสุขที่เมืองไทยแล้วปล่อยให้พ่อแม่ตายอยู่ที่นี่ หรือจะเป็นลูกกตัญญูอยู่ช่วยพ่อแม่...สุดที่รักของฉัน จะมาหาฉันดีๆหรือว่าจะให้ฉันแล่เนื้อพ่อแม่เธอทีละชิ้น ส่งไปให้เธอทำเนื้อแดดเดียวที่กรุงเทพฯ” มิคาอิลพูดจบ ชูมีดคมกริบให้ดู

อีริน่าร้อนใจมากจะตามไปช่วยพ่อกับแม่ เจตรินรั้งตัวไว้แต่เธอดิ้นรนจะไปให้ได้ ทำให้ซองใส่จดหมายถึงตากับยายที่เหน็บไว้กับกระเป๋าสะพายหล่นเข้าไปใต้ท้องรถโดยไม่มีใครทันสังเกต สมุนของมิคาอิลพยายามจะกระชากอีริน่าไปจากเจตริน เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงนกหวีดดังขึ้น

สมุนเห็นตำรวจมา พากันหนีขึ้นรถตัวเอง แล่นจากไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจสามนายกรูมาที่รถเพราะคิดว่าเจตรินโดนปล้น เชิญผู้เสียหายทั้งคู่ไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำ รถของเจตรินตามรถตำรวจไป ทิ้งซองเอกสารใส่จดหมายไว้บนถนน สักพัก รถกวาดถนนแล่นเข้ามาทับ ซองเอกสารถูกกวาดหายเข้าไปในรถ...

ในเวลาต่อมา หลังจากให้ปากคำกับตำรวจเรียบร้อย อีริน่าเดินร้องไห้ลงมาจากสถานีตำรวจ เนื่องจากเป็นห่วงพ่อกับแม่ และจะไม่ยอมไปกรุงเทพฯ เจตรินต้องเกลี้ยกล่อมว่าพ่อแม่ของเธอต้องการให้เธอไปเมืองไทยเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะหลังจากส่งเธอถึงมือคุณตาคุณยายเรียบร้อยแล้วเขาจะบินกลับมาหาทางช่วยพ่อกับแม่ของเธอทันที อีริน่าถึงได้ยอมขึ้นรถไปสนามบิน...

ขณะเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้ามุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ อีริน่าถึงกับนํ้าตาไหลพรากทั้งอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดทั้งเป็นห่วงพ่อกับแม่ เจตรินสงสารเธอจับใจโอบไหล่เอาไว้อย่างปลอบโยน เด็กสาวซบหน้ากับไหล่เขาร้องไห้ เจตรินมองใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้แค่คืบแล้วใจแทบละลายต้องคอยห้ามใจตัวเองเอาไว้

ooooooo

เสียงประกาศของกัปตันเครื่องบินว่าเครื่องบินกำลังจะลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปลุกเจตรินให้ตื่นขึ้น อีริน่ายังคงนอนหลับซบไหล่เขาอยู่ ชายหนุ่มเรียกเธอให้ตื่นได้แล้ว ถึงกรุงเทพฯแล้ว จากนั้นเขาหันไปสะกิดอเล็กซ์ อีริน่ามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินอย่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นแผ่นดินเกิดของแม่...

หลังจากได้กระเป๋าเดินทางเรียบร้อย เจตรินพาอีริน่ากับอเล็กซ์มายังจุดนัดพบกับอิทธิหรืออิฐ เพื่อนรักของเขาภายในสนามบินสุวรรณภูมิ อิทธิตกใจถึงกับร้องเอะอะเมื่อเจตรินแนะนำให้รู้จักกับอีริน่า ภรรยาของตัวเอง เจตรินต้องขอร้องเพื่อนเบาเสียงลงหน่อย ให้ไปถึงรถก่อน แล้วเขาจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะเรื่องมันยาว

“เชื่อว่าเรื่องยาว...ยาวมากแน่ๆ แค่นึกนี่นายก็น่าจะไม่รอดแล้ว ไหนจะคุณหญิงแม่ ไหนจะคุณอารดา”

อีริน่าถึงกับหน้าเจื่อน เจตรินต้องลากเพื่อนปากเสียของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว...

ระหว่างทางกลับบ้านไอศูรย์ศรินทร์ เจตรินเล่าถึงเหตุผลที่ตนเองต้องแต่งงานกับอีริน่าให้อิทธิฟัง เขากลับเห็นว่ามาเฟียโฉดคนนั้นยังไม่น่ากลัวเท่าแม่ของเจตริน อีริน่าเห็นท่าทางหนักใจของสามีในนามแล้วเกรงใจมาก ขอให้อิทธิช่วยพาไปส่งที่บ้านคุณตาคุณยายของตัวเอง แล้วหยิบกระเป๋าสะพายจะเอาจดหมายถึงตากับยายที่เหน็บไว้ในช่องหน้ากระเป๋าแต่หาไม่เจอ อิทธิรีบจอดรถให้เธอไปค้นหาในกระเป๋าเดินทางก็ไม่พบเช่นกัน

อีริน่าหยิบมือถือจะโทร.ถามแม่ เจตรินห้ามไว้เพราะไม่ต้องการให้มิคาอิลได้ใจว่าถือไพ่เหนือเรา เด็กสาวถึงกับนํ้าตาซึม เขาดึงมือเธอมากุมไว้อย่างปลอบใจ อิทธิมองออกว่าเพื่อนซี้มีใจให้เด็กสาวคนนี้

“ไปบ้านผมก่อนนะครับ แล้วช่วยกันคิดว่าเราจะทำอย่างไรนะครับ” เจตรินมัวแต่เป็นห่วงความรู้สึกของอีริน่า ไม่ทันสังเกตเห็นรถคันหนึ่งจอดมองอยู่ห่างๆ...

ขับรถมาได้สักพัก อิทธิเริ่มสงสัยว่ามีรถสะกดรอยตาม แต่เพื่อความมั่นใจจึงแกล้งเร่งเครื่องหนี รถคันนั้นยังคงแล่นตามเพียงแต่ทิ้งระยะห่างมากขึ้น อีริน่ามั่นใจว่ารถคันนั้นสะกดรอยตามตัวเอง ขอให้อิทธิช่วยเปิดซันรูฟให้ แล้วหยิบถุงใส่ลูกแก้วหลากสีขึ้นมาดีดใส่กระจกรถคันนั้น รถคนร้ายเสียหลักไปเล็กน้อยก่อนจะเร่งเครื่องตีคู่

เจตรินเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นไปช่วยอีริน่าดีดลูกแก้ว ในที่สุดลูกแก้วโดนมุมเหมาะๆ กระจกรถของคนร้ายร้าวทั้งบาน คนขับมองไม่เห็นทาง รถเสียหลักไถลลงข้างทาง อีริน่ากับพวกหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด...

แทนที่เขมชาติเจ้านายของพวกคนร้ายจะเล่นงานสมุนของตัวเองที่พ่ายแพ้ผู้หญิง เพราะถูกดีดลูกแก้วใส่กลับหัวเราะชอบใจ บอกว่าเธอหนีไปได้ก็ช่างมัน เขาเป็นคู่ค้าของมิคาอิลไม่ใช่ขี้ข้า

ฝ่ายนั้นขอความช่วยเหลือมาเขาก็ช่วยแล้ว แต่ไม่รับประกันว่าจะต้องสำเร็จ ถ้าอยากให้สำเร็จ มิคาอิลคงต้องมาจัดการเอาเอง แล้วหันไปบอกเอื้อสมุนคนสนิทให้ถ่ายสำเนารูปภาพของอีริน่าเอาไว้เผื่อเจออีกทีจะได้เอาตัวมาที่นี่ เพราะผู้หญิงคนนี้คงเป็นสินค้าตัวแสบที่มิคาอิลหมายหัวเป็นพิเศษ

“เราอาจเอาเธอไว้ต่อรองกับมิคาอิลได้...อ้อ ฉันจะเข้ากรุงเทพฯสัก 2-3 วัน นายอยู่คุมงานที่พัทยานี่ติดตามเรื่องยากับผู้หญิงลอตหน้าให้เรียบร้อยด้วย”

ooooooo

ทั้งแจ๋ว แหวว จิ๋มและศรีคนรับใช้ของบ้านไอศูรย์ศรินทร์ตื่นเต้นตกใจไปตามๆกัน เมื่อเห็นเจตรินกลับจากรัสเซียโดยพาภรรยาสาวสวยมาด้วย ทั้งสี่คนถูกใจอีริน่าทันทีตั้งแต่แรกเห็น หลังจากส่งอิทธิกลับไปแล้ว เจตรินเชิญอีริน่ากับอเล็กซ์ขึ้นไปบนบ้านซึ่งใหญ่โตกว้างขวางราวกับคฤหาสน์ แหววรีบสะกิดศรีแม่บ้านของที่นี่

“รอฟังสัญญาณก่อนดีไหมป้า แล้วค่อยเอาของขึ้นข้างบน”

ศรี จิ๋มและแจ๋วดูจะเห็นด้วยกับแหวว จึงยืนรีๆรอๆ ไม่ยอมเดินตามเจ้านาย จังหวะนั้นมีเสียงหัวร่อต่อกระซิกของชายหญิงดังมาจากบนบ้าน เจตรินต้องหยุดกึกเมื่อขึ้นมาเจอจิตรดาราน้องสาวตัวเองมีเพียงผ้าปูที่นอนห่อตัวอยู่กำลังวิ่งยั่วยวนกวนเซ็กซ์ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนุ่งกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว สภาพของทั้งคู่บ่งบอกชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรกันมา เจตรินโกรธมาก เอ็ดตะโรลั่น

“จิตรดาราทำแบบนี้ได้อย่างไร”

อีริน่าซึ่งเดินตามหลังเจตรินยื่นหน้ามามอง จิตรดาราเห็นสาวสวยมากับพี่ชายถึงกับกรี๊ดสนั่น เธอทนฟังเสียงแปดหลอดไม่ไหวต้องเอามือปิดหู นิกกี้แฟนหนุ่มของจิตรดารารีบแต่งตัว รีบไหว้ลาเจตรินก่อนจะจ้ำอ้าวลงจากบ้าน พอเดินผ่านหน้าอีริน่าซึ่งสวยสะดุดไม่วายแวะทักทายทำเจ้าชู้ใส่ เธอเหม็นขี้หน้า ตามไปแกล้งขัดขาเขาสะดุดล้มกลิ้งลงมาตามขั้นบันได ความซวยมาเยือนซ้ำสองเมื่อกลิ้งไปถึงด้านล่างเจอศรินทิพย์และจีรณัทย์แม่กับพี่สาวของเจตรินยืนอยู่ ศรินทิพย์ตวาดเสียงลั่นว่า

“มันเรื่องอะไรกันนายจิว”

“นิกกี้ครับ ผมชื่อนิกกี้ ชื่อจิวผมไม่ใช้แล้วครับ สวัสดีครับคุณหญิงแม่ พี่จีรณัทย์” นิกกี้คุกเข่าไหว้ทั้งคู่

“ทำไมมาตกบันไดบ้านฉัน ขึ้นไปข้างบนทำไม” ศรินทิพย์สีหน้าเอาเรื่อง ศรีเห็นแหวว แจ๋วและจิ๋มจับกลุ่มแอบดูเจ้านายอยู่ ไล่เขกหัวทีละคนก่อนจะตะเพิดให้กลับไปทำงานของตัว

ด้านศรินทิพย์คาดคั้นให้นิกกี้บอกมาว่าขึ้นไปข้างบนบ้านของตนทำไม เขาได้แต่อึกๆอักๆไม่กล้าพูด อีริน่ากับอเล็กซ์ได้ยินเสียงโวยวายยื่นหน้ามาดู ก่อนจะผลุบกลับไป

“ใครอยู่ข้างบน ยัยจิตรหรือเปล่า ลงมาเดี๋ยวนี้นะ” ศรินทิพย์ไม่พูดเปล่าขยับจะขึ้นไปเอาเรื่อง นิกกี้ได้ทีเผ่นแน่บ เธอก้าวขึ้นไปได้สองก้าว เจตรินเดินยิ้มลงมา พร้อมกับร้องทักทายแม่และพี่สาว ศรินทิพย์ดึงลูกชายไปหอมแก้มด้วยความคิดถึง ต่อว่าว่าจะกลับเมืองไทยทำไมไม่บอก จะได้ไปรับ จังหวะนั้นมีเสียงจิตรดาราปรี๊ดสนั่น

“ลงไปสิยะ มายืนซื่อบื้อเกะกะทางเดินเป็นเสนียดบ้านฉันอยู่อีก อยากโดนตบตกบันไดใช่ไหม” พูดจบเธอเดินกระแทกเท้าลงบันไดอย่างโกรธสุดๆ อีริน่าค่อยๆ เดินตาม ศรินทิพย์ถึงกับตะลึง

“นังเด็กหัวแดงมาจากไหน แกบังอาจเข้ามาในบ้านฉันได้อย่างไร”

ooooooo

สะใภ้หัวแดง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด